Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

หน้า 6 จาก 8 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 23, 2010 11:46 pm








hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 23, 2010 11:47 pm




แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri Apr 23, 2010 11:50 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 23, 2010 11:53 pm








hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 23, 2010 11:54 pm








hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 23, 2010 11:56 pm








hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 23, 2010 11:57 pm








hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 23, 2010 11:58 pm






hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 12:01 am








hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 12:02 am









เรื่อง ข้อตกลงลับกับ CIA................

จะมีใครสักกี่คนที่จะรู้ว่า รัฐบาลไทยโดย ทักษิณ ชิณวัตร ได้ทําข้อตกลงกับCIA แบบปิดลับ
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2546 (สมัยแรกที่เข้ามาเป็นรัฐบาล)ข้อตกลงนั้นเขียนร่างโดย นายสุรเกียรติ
ตามคําสั่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
..................
ข้อมูลในข้อตกลงนั้นเป็นหลักฐานยืนยันให้เห็นได้ว่า มีเจ้าหน้าที่ CIA และทหารจากหน่วยงาน
ของสหรัฐมาปฎิบัติการในราชอาณาจักรจริง ตามข้อความที่หนึ่ง

" 1. For purposes of this Agreement, ‘persons" of either Party including all nationals of that Party
and all current and former military personnel of that Party."

คำแปล....

" 1. สําหรับข้อตกลงอันนี้ 'บุคคล' ของทั้งสองฝ่าย (ไทยและสหรัฐ) ต้องรวมถึงบุคลากรของฝ่ายนั้นๆ
และทหารและอดีตทหารทั้งหมดของฝ่ายนั้นๆ" การมีข้อตกลงระหว่างประเทศเช่นนี้ จึงแสดงให้เห็นว่า
มี บุคคลที่ทํางานกับสหรัฐมาในประเทศไทยจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเราก็ควรพิจารณาต่อไป

" 2. Persons of one Party present in the territory of the other shell not, absent the express
consent of the first Party.
(a) be surrendered or transferred by any means to the international Criminal Court for any purpose, or
(b) be surrendered or transferred by any other entity or third country, or expelled to a third country,
for the purpose of surrender to or transfer to the International Criminal Court."

คำแปล....

" 2. บุคลากร ของ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่อยู่ในพื้นที่ของอีกฝ่ายหนึ่ง จะต้องไม่ทําการดังต่อไปนี้
โดยไม่ได้รับการยินยอมจากฝ่ายแรกก่อน
(a) จับกุมหรือส่งตัวไปให้ศาลโลก (International Criminal Court) โดยวิธีใดก็ตาม
(b) จับกุมหรือส่งตัวโดยฝ่ายอื่นๆ หรือประเทศที่สาม (ที่ไม่ใช่ไทยหรือสหรัฐ) หรือไล่ออกไปยัง
ประเทศที่สามเพื่อส่งตัวไปให้ศาสโลก (International Criminal Court) "

จากข้อตกลงที่สองนี้ รัฐบาลไทยจะไม่มีสิทธิส่งตัวทหารอเมริกันที่กระทําผิด หรือบุคลากร (CIA)
ของสหรัฐที่กระทําผิดไปให้ศาลโลกพิจารณาเป็นอันขาด รัฐบาลไทยจะต้องขออนุญาตสหรัฐอเมริกาก่อน
แม้ว่าบุคลากรของสหรัฐนั้นทําผิดกฎหมายแล้วก็ตาม

" 3. When the United States extradited, surrenders, or otherwise transfers a person of
the Kingdom of Thailand to the third country, the United States will not agree to the surrender
or transfer of that person to the International Criminal Court by the third country,
absent the express consult of the Government of the Kingdom of Thailand. "

คำแปล....

" 3. หากสหรัฐจะส่งมอบตัวบุคลากรชาวไทยไปยังประเทศที่สาม สหรัฐอเมริกาจะไม่ส่งบุคลากรผู้นั้น
ไปยังศาลโลก โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลไทยก่อน "

.....ข้อความนี้ชี้ในเห็นว่าสหรัฐอเมริกามีหน่วยงานCIAในประเทศไทยจริง และมีอิสรภาพทางอํานาจ
พอที่จะจับกุมตัวคนไทยเมื่อไรก็ได้ เพียงแต่จะต้องขออนุญาตรัฐบาลไทยก่อนส่งตัวออกนอกประเทศ
เท่านั้นและที่สําคัญที่สุดคือ ข้อตกลงนี้แสดงในเห็นว่าจะต้องมีที่ควบคุมตัวนักโทษและขังไว้ในพื้นที่
แห่งใดแห่งหนึ่งภายในราชอาณาจักรไทยอย่างแน่นอน

..... รัฐบาลทักษิณ ได้พยายามปกปิดการจัดตั้งศูนย์ Counter Terrorist Intelligence Center (CTIC)
มาเกือบ 5 ปีแล้ว ศูนย์ลึกลับในภาคใต้นี้เป็นของสหรัฐอเมริกาและบริหารโดยหน่วยงาน CIA
ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา แต่ความลับนั้นกลับถูกเปิดเผยโดยรายงานของ
Center for Strategic and International Studies (CSIS) ของสหรัฐเสียเอง

.......
ได้ปรากฏหลักฐานตามรายงานของ CSIS ได้กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ CTIC ในภาคใต้เพื่อต่อต้าน
กลุ่ม JI และ Al Qaeda โดยมี CIA เป็นผู้วางโครงสร้าง ให้เงินทุนสนับสนุน และวางแผนการปฎิบัติงาน
ทุกอย่าง นอกจากนี้แล้วตํารวจและทหารไทยที่เกี่ยวข้องก็อยู่ภายใต้การบัญชาการโดยตรง ของ CIA
ความว่า...

"Working directly with at least a score of CIA operatives, the Counter Terrorism Intelligence Center
(CTIC) combines key personnel from Thailand's three main security agencies:
the National Intelligence Agency; the Thai police, and the armed forces.The CTIC relies heavily on
the CIA for its structure, guidance, and funding. The two agencies share facilities, equipment, and
information on a daily basis....The Thai government, which has often asserted that Thailand is
free of terrorist, has never publicly acknowledged the existence of the CTIC. "
(อ่านรายงานทั้งหมดที่ http://www.csis.org/tnt/ttu/ttu_0310.pdf )

......
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการจัดตั้งศูนย์ CTIC นั้นเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ผลกระทบที่จะมีต่อวัฒนธรรมในพื้นที่และสังคมของชาวบ้านในภาคใต้ จึงไม่ได้อยู่ในการพิจารณา
ของรัฐบาลไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้แล้วการกระทําต่างๆของศูนย์ CTIC อาจทําให้เกิดความขัดแย้ง
ภายใน เช่นนโยบายไล่ล่าและกักขังชาวบ้านมุสลิมที่ถูกกล่าวหาว่าต่อต้านสหรัฐอเมริกา

...... และทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ CTIC สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ เพราะการทํางาน
ของหน่วยงาน CIA ใน "War on Terrorism" นั้นไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายไทยหรือแม้แต่
กฎเกณฑ์ของ Geneva Convention เมื่อถูกจับกุมแล้ว ผู้ต้องหาก็ไม่มีสิทธิที่จะหารือกับทนายใดๆทั้งสิ้น
แม้ว่าเขาจะเป็นผู้บริสุทธิก็ตาม จะเห็นได้จากกรณีของนาย จาเมา (นักโทษของ "War on Terrorism"
ที่ Gauntanamo Bay)

"พวกเขาจะสอบสวนผมเป็นเวลา 12 ชั่วโมงติดกัน ในขณะที่ตรึงแขนผมไว้ด้วยโซ่ เมื่อผมไม่ยอม
ให้พวกเขาฉีดยา psychoactive drugs ผมก็ได้ยินเสียงผู้คุมฝรั่งทั้งหลายเร่งผีเท้า กันเข้ามาทางห้องขัง
ของผม พวกเขามีกันทั้งหมดห้าคน ใส่ชุดเกราะเข้ามาเตะต่อยผม และตีด้วยไม้ตะบองจนผมเจ็บระบม
ไปทั้งตัว พวกเขาตะโกนพร้อมกันว่า Comply, comply, comply. Do not resist. Do not resist.
ผู้คุมคนหนึ่งเตะผมอย่างแรงจนทําให้เกิดอาการอักเสบที่กระดูกสันหลัง หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง
ในขณะที่ผมกําลังเริ่มฟื้นตัวขึ้นมา ผู้คุมคณะที่สองก็เข้ามาเตะต่อยผมอีก ผู้คุมอเมริกันคนหนึ่งขู่ว่า
จะฆ่าครอบครัวของผมให้สิ้น หลังจากนั้นเขาก็พาผมไปขังไว้ในห้องแคบมากๆที่ร้อนระอุ
ในตอนกลางวัน พอตอนกลางคืนพวกเขาก็เปิดไฟในห้องให้สว่างจนนอนไม่หลับ รวมทั้งเปิดพัดลม
อย่างแรงทําให้ห้องเย็นยะเยือก จนผมต้องลงไปหลบลมอยู่ใต้เตียง เขาต้องการทําลายผมทั้ง
ทางกายและใจ....เพื่อให้ได้มาซึ่งคําสารภาพ....แม้ ว่าผมจะเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม"

.......การกระทําทั้งหมดนี้ CIA จึงใช้ตํารวจไทยเป็นเครื่องมือ โดยมีผลประโยชน์ผ่านไปทาง
พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบช.สตช. ในรูปของการจัดตั้งโรงเรียนสืบสวนพิเศษขึ้นที่นนทบุรี
เพื่อฝึกในการหาข้อมูลและจับกุม

...... จากนั้นได้ใช้อำนาจทางการเมือง ต่อรองให้ นายกทักษิณ ชินวัตร ยุบหน่วยงาน ศอบต.
ซึ่งดำเนินการโดยกองทัพไทย
แล้วจัดตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ ที่ควบคุมโดย
เจ้าหน้าที่ CIA ปฏิบัติการใน 3 จ.ภาคใต้ และเข้ากุมอำนาจบัญชาการทั้งหมดเสียเอง
โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในอาณัติ และกองกำลังสิงคโปร์ได้ใช้ฝึกภาคสนาม
ปฏิบัติการวินาศกรรม อุ้มฆ่า ตามคำสั่งของ CIA ซึ่งทําให้เกิดความแค้นเคือง
ระหว่างคนไทยด้วยกันเองเป็นอย่างมาก
อันเป็นผลทำให้เหตุการณ์ภาคใต้กลายเป็น
เรื่องใหญ่ขยายวงกว้างและไม่เคยจับตัวขบวนการที่แท้จริงมาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
สิ่งซึ่งจะเห็นได้ชัดในหลาย ๆ ครั้ง คือการวินาศกรรมหลายสิบจุดในวันและเวลาเดียวกัน
แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยกว่ากองทัพไทยเป็นอย่างมาก


ข้อความสมบูรณ์ของข้อตกลง

"1. For purposes of this Agreement, 'persons" of either Party including all nationals of
that Party and all current and former military personnel of that Party.

2. Persons of one Party present in the territory of the other shell not, absent the express
consent of the first Party.
(a) be surrendered or transferred by any means to the international Criminal Court
for any purpose, or
(b) be surrendered or transferred by any other entity or third country, or expelled to
a third country, for the purpose of surrender to or transfer to theInternational Criminal Court.

3. When the United States extradited, surrenders, or otherwise transfers a person of
the Kingdom of Thailand to the third country, the United States will not agree to
the surrender or transfer of that person to the International Criminal Court by
the third country, absent the express consult of the Government of the Kingdom of Thailand.

4. When the Government of the Kingdom of Thailand extradites, surrenders, or otherwise
transfers a person of the United States of America to a third country,the Government of
the Kingdom of Thailand will not agree to the surrender or transfer of that person to
the International court by the a third country ,absent the express consent of the Government of
the United States.

5. The Agreement will remain in force until one year after the date on which one Party
notified the other of its intent to terminate this Agreement. The provisions of this Agreement
shall continue to apply with respect to any act occurring ,or any allegation arising, before
the effective date of termination.If the proposal set forth herein is acceptable to
the Government of the Kingdom of Thailand ,this note and Your Excellency’s affirmative
note in reply shall constitute an Agreement between our two Governments which would
enter into Force on the date of Your Excellency’s note.”

I am pleased to inform Your Excellency that the undertakings contained in the above-quoted
note are acceptable to my Government, and that Your Excellency’s note and this reply
thereto constitute an Agreement between our two Government effective immediately.
Accept, Excellency, the renewed assurances of my highest consideration

Surakiart Sathirathai
Minister of Foreign Affairs of Thailand
--------------------------------------

3 June B.E.2546(2003)

Excellency,I have the honor to acknowledge the receipt of Your Excellency’s Note dated
3 June 2003 ,reading as follows:“I have the honor to refer to recent discussions between
representatives of the Government of the United States of America and the Government of
the Kingdom of Thailand regarding the Surrender of Persons to the international Criminal Court
and to propose the following Agreement:The Government of the United of America and
the Government of the Kingdom of Thailand, hereinafter “ the Parties” Reaffirming
the importance of bringing to justice those who commit genocide, crimes against humanity
and war crimes.Recalling that the Rome Statute of the International Criminal Court done
at Rome on July 17,1998 by the United Nations Diplomatic Conference of Plenipotentiaries
on the establishment of the an International Criminal Court is intended to the complement
and not supplant national criminal jurisdiction.Considering that the Government of
the United States of America has expressed its intention to investigate and to prosecute
where appropriate acts within the jurisdiction of the International Criminal Court alleged
to have been committed by its officials, employees, military personnel or other nationals.
Considering that the Government of the Kingdom of Thailand has signed the Rome Statute of
the International Criminal Court on October 2,2000Bearing in mind Article 98 of the Rome statute
:Hereby agree as follow:

His Excellency
Darryl N. Johnson
Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary,
Embassy of the United States of America
จากคุณ Special Force (4/3/2549 5:03:09

ผู้ส่ง อาโน (copy มาจากคุณ Special Force) email url ip 125.24.5.14 ส่งเมื่อ 08 มี.ค.49 - 14:55


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Mon Apr 26, 2010 9:26 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 12:49 am

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t721-50.htm


Thaksin Bush DC 20030610

http://www.voanews.com/burmese/archive/2003-06/a-2003-06-10-5-1.cfm?moddate=2003-06-10

Bush Calls For Immediate Release Of Suu Kyi

White House
10 June 2003

George Bush
President Bush is calling for the immediate release of Burmese
opposition leader Aung San Suu Kyi. White House spokesman
Ari Fleischer says the president has "great concerns" about
what is going on in Burma, especially following violent clashes
last month between pro-democracy activists and government
supporters.
Ari Fleischer
Ms. Aung San Suu Kyi and other members of her political party were arrested following those clashes.
Mr. Fleischer says President Bush discussed her detention Tuesday during a White House meeting with the Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra.
"The president and prime minister in their meeting expressed their deep
concern over recent developments in Burma, in particular the violence
that occurred on May 30th. The two leaders agreed on the need for
the immediate release of San Suu Kyi and other National League for
Democracy members," Mr. Fleischer said. Some members of the U.S.
Congress want additional sanctions against Burma in response to the
detention. U.N. Secretary-General Kofi Annan called on Burma's military
to release the opposition leader and resume political reconciliation
talks, saying her arrest goes against the will of the Burmese people.

