พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sun Oct 12, 2008 6:15 pm

สื่อมวลชนต่างประเทศ สำนักข่าว AP


สื่อมวลชน ประเทศไทย
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sun Oct 12, 2008 7:29 pm




ไอ้พวก จปร.มึงฟังพระเทพพูดแล้วใช่ไหมท่านคือคนในครอบครัวเสียงชัดเจน
ทหารวันนี้มันทหารในสมเด็จเปรม ไม่ใช่ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ถ้าพวกมึงเกือบ ๓๐ รุ่น ที่พระอาจารย์ (พระเทพฯ)สอน ยังฟังไม่เรื่อง มึงลาออกจากกองทัพไปอยู่กับควายไป
ส่วนไอ้พวก จปร.ที่ออกจากราชการ เสือกเล่นเว็บเป็นเข้ากระทู้พี่แดง ไอ้ทรงกรด รุ่น 26 มันไปอยู่ฟั่งพันธมิตร
มึงรีบลาเมียมาช่วยอาจารย์พี่แดงมึง เพราะเสียงกูหมดแล้ว หลอดลมไม่แข็งเหมือนตอนเป็นผู้ฝึกเมื่ออายุ 20 กว่า
นี่ยังไม่จบหลักสูตร ต้องพาไปขี่ม้า เพราะทหารพระเจ้าตากต้องขี่ม้าเป็น ใช้ปืนจริงเป็น วางระเบิดเป็น ยังอีกเยอะแยะ จึงจะออกรบได้ ซึ่งกองทัพพระเจ้าตากไม่ใช่กองทัพในสมเด็จเปรม

พวกมึงอ่านหลายๆรอบไอ้พวก จปร. ปริ๊นส์ไปอ่านใน บก.ทบ.เช้าวันจันทร์พรุ่งนี้ ถ้ายังอ่านไม่รู้เรื่อง แค่อ่านก็ตกใจ

ชาติไทยถึงกาล " สิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน "

จปร.ยังไม่รับรู้ จะให้หมาที่ไหนมาสู้กับ เจ็กกบฎลูกชาวบ้านอพยบตามกองพล 93 มาอยู่ประเทศไทยเมื่อปี 2492 ซื่งไอ้เจ็กกบฎมันเกิดปี 2490 อย่างไร แม่ง..ก็เกิดเมืองจีน

...ไม่น่าเชื่อว่าคนไทยเป็นควายได้ปานนี้ กรุงศรีอยุธยาถึงแตก ?

เจ้าของกระทู้คุณ อาแดง เขียนเมื่อ 12/10/2551 เวลา 16:43:37
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  ชั on Fri Oct 17, 2008 4:07 am

คนที่รู้ความจริง แต่บิดเบือนไม่ยอมรับความจริงมันยิ่งกว่าควายนะไอ้แดง

วันนี้คนทั่วโลกเขาเข้าใจว่าพระเทพตรัสอย่างไร นักข่าวถามอย่างไร แต่สื่อมวลชนทาสไอ้เหลี่ยมมันบิดเบือนโกหกประชาชนอย่างไร
วันนี้ถูกแฉหมดแล้ว

ชั
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  d on Fri Oct 17, 2008 2:11 pm

สำนักข่าวมันบิดเบือนครับ อาแดง

ความจริง สมเด็จพระเทพฯ คือผู้ที่ส่งหน่วยสภากาชาด เข้าช่วยเหลือ พันธมิตร เค้าออกข่าวตูมๆ ข่าวทีวี ช่องสาม ห้า เจ็ด tnn ก็ออก หนังสือพิมพ์ บางฉบับ ก็ลงข่าว และตอนนี้ พันธมิตรได้กลายเป็นกลุ่มคนที่รักชาติรักสถาบันไปแล้ว

d
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  Stone Heart on Fri Oct 17, 2008 5:06 pm

d พิมพ์ว่า:สำนักข่าวมันบิดเบือนครับ อาแดง

ความจริง สมเด็จพระเทพฯ คือผู้ที่ส่งหน่วยสภากาชาด เข้าช่วยเหลือ พันธมิตร เค้าออกข่าวตูมๆ ข่าวทีวี ช่องสาม ห้า เจ็ด tnn ก็ออก หนังสือพิมพ์ บางฉบับ ก็ลงข่าว และตอนนี้ พันธมิตรได้กลายเป็นกลุ่มคนที่รักชาติรักสถาบันไปแล้ว

หน่วยสภากาชาด เค้ามีหน้าที่รักษาทุกคน แต่เท่าที่คุณรู้เรื่อง สมเด็จพระเทพฯ ก็แค่ที่เขาให้รับรู้

แต่ที่ไม่รู้ก็มีไม่ใช่เหรอ

555

Stone Heart

จำนวนข้อความ : 5
Registration date : 13/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue May 18, 2010 10:05 pm

โลกของเสธ.แดง พล.ต. ดร.ขัตติยะ สวัสดิผล : อย่าต่อปริญญาเอกราม โดยเด็ดขาด

http://www.oknation.net/blog/saedang/2008/03/21/entry-3

อย่าต่อปริญญาเอกราม โดยเด็ดขาด
เรื่องนี้มีสาระสำหรับผู้ไฝ่หาความรู้
จนต้องเป็นหนี้เป็นสินเหมือนนักศึกษารามคำแหงหลักสูตรปริญญาเอกทั้ง ๗ รุ่น

รุ่นละ ๒๐๐ คน ปัจจุบันมีจบที่จำได้แค่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รุ่น ๑ ที่เหลือลาออกเงินสูญเยอะแยะ

เมื่อผมจบโทนิด้า ผมก็เรียนตรีเพิ่มแบบตอนจบครุศาสตร์จุฬาอีก ๒ สาขา คือตรีกฎหมายที่ศรีปทุม
ซึ่งเขาจ้างผู้พิพากษาเก่งๆมาสอน และตรีเศรษฐศาสตร์ที่รามฯ เพื่อรู้พื้นฐานเศรษฐศาสตร์
ทุกคนมีความรู้สึกเหมือนกันโดยเฉพาะข้าราชการเมื่อจบโท อยากมีปริญญาเอก ใฝ่หาความร
ผมถูกห้ามโดยอจ.สวนสุนันทา ว่าเขาเรียนรุ่น ๑ เรียนไม่จบหรอก ยังต้องออกเลย ค่าเทอม แพงมาก
ปีละเกือบ ๒ แสน เรียนอีก ๗ ปีก็ไม่จบ เพราะนัดเจออาจารย์ ๗ ครั้ง หลังจบข้อเขียนปีแรก
เมื่อทำวิจัย ต้องหา อจ. ๕ คนผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา มาเจอกันสอบป้องกัน ทำไงก็ไม่พร้อม
ผมก็เริ่มเรียนรุ่น ๔ เข้าปี ๒๕๔๗ หลังพี่เหลิมซึ่งรุ่น ๑ เข้าปี ๒๕๔๔ ก็ไปเรียน ๒ เทอมจนจบ
เจอไป ๒ แสนพอดี จากนั้นเริ่มแยกย้ายทำวิจัย ต้องเสียค่าเทอมอีกคนละ ๘ หมื่น ปีละ ๒ เทอม
ไม่คิดอยางอื่น ดูกฎเกรณ์แล้ว ไม่มีอนาคต เป็นไปไม่ได้ที่จะจบ ต้องลากอจ.มาให้ได้แบบพี่เหลิมจนครบ
ยังต้อง ๖ ปี กว่าจะจบ ถ้าไม่เรียนรักษาสภาพ เทอมละ ๑ หมื่น ไม่รักษาจ่ายไปเรื่อยๆ เทอมละ ๘ หมื่น
ปีละ ๒ เทอม อีก ๕ ปีถึงวันนี้ รวมเงิน ๑ ล้าน ข้าราชการเป็นหนีสิน กู้มาเรียนกันทั้งนั้น ร้องกระจองอแง
ผมจบโรงเรียนเสนาธิการ เรียนไป ๒ เทอม ลุกขึ้นตะโกนในห้อง ผมไปก่อนแล้ว...อีก ๑๐ ปีก็ไม่จบ
เรียนแบบนี้ ถูกฟันค่าเทอมตาย ทำอย่างไร อจ. ๕ คน ผู้ใหญ่นัดอย่างไรก็ไม่ครบ หาทางไปเรียนต่างประเทศ
เป็นเทอม แล้วทำวิจัย ไปส่งดีกว่า
รุ่นผมเรียนที่รามฯปี ๒๕๔๗ จบ ๒ เทอม ผมลาออกต้นปี ๒๕๔๘
เสาะหาที่เรียนจนได้ที่ UNP เรียนระบบไอ้กัน เพราะฟิลิปปินส์ เมืองขึ้นสเปน ๔๐๐ ปี ไอ้กัน ๕๐ ป
มาตราฐานสูง มหาวิทยาลัยของรัฐ เจอตอน อจ.เดินทางมาสอบนักศึกษาเมืองไทย ก.พ.รับรองด้วย
มีคนไทยจบเยอะมาก พวกรามฯรุ่น ๑-๔ หลายคนย้ายมา กรุ๊ปผม ก็มี ๒ คน
ผมเริ่มเรียนต้นปี ๒๕๔๙
เรียน ๔ เทอม จบปลายปี ๒๕๕๐ ตามเวลา ไปครั้งละ ๑๐ กว่าวัน ที่เหลือกลับมาทำวิจัยที่เมืองไทย
ผมไปสอบ DEFENCE ต้นปี ๒๕๕๑ เรียบร้อย รับปริญญาวันที่ ๑๒ มีนาคม สรุปใช้เวลาเรียนแค่ ๒ ปี เต็มจบ
ใช้เงินแค่เทอมละ ๒ หมื่น ๕ รวมค่าโรงแรม ค่ากิน ค่ารถ ตก ๕ หมื่น แค่ ๒ แสนจบ ดีเฟ้นส์ปกติอจ.
มาสอบเมืองไทย แต่กลัวปฎิวัติ ครั้งที่ ๕ กรุ๊ปผมเลยต้องไปฟิลิปปินส์เอง
รุ่น ๔ ราม ปริญญาเอกวันนี้
หมดไปอีกคนละเกือบ ๖ แสน ยังไม่มีใครจบสักคน และก็ไม่จบ เพราะรุ่น ๑ ยังไม่จบ ข้าราชการเป็นหนี้บาน
น่าสงสารอยากมีความรู้ เจตนาด
เอามาจากระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
เนื่องจากรัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าไปศึกษาในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ได
้เฉพาะในระดับอุดมศึกษาในที่นี้จึงขอกล่าวถึงสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น
มหาวิทยาลัย
ในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์มีทั้งสิ้น 1,043 แห่ง แต่ปัจจุบันกรมตรวจคนเข้าเมืองของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์
อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนได้เพียง 254 แห่ง (รายชื่อของสถานศึกษา 254 แห่งนี้ ขอดูได้ที่
กลุ่มบริการแนะแนวการศึกษา) มหาวิทยาลัยของสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ แบ่งเป็น 2 ประเภท มหาวิทยาลัย
ของรัฐบาล มีประมาณ 100 กว่าแห่ง แต่กรมตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนได้ 90 แห่ง
นักเรียนไทยที่มิใช่ข้าราชการมีสิทธิ์ไปศึกษาได้ทั้ง 90 แห่ง สำหรับข้าราชการที่ประสงค์จะลาไปศึกษาต่อ
ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ก.พ.อนุญาตให้ไปศึกษาได้เฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ ดังต่อไปนี้เท่านั้น

University of the Philippines ทุกสาขา (ทุก Campus) ซึ่งมี 7 สาขา คือ Baguic, Cebu Diliman,
Los Banos, Manila, San Fermando และ Visayas Technological University of the Philippines
มี 4 Campus คือ Cavite, Negros occidental, Taguig และ Manila Bicol University
(ยกเว้นวิชารัฐประศาสนศาสตร์), Legaspi City University of Northern Philippines, llocos Sur
Central Luzon State University, Nueva Ecija University of Eastern Philippines, Northern Samar
มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เป็นของ เอกชนซึ่งมีประมาณ 87%
(900 กว่าแห่ง) แต่กรมตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนได้เพียง 164 แห่งเท่านั้น
ปีการศึกษา / ภาคการศึกษา สถานศึกษาส่วนใหญ่มีปีการศึกษาเป็นระบบ Semester แต่บางแห่งเป็นระบบ
Trimester จะต้องเป็นการรับเข้าศึกษาเฉพาะในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น ผู้ที่สมัครเข้าศึกษาในระดับ
ปริญญาโท-เอก ในบางสถานศึกษาจะต้องมีผลการสอบ TOEFL ด้วยเช่น University of the Philippines (U.P.)

ผู้ที่สำเร็จปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์แล้วสมัครเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส
จะต้องสอบผ่าน NMAT (National Medical Admission Test) มีสถานศึกษาตอบรับภายในจำนวนโควตาและ
ตามกฎเกณฑ์ที่ทางรัฐบาลกำหนด (ในปัจจุบันรับนักศึกษาต่างชาติได้ไม่เกิน 10% ของจำนวนนักเรียน
ชาวฟิลิปปินส์ในแต่ละสถานศึกษา)
ที่มท. ๑ จบ เพราะเขาสามารถ ทำอาจารย์ ๕ คนมาเจอกันได้ ๗ ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue May 18, 2010 11:06 pm

ชีพนี้ พลีเพื่อชาติ
*ถึงเวลาชำระ ตำราพิชัยสงคราม*
*ศาสตร์การทหารในปัจจุบัน เป็นศาสตร์เฉพาะสำหรับนักรบ ทหารและผู้ถืออาวุธทุกคน
ไม่เลือกว่าเป็นโจร เป็นรัฐ เป็นอะไรก็แล้วแต่เมื่อถืออาวุธอยู่ในมือและอาวุธที่ถือนั้น
สามารถฆ่าหรือกำจัดศัตรู ของตนได้ อาวุธที่ถืออยู่นั้นหากไม่มีจุดมุ่งหมายในการถือ
ถือเพื่ออะไร ถือเพื่อใคร อาวุธที่ถือนั่นก็จะไม่มีค่าอะไร เมื่อถืออาวุธก็ต้องมีการใช้
มีการฝึก มีหลักมีเป็าหมาย ตำราพิชัยสงครามคือแบบแผน ของศาสตร์นี้มาแต่โบราณ
สะสมเป็นวิทยาการมานานนนมเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และพัฒนาต่ออาวุธที่ถือนั้น
ตามหลักพิชัยสงครามทุกชาติทุกภาษา มิได้จำกัดว่าต้องเป็นปืนผาหน้าไม้หอกดาบ
แต่รวมไปถึง แผน วิธีการ กลเม็ดเคล็ดลับ การข่าว จิตวิทยา สาร ฯลฯ ทุกสิ่งที่
ตำราพิชัยสงครามกล่าวถึง สามารถเอามาใช้ฆ่า ทำลาย กำจัด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
ที่หวังได้ทั้งนั้น*

**ตำราทางการทหาร วิชาทางการทหาร อาจกล่าวได้ว่าเป็นพิชัยสงครามสาขาหนึ่ง
ที่ผู้เรียนรู้จะใช้วิชานี้ดำรงตนในฐานะทหารแห่งกองทัพในกองทัพไทยวิชาการทางทหารนั้น
เรามีแบบแผนแบบธรรมเนียมในการปฎิบัติเลียนแบบชาติตะวันตก หยั่งรากฝังลึกมานาน
ตั้งแต่กองทัพไทยปฎิรูปการทหารเพื่อให้เกิดความทันสมัยตามหลักสากล เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า
ศาสตร์ทางการทหารแบบตะวันตกเป็นจุดเปลี่ยนให้กองทัพไทยในปัจจุบันมีภาพอย่างที่เห็น
เราเรียน เรารู้ เราอยากเป็นทุกอย่างที่ตะวันตกเป็น เราคิด เราทำ เราดำเนินการทุกอย่าง
ตามแบบตะวันตก จนเราเกือบลืมว่าเราเป็นไทย เราเป็นสายพันธุ์พิเศษที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก
สายพันธุ์ที่เป็นนักรบมาแต่สายเลือดโดยกำเนิด เรามีความเป็นเลิศในการต่อสู้ทุกรูปแบบ
ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นเพียงชาติเดียวในแถบนี้รึที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นมหาอำนาจชนทุกชาต
ในแถบนี้เคยตกอยู่ใต้อาณัติชาติเรามาแล้ว ทั้งสิ้นประวัติศาสตร์ของคนพันธุ์ไทยกว่าพันปี
บ่งบอกให้เรารู้ถึงการต่อสู้อันยาวนาน เราไม่เคยไม่สู้ เราไม่เคยยอมเป็นทาสใครโดยไม่คิด
ปลดแอก เราไม่เคยกลัวชนชาติไหน เรามีแบบแผน มีเอกลักษณ์ มีมันสมอง มีความคิด
ในศาสตร์การทหารมิได้ด้อยไปกว่าพวกอารยันทั้งหลายในโลก การคงอยู่ของแผ่นดินไทย
จากอดีตสู่ปัจจุบันเป็นหลักฐานบ่งบอกความจริงใน เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี **

***ตำราพิชัยสงคราม หากมองในแง่จุลภาค มันก็คือตำราการดำรงตนในโลกนี้ของมนุษย์
สาขาหนึ่ง คนคนหนึ่งเกิดมามีชีวิตอาศัยอยู่ในโลกเน่าๆใบนี้ คนคนหนึ่งต้องต่อสู้กับการดำรงชีวิต
ในทุกรูปแบบ การมีแบบแผนและเป้าหมายในการใช้ชีวิต ถือเป็นพิชัยสงครามส่วนบุคคล
การเอาชนะผู้อื่นเพื่อการดำรงชีพ เราต้องคิด ต้องวาง แผน ต้องปฎิบัติ ใครฝึกมาดี
ทำตามแผนของชีวิตที่วางไว้ได้ดี ปฎิบัติตัวได้ตามที่คิด ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีชัยในสงคราม
การดำเนินชีวิต ส่งผลให้เป็นผู้นำในบ้านในสังคม ในเมือง ในอาชีพ และใประเทศ นี่คือ
พิชัยสงครามในแง่ของจุลภาค แต่หากมองในแง่ของมหภาคพิชัยสงครามคือ
แบบแผนอันยิ่งใหญ่ที่น้อยคนนักจะประสบความสำเร็จในแบบแผนที่ตัวเองวางไว้
ทำจากเล็กไปใหญ่ เป็นประโยคสั้นๆที่พิชัยสงครามทั่วโลกให้แบบแผนไว้
มีมนุษย์ชนชั้นปกครองกี่คนกันที่จะประสบผลตามแบบแผนที่พิชัยสงครามวางหลักไว้
ผู้ที่ดำรงตนในการดำเนินชีวิตตามแบบแผนพิชัยสงครามตั้งแต่ตัวอักษรแรกในเบื้องต้น
ไปจนถึงตัวอักษรตัวสุดท้ายในพิชัยสงครามทั้งสองภาคเท่านั้นที่จะกลับกลายมาเป็น
ผู้ปกครองและมีอำนาจในสังคม ในประเทศ ในโลกในท้ายที่สุดได้**

***กองทัพไทยดำเนินรอยตามกองทัพตะวันตกมานานทุกวันนี้ การเรียน การฝึก กฎระเบียบ
แบบแผน ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ แนวคิด เราภูมิใจนักหนาว่าเป็นสากลและทันสมัยกว่าทุกชาติ
รอบๆบ้าน ไม่น่าเชื่อว่าด้วยหลักสูตรของตะวันตกเพียงหลักสูตรเดียว จะสามารถทำให้
กองทัพไทยเป็นไปได้อย่างทุกวันนี้ หลักในการสงครามของตะวันตกในยุคปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่
เทคโยโลยี ซึ่งก็ถูกต้องที่เราจะดำเนินรอยตาม แต่หลักของการบริหารจัดการกองทัพนั้น
มันจำเป็นด้วยหรือที่เราต้องเดินตามก้นเขา หลักในการยุทธแบบสมัยใหม่เราเรียนรู้ไว้
ไม่เสียหาย แต่ทุกอย่างก็ไม่ใช่ว่าจะเหมาะ กับกองทัพไทยไปเสียทั้งหมดยุทธศาสตร์ของกองทัพ
แต่ละชาติมีสภาพทางกายภาพไม่เหมือนกัน แต่กองทัพไทยก็ลอกเขามาทั้งดุ้น การเรียน
การฝึกการสอน กองทัพก็มุ่งสู่ความเป็นสากลโดยลืมนึกถึงหลักความเป็นจริงที่ว่า
เราเป็นชาติเล็ก กายภาพบ้านเราไม่เหมือนตะวันตก นิสัยของคนไทยเป็นอย่างไร
แบบธรรมเนียมทหารที่ใช้อยู่แบบตะวันตกมันเหมาะกับนิสัยคนไทยหรือไม่ ตะวันตกเขาใช้อยู่
ก็ดูดีเพราะเขาไม่ยึดถือเรื่องเกิดก่อนเกิดหลัง แต่คนไทยยึดถือแนวอาบน้ำร้อนมาก่อน
เอามาใช้ก็รังแต่จะทำให้เกิดความห่างเหินและแบ่งแยกเวลาออกสนามรบไม่เห็นจะมีใคร
ถือหลักถือ สถาบัน เพราะทุกคนรู้ว่าในสนามรบนั้นทุกคนโดนลูกปืนก็ตายเหมือนกันหมด
ไม่มีแบ่งแยกว่า จปร.โดนยิงแล้วไม่ตาย นายร้อยพิเศษโดนยิงแล้วตาย นายร้อยเมืองนอก
โดนยิงแล้วไม่เข้า อะไรประมาณนี้ ***

****แบบทุกแบบ ศาสตร์ทุกศาสตร์ ตำราทุกตำรา ล้วนมีข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวของมันเอง
หากเราจะกรองเอาแต่ข้อดีเลือกเอาแต่ที่ดีๆที่เหมาะมาใช้นั้น ก็จะดีไม่น้อย การลอกเลียนแบบ
มาทั้งเล่มเราก็จะได้ผลของมันออกมาทั้งดีและเสียซึ่งแบบนี้ ชาติไหนใครเขาก็ทำได้
แต่หากผู้นำทัพที่มีความคิดเขาจะไม่ทำกัน นั่นจึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไมกองทัพไทยจึงโตแต่หัว
และไม่สมดุลย์ในทุกระดับชั้น ตามหลักการจัดกองทัพที่ดีตามพิชัยสงครามนั้น
การบำเหน็จความชอบของทหารนั้นต้องดูที่ผลงานไม่ใช่ดูที่การศึกษาหรือคุณวุฒิหรืออายุ
เหตุผลนี้เองเป็นคำตอบที่ว่าทำไมกองทัพไทยจึงมีนายพลมากที่สุดในโลก
เพราะเราดูกัน แต่อายุ รุ่น คุณวุฒิ การศึกษา ซึ่งความจริงในข้อนี้คือ การเรียน การฝึก
ใครๆก็เรียน ก็ฝึกได้ หากให้โอกาสเขา แต่คนที่จะเอาที่เรียนทีฝึกมาใช้ได้อย่างเกิดผลนั้น
จะมีสักกี่คน ทีไอ้ข้อดีแบบตะวันตกข้อเนี้ย กองทัพไม่ยักเอามาใช้เป็นหลัก อเมริกันยินด
ีเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่มีปัญญาผ่านการทดสอบเบื้องต้น มาเรียนหลักสูตรนักบินเครื่องบินรบ
ใครก็ได้ที่เข้าเกณฑ์ เบื้องต้นมาเรียนโรงเรียนนายร้อย เรียนจบมาจะเป็นทหารหรือไม่
ก็ไม่บังคับ ผลคือศาสตร์ทางการทหารบ้านเขาก้าวไปไกลจน ใครก็ตามไม่ทัน เพราะเขาเริ่ม
ที่บุคลากร ไม่ใช่เริ่มที่ค่านิยมหรือสถาบัน การบังคับบัญชาในกองทัพเขาก็หนักแน่นเป็นแนว
ก้าวหน้า วัดกันที่ความสามารถไม่ใช่วัดกันที่คนของใคร เขาจึงมีทหารที่เป็นทหารอาชีพจริงๆ
ทำงานให้กองทัพอย่างได้ผล เพราะรู้ จริง ทำเป็นจริงเพราะมีผลงานจนกองทัพยอมรับ
ส่งผลให้กองทัพเขาเป็นกองทัพของชาติจริงๆ ไม่ใช่เป็นกองทัพของรัฐบาลของ รุ่นนู้นรุ่นนี้
แบบบางประเทศ ****

*****ถึงเวลาหรือยังที่กองทัพไทยจะเริ่มชำระตำราพิชัยสงครามของกองทัพเสียที เราควรมี
ตำรารบเป็นของตัวเอง เราควรมีระเบียบแบบแผนแบบไทยๆ เราควรสร้างบุคลากรทางทหาร
รุ่นใหม่พันธุ์ไทยแท้ หลักสูตรทางทหารทุกระดับชั้นควรถึงเวลาแก้ไข ปรับปรุงให้เหมาะกับ
สภาพการณ์ของประเทศ โอกาสเป็นสิ่งสำคัญที่กองทัพปิดกั้นมาโดยตลอด หากกองทัพ
ไม่เปิดโอกาสเปิดใจ ก็เป็นเรื่องยากที่กองทัพไทยจะปฎิรูปตัวเองให้พ้นจากสภาพตัวเล็กหัวโต
บุคลากรที่จะขับเคลื่อนกองทัพไปในแนวก้าวหน้ามีอยู่ แล้วมากมายในกองทัพ แต่ด้วยกฎเกณฑ์
ที่แบ่งแยกทำให้กองทัพขาดขุนทหารที่มีความสามารถไปอย่างน่าเสียดาย ตำราพิชัยสงคราม
แบบอเมริกันนั้น วันนี้กองทัพไทยควรพิจารณาให้ดีว่าตลอด20ปีที่ผ่านมานี้เราใช้ผิดเล่มหรือเปล่า
เพราะผลที่ออกมาอย่าง ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่นักการทหารที่เปิดใจมองจะรู้ดีว่า
เรากำลังถอยหลังลงคลองไป20ปีแล้ว ยังไม่สายที่เราจะขึ้นจากคลอง แล้วโดดขึ้นหลังม้าพันธุ์ไทย
ผสมสากล แล้วควบไปข้างหน้าเพื่อตาม ลาว พม่า เวียดนาม มาเลย์เซียให้ทัน ส่วนเขมรนั้น
ปล่อยมัน คนชาตินั้นไม่มีทางเป็นอารยะได้ เพราะมีนิสัยสันดานที่ชอบเนรคุณมาแต่โบราณ
แม้ปัจจุบันก็ยังไม่เปลี่ยน อย่าลืมว่ากองทัพไทย เป็นสถาบันหลักที่จะค้ำยันความอยู่รอดของชาต
ิและราชบัลลังก์ มาตั้งแต่ครั้งบรรพชน เราไม่เหมือนชาติอื่นที่เราเอาอย่างก็ตรงนี้ ชาติต้นแบบ
ที่กองทัพไทยเดินตามก้นเขาอยู่ เขามีกองทัพเพื่อความมั่นคง เพื่อความมั่งคั่ง เพื่ออำนาจ
เพื่อการรุกราน ดังนั้นพิชัย สงครามของเขาคือการแสวงหาอำนาจ เราไปเลียนแบบเขา
เราจึงมีแต่ขุนทหารที่แสวงหาแต่ตำแหน่งหน้าที่และอำนาจ ชาติเรามี กองทัพไว้เพื่อเป็นเสาหลัก
ของชาติประชาชนและราชบัลลังก์ พิชัยสงครามของเราจึงต้องมีทิศทางไม่เหมือนเขา
ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5ทรงดำริและดำเนินการทางการทหารมาถูกทาง แต่ผู้ไม่รู้กลับตีความ
พระประสงค์ของพระองค์ผิด และก็ยังคงดำเนินการสั่งสอน กันมาแบบผิดทิศผิดทางมาตลอด
รุ่นต่อรุ่น วันนี้กองทัพกำลังต้องการผู้กล้ามากอบกู้ปณิธานของนักรบไทยให้กลับมาทรนงองอาจ
ให้กลับมาเป็นที่พึ่งของชาติและประชาชนเมื่อยามมีภัย หรือกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์
จะสิ้นคนดีเสียแล้ว****

จากคุณ ผบ.กรมฯ (10/3/2549 18:16:59)

ครั้งหนึ่งของกองทัพที่เคยเกรียงไกรในอินโดจีน

สมัยสงครามมหาเอเซียบูรพา กองทัพไทยถือได้ว่ามีแสนยานุภาพเกรียงไกร
เป็นอันดับ1ในย่ายเอเชียใต้ ขีดความสามารถของกองทัพไทยในตอนนั้น
ประสิทธิภาพสูงทั้ง4เหล่าทัพ (ขนาดตำรวจยังมีกองรถถังเลย คนไทยสมัยนั้นเรียก
รถถัง*อ้ายแอ่ด*เพราะเวลาวิ่งเสียงสายพานมันดัง แอ่ดๆๆๆๆ) กองทัพบก เรามี
5 กองทัพ 1.กองทัพผสมกรุงเทพ มี3กองพล กองพลเพชรบุรี กองพลธนบุรี
กองพลสระบุรี 2.กองทัพผสมปักษ์ใต้ มี2กองพล กองพลนครศรีธรรมราช
กองพลสงขลา 3.กองทัพพายัพ กองทัพนี้ เป็นกองพลกองหนุน 4.กองทัพอีสาน
มี3กองพล กองพลสุรินทร์ กองพลอุบล กองพลอุดร 5.กองทัพบูรพา มี4กองพล
กองพลผสมอรัญ กองพลผสมปราจีน กองพลพระนคร กองพลจันทบุรี ทุกกองทัพ
มีพันเอกเป็นผูบัญชาการ มีพันโทเป็น ผบ.พล มีพันโทเป็นเสธ. ส่วน ผบ.ทบและ
ผบ.สูงสุดนั้น เป็นพลตรี ซึ่งตอนนั้นคือ พล.ต หลวงพิบูลย์สงคราม *ทุกกองพล
เป็นอัตราเต็ม ยกเว้น กองทัพพายัพซึ่งจัดอัตราลด 50%(ที่จัดแบบนี้เพราะในยุโรป
กองทัพที่เป็น กองหนุนจะนิยมจัดทหารหลัก50%นอกนั้นเป็นกองหนุนโดยใช้
ทหารหลักบัญชาการ ตอนนั้นเรามีนายทหารที่จบ รร. นายร้อยจากต่างประเทศ
โดยเพาะในยุโรปค่อนข้างเยอะ)*

