"เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

"เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu May 13, 2010 5:19 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273755133&grpid=00&catid=

วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เวลา 21:50:56 น.
มติชนออนไลน์

"เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา หมอเร่งผ่าตัดกระสุนออก
สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ได้เดินออกมาจากแนวรั้วรักษาความปลอดภัยของการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตย
ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) บริเวณแยกศาลาแดง เพื่อให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ 4-5 คน
อาทิ นายโทมัส ฟุลเลอร์ ผู้สื่อข่าวนิวยอร์คไทมส์ นายแดเนียล เชิร์ฟ ผู้สื่อข่าววิทยุเสียงอเมริกา(วีโอเอ)
ซึ่งคาดว่าจะนัดหมายกันล่วงหน้า

ระหว่างให้สัมภาษณ์ได้เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อจู่ๆ เสธ.แดง ล้มฟุบลงกับพื้น และมีบาดแผลที่บริเวณศรีษะ
คาดว่า น่าจะถูกลอบยิงจากระยะไกล หลังจากนั้นการ์ด นปช.ได้นำตัวเสธ.แดง ขึ้นรถปิดอัพ ยี่ห้อโตโยต้า
สีขาวนำส่งโรงพยาบาล(รพ.) หัวเฉียว โดยไม่ยอมนำส่งรพ.จุฬาฯที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นที่บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีศาลาแดง และที่บริเวณ
ถนนพระราม 4 จำนวน 5 ลูก นอกจากนี้ยังมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทำให้ที่ประชาชนและผู้ชุมนุม
ต่างวิ่งหนีตายโกลาหล

นายเดเนียล เชิร์ฟ ผู้สื่อข่าววีโอเอ ระบุว่า เห็นเสธ.แดง ถูกยิงโดยมีความเป็นไปได้ว่า
จะเป็นฝีมือของมือปืนซุ่มยิงหรือสไนเปอร์
ระหว่างที่อยู่ภายในพื้นที่ชุมนุม นายเชิร์ฟ ระบุว่า
หลังจากเสธถูกยิงก็มีเสียงปืนยิงต่อสู้และเสียงระเบิดเกิดขึ้นภายในพื้นที่ปิดล้อมของม็อบด้วย

ต่อมาสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นอ้างผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่าการซุ่มยิงพล.ต.ขัตติยะครั้งนี้
น่าจะมาจากหลังคาของอาคารแห่งหนึ่งมุมสวนลุมพินี
ทั้งนี้ แดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวประจำกรุงเทพฯ
ของซีเอ็นเอ็นระบุว่า เสธ.แดง ถือเป็นแกนนำของกลุ่มเสื้อแดงที่หัวรุนแรงมากที่สุด แข็งกร้าวมากที่สุด
ในบรรดาแกนนำด้วยกัน

ด้านนายโทมัส ฟุลเลอร์ ผู้สื่อข่าวของนิวยอร์กไทม์สซึ่งระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่กำลัง
สัมภาษณ์เสธ.แดงอยู่ใน ขณะเกิดเหตุระบุว่า เสธ.แดงถูกยิงเข้าที่ศีรษะและได้รับคำบอกเล่าจาก
คนสนิทของเสธ.แดงในภายหลังว่าอาการสาหัส

ส่วนบรรยากาศที่รพ.หัวเฉียว เมื่อนำตัวเสธ.แดงมาถึง เจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวไปปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ที่ห้องฉุกเฉินประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นได้นำร่างเสธ.แดง ซึ่งบริเวณศรีษะถูกพันด้วยผ้าพันแผล
ไปยังศูนย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ประมาณ 5 นาที จากนั้นนำไปรักษาตัวที่ห้องไอซียู ท่ามกลาง
ความสนใจของสื่อมวลชนคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไป

นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ กล่าวถึงข่าวเสธ.แดง ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับ
การรักษาที่โรงพยาบาลหัวเฉียว โดยถูกยิงบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะว่าขณะนี้ยังไม่รู้ตัว อาการสาหัส
อยู่ระหว่างการรักษาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีคนได้ยินเสียงปืนบริเวณแยกศาลาแดง
สักพักใหญ่ๆ จึงมีกลุ่มผู้ชุมนุมนำเสธ.แดง นำส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งนี้ ยังไม่ยืนยันอาการใดๆ ขอให้
มีการรักษาอย่างเต็มที่ก่อนจึงจะรายงานผลชัดเจนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่พยาบาลได้นำตัว เสธ.แดงออกจากห้องฉุกเฉินเข้าไปในห้องไอซียู
ซึ่งเสธ.แดงอยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัวต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีสายน้ำเกลือโยงและที่หัวมีผ้าพันแผล

เวลา 20.24 นพ. สามารถ ตันอริยะกชุล รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เปิดเผย
อาการบาดเจ็บของ พล.ต.ขัตติยะ ว่า อาการสาหัส ขณะนี้กำลังส่งเข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์
เพื่อดูเนื้อสมองว่าถูก ทำลายมากน้อยแค่ไหนเพื่อทำการรักษาต่อไป ขณะนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
คาดว่าแผลเกิดจากอาวุธความเร็วสูง หากสมองถูกทำลายมากคงลำบากเพราะอาการค่อนข้างสาหัส

ผู้สื่อข่าวทีเอ็น เอ็นรายงานเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคมว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก โดยยิงขณะให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างชาติล้มลงทันที โดยโดนยิง 2 นัดกระสุน
เข้าที่ขมับขวาและหลัง
แพทย์กล่าวว่าเสธ.แดงยังไม่เสียชีวิต กำลังเร่งช่วยเหลือและผ่าตัดกระสุนออก


http://www.thaiphotoblogs.com/


Red Shirt Seh Daeng Shot in Head


Thursday 13th May, 2010 at 21:37:44



Major General Khattiya Sawasdipol is carried to an ambulance after being shot in the head
behind the barricades at a fortified camp in Bangkok's shopping district May 13, 2010.
Sawasdipol, the chief military advisor of Thailand's "red shirt" anti-government protesters,
was injured in the head, after an explosion and bursts of automatic gunfire were heard
near Bangkok's business district on Thursday night. (Associated Press)

Seh Daeng was reportedly talking to foreign reporters when he was shot by "sniper" fire.
Click here for report and photo taken minutes before.
http://www.nytimes.com/2010/05/14/world/asia/14thai.html?ref=global-home

"เสธ.แดง"ถูกยิงเข้าศีรษะอาการสาหัส



คมชัดลึก :เกิดเสียงคล้ายปืน-ประทัดแยกศาลาแดง แล้วมีรายงานเสธ.แดงถูกยิงหามส่งรพ.หัวเฉียว
อาการสาหัส มีม็อบบาดเจ็บ 20 ราย หลังจาก ศอฉ.สั่งปิดถนนรอบแยกราชประสงค์ 6 โมงเย็นวันนี้
"ไพศาล"เตือนรัฐอย่าส่งทหารไปตายซ้ำคืนนี้อาจถูกโจมตี

(13พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 19.00 น.ผู้ชุมนุมได้จุดปะทัดขว้างบนสะพานลอยศาลาแดง และ
เกิดเสียงดังคล้ายปืน ประมาณ 10 ครั้ง ล่าสุด 19.21 เกิดเสียงดังคล้ายปืนยิงรัวประมาณ 30 นัด
โดยมีเฮลิคอปเตอร์ บินวนสำรวจบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ขณะเดียวกันมีรายงานว่าพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไรเฟิล ที่บริเวณแยกศาลาแดง กระสุนเข้าที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส
ถูกนำส่ง รพ.หัวเฉียว อยู่ในห้องไอซียู สันนิษฐานว่ผู้ยิงที่มีลักษณะเป็นหน่วยแม่นปืน ต่อมาทางแพทย์
นำเสธ.แดงออกจากห้องไอซียูไปเข้าเครื่องสแกนสมองเสร็จแล้วนำไป พักรักษาที่ห้องไอซียูเช่นเดิม
นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผอ.ศูนย์เอรวัณ สำนักการแพทย์ กทม. ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวีว่า พล.ต.ขัตติยะ
ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ บริเวณแยกวังแดง ตอนนี้ยังยังไม่รู้สึกตัว ทางโรงพยาบาลหัวเฉียวให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ผบช.น.เดินทางมาที่รพ.หัวเฉียว
เมื่อเวลา 20.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สัญฐาน ชยนนท์ ผู้บัญญาการตำรวจนครบาล และ
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 1 กองร้อย และ
ตำรวจปจ.1กองร้อย ทหารจำนวน10นาย และหน่วยอรินทราช 5 คน สังเกตุการอยู่หน้ารพ.เพื่อดูแล
ความเรียบร้อยที่รพ.หัวเฉียว ล่าสุดมีรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวน 20 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว
และ โรงพยาบาลตำรวจ 1 ราย หลังจากเกิดเหตุสำนักข่าวบีบีซี และอัลจาซีร่า ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
บริเวณสี่แยกศาลาแดงว่า พล.ต.ขัตติยะที่สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะถูก
นำตัวไปโรงพยาบาล ซึ่งบีบีซีรายงานว่า นายทหารคนสนิทซึ่งรับโทรศัพท์มือถือของเสธ.แดง ภายหลัง
เหตุการณ์รุนแรงที่แยกศาลาแดงให้ข้อมูลว่าพล.ต.ขัตติยะได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากถูกยิงจริง

แกนนำนปช.ตรึงเครียดหลัง เสธ.แดงถูกยิง
ส่วนความเคลื่อนไหวของแกนนำนปช. ตรึงเครียดได้หารือกันอยู่หลังเวที หลังพล.ต.ขัตติยะถูกยิง
ล่าสุด 20.18 น. ยังไม่มีแกนนำคนไหนขึ้นเวที และไม่มีการประกาศว่า เสธ.แดงถูกยิงให้ผู้ชุมนุมทราบ
แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนทราบจากการบอกเล่า และค่อนข้างตกใจ แต่ก็สร้างมีการฮึกเหิมขึ้นให้กับผู้ชุมนุม

หมอมาลินีเผยเสธ.แดงถูกยิง2นัดที่หัว
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้แพทย์จากกทม.ได้ประสานไปยังแพทย์ ร.พ.หัวเฉียว
ทราบว่า ขณะนี้แพทย์กำลังให้การรักษา พล.ต.ขัตติยะ โดยนำเข้าผ่าตัดที่ห้องไอซียู ทราบว่าขณะนี้ได้มีการ
ใส่ท่อหายใจและไม่รู้สึกตัว โดยหัวใจยังคงเต้นอยู่ แพทย์จึงยังไม่สามารถประกาศได้ว่า พล.ต.ขัตติยะ
ได้เสียชีวิตแล้ว เพราะการจะประกาศเสียชีวิตได้คนไข้จะต้องหยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น และสมองหยุดทำงาน
ทั้งนี้จากการติดตามทราบว่า พล.ต.ขัตติยะถูกยิงที่ศรีษะจำนวน 2 นัด โดย 1 นัดเข้าที่บริเวณท้ายทอย อีก 1 นัด
ยังไม่ชัดเจนเบื้องต้นทราบว่าเกิดจากการถูกลอบยิง เพราะ กทม.ไม่ได้รักษากับมือ จะต้องรอ ร.พ.หัวเฉียว
เป็นผู้ยืนยันข่าวที่ชัดเจนอีกครั้ง ขณะที่ ร.พ.ของกทม. ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า สำหรับกทม.ได้เตรียมความพร้อมในการให้การรักษาผู้บาดเจ็บที่อาจจะเกิดจาก
เหตุการณ์ความไม่สงบ โดยมีการประสานระหว่าง ร.พ.ของกทม.กับ ร.พ.ที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบพื้นที่
การชุมนุมทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีเตียงที่พร้อมรองรับผู้บาดเจ็บจำนวน 700 เตียง และห้องผ่าตัดอีกจำนวนมาก
รวมทั้งมีรถพยาบาลอีก 70 คันเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ศอฉ.สั่งปิดถนนรอบแยกราชประสงค์ 6 โมงเย็นวันนี้
ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไข
สถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลประชุมศอฉ.ช่วงเช้าที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
ด้านความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นประธานในการประชุมว่า ในช่วง1 - 2 วันที่ผ่านมา ศอฉ.ตั้งด่านตรวจ
อาวุธควบคุมผ่านเข้าออกของบุคคลต้องสงสัย ขณะนี้มีแนวทางการปฏิบัติที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นการกำหนด
มาตรการในการปิดล้อม สกัดกั้นพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.
ของวันนี้ พื้นที่ที่มีผลกระทบทางด้านเหนือเริ่มตั้งแต่ แยกราชเทวี ไปตาม ถ.เพชรบุรี จนถึงแยกขึ้นทางด่วน
เพชรบุรี ทางทิศใต้ ตั้งแต่แยกทางขึ้นด่วนเพชรบุรี ตามถนนวิทยุ จนกระทั่งสี่แยกถนนวิทยุ เรื่อยมาจนถึง
ถนนพระรามที่ 4 จนถึงแยกสามย่าน และขึ้นเหนือไปบรรจบจุดเริ่มต้นตามถนนพญาไท จนกระทั่งถึงแยกราชเทวี
ซึ่งเป็นลักษณะกรอบสี่เหลี่ยม “ในกรอบสี่เหลี่ยมนี้ ถนนพญาไท เพชรบุรี และ วิทยุ จะมีการปิดการจราจร
ส่วนถนนพระราม 4 จะไม่ปิดการจราจร ซึ่งพื้นที่ที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมปิดจราจรทุกชนิดไม่ว่าเป็นรถโดยสาร
รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน ทางเรือ เป็นการปิดจราจรร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ประชาชนกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถ
ออกนอกพื้นที่ได้ แต่ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ ยกเว้นผู้อาศัย และผู้ที่มีสถานที่ทำงานในบริเวณนั้นจะได้รับ
อนุญาตให้ผ่านเข้าได้ แต่ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น เช่น
สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรพนักงานที่แสดงว่า ท่านทำงานที่ไหน เพื่อนำไปแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ทหารประจำด่าน
ซึ่งจะมีด่านอยู่ทุกเส้นทางในพื้นที่รกอบสี่เหลี่ยม โดยเจ้าหน้าที่ประจำด่านจะมีสติ๊กเกอร์มอบให้เพื่อเป็นบัตร
แสดงตนในการผ่านเข้าออก”โฆษกศอฉ. กล่าว พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในพื้นที่ที่มีการสกัดกั้นร้อยเปอร์เซ็นต์นั้น
การบริการสาธารณทุกชนิดทั้ง ไฟฟ้า ประปา การจราจร รถประจำทาง เรือรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน
จะมีการระงับเริ่มตั้งแต่ 18.00 น.เป็นต้นไป ส่วนใดดำเนินการได้ จะเริ่มดำเนินการในเวลา 18.00 น.
ส่วนใดยังไม่พร้อมต้องเตรียมการให้พร้อม และดำเนินการทันทีที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้มาตรการ
สาธารณนะทุกชนิดส่งผลกระทบและกดดันต่อผู้ชุมนุมให้ยุติการชุมนุม และออกจากพื้นที่โดยเร็ว
ไม่ได้ต้องการให้กระทบต่อประชาชนที่อาศัยหรือทำงานในบริเวณแยกราชประสงค์ในส่วนการตัดไฟฟ้า
และประปานั้นยังไม่สามารถดำเนินการได้ในเวลา 18.00 น. แต่หากพร้อมเมื่อไรจะดำเนินการทันที นอกจากนี้
ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ทางศอฉ.จะขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ห้างร้าน บริษัทเอกชนที่ประกอบการในพื้นที่
ขอให้ท่านหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว และอนุญาตให้พนักงานหยุดตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์
จะคลี่คลาย ทั้งนี้จากการที่ศอฉ.ทำหนังสือร้องขอต่อศาลเพื่ออนุมัติให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ
ตัดสัญญาณนั้น ทางศาลได้มีการอนุมัติโดยสามารถตัดสัญญาณโทรศัพท์ได้ครั้งละ 6 ชั่วโมงต่อเนื่องเป็น
ระยะเวลาหนึ่ง ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งจะมีการดำเนินการไปสักระยะหนึ่งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

“ส่วนเรื่องการกระชับวงล้อมของเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจมีความจำเป็นต้องกระชับวงล้อมเข้ามา โดยอาศัย
รถเกราะหรือรถสายพานลำเลียงพล ซึ่งเรามีความจำเป็นในการนำมาใช้งาน เราไมต้องการนำอาวุธร้ายแรง
มาใช้ต่อประชาชน แต่รถเกราะเป็นเกราะป้องกันอันตรายจากอาวุธยิงต่างๆให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร
ตำรวจที่ปฏิบัติภารกิจ และสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม เพราะเรามั่นใจว่า ในกลุ่มผู้ชุมนุมมีผู้ก่อการร้าย
ซึ่งมีอาวุธสงครามอยู่ เมื่อตำรวจทหารใช้รถเกราะ หากมีการยิงอาวุธสงครามเข้ามา ทำให้เราไม่จำเป็นต้องตอบโต้
ด้วยอาวุธกลับไปเกินความจำเป็น ” โฆษกศอฉ. กล่าว พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนการกระชับวงล้อมในวันนี้
อาจเป็นไปได้ว่า กลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่จะเคลื่อนที่เข้าปะทะเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการ
ตามขั้นตอนหลักสากลจากเบาไปหาหนัก 7 ขั้นตอน และมีการใช้อาวุธกระสุนจริงด้วย เมื่อท่านพยายาม
เคลื่อนที่เข้ามา ขอให้หยุดแล้ว แต่ยังไม่หยุด ต้องมีความจำเป็นต้องใช้กระสุนยางที่ยิงจากปืนลูกซอง
หากยังเข้ามาอีก เราไม่สามารถปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมาได้ คือ มีการบุกยึดอาวุธ
รถยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ และมีโอกาสนำไปก่อเหตุร้ายได้ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้ปืนลูกซอง
กระสุนจริงในการยิงสกัดไม่ให้ท่านเข้ามา แต่การยิงสามารถพิสูจน์ได้ว่า เราไม่ต้องการมุ่งทำร้ายเอาชีวิตประชาชน
ท่าทางการยิง ตำบลกระสุน กรวยกระสุน จะแสดงออกชัดเจนว่า ไม่ต้องการทำร้ายถึงชีวิต แต่ต้องการหยุดยั้ง
การปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย และการพยายามขึ้งตัวเจ้าหน้าที่ “ ในส่วนปืนเล็กยาวที่มีอยู่ เช่น ปืนทราโว่ เอ็ม 16
จะใช้ใน 3 กรณี
1.การยิงข่มขวัญขึ้นฟ้า
2.ยิงเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายโดยหมายเอาชีวิตซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
3. ยิงไปยังบุคคลที่มีอาวุธอยู่ในมือไม่ว่ายจะเป็นปืน ลูกระเบิด นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่ง คือ
พลแม่นปืนทำหน้าที่ในการระวังป้องกัน และใช้ยิงผู้ก่อการร้ายที่มีอาวุธ
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะไม่มีอาวุธหนักอื่น นอกจานี้ โดยจะไม่มีการใช้ลูกระเบิดขว้าง ระเบิดเอ็ม 79 หรือปืน
ที่นอกเหนือไปจากนี้ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งการยิงของเจ้าหน้าที่เป็นการยิงทีละนัด
ไม่ได้ยิงแบบอัตโนมัติซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการดำเนินการในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีการกดดันพื้นที่
และผู้ชุมนุมพยายามเข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่การดำเนินการนี้ไม่ได้หมายรวมถึงการขอพื้นที่คืนที่แยกราชประสงค์”
พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

สนง.รอบราชประสงค์ปิดให้พนักงานกลับบ้านแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 15.30 น.สำนักงานต่าง ๆ รอบราชประสงค์ปิดให้พนักงานกลับบ้านได้
อย่างเช่นพนักงานกว่า 3 พันคนที่ตึกจามจุรี พนักงานของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการออกอากาศ
ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและบริษัทแถวราชประสงค์ก็เริ่มปล่อยพนักงานกลับ บ้านพร้อมประกาศปิดทำการ
ในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ทาง DTAC - AIS พร้อมตัดสัญญาณมือถือแยกราชประสงค์ทันที หากได้รับคำสั่งจากรัฐบาล
ซึ่ง ศาลได้อนุญาตตามคำร้องของ ศอฉ.ขอตัดสัญญาณมือถือได้ครั้งละ 6 ชม.ต่อเนื่อง เมื่อเวลา 18.40น.
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ได้ประกาศบนเวทีว่า ขณะนี้สัญญาณโทรศัพท์ได้ถูกตัดแล้ว

แบงก์-ห้างปิดหนีม็อบหวั่นรุนแรง
ธนาคารไทยพาณิชย์ เลื่อนเวลาปิดให้บริการ 4 สาขา วันนี้ ได้แก่ สาขาคาร์ฟูร์ พระราม 4, โลตัส พระราม 4,
เซ็นทรัล พระราม 3, โลตัส พระราม 3 ปิดให้บริการ ในเวลา 16.00 น. ขณะที่ศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์
แจ้งลูกค้าปิดให้บริการในเวลา 18.00 น. ส่วนในวันพรุ่งนี้เปิดบริการตามปกติ นอกจากนี้ศูนย์การค้าแพลตตินั่ม
ประตูน้ำ ประกาศปิดให้บริการในเวลา 17.00 น.วันนี้ และต่อเนื่องไปจนถึงวันพรุ่งนี้

ไพศาลเตือนรัฐอย่าส่งทหารไปตายซ้ำคืนนี้อาจถูกโจมตี
นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนเตือนรัฐบาลและ ศอฉ.
ในกรณีส่งกำลังรถทหารกดดันปิดล้อมการชุมนุมตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันนี้ ว่าอย่าประมาท และต้องระมัดระวัง
อย่าส่งทหารไปตายซ้ำอีกเพราะคืนนี้อาจถูกโจมตีก่อนและจะเสียขบวน นายไพศาล กล่าวว่าจากเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 รัฐบาลและกองทัพ ตลอดจนประชาชนสูญเสียมาก เพราะประเมินต่ำไป
การมาพูดทีหลังว่านึกไม่ถึงหรือคาดไม่ถึงไม่สามารถแก้ไขความเสียหายได้ คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน
หากประมาทหรือคาดการณ์ไม่พอเพียง ก็อาจจะเสียหายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง นายไพศาล กล่าวว่าจากการติดตาม
ข่าวสารที่รายงานผ่านสื่อมวลชนในขณะนี้รัฐบาลได้ใช้ กำลังทหารและเครื่องไม้เครื่องมือในลักษณะปิดล้อมกดดัน
โดยยังไม่แน่ว่าจะมีการสลายหรือไม่ มีการขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่ปิดกิจการและหยุดงานตั้งแต่บ่าย
วันนี้ถึงวันพรุ่งนี้ ปิดการจราจร และจะตัดน้ำ ตัดไฟ ปิดสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งคล้ายกับจะเป็นสงครามเต็มรูปแบบอยู่แล้ว
ในขณะเดียวกัน อีกฝ่ายหนึ่งก็มีการระดมกำลังพลและเตรียมการด้านอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อม ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
และเมื่อ ศอฉ. ประกาศกดดันก็มีการประกาศระดมคนให้มาปิดล้อมตลบหลังทหาร คงมุ่งหมายจะยึดรถถัง
จับทหาร และยึดอาวุธเหมือนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิดเหตุซ้ำ รัฐบาลและประเทศไทย
ก็คงไปไม่รอดแน่นอนแล้ว ดังนั้นคราวนี้รัฐบาลและ ศอฉ. จะดูเบาหรือประมาทแก่การไม่ได้เป็นอันขาด
นายไพศาล กล่าวอีกว่าการปิดล้อมกดดันคงไม่ทำให้ยุติการชุมนุมได้ ดังนั้นกรณีน่าจะเป็นการเดินจังหวะ
ก้าว 3 จังหวะ คือปิดล้อมกดดัน แยกน้ำ จับปลา และกวาดอวน ซึ่งถ้าดูลีลารัฐบาลก็อาจจะใช้เวลาตั้งแต่คืนวันนี้
ไปตลอดเสาร์หรืออาทิตย์นี้

นายไพศาล กล่าวอีกว่ารัฐบาลอาจทำงานลุล่วงถ้าหากสามารถสกัดการระดมคนเข้ามาปิดล้อมตลบหลังทหาร
ที่ตั้งด่านปิดล้อมอยู่และสามารถดูแลพื้นที่ด้านนอกที่อาจมีการก่อวินาศกรรมเพื่อดึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้ออกไป
ระงับเหตุ แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากพิจารณาจากกระบวนท่าและเชิงยุทธ์ของอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่า
จะมีการเปิดฉากโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่คืนวันนี้ เพื่อทำให้เสียขบวน และถ้าหากประเมินจากข่าวที่ปรากฏ
ตามสื่อมาโดยลำดับก็ต้องระมัดระวังอาวุธหนักไว้ด้วยว่าถ้าเกิดมีการใช้อาวุธหนักยิงเจ้าหน้าที่ จะรับมืออย่างไร
จะรับหรือจะรุกอย่างไร เพราะที่ผ่านมานั้นก็ได้เห็นกระบวนท่ามาแล้ว ว่าอีกฝ่ายมีหน่วยปฏิบัติการทำลาย
ศูนย์บัญชาการหรือเจ้าหน้าที่ระดับบัญชาการของรัฐบาล ประสานกับงานมวลชน และอาจมีการระดมมวลชนเข้ามา
ซึ่งขณะนี้ก็ระดมกันอยู่ ดังนั้นถ้ามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นจะระงับเหตุให้ทันท่วงทีไม่ให้ยื้อเยื้อบานปลายได้อย่างไร
นายไพศาล กล่าวอีกว่าเมื่อบ่ายวันนี้แกนนำเสื้อแดงได้ประกาศแผนรับมือทุกด่าน วางจุดหนักทางด่านสวนลุม
สีลม ในขณะที่ด่านอื่นๆ บอกว่าแค่ดูแลสถานการณ์ป้องกันมิให้มีการรุกเข้าไปสลายการชุมนุม ก็เพราะว่า
ด่านด้านถนนพระราม 4 ทั้งหมดเป็นเหมือนปากขวดของยุทธภูมิราชประสงค์ หากถูกปิดหรือถูกยึดก็เหมือน
ถูกปิดปากขวด และตรงจุดนี้น่าจะเป็นจุดแตกหัก นายไพศาล กล่าวอีกว่าขณะนี้มีการเตรียมระดมกำลังคน
จากฐานมวลชนรอบนอกกรุงเทพฯ 3 ฐาน คือจากปากน้ำ จากคลอง 4 ลำลูกกา ปทุมธานี และจากนนทบุรี-อยุธยา
ซึ่งสามารถเคลื่อนตัวได้เร็วในระยะเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ ศอฉ.คงจะมีแผนสกัดกั้นไว้แล้ว

นายไพศาล กล่าวอีกว่าสถานการณ์ตอนนี้แผนปรองดองคงเป็นโรดม้วยไปเรียบร้อยแล้ว สถานการณ์ตึงเครียด
ที่มีลักษณะการทหารนำของทั้งสองฝ่ายกำลังเข้ามาแทนที่ซึ่งนับว่าเป็นเหตุการณ์น่าระทึกใจ

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu May 13, 2010 10:46 pm

ข่าวล่าสุดคอนเฟิร์มจากวงในว่า เสธ.แดงได้เสียชีวิตแล้ว

************************************************

มีใครสงสัยบ้างหรือเปล่า ว่างานนี้ใครเป็นคนลงมือกระทำ

ทหารในกองทัพ หรือ ทหารรับจ้าง( ในกระทู้ ข่าวล่า...วันนี้ )

************************************************

งานนี้ เป็นแผนของใคร

เพราะเท่าที่ทราบมา เสธ.เคยทำงานให้กับ CIA

แต่ต้องการ convert ตัวเองในการเข้ามาทำงานและปกป้องประเทศชาติ

คนที่รู้ไส้รู้พุงกระบวนการและตัวบุคคลของ CIA ส่วนใหญ่มักจบชีวิตแบบเร็วกว่าปกติ

************************************************

ที่แน่ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในประเทศไทย คงหนีไม่พ้นสงครามกลางเมือง

ทั้งนี้ภาพเสธ.ที่ถูกยิงจนเสียชีวิต คงกระเทือนใจทหารระดับล่างไม่น้อย

เพราะในวงการทหาร มีจำนวนไม่น้อยที่รักและชื่นชอบในตัวเสธ.