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271329934&grpid=03&catid=

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 18:11:57 น.
มติชนออนไลน์

"วีระ"ลั่นนำทีมถอนหลักแดนเขตไทย-เขมร ปัดไม่เกี่ยวกับพธม.

นายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.)
กล่าวเมื่อวันที่ 15 เมษายนว่า วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ตนพร้อมกลุ่มผู้รักชาติซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ
การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จะเดินทางไปรวมตัว
ที่ประสาทตาเมือนโต๊ด ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สุรินทร์ ในเวลา 11.00 น.

นายวีระ กล่าวด้วยว่า จากนั้นจะร่วมทำกิจกรรมในวันที่ 2-3 พฤษภาคม
เพื่อถอนหลักเขตของประเทศกัมพูชา ที่ทำไทยต้องเสียดินแดนจากการทำข้อตกร่วม
ที่ผิดกฎหมายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในยุคที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อปี 2543 หลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นหนังสือ ให้เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ
ในช่วงการประชุมผู้นำลุ่มโขงที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และขอเรียนว่าคณะกรรมการร่วม
ชายไทย-กัมพูชาที่ตกลงเรื่องนี้ เป็นกรรมการเถื่อนทำหน้าที่โดยไม่ผ่านกลไกของรัฐสภา
เหมือนกรณีนายนพดล ปัมมะ อดีตรัฐมนตรตรีว่าการกระทวงต่างประเทศที่ไปออกแถลงการ
ร่วมกับกัมพูชา

https://khunnamob.globat.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า"สัญญาณ"ที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มข้างต้นได้เกิดขึ้นในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตั้งแต่การย้ายที่พำนักจากบ้านสี่เสาเทเวศน์ไปยัง"บ้านไร้กังวล"ในกองทัพภาคที่๒ ที่จ.นครราชสีมา
และการพยายามปลุกกระแสมวลชนในหลายพื้นที่หลายกลุ่มสังคมเพื่อให้กำลังใจ
(ศิษย์เก่ามหาวิชิราวุธ, ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ(นำโดยวิเชียร,วีระ),
วันนี้(2เม.ย.) นายวีระ สมความคิดประธานเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชันในฐานะศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย
รุ่น 90 กล่าวว่า ในวันนี้เวลาประมาณ10.00 น.ตนจะนำศิษย์เก่าจากหลายรุ่นเดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม
ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ


@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่าการออกมาพูดแรงของ"พล.อ.พิจิตร"โดยเฉพาะในประเด็น"เกาะเคย์แมน"
ซึ่งพาดพิงระบุถึง"ลาฟวอยส์"ฑูตสหรัฐคนเก่าว่าเป็นคนเปิดข้อมูลว่ามีการนำเงินไปซุกที่"เคแมน"ของ"ทักษิณ"
และ"ผู้นำอิตาลี"นั้นมีความเชื่อมโยงกับกรณีการเข้าพบ"ป๋าเปรม"ของ"ฑูตสหรัฐ"คนใหม่
(ที่ทำให้ป๋าเปรมต้องยอมเลิกหมายนัดกับศิษย์เก่าสวนกุหลาบ)
โดยประเด็นการคุยกันมี ๒ ข้อ
ข้อหนึ่งเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่ถูกระบุว่าป๋าและกองทัพมีความเกี่ยวข้อง
กับสถานการณ์รวมไปถึงการรัฐประหาร ๑๙ก.ย. และรวมถึงการให้ขอให้ไทยคลี่คลายปัญหานี้

โดยไม่ใช้วิธีการรุนแรงขณะเดียวกันก็มีการแจ้งถึงความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของ
องค์กรสืบราชการลับของสหรัฐในประเทศไทย CIA ที่มีการเปลี่ยนแปลงในระดับ"หัวหน้า"
ระหว่าง มาเลเซียกับไทย
ซึ่งข่าวนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับ"ผู้ใหญ่"ด้วย


http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/KD17Ae02.html
Apr 17, 2009
ASIA HAND

Smoke, mirrors and lies
By Shawn W Crispin

BANGKOK - As the smoke and debris settle on Thailand's recent street chaos,
the propaganda wars have begun in earnest as competing sides look for a tactical edge
in the political conflict's inevitable next round. So far it appears Prime Minister Abhisit Vejjajiva's
embattled coalition government has won the upper hand.

Exiled former premier Thaksin Shinawatra has in interviews told foreign news outlets -
including the BBC and CNN - that the Thai military killed and secretly carted away
the bodies of an undisclosed number of his red shirt followers on April 13,
when troops cracked down on anti-government protests in a pre-dawn operation
on the streets of Bangkok.
...

Conservative counters
To be sure, the conservative establishment Thaksin now claims to be up against has its own,
if less sophisticated, political spin machine. Privy Councilor General Pichitr Kullavanijaya
claimed to local media days before the UDD ramped up its protests that former US ambassador
to Thailand
Ralph "Skip" Boyce had shared information with him indicating that
Thaksin had laundered 100 billion baht (US$2.8 billion) through Cayman Island
bank accounts and was using the funds to organize the UDD's protests.


Thaksin strongly denied the charges and filed a defamation suit against the royal advisor
in a Thai court - despite Thaksin's repeated claims from exile that he could not receive
a fair trial in the Thai judiciary. Former ambassador Boyce has told numerous people that
he has no idea why he was cited as a knowledgeable source about where Thaksin may
or may not have made deposits, and that he has no such information.


ไม่เกี่ยวกับ พธม. จริงๆ ด้วยดูท่ากองทัพไทยคงรอดยาก

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098468

พธม.ยกทัพบุก“เขาวิหาร”ปักธงเขตแดนไทย - หันครุฑไปฝั่งเขมรแก้เคล็ดมนต์ดำ

28 สิงหาคม 2552 16:41 น.

พันธมิตรฯ ยกทัพนักรบมือตบนับพันคน บุกเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ปักธงแสดงเขตแดนไทย วันนี้ (28 ส.ค.)

ศรีสะเกษ – พันธมิตรฯ ยกทัพนักรบมือตบนับพันบุกพิสูจน์“เขาพระวิหาร”
จ.ศรีสะเกษ ปักธงเขตแดนไทย พร้อมปัก“ครุฑทองคำ” หันหน้าไปฝั่งกัมพูชา
แก้เคล็ดมนต์ดำและให้ประเทศไทยแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
เผยทหารไทยไฟเขียวให้ “วีระ” พร้อมตัวแทน 8 คน ขึ้นไปสำรวจวัดแก้วฯ
เจ้าปัญหาและภูมะเขือได้ ขณะทหารเขมรทำพิรุธย่องเงียบถอนกำลัง400 นาย
ออกจากบริเวณเขาพระวิหารกลางดึก

วันนี้ ( 28 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.20 น. ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียม อุทยานแห่งชาติ
เขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(พธม.) จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ประมาณ 1,000 คน นำโดย นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่าย
ประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และ แกนนำพันธมิตรฯ ได้พากันเดินทางโดยรถยนต์กว่า 35 คัน
มารวมตัวกันเพื่อเดินทางขึ้นไปยังบริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร และ
วัดแก้วสิขาคีรีสวาระ บนเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา


ทำไมถึงแอบอ้างสถาบันเอาตราครุฑไปทำแบบนี้
เท่ากับดึงสถาบันลงมาประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน


http://milfuegos.blogspot.com/2007/03/bush-and-cheney-who-avoided-vietnam-war.html

BUSH AND CHENEY, WHO AVOIDED THE VIETNAM WAR,
ARE PREPARING FOR A NEW U.S. MILITARY PRESENCE IN SOUTHEAST ASIA:
AFTER THE MIDDLE EAST DISASTER, GET READY FOR INDOCHINA WAR II.


Fri, 02 Mar 2007 11:39:00
Wayne Madsen Report

With the U.S. support for the September 19, 2006 military coup in Thailand
that overthrew that nation's democratically-elected government becoming clear
(U.S. ambassador to Thailand Ralph Boyce now sports a yellow tie,
a show of support for the royalist-backed coup -- yellow being the color of the monarchy),

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=morocco&month=04-12-2009&group=5&gblog=3

http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/asia/article6908493.ece



แปลกดี เรียกร้องให้ประเทศอื่นปกครองแบบประชาธิปไตย
แต่ดันชอบสนับสนุนให้ชาวบ้านทำรัฐประหาร
แต่จะรวมการก่อการร้ายด้วยหรือเปล่าหว่า

ตามนโยบายต่อต้านการก่อการร้าย war on terrorism
ไปจินตนาการกันเอาเอง หุ หุ




http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000103993
2 กันยายน 2551 18:11 น.

“ทูตสหรัฐฯ” ห่วงสถานการณ์วิกฤต ดอดพบ “ผู้นำฝ่ายค้าน”


http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=7&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000104086

“สามเกลอ”เหิม!.สั่งผบ.ทบ.ปิด ASTV–อ้างทำลายความมั่นคงชาติ

อดีตแกนนำ นปก. บิดเบือนผ่าน NBT เหมือนเคย อ้าง “ม็อบนรก” แสนน่าสงสาร
แค่เดินไปกดดันให้พันธมิตรฯ ออกจากทำเนียบ แต่กลับถูกรุมทำร้าย – จี้ “อนุพงษ์”
ใช้อำนาจ พรก.ฉุกเฉิน สั่งปิด ASTV ทันที เชื่อจะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งดีขึ้น
เพราะไม่มี ASTV เป็นกระบอกเสียงปลุกระดมมวลชน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1220449794&grpid=03&catid=01
"ฮิวแมนไรท์วอชท์"จี้"หมัก"แจงยูเอ็นใช้กม.ฉุกเฉิน

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=18&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://news.mjob.in.th/politic/cat3/news10358/

ป๋าเปรม กินข้าวร่วม สุรยุทธ์-ราฟ บอยซ์

ที่โรงแรมดุสิตธานี
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พร้อมด้วย พล.อ.พิจิตร กุลลวณิช องคมนตรี
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พล.อ.มงคล อัมพรพิศิฐษ์ ได้ร่วมรับประทาน
อาหารกลางวันกับนายราฟ แอล.บอยซ์ เป็นการส่วนตัว จากนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า
ระหว่างการพูดคุยก็เป็นการสนทนาเกี่ยวกับความสามารถพิเศษของนายราฟ แอล.บอยซ์ ที่สามารถ
พูดภาษาไทยได้ อย่างไรก็ตามคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับประเทศไทยน่าจะดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm?sid=a2bf60257e38540c08ed33514a8e3134
การกำหนดตัวนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยแท้จริงแล้วก็คือ
การต่อรองอำนาจทางการเมืองโดย C.I.A.


นี่คือคำตอบว่า ทำไมพลเอกสุรยุทธ์ถึงได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก
ราฟ แอล บอยส์ เอกอัครราชฑูตสหรัฐประจำประเทศไทย !!!


http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=31870
ป๋าชี้"สุรยุทธ์"ดีที่สุดแล้ว ทูตมะกันก็ชม

**ทูตสหรัฐร่วมยินดีนายกฯใหม่

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.อ.สุรยุทธ์ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวสั้นๆ ถึงความเป็นไปได้ในการเดินทาง
ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อติดตามสถานการณ์ว่า "ผมยังไม่มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครับ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายหลังแต่งตั้ง ครม.แล้ว จะลงพื้นที่ภาคใต้เป็นอันดับแรกเลยหรือไม่
พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า "ยังๆ ขอพิจารณาในหลายๆ เรื่องก่อน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ พล.อ.สุรยุทธ์เดินทางมาทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
เป็นครั้งแรกในเวลา 10.39 น. โดยมีนายราล์ฟ บอยซ์ จูเนียร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
เข้าพบเนื่องในโอกาสจะเดินทางกลับไปร่วมประชุมเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำอาเซียนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ประเทศสหรัฐ ทั้งนี้ ได้ใช้เวลาหารือประมาณ 20 นาที

พล.อ.สุรยุทธ์ลงมาส่งนายบอยส์ขึ้น รถบริเวณทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดย พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า
นายบอยซ์มาพบวันนี้ และจะขอเป็นผู้ชี้แจงข้อหารือให้สื่อมวลชนรับทราบเอง

นายบอยซ์ให้สัมภาษณ์ว่า ได้หารือกับนายกฯคนใหม่ เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เห็นว่าไทยกลับมาสู่ความเป็น
ประชาธิปไตยมีสิทธิ เสรีภาพและสิทธิพลเรือนได้อย่างรวดเร็ว นายกฯได้ย้ำและยืนยันในหลักการดังกล่าว

ทางด้านสำนักโฆษกสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เอกสารข่าวการเข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ
คนใหม่ของเอกอัครราชทูตสหรัฐโดย นายบอยซ์กล่าวแสดงความยินดีกับ
พล.อ.สุรยุทธ์ พร้อมชื่นชมว่า เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมเป็นที่ยอมรับทั้งใน
และต่างประเทศ นับเป็นภารกิจที่สำคัญในปัจจุบัน


**ซักละเอียดยิบบทบาท"คปค."

ในเอกสารข่าวยังระบุว่า นายบอยซ์สอบถาม พล.อ.สรยุทธ์ถึงประเด็นต่างๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
อาทิ กระบวนการสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ บทบาทของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ภายหลังแปรสภาพเป็นคณะมนตรี
ความมั่นคงแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การแต่งตั้ง ครม. โดย พล.อ.สุรยุทธ์อธิบาย
รายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และยืนยันทุกอย่างจะไปสู่กระบวนการตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
ส่วนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติจะมีหน้าที่ด้านความมั่นคงเป็นหลัก

พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศและจะปฏิบัติหน้าที่
อย่างเต็มที่ พร้อมจัดการเลือกตั้งตามที่กำหนดไว้ ส่วนคณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งภายในสัปดาห์นี้

http://hilight.kapook.com/view/2866

ฑูตสหรัฐฯ ยกย่อง "สุรยุทธ์" เหมาะสมตำแหน่งนายกฯ คนใหม่

(2 ต.ค.) เวลา 11.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นาย H.E.Mr. Ralph Boyce
เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย
เข้าเยี่ยมคาราวะ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี ภายหลังการกล่าวต้อนรับ มีการสนทนา สรุปสาระสำคัญดังนี้

นาย H.E.Mr. Ralph Boyce เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้กล่าวแสดง
ความยินดีกับพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวแสดง
ความชื่นชม ว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสม และได้รับการยอมรับจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
ซึ่งนับเป็นภารกิจที่สำคัญในภาวะปัจจุบัน และในโอกาสที่จะเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันพรุ่งนี้
จะเป็นโอกาสที่เอกอัครราชทูตฯได้ชี้แจงสถานการณ์ของประเทศไทย ให้สหรัฐอเมริกาได้รับทราบ


ทั้งนี้มีการสอบถามในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว อาทิ กระบวนการสรรหา
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ บทบาทของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลังการแปรสภาพเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน รวมถึงการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดี ที่ได้พบกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาฯ
และได้กล่าวชี้แจงถึงข้อซักถามของเอกอัครราชทูตฯ ถึงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
เช่น การสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการแต่งตั้งสมัชชาแห่งชาติ ไม่เกิน 2000 คน
และจะเลือกกันเองเหลือ 200 คน และจะดำเนินการไปตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ทุกอย่างจะดำเนินไปสู่กระบวนการประชาธิปไตยตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ส่วน
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ก็จะมีหน้าที่ด้านความมั่นคงเป็นหลัก

