ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue May 25, 2010 5:46 pm

(25พ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 611 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลมีคำสั่งอนุมัติหมายจับ ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องที่ จ.781/2553 ขอหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของดีเอสไอ ผู้ร้องซึ่งประกอบด้วยพยานบุคคล 3 ปาก คือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพยานเอกสาร รวมทั้งพยานวัตถุแล้วเห็นว่า กรณีมีหลักฐานตามสมควรว่า ผู้ต้องหา น่าจะได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 , 135/2 และ 135/3 ประกอบมาตรา 83 , 84 , 85 และ 86 จึงให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องหาตามขอ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue May 25, 2010 5:50 pm

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 25 พ.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ถึงการดำเนินการติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับข้อหาก่อการร้าย ว่า ตนคิดว่าจะทำให้การทำงานกับต่างประเทศมีอุปสรรคน้อยลง และชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามที่ต่างประเทศเวลาที่มีความผิดซึ่งอาจจะไม่ตรงกับกฎหมายภายในของเขา ซึ่งเดิมความผิดจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งกฎหมายอาจจะไม่ตรงกันก็อาจจะทำความเข้าใจกันค่อนข้างยาก

“แต่ความผิดในฐานก่อการร้ายคิดว่ามีความชัดเจนในตัวของมันเอง แล้วก็เป็นเรื่องที่ทางสากลให้ความสำคัญ ซึ่งจากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของหลายฝ่ายที่จะต้องดำเนินการทั้งอัยการ ทั้งตำรวจและกระทรวงการต่างประเทศ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

*************************************************

มอนเตเนโกรไม่มีนโยบายส่งตัวพลเมืองของตนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนให้ประเทศอื่น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue May 25, 2010 11:02 pm

hacksecret พิมพ์ว่า:แถลงการณ์แดงสยาม ฉบับที่ ๔ : เรื่อง ย่างก้าวของขบวนประชาธิปไตย

แดงสยามได้ติดตามสถานการณ์การเมืองในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ซึ่งลงท้ายด้วยการปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยกำลังทหารและกระบวนการทางกฎหมาย
ได้ติดตามการประกาศยุติการชุมนุมเพื่อสงวนชีวิตมวลชน เมื่อวันพุธที่ ๑๙ พฤษภาคม
และได้รับรู้ถึงความคับแค้นใจของมวลชนต่อการกระทำของระบอบอำมาตยาธิปไตย
และเผด็จการโบราณที่ติดตามมาหลังจากนั้น เราจึงขอแสดงจุดยืนดังนี้

๑. แดงสยามของคารวะต่อจิตใจต่อสู้ของมวลชนทั่วประเทศและในต่างประเทศ
ที่ได้แสดงออกโดยตลอดมา อย่างผู้มีจิตใจสูงและมีทัศนะการเมืองที่ก้าวหน้า พร้อมที่จะก้าวข้าม
อุปสรรคเฉพาะหน้าไปสู่เป้าหมายหลัก คือประชาธิปไตยที่แท้จริงในอนาคต เราขอยืนยันว่า
การเสียสละของมวลชนทุกผู้ทุกนามในครั้งนี้ ไม่สูญเปล่า แต่กลับต่อยอด
การจัดตั้งประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจนพ้นระดับปฏิรูป

๒. แดงสยามขอแสดงความชื่นชมต่อแกนนำผู้ที่ได้ตัดสินใจสงวนชีวิตมวลชนไว
้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อการต่อสู้ในอนาคต
และขอประกาศว่าแกนนำทุกท่านมีส่วนร่วมในการเตรียมมวลชนครั้งสำคัญในครั้งนี้
ไม่ว่าเราจะเห็นสอดคล้องหรือแตกต่างอย่างไรในวิธีการ

๓. แดงสยามขอประกาศการสิ้นสุดลงของแนวทางปฏิรูปเพื่อประชาธิปไตย
และเริ่มการปฏิวัติเพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริงขึ้นในประเทศไทย ณ บัดนี้


แถลงไว้ ณ วันพุธที่ ๑๙ พฤษภาคม
พ.ศ.๒๕๕๓

-------------------------------------------------------------------------

The Announcement of Dang Sayam (Red Siam) No. 4
“Our Path Towards True Democracy”


Dang Sayam has been following the situation during the months of April
and May of 2010, which ended in a brutal government suppression on
all democracy advocates with the military forces and “the legal system”.
We have followed the announcement to end a rally for democracy at
Rajprasong on May 19 to save lives. And we have been witnessing
the people’ discontent over Thailand’s aristocracy and its ancient regime.
Here are our stance:

1. We commend all individuals who gathered together for democracy,
both in Thailand and overseas, in expressing the true courage and
progressive political thoughts all along these years of uprising.
They are clearly ready to overcome any immediate obstacles in order to
achieve true democracy in the near future. We wish to insist that their
devotion does not end in vain, but become a major continuation of
the next stages.

2. We admire all UDD leaders in doing their very best to save precious lives
of the people. Their contribution to our course is duly noted,
despite a few differences in ways and means at times.

3. We declare that any attempt of “democratic reform” has now ended.
From today, we begin the journey of democratic revolution of Thailand
until we achieve one. This is announced on Wednesday, May 19 of 2010.

นี่คือการสังหารหมู่



ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
19 พฤษภาคม 2553




อำมาตย์ทมิฬ-กองกำลังทหารกระชากจีวรออกพระภิกษุรูปหนึ่ง(AP)ทิ้งกองไว้บนพื้น
แล้วใช้เชือกมัดมือไพล่หลัง โดยเข้าจับกุมพระที่เข้าสนับสนุนการชุมนุมคนเสื้อแดง(ภาพ:AP)

สำนักข่าวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 53 ได้ลงบทความแสดงความคิดเห็นของ
นายโนแอม ชอมสกี (Mr.Noam Chomsky) ศาสตราจารย์เกียรติคุณประจำคณะภาษาศาสตร์และ
ปรัชญา สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อการสลายการชุมนุม
ของกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. เป็นต้นมา ภายใต้หัวข้อ “นี่คือการสังหารหมู่
มีรายละเอียดดังนี้

ครั้งหนึ่งโนแอม ชอมสกี แสดงทรรศนะว่า เมื่อตอนที่สหภาพโซเวียตส่งทหารเข้าไป
ยังอัฟกานิสถาน ผู้ประกาศของสถานีวิทยุของโซเวียต
ก็ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า
การกระทำเช่นนี้เป็นการบุกรุก แน่นอนว่า การที่ชอมสกีกล้าหาญแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้ออกไป
แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมา คือการที่ทางการโซเวียตส่งตัวเข้าไปกักกันในโรงพยาบาลจิตเวช ชอมสกีแย้งว่า
แม้ว่าประชาชนสหภาพโซเวียตรู้ดีว่า เหตุการณ์แบบไหนที่เรียกกว่าการบุกรุก แต่ก็เสี่ยงกับการที่จะแสดง
ความคิดความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกไปยังสาธารณชนในทางตรงข้าม ในยุคทศวรรษที่ 1960
ไม่มีสื่อกระแสหลักของสหรัฐสื่อใดตั้งข้อสังเกตว่า การที่สหรัฐกรีฑาทัพเข้าไป
ในเวียดนามเป็นสิ่งที่เรียกว่า “การบุกรุก” คำนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย
ตามหน้าสื่อสหรัฐ แม้ว่าคำไม่พึงประสงค์เช่นนี้ จะก่อให้เกิดการเสียชีวิตของ
ชาวเวียดนามราว 2-3 ล้านคน เช่นเดียวกับทหารสหรัฐที่ตายในการต่อสู้
อีกกว่า 50,000 คน
แต่กระนั้นก็ไม่อาจใช้คำว่าบุกรุกหรือรุกรานได้ นอกเสียจากการเรียก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเวียดนามเหนือในครั้งนั้นว่า “การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
ความล้มเหลวที่จะแสดงความกล้าหาญที่กล่าวมาตอนต้นขณะนี้กำลังเกิดขึ้นกับสังคมไทย
ที่ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์สังหารนักศึกษาที่ออกมาประท้วงในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 1976
อย่างน้อย 40 คน เช่นเดียวกับเหตุการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตยในเดือนพฤษภาคม 1992

ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ผู้นำลงจากอำนาจ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเช่นเดียวกัน และตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน
ที่ผ่านมามีผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ หรือถ้ามีอาวุธก็เป็นเพียงหนังสติ๊ก ถูกสังหารไปแล้วกว่า 50 คน
มีผู้สื่อข่าวต่างชาติมากมายที่เป็นสักขีพยานในการเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธถูกสังหารโดย
กองทัพในวันที่ 10 เมษายน และ 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ถูกประกาศโดย
รัฐบาลว่าเป็นพื้นที่ที่ใช้กระสุนจริง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีชายชุดดำออกมาต่อสู้กับกองทัพ
เมื่อวันที่ 10 เมษายน จนส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต 5 นาย
เช่นเดียวกับการบาดเจ็บของทหาร
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ต่กระนั้นก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้ชุมนุมประท้วง
ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ติดอาวุธหรือไม่นิยมความรุนแรง แต่กลับต้อง
ถูกโจมตีด้วยกระสุนจริงทั้งจากกองทัพและตำรวจ
ทั้งนี้ หากเสื้อแดงติดอาวุธและ
เป็นพวกหัวรุนแรงจริง เหตุการณ์เช่นนี้ คงไม่ออกมาอย่างที่เห็น กล่าวคือจากการปะทะ 2 วัน
ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนจำนวน 29 คน ขณะที่ไม่มีทหารหรือตำรวจที่เสียชีวิตเลย
จากจุดนี้จึงแสดงให้เห็นว่า มีการใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุมไปอย่างกว้างขวางโดยกองกำลัง
รักษาความปลอดภัยของรัฐบาล แน่นอนว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตคงไม่หยุดเท่านี้แน่ เพราะการสร้าง
สถานการณ์ของรัฐบาลได้เปิดประตูกว้างให้เกิดความรุนแรงขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย
นิยามของคำว่า “สังหารหมู่” คือการกระทำหรือเข่นฆ่ามนุษย์จำนวนมาก
ที่มีความคิดเห็นแตกต่างด้วยความโหดร้าย ดังนั้น จึงแน่ชัดว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นบนท้องถนน กทม. จึงนิยามได้ว่าเป็นการสังหารหมู่
และไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนเสื้อแดง
โดยทหารและตำรวจ ขณะนี้บางทีตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจมากกว่าเหตุการณ์
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยทหาร ตลอดช่วงเวลา 50 ปีผ่านมา

และยิ่งรัฐบาลไทยสัญญาว่าจะพยายามนำความสงบสุข
มามอบคืนให้กับคนไทยโดยเร็ว ก็ยิ่งเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้
เกิดการสังหารหมู่อย่างช้าๆมากยิ่งขึ้น


หากนี่ไม่ใช่การสังหารหมู่แล้วเมื่อไรถึงจะเป็น จะให้มีผู้เสียชีวิต 80 คนก่อน หรือมีผู้เสียชีวิต
แตะหลัก 100 คนก่อนจึงจะเรียกว่าการสังหารหมู่ ซึ่งการสังหารหมู่ในครั้งนี้มีความแตกต่าง
จากเหตุการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นในไทยเมื่อหลายๆครั้งที่ผ่านมาหลายประการ

ข้อแรก หลายๆประเทศลังเลที่จะประณามการกระทำของรัฐบาลไทย ขณะที่องค์กรทางสิทธิมนุษยชน
ได้เรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายยุติความรุนแรงและหันหน้ามาเจรจากันอีกครั้ง แตกต่างจากเหตุการณ์
ในปี 1976 และ 1992 ที่การเสียชีวิตของผู้ประชุมนุม ซึ่งเป็นนักศึกษาและชาวบ้าน ได้รับการประท้วง
และประณามทั้งจากคนในประเทศและต่างประเทศ แต่นั่นไม่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้
มีแต่เสียงแสดงความชื่นชมและดีใจที่ทางกองทัพพยายามผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านจากต่างจังหวัด ออกไปจากท้องถนนใน กทม.
ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใดๆ ก็ตาม
โดยไม่คำนึงถึงว่ากลุ่มคนที่ถูกฆ่านั้น
เป็นคนไทยด้วยกันที่มีความเห็นแตกต่าง
หากคนๆหนึ่ง เชื่อสิ่งที่รัฐบาลไทยทำอยู่ว่า
เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า สังหารหมู่อยู่ดี