กองทัพเรือ ในสมัยนั้นต้องพูดแบบนี้ กองทัพเรือไทยมีแสนยานุภาพเป็นรอง
ก็แต่ญี่ปุ่นเท่านั้นในเอเซีย ขอมูลการจัดกำลัง ของกองทัพเรือ ผมจำรายละเอียด
ไม่ค่อยได้ จำได้เพียงว่า กองทัพเรือสมัยนั้นเร่งพัฒนากองทัพอย่างต่อเนื่องและ
ยิ่งใหญ่ เพราะเรามีบทเรียนจากการที่กำลังทางเรืออ่อนแอมาแล้ว ในตอนที่ฝรั่งเศส
ใช้เรือรบมาถล่มจันทบุรีและตราด โดยที่เราไม่สามารถต่อสู้ได้ กองทัพอากาศ
ในสมัยนั้น ไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียใต้ที่ทำการรบทางอากาศได้
เรามีกำลังรบทางอากาศไม่น้อยหน้ามหาอำนาจ ฝรั่งเศส เครื่องบินรบได้มาจาการที่
ประชาชนช่วยกันบริจาคเงินซื้อ และจากงบประมาณของทางการ เรามีทหารอากาศ
ที่จบการศึกษา จากต่างประเทศมิใช่น้อย (เรียนจากฝรั่งเศสซะส่วนใหญ่ แล้วก็กลับมา
รบกับฝรั่งเศสนั่นแหล่ะ สมน้ำหน้ามัน สอนกูเองนี่หว่า) บทบาทของ ทอ.ไทยเวลานั้น
คือ สนับสนุนทิ้งระเบิด โจมตีเป้าหมายภาคพื้น คุ้มครองน่านฟ้า (คิดเอาละกันว่า
การรบทางอากาศสมัยนั้น เป็นเรื่องไฮเทคขนาดไหน แต่เราก็ทำได้ เขมร ลาว พม่า
เวียดนาม มาเลย์ สิ้นชาติไปหมดแล้ว แต่เรายังอยู่ แถมอยู่แบบเสือด้วย ไม่ใช่แบบแมว
แบบตอนนี้)

กองตำรวจสนาม ทำหน้าที่คล้ายๆ ตชด.ในสมัยนี้ รบเหมือนทหาร แต่ตอนนั้น
ส่วนใหญ่ใช้รักษาความสงบในเมืองที่เรายึดได้ และจัดการเรื่องเชลยศึก
(เหมือน ส.ห.เลยนิ) รวมทั้งเป็นกำลังหนุนเวลาเร่งด่วน และดูแลยุทโธปกรณ
์ของข้าศึกที่ยึดมาได้

*ผมมีภาพฝูงบินรบปีกสองชั้นของ ทอ.ไทย กำลังกระหน่ำเมืองศรีโสภณในเขมรด้วย
รวมทั้งภาพเชลยศึกชาวฝรั่งเศส แต่ในนี้โพสภาพไม่ได้ก็จนใจ*

**รวมทั้งภาพกองทหารไทยในสมัยนั้นกำลังรบกับฝรั่งเศส มีเก็บไว้แยะ
แล้วจะเอาขึ้นเนททำlinkให้ดูกันละกัน ภาพพวกนี้หายาก **

***จะเห็นได้ว่าการจัดกำลังทัพของเราสมัยนั้น เหมือนกองทัพโรมันในอดีตผสมกับ
แบบตะวันตกปนด้วยแบบอยุธยาโบราณ คิดเอง ทำเอง ไม่เหมือนใคร แบบไทยๆ
แต่ทันสมัย ข้าศึกอ่านทางไม่ออก ผลของการรบก็เป็นที่ประจักษ์กันดีแล้ว
นักการทหารสมัยนั้นเขาไม่เหมือนสมัยนี้***

****สมัยนั้นประชาชนกลัวทหารของเราอดหยาก เพราะการระดมกำลังรบตอนนั้น
มากที่สุดนับตั้งแต่สงครามไทย-พม่า คราวสงคราม 9ทัพ ประชาชนพากันบริจาค
ข้าวปลาอาหาร เสบียงกรัง ต่างๆเยอะมาก จนทางกองทัพต้องประกาศว่าพอแล้ว
แค่นี้ทหารก็กินไม่หมดแล้ว แต่ประชาชนก็ไม่ยอม พากันมาดักกองทหารไทยตาม
เส้นทางเดินทัพ เพื่อมอบเสบียงให้ ผลคือ มีหมูไว้กินเกือบสองพันตัว ข้าวสารเป็น
หมื่นๆกระสอบ ผักหญ้าอีก หลายพันตันจนแม่ทัพนายกองสมัยนั้น ต้องแอบเอาหมู
เอาวัวไปปล่อยในป่า กลายเป็นหมูป่าวัวป่าไปเลย ดูเอาเถอะคนไทยสมัยก่อนน้ำใจ
และความรักชาติ เขาเป็นอย่างไร****

*เติมอีกนิด*

**ในสมัยอยุธยา การจัดทัพในการรักษาพระนคร และออกต่อตีข้าศึกนั้น
นิยมจัดตามหลักพิชัยสงครามโบราณ แบบ5ทัพ เราเรียกว่า เบญจเสนา แต่ละทัพ
จะมีขุนนางระดับเจ้าพระยาเป็นแม่ทัพ มีพระยาเป็นผบ.พล มีหลวงเป็น ผบ.กรม
มีขุนเป็น ผบ.พัน มีพันหมื่น เป็น ผบ.ร้อย มีหัวหมู่เป็น ผบ.หมู่ มีไพร่ฟ้าเป็น
กำลังพลหลัก มีพระมหากษัตริย์เป็นจอมทัพ**

........ขอบคุณ ผบ.กรม ฯ.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue May 18, 2010 11:10 pm

ความคิดเห็นที่ 1

ท่าน ผบ.กรมฯ นั่งรออ่านอยู่เลยครับท่าน แหม. ...ถ้าซื้อหวยถูกงี้ก็ดี ...... โปรดแจ้งให้ผมทราบด้วยว่า จะใช้นามปากกาใน http:// MSCC2.komcome.com/ ว่า "ผบ.กรมฯ " ใช่หรือไม่ หรือว่า จะเปลี่ยนเป็นนามปากกาอื่น แจ้งด่วนครับ รออยู่นะครับ


จากคุณ Special Force(10/3/2549 18:30:09)
ความคิดเห็นที่ 2

*ใช้ไปเลยครับ อันนั้นน่ะแหล่ะครับ ผมอยากเป็น ไม่ได้เป็นซักที*

จากคุณ ผบ.กรมฯ(10/3/2549 18:42:43)
ความคิดเห็นที่ 3

จวนแล้วครับ งวดนี้แหละน่า ขอเชียร ว่าง ๆ มาเจอทานข้าวกันหน่อยเป็นไง ชอบนิสัยนะ บอกที่ตั้งมาใน Mail ผมก็ได้ แต่ของผมหาไม่ยากอยู่แล้วเพราะเปิดเผยตลอดครับ

จากคุณ Special Force(10/3/2549 23:38:34)
ความคิดเห็นที่ 4

ผมขอสมัครเป็นเด้กเสริฟให้นะครับพี่ๆทั้ง 2 ท่าน..
อยากสัมผัสของจริงเมื่อ "กูรู" ทั้ง 2 ท่านพบกัน


จากคุณ Maddog(11/3/2549 8:55:13)
ความคิดเห็นที่ 5

ลอง
ใช้ของซุนหวู่ ดูซิคะ เพราะทางตะวันตกเขาก็ยังเกรงๆ อยู่
แต่สำคัญคนของเราโดยเฉพาะผู้นำต้องเห็นแก่ประเทศชาติจริงๆ
ต่อไปเราเป็นประเทศเล็กๆ สู้แบบใช้สมองและเตรียมตัวรับกับ The World
Without Border อย่าทำตัวเป็นไดโนเสา เราจะสูญพันธุ์ เสียปล่าวๆ


จากคุณ me(11/3/2549 9:51:22)
ความคิดเห็นที่ 6

ขอเป็นเด็กโบกรถด้วยคนคับ Smile

จากคุณ กระบี่คลุมวรุณ(11/3/2549 9:55:21)
ความคิดเห็นที่ 7

อยากเป็นผบ. กรมไหนล่ะท่าน จะได้เตรียมหารายชื่อ 50,000 คนเสนอ รัฐบาลใหม่ ที่จะเลือกตั้ง 2 เมย นี้ให้ ..... เพื่อให้รวดเร็ว ข้าพเจ้าทำงานอยู่ใกล้บ้านจันทร์ ฯ กลับบ้านก็ผ่านทุกวัน เผลอๆ จะเสี่ยงตายเข้าไปยื่นขอตั้งกรมฯ ให้ท่านแล้วกัน



จากคุณ สมาชิกใหม่(11/3/2549 10:05:11)
ความคิดเห็นที่ 8

กูรู สองท่านพบกัน คงไม่เป็นเป็น ... " กูไม่รู้ " นะ..... เขียนผิด ๆ ขออภัย ข้าพเจ้าจะไม่ได้เปิด web อีกหลายวัน ยังไงก็ยั้งมือบ้าง ถ้าทนไม่ไหวก็ตามสบาย เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็น




จากคุณ สมาชิกใหม่(11/3/2549 10:08:46)
ความคิดเห็นที่ 9

คุณสมาชิกใหม่ครับ...
จะหนีไปเที่ยวที่ไหนหลายวันครับ ตอนนี้มีอาสาสมัคร "เด็กเสริฟ" กะ "เด็กโบกรถ" แล้ว เรายังขาดตำแหน่ง "นักร้อง" ครับ
(ถ้าหนัไปนั่งวิปัสนา รบกวนขอ 3 ตัวบน - ล่าง จังๆสักงวดนะครับ ...แซวเล่น อย่าซีเรียสนะครับ)


จากคุณ Maddog(11/3/2549 11:02:28)
ความคิดเห็นที่ 10

ขอให้ ผบ.กรมฯ สมปรารถนาในเร็ววัน นะคะ ขอให้ท่านมีโอกาส เต็มที่ ที่จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ มาพัฒนา และส่งเสริมกองทัพไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ท่าน SF ใบ้หวยหรือเปล่าคะ "จวนแล้วครับ งวดนี้แหละน่า " เอาใจช่วยให้หวยออกตามโพย นะคะ


จากคุณ aaa(11/3/2549 11:59:58)
ความคิดเห็นที่ 11

สมาชิกใหม่ บอก
ตรง ๆ ทั้งชีวิต ซึ้อล๊อตเตอรี่เสี้ยวเดียว5 บาท ตอนนั้นมันใบละ10 บาท
ไม่ถูกเลยเลิก เพราะมันเสี่ยง ชอบSure ตอนนี้รวยแล้ว ก็เลยไม่ซื้อ แต่
หากว่าจะซื้อคงเป็นหวยใต้ดินน่ะพอไหว แต่หวยบนดินคงไม่
กลัวถูกแล้วไม่ได้ตัง เพราะโกงกันหน้าด้าน ๆ กองสลากไม่รับผิดชอบ
แล้วมันต่างกันกับเจ้ามือหวยเถื่อนตรงไหนน่ะ ?555


จากคุณ Special Force(11/3/2549 12:59:15)
ความคิดเห็นที่ 12

*สมมุติผมเป็น ผบ.ร.๑๑รอ.นะ ผมจะยกพลทั้งกรมฯไปสนามหลวง แล้วบอกม๊อบว่า ถอยๆๆๆๆไป ขอที่ว่างให้ทหารนั่งมั่ง แล้วก็จะเริ่มตะโกนแบบม๊อบว่า เปลี่ยนปืนให้กูได้แล้วของเดิมฝนตกเมื่อไรยิงไม่ค่อยออกโว้ย ลูก ค.ก็ทำดีๆหน่อยโว้ย 10ลูกด้าน5 รับ
ทหารสายรบให้มากๆหน่อยคนเริ่มไม่พอแล้วโว้ย ซื้อ ฮ.ใหม่ให้
ทบ.มั่งโว้ยของเก่าพวกกูไม่ค่อยกล้าขึ้นแล้ว
ผลิตลูกปืนใหญ่ให้มากๆโว้ยที่มีอยู่ยิงแค่2-3วันก็หมดคลังแล้วโว้ย
วิทยุสนามก็เน่าแล้วโว้ยข้าศึกมันแอบฟังได้หาให้กูใหม่ได้แล้วโว้ย
รถถังก็เอาดีๆโว้ย เอาที90เอส ที69ซื้อมาซ่อมหรือไงโว้ย
พล.ปตอ.ก็ปรับปรุงได้แล้วโว้ย ที่มีอยู่ทำได้แค่เอาไว้ปฎิวัติแค่นั้นโว้ย
บ.รบสมัยนี้เขาบินกัน2-3มัค กูยิงไม่ถูกโว้ย ฮ.ลำเลียง บ.ลำเลียง
หามาเพิ่มทีโว้ย ทุกวันนี้คิวยาวเป็นหางว่าวแล้วโว้ย แล้วพล.๙ย้ายทำไมโว้ย
อย่าให้กูพูดนะกูรู้นะโว้ย ลดกำลังพลในสำนักงานมั้งโว้ย
ที่มีอยู่เดินจะชนกันตายห่าแล้วโว้ยรับมาทำไมเยอะแยะโว้ย ปล่อยให้คนไม่จบ
จปร.ได้เป็น ผบ.พันมั่งสิโว้ย บางคนผ่านสนามรบมามากกว่า จปร.บางคนอีกโว้ย
เกณฑ์การเข้าเรียนเสธ.อย่าปิดกั้นนักสิโว้ย
ยิ่งมีคนจบเยอะยิ่งดีต่อกองทัพไม่ใช่รึไงโว้ย
ปรับฐานเงินเดือนทหารใหม่ได้แล้วโว้ย
สิบตรีได้ห้าพันหนึ่งเด็กมันจะอยู่ได้ยังไงโว้ย ถ้าฝึก
รด.อย่างนี้อย่าฝึกเลยโว้ย เอางบไปตั้งกองพล อสส.ดีกว่าโว้ย พอละ
แค่นี้ก็โดนปลดทั้งกรมฯละ*
**อ้อ เกือบลืม
ย้ายกูไปลงหน่วยรบทีโว้ยกูเรียนทหารราบมานะโว้ย
ให้กูมานั่งจัดข่าวทำไมโว้ย ส่งกูไปประสานสำนักฑูตทหารที่ไหนก็ได้โว้ย
กูรู้จักฑูตต่างประเทศมากกว่า ฑูตทหารบางคนอีกโว้ย**
****อ่า ได้ปลดปล่อยความในใจ ค่อยยังชั่วหน่อย เดี๋ยวไปนอนต่อดีกว่า เจ้านายไม่อยู่เป็นเดือน เวลานอนแยะจริงๆ 5555+****


จากคุณ ผบ.กรมฯ(11/3/2549 13:14:17)
ความคิดเห็นที่ 13

คห 9 ทำงานซีคะ ขอทำมาหากินก่อนนะ เจ้านายไม่มองหน้ามาเป็นเดือนแล้ว ตั้งแต่ มัวไปบ้าบอเรื่องไอ้.... เฮ้อ นายกฯ นี่แหละ
ให้
ตำแหน่งนักร้องแน่ใจเหรือ ปกติตกใจง่ายหรือเปล่า เสียงน่ะพอไหว
แต่หน้านี่สิหนักใจ จะไปดึงทันหรือเปล่ายังไม่รู้เลย กลัวพอเจอกันแล้ว
จะมีคนเรียกป้านะซิ ... ขืนเรียก โดน...
ท่าน คห 11 ท่านอย่า
ซื้อเลยค่ะ เพราะเท่าที่ข้าพเจ้าได้ลองนั่งทางในดูแล้ว
(ตามวิชาที่ท่านได้แนะนำเมื่อวาน) work นะ ทำให้ทราบได้ว่า...
ท่านน่ะไม่มีลาภลอยหรอก กว่าจะได้เงิน ได้ตำแหน่งน่ะ ต้องออกแรง
ประเภทส้มหล่นมีเหมือนกัน แต่ไปตกที่คนอื่น
แล้วด้วยคุณสมบัติส่วนตัวของท่านในการชอบตีแผ่ด้วยแล้ว
คนเขาจะหมั่นไส้เอานะ เพิ่มอีกข้อเอ้า แล้วยังประเภทยอมหักไม่ยอมงออีก
เฮ้อ ยังอยู่ถึงป่านนี้ก็ต้องขอบคุณสวรรค์ แล้ว... งานนี้ฉันจะรอดไหมนี่ (บ่นกับตัวเอง ) ปล ข้อความข้างต้นเขียนขณะที่ข้าพเจ้าไม่รู้สึกตัว


จากคุณ สมาชิกใหม่(11/3/2549 13:19:02)
ความคิดเห็นที่ 14

คห 12 ตกลงท่านเลือก แล้วนะ ดิฉันจะเตรียมไปชงเรื่องแล้ว
ดิฉันก็จะทำงานต่อเหมือนกัน


จากคุณ สมาชิกใหม่(11/3/2549 13:22:49)
ความคิดเห็นที่ 15

เรียนท่านผบ.กรมฯ...
สมมุติ
ว่าท่านได้เป็นผบ.ร.๑๑รอ. นะครับ ถ้าท่านจะยกพลทั้งกรมฯไปสนามหลวง
คงทำได้ยากหน่อย เพราะกำลังพลส่วนใหญ่ตอนนี้มีงานอดิเรกคือ
"เพาะต้นไม้ขาย" ครับ เยอะมาก เยอะจริงๆ งามๆทั้งนั้น
ถ้าเค้าไปสนามหลวงแล้วใครจะรดน้ำต้นไม้ล่ะครับ 555...


จากคุณ Maddog(11/3/2549 13:24:04)
ความคิดเห็นที่ 16

ปล. เห็นด้วยกับคุณสมาชิกใหม่ คห. 13 อย่างแรง
แบบท่าน SF. กะ ท่านผบ.กรมฯ เนี่ยไม่มีอะไรที่ได้มาโดยง่ายครับ ต้องออกแรงแสนสาหัสกว่าคนอื่นเค้าทุกอย่างครับ
"คนทำดี ต้องไม่มีข้อแม้" ครับ ผมท่องจำไว้ตลอดครับ


จากคุณ Maddog(11/3/2549 13:28:09)
ความคิดเห็นที่ 17

คุณMaddog "....การทำความดี เปรียบเสมือน การปั้นอากาศ ให้เป็นรูปร่างและให้คนจับต้องได้.." ทำไมจึงเปรียบเช่นนั้น ก็
เพราะว่า ความดี มันมองไม่เห็น เป็นภาพที่อยู่ในความคิด ซึ่งเราเรียกว่า
imagine และจาก ความคิดนี่แหละที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็น emotion
คืออารมณ์และความรู้สึก ทั้งตัวเรา และผู้รับ หรือผู้ใกล้ชิด
ที่ได้รับการถ่ายทอด imagine จากนั้นมันจึงจะแสดงออกมาในรูปของ Action
ตอนนี้แหละ เป็นรูปธรรมและ "จับต้องได้"
มันเป็นทฤษฏีที่เคยสอนสมัยเมื่อตอนอยู่ที่อเมริกานะ
เป็นสมการพฤติกรรมศาสตร์ ตอนนั้นฝรั่งมันยังไม่รู้จักหรอก
ตัวสมการเป็นยังงี้นะ A=F I ยกกำลัง2 ส่วน E I ยกกำลัง 2 คือ Infomation กับ Imagine F = Foundation คือ ข้อมูลเดิมมีอยู่แค่ไหนที่จะใช้เทียบเคียง กับข้อมูลที่ได้รับเข้าไปใหม่(Infomation) A= Action การกระทำ หรือ ผลสรุปโดยองค์รวมของทั้งหมด
เพราะ
ฉะนั้น การที่เราทำความดี หรือกระจายกระแสของความคิดดี ๆ
ก็จะทำให้เกิดผลในด้านของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้ มันเป็นวิทยาศาสตร์
ที่พิสูจน์ได้ และได้ผล100% ทำดีทำได้ง่าย ไม่ต้องแอบหรือหลบใครทำ สามารถทำได้ทุกที่ และเป็นผลดีกับทุกคน ทำ
ชั่ว เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ทั้งก่อนทำก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ
ทำแล้วก็ต้องหลบอีก แม้ว่าจะหลบจะซุก ก็โดนคนเอามาแฉโพย มาเดินขบวนไล่
ตัวอย่างมีให้เห็นอยู่จะ จะ ขณะนี้ ดังนั้น จึงเลือกเอา "ทำดี" เป็นเส้นทางเดิน แม้ว่ามันจะชัน แต่มันเป็นของสูง จึงเป็นธรรมดา และภูมิใจ ที่ได้ทำดี เหนือ
อื่นใด ดีใจที่ได้พบกับทุก ๆ คนไม่ว่าจะเป็น ผบ.กรม , สมาชิกใหม่, Maddog,
aaa,อาโน.และอีกหลายคนที่ยังไม่ได้แสดงตน ซึ่งล้วนเป็น "คนดี คิดดี"
เป็นตัวชี้ให้เห็นว่า ตราบใด "คนดี" ในเมืองไทยยังไม่สาปสูญ
ก็เป็นที่เชื่อได้ว่า ประเทศไทยไม่สิ้นชาติแน่นอน มั่นใจเช่นนั้น


จากคุณ Special Force(11/3/2549 17:45:36)
ความคิดเห็นที่ 18

ท่านใช้อะไรวัดความดีในตัวคนที่เอ่ยอ้างซึ่งท่านไม่รู้จัก และ เพียงแต่อ่านความเห็นของเขาใน web ไม่คิดหรือว่าเขาเป็นศัตรูที่แอบแฝงเข้ามา รู้หน้ายังไม่รู้ใจ นี่ไม่เห็นหน้าจะรู้ภายในได้อย่างไร หรือท่านมีกล้องส่องใจ

จากคุณ คนแปลกหน้า(11/3/2549 18:26:24)
ความคิดเห็นที่ 19

คุณคนแปลกหน้า การ
วัดความดีของคนไม่ยาก ดูจากแนวความคิดที่เขียนออกมา
เพราะแม้ว่าเขาจะเป็นคน "เลว" แต่ เมื่อมีปัญญาเขียน "สิ่งดี ๆ"
ก็จะมีสักหนึ่งอณู แห่งความดี ที่แทรกตัวเข้าไปแทนที่ความเลว
ที่อาจมีอยู่ของเขาไปแล้ว และถ้าเขามาบ่อย ๆ
ในที่สุดก็ไม่มีพื้นที่สมองส่วนไหนที่จะเก็บ "ความเลว" ได้ต่อไป
นั่นก็เพราะ ความเลวเป็นเพียงสิ่งสมมุติ พิสูจน์ไม่ได้ เหมือนสายลมพัดผ่าน
แต่ความดี "คงที่ คงทน" กล้าพูดต่อหน้าคน เขียน แสดง อย่างไม่ต้องเกรงใคร
นี่แหละครับคือข้อพิสูจน์ และเป็นตัววัด เป็นกล้องส่องใจที่ดีที่สุดไงครับ
เหมือนคุณน่ะแหละ ไม่ว่าในสมองคุณจะคิดอย่างไร
คุณก็ได้อ่านข้อมูลของเราไปแล้ว และแน่นอนมันแทรกอยู่ในสมองคุณ
อาบน้ำสระหัวก็ไม่หาย และมันจะกลายเป็นตัวเทียบเคียงกับข้อมูลเท็จ
ที่ปราศจากหลักฐานและเหตุผล มันก็จะแสดงออกมาในรูปความคิดของคุณเอง
โดยตัวคุณเองก็ไม่อาจควบคุมได้ เป็นไงครับ กระจ่างไหมล่ะครับ ขอบคุณที่ให้ความสนใจ และมั่นใจว่าคุณคือ "คนดี" คนหนึ่ง ถึงผมไม่ส่องกล้อง ผมก็รู้ หรือคุณว่าไม่ใช่ ?


จากคุณ Special Force(11/3/2549 19:51:26)
ความคิดเห็นที่ 20

Thank You, Sir !!!!!!


จากคุณ สมาชิกใหม่(11/3/2549 19:57:22)
ความคิดเห็นที่ 21

กำลังง่วง หายเป็นปลิดทิ้งเลย กราบขอประทานโทษ ไม่ได้ตั้งใจทำให้บันดาลโทสะ

จากคุณ สมาชิกใหม่(11/3/2549 19:58:42)
ความคิดเห็นที่ 22

คำสารภาพ คห 19 เป็น คห ที่ข้าพเจ้าเขียนโดยใช้ชื่อคนแปลกหน้า ไม่ได้จงใจจะมาทำให้ท่านเจ้าของ web ขุ่นเคืองแต่ประการใด ดังนั้นจึงเรียนเพื่อทราบ และ กราบขอประทานโทษเป็นครั้งที่ สอง


จากคุณ สมาชิกใหม่(11/3/2549 21:35:04)
ความคิดเห็นที่ 23

คุณสมาชิกใหม่ เหรอ
... ก็ดีนะ.. เพราะจะได้เข้าใจถึงแก่นแท้ และความจริงใจของพวกเรา ไงครับ
ใครจะไปโกรธ Monitor อธิบายให้เข้าใจกันด้วยเหตุผลมันก็จบ เท่านั้นเอง อย่าคิดมาก ไปนั่งสมาธิต่อนะ สาธุ


จากคุณ Special Force(12/3/2549 11:05:30)
ความคิดเห็นที่ 24

19.05 น. ท่าน SF ของขึ้นอย่างนี้ ต้องระวังสุขภาพด้วยนะท่าน รักษาตัวหน่อย ตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังเขียนกลอนด่าคนเฉี่อยอยู่ 2 บท แต่แหมมัน ล่อแหลม ท่านลองฟังไหม ... จะให้คนนึกถึงท่านเป็นผู้กล้า หรือว่าเป็นผู้ชรารอเกษียณ. เกียรติศักดิ์ ศักดิ์ศรีที่ภาคเพียร ... ได้ 3 วรรคสุดท้ายสัมผัสไม่ลง ไม่ได้ว่าท่านนะ จะเขียนไปแปะบางที่น่ะ ข้าพเจ้าละกลัวใจท่านจริง ๆ

จากคุณ สมาชิกใหม่(12/3/2549 19:24:32)
ความคิดเห็นที่ 25

สองวันนี้ผู้กล้าแย่หน่อย ถูกข้าพเจ้าใช้บ่อย ขนาดทั้งดึงทั้งดัน ยังไม่มีเล้ย ไม่เห็นใจ ปชช เลยว่า กลัวเป็นเหมือนกันนะ แต่ทำไงได้ เมื่อวานผู้กล้า ก็ถูกข้าพเจ้าใช้ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่วันนี้ทนไม่ไหว เก็บอาการไม่อยู่อีกแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ว่าเขาไปอ่านลักษณะงาน (Job Description ) เจอหรือยัง ท่านห้ามยัวะรอบสองนะ


จากคุณ สมาชิกใหม่(12/3/2549 19:36:18)
ความคิดเห็นที่ 26

วรรคสุดท้าย ... คงแปรเปลี่ยนไปตามวัยที่ร่วงโรย จบแล้ว แปะแล้ว แต่ไม่แสบเลย .............

จากคุณ สมาชิกใหม่(12/3/2549 20:43:06)

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed May 19, 2010 10:46 am

เบื่อ คมช.

