แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  sutatip on Wed Apr 21, 2010 11:16 pm

จริงหรือไม่จริงไม่รู้นะครับ แต่ผมได้รับ fw mail มา เพื่อนๆลองพิจารณากันดูนะครับ มันเป็นเรื่องของแดงปลอม แต่พออ่านไปอ่านมาเรื่องชักจะใหญ่ขึ้น ดูเหมือนว่ามันมีแผนซ้อนแผนอยู่ฮะ

" แดงปลอมคือใคร กำลังทำอะไร จุดมุ่งหมายเพื่อสิ่งใด???

แดงปลอมคือใคร คือ กลุ่มคนที่รวมตัวกันขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการล้มล้างสถาบัน คนกลุ่มนี้จะมีความเกลียดชัง ราชวงค์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระมหากษัตริย์

พวกเขาบอกว่า พระมหากษัตริย์ ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนคนไทย ส่วนมากล้วนแล้วแต่ช่วยเหลือชาวเขา ตั้งมูลนิธิต่างๆ ขึ้นมากมาย แล้วเอาเงินไปให้ลูกหลานถลุงเล่น พวกเขาจึงไม่ศรัทธา ต้องการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยให้เป็นระบบประธานาธิบดี

พวกเขาทำงานใต้ดิน มีการจัดอบรม ในตอนแรกจะมาเชิญชวนให้ประชาชนเข้าไปอบรมกับเขา เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ละเข้ามาช่วยทักษิณให้ทักษิณเข้าสู่ประเทศไทย

แต่เมื่อเข้าไปแล้วเขาไม่เคยพูดถึง ไม่โต้แย้งทักษิณ แต่เน้นการทำลายสถาบันและร่วมมือกับเจ้านายฝ่ายเหนือ ต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อจะล้มเลิกสถาบันกษัตริย์ให้เป็นประเทศที่มีระบอบประธานาธิบดีเพราะระบบอบกษัตริย์ไปไม่ได้แล้ว

ข้าพเจ้าก็เป็นผู้หนึ่งที่มีจิตใจอยากจะช่วยเหลือ ตรวจสอบรัฐบาลและช่วยทักษิณ จึงได้เข้าร่วมอบรมด้วย แต่เนื้อหาการอบรมไม่ใช่เรื่องตรวจสอบรัฐบาล แต่กลับเป็นเรื่องที่จาบจ้วงล่วงเกิน สถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดถึงเหล่าราชวงค์ และนำคลิปวีดีโอลับของคนในราชวงค์ออกมาอย่างน่าเกลียดน่ากลัว

กลุ่มคนเหล่านี้เรียกตัวเองว่าเป็นเสื้อแดงที่มีจุดหมายการล้มเลิกระบอบกษัตริย์ แต่ด้วยกำลังคนที่มีไม่มากนักของกลุ่มเสื้อแดงปลอม แต่ก็มีเครือข่ายทั่วประเทศแล้ว และมีอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะเทกซัส อเมริกา ซึ่งเป็นเว็บไชต์ ที่ส่งข้อมูลและคลิปวีดีโอมา

เวบไซต์นี้ได้รับข้อมูลจากราชวังอีกทีหนึ่ง แสดงว่าคนที่ส่งใกล้ชิดในราชวัง ได้ส่งข้อมูลไปให้สำนักงานใหญ่ที่เทกซัส แล้วจึงส่งมาทางเครือข่ายของเสื้อแดงปลอมทั่วประเทศ แล้วแผนการต่อไปเขามาเอ่ยอ้างว่าจะช่วยทักษิณ และจะอัดเทปนี้ให้คนเข้าอบรม การอบรมเคลื่อนที่ไปไม่แน่นอน และมีการส่งรหัสลับให้ผู้เข้าร่วมอบรมก่อนการอบรม การอบรมครั้งละไม่เกิน 3-4 วัน แต่ส่วนใหญ่เป็นแผนการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ สร้างเครือข่าย เสนอแนะวิธีการ แลละบอกว่าเป็นคนเสื้อแดง แต่ฝ่ายเสื้อแดงจริงไม่รู้เรื่องเลย เพราะว่าตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าเข้าไปเป็นเวลา 1 ปี ไม่มีแกนนำของคนเสื้อแดงคนใดเข้าไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเพียงคลิปวีดีโอที่ส่งมาจากเทกซัส ข้าพเจ้ารู้ว่าพวกเขามีกลุ่มสอดแทรกในวัง ได้รับความไว้วางใจจึงเข้าไปในเขตหวงห้ามได้ คนที่เข้าอบรมกว่าจะเข้าถึงภายในได้ ต้องร่วมกลุ่มร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้รับไว้วางใจ เป็นเวลาถึง 6 เดือน

ข้าพเจ้าก็ทำงานลับอยู่ ต้องการไขปริศนาว่าเป็นใครกันแน่ที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อให้การล้มล้างสถาบันสำเร็จ จึงต้องเข้าร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่ออาศัยพลังตรงนั้น จึงส่งข่าวเรื่องของราชวงค์ ที่ได้รับรู้มาให้ทางแกนนำคนเสื้อแดง แต่แกนนำคนเสื้อแดงไม่ทราบเรื่องอะไรสักอย่าง

ข้าพเจ้าเข้าไปศึกษากลุ่มเสื้อแดงปลอมที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มผู้ตรวจสอบอำนาจรัฐ หรือทำงานใต้ดิน เข้าไปแล้วไม่เป็นดังที่ประกาศไว้ครั้งแรก เป็นการไปดูคลิปวีดีโอและให้ทุกคนจงเกลียดจงชังราชวงค์เข้าได้ทำงานนี้สืบทอดกันมาเป็นระยะเวลา 52 ปีแล้ว ข้าพเจ้าแย้มให้อีกหน่อยก็ได้ว่าคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นรองหัวหน้าที่อบรมนามสกุล สุนทรวัตร และเขาได้ร่วมกับเจ้านายฝ่ายเหนือ อีกทางหนึ่งด้วย...

การทำงานตรงนี้เป็นลักษณะการทำงานใต้ดิน ที่ไม่ออกมาแสดงตัว แต่แสดงเจตจำนงค์อย่างชัดเจนในเรื่องของการล้มล้างสถาบัน กลุ่มนี้ ข้าพเจ้าจึงให้ชื่อว่าแดงปลอม เพราะเหตุที่

ข้าพเจ้าเป็นคนเสื้อแดงจึงอยากจะช่วยตรวจสอบรัฐบาล แต่สิ่งที่ข้าพเจ้ารับรู้มานี้กลับสวนทางกับคนเสื้อแดงที่มุ่งเชิดชูสถาบัน ไม่หยิบมาแตะต้องแม้แต่นิดเดียวเพียงแต่ประกาศยืนยันว่าขอเรียกร้องประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประชาชนให้ได้รับความเสมอภาคในการปกครองเท่านั้นฆ

จึงได้นำเรื่องนี้ มาเตือนเพื่อพ้องเสื้อแดงของเรารู้ไว้ว่าในความบริสุทธิ์ของประชาชน ก็ยังมีคนที่คอยริดรอนโดยใช้สีแดงเช่นเดียวกันเป็นเครื่องมือ เหมือนเป็นการวางแผนตลบเสื้อแดงที่ยึดมั่นในสถาบัน ให้มีความเข้าใจผิดว่าเสื้อแดงต้องการทำลายสถาบัน แต่ที่จริงแล้วมีคนที่ต้องการทำลายสถาบันจริงๆ ซึ่งคนที่เป็นแกนนำมีนามสกุล สุนทรวัฒน์

ข้าพเจ้าติดตาม 3 มุม แดงจริง แดงปลอม รัฐบาล ข้าพเจ้าอดสงสัยไม่ได้ว่าแดงปลอมนี้มาจากฝ่ายไหน ระหว่างแดงจริงกับฝ่ายรัฐบาล แต่ข้าพเจ้าจะเห็นทุกครั้งที่แดงจริงขึ้นปราศรัย ไม่เคยจาบจ้วงกลับเชิดชูสถาบัน ไม่เคยพูดในลักษณะหมิ่นเหม่ หรือลบหลู่ เหมือนกับว่าเสื้อแดงจริงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังถูกตลบหลัง สร้างภาพอีกแล้ว

สังเกตเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ฝ่ายทหาร และคนในฝ่ายรัฐบาลมักพูดย้ำเสมอเรื่องการปกป้องสถาบัน ทั้งที่กลุ่มคนเสื้อแดงทุกครั้งที่ขึ้นเวที พยายามเรียกร้องประชาธิปไตย ความเสมอภาค แต่ก็ถูกกล่าวหาว่ากำลังล้มล้างสถาบัน พยายามโยงใยว่าเป็นเรื่องการล้มล้างสถาบัน

ถ้าวิเคราะห์ไปแล้ว หากกลุ่มแดงปลอมนี้ทำงานสำเร็จ ภาพจะออกมาว่า กลุ่มคนเสื้อแดงเป็นพวกที่ ออกมาพูดจาจาบจ้วงสถาบัน มีพฤติกรรมล้มล้างสถาบัน เสื้อแดงตัวจริงจะตกจำเลยของสังคม ในเวลานั้นรัฐบาลและทหารคงมีความชอบธรรมมากพอที่จะทำลาย คนเสื้อแดงให้สิ้นซากไป และรัฐบาลจะเป็นพระเอกที่มือขาวสะอาด เพราะได้พูดกันตนเองไว้แล้ว และในวันนั้นจะเป็นวันที่คนไทย มาฆ่ากันเอง ผู้ที่เสวยสุขคือเสื้อแดงปลอม คนที่นามสกุลสุนทรวัตร เจ้านายฝ่ายเหนือ และคนที่เทกซัส

ข้าพเจ้าอยู่จุดไหนยังไม่เปิดเผย แต่ถึงจุดนี้ข้าพเจ้าเริ่มรู้แล้วว่าอะไรคือจุดที่ทำให้ประเทศไทยปั่นป่วนและยุ่งเหยิงเช่นนี้ นี่คือแผนลับลวงที่ซ่อนเงื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ แล้วเขาจะทำงานคนละรูปแบบ ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เดินไปด้วยกัน ทั้ง 3 กลุ่มคือ ผู้ก่อการร้าย ตลบหลังเสื้อแดง(แดงปลอม) และผู้นำข่าวจากภายในราชวังออกมา

สรุปแล้วข้าพเจ้าคิดผิดหรือถูกว่า ทักษิณเป็นเพียงเงื่อนไข เป็นเพียงตัวละครตัวหนึ่ง ที่ทำให้พวกเขาทำงานได้เร็วขึ้น เพราะหากไม่มีทักษิณเข้ามา พวกเขาอาจจะหาจุดเริ่มต้นที่จะทำลายประเทศไทยแบบแตกหักเช่นนี้ไม่ได้ .... "