ต่อให้คนๆหนึ่งพยายามทำให้ตัวเองสบายใจด้วยการบอกกับตัวเองว่า
คนเหล่านั้นได้รับการเตือนจากทางรัฐบาลแล้วให้ออกมาจากพื้นที่ชุมนุมเพื่อ
หลีกเลี่ยงความรุนแรง หรือหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อจากแดงฆ่าแดงด้วยกัน
หรือเข้าใจว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ก่อการร้าย เข้าใจและยอมรับมัน นั่นก็จะนำไปสู่
การสังหารหมู่อย่างต่อเนื่องต่อไป สำหรับใครที่ไม่ยอมรับสิ่งเหล่านี้

โดยเฉพาะกับโอกาสที่ผู้บริสุทธิ์จะพลอยติดร่างแหไปด้วย ก็ได้เวลาแล้วที่จะแสดงจิตสำนึกและ
ความรับผิดชอบทางจริยธรรมออกมา ได้เวลาแล้วที่จะพุ่งเป้าไปที่ความรับผิดชอบของ
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าจะมาจากความตั้งใจหรือไม่มีการเตรียมการที่ดีพอจนทำให้รัฐบาล
ตัดสินใจสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2010 ทั้งนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่
นายอภิสิทธิ์จะต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในแง่ของ
ความสำนึกและกฎหมาย คนที่ตายเหล่านี้ ควรมีโอกาสขึ้นศาลเพื่อ
พิสูจน์ความบริสุทธิ์กับคนที่สั่งฆ่าเขา
หากรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่สามารถหาใครมารับผิดชอบกับ
การตายที่เกิดขึ้นได้ก็ควรจะลาออกจากตำแหน่งเสีย เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา
รับผิดชอบแทน การเสียชีวิตของผู้ชุมนุมในเวลากลางคืนช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาไม่ว่าจะด้วยวิธีใด
หรือสาเหตุใดก็ตาม ถูกหยิบยกให้เป็นหลักฐานที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือ “ผู้ก่อการร้าย
และรัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะสังหารกลุ่มคนเหล่านี้ และยิ่งมีคำกล่าวอ้างที่ว่ามี
กลุ่มผู้ก่อการร้าย 500 คนแอบแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ก็ยิ่งสร้าง
ความชอบธรรมเข้าไปใหญ
่ อย่างที่ผู้นำการชุมนุมครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า
การที่รัฐบาลพูดออกมาเช่นนี้เท่ากับเป็นการประกันว่า ผู้ชุมนุมมีสิทธิถูกฆ่า
ถึง 500 คน ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นผู้บริสุทธิ์หรือผู้ก่อการร้ายก็ตาม

ดังนั้น สำหรับรัฐบาลที่กระหายที่จะยอมรับการสังหารหมู่เช่นนี้ จึงควรเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้รับ
การยอมรับจากสังคมประชาธิปไตยและสังคมที่มีเกียรติแต่อย่างใด

เบื้องหลังของทั้งสองฝั่งในไทย
คนบงการก็กลุ่มเดิมๆ คือถูกสนับสนุนจาก CIA
แค่เปลี่ยนชื่อตัวศัตรูจาก คอมมิวนิสต์
มาเป็น กลุ่มก่อการร้าย เท่านั้นเอง

NEVER ENDING STORY


"โฮเต็ล รวันดา"โศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

Creating a Hutu identity
In 1957, the Hutu catechist Gregoire Kayibanda, under the ideological patronage of
J.P. Harroy, the Belgian Governor of Rwanda and Mgr. Perraudin,

head of the Roman Catholic Church in Rwanda, publishes the 'Hutu Manifesto'
demanding the political authority be granted to the Hutu majority.


False History, Real Genocide: The Use and Abuse of Identity in Rwanda

http://humanrights.change.org/blog/view/false_history_real_genocide_the_use_and_abuse_of_identity_in_rwanda

April 06, 2009 05:53 PM (PT)
Topics: Genocide

เขมรเตือนทูตานุทูตหยุดแทรกแซง บอกไม่ใช่ "สาธารณรัฐกล้วยหอม"

http://twitter.com/thaksinlive


Thaksinlive

  1. ผมไม่เคยคิดร้ายกับใครถึงแม้จะโดนกระหน่ำขนาดนี้ เพียงสงสารคนท่ีถูกแย่งโอกาสถูกเอาเปรียบ
    และอยากเห็นประเทศและคนไทยอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีเท่านั้น
    vor ungefähr 7 Stunden
    via web
  2. ยอมเห็นประเทศแย่คนในชาติลำบากมีทุกข์สังคมขัดแย้งกฎหมายและองค์กรยุติธรรมถูกใช้เยี่ยงประเทศเผด็จการไร้หลักนิติธรรมเมตตาธรรมเพียงเพื่อขจัดระแวง
    vor ungefähr 7 Stunden
    via web
  3. "ลุงมีระลึกชาติ"คงจะเห็นเหมือนผมไม่ยอมเห็นประเทศไทยเป็นเสมือนbanana
    republic
    ที่คนเดียวกดปุ่มไปทุกระบบจนหมดสิ้นความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือ
    vor ungefähr 7 Stunden
    via web
  4. ขอขอบคุณกำลังใจทุกกำลังใจ
    ขอขอบคุณนักสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกท่านผมไม่มีท้อไม่มีถอยเราจะต่อสู้ต่อไปเพื่ออนาคตลูกหลานไทยจะได้มีสังคมท่ีเป็นธรรม
    vor ungefähr 7 Stunden
    via web
  5. อย่าเที่ยวไปบอกชาวโลกเขานะว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยอายเขาคนกินข้าวกินขนมปังไม่ได้กินแกลบเอารถถังปราบประชาชนผู้เรียกร้องตายเป็นร้อยเจ็บเป็นพัน
    vor ungefähr 7 Stunden
    via web
  6. เป็นนายกฯมาจากการเลือกตั้งชนะถล่มทะลาย2ครั้งซ้อนถูกปฏิวัติยัดข้อหาถูกปล้นทรัพย์ต่อสู้หาความยุติธรรมโดยสันติกลับถูกยัดเยียดเป็นผู้ก่อการร้าย
    vor ungefähr 7 Stunden
    via web
  7. ผมถูกใส่ความเป็นผู้ก่อการร้ายโดยใช้หลักฐานเท็จ
    เหมือน6ตุลา19ทุกประการใช้สื่อโจมตีหาล้มสถาบันเป็นcommunistแต่เรียกใหม่เป็นterroristยัดอาวุธ
    vor ungefähr 7 Stunden
    via web
  8. ผมอยากถามลุงบุญมีว่าประเทศไทบจะจบอย่างไรเพราะปากปรองดองแต่ใจอำมหิตย์เข่นฆ่าทุกรูปแแบบที่สำคัญดันไม่มีทั้งศีลธรรมและหลักนิติธรรมมีแต่เผด็จการ
    vor ungefähr 8 Stunden
    via web
  9. ผมขอแสดงความยินดีกับคุณอภิชาติฯผู้กำกับหนังไทยเรื่อง"ลุงบุญมีระลึกชาติ"ที่ชนะเลิศการประกวดภาพยนตร์นานาชาติท่ีเมืองคานส์นำชื่อเสียงสู่ไทย
    vor ungefähr 8 Stunden
    via web
  10. ได้รับเมล์ท่ีforwardกันมามีคำพูดที่คุณอภิสิทธิ์ว่าคุณสมัครและคุณสมชายในช่วงท่ีมีพันธมิตรมากดดันรัฐบาล
    คุณอภิสิทธิ์ได้ทำทุกเรื่องท่ีว่าเขาไว้
    vor ungefähr 22 Stunden
    via web
  11. ประชาชนมาเรียกร้องขอหีบบัตรเลือกตั้งเพื่อได้รัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่ใช่ทหารยัดเยียดให้แต่กลับได้ หีบศพ
    และความบาดเจ็บตลอดจนคดีติดตัวกลับไป
    vor ungefähr 22 Stunden
    via web
  12. รัฐบาลนี้สามารถพลิกตัวเองจากการเป็นทรราชย์สั่งฆ่าประชาชน
    มาเป็นผู้กล่าวหาผู้เรียกร้องปชต.และความเป็นธรรม ให้เป็นผู้ก่อการร้ายได้สุดยอดจริงๆ
    vor ungefähr 22 Stunden
    via web
  13. พี่น้องชาวเสื้อแดงว่างๆลองไปดูหนังเรื่อง
    Avatarอีกทีมันสะท้อนการต่อสู้ของคนเสื้อแดงกับทหารรัฐบาลมากระหว่างการใช้อาวุธพื้นบ้านกับอาวุธทันสมัย
    1:12 PM May 23rd
    via web
  14. พี่น้องที่เรียกร้องประชาธิปไตยอย่าเพิ่งหมดกำลังใจครับทั่วโลกเขาเห็นใจและเป็นกำลังใจกันมากเขาบอกว่า
    they ask for ballots but they got bullets
    1:07 PM May 23rd
    via web
  15. มีภาพข่าวผมไปเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติท่ีเมืองคานส์จริงครับแต่ไม่ได้ดูหนังเพราะมีหนังที่รัฐบาลกำลังถ่ายทำอยู่เรื่องขี้ฮ๊กตาลาล่ามีปืนหลวงประกอบ
    12:52 PM May 23rd
    via web
  16. ขอบคุณมากสำหรับfollowerทุกท่านที่เข้ามาร่วมในtwitterผมวันนี้มีกว่า100,000คนแล้ว
    ถึงแม้บางท่านจะพยายามเข้ามาเพื่อคอยด่าอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร
    12:29 PM May 23rd
    via web
  17. ขอชื่นชมแกนนำคนเสื้อแดงที่ได้ตัดสินใจรักษาชีวิตพี่น้องเสื้อแดงครับด้วยการยอมมอบตัวกับตำรวจผมขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องท่ีเสียชีวิตและบาดเจ็บ
    12:44 AM May 19th
    via web
  18. เพราะฉะนั้นเลิกวิตกเลิกระแวงเรื่องผมและตัวผมไปเลยมันเลยไปนานแล้ว
    แต่ถ้าเมื่อไรรัฐบาลอยากสร้างความปรองดองของคนในชาติในภาพกว้างผมพร้อมร่วมมือ
    8:32 PM May 18th
    via web
  19. ผมบอกแกนนำเสื้อแดงเสมอว่าในการเจรจากับรัฐบาลให้ตัดสินใจร่วมกัน
    ร่วมกันคิดร่วมกันตัดสินใจไปเลยเพราะไม่มีใครรู้ดีเท่ากับพวกคุณไม่ต้องห่วงผม
    8:28 PM May 18th
    via web
  20. ผมขอให้รัฐบาลได้เข้าใจด้วยว่าการเจรจากับคนเสื้อแดงนั้นมันเกินเรื่องของผมไปนานแล้วขอให้พูดกับแกนนำโดยตรงเลยหยุดป้ายสีผมเถอะ4ปีแล้วยังไม่พออีก
    8:23 PM May 18th
    via web
รู้ว่าอ่านอยู่ ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าข้างใคร
แค่ไม่อยากเห็นฆ่าล้างเผ่าพันธ์กันเองเหมือนเขมร
แล้วอย่าปฏิเสธเลยว่า คุณไม่รู้ไม่เห็นทุกเรื่อง
ช่วยแฉเครือข่ายองค์กรที่อยู่เบื้องหลังคุณบ้าง
ก็น่าจะดี ถ้าไม่กลัวตาย 555


ฝากบอก ฮุนเซน ด้วยว่าหุบๆ ปากแบบนี้น่ะดีแล้ว

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 28, 2010 2:52 am

ต่อมาวันที่ 9 กันยายน 2549 นายกทักษิณเดินทางโดยเครื่องบินพิเศษไทยคู่ฟ้า
เดินทางเยือนประเทศ ฟินแลนด์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อ
เข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติครั้งที่ 61 ซึ่งจัดขึ้นที่ มหานครนิวยอร์คในวันที่ 12 กันยายน



ตอนนี้นายกทักษิณสามารถนอนหลับอย่างสบายใจในมหานครนิวยอร์คซึ่งเป็นที่
ที่ปลอดภัยผู้นำรัฐบาลและประมุขประเทศต่างๆ กว่า 80 ประเทศมารวมตัวกันเพื่อ
การประชุมสมัชชาสหประชาชาติประจำปีโดยมีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐปฏิบัติงาน
อย่างเต็มที่ มีการวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาตามโรงแรมที่พักของ
คณะผู้แทนจากประเทศต่างๆ ไม่มีการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาล คุณทักษิณจึงแจ่มใสปลอดโปร่ง



