ไวรัสพระพุทธศาสนาหรือไม่?

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ไวรัสพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat May 08, 2010 1:43 pm


Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ไวรัสพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat May 08, 2010 1:46 pm


Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ไวรัสพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat May 08, 2010 1:47 pm


Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ไวรัสพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat May 08, 2010 1:49 pm


Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ไวรัสพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat May 08, 2010 2:00 pm



ภาพนี้เป็นแค่ข่าวใน นสพ. ผู้จัดการ แต่ผู้ที่เห็นภาพนี้แล้วจำพระปลอมตนนี้ได้ จึงไปค้นหารายละเอียดในข่าวอื่นมาเปรียบเทียบได้ดังนี้



และ



Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ไวรัสพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat May 08, 2010 2:03 pm



องคุลีมาล ฆ่าคนเป็นร้อย พระพุทธองค์ยังทรงมีเมตตา แสดงธรรมให้รู้ผิดรู้ชอบ

เมตตาธรรม กับ การสาปแช่ง ????????

กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินพระรัตนตรัยไปโดยไม่เจตนา หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ข้าพเจ้าขอขมาต่อพระรัตนตรัยมา ณ ที่นี่ด้วย

ทั้งหมดทั้งปวงในกระทู้นี้ ข้าพเจ้ามิได้มีเจตนาจะปรามาสพระรัตนตรัยแต่ประการใด เพียงแต่มีปุจฉาในใจ และกระทำด้วยเจตนาที่จะปกป้องพระพุทธศาสนา เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันศาสนาของชาติ ที่กำลังถูกมารกระทำย่ำยีอยู่


อย่าคิดถึงแต่เรื่องการเมือง จนลืมเรื่องที่สำคัญเช่นนี้กันไปเลยค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย Rosy เมื่อ Sat May 08, 2010 3:23 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ไวรัสพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat May 08, 2010 2:46 pm

Rosy พิมพ์ว่า:

ภาพนี้เป็นแค่ข่าวใน นสพ. ผู้จัดการ แต่ผู้ที่เห็นภาพนี้แล้วจำพระปลอมตนนี้ได้ จึงไปค้นหารายละเอียดในข่าวอื่นมาเปรียบเทียบได้ดังนี้



hacksecret พิมพ์ว่า:“ประยุทธ์”ฮึ่มยอมไม่ได้ลูกน้องถูกแดงทำร้าย
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2553

คมชัดลึก :“ประยุทธ์” ฮึ่ม ยอมไม่ได้ลูกน้องถูกแดงเถื่อนทำร้ายกว่า 60 คน จี้แดงหยุดทำร้ายชาติ
ลั่นนำประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ศอฉ. สรุปยอดสลายแดง มัฆวานทหารเจ็บอื้อ 63 นาย
พลทหารจาก ลพบุรี-ปราจีน ร่วงระนาว