ถ้ามันเป็นไปตามนี้นะครับ มีหวังเละ ประเทศชาตินี้
แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับ

sutatip

จำนวนข้อความ : 3
Registration date : 21/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Thu Apr 22, 2010 8:47 am

บอกทักษิณ ว่า กำลังโดนหลอกใช้ ให้ทักษิณถอนตัวด่วน เพราะถ้าแกนนำทำสำเร็จ ทักษิณก็ยังติดล็อค ทางการเมือง อยู่ดี และยังมีคดีความอาญาด้วย

เรื่องจากในฝ่าย ที่ว่าทำเพื่อทักษิณ ยังประกอบด้วย แดงดำ(ผิว) สามคน ที่เลิกเอาดีทางการเล่นตลก แล้ว
แดงผ่อง( คือพวก ๑๑๑ คน ซึ่งอยู่เบื้องหลัง แอบในร่มจนผิวงี้ผ่องเชียว) สองแดงนี้จะเป็นพวกเข้าฮอส

ส่วนแดงที่แย่สุดๆ คือ แดงช้ำ พวกนี้ ต้องทนแดดทนฝน แล้วบางคนโดนหลอกมาอีกด้วย พวกนี้ไม่ได้รับผลดีอะไร แต่ชาติหน้าจะต้องมีพวกแดงสองกลุ่มมาเป็นบริวารแน่ อดใจรอไว้ก่อน

ส่วนเราไม่ควรจะไปข้องแวะกับทุกพวกอีกต่อไป เพราะว่า จะการเป็นมีสัญญาผูกพันต่อไป ไปเจอกันอีก ซึ่งเราคงจะทนไม่ไหวแน่ ทำหน้าที่ของเราตามสิ่งที่พลเมืองที่ดีพึงทำ

ตอนนี้ภาคบริการ การท่องเที่ยว ในเมือง อาจได้รับผลกระทบ
แต่บางภาคส่วน เช่น การส่งออกสินค้าจำเป็น ยังคงไปได้ดี และทำงานกันไปตามระบบอย่างเงียบๆ
พวกเราก็อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้ายจนเกินไปนัก ประเทศเรายังมีความหวังเสมอ ตราบใดที่คนส่วนใหญ่
ในประเทศของเรายังไม่ได้มีใจชั่วร้าย

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  wincha on Sat Apr 24, 2010 2:11 pm

COPY มาอีกทีนะครับ

เล่าให้ฟังตรงนี้แล้วกันค่ะ

เพิ่งกลับมาจาก เยอรมัน มีหญิงไทยวัยกลางคนบ้านอยู่ Dortmund เล่าให้ฟังว่า

เมื่อเร็วๆนี้มีการจัดงานวันเกิดให้คนไทยคนนึงมีคนมาร่วมงาน 30-40 คน มี เจ้าหน้าที่ จากสถานฑูตเดินทางมาร่วมงานด้วยหลายคน ระหว่างงานเลี้ยงมีประกาศว่าจะมีปาถกฐาโดยแขกรับเชิ...ญพิเศษ สุดสองท่าน.........แอ่น แอน แอ๊น!!!......อีเพ็ญ กับ อีใจ ค่ะ (จักรภพ เพ็ญแข กับ ใจ อึ้งภากรณ์) เนื้อความทั้งหมดเป็นเรื่องของการล้มสถาบัน มันบอกอย่างไม่ปิดบังว่ามันกำลังจะทำอะไรกัน(สิ่งเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นใน กรุงเทพในตอนนี้) เรื่องโกหกพกลมต่างๆถูกทยอยนำออกมาสะกดจิตผู้ฟังให้คล้อยตามจากปากนังเพ็ญ และอีใจ ใครที่หัวแข็งและไม่ยอมเชื่อจะถูก tagged โดยหน้าม้า ทั้งปลอบทั้งขู่ (แน่นอนค่ะ จนท สถานฑูตเป็นหน้าม้าตัวหลัก) แกนนำสามตัวบนเวทีไม่ใช่หัวหอกตัวจริง ตัวจริงเป็นพวกที่เคยเข้าป่าและตอนนี้ทำตัวไม่เป็นข่าวต่างหากที่ชักใยอยู่ เบื้องหลังค่ะ (ผู้ร่วมวงเม้าส์คนนึงบอกว่าเธอเคยได้ยินว่าศูนย์บัญชาการของจริงอยู่ตึกชิน วัตร2) ในงานพูดถึงทักกี้น้อยมากเพราะทักกี้เป็นแค่หมากตัวนึง ซึ่งเสร็จงานใหญ่นี้แล้วจะได้อยู่ต่อหรือถูกถีบหัวส่งก็แล้วแต่เค้าจะกรุณา ค่ะ อีเพ็ญตบท้ายด้วยการขอร้องให้ผู้ฟังหาแนวร่วมให้เยอะๆ แทรกซึมไปให้ทุกวงการค่ะ ดีเทลอื่นๆไม่สามารถเขียนในนี้ได้นะคะ....จบข่าว สวยสวรรค์ ขยัน.....รายงาน ป.ล. แล้วก็ตามเคยนะคะ กับนิสัยขี้โกงของอีพวกนี้ คืองานนี้มีคนมาร่วมแค่ 30-40คน แต่หลังงานจบมันไปลงข่าวและเขียนรายงาน (เพื่อเบิกค่าใช้จ่าย) ว่ามีคนมาร่วมงานประมาณ 70 คนค่ะ

ที่มา http://gotoknow.org/file/cruroj/view/535592

wincha

จำนวนข้อความ : 107
Registration date : 25/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Apr 25, 2010 8:24 pm





แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Mon May 10, 2010 12:33 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Apr 26, 2010 10:55 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t1057-125.htm
hacksecret พิมพ์ว่า:http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t721-50.htm


Thaksin Bush DC 20030610

http://www.voanews.com/burmese/archive/2003-06/a-2003-06-10-5-1.cfm?moddate=2003-06-10

Bush Calls For Immediate Release Of Suu Kyi

White House
10 June 2003

George Bush
President Bush is calling for the immediate release of Burmese
opposition leader Aung San Suu Kyi. White House spokesman
Ari Fleischer says the president has "great concerns" about
what is going on in Burma, especially following violent clashes
last month between pro-democracy activists and government
supporters.
Ari Fleischer
Ms. Aung San Suu Kyi and other members of her political party were arrested following those clashes.
Mr.Fleischer says President Bush discussed her detention Tuesday during a White House meeting with the Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra.
"The president and prime minister in their meeting expressed their deep
concern over recent developments in Burma, in particular the violence
that occurred on May 30th. The two leaders agreed on the need for
the immediate release of San Suu Kyi and other National League for
Democracy members," Mr. Fleischer said. Some members of the U.S.
Congress want additional sanctions against Burma in response to the
detention. U.N. Secretary-General Kofi Annan called on Burma's military
to release the opposition leader and resume political reconciliation
talks, saying her arrest goes against the will of the Burmese people.

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271329934&grpid=03&catid=

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 18:11:57 น.
มติชนออนไลน์

"วีระ"ลั่นนำทีมถอนหลักแดนเขตไทย-เขมร ปัดไม่เกี่ยวกับพธม.

นายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.)
กล่าวเมื่อวันที่ 15 เมษายนว่า วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ตนพร้อมกลุ่มผู้รักชาติซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ
การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จะเดินทางไปรวมตัว
ที่ประสาทตาเมือนโต๊ด ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สุรินทร์ ในเวลา 11.00 น.

นายวีระ กล่าวด้วยว่า จากนั้นจะร่วมทำกิจกรรมในวันที่ 2-3 พฤษภาคม
เพื่อถอนหลักเขตของประเทศกัมพูชา ที่ทำไทยต้องเสียดินแดนจากการทำข้อตกร่วม
ที่ผิดกฎหมายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในยุคที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อปี 2543 หลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นหนังสือ ให้เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ
ในช่วงการประชุมผู้นำลุ่มโขงที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และขอเรียนว่าคณะกรรมการร่วม
ชายไทย-กัมพูชาที่ตกลงเรื่องนี้ เป็นกรรมการเถื่อนทำหน้าที่โดยไม่ผ่านกลไกของรัฐสภา
เหมือนกรณีนายนพดล ปัมมะ อดีตรัฐมนตรตรีว่าการกระทวงต่างประเทศที่ไปออกแถลงการ
ร่วมกับกัมพูชา

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"สัญญาณ"ที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มข้างต้นได้เกิดขึ้นในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตั้งแต่การย้ายที่พำนักจากบ้านสี่เสาเทเวศน์ไปยัง"บ้านไร้กังวล"ในกองทัพภาคที่๒ ที่จ.นครราชสีมา
และการพยายามปลุกกระแสมวลชนในหลายพื้นที่หลายกลุ่มสังคมเพื่อให้กำลังใจ
(ศิษย์เก่ามหาวิชิราวุธ, ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ(นำโดยวิเชียร,วีระ),
วันนี้(2เม.ย.) นายวีระ สมความคิดประธานเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชันในฐานะศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย
รุ่น 90 กล่าวว่า ในวันนี้เวลาประมาณ10.00 น.ตนจะนำศิษย์เก่าจากหลายรุ่นเดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม
ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าการออกมาพูดแรงของ"พล.อ.พิจิตร"โดยเฉพาะในประเด็น"เกาะเคย์แมน"
ซึ่งพาดพิงระบุถึง"ลาฟวอยส์"ฑูตสหรัฐคนเก่าว่าเป็นคนเปิดข้อมูลว่ามีการนำเงินไปซุกที่"เคแมน"ของ"ทักษิณ"
และ"ผู้นำอิตาลี"นั้นมีความเชื่อมโยงกับกรณีการเข้าพบ"ป๋าเปรม"ของ"ฑูตสหรัฐ"คนใหม่
(ที่ทำให้ป๋าเปรมต้องยอมเลิกหมายนัดกับศิษย์เก่าสวนกุหลาบ)
โดยประเด็นการคุยกันมี ๒ ข้อ
ข้อหนึ่งเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่ถูกระบุว่าป๋าและกองทัพมีความเกี่ยวข้อง
กับสถานการณ์รวมไปถึงการรัฐประหาร ๑๙ก.ย. และรวมถึงการให้ขอให้ไทยคลี่คลายปัญหานี้

โดยไม่ใช้วิธีการรุนแรงขณะเดียวกันก็มีการแจ้งถึงความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของ
องค์กรสืบราชการลับของสหรัฐในประเทศไทย CIA ที่มีการเปลี่ยนแปลงในระดับ"หัวหน้า"
ระหว่าง มาเลเซียกับไทย
ซึ่งข่าวนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับ"ผู้ใหญ่"ด้วย


http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/KD17Ae02.html
Apr 17, 2009
ASIA HAND

Smoke, mirrors and lies
By Shawn W Crispin

BANGKOK - As the smoke and debris settle on Thailand's recent street chaos,
the propaganda wars have begun in earnest as competing sides look for a tactical edge
in the political conflict's inevitable next round. So far it appears Prime Minister Abhisit Vejjajiva's
embattled coalition government has won the upper hand.