Abhisit Vejjajiva,
The Oxford-educated Abhisit began his political career in 1992 when he was
elected as MP for Bangkok. He has been re-elected since then, serving
as government spokesman, Political Affairs Deputy-Secretary to the
Prime Minister when the Democrats controlled the government. He was
elected chairman of the Democrat Party in 2005. Abhisit started his
career in politics in 1992 as a Democrat MP for Bangkok. He was
reelected to the same seat in 1995 and 1996. In the elections of 2001
and 2005, he was returned to parliament as a Party List MP for the
Democrat Party. During his political career, he has served as Democrat
Party spokesman, Government spokesman, Deputy-Secretary to the Prime
Minister for Political Affairs, Chairman of the House Education Affairs
Committee and Minister to the Prime Minister's Office.
Surin Pitsuwan,
Democrat Party deputy chairman Surin Pitsuwan is no stranger to the ASEAN
region. As a long-time MP from Nakhon si Thammarat in southern
Thailand, the Harvard-educated Surin has served as foreign minister
under Democrat Party Prime Minister Chuan Leekpai. He is currently a
member of the Commission on the Social Dimension of Globalization,
a Member of the International Advisory Board of
the Council on Foreign Relations
,
a Member of the International Advisory Board of the International
Crisis Group (ICG) and a Member of the Board of Trustees of the Asia
Foundation. Dr. Pitsuwan studied at Harvard University where he
received a Ph.D. and an M.A. He received his B.A. in Political Science
from Claremont Men's College in California in 1972.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 28, 2010 11:36 am

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm

att พิมพ์ว่า:

http://mr2chang.igetweb.com/index.php?mo=3&art=136739
สงคราม
ประชาชาติ ปิดล้อมจีน
ปรีชา วรเศรษฐสิน
๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๔
.บทความลงเว็บ www.meechaithailand.com
.
.
ปัญหาในเรื่องของประชาชาติ หลังจากจักรวรรดินิยมยุคเก่าออกล่าเมืองขึ้นไปยัง
ภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ได้มีการแบ่งแยกดินแดนตามอำเภอใจ และจงใจที่จะสร้าง
ปัญหาความขัดแย้งทางประชาชาติให้เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยมิได้คำนึงถึง
ชุมชนที่อยู่อาศัยของแต่ละชนชาติอยู่กันอย่างไรในขณะนั้น เพื่อง่ายต่อการปกครอง
อาณานิคม เช่นการแบ่งเขตแดนของประเทศต่างๆ ในทวีปอาฟริกา เหนือ
อาฟริกาใต้
ด้วยการขีดเส้นตรงแบ่งแยกดินแดนให้กับประเทศต่างๆ ซึ่งต่อมาได้เกิดปัญหา
สงครามประชาชาติ ในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก


สถานการณ์โลกปัจจุบัน เมื่อสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเศรษฐกิจของตนสู่สูงสุดของ
ทุนนิยมโลก เนื่องจากตลาดทุนจากทั่วโลกหลั่งไหลสู่ตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา
หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียและขยายตัวออกไปทั่วโลก สต๊อกทุนจำนวนมหาศาล
ในแต่ละประเทศ ไม่สามารถนำไปลงทุนได้ เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวถึงขั้นวิกฤติ
(ความสัมพันธ์ระหว่าง Demand – Supply ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน ขณะที่ Supply เหลือล้น
Demand กลับหายไป ) เม็ดเงินจากสต๊อกทุนทั่วทุกมุมโลกได้ไหลบ่าทะลักสู่ตลาดทุน
ในสหรัฐอเมริกา ปัญหาจากการเติบใหญ่ของทุนในสหรัฐอเมริกา ก็คือการขยายพื้นที่การลงทุน
เพื่อกระจายทุนออกไป ในขอบเขตปริมณฑล ให้กว้างที่สุดเพื่อรองรับการขยายตัวของทุน
ที่นับวันจะเติบใหญ่


ปี พ.ศ.๒๕๔๑ ขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจกำลังเป็นภัยคุกคามประเทศต่างๆจากทั่วโลก
ตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา กลับพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ดัชนีหุ้น Dow Jones พุ่งทะยาน
ทะลุ ๑๐,๐๐๐ จุดเป็นครั้งแรกและสูงสุดกว่า ๑๑,๐๐๐ จุด Nasdaq สูงกว่า ๓,๘๐๐ จุด
สร้างความเลื่อมใสศรัทธางุนงงและไม่เข้าใจต่อ เศรษฐกิจอเมริกาที่สวนทางกับวิกฤต
เศรษฐกิจโลก ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เมื่อสต๊อกทุน
ในแต่ละประเทศไม่สามารถนำไปลงทุนภายในประเทศได้ และความเชื่อมั่นในตลาดทุนอเมริกา
ยังคงอยู่ในความรู้สึกที่ดีของนักลุงทุน ดังนั้นทุนจากทั่วทุกมุมโลกจึงหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดทุน
ในอเมริกา เมื่อตลาดทุนในอเมริกาไม่ได้เติบโตบนพื้นฐานของความเป็นจริง
การเติบทางเศรษฐกิจแบบฟองสบู่ของสหรัฐอเมริกา จึงน่าจะยืนอยู่ได้ไม่นาน


ปี ๒๐๐๑ ปฐมวัยย่างก้าวแรก ของรอบพันปีที่สาม บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการกำไรที่ลดลง และการประกาศปลดพนักงาน เช่น
เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๔๓ เจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ปลดพนักงาน ๑๕,๐๐๐ คน
วันพุธที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๔ ลูเซนต์เทคโนโลยี ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์ยักษ์ใหญ่
ประกาศปลดพนักงาน ๑๖,๐๐๐ ตำแหน่ง เวิร์ลพูลผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าปลดพนักงาน ๖,๐๐๐ คน
เอโอแอล ไทม์ วอร์เนอร์ กิจการสื่อยุคใหม่จากการผนวกระหว่างอเมริกา ออนไลน์ กับ
ไทม์ วอร์เนอร์ปลดพนักงาน ๒,๐๐๐ คน


การแกว่งตัวอย่างไร้ทิศทางและไม่ชัดเจนของตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา เริ่มที่จะผันผวนและ
ไม่แน่นอน นักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจต่อความเชื่อมั่นตลาดทุนอเมริกา และเมื่อนายคิอิชิ มิยาซาวา
รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันที่ ๘ มี
.ค.๒๕๔๔ ในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณ
ของวุฒิสภา ยอมรับความปราชัยทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่เศรษฐกิจญี่ปุ่น
ผุกร่อนเป็นปัญหายืดยื้อยาวนานมาร่วม ๑
ปี ว่าฐานะการเงินของประเทศ กำลังย่ำแย่เต็มที
หรืออาจกล่าวได้ว่า ใกล้จะล้มละลายแล้ว สัปดาห์รุ่งขึ้นหลังการแถลงของมิยาซาวา ตลาดทุนใน
สหรัฐอเมริกา นำโดย
NASDAQ ล่วงลงกว่า ๓% ตามด้วย Dow Jones, S&P และตลาดทุนทั่วโลก
พังทะลายลงทันที จอร์จ บุช เรียกสถานการณ์นี้ ว่าเป็น World Stock Crisis


ขณะที่นักลงทุนจากทั่วโลก เกิดความไม่เชื่อมั่นตลาดทุนในสหรัฐอเมริกา
เหตุการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ในช่วงของเดือนมีนาคม ๒๕๔๔
ไล่ตั้งแต่ การประกาศจะพัฒนาขีปวุธป้องกันตนเองของสหรัฐอเมริกา
การจับตัว มิโลเซวิช อดีตผู้นำ ยูโกสลาเวีย
การต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์
ที่พัฒนาจากการขว้างก้อนอิฐก้อนดิน มาเป็นการวางระเบิด
และมีการใช้ปืน ความตึงเครียดในเชสเนีย
การทำลายพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ของกลุ่มตาลีบัน
ในอาฟกานิสถาน ได้สร้างแผลลึกในจิตใจของชาวพุทธ ต่อชาวมุสลิม



องค์ดาไลลามะ

ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวธิเบตเยือนใต้หวัน เรือดำน้ำอเมริกาโผล่ที่เกาะแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า สหรัฐอเมริกาประกาศขายอาวุธแก่ใต้หวัน ปิดท้ายด้วยการยั่วยุจีนด้วย

การใช้เครื่องสอดแนมบินรุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าจีน กระทั่งทำให้จีน
ต้องใช้เครื่องบินขับไล่สองลำ ขึ้นบังคับให้เครื่องบินสอดแนมของ
สหรัฐลงจอดบนเกาะไหหลำ เหตุการณ์ที่เกิดความตึงเครียด ดังกล่าว
ล้วนเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ขณะที่วิกฤตตลาดทุนของสหรัฐอเมริกา
กำลังเกิดขึ้นพอดี

โดยเบื้องลึกจะเกิดจากการสร้างสถานการณ์โดยสหรัฐอเมริกาหรือไม่ก็ตาม ภายในระยะเวลา
เพียงหนึ่งเดือนดัชนีตลาดหุ้น
Dow Jones ก็ดีด กลับขึ้นมายืนอยู่ในระดับที่สูงกว่าเดือนมกราคม
นี้เสียอีก ทั้งที่เศรษฐกิจของ สหรัฐอเมริกา ยังตกอยู่ในภาวะที่เลวร้าย


สถานการณ์ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา – ญี่ปุ่น กำลังจะนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจทุนนิยม
การเตรียมพร้อมของสหรัฐอเมริกาในการตั้งรับและเปิดแนวรุกต่อสถานการณ์ดังกล่าว
มานานกว่า
๒๐ ปี นั่นก็คือการเตรียมพร้อมด้านยุทธศาสตร์
“การทำสงครามเลี้ยงเศรษฐกิจ”

เนื่องจากสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาปัจจัยการผลิตสู่ยุค IT ( Information Technology )
ดังนั้น ยุทธศาสตร์ยุทธวิธี ทางสงครามได้ถูกพัฒนารูปแบบสงครามสู่ยุค IT ขณะที่
รูปแบบยุทธศาสตร์ - ยุทธปัจจัยของประเทศต่างๆทั่วโลก ยังคงใช้รูปแบบของสงคราม
ในยุคอุตสาหกรรม (บางประเทศมหาอำนาจอย่างจีน –รัสเซีย รูปแบบสงครามอาจพัฒนา
สู่ยุค IT แล้ว แต่ยังไม่มีการสาธิต เช่นสหรัฐอเมริกาที่ได้ผ่านการสาธิตแล้วในสงครามอ่าว)


ประเทศจีนหลังจากที่ เติ้ง เซี่ยว ผิง ได้ประกาศนโยบายสี่ทันสมัย นำประเทศจีนสู่การพัฒนา
ด้านพลังการผลิต ด้วยนโยบายหนึ่งประเทศสองระบบ ทำให้
GDPจีนเติบโตระหว่าง ๘ –๑๒ %
มาโดยตลอด แม้ปัจจุบัน ที่วิกฤตเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบกับทุกประเทศ การเติบโต
ทางเศรษฐกิจของ จีนก็ยังยืนอยู่ในระดับ ๗ - ๘ % จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน
ดังกล่าว ย่อมที่จะไปกระทบและขัดขวางต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา ในการที่จะแผ่อิทธิพล
ของสู่การเป็นจักรวรรดินิยมจ้าวโลก
ดังนั้นความพยายาม ในการที่จะทำลายจีน
ให้อ่อนกำลังลงด้วยการแยกสลายจีนจาก ๘ เขต
ปกครองตนให้เป็นแปดประเทศเช่นเดียวกับรัสเซีย

จึงนับเป็นสุดยอดของยุทธศาสตร์อันจะนำไปสู่ความสำเร็จของการเป็นจักรวรรดินิยมจ้าวโลก

ปัญหาและอุปสรรคสำคัญ ในอันที่จะขัดขวางต่อ ลัทธิครองความเป็นจ้าวก็คือประเทศ
ที่ยังแข็งแกร่งเข้มแข็งอยู่ในปัจจุบัน ก็คือ
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนที่ยังคงความแข็งแกร่ง
ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม จากความเข้มแข็งดังกล่าวของจีน
ใช่ว่าสหรัฐอเมริกา จะมองไม่เห็น จีนเป็นประเทศที่มีการสั่งสมทางวัฒนธรรม
มานานกว่า ๕ พันปี อุดมสมบูรณ์ไปด้วย ปรัชญา ยุทธศาสตร์
-ยุทธวิธี
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา ที่มีประวัติศาสตร์ อันเยาว์วัย
เพียง ๒๐๐–๓๐๐ ปี จึงยากต่อการทำลายจีน ด้วยการปะทะทางตรง