- วิถีสังคมไทยกำลังจะถึงจุดเปลี่ยนเพราะ
ความโง่เขลาเบาปัญญาของทหารเองในไม่ช้า

ก่อนนี้คนระดับพลเอก มักจะมีดีกรีและบารมีค่อนข้างถึง
ในการเป็นที่เคารพยำเกรงของคนในหลายๆวงการ หรือแม้นแต่ในหมู่ประชาชนก็ตาม
นั่นเพราะเราสังคมมีวิถีชีวิตแบบไทยๆที่ยังติดระบบศักดินาและฐานันดรอยู่ค่อนข้างมาก
เรามักคิดว่าการเป็นหัวหน้าคน การเป็นผู้บังคับบัญชาคน มันคือสิ่งที่จะทำให้มีอำนาจ
เหนือผู้อื่นในสังคม ถ้าเป็นในประเทศโลกที่สามหรือประเทศกำลังพัฒนาล่ะก็ใช่
แต่ในประเทศที่เขาถึงแล้วกับอารยะทั้งหลายล่ะ นั่นไม่ใช่แล้ว เขากลับมองว่านั่นเป็น
เพียงแค่หน้าที่และนั่นคือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้เรา ก็เท่านั้น กลับมาที่สังคมไทยกันต่อ
เมื่อการเป็นผู้ถึงด้วยบารมีในสังคมแคบๆของทหารแบบ ผบ.เหล่าทัพ แม่ทัพ
หรือแม้นแต่หัวหน้าคณะ รปห. ถุกมองและประเมินด้วยมิติความคิดแคบๆที่มองไม่ครบ
มุมของตนเองแบบพื้นๆ ทั้งจากบริวารแวดล้อม ทั้งจากผู้ใต้บัญชา การผิดพลาดในสิ่งที่ทำ
จึงฟ้องด้วยภาพให้สังคมได้เห็น ได้ผิดหวังอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า ภาพของขุนทหาร
ผู้มากด้วยอำนาจและบารมีจึงเริ่มถูกมองว่า มันไม่น่าจะใช่ทางเลือกที่ถูกต้องนักหรือ
น่าไว้ใจหรือน่าฝากผีฝากไข้สำหรับสังคมอีกต่อไปแล้ว

- ยิ่งอาการที่งัดเอาอำนาจและความสามารถทางทหารมาใช้กับสังคมเพื่อปกป้องตน
และพวกพ้องมีมากเท่าไร รีเฟล็กซ์จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นสำหรับคนกองทัพรุ่นต่อๆไป
ยุคต่อไปของคนรุ่นใหม่ กองทัพและขุนทหารและอดีตขุนทหาร ต่อให้มีความดีความชอบ
มาแต่ไหนและมากเท่าใด เมื่อใดที่แสดงเจตนาว่าจะมาเพื่อบริหารประเทศ ปกครองประเทศ
การณ์มันจะไม่ง่ายเหมือนรุ่นพี่ๆที่เคยทำกันมาแบบง่ายๆอีกต่อไปแล้ว และจะต้อง
ถูกต่อต้านจากสังคมอย่างชนิดที่ว่าไม่เคยมีมาก่อนใน ปวศ.การเมืองไทย


- เอกสารลับของกองทัพที่เป็นข่าวครึกโครมอยู่ตอนนี้นั้น ยิ่งเหมือนตอกย้ำและเพิ่ม
ความหวาดระแวงระคนกลัวให้กับสังคมไทยทุกระดับ คนที่อยู่เบื้องหลังของการเปิดแผลนี้
อ้างถึงความชอบธรรมในการเปิดเผยสำหรับ เพื่อธำรงระบอบประชาธิปไตย
ในขณะที่สังคมไทยเองก็ไม่ได้รู้สึกนิยมชมชอบกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เปิดโปงซักเท่าไรนัก
เพราะมันเสือกทำให้รู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่ตัวเองเคยศรัทธาเป็นทุนเดิมอย่ใน สายเลือดไทย
แรงเสียดทานทั้งหมดจึงไปบวกลงที่กองทัพอย่างหนักแต่เพียงข้างเดียวอย่างน่าสงสารปนกับ
ความน่าสมเพชที่บอกว่าน่าสงสารเพราะกองทัพกำลังรู้สึกจนมุมหาทางออกแทบไม่ได้เลย
กับกรณีอย่างนี้ ทั้งๆที่ทำลักษณะนี้มานานมากแล้วเพราะมันเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ
และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองจนแทบจะแยกไม่ออกว่า อันไหนคือหน้าที่ของกองทัพ
ที่ควรทำ กับอันไหนไม่ใช่หน้าที่และไม่ควรทำ และที่บอกว่าน่าสมเพชก็คือ
กองทัพยังคงเป็นเครื่องมือชั้นดีสำหรับการเมืองในทุกแง่มุม
เพราะวันนี้นั้นแม้นแต่ ในตัวตนของความเป็นกองทัพเองก็ยัง
รักษาภาระหน้าที่และความสามารถเฉพาะทางขององค์กรตัวเอง
เอาไว้แทบไม่ได้เลย เห็นไหมว่า ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน
จิตวิญญาณของทหารทั้ง๕สิ่งนี้มันกำลังเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่อง
และเสื่อมลงทุกวันด้วยการกระทำของตัวเองอย่างน่าสมเพชเพียงใด
(กุอยากหัวเราะปนกับร้องไห้จริงๆ)


- ทุกวันนี้กองทัพกำลังเหมือนตัวตลกให้สังคมที่กำลังเคียดแค้นเพราะ
หวังไว้มากกับกองทัพ เหยียดหยามและถากถาง นิสัยคนไทยมักเป็นแบบนี้
เมื่อเคยรักมากเพียงใด ยิ่งปวดใจเจ็บใจ มากเพียงนั้นเมื่อรู้สึกว่าตัวเอง
ถูกหักหลังจากคนที่เคยรัก และศรัทธา หากวันนี้กองทัพ ยังไม่รีบหามาตรการ
เพื่องอนง้อคนรัก ระวังจะถุกคนรักฟ้องหย่า บางทีอาจบานปลายเป็นการ
หาคนรักใหม่ไปเลยก็ได้ และหากเป็นอย่างนี้แล้วนั้น กองทัพจะไม่ใช่องค์กร
ที่อยู่ในสายตาของสังคมอีกต่อไป สังคมจะหาฟางเส้นสุดท้ายเส้นใหม่
ที่ไม่ใช่กองทัพ
จะเป็นอะไรนั้นไม่อยากให้ร้ายประเทศจึงจะไม่เขียนถึง
การเป็นสิ่งนอกสายตาที่ไร้ศรัทธาจากมหาชนนั้น กองทัพจะไม่ได้การสนับสนุน
จากประชาชนในสังคมไทยอีกต่อไป การเจ็บการตายของทหารในยุคหน้า
จะเป็นเรื่องธรรมดาไป พัฒนาการของการมีการคงอยู่ของกองทัพก็จะ
ไม่ได้รับการใส่ใจของประชาอีกต่อไป เพราะเห็นแล้วว่ามีไปก็เท่านั้น
มีไปก็มาหักหลังกู
ดังนั้นจะเป็นจะตายก็เรื่องของเมิง กูไม่สนไม่รักเมิงแล้ว
จากนั้นกองทัพจะตกต่ำลงจนถึงขีดสุด ประเทศใดเมื่อกองทัพตกต่ำจนไร้ค่า
ไร้ความหมายในสังคม มิช้านานจะต้องสิ้นชาติแตกแผ่นดินออกเป็นเสี่ยงๆ
จากนั้นก็ต้องรอวันฮีโร่ขี่ม้าขาวมากอบกู้ให้เป็นปึกแผ่นดังเดิม


โดย KIA [31 ต.ค. 2550 , 11:57:09 น.]

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บบอร์ดอีกครั้งครับท่าน KIA
หวังว่าท่านคงจะเป็นแฟนประจำที่นี่อีกเช่นที่เคย
เป็น สมาชิกหลายคนกำลังรออ่านความคิดเห็น ของท่าน....


โดย Special Force [31 ต.ค. 2550 , 15:03:55 น.]



ทุกคนคาดหวังว่า คมช.จะทำอะไรได้เยอะแยะ มากมาย....รวมทั้งการแก้ปัญหา
ที่รัฐบาลอื่น ๆ แก้ไม่ได้....แต่ก็ไม่ได้ทำ เลยให้ต้องหันมาคิดถึง ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง....
และวิเคราะห์ต่อไปว่า แล้ว เหตุใดทำให้เขาทำอะไรไม่ได้ หรือเหตุใดทำให้ เขาทำอย่างนี้
( อย่างที่เป็นอยู่) เหมือนส่วนที่อยู่ใต้ ภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่โผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ของเรื่องราว และเป็นส่วนน้อยด้วย....เรื่องราวส่วนใหญ่อยู่ใต้น้ำ....ซึ่งไม่มีใครรู้...เราก็เลย
ไม่รู้ว่าเรื่องที่แท้จริงที่ทำให้ คมช.เป็นอย่างที่ท่าน KIA นำเสนอนั้นคืออะไรกันแน่ ....
ซึ่งหมายถึง เรื่องราวที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งนั้นคืออะไร สำหรับ คมช.


โดย Special Force [31 ต.ค. 2550 , 15:19:44 น.]

เรื่องราวที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง นั้นคือ ฐานน้ำแข็งก้อนโตๆ ที่ยังไม่สามารถ
ขุดราก ถอนโคนได้ ฮา ฮา นะคะ


โดย sunny [31 ต.ค. 2550 , 15:41:35 น.]

คารวะ ท่าน KIA คารวะ ท่าน SF

ประชาชนขมขื่นเต็มทนแล้ว แล้วทหารดีๆ ในกองทัพจะขมขื่นกว่าเราไหม ที่เห้น
กองทัพล้มเหลว แตกแยก อ่อนแอ แบบนี้


โดย ติดตาม [31 ต.ค. 2550 , 22:17:01 น.]

สวัสดีค่ะ หนู Sunny

เมื่อเช้านี้ฟังวิทยุเวลาอาบน้ำก่อนไปทำงาน มีคนหนึ่งเป้นผู้หญิงอายุฟังจากเสียง
น่าจะประมาณ 40-50 ปี เขาบอกว่าเขาชังระบอบทักษิณและดีใจที่ มี คมช

แต่เขาบอกว่าวันนี้เขาไม่ได้แค่เกลียดและผิดหวังกับ คมช เท่านั้น
เขาดูหมิ่นดูแคลนกองทัพมาก


เขาใช้คำพูดว่า ..." ไอ้นายพลใหญ่ๆ โตๆ ทั้งหลายฟังฉันด้วย
ฉันเคยรักชื่นชมกับสถาบันทหาร เดี๋ยวนี้ฉันเห็นแล้วว่า
พวกคุณนี่พึ่งไม่ได้ นอกจากพึ่งไม่ได้แล้ว
ยังทำตนไม่ต่างไปจากนักการเมืองกระจอกๆ ด้วย..."


ฟังแล้วก็เศร้าใจว่า แผนการบั่นทอนกองทัพให้อ่อนแอแตกแยกนี่ สำเร็จลงแล้ว นะคะ


โดย ติดตาม [31 ต.ค. 2550 , 22:22:46 น.]

* สวัสดีทุกท่าน ช่วงนี้ผมเซ็งเรื่องการเมืองที่มายุ่งกับกองทัพมากๆ
และก็เอียนกองทัพที่ชอบไปยุ่งเรื่องการเมืองมากๆเช่นกัน *

- ๓-๔อาทิตย์ที่ผ่านมานี่ เชื่อไหมว่าจากงานที่ผมทำอยู่นั้น เต็มไปด้วยเรื่องพวกนี้ทั้งนั้น
จากหน่วยนั้นหน่วยนี้ มากันเป็นระลอก มากันเป็นห้วง และที่น่าโมโหมากมายนั่นคือ
มันกลายเป็นเรื่องที่มีหัว ด่วน ด่วนมาก ลับ ลับมาก ทั้งๆที่ในเนื้อความนั้นไม่มีอะไรเลย
บางอย่าง บางเรื่อง นสพ.เขาละเลงกันก่อนกองทัพอีก แต่ทีกับเรื่องที่เกี่ยวกับ๓จชต.
ชายแดน ยาเสพติด สถานการณ์ภูมิภาค กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ไว้รอจัดการทีหลัง
กลายเป็นเอกสารธรรมดาที่ค้างเติ่งในช่องแยกเอกสารรอการเห็นชอบ ดูดิ กองทัพเรา
เป็นไปได้ขนาดนี้แล้วน่ะ ขนาดเรือดำน้ำเพื่อนเฉียดรั้วบ้านไปไม่กี่มากน้อย
ก็ยังเป็นเรื่องธรรมดาไป ทั้งๆที่แบบเนี้ย ทั่วโลกเค้าเรียกภัยคุกคาม
ต้องต่อสายไปที่ฑูตทหารให้ดำเนินการตามมารยาท


- อีกใจนึงนั้นก็ให้เห็นใจท่านผบ.ทบ.คนใหม่นี้จริงๆ ที่รับมาสานต่อเนี่ยเรื่องร้อนใจทั้งนั้น
กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ยังนับว่าท่านเองยังคงไม่ละเลยเรื่อง๓จชต. ล่าสุดนี้เราจะได้เห็น
บก.ทภ๑ส่วนหน้า บก.ทภ.๒ส่วนหน้า บก.ทภ.๓ส่วนหน้า ในพื้นที่๓จชต. มีไว้เพื่อลดการสับสน
ในการบัญชาการสั่งการ ก็นับว่าเหมาะนักในขณะนี้ เพราะในการปฎิบัติงานใน๓จชต.ของ
กำลังพลของกองทัพภาคต่างๆนั้น ยุ่งเหยิงมากมายจริงๆใน๓จชต. ท่านผบ.ทบ.นับว่า
เริ่มจับงานใน๓จชต.ได้ถูกจุดอย่างยิ่ง เพราะในการจัดการกองทัพสนามนั้นต้องจัดการ
ที่เรื่องส่วนบังคับบัญชาก่อนให้ กระชับเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงจะมาปรับปรุงในส่วนกำลังรบ
กำลังพลในส่วนต่างๆ -


โดย KIA [31 ต.ค. 2550 , 23:10:33 น.]



ท่าน SF คะ ความคิดเห็นของท่านใน คห. ๒ คงอธิบายด้วยภาพ iceburg นี้ได้ชัดเจนขึ้น
ยกให้ฟรีไม่คิดกะตังค์ค่ะ

โดย aaa [31 ต.ค. 2550 , 23:12:23 น.]

ขออภัย ต้อง iceberg ค่ะ

โดย aaa [31 ต.ค. 2550 , 23:16:49น.]

ทุกวันนี้กองทัพกำลังเหมือนตัวตลกให้สังคมที่กำลังเคียดแค้นเพราะ
หวังไว้มากกับกองทัพเหยียดหยามและถากถาง
#########################

ยุคสงครามข้อมูลข่าวสารเช่นปัจจุบัน ฝ่ายที่ยอมลงทุนและเข้าถึงสื่อได้มากกว่า
เป็นฝ่ายได้เปรียบ ในการแย่งชิงมวลชน ไม่ใช่ซิ ไม่ถึงขนาดมวลชน
เพราะไม่เคยปรากฏการวัดขนาดของผู้ถือหางของแต่ละฝ่ายที่ถูกแย่งชิงไปได้

ต้องเรียกว่าได้เปรียบในการยัดเยียดข้อมูลข่าวสารมากกว่ากระมัง ถ้าอีกฝ่ายเขาทุนหนากว่า
งบประชาสัมพันธ์ของกองทัพ เขาจะกรอกหูประชาชนอย่างไรก็ได้

เหมือนการจะโปรโมทเพลงเห่ยๆ ของนักร้องเสียงห่วยแตกสักคน ค่ายเพลงก็ซื้อดีเจและ
คลื่นสถานีวิทยุ แล้วเปิดเพลงนั้น วันยันค่ำ ยัดเยียดใส่รูหูผู้ฟังแบบห้ามเลือกเปิดไปคลื่นไหน
ก็ถูกซื้อให้เปิดเพลงอ้วกแตกนั้นไปหมดแล้วฟั๊ง...ฟัง...ฟัง...มันไปทุกวัน จากเพลงที่เคยฟัง
แล้วแหว่ะ ก็จะกลายเป็นเพลงที่เราร้องคลอตามไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจตัวเองว่า
ทำไมรสนิยมตูเปลี่ยนไปได้ขนาดเนี๊ยะ!

ฉันใดก็ฉันนั้น ในความคิดส่วนตัว คิดว่าทหารเก่งแต่ในการรบภาคสนาม
แต่ยังอ่อนด้านการรบด้วยข้อมูลข่าวสาร

เจียดงบสักกระติ๊ดมาทำการประชาสัมพันธ์ภาพพจน์ของทหาร (ไม่ใช่สร้างภาพนะท่าน
อันนั้นดูเสแสร้ง แต่จริงๆ สร้างสักนิดก็ได้ เพราะมนุษย์สมัยนี้เขาชอบใช้ภาพเป็นตัวตัดสิน
ความน่าเชื่อถือเบื้องต้น) ว่าวันนี้กองทัพ ทำอะไรเพื่อประชาชนบ้าง เอาเฉพาะที่ต้องส่ง
ไปรบที่ภาคใต้ อันนั้นก็น่าจะได้ใจประชาชนไปมากโขแล้ว ไหนยังจะด้านอื่นๆ อีกที่ทหาร
ทำเพื่อประชาชนไว้มากมาย แต่ไม่เคยมีใครรับรู้ว่าพวกท่านทำสิ่งดีๆ อะไรกันไว้บ้าง

เช่น ทุกวันนี้ประชาชน (โดยเฉพาะประเภทดิฉัน) รู้แค่ว่าทหารคงไปทำงานกันหนักเหมือนกัน
ที่ ๓ จชต. แต่ภาพชัดเจนของการเสียสละชีวิต ความเสี่ยง ความทุกข์ยากในการทำงาน
ประชาชนนึกภาพไม่ออกค่ะ โชว์ออฟให้ประชาชนเห็นบ้างว่า พวกท่านเหนื่อยยากไม่ใช่น้อย

โดย aaa [31 ต.ค. 2550 , 23:50:53 น.]

* คุณaaa*
- เขามีนะงบตรงนี้น่ะ แยะด้วย ดูที่ช่อง๕สิ ทั้งนั้นเลยที่พูดถึงเนี่ย แล้วก็จะมีทีม
ที่เอาไว้ดูแลเรื่องลุคของ ผบช.และกองทัพอีกตะหาก แต่บอกตามตรงว่าพวกนี้นั้น
ฝีมือยังไม่ได้เล็บเท้าของที่เขาทำกันในภาคเอกชนเลย เพราะอะไรรู้ไหม
เพราะคุณเธอทั้งหลายซึ่งส่วนใหญ่จะเด็กเส้น เด็กฝาก แทบจะทั้งนั้น บ้างก็ลูก
บ้างก็หลาน คุณลองดูยัยเจี๊ยบเป็นตัวอย่างสิ นั่นก็ตัวอย่างนึงที่เห็นกันชัดๆ แล้ว
พองานออกมาไม่เอาอ่าว นายในสายงานก็ไม่กล้าหัก เพราะอะไร ก็เพราะไม่กล้า
งัดของแข็ง พวกลักษณะอย่างนี้ผมก็เคยเจอในหน่วยข่าว เธอมาแต่ไหนมิมีใครทราบ
อบรม๓เดือนติด ร้อยตรี เหาะมาลงตุ่บตรงหน้าผม จบยูออฟลอนดอน สายนิเทศก์
แต่ทำงานยังกะป๔.วัดลิงขบ อยู่ได้อยู่ไปผมเองก็ใช่ว่าเจ๋ง ไม่กล้างัดเหมือนกัน
ทางเดียวที่ทำได้คือ อยู่ได้อยู่ไป สอนให้ได้ทุกอย่าง สุดแต่เธอจะไขว่คว้า แต่ขั้นไม่ให้
ให้เลื่อนไหลไปตามปกติ สุดท้ายมีใบบอกจากกรุงศรีฯว่า ให้ปูนบำเหน็จให้น้องด้วย
น้องมาอยู่เพื่อเอาอายุราชการและขั้นครองยศและเป้าหมายของน้องคือจะไปเป็น
หน้าห้องให้พ่อ
โอ้จอร์จ เห็นหน่วยกุเป็นดอกไม้ริมทางซะงั้นท่าน ผบ.ที่เคารพ

สุดท้ายก็จำต้องให้น้องเขาจริงๆ ๒ขั้น แต่ในใจได้แต่ขอโทษลูกน้องคนเก่งคนหนึ่ง
ที่เราหมายใจจะให้มันในปีนั้นว่า"ตราบใดที่ยังให้คุณให้โทษเอ็งได้ จะส่งเสริมเอ็ง
ให้ถึงที่สุด" ณ วันนี้นั้น เด็กคนนี้ไปเป็นนักบินของ ศบ.ไปแล้ว เงินเดือนมากกว่าผมอีก
ผมทำเรื่องอนุมัติให้ไปศึกษาเองกับมือ จากร้อยโท ตอนนี้พันตรีแล้ว

โดย KIA [1 พ.ย. 2550 , 02:39:26 น.]

ภาะรกิจที่ทำอยู่ในขณะนี้ ไม่มีเด็กเส้น เด็กฝากสักคนเดียวค่ะ ทุกอย่างให้โอกาสทุกคน
หากทำดีก็ดี ทำไม่ดีก็ให้ไป นี่ก็เพิ่งทำงานเสร็จจะตีห้าแล้ว โอ้ย...

ราชการจะมีโอกาสให้ความ เป็นธรรมกับผู้คนเสมอภาค มีการปูนบำเหน็จ เลื่อนชั้น
ให้กับคนดีคนเก่ง และกำจัดคนที่เป็นกาฝาก หรือไม่ คงชาติหน้าของหน้าๆๆๆๆ

เห็นใจท่านมากค่ะ แต่ทุกอย่างอยู่ที่หัวขบวนจริงๆ

โดย ติดตาม [1 พ.ย. 2550 , 04:29:05 น.]

ต้องขอบคุณท่าน aaa สำหรับภาพ iceburg ผม พยายามหาภาพนึกได้ภาพเดียวที่มีแต่ก็ไม่ค่อย
พอใจนัก พอได้ภาพจากท่าน aaa ก็ใช่เลย ขอบ คุณอีกครั้ง ...เรื่องทหาร สมมติว่ามี
คนรับเงินมาเพื่อให้เกิด ภาพเสียหายกับทหารด้วยการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ทหารต้องเสียหาย
แล้วในที่สุดทหารก็จะถูก ทำลาย ท่านจะเห็นภาพที่ว่า ทหารไม่ได้เรื่องได้ราว สิ่งที่ควรทำแล้วไม่ทำ
สิ่งที่ไม่ควรทำกลับทำ......
ทหารก็ไม่ได้โง่เสียทุกคนก็พอรู้อยู่ว่าอะไรคืออะไร ใครรับเงินมา
และรับคำสั่งมาให้ทำอะไร....ทหาร ถึงต้องเป็นเช่นนี้.....

โดย Special Force [1 พ.ย. 2550 , 21:17:49 น.]

ท่านทั้งหลายก็คอยดูแล้วกันว่าจากผลของการรับ คำสั่งให้มาทำลายสถาบันทหาร
จะเกิดผลตามมาอีก มากมาย สิ่งที่ท่านทั้งหลายได้เห็นในวันนี้เป็นเพียง แค่ฉากเล็ก ๆ
ของฉากใหญ่เท่านั้นเอง

โดย Special Force [1 พ.ย. 2550 , 21:20:31 น.]

น่าเห็นใจลูกน้องคนเก่งที่ถูกตัดคิว ๒ ขั้นไปนะคะ ท่านKIA

แล้วจนถึงป่านนี้ ท่านให้"คุณ" เขาไปหรือยังละคะ หรือคิวจะไม่ว่างตลอดไปแล้วสำหรับเขา
เพราะท่าทางหน่วยของท่านเนื้อหอมน่าดู ใครๆ คงจะพากันเอาน้องๆ มาฝากให้ท่านดูแลแยะ
บอกให้รู้ได้นัยๆ นะว่า บอสของหน่วยนี้คงใจดีใช่เล่น น่าเอาเด็กๆ มาฝากให้ฝัง เอ้ย ฝากฝัง
ให้ดูแลแทน ฮ่าฮ่า ฮ่า


โดย aaa [2 พ.ย. 2550 , 12:45:48 น.]

มีตำแหน่งงานให้หนูบ้างมั้ยคะ โดยเฉพาะหน่วยก่อกวนพิเศษ ไม่รับเงินเดือนด้วย

โดย sunny [2 พ.ย. 2550 , 15:40:18 น.]

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=332

ประกาศ

HI, SF sir

My name is sunny.

I am a cute lady and colourful for thai's social that you never seen before.
I want to change some system and social that happen around because it is very dirty.
See you all after 5 yrs, I will stand in front of you all and I hope that what I need to do,
It must be possible.

OH! I hope SF(sir) will enjoy when reading my webboard.

SF(sir)
Everything that you told me. I want to let you know that it will remain in my soul.
Everything that you teach me, it will remain in my blood.
Thank you for everything.

SF(sir),you are the best person that I respect too much.
Just want to let you know

SF(sir)
From now on, I will use only english with you,OK?

โดย sunny [31 ส.ค. 2550 , 09:42:07 น.] ( IP = 222.123.109.253 : : )

All that is necessary for evil to triumph is for good men to do nothing!!
Silence means APPROVAL!!


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Sun Jun 06, 2010 12:32 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed May 19, 2010 1:51 pm

ประเทศไทย...ในวันหน้า





http://poetry.rotten.com/chechnya-operation/

Numerous people have sent versions of this to us as vidcaps from a 4th Special Operations
action on December 10 of last year. It is actually earlier Russian activity against Chechen rebels,
and still quite spectacular. (Thanks to Anthony Knific for this information.)

Further information from Cadman: It was Afghanistan, it is a BTR-60 armored
personnel carrier, and the people on it are Afghans. That much is correct.
It was not taped as an ambush, or to record damage. It was taken,
if I remember correctly, by a European news crew.
The explosion was caused by
an anti-tank mine, not a bomb. You will note that after its all said and done,
the bodies of the injured and dead are still mostly intact, and the vehicle
is in only a couple of pieces. That is because the explosion that lifted the vehicle
is only 40 pounds or so. I say "only" and "explosion" in the same sentence,
because if it was a LGB, the vehicle, and the occupants/riders, and probably
the cameraman would have been hamburger. The smallest LGB is about 500 pounds,
and makes for a mighty kaboom. Take a look at the gulf war pics. An APC hit by
500 pounds looks like a pepsi can hit by a 12 gauge at close range.


I saw the video of this in, about 1996 or 1997, well before Chechnya, and it was
in a documentary or other. I can't remember the title, but it was about the ongoing strife
in the former Afghanistan, etc. etc.
They had another great one of a helicopter getting hit
by an RPG as it hovered off the ground 50 feet or so. Quite the impact.


ข่าวไม่สำคัญประเทศไทยวันนี้ ตั้งใจอ่าน ก่อนสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน

ตรื้ด...ตรื้ด...เสียงโทรศัพท์ตั้งสั่นของอาแดงดังขึ้น
เสธ.แดง...พูดสายครับ
ไอ้ยะ...นี่กู (บอกชื่อ) พูด
ว่าไงเพื่อน...(อาแดงตะโกนกลับไป)
ตั้งแต่ฟ้าส่งไปจ่อ 5 เสือ อยู่สาย กบ.ไม่ได้ด่ารัฐบาลกับกองทัพเหงาปากเงียบเชียวน๊ะมึง
มีอะไรเพื่อน...
เฮ้ย...(ปลายสายตะโกนกลับมา)
ไอ้ห่ามึงต้องบอกรถเกราะยูเคลนดี นักข่าวกับตัวแทนเขาบอกติดมึงอยู่คน เสธ.แดง
ว่าไม่ดีรถจมเลน มึงเข้าใจใหม่รถมันมี 8 ล้อ มันเฉลี่ยน้ำหนักกด ไม่จม
แบบ 4 ล้อของมึง มึงพูดแบบนี้กองทัพเสียหายมาด่ากันเองไม่ดี
มึงว่าไป...ไอ้..(อาแดงเรียกชื่อ)
ผบ.ทบ.เขาก็โกรธ เขาจะได้ชอบมึง เพราะเขาอนุมัติกันหมดแล้ว ติดปากมึง
กูก็พูดตามเนื้อผ้า ใครคงเห็นหน้าเว็บกูที่ลงรูปรถเกราะจมเลน ไปบอก
ในหลวง ท่านถึงพูดวันเฉลิม กูไม่เกี่ยว หลังจากนั้นเอเอสทีวีก็เอาไปออก
ซ้ำ ท่านถึงบอกรถจมเลน แล้วมึงจะซื้อกัน ก็มันไม่ดีจริงๆ
เพื่อน...มึงรู้ไหมคนอนุมัติ 17 คนไม่มีทหารม้าเลย ไม่เคยใช้รถด้วย
รถจะซื้อเขาต้องเอารถเข้ามาทดลองแบบที่เขาส่งไปให้กูที่ชายแดน นี่ไอ้ห่ามัน
ซื้อทางเศษกระดาษ จริงๆน๊ะ แล้วรถตั้งแต่อัฟกานิสถานรบกับรัส
เซีย ปี 2522-2532 เก่ามาก
ที่มึงว่าน้ำหนักเฉลี่ยมันไม่ใช่ กูเป็นคน
รับรถเกราะวี 150 ประกอบกับมือ ลมยางจาก 80 ปล่อย 45 ปล่อยอีกที
เหลือ 15 มันก็จมน๊ะเพื่อน 8 ล้อ ไม่เกี่ยว ถ้าจมไปล้อมันลาก
อีก 7 ล้อ ขุด 3 วัน 4 ล้อยังจมไปไหน ตั้งแต่ที่รวมพล
จริงๆ...เพื่อน
นี่สมัครนายกเขาก็โอเคแล้ว รัฐบาลเขาเข้าใจผิดหมด นายก็ไม่พอใจ กองทัพเสียหาย ปากของมึง มึงไม่รักกองทัพหรือว่ะ
เฮ้ย เพื่อน...เพื่อนเปิดเว็บกูเขียนว่ารถไม่ดีแต่ตอนจบกูเขียน "กำขี้ดีกว่ากำ
ตด" ไว้พันแข้งพันขาข้าศึก โอกาสไหนไม่เหมาะแบบนี้อีกแล้ว ทหารปฎิวัติรีบ
ซื้ออาวุธ เพราะรัฐบาลพลเรือนไม่เคยสนใจในศักยภาพของกองทัพ
(อาแดงเถียงคอเป็นเอ็น...เพื่อนสู้อาแดงไม่ได้ รายการเพื่อนขู่เพื่อนจะเริ่มขึ้นแล้ว)
ไอ้ห่าถ้ามึงบอกไม่ดี กูจะฟ้องวัง...ส
อยากให้กูฟ้องไหม
ใน คม...เสธ.แดง ภาค 7 มึงเสือกบอกนางนากดักตีหัวเมียน้อยเอามาจากลาว...ถูกพระยามหา
กษัตริย์ศึกไล่ฟัน หนีไปอยู่กับแม่พระเจ้าตากนางนกเอี้ยง มึงรู้ได้อย่าง
ไร เป็นต้นตระกูล ถือหมิ่น มึงเอามาจากประวัติศาสตร์เล่มไหน กูจะฟ้อง มึงโดนเรียกแน่
ไอ้ห่า...มึงอย่าขู่เรื่องแบบนี้
ต่างคนต่างหัวเราะ...(เล่นของสูง)
เออ...ต่อไปกูจะบอกว่ารถเกราะจมเลนดี (เพื่อนจ่อ 5 เสือ วางหูไป)

คราวนี้อาแดงล้างแค้นบ้าง...
รีบโทรหาไอ้ตุ๊ อดีตนักบินม ฮ.มือฉกาจยุคปราบ ผกค. ไม่มีเส้นไม่อยู่ตำแหน่ง
หลัก ยังเป็นพันเอกพิเศษอยู่ เลยไว้หนวดเครายาว เที่ยวช่วยเพื่อนไป
ทั่ว นี่ก็ไปป้อนข้าวเพื่อนที่ตาบอดทุกวัน ซึ่งเคยเป็นนักบินด้วยกัน
ตุ๊...ยะ ยี่เอ๋ง พูด
ว่าไงเพื่อน...
อาแดงก็สาธยายเรื่องการเจรจากับไอ้จ่อ 5 เสือ ทบ. ถูกมันขู่ฟอดๆ
ไอ้ตุ๊...กูว่ามันรับเงินค่าคอมบริษัทขายรถเกราะยูเคลนไปเรียบร้อยแล้ว ปกติไอ้
นี่ไม่ยอมใคร คงง้างออกนายคนเก่าๆยุคปฎิวัติคงรับค่าคอมหมดแล้ว พี่บุญรอดแก
เอาตัวรอดหนีไปแล้ว เหลือบริษัทเคลียร์สมัคร ไอ้เหี้ยนี่คงรับแล้วเหมือน
กัน เพราะบริษัทมันคงลงทุนไปเยอะ ถอยไม่ได้ จ่ายค่าคอมตลอดทางรวม
ทั้ง ครม.ด้วย มันก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก ต้องขายให้ได้ ไม่งั้นขาดทุนปนปี้
ไอ้แดง...ถ้ามันโทรมาอีกบอกให้เอาค่าคอมมาแบ่ง ไม่งั้นพูดไม่หยุด ไอ้ห่าใช้เงินหลวงซื้อเป็นหมื่นล้าน
ไอ้ตุ๊มึงเล่าให้เพื่อนๆฟังโดยทั่วกัน...แล้วเบรคมันที อำให้โดดเลย
คงอยากเป็น 5 เสือ ทบ.เอาใจพี่ป๊อก
ไอ้เหี้ยรุ่นเราขึ้นไม่ได้อยู่แล้ว พี่ทักษิณกลับมามีอำนาจไม่ต่ำ
กว่า 10 ปี เดี๋ยวแกหลุดคดีก็เป็นนายกซ้ำ เขาต้องเอารุ่นเขาขึ้นต่อพี่
ป๊อก ปฎิวัติยังกลับบ้านได้ พวกเราเกษียณก่อนอยู่แล้ว ไอ้เหี้ยนี่มัน...
ฝัน...จะเป็น ผบ.ทบ.
เออ..เดี๋ยวกูจัดให้
(ต่างคนต่างวางหูไป)
เรื่องไม่สำคัญของประเทศไทยเช้าวันพฤหัส...ก่อนสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน
ขอเชิญแฟนคลับติดตามข่าว..
น้ำ...พลอย...เปมิกา...ฟุรุ๊ค...กบ...กระเทยตัดไข่...สมัครท้องเสีย...การุณถีบสมเกียรติในสภา ต่อไปได้
หุ หุ (หัวเราะแบบขนมต้ม)
คริ คริ (หัวเราะ
แบบอีดอกชะนีวัน พรรคนี้อีดอกนี่หายไปคงโดนลงแขกลุกไม่ขึ้น สมน้ำหน้า เลย
ส่งตัวแทน พี่เอง มาอาละวาด คู่ 251 เหี้ย...ทุกคืน)



จากคุณ : อาแดง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 10:30:24 [ 58.9.187.143 ]


ความคิดเห็นที่ : 2

ไอ้แม่เย็ด มึงรู้ได้ไงว่ามีเพื่อนหรือไม่มีเพื่อน
ต.ท.12 ของมึง มันแปลว่าอะไรวะ
ไอ้สัตว์นรก


จากคุณ : จ่าน้อย วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 10:50:13 [ 222.123.221.224 ]

ความคิดเห็นที่ : 3

ชะนีวัน ถึงโดนไม่โดน ยังไง ยังไง แม่งต้องคันยิบๆ แน่ๆ


จากคุณ : ระบม วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 11:03:02 [ 124.120.189.125 ]

ความคิดเห็นที่ : 5

."..กูว่ามันรับเงินค่าคอมบริษัทขายรถเกราะยูเคลนไปเรียบร้อยแล้ว "


ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า.....!!!
ตามนั้น....พนัน 100 บาทเอาขี้หมากองเดียว


จากคุณ : จอมโจรแฟนโทมาส วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 11:22:27 [ 74.72.91.140 ]

ความคิดเห็นที่ : 6

ไอ้เอี้ยแดง ก็มึงชอบแฉเพื่อนแฉพี่อย่างนี้ ถึงไม่ได้เป็นใหญ่สักที
รักเพื่อนเสมอโว้ย

จากคุณ : เพื่อนชล วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 11:26:08 [ 210.245.53.63 ]

ความคิดเห็นที่ : 7

แฉ ! เพื่อชาติ !!!!!!!


