ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 4:51 pm

........... ข่าวเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา ของวันที่ 14 ธันวาคม 2550 เห็นจะไม่มีอะไรที่จะน่าตื่นตระหนกสำหรับประเทศไทยในขณะนี้ยิ่งไปกว่าเรื่อง สถานี ITTV ถูกถอดสัญญาณ ปิดไปโดยปริยาย....



.... ซึ่งแน่ละ..จะต้องมีผู้หวังดี แต่ประสงค์ร้าย นำเหตุการณ์นี้ไปขยายผล และไม่ต้องบอกก็รู้ว่า กลุ่มนั้นก็คือ " กลุ่มพลังแม้ว " ที่จะทำทุกอย่างเพื่อฟอกตัวให้ อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ขาวสะอาดบริสุทธิ์ และเข้ามาครองเมืองไทยอย่างสง่างาม
..... ในทางตรงกันข้าม ก็ต้องสร้างความสกปรก ให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง โดยการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร อย่างชนิดตรงกันข้าม....ถึงสาเหตุการปิดสถานีโทรทัศน์ ITTV
.... มั่นใจเหลือเกินว่า ในทุกหน้าสื่อ ท่านจะไม่พบ ถ้อยคำหรือวลีใด ๆ ที่กล่าวว่า "..การปิด ITTV ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลพวกที่มาจาก การเก็บขยะไว้ใต้พรม ของรัฐบาลทักษิณในอดีต .." นั่นเอง

จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำข้อมูล ที่แท้จริง ตามสิ่งที่เกิดจริง มานำเสนอ ให้กับเพื่อนพ้องพี่น้องไทย ได้รับรู้ถึงสาเหตุ ความเป็นมา ว่าทำไม... และเหตุใด จึงมี "วันจันทร์วิปโยค" เกิดขึ้นกับชาว ITTV


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 2:01 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 4:53 pm

ก่อนอื่นก็ต้องพูดกันเสียก่อนว่า ITV มีที่มาที่ไปตั้งขึ้นได้อย่างไร ?


........สถานีโทรทัศน์ไอทีวี. ( ITV.) เกิดขึ้นในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำคลื่นความถี่โทรทัศน์ในระบบยูเอชเอฟ มาให้เอกชนลงทุนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535

ในการประมูลครั้งนั้น กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์และเครือเนชั่นชนะการประมูล โดยได้ยื่นข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐ 25,200 ล้านบาท ภายในอายุสัญญา 30 ปี ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญากับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2538 โดยมีนายอภิลาศ โอสถานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐม
นตรีในขณะนั้น ลงนามสัญญากับนายเกษม จาติกวณิช ประธานกรรมการ และนายโอฬาร ไชยประวัติ รองประธานกรรมการบริษัท สยาม อินโฟเทนเม้นท์ จำกัด เริ่มออกอากาศวันที่ 1 ก.ค.2539

30 ปี เสนอจ่ายให้รัฐ 25,200 ล้านบาท.สุดยอดของธุรกิจทีวี...มันขายข่าว หรือขายอะไร..ถึงได้กำไรขนาดนั้น...

*** ปี 2540 วิกฤติเศรษฐกิจ ***

ในขณะที่ไอทีวีถือกำเนิดในปี 2539 แทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังหัวทิ่มอย่างไร...ไม่ได้รู้เลยว่าหายนะมันกำลังจะเริ่มตั้งเค้า...ตามสัญญาสัมปทาน 2 ปีแรกตามสัญญายังไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทานให้ไปลงทุนก่อน... ไปเรื่มจ่ายปีที่ 3(2542) จำนวน 300 ล้านบาท...ปีที่ 4 ก็ 400 ล้านบาท ปีที่5 ก็ 500 ล้านบาท เพิ่มไปเรื่อยๆจนปีที่ 9 ก้อ 900 ล้านบาท...ปีที่ 10 -30 ปีละ 1000 ล้านบาท....

โอ้....แม่จ้าว....สุดยอดของสัญญา...สักแต่เซ็นให้ได้มาเท่านั้นเอง...ฝันเฟื่องมาตั้งแต่เริ่ม..

ผลการดำเนินงานของไอทีวี เปิดปั๊บก็ ขาดทุนตั้งแต่ปี 2540 เพราะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ได้รับผลกระทบในการขายโฆษณา ระหว่างนี้ไอทีวียังมีอุปสรรคในการจัดตั้งสถานีเครือข่ายทั่วประเทศที่ต้องตั้ง 36 สถานี ภายใน 2 ปี หลังทำสัญญา เพราะไอทีวีเช่าใช้พื้นที่ของกรมประชาสัมพันธ์ได้ล่าช้าทำให้ต้องสั่งซื้อทรัพย์สินส่วนใหญ่ ทำให้ขาดทุนจากการเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา จึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 409 ล้าน....