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวด้วยว่า การรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ
และจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมให้การเลือกตั้งมีขึ้นตามที่กำหนดไว้ ส่วนคณะรัฐมนตรีนั้น
จะมีการแต่งตั้งภายในสัปดาห์นี้
ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตฯ
ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงผลการหารือ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯได้กล่าวว่า
ตนมีกำหนดการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในวันพรุ่งนี้ และการหารือกับนายกรัฐมนตรีนั้น
มีผลเป็นที่น่ายินดีและสหรัฐอเมริกาแสดงความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะดำเนินการตามวิถี
ประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งโดยเร็วพร้อมทั้งปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน



ชาติแรก - นายลาฟ บอยซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของไทย ภายหลังเข้ารับตำแหน่งและเข้าทำงานวันแรก
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม โดยเป็นทูตชาติแรกที่ขอเข้าพบผู้นำไทย

http://aryaforum.freeforums.org/topic-t309-15.html
สวัสดีครับ คุณตาทุ้ย ประเทศมหาอำนาจมากกว่าครึ่งในคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติ
คัดเลือกทูตของเขาที่จะมาประจำในไทยว่าควรพูดภาษราไทยคล่อง ผมว่าไม่ธรรมดา
ไม่รู้เป็นไอเดียของนายบ๊อยซ์ที่เคยเข้าๆออกๆเมืองไทยตั้งแต่ครั้งเป็นเสมียนทูตในทศวรรษ 50-60
สมัย มารอน แบรนโด กับ คุฯ คึกฤทธิ์เล่นหนังด้วยกันเรื่อง Ugly American

ผมกำลังบอกว่า ช่วงนั้นกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางจารกรรมในสงครามเย็นของภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิค
ผมคิดเล่นๆ สหรัฐกับอังกฤษผูกขาดทูตอังกฤษพูดไทยประจำกรุงเทพฯก่อน ผมไม่ทราบว่า
จีนเคยส่งทูตจีนพูดไทยมาประกบก่อนหน้านายหวางหรือเปล่า คิดว่าไม่นะ เพราะคุณตาทุ้ยบอกว่า
เป็น "เด็กใหม่" และนี่คงเป็นเหตุผลที่จีนต้องไม่เสียเปรียบ เพราะทูตสหรัฐและทูตอังกฤษ
ประจำไทยคนก่อนก็พูดไทยปร๋อทั้งคู่

http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/JH08Ae01.html

So, what do we think is happening in Thailand?

In the 1960s and 1970s, the US gave assistance to repressive military governments in Thailand.
Thailand hosts one of the CIA's secret prison sites.
Today, Bush and the CIA prefer Thai generals to Thai politicians who try to help the poor.

When Thaksin was toppled, (reportedly by the CIA) "Bush's emissaries in Thailand...
too swiftly and too warmly embraced the military coup-makers, many of whom are known
to have close ties to top US officials.
" (Asia Times 7 August 2008
US, Thailand: A conflicted alliance)

The coup "was orchestrated by several Thai security and military officials with close
and long-time ties to Washington.


"They include CIA-trained Squadron Leader Prasong Soonsiri and the US-trained
General Winai Phattiyakul
, former director of the Directorate of Joint Intelligence
at the Supreme Command's headquarters where US intelligence officials are allegedly in residence.

"US security officials and former US ambassador to Thailand Ralph 'Skip' Boyce
are also known to have generational ties to Privy Council president Prem Tinsulanonda,
who Thaksin's supporters have accused of masterminding the 2006 putsch..."

(
US, Thailand: A conflicted alliance)

Thaksin made "new strategic overtures towards Beijing" and undermined "the US's
near monopoly on military-to-military training in Thailand. Thaksin also increased
Thailand's arms purchases from China during his tenure."

(
US, Thailand: A conflicted alliance)


จะว่าไปเหลี่ยมก็มีข้อดีอยู่บ้าง
...

The Thais continue to be wary of U.S. intentions in Cambodia.
The Thai-Cambodian border is in dispute and some Khmers make no secret of their
desire to take back historically Khmer territory in eastern Thailand.


http://www.thetruthseeker.co.uk/article.asp?ID=6124

Israel double game in Southeast Asia:
Arming terrorists with Khmer Rouge weapons


Sat, 03 Mar 2007 08:07:00
Wayne Madsen Report

As the United States faced imminent defeat in the Indochina War at the hands of the Vietnamese,
Laotian, and Cambodian communist-nationalist forces, Eisenberg wasted no time in cashing in
on America's defeat and the new power alignments in Southeast Asia.
He began selling weapons from his new business partner - China -
to the Cambodian forces of Khmer Rouge leader Pol Pot.

After the defeat of the U.S.-backed military government of General Lon Nol,
installed after
Richard Nixon's National Security Adviser Henry Kissinger,
a close friend of Eisenberg
, ordered the CIA to overthrow Cambodian head of state
Prince Norodom Sihanouk
, Cambodia fell victim to a bloody civil war between
Vietnamese troops backing Pol Pot's one-time ally Hun Sen and
the Chinese-backed
"Democratic Kampuchea" government of Khmer Rouge leader Pol Pot.


http://www.youtube.com/watch?v=8b0K5Vt7TRQ

Uncle Sam (CIA) and Pol Pot Connection (Secret Of CIA)




เขมรแดง



ส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะของเหยื่อที่เสียชีวิตจากการกระทำของเขมรแดง

เขมรแดง (เขมร : ខ្មែរក្រហម; แขฺมรกฺรหม ; อ่านว่า คแมร์กรอฮอม /ฝรั่งเศสและ
อังกฤษ : Khmer Rouge[1]) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย”
(Armée nationale du Kampuchéa démocratique)

http://www.thairath.co.th/people/view/pol/3829

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ



พิ่งทำนายล่วงหน้า คดียึดทรัพย์ 76,000 ล้าน อดีตนายกฯทักษิณจะถูกยึด-อายัดบางส่วน
ทำให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาแถลงปฏิเสธรับตำแหน่ง
ผบ.สส. กองทัพประชาชนแห่งชาติฯ สำหรับข้อเสนอของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี
อดีตรองผอ.รมน. สมาชิกพรรคเพื่อไทย ตามยุทธการ"ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์"



http://www.thirdworldtraveler.com/US_ThirdWorld/US_PolPot.html

On the Side of Pol Pot: U.S. Supports Khmer Rouge


by Jack Colhoun
Covert Action Quarterly magazine, Summer 1990


http://www.moreorless.au.com/killers/pot.html

1968 - The Khmer Rouge establish the Revolutionary Army of Kampuchea in January.
Aided by the US, the army launches a small and ineffectual insurgency campaign.


1969 - In March the US begins secret bombing raids on Vietnamese communist
sanctuaries and supply routes inside Cambodia
(dubbed the 'Menu Series').
Authorised by the newly installed US President,
Richard M. Nixon, and directed by
his national security adviser,
Henry Kissinger, the raids are illegal, as the US has not
officially declared war on Cambodia. In 14 months, 110,000 tons of bombs are dropped.
When news of the raids is leaked Kissinger orders surveillance and
phone tapping of suspects to uncover the source.
US bombing raids into
Cambodia will continue until 1973. All told 539,129 tons of ordnance
will be dropped on the country
, much of it in indiscriminate B-52 carpet-bombing raids.
The tonnage is about three and a half times more than that (153,000 tons)
dropped on Japan
during the Second World War.
Up to 600,000 Cambodians die
but the raids are militarily ineffective. The Central Intelligence Agency (CIA)
reports that the bombing raids are serving to increase the popularity of
the Khmer Rouge among the affected Cambodian population.

1979
- Three days after the fall of Phnom Penh the Vietnamese occupying forces establish
the People's Republic of Kampuchea (PRK), governed by the KPRP and headed by Heng Samrin,
a former Khmer Rouge military commander.
Already at war with the Khmer Rouge, the PRK faces
further resistance from two new insurgent movements - the noncommunist Khmer People's
National Liberation Front (KPNLF) headed by Son Sann, and the National United Front for
an Independent, Neutral, Peaceful, and Cooperative Cambodia (FUNCINPEC) headed by
Norodom Sihanouk.

China also enters the dispute, launching a limited invasion of Vietnam in February and March
in retaliation for Vietnam's incursion into Cambodia. China is, however, primarily concerned by
the improving relations between Vietnam and the Soviet Union.
ASEAN (the Association of
Southeast Asian Nations) shares China's concerns about the spread of Soviet-backed communism
in the region. Its member nations play a key role in ensuring that the
United Nations (UN)
continues to recognise Pol Pot's Democratic Kampuchea as the legal representative of Cambodia.
The UN also withholds development aid from the KPRP government.

In August a Phnom Penh "people's revolutionary tribunal" tries Pol Pot in absentia for genocide
and sentences him to death. In December Pol Pot is replaced as prime minister of the Khmer Rouge
"government" by Khieu Samphan. Pol Pot remains as leader of the KCP and the Khmer Rouge armed forces.

It is reported that the Khmer Rouge are receiving military backing from China and the US.
It is also reported that a former deputy director of the CIA visits Pol Pot's
operational base in November 1980. During 1980 the World Food Program
supplies the Khmer Rouge with food worth US$12 million.


http://www.periclespress.com/Cambodia_Khmer.html

The UN vote in November 1979 was the culmination of a year of strange occurrences.
As Vietnamese troops entered Phnom Penh on the morning of January 7, 1979,
two helicopters took off for Thailand. Pol Pot was one of the passengers.

Pol would set up a new headquarters, Office 131, in July of 1979, at Mount Thom,
twenty miles from the Thai town of Trat.
The Thai General Chaovalit was ordered to provide protection for the headquarters.
He created Unit 838, a Thai Special Forces group. [5] Unit 838 would be assigned
to guard Pol again in 1985
, when a Vietnamese offensive overran nearly all the Khmer bases.
The pro-Western government of Thailand had already made the decision to side with Pol.
Chinese Vice-Premier Geng Biao flew to Thailand and met with Thailand's Prime Minister,
General Kriangsak, on January 15th.
Geng Biao got an agreement which would allow China
to ship aid to the Khmers Rouges through Thailand. Sino-Thai merchants in Bangkok would
also be allowed to sell arms to the Khmers. [6] The Chinese would take a more active role on
behalf of the Khmer Rouge when they invaded Vietnam in February. Publicly, Deng Xiaoping,
wanted to teach the Vietnamese a 'limited lesson.' The lesson was severe. Vietnamese casualties
included 10,000 killed, although the Chinese themselves lost 20,000 killed and wounded.

The Chinese incursion however failed to relieve pressure on the Cambodians. The Vietnamese
would order another offensive in Cambodia in March. The withdrawal of the Chinese force
from Vietnam after only a month did not end Chinese support for the Cambodian war effort.
During the next ten years, Chinese military aid to the Khmers Rouges would total a billion dollars. [7]

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-25.htm
http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=7597&user=pracha

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 07:45:12 น.

"จิ้งจอกฮุนเซน"
By pracha

กลางปี 2517(1974) พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) ยึดกรุงพนมเปญ ชักธงแดงเหมาอิสต์
ขึ้นสู่ยอดเสา ต่อมา "ไทยเกาะกง" (คนเขมรเชื้อสายไทย) ถูกเขมรแดงไล่ล่าล้างเผ่าพันธุ์
แล้วอัศวินม้าขาวก็มาถึงเกาะกง นั่นคือ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ซึ่งในเวลานั้น เป็นนายทหารปฏิบัติการลับ
"ส่วนโครงการ 315" ขึ้นตรงต่อศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) โดยอยู่ในความรับผิดชอบของ
พล.อ.ชวลิต นี่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง เตีย บันห์ นักรบไทยเกาะกง
กับ "วิชิต 315" !
หากในวันนั้น ทหารไทยหน่วย 315 เข้าไปช่วยเหลือไม่ทัน "ไทยเกาะกง"
คงสูญพันธุ์ด้วยน้ำมือเขมรแดง แต่อีก 3 ปีถัดมาประวัติศาสตร์ดันเล่นตลก

เมื่อพรรคประชาชนกัมพูชา (เขมรเฮงสัมริน) พร้อมด้วยกองทัพเวียดนามยึดพนมเปญ
ขับไล่เขมรแดงออกมาอยู่ตามป่าเขาชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยความกลัวเวียดนามขึ้นสมอง
พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกฯ สมัยนั้น จึงส่ง "ทูตลับ" ไปเมืองจีน และ
มอบภารกิจดังกล่าวให้ พล.อ.ชวลิต หัวหน้า ศปก.ทบ. ที่รับผิดชอบด้านกัมพูชา
นำคณะไปเจรจากับตัวแทนพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อหาทางช่วยเหลือ "เขมรแดง"

พร้อมกับจัดตั้งกองกำลังแนวร่วม เขมร 3 ฝ่าย (เขมรสีหนุ-เขมรซอนซาน-เขมรแดง)
ทำการสู้รบกับเขมรเฮงสัมริน ซึ่งนักรบเขมรเกาะกงก็เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพรัฐบาลใหม่
ใต้ร่มธงเวียดนาม


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Mon Apr 26, 2010 10:18 pm, ทั้งหมด 8 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 1:05 am

http://bsltaocnke.tripod.com/

This article was posted in late December 2005 antitled:
"
Bush Appointee Conspired with Pedophiles and Traffickers in Children -
US Should Recall New Ambassador to Thailand, Ralph Boyce -
Thai Government Should Protest Appointment of former Charge d'Affaires


Bush Appointee Conspired with
Pedophiles and Traffickers in Children


US should recall ambassador to Thailand, Ralph Leo ("Skip") Boyce
Thai government should have protested appointment of former Charge d'Affaires
The Bush Administration's nominee for ambassador to Thailand conspired with
pedophiles and traffickers in children while charge d'affaires at the American Embassy
in Thailand in the mid-1990's.

Ralph Leo ("Skip") Boyce, Jr., a career civil servant from Virginia who was recently
American ambassador to Indonesia
, and two American consular officials in Bangkok,
Christopher Richard and Thomas Patrick Furey, conspired with pedophiles and traffickers
in women and children to traffic prostitutes and children to Europe and the United States
and aided pedophiles and procurers in eluding the Thai police and escaping
the country a decade ago.

In one glaring example of official misconduct, in August 1995, Richard,
who was chief of the American Citizen Services section of the American Embassy
in Bangkok, conspired with pedophiles in Belgium, Thailand and United States to
defraud the Thai government and traffic a young Thai child to pedophiles in Belgium.
Richard bribed and coerced Thai welfare, police and immigration officials to withdraw
an official order to keep the child in Thailand. Thai officials had issued and enforced
the order at the request of the child's American godfather. The child's mother,
a Lao woman who worked as a bar maid, was part of a criminal gang of pedophiles,
pimps and prostitutes operating in the notorious Thai resort town of Pattaya and
in Antwerp, Belgium.


The child was procured to a pedophile and child trafficking gang in Belgium
shortly afterward. His fate is unknown. Traffickers in children, operating with Belgian
and Thai officials of local government and "non-governmental organizations"
("NGO's") and international agencies, including the Red Cross and UNICEF,
have obstructed the family's efforts to trace the child.

