ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat May 22, 2010 10:59 am

ค้นวัดปทุมฯ - พระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ย่านราชประสงค์ เปิดแถลงชี้แจงว่าวัดไม่เกี่ยวข้องกับม็อบเสื้อแดง ภายหลังทหารยกกำลังเข้าตรวจค้นทุกซอกทุกมุม เมื่อวันที่ 21 พ.ค.



กุฏิเจ้าอาวาส - ทหารปีนข้ามรั้วกุฏิเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ระหว่างเข้าตรวจค้น โดยก่อนหน้านี้วัดเปิดพื้นที่เป็นเขตอภัยทานให้ผู้ชุมนุมเข้ามาหลบภัย แต่เกิดกรณีสะเทือนใจมีคนถูกยิงตายถึง 6 ศพ



ส่องวัด - ทหารกระจายกำลังบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่วงเวลา 18.30 น. วันที่ 19 พ.ค.วันปฏิบัติการสลายม็อบ โดยเล็งปืนลงไปยังวัดปทุมวนาราม ขณะมีคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่จำนวนมาก


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat May 22, 2010 11:58 am

เขตอภัยทาน หรือเขตคัดเลือกเข้าแดนประหาร
Sat, 05/22/2010 - 06:21 | by saiyakoa

การประกาศว่าวัดปทุมฯ เป็นเขตอภัยทานนี่ใครเป็นคนประกาศ ศอฉ. หรือว่าทางวัด เพราะได้คุยกะชาวบ้านที่เดินทางกลับมาจากที่ชุมนุมว่า ตอนที่พวกเราวิ่งเข้าวัด หลังจากยุติการชุมนุม จะมีการ์ดคอยช่วยหน้าวัด พอทหารวิ่งมาถึงหน้าวัดก็ยิงปืนใส่ข้อเท้าการ์ดเหล่านั้นบาดเจ็บ แล้วก็ถูกลากตัวขึ้นรถ ส่วนทหารพวกนั้นพูดไทยไม่ได้สักคน จะว่าภาษาอิสาน แต่ทำไมคนที่เล่าให้ฟังเป็นคนอุดรแกบอกว่า ฟังไม่ออก พอตกกลางคืน ทหารจะเดินมาตรวจ โดยเปิดผ้าห่มแล้วใช้ไฟส่องหน้าทีละคนๆ ทหารดังกล่าวถือปืนด้วย .................... เขตอภัยทาน.................

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat May 22, 2010 12:03 pm




_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat May 22, 2010 12:06 pm

Australian reporter hides out in Bangkok temple
Lanai Vasek From: The Australian May 20, 2010 12:00AM

AUSTRALIAN photojournalist Steve Tickner was last night taking refuge in a temple less than 100m away from the heart of the deadly protests between Red Shirts and the Thai military in Bangkok's retail centre.

Tickner spoke to The Australian last night as the sounds of gunfire and heavy explosions continued in the background.

He said, "a stream of dead and wounded" were finding their way to the temple in which he took cover with more than 2000 Red Shirt supporters and three British journalists.

Tickner said most of those seeking refuge were women.

He said one of the journalists, who did not want to be named, had suffered shrapnel wounds to his buttocks.

"Most of the Red Shirts here are not the hardcore ones," he said.

Tickner, who is from Newcastle, on the NSW mid-north coast, said he had flown to Bangkok from Timor on Sunday to cover the protests.

He said that earlier in the afternoon he witnessed a Thai man being shot by the military just metres from the temple.

"I saw the bullet come straight out of the other side of his chest and he just dropped to the ground," he said.

When he and a monk went to help the man, Tickner said, they were also shot at.

"They knew I was a foreign journalist - they saw my cameras," he said.

"We were worried that the man was going to bleed to death on the pavement - we couldn't just leave him there."

Tickner said he and the monk carried the man inside to safety but he died in the temple.

He said there were "at least six dead bodies" among those crowded in the temple.

"A lot of the people here are wounded," he said.

"People are still being shot and there are explosions in the background."

Tickner said the mood was sombre in the temple and almost everyone was "panicked, scared and nervous".

He said he feared he would "be shot within minutes" if he left the temple.

"There are snipers out there, there are tanks - it's just chaos and carnage."

Thailand's army said last night the situation in Bangkok was "under control" and that a military operation against the anti-government protesters' rally base had been halted.

But Tickner said he wasn't sure the gunfire would stop today.

He said if the situation had not calmed by that stage, the group would run out of food and water.

http://www.theaustralian.com.au/news/world/australian-reporter-hides-out-in-bangkok-temple/story-e6frg6so-1225868915779

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Sat May 22, 2010 2:30 pm

Kill in the temple .... ช่อง CNN เมื่อตอนสาย เผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว..
มีการสัมภาษณ์ทั้งนักข่าว และคนเสื้อแดงหลายคน
ป้าผู้หญิงเสื้อแดงคนนึง พูดเป็นภาษาอังกฤษ น้ำไหลไฟดับ
เปิดโปง แบบที่ไม่มีในสื่อไทย
ไม่ชัวร์ว่าเป็น CNN Back story ค่ะ
เวลาประมาณเที่ยงครึ่งในไทยค่ะ
ลองดูที่หัวข้อ Thailand unrest ด้วยนะคะ

เสียดายไม่ได้อัดเทปไว้ค่ะ

นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  Neo on Sat May 22, 2010 3:28 pm



May 21, 2010 — คำบอกเล่าจากประชาชนที่อยู่บริเวณวัดปทุมวนาราม...สิ่งที่ทหารทำกับประชาชน โหดเหิ้ยมมาก..ยิงได้แม้กระทั่งพยาบาลอาสา..