ยับเยินครับ....เอ้า..ยังทำกันต่อไป...ไทยพาณิชย์เริ่มอยู่ไม่ติดเพราะเป็นนายทุนใหญ่..NPL ของธนาคารก็พอกพูน..อย่าลืมนะครับว่าช่วงนั้น สถาบันการเงินวิกฤติขนาดหนักอยู่แล้ว...

ปี2541
บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อ 20 ต.ค. 2541เพื่อเตรียมแต่ง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์...ตามสัญญาซึ่งกำหนดให้จดทะเบียนภายใน 6 ปี หลังจากดำเนินการ.....

แต่มันเป็นช่วงวิกฤติ ผลประกอบการก็ไม่ได้ดีขึ้น..จนถึงเวลาต้องจ่ายค่าสัมปทานในปีที่ 3(2541)จำนวน 300 ล้าน .ขาดทุนมาตลอด จะเอาที่ไหนจ่ายก็ขอผ่อนผันกับรัฐบาลในสมัยนั้น คือรัฐบาลชวน หลีกภัย โดยมีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เป็น รมต. สำนักนายกฯ กำกับดูแล สปน....โดยทำหนังสือขอขยายเวลาชำระค่าตอบแทนแก่รัฐตั้งเริ่มเลย...ตามเอกสารตั้งแต่ปี 2540

1.หนังสือขอขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทน ITV078/2540 2.ขอขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงาน ITV183/2540 3.ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงาน ITV053/2541 4.ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงานครั้งที่
2 ITV068/2541 5.การขอขยายระยะเวลาชำระค่าตอนแทน ITV094/41


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 2:02 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 4:53 pm

1.หนังสือขอขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทน ITV078/2540 2.ขอขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงาน ITV183/2540 3.ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงาน ITV053/2541 4.ขอยืนยันขยายระยะเวลาการชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงานครั้งที่
2 ITV068/2541 5.การขอขยายระยะเวลาชำระค่าตอนแทน ITV094/41อีกหลายฉบับ

...เพื่อขอไปทาง สปน. ซึ่งก็ผ่อนผันให้ ตามที่ขอ *** มติ ครม. รัฐบาลชวน *** เรื่อง บริษัท สยาม อินโฟเทนเมนท์ จำกัด ขอขยายระยะเวลาชำระค่าตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยู เอช เอฟ


คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานการดำเนินการตามสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยู เอช เอฟ ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในกรณีที่คู่สัญญาเห็นพ้องต้องกันว่าควรแก้ไขสัญญา ก็ให้ยกร่างสัญญาเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยนำกฎหมายว่าด้วยเอกชนร่วมทุนกับรัฐมาอนุโลมใช้เท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ในชั้นนี้

โดยขอแก้ไขระยะเวลาการชำระยืดออกไป..เพราะจ่ายไม่ไหว..ขาดทุนบักโกรกมาตลอด...พยายามไประดมทุนในตลาด แต่เข้าไม่ได้เพราะเจ๊งแม้ว่าจะจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัดแล้ว แต่ผลประกอบการขาดทุนทำให้ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ไม่สามารถจะเข้าไประดมทุน เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้...


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 2:02 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 4:55 pm



ปี 2542 บริษัทสยาม อินโฟเทนเมนท์ ทำหนังสือขอชดเชยความเสียหายจากการที่รัฐทำผิดตามสัญญา โดยขอจ่ายค่าสัมปทานให้เท่ากับหรือใกล้เคียงช่อง 7 สี และอ้างว่าได้รับผลกระทบจากกรณีที่สปน.อนุญาตให้สถานีช่อง 11 และยูบีซีหารายได้จากโฆษณา

ปี 2543 ตลาดหลักทรัพย์ผ่อนปรนให้บริษัทที่ไม่มีผลกำไรยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ แต่ปีนี้ไอทีวีมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง มีหนี้สิน 4,900 ล้านบาท ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการ จึงต้องหาผู้ร่วมทุนเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องก่อนการเสนอขายหุ้นให้ประชาชน ในตลาดหลัก
ทรัพย์

เห็นรึยังว่า...มันดันทุรังขนาดไหน...ตั้งแต่ปี 2538 เรื่อยมาจนถึงปี 2543....ขาดทุนไม่มีดี....จะยึดตอนนั้นก็ยึดได้ตั้งนานแล้ว....พี่ไท..เอ๊ย....ไม่ได้ทำตามสัญญาเลย แถมยังขอแก้สัญญาอีกต่างหาก...


