และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed May 19, 2010 7:08 pm

"สุรชัย"ลั่นพร้อมปลุกคนเสื้อแดงรอบใหม่

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม กล่าวถึงการเข้ามอบตัวของแกนนำนปช.ว่า ขณะนี้กลุ่มแกนนำสามเกลอถือว่าจบบทบาทในการนำมวลชนนปช.แล้ว เพราะเป็นการนำที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่นายวีระ มุสิกพงษ์ เป็นแม่ทัพที่หนีทัพ ส่วนนายจตุพร และแกนนำคนอื่นๆ เป็นก็ถือว่าเป็นแกนนำที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้ที่อ่อนประสบการณ์มาก จึงทำให้พามวลชนคนเสื้อแดงไปถึงทางตัน และเกิดความสูญเสียทำให้มวลชนต้องเสียชีวิต ส่วนที่แกนนำคนอื่นๆไปมอบตัวที่สตช.ก็เพราะเป็นทราบกันดีว่า หากทหารเคลียร์เข้ามาถึงเวทีราชประสงค์ได้ ก็จะมีการล็อดเป้าและชาร์จมาถึงแกนนำได้ก็อาจจะถูกเก็บได้ เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่มวลชนแต่จะเป็นแกนนำ

นายสุรชัย กล่าวว่า ในขณะนี้ตนกำลังประสานไปยังมวลชนนปช.ที่อยู่ในกทม.และต่างจังหวัด ที่กำลังเกิดความไม่พอใจแกนนำนปช. ดังนั้นเพื่อควบคุมสถานการณ์ไว้เพื่อไม่ให้เกิดอาณาธิอปไตย เพราะการต่อสู้ของคนเสื้อแดงในวันนี้เพรี่ยงพล้ำแต่ยังไม่ถือว่าพ่ายแพ้ เรื่องนี้ยังต้องต่อสู้กันอีกยาว แต่มวลชนคนเสื้อแดงจะต้องหยุดก่อน และกลับไปตั้งหลัก ซึ่งเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯทราบดีแล้วว่าการที่ไปหลงเชื่อแกนนำสามเหลอเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด อย่างไรก็ตามหลังจากนี้เป็นต้นไป กลุ่มแดงสยามนำโดยตนและนายจักรภพ เพ็ญแข รวมถึงแกนนำที่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อจะเข้ามารับไม้ต่อในการควบคุมดูแลมวลชนนปช.ทั่วประเทศ และมีแนวโน้มว่าภายใน 1 - 2 วันนี้ หากมีการประกาศยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ตนและคณะจะเปิดเวทีเพื่อทำความเข้าใจในการต่อสู้ในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการต่อสู้แบบปฎิวัติ ไม่ใช่การปฎิรูปที่จะใช้เวลานาน ซึ่งเป็นการสู้ที่ผิดวิธี

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed May 19, 2010 7:15 pm

ไม่อยากจะนึกสภาพเลยว่า หากกลุ่มแดงนี้ออกมา คนในประเทศชาติจะต้องเผชิญกับภาวะเช่นไร

โดยเฉพาะกลุ่มแดงกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มแดงขนานแท้

การวางหมากและเดินเกม เพียบพร้อมไปด้วยชั้นเชิงและข้อมูลเชิงลึก

ดีใจหรือเสียใจดี ที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนของประเทศไทย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed May 19, 2010 10:20 pm

แถลงการณ์แดงสยาม ฉบับที่ ๔ : เรื่อง ย่างก้าวของขบวนประชาธิปไตย

แดงสยามได้ติดตามสถานการณ์การเมืองในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ซึ่งลงท้ายด้วยการปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยกำลังทหารและกระบวนการทางกฎหมาย
ได้ติดตามการประกาศยุติการชุมนุมเพื่อสงวนชีวิตมวลชน เมื่อวันพุธที่ ๑๙ พฤษภาคม
และได้รับรู้ถึงความคับแค้นใจของมวลชนต่อการกระทำของระบอบอำมาตยาธิปไตย
และเผด็จการโบราณที่ติดตามมาหลังจากนั้น เราจึงขอแสดงจุดยืนดังนี้