Boyce ignored complaints about Richard's misconduct and warnings that the child
was in peril. He ignored advice to alert the Thai government to the matter and
urge it to recover the child. Boyce passed the buck to Furey, who offered the run-around,
gave misleading information and, eventually, boasted of his complicity with the Belgian
pedophile ring in his official correspondence.

Furey, a career civil servant from Oregon, is presently "Minister-Counselor for
Consular Affairs" at the American Embassy in London.
Richard later conspired
with top Thai police officials to block an investigation of the matter.

The source of several subsequent failed assassination attempts of the child's American
godfather by the Thai police appears to have been the American Embassy in Bangkok.
Embassy personnel also planted a front-page article in one of Bangkok's two
English-language dailies to encourage the child's traffickers and assassins in the police.

The documentary evidence against Boyce, Furey and Richard is irrefutable.
Their conduct was indefensible. The State and Justice Departments have been sitting
on the evidence for nearly a decade, refusing to acknowledge its significance or
implications.
It is inconceivable that anyone but the most corrupt and perverse American
or Thai official would accept Boyce as American ambassador to Thailand.

Yet, Boyce arrived in Bangkok in early January to take up the post.
The American government has limited the diplomatic immunity of its officials abroad.
It should cancel Boyce's appointment. It should prosecute Boyce, Furey and Richard
for their immoral and reprehensible behavior.
The Thai government should declare Boyce,
Richard and Furey persona non grata and protest the nomination of Boyce as ambassador.

Lawrence Blackstone, Thailand
email: blackstonl@yahoo.com


What happened to Boyce?

January 24, 2008

Bush's nomination of Boyce as American ambassador to Thailand was confirmed by
the U. S. senate and Boyce began his three-year tour in Thailand on January 1, 2005.


Boyce's will be remembered for the acrimony that he caused, essentially by
1) refusing, as chairman, to hold FTA talks with Thailand in the open;

2) lobbying the Thai government with American alcohol and tobacco company lobbyists
to reduce the ban on advertising of alcohol and tobacco products;


3) opposing the local unlicensed reproduction of urgently needed AIDs-drugs;

4) blaming the junta for the advertising ban and unlicensed local manufacture of pharmaceuticals; and

5) refusing to express opposition to the unpopular Burmese junta.

Boyce's three-year tour ended in late December 2007.

Following his tour as ambassador, Boyce left the foreign service, early, before his scheuled retirement,
amid rumors that he was a figure in the international traffic in women and children and that he planned
to resume lobbying in Thailand for American alcohol, tobacco and pharmaceutical interests.


Boyce is reportedly living now in Singapore where he has a post as senior research
fellow at the Lee Kuan Yew Institute.


The child-trafficking case mentioned above was brougth to Boyce's attention in 1995 during
a period when Thailand was without an American ambassador. Rather than alert the Thai goverment,
h
e chose to ignore the matter and deferred to Furey and Richard in the consular section.
Boyce's secretary reported that Boyce maintained that it was a consular matter and
did not concern him.


Between Boyce's time as Chief of Mission and ambassador, there were three American ambassadors
to Thailand. Each was asked to alert the Thai government to the matter and urge the child's recovery.
They repeatedly refused. Their aides and secretaries explained that they refused to become involved,
maintained that it was a consular matter and sent the requests to the consular section.


Only one ambassador, William H. Itoh, responded, acknowledging the request, with an official letter,
in 1996. But he refused to take any action.


The next two ambassadors, Richard E. Hecklinger and Darryl N. Johnson, defered to the consuls,
Richard, who replaced Furey, and then Alice Moore and Leslie Rowe. Moore and Rowe insisted
that they could do nothing.


Hecklinger conspired with the pedophile ring and complicit American and
Thai officials in the intimidation of witnesses.


An official cover-up of the conduct of Richard and Furey was attempted by office co-workers
and State Department officials in Washington, D. C., while Itoh and Hecklinger were ambassadors.



Ralph Boyce

About Ralph Leo Boyce, Christopher Richard,
Thomas Patrick Furey and their Accomplices:


The following information is taken from various websites posted by
the Public Affairs Section, U. S. Department of State


Profile: Ralph L. "Skip" Boyce Ambassador of the U. S. to the Kingdom of Thailand

A career member of the Senior Foreign Service, Ralph Boyce was confirmed by
the U.S. Senate on June 25, 2004 and sworn in as the United States Ambassador
to Thailand on December 15, 2004.
Before this assignment, Mr. Boyce served as
Ambassador to Indonesia from October 2001 to October 2004
. Prior to that,
he was Deputy Assistant Secretary for East Asia and Pacific Affairs from August 1998
to July 2001. His area of responsibility included Southeast Asia, Australia, New Zealand,
and the Pacific Islands.
Mr. Boyce entered the Foreign Service in 1976 and was assigned
to Tehran as Staff Assistant to the Ambassador in September 1977. In September 1979
he was posted as Commercial Attache in Tunis. In September 1981, he was assigned to
Islamabad as Financial Economist.
From July 1984 to August 1988, Mr. Boyce served in
the State Department, first as Special Assistant and then as Advisor to the Deputy Secretary
of State, responsible for the foreign affairs budget. In August 1988, he was assigned to
Bangkok, Thailand, as Political Counselor, where he served until August 1992,
when he was transferred to Singapore as Deputy Chief of Mission. From June 1993
until September 1994, Mr. Boyce was Charge d'Affaires, a.i., in Singapore during
the absence of an Ambassador. In October 1994, he returned to Bangkok as
Deputy Chief of Mission, where he served until August 1998.

Mr. Boyce was born February 1, 1952, in Washington, D.C. He obtained a B.A.
from George Washington University in 1974 and an M.P.A. from Princeton University
in 1976. He speaks Persian, French, and Thai.
He is married to the former Kathryn Sligh.
They have two children.


See also: http://www.nndb.com/people/939/000127558/ ;
or http://bsltaocnke.tripod.com/ralphboycebio/


Ralph Leo ("Skip') Boyce, jr., Charge d'Affaires, American Embassy, Bangkok, Thailand, 1995

Boyce treated Thailand like a Banana Republic
A Comment from Frank Rolf, Thailandf, January 15, 2008:

At last, after three long, unpleasant years, Thailand is free of a big nuisance.
Ralph Leo ("Skip") Boyce Junior's tour as American Ambassador to Thailand
ended with the old year.


Before he was ambassador, Boyce, as Chief of Mission in Bangkok in
the mid-1990s, conspired with
Central Intelligence Agency
operatives at
the embassy in an international pedophile and prostitution ring.


Later,
Boyce, as ambassador, pressured the Thai government to remove or
reduce bans on advertising of alcohol and tobacco products.

Boyce tried also to get the Thai government to stop the local production of
desperately needed American AIDs drugs without license.

When Boyce failed, he blamed the Thai junta and lack of democracy in the country.

While Washington, D. C., condemned the oppressive Burmese military dictatorship,
Boyce, alone among foreign envoys in Thailand, refused to criticize the Burmese generals;
instead he ducked questions, gave meaningless answers and deferred lamely to
the Thai government, which backed the Burmese dictatorship, as if he were in the pay of
the Burmese generals or expected his next posting to be Burma.

(Now, he is planting more meaningless remarks about Burma in U.S.-funded
overseas press orgs, as if he thought he could fool anyone.)

Thailand should declare Boyce persona non grata. Otherwise, he will return
as a lobbyist for Phillip Morris or Abbott Labs.

At least, now that Boyce is gone, we won't have his cornball jazz band concerts,
which, by the way, were paid for with State Department funds.

------------------------------------

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t721-25.htm
eye in the sky พิมพ์ว่า:http://www.thairath.co.th/column/life/people/71395

เกี่ยวกับ "ทักษิณ" สั่งการทางโทรศัพท์จากนอกประเทศ ให้ ก่อวินาศกรรมในประเทศไทย
จากการ ดักฟังโทรศัพท์ "ทักษิณ" ของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ แนะม็อบเสื้อแดง
ได้เดินทางไปกดดัน สถานทูตอเมริกา ที่ถนนวิทยุ ให้แถลงชี้แจงนั้น............

มิเชล เทอร์เนอร์ โฆษกประจำสถานทูตสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ
แต่ไม่มีข้อความใดกล่าวถึงกรณีกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง เรียกร้อง เรียกว่า
ไม่รับ และไม่ปฏิเสธ กรณีแทปโทรศัพท์ "ทักษิณ"
สั่งก่อวินาศกรรม ว่างั้นเถอะ............


เรื่องนี้ มีข้อสังเกตจาก นักการทูต การไม่ปฏิเสธ
ถือเป็นน้ำหนัก "พยักหน้า" ไม่ใช่ "ส่ายหน้า"............

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับ
หน่วยแทปโทรศัพท์ของสหรัฐฯ โซนเอเชีย ซึ่งมีศูนย์ใหญ่อยู่ที่ ฟิลิปปินส์
ยืนยันมีการแทปโทรศัพท์ "ทักษิณ" และพบว่า มีการสั่งการให้
ก่อวินาศกรรมในประเทศไทยและหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ
ได้แจ้งรัฐบาลไทย พร้อมแจ้ง ฝ่ายทหารด้วย............


หน่วยดักฟังหรือหน่วยควบคุมการสื่อสารทั่วโลกของสหรัฐฯ มีชื่อว่า MSA
ซึ่งมีกระจายไปทั่วโลก นอกจากนี้ หน่วยข่าวกรอง ของ เยอรมนี ก็มีการเปิดเผยว่า
ติดตามความเคลื่อนไหว "ทักษิณ" อยู่เช่นกัน ลักษณะร่วมกับสหรัฐฯ โดยเยอรมนี
สันทันในย่านยุโรปตะวันออก ซึ่งมอนเตเนโกร ที่ "ทักษิณ" ไปอยู่นั้นเป็นรัฐเล็กๆ
ที่แยกออกมาจาก ยูโกสลาเวีย ยุโรปตะวันออกนั่นเอง............

ยิ่งกว่านั้น ในบทความของ นิวยอร์กไทม์ ยังมีใจความทำนองว่า
สหรัฐฯ กำลังพิจารณา ขึ้นบัญชีดำ "ทักษิณ" เพิ่มเข้าไปในฐานะ
ผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ
ซึ่งมีอยู่เป็นร้อยในบัญชีปัจจุบัน รวมทั้ง บินลาเดน ด้วย
ข่าวนี้จริงหรือไม่จริงกาลเวลาจะให้คำตอบ............



ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย กระสุนทอง
  • 19 มีนาคม 2553, 05:00 น.

The Truth About Bali Bombings Part 1



Added: December 07, 2007
Part One + Two: Que Bono. Who Benefited? The Bali Bombings were a direct
US-Israeli response to the growing Peace marches and Anti War Movement
in Australia that was ballooning at an alarming rate after 9-11 and
after Bush announced he was waging illegal invasions. It also very
quickly secured Indonesia's and Australia's subservience to the US and
cemented involvement in the US led War on Terror, and subsequent
illegal invasions of Iraq and Afghanistan. It made it much easier and
possible for ex Prime Minister John Winston Howard to introduce new
Anti-Terror laws being pushed by his Zionist handlers within Australia.









Exposing the Australian government's lies about the East Timor massacres,
the coverup of the Bali bombings and finally the subsequent
anti-terror laws forced through parliament.

Fool Me Twice 1/20 - Official Release (2002 Bali Bombings/East Timor massacres)



December 15, 2007


Exposing the Australian government's lies about the East Timor massacres, the
cover-up of the Bali bombings (including '93 WTC attack) and subsequent
anti-terror legislation forced through parliament.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 2:59 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t671-25.htm

http://jta.org/cgi-bin/iowa/news/article/20080108hezbollahrockets.html
http://www.worldnetdaily.com/news/article.asp?ARTICLE_ID=29959

Hezbollah has friend close to White House
Terrorist allies of al-Qaida supported by billionaire booster of Bush, Powell

Posted: December 12, 2002
1:00 a.m. Eastern

By Joseph Farah
© 2002 WorldNetDaily.com


  • Hezbollah, the Iranian-backed Shi'ite jihadist group based in Lebanon, is on the
    U.S. State Department list of international terrorist organizations.

  • Just yesterday, Canada officially added Hezbollah to its list of 14
    terrorist groups banned from operating in the country.

  • According to intelligence experts, Hezbollah maintains an operational alliance
    with Osama bin Laden's al-Qaida terror network.

  • Hezbollah remains the prime suspect in the truck bombing of the Marine barracks
    in Lebanon in 1983 – a terrorist attack that killed 243.

  • Immediately after the Sept. 11 attacks on the United States, Hezbollah's Al Manar Television
    celebrated the events by replaying footage of the Sabra and Shatilla
    refugee camps in 1982 along with inflammatory speeches by the group's
    leader, Hasan Nasrallah, warning America's day of judgment would come.






May 2003
life in Gaza is a constant gauntlet of Israeli sniper fire, military rockets and
army bulldozers. No one is safe. In light of the escalating tensions,
we're bringing back one our most moving documentaries,
a hard-hitting expose of life in the Occupied territories.
We speak to the children caught in the crossfire and find out
the true cost of Israel's targeted assassinations policy.



Yet, a man with close financial and personal ties to the Bush administration
continues to use his influence to push for the dropping of Hezbollah from the terrorist list
and calls the group "a resistance party fighting the Israeli occupation."


That man in the middle is Issam Fares, deputy prime minister of Lebanon,
a self-made billionaire and a close associate of Maj. General Ghazi Kanaan,
head of Syrian intelligence in Lebanon and the man known as the "kingmaker" in
a small country dominated by Syria's occupying military forces.




Issam Fares
"It is a mistake to make a comparison between the al-Qaida network ...
and Hezbollah," Fares told Agence France-Presse last year.
"Hezbollah did not carry out any resistance operation against American interests in
Lebanon or abroad and did not target civilians in its resistance activities
as happened on Sept. 11 at the World Trade Center."

Fares, through his son, Nijad, a permanent resident alien of the U.S.,
and his U.S.-based businesses, has contributed heavily to the senatorial campaigns
of now Department of Energy Secretary Spencer Abraham. The family also contributed
$100,000 to the Bush inaugural. And Fares sponsored a speech by Secretary of State
Colin Powell at Tufts University for a reported $59,000.

Fares oversees a worldwide, diversified conglomerate of oil, real estate
and media interests. In 2000, he became deputy prime minister of Lebanon.

The family's main U.S. business holding is the Houston-based Wedge Group,
a big player in the oil services industry headed by William White, the former No. 2
official at the Energy Department during the Clinton administration.