Exiled former premier Thaksin Shinawatra has in interviews told foreign news outlets -
including the BBC and CNN - that the Thai military killed and secretly carted away
the bodies of an undisclosed number of his red shirt followers on April 13,
when troops cracked down on anti-government protests in a pre-dawn operation
on the streets of Bangkok.
...

Conservative counters
To be sure, the conservative establishment Thaksin now claims to be up against has its own,
if less sophisticated, political spin machine. Privy Councilor General Pichitr Kullavanijaya
claimed to local media days before the UDD ramped up its protests that former US ambassador
to Thailand
Ralph "Skip" Boyce had shared information with him indicating that
Thaksin had laundered 100 billion baht (US$2.8 billion) through Cayman Island
bank accounts and was using the funds to organize the UDD's protests.


Thaksin strongly denied the charges and filed a defamation suit against the royal advisor
in a Thai court - despite Thaksin's repeated claims from exile that he could not receive
a fair trial in the Thai judiciary. Former ambassador Boyce has told numerous people that
he has no idea why he was cited as a knowledgeable source about where Thaksin may
or may not have made deposits, and that he has no such information.


ไม่เกี่ยวกับ พธม. จริงๆ ด้วยดูท่ากองทัพไทยคงรอดยาก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098468

พธม.ยกทัพบุก“เขาวิหาร”ปักธงเขตแดนไทย - หันครุฑไปฝั่งเขมรแก้เคล็ดมนต์ดำ

28 สิงหาคม 2552 16:41 น.

พันธมิตรฯ ยกทัพนักรบมือตบนับพันคน บุกเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ปักธงแสดงเขตแดนไทย วันนี้ (28 ส.ค.)

ศรีสะเกษ – พันธมิตรฯ ยกทัพนักรบมือตบนับพันบุกพิสูจน์“เขาพระวิหาร”
จ.ศรีสะเกษ ปักธงเขตแดนไทย พร้อมปัก“ครุฑทองคำ” หันหน้าไปฝั่งกัมพูชา
แก้เคล็ดมนต์ดำและให้ประเทศไทยแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
เผยทหารไทยไฟเขียวให้ “วีระ” พร้อมตัวแทน 8 คน ขึ้นไปสำรวจวัดแก้วฯ
เจ้าปัญหาและภูมะเขือได้ ขณะทหารเขมรทำพิรุธย่องเงียบถอนกำลัง400 นาย
ออกจากบริเวณเขาพระวิหารกลางดึก

วันนี้ ( 28 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.20 น. ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียม อุทยานแห่งชาติ
เขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(พธม.) จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ประมาณ 1,000 คน นำโดย นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่าย
ประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และ แกนนำพันธมิตรฯ ได้พากันเดินทางโดยรถยนต์กว่า 35 คัน
มารวมตัวกันเพื่อเดินทางขึ้นไปยังบริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร และ
วัดแก้วสิขาคีรีสวาระ บนเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา


ทำไมถึงแอบอ้างสถาบันเอาตราครุฑไปทำแบบนี้
เท่ากับดึงสถาบันลงมาประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน


http://milfuegos.blogspot.com/2007/03/bush-and-cheney-who-avoided-vietnam-war.html

BUSH AND CHENEY, WHO AVOIDED THE VIETNAM WAR,
ARE PREPARING FOR A NEW U.S. MILITARY PRESENCE IN SOUTHEAST ASIA:
AFTER THE MIDDLE EAST DISASTER, GET READY FOR INDOCHINA WAR II.


Fri, 02 Mar 2007 11:39:00
Wayne Madsen Report

With the U.S. support for the September 19, 2006 military coup in Thailand
that overthrew that nation's democratically-elected government becoming clear
(U.S. ambassador to Thailand Ralph Boyce now sports a yellow tie,
a show of support for the royalist-backed coup -- yellow being the color of the monarchy),

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=morocco&month=04-12-2009&group=5&gblog=3

http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/asia/article6908493.ece



แปลกดี เรียกร้องให้ประเทศอื่นปกครองแบบประชาธิปไตย
แต่ดันชอบสนับสนุนให้ชาวบ้านทำรัฐประหาร
แต่จะรวมการก่อการร้ายด้วยหรือเปล่าหว่า

ตามนโยบายต่อต้านการก่อการร้าย war on terrorism
ไปจินตนาการกันเอาเอง หุ หุ




http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000103993
2 กันยายน 2551 18:11 น.

“ทูตสหรัฐฯ” ห่วงสถานการณ์วิกฤต ดอดพบ “ผู้นำฝ่ายค้าน”


http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=7&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000104086

“สามเกลอ”เหิม!.สั่งผบ.ทบ.ปิด ASTV–อ้างทำลายความมั่นคงชาติhttp://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1220449794&grpid=03&catid=01
"ฮิวแมนไรท์วอชท์"จี้"หมัก"แจงยูเอ็นใช้กม.ฉุกเฉิน

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=18&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://news.mjob.in.th/politic/cat3/news10358/

ป๋าเปรม กินข้าวร่วม สุรยุทธ์-ราฟ บอยซ์

ที่โรงแรมดุสิตธานี
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พร้อมด้วย พล.อ.พิจิตร กุลลวณิช องคมนตรี
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พล.อ.มงคล อัมพรพิศิฐษ์ ได้ร่วมรับประทาน
อาหารกลางวันกับนายราฟ แอล.บอยซ์ เป็นการส่วนตัว จากนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า
ระหว่างการพูดคุยก็เป็นการสนทนาเกี่ยวกับความสามารถพิเศษของนายราฟ แอล.บอยซ์ ที่สามารถ
พูดภาษาไทยได้ อย่างไรก็ตามคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับประเทศไทยน่าจะดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm?sid=a2bf60257e38540c08ed33514a8e3134
การกำหนดตัวนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยแท้จริงแล้วก็คือ
การต่อรองอำนาจทางการเมืองโดย C.I.A.


นี่คือคำตอบว่า ทำไมพลเอกสุรยุทธ์ถึงได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก
ราฟ แอล บอยส์ เอกอัครราชฑูตสหรัฐประจำประเทศไทย !!!


http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=31870
ป๋าชี้"สุรยุทธ์"ดีที่สุดแล้ว ทูตมะกันก็ชม

**ทูตสหรัฐร่วมยินดีนายกฯใหม่

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.อ.สุรยุทธ์ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวสั้นๆ ถึงความเป็นไปได้ในการเดินทาง
ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อติดตามสถานการณ์ว่า "ผมยังไม่มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครับ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายหลังแต่งตั้ง ครม.แล้ว จะลงพื้นที่ภาคใต้เป็นอันดับแรกเลยหรือไม่
พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า "ยังๆ ขอพิจารณาในหลายๆ เรื่องก่อน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ พล.อ.สุรยุทธ์เดินทางมาทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
เป็นครั้งแรกในเวลา 10.39 น. โดยมีนายราล์ฟ บอยซ์ จูเนียร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
เข้าพบเนื่องในโอกาสจะเดินทางกลับไปร่วมประชุมเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำอาเซียนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ประเทศสหรัฐ ทั้งนี้ ได้ใช้เวลาหารือประมาณ 20 นาที

พล.อ.สุรยุทธ์ลงมาส่งนายบอยส์ขึ้น รถบริเวณทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดย พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า
นายบอยซ์มาพบวันนี้ และจะขอเป็นผู้ชี้แจงข้อหารือให้สื่อมวลชนรับทราบเอง

นายบอยซ์ให้สัมภาษณ์ว่า ได้หารือกับนายกฯคนใหม่ เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เห็นว่าไทยกลับมาสู่ความเป็น
ประชาธิปไตยมีสิทธิ เสรีภาพและสิทธิพลเรือนได้อย่างรวดเร็ว นายกฯได้ย้ำและยืนยันในหลักการดังกล่าว

ทางด้านสำนักโฆษกสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เอกสารข่าวการเข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ
คนใหม่ของเอกอัครราชทูตสหรัฐโดย นายบอยซ์กล่าวแสดงความยินดีกับ
พล.อ.สุรยุทธ์ พร้อมชื่นชมว่า เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมเป็นที่ยอมรับทั้งใน
และต่างประเทศ นับเป็นภารกิจที่สำคัญในปัจจุบัน


**ซักละเอียดยิบบทบาท"คปค."

ในเอกสารข่าวยังระบุว่า นายบอยซ์สอบถาม พล.อ.สรยุทธ์ถึงประเด็นต่างๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
อาทิ กระบวนการสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ บทบาทของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ภายหลังแปรสภาพเป็นคณะมนตรี
ความมั่นคงแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การแต่งตั้ง ครม. โดย พล.อ.สุรยุทธ์อธิบาย
รายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และยืนยันทุกอย่างจะไปสู่กระบวนการตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
ส่วนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติจะมีหน้าที่ด้านความมั่นคงเป็นหลัก

พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศและจะปฏิบัติหน้าที่
อย่างเต็มที่ พร้อมจัดการเลือกตั้งตามที่กำหนดไว้ ส่วนคณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งภายในสัปดาห์นี้

http://hilight.kapook.com/view/2866

ฑูตสหรัฐฯ ยกย่อง "สุรยุทธ์" เหมาะสมตำแหน่งนายกฯ คนใหม่

(2 ต.ค.) เวลา 11.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นาย H.E.Mr. Ralph Boyce
เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย
เข้าเยี่ยมคาราวะ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี ภายหลังการกล่าวต้อนรับ มีการสนทนา สรุปสาระสำคัญดังนี้

นาย H.E.Mr. Ralph Boyce เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้กล่าวแสดง
ความยินดีกับพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวแสดง
ความชื่นชม ว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสม และได้รับการยอมรับจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
ซึ่งนับเป็นภารกิจที่สำคัญในภาวะปัจจุบัน และในโอกาสที่จะเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันพรุ่งนี้
จะเป็นโอกาสที่เอกอัครราชทูตฯได้ชี้แจงสถานการณ์ของประเทศไทย ให้สหรัฐอเมริกาได้รับทราบ