ตอนนั้นสมควรที่จะยึดมาเป็นของรัฐเสียเลย แต่ก็ติดที่ นายอานันท์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา มีองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองหนุนหลัง ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อสถานภาพของรัฐบาล ซึ่งองค์กรดังกล่าวก็ประกอบด้วยเครือข่าย ครป.ของนาย ส.ศิวลักษ์ นายประเวศ วสี และนายโคทม อริยา...รวมทั้งเครือข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถูกนาย ส.ศิวรักษ์ นำมาข่มขู่ในภาพของเขื่อนปากมูล ซึ่งแท้แล้วคือการหยุดยั้งไม่ให้มีการยึด ITV ในขณะนั้นอีกด้วย ดังนั้น การยึด ITV จึงไม่เกิดขึ้น

ปี 2543...ทักษิณ ก็เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องทักษิณ ซุกซ่อนหนี้ดันทุรังนี้ ไว้ใต้พรม.....หลังจากที่มีการเพิ่มทุน แตกหุ้นเพิ่มทุน เนชั่นก็ถอนออกไป...ชินคอร์ปก็จัดการบริหารหนี้เน่าใหม่..โดยวางแผนให้บริษัทชินคอร์ปร้องขอค่าเสียหาย เป็นการถ่วงเวลาเพราะคดีค้างคาในศาล และทำหนังสือถามไปอีกครั้งในเดือน ก.ย.2545 พร้อมกับยื่นหนังสือขอให้ตั้งอนุญาโตตุลาการมาพิจารณาเรื่องนี้ รวมทั้งเรียกร้องเพิ่มอีกข้อหนึ่งคือ ขอแก้สัญญาให้มีรายการบันเทิงมากขึ้น
การไม่ยอมจ่ายหนี้สินที่คั่งค้างต่อรัฐของ ITV มันก็พอกหางหมูตลอดมา และเพิ่มขึ้นทุกวินาที เข้ามาถึงยุค "แม้วเฟเว่อร์" ยิ่งสร้างปัญหาหนักขึ้นไปอีก โดยการปัดกลบ หลบหนี้ ใช้อิทธิพลในฐานะเป็นรัฐบาล ยืดเวลาการจ่ายเงินให้กับรัฐไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแอบเอาไปขายให้กับบริษัทเทมาเสกของสิงคโปร พร้อมกับหุ้นชิน ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้น หากรัฐบาลทักษิณ ดำิเนินการอย่างตรงไปตรงมา วันนี้คงไม่มีสำหรับชาว ITTV อย่างแน่นอน......นี่คือผลงานของทักษิณ อย่างมิอาจปฏิเสธได้


30 ม.ค.2547 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาด ให้สำนักปลัดนายกรัฐมนตรีชดเชยค่าเสียหายดังนี้
1.ชำระเงินคืนแก่บริษัท จำนวน 20 ล้านบาท
2.ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำจากเดิมปีละ 1,000 ล้านบาท เหลือ 230 ล้านบาท โดยไม่ต้องชำระเงินขั้นต่ำในส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีอีก
3.ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนจากร้อยละ 44 เหลือร้อยละ 6.5 ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายและภาษีอากร โดยเปรียบเทียบกับเงินประกันผลประโยชน์ตอบ
แทนขั้นต่ำปีละ 230 ล้านบาท จำนวนใดมากกว่าให้ชำระตามจำนวนนั้น ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2545 เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา
4.ให้สปน.คืนเงินค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่บริษัทได้ชำระเกินจากข้อ 3. จำนวน 570 ล้านบาทและ 5.ให้บริษัทสามารถออกอากาศไพรม์ไทม์ คือ ระหว่างเวลา 19.00-21.30 น. โดยไม่ถูกจำกัดประเภทของรายการ ทั้งนี้ โดยเสนอรายการข่าว สารคดี และสารประโยชน์ในสัดส่วนเวลาทั้งหมดเพียง 50%

ศาลปกครองเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตฯ

สปน.จึงยื่นร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนคำชี้ขาดทั้งหมดของคณะอนุญาโตตุลาการในข้อพิพาทดังกล่าว

10 พ.ค.2549 ศาลปกครองครองกลางชี้ว่าคำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ส่งผลให้
1.สปน.ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยสัมปทาน 570 ล้านบาท และอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจชี้ขาดให้ปรับลดเงินผลประโยชน์ตอบแทนตามสัญญาร่วมงาน
2.ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ 20 ล้านบาท จากกรณีที่ปล่อยให้สถานียูเอชเอฟอื่นมีโฆษณา
3.สัดส่วนการนำเสนอข่าวสารจะต้องเป็นไปตาม เจตนารมณ์เดิมคือสาระร้อยละ 70 บันเทิงร้อยละ 30โดยไอทีวีมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