ตัวอย่างความพยายามของ สหรัฐอเมริกา ที่จะโจมตีเศรษฐกิจจีน ด้วยความพยายาม
ให้ จอร์จช โซรอสซ์ เข้าโจมตีค่าเงินหลายครั้งในฮ่องกง แต่ก็ต้องปราชัยย่อยยับ
กลับบ้านเกิดทุกครั้งไป ดังนั้นการต่อสู้กับจีนทางตรงกลายเป็นเงื่อนไขที่ยากลำบาก
หากความเป็นเอกภาพทางการเมืองของรัฐบาลกลางจีนยังคงความเป็นเอกภาพอยู่
สหรัฐอเมริกาจึงพยายามที่จะเคลื่อนไหวทำลายไปสู่บ่วงโซ่ที่อ่อนเปราะที่สุดของจีน
เริ่มด้วยการเคลื่อนไหวผ่านกลุ่มนักเรียนนอก ชูประเด็นเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ

รัฐบาลจีนรู้ทันและติดตามเฝ้าดูการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในที่สุดก็ปิดฉากการต่อสู้
ด้วยการล้อมปราบ การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาจนเกิดกรณี “ เทียนอันเหมิน”
การเคลื่อนไหวผ่านกลุ่มนักเรียนนอก ของอเมริกา เพื่อทำลายความเป็นเอกภาพ
ทางการเมืองของจีน กรณี “เทียนอันเหมิน “ ในครั้งนี้จึงนับเป็นความพ่ายอย่างยับเยิน
ของ อเมริกา


หลังจากความพ่ายอย่างยับเยินของอเมริกา ในการเคลื่อนไหวผ่านกลุ่มนักเรียนนอก
ในกรณี” เทียนอันเหมิน” สหรัฐอเมริกายังหาได้ลดความพยายาม ลงไม่แต่กลับหา
ช่องทางใหม่ในการเคลื่อนไหวเพื่อทำลายความเป็นเอกภาพทางการเมืองของจีนต่อไป
ในที่สุด CIA ก็พบว่าหากจะเคลื่อนไหวเพื่อทำลายความเป็นเอกภาพทางการเมืองของจีน
อีกครั้งจะไม่สามารถใช้การเคลื่อนไหวผ่านนักศึกษาได้อีกต่อไป
เนื่องจากแผนการ
ได้ถูกเปิดโปงทำลายลงอย่างสิ้นซากแล้ว มีแต่ต้องดึงเอา กลุ่มมวลชนนิยมรำมวยจีน “ไท้เก็ก”
ที่มีเป็นร้อยล้าน มาใช้ในการเคลื่อนไหว และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการปรากฏขึ้นของ
“ลัทธิฝ่าหลุนกง” หลี่ หง จื้อ ผู้นำลัทธิ“ลัทธิฝ่าหลุนกง” เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อดึงกลุ่มมวลชน
นิยมรำมวยจีน “ไท้เก็ก”
เข้ามาเป็นสาวกภายใต้การบงการของ CIA

ด้วยการเปิดสำนักฝึกศิลปะป้องกันตัว กำลังภาย “ จี้กง “ และในที่สุด หลี่ หง จื้อ ก็ประสบ
ความสำเร็จสามารถ รวบรวมสาวกได้ถึง ๑๐๐ ล้านคนในเวลาเพียง ๗ ปี ขณะที่สมาชิก
พรรคคอมมิวนิตส์จีน มีสมาชิกเพียง ๔๐ ล้านคน ระหว่างนั้น หลี่ หง จื้อ ได้ทำการทดสอบ
พลังมวลชนของฝ่า หลุน กง หลายครั้ง ในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด
เมื่อ หลี่ หง จื้อ มั่นใจพลังมวลชนของเขาในระดับหนึ่ง เขาจึงเริ่มทดสอบในระดับชาติ
ด้วยการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลจีนครั้งใหญ่ ในปี ค.ศ. ๑๙๙๙ รัฐบาลกลาง
ของจีนตัดสินใจ ล้อมปราบอย่างเฉียบขาด เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม ก่อนที่สถานการณ์จะ
ลุกลามใหญ่โตกลายเป็นสงครามประชาชาติ พร้อมกับการจับกุมแกนนำ “ลัทธิฝ่าหลุนกง”
จำนวนหนึ่ง ขณะที่ หลี่ หง จื้อ ไปโผล่ที่มหานครนิวยอร์ก


ความพยายามของสหรัฐอเมริกาในการก้าวสู่ลัทธิครองความเป็นจ้าวกับการสกัดกั้น
การเติบโตของประเทศ ย่านแปซิฟิกริม ที่มีจีนเป็นอุปสรรคในการขยายอิทธิพลของ
สหรัฐอเมริกาอยู่นั้น อเมริกาจึงมีความจำเป็น ที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อการหยุดยั้งการเจริญเติบโต
ของจีนให้ได้ การเคลื่อนไหวของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา การทำลายเงื่อนไขภายในของจีน
กรณี เทียนอันเหมิน และฝ่าหลุนกง แม้ไม่ประสบความสำเร็จ


ขณะที่การโจมตีเพื่อปิดล้อมทางเศรษฐกิจจากเงื่อนไขภายนอก สหรัฐอเมริกากลับ
ประสบความสำเร็จในการเข้าโจมตีแปซิฟิกริม พ.ศ. ๒๕๔๐ ทำให้เศรษฐกิจทั่วเอเชีย
ต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจในทุกประเทศมากน้อยตามศักยภาพของผู้นำ
ในแต่ละประเทศ และส่งผลให้เกิดการอ่อนกำลังลงของประเทศย่านแปซิฟิกริม


อนาคตอันใกล้นี้ หลังจากที่รัฐบาลคลินตัน แห่งสหรัฐอเมริกาสามารถควบคุมทุนในเอเชียแล้ว
การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีค.ศ.๒๐๐๑ ได้เกิดความวุ่นวายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนของ
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้เนื่องมาจากกลุ่มที่มีอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง
ในสหรัฐต้องการประธานาธิบดี ที่มีแนวความคิด แบบอนุรักษ์นิยมและฝักใฝ่สงคราม
ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนประธานาธิบดีคลินตัน หลังจากประสบความสำเร็จ
ในการควบคุมทุน และสามารถทำให้ เศรษฐกิจ การเมืองในเอเชียอ่อนกำลังลง


การเลือกตั้งสกปรกสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้จบลงด้วย การหลีกทางให้ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน
นาย จอร์จ ดับเบิลยู บุช ในฐานะตัวแทนพรรค ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา
ต่อจากนาย คลินตัน เพื่อดำเนินนโยบายแข็งกร้าวต่อประชาคมโลก ในการปกป้องผลประโยชน์
ของสหรัฐอเมริกา ที่รัฐบาลคลินตันประสบความสำเร็จในการเข้าควบคุมทุนในทั่วทุกปริมณฑลโลก


ยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐ ในการที่จะเข้าควบคุมปกครองประชากรโลกก็คือการหยุดยั้ง
ทำลายการเจริญโตทางเศรษฐกิจ การเมือง และวันธรรมของจีน ด้วยการกดดันจีนให้อ่อนกำลังลง
การสร้างสถานการณ์
สงครามประชาชาติปิดล้อมจีน “ เพื่อให้สถานการณ์ล้อมรอบ
ประเทศจีนกลายเป็นเขตอันตราย ห่วงหน้าพะวงหลัง
จากเงื่อนไขภายนอกของจีนโดย


ด้านตะวันตกของจีนที่ไล่ตั้งแต่กบฏเชสเนีย ในรัสเซีย , ความขัดแย้งของ
ปากีสถาน – อินเดีย ในดินแดนแคชเมียร์,ปัญหาความขัดแย้งทางประชาชาติในอัฟกานิสถาน,


ทางตะวันตกเฉียงใต้ ความขัดแย้งของกลุ่มประเทศในอินโดจีน

ทางด้านใต้ของจีนในทะเลแปซิฟิก สงครามประชาชาติในอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์

ด้านตะวันออก ใต้หวัน, เกาหลี , ญี่ปุ่น

การเคลื่อนไหวเพื่อทำลายเงื่อนไขภายใน ความเป็นเอกภาพทางการเมืองของจีน อันได้แก่
การเคลื่อนไหวของกลุ่มลัทธิฝ่าหลุนกง การเคลื่อนไหวขององค์ทะไลลามะจากธิเบต
การประกาศไม่รับรองบิชอพในกานสูที่แต่งตั้ง
โดยรัฐบาลกลางของจีนจากสำนักวาติกัน


ล้วนเป็นสัญญานบอกเหตุถึงมหันตภัยร้ายแรง สงครามประชาชาติ “ เพิ่อปิดล้อมจีน

ผู้เขียนหวังว่าแนวทางวิเคราะห์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นจริง ปัญหามีอยู่ว่า
หากเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจริงได้
ประเทศไทย ประชาชนชาวไทย จะกำหนดท่าทีต่อ
สถานการณ์ดังกล่าว เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้น
จากการเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางยุทธวิธี ใน

“สงครามประชาชาติปิดล้อมจีน“
ทางตะวันตกเฉียงใต้จีนได้อย่างไร


http://www.thairath.co.th/content/oversea/84890

เกาหลีใต้ฟ้องยูเอ็น เกาหลีเหนือจมเรือรบ



เกาหลีใต้เตรียมฟ้องยูเอ็นเหตุ เกาหลีเหนือจมเรือรบ "โชนัน"และอาจ เรียกร้อง
ความรับผิดชอบจากเกาหลีเหนือ ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องนานาชาติหามาตรการตอบโต้.....

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 23 พ.ค.ว่า ลี ดอง-ควาน โฆษกประธานาธิบดีลี เมียง-บัก
แห่งเกาหลีใต้ แถลงว่าเกาหลีใต้ จะยื่นเรื่องเหตุจมเรือรบ “โชนัน” เข้าสู่ที่ประชุมของ
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(UNSC) ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้จะแถลงเกี่ยวกับเรื่อง
ดังกล่าวในวันจันทร์(24พ.ค.)และอาจ เรียกร้องความรับผิดชอบจากเกาหลีเหนือรวมทั้ง
อาจกล่าวถึงชื่อนายคิม จอง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือในช่วงสรุปท้ายคำแถลงด้วย

ท่าทีล่าสุดของเกาหลีใต้ มีขึ้นท่ามกลางกระแสกดดันจากนานาชาติต่อเกาหลีเหนือ
จากข้อกล่าวหาดังกล่าว ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องนานาชาติหามาตรการตอบโต้
ซึ่งอาจเป็นการคว่ำบาตรเพิ่มเติม แม้จีน 1 ใน 5 สมาชิกถาวรซึ่งมีสิทธิ์ยับยั้ง(วีโต้)
ทุกมติของUNSC จะคัดค้าน รวมทั้งแถลงการณ์ประณาม

ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้แถลงจับกุมสายลับหญิงชาวเกาหลีเหนือ วัย 36 ปี ทราบแค่ชื่อสั้นๆ
ว่า “คิม” ผู้ปลอมเป็นผู้ลี้ภัยเข้ามาทางจีนและสปป.ลาวเมื่อก.ย.2552 เพื่อลอบเก็บข้อมูลลับ
ระบบรถไฟใต้ดินของกรุงโซลที่อาจนำไปใช้ก่อเหตุโจมตีของผู้ก่อการร้าย คิมได้ข้อมูล
จากนายโอห์ อดีตพนักงานรถไฟใต้ดิน วัย 52ปี ซึ่งรู้จักกันทางอินเตอร์เนตจนมาเป็นคู่รักกัน
และถูกจับข้อหาทำข้อมูลทางราชการรั่วไหล

ทั้งนี้โดยทางเทคนิคแล้ว เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ยังอยู่ในภาวะสงครามกันอยู่
ตั้งแต่สงครามเกาหลีช่วงปี 2493-2496 ยุติลงด้วยข้อตกลงหย่าศึก ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ
และนับแต่นายลี ขึ้นเป็นผู้นำเกาหลีใต้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติเลวร้ายมาตลอด
เนื่องจากนายลียึดนโยบายแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ.

  • โดย ทีมข่าวต่างประเทศ
  • 24 พฤษภาคม 2553, 03:15 น.


เกาหลีเหนือขับเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ อ้างกล่าวโทษเรือรบจม

วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 12:11



เกาหลีเหนือสั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเกาหลีใต้ออกจากนิคมอุตสาหกรรมร่วม
ที่เมืองแคซอง เพื่อตอบโต้ที่เกาหลีใต้กล่าวโทษมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรือรบ

วันนี้(26พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกาหลีเหนือสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเกาหลีใต้เดินทาง
ออกจากนิคมอุตสาหกรรมร่วมที่เมืองแคซอง ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนของ
เกาหลีเหนือ ในวันนี้ หลังจากที่เกาหลีเหนือได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ทุกด้าน
เพื่อตอบโต้กับการประกาศจากทางฝั่งเกาหลีใต้ที่กล่าวโทษว่า เกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้อง
กับการอัปปางของเรือรบเชียวนันในทะเลเหลืองเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีลี เมียง บัค ของเกาหลีใต้ จะยื่นเรื่องเรือรบเกาหลีใต้ที่อัปปางลงให้กับ
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพิจารณา เพื่อออกมาตรการลงโทษ
ขณะที่เกาหลีใต้ประกาศใช้มาตรการรับมือด้วยการสั่งห้ามเรือของเกาหลีเหนือแล่นผ่าน
น่านน้ำของเกาหลีใต้ที่ผ่านมา ทีมงานผู้ตรวจสอบของนานาประเทศได้สรุปลผล
การตรวจสอบสาเหตุที่เรือรบของเกาหลีใต้จมลงและทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 46 รายว่า
เป็นเพราะจรวดตอร์ปิโดของเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีเหนือได้ออกมาปกิเสธว่า
ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอัปปางลงของเรือรบเชียวนัน

ทำไมกองทัพเกาหลีใต้จึงส่งทหารมาร่วม
ซ้อมรบ COBRA GOLD กับไทยและสหรัฐฯ เป็นปีแรก


http://www.uswatch.in.th/laout3.php?id=148



http://www.niems.go.th/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=3638&news_type=05=keyword_=





ในปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กรุณาอนุมัติให้การฝึกคอบร้าโกลด์
ประจำปี 2551- 2555 หรือ คอบร้าโกลด์ 08 - 12 เป็นการฝึกแบบพหุภาคีที่อนุญาตให้มี
ประเทศเข้าร่วมการฝึกได้ไม่เกิน 10 ประเทศ โดยในครั้งนี้นับเป็นปีที่ 29 ซึ่งมีชาติพันธมิตรอื่น
เข้าร่วมการฝึกด้วยรวมทั้งสิ้น 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น
และสาธารณรัฐเกาหลี เป็นประเทศล่าสุดที่ได้เข้าร่วมฝึกเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้เป็นไปเพื่อความร่วมมือและการกระชับความสัมพันธ์ทางทหารที่แนบแน่น
ในระหว่างกองทัพไทยและกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึก อันจะก่อให้เกิดผลดี
ต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค








USS Essex Completes Successful Cobra Gold 2010
UNITED STATES - 12 FEBRUARY 2010


GULF OF THAILAND (Feb. 8, 2010) The forward-deployed amphibious assault ship
USS Essex (LHD 2), the Royal Thai navy medium landing ship HTMS Surin (LST 722),
the Republic of Korea navy tank landing ship Seongin Bong (LST 685),
the Ticonderoga-class guided-missile cruiser USS Shiloh (CG 67),
the forward-deployed amphibious dock landing ship USS Harpers Ferry (LSD49)
and the forward-deployed amphibious transport dock ship USS Denver (LPD 9)
transit in formation in the Gulf of Thailand during exercise Cobra Gold 2010.






http://www.defence.pk/forums/military-forum/47129-uss-essex-completes-successful-cobra-gold-2010-a.html

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri May 28, 2010 12:25 pm

ไม่เอะใจกันบ้างหรือ

sunny พิมพ์ว่า:
att พิมพ์ว่า:เขมรขวัญผวาหาไทยส่ง “จักรีนฤเบศร” ขย่ม!




USS Essex Arrives for Historic Visit to Cambodia

Sihanoukville
November 26, 2007

http://cambodia.usembassy.gov/uss_essex_ship_visit.html

Medical and Dental Civic Action Program, Preah Vihear, November 27-29

The Royal Cambodian Armed Forces are partnering with the United States Marine Corps,
and United States Navy in an effort to bring medical and dental care to
the Cambodian people in the Preah Vihear province.


ปัญหาคือ เราอาจไม่ได้รบกับเขมรนะสิครับ สังเกตุข่าวข้างบน
ทำไมอเมริกาถึงส่งทันตแพทย์ไปเขาพระวิหาร
ทั้งที่คนเขมรตรงนั้นมีไม่เท่าไหร่ เทียบกับคนเขมรทั้งประเทศ ถ้ามีสงครามเราจะเสีย
มากกว่าที่คิด เหมือนกรณี ร.ศ. 112 อย่าคิดว่าอเมริกาเป็นมิตรแท้ มหาอำนาจ คือ มหาอำนาจ
ผลประโยชน์ทั้งนั้น แล้วบริษัทน้ำมันก็ของมหาอำนาจทั้งนั้น
ศึกด้านใต้ยังแก้ไม่ได้ เปิดศึกอีกด้านทั้งที่คนในประเทศแตกแยก แล้วจะเหลืออะไร
ขออภัยถ้าใครไม่พอใจความเห็นผม
.......................................................

ในด้านป้องกันประเทศ สองสามปีมานี้สหรัฐฯได้เพิ่มความร่วมมือช่วยเหลือกองทัพกัมพูชา
ในหลายด้าน ทั้งช่วยฝึกอบรมบุคคลกร ช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางทหาร รวมทั้งในปี 2550
ได้มอบรถบรรทุกทหารที่แล้วจำนวน 64 คัน ให้แก่กองทัพกัมพูชาด้วย
โดยอ้างว่าเพื่อใช้ในกิจการต่อต้านการก่อการร้าย

ในปี 2550 เช่นเดียวกันสำนักงานตำรวจสืบสวนสอบสวนกลางหรือ FBI
(Federal Bureau of Investigation) ได้เปิดสำนักงานประจำกรุงพนมเปญครั้งแรก
เพื่อขยายความร่วมมือด้านต่อต้านการก่อการร้าย
และช่วยฝึกอบรมบุคลากรด้านนี้ให้แก่กัมพูชา


ขณะเดียวกันในทะเลอ่าวไทยกลุ่มเชฟรอนคอร์ป (Chevron Corp)
กำลังสำรวจขุดเจาหาน้ำมันและก๊าซ


เชฟรอนเป็นบริษัทน้ำมันต่างชาติในกัมพูชาแห่งแรกที่ประกาศการพบ
น้ำมันปริมาณมหาศาลใน แปลงสำรวจเอ (Block A) ที่อยู่ติดกับ Block 3 หรือ
Area 3 ในเขตทับซ้อนทางทะเลติดกับน่านน้ำของไทย


http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-20.htm

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri May 28, 2010 1:28 pm

Montenegro: Ex-Thai PM Thaksin, accused of terrorism, won't be arrested without warrant
By: Dusan Stojanovic, The Associated Press

PODGORICA, Montenegro - Montenegro said Tuesday that former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra, accused in his home country of terrorism, won't be extradited or tried without proof or an international arrest warrant.

Thai authorities charged Thaksin this week with playing a role in the deadly Bangkok street protests of his "red shirts" supporters. The charges carry a possible death sentence.

Thaksin, a wealthy businessman who was overthrown in a military coup in 2006, has acquired a Montenegrin passport and reportedly is staying occasionally in a seaside villa in the tiny Adriatic Sea country.

Montenegrin Prime Minister Milo Djukanovic told The Associated Press that Montenegro gave Thaksin citizenship partly because of his planned multimillion investments in tourism there.

"We have mechanisms to correct our decisions" if need be, Djukanovic said.

Djukanovic said that so far Interpol, the international police organization, has not issued an international arrest warrant for Thaksin.

"The facts are that we have given Mr. Shinawatra our citizenship at his request," Djukanovic said. Montenegro has been accused in the past of harbouring international fugitives.

"We had in mind that he was a democratically elected prime minister of Thailand and that he was overthrown in a military coup, meaning in an undemocratic way," Djukanovic said. "Also, we had in mind that he is a serious investor."

He said Thaksin had been warned repeatedly "not to use the Montenegrin territory to undermine the activities of some other government."

Djukanovic said Montenegro, whose constitution banns extradition of its nationals to foreign countries, would be willing to put Thaksin on trial if it gets sufficient legal evidence from Thailand.

"On the basis of the domestic laws, we are capable of organizing legal procedures in the name of justice," Djukanovic said.

http://www.winnipegfreepress.com/world/breakingnews/montenegros-pm-ex-thai-pm-thaksin-wont-be-arrested-without-international-warrant-95021469.html

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon May 31, 2010 1:18 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t671-25.htm?sid=7c0ce04aeb698fcfafdc7c7f1197b455

att พิมพ์ว่า:http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1261403973&grpid=00&catid=

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 21:40:58 น.
มติชนออนไลน์

กองปราบฯ ตั้งสมมติฐาน"คนไทย"ร่วมขน "อาวุธ"
สื่อนอกมึนเส้นทางบินสุดวกวน เผยปลายทางที่อิหร่าน


กองปราบฯ เผยแค่ตั้งสมมติฐานมีคนไทยร่วมแก๊งขน"อาวุธ" สงสัยต่างชาติจะขับเครื่องบิน
มาแวะจอดในประเทศได้ ต้องมีคนไทยคอยอำนวยความสะดวกให้ สื่อนอกมึนเส้นทางการบินประหลาด
ชี้ปลายทางสินค้าอยู่ที่กรุงเตหะราน อิหร่าน



หนังสือพิมพ์ เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัลเผยแพร่บางส่วนของรายงานผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเส้นทางการบิน
และอาวุธของ เครื่องบินขนส่ง อิลยูชิน-76 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ซึ่งถูกตรวจจับได้ว่าพยายามลักลอบขนส่ง
อาวุธร้ายแรงจำนวนไม่น้อยกว่า 35 ตัน และถูกทางการไทยยึดทั้งเครื่องบินและอาวุธทั้งหมดเอาไว้พร้อมควบคุมตัว
นักบินและลูกเรือรวม 5 คนเอาไว้ในขณะนี้ว่า เครื่องบินลำนี้เริ่มต้นที่อาเซอร์ไบจาน ไม่ใช่ในยูเครน
อย่างที่มีการเปิดเผยกันในตอนแรก และตามแผนการบินซึ่งวกวนและผิดปกติอย่างยิ่ง เครื่องบินกำหนดจะส่ง "สินค้า"
ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดยมีจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่เมืองพ็อดกอร์จก้า ประเทศมอนเตเนโกร

รายงานข่าวระบุว่า องค์กรวิจัยการค้าอาวุธระหว่างประเทศ 2 แห่ง คือ ทรานสอาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ในนครชิคาโก
รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ร่วมกับสำนักข้อมูลข่าวสารเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ หรือไอพีไอเอส
ซึ่งตั้งอยู่ในนครอันต์เวิร์บ ประเทศเบลเยียม แลกเปลี่ยนข้อมูลและศึกษาวิจัยกรณีนี้
และเตรียมจัดทำรายงานออกเผยแพร่ร่วมกัน โดยองค์กรทั้งสองได้ข้อมูลแผนการบินที่ละเอียดยิบ
ตลอดเส้นทางของเครื่องบินลำนี้ พร้อมกับรายการสินค้าและกำหนดจัดส่งทั้งหมดนำมาใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้
และพบว่า เครื่องบินออกเดินทางครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม จากสนามบินในเมืองนาสออสนายา ประเทศอาเซอร์ไบจาน
ในวันเดียวกันนั้นเครื่องบินลำดังกล่าวแวะลงจอดเติมน้ำมันที่อัล ฟูไจราห์ ในนครรัฐชาจาห์ 1 ใน 7 รัฐของ
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทางเจ้าหน้าที่ของยูเออียืนยันการลงจอดดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเครื่องบินเปล่า
กำลังจะเดินทางมารับสินค้า

หลังจากนั้นเครื่องบินลำนี้เดินทางมาถึงกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรกในวันที่ 10 ธันวาคมเพื่อแวะเติมน้ำมัน
จากนั้นจึงเดินทางไปยังกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งมีสายของสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ)
เห็นการนำอาวุธขึ้นบรรทุกบนเครื่องบินลำนี้
ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานเปียงยางกลับมายังกรุงเทพฯ
อีกครั้งหนึ่งเพื่อร่อนลงจอดเพื่อเติมน้ำมันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนถูกตรวจและจับกุมในวันที่ 11 ธันวาคมนี้

ตามการวิเคราะห์ของทรานสอาร์มและไอพีไอเอสนั้น จุดแวะลำดับต่อไปก็คือ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
ในวันที่ 11 ธันวาคมเช่นเดียวกัน และกำหนดจะไปถึงเมืองอัล ฟูไจราห์ ในชาจาห์อีกครั้งในวันที่ 12 ธันวาคม
จากนั้นจะบินไปแวะที่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ก่อนออกเดินทางต่อมายังกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
เพื่อถ่ายเทสินค้าทั้งหมดในวันที่ 13 ธันวาคม ก่อนเดินทางไปยังมอนเตเนโกร ในวันเดียวกัน