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  Neo on Sat May 22, 2010 3:39 pm




Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun May 23, 2010 9:07 am

พุทธศาสนิกชนโวยทหารค้นวัด

วันเดียวกัน พระราชพิพัฒนาทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานการกำกับดูแลพื้นที่วัดปทุมวนาราม เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนำกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ภายในวัดปทุมวนาราม ตรวจค้นกุฏิทุกหลังทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่กุฏิเจ้าอาวาส จนมีภาพของสื่อมวลชนได้เผยแพร่ออกไป เป็นภาพที่ทหารปีนข้ามรั้วกุฏิเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามระหว่างเข้าตรวจค้น หรือมุดใต้ถุนกุฏิอย่างละเอียดยิบ สร้างความไม่สบายใจให้กับสาธุชนและญาติโยมของวัดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้วัดปทุมวนารามที่ได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม รวมถึงมีพุทธศาสนิกชนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามที่วัดถึงเรื่องการรื้อค้นดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากภาพที่ปรากฏออกไป และดูเหมือนกับเจ้าหน้าที่ได้กระทำการเสมือนกับไม่เคารพสถานที่ เนื่องจากวัดปทุมวนารามเป็นศาสนสถานที่ควรได้รับความเคารพ ด้วยวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระเสริม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้ง วัดปทุมวนาราม ยังเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิ พระราชสรีรังคารและพระอัฐิของพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์หลายพระองค์

รื้อค้นกุฏิพระเถระชั้นผู้ใหญ่

พระราชพิพัฒนาทรกล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะมีอำนาจในการตรวจค้น แต่ก็ควรให้ความเคารพสถานที่ อีกกรณีหนึ่งคือการรื้อค้นภายในกุฏิเจ้าอาวาฯ ที่มีภาพทหารปีนรั้ว แสดงอาการเหมือนไม่เคารพสถานที่ สร้างความไม่สบายใจให้กับพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่วัดปทุมวนารามได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจค้นได้อย่างเต็มที่ สามารถเปิดประตูเข้าออกได้อย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม พระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาสวัด ก็ไม่ได้ติดใจในเรื่องการที่มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาขอค้นภายในวัด ด้วยท่านถือว่าเป็นการให้ความร่วมมือกับบ้านเมือง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย แต่ด้วยท่านพระธรรมธัชมุนี เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในฝ่ายธรรมยุต ที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองให้ความเคารพนับถือมากมาย ปัจจุบันท่านมีอายุ 70 พรรษา 48 ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 10 (ธรรมยุต) ผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง และเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม จึงควรที่เจ้าหน้าที่จะกระทำการใดควรให้ความเคารพท่านในฐานะพระเถระชั้นผู้ใหญ่ด้วย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Sun May 23, 2010 10:55 pm


ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sun May 23, 2010 11:06 pm

ข้อมูลอีกด้านหนึ่งของคนตายในวัดปทุมฯ จาก พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน

“บรรณวิทย์” แฉแผนชั่วคิดฆ่าคนทั้งวัดปทุมฯ โชคดีที่ทหารรู้ทัน
พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหมด้านส่งกำลังบำรุง และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเช้าวันนี้ว่า ได้รับทราบว่ากองบัญชาการกองกำลังกบฏวางแผนชั่วหมายจุดระเบิดสังหารฆ่าคนใน วัดปทุมวนารามทั้งหมด ป้ายผิดให้กับทหาร โชคดีที่ทหารรู้ทัน



พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน ได้เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบข่าวสารพบว่ามีการวางแผนที่จะจุดชนวนระเบิดที่ ฝังไว้หลายจุดในวัดปทุมวนาราม ถ้าหากทหารเข้าไปสลายหรือเข้าไปในวัดปทุมวนารามในวันที่สลายการชุมนุม จะมีการจุดชนวนระเบิดจำนวนมาก และจะทำให้คนที่อพยพเข้าไปอยู่ในวัดตายทั้งหมด หลังจากนั้นก็จะโยนความผิดให้กับทหาร แต่ทหารรู้ทัน จึงไม่ส่งกำลังเข้าไป แม้ว่ามีการหลอกล่อให้เข้าไปหลายครั้ง จึงเป็นความโชคดี แม้กระนั้นแผนการป้ายผิดให้ทหารว่าฆ่าคนหรือรัฐบาลจ้างทหารเขมรมาฆ่าคนไทย ก็ยังเดินหน้าต่อไป โดยขณะนี้วิทยุชุมชนต่าง ๆ ของพวกกบฏยังคงปลุกระดมเรื่องนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเคียดแค้นและก่อเหตุร้ายในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวอีกว่าได้ทราบอีกว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่ถูกสังหารหลายคนและเป็นข่าว ดังไปทั่วโลกนั้นเป็นบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ เข้าไปตรวจรักษาประชาชนที่เข้าไปในวัด แต่บังเอิญไปล่วงรู้ความลับเกี่ยวกับการวางระเบิดที่เตรียมจุดชนวนให้ระเบิด ทั้งวัด จึงถูกจับตัวไปสังหาร และยังป้ายผิดให้กับทหารอีก ทั้ง ๆ ที่ทหารไม่ได้เข้าไปในพื้นที่นั้นเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ตำรวจทั่วไปควรจะได้ตระหนักได้แล้วว่าอะไรผิด อะไรถูก จะได้เลิกสนับสนุนพวกคนผิดเสียที

พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่ารู้สึกห่วงใยบ้านเมืองเพราะขณะนี้แทนที่รัฐบาลจะคิดแก้ไขปัญหาและ ป้องกันเหตุร้ายในอนาคต กลับฮั้วกับพวกกบฏ เช่น การอำนวยความสะดวกสบาย การให้สิทธิ์สั่งการภายนอก การตั้งข้อหาเล็ก ๆ ไม่ตั้งข้อหากบฏ หรือซ่องสุมอาวุธสงครามหรือก่อการร้าย กระทั่งการแก้รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง

พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน ยังกล่าวอีกว่ารัฐบาลต้องไม่ลืมว่าทั้งรัฐบาลเอง ศอฉ. และกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประกาศต่อชาวโลกว่าทักษิณคือหัวหน้ากบฏก่อการร้าย แต่ขณะนี้หมายจับที่ออกมาแล้วถูกระงับไว้ ทำให้เกิดความสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการฮั้วหรือไม่ และรัฐบาล ศอฉ. ตลอดจนกระทรวงการต่างประเทศคงจะหน้าแตกและอับอายขายหน้าไปทั่วโลก ถ้าหากว่าหมายจับถูกเพิกถอน ทั้งจะทำให้หัวหน้ากบฏสามารถลอยนวลทำลายบ้านเมืองได้ต่อไป

พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวอีกว่าหลังจากการก่อกบฏเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วล้มเหลวลง รัฐบาลก็ฮั้วปล่อยปละละเลยไม่จัดการอะไร ปล่อยให้ปลุกระดมล้างสมองคนไทยทั้งประเทศมาเป็นปี คราวนี้ได้ทราบข่าวจากต่างจังหวัดแล้วว่ามีการส่งข่าวกันว่าที่ต้องสลายการ ชุมนุมเพราะกลุ่มสามเกลอหักหลังนายใหญ่ ดังนั้นอีก 2 เดือนข้างหน้าจะมาพบกันใหม่ในกรุงเทพฯ และครั้งนี้จะชนะแน่นอน เพราะจะมีประชาชนคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศเข้ามาพร้อมกัน จะได้ประชาธิปไตยและรัฐไทยใหม่ด้วย รัฐบาลและคนไทยทั้งประเทศจึงต้องสังวรเรื่องนี้ว่าจะให้มีการเผาเมือง ระเบิดเมือง และยึดประเทศตั้งรัฐไทยใหม่ได้หรือไม่

พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน ได้กล่าวสรุปโดยเอาข้อความในบทความเรื่อง “ประเทศไทยที่น่าสงสาร” ตอนหนึ่งที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน วันนี้ว่า ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองเพราะขุนหลวงขี้เรื้อน และอาจจะเสียกรุงรัตนโกสินทร์เพราะนักการเมืองขี้เรื้อน.

http://www.banawit.com/site/%E2%80%9C%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E2%80%9D-%E0%B9%81%E0%B8%89%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AF-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99.html

Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Mon May 24, 2010 11:52 am

เหตุเกิดที่วัดปทุมวนาราม ไทยรัฐเช้านี้

บรรทัดนี้ขอแสดงความเสียใจและไว้อาลัยกับ ผู้เสียชีวิต อันเนื่องมาจากเหตุการสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ประวัติศาสตร์ การเมืองเลือด 19 พฤษภาคม จะถูกบันทึกไว้ในลักษณะไหนก็ตาม ผู้สูญเสีย

จะถูกเรียกขานว่าผู้ก่อการร้ายหรือวีรบุรุษก็ตาม และนับตั้งแต่นี้ไปความแตกแยกในประเทศจะลุกลามเป็นสงครามกลางเมือง บ้านป่าเมืองเถื่อนหรือไม่ก็ตาม แต่ความเป็นชาติไทยและการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์คนไทยจบสิ้นลงแล้ว จากปากคำของเจ้าหน้าที่อาสาพยาบาล ร่วมด้วยช่วยกันโดยอ้างอิงจากการบอกเล่าเรื่องราววิปโยคของเจ้าหน้าที่ชื่อเก่ง ผ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจหน้า 8 ประจำวันศุกร์ที่ 21 พ.ค.2553 ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณวัดปทุมวนาราม

"พวกผมคิดว่าเขตอภัยทานคือพื้นที่ปลอดภัยมากที่สุด" "ความจริงแล้วเพื่อนผมน้องเล็กศพที่ 6 ไม่น่าจะเสียชีวิตถ้ามีคนมาช่วยได้ทัน ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนกล้าเข้ามาช่วยเพราะขนาดพวกผมเห็นคนโดนยิง จะออกไปลากผู้บาดเจ็บเข้ามาในวัดก็ถูกกราดยิงลงมาหมด"

"ผู้บาดเจ็บ 6 รายในวัดทรมานมาก ลุงคนหนึ่งโดนยิงอกทะลุหลัง เป็นรูใหญ่มาก ต้องเอาไม้ช่วยกันดามหลังไม่ให้กระดูกขยับ เจ้าหน้าที่ไม่มีใครนำคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลได้ ช่วยกันทำทุกอย่างให้น้ำเกลือ ให้เลือด จาก 6 โมงเย็นจน 5 ทุ่มกว่ามีรถพยาบาลเข้ามา แต่ก็มีคนเจ็บโดนยิงที่สะโพกไม่ยอมออกไปเพราะกลัวทหารยิงมาก" "ผมไม่ได้ใส่ร้ายทหาร ผมว่าศพเยอะมากๆ ผมสงสัยทำไมทหารต้องเอาศพคนตายไป ผมเห็นกับตา เข้าไปโดนยิงแล้วทหารเอาเชือกผูกแล้วลากออกไป ทำไมรัฐบาลเป็นแบบนี้ ผม ชาวบ้านหลายคนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ในช่วงเช้าที่สลายการชุมนุมเฉพาะศพที่ลากขึ้นรถไปน่าจะ 4 ศพ วันที่ 10 เม.ย.ผมว่าหนักแล้วน่าจะยุติ วันที่ 19 พ.ค.หนักกว่าเยอะ"

"ผมคิดว่าป้ายตัวใหญ่เขตอภัยทานหน้าวัดจะปลอดภัยที่สุดแล้วแต่ไม่ใช่"

และวันที่ 21 พ.ค.เข้าเคลียร์พื้นที่เซ็นทรัลเวิลด์บางส่วน พบศพอีก 9 ศพ ตามคำบอกเล่าของผู้อยู่ในเหตุการณ์ หลังแกนนำเสื้อแดงเข้ามอบตัวเกิดความชุลมุนวุ่นวาย มีคนเสื้อแดง จำนวนนับร้อย หนีเข้าไปหลบในตึกเซ็นทรัลเวิลด์ ต่อมามีเสียงปืน มีการจุดไฟ มีเสียงกรีดร้อง

ใครคือชายชุดดำที่เผาทั้งช่อง 3 เผาเซ็นทรัลเวิลด์ กราดยิงใส่ประชาชน

ทั้งๆที่รู้ว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คือประชาชนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมมือเปล่าทั้งนั้นคงไม่ทำกันเอง สลดกับมาตรฐานความเป็นมนุษย์ในสังคมไทย สลดกับท่าทีรัฐบาล สลดกับการวิตกกังวลต่อการสูญเสียวัตถุผลประโยชน์มากกว่าชีวิตเพื่อนมนุษย์ สลดต่อสันดานของนักการเมืองที่แอบอ้างชาวบ้านเป็นตัวประกันได้ทุกสถานการณ์ และสลดต่อการปล้นอำนาจในระบอบประชาธิปไตยครั้งแล้วครั้งเล่า

มาตรฐานของประเทศไทยอยู่ที่ปลายกระบอกปืนว่าจะชี้ไปทางไหน.

