พักยก...ลุุ้นบอลโลก

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Jul 09, 2010 9:21 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278662103&grpid=&catid=07

วันที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:53:46 น.
มติชนออนไลน์



ลุ้นความฟิต"พอล หมึกยักษ์"จะได้ฟันธงคู่ชิงบอลโลก
"กระทิงดุ-อัศวินสีส้ม"หากไม่เหนื่อยเกินไป


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ว่า ศูนย์อควอเรี่ยมสัตว์น้ำแห่งเยอรมัน
ซึ่งเป็นสถานที่โชว์เจ้าหมึก"พอล จอมฟันธง"ที่สร้างชื่อเสียงเขย่าโลก ทายคู่ฟุตบอลโลกถูก
ติดต่อกัน 6 นัด จนกลายเป็นที่ติดตามของผู้คนทั่วโลก อาจมีโอกาสได้ฟันธงคู่ชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลโลกระหว่างสเปน และเนเธอร์แลนด์ หากมันไม่เหนื่อยจนเกินไป โดยผู้ดูแลหมึกยักษ์พอล
บอกว่า การให้พอลเลือกกล่องระหว่างทีมสเปนและเนเธอร์แลนด์นั้น มีสิทธิเป็นไปได้
หากสภาพร่างกายของมันไม่เหนื่อยเกินไป และยังคงหิว โดยทางศูนย์สัตว์น้ำ ไม่ต้องการ
จะทำให้มันแบกภาระมากเกินไป นอกจากนี้ ศูนย์ฯ อาจจะให้มันเลือกคู่ชิงที่สาม
ระหว่างเยอรมัน และอุรุกวัย ด้วยก็ได้

รายงานระบุว่า "หมึกพอล"ได้กลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลก ภายหลังทายการแข่งขัน
ของทีมชาติเยอรมันถูกหมด 6 นัดรวด อย่างไรก็ตาม มันสร้างความช็อกตะลึงให้แก่ชาวเยอรมัน
หลังจากเลือกให้ทีมชาติสเปนเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งก็เป็นจริงตามที่มันทำนาย
จนทำให้ชาวเมืองเบียร์ หลายคนเริ่มหมั่นไส้และเกลียดมัน
และบอกว่าอยากเห็นมันถูกย่างเป็นบาร์บีคิว

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278671277&grpid=00&catid=
[/size]

วันที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 18:06:37 น.
มติชนออนไลน์


"พอล"หมึกยักษ์แสนรู้ทำนายสเปนจะเป็นฝ่ายคว้าแชมป์


ชาวเยอรมันใจชื้นเจ้า"พอล"จอมทำนายฟันธงเยอรมัน คว่ำ อุรุกวัยคว้าที่ 3 ปลอบใจ




เซียน"พอล"หมึกยักษ์แสนรู้มาตามคำเรียกร้องฟันธง"เยอรมัน" คว้าที่ 3 พร้อมทำนาย"สเปน"แชมป์แน่นอน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่เมืองโอเบอร์เฮาเซ่น ประเทศเยอรมัน
เจ้าพอลปลาหมึกยักษ์แสนรู้ ได้ทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 รอบชิงชนะเลิศ ว่า
สเปนจะเป็นฝ่ายเอาชนะฮอลแลนด์ได้ และนัดชิงที่ 3 ว่าทีมเยอรมันประเทศที่เจ้าพอลอาศัยอยู่
จะเป็นฝ่ายชนะอุรุกวัยได้

ผลการทำนายครั้งนี้แฟนบอลชาวเยอรมันน่าจะใจชื้นขึ้นอีกหน่อยเพราะเนื่องจากที่ผ่านมา
เจ้าหมึกยักษ์แสนรู้ มีสถิติการทำนายผลในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ทำนายทีมเยอรมันแม่นยำ
เหมือนจับวาง โดยทำนายถูกทั้งหมด 6 นัด รวมถึงนัดล่าสุดที่เจ้าพอลทำนายว่าทีมสเปน
จะเป็นผู้ผ่านเข้ารอบชิงได้ ซึ่งผลก็ออกมาเป็นไปตามคำทำนายของเจ้าพ่อพอลผู้แม่นยำ
ทำเอาแฟนบอลฉุนเฉียวกันยกใหญ่

ส่วนในนัดชิงชนะเลิศเจ้าปลาหมึกพอลฟันธงด้วยว่าจะเป็นทีมสเปนคว้าแชมป์โลก
มาครองเป็นครั้งแรกได้ก่อนฝ่ายทีมฮอลแลนด์











ถ้าเจ้าพอล ทำนายผิด ชาวสเปน
จะเอามันไปย่างมั๊ยน้อ ถ้าสังเกตุให้ดี
ส่วนใหญ่ มันเลือกกล่องอาหารด้านขวา

ถ้าอยากให้ใครชนะก็เอาธงไปติดด้านนั้น
เหมือนล็อกผลเอาไว้ เป็นวิธีการควบคุม
พฤติกรรมมนุษย์ mass mind control


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278650295&grpid=&catid=02
วันที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 11:36:17 น.
มติชนออนไลน์


จาบูลานี

บอลโลกปีนี้ ถ้าเล่นไม่ดี ให้โทษปลาหมึก-บอล-กรรมการ ซะ !