(10เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.)
เวลา 20.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา
รองผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์การปะทะกันของเจ้าหน้าที่กับ
กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้รับบาดเจ็บหลายคน
ดังนั้นตนอยากให้กลุ่มคนเสื้อแดงหยุดการเคลื่อนไหวได้แล้ว เพราะมันไม่มีประโยชน์มันจะยิ่งทำให้
สถานการณ์ลุกลามบานปลายออกไป และส่งผลเสียหายให้กับประเทศชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า
กลุ่มคนเสื้อแดงจะต้องยึดหลักกฎหมายของบ้านเมือง เพราะถ้าไม่ยึดกฎหมายของบ้านเมืองก็แก้ไขกันไมได้
ทั้งนี้ตนคงยอมไม่ได้ที่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยึดกฎหมายบ้านเมือง ทั้งนี้ตนยืนยันว่าจะทำให้ทุกอย่าง
เกิดความเรียบร้อยและให้บ้านเมืองกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เมื่อถามย้ำว่า การคลี่คลายสถานการณ์
ที่บริเวณสะพานผ่านลีลาศจะให้จบวันนี้เลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ ร. 11 รอ. ได้มีการประชุม ศอฉ. โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ
ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์
ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รองผู้บัญชาการทหารบก และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์
การปะทะกันของเจ้าหน้าที่ทหาร และ กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเบื้องต้นทาง ศอฉ. ได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ทหาร
ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนของกลุ่มคนเสื้อแดง และ ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกัน กว่า 60 คน
ทั้งนี้มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้เพิ่มกำลัง
เจ้าหน้าที่ทหารที่ได้มีการเตรียมไว้ในพื้นที่ต่าง ๆออกมาเสริมการปฏิบัติงานกับกองพลทหารราบที่ 2
รักษาพระองค์ (พล. 2 รอ.) โดยมี พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล ร. 2 รอ. เป็นหัวหน้าชุดในการออกคลี่คลาย
สถานการณ์ในขณะนี้ ขณะที่มีรายงานข่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดในที่ประชุมว่า
การแก้ไขปัญหาในวันนี้ทุกอย่างจะต้องจบ เพราะตนยอมไม่ได้ที่ลูกน้องของตนได้รับบาดเจ็บจาก
กลุ่มคนเสื้อแดงทั้งๆ ที่เขาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ภาคสนาม ขณะเดียวกันได้มีเครื่องบินแบบแบล็คฮอว์ก
จำนวนหลายลำวิ่งผ่านไปที่ ร. 11 รอ. หลายลำ โดยคาดว่าส่วนหนึ่งได้บินไปสนับสนุนภารกิจในการดูแล
ความเรียบร้อยในพื้นที่ ดังกล่าว แ ด้วย โดยเฉพาะการส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ
ฉก. 90 หน่วยบัญชาการ สงครามพิเศษ จำนวน 1 ชุด ด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.00 น. ทาง ศอฉ.ได้จัดทำบัญชีสรุป
จำนวนกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ ทหารปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้มีการสลายการชุมนุม
ที่หน้ากองทัพภาคที่ 1 จากเหตุสลายการชุมนุมบริเวณ สะพาณมัฆวาน และ ราชดำเนิน จำนวน 63 นาย
กำลังพลส่วนใหญ่ มาจาก พัน ร.มทบ. 11 , กองทัพภาคที่ 1 , ร. 31 รอ., ร. 12 พัน 2 รอ.
กำลังที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เกิดจากการปะทะจากกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บ แบ่งเป็น โดนสะเก็ดระเบิด
ถูกกลุ่มผู้ชุมนุม ตีด้วยไม้ ถูกของมีคม ถูกกระสุนปืน ถูกก้อนอิฐขว้าง และ ส่วนหนึ่งสัมผัสกับแก๊ซน้ำตา เบื้องต้น
ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ศิริราช และ รพ.พระมงกุฎเกล้า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นทหารทั้งสิ้น

อ้าว!!! ตกลง วาติกัน ส่งมาเองหรอกเหรอ

พม่า ปราการด่านสุดท้ายของพุทธศาสนา



มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย กับอีกกว่า 100 ราย ในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงในกรุงย่างกุ้ง
จำนวนหลายหมื่นคน เมื่อวันพุธ (26 ก.ย.) ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตมีพระสงฆ์รวมอยู่น้อยจำนวน 3 รูป
ในนั้นมี 1 รูปสิ้นลม เพระถูกกระสุนปืน อีก 2 รูป ถูกทหารทุบจนมรณภาพ ขณะที่ทหารและตำรวจ
ปราบจลาจลพยายามขับไล่ฝูงชนออกจากถนน

นอกจากนั้น ยังมีการจับกุมผู้ประท้วงอีกราว 200 คน ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นพระสงฆ์ ขณะที่ทหารและ
ตำรวจอาวุธครบมือได้ขับไล่ผู้ประท้วงหลายหมื่น ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเก่าย่างกุ้ง ทั้งนี้
เป็นการบอกเล่าของนักการทูตกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์หลายราย

ตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี พระสงฆ์ที่มรณภาพถูกกระสุนขณะพยายามยื้อแย่งกับทหาร
นอกจากนั้น ยังมีฆราวาสอีก 1 ราย เสียชีวิตเมื่อถูกนำไปถึงโรงพยาบาล ซึ่งนับเป็นเหยื่อรายที่ 4

ในจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกว่าครึ่งหนึ่งเป็นพระ ทั้งนี้ เป็นการนับจำนวนของหลายฝ่ายในกรุงย่างกุ้ง
เอเอฟพี กล่าว

ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า มีผู้ถูกจับกุมไปประมาณ 200 ราย ขณะที่นักการทูตคนหนึ่ง กล่าวว่า
ผู้ที่ถูกจับกุมมีอย่างน้อย 100 ราย เป็นพระ ที่เป็นหัวหอกนำการประท้วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งเมื่อวันพุธนี้เป็นการประท้วงวันที่เก้าติดต่อกันในเมืองหลวงเก่าของพม่า

ตำรวจปราบจลาจลกับทหารได้ยิงปืนขึ้นฟ้าหลายครั้ง ในหลายเหตุการณ์ เพื่อขับไล้ผู้ประท้วง
ขณะที่นักการทูตฝรั่งเศสในกรุงย่างกุ้งคนหนึ่ง ระบุว่า ทหารพม่าได้ยิงเข้าใส่ฝูงชนที่ประท้วงด้วย
ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แม้จะยังไม่ทราบจำนวน

“เจ้าหน้าที่ความมั่น คงเป็นคนยิง ครั้งแรกยิงขึ้นฟ้า ต่อมายิงใส่ผู้ประท้วง เรายังไม่ทราบว่ามีกี่คน
ได้รับบาดเจ็บ แต่เรายืนยันได้ว่า มีการนองเลือด” นายเอ็มมานูเอล มูริเอซ์ (Emmanuel Mouriez)
กล่าวในการให้สัมภาษณ์วิทยุฝรั่งเศส RTL ทั้งนี้เป็นรายงานของเอเอฟพี



"ผู้ประท้วง" เหล่านี้ เป็นนักศึกษาพม่าฝ่ายของนางอองซานซูจี ซึ่งหลบหนีคดีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
และตั้งเวปไซร์ ปลุกระดมชาวพม่าให้ต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าอย่างต่อเนื่อง และในทันทีที่นายอันนัม
เลขาธิการUN ได้เดินทางลับมายังเมืองไทย พร้อมกับข้ามฟากไปยังประเทศพม่า
ด้านแม่สะเรียง ซึ่ง ณ ที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของกองกำลัง CIA ที่ให้การสนับสนุนนางอองซาน

ภายหลังจากที่นายพลโบเมี๊ยะเสียชีวิต นักศึกษาพม่าฝ่ายนิยมนางอองซาน เหล่านี้จึงได้รับคำสั่ง
ให้เดินกลับเข้าไปปฏิบัติการใต้ดิน ปลุกระดมพระภิกษุสามเณร ในเมืองต่าง ๆ ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนมิถุนายน
และได้โกนหัวห่มผ้าเป็นพระสงฆ์พม่า เดินนำขบวนประท้วง ต้องอย่าลืมว่า หน่วยสืบราชการลับของพม่า
ได้ถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทย ในรูปแบบของคนใช้ คนงานมากมาย จึงได้รายงานเรื่องดังกล่าว
ให้รัฐบาลพม่าได้รับทราบไว้ก่อนแล้ว

ดังนั้น ข่าวที่ออกมาโดยสำนักข่าวตะวันตก เราจึงทหารและตำรวจปราบจลาจล
กวาดต้อนพระสงฆ์ขึ้นรถ (เช่นภาพของ AFP) ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลัก
ด้านสงครามจิตวิทยา ที่ได้มีการเตรียมการโดย CIA มาก่อนแล้ว




(ภาพนี้ เป็นภาพของนักศึกษาพม่า ที่โกนหัวแล้วห่มผ้าเป็นพระสงฆ์ เข้าไปปลุกระดมให้พระเดินขบวน
โดนตำรวจตีด้วยกระบอง เพราะเป็นพระแต่สวดมนต์ไม่ได้ ... เลยโดน...แต่คนไม่รู้เห็นแต่ภาพก็กลายเป็นว่า
พระโดนฆ่า โดนซ้อม...!!!)