ทั้งนี้มีการสอบถามในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว อาทิ กระบวนการสรรหา
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ บทบาทของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลังการแปรสภาพเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน รวมถึงการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดี ที่ได้พบกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาฯ
และได้กล่าวชี้แจงถึงข้อซักถามของเอกอัครราชทูตฯ ถึงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
เช่น การสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการแต่งตั้งสมัชชาแห่งชาติ ไม่เกิน 2000 คน
และจะเลือกกันเองเหลือ 200 คน และจะดำเนินการไปตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ทุกอย่างจะดำเนินไปสู่กระบวนการประชาธิปไตยตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ส่วน
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ก็จะมีหน้าที่ด้านความมั่นคงเป็นหลัก

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวด้วยว่า การรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ
และจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมให้การเลือกตั้งมีขึ้นตามที่กำหนดไว้ ส่วนคณะรัฐมนตรีนั้น
จะมีการแต่งตั้งภายในสัปดาห์นี้
ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตฯ
ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงผลการหารือ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯได้กล่าวว่า
ตนมีกำหนดการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในวันพรุ่งนี้ และการหารือกับนายกรัฐมนตรีนั้น
มีผลเป็นที่น่ายินดีและสหรัฐอเมริกาแสดงความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะดำเนินการตามวิถี
ประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งโดยเร็วพร้อมทั้งปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน



ชาติแรก - นายลาฟ บอยซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของไทย ภายหลังเข้ารับตำแหน่งและเข้าทำงานวันแรก
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม โดยเป็นทูตชาติแรกที่ขอเข้าพบผู้นำไทย

http://aryaforum.freeforums.org/topic-t309-15.html
สวัสดีครับ คุณตาทุ้ย ประเทศมหาอำนาจมากกว่าครึ่งในคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติ
คัดเลือกทูตของเขาที่จะมาประจำในไทยว่าควรพูดภาษราไทยคล่อง ผมว่าไม่ธรรมดา
ไม่รู้เป็นไอเดียของนายบ๊อยซ์ที่เคยเข้าๆออกๆเมืองไทยตั้งแต่ครั้งเป็นเสมียนทูตในทศวรรษ 50-60
สมัย มารอน แบรนโด กับ คุฯ คึกฤทธิ์เล่นหนังด้วยกันเรื่อง Ugly American

ผมกำลังบอกว่า ช่วงนั้นกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางจารกรรมในสงครามเย็นของภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิค
ผมคิดเล่นๆ สหรัฐกับอังกฤษผูกขาดทูตอังกฤษพูดไทยประจำกรุงเทพฯก่อน ผมไม่ทราบว่า
จีนเคยส่งทูตจีนพูดไทยมาประกบก่อนหน้านายหวางหรือเปล่า คิดว่าไม่นะ เพราะคุณตาทุ้ยบอกว่า
เป็น "เด็กใหม่" และนี่คงเป็นเหตุผลที่จีนต้องไม่เสียเปรียบ เพราะทูตสหรัฐและทูตอังกฤษ
ประจำไทยคนก่อนก็พูดไทยปร๋อทั้งคู่

http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/JH08Ae01.html

So, what do we think is happening in Thailand?

In the 1960s and 1970s, the US gave assistance to repressive military governments in Thailand.
Thailand hosts one of the CIA's secret prison sites.
Today, Bush and the CIA prefer Thai generals to Thai politicians who try to help the poor.

When Thaksin was toppled, (reportedly by the CIA) "Bush's emissaries in Thailand...
too swiftly and too warmly embraced the military coup-makers, many of whom are known
to have close ties to top US officials.
" (Asia Times 7 August 2008
US, Thailand: A conflicted alliance)

The coup "was orchestrated by several Thai security and military officials with close
and long-time ties to Washington.


"They include CIA-trained Squadron Leader Prasong Soonsiri and the US-trained
General Winai Phattiyakul
, former director of the Directorate of Joint Intelligence
at the Supreme Command's headquarters where US intelligence officials are allegedly in residence.

"US security officials and former US ambassador to Thailand Ralph 'Skip' Boyce
are also known to have generational ties to Privy Council president Prem Tinsulanonda,
who Thaksin's supporters have accused of masterminding the 2006 putsch..."

(
US, Thailand: A conflicted alliance)

Thaksin made "new strategic overtures towards Beijing" and undermined "the US's
near monopoly on military-to-military training in Thailand. Thaksin also increased
Thailand's arms purchases from China during his tenure."

(
US, Thailand: A conflicted alliance)


จะว่าไปเหลี่ยมก็มีข้อดีอยู่บ้าง
...

The Thais continue to be wary of U.S. intentions in Cambodia.
The Thai-Cambodian border is in dispute and some Khmers make no secret of their
desire to take back historically Khmer territory in eastern Thailand.


http://www.thetruthseeker.co.uk/article.asp?ID=6124

Israel double game in Southeast Asia:
Arming terrorists with Khmer Rouge weapons


Sat, 03 Mar 2007 08:07:00
Wayne Madsen Report

As the United States faced imminent defeat in the Indochina War at the hands of the Vietnamese,
Laotian, and Cambodian communist-nationalist forces, Eisenberg wasted no time in cashing in
on America's defeat and the new power alignments in Southeast Asia.
He began selling weapons from his new business partner - China -
to the Cambodian forces of Khmer Rouge leader Pol Pot.

After the defeat of the U.S.-backed military government of General Lon Nol,
installed after
Richard Nixon's National Security Adviser Henry Kissinger,
a close friend of Eisenberg
, ordered the CIA to overthrow Cambodian head of state
Prince Norodom Sihanouk
, Cambodia fell victim to a bloody civil war between
Vietnamese troops backing Pol Pot's one-time ally Hun Sen and
the Chinese-backed
"Democratic Kampuchea" government of Khmer Rouge leader Pol Pot.


http://www.youtube.com/watch?v=8b0K5Vt7TRQ

Uncle Sam (CIA) and Pol Pot Connection (Secret Of CIA)




เขมรแดง



ส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะของเหยื่อที่เสียชีวิตจากการกระทำของเขมรแดง

เขมรแดง (เขมร : ខ្មែរក្រហម; แขฺมรกฺรหม ; อ่านว่า คแมร์กรอฮอม /ฝรั่งเศสและ
อังกฤษ : Khmer Rouge[1]) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย
(Armée nationale du Kampuchéa démocratique)

http://www.thairath.co.th/people/view/pol/3829

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ



พิ่งทำนายล่วงหน้า คดียึดทรัพย์ 76,000 ล้าน อดีตนายกฯทักษิณจะถูกยึด-อายัดบางส่วน
ทำให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาแถลงปฏิเสธรับตำแหน่ง
ผบ.สส. กองทัพประชาชนแห่งชาติฯ สำหรับข้อเสนอของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี
อดีตรองผอ.รมน. สมาชิกพรรคเพื่อไทย ตามยุทธการ"ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์"



http://www.thirdworldtraveler.com/US_ThirdWorld/US_PolPot.html

On the Side of Pol Pot: U.S. Supports Khmer Rouge


by Jack Colhoun
Covert Action Quarterly magazine, Summer 1990


http://www.moreorless.au.com/killers/pot.html

1968 - The Khmer Rouge establish the Revolutionary Army of Kampuchea in January.
Aided by the US, the army launches a small and ineffectual insurgency campaign.


1969 - In March the US begins secret bombing raids on Vietnamese communist
sanctuaries and supply routes inside Cambodia
(dubbed the 'Menu Series').
Authorised by the newly installed US President,
Richard M. Nixon, and directed by
his national security adviser,
Henry Kissinger, the raids are illegal, as the US has not
officially declared war on Cambodia. In 14 months, 110,000 tons of bombs are dropped.
When news of the raids is leaked Kissinger orders surveillance and
phone tapping of suspects to uncover the source.
US bombing raids into
Cambodia will continue until 1973. All told 539,129 tons of ordnance
will be dropped on the country
, much of it in indiscriminate B-52 carpet-bombing raids.
The tonnage is about three and a half times more than that (153,000 tons)
dropped on Japan
during the Second World War.
Up to 600,000 Cambodians die
but the raids are militarily ineffective. The Central Intelligence Agency (CIA)
reports that the bombing raids are serving to increase the popularity of
the Khmer Rouge among the affected Cambodian population.

1979
- Three days after the fall of Phnom Penh the Vietnamese occupying forces establish
the People's Republic of Kampuchea (PRK), governed by the KPRP and headed by Heng Samrin,
a former Khmer Rouge military commander.
Already at war with the Khmer Rouge, the PRK faces
further resistance from two new insurgent movements - the noncommunist Khmer People's
National Liberation Front (KPNLF) headed by Son Sann, and the National United Front for
an Independent, Neutral, Peaceful, and Cooperative Cambodia (FUNCINPEC) headed by
Norodom Sihanouk.

China also enters the dispute, launching a limited invasion of Vietnam in February and March
in retaliation for Vietnam's incursion into Cambodia. China is, however, primarily concerned by
the improving relations between Vietnam and the Soviet Union.
ASEAN (the Association of
Southeast Asian Nations) shares China's concerns about the spread of Soviet-backed communism
in the region. Its member nations play a key role in ensuring that the
United Nations (UN)
continues to recognise Pol Pot's Democratic Kampuchea as the legal representative of Cambodia.
The UN also withholds development aid from the KPRP government.

In August a Phnom Penh "people's revolutionary tribunal" tries Pol Pot in absentia for genocide
and sentences him to death. In December Pol Pot is replaced as prime minister of the Khmer Rouge
"government" by Khieu Samphan. Pol Pot remains as leader of the KCP and the Khmer Rouge armed forces.

It is reported that the Khmer Rouge are receiving military backing from China and the US.
It is also reported that a former deputy director of the CIA visits Pol Pot's
operational base in November 1980. During 1980 the World Food Program
supplies the Khmer Rouge with food worth US$12 million.


http://www.periclespress.com/Cambodia_Khmer.html

The UN vote in November 1979 was the culmination of a year of strange occurrences.
As Vietnamese troops entered Phnom Penh on the morning of January 7, 1979,
two helicopters took off for Thailand. Pol Pot was one of the passengers.

Pol would set up a new headquarters, Office 131, in July of 1979, at Mount Thom,
twenty miles from the Thai town of Trat.
The Thai General Chaovalit was ordered to provide protection for the headquarters.
He created Unit 838, a Thai Special Forces group. [5] Unit 838 would be assigned
to guard Pol again in 1985
, when a Vietnamese offensive overran nearly all the Khmer bases.
The pro-Western government of Thailand had already made the decision to side with Pol.
Chinese Vice-Premier Geng Biao flew to Thailand and met with Thailand's Prime Minister,
General Kriangsak, on January 15th.
Geng Biao got an agreement which would allow China
to ship aid to the Khmers Rouges through Thailand. Sino-Thai merchants in Bangkok would
also be allowed to sell arms to the Khmers. [6] The Chinese would take a more active role on
behalf of the Khmer Rouge when they invaded Vietnam in February. Publicly, Deng Xiaoping,
wanted to teach the Vietnamese a 'limited lesson.' The lesson was severe. Vietnamese casualties
included 10,000 killed, although the Chinese themselves lost 20,000 killed and wounded.

