เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jun 06, 2010 7:52 pm

จากสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศช่วง 5 ปีหลังมานี้ ระบบสังคมและวิถีชีวิตของคนไทยในประเทศ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านจิตใจที่ลามไปทั่วสังคมทุกระดับชั้น

สังคมเด็ก เป็นสังคมที่อันตรายยิ่งนัก เพราะเป็นสังคมที่ซึมซับและเรียนรู้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับระบบการศึกษาไม่ได้ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสมองและความคิดในเชิงสร้างสรรค์เฉกเช่นระบบการศึกษาสมัยก่อน การรับเอาความรู้และเทคโนโลยี วิทยาการที่แปลกใหม่ รวมถึงระบบการศึกษาที่ทันสมัยมาปรับใช้กับระบบการศึกษาในประเทศไทย โดยที่รากฐานทางความรู้และความคิดของเด็กยังไม่แน่น ทำให้สมองของเด็กเหล่านั้นไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ในที่สุดก็กลายเป็นสมองที่ถูกสั่งการและควบคุมได้โดยง่าย คิด-อ่าน-ตัดสินใจ ในเชิงของเหตุและผลต่อคนในสังคมไม่ได้

หลายต่อหลายครั้งที่คนเรามักจะคิดว่าสิ่งที่เรามอบให้ผู้อื่นนั้น เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะที่สุดสำหรับบุคคลผู้นั้น แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำลายชีวิตเขาทั้งชีวิต กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินที่จะแก้ไขไปเสียแล้ว

ข่าวที่จะเอามาลงต่อไปนี้ คงเป็นแค่หนังตัวอย่างเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในสังคมเด็ก และอาจมีอีกหลากหลายตามมาเป็นระยะๆ ทั้งนี้เราจะโทษเด็กฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องโทษผู้ใหญ่ที่กระทำตัวเป็นแบบอย่างเมื่อเกิดปัญหา แล้วลองนึกสภาพดูเอาละกัน ว่าเด็กๆที่ต้องเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตนับแต่นี้ จะกลายเป็นอนาคตของประเทศ และนำประเทศชาติไปในทิศทางใด

=======================================================

คมชัดลึก :เด็กนักเรียน ม. 5 รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ เครียดไม่อยากเรียนหนังสือแอบซื้อน้ำมันเบนซินซุกซ่อนไว้ในห้องสมุดก่อนแอบในห้องน้ำช่วงจนท.ปิดห้องสมุดแล้วนอนรอจนค่อนสว่างแล้วถึงราดน้ำมันจุดไฟเผาตึกวอด 4 ชั้น

เมื่อเวลา 02.30 น. วันนี้(6มิ.ย.)พ.ต.ท.เชษฐ์ สังข์ศรีแก้ว พนักงานสอบสวนสภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม รับแจ้งเพลิงไหม้รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ ข้างม.มหิดล จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.สุรพจน์ พิสุทธิวงศ์ ผกก.นายปริญญา โพธิสัตย์ นายอำเภอพุทธมณฑล,พ.ต.ท.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม รอง ผกก. สส.,พ.ต.ท. รังสี ประทุมพร สว.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.พุทธมณฑล,เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลศาลายา,เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลสามพราน,และรถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน

บริเวณที่เกิดเหตุ ชั้น 2 อาคารมหิดลวิทยานุสรณ์ 2 เจ้าหน้าที่พบไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนลามไปถึงชั้น 4 ของอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลากว่า 1 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่ก็ต้องใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเลี้ยงไว้ไม่ให้เพลิงรุกลามไปยังชั้น 4 และอาคารใกล้เคียงอยู่ตลอดเวลา

จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณจุดที่เกิดเหตุนั้นเป็นอาคาร 7 ชั้น และบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 เป็นห้องสมุดโรงเรียน และเป็นสถานที่ที่นักเรียนทั้งหมดใช้เป็นที่แหล่งหาข้อมูลในการศึกษาถูกเพลิงเผาไหม้ทั้งหมดและรุกลามจนถึงชั้น 4 ซึ่งขณะเกิดเหตุนั้นไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

หลังจากเกิดเหตุช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน ทราบชื่อ นายสิงห์(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี อยู่ต. ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย นักเรียนชั้นม.5 รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ โดยจับได้ขณะปีนรั้วออกมาด้วยท่าทีมีพิรุธและศีรษะมีรอยถูกไฟไหม้เกรียม จึงได้นำตัวมาทำการสอบสวน

เบื้องต้นนายสิงห์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้จุดไฟเผาโรงเรียนด้วยตัวเอง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนที่สภ.พุทธมณฑลทำการสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการสอบปากคำผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน

ต่อมาในเวลา 10 . 00 น.วันนี้ ( 6 มิ.ย.) นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งกล่าวว่า เบื้องต้นทางกระทรวงฯจะนำงบเร่งด่วนมาทำการช่วยเหลือเบื้องต้น ส่วนคดีนั้นก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีไปตามกระบวนการยุติธรรม และจะมีการหยุดเรียนเป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้โรงเรียนได้ดำเนินการหาอาคารเรียนเตรียมให้เด็กนร.ได้เรียนกันไปก่อนที่จะดำเนินการต่อไป

พ.ต.อ.สุรพจน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเหตุที่เผา รร.นั้นเพราะไม่อยากเรียนหนังสืออยากที่จะหาวิธีให้ร.ร.ปิดเรียน จึงไปซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่บริเวณหน้าหน้าโรงเรียนมา 1 ลิตร และไฟแช็ก 1 อัน มาเตรียมไว้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.เมื่อคืนที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็แอบซ่อนตัวอยู่ในอาคารชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องสมุด รอจนถึงเวลา 02.50 น. จึงลงมือราดน้ำมันและจุดไฟเผา ก่อนที่จะหลบอยู่ในห้องน้ำของโรงอาหาร จนถึงเช้าจึงได้ปีนรั้วออกมาและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ดังกล่าว และจากการสอบถามเพื่อน ๆของเด็กคนดังกล่าว ทราบว่าเด็กเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใครมีเพียงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว และระยะหลังๆนั้น การเรียนตกต่ำจากที่เคยได้เกรด 4 ก่อนเข้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้ ปัจจุบันเหลือเพียง 3.1 เท่านั้น จึงเกิดความเครียดก็เป็นได้เพราะเพื่อนๆบางคนก็ไม่ยอมให้ดู หรือเวลาไม่เข้าใจถามเพื่อนก็ไม่มีใครบอก

นางยุวดี นาคะผดุงรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กล่าวว่า โรงเรียนนร.ชาย-หญิง 720 คน เป็นโรงเรียนประจำ ทางโรงเรียนจะมีหอพักแยกให้ระหว่างนักเรียนชายและหญิงอยู่คนละตึก และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเด็กเขาทำไปเพื่ออะไร เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้รับรายงานจากอาจารย์ที่ปกครองดูแลเด็กว่าเด็กมีปัญหาอะไร คงต้องรอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เสียก่อนว่าสาเหตุที่แท้จริง ที่ก่อเหตุนั้นคืออะไร

นายวีรพล (ขอสงวนนามสกุล) บิดาของนายสิงห์ บอกว่า บุตรชายของตนพักอยู่หอชาย (หอเก้า) ที่อยู่ภายในโรงเรียน และจะกลับมาบ้านเฉพาะในช่วงที่ปิดภาคเรียนใหญ่เท่านั้น ช่วงปิดเรียนเสาร์-อาทิตย์ก็จะอยู่ที่หอพักที่โรงเรียนเช่นเดียวกับเด็กที่บ้านอยู่ไกล แต่ในช่วงที่รร.ปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมาลูกชายของตนก็เดินทางกลับมาอยู่บ้าน และบ่นให้ตนและภรรยาฟังว่าเรียนหนัก และรู้สึกเครียดมาก จนไม่อยากจะกลับไปเรียนอีกแล้ว ซึ่งตนไม่ได้คิดอะไรมากเพียงแต่ให้กำลังใจลูก และอีกอย่างตนคิดว่าช่วงหลังๆ นี้บุตรชายตนเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ตนเคยคิดว่าบุตรชายของตนเริ่มเป็นโรคจิต ซึ่งอาจเป็นกรรมพันธุ์ก็เป็นได้ที่ทางญาติพี่น้องตนก็เป็นโรคจิตต้องรักษาตัวตลอดเวลาและก็ไม่คิดว่าบุตรชายของตนจะคิดที่จะเผาโรงเรียนเพื่อที่จะได้หยุดเรียนเช่นนี้