จากการที่ผู้เขียนได้เข้าไปหาข่าวในพม่า ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จึงยืนยันได้ว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ " CIA " และ " วาติกัน " สร้างขึ้นโดยจงใจ โดยแต่ละฝ่าย
จะได้ประโยชน์ร่วมกันคือ CIA หรือ สหรัฐอเมริกา สามารถเจาะแนวป้องกันของจีน
นั่นคือ พม่า เท่ากับเป็นการตีท้ายครัว ปิดกั้นทางออกมหาสมุทรอินเดียของจีนได้สำเร็จ
หากสามารถโค่นล้มรัฐบาลทหารของพม่า โดยอาศัยจุดอ่อนที่พม่านับถือศาสนาพุทธ
อย่างเคร่งครัด เป็นตัวจุดระเบิด วาติกัน จะได้ประโยชน์ ในการยึดพื้นที่ถาวร
ทางด้านของศาสนิก นั่นคือผลประโยชน์ 10% ที่ได้จากการลงทุนในทุกธุรกิจ
และศาสนิกของตน
ซึ่งการเจาะเข้าสู่แนวป้องกันอันมั่นคงในพระพุทธศาสนาของชาวพม่าได้ยากยิ่ง
เนื่องจากสถาบันสงฆ์พม่ามีความเข้มแข็ง จึงสร้างสถานการณ์ยืมมือทหารพม่า กำจัดพระสงฆ์พุทธ
ให้สิ้นอุปสัคไป
....................
แผนการอันเลือดเย็นของทั้ง 2 องค์กร คือ วาติกัน และ CIA จะสำเร็จหรือไม่ โดยการใช้ภาพของพระสงฆ์
ในศาสนาพุทธเป็นเครืองสังเวย มันคือการยืมดาบฆ่าคน หรือ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว และอาศัย
การกระจายข่าวของสำนักข่าวประเทศที่ต้องการเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในพม่า
ร่วมกันกระพือภาพ และกระแสความเกลียดชังให้ขยายวงกว้างออกไป เพื่อเปิดทางให้
สหรัฐ และวาติกัน มีสิทธิเหนือการตัดสินใจในอนาคตของพม่านั่นเอง


ปราการด่านสุดท้ายของพระพุทธศาสนาที่มั่นคงที่สุดในเอเซีย คือพม่า จะถึงกาลอวสานต์ หรือไม่
อีกไม่นานเกินรอเราคงรู้กัน

.....
แต่สำหรับเมืองไทยเรานั้น พระพุทธศาสนาสิ้นสภาพไปนับตั้งแต่ไม่ยอมบรรจุเป็นศาสนาประจำชาติ
เพราะมันเป็นปฏิบัติการที่มาจากการบงการจากขบวนการ และองค์กรทั้งสองที่กล่าวนี้เช่นเดียวกัน
โดย Ghost Bat [27 ก.ย. 2550 , 02:45:36 น.]

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t346-15.htm

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000085848



นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเืพื่อประชาธิปไตย
และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้(29 ก.ค.)

“สนธิ” แฉ “นายพลไอ้โมง” ตัวการใหญ่ บงการสั่งฆ่าอุกอาจกลางเมืองกรุง
พบ สั่งจัดชุดผสมพันธุ์กองกำลังเถื่อนทหาร ฉก.90–ตำรวจสันติบาล-ดีเอสไอ”
แนะ นักข่าวเช็กสายตรงฉก.90 ใครคุม ใครสังกัดบ้าง แล้วจะรู้ข้อเท็จจริง
เผย อีกปมสำคัญ พบ “ญาติผู้หญิงของคนที่อยู่เมืองนอก” ซี้บึ้กบิ๊กดีเอสไอ
ขณะเดียวกัน ไม่แปลกใจ “อภิสิทธิ์” อุ้ม “ป๊อด” เพราะต้องการอ่อนให้พรรคร่วม


att พิมพ์ว่า:http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=benjapol&topic=677&page=1

ข้อความ 5
ฉก. 90 หรือ หน่วยเฉพาะกิจ 90 มีกำเนิดมาพร้อม ๆ กับ
กองกำลังรักษาพระนคร หลัง 1 – 3 เมษายน 2524 หรือ เมษาฮาวาย
ที่นายทหาร จปร. รุ่น 7 ได้รวมกำลังกันเพื่อล้มรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ( 1 )