“ในสัญญาได้ระบุว่า จะต้องมีสัดส่วนผู้ร่วมทุน 10 รายขึ้นไป รายละไม่เกินร้อยละ 10 เป็นคำถามที่อยากจะฝากให้ท่านตอบเอง ว่า เป็นไปตามนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ไอทีวียังได้ยื่นให้ สปน.จ่ายค่าชดเชยคืนให้กับไอทีวี โดยอ้างว่า มีการแก้สัญญาเอื้อให้กับผู้รับสัมปทานรายอื่นส่งผลกระทบต่อไอทีวี และให้มีการออกอากาศช่วงไพร์มไทม์ เวลา 19.00-21.00 น.โดยไม่จำกัดเฉพาะช่วงเวลาข่าว สารคดี และสาระประโยชน์สัดส่วน 50 เปอร์เซ็นต์ ของเวลาออกอาการ ขอถามว่าถ้าท่านเป็นเจ้าหน้าที่ของ สปน.จะยอมได้หรือไม่ ทั้งที่รู้กันดีว่าสถานีนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนในการหาความรู้สาระประโยชน์ต่างๆ คนที่มาประมูลที่เป็นการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมหลายเจ้า กติกาชัดเจนว่า คนที่จะมาประมูลก็ต้องเสี่ยงในการเสียค่าใช้จ่าย หากไม่พร้อมที่จะเสี่ยงก็ไม่ต้องมาขอ”


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 2:04 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 4:59 pm

........อย่างไรก็ตาม ศาลได้พิพากษาเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ มีผลให้ไอทีวีต้องปรับผังรายการ โดยต้องมีสัดส่วนสาระประโยชน์ 70 เปอร์เซ็นต์ และส่วนบันเทิง ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ และไอทีวีต้องจ่ายค่าสัมปทานต่างๆ ให้กับรัฐบาลตามที่ได้ตกลงกันในข้อสัญญา ซึ่งเป็นเอกสารจัดพิมพ์รู้เรื่องได้ ค่าปรับก็ปรากฏอยู่ในเงื่อนไขสัญญา


ส่วนที่ท้วงติงว่า ค่าปรับดังกล่าวสูงเกินไปนั้น นักกฎหมายที่มีปริญญา มีประสบการณ์ก็อ่านเหมือนกัน และตีความอย่างที่เขียนไว้ว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจะต้องยินยอมเสียค่าปรับจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัมปทานในปีนั้น โดยต้องชำระเป็นรายวัน หรือ 100 ล้านบาท อ่านกี่ครั้งก็ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ การจะวินิจฉัยว่าใช่หรือไม่ เป็นหน้าที่ของศาลสูงสุดเท่านั้น แต่ข้าราชการไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นตามความรู้สึกของตัวเอง ว่า ทำไมค่าปรับจึงสูงเช่นนี้ นอกจากนี้ ศาลปกครองสูงสุดยังได้ยืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นตน เราจึงได้ดำเนินการตามคำตัดสินนั้น
“เป็นเรื่องธรรมดาที่ค่าปรับจะต้องแพงมหาโหด เพราะ หากคุณปรับผัง หรือสัดส่วนของรายการ แล้วขายโฆษณา ได้เดือนละ 300 ล้าน เพื่อยอมเสียค่าปรับเพียง 50 ล้าน/เดือน คุณย่อมผิดสัญญา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมค่าปรับจึงต้องแพงมหาโหด ขนาดนั้น เพื่อป้องกันคุณกระทำผิดสัญญาไงครับ ยกตัวอย่าง คุณเช่าพื้นที่ซึ่งระบุในสัญญาว่าคุณจะขายหนังสือแบบเรียนเท่านั้น หากคุณนำหนังสืออย่างอื่นมาขายคุณจะถูกปรับเป็นเงินวันละ 100 บาท ต่อมาคุณนำหนังสือปลุกใจเสือป่ามาขาย กำไรเล่มละ 50 บาท วันหนึ่งคุณขายไป 10 เล่ม กำไร ประมาณ 500 บาท ซึ่งคุณหักค่าปรับคุณก็จะได้กำไรเพิ่มวันละ 400 บาท เป็นต้น”