หมัดเหล็ก

satan_baby

จำนวนข้อความ : 192
Registration date : 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed May 26, 2010 8:40 am

ดูรูปไปก่อน (ที่วงกลมนั้นเสาวัด)


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Jun 01, 2010 7:39 am





ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jun 03, 2010 8:37 pm

ความจริงอีกด้านของ “คนห่มเหลือง”
Thu, 2010-06-03 16:06

สุรพศ ทวีศักดิ์

ขณะที่คนของรัฐบาลพูดถึงพระที่มาร่วมชุมนุมกับเสื้อแดงเป็นเพียง 'คนห่มเหลือง' อย่างดูแคลน สุรพศ ทวีศักดิ์ ได้ลงพื้นที่ทำวิจัยกับพระสงฆ์ในการชุมนุม ทำให้ทราบว่าพระสงฆ์เหล่านี้มาเพื่อเตือนสติทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐบาล ย้ำเตือนถึงวิธีการสันติและเมตตาธรรม ขณะเดียวกันก็มีพื้นเพอยู่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน เข้าใจปัญหาความไม่เป็นธรรมที่ชาวบ้านได้รับ

เห็นภาพพระสงฆ์ถูกจับมัดมือไพล่หลังติดกับเก้าอี้ (ดูจากหน้า 1 มติชน จะเห็นชัดกว่าดูจากช่อง “หอยม่วง”) ที่ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ นำมาใช้ประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม แล้วรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก นึกไม่ถึงว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะทำได้เช่นนั้น

ในทางกฎหมายเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมผู้กระทำความผิดที่เป็นนายทหารสัญญาบัตรใน “เครื่องแบบ” จะต้องดำเนินการโดยละมุนละม่อม เช่น ไม่ใส่กุญแจมือ ให้มีนายทหารพระธรรมนูญเข้าร่วมฟังการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เป็นต้น แต่ทหารซึ่งได้รับ “สิทธิพิเศษ” ดังกล่าวนี้ กลับปฏิบัติต่อพระสงฆ์อย่างไม่เคารพต่อ “ผ้ากาสาวพัตร์” ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นเสมือน “ธงชัยของพระอรหันต์”

จริงอยู่ แม้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติอาจคิดเหมือน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นผู้ให้นโยบายในฐานนะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และประธาน ศอฉ.ว่า ผู้ที่ถูกจับกุมไม่ใช่พระเป็นเพียง “คนห่มเหลือง” เพราะหากเป็นพระต้องอยู่ที่วัด ไม่ใช่มาอยู่ในสถานที่ “อโคจร” หรือในที่ชุมนุมทางการเมืองที่มีกลุ่มผู้ก่อการร้ายแฝงอยู่ แต่การปฏิบัติหากไม่เคารพความเป็นพระ ก็ควรเคารพ “ความเป็นมนุษย์” และ “ผ้ากาสาวพัตร์” มากกว่านี้

โดยที่ผู้เขียนได้ลงพื้นที่ทำวิจัยเกี่ยวกับการชุมนุมของพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าว ได้ทราบข้อมูลบางด้านจากปากของพระสงฆ์เอง จึงอยากนำเสนอสู่ผู้อ่านเพื่อให้พิจารณาความจริงอีกด้านของกลุ่มพระสงฆ์ที่นายสุเทพพิพากษาว่าเป็นเพียง “คนห่มเหลือง”

พระที่ปรากฏในภาพประกอบการอภิปรายของ ร.ต.ท.เชาวริน ชื่อ พระศรี อริยวังโส จำพรรษาอยู่ที่ธรรมสถานศรีอริยธรรม ตำบลวังเพิ่ม อำเภอศรีชมพู จังหวัดขอนแก่น ท่านมาร่วมชุมนุมด้วยเหตุผลคล้ายกับพระรูปอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากจังหวัดภาคอิสานภาคเหนือ (ภาคกลาง ภาคใต้ก็มีบ้าง และมีพระนิสิตจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ แต่มาเป็นส่วนตัว)

เหตุผลที่คล้ายกันคือ พระในชนบทจะผูกพันกับชาวบ้าน โดยปกติจะมีกิจกรรมหลายอย่างที่กระทำร่วมกัน เช่น งานบุญประเพณี การพัฒนาวัด พัฒนาชุมชน การมีส่วนร่วมปรึกษาหารือปัญหาต่างๆ ของชุมชน ในช่วงกว่าสี่ปีมานี้ปัญหาการแบ่งฝ่ายทางการเมืองไม่ได้มีการสนทนาถกเถียงกันเฉพาะในหมู่บ้านเท่านั้น แต่มีการไปพูดคุยกันในวัด หรือปรับทุกข์กับพระสงฆ์ และพระสงฆ์เองก็ซึมซับปัญหาต่างๆ ที่ชาวบ้านเขารู้สึกกัน เช่น ความไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน ความเหลื่อมล้ำ การสูญเสียสิทธิทางการเมืองที่เลือกรัฐบาลที่เขาชอบนโยบายแล้วต้องถูกล้มไปด้วยวิธีรัฐประหาร ฯลฯ

ฉะนั้น เมื่อเห็นชาวบ้านเดินทางมาเผชิญความยากลำบาก เสี่ยงชีวิตเพื่อทวงความเป็นธรรม และสิทธิอำนาจของตนเอง พระท่านจึงตัดสินใจเดินทางมากับชาวบ้าน โดยเชื่อว่าการมาของท่านจะช่วยเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้าน แต่เมื่อมาถึงสะพานผ่านฟ้า สนามหลวง ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2553 มีพระมาจากที่ต่างๆ กว่า 2,000 รูป จึงมีการจัดเต้นท์ให้พระสงฆ์ส่วนใหญ่รวมตัวกันอยู่ที่สนามหลวง มีบางส่วนอยู่เต้นท์ทางด้านประตูผี และมีการประชุมจัดตั้งกลุ่มของพระสงฆ์เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มอาสาพัฒนาสันติวิธี และกลุ่มสังฆสามัคคี

มีพระระดับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยสงฆ์บางรูป และอาจารย์มหาวิทยาลัยสงฆ์ที่เป็นฆราวาสบางคน มาคอยประสาน ดูแลให้การชุมนุมของพระสงฆ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยข้อตกลงของพระสงฆ์ที่มาร่วมชุมนุมที่สำคัญมี 3 ประการ คือ

1. ต้องการให้สติแก่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุม

2. เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายมีจิตเมตตาต่อกันในฐานะเป็นคนไทยด้วยกัน

3. เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน

มีการแสดงออกตามข้อตกลงดังกล่าว เช่น การขึ้นแถลงการณ์บนเวที ไปบิณฑบาตไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลใช้ความรุนแรงที่กรมทหารราบที่ 11 ที่แยกราชประสงค์ ที่สี่แยกคอกวัว (ก่อนสลายการชุมนุมวันที่ 10 เมษายน) เมื่อเกิดเหตุปะทะคืนวันที่ 10 เมษายนมีการนำศพไปที่ด้านหลังเวทีให้พระสวดขณะที่เสียงปืนยังดังอยู่ และในเหตุการณ์คับขันที่ผู้ชุมนุมแตกตื่นบางครั้งพระสงฆ์ต้องขึ้นไปสวดมนต์บนเวทีเพื่อเรียกสติกลับคืน ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในการเคลื่อนไหวไปตามจุดต่างๆ ของกลุ่มผู้ชุมนุม บางครั้งเราได้เห็นภาพของพระสงฆ์บางรูปที่แสดงออกอย่างไม่สำรวม เช่น นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ถือตีนตบ ถือเสาธง ฯลฯ แต่นั่นไม่ใช่การแสดงออกตามมติของกลุ่มพระสงฆ์ส่วนใหญ่ (เปรียบเทียบกับสันติอโศก จะเห็นว่าสมณสันติอโศกจะกำกับดูแลให้อยู่ในระเบียบได้ง่ายกว่า เพราะมาจากสำนักเดียวกัน)

ปัญหาว่า พระสงฆ์มาร่วมชุมนุมขัดต่อพระธรรมวินัย และคำสั่งมหาเถรสมาคมหรือไม่? เป็นเรื่องที่ถกเถียงได้ หรือเป็นเรื่องที่องค์กรที่รับผิดชอบจะพิจารณา แต่สำหรับพระสงฆ์ที่มาชุมนุมท่านมองว่า ที่ออกมาชุมนุมไม่ใช่เพื่อผลทางการเมืองที่จะเป็นประโยชน์แก่ตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งโดยเฉพาะ แต่มาชุมนุมเพราะเห็นว่าเป็นปัญหาของบ้านเมือง ชาวบ้านที่เป็นคนชั้นล่างเดือดร้อน ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกเหยียดหยามว่าโง่ เป็นม็อบรับจ้าง ไม่มีอุดมการณ์ ฯลฯ

ท่านจึงเห็นว่าการมาชุมนุมของท่านจะช่วยเป็นขวัญกำลังใจให้คนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้เสียเปรียบ ให้รัฐบาลและสังคมเห็นว่า ปัญหาความแตกแยกของบ้านเมืองจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี คือการปฏิบัติตาม “ครรลอง” ของระบอบประชาธิปไตย

แต่ในที่สุดความรุนแรงและสงครามกลางเมืองก็เกิดขึ้น ข้อตกลง 3 ประการ ของพระสงฆ์ที่ออกมาชุมนุมไม่บรรลุผล ทว่าภาพของ “พระสงฆ์ที่ถูกจับมัดมือไพล่หลัง” และคำพิพากษาที่ว่าท่านเหล่านั้นเป็นเพียง “คนห่มเหลือง” ยิ่งสะท้อนทัศนะของฝ่ายผู้กุมอำนาจรัฐที่มองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า ปัญหาความแตกแยกทางความคิดไม่เพียงแต่สนทนาถกเถียงกันในหมู่บ้านเท่านั้น แต่ถูกนำไปสนทนาถกเถียง ปรับทุกข์ในวัดจำนวนมากในภาคเหนือและอิสาน

“ม็อบพระ” ที่เราเห็นผ่านสื่ออาจไม่น่าเลื่อมใสในสายตาของคนชั้นกลางในเมือง แต่สำหรับคนเสื้อแดง พระเหล่านั้นคือพระร่วมสุขร่วมทุกข์ที่พวกเขานับถือ ภาพของพระที่เดินไปมาในที่ชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่ต่างอะไรกับพระที่เดินไปมาในงานวัดทางภาคเหนือ ภาคอิสาน กลมกลืนและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชาวบ้าน พวกเขานับถือพระเหล่านั้น ทำบุญกับพระเหล่านั้น ผูกพัน ดูแลเอาใจใส่เหมือนเมื่ออยู่บ้านที่จากมา

บางทีเราไม่อาจตัดสินปรากฏการณ์ทางสังคมการเมืองด้วยทัศนะที่ยึดถูก-ผิด ขาว-ดำได้ การจะสร้างความปรองดองเราจำเป็นต้องมองความจริงหลายแง่มุม พระหนึ่งรูปถูกจับกุมราวผู้ก่อการร้าย ทำให้ชาวบ้านอีกเท่าไรที่เจ็บปวด พระคุณเจ้าระดับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยสงฆ์ท่านหนึ่งเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า กว่าร้อยละ 90 ของพระนิสิตมหาวิทยาลัยสงฆ์ “มีใจ” ให้กับคนเสื้อแดง เนื่องจากท่านเหล่านั้นมีพื้นเพเดิมมาจากครอบครัวคนชั้นกลางระดับล่างและคนรากหญ้าเป็นส่วนใหญ่

ฉะนั้น ไม่ว่าใครจะเรียกท่านเหล่านั้นว่าเป็น “พระสงฆ์” หรือ “คนห่มเหลือง” ก็ตาม แต่ท่านเหล่านั้นคือพลเมืองของ “รัฐประชาธิปไตย” แสดงออกถึง “ความเป็นมนุษย์” ที่รู้สึกผูกพัน เห็นอกเห็นใจชาวบ้านที่มีปัญหา ยอมเสียสละมาลำบากร่วมทุกข์ร่วมสุขและเสี่ยงตายกับชาวบ้าน หากไม่เห็นด้วยกับการออกมาชุมนุมของท่านเหล่านั้น ก็ควรเปิดใจรับฟังความเห็นของท่านบ้าง

