เสียงจากคนข่าว-นาทีเลือด10เม.ย.

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เสียงจากคนข่าว-นาทีเลือด10เม.ย.

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Apr 19, 2010 3:13 pm

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7081 ข่าวสดรายวัน

เสียงจากคนข่าว-นาทีเลือด10เม.ย.

รายงานพิเศษ



เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่เวทีสะพานผ่านฟ้าฯเมื่อ 10 เม.ย. นำความสูญเสียครั้งใหญ่มาสู่ประเทศ มีผู้เสียชีวิต 25 ศพ บาดเจ็บอีกนับพัน

บรรยากาศและนาทีสูญเสียเกิดขึ้นอย่างไร ลองฟังจากนักข่าวภาคสนามที่อยู่ในที่เกิดเหตุ



วารุธ เหลาโชติ

ผู้สื่อข่าว"ไทยรัฐ"

เหตุการณ์ 10 เม.ย. รัฐบาลใช้กฎหมายสลายการชุมนุมที่เวทีผ่านฟ้า เวลาเกิดเหตุเกือบ 6 โมงเย็น ผมและเพื่อนๆ นักข่าวนั่งทำงานอยู่บริเวณหลังเวที สถานที่ทำงานของสื่อมวลชน

จู่ๆ มีเฮลิคอปเตอร์ ทหารบินมา 2-3 รอบ ตอนแรกทหารแค่โปรยใบปลิว แต่จากนั้นโยนแก๊สน้ำตาลงมา 3 ลูก จุดที่ตกอยู่ตรงหน้าเวทีพอดี บางลูกก็ตกที่คลองรอบกรุง

นักข่าวที่ทำงานกันอยู่ วิ่งหนีแก๊สน้ำตาอย่างโกลาหล หลายคนนำผ้าไปชุบน้ำมาปิดใบหน้าเพื่อป้องกัน

ผู้ชุมนุมก็ตกใจเหมือนกันดูได้จากสีหน้าของแต่ละคน แต่ถึงจะตกใจแค่ไหนก็ไม่ได้หนี แกนนำบนเวทียังคงปราศรัยปลุกเร้าอยู่ตลอดเวลา

กรณีมือที่ 3 ผมไม่เห็นเหตุการณ์ อยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุพอสมควร ได้ยินแค่เสียงปืน สถานการณ์ในวันนั้นทุกคนต้องใช้ไหวพริบหาวิธีเอาตัวรอดเพื่อรักษาชีวิต ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ถ้ารัฐบาลยังปล่อยให้เวลายืดเยื้อต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อทุกฝ่าย

สิ่งสำคัญและควรทำที่สุดตอนนี้คือหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียในทำนองนี้อีก

ด้วยการเจรจาโดยพบกันคนละครึ่งทาง



ชัยภัทร ธรรมวงษา

ผู้สื่อข่าว"แนวหน้า"

วันนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่หลังเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ การชุมนุมตลอดทั้งวันยังเป็นปกติ เพียงแต่พูดถึงการเข้าสลายการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ทำให้อารมณ์ของผู้ชุมนุมในวันนั้นฮึกเหิมเป็นพิเศษ

สถานการณ์มาตึงเครียดเมื่อมีทหารเริ่มเข้ามาในพื้นที่ ไล่ตั้งแต่สะพานมัฆวานฯ แยกคอกวัว โรงเรียนสตรีวิทยา คนเสื้อแดงเมื่อรู้ข่าวก็รวบรวมพลกระจายกำลังกันไปตามจุดต่างๆ ที่ทหารจะเข้ามาเพื่อรักษาที่มั่นไว้ กดดันทหารให้เข้าถึงเวทีได้ช้าลง

เหตุการณ์วันนั้นไม่ต่างอะไรกับหนังแนวแอ๊กชั่น ทหารใช้ฮ.บินดูบริเวณรอบๆ การชุมนุม ก่อนใช้แก๊สน้ำตาโปรยลงมายังกลุ่มผู้ชุมนุมจนต้องรีบหาผ้ามาปิดปากปิดจมูก ไม่เว้นแม้กระทั่งเวทีปราศรัยเพื่อเป็นการให้ออกจากพื้นที่