ที่สำคัญ คนทั่วไปเข้าใจว่า เสธ.ถูกยิงโดยฝีมือของนายทหารด้วยกันเอง

เฮ้อ...นะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  Neo on Fri May 14, 2010 8:41 am

เวลา 03.30 น.นพ.ทศพร เสรีรัตน์ อดีตสส.จังหวัดแพร่ พรรคไทยรักไทย กล่าวถึงความคืบหน้าอาการของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ว่า ทางคณะแพทย์ที่ทำการรักษาและผ่าตัดเสธ.แดง เป็นที่เรียบร้อย โดยใช้เลือดประมาณ 10 ขวด และได้ดูผลการเอ็กเรย์ ผลการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยและราบรื่น ตอนนี้รอให้เสธ.แดง ฟื้นตัว เนื่องจากว่ายังอยู่ระหว่างการพักฟื้น ส่วนกระสุนที่พบมีอยู่ 2 รู ซึ่งถูกยิงบริเวณศรีษะด้านบนฝั่งขวาออกด้านล่างฝั่งซ้าย ทำมุมเฉียง อย่างไรก็ตามทางญาติได้มาดูแลและให้กำลังใจเสธ.แดง หลายคน โดยเฉพาะลูกสาวของเสธ.แดง ซึ่งตนขอชมเชยว่าลูกสาวของเสธ.แดง เข้มแข็งและมีสติดีมากคอยดูแลคุณพ่อตลอด

"ตอนนี้ต้องรอพักฟื้นระยะหนึ่ง ส่วนจะได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูก่อน คาดว่าใช้เวลาสักพักว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ยังบอกไม่ได้ อย่างไรก็ตามในระยะนี้ต้องนอนรักษาตัวอยู่ภายในห้องไอซียู เพราะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากป้องกันการติดเชื้อหลังจากการผ่าตัด"นพ.ทศพร กล่าว

นพ.ทศพร กล่าวอีกว่า ตนอยากจะขอวิงวอนกับผู้ที่ลงมือกระทำในครั้งนี้ขอให้เสธ.แดง เป็นคนสุดท้าย และวิงวอนทุกฝ่ายยุติการกระทำอันรุนแรง และนิรโทษสกรรมให้กับทุกฝ่าย ส่วนกรณีของบ้านเลขที่ 111 ยังไม่มีใครโทรศัพท์มาสอบถามอาการ รวมทั้งไม่มีโทรศัพท์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาสอบถามเรื่องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าทางญาติได้มีการขอกำลังตำรวจมารักษาความปลอดภัยเสธ.แดงหรือไม่ นพ.ทศพร กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าทางญาติมีการร้องขอหรือไม่

เมื่อถามว่าจะฝากอะไรไปถึงทางรัฐบาล นพ.ทศพร กล่าวอย่างหนักแน่นว่า นายกฯไม่ต้องยุบสภาแล้ว แต่ควรจะรับผิดชอบโดยการลาออกจากตำแหน่งได้แล้ว

ส่วนบรรยากาศบริเวณอาคารเพชรรัตน์ รพ.วชิรพยาบาล ได้มีบรรดาสื่อมวลชนเฝ้าสังเกตการณ์ทำข่าวความคืบหน้าของเสธ.แดง พร้อมกันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ โดยมีอาวุธครบมือคอยรักษาความปลอดภัยทั้งทางเข้าออกประตูรพ.วชิรพยาบาล รวมทั้งมีการตรวจเข้มบุคคลเข้าออกอย่างเข้มงวด

***********************************

ถ้ารอดก็ปาฏิหาริย์ครับ แต่จะเป็นผักรึเปล่าต้องคอยดูกันต่อไป

Neo

จำนวนข้อความ: 213
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  Neo on Fri May 14, 2010 8:47 am

ตอนนี้ ต่อให้เอาใครมาเป็นนายก ก็คงเครียด จนแทบเส้นเลือดในสมองแตก รัฐบาลกำลังมีแต้มต่อ ในการยัดเยียดภาพผู้ก่อการร้ายให้เสื้อแดง แบบเต็มเหนี่ยว ด้วยตัวชูโรง ตีตราหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธ คือ พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล เรียกว่าถึงขั้น คนเป็นนายกพูดชื่อออกอากาศกันเลยทีเดียว

และจะเป็นความชอบธรรมส่วนหนึ่ง ในการเข้าสลาย เมื่อ เสธแดง และกองกำลังไม่ทราบฝ่าย โจมตี ตำรวจทหาร ตามแนวทางเดิมที่ทำมาเป็นประจำ ทุกฝ่ายเตรียมการแล้ว ล้อมคนเสื้อแดง ปิดทางเข้าหมดทุกด้าน เตรียมอาวุธมาป้องกันเต็มที่

แต่พอถึงเวลา มีใครไม่รู้ เด็ดหัว คนที่รัฐบาลต้องการให้อยู่จนวันสุดท้ายไป

อ้าวว.... ไหงทำกันแบบนี้ล่ะค้าบบบ..

อภิสิทธิ์เอ๋ย เค้าบอกกันกี่ทีแล้ว ว่าไอพวกนี้มันเหี้ยมโหดผิดมนุษย์และทำได้ทุกอย่างน่ะ

ตอนนี้แกนนำเสื้อแงดก็ทำอย่างเดียว บอกผู้ชุมนุมว่ารัฐบาลทำ กองทัพทำ และ ปลุกระดมให้เสื้อแดงลุกฮือ สร้างความรุนแรง

สบายแฮ.....

Neo

จำนวนข้อความ: 213
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Fri May 14, 2010 9:07 am

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 08:30:22 น. มติชนออนไลน์

เผยกระสุนไรเฟิล "ลาปัว.308"เจาะกะโหลก"เสธ.แดง"

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบลูกกระสุน 2 นัดฝังอยู่ในหัวและอยู่ในเสื้อเกราะ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง ทรบว่า เป็นกระสุนยี่ห้อ "ลาปัว" ".308 วินเชสเตอร์ ลาปัว ไรเฟิล" ซึ่งใช้สำหรับซุ่มยิงโดยเฉพาะ กระสุนเข้าศีรษะ 1 นัด อีก 1 นัดถูกหน้าออก แต่ พล.ต.ขัตติยะสวมเสื้อเกราะกระสุนจึงไม่เข้า โดยได้หัวกระสุนมาจากที่ติดอยู่บนเสื้อเกราะบริเวณหน้าอกของเสธ.แดง

นางฟ้า

จำนวนข้อความ: 119
Registration date: 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri May 14, 2010 10:03 am

ทหารใน รพ. พระมงกุฏ หลายคน โดนยิง มีสะเก็ดระเบิดอยู่ในร่างกาย มีคนหนึ่งผ่าตัด ๙ ครั้งแล้ว เพราะสะเก็ดไปอยู่ในจุดที่สำคัญ หมอผ่าตัดไม่ได้ มีเหยื่ออีกมากมายที่โดนระเบิด โดนลูกหลง รวมถึง ประชาชนที่โดนระเบิด ซึ่งคนว่ากันว่าปาบ้านบรรหาร แต่ทำไมคนในบ้านรอด คนโดนเป็นประชาชนเดินนอกบ้าน อยู่ในรถส่วนตัว

ประชาชนมากมายที่โดนทำร้าย แต่ไม่มีโอกาสมาเป็นข่าวหน้าหนึ่ง เพราะว่า ไม่อาจใช้เป็นเครื่องมือถล่มทางการเมืองได้

สื่อทุกฉบับพากันลงภาพเละเทะของเสธ แดง ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

ในทางโลกก็วิเคราะห์กันไป หากในความเป็นจริงที่เป็นสากล บนมาตรฐานเดียวกันแท้ๆ ก็คือ
เกิดแต่กรรม

ซึ่งเราทุกคนล้วนหนีไม่พ้น คุณทำอะไรไว้ ก็ไม่พ้นได้รับสิ่งที่คุณทำลงไป

MI-6

จำนวนข้อความ: 956
Registration date: 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Fri May 14, 2010 10:13 am

http://www.nytimes.com/2010/05/14/world/asia/14thai.html?hp
คุณ blue maiden แปลบางตอนไว้ว่า

ดิฉันอยู่ที่ศาลาแดง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน พวกเรากลุ่มหนึ่งได้รับรายงานว่ามีเสียงจากทางโรงแรมดุสิตธานี อะไรบางอย่างดูคล้ายๆท่อนไม้ยาวๆดำๆยื่นออกมาจากดาดฟ้า ในไม่กี่นาที ขณะนั้นเสธกำลังพูดคุยกับผู้สนับสนุน ให้น้ำดื่มและกอดคุณยายคนหนึ่ง ครู่ต่อมาก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากที่สูง วัตถุถูกดึงหดกลับไปและชายคลุมฮู๊ดสีดำยืนขึ้นและเดินออกไป 5นาทีต่อมาพบชายสวมชุดเดียวกันได้รับการคุ้มกันตัวขึ้นรถตู้ตำรวจสีดำแล่น จากไปอย่างรวดเร็วทางถนนพระราม4 เลี้ยวซ้ายไปทางมาบุญครอง
พบว่าเจ้าหน้าที่ทหารมีสีหน้ายิ้มแย้มและจับมือกันในการที่ชายผู้นี้ถูกฆ่า
เจ้าหน้าที่ทหารมาบอกพวกเราว่า"พวกคุณไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น กลับโรงแรมทันทีมิฉะนั้นจะถูกจับส่งออกนอกประเทศ เขาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก คุณไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ไม่มีอะไรแล้ว กลับโรงแรมไป
พบเจ้าหน้าที่โรงแรมอยู่ข้างนอก กำลังคุยกับตำรวจกลุ่มหนึ่ง

นางฟ้า

จำนวนข้อความ: 119
Registration date: 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri May 14, 2010 11:03 am

เมืองไทยมีดาว ๘ ที่ไม่ดี แปลว่า จะมีศัตรูนอกประเทศ เล่นบทอีแอบอยู่เป้นระยะ อันนี้ก็เห็นจะจริง

ข่าวที่พูดด้วยภาษาไทยดีกว่า แถมเป็นคนใกล้ตัว เสธแดง ด้วย คือ การ์ด นปช ให้ข่าวว่า
ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์อยุ่ คนดังก็โดนยิงระยะประชิดตัว เมื่อทุกคนได้ยินเสียงปืน
เลยทำให้แตกกระจายทั้งกลุ่ม จากนั้นก็คนยิงก็หลบหายไป

ไม่รู้ใครจริงใครลวง

แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือ อะไรที่จะสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง เราไม่ควรที่จะสนับสนุนหรือเลือกเส้นทางนั้น

ทำไมข่าวของฝรั่ง ต่างชาติจะต้องจริง แล้วคำพูดของคนไทยจะต้องเป็นเท็จ

ถ้าพวกเรามีน้ำยา แบบที่ว่าจะสอยใครก็ล่วง ได้ตามที่พยายามคิดกันแล้วละก้อ แม่นมอมทุกข์ คงไม่ต้องทำหน้ากลืนไม่ลง กับ มีคำพูดติดปากว่า " คาดไม่ถึง " เข็มขัดสั้นตลอดกาลแบบนั้นหรอก

MI-6

จำนวนข้อความ: 956
Registration date: 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  dannyonline on Fri May 14, 2010 11:21 am

ใครล่ะ.....ที่จะสั่งฆ่าเสธฯแดงได้????

ใครล่ะ.....ที่จะสั่งฆ่าประชาชนได้????

ใครล่ะ.....ที่จะให้คำตอบเรื่องนี้ต่อสังคมได้????

dannyonline

จำนวนข้อความ: 33
Registration date: 28/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  dannyonline on Fri May 14, 2010 11:26 am

MI-6 พิมพ์ว่า:

ซึ่งเราทุกคนล้วนหนีไม่พ้น คุณทำอะไรไว้ ก็ไม่พ้นได้รับสิ่งที่คุณทำลงไป
ถูกต้องที่สุดครับคำนี้ แล้วคนที่สั่งฆ่าประชาชนก็จะได้รับกรรมในสิ่งที่มันได้ทำลงไป

dannyonline

จำนวนข้อความ: 33
Registration date: 28/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri May 14, 2010 12:01 pm

คำพูดดังกล่าวรู้สึกคุ้นๆ มาก ในการตั้งคำถามเหล่านี้ ใครสั่งฆ่าคน ทหารทำร้ายคน

หากบอกว่า คำถามพวกนี้จะต้องมีใครสักคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบตอบออกมาให้ได้
มันคงยาก

แต่หากคิดเสียใหม่ว่า ควรหรือยังที่คนจะรู้จักคิดได้เองในสิ่งที่ควรเป็นไป รู้จักการควรไม่ควรในการปฏิบัติตน

คนในสังคมจะต้องเริ่มต้นคิดเองได้แล้ว ไม่ได้รอรับฟังข่าวจากสื่อสารพัด เพียงอย่างเดียว

แกนนำ กับ แกนกลางหลายคน แกนกลางคือพวกที่ดูดี และรักสงบมาก คือ อะไรก็ทำไม่ได้สักอย่าง
จะถนอมชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนจริงแล้วละก้อ ไม่ควรจะมุ่งไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นคนที่มาชุมนุม หรือ คนนอกการชุมนุม นั่นคือ ประชาชนทั่วไป

หากแกนนำ หวังดีกับประชาชนที่ชักชวนมา ก็ควรจะให้เขาได้รับทราบความเป็นจริงในการเรียกเขามาชุมนุม ให้เขามีส่วนตัดสินใจเองว่าจะอยู่ หรือไป อย่าสร้างความเชื่อใดๆ ให้กับเขา อย่าสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้เขาคิดามที่ตนเองอยากให้คิด

นั่นคือการแสดงความหวังดีที่แท้จริง ไม่ใช่คอยเสี้ยมให้เกิดเรื่อง แล้วก็ตั้งคำถามหาคนมารับผิดชอบ
แถมบางคำถาม ตั้งเอง ตอบเองเสร็จ เสียด้วย

MI-6

จำนวนข้อความ: 956
Registration date: 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  dannyonline on Fri May 14, 2010 12:55 pm

คิดว่าคนที่ไปร่วมชุมนุมเขาไม่ได้โง่หรอกครับทุกวันนี้ ใช่ว่าจะอยู่เพื่อแกนนำกันเสียเมื่อไหร่

ทุกคนต่างก็มีความคิดเป็นของตนเอง ใครล่ะอยากไปนั่งฟังแกนนำแล้วรอให้ลูกปืนวิ่งเข้ามาหา

ไม่มีใครโง่ขนาดนั้นหรอกครับที่จะไปนั่งฟังแกนนำปลุกปั่นรอให้ทหารมาสลายไม่มีหรอกครับ

เหตุการณ์ทุกวันนี้มองออกได้ว่าคนที่ร่วมชุมนุมนั้นคิดอย่างไรต่อสู้เพื่ออะไร เลิกคิดได้แล้วครับ

ว่าเค้าทำเพื่อใครคนใดคนนึง ชิวิตของตัวเองคงไม่เอาไปแลกให้ใครง่ายๆหรอกครับ เหตุการณ์

มันรุนแรงเกินที่จะบอกว่าพวกเค้ามาทำเพื่อบุคคล1คนแล้วครับ ใครล่ะจะเอาหนังสติ๊กไปสู้กับปืน

อย่างที่ว่า ใครทำกรรมอะไรไว้เดี๋ยวกรรมมันก็วิ่งไปหาเอง ทำเยอะ ก็ได้เยอะ รอดูต่อไป

dannyonline

จำนวนข้อความ: 33
Registration date: 28/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 14, 2010 2:27 pm

ลูก เสธ.แดง ไม่ยื้อพ่อหากหมดหวัง - มะกันฟันธงยิงโชว์แกนนำ

Fri, 2010-05-14 03:29

ย้าย "เสธ.แดง" รักษาที่วชิระ ลูกสาวชี้หากหมดหวัง ไม่ขอยื้อชีวิตพ่อ
ที่ปรึกษากลาโหมสหรัฐฟันธงยิง เสธ.แดง โชว์แกนนำ
ด้านดีเอสไอ ขออายัดตัวแม้โคม่า ‘ทักษิณ’ ทวิตประณามรัฐ
ทหารยิงกระสุนยางไล่ม็อบ หลังระดมคนปิดทางไม่ให้เจ้าหน้าที่ออกจากสวนลุมพินี
ทีวีไทยรายงานว่า บริเวณแยกสวนลุมพินี เมื่อเวลา 20.40 น.มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่
กับกลุ่มผู้ชุมนุม หลังจากที่ผู้ชุมนุมนำกรวยสีส้มที่เจ้าหน้าที่นำมาปิดเส้นทางการจราจรออก
เพื่อเปิดเส้นทางให้ประชาชนสัญจรไปมา พร้อมกับนำกระถางต้นไม้มาขวางประตูทางออกสวนลุมพินี
และผลักดันเจ้าหน้าที่ทหารไม่ให้ออกมาจากสวนลุมพินี หลังจากนั้นไม่นานได้มีเสียงปืนดังติดต่อกัน
หลายนัด โดยเจ้าหน้าที่ได้ยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บหลาย
มีรายหนึ่งถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่ต้นคอ ผู้ชุมนุมได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

เวทีประกาศขอรับบริจาคเลือด กรุ๊ป AB ช่วยเสธ.แดง
เวลา 20.50 น.พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ พล.ต.ต.วิชัย
สังข์ประไพ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เดินทางไปที่โรงพยาบาลหัวเฉียว
ซึ่งมีผุ้ชุมนุมรอรับทราบอาการของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก
ที่ถูกยิงในช่วงค่ำ ผู้สือข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้าการเดินทางมาถึงของ ผบช.น.และผบก.น.1
เพียงเล็กน้อย มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจปราบจราจลจำนวนหนึ่งเข้ามาบริเวณโรงพยาบาลและ
ได้เกิดการปะทะคารมกับผุ้ชุมนุม จนเกือบเกิดการปะทะ ทั้งนี้ ผู้ชุมุนได้ร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ออกห่าง
จากบริเวณดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยินยอมโดยออกไปตั้งจุดตรวจอยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาล
พล.ต.ท.สัณฐานและพล.ต.ต.วิชัยได้เดินทางเข้าไปในอาคารโรงพยาบาลและขึ้นลิฟท์ไป
ขณะที่หน้าโรงพยาบาลมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 1 กองร้อย และ ตำรวจปจ.1กองร้อย ทหารจำนวน 10 นาย
และหน่วยอรินทราช 5 คน สังเกตุการอยู่หน้า รพ.เพื่อดูแลความเรียบร้อย ส่วนเวทีที่ราชประสงค์
มีการประกาศขอรับบริจาคเลือด กรุ๊ป AB ที่โรงพยาบาลหัวเฉียว เพื่อใช้ในการผ่าตัดเสธ.แดง
และมีการเปิดรับบริจาคหลังเวทีทั้งนี้ เหตุการณ์ความวุ่นวายครั้งนี้ เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
กว่า 22 คน โดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหัวเฉียว 20 คน โรงพยาบาลตำรวจ 1 คน
โรงพยาบาลจุฬาฯ 1 คน แต่ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าจากหน่วยงานรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

Neo พิมพ์ว่า:

ใส่ชุดแบบนี้จะรู้ได้ไงว่าใครเป็นใคร มาจากไหน

พวกอีแลมรึเปล่า

ย้าย "เสธ.แดง" รักษาที่วชิระ
เมื่อเวลา 23.00 น.พ.ค.นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ฉุกเฉิน
กทม.เปิดเผยว่า จะทำการย้าย พล.ต.ขัตติยะไปยังวชิระพยาบาล เพื่อทำการรักษาต่อไป
ทั้งนี้ แพทย์ของวชิระพยาบาลจะทำการพิจารณาเพื่อรักษาอาการเนื้อสมองตาย เนื้อสมองบวมของ
พล.ต.ขัตติยะ เวลา 23.45 น. คณะแพทย์โรงพยาบาลหัวเฉียว ได้นำตัว พล.ต.ขัตติยะ ส่งไปรักษาตัว
ที่วิชรพยาบาล โดยขนย้ายผู้ป่วยออกทางด้านหลังของอาคารรักษา โดย นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี
ผอ.วชิรพยาบาล เดินทางมารับตัวผู้ป่วยด้วยตนเอง ด้าน น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาวพล.ต.ขัตติยะ
ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางสถานีสปริงนิวส์ ถึงอาการบาดเจ็บของ พล.ต.ขัตติยะ ว่า อาการค่อนข้างสาหัส
และหากไม่ไหวจริงๆ คงต้องตัดสินใจกันอีกทีว่าจะยื้อต่อไปหรือไม่ ข่าวแจ้งว่าการย้าย พล.ต.ขัตติยะ
ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระ เนื่องจากอุปกรณ์การแพทย์ในการช่วยชีวิตเร่งด่วน แม้ว่าแพทย์
จะประเมินอาการแล้วว่า พล.ต.ขัตติยะ มอาการสาหัส จากเนื้อสมองที่ถูกกระสุนยิงเข้าไปทำลาย ทั้งนี้
เหตุผลในการย้ายโรงพยาบาล คนใกล้ชิด พล.ต.ขัตติยะ อ้างว่า เพื่อความปลอดภัยและให้คณะแพทย์
ได้รักษาอาการเสธแดงอย่างใกล้ชิด ก่อนหน้านี้ เวลา 23.30 น.มีการเคลื่อนไหวของกองกำลังทหารและ
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้สนธิกำลังเพื่อดูแลพื้นที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ได้เคลื่อนย้ายกำลังพล โดยผู้สื่อข่าว
รายงานว่า ก่อนย้าย พล.ต.ขัตติยะ ไปโรงพยาบาลวชิระกองกำลังทหารและตำรวจก็ได้ถอนตัวออกไป
เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 22.20 น.บริเวณหน้า
โรงพยาบาลหัวเฉียว มีคนจำนวนมากทะยอยกันมา เพื่อให้กำลังใจเสธแดงจนเกิดเหตุชุลมุน
ทั้งนี้ได้มีการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร โดยทหารได้ตรวจค้นรถยนต์ที่วิ่งผ่านหน้าโรงพยาบาล
อย่างเข้มงวด อ้างว่าเพื่อป้องกันคนร้ายที่อาจแฝงตัวเข้ามา เป็นเหตุให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไม่พอใจและมีปากเสียง
กันช่วงหนึ่ง ทำให้ทหารนายหนึ่งยิงปืนขึ้นฟ้า ทำให้ผู้คนที่อยู่หน้าโรงพยาบาลหัวเฉียวและย่านใกล้เคียง
ต่างตกใจพากันหลบเพื่อความปลอดภัย