The Chinese incursion however failed to relieve pressure on the Cambodians. The Vietnamese
would order another offensive in Cambodia in March. The withdrawal of the Chinese force
from Vietnam after only a month did not end Chinese support for the Cambodian war effort.
During the next ten years, Chinese military aid to the Khmers Rouges would total a billion dollars. [7]

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm
http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=7597&user=pracha

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 07:45:12 น.

"จิ้งจอกฮุนเซน"
By pracha

กลางปี 2517(1974) พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) ยึดกรุงพนมเปญ ชักธงแดงเหมาอิสต์
ขึ้นสู่ยอดเสา ต่อมา "ไทยเกาะกง" (คนเขมรเชื้อสายไทย) ถูกเขมรแดงไล่ล่าล้างเผ่าพันธุ์
แล้วอัศวินม้าขาวก็มาถึงเกาะกง นั่นคือ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ซึ่งในเวลานั้น เป็นนายทหารปฏิบัติการลับ
"ส่วนโครงการ 315" ขึ้นตรงต่อศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) โดยอยู่ในความรับผิดชอบของ
พล.อ.ชวลิต นี่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง เตีย บันห์ นักรบไทยเกาะกง
กับ "วิชิต 315" !
หากในวันนั้น ทหารไทยหน่วย 315 เข้าไปช่วยเหลือไม่ทัน "ไทยเกาะกง"
คงสูญพันธุ์ด้วยน้ำมือเขมรแดง แต่อีก 3 ปีถัดมาประวัติศาสตร์ดันเล่นตลก

เมื่อพรรคประชาชนกัมพูชา (เขมรเฮงสัมริน) พร้อมด้วยกองทัพเวียดนามยึดพนมเปญ
ขับไล่เขมรแดงออกมาอยู่ตามป่าเขาชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยความกลัวเวียดนามขึ้นสมอง
พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกฯ สมัยนั้น จึงส่ง "ทูตลับ" ไปเมืองจีน และ
มอบภารกิจดังกล่าวให้ พล.อ.ชวลิต หัวหน้า ศปก.ทบ. ที่รับผิดชอบด้านกัมพูชา
นำคณะไปเจรจากับตัวแทนพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อหาทางช่วยเหลือ "เขมรแดง"

พร้อมกับจัดตั้งกองกำลังแนวร่วม เขมร 3 ฝ่าย (เขมรสีหนุ-เขมรซอนซาน-เขมรแดง)
ทำการสู้รบกับเขมรเฮงสัมริน ซึ่งนักรบเขมรเกาะกงก็เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพรัฐบาลใหม่
ใต้ร่มธงเวียดนาม

พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง)
Democratic Kampuchea
กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย
ตกลงมัน คอมมิวนิสต์ หรือ ประชาธิปไตย กันแน่หว่า

หรือว่าจะเป็น CIA

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed Apr 28, 2010 10:23 am

http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=7597&user=pracha

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 07:45:12 น.

"จิ้งจอกฮุนเซน"
By pracha

กลางปี 2517(1974) พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) ยึดกรุงพนมเปญ ชักธงแดงเหมาอิสต์
ขึ้นสู่ยอดเสา ต่อมา "ไทยเกาะกง" (คนเขมรเชื้อสายไทย) ถูกเขมรแดงไล่ล่าล้างเผ่าพันธุ์

http://www.ryt9.com/s/ryt9/149546

ประกาศเตือนของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุเกี่ยวกับ
สถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเนปาล


กระทรวงการต่างประเทศ -- จันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2547 07:45:52 น.

ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ออกข่าวสารนิเทศเป็นระยะๆ เรื่องประกาศเตือนของ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ กรณีสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเนปาล นั้น
กระทรวงการต่างประเทศได้ รับรายงานเพิ่มเติมจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุว่า
ในขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศเนปาลยังคงอยู่ในภาวะไม่ปกติ
โดยกลุ่มนิยมลัทธิเหมา (Maoists) ได้ก่อความไม่สงบและดำเนินการด้านต่าง ๆ
อันสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และยังเป็นผลให้บริษัทห้างร้านหลายแห่ง
ปิดการดำเนินการลง
ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ มิได้นิ่งนอนใจและได้ติดต่อ
ประสานงานกับคนไทยและพระสงฆ์ไทยที่อยู่ในเนปาล ซึ่งมีอยู่ประมาณ 30 คน
โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แจ้งให้คนไทยและพระสงฆ์ไทยดังกล่าวทราบข่าวการเคลื่อนไหว
อยู่เป็นระยะ ๆ สำหรับคนไทยในประเทศไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ
ในเนปาลในช่วงนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนออกเดินทาง
และขอให้รายงานตัวต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ในทันทีที่เดินทางไปถึง ตามหมายเลขโทรศัพท์
ติดต่อดังนี้- สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ หมายเลขโทรศัพท์ 4371410 และ 4371411
- เอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ หมายเลขโทรศัพท์ 4414372

กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7
E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--

http://www.ryt9.com/s/ryt9/61743

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประกาศเตือนคนไทย
ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศเนปาล


กระทรวงการต่างประเทศ -- ศุกร์ที่ 20 มกราคม 2549 08:36:42 น.

ด้วยกระทรวงการต่างประเทศได้ รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ว่า
ขณะนี้รัฐบาลเนปาลได้ประกาศห้ามประชาชนออกนอกบ้าน (Curfew)
ในช่วงระยะเวลาที่กำหนดในเขตเมืองหลวง
ภายในถนนวงแหวนและเขตเมืองลาลิตปูร์
ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2549 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งออกประกาศ
ห้ามการจัดชุมนุมภายในเมืองหลวง การท่องเที่ยวภายในเขตเมืองหลวงคือ กรุงกาฐมาณฑุก็ไม่ปลอดภัย
และขอให้ติดตามข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการวางระเบิด
และการลอบโจมตีหลายจุดในเขตเมืองหลวง (กรุงกาฐมาณฑุ) และกลุ่ม Maoists
ได้โจมตีค่ายทหาร เข้าโจมตีจุดตรวจ ในเขตเมืองหลวง ส่วนในจังหวัดรอบนอก
มีการสู้รบระหว่างกองกำลังภาครัฐและกลุ่ม Maoists ในหลายพื้นที่

ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศจึง ขอประกาศเตือนบริษัททัวร์ไทย หรือคนไทย
ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศเนปาลในช่วงระยะนี้ หากเป็นไปได้
เพื่อความปลอดภัยขอให้พิจารณาติดตามข่าวสถานการณ์ในช่วงนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทาง
เข้าไปท่องเที่ยวที่เนปาล แม้ว่าภาครัฐของเนปาลจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยก็ตาม
เพราะไม่มีการรับประกันความปลอดภัยให้
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169
E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--

http://www.ryt9.com/s/iq02/414409/

นานาประเทศร่วมยินดี ประจันดา ได้รับเลือกเป็นนายกฯคนใหม่ของเนปาล

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2551 16:00:30 น.

สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอินเดีย ร่วมแสดงความยินดีกับ นายประจันดา
หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล
ที่ได้รับเลือกจากสภานิติบัญญัติให้รับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี
คนใหม่ของประเทศ เมื่อวานนี้ สถานทูตสหรัฐประจำกรุงกาฐมาณฑุได้ระบุในแถลงการณ์ว่า
สหรัฐจะให้การสนับสนุนสันติภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาในเนปาลต่อไป
โดยหวังว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้จะเป็นการขจัดอุปสรรคที่มีมานาน และเร่งให้เกิดการ
จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประเทศ ซึ่งเป็นงานที่ยาก
แต่จำเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ นายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ ของอินเดีย กล่าวว่า เขาหวังว่าจะได้ร่วมงาน
กับนายประจันดาโดยเร็ว เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ด้านสหภาพยุโรป หรือ อียู ก็ออกแถลงการณ์ระบุว่า การที่นายประจันดาได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อวานนี้ถือเป็นการสิ้นสุด ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนต่างๆที่เกิดขึ้นในเนปาลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
โดยแสดงความหวังว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วและกระบวนการสันติภาพจะเดินหน้าต่อไป
ผ่านทางการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อันจะนำมา ซึ่งสันติภาพ
ความมั่นคง และประชาธิปไตย ทั้งนี้ นายประจันดา อดีตผู้นำกลุ่มกบฏนิยมลัทธิเหมา ได้รับเลือกเป็น
นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเนปาลตามความคาดหมาย เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากบรรดา
พรรคการเมืองอย่างท่วมท้น โดยเอาชนะ เชอร์ บาฮาดูร์ ดิวบา อดีตนายกรัฐมนตรี 3 สมัย คู่แข่งจาก
พรรคเนปาลีคองเกรส ด้วยคะแนน 464 ต่อ 113 เสียง หลังจากที่พรรคของนายประจันดา ชนะการเลือกตั้งทั่วไป
เมื่อเดือน เม.ย. โดยได้ที่นั่งในสภามากที่สุด แต่ไม่ได้ครองเสียงข้างมาก 2 ใน 3 สำนักข่าวเกียวโดรายงาน

--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย ปนัยดา ปัทมโกวิท โทร.0-2253-5050 ต่อ 323
อีเมล์: panaiyada@infoquest.co.th--

เมื่อไทย...เข้าสู่ทางเดินสายเก่าของเนปาล
..สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ล้มกษัตริย์ หันไปเป็นสาธารณรัฐ




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1272396993&grpid=01&catid=

วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 08:00:00 น.
มติชนออนไลน์

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล: "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: กำลังแต่งภาพละครแขวนคอ"

นักคิดที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเคยกล่าวว่า ประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกในลักษณะ
โศกนาฏกรรม (tragedy) ครั้งที่สอง ในลักษณะตลกชวนสมเพช (farce)


(หมายเหตุ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีรายชื่ออยู่ในเอกสาร "เครือข่ายล้มเจ้า"
ที่รัฐบาลและศอฉ. นำมาเผยแพร่ ได้เขียนบทความชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ:
กำลังแต่งภาพละครแขวนคอ"
และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์และเว็บบอร์ดจำนวนหนึ่ง
ก่อนที่จะมีผู้นำบทความดังกล่าวไปแพร่กระจายในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก
มติชนออนไลน์เห็นว่าบทความของสมศักดิ์มีเนื้อหาน่าสนใจและให้แง่คิดบางประการ
ในสถานการณ์ปัจจุบันอันล่อแหลม จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อในเว็บไซต์)