จากคุณ : ตำนานป่า วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 11:37:04 [ 203.154.140.11 ]

ความคิดเห็นที่ : 8



ซวยฉิบหาย ผช กบ ไม่น่าโทรเลย ฮ่าๆๆๆ


จากคุณ : เพื่อนตั้ม วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 11:39:38 [ 58.137.48.88 ]

ความคิดเห็นที่ : 9

เอาค่าคอมแบ่งเสธแดงมั้งก็จบแล้ว

ตามนั้น


จากคุณ : แบ่งๆกันไป วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 11:48:52 [ 118.172.100.57 ]

ความคิดเห็นที่ : 10

แหม ฉันซื้อเครื่องมือ ขอลองใช้ก่อนได้เป็นปี
รายการรถถังของลองใช้ก่อนบ้างซิคะ


จากคุณ : ดอกราตรีสีทอง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 12:01:05 [ 61.19.24.122 ]

ความคิดเห็นที่ : 11

รถเกราะส้นตีนนี่เจอพวกมูจาฮีดีนในอัฟกานิสถานระเบิดทิ้งกับใช้ซ้อมยิง
จรวด RPG เป็นพันคัน จนโซเวียตที่ว่าแน่ๆยังต้องเอาตีนก่ายหน้าผาก หมดทุนจน
แตกเป็น 15 ประเทศ ขืนซื้อมาใช้สามจังหวัดใต้ก็เข้าทางตีนโจรใต้พอดี เพราะ
ไอ้พวกที่วางบึ้มแม่งทุกวันนี้มันก็เคยไปรบในอัฟกานิสถานมาแล้ว หรือผบ.ทบ.
อยากเห็นรถเกราะ 8 ล้อเจอระเบิดลอยตีลังกา 10 รอบ ไอ้เณรกับจ่ากระเด็นออก
มานอกรถ


จากคุณ : 123 วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 12:22:10 [ 125.24.192.167 ]

ความคิดเห็นที่ : 12

ขนาดซื้อแมงกะไซค์หรือรถยนต์คันละไม่กี่สตาค์ ทางร้านขายก็ยังมีรถ Demo ให้
ทดลองขี่ทดลองขับกันดูว่ามัน มีคุณภาพเหมาะสมกับราคา และน่าซื้อ น่าใช้หรือไม่?

แต่นี่กองทัพบกจะสั่งซื้อรถหุ้มเกราะ ที่นำมาใช้ปกป้องอธิปไตย
ของประเทศชาติ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ใช้ปกป้องชีวิตของเหล่าทหารหาญ
ทั้งหลาย ที่นำเป็นจะต้องพึ่งพาอาศัยใช้รถหุ้มเกราะเหล่านี้ เพื่อปกป้อง
คุ้มตัวกำบังภัยจากอริราชศัตรู ในราคานับเป็นหมื่นๆ ล้านบาท

ทำไมทาง
ผู้ที่เสนอเข้าประกวดราคาถึงไม่ยอมจัดหาจัดส่งรถ Demo ให้ทางทหารผู้ที่จะ
ใช้รถหุ้มเกราะนี้ ได้ทดลองขับทดลองขี และประเมินสมรรถนะสมรรถภาพของตัวรถ
ว่า มันดีตามราคาโฆษณาราคาคุยจริงหรือเปล่า?

ถ้าทางผู้ที่เสนอเข้า
ประกวดราคาสนใจที่จะทดสอบสมรรถนะสมรรถภาพของตัวรถจริงๆ ให้พิจารณาส่งไป
ทดสอบได้ที่สนามรบจริงที่ 3 จชต. โน่นเลย....

แล้วจะได้รู้กันอย่างจะจะว่า
ก. จะจมเลนหรือไม่
ข. จะทนทานต่อระเบิดกระโถนขี้ หรือถังดับเพลิงหรือไม่
ค. จะเหยียบตะปูหรือเรือใบได้หรือไม่
ง. พลขับและทหารที่ประจำอยู่ในรถจะรอดหรือไม่

กลัวอะไรหรือ?


จากคุณ : จอมโจรแฟนโทมาส วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 12:29:08 [ 74.72.91.140 ]

ความคิดเห็นที่ : 13

ความรู ้เรื่องยุทโธปกรณ์ทางบกนั้น เป็นวิชาชีพเฉพาะที่กองทัพบก มีความเชี่ยว
ชาญ เพราะกองทัพบกมีทั้งบุคลากร และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทำหน้าที่ติดตาม
ศึกษา ค้นคว้า มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำการเปรียบเทียบข้อมูล
ยานรบทุกประเทศในปัจจุบัน จนมั่นใจว่า ได้เลือกแบบยุทโธปกรณ์ที่มี
ประสิทธิภาพ คุ้มค่า สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับ เปรียบเสมือนแฟนพันธุ์
แท้ในเรื่องยุทโธปกรณ์ทางบก ดังนั้น สมควรที่สังคมควรมั่นใจในกระบวนการของ
กองทัพบก มากกว่าการฟังข้อกล่าวหาของกลุ่มผู้ค้าอาวุธที่เสียประโยชน์ หรือ
กลุ่มบุคคลสาขาอาชีพอื่น ซึ่งพยายามใช้กลวิธีต่างๆ กดดันผ่านสื่อสารมวลชน
และหน่วยงานภาครัฐ ให้ชะลอ และยุติโครงการโดยอ้างเหตุผลเพื่อความโปร่ง
ใส ซึ่งหน่วยงานเหล่านั้น รู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่า นั่นเป็นการเอื้อประโยชน์
ให้กับผู้ค้าอาวุธที่เสียประโยชน์ ทำลายความน่าเชื่อถือในการจัดหาแบบรัฐต่อ
รัฐ ทำให้ประโยชน์ตกอยู่กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่เห็นแก่ความมั่นคงของ
ชาติ ทำให้กองทัพบกเสียโอกาสในการเสริมสร้างความพร้อมรบ

อ้าวววว ไหงงั้น ล่ะ


จากคุณ : หลานฯ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 12:40:45 [ 58.8.142.187 ]

ความคิดเห็นที่ : 14

อย่าได้คิดว่า ทหารจะเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องอาวุธไปเสียทั้งหมด

ลองไปศึกษาหาข้อมูลเองว่า
บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตอาวุธสงครามออกมาขายนั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว ก็ใช้ประชาชนคน
ธรรมดาที่มีความรอบรู้ในเรื่องอิเล็คโทนิคส์ ทางเคมีนี่แหละ ทำการค้น
คิด หรือประดิษฐ์อาวุธต้นแบบออกมาขายให้กับทางทหาร

+++++++++++++++++++++++++++
เหมือนกับขงเบ้งที่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่รอบรู้ถึงการทหาร และตำราพิชัยสงคราม
อย่างลึกซึ้ง ชนิดที่ขุนพลทั้งหลายต้องยอมรับนับถือในความคิดอ่าน และความ
สามารถ


จากคุณ : จอมโจรแฟนโทมาส วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 12:54:04 [ 74.72.91.140 ]

ความคิดเห็นที่ : 15

เบื่อตำรวจทางหลวงจริง ๆ โดนเรียกปรับอีกแล้ว
ขับก็ไม่เร็ว แมร่งยัดข้อหาขับขวา ทั้งที่เพิ่งแซงมา
ได้ไม่กี่สิบเมตร มันคงหมั่นไส้ที่กล้าวิ่งเลนขวาต่อ
หน้าต่อตา บอกยังงัยมันก็ไม่ฟัง มันว่าเห็นเราแต่ไกล
บ้าอะไร มันเพิ่งคุยเสร็จกับรถอีกคันแล้วก็เดินมากลาง
ถนน ถ้าผมขับซ้ายก็ชนมันตายอีก

ยอมมันเลย.....ประเทศไทย.....


จากคุณ : ดอกหญ้า วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 12:58:28 [ 203.121.167.241 ]

ความคิดเห็นที่ : 16

ว่ากันว่า''เงินไม่ใช่พระเจ้าเเต่เป็นพ่อของพระเจ้าอีกที''คนถึงกล้าพูดว่ากรวดเป็นเพรชได้


จากคุณ : นับถืออาเเดง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 13:33:00 [ 124.121.139.192 ]

ความคิดเห็นที่ : 17

รถเกราะ "ยูเครน" จมเลน ไม่ดี...
..........
เต็มหูกูไอ้สัตว์ทหารนักกอล์ฟเหี้ย ๆ ทั้งหลาย...มึงยังหน้าด้านซื้อ ไอ้จัญไรเอ้ยยยย...
....
ขออัญเชิญวิญญาณทหารหาญที่ตายในสนามรบ ต่อสู้เพื่อปกป้องชาติบ้านเมืองทั้งหลาย ช่วยกำจัด "ทหารเหี้ยนักกอล์ฟ" ทีเถอะครับ


จากคุณ : นักเรียนไทย วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 15:34:22 [ 124.197.63.104 ]

ความคิดเห็นที่ : 18

ตกลงมึงจะเอาไม๊ หรือจะถืออีดาบไปรบเหมือนเคย สาดด


จากคุณ : นักเรียนยูเครน วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 16:08:51 [ 58.137.48.88 ]

ความคิดเห็นที่ : 19

มีคำถามอยู่ว่า หากเรามีหน้าที่ในการดำเนินการเรื่องรถเกราะยูเครน และเรา
ทราบว่ามีความผิดปรกติในการจัดหาหรือแม้กระทั่งการกำหนดสเป็กของยานรบ การ
ผ่านการทดสอบถูกต้องหรือไม่ รถเกราะนี้บรรทุกพลประจำรถได้ตามจำนวนหรือ
ไม่ ประการสำคัญที่สุดที่มักมีผู้กล่าวอ้างเสมอว่า หากซื้อรถเกราะของ
ยูเครนแล้วสามารถซื้อได้ทั้งกองพัน รถเกราะประเทศอื่นๆสามารถซื้อได้เพียง
ครึ่งเดียว รถเกราะของประเทศอื่นมีราคาแพงกว่า ดังนั้นควรจะจัดซื้อของ
ยูเครนไม่เช่นนั้นระบบการจัดหา ยุทโธปกรณ์ของกองทัพจะเสียหาย
ตอบว่าเมื่อพวกท่านๆเป็นทหารของชาติซึ่งเป็นนายพล ได้รับการพระราชทานยศจาก
องค์จอมทัพไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวกท่านก็ควรจะตระหนักรู้ได้
ว่าท่านควรจะทำอย่างไร


จากคุณ : ฟ้าใส วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 18:09:32 [ 202.91.18.192 ]

ความคิดเห็นที่ : 20

- ต่อ-
ต่อไปในเรื่องรถเกราะยูเครน เมื่อมีการเบี่ยงเบนประเด็นว่าทุกอย่างถูกต้อง
หมด สามารถดำเนินการได้ทุกประการ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้วเพราะ
จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทัพโดยรวม ทหารคนใดขัดขวางถือว่าไม่รัก
สถาบันรักพวกพ้อง เราไม่รู้ว่าคนสองคนพูดกันอย่างไรแต่หากพูดกันทำนองนี้
คงไม่ถูกต้องนักหรอก ทุกอย่างมีทางออกเสมอเมื่อกองทัพได้รับงบประมาณ
ในการจัดหายุทโธปกรณ์แล้ว กห.โดยกองทัพบกน่าจะเสนอรถเกราะที่ผ่านการ
ทดสอบอย่างถูกต้อง ยานรบที่สามารถบรรทุกพลประจำรถได้ครบตามจำนวน แม้จะมี
ราคาแพงกว่าแต่ได้รถที่ผลิตใหม่ซึ่งของยูเครนเป็นรถเก่านำมาดัดแปลงให้เป็น
รถใหม่ ปีต่อๆไปก็จัดหาให้ครบ หรือจะจัดหายุทโธปกรณ์อื่นๆที่ดีกว่าและ
เหมาะสมกว่าก็ย่อมได้ ไม่เชื่อพวกท่านไปถามนักการงบประมาณใน กห.ดูซิว่า
จะกระทำได้ในขอบเขตอย่างไร อย่าดิ้นรนทุรนทุรายให้มากนัก ผู้คนในสังคม
ไทยกำลังจับตามองเรื่องนี้อยู่ ประการสำคัญคือเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของ
ประเทศชาติครับท่านๆทั้งหลาย อย่าให้ทหารในกองทัพต้องถูกด่าเหมารวมต่อไป
อีกเลยนะครับท่าน เห็นใจทหารส่วนใหญ่ของกองทัพบ้างเถอะ....


จากคุณ : ฟ้าใส วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 18:12:18 [ 202.91.18.192 ]

ความคิดเห็นที่ : 21

* ยูเครนเขาอ้างว่าเขาไม่รู้เรื่องเลย เรื่องการยื่นซองเสนอ แต่ทำไมอีกตั้งหลาย
บริษัท หลายประเทศ ทำไมเขารู้ ดังนั้นยูเครนจึงทำหนังสือขอมาแจมในรอบ
ที่๒ ซึ่งหลายประเทศหลายบริษัทที่มายื่นถูกเวลา ถูกกติกา และถูก
จริยธรรม เขาถึงกับงงแดกในมาตรฐานของรัฐบาลไทยที่ทำกับพวกเขาอย่างนี้ ดัง
นั้นในชอทต่อๆไปจากนั้น กลุ่มบ.จากประเทศพวกนี้เขาจึงวาดภาพออกว่าจะเกิด
อะไรขึ้นกับการจะซื้อครั้งนี้*
- นำเสนอเอกสารและราคา กำหนด วันที่๑๖พ.
ค.๒๕๕๐ ภายในเวลา ๑๖.๓๐ (วันนี้มี บ.ต่างๆมายื่นเอกสารทั้งสิ้น๑๐ราย) กำหนด
วันชี้แจงรายละเอียดวันที่ ๑๗ พ.ค.๒๕๕๐ ที่สโมสร ทบ. ทั้งสองวันนี้ไร้เงา
ของ บ.จากยูเครน (อย่างนี้ผิดระเบียบไหมว่าด้วยการพัสดุ)

- วันที่ ๒๑-๒๒ พ.ค.๒๕๕๐ ทบ.เลือกแบบรถจาก๑๐รายเหลือแค่ ๔ รายคือ แคนาดา รัส
เซีย ฟินแลนด์ และยูเครน (มันมายังไง มาจากไหน มาได้ยังไง ต้องถามแขก)



จากคุณ : ๐๐๑๖ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 18:28:35 [ 58.9.93.141 ]

ความคิดเห็นที่ : 22

คห. 21

" - นำเสนอเอกสารและราคา กำหนด วันที่๑๖พ.ค.๒๕๕๐ ภายในเวลา ๑๖.๓๐ (วันนี้มี บ.
ต่างๆมายื่นเอกสารทั้งสิ้น๑๐ราย) กำหนดวันชี้แจงรายละเอียดวันที่ ๑๗ พ.ค.
๒๕๕๐ ที่สโมสร ทบ. ทั้งสองวันนี้ไร้เงาของ บ.จากยูเครน (อย่างนี้ผิดระเบียบ
ไหมว่าด้วยการพัสดุ) "


นี่หรือที่ กมย.ทบ. อ้างว่า การจัดซื้อจัดหารถหุ้มเกราะจากยูเครนนี้เป็นไปตามระเบียบ และโปร่งใส



จากคุณ : จอมโจรแฟนโทมาส วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 18:39:43 [ 74.72.91.140 ]

ความคิดเห็นที่ : 23

- ๑ ในเงื่อนไขสำคัญคือ *ต้องเป็นยุทโธปกรณ์ใหม่ ไม่เก่าเก็บหรือเคยใช้งานมา
ก่อน* (แล้วลองหารายละเอียดเบื้องลึกดูสิว่า ไอ้บีทีอาร์๓อี๑เนี่ย มันเข้า
เกณฑ์นี้ไหม ๑พัน๑ร้อยห้าคันในโกดังที่ยูเครน พร้อมแล้วที่จะดัดแปลงจากซีรี
ย์๗๐มาเป็นรุ่นอัพเกรด๓อี๑ เพื่อการนี้ ใช่ไหมวะ )

- และแล้ว ๑๙-๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐ รายการแหกตาบนความโง่ของผู้ไม่รู้ของบ้านเราก็
เกิดขึ้น ยกคณะกันไปดูสายการผลิตบีทีอาร์๓อี๑ที่ยูเครน กี่คน หรืออาจจะทั้ง
คณะก็ได้ที่จะไม่รู้ว่า ไอ้ที่ดูกันอยู่นั้น คือสต๊อกการผลิตและเก็บ
แสปร์พาร์ทตามมาตรฐานผู้ผลิตที่จำเป็นต้องมีไว้ นี่ไม่ใช่สายการผลิตรถใหม่
เลยสักนิด พวกยูเครนมันว่ายังไง ทั้งคณะก็ว่ายังงั้นทั้งๆที่ถ้าแหกเนตรดู
ดีๆก็จะรู้ได้ไม่ยากว่าไอ้ที่ดูกันอยู่นั้นเขาผลิตเพื่อมาประกอบหรือผลิต
เพื่อสต๊อค นี่แหล่ะเรียนกันมาแค่ในบ้านก็เป็นแบบนี้แหล่ะ สุวนันท์ในกะลา
ของแท้
* วันนี้จะเขียนเรื่องรถเกราะล้อยางนี่ครั้งสุดท้ายละ จากนี้ไปการณ์จะเป็นยังไงก็ช่างแม่งมัน*


จากคุณ : ๐๐๑๖ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 18:40:30 [ 58.9.93.141 ]

ความคิดเห็นที่ : 24

* และถ้าวันหนึ่ง มีลูกหลานพี่น้องทหารต้องตายเพราะความห่วยแตกของไอ้รถตัว
นี้ หรือหากกองทัพบกต้องเสียหายจากไอ้รถระยำนี่ ถึงวันนั้นกูจะด่าโคตรเง่า
ขุดประจานลากไส้คนงอแงที่จะเอา จะเอา ไม่ให้มีชิ้นดีเลย จะพิมพ์แป่ะ พิมพ์
แป่ะ แม่งทุกเว็ปทั่วโลกทั้งไทยทั้งฝรั่ง ทำเหี้ยไรไม่ได้ ด่าแม่งให้เจ็บใจ
ก็ยังดี ท่านเสธ.แดงเคยบอกไว้ในเว็ปเนี่ยแหล่ะ*



จากคุณ : ๐๐๑๖ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 18:45:10 [ 58.9.93.141 ]

ความคิดเห็นที่ : 25

คห. 24

ฮ่า ฮ่า ฮ่า....
ถึงวันนั้น ของเสนอตัวช่วยท่าน ๐๐๑๖ ตัดแปะ กระจาย ถ่ายทอดคำด่าพวกเหี้ยนี่ด้วยคน


จากคุณ : จอมโจรแฟนโทมาส วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 18:58:50 [ 74.72.91.140 ]

ความคิดเห็นที่ : 26

Lots of good comments in this query !


จากคุณ : COS วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 19:23:34 [ 124.121.160.172 ]

ความคิดเห็นที่ : 27

ช่วงนี้คุณ ๐๐๑๖ ธาตุไฟแตกบ่อยนะฮะ

ส่วนค.ห.24 น่าจะทำตั้งแต่ตอนนี้เลยนะครับเพราะยังไงผมว่ามันก็เอาอยู่แล้วแหละ รับค่าคอมไปเยอะแล้ว


จากคุณ : ต๊ะ วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 20:22:52 [ 58.9.215.87 ]

ความคิดเห็นที่ : 28

เอาเงินไปซื้อระเบิดกับปืนอย่างที่อาแดงเคยบอกไว้ดีกว่า
มัวแต่เปลี่ยนลมยางพอดีโดนระเบิดกระโถนเด็ก...ตายหมู่
กระติกน้ำก็ไม่มีติดตูด....ซื้อมาจะกล้าลงจากถนนหรือเปล่าไม่รู้
อาแดงอย่าให้เงินซื้อศักดิ์ศรีได้นะครับ
http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=39213

จากคุณ : Not finished yet. วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-03 21:06:36 [ 125.27.24.23 ]

ความคิดเห็นที่ : 29

จะว่าไปมันมีคอมตั้งแต่เริ่มร่างสเป็กแล้ว คุณสมบัติเมื่อห้าปี ถูกต้อง
เป๊ะ... วิจัยมาแล้วตรงความต้องการ.. แต่ห้าปีมาแล้วเป็นอย่างน้อย... พ่อ
ค้ารวย ประเทศหนี้สาธารณะเพิ่ม.. คุณสมบัติหน้าหนาใจดำ... น่ามาใช้กับ "
นักการเมืองตัวจริง" ที่คิดถึงแก่ประเทศบ้าง..

การค้าขายมีเจ๊ง กับ
เจ๊า... ขาดทุนก็มี... แต่คงไม่บ่อยหรอก กริฟเฟนเงียบเป็นเป่าสาก.. เพราะ
มันยังไม่ได้อายุ.... คงสักเจ็ดปี.. ดองก่อน


ความคิดเห็นอย่างเดียว

จากคุณ : ผ่านมาอ่านพอดี วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-04 09:26:15 [ 202.29.6.18 ]

ความคิดเห็นที่ : 30

ด่าก็ด่าไป ซื้อเสร็จแล้ว เงินโอนเสร็จแล้ว เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว ถ้ารู้เสธแดง
รักชาติ ทำไมไม่ทำอะไรตั้งแต่ก่อนซื้อละ จะมาด่าอะไรตอนนี้ ในอนาคตทหาร
ไหนจะตายเพราะรถพวกนี้ แล้วจะไปเอาผิดกับใคร เมืองไทยเคยเอาผิดทหารใหญ่โกง
ชาติได้หรือ ไม่มี
ว่าไงเสธแดง ทำไมไม่ทำอะไรเพื่อชาติบ้างละ ด่าทางเวปไม่ได้ประโยชน์ ให้ประเทศชาติ
หรือเป็นแค่ตัวตลก เขียนหนังสือหลอกเด็ก


จากคุณ : หอยหลอด วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-04 21:40:59 [ 58.64.121.19 ]

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed May 19, 2010 8:25 pm

http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=38936

ให้แฟนคลับไหว้พระไว้ ขออย่าให้มหาอำนาจส่งอาวุธช่วยพวกก่อการร้าย 3 จังหวัด

ถ้าผู้นำศาสนายังตายเรื่อยๆแบบทนายสมชาย...เรื่อง ขบวนการยุติธรรมจบแล้ว
หาผู้กล้าในแผ่นดินแก้ไม่ได้ วันนี้หนักกว่าเก่า ไม่มีใครกล้ากับชุดอุ้มฆ่าทนายสมชาย
ประชาชนมองเหมือนหะยีสุหลงหาย ชนชั้นปกครองรู้ชื่อทุกคน พี่ทักษิณกลับมา
แม่ง...ขึ้นทั้งแก๊งค์
ยังไม่เห็นแม่ทัพออกมาสาดอาวุธเหมือนเดิม โดนแดดไม่ได้ป๋าว่าหน้าดำ
อัยการ ศาล ตำรวจ ไม่มีทีท่าเอาหัวชนกันแกล้งโง่ เพื่อความมั่นคงของชาติ ต่างคนต่างถือ
กฎหมายถล่มแขกตามเนื้อผ้า
อาแดงคาดว่าอาวุธหนักนำวิถียิงเครื่องบิน รถเกราะ รถฮั่มวี่กำลังมาจากรัสเซีย อินเดีย จีนแดง
เกาหลีเหนือ ต้องของประเทศใดประเทศหนึ่ง รถเราหมด ไปเป็น 100 คันแล้ว ฮ. รถเกราะ
ไม่เคยโดนเรียบกองทัพแน่ เมื่อจรวดนำวิถีมา โดยเฉพาะแบ็คฮ๊อก รัฐบาลทำงานบริหารเดินไม่ได้เลย
ติดระบบการเมือง จิกกันเองอีก โดยเฉพาะตุลาการภิวัฒน์ลงมากลางวงด้วย ไม่สนหลักรัฐศาสตร์
นักการเมืองเขียนไปลากพวกท่านมากันเอง นักการเมืองกลัวขี้แตกจริงๆ กรรมการบริหารพรรคหมด
อีก 3 พรรค สูญพันธ์ถ้าไม่รีบแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งสำเร็จอยู่แล้ว ม๊อบสนธิก่อม๊อบไม่ติด จะทำอย่างไร
มีคนเดียวที่เอาทหารนักกอล์ฟอยู่ แก้ระบบตำรวจ นักการเมืองไม่กล้ากระดิก ไม่งั้นชาติไปไม่ได้
อาแดงฮุบไว้คนเดียว ไม่บอกว่าใคร
คนนี้ลักษณะเดียวพระนเรศวร ตีหงสาวดี ตองอู ถึงอังวะ ท่านป่วยสิ้นพระชนท์ ก่อน เลยหาพม่าไม่เจอ พม่าหนีสุดขอบฟ้าเหมือนรัสเซียหนีไปเลนินกราด พูดแล้วอย่าลบหลู่ คอยดูอาร์พีจี กับสติงเจอร์ไว้
ใครมาก่อน ระหว่างอาวุธค่ายคอมิวนิสต์ กับ ไอ้กัน ใครมาก็แล้วแต่ พี่ไทยรับแดก
พรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวพม่า...ว่าทำไมมันรบชนะเรา

จากคุณ : อาแดง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-04-02 01:20:27 [ 58.9.198.76 ]



http://www.komchadluek.net/2008/04/05/x_mili_u001_196416.php?news_id=196416

ยานเกราะรัสเซีย...แลกน้ำมัน ปมร้อนที่ค่ายยูเครนต้อง"หนาว"

เปิดประเด็นร้อนเมื่อตัวแทนฝั่งรัสเซียเปรยจะขอพ่วง "ยานเกราะล้อยาง" เพื่อแลกกับน้ำมันราคาถูก
หลัง "สมัคร" เชียร์ให้ซื้อน้ำมันจากค่ายหมีขาวแทนโอเปก ยกข้อมูลโจมตีรถยูเครนล้าสมัย
แต่ฝั่งยูเครนโต้กลับรถทันสมัย-แถมสมรรถนะก็ดีกว่า