นายศิโรจน์ ปัญญะ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นม.5 รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ เล่าว่า ปกติแล้วมีนักเรียนพักหอพักประมาณ 500 กว่าคน และในช่วงเสาร์-อาทิตย์จะเหลือเพียงประมาณ 250 คน เพราะเด็กนักเรียนที่อยู่จังหวัดใกล้ๆก็จะกลับบ้านแต่ที่เหลือก็เป็นเด็กที่อยู่ต่างจังหวัดไกล ๆ เช่นทางใต้และทางภาคเหนือ ส่วนตนมาจากจังหวัดสิงห์บุรี เสาร์ อาทิตย์ ตนจะไปอยู่กับบิดาที่กรุงเทพฯและเพิ่งเดินทางถึงโรงเรียนเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา แต่เมื่อมาถึงโรงเรียนก็พบว่าโรงเรียนถูกไฟไหม้แล้วและทางรร.ก็บอกว่าให้ตนมาเอาของใช้ส่วนตัวกลับไปบ้านก่อนเพราะโรงเรียนหยุด 7 วัน ตนจึงได้มาเก็บของกลับบ้าน

นายธีรภัทร ศรีมโนรถ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ บอกว่า เพิ่งมาถึงโรงเรียนเหมือนกันเมื่อมาถึงก็พบว่าอาคารมหิดลวิทยานุสรณ์ 2 ถูกไฟไหม้เกือบหมด รู้สึกเสียดายมากเพราะตึกนี้เป็นตึกที่มีห้องสมุดถึง 2 ชั้น หนังสือในห้องสมุดก็ถูกไฟไหม้หมดเลย แล้วต่อไปนี้จะเอาหนังสือที่ไหนดูกัน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jun 06, 2010 7:54 pm






_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Jun 08, 2010 7:09 pm

hacksecret พิมพ์ว่า:http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1275894529&grpid=&catid=04

วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 20:07:58 น.
มติชนออนไลน์

"พระเทพฯ"รับสั่งช่วย"รร.มหิดลวิทยาฯ"เต็มที่
นักวิชาการชี้เด็กไม่ได้โรคจิต แต่ระบบการศึกษาไทยวิกฤต


ส่งม.5มือเผา ห้องสมุด ร.ร.มหิดลวิทยาฯให้จิตแพทย์ตรวจ คาดรรู้ผล 1 สัปดาห์
ตำรวจเผยพ่อยอมรับลูกป่วยทางจิต แต่ไม่กล้าแจ้งให้ทราบเกรงโดนปฎิเสธรับเข้าเรียน
"ผู้ว่าฯนครปฐม"เผยเด็กบอกเลียนแบบผู้ใหญ่ที่เผาเมืองแล้วไม่ผิด

ส่งมือเผาห้องสมุดให้จิตแพทย์ดูแล

น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมหารือกับ
นางยุวดี นาคะผดุงรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ตัวแทนศิษย์เก่า และผู้แทน
สมาคมผู้ปกครอง เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มิถุนายนที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงกรณีนายวี
(นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (ม.5) ก่อเหตุลอบวางวางเผาห้องสมุดตั้งอยู่ที่
อาคารมหิดลวิทยานุสรณ์ 2 โรงเรียนมหิดลอนุสรณ์ ต.ศาลยา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
เมื่อช่วงดึกวันที่ 6 มิถุนายน เพื่อหาทางแก้ปัญหาสถานที่เรียน ประเมินความเสียหายและ
ดูแลสภาพจิตใจของผู้ก่อเหตุ

ต่อมานางยุวดีแถลงผลหารือว่า เบื้องต้นประเมินความเสียหายไว้ ประมาณ100-130 ล้านบาท ส่วนใหญ่
จะอยู่ที่อาคารศูนย์วิทยบริการ ซึ่งเป็นห้องสมุด ที่รวมหนังสือกว่า 7 หมื่นเล่มเครื่องคอมพิวเตอร์
เพื่อการแสวงหาความรู้ ห้องประชุมฉายภาพยนตร์เสมือนจริงด้านดาราศาสตร์ 3 มิติ ห้องประชุมต่างๆ
ที่อยู่ตั้งแต่ชั้น 1-3 และห้องปฏิบัติการในสาขาคณิตศาสตร์

"นักเรียนที่ก่อเหตุถูกนำตัวไปอยู่ ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิตจากการสอบ
ประวัติเด็กย้อนหลังจากครูประจำชั้นพบว่าตอนเด็กอยู่ชั้นม.4 เป็นเด็กเรียบร้อย พฤติกรรมเป็นปกติ
เหมือนเด็กอื่นๆ แต่พอขึ้นม.5 พ่อแม่ของเด็กได้ฝากให้ครูประจำชั้นช่วยดูแลเด็กเป็นพิเศษ
ซึ่งไม่ได้แจ้งข้อมูลอะไรมาก แต่เมื่อเปิดเทอมได้ 2 สัปดาห์ เด็กก็แสดงพฤติกรรมเครียด
อย่างเห็นได้ชัดทางโรงเรียนพยายามตามประกบเฝ้าดูเด็กอยู่ แต่ก็พลาดจนได้เนื่องจาก
เด็กใช้โอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เด็กส่วนใหญ่ไปทำกิจกรรมปฏิบัติธรรมนอกโรงเรียนและ
บางส่วนกลับบ้าน แต่เด็กซ่อนตัวเพื่อก่อเหตุ"นางยุวดีกล่าวและว่าขณะนี้โรงเรียนได้ประกาศ
หยุดเรียนหนึ่งสัปดาห์จะเปิดเรียนในวันที่ 14 มิถุนายน

พระเทพฯทรงรับสั่งช่วยเต็มที่

นางยุวดีกล่าวว่า ต้องเร่งหาห้องเรียนทดแทน ให้เด็กได้เรียนอีกประมาณ 15 ห้องซึ่งทาง
มหาวิทยาลัยมหิดลยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยการอนุญาตให้เด็กนักเรียนของโรงเรียนไปใช้และ
ยืมหนังสือของห้องสมุดมหาวิทยาลัยมหิดลได้อย่างไรก็ตามการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน
ไม่ได้ละเลยระบบการเสริมสร้าง วุฒิภาวะ ทางอารมณ์แก่เด็กนักเรียน และมีระบบคัดกรองด้านจิตวิทยา
เด็กทุกคนก่อนรับเข้าเรียน แต่ละปีมีเด็กหัวกะทิจากทั่วปะเทศสอบแข่งขันเข้าเรียนโรงเรียน
ราว 20,000 คน สอบคัดเลือกด้านวิชาการรอบแรก 500 คน จากนั้นสอบคัดความถนัดทางการเรียน
ของเด็กและคัดกรองด้านจิตวิทยา

ด้าน น.ส.นริศรากล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน ศธ.ไม่มีนโยบายที่จะเป็นโจทย์ฟ้องร้องดำเนินคดีกับเด็ก
คงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อนรอบด้าน
ต้องศึกษาวิเคราะห์มูลเหตุจูงใจ ปัญหาส่วนตัว และข้อมูลครอบครัวเชิงลึก เพื่อบำบัดพฤติกรรมเด็ก
ให้ถูกทาง สัปดาห์นี้จะให้องค์กรบริหารหลักของ ศธ.พิจารณาสนับสนุนงบประมาณฉุกเฉินราว 10 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายที่หารือกันในวันนี้วิเคราะห์ว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเฉพาะบุคคลไม่น่าจะ
เกี่ยวกับระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มีความพยายามจะวิเคราะห์กันว่าสร้างความกดดัน
ให้เด็กมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน

น.ส.นริศรากล่าวด้วยว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทราบเรื่องนี้แล้ว
และทรงรับสั่งว่าหากมีอะไรให้ทูลขอความช่วยเหลือได้ทันที

ที่ปรึกษาคุย90%เด็กเกรดเฉลี่ย3.5

นายกฤษณพงษ์ กีรติกร ที่ปรึกษาโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กล่าวว่า สถิติของเด็กที่จบม.6
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ในปีการศึกษา 2552 ที่ผ่านมาพบว่าเด็ก 90 % มีผลการเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5
สำหรับเด็กที่ก่อเหตุเกรดเฉลี่ย 3.1

