ผังเครือข่ายล้มเจ้าของ ศอฉ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ผังเครือข่ายล้มเจ้าของ ศอฉ

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Tue Apr 27, 2010 2:58 pm



วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 11:19:36 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"เทพเทือก"ขู่ออกหมาย จับโครงข่ายล้มเจ้า ไม่เว้นอดีตนายกฯ พร้อมห้ามออกนอกปท.

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 27 เมษายน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงการดำเนินการกับบุคคลที่มีชื่อปรากฏในเอกสารโครงข่ายล้มสถาบันที่ จัดทำโดยศอฉ. ว่า ดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง ถ้าใครที่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะออกหมายจับกุมตัว หากจำเป็นก็จะออกประกาศห้ามบุคคลเหล่านี้ออกนอกราชอาณาจักรไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นอดีตนายกฯ จะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า “เป็นใครก็ทำทั้งนั้น ไม่ยอมให้ใครละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพี่น้อง ประชาชน” ....

นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผังเครือข่ายล้มเจ้าของ ศอฉ

ตั้งหัวข้อ  red_suit on Tue Apr 27, 2010 4:08 pm

จับแพะชนะแกะ เพื่อหาความชอบทำในการสลาย เลวมากกกก

red_suit

จำนวนข้อความ : 7
Registration date : 27/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผังเครือข่ายล้มเจ้าของ ศอฉ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Jul 09, 2010 4:03 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t1254.htm

hacksecret พิมพ์ว่า:http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278612350&grpid=00&catid=

วันที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 05:09:09 น.
มติชนออนไลน์

เจาะเครือข่าย 2 ท่อน้ำเลี้ยงแดง? สะพัด740 ล้าน
ที่แท้หุ้นส่วน บ.เมียรัฐมนตรี นักร้องดัง ชนชั้นสูง


เจาะขุมข่าย 2 นักธุรกิจโนเนมติดบ่วงท่อน้ำเลี้ยงแดง โอละพ่อ! ที่แท้หุ้นส่วน
บ.เมียรัฐมนตรี ครม.มาร์ค ชนชั้นสูง คุณหญิงอ้อ และนักร้องดัง


ภายหลังจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้เรียกบุคคลและนิติบุคคล
จำนวน 83 รายที่ตรวจพบว่าทำธุรกรรมทางการเงินผิดปกติ โดยมีบุคคลทยอยเข้าให้ถ้อยคำ
ในช่วงต่อมาจำนวนมาก ปรากฏว่ามีบุคคลที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักทางการเมืองรวมอยู่ด้วย
คือนายฑัศ เชาวนเสถียร และ นางสุกัญญา ประจวบเหมาะ


กรณีของนายฑัศ เชาวเสถียร ก่อน หน้านี้มีข้อมูลระบุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ตรวจพบในช่วง 9 เดือน
หรือระหว่างเดือนกันยายน 2552- พฤษภาคม 2553 บัญชีเงินฝากมียอดเงินหมุนเวียน
ประมาณ 720 ล้านบาท แบ่งเป็นฝากประมาณ 394 ล้านบาท ถอน ประมาณ 426 ล้านบาท


ในช่วงเวลาเดียวกัน กรณีของนางสุกัญญา ประจวบเหมาะ บัญชีเงินฝากมียอดเงินหมุนเวียน
ประมาณ 24 ล้านบาท เป็นการฝากเงินประมาณ 12 ล้านบาท และ ถอนเงินประมาณ 12 ล้านบาท


ทำให้เกิดคำถามว่าทั้งสองคนทำธุรกิจอะไรหรือไม่?