โครงการจัดซื้อรถยานเกราะล้อยาง รุ่น BTR-3E1 จากประเทศยูเครน จำนวน 96 คัน
ตามวงเงินงบประมาณเกือบ 4,000 ล้านบาท เงียบหายไปนาน หลังเผชิญกับกระแสข่าวเรื่อง
ความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อ ตลอดจนสมรรถนะของตัวรถอย่างต่อเนื่อง
พล.อ.บุญรอด สมทัศน์
รมว.กลาโหม จึงไม่เซ็นอนุมัติให้จัดซื้อในขั้นตอนสุดท้าย หลังมีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักงานการ
ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จนกลายเป็นข่าวครึกโครม
ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า มีแนวโน้มสูงที่ "เค้ก"
จะเปลี่ยนมือจากค่ายยูเครน เป็นอดีตลูกพี่อย่าง "รัสเซีย" แทน
ภายหลัง รมว.กลาโหม คนเก่า
ปฏิเสธที่จะเซ็นอนุมัติ ทางคณะกรรมการมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.ทบ.)
ก็ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาไปยัง สตง. ถึง 3 ครั้ง เพื่อยืนยันถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อ
หลังจาก
ชี้แจงข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ ครบถ้วนแล้ว กองทัพบกยังคงเดินหน้าเสนอเรื่องผ่านไปยัง
พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทหารสูงสุด)
ขั้นตอนต่อไป ก็คือ
ให้กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทหารสูงสุด) เสนอเรื่องต่อ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
และ รมว.กลาโหม เซ็นอนุมัติโครงการ
ทีแรกโปรเจกท์นี้ทำท่าว่าจะราบรื่นด้วยความสัมพันธ์
อันหวานชื่นระหว่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กับนายกฯ สมัคร
ที่ควงคู่กันไปเยือนต่างแดนบ่อยๆ
แต่สุดท้ายเหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อ "คู่แข่ง" จากค่ายรัสเซีย
โผล่เข้ามาขวาง
"วงใน" กระทรวงกลาโหม คุยกันให้แซดว่า รัสเซียได้ทำหนังสือถึงกระทรวงกลาโหม
เพื่อให้มีการพิจารณาทบทวนการจัดซื้อยานเกราะล้อยางจากค่ายยูเครน เนื่องจากมีการดัดแปลงแบบ
มาจากของรัสเซีย
ทางค่ายรัสเซีย ระบุว่า รถยานเกราะล้อยาง รุ่น BTR สายพันธุ์ต่างๆ เป็นสายการผลิต
ของบริษัท Arzamas Machinery Plant มาตั้งแต่ปี 1980 แม้ในอดีตยูเครนจะเป็นรัฐหนึ่งของ
สหภาพโซเวียต แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการคิดค้น หรือออกแบบใดๆ
นอกจากนี้ ทางฝั่งรัสเซีย ยังอ้างว่า
รถยานเกราะล้อยาง รุ่น BTR 3E1 ของยูเครน แทบจะไม่มีความแตกต่างจากรุ่น BTR-80 ของรัสเซีย
ยกเว้นยางที่ของรัสเซียเป็นล้อยางกันกระสุน [/size]
[size=12] สำหรับรถหุ้มเกราะล้อยางตระกูล BTR-3
เป็นรถ 8?8 (ขับเคลื่อนทั้ง 8 ล้อ) มีกำลัง 300 แรงม้า ประกอบจากโรงงาน KMDB ในประเทศยูเครน
น่าสนใจว่า รัฐบาลทหารพม่าสั่งซื้อรถรุ่น BTR3Us รวม 1,000 คัน ทั้งหมดนำมาประกอบในประเทศพม่าเอง
แต่ BTR-3U ของพม่าเป็นรถรุ่นใหม่ ไม่เหมือนกับ BTR-3E1 ที่มีการอัพเกรดจากรุ่น BTR-80
ปัจจุบัน
ประเทศยูเครน เริ่มผลิตรถยานเกราะล้อยางไปถึงรุ่น BTR-4 แล้ว โดยนำออกแสดงเมื่อปี 2006
ในขณะที่ไทยยังมีความพยายามที่จะจัดซื้อรถรุ่นเก่าของยูเครน
อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างต่างๆ จากค่ายรัสเซีย
อาจจะแค่ "น้ำจิ้ม" ประกอบเมนูมื้อนี้เท่านั้น เพราะมันมีข้อเสนอแบบ "ยื่นหมู-ยื่นแมว" มาเป็นตัวเร่ง
ในการตัดสินใจด้วย
คงจำกันได้ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมัครกล่าวถึงแนวคิดที่จะซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย
ซึ่งมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมาก ทั้งยังเป็นประเทศนอกกลุ่มโอเปก จึงน่าจะขอซื้อน้ำมันดิบในราคาถูก
คือ ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ไม่ยาก
วงในกลาโหมจึงให้จับตาแพ็กเกจ "ซื้อรถเกราะพ่วงน้ำมัน"
ให้ดี เพราะมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้สูง
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ผู้มีอำนาจของไทยเคยไปรับปากว่าจะซื้อ
เครื่องบินซู-30 MK ของรัสเซีย มาแทนเครื่องบินเอฟ-5 ที่กำลังจะปลดประจำการ แต่สุดท้ายกลับหันไปซื้อ
เครื่องบินกริพเพนจากสวีเดน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า บิ๊กๆ รัสเซียนั้น เขม้นมองจนหนวดกระดิก
ถ้าความเคลื่อนไหว
ดำเนินไปบนเส้นทางนี้โอกาสที่รถถังรัสเซียจะเข้าวิน จึงเป็นไปได้สูงอย่างยิ่ง แต่กระนั้นตัวแทนจากฝั่งยูเครน
ก็ให้ข้อมูลอีกด้านว่า การผลักดันให้เลือกรถจากค่ายรัสเซียมาจากบิ๊กรายหนึ่งใน คมช. ซึ่งมีแรงจูงใจ
สำคัญมาจากผลตอบแทนที่คุ้มค่าเหนื่อย
สำหรับ เจ้า BTR 80 ของรัสเซีย เริ่มการผลิตมาตั้งแต่ปี 1980
สมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต และไม่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีอะไรมากนัก ผิดกับ BTR-3E1 ที่มีการพัฒนา
อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ BTR 70, BTR 80 เรื่อยมาถึง BTR-3E1
นับตั้งแต่ยูเครนแยกตัวออกมาจาก
สหภาพโซเวียตก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีมาตลอด โดยสายการผลิตรถถังของสหภาพโซเวียตกว่า 80%
อยู่ในประเทศยูเครน
ซึ่งก็น่าจะสมดั่งคำอวดอ้าง เพราะเมื่อเทียบกับ BTR 80 ที่ติดอาวุธปืนกลแค่กระบอกเดียว
แต่เจ้า BTR-3E1 มีอาวุธถึง 5 ระบบ เช่น ปืนกล 30 มม. ปืน 72 มม. อาวุธนำวิถี ลูกระเบิดควัน
นอกจากนี้
ระบบการขับเคลื่อน ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ เครื่องมือสื่อสาร ฯลฯ ล้วนทันสมัย มีระบบสั่งการยิงจากภายใน
และสามารถเคลื่อนที่ ภายในน้ำได้เป็นอย่างดี
ส่วนข้อครหาที่ว่า ใช้ตัวถังของ BTR 80 แต่อัพเกรดขึ้นใหม่นั้น
ถูกลบล้าง ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าทำอย่างนั้นจะเกิดผลเสีย เพราะเจ้า BTR-3E1 ยาวกว่า BTR 80 นั่นจึง
เป็นเหตุผลที่ว่า หากมาต่อเติมให้ยาวขึ้นก็จะเจอกับปัญหา

1.โครงสร้างจะไม่แข็งแรงเท่าเดิม
2.ต้นทุนในการผลิตจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงยืนยันว่า ยานเกราะล้อยางของยูเครนเป็นรถที่ผลิตขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นไป
ตามคำชี้แจงของสถานทูตยูเครนอย่างแน่นอนและประสิทธิภาพการใช้งานของรถค่ายนี้
ก็ไม่เป็นรองรถจากค่ายอื่น
นั่น คือ มุมมองของ 2 ฝ่ายที่เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด
ของการจัดซื้อรถยานเกราะล้อยางรุ่นใหม่มา ประจำการในกองทัพบก ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ชี้ให้เห็นถึงข้อดี
ในฝ่ายของตนอย่างเต็มที่
ประเด็นนี้จึงต้องดูว่า กองทัพบกยังจะเลือกรถจากค่ายยูเครนอยู่เช่นเดิม
แต่ก็มีข่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ ยังยืนกรานที่จะเดินหน้าซื้อจากค่ายยูเครนต่อไป โดยในสัปดาห์หน้า
น่าจะมีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือในที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพ เพื่อกำหนดการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์
ตามงบประมาณปี 2552
กระนั้นแม้ ผบ.ทบ.จะตกลงปลงใจเอารุ่นเดิม แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับ "ลายเซ็น"
ของ รมว.กลาโหม ที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ว่าจะโอเคตามนั้น หรือจะเลือกออพชั่นรถถังพ่วงน้ำมันราคาถูกหรือไม่

ทีมข่าวความมั่นคง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed May 19, 2010 9:11 pm

http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/11/07/entry-1

มาดูรถเกราะ 4 ล้อติดหล่มชัดๆ ก่อนซื้อรถเกราะยูเครน 8 ล้อ

ภาพชุด รถเกราะV 150 ปะทะ BTR-3E1

อ่านบทวิเคราะห์ได้ที่นี่

มาแล้ว...ดู เสธ.แดงเมื่อหนุ่มๆ กระดูกยังไม่ติดเหมือนตอนนี้
กำลังก้าวขึ้นรถเกราะ และนั่งหน้ารถวิ่งขึ้นฝั่ง 4 ล้อ
ขนาดมีกว้านหน้าช่วยลาก ยังขุดเป็นวัน ถ้ามี 8 ล้อ
ที่ซื้อใหม่สร้างก่อน วี 150 ที่เสธ.แดงใช้เมื่อ 25 ปีทีแล้วอีก
ขุดกันเป็นเดือน เผลอๆ ลงน้ำรั่วจม บุ๋งๆ
คริ คริ เป็นภาพเมื่อปี 2525 ที่เสธ.แดงฝึกทางยุทธวิธี




รถเกราะวี 150ติดปืนใหญ่ขนาด 90มม.บนป้อมติดปืนกลเอ็มจี 3 ขนาด 7062มม.
ด้านข้างติดกระสุนควันกำบังตัว ขนาด 40 มม.




รถเกราะวี 150 เวลาใช้ในหน้าฝน เมื่อติดหล่มกว่าจะกู้ได้ 3วัน 3คืน
ถ้ามาช่วยกันรับรองจมหมดทั้งหมวด ข้าศึกเห็นหัวเราะกลิ้ง






ในภาพจากหน้าขวา ร.อ.ขัตติยะ สวัสดิผล (ยศขณะนั้น) นั่งอยู่บนรถเกราะ วี 150




จากภาพ ร.อ. ขัตติยะ สวัสดิผล (ยศขณะนั้น) กำลังก้าวขึ้นรถเกราะ วี 150
ซึ่งสามารถวิ่งในน้ำได้เหมือนเรือ ใช้ล้อรถเป็นตัวพุ้ยน้ำ
แต่ความเร็วของกระแสน้ำต้องไหลไม่เกิน 8 กม./ ชม





ยานเกราะล้อยาง (๘x๘) แบบ BTR-3E1

ตามที่ ทบ. ได้อนุมัติให้บริษัท ดาต้าเกท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประสานงานในประเทศไทย ให้กับ
บริษัท UKRSPETSEXPORT แห่งประเทศยูเครน บรรยายสรุป เกี่ยวกับ ยานเกราะล้อยาง (๘x๘)
แบบ BTR-3E1 เมื่อ ๑๓ ธ.ค.๔๙ ณ สโมสร ทบ. (ส่วนกลาง) เทเวศร์ ยานเกราะล้อยาง (๘x๘)
แบบ BTR-3E1 เป็นยานเกราะล้อยางประเภทสะเทินน้ำสะเทินบก ผลิตจากประเทศยูเครน ตัวถังรถ
ผลิตด้วยเหล็กกล้าชนิดแข็งมากผสมใยสังเคราะห์ KEVLAR จากด้านในของตัวรถ
(VERY HARD STEEL & REINFORCE WITH THE KEVLAR INSIDE) ป้องกันกระสุน ขนาด ๗.๖๒ มม.
โดยสามารถปรับปรุงให้ป้องกันกระสุน ขนาด ๑๒.๗ มม. (.๕๐ นิ้ว) ได้ด้วยการเสริมแผ่นเซรามิค
บรรทุกกำลังพลรวม ๙ นาย ประกอบด้วย ผบ.รถ, พลขับ, พลยิง และพลประจำรถ ซึ่งมีรายละเอียด
ดังนี้


๑.๑ ระบบอาวุธ

๑.๑.๑ ป.อัตโนมัติ ขนาด ๓๐ มม. แบบ ZTM-1 จำนวน ๑ กระบอก ติดตั้งที่ป้อมปืนด้านบนตัวรถ
พร้อมกระสุนจำนวน ๔๐๐ นัด ซึ่งมีอัตราการยิง ๓๓๐ นัด/นาที โดยมีระยะยิงหวังผลทางภาคพื้น
ที่ระยะ ๔,๐๐๐ ม. และทางอากาศ ที่ระยะ ๒,๐๐๐ ม.

๑.๑.๒ ระบบอาวุธนำวิถีต่อสู้รถถัง แบบ BARRIER (BARRIER ANTI- TANK MISSILE SYSTEM:
BARRIER ATMS) นำวิถีด้วยแสงเลเซอร์ (LASER BEAM) พร้อมลูกจรวด จำนวน ๔ ลูก
ซึ่งใช้ยิงหวังผล ที่ระยะ ๕,๕๐๐ ม.

๑.๑.๓ ค.อัตโนมัติ ขนาด ๓๐ ม. แบบ AG-17 หรือ AGS-17 (30 mm AUTOMATIC GRENADE
LAUNCHER) พร้อมลูกระเบิดยิง จำนวน ๘๗ นัด ซึ่งใช้หวังผล ที่ระยะ ๑,๗๐๐ ม.

๑.๑.๔ ปก.ขนาด ๗.๖๒ มม. (7.62 mm MACHINE GUN) แบบ KT-7.62 (PKT) พร้อมกระสุน
จำนวน ๒,๐๐๐ นัด ซึ่งใช้ยิงหวังผล ที่ระยะ ๒,๐๐๐ ม.

๑.๑.๕ เครื่องยิงลูกระเบิดควัน ขนาด ๘๑ มม. (81 mm SMOKE GRENADE LAUNCHER)
พร้อมลูกระเบิดควัน จำนวน ๖ นัด

๑.๒ เครื่องยนต์ดีเซล แบบ UTD-20 ขนาด ๓๐๐ แรงม้า
๑.๓ เครื่องเปลี่ยนความเร็วแบบ ทางกล (MACHANICAL)
๑.๔ ระบบพยุงตัวรถ แบบอิสระ (INDEPENDENT)
๑.๕ ยางล้อแบบ RUN FLAT สามารถควบคุมการเติมลมได้ในขณะขับเคลื่อน
๑.๖ น้ำหนักรถ ๑๖ ตัน
๑.๗ กำลังขับเคลื่อน ๑๘.๘ แรงม้า/ตัน
๑.๘ ความเร็วสูงสุด บนถนน ๘๕ กม./ชม. ในน้ำ ๘- ๑๐ กม./ชม.
๑.๙ ความเร็วต่ำสุด ๕ กม./ชม.
๑.๑๐ ระบบปฏิบัติการ บนถนน ๗๕๐ กม./ชม. ในภูมิประเทศ ๓๕๐ กม./ชม.
๑.๑๑ อุณหภูมิการใช้งาน ตั้งแต่ – 40C ถึง +55 0C
๑.๑๒ ข้ามเครื่องกีดขวาง ขนาดความสูง ๐.๕ ม.
๑.๑๓ ข้ามคูดักรถถัง ขนาดความกว้าง ๒ ม.
๑.๑๔ ไต่ลาดชัน ๓๐0
๑.๑๕ การไต่ลาดเอียง ๒๕0

๑.๑๖ ระบบเครื่องควบคุมการยิง ประกอบด้วย
๑.๑๖.๑ ระบบรักษาการทรงตัวของปืน (STABILIZER)
๑.๑๖.๒ ระบบติดตามเป้าหมาย (TRACK SIGHTING SYSTEM) แบบกล้องทีวีกลางวัน/กลางคืน
พร้อมกล้องวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ (TV DAY & NIGHT WITH INTEGRATED LASER RANGE FINDER)
๑.๑๖.๓ ระบบกล้องตรวจการณ์ แบบมองรอบทิศทาง (PANORAMIC OBSERVATION SYSTEM)
๑.๑๗ อุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ดังนี้
๑.๑๗.๑ กว้าน ขนาดแรงดึง ๖ ตัน
๑.๑๗.๒ เครื่องดับเพลิงอัตโนมัติ
๑.๑๗.๓ ระบบกรองอากาศ แบบ FULL FLOW FILTER
๑.๑๗.๔ ระบบทำความเย็น (AIRCONDITION) ขนาด ๑๐ กิโลวัตต์
๑.๑๗.๕ ระบบให้ความร้อน (HEATER) ขนาด ๑๘ กิโลวัตต์

ระบบอาวุธของตัวรถ
- ปืนกลอัตโนมัติขนาด 30 มม. รุ่น ZTM-1 จำนวน 1 กระบอก บรรทุกกระสุนจำนวน 400 นัด
อัตราการยิง 320 นัดต่อนาที ระยะยิงหวังผลต่อเป้าหมายภาคพื้นดิน 4,000 เมตร
ต่อเป้าหมายอากาศ 2,000 เมตร
- เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติขนาด 30 มม. ระยะยิงหวังผล 1,700 เมตร บรรจุกระสุนพร้อมยิง 29 นัด
กระสุนสำรองอีก 87 นัด (แม็กกาซีนละ 29 นัด จำนวน 3 ชุด)

- เครื่องยิงลูกระเบิดควันขนาด 81 มม. จำนวน 6 ท่อยิง (เพื่อการพรางตัว)
- ส่วนระบบจรวดต่อสู้รถถัง BARRIER ATMS นั้นหาข้อมูลและรูปภาพไม่เจอครับ เครื่องยนต์และระบบอื่น ๆ
- ระบบติดตามเป้าหมาย แบบกล้องทีวีกลางวัน/กลางคืน พร้อมกล้องวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ .......
ระบบจะให้ภาพของเป้าหมายที่เราต้องการตรวจจับ โดยจะทำการวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์
เพื่อเป็นข้อมูลในการใช้อาวุธต่อไป

จุดแข็ง-จุดอ่อนของรถ

จุดแข็ง

- รถมีอำนาจการยิงสูง อาวุธที่ติดตั้งมีอัตราการทำลายล้างรุนแรง
- เกราะสามารถป้องกันกระสุนขนาด 12.7 มม. หรือ 0.50 นิ้วได้ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ากระสุนที่โจรใต้ใช้
- มีช่องยิงปืนเล็กสำหรับทหารราบรอบคัน กำลังพลไม่จำเป็นต้องออกมานอกรถเพื่อทำการยิง
จึงได้รับการป้องกันจากเกราะของรถ


จุดอ่อน

- กำลังพลต้องขึ้นลงด้านข้าง ซึ่งไม่เป็นที่นิยมนักในปัจจุบัน เพราะกำลังพลมีความเสี่ยงกับการถูกโจมตี
- อาวุธที่ติดตั้งหลาย ๆ แบบไม่สามารถใช้กระสุนที่มีอยู่ในคลังของกองทัพได้ จำเป็นต้องจัดหามาใหม่
- ไม่สามารถหาข้อมูลการทนแรงระเบิดจากกับระเบิดหรือระเบิดแสวงเครื่อง
จึงไม่ทราบประสิทธิภาพในการทนแรงระเบิด

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed May 19, 2010 9:46 pm

http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/10/09/entry-1

เล่าเรื่องการซื้อ รถเกราะโบราณ จากยูเครน ดีหรือไม่ดีเมื่อใช้ในประเทศไทย

ปรับความรู้...กับอาจารย์พี่แดงก่อน

ข้อ 1
ถาม...ลักษณะรถถังกับรถเกราะต่างกันอย่างไร
ตอบ...รถถังมีปืนใหญ่ใช้ตีนตระขาบอย่างเดียว ส่วนรถเกราะอาจจะเป็นตีนตระขาบ
หรือล้อยางก็ได้
(นิยมทำล้อยักษ์ ดูน่าเกรงขาม)

ข้อ 2 ถาม...รถเกราะ วี 150 มีปืนใหญ่ตั้ง 90 มิลลิเมตร ใหญ่กว่ารถถัง เอ็ม 41 ที่ใช้ปฎิวัติ
ซึ่งมีปืนแค่ 76 มิลลิเมตร ทำไมเรียกรถเกราะ
ตอบ...เรียกรถเกราะเพราะเป็นล้อยาง แม้นจะมีป้อมปืนเหมือน เอ็ม 41ก็ตาม

ข้อ 3 ถาม...ทหารม้ามีกี่แบบ
ตอบ...ทหารม้ามี 3 แบบ
1.ทหารม้ารถถัง(ใช้รถถังตีนตระขาบล้วนๆติดปืนใหญ่ วิ่งใส่ข้าศึก)
2. ทหารม้าลาดตระเวน (ใช้รถสายพาน หรือรถล้อ) บรรทุกอาวุธหลายชนิดลาดตระเวน
อยู่หน้าทหารราบคอยเอาเถิดเอาล่อข้าศึก เช่นมีรถสิงห์ทะเลทราย รถเครื่องยิงลูกระเบิด (ค.)
และรถปืนเล็ก ผสมรถเกราะขนาดเบาที่มีป้อมปืนใหญ่ อยู่ในหมวดเดียวกัน รบแบบครบเครื่อง
3.ทหารม้าบรรทุกยานเกราะ(ใช้รถสายพานหรือรถล้อ) บรรทุกทหารราบไปเข้าตี ร่วมรถถัง
เป็นรถชนิดเดียวกันหมด

ข้อ 4 ถาม...แล้วไอ้รถโบราณที่ซื้อจากยูเครน เป็นรถถังหรือรถเกราะ
ตอบ...เมื่อเป็นล้อยาง อย่างนี้ก็ต้องเป็นรถเกราะสิจ๊ะ ใช้ในหน่วยทหารม้าแบบที่ 2 ทหารม้าลาดตระเวน
สำหรับบรรทุกหมู่ปืนเล็ก และใช้ในหน่วยทหารม้าแบบที่ 3 ทหารม้าบรรทุกยานเกราะ
สำหรับขนทหารราบเข้าตีร่วมรถถัง
ข้อ 5 ถาม...แล้วไอ้รถเกราะโบราณจากยูเครนมันดีไหมหล่ะ
ตอบ...มันจะดีได้อย่าง มันมีตั้ง 8 ล้อ แค่ 4 ล้อแบบรถเกราะวี 150 พอเริ่มออกตัวจากที่รวมพล
จะออกลาดตระเวน ยังไม่ต้องเข้าตี ก็ติดหล่มแล้ว พอเอาคันอื่นมาช่วยลาก จมมันทั้งหมวด
เอาอีก 2 หมวดมาช่วยลากจมมันทั้ง 3 หมวด สรุปแล้ว 3 วันผ่านไปไม่ได้ฝึกเลย เพราะมัวแต่กู้รถ
ขึ้นจากหล่ม ขนาดจมข้างเดียว 2 ล้อยังเอาไม่ขึ้น นี่ใช้รถโบราณยูเครนจมข้างเดียวต้องกู้ 4 ล้อ
ถ้าจม 2 ข้างกู้ 8 ล้อ ทิ้งเลยดีกว่า จนกว่าจะหน้าแล้งค่อยมาขุดรถเกราะกลับกองพันไปปลูกสาระแหน่

ข้อ 6 ถาม...รถเกราะล้อยางรุ่นแรกที่เข้าประจำการครั้งแรกคือ รุ่นไหน
ตอบ...รถเกราะ วี 100 ให้ ตชด.ใช
ข้อ 7 ถาม...รถเกราะล้อยางแบบยูเครน ยุคต่อมาที่ไทยใช้มีรุ่นอะไรบ้าง
ตอบ...รถเกราะ วี 150 ทำจากบริษัท คาดิแลคเกรท เป็นรถผสมพันธุ์ของเนาวรัตน์ นายหน้าขายอาวุธ
ยุค 30 ปี ที่แล้ว โดยตัวถังรถทำจากอเมริกา ส่วนตัวป้อมทำจากเบลเยี่ยม โดยบริษัทคอกคลิล
ปืนกล เอ็มจี 3 ทำจาก เยอรมัน ล้อยางจัมโบ้ 4 ล้อ ทำจากแคนาดา บ้าไม่บ้าก็ดูเอาเอง ผสมพันธุ์สุดๆ
ส่วนคนขับคือ ทหารม้าไทย

ข้อ 8 ถาม...แล้วใครชำนาญเรื่องการใช้รถเกราะที่สุดในกองทัพไทย
ตอบ...เสธ.แดง เพราะรถเกราะ วี 150 ประกอบเองโดยผู้หมวดที่ชื่อ เสธ.แดง ในกองพันทหารม้าที่ 30
ร่วมกับ ทหารสรรพวุธ ลังปืนใหญ่เป็นไม้ส่งมาจากเบลเยี่ยมอาบน้ำยาพอเสร็จรื้อเอาไปทำฝาบ้าน ส่วนอลูมิเนียมห่อปืนใหญ่ที่มาประกอบ เอาไปห่อลองส้วมแตกใต้ถุนบ้านหลวง และปิดฝาบ้าน
กันความร้อนแดดส่องและยุงเข้า
ข้อ 9 ถาม...เมื่อรถไม่ดีทำไม พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ออกมาด่าผู้บังคับบัญชา แล้วถูกย้าย
ตอบ... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับซื้อรถ ระบบทหาร ด่านายเรื่องนายปรับย้ายไม่ถูก ทหารเมื่อคำสั่งออก
ต้องจบ ดังนั้นเป็นทหารด่าผู้บังคับบัญชา แม้นผู้บังคับบัญชาผิด ภาษาทหารเรียก "ถูกแต่ผิด"
เพราะเราไม่ใช่นักการเมือง

ข้อ. 10 ถาม...รถเกราะเมื่อซื้อเอาไปรบอย่างไร กับหน่วยทหารม้าลาดตระเวน
ตอบ...รีบเปิดดู โอเคเนชั่น เรื่องรถเกราะใช้ในหน่วยทหารม้าลาดตระเวนมีให้ดูแล้วถึง 10 ตอน

ข้อ 11 ถาม...รถไม่ดีแล้วทหารซื้อทำไม
ตอบ... อาจมีปัจจัยอื่นผสม ต้องให้คนรู้จริงเล่าว่าทำเรื่องซื้อรถเกราะโบราณทำไม รถเกราะ
ตั้งแต่สงครามอาฟริกานิสถาน ปี พ.ศ. 2522-2533 ที่พวก มูจาฮิดีนปัตตานีบ้านเราไปช่วยรบ




http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/12/13/entry-2

มาดูรถเกราะที่เหมาะกับประเทศไทยมากที่สุด

ตัวอย่างรถเกราะในคลิ๊ปวีดีโอ ถือเป็นรถเกราะที่สมบูรณ์และเหมาะใช้ในประเทศไทยที่สุด
เหมาะกับทหารม้าบรรทุกยานเกราะ และหน่วยทหาราบสายพาน

กรณีที่ ๑...เป็น รถเกราะที่มีลอกดถึง ๗ ล้อ เฉลี่ยน้ำหนักวิ่งในภูมิประเทศแฉะแบบเมืองไทยไม่จม
ความยาวเพียงพอบรรทุกหมู่ปืนเล็ก ๑๒ คน มีล้อรับสายพานขนาดเล็กด้านบน ทำให้สายพานไม่หลุดง่าย
เวลาเลี้ยวไม่เหมือนรถจีนแดง-รัสเซีย ไม่มีล้อรับสายพานด้านบน สายพานหลุดง่าย แต่ดีตัวเตี้ย
ตรวจการณ์ยาก ส่วนล้อขับอยู่หน้า ล้อปรับอยู่หลัง ตามหลักสากล เหมือนรถเก๋งขับเคลื่อนล้อหน้า
ดีคล่องกว่าขับเพลาหลัง

กรณีที่ ๒ ...รถเกราะตามรูปขึ้นลงด้านหลัง เหมือนรถสายพานลำเลียงพล เอ็ม ๑๑๓ ที่ใช้ในกองทัพไทย
ในหน่วยทหารม้าลาดตระเวน และ ร้อย รสพ. ทำให้สะดวกกำบังตัวจากตัวถังรถ ไม่เหมือนรถเกราะโบราณ
ที่ซื้อจากยูเครน ขึ้นลงด้านข้าง ไม่มีตัวรถบังถูกยิงตายห่ามัวแต่ปีนด้านข้างเวลาลงรถกับถอนตัวขึ้นรถ

กรณีที่ ๓ ...ป้อมปืนรถมีขนาดปืนแค่ ๔๐ มิลลิเมตร ทำให้รถเบา มีระบบสเตบีไลท์วิ่งยิงได้
กล้องเลี้ยงเป้าตลอด วัดระยะด้วยเลเซอร์ กระสุนเท่า เอ็ม ๗๙ ยิงออโต้ ทีละ ๓ นัด มีลูก APDS
พวกกระสุนสลัดครอบทิ้งเอง ซึ่งพอยิงออกไปจะสลัดพลาสติกออกหรือทองเหลืองออก
แล้วเป็นแท่งทังสเต็น ความเร็วสูงวิ่งเข้าชนรถถังข้าศึก ความร้อนจะทะลุรถถังทุกชนิดในโลก
ข้างในแตกกระจาย ตายเรียบ ยังมีกระสุนแตกอากาศอีกด้วย กระสุนเท่าลูกหมาแต่สามารถ
ยิงรถถังที่มีปืนใหญ่ขนาด ๑๐๐ มิลลิเมตร เกราะหนา ของรัสเซียเข้า แม้นกระทั่งเอ็ม ๔๘ และ
เอ็ม ๖๐ ของไทย ติดปืนรถถัง ๑๐๕มิลลิเมตร ป้อมหนาเตอะ กระสุนรถเกราะชนิดนี้ก็ทะลุไม่เหลือ
เพราะทะลุด้วยความร้อน





http://www.army-technology.com/projects/cv90/
http://en.wikipedia.org/wiki/Combat_Vehicle_90
http://www.baesystems.com/BAEProd/groups/public/documents/bae_publication/landa_pdf_hagg_cv90fam.pdf



Fig 1: Armor-piercing ammunition shortly after being fired,
at the moment of release from its sabot.