นักคิดที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเคยกล่าวว่า ประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้น 2 ครั้ง
ครั้งแรกในลักษณะโศกนาฏกรรม (tragedy)
ครั้งที่สอง ในลักษณะ ตลกชวนสมเพช (farce)


เมื่อ 34 ปีก่อน ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล โดยมี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี
และมี ชวน หลีกภัย ฮีโร่ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของรัฐบาล กลุ่มปฏิกิริยาขวาจัด
ได้ร่วมมือกันสร้างสถานการณ์ปลุกระดม ด้วยการนำภาพถ่ายการแสดงละครของนักศึกษาธรรมศาสตร์
เพื่อประท้วงเหตุการณ์ที่มีช่างไฟฟ้านครปฐม 2 คน ที่กำลังร่วมกับขบวนการนักศึกษาขณะนั้นรณรงค์
ต่อต้านการกลับมาของทรราชถนอม เพื่อฟื้นเผด็จการ ถูกแขวนคอตายอย่างสยดสยอง มาโฆษณาว่า
นักศึกษากำลังกระทำการดูหมิ่นองค์รัชทายาท

อาศัยข้ออ้างนี้ อันธพาลการเมืองและกำลังตำรวจ ตชด. ได้บุกโจมตีเข้าไปธรรมศาสตร์
ในเช้าตรู่ของวันที่ 6 ตุลาคม

สิ่งที่ตามมาคือ การฆ่าหมู่กลางเมืองที่ป่าเถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

หลังเหตุการณ์นั้น ชวน หลีกภัย เอง กับเพื่อน "ปีกซ้าย" ประชาธิปัตย์ อย่างสุรินทร์ มาศดิตถ์
บิดาของคุณหญิงสุพัตรา ต้องหลีกหนีภัยการเมืองขวาจัดกลับไปบ้านเกิดทางใต้ คุณสุรินทร์
ต้องหนีไปบวช ขณะที่ ชวน หันไปจับปากกา เขียนสารคดีชุด "เย็นลมป่า" เพื่อเตือนให้ผู้มีอำนาจ
เห็นว่า ผลจากการปราบปรามครั้งนั้น ได้ผลักดันให้คนดีๆจำนวนมาก ไม่มีทางเลือกทางอื่น
นอกจากเข้าป่าจับปืนขึ้นสู้

34 ปีผ่านไป โดยการคอยยุเชียร์ของชวน หลีกภัย ที่ตอนนี้ สวมวิญญาณเหยี่ยวการเมือง
กระหายเลือดเสียเอง รัฐบาลประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังดำเนินการสร้างภาพ
"ละครแขวนคอ" ชุดใหม่ เพื่อเตรียมใช้กำลังติดอาวุธเข้าปราบผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์

"ภาพละครแขวนคอ" ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งนี้ แม้หน้าตาภายนอกจะต่างออกไปจาก
"ภาพละครแขวนคอ" ครั้งก่อน แต่เนื้อหาไม่ต่างกัน คือ ออกมาในรูปของ "แผนภูมิ" ของ
สิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์เรียกว่า "เครือข่ายล้มเจ้า" ที่เผยแพร่โดย ศอฉ. เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

ที่ไม่ต่างกันเลยคือ การใช้ข้อหาว่า มีการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์เกิดขึ้น
โดยที่ข้อหานั้น ไม่เป็นความจริงเลย
(เช่นเดียวกับที่ ไม่เคยมีการเล่นละครแขวนคอหุ่น
หรือคนที่แต่งหน้าเป็นองค์รัชทายาท ในสมัยนั้น ในปัจจุบัน ก็ไม่มี "เครือข่าย"
เพื่อการ "ล้มเจ้า" แต่อย่างใด)

และจุดมุ่งหมายของ "ภาพละครแขวนคอ" ครั้งนี้ ก็เหมือนกันกับครั้งก่อน คือ
เพื่อปูทาง เป็นข้ออ้างสำหรับการฆ่ากลางเมือง


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โชคดีที่โตไม่ทัน เมื่อมีเหตุการณ์ 6 ตุลา จึงไม่ต้องผ่านประสบการณ์
ที่มีลักษณะ "บาดแผลร่วม" (collective trauma) ของสังคมไทย ที่เจ็บปวดและร้าวลึก
อย่างไม่อาจบรรยายได้ ที่เป็นผลตามมาจากเหตุการณ์นั้น


เสียดายที่ ชวน หลีกภัย ครูการเมืองของอภิสิทธิ์เอง ได้เสียสติ เสียความจำไปเสียแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผมหวังอย่างยิ่งว่า วินาทีนี้ ยังไม่สายเกินไป ที่อภิสิทธิ์ จะตั้งสติ คิดถึงผลที่จะตามมา
ของสิ่งที่เขากำลังตระเตรียมทำอยู่นี้

อันที่จริง ถ้าเพียงแต่ผมเป็นหนึ่งใน "เครือข่ายล้มเจ้า" จริง และถ้าเพียงแต่ผม
จะต้องการอำนาจอย่างไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้นในลักษณะเดียว
กับที่อภิสิทธิ์กำลังหวงอำนาจของตัวเอง, ผมควรยุเสียด้วยซ้ำว่า Bring It On
"เอาเลยครับ" รีบทำขั้นตอนต่อไป หลังจากแต่งภาพ "ละครแขวนคอ"
(เผยแพร่ "แผนภูมิเครือข่ายล้มเจ้า") ไปแล้ว แบบเดียวกับที่พวกขวาจัด
ทำต่อไปหลังโฆษณาภาพ "ละครแขวนคอ" ของพวกเขาเมื่อ 34 ปีก่อน


เพราะผมเชื่อแน่นอนว่า ถ้าอภิสิทธิ์ทำเช่นนั้น
ไม่เพียงแต่ผู้คนจะตายเป็นเบือ แต่สิ่งที่จะตามมา
จะเป็นการเริ่มต้นของจุดจบ ไม่เพียงของอภิสิทธิ์เอง
แต่ของ "เครือข่าย" จริงๆ ที่หนุนหลังอภิสิทธิ์ตอนนี้ด้วย


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1272371634&grpid=01&catid=

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 19:36:06 น.
มติชนออนไลน์

สื่อต่างชาติตั้งคำถามเรื่องรายชื่อ "เครือข่ายล้มเจ้า" ชี้
อาจนำไปสู่การปราบปรามคนเสื้อแดง


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในขณะที่ทางตันของวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย
กำลังไร้ทางออกมากยิ่งขึ้น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เริ่มกล่าวโทษแกนนำ
ของกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนว่าต้องการล้มล้างสถาบัน
แต่กลุ่มคนเสื้อแดง
ได้ปฏิเสธข้อหาดังกล่าว

โดยผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงมักจะแสดงว่าตนเองมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน อย่างไรก็ตาม
พวกเขาได้กล่าวโทษองคมนตรีบางคนว่าเข้ามาแทรกแซงการเมืองและมีส่วนในการก่อ
รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าการกล่าวโทษ แกนนำเสื้อแดงด้วยข้อหาหมิ่นสถาบัน
ถือเป็นความพยายามในการแสวงหาแรงสนับสนุนจากสาธารณชนที่จะอนุญาต
ให้เกิดการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างรุนแรง คล้ายคลึงกับ
การกล่าวโทษและปราบปรามขบวนการนักศึกษาในช่วงปี 2516-2519


รอยเตอร์รายงานว่าล่าสุด กองทัพได้เผยแพร่บัญชีรายชื่อของ กลุ่มบุคคลซึ่งรัฐเห็นว่า
เป็นเครือข่ายที่หวังจะโค่นล้มสถาบัน โดยผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว
ประกอบไปด้วย พ.ต.ท.ทักษิณ, แกนนำกลุ่มเสื้อแดงหลายคน นักวิชาการ
และบุคคลอื่น ๆ ที่ข้องเกี่ยวกับสถานีวิทยุและเว็บไซต์ต่อต้านรัฐบาล


ขณะที่เว็บล็อกนวมณฑลของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียได้อ้างอิง ข่าวจากเว็บไซต์
มติชนออนไลน์ที่ระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง
และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงการดำเนินการ
กับบุคคลที่มีชื่อปรากฏในเอกสารโครงข่ายล้มสถาบันที่ จัดทำโดยศอฉ. ว่า
จะดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง ถ้าใครที่มีพยานหลักฐานเพียงพอ
ก็จะออกหมายจับกุมตัว หากจำเป็นก็จะออกประกาศห้ามบุคคลเหล่านี้
ออกนอกราชอาณาจักรไทย


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในเอกสารดัง กล่าวเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี
จะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า "เป็นใครก็ทำทั้งนั้น ไม่ยอมให้ใคร
ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพี่น้องประชาชน
"


โดยเอลิซาเบธ ฟิทซ์เจอรัลด์ นักเขียนรับเชิญของเว็บล็อกนวมณฑล ได้ตั้งคำถามถึงการให้
สัมภาษณ์ของรองนายกรัฐมนตรีว่า หลักฐานชนิดใดที่นายสุเทพจะนำมาใช้ยืนยัน
ถึงความผิดของกลุ่มคนดังกล่าวได้อย่างเพียงพอ? ศอฉ.สืบหาหลักฐาน
ดังกล่าวมาได้อย่างไร? หลักฐานเหล่านั้นจะถูกนำเสนอต่อสาธารณะหรือไม่?
หรือว่าหลักฐานเหล่านั้นจะถูกจัดวางให้อยู่นอกเหนือจากการรับรู้ของผู้คน
ที่ตั้งคำถามต่อความสัตย์จริงของมัน?

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1272417472&grpid=03&catid=
วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553
เวลา 08:17:44 น.
มติชนออนไลน์

อังกฤษขยายคำเตือนจากหลีกเลี่ยงเข้า กทม.เป็นทั้งประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษออกคำเตือนล่าสุดต่อนักท่องเที่ยวเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น
ขยายคำเตือนเป็นให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศไทยทั้งประเทศ ซึ่งเพิ่มระดับขึ้นมาก
หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้แจ้งเตือนเพียงไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมากรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุ
โจมตีด้วยระเบิดหลายระลอกจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่กรุงเทพฯ

กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษให้เหตุผลว่า มีความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นในไทยและอังกฤษ
วิตกต่อเหตุการณ์รุนแรงที่มีธรรมชาติอันไม่อาจคาดการณ์ได้ ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายส่วนของไทย
และว่าสถานการณ์ในไทยอาจปะทุขึ้นได้ง่าย จึงแนะนำให้พลเมืองอังกฤษที่อยู่ในไทยอยู่แล้ว
หรือมีแผนที่จะมาท่องเที่ยวในไทยคอยติดตามคำแนะนำเรื่องการท่องเที่ยวในเว็บไซต์ของ
ทางสถานฑูตเป็นประจำเพื่อตรวจสอบคำแนะนำเพิ่มเติม


http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t1057-125.htm


http://news.sanook.com/world/world_177101.php
ย่อโลก-บึ้มเมืองหลวงเนปาล 4 ระลอก ดับ 2


โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2550 03:16 น.