สุวัจชัย ลีสุจริตกุล บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Windows ITPro

แม้ว่า "อาร์เจนตินา" ทีมที่ผมแอบเชียร์อยู่ จะไปไม่ถึงฝั่งฝันในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้หนนี้
แต่ก็ไม่เป็นไรครับ มันก็เป็นธรรมดาของการแข่งขันที่ต้องมีแพ้มีชนะสลับกันไปบ้าง เป็นเรื่องปกติ
ของฟุตบอลลูกกลมๆ ที่ไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่าจะผลลัพธ์ของการแข่งขันจะลงเอยอย่างไร
ยกเว้น เจ้าปลาหมึก "พอล" ครับ !! 555

หลังจบการแข่งขันระหว่างเยอรมันและสเปนจบลง สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องอยู่ที่เจ้าปลาหมึกยักษ์พอล
ในทันที พร้อมคอมเมนท์ต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับมัน บ้างก็ว่าจะให้เป็น หมึกย่าง, ทาโกยากิ, นึ่งมะนาว,
ทอดกระเทียม (เมนูโปรดของผมทั้งนั้น) หรือบางคนก็บอกจะให้ไปเป็น เหยื่อของฉลามซะ
ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย


สาเหตุก็เพราะว่าในการแข่งขันฟุตบอล 5-6 นัดหลังที่ผ่านมา เจ้าพอลของเราดันไปเลือกข้างทีม
ที่ชนะอยู่ตลอด ซึ่งล่าสุด ในแมตช์ตัดเชือกระหว่างเยอรมันกับสเปน พอลก็ตัดสินใจที่จะเลือกสเปน
ไม่ยอมเลือกชาติเกิดของตัวเอง ผลปรากฏว่าสเปนชนะ 1-0 เข้ารอบชิงชนะเลิศ
ปล่อยให้คนเยอรมันนั่งน้ำตาตก เอาแต่บ่นโทษแต่ปลาหมึกอยู่ร่ำไป...

เฮ้อ ผมเห็นแล้วรู้สึกอนาจใจ มั่วได้ใจจริงๆ มันก็แค่ปลาหมึกธรรมดาตัวหนึ่ง มีคนเอาอาหารใส่ในกล่อง
ไปให้มันกิน แล้วไอ้คนที่ใส่อาหาร ก็ดันทะลึ่งเอาธงชาติของทีมฟุตบอลที่จะแข่งขันกันไปแปะที่กล่อง
พอปลาหมึกมันเลือกกินอาหารที่กล่องใดกล่องหนึ่ง แล้วปรากฏว่าทีมฟุตบอลของชาติที่เจ้าพอล
ไปเลือกกินอาหารนั้นเกิดชนะ ก็ไปเหมาเอาซะว่าปลาหมึกมันทำนายผลถูกต้อง ก็เลยบ้ากันไปใหญ่...
ซึ่งเผลอๆ จะทำให้มันตายฟรี จากการที่มันไปหักปากกาเซียนหลายคน..ปลาหมึกจะกลายเป็นแพะ
ก็คงจะได้เห็นกันละครับ


ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์มั่วๆ ที่เกิดขึ้นให้เห็นในบอลโลก 2010 โดยเหยื่อไม่ใช่คนหรือสัตว์แต่อย่างใด
แต่กลับกลายเป็น "จาบูลานี (Jabulani)" ลูกฟุตบอลที่เรียกได้ว่ากลมที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ครับ
สำหรับจาบูลานีนั้น เป็นลูกฟุตบอลของค่าย Adidas ที่ได้รับการรับรองจาก FIFA เพื่อที่จะให้เป็น
ลูกบอลที่ใช้สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกหนนี้ โดย Adidas ได้ทุ่มเทสรรพกำลังในการทำวิจัย,
พัฒนา, และผลิตตั้งแต่ต้นกระบวนการไปจนถึงการทดสอบประสิทธิภาพจริงในขั้นสุดท้าย
ก่อนนำมาใช้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ตลอดจนการจัดจำหน่ายตามท้องตลาด

จากคำยืนยันของผู้ผลิตรวมทั้งนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงหลายคน ยกย่องจาบูลานี (ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก)
ว่า มันเป็นลูกฟุตบอลที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดในโลกที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นความกลมที่สุด,
ความละเอียดอ่อนที่สุด, ไฮเทคที่สุด (ลองไปดูวิดีโอการผลิตของมันที่นี่เลยครับ
http://www.youtube.com/watch?v=zbLjk4OTRdI)


พร้อมๆ กับการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ก็เลยทำให้มันกลายเป็นดาวดวงเด่นอย่างมากมาย
เรียกว่าดังไม่แพ้ 32 ชาติที่ได้ร่วมแข่งขันในฟุตบอลโลกหนนี้

แต่กาลกับตาลปัตร จากที่เคยเป็นดาวเด่นกลับกลายเป็นดาวดับในช่วงพริบตา เหตุเพราะผู้รักษาประตู
รับไม่ได้ลูกกระดอนเข้าประตู แทนที่จะด่าคนว่าเล่นไม่ได้เรื่อง กลับไปด่าลูกบอลว่ากลมมากเกินไป
ทำให้รับยาก รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ยังออกมายืนยันว่ามันห่วย เพราะว่ามันมีความกลมเกินไป
(ลูกฟุตบอล ชื่อก็บอกแล้วว่าลูกกลมๆ จะเอาเป็นสี่เหลี่ยมเลยหรือไง?) ทำให้จาบูลานีกลายเป็น
เหยื่อขี้ปากของพวกขี้แพ้ไปโดยปริยาย

นี่ยังไม่นับรวมกับการไปลงโทษกรรมการผู้ตัดสินส่งตัวกลับบ้าน ด้วยสาเหตุที่ว่า
ผู้ตัดสินตัดสินผิดพลาด เนื่องจากดูจากกล้องและวิดีโอย้อนหลังแล้ว ปรากฏว่า
การตัดสินดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อทีมผู้เข้าแข่งขันที่แพ้ นั่นเอง....