According to the US technical literature, upon impact on armor
a projectile made from DU keeps its form better than one
made of tungsten or steel
; the penetrator "sharpens" itself on impact,
in contrast to the more expensive tungsten projectiles, which tend to mushroom.
After penetrating the armor and as soon as the DU projectile again comes into contact
with air, the part of DU, which is now in the form of a liquid or powder starts burning,
thereby increasing its destructive effects. Often, this leads to setting the fuel tank
on fire and/or detonating the ammunition stored in the tank.

In battle tanks, such as in the new version of the US Abrams, DU plates are built in to
improve the protective properties of the conventional steel plate armor.
Because of the superiority of this type of ammunition, it has already been introduced by
the military forces of several countries. The impressive results in the Gulf War may
encourage more countries to procure DU-armor and -ammunition. By the way,
Switzerland gave up the development of anti-armor ammunition containing radioactive
material twenty years ago.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed May 19, 2010 11:17 pm




http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/12/08/entry-2

SD36: อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสในหลวง 4 ธันวาคม 2550
(เรื่องการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ)


พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ
วันอังคารที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
(เรื่องการซื้ออาวุธของกองทัพ)

แต่เมืองไทยความลับราชการก็เผยเรื่อย เผยความลับราชการ ก็ไม่รู้ละ
ทองแดง คือถ้าเผยความลับราชการก็อาจจะดีก็ได้ เพราะว่าความลับราชการ
ก็ไม่ได้เรื่องอยู่ดี ยังไงก็จะทำอะไร ก็มาเผยกันหมดก็ได้ ทุกกองทัพ กองทัพเรือ
ก็เรือดำน้ำ กองทัพอากาศ ก็มีเรืออะไร สมัยใหม่ แต่เดี๋ยวนี้เกิดจะมาซื้อลำนิดเดียว
แต่ราคาแพงเหมือนเราลำใหญ่ แต่ตอนนั้นจะซื้อลำใหญ่ราคานิดเดียวเหมือนลำเล็ก
แต่ว่า แต่ก่อนจะซื้อเครื่องบินลำใหญ่ เหมือนในราคาของลำเล็กก็ชอบกลอยู่นะ
ก็รัสเซียเหมือนกัน ทำไปทำมาจะซื้อเรือรัสเซีย เรือบินรัสเซีย เราไม่เห็นด้วย
แต่จะซื้อเรือน้ำรัสเซียก็น่าใช้

กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็ได้ชวนกันซื้อเครื่องบิน อย่าซื้อ
เรื่องบินรัสเซีย ซื้อเรือรัสเซีย ไม่อย่างนั้นจะชนกัน เรือของรัสเซีย เรือน้ำของรัสเซีย
เข้าใจว่าดี เรือบินของรัสเซีย เข้าใจว่าใช้ไม่ได้ ลองไปดู ก็ว่านี่ นานๆ ทีได้พบกัน
ก็ต้องปรารภว่าอะไรควรจะทำ ไม่ควรจะทำ เรือบิน ก็ตกลงกันแล้วแต่ถึงเวลา
ได้เรือบินมาก็น่าจะล้าสมัยแล้ว 2 ปีกว่าจะได้ 2 ปีคงล้าสมัยแล้ว เรือบินไม่ใช่รัสเซีย
เรือบินของสวีเดน ก็ดูดีเพราะว่าลำมันไม่ใหญ่ กองทัพบก ก็จะไปซื้อรถล้าสมัย
ล้าสมัยเหมือนกัน เอ้อ คนไทยนี่ชอบซื้ออะไรล้าสมัย แต่เอามาเล่นก็ดีเหมือนกัน
รถถังล้าสมัย แต่เมืองไทยนี่ใช้รถถังทันสมัยมันใช้ไม่ได้ มันจมเลน

จมเลนแล้วก็ ถ้าจมเลนปั๊บมันก็หมดสมัย มันลำบากที่จะซื้อ เดี๋ยวนี้จะซื้อ
รัฐบาลก็หมดสมัยแล้ว อีกหน่อยก็หมดสมัย อีกไม่กี่เดือนก็หมดสมัย
เอาไว้ให้รัฐบาลใหม่เขาซื้อ เขาซื้อรถถัง รถอะไร แต่อย่างนี้แนะนำการซื้อ
อาวุธยุทโธปกรณ์ กลางที่ประชุมนี้ ที่ประชุมนี้ก็ใหญ่กว่าสภาฯ นะ มีคนมากกว่า
มีคนตั้ง 20,000 คน ลงท้ายเขาฟังข้างนอกเขาคงงง ไม่รู้ว่า ไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร
ยังไงก็ตาม ที่พูดอย่างนี้นะให้เห็นว่า เราต้องคิดดีๆ ว่าจะซื้อจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์
จะซื้อยังไง รู้สึกว่าท่านก็คงงงหมดแล้วว่าไม่ได้พูดถึง ไม่ได้พูดถึงพลเรือน
ว่าจะซื้ออะไร มีแต่จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์

แต่ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ต้องซื้อ ต้องมี เพราะว่าเดี๋ยวนี้น้ำท่วมก็ใช้กองทัพ
กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ไปช่วยชาวบ้าน ฟากพวกพลเรือน
ไม่มีอาวุธที่จะไปช่วยพวกที่เดือดร้อน พวกที่ต้องการใช้ เรียกว่า
อาวุธสำหรับช่วยประชาชน

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu May 20, 2010 1:31 pm



ในภาพเสธ.แดง นั่งอยู่ที่เก้าอี้พลขับโผล่ตัวขึ้นมา สะพายปืนพก 11 มม.
สายสะพายเป็นของ ผบ.รถถัง ไอ้กันให

http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/12/13/entry-3
เสธ.แดง ถล่มซ้ำ - กองทัพส่อแห้วซื้อรถเกราะ


กองทัพส่อแห้วซื้อเครื่องบิน-รถหุ้มเกราะยูเครน
13 ธันวาคม 2550 17:39 น.

เหตุ รมว.กลาโหม สั่งระงับให้รอรัฐบาลหน้า “อนุพงษ์” พร้อมรับยังไงก็ได้ “เสธ.แดง”
ถล่มหุ้มเกราะยูเครน รถสมัยพระเจ้าเหา เผยรถรุ่นนี้ถูกระเบิดเละที่อัฟกานิสถาน
ออกรบจริงทหารถูกยิงตายหมู่แถมใช้ในไทยรถติดหล่ม

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ธ.ค.50 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า
พล.อ บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งยกเลิกโครงการจัดซื้อ
รถหุ้มเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนว่า ตนยังไม่ทราบข้อมูล เพราะปฏิบัติภารกิจ
อยู่ต่างประเทศ 3 วัน ไม่ทราบความคืบหน้า ทั้งนี้ เป็นอย่างไรก็ได้ ใครมีอำนาจก็ว่ากันไป

เมื่อถามย้ำว่า หากยกเลิกโครงการพร้อมยุติการจัดซื้อรถหุ้มเกราะยูเครนใช่หรือไม่
พล.อ.อนพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า เหตุผลหนึ่งในการยกเลิก
เพราะมีกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งให้ทบทวน
ใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวพร้อมเดินทางไปขึ้นรถทันที




เสธ.แดง ทดลองขับเอง รถถังจมเลนใช้เวลากู้ 3 วัน

ด้าน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และอดีตผู้บังคับกองพันทหารม้า
ที่ 30 จ.สระแก้ว กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่าโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางของยูเครน
จะยกเลิกไปหรือไม่ แต่การจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางครั้งนี้ ซึ่งจะนำไปให้หน่วยทหารม้า
ได้ใช้งานนั้น แต่เมื่อพิจารณาจากรายชื่อคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการจัดซื้อ
ยุทโธปกรณ์ของ กองทัพบก (กมย.ทบ.) ที่เป็นผู้พิจารณาโครงการไม่มีรายชื่อ
ของทหารม้าแม้แต่คนเดียว

“ใครจะรู้เรื่องรถเกราะดี กว่าทหารม้า รถเกราะยูเครนที่เปิดประตูด้านข้าง
มันเป็นรถยุคพระเจ้าเหา รุ่นใหม่ต้องเปิดประตูด้านท้าย เพราะหากเปิดด้านข้าง
ถึงแนวรบยังไม่ทันอ้อมไปด้านท้ายทหารถูกยิงตายทั้งหมด ส่วนที่บอกว่า
จะนำรถถังหุ้มเกราะยูเครนไปรบมนสนามรบภาคใต้ เป็นเรื่องฝันไป เพราะที่นั่น
เป็นการรบแบบกองโจร แต่รถหุ้มเกราะยูเครนออกแบบมาใช้สำหรับรบในรูปแบบ
หากเอาลงไปพวกโจรใต้หัวเราะฟันร่วงหมด เพราะรถรุ่นนี้เคยเอาไปใช้ใน
อัฟกานิสถานถูกระเบิดจนเละมาแล้ว”อดีต ผบ.พัน ม.30 กล่าว

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า หากพิจารณาสภาพการใช้งาน เราต้องพิจารณาเหตุใด
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งคล้ายให้ทบทวนการ ซื้อรถหุ้มเกราะยูเครน
เพราะมาใช้กับสภาพพื้นที่ในไทยแล้วมันใช้ไม่ได้ เพราะรถหุ้มเกราะยูเครนมี 8 ล้อ
หากมาใช้ในประเทศไทยก็ติดหล่มแล้ว เหมือนดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงตรัสไว้ เพราะแค่รถเกราะวี 150 แบบ 4 ล้อ ออกปฏิบัติการก็ติดหล่มแล้ว

“ย้อนไปวันที่ 31 มีนาคม 2549 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อกรมพลาธิการไม่มีน้ำมันสักหยด
ต้องยืมน้ำมันจาก ปตท. ถ้าไม่มีปฏิวัติบอกได้เลยว่ากองทัพจะกลายเป็นเป็นง่อย
บ้านเมืองก็ถึงคราว สิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน รัฐบาลพลเรือนไม่ค่อยทำนุบำรุงเป็นง่อย
กองทัพ ถ้าจะซื้อยุทโธปกรณ์ก็ต้องตอนนี้ ก่อนรัฐบาลพลเรือนจะกลับ ซึ่งรถถังยูเครน
แม้จะไม่ได้เรื่องเท่าไหร่ แต่เขาคงเห็นว่ากำขี้ดีกว่ากำตด”พล.ต.ขัตติยะกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอาจมีการยกเลิก
การพิจารณา เพราะ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เห็นว่าควรให้รอรัฐบาลหน้ามาพิจารณาในแต่ละโครงการที่จะมีการจัดซื้อ
โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อเครื่องบินกริฟเพนของสวีเดนที่กองทัพอากาศกำลังตกลง
ในรายละเอียดกับผู้แทนของสวีเดน และโครงการของกองทัพบกในการจัดซื้อ
รถหุ้มเกราะล้อยางของยูเครน ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการตอบข้อสงสัยที่สำนักงาน
การตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือให้กองทัพบกชี้แจงประเด็นข้อสงสัย ทั้งนี้
เพื่อให้ทุกโครงการโปร่งใสตรวจสอบได้ อีกทั้งใกล้เลือกตั้งเพื่อมีรัฐบาลใหม่
จึงไม่เหมาะที่จะมีการอนุติจัดซื้อยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่


http://www.komchadluek.net/2007/12/13/a001_181055.php?news_id=181055




รถถังสตริงเรย์

http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/12/13/entry-1

เล่าเรื่องรถเกราะจมโคลน เมื่อเข้าพระเนตรพระกรรณในหลวง ตอนที่ 1

ภาพรถเกราะจมโคลน เข้าพระเนตรพระกรรณ ในหลวง

การที่รัฐบาลจะซื้อรถถัง-รถเกราะ-รถล้อ อาวุธ เรือรบ เครื่องบิน ให้ 3 กองทัพ ก็ต้องถามตัวกองทัพว่า
ทดสอบแล้วดีไหม งบเท่าไหร่ กี่ปีจ่ายหมด ต้องของดีราคาถูก เพราะภาษีราษฎร์ เหมาะประเทศยากจน
แต่สู้ข้าศึกได้
ในประวัติศาสตร์มีบิ๊กจิ๋วคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ ซื้อรถถังที 69 แบบเดียวกับบุกไซ่ง่อน
และรถสายพานลำเลียงพล ที 85 (ดีกว่ารถล้อยูเครนเป็นสายพานไม่จม) และรถ ค.120 คันละ 1 ล้านเดียว
จากจีนแดง ยังประจำการในกองทัพไทยด้วยความซื่อสัตย์ ถึงแม้นว่าเวลาขับมันจะดึงซ้ายเลี้ยวขวา
ดึงขวาเลี้ยวซ้ายตกคันนา ต้องคอยไขตูดไม่งั้นสายพานหลุดกระเด็น อยู่สูขในโรงรถจนทุกวันนี้

เมื่อตกลงใจซื้อมีงบประมาณ กองทัพต้องประกาศเชิญชวนบริษัทต่างๆจะส่งรถมาทดลองและแต่ละบริษัท
ก็จะชวนกรรมการไปดูงานที่ต่างประเทศ เที่ยวยุโรป อเมริกา 10 วัน ดูโรงงานสร้างรถ ทดลองรถ
ฉายหนังชั่วโมงเดียว
กลับมาเรื่องรถเกราะ 8 ล้อ ยูเครนกันต่อ บริษัทที่เข้ายื่นซองวันที่ 16 พ.ค.2550
รวม 8 บริษัท หมดเวลายื่นซองแล้ว บริษัทที่ได้ครั้งนี้ไม่ได้มา บริษัท เอ็นจีวี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด
ตัวแทนรถยูเครน 8 ล้อ หลังจากนั้น 1 วัน เอ็นจีวี ร้องขอยื่นซองบ้าง (จริงๆไม่มีสิทธ์ผิดระเบียบ
สำนักนายกรัฐมนตรี) ผบ.ศูนย์การทหารราบ เป็น หัวหน้าคณะทำงาน อนุมัติให้เข้าได้
วันนำเสนอ
ความเก่งของรถแต่ละชนิด ในวันที่ 21-22 เดือนเดียวกันซึ่งเร็วมากเก่งแบบไม่ต้องทดลองสมรรถนะ
เก่งบนกระดาษ นักรบรุ่นใหม่จึงถูกนักรบรุ่นเก่าล้อเสมอ " ไอ้เปเปอร์วอร์แฟร์"
PAPER WARFARE (สงครามบนกระดาษ)
ปกติจะต้องทดลองรถที่ศูนย์การทหารม้า
ร่วมกับสรรพวุธทหารบกแผนกยานยนต์ แต่การซื้อรถครั้งนี้ไม่มีการนำเข้ามาทดสอบ
แค่อ่านกระดาษ ฉายหนังและไปดูงาน
เหมือนรถเกราะสติงเรย์ที่ใช้ในกองทัพไทยทุกวันนี้ ไม่เคยทดลองเหมือนกัน
เป็นรถต้นแบบ อเมริกาไม่ได้เอาเข้าประจำการ
หลอกไทยซื้อยกล็อต
โดยพ่อค้าอาวุธ ชื่อว่า เนาวรัตน์ ที่เคยเล่าในเรื่อง รถเกราะ วี 150 อเมริกา
ลงทุนสร้างแล้วขายไม่ออก ข้ามคันหนารถฟาดเกราะร้าว ปืนยกแล้วลงไม่ได้
ไฮโดรลิกเสียเข้าโรงรถหลังคาฉีกเพื่อปืนมันชี้โด่ รัฐบาลไทยซื้อ 2 กองพัน
100 กว่าคัน ประจำการที่ ทหารม้า ม.พัน 6 ขอนแก่น และ ม.พัน 26 เพชรบูรณ์
ใช้ โคตรเก่ง ยิงนกขู่ไปตลอดเข้าตี แล้ววิ่งชนข้าศึกแม่ง..เลย

แต่ทหารม้าก็ใช้มาจนทุกวันนี้
ตอน ปฏิวัติพี่สะพรั่งใส่รถโลเบสมาจาก กองทัพภาคที่ 3 เข้ากรุงเทพฯ
โชว์ฟอร์มบ้างว่าพี่พรั่ง ก็มีรถถังน๊ะ เมื่อ 19 กันยายน ปีที่แล้ว ยังนึกในใจ มันจะวิ่งลงจากรถบรรทุกไหวไหม กลัวทหารพม่าเห็นไปเทียบที 80 รถถังรัสเซียที่พม่าซื้อจากยูเครน 1 กรม ซึ่งเป็นรถถังสุดยอดในโลก
ตัวนี้มาจากต้นแบบ บีทีอาร์ 80 ของแท้จากรัสเซีย ไม่เหมือนไทย ซื้อรถยูเคลน บีทีอาร์ 3 อี 1
ชื่อยาวเหยียด ของก๊อปไม่ซื้อของแท้ ซึ่งเคยถูกมูจาฮีดีน อาสาสมัครแขก 3 จังหวัดชายแดนไทย
ไปรบในอาฟริกานิสถานตั้งแต่ปี 2522-2533 ระเบิดเป็นจุลมาแล้ว จึงติดใจกลับบ้านมาระเบิดฮัมวี่
เราไป 2 โหลแล้ว จนทหารไม่กล้าขับออกจากฐาน ผู้ช่วยฑูตพาณิชย์รัสเซียชื่อ วลาดิเมียร์ กราฟนอฟ โวย
เลยเป็นเรื่องเพราะซองก็ไม่ยื่นตามเวลา รถกระป๋องไปก๊อปมาจากบ้านข้า ดันประมูลได้ สลาฟแท้โวย
พวกสลาฟเทียมยูเครน งานนี้ก็เลยเป็นเรื่อง จนเข้าพระเนตรพระกรรณ มีกระแสพระราชดำรัส
วันเฉลิมพระชนม์พรรษา ว่ารถจมโคลนไม่ดี รอรัฐบาลหน้าตัดสินใจ
ประวัติศาสตร์ พ.ศ. 2525-2526
ฝรั่งมาหลอกขาย เอ็ม 113 เอ 2 กับคนไทย โดยเอารถ 2 ประเทศมาผสมพันธุ์กัน เอาป้อมปืนซึ่งใช้กับ
รถเกราะ วี 150 ของไทยซึ่งติดปืนใหญ่ขนาด 90 มิลลิเมตร ของเบลเยียม ขนาดประเทศเท่าอำเภอ
โพธารามของเสธ.แดง นำมาใส่ในรถเอ็ม 113 เอ 2 ของอเมริกัน กองทัพบกส่งมาชายแดนทดลอง
กองกำลังบูรพาที่ อ.วัฒนานคร บอกส่งไปให้ร้อยลาดตระเวนที่ระวังป้องกันปีก ติดเทือกเขาบรรทัด
ให้กองทัพภาค 2 ทดลอง เมื่อถึงมือ เสธ.แดง ขับทดลองเอง ฝีมือขนาดไหนดูเอาจิ้มเข้าไปในโคลน
เลยต้องโดดหนีให้ลูกน้องกู้ อีก 3 วัน กูค่อยกลับมารับมึง กองทัพบกเลิกซื้อ บริษัทตัวแทนคงยัง
ควานหาตัวคนทดลองทุกวันนี้ เพราะลงทุนด้านการตลาดไปแล้ว



รถถัง M113 A2 ที่เสธ.แดงทดลองขับแล้วเกราะร้าว
บริษัทตัวแทนตามล่าหาตัวอยู่
เสธ.แดงนั่งอยู่ที่เก้าอี้พลขับโผล่ตัวขึ้นมา สะพายปืนพก 11 ม.ม. สายสะพายเป็นของ ผบ.รถถัง
ตอนทดลองไอ้กันให้ใช้ผ้าพันคอสีน้ำเงิน สัญญลักษณ์ของทหารม้าร้อยลาดตระเวนที่ ระวังปีก
ให้กองพลทหารราบที่ 2 จากการเข้าตีของทหารเวียดนาม ซึ่งตอนนั้นยึดประเทศเขมรได้แล้ว
สมัยก่อนทหารม้าเท่านั้นใส่แบเร่ย์ดำ เดี๋ยวนี้ใส่ทั้งกองทัพ

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu May 20, 2010 2:42 pm

http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/12/14/entry-1

เล่าเรื่องรถเกราะจมโคลน เมื่อเข้าพระเนตรพระกรรณในหลวง ตอนที่ 2




รถ เอ็ม 113 เอ 2 ที่นำมาทดสอบและตกลงคู เพราะหนักป้อมปืนไต่คูไม่ขึ้น
การจะซื้อรถถัง-รถเกราะ จากต่างประเทศ ฝรั่งจะต้องเอารถลงเรือมาให้เราทดลองตามระเบียบ
และส่งไปให้ทหารม้าชายแดนส่วนหน้าทดสอบ แต่เมื่อมั่วนิ่มซื้อรถเกราะสมัยพระเจ้าเหา
อ่านแต่กระดาษ ดูหนังตัวอย่างรถเกราะ ไปเที่ยวยูเครน และโดนเบรคเรื่องรถจมโคลน

จน รมว.กลาโหมต้องเลิกไปนั้น ตามตัวอย่างที่เสธ.แดงเอารูปให้ดูมาแล้ว
หลังจากเนาวรัตน์
ขายรถเกราะ วี 150 ให้เราแล้ว เนาวรัตน์ที่เคยเถียงกับเสธ.แดงที่กรมสรรพวุธ ก็เอาป้อม วี 150
ไปใส่ในรถ เอ็ม 113 เอ 2 มาหลอกขายอีก จน เสธ.แดงขับลงเลนขึ้นไม่ได้ เพราะป้อมปืนถ่วงน้ำหนัก
คราวนี้ฝรั่งอังกฤษสร้างรถสตอมเมอร์ต้นแบบ มาจากรถถังสกอร์เปี้ยน มีล้อกด 6 ล้อ ล้อขับหน้า
ล้อปรับหลัง เหมือน เอ็ม 113 กองทัพอังกฤษไม่เอาเข้าประจำการ เพราะห่วย
ก็กลัวเสียค่าต้นทุน จึงมาหลอกขายไทยแบบ รถถังสตริงเรย์ที่ใช้ทุกวันนี้

กองทัพบกสมัยนั้นส่งรถ "สตอมเมอร์" มาให้ เสธ.แดงจัดการทดสอบ ฝรั่งพวกนี้เป็นสายเนาวรัตน์
พ่อค้าอาวุธอีกแล้วมีฝรั่งอังกฤษติดขบวนมาด้วย 3 คน เป็นตัวแทนบริษัทและช่างเทคนิค
ขึ้นมาถึงชายแดนส่วนหน้า ด้วยรถแลนด์โรเวอร์ ติดเกราะตัวถังและกระจก ซึ่งสมัยนั้นดังมาก
ก่อนเริ่มถ่ายรูปร่วมกันก่อน จะเสร็จเสธ.แดงล่อเสีย "สตอมเมอร์" สายพานหลุดกระเด็น
กองทัพบกจึงไม่ซื้อ ต้องส่งลงเรือกลับอังกฤษไป เนาวรัตน์มันตามหาตัวอาแดงตามเคย


ถ่ายรูปกับฝรั่งอังกฤษ เจ้าหน้าที่บริษัทรถถังสตอมเมอร์



สังเกตุล้อขับหน้าเป็นหยัก ล้อปรับหลังปรับให้สายพายตึงด้วยการปั๊มจาระบีเข้าไปดันกระบอกสูบ
ดันให้สายพานตึง ส่วนล้อกด 6 ล้อที่เรียงกัน จะกระจายน้ำหนักบนพื้น และตัวถังยาวเพียงพอ
บรรทุกหมู่ปืนเล็ก รวม พลขับ และ ผบ.รถ รวม 13 คน และขึ้นจากประตูหลัง เสธ.แดงใส่แว่น
รถถังของไอ้กันแจก สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว นั่งอยู่บนป้อมรถ ใส่คอกรม เครื่อหมายหน้าอก
กองพันทหารม้าที่ 19



รถเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ กระชากแรงมาก ดูท่าเสธ.แดงมือหลุด จากฝาป้อมที่เกาะ ซึ่งรถเกราะเอ็ม 113 เอ 2
ของไอ้กัน การเปลี่ยนเกียร์นิ่มมาก ดังตื๊ดๆ เด้งนิดเดียว สกอร์เปี้ยนของอังกฤษ ติดปืนใหญ่ 76 มิลลิเมตร
ที่ประจำการในกองทัพไทยก็ไม่แรงอย่างนี้


เสธ.แดงยืนอยู่ใน ป้อมพลขับและทดลองขับเอง รถจอดอยู่บนสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำบ้านทับไทย
บ้านทับไทยคือบ้านสันรอชะงันเก่า อยู่ติดชายแดนติดเทือกเขาบรรทัด
ทหารเขมรแดงของพอลพต หลังจากยึดเขมรจากนายพลลอลนอน
ที่ปฎิวัติสีหนุ มาได้ ก็ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธ์คนเขมรไปถึง 2 ล้านคน

โดยจีนแดงสนับสนุน ฆ่าคนไม่เหลือจนมาติดชายแดนไทย เลยพาลฆ่าชาวบ้าน สันรอชะงัน
คนไทยไปอีก 32 คน จนหมดหมู่บ้าน เอาเด็กโยนขึ้นฟ้าเอาดาบปลายปืนรอรับ โหดมาก
เราต้องอพยพชาวบ้านหนีลงมาอีก 3 ก.ม. สร้างหมู่บ้าน อพป. (อาสาสมัครป้องกันตัวเอง)


เสธ.แดงขับรถถัง สตอมเมอร์ไต่ลาดทางเอียง ซึ่งอย่างน้อยต้องเอียงได้ถึง 30 องศา รูปนี้ย้ายไปขับที่
คันคูยุทธศาสตร์ หรือ คูดักรถถัง ซึ่งเราขุดตลอดแนวชายแดน ไทย-เขมร ป้องกันทหารเวียดนาม เฮงสัมริน
บุก หลังจากที่ทหารเขมรเฮงสัมริน รบชนะบุกยึดทหารเขมรแดงที่ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ได้อีกทีหนึ่ง


เสธ.แดงขับไต่ลาดทางตั้ง อย่างน้อยต้องไต่ได้ถึง 60 องศา กำลังขึ้นคูยุทธศาสตร์อย่างรุนแรง
แบบกระโดดให้เหมือนม้า คล้ายรถแข่ง สมทหารม้าขับทุกประการ เพื่อจะดูประสิทธิภาพของรถ


เสธ.แดงขับขึ้นคูอีกครั้ง จะเห็นความแรงจนล้อหน้าซ้ายยกลอยขึ้น แบบรถแข่งชายแดนเขมร
ด้านตะวันออกนี้จะเป็นป่าโปร่ง ถ้าเราไม่มีคูดักรถถัง เราจะเจอรถถังเวียดนาม ที 54 จากรัสเซีย
ซึ่งเหนือกว่ารถถังเราทุกชนิดตอนนั้น บุกเข้าชายแดนไทยในหน้าแล้งตั้งแต่ปี 2524 ไปแล้ว
เหมือนตอนที่ โฮจินมินส์ มันใช้บุกทำเนียบรัฐบาลไซ่ง่อน จนยึด เวียดนามใต้ได้


เสธ.แดงขับเหาะลอยให้ดูอีกครั้ง จนเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง บนคูยุทธศาสตร์ เหมือนปกคม เสธ.แดง
ด้านหลัง ยกขาม้า 2 ขาหน้า (เครื่องหมาย พรรค เสธ.แดง เวอร์ชั่น 2) และแล้วสายพานด้านขวา
ก็หลุดกระเด็นขาดกระจุย เพราะเหล็กยึดสายพานแข็งแรงยังไม่ถึงขั้น และกระบอกสูบสำหรับ
ปรับสายพานล้อหลังให้ตึง ไฮโดลิครั่ว จนรถพุ่งเกือบตกคูยุทธศาสตร์ตาย เพราะสายพาน
ด้านซ้ายพาหมุนไป แล้วเสธ.แดงก็โดดหนีกลับฐานปล่อยฝรั่งมันใส่สายพานไปจนมืด
ยังจำท่าฝรั่งคนหนึ่งได้ มันทำท่าล้ออาแดง เอามือมาชกหน้า ว่ามึงขับรถกูโหดไป เหมือนดึงปากม้า
ให้ยก 2 ขาหน้า จนม้าล้มแบบในหนังเคาบอย


เสธ.แดงโชว์คูยุทธศาสตร์ที่พูดถึง อยู่ด้านหน้ารถ ถ้ารถสตอมเมอร์ที่เสธ.แดงขับหลุดลงไปตายแน่
ด้านขวาคือเนินที่รถวิ่งที่เห็นในรูป คูยุทธศาสตร์จะขุด ตั้งแต่ตาพระยายาวจนถึงอรัญญประเทศ
ซึ่งด้านนี้จะเป็นเขาเล็กๆ เหมือนสร้างกำแพงเมืองกันพวกมองโกล