จน พล.อ. เปรม ต้องถอยไปตั้งหลักสู้ที่ ค่ายสุรนารี จว. นครราชสีมาบ้านเก่าสมัยเป็นแม่ทัพภาค 2
ซึ่งได้ พล. ต. อาทิตย์ กำลังเอก ให้การหนุนหลังอย่างเข้มแข็งจนสามารถเอาชนะปราบกบฏครั้งนั้น
ได้อย่างราบคาบ พล.ต. อาทิตย์ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พล.ท. เป็นแม่ทัพภาคที่ 1

ซึ่งในขณะนั้นวิทยุมือถือมีความนิยมมากในหมู่ทหาร ซึ่ง พล.ท. อาทิตย์ ใช้นามเรียกขานว่า
“สุริยะ 9” และนามเรียกขานของหน่วยรักษาความปลอดภัยปจะจำตัวคือ “สุริยะ 90”

ต่อมา พล.ท.อาทิตย์ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในเวลา 6 เดือน และมามีเรื่องใหญ่
กันอีกทีคือ การเกิดกบฏ 9 กันยายน 2528 และมีการลอบสังหารผู้นำทางทหารและการเมืองอีกหลายครั้ง
จึงได้มีการขยายหน่วยรักษาความปลอดภัยบุคคลให้มีขนาดใหญ่และเพิ่มยุทโธปกรณ์ ที่ทันสมัย
เช่น ปืนกลมือ และเครื่องมือสื่อสารต่างๆ โดยกำลังพลส่วนใหญ่มาจากกำลังพลจาก กองพลที่ 1
รักษาพระองค์ หน่วยเก่าที่ พล.อ. อาทิตย์ เคยเป็น ผบ. มาก่อน ซึ่งเรียกว่าหน่วย AT (Anti Terrorist)
และเคยได้รับการฝึกเป็นพิเศษแบบหน่วย SWAT และมีที่ตั้งชั่วคราวที่ กองร้อยลาดตระเวน
ระยะไกลที่ 1 ถ. แจ้งวัฒนะ และเปลี่ยนชื่อหน่วยเป็น หน่วยเฉพาะกิจ 90 ขึ้นตรงต่อ ผบ.ทบ.


เหตุการณ์ มาผันแปรเมื่อ พฤษภาคม 2530
มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่าง พล.อ.อาทิตย์ ซึ่งเป็น ผบ.ทบ.
ในขณะนั้น กับผู้นำทางการเมือง จึงถูกปลดกลางอากาศ ฉก.90
จึงกลายเป็นหน่วยที่ขาดลอยแต่เลิกไม่ได้เพราะมีเครื่องมือและยุทโธปกรณ์
จำนวนมากและกำลังพลยังมีเงื่อนไขบางประการ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผบ.ทบ. แทน
จึงได้มอบหมายให้ พล.ท.สุนทร คงสมพงษ์
ผบ.นสศ.เพื่อนรักรับเอาหน่วยนี้ไปดูแลโดยให้ความสำคัญโดยให้เป็น
กองร้อยขึ้นตรงต่อ นสศ.


หลังจากนั้นอีก 4 -5 ปีต่อมาได้มีการจัดกองพันจู่โจมตามหลักนิยมของสหรัฐ
แต่ผิดตรงที่กองทัพบกจัดให้กองพันจู่โจมไปหน่วยรบพิเศษแทนที่จะเป็นหน่วย
ทหารราบ ฉก. 90 จึงถูกลดความสำคัญให้มาเป็นกองร้อยที่ 3 ของกองพันจู่โจมที่ตั้งขึ้นใหม่
แต่ยังคงดำรงชื่อเดิมไว้คือ ฉก. 90 และในที่สุดหลังจากนโยบายปรับลดกำลังของกองทัพ
ได้มีการปรับกำลังหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเสียใหม่คงเหลือเพียงกองพลเดียว
โดยมีการรวมกรมรบพิเศษขึ้นมาใหม่ และนำกองพันจู่โจมเข้าไปอยู่ใต้สายการบังคับบัญชา
ของกรมปฏิบัติการพิเศษนี้ ซึ่งทำให้ หน่วยเฉพาะกิจ 90 กลายเป็นเพียงชื่อในความทรงจำ
โดยได้เปลี่ยนชื่อ เป็นกองร้อยปฏิบัติการพิเศษเช่นเดียวกับกองร้อย อื่น ๆ

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