๑. แดงสยามของคารวะต่อจิตใจต่อสู้ของมวลชนทั่วประเทศและในต่างประเทศ
ที่ได้แสดงออกโดยตลอดมา อย่างผู้มีจิตใจสูงและมีทัศนะการเมืองที่ก้าวหน้า พร้อมที่จะก้าวข้าม
อุปสรรคเฉพาะหน้าไปสู่เป้าหมายหลัก คือประชาธิปไตยที่แท้จริงในอนาคต เราขอยืนยันว่า
การเสียสละของมวลชนทุกผู้ทุกนามในครั้งนี้ ไม่สูญเปล่า แต่กลับต่อยอด
การจัดตั้งประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจนพ้นระดับปฏิรูป

๒. แดงสยามขอแสดงความชื่นชมต่อแกนนำผู้ที่ได้ตัดสินใจสงวนชีวิตมวลชนไว
้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อการต่อสู้ในอนาคต
และขอประกาศว่าแกนนำทุกท่านมีส่วนร่วมในการเตรียมมวลชนครั้งสำคัญในครั้งนี้
ไม่ว่าเราจะเห็นสอดคล้องหรือแตกต่างอย่างไรในวิธีการ

๓. แดงสยามขอประกาศการสิ้นสุดลงของแนวทางปฏิรูปเพื่อประชาธิปไตย
และเริ่มการปฏิวัติเพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริงขึ้นในประเทศไทย ณ บัดนี้


แถลงไว้ ณ วันพุธที่ ๑๙ พฤษภาคม
พ.ศ.๒๕๕๓

-------------------------------------------------------------------------

The Announcement of Dang Sayam (Red Siam) No. 4
“Our Path Towards True Democracy”


Dang Sayam has been following the situation during the months of April
and May of 2010, which ended in a brutal government suppression on
all democracy advocates with the military forces and “the legal system”.
We have followed the announcement to end a rally for democracy at
Rajprasong on May 19 to save lives. And we have been witnessing
the people’ discontent over Thailand’s aristocracy and its ancient regime.
Here are our stance:

1. We commend all individuals who gathered together for democracy,
both in Thailand and overseas, in expressing the true courage and
progressive political thoughts all along these years of uprising.
They are clearly ready to overcome any immediate obstacles in order to
achieve true democracy in the near future. We wish to insist that their
devotion does not end in vain, but become a major continuation of
the next stages.

2. We admire all UDD leaders in doing their very best to save precious lives
of the people. Their contribution to our course is duly noted,
despite a few differences in ways and means at times.

3. We declare that any attempt of “democratic reform” has now ended.
From today, we begin the journey of democratic revolution of Thailand
until we achieve one. This is announced on Wednesday, May 19 of 2010.

นี่คือการสังหารหมู่



ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
19 พฤษภาคม 2553




อำมาตย์ทมิฬ-กองกำลังทหารกระชากจีวรออกพระภิกษุรูปหนึ่ง(AP)ทิ้งกองไว้บนพื้น
แล้วใช้เชือกมัดมือไพล่หลัง โดยเข้าจับกุมพระที่เข้าสนับสนุนการชุมนุมคนเสื้อแดง(ภาพ:AP)

สำนักข่าวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 53 ได้ลงบทความแสดงความคิดเห็นของ
นายโนแอม ชอมสกี (Mr.Noam Chomsky) ศาสตราจารย์เกียรติคุณประจำคณะภาษาศาสตร์และ
ปรัชญา สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อการสลายการชุมนุม
ของกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. เป็นต้นมา ภายใต้หัวข้อ “นี่คือการสังหารหมู่
มีรายละเอียดดังนี้