“ดังนั้น การฟ้องให้ไอทีวีจ่ายสัมปทานที่เหลือ 2,210 ล้านบาท พร้อมกับดอกเบี้ย 464,539,667 บาท และค่าปรับตามสัญญาร่วมงาน 97,760 ล้านบาท รวมแล้วเท่ากับ 100,343,539,667 บาท เงินนี้เป็นของส่วนรวม สปน.ไม่อาจลดหรือผ่อนปรนได้ ฉะนั้นสปน. กระทำถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้รังแก หรือเอาเปรียบเอกชนแต่อย่างใด แต่เอกชนต่างหากที่ไม่ปฏิบัติตตามเงื่อนไขข้อตกลงที่คุณได้เปรียบมาก่อนในการได้สัมปทานนี้ไป และเอกชนต่างหากที่เอาเปรียบสาธารณะในการไม่ให้สาธารณะได้รับข้อมูลความรู้อย่างเต็มที่ตามเจตนารมณ์ของคลื่นนี้
...... จึงมีผลมาให้เกิดการปรับกันขนานใหญ่ จากเดิมที่มันปรับ ยึด ไอทีวีได้ตั้งนานแล้ว...ก็เรื้อรังมาจนถึงวันนี้...เพื่อให้สัญญาสิ้นสุดลงซะที.....ก็ต้องยกเลิกสัญญา โดยการอ้างการทำผิดสัญญาสัมปทาน.."




คลื่นทีวีที่ ITV ใช้อยู่เป็นของรัฐ รัฐได้คลื่นกลับคืนไปแล้ว แต่สถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ใน ITV เป็นของใคร ทุกวันนี้ยังเป็นเรื่องโต้เถียงกันอยู่ เพราะขณะนี้ไม่มีบริษัท ITV แล้ว บริษัทมันเจ๊งไปแล้ว เมื่อเจ๊งแล้วพนักงาน ITV จึงเป็นคนตกงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท ITV อีกต่อไป

สปน. ตั้งใจจะยึดอุปกรณ์เหล่านี้แทนค่าเสียหายค่าปรับ แต่เทมาเส็กก็ยังอ้างว่าเป็นของเขาได้เพราะเขาถือหุ้นในบริษัท ITV แต่ที่แน่ๆคือพนักงาน ITV เป็นคนภายนอกจะมาเอาเครื่องมือที่มีข้อพิพาทไปใช้ไม่ได้

เมื่อศาลยังไม่ตัดสินพิพากษาอุปกรณ์เหล่านี้เป็นของใคร ใครนำไปใช้ก้ต้องโดนอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ดังนั้นหาก สปนยึดดื้อๆแล้วเอาไปตั้งสถานีใหม่ ย่อมถูกเทมาเส็กกลับมาฟ้องร้อง ถึงตอนนั้นก็ต้องเสียค้าโง่กันอีกรอบ คนเดือดร้อนคือประชาชน เพราะเงินภาษีของรัฐทั้งนั้นที่ถูกเอาไปจ่ายให้เทมาเส็ก น่าสังเวชที่ผู้บริหาร สปน. อย่างจุลยุทธ์หรือคุณหญิงทิพาวดีที่ทำงานมาหลายสิบปีจนขึ้นเป็นผู้บริหาร กลับไม่เข้าใจปัญหาง่ายๆแบบนี้ เกือบจะทำให้รัฐเสียค่าโง่ให้เทมาเส็กรอบสอง ต้องสรุปเลยว่าเอาคนไม่รู้เรื่องมาดูแลเรื่องสื่อ มีแต่แพ้ทางเขาตั้งแต่อยู่ในมุ้ง

ถึงตอนนี้แท้รัฐจะยึดคลื่นกลับคืนมาได้เพราะเป็นของรัฐมาแต่ต้น แต่รัฐก็ไม่มีสิทธิจะเอาคลื่นนี้ไปใช้งานได้ เพราะคลื่นนี้ถูกกำหนดมาให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ตั้งแต่ครั้งพฤษภาทมิฬ ดังนั้นหากรัฐจะเอาคลื่นนี้ไปทำสถานีของรัฐเองก็ผิดกฎหมายอีก

ครั้นจะเอาไปให้ อสมท. ทำสถานีก็ผิดกฎหมายอีก เพราะระเบียบราชการให้เปิดประมูลอย่างถูกต้องภายใต้การดูแลจัดสรรคลื่นของ กสช ตัว อสมท. เป็นเอกชนอยู่ๆจะมายึดคลื่นนี้ได้อย่างไรโดยไม่ต้องประมูล ???