ล่าสุด“มติชนออนไลน์”ตรวจสอบพบข้อมูลดังนี้

นายฑัศ เชาวนเสถียร ธุรกิจปัจจุบัน 2 แห่งคือ

บริษัท จี เนท อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ขายโทรศัพท์ บริการซ่อมโทรศัพท์
จดทะเบียนวันที่
29 มกราคม 2544 (ชื่อเดิม บริษัท ไวร์เลสแอ๊ดวานซ์ซิสเต็ม จำกัด-เพิ่งเปลี่ยนชื่อ
เมื่อ 3 สิงหาคม 2552 ) ทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท วันที่ 13 มีนาคม 2552 เพิ่มทุนจาก 30 ล้านบาท
เป็น 50 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 5 อาคารฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 2 ชั้น 2 ห้อง 59 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง
เขตดินแดง กรุงเทพฯ นายฑัศ เชาวนเสถียร ถือหุ้น 79.9% นางไพจิตร จารุวัชรวรรณ 8%
(เจ้าของบริษัท รักษาความปลอกภัย ชื่อบริษัท การ์ดซมาร์ค โปรเท็คชั่น จำกัด)
นายวุฒิ จารุวัชรวรรณ 4% นายศุภเดช เชาวนเสถียร 4% นายหาญชัย ยุทธ์ธนพิพัฒน์ 2%
นายอิสรา เสมพิมาย 2% นางสาว พรรณทิพย์ เข็มทอง 0.02% มีนาง ไพจิตร จารุวัชรวรรณ
นายวุฒิ จารุวัชรวรรณ เป็นกรรมการ


ผลประกอบการ ปี 2549 รายได้ 151.4 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.3 ล้านบาท ปี 2550 รายได้ 129.2 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 47,153 บาท ปี 2551 รายได้ 919.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6.7 ล้านบาท


และบริษัท เดดมิลเลนเนียม จำกัด จดทะเบียนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 ทุน 5 ล้านบาท
ประกอบธุรกิจขายหนังสือ ที่ตั้งเลขที่ 3/5-6 อาคารศุภาลัยปาร์ค 2 ชั้น 1 ซอยพหลโยธิน 21
ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายฑัศ ถือหุ้น 90% นายประทีป หาญลิ่วลมวิบูลย์ 2%
นางสาวมัณฑนุช พืชมงคล 2% นายวุฒิ จารุวัชรวรรณ 2% นายอิสรา เสมพิมาย 2% นายลม ต่อปัญญา 1%
นายศุภเดช เชาวนเสถียร 1%


ผลประกอบการ ปี 2550 รายได้ 43.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 864,881 บาท ปี 2551 รายได้ 23.3 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 995,317 บาท


เลิกกิจการแล้ว 2 แห่งชื่อ บริษัท สยาม แอ๊ดวานซ์ โปรดักซ์ จำกัด ค้าพลาสติก
บริษัท กรีนไลฟ์ นิวทริชั่น จำกัด ขายเครื่องสำอาง อาหารเสริม


ส่วนนางสุกัญญา ปัจจุบันถือหุ้นอยู่ใน บริษัท เดอะ เพนนินซูล่า ทราเวล เซอร์วิส จำกัด ก่อตั้งปี 2536
ประกอบธุรกิจทัวร์ร่วมกับกลุ่มท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เจ้าของกลุ่มดุสิตธานี ,
บริษัทของนางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ภรรยานายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร

เป็นกรรมการบริษัท เพลินดำริ จำกัด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับ
หม่อมราชวงศ์ ทินศักดิ์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์
หม่อมราชวงศ์ ดำรงดิศ ดิศกุล
นาง ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา นาย จุลพยัพ ศรีกาญจนา


เป็นกรรมการร่วมกับนาย มนู อรดีดลเชษฐ์ นายณรงค์ ศุภพิพัฒน์ นายไปรเทพ ซอโสตถิกุล
นายจักร ติงศภัทิย์ ในกลุ่มบริษัทดาต้าแมท จำกัด


เป็นกรรมการบริษัท ซีคอม จำกัด ร่วมกับ
นายชัย โสภณพนิช
หม่อมราชวงศ์ โอภาศ กาญจนะวิชัย


เป็นกรรมการบริษัท สยามอินเตอร์ลิ้งค์ จำกัด (บริการโทรคมนาคม) นอกจากนี้ยังถือหุ้น
ในธุรกิจร้านอาหารชื่อบริษัท คาฟเฟ เครท จำกัด ร่วมกับนายปกรณ์ ลัม นักร้องดัง และคนอื่นๆ


เป็นกรรมการร่วมกับนายนุกูล ประจวบเหมาะ ในชื่อบริษัท ไฮ-โปรฟิท ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (อพาร์ทเม้นท์)