ครั้งหนึ่งโนแอม ชอมสกี แสดงทรรศนะว่า เมื่อตอนที่สหภาพโซเวียตส่งทหารเข้าไป
ยังอัฟกานิสถาน ผู้ประกาศของสถานีวิทยุของโซเวียต
ก็ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า
การกระทำเช่นนี้เป็นการบุกรุก แน่นอนว่า การที่ชอมสกีกล้าหาญแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้ออกไป
แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมา คือการที่ทางการโซเวียตส่งตัวเข้าไปกักกันในโรงพยาบาลจิตเวช ชอมสกีแย้งว่า
แม้ว่าประชาชนสหภาพโซเวียตรู้ดีว่า เหตุการณ์แบบไหนที่เรียกกว่าการบุกรุก แต่ก็เสี่ยงกับการที่จะแสดง
ความคิดความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกไปยังสาธารณชนในทางตรงข้าม ในยุคทศวรรษที่ 1960
ไม่มีสื่อกระแสหลักของสหรัฐสื่อใดตั้งข้อสังเกตว่า การที่สหรัฐกรีฑาทัพเข้าไป
ในเวียดนามเป็นสิ่งที่เรียกว่า “การบุกรุก” คำนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย
ตามหน้าสื่อสหรัฐ แม้ว่าคำไม่พึงประสงค์เช่นนี้ จะก่อให้เกิดการเสียชีวิตของ
ชาวเวียดนามราว 2-3 ล้านคน เช่นเดียวกับทหารสหรัฐที่ตายในการต่อสู้
อีกกว่า 50,000 คน
แต่กระนั้นก็ไม่อาจใช้คำว่าบุกรุกหรือรุกรานได้ นอกเสียจากการเรียก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเวียดนามเหนือในครั้งนั้นว่า “การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
ความล้มเหลวที่จะแสดงความกล้าหาญที่กล่าวมาตอนต้นขณะนี้กำลังเกิดขึ้นกับสังคมไทย
ที่ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์สังหารนักศึกษาที่ออกมาประท้วงในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 1976
อย่างน้อย 40 คน เช่นเดียวกับเหตุการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตยในเดือนพฤษภาคม 1992

ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ผู้นำลงจากอำนาจ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเช่นเดียวกัน และตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน
ที่ผ่านมามีผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ หรือถ้ามีอาวุธก็เป็นเพียงหนังสติ๊ก ถูกสังหารไปแล้วกว่า 50 คน
มีผู้สื่อข่าวต่างชาติมากมายที่เป็นสักขีพยานในการเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธถูกสังหารโดย
กองทัพในวันที่ 10 เมษายน และ 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ถูกประกาศโดย
รัฐบาลว่าเป็นพื้นที่ที่ใช้กระสุนจริง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีชายชุดดำออกมาต่อสู้กับกองทัพ
เมื่อวันที่ 10 เมษายน จนส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต 5 นาย
เช่นเดียวกับการบาดเจ็บของทหาร
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ต่กระนั้นก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้ชุมนุมประท้วง
ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ติดอาวุธหรือไม่นิยมความรุนแรง แต่กลับต้อง
ถูกโจมตีด้วยกระสุนจริงทั้งจากกองทัพและตำรวจ
ทั้งนี้ หากเสื้อแดงติดอาวุธและ
เป็นพวกหัวรุนแรงจริง เหตุการณ์เช่นนี้ คงไม่ออกมาอย่างที่เห็น กล่าวคือจากการปะทะ 2 วัน
ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนจำนวน 29 คน ขณะที่ไม่มีทหารหรือตำรวจที่เสียชีวิตเลย
จากจุดนี้จึงแสดงให้เห็นว่า มีการใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุมไปอย่างกว้างขวางโดยกองกำลัง
รักษาความปลอดภัยของรัฐบาล แน่นอนว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตคงไม่หยุดเท่านี้แน่ เพราะการสร้าง
สถานการณ์ของรัฐบาลได้เปิดประตูกว้างให้เกิดความรุนแรงขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย
นิยามของคำว่า “สังหารหมู่” คือการกระทำหรือเข่นฆ่ามนุษย์จำนวนมาก
ที่มีความคิดเห็นแตกต่างด้วยความโหดร้าย ดังนั้น จึงแน่ชัดว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นบนท้องถนน กทม. จึงนิยามได้ว่าเป็นการสังหารหมู่
และไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนเสื้อแดง
โดยทหารและตำรวจ ขณะนี้บางทีตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจมากกว่าเหตุการณ์
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยทหาร ตลอดช่วงเวลา 50 ปีผ่านมา

และยิ่งรัฐบาลไทยสัญญาว่าจะพยายามนำความสงบสุข
มามอบคืนให้กับคนไทยโดยเร็ว ก็ยิ่งเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้
เกิดการสังหารหมู่อย่างช้าๆมากยิ่งขึ้น