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 2:06 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 5:01 pm

“ ตอนนี้ยังไม่มี กสช. ก็ให้กรมประชาสัมพันธ์ดูแล แต่มีสิทธิแค่ดูแลไม่ได้มีสิทธิเอาไปจัดสรรคลื่น ขืนกรมประชาสัมพันธ์เปิดประมูลก็ผิดกฎหมายอีก ทางออกของรัฐตอนนี้จึงให้คณะกรรมการกฤษฎีกามาเป็นแพะรับบาบชี้ว่ากรมประชาสัมพันธ์จัดสรรคลื่นแทน กสช. ในช่วงนี้ได้หรือไม่ได้
....แต่กฤษฎีกาบอกว่า ทำได้ แล้วหากเกิดมีคนไปฟ้องต่อศาลว่ามติของกฤษฎีกาผิดกฎหมาย แล้วศาลพิพากษาว่าผิดจริง สถานีโทรทัศน์แห่งใหม่ที่ตั้งขึ้นตามความเห็นที่กฤษฎีกาแนะนำมาก็ผิดกฎหมายเป็นสถานีเถื่อนอีกนั่นเอง เป็นประเด็นพิพาทเรียกร้องค่าเสียหายกันในอนาคต ที่หลายคนในวันนี้จะต้องกลายเป็นตัวละครให้ประชาชนด่าในวันหน้า เผลอๆจะติดคุกด้วย. “



........กรณีของไอทีวี เป็นเรื่องระหว่างเอกชนที่ได้รับสัมปทานจากรัฐไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ข้อตกลงที่เป็นสัญญาผูกพันกับรัฐ ดังนั้นไม่มีทางเลือกที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาที่ตกลงกันไว้ ส่วนกรณีของพนักงานไอทีวี ถือเป็นปัญหาของผู้บริหารกับพนักงาน ส่วนเรื่องสื่อสาธารณะ ประชาชนมีทางเลือกในการดูทีวี เพราะยังมีอีก 5 ช่อง ซึ่งไอทีวีเป็นหนึ่งในทางเลือก ไม่ใช่เรื่องของรัฐที่จะต้องเข้าไปอุ้มพนักงานไอทีวีที่มีเงินเดือนสูงๆมา เพราะไม่ยุติธรรมต่อพนักงานทีวีของรัฐทั้งช่อง 11 และอสมท พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกยุบไปเช่น รสพ. องค์การฟอกหนัง จะคิดอย่างไร หากคนกลุ่มนี้ไปฟ้องศาลปกครองเพื่อเรียกร้องสิทธิเช่นกรณีพนักงานไอทีวีก็จะเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน รัฐเอาเงินของประชาชนไปอุ้มพนักงานไอทีวีของชินคอร์ป ค่าสัมปทานและค่าปรับที่ไอทีวีคงค้าง ต้องฟ้องร้องให้ชำระหนี้แก่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ก่อน หลังจากนั้น หากไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ต้องฟ้องชินคอร์ปผู้ถือหุ้นใหญ่ของไอทีวีล้มละลาย ซึ่งจะมีผลต่อสิทธิสัมปทานอื่นๆ ของชินคอร์ปตามมา เมื่อฟ้องคู่สัญญาล้มละลายแล้วก็สามารถเคลียร์บัญชีแทงหนี้สูญ และสิทธิสัมปทานกับเอกชนรายเดิมก็ถือเป็นอันสิ้นสุด รัฐบาลต้องไปใช้สถานที่ภายในอาคารชินวัตร 3 ใช้อุปกรณ์ชินวัตร ดามเทียมชินวัตร ต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่มขึ้นอีก

.....สรุปแล้วรัฐบาลไม่ได้ยึดสัมปทานมาเพื่อความถูกต้อง แต่เหมือนยึดมาเพื่อช่วยชินคอร์ป อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลต้องการพัฒนาคลื่นตรงนี้ให้เป็นองค์กรอิสระ รัฐบาลก็ดึงคลื่นกลับมา แล้วหยุดการออกอากาศ จากนั้นเร่งออก พ.ร.บ.องค์กรอิสระ เพื่อควบคุมให้คลื่นนี้อยู่เป็นองค์กรสื่อสาธารณะ ต่อมาค่อยเปิดคัดเลือกผู้บริหารองค์กร แล้วเปิดรับสมัครพนักงานโดยให้สิทธิพนักงานไอทีวีก่อน แต่จะต้องเข้ามาในเงื่อนไขใหม่


ร่างสัญญาเดิม เมื่อผ่าน ครม.แล้วส่งไปให้อัยการสูงสุดเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง(ในปี 3.. ก็มีการเพิ่มเติม ข้อ 5 วรรค 4 ตอนนั้น แต่ไม่ได้เสนอกลับไปให้ ครม.เห็นชอบอีกครั้งก่อนลงนาม ถึงได้มีปัญหา..