รอยเตอร์ฟันธง แผนเด็ดหัว หลังยิงเสธ.แดง
เว็บไซต์ไทยรัฐ

รายงานอ้างสำนักข่าวรอยเตอร์ ที่เผยแพร่คำกล่าวของนายแอนโธนี เดวิีส์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง
ประจำวารสารด้านกลาโหม "ไอเอชเอส-เจน’ส" ระบุว่า เหตุการณ์ที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ
เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ถูกยิง เป็นความพยายามที่เห็นได้ชัดว่า มุ่งกำจัดผู้นำฝ่ายทหาร
ของกลุ่มคนเสื้อแดง และถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด

เพื่อสร้างความสับสนในแกนนำฝ่ายทหารและส่งสารถึงแกนนำอื่นๆ ของฝ่ายเสื้อแดงให้ทราบว่า
ถ้าไม่ต้องการเจรจาและยุติการชุมนุม ก็จะเผชิญผลลัพธ์ร้ายแรง ขณะที่สำนักข่าวเอพี ได้เผยแพร่
บทสัมภาษณ์ของ พล.ต.ขัตติยะ ซึ่งมีขึ้นประมาณ 90 นาทีก่อนถูกยิง โดย พล.ต.ขัตติยะ
คาดว่าจะมีการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในเร็วๆ นี้ โดยอาจเป็นช่วงค่ำของ
วันที่ 13 พ.ค. หรือช่วงเช้าตรู่วันที่ 14 พ.ค. นอกจากนี้กล่าวหากลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง รับสินบนจาก
รัฐบาลเพื่อให้ยอมรับแผนสมานฉันท์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่เมื่อตัวเขาเข้ามาแล้ว
และจะกลายเป็นคนสำคัญทันที โดย ณ เวลานี้ กองทัพประชาชนจะต่อสู่กับกองทัพ โดยไม่จำเป็นต้อง
สอนวิธีการต่อสู่ เพราะจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีรูปแบบหรือแผนการ กลุ่มคนเสื้อแดงจะต่อสู้ด้วยกลยุทธ์
ของตัวเอง ส่วนที่มาที่ไปของคนลงมือยิง พล.ต.ขัตติยะ นั้น คนสนิทที่ไม่เปิดเผยชื่อคนหนึ่งของ
พล.ต.ขัตติยะ อ้างว่า พล.ต.ขัตติยะ ถูกยิงโดยสไนเปอร์ หรือพลแม่นปืน แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไหน
ยืนยันในเรื่องนี้


เที่ยงคืน บึมหน้า รร.ดุสิตฯ -รพ.จุฬาฯประกาศปิด 14 พ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 00.02 น. 14 พ.ค. เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นบริเวณลาดจอดรถ
โรงแรมดุสิตธานี 1 ครั้ง จากนั้นได้มีการตอบโต้กันด้วยปืนอีกจำนวนกว่า 10 นัด ก่อนจะสงบลง
ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้ออกมาปฏิเสธตามที่มีข่าวลือว่า
มีทหารเข้าไปประจำการอยู่ภายในโรงพยาบาลนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่ถอยกำลังเข้ามา
หลบจากเหตุปะทะข้างต้นเท่านั้น อย่างไรก็ดีในวันที่ 14 พ.ค. ทางโรงพยาบาลประกาศปิดให้บริการเป็นเวลา 1 วัน

‘จตุพร’ ไม่หวั่น ขอสู้ต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 00.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงได้ทำการยึดรถน้ำจากทหารจำนวน 2 คัน จากบริเวณถนนสาทร
นำไปยังที่เวทีราชประสงค์ ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง ได้ขึ้นปราศรัยว่า
จากการเหตุการลอบยิง พล.ต.ขัตติยะ ไม่ทำให้กลุ่ม นปช.ยุติการชุมนุมแน่นอน แต่จะขอต่อสู้ต่อไป
จากนี้คนนามสกุล "เวชชาชีวะ" และ "เทือกสุบรรณ" จะอยู่อย่างลำบาก

ดีเอสไออายัด "เสธ.แดง" แม้โคม่า – ปณิธานแจงไม่ใช่ฝีมือรัฐ

รายงานข่าวจากเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์เมื่อเวลา 01.00 น. ระบุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ
เตรียมอายัดตัว "เสธ.แดง" ขณะที่อาการยังโคม่า ก่อนหน้านี้ เวลา 23.30 น. นายปณิธาน วัฒนายากร
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.แดง
ถูกลอบยิง ที่บริเวณพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เบื้องต้นคงต้องสอบสวนและนำคนผิด
มาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
แต่คงไม่ใช่เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ

ตอนนี้มีใครเชื่อบ้าง ข่าวออกไปทั่วโลก แถมอเมริกา
เสือกเข้ามายืนยันข้อมูลว่า ถูกต้องอย่างออกนอกหน้าอีกต่างหาก


เนื่องจากรัฐบาลได้สั่งการอย่างชัดเจนว่า จะไม่ใช้แนวทางความรุนแรง ทั้งนี้ ส่วนจะมีการสลายการชุมนุม
ในคืนนี้หรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่หลายองค์ประกอบ และเจ้าหน้าที่มีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และ
ศอฉ.ได้มีการสั่งกระชับกำลังโดยรอบพื้นที่แยกราชประสงค์ นอกจากนี้ ยังได้วางมาตรการเพิ่มมากขึ้น
เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางเข้า-ออก เพราะจะเป็นการเพิ่มจำนวนของผู้ชุมนุม


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri May 14, 2010 2:44 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 14, 2010 2:43 pm

'ใบตองแห้ง' ออนไลน์: ‘ตำนาน’ เสธ.แดง

Fri, 2010-05-14 13:22
ใบตองแห้ง
14 พ.ค.53

เซ็งมาหลายวัน ไม่ใช่แค่ไม่อยากเขียนอะไร แต่เซ็งจนกระทั่งไม่อยากติดตามข่าว เพราะเห็นอาการ
ยึกยักของแกนนำเสื้อแดงจนเสียการเมืองไปเรื่อยๆ ที่จริงผมคิดจะเขียนเรียกร้องให้เลิกชุมนุมอีกครั้ง
แต่พอดีพวกขาวเนียนเค้าออกมาบอกว่าใครเป็นแนวร่วมเสื้อแดงช่วยเตือนสติให้เลิกชุมนุมเสีย
ผมก็เลยต้องชะงัก เพราะเขียนไปก็เท่ากับผมเป็น “แนวร่วมเสื้อแดง” ไม่เขียนดีกว่า เหตุผลกลใด
ที่ควรเลิกชุมนุม ผมก็เขียนไปหมดแล้ว ไม่ใช่แค่ผมหรอก คนเสื้อแดงที่เข้าใจการเมืองก็ตระหนักดี
เพื่อนเก่ารายหนึ่งเสื้อแดงเข้าไคล เขายังส่ายหัวบอกว่า จะดันทุรังไปทำไม เพราะเราเข้าใจกันว่า
ต้องต่อสู้ยืดเยื้อ ไม่ใช่มุ่งแตกหัก เอาชีวิตมวลชนไปเสี่ยง สุดท้ายแกนนำเสื้อแดงก็ทำให้แนวร่วม
หรือคนที่เห็นใจหดหาย หน่าย เซ็ง แม้แต่แกนนำกันเองยังแตกคอ ขณะที่คนกรุงเทพฯ ทั่วไป
(ไม่ต้องพูดถึงพวกเสื้อหลากสีหรือพันธมิตร) ก็พร้อมจะเอาหูไปนาเอาตาไปห้าง
ถ้าใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามคนเสื้อแดงแล้วเกิดนองเลือด แกนนำเสื้อแดง
นำตัวเองมาสู่จุดอับ มาสู่การแตกหัก ที่ไม่รู้ว่าจะได้ประโยชน์อะไร


แต่พอดี๊ ที่ไอ้มาร์คก็มาตระบัดสัตย์ ไม่ยุบสภาตามที่ให้สัญญาประชาคมไว้
ตระบัดสัตย์นะครับ เพราะคุณประกาศออกทีวีให้สัญญากับสาธารณชน

คุณจะไปเจรจากับแกนนำเสื้อแดงมาอย่างไรชาวบ้านไม่เกี่ยว แต่คุณให้สัญญาแล้ว
โดยไม่ได้บอกสักหน่อยว่าถ้าม็อบเสื้อแดงยอมเลิก ผมถึงจะยอมยุบสภา แถม ศอฉ.ยังประกาศ
จะสลายการชุมนุมแบบฉั้วๆ ฉัตว์ๆ อีกว่า จะใช้รถหุ้มเกราะ และทหารพร้อมใช้กระสุนจริง
ถ้ามวลชนเข้าใกล้ แม้จะมือเปล่า ก็ต้องใช้กระสุนจริงยิงไม่ให้เข้าถึงตัว อ้างว่าจะแย่งอาวุธ

แม่ม! คราวนี้ไม่ใช่ “ทรราชย์ฟันน้ำนม” แล้ว ของแท้มาเอง ที่จริงผมเคยบอกแล้วว่าไม่กลัว
“มิคสัญญี” ถ้าจะเกิด “โดยชอบธรรม” เพราะมันสมควรต้องเกิด เพื่อเขย่าระบอบที่ดำรงอยู่
แต่การจะเกิดตอนนี้ โดยความดันทุรังของแกนนำเสื้อแดงที่เสียความชอบธรรมไปเยอะ
ก็อาจทำให้เสื้อแดงแพ้ทั้งกระบวนและกระทบไปถึงพลังประชาธิปไตยทุกส่วน แม้เชื่อว่าวันหน้า
ฟื้นตัวกลับมาได้ใหม่ แต่ก็เหนื่อยนะครับ สงกรานต์ปีที่แล้วเสื้อแดงเสียการเมืองเพราะคุมกันไม่อยู่
แล้วถูกปราบเร็ว แต่ก็ยังเรียกความเห็นใจได้บ้างจากภาพที่เห็นว่านี่ไม่ใช่ม็อบรับจ้างอย่างที่
คนชั้นกลางเคยดูถูก แต่คราวนี้ ผมคิดว่าความเสียหายทางการเมืองของเสื้อแดงจะหนักกว่า
เพราะความยึกยักยืดเยื้อจนคนอิดหนาระอาใจเบื่อหน่ายไปหมด และจะเข้าทางกระแส
“ไทยนี้รักสงบ” อย่างที่เคยพูด เดิมพันสุดท้ายของเสื้อแดงจึงอยู่ที่ความอำมหิตของมาร์ค และ ศอฉ.
ถ้าเข้าปราบปรามด้วยความเหี้ยมโหดรุนแรง ความเห็นใจจึงจะพลิกกลับ ซึ่งก็น่าเศร้าที่ต้องแลกมา
ด้วยชีวิตของมวลชน หรืออาจจะชีวิตของแกนนำ ดังที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อคืนที่เสธแดงโดนยิง และมวลชน
อีกรายถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งครั้งนี้คงจะอ้าง “ชายชุดดำ” ที่ไหนไม่ได้
เพราะชายชุดดำคงไม่ยิงเสธแดง ผู้ที่มี M79 บึ้มครั้งใดก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทุกที
แถม ศอฉ.ยังบอกเองว่า ส่งพลแม่นปืนขึ้นไป ประจำทุกตึกสูง 99.99%
ปณิธานอย่ามาปฏิเสธเลย รู้อยู่แล้วว่าปณิธานไม่ได้สั่งยิงเสธแดง
แต่ใครเขาสั่งปณิธานรู้ด้วยหรือ

น่าเศร้าที่เดิมพันครั้งนี้ทำให้ผมเองก็เศร้าไปด้วย ทั้งที่ไม่เคยเห็นด้วยกับเสธแดง ซึ่งความมุทะลุดุดัน
แบบเพี้ยนๆ ทำให้ม็อบเสื้อแดงเสียความชอบธรรมไปเยอะ ก่อนถูกยิงเสธแดงยังให้สัมภาษณ์แหม็บๆ
ด่าแกนนำฝ่ายสันติวิธีที่ไปเจรจาปรองดองกับรัฐบาล หาว่ารับเงิน เสธแดงเป็นคนที่ควรถูกเขี่ยออกไป
จากการเป็นแกนนำเสื้อแดง ดังที่ประกาศกันไว้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่พอเสธแดงถูกกำจัดออกไป
ด้วยลูกปืนของฝ่ายตรงข้ามก็ทำให้รู้สึกเศร้าใจตอนที่เขียนอยู่นี้ก็ยังไม่ทราบข่าวแน่ชัดว่า
อาการเสธแดงเป็นอย่างไร ได้แต่เอาใจช่วยขอให้พ้นขีดอันตราย แปลกเหมือนกันที่พอผมรู้ข่าว
เสธแดงถูกยิง ผมกลับเศร้าใจ ในขณะที่ตอนนายทหารถูกยิงเมื่อวันที่ 10 เมษา ผมรู้สึกงั้นๆ
อาจจะเพราะผมรู้จักเสธแดงมั้ง แต่ก็อาจจะเพราะบทบาทของเสธแดงด้วย ที่ว่ารู้จักไม่ใช่ในแง่
นิยมชมชื่นนะครับ เสธแดงมีชื่อเป็นข่าวครั้งแรกก็ตอนอยู่กับไตรรงค์
แล้วส่งลูกน้องไปคุกคาม ไทยโพสต์ ผมนั่งอยู่ตรงนั้นแหละ
ตอนที่นายชาลีอะไรนั่น
(ตอนหลังได้ข่าวว่าไปเป็น พธม.) มาพูดจายียวนกวนข่ม ต่อมาอีก 1-2 ปี พอเสธแดงไปโผล่
ในรัฐบาลทักษิณ ก็มีการปรับความเข้าใจอย่างไม่เป็นทางการกับแวดวงนักข่าว เปิดตัวปรับท่าที
ผมก็เคยไปสัมภาษณ์ ความรู้สึกก็คือนายทหารคนนี้เป็นพวกนอกแถว ห่าม มุทะลุ มีอะไรเพี้ยนๆ
(แบบว่าเป็นนายทหารอยู่แล้วยังไปเรียนอีก 5 ปริญญา) แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่า “บ้าดีว่ะ” (บ้าได้ใจ)
ความบ้า ห่าม มุทะลุ โดยธรรมชาติของเสธแดง เป็นทั้งตัวอันตราย และก็เป็นเสน่ห์สำหรับคนที่ชื่นชอบ
จนเรียก “อาแดง” แม้แต่นักข่าวก็เกลียดเสธแดงไม่ลงเพราะความสนุกสนานเฮฮาแบบเพี้ยนๆ
(แบบว่าไปทำอะไรผิดๆ มายังคุยฟุ้ง) ผมดูภาพข่าวมวลชนเสื้อแดงร้องไห้ไปรุมล้อมที่โรงพยาบาล
แล้วก็อดนึกไม่ได้ว่า ยุคนี้สมัยนี้ มีนายทหารคนไหนที่ “ได้ใจ” ชาวบ้านธรรมดาๆ ขนาดนี้
เสธแดงอาจจะเป็นเหมือนดาบสองคม คือพอไปเข้ากับม็อบเสื้อแดงก็ทำให้เสียหายทางการเมือง
แต่ก็เป็นคนหนึ่งที่ปลุกขวัญสร้างความฮึกเหิมให้มวลชน (แบบดาบสองคมอีกนั่นแหละ) เสธแดงไม่ใช่
ผู้นำทางการเมือง แต่เหมาะสมที่จะเป็น “หัวหน้ากองโจร” มากกว่า มีคนครหาว่าเสธแดงเป็นนักรบรับจ้าง
ผมไม่แปลกใจอะไร แต่ถ้าไม่มีใจ เสธแดงก็คงไม่ระห่ำจนเอาตัวเองเข้ามาแลกอย่างนี้ วันก่อน
หนูอ้อยส่งข้อความในเฟซบุคของแพทย์ทหารมาให้ผมอ่าน เขียนแบบได้ใจคนชั้นกลาง ว่าเขาไม่เคย
คิดจะทำร้ายประชาชน แต่ทหารของเขาถูกยิง ถูกทำร้าย ถูกด่าว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
ผมเลยตอบหนูอ้อยไปสั้นๆ ว่าเพราะทหารเจือกเข้ามาทำรัฐประหาร 19 กันยานะสิ ไม่ใช่จะบอกว่า
ถึงตัวคุณไม่ผิดแต่พ่อแม่คุณกวนน้ำให้ขุ่น แต่ผมเห็นว่าข้อเขียนในเฟซบุคของนายทหาร
หรือข้อเขียนของนักข่าวถึง “พี่ร่มเกล้า” มักสะท้อนถึงความเป็นคนชั้นกลางคนหนึ่งเหมือนเราๆ ท่านๆ
เป็นคนดีๆ ที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ตามคำสั่ง ซึ่งผมก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง ไม่ผิดหรอก
แต่สิ่งที่คุณมองไม่เห็นคือความเป็นคนดีของ “สถาบันกองทัพ” ที่เป็นศัตรูกับประชาธิปไตยประชาชน
พูดอีกอย่างคือคุณมองเห็นแต่ภาพความเป็นตัวบุคคล ที่ทหารก็เป็นคนดีๆ (ส่วนใหญ่แม่งน่ารักด้วย
นิสัยดีๆเยอะ ทหารส่วนใหญ่ที่ผมเคยคุยด้วยเป็นคนน่ารักน่าคบ) ในความเป็นปัจเจก ทหารตัวเป็นๆ
ส่วนใหญ่เป็น “สุภาพบุรุษ” แต่ในความเป็นสถาบัน กองทัพก็คือ “โจร” ปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชน
(แถมยังปล้นงบประมาณแผ่นดินไปร่วม 6-7 หมื่นล้านหลังรัฐประหาร) นี่คือสิ่งที่คุณมองไม่เห็น
รวมทั้งความเป็นสถาบันอภิสิทธิ์ชน อยู่เหนือหัวชาวบ้านหรือแม้แต่ข้าราชการด้วยกัน เพราะเป็นอภิสิทธิ์ชน
ที่เอาเปรียบสังคมเสียจนเคยชิน แบบว่าจบ จปร.ถ้าไม่ตกขวดเหล้าตายเสียก่อนขี้หมูขี้หมาก็ได้เป็นนายพล
มีสิทธิพิเศษโน่นนี่มากมาย มีกำลังพลล้นเกิน มีงบประมาณไม่อั้น (เกิดภัยพิบัติที่ไหนทหารไปช่วยทันใจ
เพราะใช้งบได้มากกว่าหน่วยราชการปกติหลายเท่า)
ในความเป็นปัจเจก นายทหารสมัยใหม่
มีความรู้กว้างขวาง มีความเข้าใจเรื่องต่างๆ ในสังคมมากขึ้น ประกอบกับความน่ารักแบบทหาร คือ
ใจคอกว้างขวาง ตรงไปตรงมา จึงไม่ต้องแปลกใจที่เว็บไซต์หรือเฟซบุคของนายทหารจะเป็นที่
นิยมชมชื่นของคนชั้นกลาง Maxim (จนพวกหมวยลี่ลูกจีนรักชาติกรี๊ดกร๊าดเสียดายว่าทำไมตอนนั้น
ไม่เอาผัวทหาร) แต่ในความเป็นสถาบัน ทหารก็คือมนุษย์ที่ถูก “ซ่อม” เสียจนกว่าจะเรียนจบออกมา
ก็มีหัวสี่เหลี่ยม ถูกตีกรอบที่มองไม่เห็นทางความคิด หน้าที่ของทหารก็คือยาม หรือ รปภ.รับจ้าง
ถืออาวุธเฝ้าบ้าน แต่ดันอ้างว่ามีโจรเข้าบ้านแล้วก็จับเจ้าของบ้านมัด ยึดอำนาจดูแลบ้านเสร็จสรรพ
ในสถานการณ์เช่นนี้ที่เกิดทหารนอกคอกขึ้นคนหนึ่ง ไม่ใช่ตัวดีอะไร อย่างที่บอกว่าพฤติกรรมเหมือน
หัวหน้ากองโจร บ้าระห่ำ มุทะลุ จนถูกประณามเป็นอันธพาล แต่ก็เป็นกองโจรที่
ต่อต้านสุภาพบุรุษ “โจร” อยู่ที่จะมองในแง่ตัวบุคคลหรือในแง่สถาบัน
ผมจึงเข้าใจได้ว่า
ทำไมมวลชนแห่กันไปร่ำไห้รุมล้อมหน้าโรงพยาบาล นี่คือความแตกต่าง หลังสถานการณ์นี้
คนดีๆ อย่าง “พี่ร่มเกล้า” ก็จะเปรียบเหมือนอนุสาวรีย์ ขณะที่เสธแดงไม่ใช่วีรบุรุษแน่นอน
แต่จะกลายเป็น “ตำนานนอกคอก” ที่อยู่นอกสารบบของ “สถาบันกองทัพ” อนุสาวรีย์ คือ
ผู้ที่ได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการในเชิงองค์กรสถาบัน แต่ตำนาน คือเรื่องเล่าขาน
อยู่ในหัวใจคนที่เป็นเบี้ยล่างทั้งมวล

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 14, 2010 4:00 pm

จากเวบ เสธ แดง...

"เหี้ยไปห่ามา พรุ่งนี้ช่วยกันเลือกเหี้ยกลับมา เพื่อปราบห่าอีกสักที"

ถึงแฟนคลับตัวจริงเสียงจริงเท่านั้น..