เบ็ดเสร็จนางสุกัญญาเป็นกรรมการทั้งหมด 26 บริษัท ในจำนวนนี้เปิดดำเนินการ 11 บริษัท ได้แก่
บริษัท สยามอินเตอร์ลิ้งค์ จำกัด บริษัท คาฟเฟ เครซ จำกัด บริษัท เดอะ เพนนินซูล่า ทราเวล เซอร์วิส
บริษัท ทรัพย์สินวิภพ จำกัด บริษัท เพลินดำริ จำกัด บริษัท โฟลิเอจส์ แอนด์ ออคิดส์ แลนด์ จำกัด
บริษัท สลิลธารา จำกัด บริษัท สหปฐพี จำกัด บริษัท อโศก เฮ้าส์ จำกัด บริษัท อินเตอร์ คาเฟรสท์ จำกัด
และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอื้องฟ้า




ขณะเดียวกัน ยังพบนางสุนิสา ประจวบเหมาะ และ นายธัญญวัฒน์ ประจวบเหมาะ
ซึ่งมีนามสกุลเดียวกับนางสุกัญญา ถือหุ้นและเป็นกรรมการอยู่ในบริษัทเอ็มโซลูชั่น
เครือเอ็มลิงค์ของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อีกด้วย


จากข้อมูลเห็นได้ว่าคอนเนกชั่นธุรกิจของนางสุกัญญาไม่ธรรมดา ส่วนจะเกี่ยวข้องกับ
การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง ตามข้อสงสัยของ ศอฉ.หรือไม่?


คงต้องให้ ศอฉ.เป็นผู้ให้คำตอบ

……………..

อ้าว ไหง ศอฉ. เล่นงานป๋าไปซะงั้นล่ะ

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผังเครือข่ายล้มเจ้าของ ศอฉ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Jul 09, 2010 4:06 pm

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000094261

ล้างบางพวกล้มเจ้าดีเอสไอลั่นเอาจริงกางแผนผังศอฉ.ล่า

8 กรกฎาคม 2553 23:29 น.



ASTVผู้จัดการรายวัน
- ดีเอสไอระบุขบวนการล้มเจ้ามีจริง เตรียมขยายผล 83 ท่อน้ำเลี้ยง-กลุ่มคนเสื้อแดง
สอบสวนตามแผนผังล้มเจ้า 27 รายชื่อของ ศอฉ. แบ่งชุดสอบสวน 9 ชุด
หลังพบแผนประทุษกรรมมีผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม"ผู้บงการ-ปฎิบัติการ-แนวร่วม"


วานนี้ (8 ก.ค.) เวลา 14.00 น.ที่ห้องประชุมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี นายธาริต เพ็งดิษฐ์
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีมุ่งร้ายต่อ
สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นประธานการประชุมคณะพนักงานสอบสวน จาก 10 หน่วยงานความมั่งคง
ประกอบด้วยกระทรวงกลาโหม โดยกรมพระธรรมนูญ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองทัพบก ศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.)
กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9
และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ระบุว่า
มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่กระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตร 112 โดยมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยต่อความมั่นคงของประเทศ
มีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน
เข้าข่ายการกระทำขององค์กรอาชญากรรม

จึงให้คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับกรณีการกระทำความผิดทางอาญา
กรณีกล่าวหาว่า กลุ่มบุคคลกระทำการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย
พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท เป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.

**พฤติการณ์ทำผิด 2 ช่องทาง

นายธาริต กล่าวก่อนการประชุมว่า เบื้องต้น ดีเอสไอ ได้สอบสวนพบพฤติการณ์ของการกระทำความผิด
ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ

1.การเผยแพร่สื่อสารไปยังประชาชนโดยตรง โดยการพูดหรือปราศรัยในที่สาธารณะ การเผยแพร่บทความ
ใบปลิว การให้ข่าวหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ การจัดรายการวิทยุ การจัดรายการโทรทัศน์

ช่องทางที่ 2.การเผยแพร่บนระบบอินเทอร์เน็ต เช่น การจัดทำเว็บไซด์ หรือเว็บบอร์ดที่มีข้อความ
แสดงความอาฆาตมาดร้าย การเผยแพร่ภาพที่ไม่บังควร การเผยแพร่บทความ หนังสือ คลิปวีดีโอ
อีเมลล์ การจัดรายการวิทยุ ออนไลน์ รายการโทรทัศน์ออนไลน์ ที่มีลักษณะแสดงความอาฆาตมาดร้ายฯ

ซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจำนวนมากเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การกระทำข้างต้น มีการกระทำเป็นเครือข่าย
เชื่อมโยงกันในลักษณะ องค์กรอาชญากรรม