ไม่ควรด่วนตัดสินอย่างหมิ่นแคลน เพราะนอกจากจะทำให้การปรองดองเป็นไปไม่ได้แล้ว ความแตกแยกยิ่งจะขยายกว้าง และร้าวลึกถึงจิตวิญญาณ!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Jun 14, 2010 9:51 am

วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7137 ข่าวสดรายวัน

พระถูกมัดไพล่หลัง เปิดตัวแฉ วันสลายม็อบโหด


อยู่ที่ศาลาแดง เห็นม็อบถูกยิง นั่งทำภาวนาสู้ จนถูกทหารจับ ด่าซำ"นปช.จ้าง"





มัดพระ- พระศรีอริยวิโส จากธรรมสถานสวนศรีอาริยะธรรม จ.ขอนแก่น เล่าเหตุการณ์ที่ตัวเอง ถูกทหารจับมัดมือไพล่หลังเมื่อ 19 พ.ค. ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม ในงานชุมนุมเสื้อแดงที่วัดราชาธิวาส เมื่อ 13 มิ.ย.

คนเสื้อแดงกว่าห้าร้อยนัดเจอที่วัดราชาธิวาส ร่วมทำบุญอุทิศให้ผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมพร้อมฟังบรรยายธรรม ไฮไลต์มีพระที่ถูกจับในวันสลายการชุมนุมมาเปิดใจ พระศรีอริยวิโสเผยเหตุการณ์ตั้งแต่เช้าช่วงทหารเข้าสลายจนถึงจับกุม โดนทหารขู่และด่าตลอดว่ารับเงินมาชุมนุม ลั่นแม้จะถูกพระผู้ใหญ่มาทำพิธีสึกแต่ไม่มีพระรูปใดเปล่งวาจาสึก เพราะเชื่อว่าไม่ได้ทำผิด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่ห้องประชุมศาลาพิพิธภัณฑ์พระราชานุสรณ์ ร.4 ในวัดราชาธิวาส ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสตร์แห่งชาติ ร่วมกับสถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติเอฟเอ็ม 104.25 จัดงานบรรยายธรรมในหัวข้อเรื่อง "บทบาทพระไทยในยุคโลกาภิวัตน์" โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดงระดับแม่ยกและแฟนพันธุ์แท้ เดินทางมาร่วมงานกันจนเต็มห้องประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานจัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตในเหตุชุมนุม และร่วมทอดผ้าป่า โดยผู้ที่มาร่วมงานต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการเมืองในกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย ท่ามกลางการจับตาอย่างใกลชิดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองความมั่นคงของทหาร

พล.ต.ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ถือเป็นการจัดงานปกติของทางศูนย์ที่มีขึ้นทุกเดือน ไม่ใช่เป็นการจัดเพื่อคนเสื้อแดง แต่กลุ่มคนเสื้อแดงคงชวนกันมาร่วมรับฟัง ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องเสรีภาพของคนในระบอบประชาธิปไตย ที่มีสิทธิ์ไปไหนก็ได้ โดยเฉพาะการเข้าวัด ที่แม้แต่สุนัขคนยังเอามาปล่อยได้ แล้วทำไมคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะเข้ามาร่วมรับฟังการบรรยายไม่ได้ ทั้งนี้ การอภิปรายในวันนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการเมืองด้วย

สำหรับการบรรยายธรรมในหัวข้อเรื่อง "บท บาทพระไทยในยุคโลกาภิวัตน์" พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นพิธีกรและกล่าวนำถึงเหตุที่พระต้องมาร่วมในการชุมนุม ว่า ประ เทศชาติมีความคิดแตกแยกรุนแรงในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง เพราะเห็นว่าชาวบ้านที่อยู่ในละแวกเดินทางมาต่อสู้เรียกร้อง พระในต่างจังหวัดจำนวนหนึ่งจึงต้องเดินทางมาด้วยเพื่อดูแลชาวบ้าน เพราะเมื่อชาวบ้านเดือดร้อนพระจะอยู่เฉยได้อย่างไร แต่รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงกลับออกมาพูดว่า พระกลุ่มนี้ไม่ใช่พระ ส่วนตัวมองว่าพระสงฆ์ที่มาร่วมกับคนเสื้อแดงถูกกล่าวหาว่าไม่ใช่พระ เป็นพวกไม่หวังดีกับชาติ หรืออนาคตอาจเป็นผู้ไม่จงรักภักดี แต่พระสงฆ์ที่สนับสนุนรัฐบาลนั้นกลับได้รับการส่งเสริมให้ออกรายการโทรทัศน์อยู่เสมอ โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่ถูกจับกุมโดยทหาร และมีภาพปรากฏไปทั่วโลกนั้น ทางพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคมได้ทราบเรื่องแล้ว รู้สึกไม่สบายใจมาก เพราะในประวัติศาสตร์มีเพียงพระพิมลธรรม วัดมหาธาตุ เพียงรูปเดียวที่ถูกข้อกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และมาจนถึงยุคนี้ก็มีพระถูกจับและกล่าวหาว่าก่อความไม่สงบด้วย

เผาอ้วน - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ใส่เสื้อแดงไปร่วมงานฌาปนกิจศพ "อ้วน บัวใหญ่" แกนนำนปช.โคราชที่ถูกยิงตาย ที่เมรุวัดบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา มีนปช.จากทั่วอีสานร่วมงานถึง 3 พันคน เมื่อ 13 มิ.ย.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไฮไลต์ของการจัดงานนี้ คือการนำพระสงฆ์ที่อยู่ในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง 4 รูป มาร่วมเล่าถึงเหตุการณ์