นายปีเตอร์ แดนเสิร์ต นักวิจัยด้านการค้าอาวุธระหว่างประเทศของไอพีไอเอส ซึ่งมีส่วนในการวิจัยกรณีนี้อยู่ด้วย
ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าอาวุธผิดกฎหมายระหว่างประเทศต่างพากันพิศวงกับการหยุดแวะที่กรุงเทพฯ
เพราะเป็นสถานที่ที่มีการตรวจค้นสูงมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางการค้ายาเสพติด ขณะเดียวกันแผนการบิน
และเส้นทางการบินทั้งหมดถือว่าผิดปกติอย่างยิ่ง แม้จะเป็นเส้นทางการบินสำหรับเครื่องบินขนส่งสินค้าปกติ
และยิ่งไม่สมเหตุผลมากขึ้นไปอีกในกรณีที่เป็นแผนการบินของเครื่องบินค้าอาวุธ

ทรานสอาร์มและไอพีไอเอสยังได้รายละเอียดของรายการสินค้า ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารปูมการบินตามปกติ
โดยระบุว่าเป็น "อะไหล่สำหรับอุตสาหกรรมน้ำมัน" ในรายการสินค้ารายการหนึ่งแบ่งสินค้าออกเป็น 8 หมวด
อาทิ "อะไหล่สำหรับชุดป้องกันความร้อนของแท่นขุดเจาะ รุ่นเอ็มทีอีซี 6" เป็นต้น

รายงานชิ้นนี้ระบุว่า ใครก็ตามที่เป็นผู้จัดส่งและวางแผนการบินครั้งนี้พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะปกปิดตัวเอง
เครื่องบินลำนี้เดิมทีจดทะเบียนในจอร์เจีย เป็นของบริษัทแอร์เวสต์ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน
ปล่อยให้บริษัท เอสพี เทรดดิ้ง จดทะเบียนในนิวซีแลนด์ เช่าเหมาลำไป ต่อมาเอสพี เทรดดิ้ง
ปล่อยเครื่องให้บริษัทในฮ่องกงบริษัทหนึ่งเช่าเหมาลำไปอีกต่อหนึ่ง

นักวิเคราะห์ของไอพีไอเอส ระบุว่า บริษัทฮ่องกงที่เช่าเครื่องเป็นทอดสุดท้ายนั้นมีบริษัทฮ่องกงอีกบริษัท
เป็นเจ้าของและบริษัทที่เป็นเจ้าของนี้ก็มีอีก บริษัทซึ่งใช้ที่ตั้งในเกาะบริติชเวอร์จิ้น เป็นเจ้าของ
ไอพีไอเอสเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้นี่เองที่เป็นคนจัดการเรื่องสินค้าล็อตนี้ทั้งหมด

ขณะที่ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.)
เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนกองปราบปราม คดีลำเลียงอาวุธสงครามร้ายแรงทางอากาศยาน
ที่ บก.ป. เพื่อกำหนดแนวทางการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทางคดีร่วมกับทาง
อัยการฝ่ายต่างประเทศ ก่อนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาทั้งหมด

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายจุน มารุยาม่า หัวหน้านายตำรวจประสานงานอาวุโส พร้อมล่ามชาวญี่ปุ่น
เข้าพบ พ.ต.อ.สุพิศาล เพื่อสอบถามคดีนี้ มีความเกี่ยวข้องกับชาวญี่ปุ่นหรือไม่ และสอบถามถึงการดำเนินคดี
ของทางการไทย เรื่องนี้ พ.ต.อ.สุพิศาลกล่าวว่า ได้ชี้แจงไปเท่าที่ข้อเท็จจริงปรากฏโดยที่ผ่านมามีหลายประเทศ
เข้ามาประสานข้อมูลกับตำรวจ เช่น สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์

พ.ต.อ.สุพิศาลกล่าวว่า สำหรับกลุ่มคนไทยที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องนั้นยังเป็นเพียงการตั้งสมมติฐาน
ในการสืบสวนสอบสวนเพราะการที่ชาวต่างชาติจะขับเครื่องบินมาแวะจอดในประเทศไทย
แน่นอนว่าต้องมีคนไทยหรือบริษัทเอกชนที่คอยอำนวยความสะดวกหรือให้บริการ
ซึ่งข้อมูลส่วนนี้พบว่ามีบริษัท เอ็มเจ็ท เป็นผู้ดำเนินการ


http://liberalthai.wordpress.com/2009/05/26/%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81/

วีซ่ามอนเตเนโกรของ “ทักษิณ” ผู้อื้อฉาว สร้างความกังวลใจให้ ฯพณฯ มอร์เรอ

2009 พฤษภาคม 26

Affair “Thaksin”: H.E. Mr. Maurer does not yet know whether this case will
affect the liberalisation of visa regime for Montenegro

From Podgorica, Montenegro
๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ที่มา – Njegoskij.org
แปลและเรียบเรียง – chapter 11


ตั้งแต่ วันพฤหัสที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๒ สื่อจากทั่วโลกประโคมข่าวของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร วัย ๕๙ ปี
ซึ่งมี่ข่าวออกมาเป็นระยะๆว่าถูกตัดสินว่ากระทำความผิดในระหว่างการเข้าพบปะหารือเป็นการส่วนตัวเป็นเวลาสี่วัน
(ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๓ เมษายน) กับ ดร.ริชาร์ด วี โทลเบิร์ท ประธานคณะกรรมาธิการการลงทุนแห่งชาติไลบีเรีย (เอ็นไอซี)
ที่มอนโรเวีย เมืองหลวงของประเทศไลบีเรีย ในอาฟริกาตะวันตก เพื่อความเป็นไปได้ที่จะลงทุนในกิจการเหมืองแร่ในประเทศ

การพบปะหารือกันนั้นไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆกับประเทศมอนเตเนโกร ถ้าทักษิณซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี
ที่กำลังอยู่ในระหว่างการหลบหนีและเป็นบุคคลที่ ตำรวจสากล ต้องการ ตัวตั้งแต่กลางเดือนเมษายน
ถ้าไม่ได้เดินทางถึงสนามบินมอนโรเวียโดยใช้หนังสือเดินทางประเทศมอนเตเนโกร หนังสือเดินทางเล่มที่ I38kd3695
จนถึงวันนี้ มีรายงานข่าวว่า ทักษิณได้ใช้หนังสือเดินทางทูตแห่งประเทศนิคารากัว ซึ่งออกให้เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๒
จากกระทรวงต่างประเทศที่มานากัว โดยเป็นคำสั่งอนุมัติพิเศษของประธานาธิบดีโฮเซ่ แดเนียล ออเทก้า ให้เป็น
“ผู้แทนแห่งนิคารากัวเพื่อปฎิบัติภาระกิจพิเศษ”
เพื่อเชื้อเชิญให้เข้ามาลงทุนในประเทศ




เมื่อวันพฤหัสที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒ หลังจากได้มีการแถลงการณ์หนึ่งวัน หนังสือพิมพ์ในเมืองพอดกอรีตซา
“พอบเฮดา” (Podgorica daily “Pobjeda”) เครือข่ายพันธมิตรองค์กรพัฒนาเอกชน

(Network for Affirmation of the Non-governmental Sector หรือ เอ็มเอเอ็นเอส)
เคยเรียกร้องโดยใช้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตามกฏหมายของมอนเตเนโก “คำสั่งของรัฐมนตรีมหาดไทย
และและการบริหารรัฐกิจ และเอกสารประกอบทั้งหมดในขั้นตอนการตัดสินใจ อนุมัติให้ทักษิณเป็นพลเมือง
ของมอนเตเนโกร” สามารถหาอ่านได้จากบทความที่เขียนโดย นางวานยา คาโลวิค (Vanja Calovic)
ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายพันธมิตรองค์กรพัฒนาเอกชน และเป็นบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงจากการสำรวจ
ความคิดเห็นของ CEDEM ติดต่อกันหลายปีในมอนเตเนโกร และล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายนปีนี้
ฯพณฯ นายลีโอโพล มอเรอ เอกอัครราชทูตและผู้นำของผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปแห่งมอนเตเนโก
ได้แสดงความยินดีกับ เครือข่ายพันธมิตรองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ได้มีการเริ่มจัดตั้งการประท้วงการฉ้อราษฎร์
ในมอนเตเนโกร


วันศุกร์ที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ในการให้สัมภาษณ์สื่อในการเฉลิมฉลองวันชาติแห่งยุโรป ๒๕๕๒
ฯพณฯ นายลีโอโพล มอเรอ ได้ตอบคำถามต่อสื่อว่า “ผมไม่ทราบแน่ชัดว่า กรณีแบบนี้ (ทักษิณที่อื้อฉาว)
จะส่งผลกระทบต่อกฎเกณฑ์อย่างเสรีในการออกวีซ่าของมอนเตเนโกร” หลังจากนั้น นายเนโบจซา เมโดเจวิค
ประธานกลุ่ม “การเคลื่อนไหวเพื่อการเปลี่ยนแปลง (พี่ซีพี) ได้กล่าวให้ความเห็นส่วนตัวเพิ่มเติมว่า
“ในขณะนี้ ประเทศจะต้องเลือกแบบใดแบบหนึ่ง ระหว่าง “สาธารณรัฐมอนเตเนกริน อีไมเรทหรือ
มอนเตเนโกรแบบยุโรปและเป็นประชาธิปไตย…”


ตั้งแต่เริ่มข่าวอื้อฉาว ฯพณฯ นายจูซุป คาแลมเพอโรวิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการบริหารรัฐกิจ
“หลบหน้า” ปล่อยให้ผู้ช่วยของเขา นายออสมาน ซูบาสิก คอยรับหน้าตอบข้อสงสัยแก่มหาชนของ
ทั้งชาวมอนเตเนโกรและนานาชาติ


การขอรับหนังสือเดินทางมอนเตเนโกร นอกจากจะต้องรับในประเทศมอนเตเนโกรแล้ว ยังขอรับได้ที่
สถานกงศุลในนิวยอร์ค เมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา และที่แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt am Main) เยอรมัน

มอนเตเนโกรเข้าร่วมเป็นสมาชิกตำรวจสากลเป็นประเทศที่ ๑๘๕ ในระหว่างการประชุมทั่วไปของตำรวจสากล
เมื่อวันที่ ๑๙-๒๒ กันยายน ๒๕๔๙ ที่ริโอ เดอ จาไนโร ประเทศบราซิล


อัพเดท

วันนี้ วันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศแห่งประเทศไทย
และที่ปรึกษาด้านกฎหมายส่วนตัวของทักษิณตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ในคำยืนยันว่า
“คุณทักษิณได้ทำการประมูลเพื่อซื้อเกาะสเวตตินิโกลา (Sveti Nikola) ใกล้บุดวา
คุณทักษิณได้มองเห็นอนาคตที่สดใสในการพัฒนาให้เกาะนี้เป็นปลายทางของนักท่องเที่ยวได้”




ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์นี้ เกาะสเวตตินิโกลา ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “ฮาวาย” มีเนื้อที่ ๓๗,๐๗๓ ตารางเมตร
ประกอบด้วยชายหาดและใกล้กับเมืองเก่าของบุดวา หนึ่งในสถานที่น่าท่องเที่ยวที่สุดของมอนเตเนโกร
ได้ถูกธนาคารเฟริสแบงค์แห่งมอนเตเนโกร (Prva Banka Crne Gore AD) ประกาศขายทอดตลอด
รวมทั้งสิ่งก่อสร้างบนเกาะนั้น เนื่องจากนักธุรกิจเชื้อสายเซอร์เบียชาวสวิส นายสแตนโก ซูบอติก
ซึ่งเป็นเจ้าของคนปัจจุบันไม่สามารถจ่ายเงินค้างชำระได้ และได้แจ้งให้ธนาคารทราบถึงความต้องการ
นำเกาะออกขาย เนื่องจากเขาไม่สามารถทำตามเงื่อนไขในสัญญาได้


หนึ่งวันก่อนหน้านั้น รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของไทย ฯพณฯ นายกษิต ภิรมย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่
สถานทูตในฮังการี ประเทศจีน และเจ้าหน้าที่ทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
สืบหาการถือหนังสือเดินทางของประเทศมอนเตเนโกรในการออกให้ทักษิณ
ประเทศไทยและประเทศมอนเตเนโกร
มีความสัมพันธ์ทางการทูตตั้งแต่วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๐ และขณะนี้ เอกอัครราชทูตของประเทศไทยในบูดาเปส
เป็นผู้รับมอบหมายในสิทธิตามกฎหมายต่างๆ ในมอนเตเนโกร