มีการแบ่งหน้าที่ดำเนินการและมีระดับการเกี่ยวข้องคือ

1.ระดับผู้บงการหรือระดับสั่งการ จะทำหน้าที่ในการออกเงินทุน และกำหนดทิศทางในการเคลื่อนไหวภาพรวม
2.ระดับปฎิบัติการ เป็นกลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหว สนับสนุน เพื่อให้สอดรับกับการปฎิบัติของกลุ่มปฎิบัติการณ์
3.ระดับแนวร่วม เป็นกลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหว สนับสนุน เพื่อให้สอดรับกับการปฎิบัติของกลุ่มปฎิบัติการ

**จัด 9 ชุดออกสืบสวนจับกุม

ทั้งนี้ ดีเอสไอได้จัดชุดปฎิบัติการสืบสวนสอบสวนออกเป็น 9 ชุด จำนวน 204 คน ประกอบด้วย
ชุดปฎิบัติการสืบสวนด้านการข่าว
ชุดปฎิบัติการสืบสวนด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ
ชุดปฎิบัติการสืบสวนด้านการเงิน การธนาคาร และภาษีอากร
ชุดปฎิบัติการด้านการต่างประเทศ
ชุดปฎิบัติการด้านสำนวนคดีที่รับมอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ชุดปฎิบัติการด้านสำนวนคดีที่ ศอฉ.ร้องขอให้เป็นคดีพิเศษ 2 ชุด
ชุดปฎิบัติการฝ่ายเลขานุการคดี และชุดปฎิบัติการฝ่ายอำนวยการและสนับสนุนคดี

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า จากการประสานข้อมูลกับสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พบว่า ตั้งแต่ปี 2549-2553 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 256 คดี สอบสวนสรุปสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการ 194 คดี เหลือสำนวน
อยู่ระหว่างสอบสวน 38 คดี จึงมอบหมายให้ชุดปฎิบัติการด้านสำนวนคดีที่รับมอบจากสำนักงาน
ตำรวจแห่งชาติ ประสานตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์แห่งคดีว่า เป็นสำนวนที่มีบุคคล
และพฤติการณ์ที่มีการกระทำผิดเกี่ยวเนื่องกับการมติคณะ กรรมการคดีพิเศษ ดังกล่าวหรือไม่
หากเกี่ยวเนื่องกันก็จะรับโอนสำนวนทั้งหมดมาเป็นคดีพิเศษต่อไป

**ยึดผังล้มเจ้าของ ศอฉ.เป็นตัวตั้ง

ต่อมา นายธาริต กล่าวอีกครั้งหลังการประชุมว่า
แนวทางการสอบสวนคดีมุ่งร้ายต่อสถาบัน
จะถือเอาผังของ ศอฉ.ทำขึ้นเป็นตัวตั้งในการสืบสวน
สอบสวนขยายผลหาผู้กระทำความผิด

เราจะทำงานอย่างเป็นกลางให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่ผ่านมาผัง 27 รายชื่อเครือข่ายมุ่งร้าย
ต่อสถาบันที่ ศอฉ.เผยแพร่ ยังเป็นที่คลางแคลงใจว่ามีการกระทำผิดอย่างไร

ดังนั้นสาระสำคัญในการพิสูจน์ครั้งนี้ คือใครทำผิดกันแน่ โดยจะแบ่งผู้กระทำผิดเป็นกลุ่มสีดำ
ส่วนผู้ที่ไม่ได้กระทำผิดเป็นกลุ่มสีขาว ไม่ใช่เป็นกลุ่มสีเทาที่เป็นอยู่ การสอบสวนจะทำแบบคุณภาพ
โดยมีอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยจะไม่เหวี่ยงแห

เมื่อถามว่า ชุดปฏิบัติการจะมีลักษณะการทำงานอย่างไร นายธาริต กล่าวว่า ในชุดปฏิบัติการต่างๆ
มีข้อมูลเบื้องต้นอยู่แล้ว และจะประมวลข้อมูลทั้งหมดมาทำงานร่วมกันตามหลักฐานที่ปรากฎ
แต่ในขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุตัวเลขที่มีการปิดเว็บหมิ่นเบื้องสูงได้ แต่มีข้อมูลลักษณะดังกล่าวจริง
ส่วนอุปสรรคในการทำคดีนั้น คดีนี้เป็นลักษณะการกระทำเป็นเครือข่ายไม่ใช่การกระทำแบบ
รายบุคคลซึ่งมี เครือข่ายเชื่อมโยงจำนวนมาก ดังนั้น คงใช้เวลาสอบสวนนานพอสมควรซึ่งต่างจาก
การทำคดีทั่วไปโดยจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบขึ้น