...
Related stories:
Iran continues to train, arm Hezbollah
Hezbollah preparing chemical weapons?
Syria helps Iran arm Hezbollah

att พิมพ์ว่า:
Immediately after the Sept. 11 attacks on the United States,
Hezbollah's Al Manar Television
celebrated the events by replaying footage of the Sabra
and Shatilla refugee camps in 1982
along with inflammatory speeches by the group's leader,
Hasan Nasrallah, warning America's day of judgment would come.



http://islamicrevolutionservice.wordpress.com/category/sabrashatila/

http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=1172

'ไทยคม'พลาดปล่อยให้เครือข่ายก่อการร้ายระดับโลก เช่าสัญญาณ อ้างเพิ่งทราบก่อนยกเลิก

ผู้เชี่ยวชาญอเมริกันอ้างผ่านเว็บไซต์ ดาวเทียมไทยคมให้ทีวี 'อัล มานาร์'
เครือข่ายก่อการร้ายระดับโลก
ถ่ายทอดข่าวสารถึงสมาชิกขบวนการทั่วเอเชีย ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง
ทั้งหาเงินทุน จี้รัฐบาลสหรัฐเรียกร้อง'รบ.ไทย'กับ'ชินคอร์ป'ยุติส่งสัญญาณ 'ชิน แซทเทลไลท์'
รับเดิมให้เช่าจริง แค่ทำธุรกิจ 1 เดือน ไม่เกี่ยวการเมือง สั่งยกเลิกบริการแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแอนดรูว์ ค็อคแรน ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายชาวอเมริกัน
เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 มกราคม ในเว็บไซต์เพื่อการต่อต้านการก่อการร้ายที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนร่วมกันจัดทำ
ขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคมนี้ ระบุว่า ไทยคม กิจการดาวเทียมเพื่อการสื่อสารในสัมปทานของรัฐ
ภายใต้การดำเนินการของบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิเกชั่น ซึ่งเปลี่ยนชื่อจดทะเบียน
เป็นชินคอร์ปอเรชั่น (ชินคอร์ป) ในเวลาต่อมา เป็นผู้ดำเนินการถ่ายทอดสัญญาณของ
สถานีโทรทัศน์อัล มานาร์ ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ที่อยู่ในเครือข่ายก่อการร้ายระดับโลก
ของทางการสหรัฐอเมริกา เพราะเชื่อว่าสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นทั้งหน้าฉาก แหล่งแสวงหาเงินทุน
และช่องทางเผยแพร่ข่าวสารของขบวนการก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์ ในเลบานอน


รายงานข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข่าวของสำนักข่าวมีเดีย ไลน์ ของอิสราเอลที่ตีพิมพ์
ในหนังสือพิมพ์เยรูซาเล็มโพสต์ เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งเดียวกันคือ
ศูนย์ข่าวกรองและข้อมูลของการก่อการร้าย (ไอทีไอซี) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเฮิร์ซลียา ประเทศอิสราเอล
โดย ดร.รูฟเว่น เออร์ลิค ประธานไอทีไอซีระบุว่า ไทยคม ถ่ายทอดสัญญาณสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคพื้นยุโรป
และระบุว่าไทยคมกลายเป็นช่องทางเดียวที่ทำให้อัล มานาร์ สามารถเล็ดลอดการปิดกั้นจากทั่วโลกได้
เพราะก่อนหน้านี้ดาวเทียมอื่นๆ ได้ยุติการถ่ายทอดสัญญาณให้กับอัล มานาร์มานานแล้ว


ด้าน มีเดีย ไลน์อ้างว่าได้สอบถามไปยังบริษัทแล้วได้รับคำตอบว่าจะมีการให้คำตอบเรื่องนี้
อย่างเป็นทางการในสุดสัปดาห์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในบริษัทบอกกับมีเดีย ไลน์ว่า
การตัดสินใจที่จะถ่ายทอดสัญญาณเพื่อการกระจายเสียงให้กับอัล มานาร์นั้นเป็นการตัดสินใจในเชิงธุรกิจ
แต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องกับการเมืองแต่อย่างใด และกล่าวด้วยว่า ทางไทยคมเห็นว่ารายการต่างๆ
ของอัล มานาร์ ถือเป็นข่าวสารและความบันเทิงเท่านั้น
ดร. เออร์ลิคกล่าวว่า อัล มานาร์
ถือเป็นเครื่องมือในการสื่อสารหลักของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ออกอากาศเนื้อหาที่ยั่วยุ ปลุกเร้าให้ต่อต้านอิสราเอล
และต่อต้านอเมริกัน พร้อมๆ กับเผยแพร่ค่านิยมที่เป็นแนวทางรุนแรงทางศาสนาของเฮซบอลเลาะห์

และการที่ไทยคมทำให้อัล มานาร์ออกอากาศได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ประชาชนในอินโดนีเซียและมาเลเซีย
2 ชาติมุสลิมสามารถได้รับข่าวสารดังกล่าวได้
มี เดีย ไลน์ระบุว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา
ตัดสินเมื่อเดือนธันวาคม 2547 ให้อัล มานาร์เป็นหนึ่งในองค์กรเพื่อการก่อการร้าย และนับตั้งแต่บัดนั้น ดาวเทียมในภาคพื้นยุโรป
อาทิ ฮิสปาแซทและยูทีแซท ได้ยุติการถ่ายทอดสัญญาณเพื่อการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้
ยังคงหลงเหลือเพียงไนล์แซท ดาวเทียมของอียิปต์ที่ครอบคลุมพื้นที่ในตะวันออกกลาง แอฟริกาและไม่กี่ประเทศ
ทางใต้ของยุโรป กับอาหรับแซท ดาวเทียมของกลุ่มประเทศอาหรับซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใกล้เคียงกัน

นาย ค็อคแรนยังระบุว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549 กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา
ได้ประกาศให้สถานีโทรทัศน์แห่งนี้พร้อมทั้งบริษัท เลบานีส มีเดีย กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ให้อยู่ในบัญชีขององค์กร
และบริษัทเพื่อการก่อการร้าย
ขณะ ที่นายเลวีย์ ปลัดกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา
ระบุเหตุผลไว้ในประกาศว่า พนักงานของอัล มานาร์ทำหน้าที่เป็นเหมือนหน่วยสอดแนมล่วงหน้า
เพื่อการปฏิบัติการก่อการร้าย ของเฮซบอลเลาะห์ โดยอาศัยคราบของพนักงาน นอกจากนั้น
อัล มานาร์ยังหาทุนให้กับเฮซบอลเลาะห์โดยการโฆษณาทั้งในโทรทัศน์และผ่านเว็บไซต์
เรียกร้องให้บริจาคเงินเพื่อการดังกล่าว นอกจากนั้นยังสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายของปาเลสไตน์อื่นๆ อาทิ
ยักย้ายถ่ายเทเงินทุนนับแสนดอลลาร์ให้กับ ปาเลสไตน์ อิสลามิก จิฮัด (พีไอเจ) และกองทัพพลีชีพอัล อัคซา อีกด้วย


นาย ค็อคแรน ยังเรียกร้องให้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐให้ความสำคัญกับการดำเนินการเพื่อการยุติ
การถ่ายทอดสัญญาณดังกล่าวของดาวเทียมไทยคม และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและบริษัท ชินคอร์ป ตระหนักว่า
การปล่อยให้ไทยคมดำเนินการเช่นนี้ต่อไปอาจส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์ อีกเป็นจำนวนมากต้องเสียชีวิตลงเพราะการก่อการร้าย
ที่ไม่อาจยอมรับได้
ขณะ ที่แหล่งข่าวจากบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวยอมรับว่า
สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวได้ขอเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมเพื่อเผยแพร่ ข้อมูลจริง ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการ
ตามกระบวนการทางธุรกิจ คือเปิดให้ทดลองส่งสัญญาณก่อน แต่ในระหว่างที่ได้มีการทดสอบกันอยู่ไม่ถึง 1 เดือน
ทางบริษัทได้มีการตรวจสอบและพบว่าเป็นการเช่าใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของกลุ่มก่อการร้าย
ขณะเดียวกันได้รับการสอบถามและแจ้งข้อมูลให้ทราบจากสำนักข่าวต่างประเทศ ทางบริษัทจึงได้สั่งระงับการทดสอบ
ส่งสัญญาณไปแล้วเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา

'ตอน แรกบริษัทไม่รู้ว่าเป็นการขอเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมเพื่อเผยแพร่ข้อมูลของกลุ่มก่อการร้าย
รู้เพียงว่ามีลูกค้ารายหนึ่งจากต่างประเทศมาขอเช่าใช้บริการ ซึ่งก็ได้ทำตามขั้นตอน คือให้ทดสอบส่งสัญญาณก่อน
แต่ในระหว่างนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็มีการตรวจสอบเนื้อหาที่นำไปเผยแพร่ด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่รู้ได้อย่างไรว่า
เป็นข้อมูลของกลุ่มก่อการร้าย แต่ในที่สุดก็ได้ยกเลิกการให้บริการไป'
แหล่งข่าวกล่าว


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.oknation.net/blog/sigree/2009/12/10/entry-1

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม 2552

ภาพ**ทักษิณ**ไปเยี่ยม ปธน.เลบานอน .........กับอนาคต



ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไทย โชว์ภาพถ่ายคู่กับ H.E. Mr. Michel Suleiman ประธานาธิบดีเลบานอน
ที่ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ผ่านเว็บล็อกส่วนตัว โดยระบุว่าถ่ายเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม
ที่ผ่านมานสพ มติชน ประจำวันที่ 9 ธค. 2552 เลบานอน ถือเป็นประเทศรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ที่ค่อนข้างยากจนจากภัยสงครามที่ยาวนาน และยังเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งระหว่างคริส์ตและอิสลาม
ในระยะหลังทักษิณมักเลือกไปเยือนประเทศที่มีสภาพสังคนที่ไม่มั่นคงอาทิกลุ่มประเทศอดีตรัสเซีย
และเลบานอนซึ่งประเทศพวกนี้มีความชัดเจนมากว่า...........ต้องการเงินที่น่าสังเกตคือประเทศพวกนี้
จะอยู่ใกล้หรือติดต่อกับยุโรปเสมอ จึงชัดเจนในที่หมายใหม่เขา จะเป็นประเทศในแทบอดีตรัสเซีย

หรือประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตอนนี้เขาเยือน เลบานอนแต่ ด้วยความวุ่นวายภายในประเทศ
จึงเชื่อได้ว่าที่นี้จะไม่ใช่ที่หมายเขาเชื่อว่าครั้งหน้าอาจจะเป็น มอรอคโค หนึ่งในประเทศแทบเมดิเตอร์เรเนียน
ใกล้ยุโรปแหล่งการเงิน ไปมาง่ายประเทศที่เหมือนดูไบทุกประการ เว้นแต่ความร่ำรวย

http://www.voicetv.co.th/content/5980/%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99



http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/8580

วันก่อนก็ไปรัสเซีย รูปยังอยู่เลยสวยดี อกแม่งจะแตกมั้ยเนี่ย

เรียกทูตกลับบ้านให้หมด หนูมาร์คจะไม่คบมันแล้ว กษิตไปไหนวะรับบัญชา

รูปทักษิณในรัสเซีย


http://uddtoday.ning.com/group/welovethaksin

เดินทางไปเจรจาธุรกิจที่กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน



เดินทางไปกรุงริยาด และนครเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอารเบีย

เดินทางไปกรุงริยาด และนครเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอารเบีย ระหว่างวันที่ 10 - 12 เมษายน 2553
ตามคำเชิญของเจ้าชายแห่งซาอุดิอารเบีย เพื่อไปให้คำปรึกษา โครงการสร้างเมืองใหม่ 2 โครงการ
ที่มีข่าวลือว่าผมเจ็บป่วยไม่สบายนั้น จึงไม่เป็นความจริง จะเห็นได้ว่ามีการใส่ร้ายและปล่อยข่าว
ให้ผมเสียหายอยู่ตลอดวันที่: 13 เม.ย. 2553









ประเทศฟิจิ

ช่วงนี้ผมต้องเดินทางไปหลายประเทศ ทำให้ที่มีข่าวลือว่าผมป่วยหนัก
หรือเสียชีวิตแล้วนั้น ไม่เป็นความจริงครับ ผมขอส่งรูปถ่ายเพื่อเป็นการยืนยัน
ว่าผมสบายดี ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ให้ความห่วงใยผมครับตำแหน่ง:
ประเทศฟิจิ
วันที่: 25 เม.ย. 2553





http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1272209309&grpid=&catid=
วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 07:35:08 น.
มติชนออนไลน์

สมาชิกเฟซบุ๊คจับพิรุธ"แม้ว" ตัดแปะรูปไม่เนียน
หลังโชว์รูปปัดข่าวลือตายแล้ว บอกต้องเดินทางหลายปท.


เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 25 เม.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความ
ลงในเฟซบุ๊คของตัวเอง (http://www.facebook.com/thaksinlives) ว่า "ช่วงนี้ผมต้องเดินทาง
ไปหลายประเทศ ทำให้ที่มีข่าวลือว่าผมป่วยหนัก หรือเสียชีวิตแล้วนั้น ไม่เป็นความจริงครับ
ผมขอส่งรูปถ่ายเพื่อเป็นการยืนยันว่าผมสบายดี ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ให้ความห่วงใยผมครับ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ดังกล่าว ได้มีการโพสต์รูปในชื่ออัลบั้ม"25 April 2010" เป็นรูป
พ.ต.ท.ทักษิณ ถ่ายรูปเดี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศ เช่น ริมทะเล และหน้าศาสนสถาน
โดยมีตัวเลขกำกับวันเวลาถ่ายตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. ถึงวันที่ 25 เม.ย.

อย่างไรก็ตาม ได้มีบางคนโพสต์ข้อความวิจารณ์บางรูปว่า อาจเป็นการตัดต่อภาพและ
ไม่มีความสมจริง ขณะที่อีกกลุ่มโพสต์ข้อความให้กำลังใจและขอให้มีสุขภาพแข็งแรง


att พิมพ์ว่า:
พีพี พิมพ์ว่า:ท่าน att หมายถึง เขาอาจก่อวินาศกรรมในไทย เพื่อ หาเหตุให้ UN เข้ามาเหรอคะ? Shocked

..งั้นไฟใต้ นี่ คนก่อการร้ายมันได้ทุนจาก US หรือ ทุนจากซาอุ กันแน่ หนูสงสัยมาก Suspect
(ถ้าออกนอกเรื่องไปหน่อย ต้องขออภัย)

ลองกดลิงค์อ่านกระทู้นี้ดูจ้า

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm

อเมริกา กับ ซาอุฯ ก็อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า elite group เหมือนกัน
เพราะเขามีผลประโยชน์ร่วมกันแยกกันไม่ออก เหมือนกองทัพไทยไง?
ที่ยังไงๆ ก็ต้องทำตามคำแนะนำของอเมริกาเสมอ ปฏิเสธได้ยาก
(ไม่ใช่ประชาชนของอเมริกาทั้งหมด แต่หมายถึงกลุ่มองค์กรลับที่ควบคุมทิศทางโลก)




http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=541&forum=6&page=14&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm
March 12, 2007 -- Although the Bush administration quietly backed last year's military coup in Thailand,
which overthrew Prime Minister Thaksin Shinawatra while he was on a trip to New York, the Thai military junta
has turned off a key drug and endangered wildlife supply route through Thailand upon which Bush's
"haves and have mores" depend. Using the cover of the Laos "Missing in Action" program,
the U.S. military and covert operatives had been using the airbase at Udorn, Thailand to ship endangered species,
particularly reptiles, and drugs from Laos to Travis Air Force Base outside of Oakland, California.
The Thai military government has now shut down this supply route.
That decision has forced the U.S. covert operators to ship their ill-gotten booty down the Mekong River from Laos,
through Phnom Penh, and then on to Sihanoukville.