นพ.ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยุวประสารทไวทโยปถัมภ์ กล่าวว่า เป็นปัญหา
สภาพจิตรายบุคคล การดูแลปัญหาจึงค่อนข้างยาก เท่าที่วิเคราะห์ตรวสอบ ระบบกลไกการจัดการ
ของโรงเรียนมหิดลฯ เกี่ยวกับการดูแลวุฒิภาวะทางอารมณ์ของเด็กให้สมดุลนั้น ก็พบว่าโรงเรียน
มีการวางระบบไว้ดีอยู่แล้ว มีการเสริมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความดีในตัวเด็ก และการทำกิจกรรม
ทางสังคมอย่างไม่ละเลย

ผู้ว่าฯชี้เด็กเลียนแบบผู้ใหญ่เผาเมือง

เมื่อเวลา 08.45 น. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม
ให้สัมภาษณ์ถึงสภาพอาคารที่ถูกเผาว่า ทางกายภาพตัวอาคารไม่ถึงกับต้องทุบทิ้ง จะมีบางส่วน
ที่ต้องซ่อมแซมใหญ่ซึ่งต้องรอให้โยธาธิการ ผังเมือง วิศวกร มหาวิทยาลัยมหิดลและผู้ชำนาญการ
เข้าตรวจสอบอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเรื่องจิตใจเด็กสำคัญกว่า เราต้องหาวิธีการช่วยกันฟื้นฟู
สภาพจิตใจเด็ก สังคมวันนี้ไปมุ่งเน้นกับการสร้างค่านิยม เลียนแบบสังคมทุนนิยม ลืมเรื่องคุณธรรม
จริยธรรม ทำอย่างจะสร้างหลักคิดใหม่ เสริมด้านอีคิวให้แก่เด็กมากขึ้น

"จากการพูดคุยกับเด็กแล้วเขาเป็นคนน่ารักมาก ไม่ก้าวร้าว อ่อนน้อมและบอกว่าผู้ใหญ่พยายามบีบ
ให้เดินตามที่ต้องการและเมื่อทำไม่ได้ปัญหาก็เกิดกับจิตใจจริงแล้วเด็กอยากเรียนที่โรงเรียนอุดรพิทยาคม
จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิม"ม.ล.ปนัดดา กล่าวและว่า
เด็กบอกว่าทีผู้ใหญ่เผาบ้านเผาเมืองกันไม่เห็นเป็นอะไร
เลยลอกเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเกิดไฟรุกขึ้นยังโทรศัพท์ไปแจ้ง
ที่ 191 หลายครั้ง และหากย้อนกลับไปได้จะไม่ทำเด็ดขาด

เผยพ่อยอมรับลูกป่วยทางจิต

ด้านพ.ต.อ.สุรพจน์ พิสุทธิ์วงศ์ ผกก.สภ.พุทธมณฑล กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่าทาง
พ.ต.อ.ถาวร ขาวสะอาด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด(รองผบก.ภ.จว.)นครปฐม
เป็นหัวหน้าชุดควบคุมการสอบสวนทั้งหมดอย่างละเอียด ส่วนผู้ก่อเหตุถูกส่งตัวไปตรวจสภาพจิต
ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อนำผลการตรวจของแพทย์มาสรุปสำนวนหากแพทย์ระบุว่า
ป่วยทางจิตต้องส่งเข้ารักษาให้ร่างกายและจิตใจดีขึ้น ก่อนที่จะส่งตัวกลับมาดำเนินคดี
อย่างไรก็ตามได้สอบสวนพ่อผู้ก่อเหตุ ก็ยอมรับว่าลูกชายป่วยทางจิตแต่ไม่กล้าแจ้ง
ให้ทางโรงเรียนทราบเพราะเกรงลูกจะไม่ได้เข้าเรียน

นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผู้อำนวยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กล่าวว่า ได้รับตัวนายวีไว้เพื่อให้
จิตแพทย์ประเมินสภาพจิตใจของเด็กว่า เด็กมีปัญหาอะไร และมีแรงจูงใจอะไรที่ทำให้ก่อเหตุ
ซึ่งจากการที่จิตแพทย์เข้าไปพูดคุยในเบื้องต้นเด็กให้ความร่วมมือดีและพ่อแม่ของเด็กเดินทาง
มาเยี่ยมลูกพร้อมกับให้ข้อมูลเกี่ยวกับนิสัยและพฤติกรรมของเด็ก เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการ
ดูแลสภาพจิตใจของเด็กได้ดีขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กมีอาการทางจิตหรือไม่
ต้องรอผลการประเมินทั้งหมดอีกครั้งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามยอมรับว่า
หลังเกิดเหตุสภาพจิตใจของเด็กยังไม่ปกติ เด็กมีอาการซึมและนิ่งเงียบเป็นบางครั้ง

นักวิชาการชี้เหตุจากระบบศึกษาเหลว

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเหตุการณ์นี้อาจนำไปสู่การปรับปรุง
การเรียน การสอนเพื่อฝึกอีคิวหรือวุฒิภาวะทางอารมณ์ ให้เด็กนักเรียนควบคู่ไปกับการพัฒนาไอคิว
หรือสมรรถนะทางปัญญา และเพื่อไม่ให้เป็นการแก้ปัญหาอย่างฉาบฉวยก็ได้มอบให้ทั้งศธ.
และโรงเรียนมหิดลฯ ทำวิจัยกรณีนี้เพื่อนำผลมาใช้ในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะกรรมการ
นโยบายปฏิรูปการศึกษาใน ทศวรรษที่สอง(กนป.) กล่าวว่า ที่เด็กเผาห้องสมุด ไม่ใช่เป็นโรคจิต
แต่สะท้อนถึงการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนมหิดลวิทยาฯตลอดจนระบบการศึกษา
ไทยที่มีปัญหาอยู่ขั้นวิกฤติ ที่สมควรต้องหันกลับมาทบทวนและแก้ไขโดยเร่งด่วน
แทนที่จะโทษเด็กว่าทำลายชื่อเสียงของโรงเรียน

แนะต้องปฎิรูปหลักสูตร

"การวางเพลิงครั้งนี้จุดประเด็นให้สังคมเห็นว่าการเรียนการสอนในโรงเรียน มหิดลฯ
เป็นระบบการแข่งขันที่เอาเป็นเอาตาย เด็กเก่งแล้งน้ำใจ ล้อเลียนเด็กเรียนอ่อนกว่า

มีการแบ่งแยกชนชั้นระหว่างเด็กในเมือง
และเด็กต่างจังหวัดชัดเจน
คนที่เรียนอ่อนกว่า
กลายเป็นผู้แพ้และเป็นฐานให้คนเก่ง

ที่สำคัญสะท้อนว่าโรงเรียนมหิดลฯ ขาดระบบแนะแนวและการให้คำปรึกษาที่ดี
เพราะเด็กคนนี้เคยพยายามเผาโซฟามาแล้วครั้งหนึ่งถ้ามีคนให้คำปรึกษาที่ดีเชื่อแน่ว่า
เด็กจะไม่เผาเป็นครั้งที่สอง"นายสมพงษ์กล่าวและว่าโรงเรียนควรหันกลับมาทบทวนว่า
จะช่วยเหลือเด็กที่มีผลการต่ำกว่าเกรด 3 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 30% ได้อย่างไร ซึ่งคำตอบคือ
การปฏิรูปหลักสูตร ลดเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนลง 30 % เพื่อให้เด็กไปทำกิจกรรมให้มากขึ้น
ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการศธ. ซึ่งควรต้องเริ่มต้นตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2553 นี้

"เรื่องนี้เป็นบทเรียนให้ผู้ใหญ่หันกลับมาทบทวนพฤติกรรมของตัวเองทั้งการใช้คำพูดหยาบคาย
อภิปรายในสภาฯ รวมถึงการเผาบ้านเผาเมืองเพราะสะท้อนว่าเด็กซึมซับพฤติกรรมของผู้ใหญ่และ
เลียนแบบตาม"นายสมพงษ์กล่าว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 09, 2010 10:46 am

sunny พิมพ์ว่า:แล้วลองนึกสภาพดูเอาละกัน ว่าเด็กๆที่ต้องเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตนับแต่นี้ จะกลายเป็นอนาคตของประเทศ และนำประเทศชาติไปในทิศทางใด