กาฐมาณฑุ-
เกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างน้อย 4 ครั้งรอบกรุงกาฐมาณฑุในเนปาล
เมื่อวันอาทิตย์ (2 ก.ย.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน บาดเจ็บอีก 15 คน
ในจำนวนนี้ 3 คนบาดเจ็บสาหัส โดยระเบิดลูกหนึ่งเกิดขึ้นบนรถเมล์ที่ย่านบาลาจู
ขณะที่อีกลูกนั้นเกิดขึ้นหน้ามหาวิทยาลัยทริภูวัน โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่า
เป็นฝีมือใคร เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุระเบิดขึ้นในเมืองหลวง นับแต่กบฏนิยม
ลัทธิเหมายอมวางอาวุธและเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพกับรัฐบาล


อัฟกันสังหารตาลีบัน 120 คนคาบูล-
ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดกันดาฮาร์ทางใต้ของอัฟกานิสถานแถลง
เมื่อวันอาทิตย์ (2 ก.ย.) ว่าทางการได้สังหารกลุ่มติดอาวุธตาลีบันเสียชีวิต
อย่างน้อย 120 คน และจับกุมได้อีก 11 คน รวมทั้งแกนนำตาลีบัน 1 คน
ตลอดการกวาดล้างในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กองกำลังผสม
ที่เข้าร่วมการกวาดล้างครั้งนี้อ้างว่า ประชาชนทั่วไป หนีออกจากพื้นที่
ไปหลายสัปดาห์แล้ว กลุ่มต่อต้านจึงพยายามเข้าควบคุมพื้นที่นี้

พบรัฐบาลอิรักสุดคอรัปชั่น
วอชิงตัน-สถานีวิทยุเนชั่นแนล พับลิก เรดิโอของสหรัฐ
รายงานเมื่อวันเสาร์ (1 ก.ย.) อ้างรายงานที่สถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดดจัดทำขึ้น
ซึ่งระบุว่ารัฐบาลอิรักภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกิ นั้น เต็มไปด้วย
การทุจริตฉ้อฉลและไม่สามารถหยุดยั้งการฉ้อโกงของบรรดาเจ้าหน้าที่นอกเหนือจาก
พยายามบ่อนทำลายองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบด้วยการระงับเงินช่วยเหลือ
และยับยั้งการสอบสวนคดีทุจริตของนักการเมืองที่เป็นฝ่ายพันธมิตร

จีนรับปากเพิ่มความโปร่งใสงบทหารปักกิ่ง-
หนังสือพิมพ์ปักกิ่ง ไทม์ส รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (2 ก.ย.)ว่า
รองเอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้แจ้งต่อยูเอ็นว่า
รัฐบาลปักกิ่งจะเข้าร่วมระบบความโปร่งใสด้านงบประมาณทางทหารของยูเอ็น
ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปีและกลับมาเข้าร่วมข้อตกลงจดทะเบียนอาวุธที่ถอนตัวไป
เมื่อปี 2542 เพื่อประท้วงที่ประเทศอื่นขายอาวุธให้ไต้หวัน รวมถึงให้ข้อมูลเรื่อง
งบทหารและการถ่ายโอนอาวุธให้ประเทศอื่นด้วย

http://www.naewna.com/news.asp?ID=68569

อภิสิทธิ์นำทีมประชาธิปัตย์ลุย ปฎิวัติประเทศ

ชู4วาระสำคัญเพื่อประชาชนฟื้นฟูประชาธิปไตย-พัฒนาคน-เศรษฐกิจ-ความสงบ ระดมทุนครั้งใหญ่
พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งได้เงินกว่า400ล. "ไทยรักไทย-มัชฌิมา"ตามแขวะหัวหน้าปชป.ทันควัน
ตำรวจสั่งรับมือม็อบอาทิตย์นี้ห้ามบุกบ้านบุคคลสำคัญ
"อภิสิทธิ์"ลั่นจะปฏิวัติประเทศครั้งใหญ่

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t721-50.htm


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Wed Apr 28, 2010 3:05 pm

อาจารย์สมศักดิ์ เจียมฯ ชอบเขียนบทวิเคราะห์ให้ร้ายสถาบันลงเว็บไซท์ฟ้าเดียวกัน (ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ชุมชนคนเหมือนกัน) กับประชาไท มาเป็นปีๆ แล้ว

คนทั้งหลายที่เข้าไปอ่าน เค้าก็รู้กันทั่ว แต่คุณก็ยังอยู่ได้มาหลายปี ไม่มีใครไปทำอะไรคุณ

แค่ ศอฉ. ออกแผนผังมาอธิบายความเกี่ยวเนื่องโยงใย (อาจจะออกเพื่อปรามว่า กูรู้ทันขบวนการของพวกเมิงนะ)

...ตราบใดที่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมาย ก็ไม่มีใครบุกไปอุ้มคุณหรอกค่ะ จะออกมาดิ้นเร่าๆ ทำไม

ตัวเองเขียนได้ คนอื่นเขียนบ้างไม่ได้รึ?
..นิสัยเหมือนแม้ว เลยแฮฺะ

พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Apr 28, 2010 4:45 pm

พีพี พิมพ์ว่า:
...ตราบใดที่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมาย ก็ไม่มีใครบุกไปอุ้มคุณหรอกค่ะ

ตรงนี้ขอเถียงค่ะ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย

ยังโดนส่งคนมาอุ้มเลย.....ประสบการณ์เจอมากับตัวเองเมื่อ 6 พ.ย.2552 ที่ผ่านมานี้เอง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขบวนการล้มเจ้า ฤาไทยจะสิ้นแล้ว

ตั้งหัวข้อ  satta on Thu Apr 29, 2010 12:18 pm

ผมอ่านที่คุณลงกระทู้ไว้ เรื่องขบวนการแดงปลอม
ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันสับสนปนเปกันไปหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
ใช่หรือไม่ว่า การก่อเกิดของคนเสื้อเหลือง คือเพื่อปกป้องสถาบัน มาถึงวันนี้ก็หลายครั้งที่คนกลุ่มนี้ ทำแล้วมันน่าเกลียดเหลือเกิน (คงจะรู้ๆกัน)
คนเสื้อแดงล่ะ เขาเกิดขึ้น เพื่อสิ่งใด

เพื่อการเรียกร้องความไม่เป็นธรรม การที่คนบางคนถูกกระบวนการล้มล้างประชาธิปไตย ที่นำโดยทหารล้มรัฐบาลที่มากจากการเลือกตั้ง จากนั้นก็ตั้งรัฐบาลตนเอง เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
พอมีการเลือกตั้งอีก ก็ล้ม แล้วล้มอีก ด้วยกลวิธีต่างๆ
จนสุดท้าย ตนเองก็ได้ก้าวสู่อำนาจการเป็น นายกรัฐมนตรี ที่อยู่บนกองเลือดของประชาชน ผู้บริสุทธิ์

ผมสังเวชใจเหลือเกิน ที่อภิสิทธิ์ จะเลวระยำได้ถึงเพียงนี้
มันฆ่าประชาชนอย่างหน้าไม่อาย ปากก็บอกเพื่อรักษากฏหมาย เพื่อทวงคืนพื้นที่
ผมถามหน่อย --พื้นที่นั้นมันของใคร มันของประชาชนมิใช่หรือ แล้วทำไมประชาชนถึงไม่มีสิทธิ์
หรือว่า ---ความสุขของรัฐบาลคือการเดือดร้อนของประชาชน เพราะมิเช่นนั้นแล้ว ป่านนี้ก็คงยุบสภา

ผมหวนคิดไปถึงเรื่องขบวนการล้มเจ้า ที่ศอฉ. นำมีเผยแพร่ ทั้งหมดนั้นคือฝ่ายเสื้อแดงหรือพรรคเพื่อไทยทั้งนั้น ใครเชื่อก็คงจะโง่มากที่ดูไม่ออกเลยว่า รัฐบาลและ ศอฉ. มีจุดหมายอย่างไร

หรือนั่นคือการชี้ช่องบอกทางว่า คนพวกนี้กำลังจะล้มล้างสถาบัน การทำลายคนเสื้อแดงคือความชอบธรรม เพราะคนเหล่านี้กำลังจะล้มล้างสถาบัน

แต่ผมกลับอดคิดไม่ได้ว่า ใครกันที่กำลังจะล้มสถาบัน หากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจจริง ผมก็ขอชื่นชม
เสื้อแดง เสื้อเหงือ เองก็ด้วย
อาจจะใช้เวลานี้ ในการสอดมือที่สาม ที่มองไม่เห็น เข้ามาเพื่อการล้มสถาบันตัวจริง
สถาบนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ใครกันที่มีผลประโยชน์แอบแฝง ใครกันจะได้เป็นใหญ่
ช่วยวิเคราะห์กันทีครับ

satta

จำนวนข้อความ : 3
Registration date : 29/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แฉ ขบวนการล้มล้างประเทศไทย++!!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue May 04, 2010 11:33 pm

Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

http://socialistworld.net/eng/2009/02/2701.html

27 February 2009

History

Iran 1979: A revolution that was taken from the working class

Why did counter-revolution triumph instead?
Chris Moore from The Socialist, weekly paper of
the Socialist Party (CWI England and Wales)


Iranian
president Mahmoud Ahmadinejad, recently addressed thousands of
supporters at Tehran’s Azadi (Freedom) Monument, to celebrate the 30th
anniversary of the Iranian Revolution - a revolution carried out by
the working class that toppled a brutal Western puppet, the Shah.

But why did the revolution eventually result in the imposition of a theocratic dictatorship?
Can the Iranian working class resume its revolutionary ambitions, this time against
the repressive Islamic regime?


In February 1979, the hated monarchical dictatorship of Mohammed Reza Shah
was finally swept away by a general strike, with oil workers in Khuzestan in south west Iran
at its heart. Millions of protesters poured onto the streets of Tehran and other Iranian cities.

This mass movement ended the so-called ‘Peacock Throne
and Pahlavi dynasty.
It was described by eyewitness Edward Mortimer in
the Spectator as “a genuine popular revolution in the fullest sense
of the word: the most genuine, probably since 1917.”

But unlike the Russian Revolution, the Iranian working class lacked
a Bolshevik-type party and leadership that could act independently decisively
for the working class, and a socialist programme which could show a way forward.
Without such a leadership, a religious movement came to the fore to
direct political opposition to the Shah and take power.