The shut down of the Udorn route has also increased the importance of an overland smuggling route
from Myanmar's Indian Ocean coast to Trat, Thailand (a major smuggling center) to Cambodian waters
for shipment abroad,




http://www.terrorism-illuminati.com/book/dollarsforterror.html

Dollars for Terror

Houston, Texas

In 1999, the French Parliament commissioned an extensive and thorough investigation
of global money-laundering. After publishing reports on Liechtenstein, Monaco and Switzerland,
it also produced a report titled, The City of London, Gibraltar and the Crown Dependencies:
Offshore Centers and Havens for Dirty Money, part of which was an addendum titled,
The Economic Environment of Osama bin Laden. The report concluded that up to forty British banks,
companies and individuals were associated with bin Laden’s network, including organizations in London,
Oxford, Cheltenham, Cambridge and Leeds.[1]
In introducing the report, Arnaud Montebourg, a French Member of Parliament concluded,
“Tony Blair, and his government, preaches around the world against terrorism.
He would be well advised to preach to his own bankers and oblige them to go after dirty money...
Even the Swiss co-operate more than the English.”[2]



Bush and Crown Prince Adbullah of Sauid Arabia
http://atcloud.com/stories/15172
http://atcloud.com/stories/14250
http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=2522.msg23311;topicseen
อภิมหาคาร์บอมบ์ ระเบิด 1 ตัน แถม 1 ศพ

อานุภาพความรุนแรงระเบิดคาร์บอมบ์ลอบสังหารนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ ระบุว่า...รุนแรงเป็นอันดับสอง

อันดับหนึ่ง ครั้งใหญ่ที่สุด...รุนแรงที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2537

ข้อมูลจากแฟ้มข่าว ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ บันทึกว่า สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุพบระเบิดบรรจุอยู่ในแท็งก์น้ำเหล็ก
บนกระบะหลังรถบรรทุก 6 ล้อยี่ห้อ อีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน 71-7888 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนนวิทยุ
ติดกับรั้วสวนลุมพินี ตรงข้าม สน.ลุมพินี

แท็งก์น้ำมีขนาด 120 เซนติเมตร คูณ 120 เซนติเมตร...บรรจุปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตคลุกน้ำมันโซล่า
ไว้แน่นแท็งก์ ท้ายรถกระบะมีกระป๋องน้ำมันโซล่า 4 แกลลอน ใช้ไปแล้ว 2 แกลลอน

เมื่อเจ้าหน้าที่สรรพาวุธ ตักแอมโมเนียมไนเตรตออก พบวัตถุระเบิดชนิดซีโฟร์บรรจุในขวดน้ำอัดลม
ขนาด 2 ลิตร ขนาด 2 ปอนด์ จำนวน 2 ลูก ภายในมีเชื้อปะทุไฟฟ้า 10 ดอก และยังพบดินระเบิดซีโฟร์
ขนาด 1 ส่วน 4 ปอนด์อีก 5 ลูก มีเชื้อปะทุภายในรวม 6 ดอก

หลักฐานสะดุดใจ...สำคัญ คือการพบศพ...นายชม ทิหล้า อายุ 43 ปี คนขับรถของ
บริษัทธรรมวุฒิการขนส่ง จำกัด ซึ่งถูกห่อด้วยผ้าพลาสติก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 4-5 วัน

สถาบันนิติเวชวิทยา กรมตำรวจ ชันสูตรศพพบว่า รอบบริเวณลำคอมีรอยเป็นแนวคล้ายถูกบีบอย่างแรง
ศีรษะบวมมีเลือดคั่ง กระดูกกล่องเสียงหัก

สันนิษฐานว่า...ตายเพราะขาดอากาศหายใจเนื่องจากถูกรัดคอ

จ.ส.ต.สมเกียรติ นาคอ่อน เจ้าหน้าที่ตรวจงานเก็บกู้วัตถุระเบิด กก.3 กองสรรพาวุธ กรมตำรวจ
บอกว่า ระเบิดแสวงเครื่องที่พบ พร้อมจะระเบิดทุกเวลา หากมีใครมาเคลื่อนที่หรือแตะต้องฟิวส์
ที่ต่อเชื่อมกับแบตเตอรี่

เมื่อกลไกแรกทำงาน...แอมโมเนียมไนเตรตที่ผสมกับน้ำมันโซล่า น้ำหนัก 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม
ก็กลายเป็นดินระเบิดเพิ่มแรงดันอีกเท่าตัว

ระเบิดชุดนี้ ถือเป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยเห็นมา

ในช่วงที่พบระเบิดครั้งแรก ผู้เชี่ยวชาญระเบิดบอกว่า อำนาจการทำลายสูง สามารถพังตึกได้ทั้งหลัง รัศมีการทำลาย ไกลถึง 1-2 กิโลเมตร

การสอบสวน...วันที่ 8 มีนาคม 2537 มีชายลักษณะเป็นชาวตะวันออกกลาง พูดไทยได้น้อยมาก
รูปร่างอ้วน ผิวดำ สูงประมาณ 178 เซนติเมตร อายุประมาณ 30 ปี มาขอเช่ารถกับนายถวิล ปวรัตน์วิจิตร
เจ้าของบริษัทธรรมวุฒิการขนส่ง จำกัด บอกว่าจะขนสินค้าไปเชียงใหม่ ตกลงกันในอัตรา
ค่าจ้าง 12,000 บาท มัดจำไว้ 500 บาท

ปริศนา...ทำไมรถบรรทุกระเบิด...จึงไปจอดนิ่งอยู่ หน้า สน.ลุมพินี เริ่มถูกคลี่คลาย ตำรวจสอบพบว่า
วันที่ 11 มีนาคม 2537 รถบรรทุกคันระเบิด ให้บังเอิญไปชนกับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ทีแซดอาร์ สีแดง
ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่หน้าห้างชิดลม

บุญเสริม แสนดี เจ้าของมอเตอร์ไซค์ ให้การว่า ชายลักษณะเป็นชาวอาหรับพูดไทยไม่ชัด
ลงมาจากรถบรรทุก ควักเงินดอลลาร์ยื่นให้

ข้อสะดุดใจ ยื่นเงินให้แล้ว แทนที่จะขับรถต่อไป กลับทิ้งรถ แล้วหายตัวไป

บุญเสริมจึงต้องแจ้งความ...ตำรวจก็มา นำรถไปจอดไว้ริมถนนวิทยุ และก็จอดอยู่อย่างนั้น 7 วัน 7 คืน

จนเมื่อเจ้าของรถบรรทุกนำเอกสารมาติดต่อรับรถคืน...จึงพบระเบิด

จุดที่จอดรถ ทิศทางที่คาดว่ารถบรรทุกระเบิดมุ่งหน้าเข้าหา เชื่อกันว่า เป็นสถานทูตสำคัญแห่งใดแห่งหนึ่ง
ไม่กี่วันต่อมา เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง มอสสาด จากอิสราเอล...เดินทางไปดู
และเชื่อว่า เป้าหมายรถบรรทุกระเบิดอยู่ที่สถานทูตอิสราเอล


ผู้เชี่ยวชาญจากอิสราเอล ประเมินรัศมีทำลาย รถบรรทุกระเบิดว่า ไม่น่าจะระเบิดได้แค่ 1-2 กิโลเมตร
ระเบิดขนาดนี้จะมีรัศมีการทำลายล้างไกลไปถึง 7 กิโลเมตร

ผู้เชี่ยวชาญระเบิดฝ่ายไทยบอกว่าอานุภาพของระเบิดแบบนี้ ตึกไม่ว่าจะกี่ชั้นก็ถล่มได้
ถ้าอยู่ในที่โล่งอานุภาพก็จะลดลง

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า สารแอมโมเนียมไนเตรตที่พบ และระเบิดซีโฟร์ เป็นประจุเพื่อทำลายล้าง
หากมีปุ๋ยกับเชื้อปะทุอย่างเดียว อาจทำให้อำนาจการทำลายล้างไม่สมบูรณ์

แอมโมเนียมไนเตรต ผสมน้ำมันโซล่าหรือเบนซิน เมื่อต่อเข้ากับเชื้อปะทุไฟฟ้าและระเบิดซีโฟร์
จะเป็นระเบิดที่มีชื่อเรียกว่า เอเอ็นเอฟโอ มีลักษณะเป็นดินพลาสติกคล้ายดินน้ำมัน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น

ปั้นเป็นรูปร่างอะไรก็ได้ การนำเข้าก็ทำได้ง่าย

เชื้อปะทุ...ส่วนมากใช้ในราชการทหาร ดูจากลักษณะการติดเชื้อปะทุไฟฟ้า และซีโฟร์ไว้หลายจุด
เมื่อกดสวิตช์ ทุกตัวจะทำงานพร้อมกันหมด ตัวไหนพลาดก็มีอีกตัวสำรองไว้

แน่นอน...ผู้ที่ทำระเบิด เป็นผู้ที่มีความชำนาญทางวัตถุระเบิดสูง

การใช้รถบรรทุกระเบิด ก่อวินาศกรรม มีอยู่ 2 แบบ อาจนำไปจอดทิ้งไว้ที่เป้าหมาย
เพื่อให้คนภายนอกไปกดสวิตช์เปิดจึงเกิดระเบิด หรือการขับรถพุ่งเข้าชน แต่วิธีนี้
ตัวคนขับก็ต้องตายไปด้วย

ความรุนแรงระเบิดหนนี้ เทียบกับเหตุระเบิดที่สถานกงสุลอิรักท้องที่ สน.จักรวรรดิ
เมื่อปี 2525 ครั้งนั้นใช้ระเบิดเพียง 10 กิโลกรัม ระเบิดตึก 3 คูหา


ครั้งนี้...ใช้ระเบิดถึง 1,000 กิโลกรัม...รัศมีทำลายจะขนาดไหน

เป้าหมายหลักของผู้ก่อวินาศกรรม ชุดสืบสวนมั่นใจว่า...คือ สถานทูตอิสราเอล
เป้าหมายรอง คือ สถานทูตอเมริกา


เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นความร่วมมือระหว่างขบวนการก่อการร้ายสากล กับขบวนการหัวรุนแรงภาคใต้
และขบวนการตามแนวชายแดน

เหตุระทึกใจ ผ่านไปเกือบสิ้นเดือนมีนาคม ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศไม่ระบุประเทศไหน
ประเมินอานุภาพระเบิด 1 ตัน ว่า ปุ๋ยที่พบในแท็งก์น้ำ ที่เข้าใจกันว่า เป็นปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรต
ที่จริงแล้วเป็นปุ๋ยยูเรียธรรมดา

หากเป็นปุ๋ยยูเรียธรรมดา อำนาจการทำลายก็จะน้อยมาก...อาจทำให้เสียงดังแท็งก์น้ำระเบิด
และรัศมีการทำลายก็น้อยกว่า ไม่น่าจะใช่ 1 กิโลเมตร หรือ 7 กิโลเมตร


ข้อมูลข่าวรถบรรทุกระเบิดชุดนี้ ชี้ว่า รัศมีการทำลายของระเบิดแต่ละชุด ไม่ใช่ประเด็น
ที่จะพูดกันง่ายๆ ไกลไปเท่านั้นเท่านี้

http://www.thaiarmedforce.com/forum/viewtopic.php?f=13&t=223
http://www.sk-local.go.th/modules/news/index.php?mode=detail&id=317

อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังเปรียบเทียบให้เห็นถึง
การระเบิดครั้งใหญ่ๆ ที่ผ่านมาในอดีตว่า เมื่อปี 2536 มีการใช้ระเบิดขนาดใหญ่
ในรถบรรทุก 6 ล้อ บรรจุในแท็งค์น้ำ มีส่วนประกอบของปุ๋ยผสมแอมโมเนียไนเตรท
ผสมกับทีเอ็นที เพื่อทำให้ระเบิดมีพลังมากขึ้น
โดยขณะนั้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับ
กลุ่ม
"เฮซบอลเลาะห์"ที่เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเลบานอน ครั้งนั้น
ฝ่ายความมั่นคงประมาณว่า
รถบรรทุกคันดังกล่าวได้บรรทุกระเบิด
น้ำหนัก 2 ตัน มีรัศมีทำลายล้างประมาณ 1 กิโลเม

ถ้านำมาเปรียบเทียบกับระยะรัศมีทำลายล้างที่เจ้าหน้าที่ได้กล่าวอ้างมาในวันที่ 24 สิงหาคมนั้น
คงไม่เหมือนกัน เนื่องจากน้ำหนักระเบิดที่จับได้มีเพียง 67 กิโลกรัม แต่ครั้งนั้นเกือบสองตัน
ตนอยากจะนำภาพเหตุการณ์ระเบิดที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2546
มาเปรียบเทียบให้ดู เนื่องจากในครั้งนั้นมีการใช้สารประกอบถึง 300 กิโลกรัม ทำให้อานุภาพ
การทำลายล้างกินบริเวณกว้างที่สำคัญการบรรทุกระเบิดต้องใช้รถขนาดใหญ่ 2 ถึง 3 คัน
ไม่ใช่รถเก๋งเหมือนอย่างนี้


http://www.the-thainews.com/misc/journal/jn140348_1.htm
http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2007/08/X5669013/X5669013.html
เหตุการณ์ก่อการร้ายสากลในประเทศไทย (ฉบับปรับปรุง)

1. การบุกยึดสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ระหว่าง 28-30 ธันวาคม 2515
โดยสมาชิกขบวนการก่อการร้ายปาเลสไตน์ อัลฟาตาห์ กลุ่ม BLACK SEPTEMBER
บุกเข้ายึดสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล

2. การปล้นยึดเครื่องบินจากฟิลิปปินส์มาลงไทยระหว่าง 7-13 เมษายน 2519
โดยผู้ก่อการร้ายขบวนการแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร (MORO NATIONAL
LIBERATION FRONT OF MINDANAO) 3 คน
ปล้นยึดเครื่องบินโดยสารภายในประเทศจากฟิลิปปินส์ มาแวะพักที่ดอนเมือง

3. การปล้นยึดเครื่องบินจากอินโดนีเซียมาลงไทย ระหว่าง 28-31 มีนาคม 2524
โดยผู้ก่อการร้าย คอมมานโดญิฮาด (COMMANDO JIHAD MOVEMENT) ของอินโดนีเซีย
จํานวน 5 คน ได้ปล้นยึดเครื่องบินโดยสารจากอินโดนีเซีย
เพื่อไปลงยังประเทศศรีลังกา และได้แวะลงที่ กทม. ในวันเดียวกัน

4. กรณีระเบิดบริษัท A E NANA จํากัด เมื่อ 2 ธันวาคม 2525 ได้มีผู้นําระเบิดซ่อนไว้ในกระเป๋าเอกสาร
ทิ้งไว้ในสํานักงานบริษัท และได้เกิดระเบิดขึ้นขณะที่ จนท.ตํารวจพยายามจะนํากระเป๋ษ
ออกจากตัวอาคารทําให้อาคารของบริษัทพังถล่มลงมา

5. การปล้นยึกเครื่องบินจากไทยไป ลงแอลจีเรีย ระหว่าง 5-20 เมษายน 2531
โดยผู้ก่อการร้ายกลุ่ม HIZBALLAH~ จํานวน 6-8 คน ได้ปล้นยึดเครื่องบินโดยสารของ
สายการบินคูเวตจากกรุงเทพฯไปอิหร่าน