ทั้งที่จริง หลังจากลงนามแล้ว"ปัญหาเกี่ยวกับข้อสัญญาของไอทีวี" ก็มีการส่งให้ ครม.พิจารณาอีกหลายครั้งตลอดช่วง 3-4 ปี จนกระทั่ง ครม.เห็นชอบให้มีการปรับแก้ไขสัญญาเพิ่มเติม เมื่อ กพ.43.. จึงเป็นไปไม่ได้ที่ ครม.จะไม่ได้รับรู้ถึง"เงื่อนไขสัญญาข้อ 5 วรรค 4"

การที่ ครม. เห็นชอบในการแก้สัญญาบางข้อ และให้คงเดิม"ในข้ออื่นๆที่ได้ลงนามไปแล้ว"ซึ่งรวมถึงสัญญาข้อ 5 ทุกวรรคด้วย.. ย่อมเท่ากับ ครม.ได้รับรองสัญญาฉบับแก้ไขใหม่นี้ทั้งหมด.. ถ้าไม่ยอมรับ ทำไมถึงไม่มีใครทักท้วง ทั้งที่สปน. และรมต.สำนักนกยกฯ ก็ส่งเรื่องสัญญานี้ให้ ครม.พิจารณาอยู่หลายครั้ง..

หรือว่า รมต.สำนักนายกฯ และ สปน. มี " เจตนาปิดบัง " ไม่ให้ ครม.รับรู้ถึงสัญญาข้อ 5 วรรค 4 ??

อีกอย่าง ค่าปรับ 10% จะเป็นรายปีหรือรายวัน.. นอกจาก สปน.ตัดสินเองแล้ว ก็ยังไม่มีใครกล้าชี้ชัด.. แม้แต่"อัยการสูงสุด"เอง ที่รับเรื่องสั่งฟ้องบริษัทไอทีวี.. ยังต้องส่งเรื่อง"ค่าปรับ"กลับไปให้ สปน.พิจารณาให้ละเอียดอีกครั้ง..


ในทางปฎิบัติ ไม่มีใครสนใจอ่านข้ออื่นที่ไม่เสนอแก้ไขในสัญญาเก่าหรอกในที่ประชุม ครม. อาจมีคนผ่านตา แต่ไม่รู้ว่ามีการแก้ไขโดยไม่ผ่าน ครม.มาก่อน เรื่องนี้จึงนพเอามาอ้างไม่ได้หรอกครับ ไม่งั้นต่อไปมีคนเอาตาม ยัดไส้แก้สัญญากันยุ่งไปหมด แต่คนที่รับผิดชอบในยุคนั้นอาจถูกลงโทษ ที่หละหลวม ถ้าเป็นข้าราชการก็อาจโดนวินัย และอาจถูกฟ้องแพ่งได้ ค่าปรับที่จ่ายเงินล่าช้า ความเสียหายของผู้รับเงินชัดเจน ความได้กำไรของผู้จ่ายเงินช้าชัดเจน ใช้ดอกเบี้ยมาตรฐานอ้างอิงได้ จะบวกมากน้อยก็มีลิมิต บัตรเครดิตก็บวกมากหน่อย ภาษีหลวงก็บวกน้อยหน่อย....


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 2:07 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 5:03 pm



งานนี้ถ้าเป็นส่วนค่าสัมปทานพันล้าน จ่ายช้าค่าปรับก็นิดเดียว

แต่ปรับอย่างอื่นต่างกันมาก ถ้าเป็นเรื่องที่ผิดสัญญาแล้วคนผิดได้กำไรมหาศาล ก็ปรับได้มากมหาศาลเช่นกัน ผมจัดงานแฟร์ บอกพื้นที่นี้ให้ขายสินค้า ห้ามขายน้ำ เพราะบูธขายน้ำคนจัดจะขายเอากำไรเอง ถ้ามีคนผิดกฎผมจะปรับวันละห้าเท่าของค่าบูธตลอดงาน ก็เรื่องปกติ ซึ่งก็ไม่มีใครว่า ถ้าไม่คิดโกงแอบขายน้ำแต่แรก

หรือสัญญาปรับโหด เพราะต้องระวังเรื่องอะไรเป็นพิเศษก็มี รู้ไหมครับ รีสอร์ทที่หัวหินรายหนึ่ง ค่าก่อสร้างเป็นร้อยล้าน มีสัญญาปรับว่าจะไม่จ่ายค่าก่อสร้างสักสลึง ถ้ามะพร้าวคู่ที่มันโคนชิดกัน แต่ลำต้นเอียงแยกจากกันเป็นตัววี ต้นใดต้นหนึ่งตายระหว่างการก่อสร้าง

กรณีไอทีวี ค่าปรับแพง เพราะแหกสัญญาแล้วกำไรมหาศาล(ถ้าแหกเต็มร้อย) และผิดเจตนารมณ์หลักของทีวีเสรี

ไม่มีที่ใดเคยบอกว่าตีความตามหนังสือ แต่เมื่อพิจารณาสัญญาแล้วจะเห็นว่าที่เขาเขียนตั้งใจตีความเป็นวัน