ประวัติความเป็นมา

ทักษิณได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลแห่งประเทศไทยให้รับตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ และได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๘ ทักษิณถูกพันธมิตรทำการประท้วงมานานนับเดือน
โดยกล่าวหาว่าทักษิณทำการฉ้อราษฎร์และใช้อำนาจในทางผิด กลุ่มเคลื่อนไหวเสื้อเหลือง ซึ่งอ้างตัวเองว่านิยมเจ้า
และนำไปสู่การรัฐประหารอย่างไม่เสียเลือดเนื้อเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นายกรัฐมนตรีทักษิณต้องกลายเป็น
ผู้ลี้ภัยนับตั้งแต่นั้นและหนังสือเดินทางประเทศไทยของเขาได้ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๙

หลัง การเลือกตั้งในเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ พรรคนิยมทักษิณได้รับเลือกตั้งให้เป็นรัฐบาล ทักษิณได้เดินทางกลับเมืองไทย
ในระยะสั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เพื่อรับข้อกล่าวหาว่าฉ้อราษฎร์ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ทักษิณได้กลับไปสู่
การลี้ภัยอีกครั้ง และในเดือนตุลาคมปีนั้นเอง ทักษิณถูกตัดสินจำคุก ๒ ปีในข้อหาไม่ปรากฎตัวต่อศาล
นับตั้งแต่นั้นมา ทักษิณได้ปรากฎตัวในอเมริกากลาง ลอนดอน ดูไบ และฮ่องกง และอีกหลายประเทศ
เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน รัฐบาลไทยได้ยกเลิกหนังสือเดินทางทั่วไปของทักษิณ ก่อนการเริ่มต้นของความวุ่นวาย
ทางการเมือง และความรุนแรงบนท้องถนนจากกลุ่มผู้สนับสนุนของเขา การประท้วงเมื่อวันที่ ๑๒-๑๓ เมษายนนี้

ได้มีคนตาย ๒ คน และได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน ไม่กี่วันต่อมา รัฐบาลไทยได้ยื่นหมายแจ้งจับทักษิณต่อตำรวจสากล


นอกเหนือจากนั้น สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกประกาศห้ามทักษิณเข้าประเทศ เช่นเดียวกับ ประเทศสหรัฐอเมริกา

—————————————————————————-

[๑] มีการรายงานข่าวครั้งแรกจากหนังสือพิมพ์ “ลิเบอเรียนออปเซฟเว่อร์” ที่ออกในมอนโรเวีย ในหัวข้อข่าวธุรกิจ

[๒] นายนพดลได้ลาออกเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ (มีผลบังคับใช้วันที่ ๑๔ กรกฎาคม) หลังจากได้ถูกกล่าวหาว่า
ได้กระทำการล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย เมื่อนพดลได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับทางกัมพูชา
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาพระวิหาร ซึ่งขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของยูเนสโก


[๓] ข้อสังเกต: คนไทยนิยมใช้ชื่อแรก แทนชื่อนามสกุล

http://maps.google.co.th/maps?f=q&hl=th&geocode=&q=Montenegro&sll=12.865416,-85.207229&sspn=7.791566,9.84375&ie=UTF8&source=embed&hq=&hnear=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A3&ll=42.708678,19.37439&spn=2.123082,4.938354&z=8

http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t291-40.htm

http://lightsar.bloggoo.com/2008/04/24/hello-world/
Thaksin @ Dubai

Keynote Speech By DR. THAKSIN SHINAWATRA Chairman, Manchester City Football Club
Former Prime Minister of Thailand
******
The BusinessWeek’s Middle-East Asia Leadership Forum The CEO Challenge:
Sustaining Growth, Expanding the Boundaries

Dubai, 16 April 2008

http://news.sky.com/skynews/Home/Business/Manchester-City-Owner-Sheikh-Mansour-Bin-Zayed-Al-Nahyan-Makes-15bn-Profit-Selling-Barclays-Shares/Article/200906115294423?f=rss

Manchester City Owner Nets £1.5bn Profit

12:35pm UK, Wednesday June 03, 2009
The billionaire owner of Manchester City has netted a £1.5bn profit
after selling his stake in Barclays.




Sheikh Mansour Bin Zayed Al Nahyan (R) heads a Middle Eastern investment group

Sheikh Mansour Bin Zayed Al Nahyan, who heads up the Abu Dhabi-based
International Petroleum Investment Company, sold a near-12% stake in the bank.

He bought £2bn of convertible notes which could be changed into Barclays shares at 153p.

They were sold on Tuesday for 265p - netting him a profit of almost £1.5bn.

Barclays turned to Abu Dhabi and Qatar last autumn to strengthen its balance sheet
at the height of the financial crisis. IPIC said the deal reflected its focus on oil
and gas investment.

The firm said: "IPIC has a high regard for Barclays, and great confidence in
its management team and ongoing strategy.

"The Emirate of Abu Dhabi intends to maintain a close commercial
and strategic relationship with Barclays in the future."

Barclays shares plunged more than 13% on Tuesday as investors saw
the move as a sign to take profits following a recent strong run for the stock.

Investors took news of the stake sale badly, having been assured last autumn
that IPIC was a long-term investor.

Other Middle East investors - the Qatari Investment Authority and Challenger,
which represents Qatar's royal family - have holdings and warrants equivalent to
a potential 15% stake in the bank.


2 weeks ago: Customers use ATM machines at a Barclays Bank branch in Dubai November 5, 2008.
Sheikh Mansour Bin Zayed Al Nahyan, a member of Abu Dhabi's royal family, is to invest up to
3.5 billion pounds ($5.6 billion) in Barclays Plc, giving him a stake of up to 16.3 percent
in Britain's second-biggest bank.

http://www.daylife.com/words/Sheikh_Mansour_bin_Zayed_Al_Nahyan

http://uaeinteract.com/docs/Mohammed_Bin_Zayed_meets_US_President_in_Camp_David/32981.htm

Mohammed Bin Zayed meets US President in Camp David
posted on 18/11/2008



H.H General Sheikh Mohammed bin Zayed Al Nahyan, Crown Prince of Abu Dhabi
and Deputy Supreme Commander of the UAE Armed Forces met with
US President George W. Bush at Camp David resort Sunday evening.

The meeting dealt with the strong bilateral relations between the UAE and the United States
as well as the growing bilateral cooperation in all areas. It also dealt with the latest regional
and international developments.
The meeting underscored continuous efforts for progress on the peace process in the Middle East
as well as for establishing regional security and stability. The two sides also exchanged views
on issues of mutual concern. Present at the meeting were H.H Sheikh Abdullah Bin Zayed Al Nahyan,
Foreign Minister and US Secretary of State Condoleezza Rice
, Khaldoon Khalifa Al Mubarak,
Chairman of the Executive Affairs and Yousef Mana' Al Otaiba, UAE Ambassador to the US.
President Bush briefed Sheikh Mohammed on the G20 Summit meetings which aim to discuss
the best ways to face the consequences of the global financial crisis,
rebuild trust in the commercial finance system as well as restore vitality and growth to global economy.
Sheikh Mohammed underscored the G20 meetings at this critical time amid growing belief in
a necessary joint international action to face the current and future economic challenges.
Sheikh Mohammed noted that despite its sound financial position and economic stability,
the UAE is busily engaged in efforts with other countries to minimize the impacts of
the current global financial crisis. 'The UAE supports all efforts and steps made to restore efficiency
to the exhausted global economy", Sheikh Mohammed noted. – Emirates News Agency, WAM


http://www.guardian.co.uk/world/2008/nov/16/thaksin-shinawatra-thailand-divorce

http://www.straitstimes.com/Breaking%2BNews/SE%2BAsia/Story/STIStory_304352.html

http://www.channelnewsasia.com/stories/afp_asiapacific/view/390395/1/.html

http://www.arabianbusiness.com/538296-ex-thai-pm-has-flown-to-dubai---report

http://www.gulfnews.com/world/Thailand/10259837.html

http://www.asiaone.com/News/Latest%2BNews/Asia/Story/A1Story20081117-101307.html

http://www.theforbiddenknowledge.com/hardtruth/cfr_and_trilateral_commission.htm

The CFR not only has its members in the United States Government,
but its influence has also spead to other vital areas of American life.
According to Newell: "Its members have run, or are running, NBC
and CBS, ‘The New York Times’, ‘The Washington Post’, ‘The Des MoinesRegister’,
and many other important newspapers. The leaders of ‘Time’, ‘Newsweek’,
‘Fortune’, ‘Business Week’, and numerous other publications are CFR members.
The organization’s members also dominate the academic world, top corporations,
the huge tax-exempt foundations, labor unions, the military,
and just about every segment of American life."


http://www.telegraph.co.uk/finance/2805636/Halliburton-chooses-Dubai-for-corporate-headquarters.html

Halliburton chooses Dubai for corporate headquarters

By Russell Hotten
Last Updated: 1:44AM GMT 12 Mar 2007


The company has faced several investigations into alleged overbilling there, and for its links to Iran,
where US companies are forbidden from operating. US vice-president Dick Cheney
was head of the company from 1995-2000.
The move would be a huge coup for Dubai,
which is trying to be the financial and business capital of the Middle East.

http://www.facebook.com/notes.php?id=93097631529

บันทึกของ Sheikh Mohammed Bin Zayed Al Nahyan




http://georgewbush-whitehouse.archives.gov/news/releases/2008/06/images/20080626-20_d-0129-2-515h.html


President George W. Bush walks with Crown Prince Sheikh Mohammed bin Zayed Al Nahyan of Abu Dhabi,
UAE, through an honor guard upon his arrival to Camp David, Thursday, June 26, 2008 in Camp David,
Md. White House photo by Eric Draper


http://uaereport.blogspot.com/

Since their June 1961 meeting at a Buckingham Palace garden party,
Sheikh Rashid and Britain’s Queen Elizabeth II had struck up a friendship.
On that occasion a scheduled ‘introduction’ had extended to a twenty-minute discussion.
Sheikh Rashid subsequently met the Queen for an official banquet during his State Visit
to the United Kingdom in July 1969. During the intervening period they had stayed in contact
and Sheikh Rashid had visited Buckingham Palace privately several times,
the Queen promising to reciprocate when her programme allowed.


Queen Elizabeth was to make her long-anticipated visit to the UAE in 1979,
during which she inaugurated the new Dubai Municipality building,
adjacent to the Creek, Jebel Ali Port and Dubai Dry Dock.
Queen Elizabeth’s visit lasted several days, including a Sunday when,
as head of the Church of England, the Queen traditionally attends services
wherever she is. In Dubai, she planned to attend Holy Trinity Church.

“Out of courtesy, Sheikh Rashid insisted on taking Queen Elizabeth to church personally,”
recalls Humaid bin Drai, then Head of Protocol. “It was an extraordinary display of friendship.
The Ruler’s car stopped near the entrance of the church and Sheikh Rashid got out to
escort Queen Elizabeth up some stairs and to the church door.”
On another occasion during
the visit, Sheikh Rashid was escorting the Queen around work in progress on the second phase
of development at Port Rashid when the workforce began a quite unexpected show of
support for the Dubai Ruler.

...

nternal documents from the UAE Central Bank in Dubai detail huge money laundering operations
in the UAE according to financial industry insiders. Moreover, the
Sharjah branch of HSBC Holdings PLC
was tied to international arms trafficker Victor Bout, indicted in Belgium for
money laundering
and named in various UN reports as a chief embargo buster in Africa and Taliban-controlled Afghanistan.
American citizen Iqbal Hakim, a native of India, was the chief examiner for the UAE Central Bank.
Hakim, yet another whistleblower who has been ignored and mistreated by the Bush administration
and threatened by Bush's Persian Gulf potentate friends, discovered a suspicious $343 million per year
money flow through an HSBC personal account in Dubai. The transactions were investigated by the FBI
and the Bureau of Immigration and Customs Enforcement but no prosecutions resulted.

There are deep-seated ties between the Bush-Cheney criminal cartel, key GOP operatives,
and the UAE. Significant questions about the oil industry’s ties to the U.S. military-intelligence complex
were raised when Michael Trumpower, the owner of Prescott, Arizona-based company Matco, Inc.
filed for bankruptcy shortly after George W. Bush's inauguration. In questionable financial moves similar
to those of Enron, Matco traded on a lucrative oil concession it was granted for all offshore exploration off
the Emirate of Fujairah for unsecured loans for equipment and services.
Fujairah, one of the poorest of the emirates, is led by Sheik Hamad bin Mohammed al Sharqi,
one of the more fundamentalist Wahhabi Muslims in the UAE leadership
.
Al Sharqi patronizes the Fujairah Islamic Call and Guidance Center, which has recruited a number of foreign
adherents of Wahhabi Islam. These include Filipinos, British, Americans, Russians, and Sri Lankans.

Moreover, all their native countries are targets of Bin Laden’s Al Qaeda. In addition, a number of Pakistani nationals
who worked at the National Bank of Fujairah were known by international law enforcement
to be sympathetic to the Taliban.