**ยอมรับล้มเจ้าเกี่ยวข้องกลุ่ม นปช.

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีพยานหลักฐานเบื้องต้นว่ามีการมุ่งร้ายต่อสถาบันจริงหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า
เชื่อว่ามีการกระทำความผิดแน่นอนโดยจะเกี่ยวข้องกับใครบ้างเราจะต้องทำความ จริงให้ปรากฎ
ส่วนในแผนผังขบวนการล้มเจ้าที่ ศอฉ.เปิดเผยรายชื่อมีความเชื่อโยงนั้น เป็นเพียงข้อกล่าวอ้าง
เบื้องต้น ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่มีรายชื่อในแผนผัง ผิดทั้งหมดและจะทำการสืบสวนต่อไป
ส่วนรายชื่ออีก 83 ท่อน้ำเลี้ยง จะเกี่ยวข้องกับคดีนี้มากน้อยหรือไม่นั้น ก็จะดูความเชื่อมโยง
แต่จะเกี่ยวมากน้อยหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้

ผู้สื่อข่าวซักต่อว่า ขบวนการล้มเจ้ามีจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกับเสื้อแดงหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า
คงตอบยากว่าแรงจูงใจที่กระทำความผิดเป็นอย่างไร บางฝ่ายอาจต้องการมุ่งร้ายต่อสถาบันโดยตรง
บางฝ่ายอาจจะเป็นการลดความน่าเชื่อถือของสถาบันและประเทศ บางฝ่ายอาจทำเพื่อ
เปลี่ยนอุดมการณ์ในด้านการปกครองก็เป็นได้ในหลายแง่มุม ส่วนขบวนการล้มเจ้า จะมีความเชื่อมโยง
กับกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่นั้น มีทั้งส่วนที่กี่ยวข้องกับกลุ่มนปช.ด้วยและไม่เกี่ยวข้องด้วย

**เนสกาแฟ-โบนันซ่า แจงท่อน้ำเลี้ยง

ส่วนความคืบหน้าของบุคคลและนิติบุคคลตามบัญชีรายชื่อ 83 รายชื่อ ที่ต้องเข้าชี้แจงเรื่องการทำ
ธุรกรรมการเงินที่ต้องสงสัย ตามคำสั่งของศอฉ.ในวันที่ 9 ของการเข้าพบ ตามหมายนัดอีก
จำนวน 8 รายชื่อ ตั้งแต่ช่วงเช้าจากการตรวจสอบยืนยันว่ามีผู้เดินทางมาเข้าชี้แจงกับทางพนักงาน
สอบสวนคดีพิเศษได้แล้ว จำนวน 4 คน คือ นายอัสนี เชิดชัย ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ,
นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ เจ้าของธุรกิจโบนันซ่า เขาใหญ่ , นายประยุทธ มหากิจศิริ
อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่เดินทางมาถึงและเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง
ส่วน นางสุกัญญา ประจวบเหมาะ เจ้าของธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ทนายความเข้าพบแทน

โดยนายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความของนางสุกัญญา กล่าวว่า มารับทราบรายละเอียดข้อสงสัย
ในเบื้องต้น ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ซักถามเรื่องที่มาที่ไปของเงินในบัญชีธุรกิจส่วนตัว ประมาณ 2-3 บัญชี
ของนางสุกัญญา และยืนยันว่าทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ซักถามรายละเอียดในประเด็นเชิงลึก
รวมถึงประเด็นการฝาก-ถอนเงินจำนวน 12 ล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วงท้ายพนักงานสอบสวน
ได้มอบเอกสารส่วนหนึ่งให้นำกลับไปหาคำตอบเพื่อนำมา ชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 2 ส.ค.

อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีของ นายวีระ มุสิกพงศ์ , นพ.เหวง โตจิราการ และนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช.
ที่มีรายชื่อพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปสอบปากคำต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากปัจจุบัน
แกนนำทั้ง 3 ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ ขณะที่นางสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา
นสพ.ไทย เรด นิวส์ พนักงานสอบสวนยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด.

จะเอากันจริงๆ ก็อยู่รอบๆ ตัว
พวกท่านนั่นแหละ

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