"ปรับแพง" ถ้าตีความเป็นวัน ก็ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะจะไม่มีใครผิดสัญญา ถ้าไม่ตั้งใจผิดสัญญา ต่างจากดอกเบี้ย ก่อสร้าง ซึ่งอาจผิดสัญญาได้ด้วยข้อจำกัดต่างๆ แต่เคสนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในล้าน ถือว่าไม่มีใครคาดคิด
"ปรับถูก" ถ้าตีความเป็นปี จะตกวันละ ๒ แสน ๗ ซึ่งในข้อเท็จจริงไอทีวีขนาดผิดสัญญานิดเดียว ยังกำไรเพิ่มจากปกติราววันละ ๑ ล้าน สัญญาแบบนั้นของรัฐ เขาเรียกว่า " ค่าโง่ "
ข้อสัญญาหนึ่งที่ ครม.ชวน2 เห็นชอบให้แก้ไขคือ "สัญญาข้อ 6.1"

ซึ่งอยู่หน้าเดียวกัน และถัดจาก"สัญญาข้อ 5 วรรค 4"


การพิจารณาตามตัวหนังสือ จะมาอ้างว่าต่อไปจะมีคนอื่นนำมาอ้างก็ไม่ถูก มันขึ้นอยู่ในแต่ละคดี จากการคำนวณค่าปรับของ สปน. ผมไม่เห็นด้วยและเสียความรู้สึกอย่างแรง เพราะผมก็เคยทำงานเกี่ยวกับภาษี/ค่าปรับ หรือการเงิน/ดอกเบี้ยมานานไม่เคยเห็นหรือแม้แต่ได้ยินกรณีการคิดค่าปรับแบบนี้เลย

ถ้าสมมติว่า บริษัทไอทีวีฯ จะอ้างอิงคำตัดสินของศาลปกครองฯ.. เพื่อฟ้องร้อง สปน. ที่ไม่ได้ยื่นร่างสัญญาที่ปรังปรุงล่าสุด ส่งให้ ครม.เห็นชอบ ก่อนนำมาลงนามร่วมกัน.. "ซึ่งผิดขั้นตอน"ตามพรบ.ว่าด้วยการร่วมงานกับเอกชน เป็นผลให้ บริษัทไอทีวีฯ ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงในปัจจุบัน..

ก็ไม่แน่ใจว่า ใครจะต้องชดเชยความเสียหายหนักกว่ากัน.. ระหว่างไอทีวี กับ สปน.ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐฯ..

......พวกท่านทั้งหลาย กำลังหลงประเด็นกันหรือเปล่า ???

สาเหตุที่แท้จริงอันทำให้ITV ถูกปิด เพราะไม่จ่ายค่าสัมปทานและค่าปรับ
แต่ไม่ได้ปิดเพราะทำรายการข่าวไม่ดี หรือมีพนักงานจำนวนเท่าไร !!

ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องพูดถึงว่า เคยทำข่าวดีขนาดไหน หรือ มีพนักงานจำนวนกี่คนที่ต้องตกงาน ?

แต่ที่น่าเวทนา พนักงานไอทีวี ออยู่ตรงที่ว่า....


.....ณ ปัจจุบัน เขายังไม่รู้ว่า ใครเป็นคนทำให้วันนี้เกิดขึ้น และเขาเหล่านี้แหละที่จะถูกกลุ่มบุคคลที่ฉ้อฉลรัฐ ปลุกปั่น ปั้นกระแส ใช้เป็นเครื่องมือ แทนผงซักฟอก ให้กับคนเพียงคนเดียว ที่ต้องการเข้ามาเสวยอำนาจ และกอบโกยผลประโยชน์ของประเทศไทย ในอนาคตอันใกล้นี้.....อย่างแน่นอน แน่นอน !!!


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 2:08 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 5:04 pm



แล้วก็เป็นไปตามที่คาดไว้....เหล่าสาวก "พลังแม้ว" ต่างพร้อมเพรียงกันออกมาบิดเบือนข้อมูล แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างเป็น " ขบวนการ " ของกลุ่มคนดังกล่าว มิได้เป็นไปโดยปกติวิสัย อันวิญญูชนทั่วไปจะพึงมี และแสดงความคิดเห็นโดยปกติ...ดังภาพตัวอย่างกระทู้ ที่มีอยู่เป็นร้อย ๆ ในเวปพันทิพย์ และ เวปยอดนิยมทั้งหลาย ในขณะนี้... บ่งให้เห็นว่า มันเป็นหน้าที่ ซึ่งได้รับมอบหมาย ไม่ใช่ปกติธรรมดา.....


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 2:08 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ITTV จุดจบของ องค์กร(โกง) ???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 5:05 pm



ตัวอย่างสติกเกอร์ ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง กำลังแพร่กระจายไปทั่วโลกInternet ในขณะนี้

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