ในกรณีนี้ ผมว่าไม่ยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ผมถูกสอนให้เข้าใจอยู่เสมอว่า เวลาเราเล่นกีฬาอะไร
ควรจะต้องยึดคำตัดสินของกรรมการ และก็ต้องถือว่าการตัดสินของกรรมการเป็นที่สิ้นสุดด้วย
ไม่เช่นนั้นก็โวยวายกันไม่รู้จักจบ ไม่รู้จักคำว่าแพ้ ชนะ และอภัย และถ้าบอกว่าจะมาดูวิดีโอ
ย้อนหลังเพื่อดูการตัดสินที่เกิดขึ้น ผมว่าครั้งหน้าก็ไม่ต้องมีกรรมการครับ ติดตั้งวิดีโอให้ทั่วสนาม
ไปเลยครับ และก็ตัดสินจากวิดีโอนี่แหละชัดดีครับ ...มั่วได้ใจจริงๆ

บอลโลก 2010 หนนี้ ทำให้ผมได้เข้าใจถึงสุภาษิตไทยที่ว่า "รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง" ได้อย่างลึกซึ้ง
มากขึ้นไปอีกขั้น เข้าใจเลยครับว่า ทำไมคนขี้แพ้ทั้งหลายมักจะโทษนู่นโทษนี่ว่าไม่ดี ทำไมไม่ยอม
ดูตัวเองว่า สิ่งที่เราทำเราฝึกซ้อมมันดีพร้อมหรือยัง? ไม่ใช่ไปโทษปลาหมึก, โทษลูกฟุตบอล
ลามไปถึงโทษผู้ตัดสิน ซึ่งในความเป็นจริงควรจะโทษตัวเรามากกว่า เช่น เราน่าจะต้องซ้อมให้มากกว่านี้,
เราน่าจะวางแผนให้รัดกุมกว่านี้, เราน่าจะใส่ใจและมีสมาธิมากกว่านี้ เป็นต้น


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามครับ ผิดก็สมควรรับผิด อย่าได้ไปโทษคนอื่น ลองวิเคราะห์ที่ตัวเราหา
จุดบกพร่องและทำการปิดช่องโหว่นั้นซะ ผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากกว่าครับ



hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Jul 09, 2010 11:11 pm

นกแก้ว มานี ทายผลบอลโลก ฮอลแลนด์ ชนะ สเปน ลุ้นหมึกพอลทำนายต่อเย็นนี้



หลังจาก ปลาหมึกยักษ์ นักพยากรณ์ หรือ โหรปลาหมึก หรือ ที่เรารู้จักกันดีในนาม หมึกพอล
ได้สร้างความฮือฮา ทำนายผลบอลโลก ถูกทุกนัดแล้ว วันนี้ เรามี สัตว์นักพยากรณ์ตัวใหม่ มาแนะนำค่ะ
นั่นก็คือ นกแก้ว ชื่อ มานี ซึ่งล่าสุด เจ้านกแก้ว มานี ได้ทำนายผลบอลคู่ชิงแชมป์ว่า
ฮอลแลนด์ จะมีชัย เหนือ สเปน
และในเย็นนี้ หมึกพอลจะทำหน้าที่ทำนายผลอีกครั้ง จะเป็นยังไง
จะตรงหรือไม่ ต้องคอยติดตามดูนะคะ



หลังสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เนื่องจากทายผลการแข่งขันของทีมชาติเยอรมนี
ได้ถูกต้องถึง 6 นัดในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ล่าสุดช่วงเย็นวันนี้
(9 ก.ค.) หมึกพอล เพศผู้วัย 2 ปี จะทำนายผลการแข่งขันนัดชิงที่ 3 ระหว่าง
อินทรีเหล็ก เยอรมนี กับ จอมโหด อุรุกวัย


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะนำธงชาติของเยอรมนีและ อุรุกวัย แปะไว้ที่โถ 2 โถเหมือนเดิม พร้อมกับ
ใส่หอยเอาไว้ ก่อนปล่อย หมึกพอล ลงไปเลือกว่าจะอยู่ฝั่งใด ถ้าหมึกพอลเลือกฝั่งไหน
ผลการทำนายนั้นก็แปลว่าทีมชาตินั้น ๆ ชนะการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม มีหลายเสียที่เรียกร้องให้เจ้าหมึก พอลทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก
นัดชิงระหว่างฮอลแลนด์กับสเปนด้วย ซึ่ง โฆษกของอควาเรียม ในโอเบอร์เฮาเซน
ยังไม่สามารถบอกได้ว่า หมึกพอลจะทำนายหรือไม่ เนื่องจากไม่รู้ว่า
พอลจะยังหิวอาหารอีกหรือไม่

สำหรับการทำนายของหมึกพอลที่ผ่านมา คือ ทำนายว่า เยอรมนีชนะออสเตรเลีย, เยอรมนีแพ้เซอร์เบีย,
เยอรมนีชนะกานา, เยอรมนีชนะอังกฤษ, เยอรมนีชนะอาร์เจนตินาและครั้งล่าสุดทายว่า
เยอรมนีแพ้สเปน และการทำนายนัดหลังสุดนี้เองทำให้แฟนบอลชาวเยอรมันไม่พอใจหมึกพอลอย่างมาก
ต่างพากันนำหมึกไปปิ้งย่าง ทำอาหารอันโอชะมากมายหลายเมนู พร้อมโพสต์ข้อความผ่าน