6. คนร้ายลอบสังหารนาย SALEH AL-MALIKI เลขนุการตรี สถานทูตซาอุดีอาระเบีย 4 ธันวาคม 2532

7. นักศึกษาพม่า 2 คน จี้เครื่องบิน 6 ตุลาคม 2532 จี้จากเมืองมะริด สหภาพพม่า มาลงสนามบินอู่ตะเภา

8. นักศึกษาพม่า 2 คน จี้เครื่องบินสายการบินไทย 10 พฤศจิกายน 2532 เครื่องบินลํษดังกล่าว
เส้นทาง กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง โยนักศึกษาพม่าจี้ไปลงอินเดีย

9. ไทยจับกุมผู้ก่อกการร้ายอียิปต์ 3 คน 22 มกราคม 2537 ผู้ก่อการร้ายชาวอิยิปต์
ที่ถูกทางการอิยิปต์ออกหมายจับกุมได้หลบหนีเข้าไทย พักอษศํยอยู่ที่บ้านอัลฟารุก IIRO
อําพรางเป็นครูสอนศาสนา

10. คนร้ายขับรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกระเบิดขนาดใหญ่ แสวงเครื่อง 11 มีนาคม 2537


ระเบิดดังกล่าว ประกอบด้วย แอมโมเนียไนเตรด ดินระเบิด ซี 4 ขนาด 2 ปอนด์ 2 ลูก เชื้อประทุ 10 ดอก
แท่งดินระเบิดซี 4 1/4 ปอนด์ 3 แท่ง เชื้อประทุ 6 ดอก คนร้ายขับรถชนจักรยานยนต์จึงหลบหนีไป

11.กลุ่ม GOD ARMY บุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี 24 มกราคม 2543 กลุ่ม GOD ARMY ตายเรียบ 9 ศพ

(จากหนังสือ อภิมหาวินาศกรรมอเมริกา กรุงเทพธุรกิจ ,2544)




http://www.youtube.com/watch?v=9Ml_itmtP68

Crazy Truckbomb explosion on Sept. 2, 2007

I don't think any amount of reinforcing to any vehicle would save you from this....
This is a video of a suicide VBIED that hit a few days ago.
The explosions are definitely not like the movies. No Americans hurt.
The trucks pulling up behind were Iraqi Army Humvee's


ต่อไปอาจจะเป็นของจริง
มาจากภายในมากกว่าภายนอก
เหมือนที่ บาหลี
เสื้อแดงจะตั้งชื่อกลุ่มว่าอะไรดี
THAKSINNIST ก็เท่ห์ดี


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Mon Apr 26, 2010 10:32 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 3:06 pm

The Carlyle Group

Sami Baarma, a top executive of the Saudi National Commercial Bank (NCB),
sits on the board of Mahfouz’s Middle East Capital Group (MECG), that had on its board, Sheikh Bakhsh.
In addition, Baarma sits on the board of the Carlyle Group, which had former President George H. W. Bush
as a senior advisor. Carlyle is the eleventh largest military contractor in the U.S., and a leading contributor
to George W. Bush’s 2000 presidential campaign. Former President George H.W. Bush has visited
Saudi Arabia at least twice to successfully court bin Laden family financing for the Carlyle Group.


The Carlyle Group’s relationships with prominent Saudis is particularly murky considering that,
despite assertions that Osama is estranged from the family, the documentary records contradict the claim.
According to the Wall Street Journal:
Among its far-flung business interests, the well-heeled Saudi Arabian clan -
which says it is estranged from Osama - is an investor in a fund established by Carlyle Group,
a well-connected Washington merchant bank specializing in buyouts of defense and
aerospace companies. Through this investment and its ties to Saudi royalty,
the bin Laden family has become acquainted with some of the biggest names in
the Republican Party. In recent years, former President Bush, ex-Secretary of State James Baker
and
ex-Secretary of Defense Frank Carlucci have made the pilgrimage to the
bin Laden family’s headquarters in Jeddah, Saudi Arabia. Mr. Bush makes
speeches on behalf of Carlyle Group
and is senior adviser to its Asian Partners fund, while Mr. Baker is its senior counselor.
Mr.
Carlucci is the group’s chairman. Osama is one of more than 50 children
of Mohammed bin Laden, who built the family’s $5 billion business,
Saudi Binladin Group, largely with construction contracts
from the Saudi government...[33]
The long-time Chairman of the Carlyle Group, Frank Carlucci, was not only
a former Secretary of Defense in the Reagan Administration, but a Deputy Director of the CIA
during the Carter Administration.
As the Second Secretary in the US Embassy in the Congo
during the time of the reign and consequent assassination of Patrice Lumumba, Carlucci was intimately
involved in the US efforts to overthrow Lumumba’s government. In 1974, Frank Carlucci headed
the American CIA operation to overthrow the Lisbon socialist government. He had been Chief of
Sears Roebucks international operations, an actual espionage operation, and later a top official of
the American intelligence.


Carlyle's tentacles embrace Asia
By Tim Shorrock


  • Part 1: US-Taiwan: The guiding hand of Frank Carlucci
http://www.atimes.com/china/DC20Ad02.html

WASHINGTON - When Thailand, South Korea and other Asian countries stood on
the brink of bankruptcy in 1999, one of the first United States banks on the scene was the Carlyle Group,
the Washington private equity fund known primarily for its US investments in defense and real estate.


Thatyear, George Bush Sr, the former US president and Carlyle's senior adviser for Asia,
convened the first meetings of Carlyle's Asia Advisory Board in Bangkok to discuss the region's potential
for foreign investment.
Since then, Carlyle has become one of the largest foreign investors in South Korea
and Taiwan and is quickly positioning itself to become a major player in mergers and acquisitions in Japan.
It also hopes to capitalize on China's entry into the World Trade Organization to make a big investment
splash on the mainland.

Through its US$750 million Asia fund, it has made four acquisitions. They include KorAm Bank,
one of South Korea's largest private banks, in which Carlyle invested $145 million for a controlling
interest in 2000; Taiwan Broadband, the island's fourth-largest cable company, in which Carlyle
has invested $187 million; Mercury Communications, a South Korean telecom manufacturer recently
spun off from the bankrupt Daewoo Group, for $49 million; and Pacific Department Stores,
a joint venture with a Taiwan group that operates a chain of retail stores in mainland China, for $43 million.

As Japan opens up to foreign investment, Carlyle is hoping to become a premier buyout company.
"Finally, finally we're seeing some focus on shareholder value in Japan," Jonathan Colby,
a former aide to Henry Kissinger, who is one of Carlyle's managing directors for Asia,
told a recent New York conference on private equity in Asia.

Carlyle has created a $2.2 billion venture fund to buy Japanese companies and banks,
which recently agreed to make its first acquisition, a 90 percent stake, worth $28 million,
in the security trucking subsidiary of the bankrupt Daiei Group, Japan's largest retailer.
Meanwhile, Carlyle is about to secure its third acquisition in South Korea, where Carlyle and JP Morgan
have reportedly offered $1.2 billion to buy Kumho Industrial, the world's 10th-largest tire maker
and a major exporter to the United States and China.

Bush is the most prominent of a long list of Carlyle advisers and managing partners who have parlayed
their experience and contacts in government to create one of the world's largest private equity funds.
Carlyle's chairman is Frank Carlucci, who was secretary of defense and national security adviser during
the Ronald Reagan administration and, prior to that, deputy director of the Central Intelligence Agency (CIA).
James Baker III, a former secretary of state and treasury, is Carlyle's senior counselor.

Last year, Carlyle named former British premier John Major to be chairman of Carlyle Europe.
Other recent additions include Arthur Levitt, the former chairman of the US Securities and Exchange Commission;
William E Kennard, the former chairman of the US Federal Communications Commission; and Afsaneh Beschloss,
the former chief investment officer of the World Bank. Carlyle's advisory boards in Europe, Asia and Japan
are peppered with executives from major corporations, such as Nestle, Roche, BMW, Toshiba and Fujitsu,
and such men of influence as Karl Otto Pohl, the former president of Germany's Bundesbank.

Bush has put together a stellar list of former officials to find investors for the Asia fund and identify
potential companies to buy. Some are former heads of state, including Fidel Ramos of the Philippines and
Anand Panyarachun of Thailand (Thailand's current Prime Minister Thaksin Shinawatra,
a longtime friend of Bush, resigned from the fund before taking office just over a year ago).

Others are steeped in the world of securities and banking, such as Liu Hong-Ru, the former chairman of
China's Securities Regulatory Commission and Arifin Siregar, the former head of Indonesia's Central Bank;
the rest are mere tycoons, such as Sofjan Wanandi of Indonesia's Gamala Group and Frank Shrontz,
the former chief executive officer of Boeing.

The board also includes senior executives from Singapore Technologies Ltd, First Philippines Holdings Corp
and investment authorities in Abu Dhabi and Kuwait. Every year, Bush gathers his advisers for a meeting
somewhere in Asia; the last one, in May, took place in Seoul. Carlyle's Japan's advisory board includes
James Abegglan, the chairman of Asia Advisory Services and a longtime business consultant in Tokyo;
former US ambassadors to Tokyo Michael Armacost and Thomas S Foley; Taizo Nishimuro,
the chairman of Toshiba Corp; and executives from Fujitsu, Sanwa Bank, and Yahoo Japan.
Carlucci and Baker are members of both the Asia and Japan advisory boards; Bush only chairs the Asian board.

Colby downplayed the role played by Bush, Baker and other advisers. "They open doors,
but we still have to do the hard work of making investments profitable," he said.
Carlyle officials said Bush's involvement in the company is limited to giving speeches to investment conferences.
"Mr Bush does not and has never represented Carlyle before other governments or government officials,"
said Chris Ullman, Carlyle's spokesman. "He has made no business deals for Carlyle." Baker,
on the other hand, "does much more on the business side".

Investors, however, recognize that the Bush name - and the many contacts Bush developed as president,
CIA director and ambassador to the United Nations - carry tremendous weight as he travels
around the world on behalf of Carlyle. "Nothing beats the ability to have George Bush call up
some contact he's known for the last 20 years to comment on the worthiness of a particular deal,"

said Pat Macht, a spokesperson for the California Public Employees Retirement System,
the world's largest public pension fund, which owns 5.5 percent of Carlyle. That is particularly true in Asia,
where personal relationships are key to business deals.

Carlyle acquired KorAm Bank shortly after Bush visited Seoul to meet with senior government officials
in the Kim Dae-jung government. Carlyle's bid for the bank, according to a detailed account in Business Week,
received crucial support from advisory board member Park Tae-joon, a former South Korean general
who built Korea's Pohang Iron and Steel Corp into the world's largest steelmaker. (Park later resigned
from the board after joining the government.)


Carlyleand other buyout companies are attracted to Asia because, in the aftermath of the financial crisis,
the structure of Asian capitalism is changing from family-controlled conglomerates
-
personified by giant South Korean chaebols such as Hyundai and Daewoo -into smaller companies
run by professional managers. Governments, meanwhile, have abandoned social policies that
once guaranteed a portion of the workforce lifetime jobs and made layoffs very difficult.
That's all changing, even in South Korea, where militant unions have given the country
a bad reputation in the eyes of many foreign investors. "Contrary to popular belief, major layoffs
are being done in Korea," Colby said at the investment seminar in New York.

Another factor: with banks holding billions of dollars in bad loans that will probably never be repaid,
corporations are desperate for investment capital. "Being able to tap private equity is crucial to long-term
growth in Asia," explained Ray Hood, director of Asian investments for State Street Bank.
For companies like Carlyle, Asia "is where the rewards will be in the next few years. Investment returns
will be a complete steal."

The advisory board Bush chairs plays a critical role in determining Carlyle's investment strategies in Asia.
Asked how the boards operate, Conway, who attends the annual meetings of the European board,
described an expansive process where advisers strategize about how to create and nurture companies
with a global reach. At a recent meeting of the European board, he said, the consensus was that
"companies that have been more single-country companies are going to have to expand onto
the European stage and ultimately a global stage". To implement the strategy,
Carlyle acquired and combined three companies from Italy, German and the United States;
in another case, it combined two German and Canadian automotive firms.
A member of Carlyle's European board, Conway said, provided key advice
when United Defense bought the Swedish defense firm Bofors last year.

On his trips to Asia, Bush is often accompanied by Baker, who is well known in Asia,
particularly in Japan and South Korea, for his forceful policies when he was treasury secretary to Reagan.
In 1985, Baker was the driving force behind the Plaza Accords that nearly doubled the value of the yen,
driving up the costs of Japanese goods and forcing Japanese manufacturers to invest overseas.
In 1986, he launched a crackdown on the trade practices of South Korea and Taiwan that forced
those newly industrialized countries to shift their exports away from the US market and sell more goods
in Europe and Southeast Asia.

Bush himself has had extensive dealings with Asia, particularly Japan. As president,
he was popular with the Japanese elite because he played down trade friction in favor of closer strategic ties -
a policy followed by his son, George W Bush. In 1991, Prescott Bush, the former president's brother,
raised eyebrows in Japan when he signed on as an investment adviser to a man who turned out to be
the head of one of Japan's largest criminal syndicates; Prescott, pleading ignorance of his client's background,
immediately canceled the deal. In 1990, Jeb Bush, now governor of Florida and the brother of the current president,
went to Japan for his Florida real-estate company and explained to investors that his contacts would make it easier
for them to buy US property.

George W Bush himself had direct experience with non-performing loans when he was an oil executive
and governor in Texas. His knowledge in this area was much in evidence last summer, when Junichiro Koizumi,
the Japanese prime minister, paid his first visit to Bush. As Japanese reporters blinked in wonderment,
Bush went on at some length to explain the importance of restructuring bad loans and banks.

Carlyle's forte is not only money-making. Its executives also influence policy - sometimes profoundly.
Last week, Carlucci, who is chairman of the US-Taiwan Business Council, a coalition of US multinationals
doing business in Taiwan, invited Tang Yiau-ming, Taiwan's defense minister, to attend a closed-door
summit of US and Taiwanese defense officials sponsored by the council and key US military contractors,
including Carlyle's United Defense Industries. Tang's visit, which was capped by a meeting with
US Deputy Defense Secretary Paul Wolfowitz, marked the highest-level defense contacts between Taipei
and Washington since diplomatic relations were severed in 1979 - and paralleled President Bush's push to expand
arms sales to Taiwan, where Carlyle has significant investments.


At the same time, Bush Sr has not been hesitant about offering advice to his son about issues
that could affect Carlyle's investments in Asia. Last spring, after President Bush stuck a knife in Kim Dae-jung's
"Sunshine Policy" by saying North Korea couldn't be trusted, Bush Sr sent the president a memo written
by Donald Gregg, his former national security adviser who once served as CIA station chief in Seoul,
urging the new administration to ease its hardline policies.

A few weeks later, in a decision the New York Times described as "the first concrete evidence of
the elder Bush's hand in a specific policy arena", George W said that he was willing to talk to the North
"any time, any place". But the president's "axis of evil" speech on January 29, which North Korea took to be
a near declaration of war, ended any hopes of rapprochement and led Pyongyang to cancel a February visit
by Gregg and several other former diplomats. President Bush tried to soften his rhetoric during
his late-February visit to Seoul, but was met instead by the largest anti-US demonstrations of his career.
Carlyle, however, is sanguine about the investment climate in Korea. Bush's "axis" speech
"doesn't add to my level of concern", said Conway.