หากนี่ไม่ใช่การสังหารหมู่แล้วเมื่อไรถึงจะเป็น จะให้มีผู้เสียชีวิต 80 คนก่อน หรือมีผู้เสียชีวิต
แตะหลัก 100 คนก่อนจึงจะเรียกว่าการสังหารหมู่ ซึ่งการสังหารหมู่ในครั้งนี้มีความแตกต่าง
จากเหตุการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นในไทยเมื่อหลายๆครั้งที่ผ่านมาหลายประการ

ข้อแรก หลายๆประเทศลังเลที่จะประณามการกระทำของรัฐบาลไทย ขณะที่องค์กรทางสิทธิมนุษยชน
ได้เรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายยุติความรุนแรงและหันหน้ามาเจรจากันอีกครั้ง แตกต่างจากเหตุการณ์
ในปี 1976 และ 1992 ที่การเสียชีวิตของผู้ประชุมนุม ซึ่งเป็นนักศึกษาและชาวบ้าน ได้รับการประท้วง
และประณามทั้งจากคนในประเทศและต่างประเทศ แต่นั่นไม่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้
มีแต่เสียงแสดงความชื่นชมและดีใจที่ทางกองทัพพยายามผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านจากต่างจังหวัด ออกไปจากท้องถนนใน กทม.
ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใดๆ ก็ตาม
โดยไม่คำนึงถึงว่ากลุ่มคนที่ถูกฆ่านั้น
เป็นคนไทยด้วยกันที่มีความเห็นแตกต่าง
หากคนๆหนึ่ง เชื่อสิ่งที่รัฐบาลไทยทำอยู่ว่า
เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า สังหารหมู่อยู่ดี

ต่อให้คนๆหนึ่งพยายามทำให้ตัวเองสบายใจด้วยการบอกกับตัวเองว่า
คนเหล่านั้นได้รับการเตือนจากทางรัฐบาลแล้วให้ออกมาจากพื้นที่ชุมนุมเพื่อ
หลีกเลี่ยงความรุนแรง หรือหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อจากแดงฆ่าแดงด้วยกัน
หรือเข้าใจว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ก่อการร้าย เข้าใจและยอมรับมัน นั่นก็จะนำไปสู่
การสังหารหมู่อย่างต่อเนื่องต่อไป สำหรับใครที่ไม่ยอมรับสิ่งเหล่านี้

โดยเฉพาะกับโอกาสที่ผู้บริสุทธิ์จะพลอยติดร่างแหไปด้วย ก็ได้เวลาแล้วที่จะแสดงจิตสำนึกและ
ความรับผิดชอบทางจริยธรรมออกมา ได้เวลาแล้วที่จะพุ่งเป้าไปที่ความรับผิดชอบของ
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าจะมาจากความตั้งใจหรือไม่มีการเตรียมการที่ดีพอจนทำให้รัฐบาล
ตัดสินใจสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2010 ทั้งนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่
นายอภิสิทธิ์จะต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในแง่ของ
ความสำนึกและกฎหมาย คนที่ตายเหล่านี้ ควรมีโอกาสขึ้นศาลเพื่อ
พิสูจน์ความบริสุทธิ์กับคนที่สั่งฆ่าเขา
หากรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่สามารถหาใครมารับผิดชอบกับ
การตายที่เกิดขึ้นได้ก็ควรจะลาออกจากตำแหน่งเสีย เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา
รับผิดชอบแทน การเสียชีวิตของผู้ชุมนุมในเวลากลางคืนช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาไม่ว่าจะด้วยวิธีใด
หรือสาเหตุใดก็ตาม ถูกหยิบยกให้เป็นหลักฐานที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือ “ผู้ก่อการร้าย
และรัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะสังหารกลุ่มคนเหล่านี้ และยิ่งมีคำกล่าวอ้างที่ว่ามี
กลุ่มผู้ก่อการร้าย 500 คนแอบแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ก็ยิ่งสร้าง
ความชอบธรรมเข้าไปใหญ
่ อย่างที่ผู้นำการชุมนุมครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า
การที่รัฐบาลพูดออกมาเช่นนี้เท่ากับเป็นการประกันว่า ผู้ชุมนุมมีสิทธิถูกฆ่า
ถึง 500 คน ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นผู้บริสุทธิ์หรือผู้ก่อการร้ายก็ตาม