ทบทวนประวัติศาสตร์เวป เสธ.แดง...สัก 10 นาที
"เหี้ยไป" (จากประชาชนเลือกตั้ง)...2544-2549
เวปเราเปิดมาเพื่อถอดถอนไอ้สันขวานต่อสู้กันมากับรัฐบาลที่แล้ว เรื่องขบวนการยุติธรรม
ใช้ตำรวจรัฐฆ่าตัดตอน สร้างรัฐตำรวจ รบกับไอ้สันขวานจนชนะ
ต่อมา รบกับวีระบุรุษนาเก๊
ซึ่งมาเป็นมือให้ พล.ต.อ.ชิดชัย คาน พล.ต.อ.โกวิทย์ สายวัง จนชนะอีกคน วีระบุรุษนาเก๊
ถูกย้ายจากจเรเป็น สบ.10 หมดอนาคตไป
เวปเราทำให้ประชาชนกระเตื้อง กังขาตำรวจ
เรื่องความยุติธรรม แค่จับผู้ร้าย คนพูดแล้ว "จับแพะหรือเปล่า" ถือว่าตรงเป้าหมายเวป
จบด้วยคาร์บ๊องส์...ส่งท้ายจากเวป เสธ.แดง ก่อนปฎิวัติ 9 กันยา 2549
ห่ามา...(จากการปฎิวัติ)
ขันฑีงั้ง (อยู่ในหนังจีนเรื่องศึกสายเลือด ฉายทางทีวีสมัย 2524) หลังกบฎเมษาฮาวาย
ต้นแห่งความเสื่อมโทรมของกองทัพไทย เมื่อขันฑีมีอำนาจ เสือกเอา วีระบุรุษนาเก๊
จอมสร้างภาพกลับมาคุมอำนาจ เพราะเวป เสธ.แดง เสือกด่า พล.ต.อ.โกวิทย์ เรื่อง จับแพะ 19 คน
ระเบิดกรุงเทพฯ 9 จุด ใน กทม.ตอนปีใหม่ที่แล้ว สนธิลิ้มดันเชียร์ในเอเอสทีวีอีก เข้าทางตีนขันฑีงั้ง
ซึ่งก่อนหน้าสนับสนุน เสรี แต๋ว จีบปากจีบคอคุมทีวีเกือบทุกช่อง เปิดทีวีเจอหน้า แม่ง...
ต้องเปลี่ยนจะอ๊วก

3 เกย์ชู้ชื่น ครองเมือง ให้ดูดจ๊วบเป็นนายกฯ (ทหารเขาเรียกกัน โตมาจากดูดจู๋) ตอนอยู่
กระทรวงแรงงาน ปี 2540 เสรี แต๋ว ขอพบรัฐมนตรีคนแรก ของบจัดรายการทีวี ถูก รมว.ไตรรงค์
ไล่เปิดไปกระแดะที่อื่น ท่านบอกอีเหี้ยนี่ต้นฉบับกระเทยเยาวชนเรียนแบบ จบธรรมศาสตร์เสียสถาบัน
เมื่อทหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ใต้รบไม่ชนะ แม้นทหารคุมเองสั่งเองเมื่อเป็นรัฐบาล
โทษใครไม่ได้
เพราะแม่งนักกอล์ฟทุกตัว ไม่มีนักรบ โตมาจากท่าบิดตัว พาดไม้ไปข้างหลัง มองตามลูก
วงสวิงสวยเลียนแบบขันฑีงั้งทั้งกองทัพ
วันนี้เสือกแดกค่าคอมซื้ออาวุธกัน ล็อบบี้ ครม.
อนุมัติโครงการแล้ว ถือว่ามีงบซื้อได้ ดีที่ พล.ร.อ.บรรวิทย์ ขวางไว้ และ เวป เสธ.แดง ก็ต่อต้าน
ทางรูปธรรมโดยโชว์รูป รถเกราะจมโคลน เข้าพระเนตรพระกรรณ์ ก่อนที่จะผ่าน ครม.อีกครั้ง
ดีที่ในหลวงแข็งแรงหายมีพระราชดำรัสเสียก่อน เบรคไอ้รถเกราะ 8 ล้อ จมโคลนนี่

แต่แม่ง...ทำเป็นหูทวนลมโง่ตาใสขนาดในหลวงเบรค เพราะรับเงินค่าคอมกันไปแล้ว แถลงข่าว
กร้าวร้าว ไม่กลัวจะซื้อต่อ
ซื้อรถถังไม่ทดลองขับ ไม่ใช่ซื้อรถเก๋งจากโชว์รูม ไอ้นั่นคนใช้บนถนน
ล็อตเดียวกันเยอะแยะ ไม่ทดลองก็ได้
ซื้อรถถัง-รถเกราะ ตามหลักต้องเอารถลงเรือมาให้เราลองขับ
นี่ซื้อโดยดูหนังวีดีโอ กับอ่านกระดาษ
รูปต่างๆที่ เวปเสธ.แดง โชว์การทดลองรถเกราะ เป็นรูปยุค
ก่อนขันฑีเข้าครอบงำกองทัพ และเพิ่งเริ่มเข้าครอบงำหลังกบฎเมษาฮาวาย ก่อนที่จะตั้งทหาร
เหล่าสื่อสารเป็น ผบ.ทบ. และทหารเหล่า สรรพวุธ เป็น เสธ.ทบ. จนไปรบแพ้ ลาว กับ เขมร ทั้ง 2 ศึก
เมื่อ ปี 2530-2532 เสียเกียรติภูมิทหารไทย แถมไปให้เงินลาวอีก 10 ล้าน ลาดแอสฟัลท์
เป็นลานสวนสนามหน้าพระธาตุหลวงกลางกำแพงนครเวียงจันท์ เพื่อใช้สวนสนามฉลองรบชนะ
ทหารไทยที่เมืองบ่อแตน ตรงข้ามบ้านร่มเกล้า
ที่เล่ามาทั้งหมด พรุ่งนี้ ยะ ยี่เอ๋ง จะไปเลือกล่วงหน้า
เอาเหี้ยกลับมาครองเมืองเพื่อปราบไอ้ห่าโกงชาติ
เมียขายไข่หวานอยู่หล่มสักเสือกมีเงิน 42 ล้าน

ถ้าเสด็จพ่อ ร. 5 อยู่ ประหารชีวิตแล้ว ประเทศไทยไหนๆก็เละแล้ว เพราะมีเหี้ยกับห่าให้เลือก
อย่างน้อยพวกเหี้ยจะได้ยึดค่าคอมรถเกราะยูเครน มาซื้อ ปรส. ค.60 อาร์พีจี เอ็ม 72 กับเอ็ม 14-16
อาวุธพื้นฐานทหารสกัดข้าศึก (พม่า-ลาว--เขมร-เวียดนาม สายคอม) ให้หยุดอยู่บนภูเขา ได้อาวุธ
เป็นพันกระบอกกับระเบิดแสนลูก เหลือเฟือ...
สิ้นหวังจริงๆ ประเทศไทยวันนี้ ข้าราชการนักการเมือง
คนเก่งคนดีไม่มีได้ขึ้นมาปกครองแผ่นดิน เหลือเหี้ยกับห่า..."ก่อนสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน"


จากคุณ : อาแดง วัน/เวลาที่ตั้งกระทู้ : 2550-12-16 06:11:02 [ 58.9.185.102 ]

http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=30661

http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=30689

อย่าด่าทหาร ว่าเป็นเหี้ย ?

พักหลังมานี้ ได้ยินคนด่าทหารเหี้ยมากขึ้นๆ และจากหลายๆวงการ ทั้งจากคนที่เกลียดทักษิณ
และรักเชิดชูสถาบันกองทัพมาก่อนด้วย

มันเกิดอะไรขึ้น ถึงได้พลิกผันไปแบบนี้
ในหลวง คือ จอมทัพไทย แปลว่าทรงอำนาจสูงสุดเหนือเหล่าทัพทั้งสาม
กระแสพระราชดำรัสที่เกี่ยวกับกองทัพ นั้น บรรดาทหารทั้งหลายโดยเฉพาะระดับผู้บังคับบัญชาสูงสุด
ทั้งหลายต้องจดจำเไว้เหนือเกล้า และดำเนินรอยไปตามพระราชวินิจฉัย หรือ กราบบังคมทูล
ขอพระราชวินิจฉัย

เมื่อคืนวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๐ ในหลวงทรงมีพระราชปรารภเรื่องความเหมาะสมในการซื้อรถ
เกราะ เรือ เครื่องบินรบ โดยเน้นถึงความเหมาะสม พอตัว ทันสมัย และน่าจะให้รัฐบาลหน้าเป็น
ผู้ดำเนินการเนื่องจากรัฐบาลนี้ใกล้หมดสมัยเต็มทีแล้ว และเรื่องนี้ก็ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ
กับอีกหลายๆ ประเทศในโลก ซึ่งไม่เคยเห็นพระองค์ท่านกล่าวลึกขนาดนี้มาก่อน นี่ก็แสดงแล้วว่า
พระองค์ท่านให้ความสำคัญกับเรื่องการนี้ขนาดไหน

แต่อนิจจา.... ขุนทหารผู้ใหญ่ กลับกล่าวฟันธงเปรี้ยงลงมาว่า....

“….หากเรื่องอะไรที่ผ่านการพิจารณาของ ครม.ชุดปัจจุบันไปแล้ว เช่น การจัดซื้อ เครื่องบินกริฟเพน
เรือดำน้ำ หรือ รถหุ้มเกราะ ถือเป็นความต่อเนื่องที่จะต้องปฏิบัติ แต่ที่ยังไม่มีการอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้าง
หรือทำสัญญานั้น จะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนของกองทัพบกที่เคยเสนอขึ้นมา
แล้วมีคนร้องเรียนก็ต้องชี้แจง (รถถัง) หากตอบข้อสงสัยได้ก็จะทำสัญญา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน
การพิจารณาเพื่อลงนาม ....... หากว่าโอนไปให้รัฐบาลใหม่ ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
เพราะว่ายังอยู่ในอำนาจของเรา .....”

“……. มั่นใจว่ารัฐบาลใหม่ไม่เปลี่ยนใจซื้อเครื่องบินกริพเพน ย้ำถ้าเปลี่ยนก็คงให้รัฐบาลมาขับเอง.........
ส่วนจะมีการเซ็นสัญญาได้ ในสิ้นปีนี้ได้หรือไม่ยังไม่ทราบ แต่ก็จะทำให้เร็วที่สุด ทั้งนี้จะต้องรอ
สอบถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่ามีความก้าวหน้าไปประการใด เพราะว่าเขาก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของเขา
เราก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของเรา ทุกอย่างจะมาอยู่ตรงกลาง เราจะไปหวังมากอยากได้โน้นนี้
ผู้ขายก็เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ เขาต้องพยายามให้ได้เงินให้มากที่สุด เราก็ต้องให้ได้ประโยชน์มากที่
สุด……คงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะเราได้มีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ รัฐบาลสวีเดน และ
ผู้แทนที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 ครั้งแล้ว ซึ่งได้ข้อสรุปไปเรียบร้อยแล้ว ...... ”

เห็นข่าวแบบนี้แล้ว ในฐานะราษฎรเต็มขั้นต้องขอบอกว่า หากเป็นจริงตามที่ข่าวลง ทหารกำลังทำอะไรอยู่
ท่านบอกว่า ผ่านการพิขารณาอนุมัติจาก ครม ไปแล้วต้องซื้อ หากไม่ทำ รอรัฐบาลใหม่ จะผิดโทษฐานละเว้นฯ
อยากถามท่านจริงๆ ว่า ท่านเอาส่วนไหนมาคิด ท่านกล้าสนองตอบต่อพระราชกระแสของจอมทัพไทย
ถึงขนาดนี้เชียว หรือ ท่านคิดว่าด้วยกำลังกองทัพที่มีอยู่ในมือ ที่เกาะกลุ่มกันอย่างหลวมๆ เพื่อรักษา
ผลประโยชน์กลุ่มตน จะทานทนต่อความจงรักภักดีของราษฎร ได้ ใช่ไหม

ท่านบอกว่า ต้องทำให้เร็วที่สุด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ขายและผู้ซื้อ และท่านได้พูดคุยกัน
ในระดับรัฐบาลสวีเดนไปแล้ว เปลี่ยนไม่ได้ นี่น่ะมันหมายความว่าพระราชดำรัสของจอมทัพไทย
ไม่มีความหมายเลย ใช่หรือไม่

หากเป็นแบบนั้นจริง ท่านก็แค่พ่อค้านักธุรกิจในคราบทหารเท่านั้นเอง

พวกเราอดทนกันมานานแล้วกับความเหลวแหลกของกองทัพ เพราะหวังว่ากองทัพซึ่งเป็น
สถาบันหลักของชาติ จะอย่างไรก็ยังเป็นกองทัพของในหลวง มีในหลวงเป็นจอมทัพไทย


การแสดงออกตามที่เห็นในข่าวแบบนี้ ราษฎรเขาอ่านแล้วจะคิดอะไร หากไม่ใช่คิดว่า
เป็นการเหิมเกริมคิดคดทรยศ

ทหารดีๆ ยังมีอยู่แต่น้อยคนจะกล้า หากอ่านแล้วไม่พอใจ ก็จงไปด่าทหารเหี้ยๆ เถิด เชื้อสายบรรพบุรุษ
ของเราหลายชั่วคนก็มาจากสายทหารทั้งสิ้น เป็นขี้ข้าแผ่นดิน เป็นทหารพระราชา เป็นทหารของประชาชน
เอาเลือดทาแผ่นดินเพื่อเอกราชอธิปไตยของชาติมาแล้วนักต่อนักเหมือนๆ กับพวกท่านหลายคน
แต่ไม่เคยมีสักคนในบรรพบุรุษที่จะไม่เทอดทูนจอมทัพไทย บอกตรงๆ ว่า
อายแทนกองทัพเวลาเดินไปทางไหนชาวบ้านเขาจะขากถุยใส่
ด้วยความรังเกียจ และเกลียดชัง แช่งด่าให้ทหารเหี้ยจงฉิบหาย


ก็ขอให้กลายเป็นว่านักข่าวเอาข่าวไปลงแบบผิดๆ เหมือนกันทุกฉบับก็แล้วกัน

ไม่เช่นนั้นที่เขาว่าทหารเหี้ยมันจะเป็นจริง

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 14, 2010 4:16 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273822369&grpid=01&catid=no


วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:25:30 น.
มติชนออนไลน์

วิเคราะห์ ใครบงการสั่งฆ่า "เสธ.แดง" 6 โจทก์ 6 ประเด็น ที่ไม่ควรมองข้าม

พลันที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ถูกยิงเข้าหัวคิ้วด้านซ้าย ลูกออกเฉียงหน้าผากด้านขวา
ที่บริเวณแยกศาลาแดง ขณะกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างประเทศ ในช่วงค่ำวันพฤหัสที่ 13 พฤษภาคม

นาทีนี้ อาการของ เสธ.แดง โคม่า เป็นตายเท่ากัน จากกระสุนที่ยิงจากปืนไรเฟิลแรงสูงหรือสไนเปอร์

คำถามที่สะพัดไปทั้งเมือง ทุกตรอกซอยคือ ใครเป็นคนบงการ ใครเป็นคนยิง เสธ. แดง ?

การตอบคำถามนี้ ต้องย้อนไปดูเส้นทางสร้างศัตรูของ เสธ.คนดัง จะพบโจทก์มากมายที่เคยสร้าง
รอยแค้นกันมาในอดีต เพราะความที่ "เสธ.แดง" ไม่เคยกลัวใคร

โจทก์รายแรก คือ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตาานนท์ อดีต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อ เสธ.แดง
ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ องศาความคิด ทางสถานีวิทยุ 96.5 เมื่อปี 2547 ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ
พล.ต.อ.สันต์ ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติหน้าที่
ในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนใต้

เสธ.แดง กล่าวหาว่า การยุบกองกำลังผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 43 (พตท.43)ของ พล.ต.อ.สันต์
ทำให้ภาคใต้ลุกเป็นไฟ และเป็นที่มาของการฆ่าตัดตอน

พล.ต.อ.สันต์ เดือดสุดขีด ยื่นฟ้องหมิ่นประมาท เสธ.แดง ประกาศเป็นศัตรูไม่เผาผีกัน

โจทก์รายที่สอง คือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เป็นคู่รักคู่แค้นกันมาโดยตลอด แกนนำ
พันธมิตรฯเองเชื่อว่า การยิงเอ็ม 79 เข้าใส่กลุ่มคนเสื้อเหลือง หลายครั้งทั้งที่ทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน
กลุ่มเสื้อเหลืองเชื่อว่าการบาดเจ็บล้มตายของ พันธมิตรฯ มีเสธ.แดงอยู่เบื้องหลัง

ไม่เพียงเท่านั้น เสธ. แดง ยังใช้เว็ปไซต์ของตนเอง วิจารณ์แกนนำพันธมิตรฯอย่างดุเดือด
พร้อมกับ ขู่ พันธมิตรฯว่า จะโดนระเบิดถ้ายังยึดทำเนียบรัฐบาลอยู่ต่อไป

เป็นที่รู้กันดีว่า เสธ.แดง และพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ แกนนำพันธมิตรฯ มาโดยตลอด

โจทก์รายที่สาม คือ คนในกองทัพที่ไม่พอใจ เสธ.แดง อย่างมาก ในหลายเรื่องหลายปม ไม่ว่า
จะเป็นคำพูดที่หยามศักดิ์ศรี เรื่องความเป็นตุ๊ด ความเป็นแต๋ว นายทหารระดับนายพล ไม่ว่าจะเป็น
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รวมถึง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กระทรวงกลาโหม

แม้นายทหารยศ พล.อ. จะไม่ตอบโต้ เสธ.แดง แต่ลูกน้องของพล.อ.ต่างพากันแค้นแทนนาย

ปมที่ใหญ่กว่านั้น ถูกโยงไปยังปฎิบัติการ"คนชุดดำ" ที่ปกป้องคนเสื้อแดง ในเหตุการณ์
ความวุ่นวาย บริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน การปะทะกันอย่างดุเดือด ทำให้ขุนพล
แห่ง "บูรพาพยัคฆ์" ต้องสูญเสีย นายทหารระดับเสนาธิการ อย่าง พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม
เป็นความสูญเสียที่ฝากรอยแค้นไม่รู้ลืม และเป็นที่มาของคำประกาศว่า...ต้องเอาคืน

10 เมษายน พล.อ.ร่มเกล้า โดนเอ็ม 79 สะเก็ดเข้าที่ศรีษะจนเสียชีวิต ถัดมาไม่นาน 13 พฤษภาคม
เสธ.แดง ก็โดนกระสุนเข้าที่ศรีษะเช่นเดียวกัน

โจทก์รายที่สี่
คือ ความขัดแย้งภายในกลุ่มคนเสื้อแดงเอง ก่อนที่ เสธ.แดง จะถูกยิง ได้เกิดความแตกร้าวอย่างหนัก
ระหว่างกลุ่มนายวีระ มุสิกพงศ์ ที่เป็นสายพิราบ ที่ยึดแนวทางสันติ กับกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่มีเสธ.แดง เป็นผู้นำ

ทั้งสองกลุ่มขัดแย้งกันอย่างรุนแรงถึงขั้นแยกทางกันเดิน โดยกลุ่มนายวีระ ได้ลาออกจากการเป็นแกนนำ
และหายหน้าไปจากเวทีคนเสื้อแดง เกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ขณะที่ เสธ.แดง ประกาศตนขึ้นเป็นแกนนำรุ่นที่ 2

นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะ
ผลประโยชน์ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยหรือระบบการ์ด


เมื่อเสธ.แดง นำระบบการ์ดของตนเองเข้ามาจัดระบบรักษาความปลอดภัยบริเวณสี่แยกราชประสงค์
ได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจกับหัวหน้าการ์ดที่เสียผลประโยชน์ ความขัดแย้งรุนแรง ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
ก่อนหน้า เสธ.แดง จะโดนกระสุนไม่กี่ชั่วโมง

โจทก์รายที่ห้า
คือ กลุ่มนายทหาร จปร. ที่ใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ซึ่งต้องการใช้เสธ.แดง เป็นชนวนจุดระเบิดแห่งสงครามการเมือง เพราะเชื่อว่า
ถ้าเสธ.แดง เป็นไปอะไรไป จะต้องมีการโยนความผิดไปให้ รัฐบาล และกองทัพ
เพราะเสธ.แดง เป็นประเด็นปลุกเร้า ให้มวลชนเสื้อแดง ลุกขึ้นสู้ ได้อย่างดี

นอกจากนี้ ปมที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ "ใบสั่ง"จากต่างแดนที่อาจใช้ ความตายของแกนนำ
จุดไฟต่อสู้ของคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน

โจทก์รายที่หก คือ " ตาอยู่" หรือ กลุ่มการเมืองที่จะได้ประโยชน์จากสถานการณ์แห่งความขัดแย้ง
เพราะการยิง"เสธ.แดง" อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่าง รัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์
และกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อทั้งสองรบกันแตกหัก จะเหลือเพียง"ตาอยู่" ที่จะได้รับประโยชน์แบบเต็มๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นสำคัญที่ถูกละเลย มาโดยตลอด นับจาก เหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน คือ
ข้อสันนิษฐานเรื่องการใช้ปืนระยะไกล โดยเฉพาะปืนสไนเปอร์

จากรายงานข่าวระบุว่า ผู้เสียชีวิตในฝ่ายของคนเสื้อแดงถูกยิงด้วยอาวุธปืนระยะไกล เช่นเดียวกับ
ทหาร ที่เสียชีวิต จากกระสุนปริศนา

ถัดมา 28 เมษายน เหตุการณ์ปะทะระหว่าง คนเสื้อแดงกับ ทหาร บริเวณหน้าอนุสรณ์สถาน
พลทหารที่ถูกยิงตาย ก็ถูกระบุว่า ถูกยิงจากปืนระยะไกล

จนมาถึง การส่องปืนยิง เสธ.แดง บริเวณแยกศาลาแดง ก็มีการอ้างว่า น่าจะเป็นปืนสไนเปอร์

ปัญหาก็คือ ทุกกรณีไม่เคยมีการตรวจสอบ พิสูจน์ อย่างชัดเจนเป็นระบบ
ที่น่าเชื่อถือได้ว่า เป็นปืนสไนเปอร์ จริงหรือไม่


ประเด็นนี้ ไม่เคยมีคำตอบ และคำชี้แจง ใดๆ จากผู้เกี่ยวข้อง

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273823547&grpid=01&catid=

ภาพจาก www.weekendhobby.com

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:48:26 น.
มติชนออนไลน์

เจาะคลังอาวุธในกองทัพ หน่วยไหนมี “ปืนสไนเปอร์” ?

ปืนสไนเปอร์ถูกกล่าวถึงอีกครั้ง หลัง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพ
ในฐานะผู้ดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มแนวร่วมขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถูกลอบยิง
ในช่วงค่ำคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา

หลังจากอาวุธชนิดนี้ถูกพูดถึงหลายครั้ง ในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการชุมนุมของกลุ่ม นปช.
ที่อนุสรณ์สถานย่านดอนเมืองซึ่งพลทหารถูกยิงเสียชีวิต เมื่อไม่นานมานี้

ไม่มีหน่วยงานหรือกลุ่มบุคคลใด ออกมายอมรับว่ามีการใช้สไนเปอร์จริงหรือไม่?

กระนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ในส่วนของกองทัพ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการร้ายสากล
สังกัด กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีอาวุธชนิดนี้อยู่ด้วยโดยจัดซื้อครบชุดจาก
บริษัท ยี.เอ็ช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด วงเงิน 7.6 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2552
พร้อมมีเครื่องมือเครื่องใช้ รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท อาทิ


เครื่องมือเก็บกู้วัตถุระเบิด อุปกรณ์จัดเก็บและตรวจหาวัตถุระเบิดเครื่องมือ
สำหรับปฏิบัติการต่อต้านอาวุธเคมี- วชีวะ

ชุดจุดระเบิดโนแนล กล้องตรวจการณ์สำหรับโจมตี กล้องตรวจการณ์ระยะไกล
กลางวัน-กลางคืน ระเบิดขว้างแสง-เสียง

นอกจากนี้ยังมี ปืนพก ,ปืนยาว ,ปืนลูกซอง ,เสื้อเกราะ, โล่ป้องกันกระสุน , กระสุนปืนซ้อมรบ,
กระสุนปืนปฏิบัติการพิเศษ, อุปกรณ์โรยตัว, ,ระเบิดขว้างแสง-เสียง, อุปกรณ์สอดแนมสำหรับ
ต่อต้านก่อการร้ายสากล , เครื่องตัดสัญญาณวิทยุและโทรศัพท์ ฯลฯ

บริษัท ยี.เอ็ช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก่อตั้งวันที่ 9 ตุลาคม 2517 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท
ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 30 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ นายซารับยิตซิงห์ สัจจเทพ และ
นายซัตวินเดอร์ซิงห์ สัจจเทพ ถือหุ้นใหญ่

นอกจากขายให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการร้ายสากล ยังค้าอาวุธให้หน่วยงานราชการอีกหลายแห่ง

กระนั้นก็ มิได้หมายความว่า สไนเปอร์ ในกองทัพ ถูกนำมาใช้กับ
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา


เพราะไม่มีหลักฐานใดๆ ที่ยืนยัน ได้เช่นนั้น !


http://www.bangkokbiznews.com/2008/02/28/WW10_WW10_news.php?newsid=234046

รองผบ.ตร.ปฏิเสธปืนซุ่มยิงระยะไกลหาย ย้ำเจ้าหน้าที่เตรียมกำลังพร้อม

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธกระแสข่าวปืนซุ่มยิงระยะไกลกองทัพบกหาย
ย้ำเจ้าหน้าที่เตรียมกำลังรักษาพื้นที่อย่างเต็มที่
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ไม่กังวลเกี่ยวกับ
การเดินทางมาสนับสนุนการเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เพราะเชื่อว่าจะไม่มีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้สนับสนุนหรือผู้คัดค้าน ซึ่งขณะนี้ได้ประเมิน
ตัวเลขของประชาชนที่เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 3,000 คน

ขณะที่เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ 600 นาย
ด้าน พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวปืนซุ่มยิงระยะไกล
ของกองทัพบก
จำนวน 3 กระบอกได้หายไปว่า ไม่เป็นความจริง

เพราะแต่ละจุดเจ้าหน้าที่ได้เตรียมกำลัง ในการรักษาพื้นที่อย่างเต็มที่

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000024551

ทีม รปภ.“แม้ว” ผวา!! ตร.ปูดข่าว ปืนซุ่มยิงล่องหนจากคลัง 3 กระบอก

“พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง” มั่นใจรักษาความปลอดภัย ให้ “พ.ต.ท.ทักษิณ”
สั่งรื้อทีม รปภ.ชุดเดิม 20 นายอารักขาเต็มที่ พร้อมเช็กข่าวปืนซุ่มยิงระยะไกล
หายจากคลังอาวุธ 3 กระบอก

วานนี้ (27 ก.พ.) มีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ฝ่ายกิจการพิเศษ อดีตผู้บัญชาการตำรวจ
สันติบาล สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เข้ารายงาน
เตรียมความพร้อมการอารักขาและดูแลความปลอดภัยให้แก่
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ที่จะเดินทางกลับไทยในวันนี้ ต่อ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ฝ่ายความมั่นคงว่า ขณะนี้ตำรวจมีความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบแล้ว
โดย ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตรผู้บังคับการสถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ
อดีตผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 หัวหน้าทีมอารักขา พ.ต.ท.ทักษิณ
กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าทีม
อารักขาดูแลความปลอดภัย พ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้
โดยกำหนดชุดรักษาความปลอดภัยรอบตัว
พ.ต.ท.ทักษิณ 20 นาย ทั้งชั้นในที่ประชิดตัว
และส่วนรอบนอกรวมถึงพลขับ ซึ่งการแผนการทุกอย่าง
เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม แม้การเตรียมการทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
แต่พล.ต.อ.ปรุง ได้รายงาน
ข้อกังวลอย่างหนึ่งที่หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ได้ออกตรวจสอบ คลังอาวุธของทหาร
ตำรวจตามแผนรักษาความปลอดภัย
การกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้พบว่ามีอาวุธปืนซุ่มยิง
ระยะไกลอานุภาพสูง
หายไปจากคลังอาวุธของหน่วยทหารบกหน่วยหนึ่ง
โดยปืนดังกล่าวเป็น
ปืนซุ่มยิงระยะไกลจำนวน 3 กระบอก ยี่ห้อ SIG 3000
ขนาด 7.62 มม.
ระยะหวังผล 600 เมตร ซึ่งมีไว้ในครอบครองและจัดหาได้
เฉพาะแค่
หน่วยทหาร ตำรวจเท่านั้น โดยได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้วว่าหายไปไหน
ใครเป็นผู้เบิกออกจากคลัง แต่ยังไม่มีรายงานผลเข้ามา

ทั้งนี้ หลังรับรายงาน พล.ต.ท.ชัจจ์ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ปรุง ไปกำหนดแผน
การเพิ่มเติม
และเพิ่มความเข้ม และวงรอบการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น
ให้ตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด
และให้ขยายรัศมีพื้นที่รักษาความปลอดภัยออกไปอีก
เพื่อป้องกันการใช้ปืนดังกล่าวก่อเหตุร้าย
ต่ออดีตนายกรัฐมนตรี


ซีไอเอเล็งไทยสู้ภัยก่อการร้าย ทุ่ม100ล.หนุนตั้งโรงเรียนด้านการข่าว

โดย ผู้จัดการรายวัน 28 ตุลาคม 2547 08:16 น.