เผยวิธีสุดฮิตของนศ.ขายตัวใช้หนี้พนันบอล

คมชัดลึก :เผยวิธีชำระหนี้พนันบอล สุดอิตของนศ. ขายตัวใช้หนี้ ขณะที่ นศ.เล่นพนันบอล เปิดใจ ล้างพนันบอลให้หมดไปได้ยาก เหตุสังคมยังเห็นคนมีเงินยิ่งใหญ่ ทำให้สะดวกสบาย แฉเด็กเล่นพนันบอลต่ำสุดอายุ 10 ขวบ แนะปลูกฝังค่านิยมรู้จักประมาณตน ฝากพ่อแม่ สังเกตุพฤติกรรมของลูก ถือนสพ.กีฬา มีราคาต่อคู่ ฟันธงเล่นชัวร์ ด้านสกอ.ประกาศศธ.สั่งมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเฝ้าระวัง

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ห้องประชุมลำพอง มหาวิทยาลัยราภัฎสวนดุสิต (มสด.) จัดเสวนากลุ่มเรื่อง “วัยรุ่นไทยกับการพนันฟุตบอลโลก 2010” โดยมี รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมสด. กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาเรื่องการพนันบอลกลุ่มนักศึกษามีมากขึ้น ซึ่งมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ เพราะการที่ผู้ปกครองส่งลูกหลานมาเรียนที่มสด.คงไม่อยากให้ต้องมาเสียอนาคต

อีกทั้งรูปแบบในการพนันบอล การทวงหนี้มีมากขึ้น โดยเฉพาะการทวงหนี้ และการชำระหนี้คืน ขณะนี้ไม่ได้มีเพียงการข่มขู่ ทำร้ายร่างการ แต่ผู้ชายที่ติดพนันบอลมีการพาแฟนของตัวเองไปชำระหนี้แทน และนักศึกษาหญิงที่เล่นพนันบอล เมื่อเสียก็มีการขายตัวเพื่อชำระหนี้ เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงปัญหาของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในการแก้ปัญหา แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันแก้ไข การเสวนาในครั้งนี้ จึงเป็นการระดมความคิดเห็น และความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายมหาวิทยาลัย ชุมชน ตัวนักศึกษาเอง และรวมไปถึงฝ่ายเจ้านห้าที่ตำรวจ

นายใหญ่ (นามสมมุติ) อดีตนักเล่นพนันบอล กล่าวว่า พฤติกรรมการรับแทงพนันบอลปัจจุบันมีรูปแบบมากขึ้น ได้แก่ 1.เล่นที่โต๊ะแทงพนันด้วยตนเอง โดยจ่ายเงิน และรับเงินด้วยเงินสด 2. เล่นทางโทรศัพท์ ซึ่งคนที่จะเล่นทางโทรศัพท์ได้ต้องสนิทกับทางโต๊ะบอลพอสมควร มีเครดิต และแทงจากคนที่สนิท เพื่อน คนที่รู้จักในวงการเล่น โดยการจ่ายเงินและรับเงิน ขึ้นอยู่กับทางเจ้าของโต๊ะรับพนันกับผู้เล่นตกลงรายละเอียดในการจ่ายเงิน เช่น จ่ายวันต่อวัน จ่ายอาทิตย์ละ 2 ครั้ง อาจจ่ายเป็นเงินสด หรือจ่ายผ่านทางธนาคาร หรือดอนเงินผ่านทางมือถือ และสามารถแทงพนันบอลได้หลายช่องทาง

3. เล่นทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมของนักเล่นพนันบอลมากที่สุด เพราะสามารถเล่นได้ตลอด 90 นาที ได้ราคาส่วนต่างที่ดีกว่าแทงผ่านโต๊ะบอล มีรายละเอียดในการเล่นหลากหลาย ตั้งแต่เริ่มเขี่ยลูก ฝ่ายไหนได้ลูก ฝ่ายไหนเตะมุมก่อน ได้ทุ่มบอลก่อน ซึ่งแตกต่างจากเตะบอลทั่วไปไม่เปิดเล่น โดยการจ่ายเงินและรับเงิน จะโอนเงินสดผ่านบัญชีเข้าเลขบัญชีตามที่เว็บไซต์กำหนด และ4.เล่นผ่านนายหน้า หรือเด็กเดินโพย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเล่นพนันบอล เพราะก่อนที่จะเข้าไปถึงโต๊ะบอลได้ต้องผ่านเด็กเดินโพยก่อน กลุ่มนี้มีมากตามอพาร์ตเม้นท์ หรือแหล่งชุมชนทั่วไป โดยจะรับเงินสด และจ่ายเงินในวันถัดไป

“กลุ่มคนที่เล่นมากที่สุด คือกลุ่มนักศึกษา และพนักงานเอกชน เนื่องจากการเล่นพนันบอลทำให้ได้เงินมาก อีกทั้งบริเวณรอบมหาวิทยาลัยทั่วประเทศล้วนมีโต๊ะบอลรับแทงบอล ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครอง คนในชุมชนต้องคอยสังเกตุลูกหลาน หากใครถือหนังสือพิมพ์กีฬา ที่มีราคาฟุตบอลในแต่ละคู่ เด็กคนนั้นมีโอกาสเล่นพนันบอลสูง ส่วนบ้านไหนรับแทงฟุตบอลจะมีโปสเตอร์นักฟุตบอล ทีมฟุตบอลติดอยู่ และบ้านนั้นมีคนเดินเข้าเดินออกมาก ส่วนลักษณะการทวงหนี้ของเจ้ามือรับพนันบอล มีตั้งแต่ทวงหนี้โดยการข่มขู่ ผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ยึดสิ่งของที่มีค่า หาผู้หญิงหรือแฟนของตนเองมาให้กับเจ้าของโต๊ะเพื่อเป็นการชดใช้หนี้แทน ส่วนกรณีผู้หญิงเล่นพนันจะใช้ร่างกายตัวเองแลกเป็นค่าพนันบอล ซึ่งปัจจุบันกรณีนี้มีมากที่สุดในกลุ่มนักศึกษา” นายยิ่งใหญ่กล่าว

ด้านน.ส.ปา (นามสมมุติ) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มสด. กล่าวว่าจากประสบการณ์ของตนเองเคยเล่นพนันบอลเมื่อตอนอยู่ม.ปลาย ขณะนั้นมีรุ่นพี่ผู้หญิงที่เป็นนักเดินโพยบอลชวนให้ไปเล่น เล่นสนุกๆ ครั้งละ 20-30 บาท ไม่ได้ทำให้เป็นหนี้พนันบอลมากมาย แต่ที่เลิกเล่น เพราะได้เห็นเรื่องราวของเพื่อนผู้หญิงที่แฟนเขาติดหนี้พนันบอล และจะพาไปขัดดอก หรือไปชำระหนี้พนันบอลแทน ตอนนั้น รู้สึกว่าพนันบอลเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะอาจทำให้ชีวิตของคนๆ หนึ่งเสียได้ จึงอยากให้เพื่อนผู้หญิงทุกคนระมัดระวังตนเอง อย่าไปเล่นพนันบอลจนต้องเสียร่างกายของตนเองไป

นายธี (นามสมมุติ) นักศึกษามสด. อดีตเซียนพนันบอลรุ่นเยาว์ กล่าวว่า เริ่มต้นเล่นพนันบอลตั้งแต่อายุ 14-15 ด้วยสาเหตุที่เพื่อนชวน และอยากได้เงิน เพราะคิดว่าถ้าเล่นแล้วคงไม่เสียอะไรมาก พอได้เงินก็เริ่มมีเครดิต รู้จักคนเยอะ ก็เลยแทงปากเปล่า จึงเปลี่ยนแนวการเล่นเป็นแทงบอลทางโทรศัพท์ ตอนนั้นได้เงินจำนวนมาก มีเงินในมือเป็นล้านบาท เยอะมาก แต่มาวันหนึ่ง เล่นพนันบอล และเสียหมด เสียไปเกือบแสน จนต้องขายทุกอย่างที่มีอยู่ในตัว แต่ก็ไม่พอที่จะใช้หนี้หมด ช่วงนั้นกลัวมาก เคยคิดจะฆ่าตัวตาย อยากหนีหนี้ ไม่อยากให้พ่อแม่รับรู้ พยายามคิดหาวิธีหาเงิน จึงตัดสินใจขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มีอยู่ในตัว ยืมเพื่อนบ้าง หางานพิเศษทำบ้าง ด้วยเวลาที่กำหนดและ ทำให้ต้องเข้าไปเจรจาต่อรองขอผ่อนชำระหนี้ กว่าจะหมดก็เกือบเดือน