Facebook หมึกพอล ว่า อยากจับไปเป็นอาหาร

ขณะที่ชาวสเปนกังวลว่า ชาวเยอรมันอาจปฏิบัติการแก้แค้นปลาหมึกยักษ์ตัวนี้ หลังตกรอบตัดเชือก
ด้าน เอลีนา เอสปีโนซา รัฐมนตรีประมงและสิ่งแวดล้อม ก็ออกมาเสริมว่า ควรมีกฎห้ามปลิดชีพ
เจ้าหมึกตัวนี้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อที่มันจะไม่ได้ตกเป็นอาหารของชาวเยอรมัน ขณะที่ มิเกล เซบาสเตียน
รัฐมนตรีอุตสาหกรรม บอกว่า ควรย้ายเจ้าพอลมายังสเปนโดยทันทีเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นอกจากมีหมึกทำนายผลแล้ว ที่ชานเมืองลิตเติล อินเดีย ของประเทศสิงคโปร์
ได้มีนกแก้วตัวหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า มานี ออกมาท้าทาย ในการทำนายผลฟุตบอลโลก2010 แบบเจ้าพอล
ผู้โด่งดังในเยอรมันแล้ว โดย เจ้ามานี ทายว่า ฮอลแลนด์จะเอาชนะสเปนในรอบชิงชนะเลิศ
คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก

โดยก่อนหน้านี้ เจ้านกแก้ว มานี เคยสร้างความประหลาดใจด้วยการทายว่า
สเปนจะเอาชนะเยอรมันในรอบรองชนะเลิศ เหมือนกับที่เจ้าปลาหมึกพอลทายถูกมาแล้ว

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

http://www.huaybondin.net/forum/viewthread.php?tid=83778
โพสเมื่อ 26/3/2010 05:07

ผู้นำมาเลเซียรับข้อเสนอให้การพนันบอลถูกกฎหมาย ก่อนช่วงบอลโลก

นิว สเตรท ไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ผู้นำมาเลเซีย ได้ประกาศ
จะทบทวนข้อเสนอให้การเล่นพนันบอลเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ก่อนช่วงมหกรรมฟุตบอลโลก
ที่จะเปิดฉากขึ้น ในวันที่ 11 มิ.ย.ถึง 11 ก.ค. โดยก่อนหน้านี้ ข้อเสนอดังกล่าวที่ถูกเสนอโดย
กลุ่ม"เบอร์จายา กรุ๊ป"ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรวมที่ทำธุรกิจนับตั้งแต่สลากกินแบ่งและสถานการพนัน
ได้ขอให้รัฐบาลเป็นผู้อนุมัติเรื่องนี้ ซึ่งเคยถูกปฎิเสธไปในช่วงสมัยที่นายโมฮัมหมัด อับดุลลาห์ บาดาวี
เป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาเลเซีย เผยว่า รัฐบาลควรจะใช้การเล่นพนันบอลผิดกฎหมายอนุมัติ
ให้ถูกกฎหมายเพื่อนำรายได้เข้ารัฐ แต่เตือนว่า การจดทะเบียนการพนันบอลให้ถูกกฎหมาย
อาจไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการล้มบอลของฟุตบอลลีกภายในมาเลเซียได้

http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/72885.html

จับเครือข่ายเว็บไซต์พนันบอลรายใหญ่

วันพุธ ที่ 30 มิ.ย. 2553

กรุงเทพฯ 30 มิ.ย. - ตำรวจจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันบอลรายใหญ่ พร้อมโพยฟุตบอลโลก
มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท พบมีนักพนันตั้งแต่นักเรียนจนถึงวัยทำงาน

นายอาทิตย์ นักรู้ อายุ 25 ปี ถูกตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาล 5 จับกุมบริเวณบ้านพักย่านลาดพร้าว
พร้อมของกลางโพยพนันฟุตบอลโลก 2010 มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท สมุดบัญชีเงินฝากยอดเงิน
หมุนเวียน 12 ล้านบาท คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง และฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูลรายชื่อลูกค้า 16 ตัว

นายอาทิตย์ รับสารภาพว่า ทำงานให้กับเว็บไซต์ “สโบเบ็ต เอเชีย ดอท คอม” ของประเทศมาเลเซีย
มีหน้าที่เปิดบัญชีให้ลูกค้าและรับแทงพนันฟุตบอล พร้อมให้การซัดทอดว่า มีนายอัฟฟาน หรือ
ฟาน หะยียูโซะ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เป็นผู้ว่าจ้างให้หาลูกค้าในกรุงเทพมหานคร มีรายได้เฉลี่ย
แต่ละเดือนประมาณ 60,000-80,000 บาท โดยมีลูกค้าทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานตำรวจ
เตรียมอายัดบัญชีเงินฝากของผู้ต้องหา พร้อมนำข้อมูลไปขยายผลจับกุมเอเย่นต์รายใหญ่มาดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถปิดเว็บไซต์พนันบอลได้ เนื่องจากจดทะเบียนในประเทศมาเลเซีย
แต่ได้ประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้บล็อกเว็บไซต์นี้แล้ว.
- สำนักข่าวไทย

จับโพยพนันบอลโลกกว่าพันล้านที่ฮ่องกง

Thu, 08 Jul 2010 19:56:01 +0000

วันที่(8 ก.ค.) สื่อในจีนรายงานว่า นับตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อต้นมิ.ย. ตำรวจฮ่องกงจับการพนัน
ผิดกฏหมายแล้วอย่างน้อย55ราย พร้อมของกลางโพยพนันรวมมูลค่า270ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
หรือราว 1,107ลานบาท สำหรับตัวเลขเงินพนันดังกล่าว เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าตัว จากเมื่อการแข่งขัน
ฟุตบอลโลกในปี 2549 ซึ่งครั้งนั้นตำรวจยึดโพยพนันได้รวมมูลค่า 74 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือ 303 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตำรวจจีนแผ่นดินใหญ่จับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างน้อย 45 คน และยึดโพยพนันมูลค่า 44 ล้าน
ดอลลาร์ฮ่องกง หรือ180 ล้านบาท ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเสิ่นเจิ้น

http://www.siamsport.co.th/Column/100220_086.html

คลุกวงในบอลไทย โดย..ปูเป้ : ล้ม-ไม่ล้ม?




สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการธิการการกีฬา ที่มีท่าน ส.ว.วรวุฒิ โรจนพานิช
เป็นประธานได้จัดสัมมนาเรื่อง "อุปสรรคในการพัฒนาฟุตบอลอาชีพเมืองไทย"
ที่รัฐสภา ที่เชิญผู้คร่ำหวอดในวงการฟุตบอลแขนงต่างๆทั้งโค้ช, ผู้ตัดสิน, ทีม,
ผู้สื่อข่าว ฯลฯ มาระดมสุมหัวกันคิดว่าอะไรที่จะเป็นอุปสรรค บ้างและจะแก้ไขยังไง

ในส่วนของผู้สื่อข่าว จริงๆเขาเชิญท่านนายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬา
แห่งประเทศไทย ''บิ๊กเหม็น'' ไพฑูร ชุติมากรกุล ติดภารกิจ และเห็นว่า
ผมเคยไปประจำอยู่สิงคโปร์, อังกฤษ ที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะพูด
ก็เลยมอบหมายให้ผมไปร่วมเสวนาแทน

แต่ละท่านที่ร่วมเสวนาในประเด็นต่างๆ ล้วนแล้วแต่ผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนั้นแหละครับ
ผมนี่ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ ละอ่อนที่สุด...การเสวนาตลอดครึ่งวันเช้า
แม้จะมีเข้ารกเข้าพงหลงประเด็นนั่งพูดความหลังครั้งเก่า สมัยฟุตบอลถ้วย ก
เจริญรุ่งเรือง ตามประสาผู้เฒ่ากันบ้างแต่ก็ถือว่าได้เนื้อหาสาระพอสมควร

แฮ่ม! ผมได้รับมอบหมายให้พูดในประเด็นที่ไม่อยากพูดไม่อยากเกี่ยวข้อง
ที่สุดเลยครับ เขาให้ผมพูดเรื่องล้มบอล!!! เรื่องนี้พูดไปมีแต่เข้าตัวดีๆชั่วๆ
พวกจะหาว่าเป็นคนขวางโลกถ่วงความเจริญของวงการเขาอีก ฟุตบอลไทย
กำลังจะเป็นอาชีพ คนเห่อกันทั่วบ้านทั่วเมือง ดันมาพูดเรื่องไม่สร้างสรรค์

เรื่องดีๆอย่างนี้ พูดไปก็เหมือนหยิกเล็บ เจ็บเนื้อ ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ล้วนแล้วแต่
เป็นพี่น้อง ผองเพื่อนในวงการฟุตบอล ชายคาเดียวกันทั้งนั้นแต่เอาล่ะ
เมื่อต้องการความจริง อยากเห็นการพัฒนาก็ต้องพูดความจริงกันธรรมชาติของ
กีฬาธรรมดาของการแข่งขัน ที่ไหนมีการแข่งขันที่นั่นย่อมมีการพนัน
ที่ไหนมีการพนันที่นั่นต้องมีคนโกง

อย่าว่าแต่คนเลยครับ หมาที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ คิดว่ามันไม่ "ล้ม" แน่ ผมยังเคยเจอ
กับตัวที่อังกฤษเลย มนุษย์มันมีวิธีซับซ้อน
มันใช้ยาทาตูดหมาตัวที่ไม่ใช่ตัวเต็ง ให้ส่งกลิ่นคลุ้ง
แล้วหมาเต็งมันก็เอาแต่วิ่งไล่ดมตูด ตัวที่ทายา
หมาเต็งเสียท่า หมาราคาสูงเข้าวิน ...อีกที
หมาเต็งอีกเหมือนกันที่คนต้องส่งมันเข้ากล่องปล่อยตัว
แต่ก่อนเข้ากล่องไอ้มนุษย์ดันบีบไข่หมา พอสัญญาณออกตัวดัง
ไอ้หมาเจ้ากรรมก็จุก วิ่งไม่ออกซิครับ สุดท้ายหมาก็เสร็จคน


แล้วนับประสาอะไรกับคนเล่า? ว่าแล้วผมก็ยืนยันว่าฟุตบอลไทยมีล้ม!!
แต่ไม่ต้องมาถามหาใบเสร็จหรอกนะครับ เพราะไม่มีใครโง่ล้มบอล
แล้วออกใบเสร็จแน่

กลวิธีการป้องกันล้มบอล ที่ผมพูดในการเสวนา ผมบอกว่าอันดับแรก
การพนันฟุตบอลควรถูกยกให้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพื่อติดตามและปราบปราม
การคอรัปชั่นได้ง่ายขึ้น...ในอังกฤษ หรือ สิงคโปร์ ก่อนที่นักเตะจะเซ็นสัญญา
เข้าทีมเขาจะมีสัญญาฉบับหนึ่งให้เซ็นเพื่อยินยอม ให้รัฐตรวจสอบ
การใช้โทรศัพท์ได้ ยินยอมให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารได้ และที่เข้มงวดที่สุดคือ
ไม่อนุญาตให้นักเตะและครอบครัวเล่นการพนันในร้านรับพนันเด็ดขาด

แต่บ้านเราไม่มีร้านรับพนันนี่ครับปัจจุบันต้องยอมรับว่าการพนันฟุตบอลผ่านเว็บไซต์
เป็นที่นิยมกันมาก เพราะตรวจสอบคนเล่นไม่ได้ มีราคาให้เล่นกันตั้งแต่นาทีแรก
จนจบเกมการแข่งขันสามารถกำหนดและเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขัน
ให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ทุกนาที