เสธ.แดงคนนั่งใกล้ในรูป ใส่หน้ากากป้องกันไอพิษทั้งกองร้อย ในคูดักรถถัง เพราะทหารเวียดนาม
ใช้ฝนเหลืองรุกเข้ามา ปืนกระบอก อยู่ใกล้พาดมูลดินทิ้งไว้นั้น คือเอ็ม 16 สั้น ส่วนอาแดงใช้อาก้า
ตัดด้ามทหารข้างอาแดงใช้ปืนกลเอ็ม 60 ขาทรายพับอยู่ ที่เหลือก็กระจาย ตามคูเพื่อจะลุกปีนขึ้น
คูยุทธศาสตร์ เพราะรถ วี 150 ของเสธ.แดงข้ามไม่ได้ เป็นฐานยิงอยู่ด้านหลัง ทหารม้าลาดตระเวน
จะต้องรบอยู่หน้าทหารราบถึง 75 กิโลเมตร และอ่อนตัว คือรบลงดินแบบทหารราบได้ในรูป
เสธ.แดงถึงพูดว่า"เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือทหารราบ ยังมีทหารม้าลาดตระเวน" เท่านั้นทหารราบทั้งงาน
ก็หายเมา จะลุกขึ้นชกกันตาย ที่งานกองพลทหารราบที่ 2 หลังเสธ.แดงพูดบนเวทีจบ กำลังเมาได้ที่
ซึ่งปัจจุบันกองพลนี้จะใช้รถเกราะส้นตีน 8 ล้อ ยูเครน ที่ซื้อใหม่นี้บรรจุ เป็นกองพลทหารราบยานเกราะ
ทั้งกองพล เพื่อไว้รบกับเขมรและเวียดนาม แต่ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสเสียก่อนว่า "รถเกราะจมโคลน"
งานนี้ก็ตัวใครตัวมัน ในรูปอาแดงโชว์เดียว สะพายอาก้าเดินข้ามคูดักรถถังไปฝั่งเขมร
ที่เวียดนาม เฮงสัมริน ยึดได้แล้ว

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu May 20, 2010 11:54 pm


ฮ. ยูเอชวันดี บ.เบลล์ ของไอ้กัน มีเครื่องยนต์เดียว

เสธ.แดงกำลังโบกมือ เพราะอยากกลับบ้าน หลังจาก ฮ. เรียกชื่อเล่นว่า "ฮิวอี้"ภาษาอินเดียนแดง
มาส่งอาหาร และกระสุน มันก็บินแบบนี้จากไป ทุก 10 วัน แฟนอาแดงก็เลยไปกับชายคนอื่น
ด้วยประการละฉะนี้


ฮ. ที่ว่าเครื่องยนต์เดี่ยว ตกข้างฐานเสธ.แดง ต้องจัดกำลังมาเฝ้า ก็เลยนั่งเล่น
จนกระทั่งซีนุคมายกไปทั้งตัว ตอนนั้นอายุ 25 ขวบ




http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/11/12/entry-1

เล่าเรื่องงานแสดงอาวุธ 2007 ที่ เมืองทองธานี

10 พฤศจิกายน 2550 เสธ.แดงได้เข้าไปเยี่ยมชมงาน Defence & Security Asia 2007
งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีด้านอาวุธอันทันใหม่ จัดตั้งแต่วันที่ 7- 10 พย. 2550
ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันสุดท้ายของงานเปิดให้พลเรือนบุคคลทั่วไปเข้าชมงานได้
ซึ่งใน 3 วันแรกของการจัดงานเฉพาะทหารและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้องบอกว่างานนี้
การประชาสัมพันธ์ไม่ดี เสธ.แดงไปชมได้ 2 ชั่วโมงเดินได้ 3 บู๊ทคนที่มาออกงาน
ก็เก็บของกันแล้ว เงียบมากๆ งานนี้สำหรับวันสุดท้าย


เดินไปดูที่บู๊ททำยางรองตีนตระขาบรถถังของ บริษัทของคนไทย ซึ่งคุณภาพดีกว่าทั่วโลก
รถถังไอ้กันและแถวยุโรปสั่งซื้อ แข่ง บ.ไอ้กันสบายถูกกว่าด้วย ได้เจอภรรยาเจ้าของโรงงาน
เป็นคนจัดงานเคยเรียน วปอ. รุ่นไหนจำไม่ได้ เดินรี่เข้ามาตั้งใจฟ้อง เสธ.แดงอย่างเดียวบอกว่า
"ไม่มีทหารหน่วยรบมาดูเลย คนน้อยมาก ที่มามีแต่ทหาร บก.สูงสุด
และสำนักงานปลัด ที่เช่าตึกเมืองทอง ไม่ใช่คนใช้อาวุธ"




ไอ้เราคิดในใจจะว่าก็เหมือนวิจารณ์พวกเดียวกัน ขนาดรบแพ้แขก
ยังแถลงข่าวรบชนะแขก แบบประกาศชัยชนะปราบยาเสพติด
วันนี้ยาบ้ามากกว่าเก่า ทหารยุคนี้มึนกันใหญ่ จริงๆ
ว่าไปก็ด่าพวกเดียวกันเอง


บู๊ทแรก...
เจอกล้องติดปืนเอ็ม ๑๖ เห็นแต่ในอิรัค และตอนไปตามปืนอาเจ๊ะห์ ทหารอินโดนีเซียติดกันทุกคน
ทหารมาเลย์-สิงค์โปร์ ก็ติดของเรายังเล็งนั่งแท่นอยู่เลยเชยมาก รูใหญ่ขยาย ๔ เท่า มีจุดแดง
ไม่ต้องนั่งแท่น รูเล็กข้างบนเป็นกระจกจุดแดงเท่าของจริงเหมือนกัน ยกปืนยิงได้เลย ความเชย
ของทหารโบราณอย่างเสธ.แดง ถามว่า แบตเตอรี่อยู่ไหน เจ้าหน้าที่บอกใช้แสงจากฟ้ากลางคืนมืด
สะสมเป็นพลายน้ำ มีหลอดเก็บแสงสีขาวใส้แดงฟาดกันฝน โยนให้ดูไม่แตก ถ้าซื้อ ๕๐๐ อัน
อันละ ๑,๐๐๐ กว่าเหรียญ( ๓๕,๐๐๐) แพงกว่าปืนซื้อทั้งกระบอก ซึ่งกระบอกละ ๒ พันกว่า
สมัยก่อนไอ้กันให้ฟรี ซึ่งเราน่าจะสร้างโรงงานเองถ้าคิดสร้างกองทัพ
เราสามารถทำได้เป็นล้านกระบอกและส่งออกได้ด้วย กล้องเล็งพร้อมปืนแบบนี้
สำคัญกว่าซื้อรถเกราะ ๘ ล้อ เกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้าน มาก ซื้อมาติดหล่มเปล่าๆ

บู๊ท 2 ...
เสธ.แดงซื้อมีดโบวี่สวิสมา ๒ ด้ามห้อยเอว เพราะมีดยี่ห้อแทงเกร์เบอร์ มีดชั้นยอดของไอ้กัน
ทีมล่าสังหารชุดส้วมซึม กับทีมล่าสังหารชุดสยบหมอนวด ยึดไปหมดแล้ว วันนี้นอนสงบอยู่
กองปราบพร้อมปืน ๑๑ ม.ม. ของคุณพ่อของเสธ.แดง ที่ไปทุกสมรภูมิ เพราะคดียังไม่เสร็จ
เจอลดครึ่งราคา หมดไป ๓,๔๐๐ บาท ๒ ด้าม

เลยเล่าได้แค่ ๒ บู๊ท ยังไปไม่ถึงจรวดยิง เครื่องบิน รถถัง อาวุธพื้นฐานของทหารราบ
กองทัพไทย คงไม่ซื้อมาตุนห่อพลาสติกไว้ยามฉุกเฉิน อเมริกันรู้กับจีนอยู่แล้ว
เพราะวันนี้ประเทศข้างเคียงเข้าซุ้มจีนรัสเซียกันหมดแล้วในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 21, 2010 12:18 am



http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/09/30/entry-4

มาทำความเข้าใจพม่าให้มากขึ้นกับบทความ ไทยรบพม่า เราสู้ไหวมั้ย??


ในเวบเสธ.แดงดอทคอม มีแฟนคลับได้นำบทความที่คิดว่าน่าสนใจมาลงจึงขอ Copy บทความ
มาเผยแพร่ใน OK Nation น่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนในการวิเคราะห์เรื่องพม่ามากขึ้น

บทความของท่าน ผบ.กรมฯ ๐๐๑๖
ที่ได้เขียนไว้นานแล้วมาลงให้อ่านมุมมองของทหารคนหนึ่งค่ะ
ต้องขอบคุณท่านมากๆ ที่ให้ความรู้พวกเราเสมอมา

เรื่อง ไทยรบพม่า เราสู้ไหวมั้ย?

พม่าเป็นประเทศคู่รักคู่แค้นคู่สงครามกับไทยมาตั้งแต่โบราณ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ
เหมือนเวรที่คู่กับกรรมยังไงยังงั้น กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนาน สิ่งที่ยังคงฝังอยู่ในจิตใจ
สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น โคตรต่อโคตร คือความรู้สึกที่เป็นศัตรู มันซ่อนลึกอยู่ในหัวใจ
ของชนทั้งสองประเทศอย่างปฎิเสธไม่ได้ ปัจจุบันเราอาจเห็น ไทย -พม่า มีการฑูตที่ดีต่อกัน
นั่นมันเป็นไปตามหลักสากล รัฐต่อรัฐ แต่ประชาชนต่อประชาชน ใครจะปฎิเสธความจริง
ดังที่กล่าวไว้ในตอนต้นได้


พม่าเป็นรัฐเผด็จการทหาร ไทยเป็นรัฐประชาธิปไตย หากจะมองในแง่ของการทหารแล้ว
รัฐเผด็จการทหารอย่างพม่าที่ดำรงอยู่ได้ด้วยกองทัพ ย่อมต้องคงดำรงไว้ซึ่งแสนยานุภาพ
ทางทหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ การทำนุบำรุงกองทัพ การเสริมสร้างกำลังรบและเทคโนโลยี
ทางทหารของพม่าทำได้ง่ายกว่าไทยมากนัก ด้วยเหตุที่เป็นรัฐเผด็จการทหาร ผู้มีอำนาจ
ตัดสินใจในทุกเรื่องของประเทศคือ ทหาร


อย่างไรก็ตาม พม่าก็มีข้อจำกัดมากมายในการคงไว้ซึ่งแสนยานุภาพของกองทัพ
เพราะถูกตัดหางปล่อยวัดจากนานาประเทศ ทำให้พม่าขาดเทคโนโลยีชั้นสูงที่จำเป็น
ต่อกองทัพสมัยใหม่ แต่ในข้อเสียก็มีข้อดีเช่นกัน การที่พม่าโดนนานาประเทศ
บอยคอตโดยไม่มีความสัมพันธ์ทางการฑูตกับนานาประเทศนั้น ทำให้โลกใบนี้รู้ความเป็นไป
ในกองทัพพม่าอย่างน้อยมาก ขีดความสามารถที่แท้จริงของกองทัพพม่า จำนวนกำลังพล
ยุทธโธปกรณ์ เทคโนโลยี ก็ได้แต่ประมาณการกันเอาเองทั้งนั้นจากข้อมูลเก่าและจากข่าวสารลับ
ที่บางประเทศไปเสาะหามา พม่ามีทหารกี่กองพล มีอาวุธอะไรบ้าง มีการจัดการกองทัพอย่างไร
ซื้ออาวุธอะไรมา ผลิตอาวุธเองได้ไหม ฝึกกองทัพอย่างไร เหล่านี้ล้วนแต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน
อย่างแน่ชัด แต่ที่เห็นๆ กันแน่ๆ คือ กองทัพพม่าทำสงครามตลอดมา รบกับชนกลุ่มน้อยอยู่ตลอดมา
รบทั้งในฤดูและนอกฤดู และนับวันยุทธวิธีของกองทัพพม่ายิ่งเปลี่ยนไปจนยากจะคาดเดา
สิ่งนี้เองที่นักการทหารมองว่า ทหารพม่าเป็นทหารที่มีขีดความสามารถสูงมีประสบการณ์ในการรบ
ในการวางแผน การข่าวการรบกับชนกลุ่มน้อยในประเทศตัวเองตามแนวชายแดน เป็นการฝึกชั้นดี
ที่ทหารทุกประเทศไม่เคยสัมผัส ไล่ลงมาตั้งแต่ ผบ.เหล่าทัพ ฝ่ายเสนาธิการ ฝ่ายข่าว กำลังรบ
ทั้งนายทหาร ชั้นประทวน และพลทหาร ทุกระดับชั้นผ่านประสบการณ์ในการรบจนชาชิน
จนเป็นเรื่องธรรมดาในกองทัพพม่า ภูมิประเทศ อากาศ ป่าดง รกชัฎ เทือกเขา แถวแนวชายแดน
ไทย-พม่า กองทัพพม่ารู้ดีทุกเส้นหญ้า หากปะทะกับเราแบบภาคพื้น ทัพบกต่อทัพบก
หลับตานึกภาพเอาเถิดว่าใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ เรารู้เกี่ยวกับกองทัพพม่าเท่าๆ กับที่ตะวันตกรู้
ทั้งๆ ที่เราติดกับพม่าจนหลังคาบ้านชนกัน แต่พม่ารู้ไส้รู้พุงเราดีทุกขด
เพราะเราชอบอวด มีคนไทย สักกี่คนที่จะไปเดินขายถั่ว หรือเป็นจับกังในพม่า
แต่กลับกัน คนพม่าเดินเพ่นพ่านไปทั่วทั้งกรุงเทพ ทั้งหัวเมืองใหญ่น้อยในประเทศไทย
มีอะไรบ้างไหมที่เป็นความลับของไทยที่พม่าไม่รู้ และเราล่ะรู้อะไรเขาบ้าง
ก็ขนาดเขาย้ายเมืองหลวงโครมๆ ถ้าพม่าไม่บอกเอง ชาวโลกก็ไม่รู้ เออเอากะมันสิ


ทุกวันนี้พม่าชำระตำรับตำราทางทหาร ก็พิชัยสงครามนั่นแหละ อย่างต่อเนื่องโดยไม่อิงหลักจาก
รร.นายร้อยที่ไหน พม่าทำเอง คิดเอง พิสูจน์เอง และจัดการกองทัพของตัวเองตามแบบที่ตนเอง
เชี่ยวชาญและได้เปรียบ ชัยภูมิประเทศ แนวชายแดน ฝั่งทะเล ป่าเขา พม่าปรับเปลี่ยนกองทัพ
ตามองค์ประกอบของประเทศ ความชำนาญ ความคุ้นเคย และภัยคุกคามตามลำดับสภาวะการณ์ปัจจุบัน
ในแผนที่ฝ่ายทหารของไทยที่วางแผนเกี่ยวกับพม่า มาร์คไว้แล้วว่าตรงนี้มีกองพลปืนใหญ่
ตรงนู้นมีกองพลทหารราบ ตรงนั้นมีไอ่นั่น มีไอ่นี่ ถึงเวลาหากจะซัดกัน จะได้ขนเครื่องบิน
ไปกระหน่ำยิงปืนใหญ่ถล่ม ได้แบบเป๊ะๆ ไม่ต้องหาพิกัดให้เมื่อย เพราะส่งทหารรบพิเศษ
ไปเดินดุ่มๆ หาข่าวมาแล้ว รบตามตำราเวสพอทย์ทุกชอท


มันเก่าไปแล้วพี่ไทยเอ๋ย พม่าไม่เดินทัพแบบบุเรงนองอีกแล้ว ยุคนี้เป้าหมายทางทหารหลักๆ
ที่พม่าจะใช้ยันกับไทยในเวลาเกิดสงคราม มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ย้ายไปนู่น ย้ายไปนี่
หน่วยทางทหารของพม่าที่ทำบาลานซ์กับไทย ไม่เคยอยู่นิ่งๆ สลับผลัดเปลี่ยนพื้นที่อยู่
แทบทุกฤดูกาล ค่าย คู ประตู หอรบ เปลี่ยนแปลงไปจนข่าวสารที่เรามีกลายเป็นเศษกระดาษ
เชื่อไหม พม่ารู้เรื่องทหารเราแม้กระทั่ง ผบ.ร้อย ผบ.พัน แถวชายแดนไทยชื่ออะไร
จบ จปร.รุ่นไหน เก่งหรือเปล่า เป็นคนที่ไหน ผ่านหลักสูตรอะไรมา
เขารู้ขนาดนั้นได้อย่างไร สงสัยล่ะสิ ทุกวันนี้โลกไร้พรมแดน ฝ่าย ขว.กรองพม่า
ทำได้ทุกอย่าง แล้วเราก็ชอบอวด เวปรุ่น ประวัติส่วนตัว จะเอารุ่นไหนล่ะมีทุกรุ่น


พม่าเขาก็ใช้เนทเป็นเขาไม่ล้าหลังแบบที่เราคิดจนสุดกู่หรอก ไทยเราล่ะรู้เหมือนเขามั้ย รู้สิ รู้ว่า
ผบ.พันที่ตั้งอยู่ประจันกับเราชื่ออะไร รู้แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ เพราะไปถามๆ พวกกระเหรี่ยงเดินดงมา
แล้วให้มาม่าเป็นเครื่องตอบแทนข่าว อย่างอื่นประมาณเอาทั้งนั้น มีกำลังพลเท่าไร มีอาวุธยาว-สั้น-
โค้งอะไรบ้าง ขีดความสามารถแค่ไหน จริงๆ แล้วเราไม่รู้หรอก เราประมาณ+ประเมิณ+มั่วเอา
กองพันพม่ามาตั้งอยู่พอให้เราดูเพลินๆ แป๊บๆ เดี๋ยวกองพันใหม่มาอีกแล้ว กองพลพม่าตั้งอยู่ตรงนี้
วันก่อนเครื่องบินถ่ายภาพมาได้ ผ่านไปเดือนนึง เครื่องบินมาถ่ายเพื่อยืนยันใหม่ อ้าว ที่ตั้งกองพลพม่า
หายไปแล้ว มันย้ายไปแล้ว ก็พม่าเขาไม่โง่นี่ เขาตามดูว่าเราจะทำอะไรตลอดเวลา ยิ่งเวลาตึงเครียด
ด้วยการเมือง การทหาร ยิ่งจับตามองเราเป็นพิเศษ เขามองเราเป็นศัตรูตลอด รร.เสธ.พม่าเขาก็สอน
เสธ.เขาโดยให้ข้าศึกสมมติเป็นไทยอยู่เกือบทุกบท เขาเรียนเขาสอนกันรุ่นต่อรุ่นว่าเราจะเป็น
อันตรายหมายเลขหนึ่งสำหรับบ้านเขา แข่งบอลซีเกมส์เมื่อไร หากชนะไทยได้รับรองพม่า
ฉลองกันทั้งประเทศ แข่งกีฬาทุกประเภท หากพม่าชนะไทยได้เขาจะดีใจเป็นล้นพ้น
เขาคิดกับเราอย่างนี้ แล้วเราล่ะ เราคิดกับเขาอย่างไร เราสู้พม่าไหวไหม ยังไม่ทันอ่าน
ทุกท่านทั้งที่เป็นทหารและพลเรือน คิดเหมือนกันหมดแน่ๆ ว่าไหวสิวะไม่กลัวอยู่แล้ว
กองทัพไทยไม่กลัวหน้าไหนทั้งนั้น พร้อมสละชีพเพื่อชาติอยู่แล้ว

ทหารไทยเก่งกว่าพม่าอยู่แล้ว เรามีเอฟ ๑๖ เป็นฝูง มีเรือจักรีนฤเบศธ์ มีรถถังสติงเรย์ ป้อมร้าว
มีสกอร์เปี้ยนที่เซอร์วิสทิ้ง มีที-69 ที่เอาลำไยไปแลก มีไอ้นู่น มีไอ้นี่ ทุกคนคงคิดอย่างนี้

แล้วเรารู้มั้ยพม่ามีอะไร

ไม่รู้ ?

รู้เพราะฟังเขามา รู้เพราะอเมริกาบอก รู้เพราะกระเหรี่ยงติดสินบนมาม่ามาบอก ตามหลักทางทหาร
ในยุคใหม่ การรบกับข้าศึกที่เราไม่รู้ เป็นอันตรายกว่ารบกับข้าศึกที่เก่งกว่าเรารู้จักศาสตร์ทางทหาร
แบบตะวันตกเพียวๆ ทำกองทัพของหลายประเทศฉิบหายมาหลายชาติแล้ว ดูการรบที่ร่มเกล้าเป็นตัวอย่าง
ความไม่รู้ เป็นคำตอบที่นายทหารระดับ ผบ.เหล่าทัพปฎิเสธไม่ได้ คนที่บอกว่าเราชนะ หรือเสมอ ในครั้งนั้น

มันหลอกตัวเองความเก่งกาจของทหารปืนใหญไทยที่เคยลือลั่น
ไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่ในการยุทธที่ร่มเกล้า-ช่องบก หมดแล้ว
หมดสิ้น เพราะความชอบอวด เพราะความอวดเก่ง เพราะความถือตัวหลงตัว
ข้าศึกรู้หมดทุกอย่าง รู้ว่าเราจะทำอะไร รู้ว่าเราจะรบแบบไหน
รู้ว่าเราคิดอย่างไร รู้ว่าเราเรียนจากตำราเล่มไหน


รู้ๆๆๆๆๆๆ รู้ไปหมด

ส่วนเรานั้น ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ และก็ ไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั้งทหารที่เรารบด้วยนั้น ทหารลาวหรือทหารเวียดนาม
เอ ??? หรือทหารอเมริกันหว่า..
ช่างเถอะ เอาเป็นว่าผลการรบออกมาในแบบที่เรารู้ๆ กันอยู่ ศาสตร์ทางทหารที่ทรงพลังและใช้ได้ดี
ในทุกพื้นที่ทั่วโลกในยุคนี้คือ ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันตก+ตะวันออก เราเรียกว่า ตำราพิชัยสงคราม
ผสมการทหารทั่วโลกนิยมจัดกองทัพตามรูปแบบตะวันตก แน่นอน ศาสตร์แบบนี้ใช้ได้ดีกับประเทศ
ที่ด้อยกว่าทางการทหาร ประเทศที่ด้อยกว่าในเรื่องระบบระเบียบในกองทัพล้าหลัง เพราะมีประสิทธิภาพ
ในการบัญชาการ มีประสิทธิภาพทางยุทโธปกรณ์ มีประสิทธิภาพทางยุทธวิธี เราจะเห็นได้จาก
ยุคล่าอาณานิคมในสมัยรัชกาลที่ ๕ ว่ากองทัพแบบตะวันตกมีความสามารถกับใครกับแบบไหน
แต่ในโลกเราทุกวันนี้ เกือบทุกประเทศได้เรียนรู้ ได้ทำได้จัดกองทัพไปในทิศทางเดียวกัน
ศาสตร์เดียวกัน ตำราเกือบจะเล่มเดียวกัน หากรบกัน ก็วัดกันที่อาวุธและขนาดของกองทัพเท่านั้น

ส่วนศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออกนั้น มีแบบมีแผนที่ล้ำลึกไม่ตายตัว มีรุก รบ ร่น ถอย
ลวง รั้ง หน่วง ทำลาย ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออกนี้ หัวใจหลักคือ ผู้บัญชาการยุทธและ
เหล่าเสนาธิการ การยุทธแบบตะวันออก ไม่มีขีดจำกัดใดๆ ตายตัว มุ่งเอาทุกอย่างที่หาได้ใกล้ตัว
เป็นเครื่องมือในการรบ เช่น ดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศ อุปนิสัยใจคอคน จิตวิทยา ประชาชน
โรคภัยไข้เจ็บ ความเชื่อ ฯลฯ เยอรมันกองทัพเกรียงไกรประสิทธิภาพสูง เดี้ยงมาแล้วจากการ
แพ้อากาศตอนตีรัสเซีย ล้อมได้ล้อมไป บุกได้บุกมา เดี๋ยวรอหน้าหนาว อากาศจะเป็นอาวุธของเรา
รัสเซียคิดอย่างนี้

ทัพพม่าแสนกว่าคน ยกมาตีอยุธยา พระนเรศวรมีกำลังแค่เจ็ดหมื่นคน มึงมาเยอะมึงต้องหาที่พักทัพ
ยากเพราะแถวที่มึงมาเป็นป่ารกทึบ ทางเดินทัพก็แคบ มึงยกมาเป็นแสนมึงจะเดินทัพยังไงหมด
ดังนั้นมึงคงต้องแยกกันยกมา แยกกันพัก พอมึงจะบุก มึงถึงจะมารวมกำลังกันที่ทุ่งใดทุ่งหนึ่ง
ฉะนั้น กูจะยกพลเจ็ดหมื่นไปทุ่มตีพวกมึงทีละทัพ ไม่ให้พวกมึงรวมกันติด เพราะถ้ามึงรวมกันได้
คนจะมาก กูจะเสียเปรียบ ว่าแล้วพระองค์ก็สั่งหน่วยรบพิเศษของพระองค์ไปรื้อสะพาน
ไปดักฆ่ากองเกียกกาย ไปทำภารกิจแบ่งแยก แล้วพระองค์ก็ยกพลไปทำลายที่ละจุด พม่าก็เจ๊ง
ขวัญกำลังใจไพร่พลที่ไหนจะเหลือ วันนี้ได้รับข่าว กองนู้นแตก กองนั้นตายเกลี้ยง วันต่อมา
ได้รับข่าวอีก แม่ทัพคนนั้นตาย กองทัพนั้นยอมแพ้ กองทัพนู้นโดนไล่ขยี้ ผลสุดท้าย เจ๊งทุกทัพ
ภารกิจตีอยุธยาจึงล้มเหลว เนี่ย ตัวอย่างของศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออก หากแต่วันนี้
ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันตก+ตะวันออก รวมกันเป็นศาสตร์ผสม ข้อดีถูกหลอมรสรวมกัน
ลองคิดดูว่าจะทรงประสิทธิภาพเพียงไร หากใช้มันเป็น กองทัพไทยจัดกำลังตามศาสตร์ทางทหาร
แบบไหน ใครรู้บ้าง ใครจบ จปร. ลองคิดดูซิว่าคุณเรียนมาแบบไหน ตำราเรียนวิชาทางทหารหลักๆ
ลอกแบบหรือแปลมาจากประเทศใดหรือเปล่า รร.เสธ. หลักสูตรที่นายทหารมาเรียนจบไปแล้ว
เทียบเท่าปริญญาโทนั้น ตำราเรียน รูปแบบ เป็นแบบไหน จบมาแล้วออกไปวางแผนรบให้หน่วย
แล้วใช้ได้จริงหรือเปล่า ใครจะตอบได้หากไม่ใช่ผู้เรียน


อย่าลืมว่าเราเป็นทหารไทย ประเทศไทยไม่ใช่อเมริกา หลักสูตรบางอัน อาจจำเป็น
ต้องใช้เหมือนเขาในเรื่องของเทคโนโลยี แต่ในหลายๆหลักสูตร จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้อง
เหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ถึงเวลาหรือยังที่กองทัพไทยควรจะมีตำรารบเป็นของตนเองที่เหมาะสม
กับภัยคุกคาม สภาวะแวดล้อมแบบบ้านเรา ยุทธวิธีแบบไทยๆ คนไทยเป็นคนสายพันธ์พิเศษ
มีทักษะรบเก่งตั้งแต่เกิด เด็กอายุ ๔ – ๕ ขวบ ไม่มีใครสอน ทะเลาะกันมันก็เตะเป็นแล้ว
ฝรั่งบางคนเตะเป็นเมื่ออายุ ๑๐ กว่าขวบ เตะคนนะไม่ใช่เตะบอล คนไทยน่ะ เตะคนเก่งกว่าเตะบอล

ดังนั้นมันไม่ยากหรอกหากเราจะพัฒนาหลักสูตรทางทหารหลักๆ ในแบบของเราเอง เรียนทำไม
ยูโด เทควันโด้ คาราเต้ จะเข้ามาจับทุ่ม มาสับด้วยมือ มาโดดเตะ เจอมวยไทยเข้าไป หงายเงิบ
ตั้งแต่ยังไม่ถึงตัว อ่านมา คงพอคิดออกนะว่า ไทยรบพม่าเราสู้ไหวมั้ย จริงๆ แล้วเพื่อชาติบ้านเมือง
เพื่อแผ่นดิน ยังไงมันก็ต้องไหว แต่ประเด็นมันอยู่ที่เราจะสู้ หรือใจเราสู้ หรือจะสู้แบบไหน เท่านั้นเอง
นิสัยอย่างไทยเราจะรบกับใครก็ได้ทั้งนั้น หากมารังแกเราก่อน แต่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน รู้หน้าไม่รู้ใจ
รู้ตัวไม่รู้อาวุธ รู้รบไม่รู้วิธี รู้ตัวเองแต่ไม่รู้ข้าศึก กว่าเราจะชนะผลต่างจะอยู่ที่จำนวนศพทหาร

อเมริกามีบทเรียนในเรื่องนี้ ดีกว่าใครๆ รูปแบบในการทำสงครามของอเมริกาหลังจากสงครามเวียดนาม
จึงเปลี่ยนไป ทหารตายน้อยลง ข่าวสารสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง วางแผนแล้วประเมินเป็นอันดับสอง
หากคำนวนแล้วชนะแต่ตายเยอะ แผนจะไม่ได้อนุมัติ หากคำนวนแล้วอาจยืดเยื้อและถูกรุม อเมริกา
จะหาพวก หากคำนวนแล้วเปลืองงบแต่ชนะ อเมริกาจะใช้แล้วเอาคืน

ทุกวันนี้ อเมริกา ชาติที่เกรียงไกรในแสนยานุภาพทางทหาร เขาเปลี่ยนศาสตร์ทางทหารมาใช้
แบบผสมแล้ว และใช้อย่างได้ผล ลดอัตราการสูญเสีย และชนะแน่ๆ ทุกสนาม ทุกอย่าง
ในกองทัพอเมริกัน สมดุลย์และเป็นเอกเทศ ไม่ถูกล้วง ถูกควัก ไม่อิงกับอำนาจใดๆ มีสถานะ
เหมือนลูกคนโต ที่เวลาพ่อจะใช้ก็เรียกมาใช้ได้ทันที พอใช้เสร็จงาน ลูกคนนี้ก็กลับเข้าบ้าน
และพ่อก็ดูแลลูกคนนี้เป็นอย่างดี เพราะลูกคนนี้ถือว่าเป็นอำนาจหลักของพ่อ ที่เพื่อนบ้าน
จะเกรงกลัวในฤทธิ์เดช ทำให้พ่อมีอำนาจมากในทุกภูมิภาคที่พ่อเข้าไป

แต่ไทยเรา นั้น ลูกของพ่อเป็นลูกที่พิการ เพราะโดนเพื่อนพ่อ
ทั้งล้วงทั้งควัก จนลูกพ่อคนนี้เป็นง่อย พ่อสั่งอย่างไรลูกก็คลานตามไป
บางทีพ่อก็เผลอเดินเหยียบลูก แต่ลูกก็ไม่บ่นสักคำ วันข้างหน้า
หากข้างบ้านเกเร พ่อจะให้ลูกไปสู้กับเขา ลูกจะสู้เพื่อพ่อเพื่อบ้านเรา
แม้ลูกจะพิการ แต่ลูกก็ต้องทำหน้าที่ลูกที่ดีของพ่อ

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat May 22, 2010 12:17 am



http://www.oknation.net/blog/saedang/2007/09/30/entry-3

เตือนคนไทยการเมืองของพม่า ไทยเรามองดูห่างๆดีกว่า...