พระศรีอริยวิโส จากธรรมสถานสวนศรีอาริยธรรม ตำบลวังเพิ่ม อำเภอสีชมพู จังหวัดขอน แก่น หนึ่งในพระ 4 รูปที่ถูกทหารจับกุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ได้เล่าเหตุการณ์วันที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. อาตมาพร้อมพระรูปอื่นๆ ได้ไปอยู่ประจำบริเวณสวน ลุมพินีประตู 5 โดยในวันนั้นช่วงเช้ามีรถหุ้มเกราะของทหารเริ่มเข้ามาประชิดบริเวณด่านแยกศาลาแดง โดยอาตมาได้บอกให้พระสงฆ์ทั้งหมดวันนี้ไม่ต้องฉันอาหารเพล แต่ให้เอามาม่าและน้ำใส่ย่ามเอาไว้ เพราะเชื่อว่าในวันนั้นจะต้องมีการล้อมปราบกลุ่มผู้ชุมนุมแน่นอน

พระศรีอริยวิโสกล่าวอีกว่า หลังจากที่เตรียมตัวเสร็จพระสงฆ์รูปอื่นๆ ได้พากันถอยออกจากแยกไปอยู่พื้นที่ชั้นใน ส่วนอาตมาได้เดินย้อนสวนออกไปทางตึก สก.หน้าร.พ.จุฬาฯ บริเวณหน้าด่านและยังทราบอีกว่าการล้อมปราบวันนั้นจะล้อมปราบแบบวิธีกองโจร หากเจอผู้ชุมนุมก็จะยิงทิ้งทันที ซึ่งขณะนั้นอาตมาก็ได้เดินไปหลบบริเวณใต้ตอม่อสะพานไทยเบลเยียมบริเวณแยกศาลาแดง หลังจากนั้นไม่นานทหารเริ่มรุกคืบไปประชิดกับด่านพร้อมกับเริ่มยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมและการ์ดก่อนจะบุกเข้าไปในพื้นที่สวนลุมพินี ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมวิ่งหลบหนีคนละทิศละทาง มีการ์ดและพระสงฆ์ถูกยิงและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายรายแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ ขณะที่ทหารบุกได้มีการเผายางเป็นจุดๆ เพื่อชะลอการบุกของทหาร

พระศรีอริยวิโสกล่าวต่อว่า ช่วงที่ทหารยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมพบว่ามีผู้เสียชีวิต และมีพระจำนวนหนึ่งพยายามเข้าไปช่วยนำศพและคนเจ็บใส่เสื่อช่วยกันลากออกมาอย่างทุลักทุเล แต่ก็ช่วยได้ไม่มาก ก่อนที่จะพากันร่นถอยออกมายังแยกสารสิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะมีเต็นท์กาชาดปักหลักอยู่ด้วย แต่เมื่อไปถึงไม่พบกลุ่มญาติโยมเสื้อแดงอยู่บริเวณดังกล่าวแล้ว ทราบว่าพากันหลบหนีไปแล้วเนื่องจากทหารยิงปืนไล่ อาตมาจึงตัดสินใจนั่งทำจิตภาวนา โดยนำชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพราะอยากทราบว่าเขาจะฆ่าพระหรือไม่ ซึ่งเป็นการพลิกแผนสู้ในอีกรูปแบบหนึ่งของอาตมา

พระศรีอริยวิโสกล่าวต่อว่า ในขณะนั้นอาตมาได้ยินเสียงทหารบุกเข้ามาถึงเต็นท์ที่อาตมาอยู่ ซึ่งทหารตะโกนว่าให้ยอมจำนนและจะพากลับบ้านอย่างปลอดภัย ก่อนที่ทหารจะบุกเข้ามาควบคุมตัวอาตมาในเต็นท์ เมื่อทหารเข้ามาถึงตัวก็ได้จับกุมควบคุมตัวอาตมาพร้อมพระรูปอื่นจำนวน 4 รูป ซึ่งช่วงที่ทหารบุกเข้ามาพบว่ามีกลุ่มผู้สื่อข่าวต่างประเทศติดตามทหารเข้ามาด้วยประมาณ 10 คน โดยได้สอบถามอาตมาถึงเหตุผลในการเข้ามาร่วมการชุมนุมกับ นปช. หลังจากสัม ภาษณ์เสร็จทหารได้ไล่ผู้สื่อข่าวออกทันที ก่อนที่จะนำพวกอาตมาไปควบคุมตัวในซอกตึกบริเวณแยกสารสิน เมื่ออาตมาเดินไปถึงบริเวณดังกล่าวพบผู้ชุมนุมที่ถูกจับมาไว้บริเวณนี้ไม่ต่ำกว่า 20 คน โดยทุกคนถูกปิดตาและพันธนาการมือทั้งสองข้างด้วยสายพลาสติกรัดสายไฟไว้ด้านหลัง ซึ่งทำให้ไม่สามารถหลบหนีได้

"หลังจากที่ทหารไล่นักข่าวไปหมดแล้วก็ได้แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและเป็นกุ๊ยทันที โดยด่าทอพระที่ถูกจับกุมว่ารับเงินรับทองมาร่วมชุมนุมพร้อมทั้งขู่ต่างๆ นานา ว่าจะยิงให้ตาย โดยอาตมาก็ได้ขอร้องว่า อย่าทำเช่นนั้นเลย เพราะมันจะทำลายเกียรติภูมิของชาติไทยและกลุ่มของพวกท่านเอง" พระศรีอริยวิโสกล่าว

พระศรีอริยวิโสกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นไม่นานช่วงที่ทหารยังควบคุมตัวอาตมาพร้อมผู้ชุมนุมอื่นในบริเวณจุดดังกล่าว ได้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นว่ามีระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตกอยู่บริเวณหน้าตึก และมีทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาข้างในและพูดกับเพื่อนทหารด้วยกันว่า "รอดอยู่คนเดียว นอกนั้นถูกระเบิดไส้แตก" ยิ่งทำให้ทหารมีความโกรธแค้นกลุ่มคนเสื้อแดงมากยิ่งขึ้น โดยกระชากแขนอาตมาและบอกว่า "แน่นักหรือ ออกไปกับกู เพราะเขาคงไม่ยิงพวกมึง" ซึ่งอาตมาคิดว่าเป็นคำพูดที่หยาบคายมากที่พูดกับพระอย่างนี้ และอาตมาได้เถียงกับทหารอยู่พักหนึ่ง ยิ่งทำให้ทหารโมโหและจับมัดอาตมาจนแน่นเป็นแผล โดยมัดอาตมาตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. กว่าจะแก้มัดก็เวลาประมาณ 20.00 น. จากนั้นก็ได้พาไปที่สวนลุมพินี ซึ่งขณะนั้นอาตมาปวดปัสสาวะขอให้แก้มัดก็ยังไม่ยอม จึงต้องเข้าห้องน้ำพร้อมกับมือที่โดนมัดไว้อย่างนั้น จากนั้นทหารได้นำตัวขึ้นรถและพาไปส่งที่ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อไปถึงอาตมาได้พบกับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. โดย พล.ต.ต.อำนวยได้ออกคำสั่งให้นำตัวพระทั้ง 4 รูปสึกในวันนี้ โดยให้เหตุผลว่า พระสงฆ์ที่ถูกจับกระทำผิดกฎหมายตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