บรรดาแกนนำและนักข่าวที่อยู่ด้านหลังเวที ต่างวิ่งหลบไปบริเวณทางที่จะไปภูเขาทอง

ผู้ชุมนุมก็ไม่ยอมแพ้ ปล่อยโคมลอยขึ้นฟ้าเพื่อรบกวนการบินของเฮลิคอปเตอร์ หากโคมไปถูกใบพัดหรือทำให้เครื่อง ขัดข้อง คงไม่พ้นการสูญเสียแน่นอน

บนเวทีประกาศให้อาสาสมัครออกไปช่วยคนเสื้อแดงด้วยกัน ผู้ที่ออกไปล้วนไม่กลัวว่าตัวเองจะได้รับอันตราย

วันนั้นทั้งวันแกนนำพูดปลุกเร้าผู้ชุมนุมตลอดว่าจะมีการสลายการชุมนุม ทำให้อารมณ์ของผู้ชุมนุมหวาดระแวงและระวังตัวตลอดเวลา ถือเป็นวิธีที่ใช้กันในการชุมนุมทุกครั้ง

แต่อารมณ์คนเสื้อแดงเริ่มแรงขึ้นเมื่อทหารเข้ามาประชิด บางส่วนโกรธแค้น เมื่อรู้ว่ามีคนเสื้อแดงบาดเจ็บ บางส่วนถึงกับขัดขวางไม่ให้ทหารนำทหารที่ได้รับบาดเจ็บไปปฐมพยา บาล ถึงกับใช้ขวดน้ำขว้างใส่ บางคนใช้ไม้ตีก็มี

ไม่นานก็มีการแถลงข่าวจากรัฐบาล คนเสื้อแดงปิดทีวีหนีเลย ไม่ดู เพราะทหารทำร้ายประชาชน

ประเมินสถานการณ์แต่แรกแล้วว่าวันนั้นต้องปะทะกันแน่นอนเพราะทหารรุกเข้ามาเรื่อยๆ แต่ความเป็นนักข่าวภาคสนามต้องไปเห็นเหตุการณ์ยังจุดเกิดเหตุ แต่อีกใจก็กลัวว่าจะได้รับอันตราย ประกอบกับโรงพิมพ์โทร.มาบอกว่า ถ้าเห็นว่าอันตรายก็ไม่ต้องเข้าไป ให้หลบไปก่อน

ผมจึงตัดสินใจเดินไปดูเหตุการณ์กับเพื่อนนักข่าวฉบับหนึ่ง ต่อมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นแล้วมีเสียงระเบิดจนต้องหลบเข้าภายในซอยย่านถนนราชดำเนิน

การสูญเสียชีวิตทั้งทหารและประชาชน เพราะมีมือที่สามที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ภาพที่ออกตามสื่อมีชายชุดดำสวมหมวกอำพรางเข้ามาก่อกวนยิงทหาร จุดนี้ผู้ชุมนุมต้องทำความเข้า ใจด้วยว่าไม่ได้มีแค่ทหารกับคนเสื้อแดง

มีการตั้งข้อสังเกตว่าชายชุดดำอาจได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ ซึ่งไม่ใช่การ์ดนปช.

ผมมองไม่ออกว่ามันจะจบอย่างไร การชุมนุมคงยืดเยื้อต่อไป ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะใช้กฎหมายอย่างไร จะรอให้ผู้ชุมนุมสลายไปเองคงไม่ได้ ที่สำคัญไม่ต้องการเห็นคนไทยเสียชีวิตอีก

ดีที่สุดคือยึดแนวสันติ ถอยคนละก้าว รัฐบาลลดกรอบเวลายุบสภาลง ส่วนม็อบก็ต้องยอมรับ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เสียงจากคนข่าว-นาทีเลือด10เม.ย.

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Apr 19, 2010 3:13 pm

จตุรงค์ ปทุมานนท์

ผู้สื่อข่าว"มติชน"

วันนั้นทำงานอยู่ด้านหลังเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ บนเวทีแกนนำบอกผู้ชุมนุมตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วว่าทหารจะเข้ามาสลายการชุมนุม กำลังเคลื่อนเข้ามา

ก่อนหน้านี้แกนนำที่รับผิดชอบเวทีกระตุ้นผู้ชุมนุมตลอดเวลา คิดว่าผู้ชุมนุมคงไม่กลัว สถานการณ์นั้นอารมณ์ของผู้ชุมนุมย่อมต้องร้อนขึ้นเป็นธรรมดา