“การแก้ปัญหาพนันบอล หรือปราบปรามให้พนันบอลหายไปนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไมได้ เพราะตราบใดที่สังคมยังเห็นคนมีเงินเป็นคนยิ่งใหญ่ มีอำนาจ มีความสะดวกสบาย และเด็กไทยยังรักในฟุตบอลอยู่ เพราะจุดเริ่มต้นของการเล่นพนันบอลเริ่มจากการชอบฟุตบอล วิเคราะห์ข้อมูลฟุตบอลได้ อีกทั้งการแข่งขันฟุตบอลมีตลอดทั้งปี และคนมีสีทั้งสีเขียว สีกากี เข้ามาเป็นเจ้าโต๊ะบอลเอง เข้าถึงได้ง่าย อย่างตอนนี้เด็ก 10 ขวบ ก็เริ่มเล่นพนันบอลแล้ว ผมว่าต่อให้มีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไรก็คงไม่สามารถทำให้การเล่นพนันบอลหมดไปได้ นอกจากสร้างจิตสำนึก ปลูกฝังให้รู้จักประมาณตน ถ้าคิดจะเล่นก็ต้องรู้ว่าตัวเองสามารถเล่นได้มาขนาดไหน เล่นเพื่ออะไร น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด”นายธีรวัฒน์ กล่าว

นายไพชยนต์ บุญ-หลง นายกองค์การบริหารนักศึกษา มสด. กล่าวว่า จากปัญหาการพนันบอลที่เกิดขึ้นในหมู่นักศึกษาถือว่าเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก หากจะใช้วิธีว่ากล่าวตักเตือนคงจะไม่ได้ผล ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ดูแลบ้านเมือง มหาวิทยาลัย นักศึกษา และชุมนุม ต้องออกมาตรการดูแลควบคุม พื้นที่ที่เป็นแหล่งพนันบอล หรือแหล่งมั่วสุมนักศึกษา ร้านเหล้าต่างๆโดยจุดเริ่มต้นง่ายคือ ต้องทำความเข้าใจว่า อารมณ์ของวัยรุ่นและผู้ใหญ่ไม่เหมือนกัน จะใช้วิธีการพูดคุยธรรมดาคงไม่ได้ ต้องช่วยกัน จัดอบรมอาสาสมัครตัวแทนนักศึกษา ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้นำชุมนุม หาแหล่งต้นตอ แม้ว่าจะยังไม่ได้ผลเต็ม 100 แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

นายฑีฆะ ฤทธิพันธ์ อาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษา มสด. (ศูนย์ระนอง 2) กล่าวว่า เด็กวัยรุ่นสมัยนี้เล่นพนันบอลเป็นมาตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย ถามว่าเล่นบอลเป็นไหม เขาจะตอบทันทีว่า เล่น เพียงแต่เราไม่ทราบว่า เขาเล่นมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่แน่นอนและเด่นชัดที่สุดคือ สภาพคนเด็กที่เล่นพนัน จะดูง่าย เดินถือหนังสือพิมพ์ มีตารางบอล แอบนอนหลับในชั้นเรียน สภาพร่างกายอิดโรยเหมือนคนไม่ได้นอน ซึ่งทั้งนี้เราต้องหาวิธีการแก้ไข โดยเริ่มจากครอบครัว พ่อแม่ สถานศึกษา อาจารย์ เพื่อนฝูง และชุมนุม ป้ายติดรณรงค์ตามร้านค้า หอพัก รณรงค์ครั้งแรกอาจจะยังไม่หมด แต่เราเชื่อว่า สามารถลดลงได้เรื่อยๆ ถ้าเราช่วยกัน พี่แนะนำน้อง ดูแลน้อง

ผศ.สรรค์ วรอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้กำหนดแนวทางให้สถาบันอุดมศึกษาในสังกัด/กำกับ พิจารณาดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันในสถาบันอุดมศึกษา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันฟุตบอลในสถาบันอุดมศึกษา

ดังนี้ 1. สอดส่องดูแลไม่ให้นิสิตนักศึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันทุกชนิด 2. ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมทางบวกต่าง ๆ 3. จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของการพนัน พร้อมทั้งใช้สื่อทุกชนิด 4.ให้อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ประจำวิชาสอดแทรกเรื่องผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการพนัน 5.ตั้งเครือข่ายนักศึกษาเพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลมิให้มีการเล่นพนันในสถาบัน 6.ตั้งศูนย์แนะนำให้คำปรึกษา ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์หรือศูนย์ฮอตไลน์เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและใกล้ชิด 7.ให้อาจารย์ประจำห้องคอมพิวเตอร์ดูแลไม่ให้นิสิตนักศึกษาใช้ช่องทางระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อเล่นการพนัน 8. ประสานสถานีตำรวจในท้องที่ให้หมั่นตรวจตรา และจับกุมแหล่งรับพนันฟุตบอล 9.มีมาตรการและบทลงโทษทางวินัยกับนิสิตนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพนันขั้นเด็ดขาด และ10 พิจารณาออกมาตรการอื่นเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาการพนันทุกชนิดในสถาบันอุดมศึกษา โดยให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jul 04, 2010 7:52 am

เด็ก ป.3 อ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้จำนวนมาก



โรงเรียนต่างๆ พยายามปรับตัวเพื่อช่วยให้นักเรียนมีทักษะการอ่าน การเขียน ที่ดีขึ้น หลังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เผย นักเรียนที่จบป.3 ในปีการศึกษา 2552 ทั่วประเทศที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดคำนวนไม่เป็นจำนวนมาก

นายพินิจ ส่งเสริม ผอ.โรงเรียนเมืองอุบล จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า โรงเรียนมีจำนวนครูไม่เพียงพอ การเรียนของนักเรียนจึงเป็นการเรียนกับครูตู้ หรือการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม จากโรงเรียนไกลกังวล โดยโรงเรียนพยายามแก้ปัญหานักเรียนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และคิดคำนวณไม่เป็นที่ในชั้นเรียนหนึ่งจะมีประมาณ 4-5 คน ด้วยการให้นักเรียนได้เรียนซ่อมเสริมในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงก่อนกลับบ้าน และเริ่มโครงการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อช่วยเสริมทักษะให้กับนักเรียนที่อ่อนด้อยทางการเรียน

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า จากการประเมินนักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นป.3 กว่า 500,000 คนทั่วประเทศ พบว่ามีเด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และคิดคำนวนไม่เป็น ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 2 - 3 โดยมีเด็กที่อ่านไม่ออกกว่า 37,000 คน และเขียนไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 93,000 คน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Fri Jul 09, 2010 8:17 am

สำรวจพบเด็กไทยอ่านหนังสือไม่ออก

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.ได้รายงานผลการประเมินนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัดสพฐ.ทั่วประเทศ ประจำปีการศึกษา 2552 จำนวน 502,469 คน เรื่อง "การอ่านออก เขียนได้ คิดคำนวณได้" ซึ่งได้ทำการประเมินในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีรายละเอียดดังนี้





1. ความสามารถทางการอ่านออกเสียง พบนักเรียนอ่านไม่ผ่านเกณฑ์ 7.22 เปอร์เซ็นต์ หรือ 37,813 คน ลดลงจากปีการศึกษา 2551 ที่มีนักเรียนอ่านไม่ผ่านเกณฑ์ 8.82 เปอร์เซ็นต์ หรือ 49,499 คน
2. ความสามารถทางการเขียน มีนักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ 17.74 เปอร์เซ็นต์ หรือ 93,880 คน คงที่จากปีการศึกษา 2551 ที่มีนักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ 17.74 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 99,558 คน
3. ความสามารถทางการคิดคำนวณ มีนักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ 22.29 เปอร์เซ็นต์ หรือ 119,374 คน ลดลงจากปีการศึกษา 2551 ที่มีนักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ 25.29 เปอร์เซ็นต์ หรือ 141,929 คน

เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า วิธีการการประเมินความสามารถทางการอ่านนั้นจะมีข้อความให้นักเรียนอ่าน 7 ข้อความ เช่น คำที่ไม่มีตัวสะกด คำควบกล้ำ คำที่มีตัวการันต์ เป็นต้น ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่จะไม่สามารถอ่านคำที่มีตัวการันต์ได้และจะมีปัญหามากที่สุด ส่วนวิธีการประเมินความสามารถทางการเขียนจะให้นักเรียนพิจารณาภาพที่กำหนดให้แล้วเขียนเนื้อเรื่องความยาวไม่ต่ำกว่า 10 บรรทัด สำหรับการประเมินความสามารถทางการคิดคำนวณจะมีโจทย์ให้นักเรียนแสดงวิธีทำตามกระบวนการคณิตศาสตร์ อย่างไรก็ตามผลการประเมินที่ออกมานั้นยังไม่น่าพอใจ จะต้องกระตุ้นให้สพท.เร่งรัดการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในด้านดังกล่าวให้ดีขึ้น โดยสพท.จะจำแนกข้อมูลเป็นรายเขตพื้นที่ให้แต่ละเขตพื้นที่ ไปจัดทำแผนรณรงค์และส่งเสริมทักษะพื้นฐานนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีจำนวนนักเรียน อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดคำนวณไม่ได้ให้เหลือน้อยที่สุด และในอนาคตจะต้องให้หมดไป ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลา และจะบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็นวาระในการประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศในวันที่ 15-16 ก.ค.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.motherandcare.in.th

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Wed Aug 04, 2010 11:20 am

ฮือฮา! 10 มหาวิทยาลัยดังส่อปิดตัว

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาเรื่อง "การประยุกต์แนวคิดการบริหารธุรกิจกับการบริหารมหาวิทยาลัย" ระหว่างการประชุมทางวิชาการของที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ทกสท.) ว่า แนวคิดทางธุรกิจสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับการบริหารงานมหาวิทยาลัย ได้เกือบทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องการทำกำไร เพราะหากมีคิดเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการทำร้ายสังคม ซึ่งเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชน ต้องตระหนักถึงการผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมและคุณภาพ เพราะในปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันมาก

ทั้งยังบอกว่าไม่เกิน 10 ปี มหาวิทยาลัยที่ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ก็จะต้องปิดตัวแน่นอน หรือไม่ก็เหลือแต่ซากตึก ซึ่งบางแห่งก็กำลังเผชิญวิกฤตนี้แต่ยังไม่ยอมปิดตัวลงเพราะกลัวเสียหน้า แต่เมื่อเปิดได้ก็ปิดได้คิดเสียว่าเมื่อทำดีแล้ว สังคมไม่ต้องการก็ต้องปิดตัวลง

ด้าน นายภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎกาฬสินธุ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยบางกลุ่มขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง สิ่งทำให้เกิดปรากฎการณ์มหาวิทยาลัยหนีตาย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชนขนาดเล็ก ซึ่งปีนี้มีนักศึกษาเข้าเรียนน้อย ขณะนี้พบว่า มีอาการน่าเป็นห่วงกว่า 10 แห่ง ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฎ ขนาดเล็ก 5-6 แห่ง ก็ทำท่าจะไปไม่รอด การที่มหาวิทยาลัยขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง ทำให้คุณภาพย่ำแย่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สภามหาวิทยาลัย ควรต้องทบทวนและรับผิดชอบ

satan_baby

จำนวนข้อความ : 192
Registration date : 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Aug 27, 2010 5:36 pm

5 ขวบส่งยาบ้า

เที่ยงวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ นอภ. สัตหีบ จ.ชลบุรี น.อ.สุรนันท์ แสงรัตนกูล หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดฐานทัพเรือสัตหีบ และนายสุรเชษฐ์ แก้วคำ ปลัดอำเภอสัตหีบ ฝ่ายปราบปราม ร่วมกันนำกำลังออกล่อซื้อยาเสพติด

เป็นการขยายผลจากการจับผู้ต้องหาเสพยาบ้ารายหนึ่งที่ให้การซัดทอดถึงแหล่งที่มา

ระบุว่า ซื้อมาจาก น.ส.เนาวรัตน์ ปุกสีดา อายุ 25 ปี บ้านอยู่ หมู่ 4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

จึงให้สายล่อซื้อ 10 เม็ด

น.ส.เนาวรัตน์นัดให้สายไปรอที่จุดนัดพบ อยู่ห่างจากบ้านราว 100 เมตร

บอกว่าจะมีคนเอายาบ้าไปส่งให้

เวลาผ่านไป 20 นาทีก็มีคนมาพบกับสายตามจุดที่นัดหมาย

ทีมล่อซื้อถึงกับตะลึงเมื่อพบว่าผู้ที่นำยาบ้ามาส่งเป็นเด็กชายวัย 5 ขวบ 2 คน กำยาบ้ามาในมือ

ทีมล่อซื้อถามเด็กว่าที่เอามาให้คืออะไร เด็กตอบว่า "ลูกอม"

ทีมล่อซื้อไต่ถามแล้วนำตัวเด็กไปส่งให้ผู้ปกครองที่อาศัยอยู่ในย่านนั้น แล้วให้เด็กบอกว่าใครเป็นคนใช้ให้นำลูกอมมาส่ง

ในที่สุด ตำรวจเข้าจับ น.ส.เนาวรัตน์เอาไว้ได้ในข้อหาค้ายาบ้า

ตำรวจพา น.ส.เนาวรัตน์ไปค้นที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในซอยสมานมิตร ต.สัตหีบ ซึ่งเช่าไว้เป็นที่ซ่อนยาบ้า

พบยาบ้าซ่อนอยู่ในตู้โทรทัศน์ 47 เม็ด

น.ส.เนาวรัตน์รับสารภาพว่า ค้ายาบ้ามานาน การส่งยาบ้าให้ลูกค้าจะใช้หลานชายเป็นคนไปส่งและรับเงินเพื่อตบตาตำรวจ

บอกกับเด็กว่าเป็น "ลูกอม"

คดีนี้เป็นการจับยาบ้าคดีเล็กๆ แต่สะท้อนให้เห็นปัญหาของยาบ้าที่เป็นปัญหาใหญ่ของสังคม

เดี๋ยวนี้นอกจากยาบ้าจะขายกันเกลื่อนเมืองแล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงเด็กตัวเล็กๆ

ผู้ค้ายาบ้าใช้เด็กอายุเพียง 5 ขวบ เป็นเครื่องมือเอายาบ้าไปส่ง

น่าเศร้าใจที่เด็กวัยเพียง 5 ขวบ ต้องมาพัวพันกับปัญหายาเสพติด


เมื่อก่อนมีข่าวว่าผู้ค้ายาบ้าใช้เด็กเล็กๆส่งยา แต่ยังไม่เคยมีคดีที่ถูกจับได้

ตอนนี้ได้เห็นกันแล้วว่า เป็นไปได้จริงและมีอยู่จริงๆ.