พระศรีอริยวิโสกล่าวว่า ช่วงที่นำพระผู้ใหญ่มาสึกพระสงฆ์ทั้ง 4 รูป ที่ถูกจับที่ค่ายนเรศวรไม่มีพระรูปใดเปล่งวาจาสึก เพราะคิดว่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองอะไร ที่มาชุมนุมเพื่อต้องการไม่ให้ใครมาฆ่าคนที่บริสุทธิ์ หลังจากที่อยู่ที่ค่ายนเรศวรครบ 48 ชั่วโมง ก็ถูกส่งฟ้องศาล โดยที่ค่ายคุมขังแห่งนี้อยู่ที่เดียวกับบรรดาแกนนำ นปช. ส่งฟ้องศาลทั้งหมดรวม 18 คน ก่อนจะนำตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ รวมกับผู้ชุมนุมอื่นอีก 70 คน โดยทั้งหมดถูกส่งไปรวมตัวกันในห้องขนาด 40 ตารางเมตร จนเวลานอนต้องใช้วิธีนอนตะแคง หลังจากอาตมาอยู่ที่นั่นหนึ่งคืนทางเรือนจำได้กระจายผู้ถูกจับกุมไปที่เรือนจำต่างๆ ซึ่งอาตมาได้ถูกส่งไปอยู่ที่เรือนจำคลองเปรม จนได้รับการประกันตัวในวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งบอกได้เลยว่า ช่วงที่ถูกนำตัวส่งที่คุกนั้นคือ "นรกชัดๆ"

หน้า 1

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหาร กับ ปฏิบัติการต่อพระสงฆ์

ตั้งหัวข้อ  Neo on Sat Jun 19, 2010 11:32 am

วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7142 ข่าวสดรายวัน

พระ ก็ไม่เว้น

คอลัมน์ เหล็กใน

ภาพพระสงฆ์ถูก ทหารจับถอดจีวร ผ้าอังสะ มัดมือไพล่หลังกับเก้าอี้ หรือถูกจับมัดมือนอนกับพื้น ระหว่างทหารบุกสายม็อบราชประสงค์

สร้าง ความสะเทือนใจพุทธศาสนิกชน

ท่านเหล่านั้น บางรูปถูกบีบบังคับให้สึก จับไปคุมขังตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะเหตุการณ์เผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี มีพระสงฆ์อย่างน้อย 4 รูป ถูกจับกุมนำไปบังคับสึก ส่งเข้ากักขังในเรือนจำ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ซึ่งมักประกาศตัวว่าเป็นลูกศิษย์สำนักสวนโมกข์ เยาะเย้ยถากถางว่าท่านเหล่านั้น ไม่ใช่พระ เป็นแค่คนห่มเหลืองเท่านั้น

เมื่อ ทำผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดี

ก่อนหน้านี้ นายสุเทพเคยปฏิเสธว่าไม่เคยขึ้นบัญชีดำพระเถระผู้ใหญ่ ในข้อหาหนุนเสื้อแดง

แต่ การส่งทหารเข้าไปตรวจค้นทุกซอกมุมวัดปทุมวนาราม รวมถึงกุฏิเจ้าอาวาส แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้หวาดระแวงพระ

เล่ากันว่าก่อนหน้าที่จะบุก สลายการชุมนุมราชประสงค์นั้น ก็มีคนในศอฉ.ไปบีบบังคับพระ-เณรให้ออกจากวัดไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว

แต่ เจ้าอาวาสไม่ยินยอม เพราะเห็นว่าพระไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย

วัน ก่อน กลุ่มพิทักษ์พุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จัดบรรยายที่วัดราชาธิวาส

นิมนต์ พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไปกล่าวนำ

ท่านบอกสาเหตุที่พระสงฆ์ร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง เนื่องจากเห็นว่าชาวบ้านซึ่งเป็นญาติโยมคนต่างจังหวัดด้วยกันมาชุมนุมเรียก ร้อง จึงต้องเดินทางมาดูแล ให้ความร่มเย็นทางด้านจิตใจ

เมื่อชาวบ้าน เดือดร้อน พระจะอยู่เฉยได้อย่างไร

แต่ก็ถูกกล่าวหาว่าไม่ใช่พระ เป็นพวกไม่หวังดีต่อชาติ ไม่จงรักภักดี

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวพระภิกษุที่ถูกจับมัดมือไพล่หลังกับเก้าอี้ นั่นคือพระศรีอริยะวังโส แห่งสำนักปฏิบัติธรรมใน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

พระ คุณเจ้าเล่าตั้งแต่นาทีที่ทหารบุกเข้ามา ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม จับกุมตัว จนถึงตอนที่ท่านถูกจับและนำไปคุมขังที่ค่ายนเรศวร และเรือนจำคลองเปรม

ข้อมูล ข้อเท็จจริง จากปากคำของพระคุณเจ้ารูปนี้ หนังสือพิมพ์ข่าวสดลงตีพิมพ์อย่างละเอียด เมื่อฉบับวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา

หลังจากวัดราชาธิวาส ให้พื้นที่จัดงานดังกล่าว

พระ ธีรวิทย์ ฉันทวิชโช ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ เปิดเผยว่า หลังจากจบงาน ก็มีเจ้าหน้าที่ศอฉ.เข้ามาพบและสอบถามจากพระธรรมกวี เจ้าอาวาสทันที

ขนาดพระสงฆ์องค์เจ้า ก็ยังไม่เว้น

แล้วชาวบ้านที่เคยร่วมชุมนุมจะโดนขนาดไหน?

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