ดังนั้น สำหรับรัฐบาลที่กระหายที่จะยอมรับการสังหารหมู่เช่นนี้ จึงควรเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้รับ
การยอมรับจากสังคมประชาธิปไตยและสังคมที่มีเกียรติแต่อย่างใด

เบื้องหลังของทั้งสองฝั่งในไทย
คนบงการก็กลุ่มเดิมๆ คือถูกสนับสนุนจาก CIA
แค่เปลี่ยนชื่อตัวศัตรูจาก คอมมิวนิสต์
มาเป็น กลุ่มก่อการร้าย เท่านั้นเอง

NEVER ENDING STORY


"โฮเต็ล รวันดา"โศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

Creating a Hutu identity
In 1957, the Hutu catechist Gregoire Kayibanda, under the ideological patronage of
J.P. Harroy, the Belgian Governor of Rwanda and Mgr. Perraudin,

head of the Roman Catholic Church in Rwanda, publishes the 'Hutu Manifesto'
demanding the political authority be granted to the Hutu majority.


False History, Real Genocide: The Use and Abuse of Identity in Rwanda

http://humanrights.change.org/blog/view/false_history_real_genocide_the_use_and_abuse_of_identity_in_rwanda

April 06, 2009 05:53 PM (PT)
Topics: Genocide

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu May 20, 2010 10:21 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274282297&grpid=01&catid=



วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:20:34 น.
มติชนออนไลน์

อีกหลายชีวิตที่ปลิดปลงในเหตุการณ์19พฤษภาเลือด

ไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะ ไม่ว่าฝ่ายใดจะสูญเสีย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคนไทยมิใช่หรือ

ไม่เหลืออะไรเลย แหลกสลายลงไปกับตา เหลือเพียงความเจ็บปวดของคนไทยเท่านั้น

(จากเหตุการณ์ปิดล้อมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53)

ข้อมูลจาก http://tnews.teenee.com/politic/50814.html













hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu May 20, 2010 11:20 am

ใจ อึ้งฯ: เสื้อแดงต้องตรึงกำลังรักษาองค์กรและการจัดตั้งระดับล่างไว้ในทุกชุมชน

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
20 พฤษภาคม 2553

เราทุกคนเหนื่อย สลดใจและโกรธอย่างสุดหัวใจ กับสถานการณ์และความกระหายเลือด
ระยำต่ำช้าของ ทหาร รัฐบาลประชาธิปัตย์ และอำมาตย์เสื้อเหลือง แต่หลังจากที่เราผ่านพ้น
คืนวันที่ 19 ไปได้ และมีเวลาพักฟื้น เราต้องไม่ท้อแท้ยอมจำนนต่ออำมาตย์

เราไม่ได้แพ้ เราเสียเพื่อน เสียวีรชน และฝ่ายตรงข้ามอาจโอ้อวดว่าเขาชนะ แต่การต่อสู้
ในโลกจริง และในประวัติศาสตร์จริง ย่อมมีการขึ้นลง มีการถอยและเดินหน้าเป็นปกติ
อย่าลืมว่าเราคนเสื้อแดงคืออนาคต เรามีแต่จะเดินหน้าไปส ู่สังคมใหม่ รัฐไทยใหม
ที่ประชาชนเป็นใหญ่ เรารอได้ ในขณะที่ฝ่ายอำมาตย์ได้แต่เกาะเก้าอี้และตำแหน่ง
พยายามแช่แข็งความเจริญ พยายามหมุนกงล้อแห่งประวัติศาสตร์กลับ(แต่มันไม่กลับ)
หรือเราอาจยืมคำพูดของนักแต่งเพลงมาใช้ คืออำมาตย์พยายาม “โบกมือทวนลม
แห่งการเปลี่ยนแปลง” กาลเวลาที่ไม่เคยหยุดเป็นของเรา แต่อดีตเป็นของฝ่ายเขา

เราไม่ได้แพ้ เพราะเราพิสูจน์ว่าเราคือเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนผู้ที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น
กรรมาชีพหรือเกษตรกร เสียงของ “ไพร่” เสื้อแดงมีมากกว่าเสียงของอำมาตย์กระหายเลือด
อำมาตย์เข้าใจตรงนี้และเข้าใจว่าเขากำลัง “โบกมือทวนลมแห่งการเปลี่ยนแปลง”
ดังนั้นเขามีวิธีเดียวคือความป่าเถื่อน การใช้อำนาจดิบ และการปิดกั้นข่าวสาร แต่การกระทำ
และธาตุแท้ของฝ่ายอำมาตย์ถูกเปิดโปงออกมาให้ทุกคนเห็น ทั้งในไทยและทั่วโลก