จากนั้นผมออกไปติดตามสถานการณ์ที่สะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบ แม้รู้ว่าเสี่ยงอันตรายจากการปะทะ แต่พออุ่นใจบ้างเมื่อมีหมวกกันน็อกและผ้าปิดจมูก โรงพิมพ์ก็บอกว่าหากมีเหตุการณ์รุนแรงให้หนีออกมาก่อน ให้ระมัดระวังตัว

ที่ผ่านมากลุ่มเสื้อแดงและทหารพยายามไม่ใช้กำลัง เพราะรู้ดีว่าใครรุนแรงก่อนย่อมเสียเปรียบ แต่เมื่อมีการเข้าสลายการชุมนุม ย่อมหนีการปะทะไปไม่ได้

ทหารพยายามใช้วิธีสลายตามหลักขั้นตอน แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก ทหารจึงต้องใช้แก๊สน้ำตาและปืนกระสุนยาง

ไม่แปลกใจที่เห็นเสื้อแดงระดมพลจากผ่านฟ้า หรือแม้แต่ราชประสงค์ให้เดินทางไปช่วยเสื้อแดงด้วยกัน เพราะหากมีคนมากกว่า มันคือความได้เปรียบ ยากที่ทหารจะเข้ามายึดพื้นที่คืนได้

ผลจากการเข้าสลายการชุมนุมทำให้มีคนเสียชีวิต รัฐบาลหนีความรับผิดชอบไม่ได้ แต่อย่าลืมว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาร่วมด้วย รัฐบาลพยายามชี้แจงผ่านสื่อว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำเข้ามายิงทหารและประชาชน ซึ่งเป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำ ให้สังคมเห็นว่าทหารไม่ได้ยิงประชาชน

เสื้อแดงต้องยอมรับตรงนี้ด้วย เพราะเคยมีแกนนำคนหนึ่งประกาศว่าจะมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาช่วยเหลือเสื้อแดง แต่จะเป็นแดงเทียมหรือไม่ กลุ่มเสื้อแดงต้องพิสูจน์ให้สังคม รับรู้

สุดท้ายเหตุการณ์การชุมนุมครั้งนี้ต้องจบลง แต่จะช้าหรือเร็ว ตอบไม่ได้

ในฐานะนักข่าวไม่อยากให้ใช้กำลังเข้าหักหาญกัน ไม่ต้อง การเห็นการสูญเสียอีก อยากให้ทุกอย่างกลับเป็นปกติ บ้านเมืองสงบสุข ฉะนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือการเจรจา เราคนไทยด้วยกันพูดกันได้ เพียงแต่ต้องยอมถอยกันคนละก้าวหรือพบกันครึ่งทาง

กรอบการยุบสภาคงต้องปรับให้สั้นลงเหลือ 6 เดือนอย่างที่หลายฝ่ายเสนอ แต่คนเสื้อแดงต้องยอมรับด้วย



ธงศึก คำพะอุ

ผู้สื่อข่าว"ข่าวสด"

ได้รับมอบหมายให้ทำข่าวการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. ที่ตั้งเวทีปราศรัยกลางอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

เบื้องต้นรูปแบบการชุมนุมเองยังเป็นไปอย่างสงบ กระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยึดสี่แยกราชประสงค์ และอยู่ปักหลักต่อเนื่องยาวนาน ท่าทีของรัฐบาลต่อกลุ่มผู้ชุมนุมก็เข้มข้นขึ้น

วันที่ 10 เม.ย. ผมประจำการอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มมีข่าวการสลายการชุมนุมขึ้นมาหนาหู แกนนำทุกคนขึ้นปลุกเร้ามวลชน แจกเอียร์ปลั๊กรองรับการใช้คลื่นความถี่สูง ผ้าปิดจมูก ผ้าขนหนู น้ำดื่ม หากใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม

ผู้สื่อข่าวก็เตรียมหาหมวกกันน็อกไว้เผื่อเกิดเหตุชุลมุนจะได้ป้องกันตัวทัน

ระหว่างบรรยากาศที่ราชประสงค์ถูกปลุกเร้าสูงสุด มีข่าวว่าบริเวณกองทัพภาคที่ 1 เกิดการเผชิญหน้าระหว่างคนเสื้อแดงและทหาร กลุ่มผู้ชุมนุมปิดประตูไม่ให้ทหารออกมาเพราะกลัวจะมาสลายผู้ชุมนุมที่ผ่านฟ้าฯ