ผู้จัดการรายวัน - ซีไอเอ ทุ่ม 100 ล้านบาท ช่วยไทยตั้งโรงเรียนด้านการข่าว หลังเล็งเห็นไทย
อยู่ในภูมิภาคที่เริ่มมีภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ขณะที่ไทยเอง ก็ต้องการยกระดับงานด้านการข่าว
ให้เทียบเท่าระดับสากล
โดยมีกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นแม่งานใหญ่

วานนี้ (27 ต.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล พล.ต.ท.ปรุง บุญผดุง ผู้บัญชาการ
ตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.)
เปิดเผยถึงการปรับปรุงการบริหารจัดการของ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ว่า ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่จะให้
สันติบาลเป็นแม่แบบในการดำเนินงาน การด้านข่าวกรอง โดยมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพ
ด้านการข่าวของตำรวจ แบบบูรณาการ


ดังนั้นจึงได้จัดตั้งโรงเรียนด้านการข่าวขึ้นมาเป็นการเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ
การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการข่าว และการนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาฝึกอบรมและสนับสนุน
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความทัดเทียมกับระดับสากล

"โรงเรียนการข่าวที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างนั้น จะประกอบไปด้วยพื้นที่
ฝึกซ้อมการปฏิบัติการทั้งการรักษาความปลอดภัย การเจรจาต่อรอง การต่อต้านข่าวกรอง
และการอบรมด้านการข่าว ซึ่งไม่เพียงแต่จะจัดอบรมให้ตำรวจสันติบาลเท่านั้น แต่พร้อมจะสนับสนุน
หน่วยงานอื่นด้วย โดยได้รับการสนับสนุน ด้านงบประมาณ ทั้งการออกแบบและปลูกสร้าง
จากมิตรประเทศ โดยไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกันก็ได้รับอนุมัติที่ดินจากราชพัสดุจำนวน 80ไร่
บริเวณริมถนนศรีสมาน-ปากเกร็ด จ"นนทบุรี ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน ปีหน้า
"

ส่วนการข่าวด้านความมั่นคง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุ ความไม่สงบ ในพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะการสลายม็อบหน้า สภ.อ.ตากใบ จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและ
บาดเจ็บจำนวนมาก พล.ต.ท.ปรุง กล่าวว่า จากการข่าวเหตุการณ์ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ
โดยมีเฉพาะในพื้นที่ จ.นราธิวาส ที่ได้รับรายงานว่า มีการเคลื่อนไหว ของกลุ่มนักศึกษา กลุ่มองค์กรอิสระ
และญาติของผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ที่พยายามออกมาเคลื่อนไหวเพื่อหวังตอบโต้เจ้าหน้าที่
แต่เพื่อความไม่ประมาท ทางสันติบาล ได้ติดตามข่าวการก่อเหตุร้ายอย่างใกล้ชิดต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ พล.ต.ท.ปรุง ได้เคยสนทนากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ
ซีไอเอ ที่ประจำการ อยู่ในประเทศไทยและได้เล่าให้ฟังถึงโครงการจัดตั้งโรงเรียนการข่าว
ทำให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเกิดความสนใจและเสนอของบสนับสนุนไปยังสำนักงานใหญ่
ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์ ก็ได้รับการอนุมัติ
เงินงบประมาณสนับสนุน 100 ล้านบาท


สำหรับการสนับสนุนงบประมาณ ซีไอเอ ให้เหตุผลว่า เนื่องจากประเทศไทย อยู่ในภูมิภาค
ที่เริ่มมีภัยจากการก่อการร้ายสากลซึ่งถือเป็นภัยที่คุกคามประชาคมโลก ไม่เฉพาะแต่ประเทศใด
ประเทศหนึ่ง ดังนั้น การพัฒนาขีดความสามารถด้านการข่าวจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ไทย
สามารถรับมือกับการก่อการร้ายสากลได้เป็นอย่างดี อันจะช่วยให้เกิดความมั่นคงในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้อีกทางหนึ่งด้วย

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9470000073293

http://www.oknation.net/blog/maleerat/2010/05/14/entry-1

เจาะลึก พลแม่นปืน !!! ลอบยิงเสธ.แดง
Posted by มาลีรัตน์


Sig SSG 3000
ปืนไรเฟิลที่มีรากฐานการผลิตมาจากกองทัพของสวิสโดยร่วมมือกันพัฒนาโครงตัวปืนกับ
บริษัท Jp Sauer And Sohn ประเทศเยอรมนีใช้กระสุนขนาด .308 วินเชสเตอร์
(หรือขนาด 7.62 มิลลิเมตร นาโต) ขึ้นลำโดยใช้ระบบลูกเลื่อนหรือ Bolt-Action มีความยาว
รวม 1,180 มิลลิเมตร ตั้งแต่ปลายลำกล้องจรดพานท้ายใช้ระบบเกลียวลำกล้อง 4 เกลียว
เพื่อความแม่นยำสูง ความเร็วในขณะที่กระสุนพ้นปากลำกล้อง 2,400 ฟุตต่อวินาที
ซองกระสุนขนาดบรรจุ 5 นัด มีน้ำหนักรวมเมื่อติดกล้องเล็งระยะไกลประมาณ 6.2 กิโลกรัม
กับกำลังขยายของกล้องเล็งที่ 1.5-6X มีระยะยิงหวังผลไกลกว่า 800-1,000 เมตร เป็นอย่างต่ำ

Dragunov
ดรากูนอฟ เป็นไรเฟิลอัตโนมัติในรุ่นที่ดัดเเปลงกลไกภายในและรูปแบบของตัวปืนจากปืนไรเฟิล
ตระกูล AK ของรัสเซีย เเละทำให้มันกลายเป็นสไนเปอร์ไรเฟิล ด้วยการดัดเเปลงลำกล้องให้ยาวขึ้น
เปลี่ยนพานท้ายปืนเเละเพิ่ม feeder ปัจจุบันดรากูนอฟ (SVD) ถูกใช้อย่างเเพร่หลายในกองกำลัง
ทางทหารของกลุ่มประเทศแถบยุโรปตะวันออกเเละ รัสเซีย ปืนกระบอกนี้สามารถเล็งเป้าหมาย
ที่เคลื่อนที่ด้วยรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพเเละมีความเเม่นยำสูงมาก ด้วยกล้องเทเลโฟโต้
เลนส์รุ่น PSO-1M2 สามารถปรับความเร็วการยิงได้โดยใช้การทำงานของระบบเเก๊ส
ทำให้เกิดความปลอดภัยในการยิงเเละการควบคุมปืน

FR-F2
ถูกดัดเเปลงมาจาก ปืนไรเฟิล FR-F1 ที่ใช้มาตั้งเเต่ช่วงยุค 1970 ลำกล้องของปืนใส่อุปกรณ์ป้องกัน
ความร้อนเข้าไป เเม้ว่าจะวางไว้กลางเเดดเป็นเวลานานก็ไม่มีผลใดๆ ต่อลำกล้องของปืน มันเป็น
สไนเปอร์ไรเฟิลระบบโวลท์ เเอคชั่น ถูกใช้อยู่ในหน่วย GIGN มีลูกกระสุนขนาด 7.62 มม.
เเละติดกล้องซูมได้ถึง 8 เท่า

PSG
(Prazisions Sharfschutzen Gewehr-1) ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติของบริษัท H&K ชื่อของมัน
หมายถึงปืนที่เเม่นยำ ผลิตโดยใช้โครงสร้างของปืนแบบ G3 โมเดล เเต่เมื่อพัฒนาเสร็จสมบูรณ์เเล้ว
กลับมีความเเตกต่างกับ G3-SG1 โดยสิ้นเชิง มันเป็นปืนที่มีน้ำหนักเกินกว่า 8 กิโลกรัมเเละมีความเเม่นยำ
สูงมากที่สุด เเละยังได้รับการประเมินว่าเป็นปืนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด ในภารกิจการต่อต้าน
การก่อการร้ายของสไนเปอร์ไรเฟิลที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน (ลูกระสุนมี 50 นัด เมื่อยิงในระยะ 100 เมตร
เส้นผ่าศูนย์กลางของเป้าหมายจะเท่ากับ 6.99 มม., เมื่อยิงในระยะ 300 เมตรจะเท่ากับ 80 มม.)
เเต่ไม่มีเหตุผลที่จะใช้งานสำหรับภารกิจทางทหารทั่วๆ ไป เนื่องจากตัวปืน และอุปกรณ์มีราคาสูงมาก
ระบบภายในตัวปืนมีความแข็งแกร่งไม่มากเท่าปืนไรเฟิลจากรัสเซีย การใช้งานต้องระวังไม่ให้ตัวปืน
โดนฝุ่นดินหรือโคลนการมีน้ำหนักมากเกินไปของมันกลับทำให้เกิดความเเม่นยำมากกว่าปกติเนื่องจาก
ความเสถียรในการออกแบบลำกล้องและพานท้าย

Barrett M82A1
king of50caliber sniper rifles ปืนซุ่มยิงระยะไกลที่มีอำนาจการยิงรวมถึงอำนาจในการทำลายล้างสูง
ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Barrett Firearms สหรัฐอเมริกาเป็นปืนซุ่มยิงที่ประจำอยู่ในหลายหน่วยงาน
ทางทหารทั่วโลกและเข้าร่วมปฏิบัติการในสงครามหลายครั้งแล้ว มันเป็นปืนซุ่มยิงที่มีระบบกลไก
กึ่งอัตโนมัติ มีรังเพลิงขนาดใหญ่ที่ใช้กับลูกกระสุนความเร็วสูงขนาด 50 มิลลิเมตร ที่มีอำนาจการทำลาย
สูงมากที่สุดในกลุ่มปืนซุ่มยิง ด้วยประสิทธิภาพการยิงที่แม่นยำที่ระยะ 1,500 เมตร รวมทั้งสถิติการยิง
ที่ระยะ 2,500 เมตร กระสุนที่มีพลังงานสูงมีประสิทธิภาพมากเกินพอที่จะยิงเพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนของ
เป้าหมายที่มีการหุ้มเกราะ สามารถปฎิบัติการต่อเป้าหมายที่สำคัญ เช่น หอควบคุมเรดาห์ รถบรรทุก
รถสายพานลำเลียงพล หรืออากาศยานที่บินในระดับต่ำ กล่าวกันว่าแม้กระสุนของมันจะกระทบเป้า
อย่างจังไปแล้วก็ตามก็ไม่อาจได้ยินเสียงปืนเนื่องจากการยิงมาจากระยะที่ไกลกว่าปืนไรเฟิลซุ่มยิง
ทุกชนิดที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบัน.

เอกสารประกอบการอ้างอิงบางส่วนจาก -โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
-www.rmutphysics.com

http://my.dek-d.com/AngelTVXQ/blog/?blog_id=10077013

คําว่า สไนเปอร์ (SNIPER) ใช้ครั้งแรกในปีค.ศ.1824 โดยทหารอินเดีย ซึ่งขณะนั้นยังเป็นอาณานิคม
ของอังกฤษ ใช้ปืนในการล่านกชนิดหนึ่งที่ยิงได้ยากต้อง มีความแม่นยำในการยิงสูง

คำนี้จึงถูกนำมาใช้กับทหารที่ชำนาญในการยิงปืน

ต่อมามีการพัฒนาให้ทหารที่มีความแม่นยำในการยิงปืน ซ่อนพรางตัวให้เข้ากับธรรมชาติรอบตัว
คอยลอบยิงทหารฝ่ายตรงข้าม

เริ่มใช้ครั้งแรกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งฝ่ายเยอรมันได้แจกกล้องขยาย (SCOPE) ติดไว้บนรางปืน
เพื่อให้ทหารมองเห็นเป้าได้ง่ายและชัดเจนขึ้น

เป็นเอกลักษ์ของพลแม่นปืนตั้งแต่นั้นมา

ต่อมาในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการนำพลซุ่มยิงเข้ามาใช้ในงานสงครามมากขึ้น

ส่วนมากเป้าหมายจะเป็นนายทหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่วิทยุ เพื่อทำลายขวัญกำลังใจและ
ตัดการติดต่อสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม

พลแม่นปืนที่มีชื่อเสียงทั้งฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายอักษะมีจำนวนมาก

อาทิ วิซิลี ไซเซฟ ของรัสเซีย มีบันทึกว่าสามารถสังหารทหารฝ่ายตรงข้ามได้ 244 ศพ
ต่อมาฮอลลีวู้ดนำมาสร้างเป็นหนังชื่อ ENEMY AT THE GATES

และโด่งดังที่สุดคือ พันจ่าตรี คาร์ลอส เอ็น. แฮสคล็อต ของนาวิกโยธินสหรัฐ ที่ปฏิบัติการ
ในสงครามเวียดนาม ซุ่มสังหารทหารเวียดนามเหนือถึง 360 ศพ

การทำงานของพลซุ่มยิง 1 ทีม จะประกอบด้วย พลซุ่มยิง (sniper) และพลชี้เป้า (spotter)
ซึ่งมีหน้าที่วัดระยะห่างจากพลซุ่มยิงและเป้าหมาย บอกทิศทางลม คุ้มกันระหว่างการวางตัวและถอนตัว

คุณสมบัติพลซุ่มยิงถูกกำหนดไว้อย่างเข้มงวด 6 ประการคือ

1.ยิงปืนได้แม่นยำ

2.มีสุขภาพร่างกายเยี่ยม

3.มีสายตาปกติไม่สั้นหรือยาว ไม่ตาบอดสี

4.ไม่สูบบุหรี่ เพราะควันบุหรี่จะเปิดเผยที่ตั้งของพลยิง

5.มีความมั่นคงในการควบคุมอารมณ์สูง รับความกดดันในรูปแบบต่างๆ ได้ เพราะบางครั้งต้องนั่ง
หรือนอนรอเป้าหมายหลายวัน

6.ต้องมีสติปัญญาดี เนื่องจากต้องเรียนรู้เรื่องอาวุธปืน ขีปนวิถีของลูกกระสุน การปรับตั้งค่า
กล้องเล็งเพื่อแก้ทิศ ทางลม

ในทุกเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย มีการฝึกเจ้าหน้าที่
ให้เป็นพลแม่นปืนเช่นกัน ส่วนมากบรรจุอยู่ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษ


ทหารบกจะบรรจุในหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ทหาร เรือบรรจุอยู่ใน
หน่วยทำลายใต้น้ำ(ซีล) ทหารอากาศบรรจุในหน่วยอากาศโยธิน


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บรรจุในกองบัญชาการตำรวจ นครบาล (อรินทราช 26)
และตำรวจตระเวนชายแดน (นเรศวร 261)


อาวุธปืนที่ใช้ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐ คือปืนซุ่มยิงแบบ M-24 ขนาดกระสุน 7.62 ม.ม.
น้ำหนัก 5.5 กิโลกรัม ระยะยิงหวังผลประมาณ 460 เมตร

และปืนซุ่มยิงขนาดหนักคือปืน M-82 A-1 ขนาดกระสุน 12.7 ม.ม. น้ำหนัก 10 กิโลกรัม
สามารถยิงเจาะเกราะได้ในระยะ 1,500 เมตร

นอกจากนั้นยังมีปืนซุ่มยิงของเยอรมัน ที่มีความแม่นยำสูง แบบ PSG-1 ขนาดกระสุน 7.62 ม.ม.
น้ำหนัก 8.8 กิโลกรัม ระยะยิงหวังผลไกลสุด 450 เมตร

ปืนชนิดนี้เคยใช้ในการซุ่มยิงนักโทษพม่า ที่จับผู้คุมเรือนจำสมุทรสงครามเป็นตัวประกัน
เมื่อเกือบ 10 ปี ที่ผ่านมาและใช้ซุ่มยิงกองกำลังก๊อดอามี่ที่เข้ายึดโรงพยาบาลราชบุรี

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

http://www.oknation.net/blog/pansang/2010/04/16/entry-3

หน่วยอรินทราช คือ อะไร ? ไหงหงายท้องเมื่อไปจับแกนนำเสื้อแดง !

Posted by ส่องแสง_ทะลุเมฆ

http://swatregion2.topcities.com/swat.html

http://www.thaifighterclub.org/webboard.php?action=detailQuestion&questionid=7159&language=1&topic=Sniper%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%20%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A..&PHPSESSID=ae6615072


รูปนี้เป็น SIG-Sauer SSG 2000



และอีกตัว SR-25

http://sr25-sr25k.blogspot.com/

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2009/08/X8173767/X8173767.html

ในหน่วยรบพิเศษของทั้งสามเหล่าทัพร่วมถึงหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของ
สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นก็มีชุดซุ่มยิงในหน่วยครับ ตัวอย่างเช่นของกองทัพบกนั้น
กรมรบพิเศษของกองพลรบพิเศษและหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายคือ ฉก.90 นั้น
ชุดพลซุ่มยิงจะใช้ปืนซุ่มยิงแบบ SR-25
ครับในส่วนของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ
กองทัพเรือนั้นชุดซุ่มยิงจะใช้ปืนซุ่มยิงแบบ HK MSG-90 และ AI AW50 ครับ
ในส่วนกองทัพอากาศ ชุดซุ่มยิง Commando ของกรมปฏิบัติการพิเศษ อากาศโยธิน
ก็มี Steyr SSG 69, HK PSG-1 เป็นต้น

ส่วน สนง.ตร.นั้น หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย อรินทราช 26 ของนครบาลก็เห็นมี PSG-1 ครับ
ส่วน นเรศวร 261 ของ ตำรวจพลร่ม ตชด.ก็เห็นมี HK MSG-90 ใช้ครับ

การแสดงสาธิตของหน่วยรบพิเศษดังกล่าวข้างต้นก็มีการแสดงชุดพรางของพลซุ่มยิงและอาวุธที่ใช้
รวมถึงสาธิตจำลองการปฏิบัติการร่วมกับชุดจู่โจมด้วยครับ แต่ในปฏิบัติการจริงนั้นค่อนข้างจะเห็นตัว
พลซุ่มยิงตามสื่อได้ยากครับ
แต่เหตุการณ์ที่พอจำได้ก็มีเช่น กรณียึดสถานทูตพม่าปี 42, กระเหรี่ยง
God Armyยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี และกรณีนักโทษพม่าแหกคุกจับผู้คุมเป็นตัวประกันเป็นต้นครับ
ซึ่งก็มีการจัดชุดซุ่มยิงเข้าสนับสนุนปฏิบัติการครับ

http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=83120.msg2583163#msg2583163

อ้างจาก: Ro@d - รักในหลวง ที่ วันนี้ เวลา 01:34:43 PM
อ้างจาก: Joke - รักในหลวง ที่ วันนี้ เวลา 12:42:09 PM
มติชนออกข่าวมาแบบนี้น่ะครับ

น่าจะเขียนข่าว แบบ ๒ ตลบ นั่งเทียน กับดับเทียนเขียน แต่ คนเขียนข่าว ออกตัวแล้วว่า สันนิษฐาน

หัวกระสุน Rifle ไปด้วยความเร็วสูง หัวกะโหลก อาจไม่เปิดก็ได้ แต่เนื้อสมองต้องเละเทะ
เพราะแรงอัด.. หน่วยชีวิต ต้องดับ ทันที ยิง ๒ นัด มันต้องยิง ๒ คนพร้อมกัน กระสุนถึงจะ
เข้าเป้า ๒ แห่ง.. สงสัย ใช้มือ Rifle แฝดเลย นะครับ. .. ควายเอ้ย.

หัวกระสุน ไม่น่าใช่ กระสุนที่มาด้วยความเร็วสูง อาจเป็น กระสุนปืนสั้น การยิงในระยะที่ใกล้ ๆ


hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun May 16, 2010 12:49 pm

"สไนเปอร์"หลักสูตรซุ่มยิงสอน'ตำรวจ-ทหาร'ยันพลเรือน
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2553




คมชัดลึก : ลูกกระสุนปริศนาที่แหวกม่านอากาศมาด้วยความเร็วสูงทะลุศีรษะ พล.ต.ขัตติยะ
สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก แม่นดังจับวางขณะยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนนั้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนส่วนใหญ่ลงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ต้องยิงมาจาก "พลซุ่มยิง"
หรือ "สไนเปอร์" ฝีมือระดับพระกาฬ ?!

พลันที่เสธ.แดงล้มลงหมด สติจากคมกระสุนปริศนาหน้าป้อมค่ายที่คุ้มกันอย่างแน่นหนา ช่วงหัวค่ำวันที่
13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนสงสัยใคร่รู้ถึง "กลุ่มสไนเปอร์" ในเมืองไทย มีการฝึกอบรมอยู่
ในหน่วยงานใดและเพื่อภารกิจใดบ้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนรายหนึ่งบอกกับ "คม ชัด ลึก" ว่าในเมืองไทย
มีการฝึกอบรมหลักสูตรสไนเปอร์ ทั้งในหน่วยงานทหาร ตำรวจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ รวมถึงพลเรือนด้วย
เพื่อใช้ในภารกิจทางราชการและเป็นกีฬาแข่งขัน ทั้งนี้หลักสูตรสไนเปอร์ของ ตำรวจ จะใช้ในภารกิจยิงคุ้มกัน
เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรยิงในระยะสั้นแค่ 100-200 เมตร ถ้าเป็นของทหาร ในหลักสูตร
เดียวกันจะมีระยะยิง 100-150 เมตรสำหรับภารกิจที่ใช้รบในเมือง และหลักสูตรการยิงระยะไกล 200-300 เมตร
ใช้ในการรบนอกเมืองหรือรบในป่า อย่างไรก็ตามการยิงระยะไกลหากนำมาใช้ปฏิบัติการในเมืองจะมีปัญหา
เรื่องการถอนกำลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนบอกด้วยว่า หลักสูตรสไนเปอร์มี 2 หลักสูตร คือ การอบรม
ระยะสั้นๆ 5-6 วัน และหลักสูตรอบรม 3 เดือน โดยหลักสูตรระยะสั้นจะเรียนรู้เรื่องพื้นฐานของอาวุธปืน
ประกอบด้วย ตัวปืน กล้องเล็ง และกระสุน เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ต้องรู้ด้วยว่าการยิงสไนเปอร์มีวิถีการยิง
เป็นอย่างไร ต้องมีการคำนวณทิศทางลม แสงแดด ระยะทาง มุม หรือร่องตึก "หลักสูตรระยะสั้น
จะสอนแท็กติก หรือเทคนิคการยิงพื้นฐาน ผู้เรียนต้องไปฝึกฝนต่อ ส่วนการคิดคะแนนว่าผ่านการอบรม
หรือไม่จะคิดจากการยิงเป้าวงกลมและเป้าแผ่นเหล็ก ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมสไนเปอร์ที่ผ่านมามีเปอร์เซ็นต์
ไปต่อได้ แต่ต้องไปฝึกฝนเพิ่มเติม สนามฝึกยิงสไนเปอร์ใน เมืองไทยมีอยู่หลายแห่ง แต่สนามที่มีพื้นที่
ในการยิงระยะไกล 800-1,000 เมตร จะเป็นสนามของทหารเรือ" ผู้เชี่ยวชาญอาวุธปืนรายเดิมกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้ารับการอบรมหลักสูตรสไนเปอร์ต้อง มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ต้องเป็นผู้ที่อดทน ใจเย็น
เนื่องจากกว่าจะสั่นไกลได้ 1 ครั้งอาจใช้เวลาเป็นวัน ต้องมีความอดทนต่อสภาพอากาศ ร่างกายต้องแข็งแรง
พอสมควรและในกลุ่มผู้นิยมปืนสไนเปอร์ยังแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ พลแม่นปืน ซึ่งจะยิงปืนแม่นธรรมดา
กับพลซุ่มยิง ซึ่งจะเป็นผู้มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูง ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้นตามหลักสูตร 3 เดือน
มีความอดทนทุ่มเทในการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ส่วนกลุ่มผู้ที่เข้าอบรมหลักสูตรสไนเปอร์ที่ผ่านมา
มีทั้งกลุ่มทหาร ตำรวจ และพลเรือน เพื่อใช้ในปฏิบัติการพิเศษในหน่วยงานต่างๆ และเป็นเกมกีฬา
โดยกลุ่มสไนเปอร์ในเมืองไทยมีอยู่ประมาณ 200 คน ซึ่งต่างก็รู้จักมักคุ้นกันดี ตรงกันข้ามกับต่างประเทศ
จะมีกลุ่มสไนเปอร์เยอะกว่าเมืองไทยมาก อย่างที่อเมริกาจะมีกลุ่มสไนเปอร์เป็นพันๆ คน
ส่วนการฝึกอบรมหลักสูตรสไนเปอร์หรือ พลซุ่มยิงของหน่วยราชการไทย ผู้เชี่ยวชาญอาวุธปืน บอกว่า
การอบรมพลซุ่มยิงรุ่นหนึ่ง จะกินเวลา 3 เดือน และต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
โดยเฉพาะสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ คงไม่มีเวลาไปฝึกซ้อม
ประกอบกับอาวุธปืนที่ใช้ในการซุ่มยิงก็มีราคาสูง

หากจะใช้ปืนที่มีประสิทธิภาพสูงย่อมต้องมีราคาแพง ขนาดปืนสไนเปอร์ที่ใช้ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษ
ยังมีราคากระบอกละแสนกว่าบาท ทำให้การยิงแบบสไนเปอร์ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ต้องใช้
ความสามารถส่วนตัวสูงมาก
แตกต่างกับของพลเรือนที่คุณภาพของปืนจะดีกว่า

ส่วนคดีที่เสธ.แดงถูกยิงด้วยสไนเปอร์นั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน วิเคราะห์ชนิดฟันธงว่า
เป็นฝีมือของผู้ชำนาญการที่มีอยู่นับตัวได้ในเมืองไทย เมื่อดูจากระยะยิงไม่น่าจะเกิน 150 เมตร
ซึ่งเป็นการยิงระยะใกล้และต้องประกอบด้วยทีมงาน 2-3 คน แต่จะวิเคราะห์ว่าหน่วยใดเป็นคนลั่นไกนั้น
ไม่สามารถบอกได้ เพราะบางหน่วยเป็นหน่วยลับ หรือบางทีอาจเป็นพลเรือนที่มีปืนสไนเปอร์
ประสิทธิภาพสูงก็ได้ เพราะพลเรือนเองอาจจะมีเวลาฝึกซ้อมเยอะกว่าข้าราชการ จึงมีประสิทธิภาพ
และความแม่นยำสูง ทั้งนี้ กลุ่มสไนเปอร์ต่างประเทศคนที่ฝีมือดีในระดับพลซุ่มยิงจะมีค่าตัวสูงมาก !