และการที่บ้านเมืองลุกเป็นไฟหลังจากที่เขาสลายการชุมนุม เป็นบทสั่งสอนอำมาตย์ว่า
ชัยชนะชั่วคราวในวันที่ 19ของเขา มาด้วยราคาแพง และเขาจะรู้อีกว่าประชาชนส่วนใหญ่
จะเก็บความโกรธแค้นนี้ไว้ในใจอีกนาน

เรายอมแพ้ไม่ได้ เพราะการยอมแพ้จะเป็นการปล่อยให้วีรชนประชาธิปไตยตายเปล่า
เราจะไม่มีวันทรยศหักหลังคนที่เสียสละเพื่อให้ประชาชนเสรี ไม่ว่าจะเป็นช่วง ๑๔ ตุลา,
๖ ตุลา, พฤษภา ๓๕
หรือช่วงรัฐบาลทรราชอภิสิทธิ์

เรายอมแพ้ไม่ได้ เพราะเพื่อนของเรา และผู้นำของเรา ติดคุกอยู่ เราต้องปกป้องเพื่อนด้วยกัน
ไม่ลืมเขา เราต้องสู้ให้เขามีอิสรภาพ

เรายอมแพ้ไม่ได้ เพราะถ้าเรายอมตอนนี้ เราจะไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

การตรึงกำลังรักษาองค์กร คือก้าวแรกในการต่อสู้ของคนเสื้อแดง เราต้องหาทางพบกัน
คุยกัน รักษาเครือข่ายมิตรภาพในชุมชนของเรา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
เพื่อการฟื้นตัวและการประสานกับกลุ่มเสื้อแดงอื่นๆ ทั่วประเทศ เราต้องฟื้นฟูเครือข่าย
ข้อมูลข่าวสารเสรีของฝ่ายเราให้ได้ในระดับรากหญ้า และภารกิจสำคัญที่เราต้องทำคือ
เราต้องรณรงค์ให้มีการปล่อยตัวผู้ถูกจับทุกคน แต่ทุกอย่างจะใช้เวลา ถ้าเราอยู่โดดเดี่ยว
เราอาจรู้สึกอ่อนแอ แต่ในกลุ่มมิตรสหายเราจะรู้สึกเข้มแข็ง รีบหาทางพบกันคุยกันครับ
เพื่อการต่อสู้ต่อไปในระยะยาว

การตรึงกำลังรักษาองค์กร เป็นวิธีสำคัญที่เราจะพัฒนาโรงเรียนการเมืองของคนเสื่อแดง
เราต้องพัฒนาตรงนี้ เพราะท่ามกลางการต่อสู้เราเริ่มหูตาสว่าง จะถอยกลับไปในสภาพมืดมล
ไม่รู้ความจริงไม่ได้ และสิ่งที่เราเริ่มหูตาสว่างคือธาตุแท้ของอำมาตย์ ธาตุแท้ของนายพล
ในกองทัพไทย และวิธีที่เขาเคยครองใจเรา ปิดหูปิดตาเราด้วยลัทธิอำมาตย์ เราต้องศึกษา
ความจริงต่อไปเกี่ยวกับสังคมไทยและประวัติศาสตร์ไทย เพื่อปลดแอกตัวเองจากลัทธิ
จงรักภักดีก้มหัวให้อำมาตย์ เราต้องสร้าง “ลัทธิประชาชนเป็นใหญ่” เพื่อปูทางไปสู่รัฐไทยใหม่

อำมาตย์กระหายเลือดฆ่าประชาชนและฆ่าความจริงในสังคมได้ แต่เขาไม่ได้สร้างความปรองดอง
เขาไม่สามารถสร้างสันติภาพได้ เพราะตราบใดที่เรายังตกเป็นไพร่ จะไม่มีสันติภาพในสังคมไทย

การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน









hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu May 20, 2010 1:10 pm

ทหารปฎิบัติการเงียบ ยึดเบ็ดเสร็จอำนาจรัฐ

วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 01:00

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์







สภาพของคนกรุงเทพฯเมื่อเช้ามืดวานนี้ ตื่นนอนขึ้นมา
คงคิดว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางสนามสงครามก็เป็นได้


มองไปทางไหนได้ยินแต่เสียงปืนสนั่น และกลุ่มควันพวยพุ่งไปทั่วกรุงโดยเฉพาะประชาชน
ที่อยู่บริเวณจุดที่มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มนปช.กับทหารในทุกๆจุด ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง56ที่ผ่านมา
หลังจากจดๆจ้องแผนปฎิบัติการจู่โจม"กระชับวงล้อม" เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อ เวลา 03.30 น.
รถสายพานหุ้มเกราะประมาณ 7 คัน พร้อมรถบัสบรรทุกทหารกว่า 20 คัน ได้เคลื่อนย้าย
ผ่านเข้าไปถนนสีลม มุ่งหน้าศาลาแดง ท่ามกลางข่าวแพร่สะพัด ว่ากองกำลังทหารจะเข้าขอคืน
พื้นที่ช่วงเช้ามืดวานนี้ ทำให้แกนนำนปช.ขึ้นเวทีปราศรัยแจ้งเตือนให้ผู้ชุมนุมเตรียมพร้อมรับ
การสลายการชุมนุม จากนั้น เวลา 05.00 น. ทหารได้ประกาศแจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจาก
พื้นที่ชุมนุมโดยด่วน หลังจากนั้นไม่นานแผน "ปฎิบัติกระชับวงล้อม" ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในทุกพื้นที่ที่เป็นจุดสำคัญๆแบบเบ็ดเสร็จ ตามคำสั่งของศอฉ.ในจุดสำคัญหลายๆแห่ง
เข้าสู่การปะทะกันหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับกองกำลังทหาร การปฏิบัติการสลายการชุมนุม
เมื่อเช้ามืดวันที่ 19 พ.ค. 2553 ได้ใช้กำลังหลักจากกองทัพภาคที่ 1 นำโดย พล.ท.คณิต สาพิทักษ์
แม่ทัพภาคที่ 1 โดยกองพลหลักๆ ที่ใช้คือ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.)
กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) กองพลทหารราบที่ 9 (พล ร.9)
และกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) สำหรับรถหุ้มเกราะและรถสายพานลำเลียง
ใช้ของทหารม้า เห็นชัดเจนว่า "ทหาร" เคลียร์กันได้หมด "วงศ์เทวัญ" กับ "บูรพาพยัคฆ์" ยุติศึก
ในชั่วคราว แล้วหันมาจับมือถล่มศึกนอกก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน โดยเฉพาะบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย
นายทหาร ช่วงปลายปี เหนื่อยมาด้วยกันก็ต้องได้ด้วยกัน...!! นี่อาจเป็นสัญญาใจ
สถานการณ์ในมุมของ "ความมั่นคง" ระยะหลังค่อนข้างหลุดจากการควบคุมหรือการรับรู้ของ
รัฐบาลพอสมควรเห็นได้จากเหตุการณ์ลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ"เสธ.แดง"
สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในรัฐบาลเอง และทำให้เกมการเจรจาต่อรองเปลี่ยนไป
ปฏิบัติการของทหารในระยะหลังค่อนข้างเป็น"อิสระ" มีการวางแผนปฏิบัติการกันเงียบๆ
และวางแผนรุกคืบแต่ละขั้นมาเป็นอย่างดี ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. ที่มีการยิงปะทะและเผชิญหน้ากัน
หลายจุดหลังเหตุการณ์ยิง "เสธ.แดง "ยังไม่มีทหารสูญเสียเลยแม้แต่ศพเดียว แต่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น
จนนำไปสู่กระบวนการที่ทหารต้องใช้แผน"ปฎิบัติกระชับวงล้อม" ก็เพราะการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับนปช.
"ล้มเหลว"โดยสิ้นเชิงทั้งๆที่มีกลุ่มอาสาเข้าร่วมเจรจาช่วงที่ผ่านมา2-3 กลุ่ม กลุ่มแรกม
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัฒน์ ผู้ว่าฯกทม. อาสากาวใจเจรจาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลงทุนบินลัดฟ้า
ไปหาถึงบรูไน เมื่อ 3-4สัปดาห์ก่อน แต่การเรจาก็ไม่สบประความสำเร็จอย่างที่คิด