สมัยก่อนจะเล่นพนันฟุตบอลต้องโทรศัพท์ไปแทงแต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง
คลิกอินเทอร์เน็ตไม่กี่วินาที มีโน้ตบุ๊กเครื่องเดียว เสียวได้แม้กระทั่ง
บนม้านั่งสำรอง การจ้างล้มบอลเดี๋ยวนี้ผมว่ามีไม่มาก เพราะไม่ต้องรอ
ให้ใครมาจ้างให้โจ๋งครึ่ม นักเตะมีเว็บไซต์ เปิดเอง แทงเอง แล้วก็
ลงไปเล่นเอง ไม่ต้องมีใครมาล่วงรู้ ความลับด้วย


ผมยืนยันว่าการปราบล้มบอลเป็นงานที่ยาก แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้
การพัฒนาการด้านรายได้ของฟุตบอลไทย ก็มีส่วนทำให้ปัญหาล้มบอลเบาบางลง
ปัจจุบันนี้นักเตะเงินเดือน 4-5 หมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนคงมีคนโง่ไม่กี่คน
ที่ตัดอนาคตตัวเอง ด้วยการอยากรวยทางลัดแต่ก็มี "คนโลภ" อีกไม่น้อย
ที่เงินเดือน โบนัส ไม่รู้จักพอต้องหาเศษหาเลย กับเงินสกปรก

เพราะฉะนั้น บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ต้องเอาจริงเอาจัง ตรวจสอบทุกวิถีทาง
ทำตัวเป็นอุปสรรคให้กับการล้มบอลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
อาจจะหวังผลไม่ได้เต็มร้อยแต่อย่างน้อย เป็นการเขียนเสือให้วัวกลัวก็ยังดี

ฟุตบอลลีกแถบบ้านเราที่เคยเฟื่องฟู เปรี้ยงปร้าง อย่าง เอ็มลีก มาเลเซีย
เมื่อปี 1997 โดนจับไปร่วม 100 คน ปัจจุบันนี้ทีมชาติเสือเหลืองเพิ่งจะฟื้น...
วีลีก เวียดนาม จับดาวดังทีมชาติล้มบอลปีละ 2-3 คนคนก็ชักเบื่อ...
สิงคโปร์ที่ว่า กฎหมายเข้มๆ เจอเซียนล็อกสกอร์ให้เสมอ 3-3, 4-4
ไปไม่กี่ทีนอกจากสิงคโปร์พูล จะจ่ายอ่วมแล้ว ปัจจุบันแฟนบอล
แต่ละนัดไม่ถึง 1 พันคน


ไทยพรีเมียร์ลีก อยากยืนระยะ ต้องขจัด และป้องกันปัญหา
"ล้มบอล" ให้ได้ คอนเฟิร์ม!!

http://www.mahasarakhamcity.com/webboard/index.php?showtopic=714

Asian Angle: A Disaster For South-East Asian Football - What Has Gone Wrong?

มุมอาเซียน: หายนะของวงการฟุตบอลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – มีอะไรผิดพลาดไปหรือ?

เมื่อฟุตบอลในภูมิภาคนี้ต้องพบกับความปราชัย...บรรดาแฟนบอลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ต่างพากันตื่นจากความฝันในตอนเช้าวันพฤหัสฯ นี้ พวกเขาถูกปลุกขึ้นมาให้พบกับความเป็นจริง
ที่ว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดไป ไม่มีแม้แต้ชาติเดียวในภูมิภาคที่มีประชากรมากกว่า 500ล้านคนนี้
ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพรอบสุดท้ายปี 2010

หลังจากที่มี 4 ชาติเคยเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้เมื่อปี 2007 (ถึงแม้ในความเป็นจริงพวกเขาจะได้
เข้าร่วมในฐานะเจ้าภาพก็ตาม) แต่ในปี 2010 ที่กาตาร์นี้จะไม่มีแฟนบอลจากชาติอาเซียนร่วม
ส่งเสียงเชียร์ทีมชาติของพวกเขาอีกแล้ว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวครั้งล่าสุดเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 1988

ในการแข่งขันนัดสุดท้าย ทีมชาติไทยกุมชะตาของพวกเขาเองอยู่ในมือแต่ก็รักษาไว้ไม่สำเร็จ
ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาด เนื่องจากต้องไปเยือนทีมอิหร่านถึงถิ่นสนามอาซาดี และจากผลดังกล่าว
ก็ทำให้ทีมสิงคโปร์มีโอกาสที่จะได้เข้ารอบแต่ว่าเหล่าพลพรรคสิงโต(ทะเล)ก็กลับพ่ายให้กับ
ทีมจอร์แดน

เมื่อ Anas Bani Yaseen ยิงประตูชัยให้ทีมจอร์แดนเป็นฝ่ายชนะที่กรุงอัมมาน ได้ทำให้เหล่า
ผู้จัดการทีม(รวมถึงแฟนบอล)ในภูมิภาคอาเซียนทั้งหมดต้องพบกับความเจ็บช้ำ
้ำ
โดยหนึ่งในนั้นตั้งความหวังไว้ว่าจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก
ในปี 2022 (อินโดนีเซีย) แต่ความเป็นจริงก็คือพวกเขาไม่มีแม้แต่ความสามารถ
ที่จะส่งทีมของพวกเขาผ่าน เข้าไปเล่น ในรายการที่เล็กกว่าอย่างเอเชียนคัพ