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun May 16, 2010 8:54 pm

พี่สาวเสธ.แดงเชื่อน้องชายถูกยิงเป็นแผนจัดฉาก

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2553



คมชัดลึก :พี่สาวเสธ.แดงเชื่อเหตุน้องชายถูกยิงเป็นแผนจัดฉากให้ออกไปให้สัมภาษณ์ยันเป็น
คนดี ระบุคนในครอบครัวยังไม่มีใครคุยกับ “ทักษิณ” ผอ.รพ.วชิระ”เผยวันนี้ล้างไตเสธ.แดง
ยังไม่พ้นขีดอันตราย

ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 16 พ.ค. นางเจียระไน มัชชกิจบริบาล
อายุ 76 ปี พี่สาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง พร้อมด้วยครอบครัว ได้เข้าเยี่ยมอาการน้อยชาย
และได้ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องชายมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า
เพราะเป็นลักษณะล่อออกไปให้ยิง วางแผนให้ออกไปให้สัมภาษณ์ ณ ที่เกิดเหตุ
โดยนักข่าวต่างชาติที่มาสัมภาษณ์ก็ไม่รู้ว่าเป็นนักข่าวหรือไม่ ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้
มีเพื่อนทหารของน้องชายได้เคยเตือนแล้วว่าจะมีคนมาลอบยิง แต่น้องชายก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดในวันนั้น
แม้ว่าจะทราบมาเป็นเดือนแล้วว่าต้องมีคนมาปองร้ายแน่ๆ ก็ตาม “ในวันเกิดเหตุน้องชายได้นัดให้มาหา
เหมือนว่าจะเป็นการลาสั่งเสีย ซึ่งตัวเองก็เดินทางออกมาจากโพธาราม จ.ราชบุรี แต่ก็มาไม่ทัน
ถูกยิงเสียก่อน” นางเจียระไน กล่าวและว่า สำหรับน้องเดียร์ก็ขอให้พ่อสู้ๆ และเป็นกำลังใจให้
โดยตนได้ไปบ่นบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอให้คุ้มครอง เพราะมั่นใจว่าน้องชายเป็นคนดีจริงๆ
ใครที่ทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับแบบเดียวกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือไม่ นางเจียระไน กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุถูกยิงจนถึงวันนี้
พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่เคยพูดคุยกับใครในครอบครัวเลย

ผอ.รพ.วชิระ”เผยวันนี้ล้างไตเสธ.แดงยังไม่พ้นขีดอันตราย

นพ. ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระพยาบาล เปิดเผยความคืบหน้าอาการของ
พล.ต.ขัตติยะว่า ในวันนี้คณะแพทย์ได้ทำการล้างไตหลังจากที่เกิดภาวะไตวาย โดยการล้างไต
ขณะที่ผู้ป่วยมีความดันไม่คงทีถือว่ามีความเสี่ยงอาจทำให้เสียชีวิตได้ เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยอย่างมาก
แต่คณะแพทย์ก็ไม่มีทางเลือกและต้องให้การรักษา โดยทางญาติทราบในทุกขั้นตอนว่าหากล้างไต
ว่าจะเกิดอะไรตามมา เสี่ยงอย่างไร ซึ่งญาติตัดสินใจให้คณะแพทย์รักษาและพร้อมต่อสู้
ทั้งนี้ผู้ป่วยขณะนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย นพ.ชัยวัน กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ทางแพทย์จะชี้แจง
การรักษาเสธ.แดงที่ดำเนินมาในทุกขั้นตอน เพื่อให้ทราบว่าแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างไรไปบ้าง
และจะมีภาพประกอบด้วย

เพื่อใช้เป็นหลักฐาน ออกข่าวไปทั่วโลก
ว่า กองทัพไทย และ สถาบัน อยู่เบื้องหลัง
เรียกว่า ม้าโทรจัน คงมีใครได้ขึ้นศาลระหว่างประเทศกันบ้าง
เพื่อแสดงให้เห็นอำนาจของ รัฐบาลโลก


ยิงเสธแดง นักข่าวนอกในเหตุการณ์

WakeUpThais

May 15, 2010

14 พ.ค. 2553 นักข่าวVoice of America เผยช่วงนาทีเสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
ถูกยิงศีรษะ ขณะให้สัมภาษณ์สื่อนอกบริเวณแยกศาลาแดง





คำให้การของนักข่าว Tom Fuller พยานผู้เห็นเสธแดงถูกยิง



http://www.mrta.co.th/news/18stations/18%20stations.htm

สถานีสีลม
อยู่ตามแนวถนนพระรามที่ 4 ใต้สะพานลอยไทย-ญี่ปุ่น บริเวณแยกศาลาแดง
หน้าโรงแรมดุสิตธานี มีขนาดสถานีกว้าง 30 เมตร ยาว 156 เมตร
ระดับชานชาลาอยู่ลึก 30 เมตรจากผิวดิน โครงสร้างสถานีมี 4 ชั้น
เป็นชานชาลาแบบต่างระดับ จุดขึ้น-ลงมีทั้งหมด 2 จุด คือ
บริเวณด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี
และบริเวณแยกศาลาแดงหัวมุมถนนสีลม ฝั่งด้านหน้าโรงแรมดุสิตธานี

http://map.longdo.com/?gmap=1&hybrid=1





May 14, 2010

CNN's BackStory talks to a journalist who witnessed the shooting of
Thai Red Shirt leader Seh Daeng.



AsianCorrespondent

May 13, 2010

A renegade army general accused of leading a paramilitary force among Thailand's Red Shirt
protesters was shot in the head as he spoke with foreign reporters on a street near
a downtown Bangkok subway station.

A second person was shot in the head by soldiers in ensuing clashes that continued
in the night. At least three other people were injured.

The General was shot following a government warning it would shoot "terrorists" in its
latest effort to end the two-month-long siege by thousands of Red Shirts.

"(The military) are allowed to shoot anyone armed with weapons, which could be anything
from handguns to assault rifles to grenades or bombs. These armed people could be threats
to others and are deemed terrorists."

"If the government doesn't quit, I will not leave. I will fight until I die.
Everyone is ready to sacrifice their lives today."

He is currently in hospital intensive care. The protesters, mostly rural poor, are occupying
a 1-square-mile area in an upmarket neighbourhood to pressure the prime minister to resign
and call elections.

Dressed in military-style fatigues, Khattiya was being interviewed outside the Silom subway station
at the edge of the protest zone when a bullet struck him in the head. The area is surrounded by
tall office buildings, leading to suspicions the shot was fired by a sniper.

Khattiya was suspended from the army in January and became a fugitive from justice last month
when an arrest warrant was issued against him and two dozen others linked to the Red Shirts
for their purported roles in the violence.

Later in the evening, small clashes broke out between protesters and soldiers. At one point,
hundreds of protesters threw rocks and firecrackers at the group of soldiers, and the soldiers
responded with gunfire. One man was shot in the head. Soldiers opened fire again after
an ambulance took away the man. His condition was not immediately clear.

The Red Shirts are demanding an immediate dissolution of Parliament. They believe Prime Minister
Abhisit Vejjajiva's coalition government came to power illegitimately through manipulation of
the courts and the backing of the powerful military.



france24english

April 29, 2010

THAILAND - Seh Daeng, a renegade army general, has abandoned his allegiance to
the Thai government to join the anti-government Red Shirt movement. FRANCE 24's special
correspondent Cyril Payen followed him through the busy streets of Bangkok.



VOATHAIservice

May 13, 2010

General Khattiya Sawasdiphol, better known as Seh Daeng (Commander Red),
was shot in the head while being interviewed by journalists.

While it was unknown whether Thailand's military or government was behind the shooting,
the government has previously made it clear it would shoot at what it called armed terrorists.
There was no immediate claim of responsibility.

By te way, State Department Spokesman PJ Crowley expresses concern about Thai violence,
says government and protesters need to return to dialogue.

ผู้สื่อข่าว VOA เผยนาทีชีวิตที่อยุ่ในที่เกิดเหตุและเตรียมสัมภาษณ์ เสธ.แดง
หรือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ก่อนถูกยิง

hacksecret พิมพ์ว่า:

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sunnews&month=10-2008&date=12&group=2&gblog=59

ระเบิดปิงปองบาน/พธม.ผวาสัญญานฆ่าโค/ตร.ตื่นขู่บึ้มร.พ./"ผู้ใหญ่"สั่งยุติสงคราม

@@"หน่วยข่าวลับ"รายงานว่า ข้อมูลหลักฐานที่ปรากฎผ่านทางภาพถ่ายของสื่อมวลชน-
หน่วยข่าวตำรวจ-ทหาร และ กล้องวงจรปิดบางจุดที่ไม่ได้ถูกพันธมิตรทำลายการมองเห็น
ในขณะเคลื่อนม็อบไปยังหน้ารัฐสภาช่วงค่ำ(๖ต.ค.)กำลังถูกรวบรวมเพื่อ"ตอบโจทย์"
เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์
โดยเฉพาะกรณี"น้องโบว์"นั้นจากสภาพศพที่ซี่โครงถูกทำลายไปทั้งแถบนั้น
ถูกระบุว่าเกิดจาก"ระเบิด" เช่นเดียวกับกรณีของ"ผู้พันจ๊าบ"หัวหน้าการ์ด พธม.
และน้องเขย"การุญ ใสงาม"ที่มีการต่อเชื่อมกับ"เจ้าของรถจี๊บเชอเรอกี"ที่เป็น
สมาชิกคนสำคัญของ "สันติอโศก" ที่มีการให้ข่าวจากตำรวจว่ามีการขนระเบิด
เพื่อทำ"คาร์บอมบ์" บริเวณฝั่ง ตรงข้ามพรรคชาติไทย
ซึ่งติดกับรั้วของสถานที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของ"ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง"

พระที่นั่งอัมพรสถาน



ท่านสพรั่งที่รักและเคารพ

สวัสดีค่ะคุณRHP
ค่ะ เมื่อวานเขาท้าดิฉันเลยค่ะ ว่า ไม่ต้องมาสั่งอะไรเขา เอาไว้อาทิตย์หน้า มาพร้อมกับท่านสรั่ง
ก็ท่านสพรั่งจะมามาผมไม่ใช่หรือ ให้ดิฉันมาพร้อมกันเลย มาขบวนเดียวกันเลย
เขาจะให้นายพลตั้งกองเกียรติยศรับ เราฟังเราก็งง...เขาเลยถามว่า เพิ่งตืนหรือไง
เปล่าดิฉันกกำลังเดินตลาด เจอปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง กำลังแก้เฉพาะหน้าอยู่ค่ะ
เลยรับมุขไมทัน ฟังไปฟังมา ไม่มุขเสียแล้วสิ นี่ คือสัญญาณที่ส่งออกมาให้รู้ ว่า
ช้างสารจะชนกัน(ในที่ลับ) แบบครั้งที่แล้วเมื่อเกือบสองเดือนที่ผ่านมา

แต่ครั้งนั้นหญ้าแพรกไม่แหลกราน แต่ครั้งนี้ ดิฉันเช็คข่าวดู มันไม่ธรรมดาแฮะ เพราะ
ครั้งวันที่ ๑๙ เดือน ๙ ปีที่แล้ว หน้าไพ่ยังไม่เปิด เมื่อครั้ง ธูปเตมีย์ ก็คือการเปิดหน้าไพ่
แต่ยังไม่มีแหลกราน แต่ครั้งนี้ เขาประกาศศึกผ่านดิฉัน เป็นเพียงการบอก และส่งสัญญาณให้รู้ว่า
พร้อมชน เขาบอกทางอื่นได้อีกหลายทาง แต่เมื่อวานเขาเจาะจงดิฉันเลยทีเดียว
ก็ โอ.เค. ถ้าท่านสพรั่งส่งสัญญาณมาว่า ให้ดิฉันไปได้ตามำท้าของเขา
ดิฉันก็จะไปพร้อมท่านเช่นกัน...ดิฉํนเดาทางถูกหรือเปล่า เดี๋ยวจะไปนอนฝันหาคำตอบเช่นกันค่ะ


คุณลุงอาแซมมาแล้ว สวัสดีค่ะ
เมื่อวานนั้นหนูก็วิเคราะห์ให้คนที่วีนใส่หนูว่า ถ้าออกหนังสือว่าจะไปตรวจเยี่ยม แปลว่า
ไม่ได้บุกไปเหมือนที่เคยไปในบางที่ ก็คือเรื่องปรกติที่ นาย จะไป แต่นัยยะสำคัญตรงที่ว่า ...
ท่านกำลังจะมาสืบอำนาจต่อใน ผบ.ทบ ท่านเลยจะต้องลงไป อย่างที่คุณแซมบอกเช่นกันค่ะ
แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่ง ที่สัมผัสได้ว่ามีแรงต้าน เพียงแต่ช่วงนี้ อยากจะรู้ว่าแรงต้านที่ว่า จะสะสมกำลัง
หรือคิดทำอะไรอีก หรือจะยอมก้มหัวศิโรราบให้แต่ใจไม่ภักดี ก็จะได้รู้ไว้...
ช่วงนี้เรื่องท่านสพรั่งโดนโจมตีก็หนัก หนูเลยอธิบายกับนายทหาร(บางคน) ฟังว่า
เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าท่านสพรั่งอยากดัง หรือต้องการเข้าตากรรมการ ถึงออกมามีปากมีเสียง
ตั้งแต่ก่อนวันที่ ๑๙ เดือน ๐๙ ปีที่แล้ว แต่..ทหารในกองทัพหลายส่วนจะยอมก้มหัวให้กับไอ้แม้ว
ก็ทำไป เพราะนั้นก็เท่ากับว่า ..พวกคนในเครื่องแบบเหล่านั้นได้ตายไปแล้ว เพราะหนูถือว่า
คนเราถ้าอยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรี ก็ตายเสียดีกว่า แล้วยิ่งคนในเครื่องแบบด้วยแล้ว
ยิ่งต้องเคร่งครัดที่สุด ถ้ามิเช่นนั้น ทหาร ตำรวจ จะต่างอะไรไปจากอาชีพๆหนึ่งที่ มีเงินเดือน
เพื่อตัวเอง ไม่ใช่อย่างนั้น แล้วอีกอย่างหนึ่ง จะไม่มีคนกล้าหาญในกองทัพให้เชิดชูได้บ้างเชียวหรือ
ว่ากล้าเอาตัวเองออกมาถูกคมหอกคมดาบ แทนที่จะรับเงินรับกล่องเป็นอย่างเดียว
ประเทศเราจะอ่อนแอขนาดนั้นเชียวหรือ และที่สำคัญ..อย่างที่หนู...เคยคุยกับคุณแซมนั้นคือ

การคิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองบ้านเมืองเรานั้น เขาก็วางแผนกันไวล่วงหน้า ไม่ใช่ก่อนที่
สนธิ(ลิ้ม)จะมาเปิดโปง ถ้ามิเช่นนั้น คลังแสงลับอย่างที่คุณแซมทราบ กว่าจะถูกสร้างขึ้นแล้วเสร็จ
ใช้เวลานานหลายปี จะถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร
ดังนั้น ก็ต้องมีคนที่ จงรักภักดีอยู่บ้างที่ รู้ทัน
แต่ต้องแกล้งโง่ในยามนั้น แต่ต้องกล้าหาญในยามที่ชาติกำลังต้องการความช่วยเหลือ สนธิ(ลิ้ม)
หรือพวกหนูพันธมิตรเอง ก็ถูกเขาที่คิดจะช่วยไอ้แม้วนั้น หลอกใช้มาโดยตลอด แต่ไม่เป็นไร
เราคิดว่าอย่างไรสถานการณ์ตอนนั้น เราก็ต้องการให้เขาช่วย และเขาก็ต้องการ
ให้ สนธิ(ลิ้ม) คานอำนาจที่ไอ้แม้วคอยจะแบลคเมล์เขาตลอดเวลา
แต่ท้ายสุด
เขาก็ไม่ได้จริงใจกับใครทั้งสิ้น ทุกคนรักตัวเองในระดับบนๆกันหมด ก็เหลือแต่นายทหาร
ไม่กี่คนมีท่านสพรั่งเป็นหนึ่งในนั้น ที่หนูมั่นใจว่า วันหนึ่งท่านกลับไปกราบแทบเบื้องพระบาท
พระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ได้อย่างเต็มภาคภูมิในหน้าที่ที่ท่านได้ทำ

สภาพเหตุการณ์ 7 ตุลา--->อานุภาพ แก๊สน้ำตา แน่หรือ!!!???

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274055644&grpid=00

วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 08:10:37 น.
มติชนออนไลน์

รร.ดุสิตฯ ประกาศปิดชั่วคราวหลังถูก เอ็ม 79 ยิงถล่มถึง "3ลูก"
สีลม!มิคสัญญีตลอดทั้งคืน ระเบิดตูมหลายจุด


"รร.ดุสิตธานี"ประกาศปิดโรงแรมชั่วคราว หลังแขกเช็คเอาท์

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า โรงแรมดุสิตธานีได้แจ้งปิดบริการชั่วคราว
หลังจากแจ้งแขกที่เข้าพักทั้งหมดให้เช็คเอาท์ก่อนเวลา 12.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 00.30 น.เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่หน้าโรงแรมดุสิตธานี
จำนวนหลายลูก ทำให้กระจกหน้าโรงแรมแตก และมีกลุ่มควันสีดำพุ่งออกมาจากบริเวณชั้น 5 และ ชั้น 17
ของโรงแรม ทำให้แขกที่พักในรร.วิ่งหนีกันอลหม่าน

ผกก.ทุ่งมหาเมฆเผย รร.ดุสิตฯถูกยิงเอ็ม79"สามลูก"

พ.ต.อ.ชาติชาย วรกุล ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า
ในช่วงประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา คนร้ายได้ใช้อาวุธสงครามยิงระเบิด เอ็ม 79 ใส่ที่บริเวณชั้นที่ 22
และชั้นที่ 14 และตกที่บริเวณหน้าโรงแรมอีก 1 ลูก แต่ลูกสุดท้ายไม่ระเบิด และเหตุการณ์ครั้งนี้
ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ถล่มเอ็ม 79 สนั่นทั้งคืน รร.ดุสิต-ตึกอื้อจื่อเหลียง

ก่อนหน้านี้ คืนวันที่ 17 เมษายน เวลาประมาณ 01.00 น. มีผู้ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ วิ่งด้วยความเร็ว
มาจากซอยคอนแวนต์ผ่านหน้าอาคารซีพีทาวเวอร์ เข้าไปยังถนนสีลม ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น
หลายนัดและเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นระหว่างผู้ที่อยู่ในรถกับทหารที่คุมพื้นที่อยู่ ริมถนนจนรถกระบะ
ก็เสียหลักพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดอยู่บริเวณข้างทาง หน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
จากนั้นได้มีผู้นำคนเจ็บ 2 ราย ส่งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ทราบชื่อภายหลังว่า
จ่าอากาศเอกพงศ์ชลิต ทิพยานนทการ อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ศีรษะ และ
เรืออากาศตรีอภิชาติ ช้งย้ง อายุ 26 ปี ได้รับบาดเจ็บที่มือ ทหารทั้ง 2 ราย สังกัดอากาศโยธิน
กองทัพอากาศ
โดยรายงานข่าวแจ้งว่า จ่าอากาศเอกพงศ์ชลิต ได้เสียชีวิตแล้ว คาดว่า
เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิด

ก่อนเกิดเหตุทหารทั้งสองนาย ได้ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ เข้าไปที่ถนนสีลม จากนั้นมีเสียงปืน
ดังขึ้นหลายนัดและเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นระหว่างผู้ที่อยู่ในรถกับทหารที่คุมพื้นที่อยู่ริมถนน
จนรถกระบะก็เสียหลักพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว คาดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะเข้าใจผิด

จากนั้นผู้บังคับบัญชาของทหารบกที่ดูแลพื้นที่เกิดเหตุและผู้บังคับบัญชาจากหน่วยบัญชาการ
อากาศโยธิน เดินทางมาที่รพ.เมื่อเข้าไปสอบถามถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ไม่มีใคร
ให้คำตอบ ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะแยกย้ายกันกลับ โดยเรืออากาศตรีอภิชาติ ก็เดินทางกลับไป
พร้อมผู้บังคับบญชาของตัวเอง ส่วนศพของจ่าอากาศเอกพงศ์ชลิต คาดว่าจะมีการเดินทาง
มารับศพกันในช่วงสาย

เมื่อเวลาประมาณ 00.00 น. มีผู้ยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 ลูก เข้าไปที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนลุมพินีด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 00.30 น.เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่หน้าโรงแรมดุสิตธานีจำนวนหลายลูก
ทำให้กระจกหน้าโรงแรมแตก และมีกลุ่มควันสีดำพุ่งออกมาจากบริเวณชั้น 5 และ ชั้น 17 ของโรงแรม
ทำให้แขกที่พักในรร.วิ่งหนีกันอลหม่าน โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สามารถควบคุมเพลิงไว้
ไม่ให้ลุกลามไว้ได้ นอกจากนั้น คนร้ายได้ยิงระเบิดเอ็ม 79 ตกลงบริเวณตึกอื้อจื่อเหลียงอีกจำนวน 3 ลูก
แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยมีการปะทะกันระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมเกิดขึ้นอย่างเนื่อง

http://regist53.blogspot.com/2010/05/blog-post_9060.html

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 16, 2010

ขอไว้อาลัย จ่าอากาศเอกพงศ์ชลิต ทิพยานนทการ อายุ 51 ปี




วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 07:20:37 น. มติชนออนไลน์

http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=226270

http://www.oknation.net/blog/SOUTHERNPOST/2010/05/17/entry-3/comment

http://www.tnews.co.th/html/read.php?hot_id=9866

http://www.tnews.co.th/html/read_headnews.php?hilight_id=242

บังอาจอ้างสถาบัน... พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ผิดครั้งนี้เกินอภัย??


ไม่เพียงแต่ข้อเคลือบแคลงสงสัย ถึงความจงรักภักดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างคำพูดกับพฤติกรรม ที่แสดงการก้าวล่วง
ต่อสถาบันฯครั้งแล้วครั้งเล่า

เครือข่ายแดงทักษิณที่แฝงตัวแพร่กระจายอยู่ในสังคมไทยก็ดูเหมือนว่านับวันจะ
เหิมเกริมอย่างโจ่งแจ้งมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก็ยังไม่สามารถควบคุมจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น...

23 มีนาคม 2553 พิธีกรเวทีแดงทั้งแผ่นดิน ที่ชื่อ นาย วรชัย เหมะ ประกาศเรียกร้อง
ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกผ่านฟ้า โห่ร้องยินดีปรีดากับการปรากฏตัวของชายคนหนึ่ง
ซึ่งทราบภายหลัง คือ เรืออากาศเอก สมาน อันชนะ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์
ตำแหน่งหัวหน้าแผนกงานบริหารและธุรการ ฝ่ายราชสำนักงานบริหารนโยบายและ
วิทยาการาชสำนัก กองงานพระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

"ขอปรบมือให้กับมหาดเล็กของพระบรมฯมาสำรวจดูความทุกข์ยาก
ของพวกเราครับ ท่านกำลังถ่ายรูปอยู่ครับ ...ท่านรู้ว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน
พี่น้องประชาชนลำบาก พวกข้าฯพระพุทธเจ้า ขอสดุดี ขอถวายความจงรักภักดี
ด้วยใจพะยะค่ะ ...คนเสื้อแดงนปช.ทั้งแผ่นดิน"

จะด้วยเจตนาหรือรู้ไม่เท่าทัน แต่เครือข่ายแดงทักษิณอย่าง นายวรชัย เหมะ
ก็ต้องย่อมรู้แก่ใจว่าสมควรหรือไม่...