กลุ่มที่2 การเจรจาระหว่างแกนนำนปช.ที่มี วีระ มุสิกพงศ์ กับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ทั้งสองกลุ่มมีผู้เข้าร่วมเจรจาหลายคน กลุ่มนี้มี วัฒนา เมืองสุข รับหน้าที่สายตรง"นายใหญ่" ล่าสุด
มี"กลุ่มสว.สรรหา" อาสากาวใจร่วมนปช. แต่ท่ามกลางการเจรจายังไม่เริ่มขึ้น รัฐบาลก็เลือกใช้แผน
"ปฎิบัติกระชับวงล้อม" ผลที่ตามมาอย่างที่เห็นๆ การเจรจาทุกครั้งจบไม่ลงก็เพราะต่างฝ่ายต่างทิฐิ ...
ไม่ยอมลดลาวาศอก ทำให้ประชาชน ทหารล้มตายไป ถ้าทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
ไม่มองประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง "ยึดการเจรจา"ประชาชนคงไม่ล้มตายหลายสิบราย บาดเจ็บอีกนับพันๆคน
สงครามกองโจรคงไม่เกิดขึ้นใจกลางเมือง ถามว่าสภาพที่เห็นๆอยู่ รัฐบาลถูกทหารยึดอำนาจปฎิบัติการ
แบบเบ็ดเสร็จใช่หรือไม่....ในการจัดการกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณ ราชประสงค์และกลุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็น
กลุ่มก่อการร้ายที่คอยสร้างความปั่นป่วนอยู่ในจุดสำคัญๆ นับจากนี้เวลาที่เหลือสำหรับรัฐบาล
นายกฯอภิสิทธิ เวชชาชีวะ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงมีทางเลือกไม่มากนัก...หลังเสร็จสิ้นภาระกิจนี้...
จุดจบของนายกฯอภิสิทธิ์ หนีไม่พ้นที่จะต้องลาออกจากตำแหน่ง...

หลายคนในกองทัพคงได้ค่าคอมซื้ออาวุธ
รวยเป็นแถว
จากการสร้างตัวศัตรูผู้ก่อการร้ายขึ้นมา
แต่ไทยแตกเป็นเสี่ยงๆ

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu May 20, 2010 2:52 pm


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: และแล้ว แดงเดือดก็ได้เวลาออกโรง

ตั้งหัวข้อ  Neo on Fri May 21, 2010 8:39 pm

สุรชัยเล็งตั้งเวทีสนามหลวงแจงคนเสื้อแดงเหตุยุติชุมนุม

"แกนนำแดงสยาม" เตรียมตั้งเวทีเสื้อแดงสนามหลวง 3 วัน หลังรัฐยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อชี้แจงเหตุยกเลิกชุมนุม คาดมีผู้เข้าร่วมกว่า 5 พันคน

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำกลุ่มแดงสยาม เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ตนพร้อมด้วยกลุ่มของนายจักรภพ เพ็ญแข จะตั้งเวทีเพื่อที่จะอธิบายให้คนเสื้อแดงที่วันนี้กลายเป็นผึ้งแตกรังจากการสลายการชุมนุมจากเวทีราชประสงค์ที่ไม่เป็นท่า ก่อให้เกิดจลาจลทั่วประเทศจนกลายเป็นอณาธิปไตยและจะมีแนวโน้มที่จะไม่หยุดง่ายๆ ตนจึงคิดตั้งเวทีที่ท้องสนามหลวง เป็นระยะเวลา 3 วัน หลังจากรัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพ่ือชี้แจงและปลอบขวัญ ซึ่งคาดว่าจะมีคนเสื้อแดงเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 5,000 คน

"ผมเคยเตือนหลายครั้งแล้วว่า ให้แกนนำเสื้อแดงลงเพื่อชาติ แต่วันนี้ไม่ฟังจึงเกิดเหตุการชุลมุนวุ่นวายหลายคนไม่ยอม และคุมกันไม่อยู่ มีอาการโกรธแค้น" นายสุรชัย กล่าว.

http://www.thairath.co.th/content/pol/84477

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