Background to revolution

The history of the Iranian working class is full of heroic struggles.
Under the impact of the 1917 Russian revolution, the Gilan Soviet Republic
was set up in northern Iran. But this was butchered by Reza Khan, the Shah’s father,
who came to power through a military coup in 1921. Khan was always
a pawn of British imperialism
, which replaced him in 1941 with his more
malleable son.
The Iranian working class has suffered from tragically
inadequate leadership. The main workers’ party prior to the revolution,
the Tudeh (Communist Party), was formed in 1941. Leading massive strikes,
it built tremendous support during the Soviet Union’s occupation of Azerbaijan
in northern Iran, while Britain occupied the south. In 1946, Khuzestan oil workers
led what was called the largest industrial strike in Middle Eastern history and
the Central Council of Iranian Trade Unions became the largest union federation.

By 1951 a popular movement, led by the radical nationalist
prime minister Muhammad Mossadeq
and his National Front, ejected Britain
from the oilfields and nationalised them.
The ‘mighty’ Shah fled into exile in 1953.
But as Iran was an oil-rich and strategically important country,
both US and British imperialism instigated a coup to return the Shah.
The leadership of the 100,000 strong Tudeh effectively did nothing and
fled to its Stalinist masters in Moscow.


Terror and industrialisation

To secure his rule the Shah began crushing all organised political opposition
and trade unions were banned. During the Cold War, the US wanted to build
Iran as a fortress for the West, massively supporting its rearmament.
Backed by the CIA
, the horrendous Savak secret police organisation, formed in 1956,
became increasingly indiscriminate. After the Shah’s fall, one grisly cell was discovered
with bed frames adapted into human cookers and with a bacon slicer type contraption
for hands and arms.
Terror alone was not enough to preserve the regime,
there was another rebellion in 1963. Thousands were slaughtered and Ayatollah Khomeini
was exiled, not to return until 1 February 1979 when a crowd of five million greeted him.


In 1963 the Shah launched his ‘White Revolution’ of massive industrialisation,
including a transformation of the countryside. Using oil revenues to buy out and enrich
the mainly absentee landlords his aim was for them to invest in industry, so transforming
them into a capitalist class. Imposing capitalist farming techniques, over 1.2 million peasants
were driven from the land, flooding into the urban areas to live in appalling living and
work conditions.
The Shah’s economic policy was borrowed from the National Front
and explains why their support ebbed way. The Tudeh party suffered repression but it was
politically incapable of laying the basis of a workers’ movement to overthrow capitalism,
hankering only for a new Mossadeq.
Growing oil revenues fattened
the opulent Peacock throne. During the 1973 Israel/Egypt war,
imperialism’s puppet cut some of its strings, becoming one of
the most militant members of OPEC (Organisation of Oil Exporting Countries).

Oil embargoes quadrupled the price of oil. In 1976 Iran produced 295 million tonnes of oil,
10% of world production.
Breakneck industrialisation was creating
a working class that was beginning to feel its strength and demand its share of the new wealth.
Anger was fermenting and a reckoning was on the horizon.


Revolutionary explosions

US imperialism appeared blind to the growing prospect of unrest.
President Jimmy Carter in December 1977 toasted the Shah,
calling his ‘great leadership’ “an island of stability in one of
the more troubled areas of the world”.
The CIA reported in late 1978
that the Shah would continue to hold power for at least the next ten years.

But the economy was moving into crisis.


The price of oil dropped after 1976 and inflation was rampant. Austere economic measures
created increased unemployment and suffering for workers.

Despite the bloody repression, protests exploded in the workplaces, mosques,
universities, among the poor masses and in the myriad of stalls and traders in the bazaars.

In 1977, 50,000 urban poor people blocked bulldozers sent to clear slums in Tehran.
The shooting of theology student protesters in the holy city of Qom in January 1978
sparked a general strike.
After mid summer the situation escalated dramatically
as textile, machine tool, sanitation, car assembly, paper mill and other workers took action.
Major strikes took place in Tehran, in the province of Fars and in Khuzestan, and especially
the city of Ahwaz.
Increasingly demands went beyond pay
and redundancies, calling for democratic rights, ‘Death to the Shah’,
‘Vengeance against… his American imperialist friends’.
Others wanted
a ‘socialist republic based on Islam’.

October saw the steel workers from Esfahan in central Iran call for the expulsion of
all Savak and military personnel from the plant.
Striking Khuzestan oil workers
were only producing fuel for necessary uses.
A desperate Shah sent in the troops and 3,000 protesters
were massacred in Jaleh Square, Tehran.


Workers responded by widening the general strike. Rail workers stopped
the army elite and others from travelling.
Custom workers only allowed essential
products like medicines and baby food into the country.

The masses were rallying behind the oil workers’
call for regime change and for the Shah to go.

With the army increasingly fraternising with the crowds,

the monarchy was doomed and it fell on 11 February 1979.


Workers’ leaders

So how did a movement led by right-wing political Islam prise power away
from the Iranian working class? Comprising three to four million among
a 35 million population, the working class was numerically bigger than
it was in Russia in October 1917.
Crucially, the Tudeh had not grasped the lessons of
Trotsky’s theory of the ‘Permanent Revolution’, that was confirmed by events
during the Russian revolution, relating to semi-industrial countries like Russia and Iran.

Trotsky explained that a weak national capitalist class, reliant on landlordism
and imperialism, was incapable of carrying through the historical tasks of its own
capitalist revolution, ie introducing democratic rights, a representative parliament,
land reform, etc. This task would fall to the working class, bringing the peasantry
with them. But once achieved, workers would not want to hand over power to the capitalists
but would want to struggle to bring about a workers’ government and socialist society.

Instead of leading the Iranian working class in a struggle for power,
the Tudeh were in the straightjacket of the Stalinist ‘two-stage’ theory. It argued that
the struggle for socialism was postponed to a future date after the establishment and
development of a capitalist state. Subsequently the Tudeh only called
for a ‘Democratic Islamic Republic’
and rallied behind the capitalist Islamic clerics.
Their leader was even nicknamed “Ayatollah”.
Other significant left
radical groups also failed to organise within the ranks of the working class.
The Fedayeen came from youth supporters of the Tudeh, who took up armed struggle
with guerrilla tactics after the failure of the 1953 coup.
Suffering military defeat
in the mid 1970s they re-emerged on 10 February 1979 to defeat the Shah’s Immortal Guard
and drive the final nail in his regime. The Islamist Mojahedin-e Khalq guerrillas called for
an Islamic society without the clergy. Neither group could show a way forward by coordinating
the movement nationally and disarming the Islamist clerics politically and militarily.


Religious movement


The failure of the Stalinist bureaucracy along with left Arab movements
aided the growth of political Islam. They aped those capitalist nationalists who portrayed
themselves as playing a progressive role by advocating ‘Arab socialism’, while not
fundamentally challenging the capitalist system.

So when the Shah’s ‘White Revolution’ started to dispossess one of
the biggest landowners, the Islamic church, of its land, it was forced into opposition to
the regime and a process began which enabled the clergy to eventually take power.

With all political organisations banned under the Shah,
opposition tended to gather in the mosques. The clergy had a well
organised network, with 10,000 mosques, 180,000 members, 90,000 mullahs
and 50 ayatollahs. Khomeini’s letters and tapes were smuggled in,
copied and distributed.
With half the population living in rural areas
and two-thirds illiterate, the poor and dispossessed were stirred by
the radical sermons.


They interpreted the call for the overthrow of the Shah as a struggle against
totalitarianism and the demand for an ‘Islamic Republic’ as for a ‘republic of the poor’.
Even an oil worker commented to a US correspondent: “Khomeini… will take power
from the rich and give it to us”. An image was portrayed of an Islamic state where
freedom and democracy would replace corrupt western and non-Islamic influences.

Added to this, the bazaars tended to flourish around the mosques,
paying a zakat (tax) to them. When the Shah attacked the bazaars, blaming them
for rampant inflation, Khomeini exploited the situation and drew in their support.

Social centres also gathered around the mosques and they played a crucial role
in offering support and food to the dispossessed peasants streaming into the cities.
This pushed some clergy in a left direction, with one cleric calling for public ownership
of industry and a classless society.


เสียงปืนแตก!

มิเสียแรงที่แปลหนังสือเรื่องปฏิวัติฝรั่งเศส "รัญ เมืองลุง" จึงเปรียบเทียบ
"วีดิโอลิงค์ทักษิณ" เทียบเท่า "เทปเสียงโคไมนี" ประมุขทางศาสนาของชาวอิหร่าน

ถ้าจำกันได้ ปี 2522 เกิดการปฏิวัติอิสลามที่อิหร่าน โดย อยาโตลาห์ โคไมนี
ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส
ซึ่งได้อัดคำปราศรัยของเขาลงเทป ทยอยส่งเข้าอิหร่าน
เผยแพร่ต่อประชาชนนับแสนนับล้านตลับ
แทบไม่น่าเชื่อ เทปคำปราศรัยของ
โคไมนี ปลุกระดมประชาชนให้ลุกขึ้นโค่นล้มระบอบชาร์ปาละวี

ในที่สุด ระบอบศักดินาอิหร่านก็ล้มลง และมีการสถาปนาสาธารณรัฐอิสลาม
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา


"รัญ เมืองลุง" จึงสรุปว่า ทักษิณกำลังทำคล้ายโคไมนี ในแง่ยุทธวิธีการต่อสู้
การโฟนอินและวีดิโอลิงค์ของทักษิณ สร้างความหวาดกลัวแก่พวกอมาตยาธิปไตยและ
รัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างมาก
"รัญ เมืองลุง" จึงมั่นอกมั่นใจในชัยชนะของมวลชน "กองทัพแดง"
"โลกทั้งโลกอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย อมาตยาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ถูกล้มเลิกไปนานแล้ว
อมาตยาธิปไตยไทยกำลังเสื่อมลงทุกวันๆ"
นั่นเป็นทัศนะอันแหลมคมของนักทฤษฎีเสื้อแดง
ที่เชื่อมาโดยตลอดชีวิตว่า "อมาตยาธิปไตยกำลังเสื่อมลงทุกวัน"
ฉะนั้น บทจบของมหากาพย์
เสื้อแดงหนนี้ จะลงเอยด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆ หรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจอยู่ในมือ ณ ปัจจุบัน
จะเลือกทางไหน?
ยุบสภา หรือดันทุรังรักษาอำนาจ ทางเลือกมีไม่มากครับ!

and "Son of Sam" type. It is worth noting that the late Khomeini was a creation
of British Military Intelligence Div. 6, MI6.
This detailed work spelled out
the step-by-step process which the US Government implemented to put
Khomeini in power.
15. To export "religious liberation" ideas around the world
so as to undermine all existing religions, but more especially
the Christian religion.
This began with the "Jesuit Liberation Theology",

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