Since 1987, Carlyle has invested $6.4 billion in 233 transactions, with a rate of return of 36 percent
on its completed investments. It currently has $12.5 billion invested around the world.


((c)2002 Asia Times Online Co, Ltd. All rights reserved. Please contact
ads@atimes.com for information on our sales and syndication policies.)

The Iron Triangle The Carlyle Group Exposed 2004 English with Dutch Subtitles 1



The Iron Triangle The Carlyle Group Exposed 2004 English with Dutch Subtitles 2



The Iron Triangle The Carlyle Group Exposed 2004 English with Dutch Subtitles 3



The Iron Triangle The Carlyle Group Exposed 2004 English with Dutch Subtitles 4



The Iron Triangle The Carlyle Group Exposed 2004 English with Dutch Subtitles 5



http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t291-20.htm


http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=616&forum=6&page=31&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.globalsecurity.org/military/systems/munitions/explosives-anfo.htm

Explosives - ANFO (Ammonium Nitrate - Fuel Oil)

Ammonium nitrate-fuel oil (ANFO) blasting agents represent the largest industrial explosive manufactured
(in terms of quantity) in the United States. This product is used primarily in mining and quarrying operations.
The components are generally mixed at or near the point of use for safety reasons. The mixed product is relatively safe
and easily handled and can be poured into drill holes in the mass or object to be blasted.


Melvin
A. Cook's life is intimately connected with the history of explosives,
he is a scientist,, inventor, teacher, businessman, theorist,
consultant, expert witness, entrepreneur, and author. Cook, a professor
of metallurgy
at the University of Utah, was a businessman and author of works on explosives. He also published works on creationism,
particularly
on the relationship between science and Mormonism. Cook's personal
involvement in both the theoretical and practical aspects of the field
of explosives spans more than fifty years.
Cook's greatest commercial explosives invention
was
formulated in December of 1956, when he created a new blasting agent
using an unusual mixture of ammonium nitrate, aluminum powder, and
water. The safety and efficiency of this new explosive were apparent,
and the use of water was
revolutionary. Tests that followed resulted in the development of a new field of explosives: slurry explosives.
This invention converted the commercial explosives industry from "dangerous dynamite" to "safe slurry" and
dry blasting agents [ANFO]. In 1972 Cook developed the BLU-82, the largest and most powerful chemical bomb,
using aluminized slurry.


Blasting agents consist of mixtures of fuels and oxidizers, none of which are classified as explosive.
Nitrocarbonitrate is a classification given to a blasting agent under the US Department of Transportation
regulations on packaging and shipping. A blasting agent consists of inorganic nitrates and carbonaceous fuels
and may contain additional nonexplosive substances such as powdered aluminum or ferrosilicon to increase density.
The addition of an explosive ingredient such as TNT changes the classification from a blasting agent to an explosive.
Blasting agents may be dry or in slurry forms. Because of their insensitivity, blasting agents should be detonated
by a primer of high explosive.
Ammonium nitrate- fuel oil has largely replaced dynamites and gelatins in bench blasting.
Denser slurry blasting agents are supplanting dynamite and gelatin and dry blasting agents. The most widely used
dry blasting agent is a mixture of ammonium nitrate prills (porous grains) and fuel oil. The fuel oil is not precisely CH2,
but this is sufficiently accurate to characterize the reaction. The right side of the equation contains only the desirable
gases of detonation, although some CO and N02 are always formed. Weight proportions of ingredients for the equation
are 94.5 percent ammonium nitrate and 5.5 percent fuel oil. In actual practice the proportions are 94 percent and
6 percent to assure an efficient chemical reaction of the nitrate.


Uniform mixing of oil and ammonium nitrate is essential to development of full explosive force.
Some blasting agents are premixed and packaged by the manufacturer. Where not premixed, several methods
of mixing in the field can be employed to achieve uniformity. The best method, although not always the most
practical one, is by mechanical tier. A more common and almost as effective method of mixing is by uniformly
soaking prills in opened bags with 8 to 1O percent of their weight of oil. After draining for at least a half hour
the prills will have retained about the correct amount of fuel oil.
Fuel oil can also be poured onto the ammonium nitrate
in approximately the correct proportions as it is poured into the blasthole. For this purpose, about i gal of fuel oil
for each 100 lb of ammonium nitrate will equal approximately 6 percent by weight of oil. The oil can be added
after each bag or two of prills, and it will disperse relatively rapidly and uniformly. Inadequate priming imparts
a low initial detonation velocity to a blasting agent, and the reaction may die out and cause a misfire.
High explosive boosters are sometimes spaced along the borehole to as sure propagation throughout the column.


As in other combustion reactions, a deficiency of oxygen favors the formation of carbon monoxide
and unburned organic compounds and produces little, if any, nitrogen oxides. An excess of oxygen causes more
nitrogen oxides and less carbon monoxide and other unburned organics. For ammonium nitrate and fuel oil (ANFO)
mixtures, a fuel oil content of more than 5.5 percent creates a deficiency of oxygen.
Ammonium nitrate and fuel oil
(ANFO) has a broad spectrum of Velocities of Detonation according to numerous references. However,
some of these references are more specific when establishing parameters. A military catering charge lists a VOD
of 10,700 feet per second (fps). A 4" diameter steel tube confinement is at 10,000 fps, while a 16" diameter tube is
at 16,000 fps. In charge diameters of 6 in. or more, dry blasting agents attain confined detonation velocities
of more than i2,000 fps, but in a diameter of 1- 1/2 in., the velocity is reduced to 60 percent. When ANFO is used
in boreholeing, the VOD has a positive slope as a function of depth, the VOD increases as the detonation front
progresses down the borehole. Enhanced effects of very large quantities, which is essentially self tamping,
the VOD is expected to be in the 13,000-15,000 fps range. A ballpark approximation for very large quantities
of blasting agents, which is accepted in the commercial industry, is roughly half the VOD of C-4/plastics,
which equates to 13,000 fps. The recognized VOD of urea nitrate, however, is 11,155 to 15,420 fps.


The specific gravity of ANFO varies from 0.75 to 0.95 depending on the particle density and sizes.
Confined detonation velocity and charge concentration of ANFO vary with borehole diameter.
Pneumatic loading results in high detonation velocities and higher charge concentrations, particularly in holes
smaller than 3 in. (otherwise such small holes are not usually recommended for ANFO blasting).


The simple removal of a tree stump might be done with a 2-step train made up of an electric blasting cap
and a stick of dynamite. The detonation wave from the blasting cap would cause detonation of the dynamite.
To make a large hole in the earth, an inexpensive explosive such as ANFO might be used. In this case,
the detonation wave from the blasting cap is not powerful enough to cause detonation, so a booster must be
used in a 3- or 4-step train. The yield from the blasting caps and safety fuses used in these trains are usually
small compared to those from the main charge, because the yields are roughly proportional to the weight of
explosive used, and the main charge makes up most of the total weight.
Advantages of insensitive dry blasting
agents are their safety, ease of loading, and low price. In the free-flowing form, they have a great advantage
over cartridge explosives because they completely fill the borehole. This direct coupling to the walls assures
efficient use of explosive energy. Ammonium nitrate is water soluble so that in wet holes, some blasters pump
the water from the hole, insert a plastic sleeve, and load the blasting agent into the sleeve. Special precautions
should be taken to avoid a possible building up of static electrical charge, particularly when loading pneumatically.
When properly oxygen-balanced, the fume qualities of dry blasting agents permit their use underground.
Canned blasting agents, once widely used, have unlimited water resist-ance, but lack advantages of loading
ease and direct coupling to the borehole.


In 2001, US explosives production was 2.38 million metric tons (Mt), 7% less than that in 2000;
sales of explosives were reported in all States. Coal mining, with 69% of total consumption, continued to be
the dominant use for explosives in the United States. Kentucky, West Virginia, Indiana, Wyoming, and Virginia,
in descending order, were the largest consuming States, with a combined total of 46% of US sales.

After completing an investigation into dumping of ammonium nitrate from Ukraine that was begun in 2000,
the US International Trade Commission (ITC) issued its final determination in August 2001. The ITC determined
that imports of ammonium nitrate from Ukraine were sold in the United States at less than fair market value and
that critical circumstances did not exist with regard to these imports. As a result of the negative determination
regarding critical circumstances, the duties were not retroactive and only apply to ammonium nitrate that has been
imported since March 5, 2001. The antidumping duty of 156.29% ad valorem that was finalized by
the International Trade Administration in July 2001 was applied.


Sales of ammonium-nitrate-based explosives (blasting agents and oxidizers) were 2.34 Mt in 2001,
which was an 8% decrease from that of 2000, and accounted for 98% of US industrial explosives sales.
Sales of permissibles and other high explosives increased slightly. Data for 2001 are not exactly comparable
to the 2000 data. One company, Nelson Brothers LLC, did not provide data to the Institute of Makers of Explosives
(IME) in 2001, and no estimate for its sales was included in the totals.
By 2001 engineers in the Fuels and
Lubricants Group of Shell Co. of Australia developed a technique to blend waste oil with ANFO for a product
that can be used in blasting. Mines throughout the world produce thousands of liters of waste fuel oil that
needs to be disposed of in an environmentally safe manner. By using the fuel oil in a blasting compound,
transporting the waste oil is eliminated, the quantity of fuel oil needed for blasting is reduced, and potentially toxic
hydrocarbons in waste oil can be destroyed by the high blast temperature. Shell tested the ANFO-waste oil blend
at Hamersley Iron's Marandoo mine site, and found that the ratio of waste oil to ANFO blend could be as much as
50-50 without any detrimental effect to the final blasting performance.


Urea nitrate is also considered a type of fertilizer-based explosive, although, in this case,
the two constituents are nitric acid (one of the ten most produced chemicals in the world) and urea.
A common source of urea is the prill used for de-icing sidewalks.
Urea can also be derived from
concentrated urine. This is a common variation used in South America and the Middle East by terrorists.

Often, sulfuric acid is added to assist with catalyzing the constituents. A bucket containing the urea is used
surrounded by an ice bath. The ice serves in assisting with the chemical conversion
when the nitric acid is added. The resulting explosive can be blasting cap sensitive.
Urea nitrate has a destructive power similar to ammonium nitrate.


By one estimate, the bomb used to attack the Alfred Murrah Federal Building in Oklahoma City
on April 19, 1995 consisted of an ANFO explosive main charge of approximately 4,000 pounds, based on
an estimate of the Velocities of Detonation [VOD] of approximately 13,000 fps. Other estimates claim that
the 1995 explosion that collapsed portions of the Murrah Federal Building in Oklahoma City

contained 4,800 pounds of ammonium nitrate and fuel oil. Later estimates suggested that the bomb had
in excess of 6,200 pounds of various energetic materials, including explosives other than ANFO,
equivalent to 5,000 pounds of TNT.
In the Salameh World Trade Center bombing case resulting from
the bombing of the World Trade Center (WTC) on February 26, 1993, FBI Explosives Unit examiner
David Williams opined
that the main explosive used in the bombing consisted of 1,200 pounds of
urea nitrate explosive.

The FBI chemists specializing in the examination of explosive residue, however, did not find any residue
identifying the explosive at the World Trade Center.
Not all large truck bombs have used ANFO.
On June 25, 1996, Saudi terrorists sponsored by Iran attacked the Khobar Towers barracks,
a high-rise building complex in a densely populated urban environment in Saudi Arabia.
T tanker truck loaded with at least 5,000 pounds of plastic explosives was driven into the parking lot in front
of the Khobar Towers residential complex in Dhahran. Nineteen American service members
were killed in the blast, and hundreds of other service members and Saudis were injured. There is no doubt
that the extent of the casualties at Khobar Towers resulted, in part, from the extraordinary size of the terrorist bomb.
Reports initially estimated that the bomb contained the equivalent of 3,000 to 8,000 pounds of TNT, but a study
by the Defense Special Weapons Agency concluded that the power of the bomb was actually



closer to 20,000 pounds of TNT.


http://www.oklahomacitybombing.com/oklahoma-city-bombing.html

The Alfred P. Murrah Federal Building after the explosion

http://911research.com/non911/oklahoma/index.html


http://911review.com/precedent/decade/okc.html



http://www.truthdig.com/report/item/20060221_oklahoma_city_bombing/


http://www.jewishworldreview.com/0405/oklo_bombing.php3

Alfred P. Murrah Federal Building immediately after bombing

http://faculty.umf.maine.edu/~walters/web%20104/104%20outline%2014_08.htm



Oklahoma, 1995, Timothy McVeigh


Khobar Towers, Dhahran, Saudi Arabia, in June 1996;


U.S. Embassies in Tanzania and Kenya bombed, August 1998 ;


U.S.S. Cole, October 2000.


NYC: World Trade Center, 9/11

Khadafy (1988 Lockerbie), Al-Qaeda, Taliban: Who are the extremist terrorists?
U.S. Politics: Red states and Blue. Wherefore art the art of compromise, common ground.
Half truths and empty rhetoric.

http://www.youtube.com/watch?v=2jevOj3Qh-w

World Trade Center 911 BOMBINGS COVER UP

9/11 - focused analyzed video of the WTCs falling. Notice the early EXPLOSIONS as the floors collapse,
in near perfect timing. Funny how Guiliani and Hillary Clinton were arm in arm that AM and how Bush
has been recorded stating that he knew about the bombings - before it happened; trying to explain
away his lack of surprise when told in the classroom. Share and spread this video around the world,
so everyone can see what is going on in the USA. See http://www.saunalahti.fi/wtc2001/H-de... -
for some excellent analysis of this controlled demolition. Also : http://www.infowars.net/WTC7Report/ -
great info from Alex Jones' InfoWars.Who caused this tragedy ? Republican, Democrat, two sides of
the same Illuminati/Freemason coin. the only way to stop it is to NOT VOTE. Pass the word !



http://www.globalresearch.ca/articles/SCH404A.html

EXTRAORDINARY ADMISSION

This extraordinary admission that the FBI had advance plans and the full documentation
of where to find everyone and everything was blithely reported. Only after the detonation
of the bomb in the World Trade Center did "the FBI finally open the boxes."
They had been receiving regular reports from "the man they called ‘the Colonel,’
[who] wore a hidden microphone as he moved the inner circle. …
There … federal agents heard first-hand as another plot evolved,"
one promulgated by their own operative and the rationale for the arrests of June 24.

All the while that the U.S. has sounded the alarm about
"Muslim Fundamentalist terror,"
it has funded the Islamic Fundamentalist group in Afghanistan led by
Gulbuddin Hekmatyar, who has received to date $3.3 billion
in official U.S. aid administered by the CIA.

Many of the figures in the Muslim movement in the U.S.,
including those accused of involvement in the World Trade Center bombing,
were among those who organized the sending of CIA arms
and funds to Hekmatyar.
(See "Late For Work," Prevailing Winds #1.)


The U.S. rulers are terrorizing the American people with operations of their own authorship,
deployed as a rationale for "maintaining vast military budgets for devastating assaults upon Iraq,
Somalia and targets now on the Pentagon drawing board.

ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 8:49 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 8:50 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 8:52 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 8:53 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 8:55 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 8:59 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 9:01 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 9:02 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 9:03 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 9:11 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 9:13 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Secret Team: The CIA and Its Allies in Control of the United States and the World

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Apr 24, 2010 9:14 pm











hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 6 จาก 8 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