เห็นคนไทยบางคนกำลังชักศึกเข้าบ้าน ไปยุให้พม่าเรียกร้องประชาธิปไตย ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า
ทุกวันนี้พม่านั้นมี จีนกับรัสเชียคอยให้การสนับสนุน ในด้านต่างๆ
เราต้องประเมินศักยภาพของตัวเองก่อนๆ
ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ถ้าเข้าไปยุ่งแล้วชาติเราจะยุ่ง ต้องขอย้อนไปศึกเชียงกลาง ซึ่งเป็นสงครามครั้งแรก
ระหว่างไทยกับพม่า จากนั้นเรากับพม่ารบกันอีก 42 ครั้ง เราแตก 2 ครั้ง เพราะมีคนไทยหักหลังกันเอง

ถ้าปัญหาภายในของพม่าสงบ และ ทหารยังคงปกครองเหมือนเดิมไทยเสร็จแน่นอน ถ้าเรารบกันพม่าๆ
ตอนนี้มีทหารกองหนุน 1 ล้านคน และแอบอยู่ในประเทศไทยอีกไม่รู้เท่าไหร่ ซึ่งถ้าไทยเรียกระดมพล
กองหนุนไม่เข้า
เจอ มิ๊ก 29 ที 80 และขีปนาวุธ พื้นสู่พื้น และ แซม 7 พื้นสู่อากาศ ก็ลองพิจารณาดูว่า
ศักยภาพของเราสู้เค้าได้มั๊ย ???

โดยไทยเองตอนนี้ก็กำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เป็น
เหนือ อีสาน กลาง และใต้ 3 จังหวัด ปัญหาไทย เราก็มากพอแล้ว
น่าจะแก้ไขเรื่องนี้มากกว่า ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวการเมืองภายในพม่า




http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=39855

การถือน้ำ "พระพิพัฒน์สัตยา" ของเหล่านักรบ เหรียญรามาฯ เข็มกล้ากลางสมร
ในยุคปราบ ผกค.รวมทั้งพวกหนีไปจาก 6 ตุลาคม 2519 ที่สนามหลวง


นักรบเข้ารับพระราชทานเหรียญรามาฯ



ฟ้าชายทรงนำดื่มถวาย



เหล่านักรบเหรียญรามาฯที่รอดตาย ไม่พิการเดินมางานได้ ดื่มน้ำพิพัฒสัตยา ต่อหน้าพระพักต์
นี่คือเหล่านักรบเหรียญกล้าหาญตัวจริง จะต้องจงรักภักดีไม่มีเสื่อมคลาย



ในหลวงทรงร่วมดื่มด้วย

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat May 22, 2010 12:35 am

http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=42172

กราบเรียนท่าน "นายกสมัคร" ท่านดูรูปทหารวันนั้นกับทหารวันนี้ ท่านต้องห้าม
ผู้นำทัพไปแตะเขาพระวิหาร อย่าเปิดศึก 2 ด้าน ไม่ใช่เรื่องของเราน๊ะครับ


เขาพระวิหารเป็นของเขมรถูกต้องตามศาลโลกกรุงเฮกตัดสิน เพราะ มรว.เสนีย์ ทนายความอดีต
หน.พรรค ปชป.สู้เขาไม่ได้เอง ตั้งแต่ปี 2505 วันนี้ เขมรดันเข้ามรดกโลกเพราะเขาต้องการเงิน
เขาพระวิหารโทรมมาก มีแต่คนไทยขึ้น เที่ยวเยี่ยวรด เพราะเขมรมาไม่ได้เป็นป่าทึบสูงชัน
เมื่อเป็นมรดกโลก จะมีงบมาทำกระเช้าแบบสวิสเซอร์แลนด์เหมือนทางยุโรปขึ้นเขา แต่คนทั่วโลก
ก็จะไหลมาขึ้นทางไทย เพราะสะดวก เป็นผลดี เพราะประตูทางเข้าอยู่บ้านเรา เราก็จะดังแบบ
เมืองเพตรา จอร์แดน ที่จัดสิ่งมหัศจรรรย์ 7 อย่าง ขึ้น ใหม่นครวัตรตกไป พล.อ.ทหารยุคหลัง
ไม่ใช่เก่งทุกคน วันนั้น(ไม่เอ่ยชื่อ)ไปว่าเขมรเรื่องเขาพระวิหาร แต่มาขอโทษตอนหลังยอมรับว่า
เสือก วันนี้ผู้นำทัพจะเกษียณออกมาท้าเขมรอีกคนแล้ว จะขัดขวาง แต่ไม่ ใช่ ผบ.ทบ.ท่านต้อง
ห้ามน๊ะครับอยากดังตอนเกษียณ ผบ.ทบ.ไม่พูด อะไร เพราะท่านเคยรบกับเขมรคู่กับผมมา
ตอน 2525 รู้ฤทธิ์เขมรวันนี้ดี ไม่หม

ครั้งนั้นการรบดุเดือด ได้เหรียญรามากันทั้งแนว รวมทั้งแม่ทัพภาค 1 พล.ท.ประยุทธ คนปัจจุบันด้วย
พระราชินีทรงสด็จฐาน ร.21 พัน 2 และพัน 4 ของพี่ณรงค์เดช ผบ.พล ฝ่าย เสนาธิการ ขึ้น ฮ.
ดักหน้าดักหลัง หยุดขบวนเสด็จห้ามกันเกือบตาย ท่านก็ไม่ยอม จะขึ้นแนวหน้าให้ได้ไปดูฐาน
ที่ถูกเขมรยิงปืนใหญ่แตกอย่างไร ทรงรับสั่ง มาแทนในหลวงครั้งสุดท้าย ก็เลยหลีกเป็นทาง
ผบ.พล ชื่อ พล.ท.ประชุม อารีรอบ เหงื่อแตก ถ้าพระราชินีเป็นอะไรไป ท่านนั่งรถจี๊ปตรวจแนว
อยู่ในเขตปืนใหญ่เขมรยิงถึงหมด ตอนนั้นเราแตกทุกฐานของทหารราบและปืนใหญ่ ทหารเสือ
ตายหลายคน บนเขาพนมปะ พนมฉัตร พระราชินีเสด็จขึ้นเขาที่พนม คันนาเสวยอาหารล่อเป้า
พวกเราจะเป็นลม แต่มองน้ำตาไหลทุกคน ยกเว้นปีกซ้ายทหารม้าของผม เพราะมีปืนรถเกราะ
90 มิลลิเมตร และเขมรไม่เข้าตี เพราะพอปืนใหญ่รากหนีมาผมต้องออกไปไล่ มึงไปที่อื่น
พอตั้งยิงก็ถูกสวน ไอ้คนแตกแตกคือกู ส่วนปืนใหญ่ก็ลากหนีไปเข้าที่ตั้งยิงใหม่ ผมเล่ายืดยาว
ให้เด็กรุ่นหลังฟัง ถามว่าดูสารรูปทหารไทยวันที่รบกับเขมร มอมแมม อย่างนั้นกับทหารไทย
จะรบกับเขมร ที่ 3 จังหวัด ยังเอาไม่อยู่กระติกน้ำยังไม่ห้อย แต่งตัวสวย แม่ทัพอยู่กับลูกน้องตลอด
เราเคยเห็นทัพที่ 3 จังหวัด วันนี้ไหม เราเคยแพ้มันกระสุนหมดประเทศ กองทัพเราแน่ใจไหมว่า
จะรบกับมันได้ ผู้นำทัพคนที่พูดหาเรื่องด่าเขมร ท้ารบเป็นเด็กนอก เกิดมาไม่เคยอยู่สนามรบครับ

ดูภาพชุดทหารไทยเวลารบจริงๆ จะมอมแมมแบบนี้ครับ ถ้านั่งรถออกจากฐานมาวัดหลุมระเบิด
มาเก็บศพ เตะท่าถ่ายรูป ให้สัมภาษณ์นักข่าว ก็หาดูได้ทางหน้า 1 หนังสือพิมพ์ ดูที่ 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ แต่ถ้ารบจริง ท่านนายกดูรูปผมครับ...กระทู้ต่อไป เราพร้อมรบกับเขมรเปิด
ศึก 2 ด้านไหม และลูกพี่เขมร คือเวียดนามทั้งประเทศ แม้นวันนี้ไม่มีรัสเซีย ถามว่าเชื่อได้ไหม
แล้วไอ้กันจะมาช่วยไหม เมื่อเริ่มยิงดวลกันด้วยปืน ใหญ่ 3 วันแรกเรากระสุนหมด
เมื่อยุคบ้านร่มเกล้าไอ้กันทำโง่ จนเราต้องขึ้นเครื่องบินไปกอดกับลาว จะทำอย่างไร

จากคุณ : เสธ.แดง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-05-09 12:56:07 [ 58.9.192.152



ความคิดเห็นที่ : 1
แม่ทัพอิสระพงษ์สมัยรบเขมรอยู่กลางสนามรบตลอด แม่ทัพวันนี้หน้าดำป๋าว่า...ลูกไปตากแดดที่ไหนมา



ความคิดเห็นที่ : 2
อริยาบทแม่ทัพอีกรูปในแนวหน้า



ความคิดเห็นที่ : 3
เสธ.แดง ซ้ายมือใส่หมวก กำลังลำเลียงคนเจ็บคนตายออกลงเขา



ความคิดเห็นที่ : 6
พลทหารคนปิดตาวันนี้ถามว่าอยู่ไหน ตาบอดไหม รัฐบาลดูแลไหม ที่เวียดนาม พ่อแม่ทหารจะได้รับ
การเชิดชู ประจำปีมาเที่ยวฮานอยฟรี ลูกตาย 4 คน ก็ติด 4 เหรียญ โรงแรมค่าใช้จ่ายทุกอย่างฟรีหมด
มีสวนสนามให้ ที่ลูกบาดเจ็บและตายในสงคราม ของเราท่านนายกลองสั่งตามหาคนเหล่านี้ดูบ้างซิครับ...
เผลอๆเป็นขอทาน



http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=42176

ท่าน "นายกสมัคร" ครับ ดูรูปทหารไทยเมื่อรบกับเขมร ต่อจากกระทู้ที่ 72172


ดูความมอมแมมทหารไทยวันนั้น วันนี้เราพร้อมไหม รบกับเขมรครั้งก่อนยังแย่ วันนี้ท่าน รมว.กห.
ปล่อยผู้นำทัพด่าเขา เราพร้อมรบไหม หันมาดูอาร์พีจี ในคลังมีกี่ลูก



ความคิดเห็นที่ : 1
หน้าแม่ทัพอิสระพงษ์ หลังศพทหารที่เอาเสื้อฝนห่อแบกลงจากเขา ใส่รถส่งกลับส่วนหลัง



ความคิดเห็นที่ : 2
ดูหน้าตาทหารแบกศพเพื่อน รูปภาพนี้บรรยายในใจกันเองครับ



ความคิดเห็นที่ : 3
ทหารไทยรบกันในยุคที่ยังไม่ใช่ลูกป๋าปกครองกองทัพ ภาพนี้แบกคนเจ็บออกจากแนวรบ
ดูความมอมแมม เมื่อเที่ยบทหารใน 3 จังหวัด ดูจากหน้าหนังสือพิมพ์เอา...หล่อมากๆ



ความคิดเห็นที่ : 5
ดูทหารไทยเวลาเปลี่ยนแนวรบ ข้างบนแตกมาข้างล่างขึ้นไป ทหารเหล่านี้อยู่ไหน ยุคท่านนายกสมัคร
ต้องจับมาเลี้ยงข้าวเขาน๊ะครับ ศึก เขมร พม่า แบ่งดินแดนจริง ถึงเมื่อไร ไม่มีเด็กหนีทัพ
เหมือนตอนอยุธยาแตก




ความคิดเห็นที่ : 7
ในยามปกติจ่าเบิ้ลกระโหลกไอ้เณร แต่ในสนามรบไอ้เณรแบกจ่า ตายเท่ากัน ถ้าท่านนายกสมัคร
เอาทหารเหล่านี้พร้อมพ่อแม่มาตบรางวัล พบกันประจำปี ให้ทหารรุ่นใหม่สวนสนามให้ ติดเหรียญ
เชิดชูเกียรติให้พ่อแม่ กองทัพเราจะยิ่งใหญ่ เยี่ยงกองทัพเวียดนาม ล้มช้างอย่างไอ้กันได้



ความคิดเห็นที่ : 8
เกิดมาใช่อื่น เพื่อผืนดินไทย(2 ห่อบน ทหาร 1 คน เหลือแค่นั้นเมื่อเจอลูกปืนใหญ่
หรือนาปาล์ม)

ความคิดเห็นที่ : 23

ความคิดเห็นที่ : 22

ทางที่ดีแล้ว รัฐบาลไทยควรที่จะงดออกความเห็นใดๆ ที่เกี่ยวกับเขาพระวิหารทั้งสิ้นไม่ต้องออก
ความเห็นที่สนับสนุน หรือ คัดค้านทั้งนั้น ปล่อยให้รัฐบาลเขมรมันออกมาจัดการยื่นเรื่องเอง

แล้วถ้าหากทางรัฐบาลเขมร ยังต้องการที่จะขอใช้ทางขึ้นไปยังตัวปราสาทที่อยู่บนเขาพระวิหาร
ก็ต้องให้ทางรัฐบาลยื่นเรื่องขออนุญาต และยอมรับสิทธิสภาพเขตแดนก่อนที่จะมีการอนุญาต
ให้ใช้ทางขึ้นลงอย่างเป็นทางการ

จากคุณ : .45 วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-05-09 22:06:36 [ 57.69.14.65 ]

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พระเทพฯ ตรัส..... "พันธมิตร ทำเพื่อตัวเขาเอง"

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat May 22, 2010 1:02 am



http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=42292

เรื่องที่ 2 วันนี้ เงี่ยนอยากรบกับเขมรจังดูรูปต่อ จากกระทู้ 42176-42175

ไอ้ควาย...ไปเชื่อแป๊ะลิ้มพูด เป๋ทั้งชาติแม้นแต่นายทหารใหญ่ สมัคร นายกฯ รำคาญคนไทยโง่
แต่ไม่กล้าพูด เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเมื่อไหร่เรารวย เพราะทางขึ้นอยู่ที่เรา เจอเจ๊กบ้าปั่น
รับเงินต่างชาติดึงสถาบัน สื่อเขียนเชียร์ ไม่รู้ว่าภัยกำลังคลานมาทั้งด้านพม่า เขมร ใต้ อยากรบ
กับเขมรนักใช่ไหม ดูรูปต่อจากกระทู้ 42176 พวก รด.เวลาระดมพลอยากเสือกหนีกันน๊ะ

ดูความมอมแมมเวลารบกันจริงๆ ใต้เขาเรียกรบปาหี่ ซ้ายมือเป็นระเบิด เอ็มเค 2 น้อยหน่า
เห็นเป็นสายน้ำตายอ่อนเรียกสายยางห้ามเลือด ต้องมีทุกคน ดูทหารใต้วันนี้ไม่มีผูก
กับสายเก่งแบบนี้ รอรถพยาบาล สาย สะพายกระสุนที่เห็นเป็นซองรวม 7 ซอง 120 นัด



ความคิดเห็นที่ : 1

รูปเดียวกับเมื่อกี๋เวลาเจอปืนใหญ่เขมร ต้องหามคนเจ็บคนตายออกจากแนวรบ เคยดวลกันแล้ว
ปืนใหญ่เราเงียบหมด พวกปากเก่งเคยเห็นไหม ป.130 เวลามันยิงถึงปืนใหญ่เราด้านหลังแนวรบ
แตกฉิบหายหมด



ความคิดเห็นที่ : 2

รูปนี้คนละคนกับเมื่อกี๋ ที่รองคนเจ็บเป็นกระสอบข้าวสาร คนเจ็บเมื่อกี๋ใช้เปลยวนทหารพราน
ตัดไม้แบกออกมา คนเจ็บ 1 คน คนแบก 4 คน ที่ใต้รบกันเขาเรียกรบแบบปาหี่ มีรถพยาบาลมาขน
แม่ง...ยังแพ้ ที่นี่กินเยี่ยวกัน นั้นแวะข้างทางแดกเป๊ปซี่



ความคิดเห็นที่ : 4

รบจริงๆคนทั้งตัวเหลือแค่นี้ เพราะส่วนใหญ่ขาดกลาง คนตายคนเจ็บทำให้เราต้องสูญเสีย
ผ้าปานโจ(เสื้อฝน) ที่เห็นในรูปด้านล่างห่อแบบเต็มตัวด้วยสายโทรศัพท์ เห็นด้านหัวโผล่มาในรูป
ที่หิ้วเหลือนิดเดียว ทหารยกมือเดียวได้



ความคิดเห็นที่ : 7

แม่ทัพอิสระพงษ์ใส่หมวกแก๊บกับอาแดงใส่หมวกปีกก้มหน้า ถือปืนใส่ล๊อคแซ๊ก ห้อยกระติกน้ำ
อยู่คู่กันในป่าตลอด ก่อนอาแดงอาสาแม่ทัพทำ "กามิกาเช่" ขึ้นเครื่องบินถ่าย วีดีโอฐานทหารเขมร
จนถูก ปตอ.ยิงเกือบตาย วันนี้รบปาหี่...มีใครเคยเห็นแม่ทัพภาค 4 ลูกป๋าในแนวรบกับ
ทหารมอมแมมแบบนี้บ้าง เอารูปมาโชว์หน่อยซิ



ความคิดเห็นที่ : 10

วันใดที่ใต้มีแบบนี้มา...อาร์พีจี 2 และอารพีจี 7 กับระเบิดดักรถถัง ไม่ต้องผสมปุ๋ยยูเรีย เสียเวลา
กับระเบิดข้าวโพด ระเบิดมือสากกระเบือ ในรูป ใต้หนังจบทันที เพราะวันนี้ใต้มีแค่ระเบิดกระโถน
ขี้เด็กใส่ปุ๋ยเร่งดอกเร่งใบ ทหารไทยยังเอาไม่อยู่ เสือกเอาตำรวจกับหมดผีไปรบด้วย
เจอทหารกวนอูอี หมอผีโดนตบดิ้นไปแล้ว

http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=42634

ถูกใจกระทู้ที่ 42623 ถามเรื่องหมวกหนีบทหาร เตรียมรับฟัง...เรื่องลูกป๋าโดยเฉพาะ

กองทัพไทยได้ชื่อว่า...จะรบกับใครได้ ถ้ายังแต่งตัวไม่เสร็จ เปลี่ยนหมวก เปลี่ยนเสื้อใน
เปลี่ยนหัวเข็มขัด เวลาเปลี่ยน ผบ.ทบ.ที แต่ไม่มีใคร หน้าเกลียดตอนลูกป๋าเป็น ผบ.ทบ.
สั่งเปลี่ยนหมวกหนีบทหาร เป็นหมวกแบร่ย์ดำ ทั้งกองทัพใส่กับชุดอ่อน ชุดอ่อนคือชุดที่ติด
เครื่องหมายทอง กลายเป็นสาม ล้อสวมหมวก คนที่ป๋าให้เป็นนายกและทำชาติเละเทะเจ๊งบ้ง
ทั้งประเทศ จนพี่ทักษิณกลับมาคิดบัญชีทิ้ง คตส.เป็นลมนั่นแหละ มีอยู่สมัยหนึ่ง ผบ.ทบ.
สั่งเปลี่ยนเสื้อเขียวเข้มชุกปกติคอพับ หรือเราเรียกทั่วไปเวลาตะโกน สั่งไอ้เณรว่า
วันนี้กูแต่งชุดอ่อน ดันเป็นเป็นเสื้อสีอ่อนเขียวจางๆทั้ง กองทัพ ติดดาวทอง ดูไม่น่าเกรงขาม
พวกเราก็แต่งกัน ทั้งกองทัพมีไม่แต่งอยู่ คนเดียวรู้ไหมใคร กล้าขัดคำสั่ง ผบ.ทบ. ฟ้าชาย...
พระองค์ไม่ยอมแต่ง ชุดเมืองขึ้น เพราะพวกเราล้อว่าสีแบบนี้เป็นสีทหาร อินโด มาเลย์ สิงคโปร์
ฟิลิปปินส์ สีขี้ข้าฝรั่ง ท่านเป็นขัตติยะกษัตริย์จริงๆ ไม่มีเป๋ ท่านยังคงแต่งชุดอ่อนแขนยาว
สีเข้มดาวทอง ดูน่าเกรงขาม สมกษัตริย์นักรบ ทั้งที่ทหารทั้งกองทัพแต่งสีนวล ไม่ได้เข้าท่า
ต่อมาเปลี่ยน ผบ.ทบ. จึงสั่งยกเลิกไป ผบ.ทบ.คนต่อมาเปลี่ยนเสื้อในเป็นคอวี ห้ามคอเสื้อ
สีขาวโผล่ พอไหวเพราะสวยมองมาไปไม่ดูหลอกตา ผบ.ทบ. คนต่อมาเปลี่ยนหัวเข็มขัดเป็นแบบเกี่ยว
ดีมากเพราะหัวรุ่นเก่าตั้งแต่ สมัยนักเรียนนายร้อยหลุดง่าย หลุดลงส้วมเวลาตกใจเสียงนกหวีด
เลอะอึหมด ต้องหยิบมาล้าง บางคนล้างไม่หมดกลิ่นอยู่ในแถว หากันใหญ่ มีโดนทำโทษ ยกตีนดม
ให้ดมตูดคนหน้าว่าใครขี้แตก ชุดดมจะคลานไปตามแถว ดมตั้งแต่ตีน ถึงจู๋ไล่ไปจึงเจอที่หมาย...
ใครจะคิดมาดมเจอที่หัวเข็มขัดเลอะขี้ในหู หนีบ ถูกกักเป็นเดือน หัวเข็มขัดหล่นส้วมล้างไม่หมด
ที่จริงล้างไม่ทัน แต่หัวเข็มขัด ทบ. รุ่นใหม่ใช้เกี่ยวไม่หลุดอีกเลย ยกเว้นตีนตุ๊กแกหมดอายุ
หายทั้งหัว ไม่รู้ตัวหัวเราะทั้งแถว ผบ.ทบ.ลูกป๋านายกคนที่แล้ว เปลี่ยนหมวกทั้งกองทัพจาก
หมวกหนีบเป็นหมวกแบเร่ย์ดำ ซึ่งหมวกแบเร่ย์ดำมีใส่ 2 หน่วยเท่านั้นในกองทัพ คือทหารม้า และ
ทหาร ปตอ. เพราะทหารทั้ง 2 แบบต้องลงป้อมปืน คล่องสวมเฮลเม๊ท หรือสวมหูฟัง ทัพแบเร่ย
์ไม่เจ็บหัวเพื่อสั่งรถถังวิ่ง สั่งยิง สั่งในรถ สั่งในหมวด สั่งทั้งกองร้อง คล่องแคล่ว เขาทำไว้โบราณดีแล้ว

ผบ.ทบ.สั่งเปลี่ยนหมวกทั้งกองทัพเป็นแบเร่ยดำ พอก้มก็หลุดแล้ว สวนสนามก็หลุดแล้ว
หมวกหนีบยังดีกว่า ดันไปให้ใส่กับชุดอ่อนอีกไปกันใหญ่ แถมใส่กับชุดฝึกด้วย เอามั่วไปเลย
ทุกอย่างสงบ เพราะ... "คำสั่งผู้บังคับบัญชา คือพรจากสรรค์"

แต่มีอยู่คนที่หนึ่งที่ไม่ใส่หมวกแบเร่ย์ดำกับชุดอ่อน เหมือนกับไม่ใส่เสื้อสีอ่อนสีเมืองขึ้น
ซึ่งอาแดงชอบมาก และท่านยังรักษาหุ่นหน้าท้องไม่มี เวลาแต่งชุดคอแบะเท่ห์มาก เรียวเหมือน
นักเรียนนายร้อย ท่านเล่นเวท และวิ่งตี 2-3 ทุกคืน รู้ไหมใคร..ฟ้าชาย กษัตริย์นักรบไง
ท่อนยังคงสวมหมวก ทรงหม้อตาล ไม่ใส่แบเร่ย์ดำ ทรงเสื้อแขนยาวตลอดเวลา ยังใช้เครื่องแบบเดิม
มาตราฐานกองทัพ ตั้งแต่ยุทำสงครามเวียดนามมาตลอด 10 ปี ผ่านไปอาแดงยอมที่จะเป็นทหารวินัยเลว
ไม่เคยสวมชุดอ่อนกับหมวกแบเร่ย์ดำ ยังคิดถึงทุกลมหายใจ กูได้เป็น ผบ.ทบ.วันแรก กูจะสั่ง
เลิกหมวกแบเร่ย์ดำทันที ให้ทหารทุกเหล่ากลับไปใส่หมวกฟาติก ทหารม้า กับ ปตอ.เท่านั้นใสแบเร่ย์ดำ
ใส่แล้วไม่หลุดหัวกันแดดกันฝนเหมือนเดิม ทหารม้าแต่งเหมือนเดิม ชุดอ่อนต้องใส่หมวก
ทรงหม้อตาลแบบฟ้าชายเท่านั้น แบบทหารจีน แบบทหารรัสเซีย และแบบทหารพม่า ชุดอ่อนเท่
ส่วนชุดฝึกหมวกไม่เคยหลุดจากหัวเมื่อทำงาน

จากคุณ : อาแดง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2551-05-17 22:34:21 [ 58.9.185.243 ]



ความคิดเห็นที่ : 3

ดูทหารจีนกับทหารพม่าเหมือนทหารรัสเซีย เวลาทำงานหมวกไม่มีหลุดจากหัว เป็นหมวกฟาติก
หรือหมวกแก๊บ พม่าใช้หมวกคาวบอยหรือหมวกปีก ดูในแรมโบ้ หรือดูจากการที่ทหารพม่า 4 กองพล
เข้าช่วยนาร์กีส หมวกเขากันแดดกันฝน แต่หมวก ทหารไทยกันเหี้ยอะไรไม่ได้เลยนี่แหละลูกป๋าหละ
ทหารไทยใส่แบเร่ย์ทั้งชุด อ่อนชุดฝึก เสล่อที่สุดในโลก ฟ้าชายไม่เคยทรงหมวกแบบนี้กับชุดอ่อน
และชุดฝึกเลยเลย ดูชุดพรางทหารจีนใส่หมวกฟาติก ไม่มีหลุดจากหัว



ความคิดเห็นที่ : 5

ในภาพอาแดงเข้านายทหารเวรผู้ใหญ่ โรงเรียนนายร้อย จปร. คุมนักเรียนนายร้อย ทานข้าว
อาแดงจะใส่ชุดอ่อนแขนยาวหมวกหม้อตาลเหมือนทหารพม่า จีน รัสเซีย ซึ่งเป็นชุดมาตราฐาน
ซึ่งฟ้าชายทรงแต่งให้เป็นตัวอย่างต่อกองทัพไทยตลอดเวลา ส่วนนักเรียนนายร้อยที่เห็นนั่นและ
เป็นชุดเมืองขึ้น สีเขียวนวล วันนี้ยกเลิกแล้วเห็นที่บ่ามีแถบแดงเหมือนทหารจีน เป็นพวกคอมแมน
คือนักเรียนหัวหน้าหมวด หัวหน้ากอง ปกครองรุ่นน้อง



ความคิดเห็นที่ : 7

ทหารบกทุกเหล่าในอดีตใส่หมวกแก๊บเหมือนทหารจีน และทหารไอ้กัน กันแดดกันฝน คล่องแคล่ว
ไม่มีหลุดเวลาก้ม อาแดงเป็นทหารม้าที่ใส่ปลอกข้อมือดำ ใส่แบเร่ย์ดำเพราะต้องลงรถถัง กำลังพา
นักเรียนนายร้อยไปดูชายแดนด้านตาพระยา นักเรียนนายร้อยจะใส่หมวกแก๊บกับชุดฝึก
เดี๋ยวนี้เลิกหมดทุกเหล่า ฝนตกมอมแมมไม่สบายหมวกหด พอโดนแดดซีด ใส่ไม่ได้เพราะเป็น
สักหลาด กูจะบ้าตาย...ลูกป๋าทั้งนั้นที่คิด



ความคิดเห็นที่ : 9

ดูชุดเมืองขึ้นชัดๆ นี่เป็นนักเรียนนายร้อย อาแดงคนยืน ชุดนี้เลิกหมดแล้ว วีระบุรุษนาเก๊เตรียม
จะเปลี่ยนเครื่องแบบตำรวจเป็นแบบนี้ ใช้สีเมืองขึ้นเหมือนกัน ตั้งใจจะแดกค่าผ้า 230000 คูณ 3
ทั้งหมวก ทั้งรองเท้า ทั้งเครื่องหมาย แม่ง...เลขสูญยาวอีกศอก ดีฉิบหายก่อน เพราะชุดเมืองขึ้น
หรือเปล่าไม่รู้เริ่มเข้าตา จึงโดนฟ้าผ่าเสียก่อนที่จะแดกชาติล๊อตใหม่ แต่เป็นภาษีเราจ่าย

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