หลังจากที่มี สัญญาณบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในเกมการเล่นที่ดีของพวกเขาเมื่อปี 2007
บรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคนี้ต่างก็คาดหวังที่จะทำผลงานผ่านเข้าไปโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้าย
ได้อีกครั้ง แต่ว่าพอถึงการแข่งขันจริงๆพวกเขากลับทำไม่ได้อย่างที่ได้ตั้งใจไว้โดยเฉพาะ
ผลงานที่ได้ลงเล่นในบ้านของตัวเอง พวกเขาต่างพร้อมใจกันตกรอบคัดเลือกกันทั้งหมด

เอาล่ะ มาดูความจริงที่เกิดขึ้นกันดีกว่า

เส้นทางของชาติในอาเซียนทั้ง 5 ทีมสู่กาตาร์เป็นดังต่อไปนี้ เริ่มที่ มาเลเซีย กลุ่มที่พวกเขา
อยู่ถูกลดจำนวนทีมลงเหลือเพียงแค่ 3 ทีมแต่ผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นนั้นพวกเขาแพ้รวดทั้ง 4 นัด
การแบนผู้เล่นต่างชาติของลีกในประเทศของพวกเขาดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่โง่ มากซึ่งนั่น
อาจทำให้ผลงานของพวกเขาอ่อนลงไป ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ยากมากของบรรดาโค้ช
ในประเทศที่เลือกอนาคต(การพัฒนาเยาวชน) มากกว่าความตกต่ำที่เกิดในปัจจุบัน

ส่วน อินโดนีเซีย ที่เคยทำผลงานได้น่าประทับใจในปี 2007 พวกเขากลับต้องพบกับความล้มเหลว
โดยชนะเพียงแค่นัดเดียวและยังต้องพบกับปัญหา เรื่องการขาดผู้นำทีมอย่าง Benny Dollo
และนี่ก็เป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยงถึงบทสรุบที่ว่าทีมๆนี้คงจำเป็นที่จะต้องมีโค้ชเป็นชาวต่างชาติ

ส่วนเวียดนาม ทีมแชมป์ของภูมิภาคครั้งล่าสุด ทำผลงานชนะเพียงหนึ่งนัดในบ้านของตนเอง
ต่อทีมเลบานอนแต่ก็ยังได้แสดงให้เห็นถึงพลัง, ความแข็งขันและความกล้าเล่นของพวกเขาอยู่บ้าง

ในขณะที่สิงคโปร์ ทำผลงานชนะ 2 นัดแต่ก็จบการแข่งขันโดยเป็นอันดับสุดท้ายของกลุ่ม
โดยเอาชนะทีมไทยและจอร์แดนได้ในบ้าน

ส่วนทีมชาติไทยมีโอกาสได้เข้ารอบมากที่สุดถ้าเอาชนะทีมจอร์แดนในบ้านได้
แต่พวกเขาก็กลับทิ้งโอกาสนั้นไป


จากผลงานของทั้ง 5 ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชัยชนะในบ้านเพียง 2 นัดกับคู่แข่ง
นอกภูมิภาค น่าจะเป็นเรื่องที่เตือนสติอะไรได้บ้าง ทีมอาเซียนไม่เพียงแต่จะมีผลงานในนัดเยือน
ที่ย่ำแย่ แม้แต่ผลงานการเล่นในบ้านพวกเขาก็ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้มากเท่าที่ควรจะเป็น

ผมได้สอบถามไปยังปีเตอร์ วิธ อดีตโค้ชทีมชาติไทยและทีมชาติอินโดนีเซีย ว่า
ฟุตบอลในภูมิภาคนี้กำลังถอยหลัง(อยู่ในช่วงขาลง)รึเปล่า

“ไม่ ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะ” ปีเตอร์ วิธ กล่าว “แต่ผมคิดว่าทีมต่างๆในเอเชียแข็งแกร่งขึ้นต่างหาก
และพวกเขา(อาเซียน)ก็จำเป็นที่จะต้อง รักษาระยะห่างที่เคยมีกับทีมอื่นไว้ให้ได้เป็นอย่างน้อย
บางทีมเช่นจอร์แดน, อุซเบกิสถาน, เกาหลีใต้ หรือแม้แต่อินเดีย ได้ส่งสัญญาณเตือนอะไร
บางอย่างออกมา เราจำเป็นจะต้องมีทีมที่ดีเพื่อก้าวไปสู่ระดับต่อไปดังนั้นเราจะต้องเพิ่มมาตรฐาน
ของเราให้สูงขึ้น”

อินเดียและเกาหลีเหนือโชคดีมากที่ได้ เข้าร่วมแข่งขันในรายการเอเชียนคัพ 2011 จากผลงาน
ที่ได้แชมป์ในรายการ AFC Challenge Cup เรื่องนี้ไม่ได้ถูกนำมาวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางนัก
แต่เป็นที่แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสงสัยในวงการฟุตบอล ทีมที่แข็งแกร่ง
ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจจะโชคดีได้เข้ารอบเอเชียนคัพเช่นกัน ถ้าได้พบกับคู่แข่งขัน
ที่อ่อนชั้นกว่า (บรรดาทีมต่างๆใน AFC Challenge Cup)

อย่างไรก็ตามนี่อาจจะไม่ใช่คำแก้ตัวที่ดีนัก มาตรฐานของทีมต่างๆนั้นดีขึ้นกว่าเดิม
แต่กลับไม่มีทีมใดเลยจากภูมิภาคอาเซียนที่สามารถ ฝ่าด่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้
เรื่องที่น่าผิดหวังนี้มาเกิดขึ้นในช่วงที่ลีกต่างๆทั้งในเวียดนาม, อินโดนีเซีย และไทย
เริ่มที่จะเติบโตขึ้น มีแฟนบอลเข้าชมมากขึ้น และเริ่มมีเม็ดเงินหมุนเวียนในเกมการแข่งขัน
ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่กฎเกณฑ์ตายตัวที่แสดงถึงการเติบโตของลีกแต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่า
สิ่งดีๆกำลังจะเริ่มขึ้น