ไม่เท่านั้นในช่วงค่ำวันเดียวกัน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีสถานะเป็นถึง
รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ยังหยิบกรณีดังกล่าวมาขยายความ ให้เกิดความเสื่อมเสีย
ต่อการดำรงรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติขององค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์จักรี

"เมื่อเช้านายทหาราชองครักษ์ในพระบรมโอรสาธิราช ฯ ได้มาเยี่ยมเยียน
พวกเราครับ และมีข่าวดีมาบอกว่าอำมาตย์ไม่กล้าปราบพวกเรา
พี่น้องคนเสื้อแดงแล้วครับ..."


เป็น พ.อ.อภิวันท์ คนเดียวกับที่เคยให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2552 ที่มีใจความว่า ...
"ตนได้นำหนังสือประวัติศาสตร์ราชวงศ์ โรมานอฟของรัสเซีย
ราชวงศ์บูร์บงของฝรั่งเศส รวมทั้งการล่มสลายราชวงศ์ฮั่นมานั่งอ่าน
จึงรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ เพราะก่อนหน้าการล่มสลายของทั้ง 3 ราชวงศ์
เกิดเหตุการณ์คล้ายกับประเทศไทยในปัจจุบัน"


ทั้งๆที่ พ.อ.อภิวันท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นถึงรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็รู้ว่ากรณีตัวอย่าง
ที่หยิบยกมากล่าวอ้างนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการปกครองของไทย
ในระบอบประชาธิปไตย และปัจจุบันพระมหากษัตริย์ก็มิได้
ทรงเป็นผู้ปกครอง เฉกเช่นในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช


และความขัดแย้งใดๆทางการเมืองในอดีตหรือปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องของ
การช่วงชิงอำนาจ เฉพาะในส่วนของนักการเมืองและผู้สนับสนุนนักการเมืองเท่านั้น
โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสถาบันเบื้องสูง
ซึ่งสมควร พ.อ.อภิวันท์ จะนำมาเทียบเคียง เว้นแต่จะมีนัยยะแฝงเร้นเป็นอย่างอื่น

สำคัญเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2553 มติชนออนไลน์ ก็ได้นำเสนอรายละเอียดหนังสือ
สำนักพระราชวัง เรื่องการมีคำสั่งลงโทษ ไล่ เรืออากาศสมาน อันชนะ ออกจากราชการ
เนื่องจากกระทำผิดวินัย ฐานกระทำการอันเชื่อได้ว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ตามมาตรา 85 (4) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551

ด้วยการละทิ้งหน้าที่ ไปเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง โดยการแต่งกายเครื่องแบบข้าราชการ
พลเรือนในพระองค์ อันเป็นการประพฤติทำให้เสื่อมเสียต่อพระเกียรติ ของสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และ หน่วยงานราชการในพระองค์

(หนังสือสำนักพระราชวัง ฉบับเต็ม)

"สำนักพระราชวัง มีคำสั่งเกี่ยวกับการไล่ออกข้าราชการ ที่ไปถ่ายรูปบรรยากาศ
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ
กลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 23 มีงนาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อความดังนี้

ด้วย เรืออากาศเอกสมาน อ้นชนะ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งหัวหน้า
แผนกงานบริหารและธุรการ ฝ่ายราชสำนักงานบริหารนโยบายและวิทยาการราชสำนัก
กองงานพระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ตำแหน่ง
เลขที่ 2423 รับเงินเดือนอันดับ ท.5 ชั้น 22,220 บาท ได้กระทำผิดวินัยฐานกระทำการ
อันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

โดยมีกรณีความผิดกล่าวคือ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรประจำวัน
เรืออากาศเอกสมาน ได้ละทิ้งหน้าที่ไปเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองที่บริเวณแยกผ่านฟ้าลีลาศ
กรุงเทพมหานคร โดยแต่งกายเครื่องแบบข้าราชการพลเรือนในพระองค์

อันเป็นการประพฤติไม่เหมาะสม ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และกระทำการโดยพลการ ทำให้เสื่อมเสีย
ต่อพระเกียรติของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร และหน่วยงานราชการ
ในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร
ในการนี้จึงมีพระราชบัณฑูรให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ

สำนักพระราชวังพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของ เรืออากาศเอกสมาน อ้นชนะ
เป็นความผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จึงลงโทษไล่ออกจากราชการ

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 97 และมาตรา 131 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 11 และมาตรา 16 แห่งพระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในพระองค์ พ.ศ. 2552 จึงให้ลงโทษ
เรืออากาศเอกสมาน อ้นชนะ ออกจากราชการ"

พิจารณาโดยจิตสำนึกแล้ว ก็คงต้องตั้งคำถามไปถึงคนไทยอย่าง นาย วรชัย เหมะ
และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ว่าจะแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้อย่างไร และ หัวขบวน
เครือข่ายแดง อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประกาศตนเป็นผู้จงรักภักดีต่อสถาบันฯ จะดูดาย
กับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกับ เพิกเฉยในพฤติกรรมคุกคาม จาบจ้วง ล่วงละเมิด
ของกลุ่มแดงล้มเจ้าเหมือนที่ผ่านๆมาอีกหรือไม่ ...


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri Jun 25, 2010 12:39 pm, ทั้งหมด 12 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue May 25, 2010 1:03 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274685477&grpid=&catid=

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:15:24 น.
มติชนออนไลน์

1 นัด 1 ศพ ตำนานสไนเปอร์ ฆาตกร หมาลอบกัด คนขี้ขลาด

เปรี้ยง !!! ร่างพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง แกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์
ร่วงลงไปกองกับพื้น

เลือดสีแดง ทะลักออกมาจากลูกกระสุน ที่ทะลุทะลวงผ่านกระโหลก

รวดเร็วและรุนแรง จากพลซุ่มยิง ที่ใช้ สไนเปอร์ เป็นอาวุธ

เช่นเดียวกับ กระสุนที่เจาะหัวพลทหาร บนถนนวิภาวดี บริเวณอนุสรณ์สถาน

ไม่นับอีกหลายสิบศพ บนถนนราชดำเนิน และอีกมามายบนแยกราชประสงค์

มีคำกล่าวว่า พลซุ่มยิงว่าเป็นฆาตกร หมาลอบกัด คนขี้ขลาด หรือไม่ใช่สุภาพบุรุษ

แต่ถ้ามองลึกลงไปในประวัติศาสตร์แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ภารกิจของพลซุ่มยิงได้ช่วยชีวิต
ผู้คนมากมายจากสมรภูมิ และช่วยลดการสูญเสียเลือดเนื้อโดยไม่จำเป็น

..นั่นก็เพราะกระสุนของพลซุ่มยิงที่ปล่อยออกไปหนึ่งนัด หมายถึง
เพื่อนทหารอีกหลายสิบคนจะได้กลับบ้านโดยมีลมหายใจ

ตำนานของพลซุ่มยิง มีการถ่ายทอดเป็นหนังสือนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีหนังสือเล่มใด บอกเล่า
ประวัติศาสตร์ของการซุ่มยิงและเรื่องราวพลซุ่มยิงที่กลายเป็นตำนานได้น่าสนใจเท่ากับ
หนึ่งนัด หนึ่งศพ (One Shot-OneKill) ของ ชาร์ลส์ ดับเบิลยู แซสเซอร์ และ เครก รอเบิร์ตส์
อดีตทหารผ่านศึก ถ่ายทอดเนื้อหาภาษาไทยโดย นภดล เวชสวัสดิ์
ซึ่งล่าสุด สำนักพิมพ์ มติชน เพิ่งวางแผงไปไม่นานนี้


หนึ่งนัด หนึ่งศพ บอกเล่าประวัติศาสตร์ของการซุ่มยิงและเรื่องราวพลซุ่มยิงที่กลายเป็นตำนาน

อาทิ วาสิลี่ ไซเซฟ พลซุ่มยิงรัสเซียที่ทำให้ทหารเยอรมันขวัญผวา

จอห์น ฟัลเชอร์ พลซุ่มยิงอินเดียนแดง ที่นำลูกน้องไล่ล่านาซีแล้วถลกหนังหัว

คาร์ลอส แฮธคอค พลซุ่มยิงอเมริกันผู้ปฏิบัติการห้าวหาญจนเวียดกงต้องตั้งค่าหัว

หนังสือ รวบรวมข้อมูลจากเอกสารทางประวัติศาสตร์ จดหมายแฟ้มข้อมูลทางทหาร
รวมถึงการสัมภาษณ์พลซุ่มยิงที่ยังมีชีวิต แล้วนำเรื่องราวมาร้อยเรียงด้วยภาษาที่เรียบง่าย
กระชับสะท้อนให้ภาพชีวิตของทหารหาญเหล่านี้อย่างแจ่มแจ้ง ไม่ต่างจากการดูเรียลลิตี้
ตามติดชีวิตพลซุ่มยิงในสมรภูมิ

มีคนเคยกล่าวว่า หากไม่มีการประจันหน้าระหว่างสองฝ่าย หรือเปิดฉากยิงสู้รบกัน
แสดงว่า ณ ที่นั้นไม่มีสงคราม


ทว่าถ้อยคำนี้ใช้กับพลซุ่มยิงไม่ได้เพราะนักรบเหล่านี้คือผู้นำสงครามไปหาศัตรู
กระสุนที่พวกเขาปล่อยออกไป หมายถึงวิญญาณของอีกฝ่ายที่หลุดลอยออกจากร่าง

.. สงครามเกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องเปิดฉากยิงสู้รบกัน

หนึ่งนัด หนึ่งศพ (One Shot-One Kill) ของ ชาร์ลส์ ดับเบิลยู แซสเซอร์ และ เครก รอเบิร์ตส์
อดีตทหารผ่านศึกที่ทำมาแล้วหลากหลายชีพ กระทั่งผันตัวเองมาเป็นนักเขียนประวัติศาสตร์
การทหารและมีผลงานขายดีมากมาย ทั้งคู่ค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร จดหมาย บันทึกของ
กองทัพ รวมทั้งสัมภาษณ์บรรดาพลซุ่มยิงที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อบอกเล่าวีรกรรมอันหาญกล้า
และสถานะพลซุ่มยิง ที่บางครั้งถูกตราหน้าว่าฆาตกรเลือดเย็น


ใน หนึ่งนัด หนึ่งศพ เราจะได้เห็นความน่าทึ่งในตัวทหารหาญเหล่านี้ พวกเขานับว่าเป็น
มนุษย์ประหลาด ที่สามารถซุ่มคอยอย่างใจเย็น อดอาหารได้หลายวัน ถ่ายหนักถ่ายเบา
อยู่กับที่โดยไม่ยอมเคลื่อนไปไหน รอเพื่อจะได้ส่งกระสุนเพียงนัดเดียวปลิดชีพศัตรู
นอกจากนี้ พลซุ่มยิงยังต้องเคร่งครัดในวินัย และตัดสินใจเด็ดขาด เพราะวินาที
ที่ปล่อยกระสุนอาจหมายถึงความตายของศัตรูหรือไม่ก็หายนะของตนเอง

หนังสือพาเราย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์การซุ่มยิง ตั้งแต่สงครามในยุโรปจนถึงปัจจุบัน
สะท้อนให้เห็นว่าพลซุ่มยิงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่สร้างความได้เปรียบในสมรภูมิ ประวัติศาสตร์
ของสงครามประกาศเอกราชอเมริกาคงเปลี่ยนไป ถ้าเพียงร้อยเอกแพตทริก เฟอร์กูสัน
พลแม่นปืนอังกฤษส่งกระสุนทะลวงกลางหลัง จอร์จ วอชิงตัน ที่กำลังชักม้าเดินจากไป หรือ
รัสเซียในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งคงต้องสูญเสียกำลังพลไปมากกว่านี้


หากไม่ได้ วาสิลี ไซเซฟ พลซุ่มยิงมือดีจากเทือกเขาอูราลที่ทำให้ทหารเยอรมันกลัวลูกกระสุน
จนไม่กล้าออกมายืนในที่โล่ง กองทัพสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนามคงต้องสูญเสียขวัญกำลังใจ
มากยิ่งขึ้น หาก คาร์ลอส แฮธคอค ไม่ขันอาสาบุกเดี่ยวเข้าไปในฐานของนายพลเวียดนามเหนือ
แล้วปลิดชีพเขาด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว

นอกจากนี้ ในส่วนของบทสัมภาษณ์พลซุ่มยิงกว่า 10 นาย ผู้เขียนเรียบเรียงด้วยภาษาที่กระชับ
เข้าใจง่าย ทำให้เราสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึก ที่เปี่ยมด้วยความกดดัน หวาดกลัวและความเชื่อมั่น
ของบรรดาพลซุ่มยิง ขณะนั่งพรางตัวซุ่มรอข้าศึกด้วยความอดทนในสนามรบ ตัวหนังสือเหล่านี้
ฉายภาพชัดเจนเสียจนเราพาลนึกว่าได้เข้าไปนั่งเคียงข้างพล ซุ่มยิงในสมรภูมิแห่งนั้นจริงๆ

หากดูจากสถิติ นับเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกินที่จะปลิดชีวิตทหารศัตรูในสนามรบใน
สงครามโลกครั้งที่ 2 สัมพันธมิตรโปรยปรายกระสุนราว 25,000 นัดสังหารทหารศัตรูหนึ่งนาย
ให้เสียชีวิต สัดส่วนกระสุนต่อศพไต่สูงขึ้น กองกำลังสหประชาชาติในเกาหลีใช้กระสุน 50,000 นัด
ต่อหนึ่งศพศัตรู ในเวียดนาม ทหารจีไอใช้ปืนเอ็ม-14 เมื่อเริ่มสงคราม และเปลี่ยนมาเป็นเอ็ม-16
ในเวลาต่อมา ผลาญกระสุน 200,000 นัดต่อศัตรูหนึ่งซาก


สถิติน่าอัศจรรย์เพิ่มหลายเท่าตัวเมื่อพิจารณาทักษะของนักรบบางเรื่อง นักรบสายตาแหลมคม
ความอดทนข่มกลั้นไร้ที่สิ้นสุด การพรางตัวแฝงซ่อนและเดินป่าเป็นเลิศ พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า
อาวุธทรงประสิทธิภาพที่สุดในสนามรบคือ กระสุนนัดเดียว เล็งเป้าประณีต การแกะรอยศัตรู
เหมือนการล่าสัตว์ใหญ่ พลแม่นปืนตราปรัชญาแจ้งชัดแล้วว่า กระสุนนัดเดียวเข้ากลางเป้า
กระสุนราคาไม่กี่เซ็นต์ ยิงด้วยความแม่นยำดุจศัลยแพทย์ฝีมือประณีต ปลิดชีวิตศัตรู
ได้ทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่าระเบิดหนึ่งพันปอนด์ที่ทิ้งเปะปะ

ในแง่สถิติ พลซุ่มยิงที่ผ่านการฝึกมาแล้ว ใช้กระสุน 1.3 นัดต่อศัตรูหนึ่งศพ

"หมาป่าโดดเดี่ยวคนหนึ่งรอดมาได้ในสมรภูมิ" นายพลจอร์จ โอ. ฟานโอเด็น นาวิกโยธินสหรัฐฯ
เขียนในรายงานรุกเร้าให้มีการใช้พลซุ่มยิงในการรบ "เขาไม่ออกล่าเหยื่อร่วมกับฝูง
ทำงานคนเดียวหรือมีเพื่อนร่วมทางอีกคน เขาจะซ่อนตัวใกล้จุดปะทะ บางคราวซ่อนตัวอยู่
หลังผนังของซากกระท่อมที่ยับเยินจากการยิงถล่มของปืนใหญ่ ห่างไกลจากแนวของตน อีกครั้ง
เมื่อถึงยามค่ำคืน เขาจะคืบเคลื่อนไปในท้องทุ่งปุพรุนจากกระสุนปืนใหญ่ แทรกร่างเข้าไปในดินโคลน...
การล่าของเขามิใช่การสาดห่ากระสุนเข้าใส่หมวด ทหารหรือกองร้อย หากแต่เป็นการเด็ดหัวข้าศึก
จากการเล็งอย่างดีปล่อยกระสุนฉับไวเข้าใส่คน เพียงคนเดียว...

"เขาเป็นตัวก่อกวนเล็กจิ๋วในมหาสงครามเขาจะรังควานศัตรู...เขาจะกระหน่ำประสาทของ
กองกำลังฝ่ายตรงข้ามทั้งสูงทั้งต่ำอย่งไม่รู้จบสิ้น ก่อนไรเฟิลของเขาจะแผดเสียง ก่อนเขาจะ
ย้อนกลับมาชุมนุมกับเพื่อนพ้อง เขาจะเป็นภัยรังควานที่ศัตรูหวาดกลัวยิ่งกว่าเสียงหวีดหวิว
จากกระสุนปืนใหญ่ หรือการระเบิดจากปืนครก กระสุนของเขาปลิวมาจากที่ที่ไม่มีผู้ใดทราบ"





[youtube][/youtube]

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Thu Jun 03, 2010 5:38 pm

กระสุนฆ่า”เสธ.แดง”ราชการใช้



ปธ.กรรมาธิการทหารเชื่อกระสุนฆ่า”เสธฯแดง”ใช้ในวงการทหาร ชี้เป็นขนาด 0.4 ซม.มีอนุภาพร้ายแรง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 มิ.ย. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมี พ.ต.ท. สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง มาชี้แจง อาทิ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ.10) พ.อ.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกรรมาธิการพยายามสอบถามถึงวิธีการยิง ชนิดกระสุนเป็นเชิงพาณิชย์ หรือ อาวุธสงคราม และผลการชันสูตรศพ ซึ่ง นพ.จรูญศักดิ์ นวลแจ่ม หัวหน้าภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลวชิระพยาบาล ระบุ ผลการชันสูตรการเสียชีวิตของ เสธ.แดง พบว่า กระสุนปืนถูกยิงเข้าทางศีรษะด้านขวา ขนาด 0.4 เซนติเมตร และทะลุออกด้านซ้าย เหนือใบหูซ้าย 10 เซนติเมตร ขนาด 0.8 เซนติเมตร โดยยอมรับว่า จากการทำงานที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหัวกระสุนลักษณะดังกล่าวมาก่อน ซึ่งน่าจะเป็นการยิงจากระยะไกล

ขณะที่ พ.อ. ธวัชชัย เชื่อว่า ลักษณะขนาดรูกระสุนดังกล่าวไม่น่าจะเป็นกระสุน ยี่ห้อ ลาปัว จุด 308 และสไนเปอร์ แต่ยังไม่สามารถวิเคราะห์วิถีกระสุนได้ว่าเป็นการยิงจากมุมสูงหรือไม่ เนื่องจากยังไม่ทราบลักษณะการยืนให้สัมภาษณ์ของ เสธ.แดง การชี้แจงของพนักงานสอบสวน ทำให้ พล.ร.ท โรจน์ วิพัฒน์ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ตำหนิการทำงานของพนักงานสอบสวนที่ไม่รอบคอบและขาดความน่าเชื่อถือ เพราะหากคิดตามหลักวิทยาศาสตร์กระสุนที่มีขนาดใหญ่ เมื่อยิงเข้าร่างสิ่งมีชีวิตรูกระสุนจะมีขนาดเล็กลงได้ เนื่องจากเนื้อมีการยืดหยุ่น รวมทั้งพนักงานสอบสวนก็ไม่เคยทดสอบการยิงวีถีกระสุนกับเนื้อสัตว์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่กลับใช้เพียงข้อสันนิษฐาน

ขณะที่ พ.ต.ทรงพล เอี่ยมบุญฤทธิ์ อดีตนายทหารกรมสรรพาวุธทหารบก และที่ปรึกษากรรมาธิการ เชื่อว่า ปืนที่ใช้ลอบสังหาร เสธ.แดง น่าจะเป็นอาวุธปืนชนิด พี ไนน์ตี้ ซึ่งมีขนาดกระสุน 4.6 เซนติเมตร ซึ่งปืนชนิดนี้มีไว้สำหรับการต่อต้านก่อการร้าย ยิงแม่นมาก และทะลุเกราะอ่อน

จากนั้นเมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.ท. สมชาย แถลงภายหลังการประชุมว่า จากการเชิญผู้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุในทันทีเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมอยู่ ทำให้การตรวจสอบพยายานหลักฐานต้องล่าช้าออกไปถึง 7 วัน แต่อย่างไรก็ตามจากการสอบถามเจ้าหน้าที่แพทย์ของโรงพยาบาลวชิระ ได้รับทราบรายละเอียดว่าพล.ต.ขัตติยะ เสียชีวิตเพราะเกิดจากถูกกระสุนปืนทำลายสมอง เชื่อได้ว่าเป็นกระสุนที่ขนาดต่ำกว่า 0.4 เซนติเมตร ซึ่งมีอานุภาพรุนแรง ซึ่งก็ต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป แต่อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเชื่อว่ากระสุนดังกล่าวเป็นกระสุนที่ใช้ในวงราชการ

ที่มา เดลินิวส์

satan_baby

จำนวนข้อความ: 192
Registration date: 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu Jun 03, 2010 10:20 pm

http://socyberty.com/military/a-detailed-look-at-pdws/

FN P90:


Image via Wikipedia

The pistol designed as a companion to the P90 is the Five-SeveN,
a gun with plenty of plastic in it and a magazine capacity of 20 rounds.

Caliber: 5.7 x 28 mm SS190
Weight: 2.5 kg empty, 3 kg fully-loaded
length: 500 mm
barrel length: 263 mm
fire rate: 900 rounds per minute (15 per second)
magazine capacity: 50 rounds
effective range: 200 meters

H&K MP7A1:
http://world.guns.ru/smg/smg49-e.htm


Image from Wikipedia

To be honest, it’s beyond me why anyone would want to use this.
It’s the closest competitor to the P90, but as far as I can tell it is inferior in nearly every way.
The round is more than a millimeter smaller at 4.6mm and holds less powder,
the available magazines range from just 20 to 40 rounds, and it has a shorter barrel length.
If it has any advantage at all it would be that it is considerably smaller and lighter.
However, German special forces and several other groups have adopted the MP7A1
for use in combat.