ประมาณ 18.00 น. ทั้งแกนนำและผู้สื่อข่าวเริ่มผ่อนคลาย เชื่อว่าเจ้าหน้าที่คงหยุดปฏิบัติการไว้แค่นี้ ผมยังคุยกับแกนนำเสื้อแดงคนหนึ่งหลังเวทีราชประสงค์ เขามีท่าทีผ่อนคลาย คิดว่าเหตุการณ์คืนนี้ไม่น่ามีอะไร

แต่หลัง 18.00 น. เจ้าหน้าที่เคลื่อน ขบวนมาทางสะพานวันชาติ ทางโรงเรียน สตรีวิทยา โยนแก๊สน้ำตาลงมาจากเฮลิ คอปเตอร์ ทำให้ต้องประเมินสถานการณ์ใหม่

เหตุการณ์สับสนอลหม่านแก๊สน้ำตาคละคลุ้งไปหมด เสียงพลุ ประทัดที่กลุ่มผู้ชุมนุมจุดขึ้นฟ้าเพื่อไล่ฮ. ขณะที่บนเวทีเริ่มประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่สี่แยกคอกวัว

ผู้สื่อข่าวต้องประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตจริงหรือไม่ และหากจริงเป็นฝีมือของใคร

ขณะนั้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เดินทางมาจากสี่แยกราชประสงค์ มาถึงผ่านฟ้าฯ ก็ขึ้นเวทีประกาศมีผู้เสียชีวิตทันที ก่อนเรียกแกนนำมาหารือหลังเวที

จากนั้นขึ้นเวทีประกาศอีกครั้งขอให้ทหารหยุดยิงและถอนกำลังออกไป หากได้รับการตอบรับก็พร้อมให้คนเสื้อแดงถอนออกจากสี่แยกคอกวัว มาชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯ ซึ่งก็น่ายินดีที่ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดี

จนเหตุการณ์เริ่มสงบเวลา 21.30 น.

บนเวทีประกาศอย่างต่อเนื่องว่ามีคนเสื้อแดงเสียชีวิต ให้ไปเอาศพกลับมาเพราะกลัวถูกทำลายซ่อนเร้น บรรยากาศตอนนั้นยังสับสนเหมือนเดิมว่ามีคนตายจริงหรือไม่

กระทั่งมีการแห่ศพ 2 ศพกลับมาวางไว้บนเวทีผ่านฟ้าฯ มีการยืนยันชื่อบุคคลที่เสียชีวิต จึงรู้ว่ามีการฆ่ากันกลางกรุง ช่วงดึกยังทราบว่านอกจากประชาชนที่เสียชีวิตแล้ว มีทหารอีกจำนวนหนึ่งต้องตายในการปฏิบัติการครั้งนี้

สาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องหาข้อเท็จจริงต่อไป แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อมากที่สุดคือเมื่อเวลาค่ำ ทัศนวิสัยไม่ดี ระหว่างการชุมนุมก็มีเหตุระเบิดอยู่ตลอดเวลา เห็นอยู่แล้วว่ามีความพยายามก่อความวุ่นวาย

แต่กลับมีคนสั่งการให้ทำจนได้ กระทั่งเกิดความสูญเสียทั้งพลเรือนและทหาร

เมื่อนปช.สละพื้นที่ผ่านฟ้าฯมารวมตัวที่แยกราชประสงค์ หากปล่อยไว้นาน รัฐบาลต้องเจอกระแสของผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่ต้องออกมากดดันรัฐบาล

เป็นห่วงว่าจะกลายเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลตัดสินใจดำเนินการในลักษณะที่เด็ดขาดมากขึ้น ก่อให้เกิดความสูญเสียมากขึ้น เห็นได้จากการประโคมโหมข่าวเรื่องผู้ก่อการร้ายที่อยู่ภายในพื้นที่ชุมนุมคนเสื้อแดง

หากยังดึงดันกันเช่นนี้ เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลสีอื่นๆ ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะเผชิญหน้ากัน อาจนำไปสู่สงครามกลาง เมือง

20 กว่าศพจากเหตุการณ์ 10 เม.ย. เป็นการสูญเสียที่มากเกินไปแล้วในการต่อสู้ทางการเมือง

หน้า 3

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