Trumpower’s close ties to Sheikh Hamad are only rivaled by his close ties to the CIA.
Although he became strapped for cash after his company tanked, Trumpower, like Enron's Kenneth Lay,
was a major contributor to the Bush campaign and those of other Republican candidates,
including that of powerful House Rules Committee member, Representative Thomas Reynolds of New York.
Reynolds was in a prime position to derail any House investigation of the GOP-CIA-oil industry ties.

In the mid-1980s, Trumpower was an associate of Iran-contra figure Oliver North.
North claims Trumpower was instrumental in helping to free U.S. hostages in Lebanon.
That affair was the heart of the Iran-contra scandal in which several current and
former Bush administration officials took part. These include National Security Council Middle East
adviser Elliot Abrams, former Defense Department Information Awareness Office chief Admiral (retired)
John Poindexter, and Assistant Secretaries of State for Latin American Affairs Otto Reich and Roger Noriega.
The old Iran-contra fraternity remains largely intact. In 2000, North and Trumpower jointly appeared
at a Republican fundraising dinner in Arizona.


Trumpower was also close to the reigning Emir of Sharjah,
who granted the shadowy ex-CIA agent of influence rights to drill in a strip of ocean bordering Fujairah.

Sharjah
was a major base of operations for Al Qaeda and the Taliban,
which used the emirate to smuggle weapons and drugs using Ariana Afghan Airlines security credentials.
Sharjah was a base of operations for Viktor Bout’s Air Cess operations, which was accused of running weapons
to the Taliban and gun running activities in Africa, especially the Democratic Republic of Congo.


From his base in Sharjah in the Gulf,
Bout was servicing Ariana Afghan Airline flights to Kandahar, Afghanistan.
These flights were believed to be ferrying weapons and Al Qaeda and Taliban volunteers
to Afghanistan and the Clinton National Security Council strongly believed Bout was aiding terrorism.
Belgium issued an INTERPOL international arrest warrant for Bout for
money laundering
and diamond smuggling. Clinton White House counter-terrorism czar Richard Clarke wanted an arrest
warrant issued for Bout. Gayle Smith, Clinton’s National Security Council Africa bureau chief,
along with CIA and British MI-6 agents, kept a wary eye on Bout’s activities in Africa’s conflicts.






The Bush criminal cartel: fingerprints all over Dubai ports deal
After Bush was inaugurated in 2001, Sharjah police sent a special police unit to Sharjah airport
to capture Bout and hand him over to U.S. authorities, but the White House declined.

National Security Adviser Condoleezza Rice told U.S. intelligence that when it came to Bout,
"look but don’t touch.”
After 911, Rice inexplicably called off all operations aimed at Bout.
Law enforcement and intelligence agents considered such a move amazing, considering Bout’s direct links
to smuggling arms to the Taliban and Al Qaeda
, as well as to other areas of the world that were rife
with Islamist terrorist groups.


Next door to Sharjah is Dubai, the center of CIA spying in the region, according to U.S. intelligence sources.
Dubai’s Dolphin Energy Ltd. was a quarter-owned by Enron before the firm’s collapse. Dolphin’s CEO was
UAE Foreign Minister Sheikh Hamdan bin Zayed Al Nahayan. Bout was reported by the UN to be using
Flying Dolphin Airlines, which operated scheduled flights between Dubai and Kandahar
between October 2000 and January 2001, to ship arms to the Taliban. Flying Dolphin was owned by
Shaikh Abdullah bin Zayed bin Saqr al Nahayan, a former UAE ambassador to the U.S.

and a relative of the President of the UAE, who is also the
ruler of Abu Dhabi.
Flying Dolphin was registered in Bout’s favorite home base of Liberia although its main office was in Dubai.

In addition, Bout’s Texas-based Air Bas had rights to refuel at U.S. bases in Iraq.
One of Bout’s airfreight companies, Airbus, was subcontracted through another firm called Falcon Express of Dubai,
by Kellogg, Brown and Root, the subsidiary of Halliburton. Air Bas also had links to Falcon Express.


In July 2001, Osama bin Laden was reported to have received kidney treatment at the American Hospital in Dubai
with the blessing of the Dubai and UAE governments.
At the time of his hospitalization,
Osama Bin Laden was reported by the French newspaper Le Figaro and Radio France International to have been
visited on July 12, 2001, by Larry Mitchell, the CIA chief in Dubai who was said to have had close contacts
with all the Gulf royal families.
Mitchell was reportedly called back to CIA headquarters in Langley, Virginia
on July 15, 2001. The Carlyle Group, with George H. W. Bush, James Baker III, and the Bin Laden family
as major principals
, bought a 42 percent stake (from a previous 4.9 percent stake) in Le Figaro
after the paper on October 31, 2001, reported on the Bin Laden meeting with the CIA station chief in Dubai.


One of Neil Bush’s best friends and advocates in the Middle East is the Emir of Dubai,
Shaikh Mohammed bin Rashid al Maktoum, an individual who often crossed paths with the Taliban and Al Qaeda
on his frequent hunting and falconing trips to eastern Afghanistan. In the wake of 911,
Rashid, who was the Defense Minister of the United Arab Emirates and then Dubai Crown Prince,
said the following, “The United States must not to act in haste, it must give diplomacy and legal means
every opportunity before launching a military strike on Afghanistan, it must not rush to accuse people
without hard evidence.” The UAE was only one of three countries to recognize the Taliban,
which acquiesced to the financing of Al Qaeda and other terrorist groups.

In October 2001, while visiting Dubai just weeks after 911, Neil Bush praised the Shaikh Rashid
as a man with “foresight and vision.” In the same speech, Neil Bush said something that should chill
the bones of every American--he said the following about his learning-disabled son Pierce,
“My father was the 41st president and my brother is 43rd. I think that if Pierce finishes high school,
he’ll be the 50th president of the United States." Rashid also just so happened to be in charge of a project
to put computers in UAE schools and Neil Bush was hawking the services of his Ignite! Inc.,
an e-learning educational software company.


Carlyle has its fingerprints on the Dubai Ports world deal to assume control of six major U.S. ports
from Peninsular and Oriental Steam Navigation Company (P&O).
After Treasury Secretary John Snow
left CSX Corporation as its chairman, CSX Lines was sold to Carlyle, which renamed it Horizon Lines.
David Sanborn, who was a CSX executive under Snow, became director of European and Latin American
operations for Dubai Ports World and arranged to sell the Dubai state-owned firm CSX port operations
in South America and Asia. Sanborn was then appointed Assistant Secretary of Transportation for
Maritime Administration (MARAD), the oversight agency for U.S. shipping and ports.
The Dubai Ports World deal to take over U.S. port operations was signed off by the Committee
on Foreign Investment in the United States (CFIUS), chaired by Sanborn's old CSX boss Snow.
Perhaps not coincidental to the lucrative port deals, the Dubai Investment Corporation recently
invested $100 million in The Carlyle Group.
And Dubai Ports World's deal involves taking over operations
at more than just six U.S. ports -- New York, New Jersey, Philadelphia/Camden, Baltimore, Miami,
and New Orleans.
P&O's web site states the Dubai Ports World deal involves stevedore operations
at 21 U.S. ports: Portland, ME; Boston, Davisville, RI; New York; Newark; Philadelphia; Camden, NJ;
Wilmington, DE; Baltimore; Newport News, VA; Norfolk, VA; Portsmouth, VA; Miami; Lake Charles, LA,
New Orleans; Beaumont, TX; Port Arthur, TX; Galveston, TX; Houston; Corpus Christi; and Freeport, TX.


The magazine In These Times reported yet another former CIA officer who had ties to the Gulf
and who was heavily involved with the oil industry.
He is Stephen “Satch” Baumgart of Reston, Virginia.
He reportedly helped funnel arms to Sadaam Hussein in the 1980s with the approval of the CIA,
which had, at the time, tilted to Baghdad in its war with Iran. Baumgart was linked to another Republican contributor
and oil mogul, Pierre Falcone of Scottsdale, Arizona. Falcone was implicated in a complex guns-for-oil scandal
involving Angola and Vice President Dick Cheney’s old company, Halliburton, a major player with the Luanda regime.
Another player in that scandal was Russian-Israeli mobster Arkady Gaydamak, who is tied into an international network
of smugglers connected to Marc Rich, Scooter Libby's one-time client. Falcone was also closely linked to
Arizona Republican State Senator Scott Bundgaard, who ran for the House of Representatives’ Second District
in Arizona.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ผู้ก่อการร้าย ที่ชื่อทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed Jun 16, 2010 2:40 pm

http://www.thairath.co.th/content/oversea/89919

มอนเตฯยกแม้ว ตัวความหวัง พลิกฟื้นเศรษฐกิจ



รองนายกฯและรมว.คลังมอนเตเนโกร ระบุ มอนเตฯ จะได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการ
การมอบสถานะพลเมืองและหนังสือเดินทางให้ "ทักษิณ" ชี้การลงทุนของอดีตนายกฯ
จะ ช่วยให้มอนเตฯ หลุดพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ..

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ว่า ดร.อิกอร์ ลุคซิช รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีคลังมอนเตเนโกรออกมาระบุว่า มอนเตเนโกรจะได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
โดยตรงจากการตัดสินใจของรัฐบาลนายก รัฐมนตรีมิโล ดูคาโนวิชในช่วงก่อนหน้านี้ที่มอบ
"สถานะพลเมือง" และออกหนังสือเดินทางของประเทศให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย โดยระบุ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นบุคคลที่มีศักยภาพในการช่วย
ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติรายใหม่ๆ ให้เข้ามาลงทุนในมอนเตเนโกร

ลุคซิช ซึ่งมีวัยเพียง 34 ปี และถูกคาดหมายจากสื่อมวลชนในประเทศว่าจะกลายเป็นผู้นำ
รัฐบาลมอนเตเนโกรคนต่อ ไปหากนายกรัฐมนตรีดูคาโนวิชก้าวลงจากอำนาจ ออกมายอมรับว่า
มอนเตเนโกรยังคงไม่ฟื้นตัวจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่ดำเนินมา ตั้งแต่ปีที่แล้ว
ซึ่งทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศหดตัวลดลงถึง ร้อยละ 5.3 ทั้งๆที่มอนเตเนโกร
เคยมีเศรษฐกิจที่เติบโตสูงถึงร้อยละ 10.7 ในช่วง 2 ปีก่อนหน้านั้น

ลุคซิชยอมรับว่า หนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศของเขาหลุดพ้นจาก "ภาวะยากลำบาก"
ทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ก็คือ การ "หาทางชักจูงโน้มน้าว" ให้ พ.ต.ท. ทักษิณ
ที่เพิ่งได้สัญชาติมอนเตเนโกรช่วยนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศให้มากขึ้นตาม ที่เคย "รับปาก"ไว้

"ถึงแม้มอนเตเนโกรจะเป็นประเทศเกิดใหม่ที่เพิ่งประกาศเอกราชเมื่อกลางปี 2006 ที่ผ่านมา
แต่ผมมั่นใจว่าประเทศของเราก็เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยโอกาสในด้านการลงทุน" ลุคซิชกล่าว


ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า พ.ต.ท. ทักษิณกำลังลงทุนปรับปรุง " สเวตี สเตฟาน" รีสอร์ตหรูชื่อดัง
ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งด้านตะวันตกของมอนเตเนโกรและตั้งอยู่ห่างจากเมืองบุดวาอันเป็นที่พำนัก
ของอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 5 กิโลเมตร

โดยการลงทุนดังกล่าวของพ.ต.ท. ทักษิณในครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็นการ "ร่วมลงทุน" กับบริษัท
"Restis group" ของนายวิคเตอร์ เรสติซา มหาเศรษฐีชื่อดังจากประเทศกรีซ ซึ่งคาดว่า
การปรับปรุงรีสอร์ตหรูระดับ 5 ดาวแห่งดังกล่าวน่าจะเสร็จสิ้นทันการมาถึงของ "แขกคนแรก"
ในวันที่ 1 กรกฎาคม ก่อนที่จะมีการจัดพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กันยายนนี้ต่อไป

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง "พร็อพเพอร์ตี เอ็กซ์เพรส"ได้รายงานว่า
เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ดินทำเลงามขนาด 1,880 ตารางเมตรผืนหนึ่งในเมืองบุดวา
ได้ถูกประมูลไปโดยนักลงทุนจากต่างประเทศราย หนึ่งด้วยวงเงิน 1.52 ล้านยูโรหรือราว60 ล้านบาท
แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยชื่อของนักลงทุนที่ชนะการประมูลครั้งนี้แต่อย่างใด.


  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 16 มิถุนายน 2553, 14:01 น.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