They love putting silencers on these too. The pistol companion to the MP7A1 is
the UCP (Ultimate Combat Pistol, which I find laughable),
which has the same capacity of 20 rounds as the Five-SeveN.

caliber: 4.6 x 30 mm HK
weight: 1.5 kg empty
length: 340 mm stock closed, 540 mm stock extended
barrel length: 180 mm
fire rate: 950 rounds per minute (15.8 per second)
magazine capacity: 20 to 40 rounds
effective range: 150-200 meters
Read more: http://socyberty.com/military/a-detailed-look-at-pdws/#ixzz0pnhQCZB7

http://atcloud.com/stories/24622


ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

มาตราวัดกระสุนปืนเเละพลังทำลายล้างของกระสุนปืนขนาดต่างๆ

g. = gramms = น้ำหนักของกระสุนกี่กรัม g. = gramms
J = JOULE = พลังงานความเเรงหรือค่าเเรงปะทะกระสุนยิ่งมีมากอานุภาพ
ยิ่งเเรงมากขึ้นด้วย คิดเป็นเเรงปะทะกระสุนกี่ J = JOULE

กระสุนขนาด 4.6 MM

4.6 x 30 MM = น้ำหนักกระสุน 1.6 g. = หัวกระสุน AP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 423 J

ใช้กับปืน : UCP , MP7


กระสุน : 4.6 x 30 MM


ความสามารถพิเศษ : ARMOR PIERCING

ARMOR PIERCING = เจาะเกราะ

กระสุนขนาด 5.7 MM

5.7 x 28 MM = น้ำหนักกระสุน 2.1 g. = หัวกระสุน AP FMJ = ค่าเเรงปะทะกระสุน 529 J
5.7 x 28 MM = น้ำหนักกระสุน 3.6 g. = หัวกระสุน FMJ BT = ค่าเเรงปะทะกระสุน 163 J
5.7 x 28 MM = น้ำหนักกระสุน 1.8 g. = หัวกระสุน JHP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 393 J
5.7 x 28 MM = น้ำหนักกระสุน 2.6 g. = หัวกระสุน JHP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 461 J

ใช้กับปืน : P90 , FIVE-SE7EN


กระสุน : 5.7 x 28 MM


ความสามารถพิเศษ : ARMOR PIERCING

ARMOR PIERCING = เจาะเกราะ

กระสุนขนาด 5.56 MM

5.56 x 45 NATO = น้ำหนักกระสุน 4.0 g. = หัวกระสุน FMJ BT = ค่าเเรงปะทะกระสุน 1775 J
.223 REMINGTON = น้ำหนักกระสุน 2.3 g. = หัวกระสุน JHP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 1524 J
.223 REMINGTON = น้ำหนักกระสุน 3.6 g. = หัวกระสุน NOSLER BALLISTIC TIP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 1738 J
.223 REMINGTON = น้ำหนักกระสุน 3.9 g. = หัวกระสุน NOSLER PARTITION = ค่าเเรงปะทะกระสุน 1800 J
.223 REMINGTON = น้ำหนักกระสุน 4.5 g. = หัวกระสุน BTHP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 1807 J
.223 REMINGTON = น้ำหนักกระสุน 5.0 g. = หัวกระสุน BTHP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 1753 J

RIFLE

5.56 x 30 MM
5.56 x 45 NATO = .223 REMINGTON <<< SHOCKWAVE

กระสุนขนาด 5.56 x 45 MM = .223 REMINGTON จะมีความสามารถพิเศษ คือ
SHOCKWAVE กระสุนที่มีคลื่นเเรงอัดอากาศสูงด้วย SHOCKWAVE
ที่มีหลักการถ่ายโอนพลังงานจลใส่เป้าหมายได้อย่างดีเยี่ยม

ถึงกระสุนชนิดนี้จะมีเเรงปะทะน้อยกว่ากระสุน 7.62 x 39 MM ของ AK-47
ซึ่งห่างกันเเค่ไม่เท่าใร เเต่อานุภาพของมัน หยุดยั่งต่อสิ่งมีชีวิตได้ดีเยี่ยม

ด้วยคุณสมบัติของคลื่น SHOCKWAVE เมื่อกระสุนพุ่งโดนไปยังเป้าหมายกระสุน
จะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีทันทีเป็น เเบบซิกเเซ็กกับตีลังกาของหัวกระสุนจน
คว้านเนื้อเยื่อในร่างกายเเบบลึกๆให้ ฉีกกว้างขึ้น + กับคลื่น SHOCKWAVE เข้าไปอีก
ทำให้มันเป็นกระสุนที่มีพลังทำลายล้างสูงมากเหมือนโดนกระสุนสไนเปอร์กึ่งกระสุน
ไรเฟิลจู่โจมยิงนี้เอง เป็นกระสุนที่ขึ้นชื่อกระสุนพิษบาดเเผลเลยก็ว่าได้ ใครที่โดนยิง
ถึงกับมึนงงด้วยอานุภาพของคลื่น SHOCKWAVE เลยครับ

กระสุนไรเฟิล 5.56 MM จะเน้นไปที่หลักการถ่ายโอนพลังงานใส่เป้าหมายเปนหลักได้ดี
จะเน้นพลังทำลายนั้นเอง ส่วนอำนาจในการทะลุทะลวงจะลดลงมาหน่อย
เพราะมันไปเน้นพลังทำลายเปนหลักมากกว่าอำนาจในการทะลุทะลวงนั้นเอง
เเล้วกระสุนจะเสียรูปทรงได้ง่ายเมื่อพุ่งเข้าหาเป้าหมาย ต่างจากกระสุน 7.62 x 39 MM
จะมีอำนาจในการทะลุทะลวงที่สูงกว่านั้นเอง กระสุน 7.62 MM จะสามารถยิงทะลุต้นไม้ได้
ยิงอิฐบล็อกทะลุได้ดีถึงพลังทำลายจะด้อยกว่า 5.56 MM ก็ตามที

กระสุนขนาด 7.62 MM

7.62 x 25 TOKAREV = น้ำหนักกระสุน 5.8 g. = หัวกระสุน FMJ = ค่าเเรงปะทะกระสุน 489 J

7.62 x 38 = น้ำหนักกระสุน 8 g. = หัวกระสุน SP-3 = ค่าเเรงปะทะกระสุน 90 J
7.62 x 38 R = น้ำหนักกระสุน 6.3 g. = หัวกระสุน FMC = ค่าเเรงปะทะกระสุน 470 J

7.62 x 39 SOVIET = น้ำหนักกระสุน 8 g. = หัวกระสุน SPITZER = ค่าเเรงปะทะกระสุน 2010 J

7.62 x 45 VZ.52 = น้ำหนักกระสุน 8.5 g. = ค่าเเรงปะทะกระสุน 2455 J

7.62 x 51 NATO = น้ำหนักกระสุน 9.5 g. = ค่าเเรงปะทะกระสุน 3352 J
.308 WINCHESTER = น้ำหนักกระสุน 9.7 g. = หัวกระสุน NOSLER TIP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 3590 J
.308 WINCHESTER = น้ำหนักกระสุน 10.7 g. = หัวกระสุน BTSP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 3621 J
.308 WINCHESTER = น้ำหนักกระสุน 10.9 g. = หัวกระสุน BTHP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 3551 J
.308 WINCHESTER = น้ำหนักกระสุน 11.3 g. = หัวกระสุน BTHP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 3562 J
.308 WINCHESTER = น้ำหนักกระสุน 12.0 g. = หัวกระสุน NOSLER PARTITION = ค่าเเรงปะทะกระสุน 4100 J

7.62 x 54 R = น้ำหนักกระสุน 9.6 g. = ค่าเเรงปะทะกระสุน 2920 J
7.62 x 54 R = น้ำหนักกระสุน 9.7 g. = หัวกระสุน NORMA = ค่าเเรงปะทะกระสุน 3939 J
7.62 x 54 R = น้ำหนักกระสุน 11.8 g. = ค่าเเรงปะทะกระสุน 4466 J
7.62 x 54 R = น้ำหนักกระสุน 12.0 g. = หัวกระสุน NSP = ค่าเเรงปะทะกระสุน 3594 J

7.62 x 63 = น้ำหนักกระสุน 8 g. = หัวกระสุน PZAM = ค่าเเรงปะทะกระสุน 122 J

HANDGUN

7.62 x 25 TOKAREV

REVOLVER

7.62 x 38 R = 7.62 x 38 RUSSIAN

RIFLE

7.62 x 38 SP-3
7.62 x 39 SOVIET
7.62 x 45 VZ.52
7.62 x 51 NATO = .308 WINCHESTER
7.62 x 54 R = 7.62 x 54 RUSIAN
7.62 x 63

http://world.guns.ru/sniper/sn14-e.htm

Heckler & Koch PSG-1 sniper rifle (Germany)



HK PSG-1. Left side view, with tripod rest.

Same rifle, right side view

Close-up on the PSG-1 receiver. Note adjustable shoe on the trigger, adjustable cheekpiece,
"silent bolt closing device" pushbutton just behind the ejection port

Caliber: 7.62 x 51mm NATO (.308 Win)


Action: Semi-automatic, roller-delayed blowback
Barrel: 650 mm

Overall length: 1208 mm
Weight: 8.10 kg with scope and no magazine
Magazine: 5 or 20 round detachable box

Scope: Hendsoldt 6x42, 6 settings from 100 to 600 meters
Expected accuracy: Sub-1MOA with match grade ammunition

http://world.guns.ru/sniper/sn27-e.htm

Heckler-Koch MSG-90 sniper rifle (Germany)


HK MSG-90 in carrying case, with spare magazines and detached bipod


HK MSG-90A1, a modified design for US DMR (Designated Marksman Rifle) program

Caliber: 7.62mm NATO (.308 Win)
Operation: Semi-auto, Roller delayed blowback
Barrel: 600 mm
Weight: 6.4 kg
Length: 1165 mm
Feed Mechanism: 5 or 20 round detachable box magazines.

http://world.guns.ru/sniper/sn13-e.htm

Knights SR-25, Mk.11 Mod.0 and XM110 sniper rifle (USA)


Knights SR-25 rifle, civilian version with 20" barrel


Knights SR-25 carbine, civilian version with 16" barrel and telescopic buttstock


US Navy / USMC Mark 11 Model 0 (Mk.11 Mod.0) sniper rifle system,
with 10-round magazine, daylight telescope sight and bipod


US Navy / USMC Mark 11 Model 0 (Mk.11 Mod.0) sniper rifle system,
with 20-round magazine, daylight telescope sight and installed
quick-detachable sound suppressor


US Army XM110 Semi-Automatic Sniper Rifle (XM110 SASR),
with daylight telescope sight, bipod and quick-detachable sound suppressor


SR 25 rifleSR 25 carbineMK 11 Mod 0XM 110
Caliber7,62x51 NATO
/ .308 Winchester
SystemSemi-automatic,
gas operated
Overall length1118 mm940 / 860 mm1158 mm1187 - 1200 mm
Barrel length508 mm (20")406 mm (16")508 mm (20")508 mm (20")
Weigth4,31 kg (less scope and magazine)3,86 kg (less scope and magazine)6,9 kg (with scope and bipod,
less magazine)
7,26
kg (with scope and bipod, less magazine)
Magazine10 or 20
rounds, detachable
http://world.guns.ru/sniper/sn24-e.htm

ลับสุดยอด..เหตุระดมทหารทั้งประเทศ+อาวุธสงครามสลายชุมนุมแดง


Sig 550 sniper (Switzerland)

Caliber: 5.56mm NATO (.223 Rem)
Action: Gas, semi-auto
Barrel lenght: 650 mm
Weight: 7,02 kg loaded with scope
Lenght: 1130 mm
Magazine: 5, 20 or 30 rounds detachable box.

SIG 550 Sniper is a "sniperized" variand of the famous Sig 550/Stg.90 assault rifle,
manufactured by SAN Swiss Arms (former Sig Arms, now - a member of the SIGARMS group).

550 Sniper is a good short to medium military marksman rifle or police/antiterror rifle,
capable of quick and accurate follow-up shots.

http://world.guns.ru/sniper/sn17-e.htm

SIG-Sauer SSG 3000 (Switzerland)

Caliber: 7.62 x 51mm (.308 win)
Overall Length: 1180 mm
Barrel Length: 610 mm
Weight (w/o scope): 5.4kg (w/ Hendsoldt 1.5-6x42mm): 6.2kg
Mag. Capacity: 5

The SIG-Sauer SSG 3000 rifle is a joint product of the SIG Arms (switzerland) and J.P.Sauer
und sohn (Germany) companies, based on Sauer 200STR target rifle.

SSG 3000 is a bolt action, magazine fed rifle. The SSG 3000 features modular design with
removable barrel/receiver group and trigger/magazine group. The bolt of the SSG 3000 has
6 lugs and locks directly into the barrel. The barrel is cold hammer forged and has muzzle brake
/ flash suppressor. The triggers available in single or two-staged configurations,
both ajustable for weight and lenght of pull. The original stocks were made from laminated wood
and are fully ajustable, with ajustable cheek pieces; Recent SSG 3000 rifles, offered in the USA
by SIGARMS, feature polymer McMillan stocks, that are also fully ajustable.
SSG 3000 has no iron (back-up) sights. Standart telescope is a Hendsoldt 1.5-6x42mm scope,
but a STANAG-compliant sight bases also available as an option.
SSG 3000 is a popular police sniper rifle both in Europe and USA.


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Sun Jun 06, 2010 5:17 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  คนใจดี on Fri Jun 04, 2010 7:02 am

๒ มิ.ย. วันเกิดเสธ.แดง สงสารท่านอ่ะ ไม่มีชีวิตที่จะฉลองวันเกิดแล้ว ความเร็วร้ายเกิดขึ้นกับคนดีๆนะ ขอให้คนที่ทำกรรมดีระวังตัวด้วย เออ...สงสารลูกสาวเสธงแดงและชาวไทย เสียดายคนดีอย่างท่านเสธ.แดง..... ต้องโทษคนที่ทำใจด้ำ..ดำ....สุดโหดอ่ะ เห็นภาพทีใรใจหายไปเลย.......ขอให้ ลูกเหล็ก(ไม่เกียงยิ้ห้อ) กลับไปที่กระโหลกคนคิดและยิง โลกจะได้สูงขึ้นอ่ะ

คนใจดี

จำนวนข้อความ: 28
Registration date: 28/05/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "เสธ.แดง"โดนยิงเข้าขมับขวา สื่อตปท.เผยนาทีระทึก สงสัยถูกสไนเปอร์ส่องหัว

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Jun 04, 2010 10:36 am

http://www.defence.pk/forums/weapons-club/30682-heckler-koch-hk-mp7a1-submachine-gun.html



Caliber: 4.6x30mm HK
Weight: 1.5 kg empty
Length (stock closed/open): 340 / 540 mm
Barrel length: 180 mm
Rate of fire: 950 rounds per minute
Magazine capacity: 20 or 40 rounds
Effective range: 150-200 meters

The HK MP7 Personal Defense Weapon (PDW) is a member of a relatively
new class of small arms, called Personal Defense Weapons (PDW;
such specialized weapons are build since the start of WW2).
The PDW are intended, as name implies, to be a defensive sidearm for
second-line troops, vehicle crews and other military personnel who normally
not issued with assault rifles. Previously, these troops were issued with pistols
or submachine guns, but proliferation of body armor in recent years made
those guns ineffective. The first firearm, intended as "the new age PDW"
and offered in that class was Belgian-made FN P90, and it had special low-impulse,
high-velocity ammunition, capable of penetration of current military body armor
and helmets at ranges of 100 meters
and beyond, while being much smaller and lighter,
than assault rifle. The HK MP7, originally known simply as HK PDW, is another entry
in the PDW class, and thus is a direct rival to FN P90.

The HK MP7, first announced in 2000, entered production in 2001 and, by early 2007,
is officially adopted by German military, as well as some German special police units,
such as KSK, and also offered for export sales. The British Military Police issues HK MP7A1
to its personnel since 2005, and it is believed that some South Korean special forces
also use MP7A1.


The HK MP7 submachine gun / personal defense weapon has layout of a typical
compact submachine gun (or a large pistol), with magazine being inserted into pistol grip,
with folding forward grip and telescoped buttstock. The action of the MP7A1 is
somewhat unusual for weapon of such small size, since it is gas operated, rotating bolt design,
which strongly resembles the action of the HK G36 assault rifle, suitably scaled down.
The ambidextrous fire mode selector/safety switch allows for semi-auto and full-auto modes.
MP7A1 it designed to fire special, high velocity ammunition, 4.6x30mm, that looks like
scaled down rifle round. That ammunition is unique to the MP7 and another HK weapon,
the HK UCP / P46 pistol. The receiver of MP7A1, along with integral pistol grip, is made from
the polymer with steel reinforcements. Top side of the receiver hosts a Picatinny-type
accessory rail for sight mountings. Standard sighting equipment is usually a set of
low-profile open sights on quick-detachable mounts, plus a collimating (red-dot) sight
Additional rails can be installed on either side of receiver, next to its front end.
The MP7A1 could be fired single-handedly, or using both hands, either like the pistol
or using a front grip. Telescopic buttstock can be extended to give additional stability.
With buttstock and front grip are collapsed, the MP7 can be carried like any big pistol in
the special holster, and can be effectively used in close combat.

The 4.6x30mm ammunition is loaded with pointed all-steel bullets with brass jacket.
Bullet weight is 1.6 gram (25 grains) and the muzzle velocity is 725 m/s (ca. 2400 fps).
Manufacturer claims the 100% penetration of the CRISAT body armor (1.6mm of Titanium
plus 20 layers of Kevlar) at the distance of 200 meters. Other types of ammunition,
including tracer, frangible, spoon-tip (rapid-tumbling for use against unarmored human targets),
blank and trill (inert) also available for MP7A1; ammunition is currently manufactured in
UK by BAE Systems / Radway Green plant.

Specifications
H&K MP7A1 4.6x30mm with Zeiss Z-Point red dot sight. This MP7 shown in SMG configuration.
Heckler & Koch MP7A1 4.6x30mm with Zeiss Z-Point red dot sight and 40-round magazine

* Heckler & Koch MP7A1.
* Type:SMG/PDW
* Caliber: 4,6 mm x 30
* Length: 14.96 inches w/stock closed
* Barrel Length: 7.09 inches
* WeightGun: 3.53 pounds w/o magazine.
* Muzzle Velocity: 2,329 feet per second
* Maximum effective range: is 200 meters
* Cyclic rate of fire: 950-1150 rounds per minute

http://www.oneshotonline.com/store/product_info.php?manufacturers_id=16&products_id=93

http://www.internationalpolicesupply.net/demos.htm

http://www.gunslot.com/guns/hk-mp7a1

The gun is used by German army, Norwegian Army, UK MOD Police,
Malaysian Police special Force, Irish Garda Siochana and South Korean Police.
The weight of the gun is 1.8 kg, empty; 1.9 kg with 20 rounds and 2.0 kg with 40 rounds.

http://www.worldlingo.com/ma/enwiki/en/Heckler_%26_Koch_MP7

Users

  • Austria - Used by the EKO Cobra anti-terrorist unit.[3]
  • Albania - The Albanian Army has acquired some MP7 for use in the Special Operations squads (B.O.S.), along with MP5 and G36C; further procurement for Police forces are planned.
  • Germany - The Bundeswehr has begun to procure the MP7 in high numbers, after it has been used extensively by the German special forces unit Kommando Spezialkräfte (KSK). German soldiers in Afghanistan are now using the MP7 on patrol in Kabul.[4] The MP7 is also a part of Germany's Infantryman of the future project. The GSG 9 of the German Federal Police also uses the MP7.
  • Indonesia - Detasemen Jala Mengkara (Denjaka), the special forces of Indonesian Marine Corps adopted MP7 for use within this organization.
  • Italy - Italian Gruppo di Intervento Speciale special operations group of the Carabinieri, Aeronautica Militare for the RIAM Special Forces group.
  • Ireland - The MP7 will replace the Uzi in service with the Garda Síochána (police) Emergency Response Unit.
  • Malaysia - In 2007, The Royal Malaysian Police also acquired the MP7 for use within the Pasukan Gerakan Khas special force unit along with the HK416 and G36C.
  • Burma - The MP7 is set to replace the Uzi in the Special Branch and Generals' Body Guard Units. Expected to use by 2008.
  • Norway - The MP7 is set to replace the MP5 in the Norwegian Defence Force. The deal for 6500 MP7s, which also included the purchase of 8200 HK416, was signed on May 31st 2007. Delivery is expected in the first half of 2008.[5]
  • South Korea - The MP7 has also been adopted for use within the National Police Special Weapon Attack Team (KNP SWAT) & Coast Guard Sea Special Assault Team (SSAT) for field operations along with the MP5, UMP, USP, P7M13.
  • United Kingdom - In 2005, the MP7 was also adopted by the Ministry of Defence Police
    as their weapon of choice. The light weight of the weapon, as well as
    its close range accuracy, were both given as reasons for the purchase.
  • United Nations - The MP7 has also been adopted for use within the Safety and Security Service for field security duties along with the G36K, MP5, Benelli Shotguns and Glock 19.
http://world.guns.ru/smg/smg49-e.htm

Heckler - Koch HK MP7A1 submachine gun / personal defense weapon (PDW) (Germany)




HK MP7A1 submachine gun / personal defense weapon in standard configuration,
with shoulder stock and foregrip in firing position, and with collimating sight
installed on top rail


HK MP7A1 submachine gun / personal defense weapon with extended 40-round
magazine and a number of extras, including night sight, flashlight and silencer

http://www.militaryphotos.net/forums/showthread.php?77315-S-Korean-CG-SSAT(Sea-Special-Assault-Team)/page2

MP7


rappeling from KA-32




take down exercise with UDT/SEAL







On the 707 SMB's 47 Training Facility. Last year 707 held a joint CT training
to share lessons learned from various foreign units(Russian Alpha, D-boys, NZ SAS?,
Thailand and Indonesia). All major Korean CT units participated including SWAT units
all over the country, UDT and so on.





Joint exercise with Singapore







Port visit and joint training with Japan and US Coast Guard

Japanese CG




USCG








http://www.airborne-sys.com/pdfs/Website%20Articles/Article%20-%202007%20June%20Armada%20Spec%20Ops%20Guide%20Armada%20International%20(Pages%2034%20thru%2036).pdf
http://militarynuts.com/index.php?showtopic=1019&st=90
http://www.oknation.net/blog/thephoto/2010/02/04/entry-1



หน่วยซุ่มยิงของเหล่านาวิกโยธินสหรัฐฯ สาธิตการแต่งกายและอาวุธระหว่าง
การฝึกการยกพลขึ้นบก ในการฝึกร่วมผสม คอบร้าโกลด์ 2010
โดยในปีนี้มีทหารจาก เกาหลีใต้ ร่วมฝึกเป็นปีแรก ที่สนามฝึกกองทัพเรือ หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ทัพเรือกิมจิ โบกมือลา ปิดฉากคอบร้าโกลด์ 2010



ทหารเรือ และนาวิกโยธินแดนกิมจิ ประเทศเกาหลีใต้ โบกมืออำลาทหารเรือไทย
นำเรือยกพลขึ้นบกพร้อมกำลังประจำเรือ และทหารนาวิกโยธิน หลายร้อยนายเดินทาง
ออกจากน่านน้ำไทย เหลือทิ้งไว้ก็คือความประทับใจในความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-เกาหลี

สัตหีบ – วันนี้ (16 ก.พ.53) จากกรณีที่ เรือรบสาธารณรัฐเกาหลี ชื่อ SUNGINBONG (LST 685)
เข้าเยี่ยมประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการฝึกร่วมและผสมคอบร้าโกลด์ 2010 กับกองทัพไทย
โดยจอดเรือ ณ เทียบท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2553 เป็นต้นมาจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งหลังจากเรือจอดเทียบเมืองท่า
พลเรือโท Lee, Hong-Hee ผู้บัญชาการนาวิกโยธินเกาหลีใต้ ได้ถือโอกาสเดินทางเข้าร่วมสังเกตการณ์
การฝึกร่วมและผสมในครั้งนี้ด้วย พร้อมกับได้เข้าเยี่ยมคำนับ พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก
ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และ พลเรือโท สุวิทย์ ธาระรูป ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
ทั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือ เกาหลีใต้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น



และในวันนี้เป็นวันที่กองทัพเรือเกาหลีใต้ครบกำหนดต้องเดินทางกลับประเทศ เพราะเสร็จสิ้น
การฝึกร่วมคอบร้าโกลด์แล้ว พลเรือโท สุรศักดิ์ พุ่มพวง เสนาธิการ กองเรือยุทธการ ผู้แทนกองทัพเรือ
ได้ลงเรือยกพลขึ้นบก เพื่อมอบของที่ระลึกให้กับ นาวาเอก โช ( Choi) ผู้บังคับการเรือ SUNGINBONG
(LST 685) พร้อมคณะ ซึ่งฐานทัพเรือสัตหีบ ได้จัดวงดุริยางค์ สำหรับบรรเลงเพลงของทั้ง 2 ประเทศ
ณ ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด โดยมีผู้ให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะลูกเสือ เนตรนารี ที่เดินทางมาเยี่ยมชม
เรือหลวงจักรีนฤเบศร โดยทหารเรือทั้ง 2 ประเทศได้ถอดหมวกโบกลากันมีทั้งกำลังพลประจำเรือ
และกำลังพลนาวิกโยธินที่เดินทางมาทำการฝึกยกพลขึ้นบกในการฝึกผสมร่วมคอบร้า โกลด์ ณ หาดยาว
ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ กองทัพเรือประเทศเกาหลีใต้นำเรือรบเข้ามาเทียบเมืองท่าในประเทศไทย
และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่กองทัพเรือเกาหลี และกำลังนาวิกโยธินในเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ 2010
ในปีนี้ด้วย



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ กองทัพเรือเกาหลีใต้ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กำลังพิจารณา
จัดหาเรือพิฆาตติดตั้งระบบ Aegis เพิ่มอีก ลำ ทั้งนี้ กองทัพเรือเกาหลีใต้ได้จัดหาเรือพิฆาตติดตั้ง
ระบบ Aegis จำนวน 3 ลำ ภายในปี 2555 โดยลำแรกได้ทำการปล่อยลงน้ำ เมื่อเดือนเมษายน 2550
และจะขึ้นระวางประจำการในปี 2552 ลำที่ 2 มีกำหนดปล่อยลงน้ำ 3 ในปี 2553 และลำที่ 3 มีกำหนด
ปล่อยลงน้ำในปี 2555 อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือเกาหลีใต้มีความต้องการอย่างน้อย 6 ลำ
อีกทั้งยังมีแผนจัดหาเฮลิคอปเตอร์กวาดทุ่นระเบิดจำนวน 8 เครื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ในการต่อต้านภัยคุกคามทางทะเลจากเกาหลีเหนือ ซึ่งกองทัพเรือได้เสนอความต้องการต่อ
คณะเสนาธิการทหารเพื่อจัดหา เฮลิคอปเตอร์ที่มีขีดความสามารถในการต่อต้านทุ่นระเบิด (AMCM)
ให้สามารถนำเข้าประจำการจำนวน 4 เครื่อง ภายในปี 2558 โดยพิจารณาคัดเลือกระหว่าง
เฮลิคอปเตอร์ MH-60S Knighthawk ของบริษัท Sikorsky กับเฮลิคอปเตอร์ EH-101 ของ
บริษัท Agusta Westland

http://en.wikipedia.org/wiki/Go_Jun_Bong_class_LST
Naval Institute Guide to Combat Fleets of the World: Their Ships, ... - ผลการค้นหาของ Google Books

http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_Republic_of_Korea_Navy_ships

ปิดฉาก! กะรัต 2010 ทัพเรือไทย-สหรัฐ

http://newwars.wordpress.com/2010/02/12/sea-links-118/

http://navypacific.posterous.com/blog?page=4


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Thu Jun 17, 2010 12:10 am, ทั้งหมด 5 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