"เพลิงมรกต"

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Sep 01, 2010 11:46 pm


แหวกม่านประเพณี360องศากับโอกาส“แม่วัยทีน”ในสังคมไทย

“เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยเจริญพันธุ์ แต่ยังมีความกังวลในเนื้อหามาตรา 12 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)โดยตรง ถ้าเราคุ้มครองให้สถานศึกษาอนุญาตหญิงมีครรภ์ที่อยู่ในระหว่างเรียนต่อได้ในระหว่างตั้งครรภ์ และกลับมาศึกษาได้อีกครั้งหลังคลอดบุตร ก็จะเป็นการสวนทางกับการทำงานของกระทรวงวัฒนธรรมในเรื่องค่านิยม จารีตของหญิงไทยที่รณรงค์ให้รักนวลสงวนตัว ไม่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร กลายเป็นว่าต่อจากนี้ไม่ใช่แค่กระทรวงวัฒนธรรมต้องเปลี่ยนแนวทางทำงานใหม่ บริบทของสังคมไทยต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่หมด ทั้งคนที่อนุรักษนิยม ร่วมสมัย เด็กและเยาวชน”

ไม่ใช่แค่ผู้ตั้งคำถามเท่านั้น ทุกคนในสังคงคิดตามๆ กันไปหากถามเรื่องอนุญาตให้ "เด็กท้องมาเรียนได้" กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมคงไม่เห็นด้วยเป็นแน่ แต่คำตอบจากปาก ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการกลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เธอบอกชัดเจนว่า เห็นด้วย และเข้าใจดีว่าพ.ร.บ.นี้มีขึ้นเพื่อคุ้มครองและเยียวยา แต่ต้องดูว่าในทางเทคนิคทุกคนในสังคมรับได้แค่ไหน โดยต้องมอง 360 องศา ประการแรก ในมิติของเด็ก หากมีกฎหมายบอกว่าท้องแล้วเรียนได้ เด็กจะกล้าไปเรียนหรือไม่ เธอคิดว่าเด็กคงไม่กล้าไปเรียน เดินอุ้มท้องเข้าไปโรงเรียน ทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่ตัวเด็กคนนี้

“เด็กอุ้มท้องมีความแปลกแยกจากเพื่อนๆ ต้องคิดถึงจิตใจเด็กนะว่าเด็กจะทนแรงเสียดทานตรงนี้ได้หรือไม่ ถึงแม้ว่าโรงเรียนยอมรับ สังคมให้โอกาส แต่ด้วยวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกัน ถ้ามันมีอะไรผิดปกติ เพื่อนทำกิจกรรมก็ไม่ได้ทำ เด็กแค่ปวดหัวตัวร้อนยังเรียนหนังสือไม่ได้ นี่มีเด็กอีกคนหนึ่งอยู่ในท้อง คงไม่สบายตัวแน่ แล้วถ้าหากเกิดอาการแพ้ท้องต้องอาเจียนตลอดจะทำอย่างไร แต่ทางออกเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มี เคยพูดคุยกับครูอาจารย์ที่มีประสบการณ์ให้เด็กตั้งท้องมาเรียนได้ เขาให้เด็กอยู่ที่บ้าน แล้วส่งเพื่อนไปติวให้ ถึงเวลาก็มาสอบ ก็ประสบความสำเร็จดี ทุกวันนี้เด็กเรียนจบ มีอาชีพทำ”

ประการที่สอง เมื่อปล่อยให้เด็กมีลูก 1 คน แล้วรับเด็กคนนี้มาเรียนต่อ ต้องดูต่อไปว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าไปเยียวยาต่อหรือไม่ เด็กจะเรียนหนังสืออย่างไรเมื่อต้องเลี้ยงลูกอีก 1 คน ประการที่สาม กรณีเด็กผู้ชายทำให้เด็กผู้หญิงท้องอยู่โรงเรียนเดียวกัน เด็กผู้ชายจะรู้สึกอย่างไรว่าไปทำเพื่อนท้อง เด็กผู้ชายจะแสดงตัวในสถานะอะไร ยิ่งเด็กหญิงอายุ 14 ปี เด็กผู้ชายมีความผิดทางอาญาฐานล่วงละเมิดเด็กอายุไม่ถึง 15 ปีอีก เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก จึงเห็นด้วยที่ต้องมีประชาพิจารณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลตกผลึกในภาคประชาสังคม แล้วส่ง คณะรัฐมนตรี(ครม.)ฝ่ายนิติบัญญัติ คิดว่าน่าจะรัดกุมมากยิ่งขึ้น

ประการที่สี่ พ.ร.บ.นี้อยู่ในความดูแลของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โรงเรียนเป็นนิติบุคคลจะบังคับให้เปลี่ยนระเบียบเปิดให้เด็กท้องเข้ามาเรียนได้หรือไม่ ผู้ปกครองเด็กคนอื่นเห็นด้วยหรือเปล่า

"กระทรวงวัฒนธรรมต้องเปลี่ยนค่านิยมของคนในสังคมไทยหมดเลย ไม่มารณรงค์แล้วว่าห้าม ท้อง แท้ง ทิ้ง เพราะทุกคนยอมรับแล้ว ก็ให้เด็กเลี้ยงลูกกันไป ต่อไปอีก 10 ปีเด็กมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก ภาครัฐเตรียมงบประมาณรองรับหรือยัง พม.เองจะร่วมเยียวยาเด็กด้วยหรือไม่ แล้วถ้าเด็กท้องแล้วท้องอีก จะทำอย่างไร มีคำถามปลายเปิดอีกมากที่ไม่มีคำตอบ"

"พี่รุ่ง" รุ่งกานดา พงศ์ธรกุลพานิช นักสังคมสงเคราะห์ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะที่ทำงานดูแลเด็กเล็กในศูนย์เลี้ยงเด็กกทม. 3 หมื่นคน และเด็กเร่ร่อนประมาณ 200 คนตามสะพานพุทธ สะพานพระราม 9 สวนลุมพินี ปากคลองตลาด ซึ่งมีทั้งเร่ร่อนถาวร ไม่มีพ่อแม่ไม่พี่น้อง เร่ร่อนชั่วคราวออกจากบ้านมาขายบริการ ขายพวงมาลัยตามสี่แยก ตังค์หมดก็กลับบ้าน เร่ร่อนเช้าเย็นกลับ ได้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ก็มองเห็นว่าหากมีกฎหมายใดๆ กิจกรรมใดๆ ที่เป็นการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส ก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง และพร้อมให้การสนับสนุน

พี่รุ่ง บอกว่า ในการทำงานกับเด็กเร่ร่อนได้พบเจอเด็กผู้หญิงท้องเป็นจำนวนมาก เด็กเร่ร่อนแล้วท้องยังเป็นแค่ประเด็นเล็กๆ พื้นฐาน ยังมีปัญหาท้องแล้วติดเชื้อเอดส์ เจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้ออื่นๆ อีก เหมือนพิการซ้ำซ้อนมากกว่าที่เรามองเห็น ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากตัวเด็กอย่างเดียว คำโบราณว่าเด็กเหมือนผ้าขาวซึมซับทุกอย่าง เราเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่ รัฐบาล

"ต้องถามว่าเราเอาอะไรใส่ให้เด็ก ปกป้องคุ้มครองเด็กได้มากแค่ใหน ทั้งที่ทุกคนชอบพูดว่าเด็กสำคัญ เด็กคืออนาคตของชาติ วัฒนธรรมเราชอบกดขี่เด็ก กดขี่ผู้หญิง ตกอยู่ท่ามกลางปัญหาสังคม การไหลบ่าวัฒนธรรมฟุ้งเฟ้อ เหมือนเรามีราก แต่ก็ไร้ราก"

เมื่อมีกฎหมายนี้ออกมา พี่รุ่งบอกว่า เราต้องสื่อสารกับเด็กเร่ร่อน ชุมชน สังคมให้โอกาสพวกเขา เมื่อเจอเด็กเร่ร่อนท้องจะพาไปฝากท้องที่สถานพยาบาล โรงพยาบาล ถ้าเขาไม่พร้อมไปอยู่บ้านพักหญิงและเด็ก จะพาไป พม. หรือมูลนิธิอื่นๆ ที่เขารับดูแล เด็กเร่ร่อนไม่ใช่เราจะจับเขาไปอยู่ตรงไหนก็ได้ เราจับไป 100 รอบ ก็หนีกลับมาอยู่ที่เดิม ดังนั้น เขาต้องไปด้วยใจ ในภาวะเขาท้องโตอาจจะยินยอมไปกับเรา แต่ในบางภาวะอาจไม่ยอม เราต้องเตรียมจนกว่าเขาจะพร้อม เพราะพวกเขาเป็นคนนะไม่ใช่ตุ๊กตา จะจับไปไว้ตรงไหนก็ได้ ทำเช่นนี้คงไม่ง่าย แต่ต้องทำ

ขณะนี้กรมอนามัยอยู่ระหว่างเปิดเวทีสาธารณะทำประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ พ.ศ. ...ทั้ง 29 มาตรา ซึ่งคุ้มครองบุคคลให้มีสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ สิทธิทางเพศ สิทธิเข้าถึง ได้รับข้อมูลข่าวสาร รับการปรึกษาและบริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์จากสถานบริการสาธารณสุขอย่างเหมาะสมมีคุณภาพและมีมาตรฐาน โดยข้อพึงปฏิบัติของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้มีเฉพาะผู้หญิงหรือหญิงตั้งครรภ์เท่านั้นที่จะได้รับความคุ้มครองสิทธิ แต่รวมถึงทุกเพศวัย เพราะงานอนามัยการเจริญพันธุ์ของไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์เด็กเกิดน้อยด้อยคุณภาพ ที่พบชัดเจนคือแม่ที่อยู่ในวัยรุ่น

0 ผกามาศ ใจฉลาด 0 รายงาน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 21, 2010 1:23 pm

วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7266 ข่าวสดรายวัน

พม.อึ้ง9ขวบป่อง-เร่งแก้เด็กท้อง

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่โรงแรมทวิน ทาวเวอร์ นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวในพิธีเปิด "โครงการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น ร่างยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม" ว่า ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในกลุ่มเด็กและเยาวชน เป็นปัญหาสังคมที่ทวีความรุนแรงและต้องเร่งแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ประเทศไทยมีแม่วัยเยาว์อายุระหว่าง 15-19 ปีมากเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด เป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย และเป็นอันดับสองของโลก ที่น่าตกใจยังพบแม่ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีมีจำนวนมากขึ้นจากปีที่แล้ว 2,000 คนเป็นกว่า 3,000 คน ในปี 2553 นี้ โดยอายุต่ำสุดที่พบปี 2552 อยู่ในบ้านพักเด็กฯ อายุเพียง 9 ขวบ โดยสาเหตุปัญหาแม่วัยเยาว์ส่วนใหญ่มาจากการถูกกระทำ ครอบครัวแตกแยก ไม่เข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและปัญหาสื่อยั่วยุ

"พม.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 องค์กร จัดทำร่างยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม 5 ข้อ คือ ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือบำบัดฟื้นฟู การให้ความรู้กลุ่มผู้นำความคิดของวัยรุ่น การผลักดันนโยบาย และการสร้างระบบข้อมูลเพื่อให้มีการช่วยเหลือแม่วัยเยาว์อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้จะนำเสนอร่างยุทธศาสตร์ฯ ต่อครม. ภายในเดือนพ.ย. และประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ในวันที่ 25 พ.ย." ปลัดพม.กล่าว

หน้า 11

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  แฟนคลับ on Mon Nov 01, 2010 11:20 pm

รื้ออีกหลักสูตรครูพันธุ์ใหม่ (ไทยโพสต์)

ไชยยศ ย้ำครูพันธุ์ใหม่ต้องจบปริญญาโทเท่านั้น ตั้งคณะทำงานรื้อหลักสูตรทำหลักสูตรแม่พิมพ์ใหม่ ทำวิจัยเป็นตั้งแต่ปี 1 ไม่ใช่มาเริ่มทำตอนอยู่ปี 5 ปี 6 หวังฝึกวิจัยจนคล่องสอนเด็กได้

นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการครูพันธุ์ใหม่เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการครูพันธุ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ที่ประชุมยืนยันว่าจะผลิตครูพันธุ์ใหม่ในระดับปริญญาโทหลักสูตร 6 ปี และได้ตั้งคณะกรรมการที่มี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นประธานเพื่อศึกษารายละเอียดและเร่งรัดตรวจสอบการจัดทำหลักสูตรให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ซึ่งต่อไปการเรียนการสอนจะต้องเน้นหนักในเรื่องวิธีการสอน จิตวิทยา และการทำงานวิจัย ดังนั้นจึงไม่ใช่เพียงการขยายจากหลักสูตร 5 ปีเป็น 6 ปีเท่านั้น แต่จะต้องสร้างหลักสูตรใหม่ขึ้นและเขย่ารวมกับหลักสูตรเดิม เช่น นักศึกษาที่เรียนในหลักสูตร 6 ปีก็จะต้องเรียนเรื่องงานวิจัยตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ไม่ใช่มาเริ่มเรียนตอนอยู่ชั้นปีที่ 5 หรือ ปี 6 ตนจึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นไปเร่งดำเนินงานหาข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับหลักสูตรให้ได้มาตรฐาน กำหนดจำนวนทุนที่จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 30,000 ทุน ว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอสำหรับทดแทนครูที่กำลังจะเกษียณอายุในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยตัวเลขเบื้องต้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 คน หรือ 50% เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทันเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกปีการศึกษา 2554 นี้

นายไชยยศกล่าว ต่ออีกว่า ทั้งนี้สำหรับการผลิตครูในภาพรวมนั้นต่อไปก็จะต้องมาดูว่าจะเน้นผลิตครูในหลักสูตร 6 ปี หรือจะยังคงผลิตครูในหลักสูตร ป.ตรีต่อไป แต่หากต้องการผลิตครูในระดับ ป.โทก็ต้องปรับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (TQF) สาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งผู้ที่จบหลักสูตร 6 ปีควรจะต้องจบด้วยเกรดเฉลี่ย 3.00 ตามเกณฑ์ของ ป.โท เพื่อเป็นการยกระดับครูทั้งระบบ และจะส่งผลให้ครูมีค่าตอบแทนที่สูงขึ้นด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนได้มอบให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครูและหน่วยงานที่ใช้ครูทั้งหมดเพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน

ด้าน ดร.สุเมธกล่าวว่า จากนี้ตนและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครุสภา จะเร่งดำเนินการเพื่อปรับหลักเกณฑ์การผลิตครูพันธุ์ใหม่ทั้งหมดให้ได้ภายใน 3 เดือนเพื่อให้เปิดรับนักศึกษาในปี 54


แฟนคลับ

จำนวนข้อความ : 96
Registration date : 10/05/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เด็ก....ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาและแก้ไข

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 04, 2010 12:03 pm

16 มหา'ลัยชี้ครู 6 ปี เกิดยาก (ไทยโพสต์)

16 มหา'ลัยเก่าแก่ย้ำหลักสูตร 6 ปีเกิดยาก ต้องใช้เวลา ไม่ใช่นึกอยากปรับก็ปรับ เตือน "ไชยยศ" คิดให้ถี่ถ้วนก่อนสั่งนโยบาย ขณะที่เจ้าตัวยังพยายามดันบอกครูประถมต้องจบโท

ศ.ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ของกลุ่มมหาวิทยาลัยเก่าแก่ จำนวน 16 แห่ง อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ม.ศิลปากร ม.เชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับนโยบายการปรับหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท 6 ปี ภายในปีการศึกษา 2554 ของนายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าคงเป็นไปได้ยาก และเห็นว่าควรจะมีการประเมินคุณภาพของครูหลักสูตร 5 ปีก่อน ขณะเดียวกันก็จะช่วยวางแนวทางของหลักสูตรครู 6 ปีให้ แต่คิดว่าไม่น่าจะทันใช้ในปีการศึกษา 2554 แน่นอน

เนื่องจากขณะนี้เรายังไม่มีหลักสูตรครู 6 ปี ดังนั้นก็ต้องทำหลักสูตรใหม่ขึ้นมา และการจัดทำหลักสูตรก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง 2 ปี เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มีมาตรฐาน ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมไทย ให้ได้ครูพันธุ์ใหม่ที่จะมาสอนเด็กพันธุ์ใหม่ ที่สำคัญตัวสถาบันเองจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการสอนด้วย ซึ่งการปรับเปลี่ยนเรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนนโยบายที่สำคัญของประเทศ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่อยากจะปรับก็ปรับ และไม่ควรเร่งรีบ

ด้านนายไชยยศกล่าวว่า ระบบการศึกษาไทยต้องเริ่มผลักดันให้คนเก่ง คนดี มาเป็นครูตั้งแต่วันนี้ พร้อมทั้งเห็นด้วยที่ครูสอนเด็กระดับประถมศึกษาต้องจบปริญญาโท จากการวิจัยพบว่าโครงสร้างสมองเด็กจะมีการสร้างเซลล์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงอายุ 8 ปี ดังนั้นการปลูกฝังในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องมีกระบวนการจิตวิทยา เด็กจะมีการรับรู้และจดจำได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ในระดับประถมศึกษาตอนต้นจำเป็นจะต้องได้ครูที่มีความรู้ทางด้านจิตวิทยาเด็ก เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนการจัดทำหลักสูตร เห็นด้วยที่ สกอ.และคุรุสภาควรดำเนินการไปพร้อมๆ กันเพื่อลดขั้นตอนการดำเนินงาน.

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