แต่เมื่อเรามองหาอาคาเดมี่ฟุตบอลดังเช่นแอสไปร์ในกาตาร์นั้นกลับไม่พบว่ามีอยู่ในประเทศอาเซียน
แต่อย่างไรก็ดีฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
(แต่ยังคงอ่อนแอเมื่อดูจากปัญหาของอินโดนีเซีย) มันคงจะต้องใช้เวลาสักระยะที่จะทำให้เมล็ดพันธ์
ที่เพิ่งได้หว่านลงไปนี้เกิดผลที่ชัด เจนกับทีมชาติของพวกเขา

เงินเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานี้แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกๆสิ่ง ทีมต่างๆในอาเซียนมีโอกาสได้ลงเล่น
กันเองบ่อยมากๆ แต่กลับไม่ค่อยมีโอกาสได้แข่งขันกับทีมในภูมิภาคอื่นมากเท่าที่ควร ปัญหานี้
อาจรุนแรงน้อยลง เมื่อนักเตะบางส่วนมีโอกาสได้ออกไปผจญนอกภูมิภาคบ้างโดยเฉพาะกับ
การลงเล่นให้สโมสรต้นสังกัด วงการฟุตบอลที่นี่ยังคงโดดเดี่ยว โดยเฉพาะเมื่อมองจากสิ่งที่
ลีกมาเลเซียได้แสดงออกมา

การได้เข้าร่วมแข่งขันใน Asian Champions League ของไม่กี่สโมสรคงไม่สามารถช่วยอะไร
ได้มากนัก ประเทศที่มีจำนวนประชากรน้อยเช่นยูเออี ซึ่งไม่น่าจะสามารถที่จะคุยได้ว่ามีลีกฟุตบอล
ที่เป็นอาชีพมากที่สุด แต่พวกเขากลับมีถึง 4 สโมสรที่ได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันในฟุตบอลลีกระดับทวีป
รายการที่ใหญ่ที่สุด (ACL) ในขณะที่เมื่อนับจำนวนสโมสรของประเทศต่างๆในอาเซียนทั้งหมด
ที่มีอยู่ใน ACL นั้นจะพบว่ามีเพียง 2 สโมสรเท่านั้น

และนี่คือปัญหาที่ทีมในอาเซียนจะต้องแก้ไขให้ได้ โค้ชทีมชาติไทยคนปัจจุบัน
ไบรอัน ร็อบสัน โศกเศร้ากับการที่ลูกทีมของเขาไม่สามารถจะทำประตูได้และ
ก็นำไปสู่การพ่ายแพ้ ให้อิหร่าน ในท้ายที่สุด นี่เป็นเรื่องง่ายที่จะชี้ว่าจุดผิดพลาดคืออะไร
แต่อย่างไรก็ตาม ไบรอัน ร็อบสันเพิ่งที่จะ เข้ามาทำทีมได้ไม่นาน ถ้าเขามีเวลา
ทำทีมมากกว่านี้ก็อาจแก้ไขปัญหาการจบสกอร์ของทีมชาติไทยได้มากกว่านี้


แม้เส้นทางสู่เอเชียนคัพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้จะพังทลายลงไปแล้ว แต่ชาติต่างๆ
ในภูมิภาคนี้จำเป็นจะต้องทิ้งความล้มเหลวไว้เบื้องหลังและมองไปยังอนาคต เพื่อก้าวสู่ระดับต่อไป
ในเอเชีย

John Duerden

แปล: M/J@thailandsusu

ที่มา: http://www.goal.com/en/news/1775/asian-edi...-a-disaster-for

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jul 10, 2010 10:03 am


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jul 10, 2010 10:35 am









hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jul 10, 2010 3:02 pm

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=306&contentId=77086

บทเรียนจากฟุตบอลโลก 2010

วันเสาร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2553 เวลา 0:00 น



ฟุตบอลโลกกำลังเดินทางมาสู่จุดสุดท้ายแล้วครับ โดยวันนี้ (วันเสาร์) ก็จะเป็นเกมปลอบใจ
คนที่อกหัก และผิดหวังมาจากรอบรองชนะเลิศ

และในวันพรุ่งนี้ (อาทิตย์) ก็คือวันชิงชัย ที่เราจะได้รู้ว่าใครจะได้เป็นแชมป์โลกทีมใหม่
ซึ่งจะเป็นทีมแรกที่มาคว้าแชมป์บนแผ่นดินแอฟริกาใต้

แน่นอนว่ามันจะเป็นวันร่ำลาฟุตบอลโลกบนแผ่นดินที่มีสีสันน่าค้นหามากที่สุด แถมพกด้วย
ความทรงจำดี ๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย และก็จะมีอะไรหลายอย่างที่จะทำให้เราคิดถึงตลอดไป

อย่างน้อยที่สุดก็คงมีเสียงหึ่ง ๆ จาก “วูวูเซลา” ที่แม้ต่อไปจะมีโอกาสเป็นอุปกรณ์เชียร์ที่ฮิตทั้งโลก
แต่ผมว่าจะฟังเสียง “วูวูเซลา” จากที่ไหนก็คงไม่ “ไพเราะ” เท่ากับที่แอฟริกาใต้แน่นอนครับ

นอกเหนือจากความทรงจำ ก็ยังมีควันหลง และมีบทเรียนอะไรให้พูดถึงอีกเยอะจากฟุตบอลโลกครั้งนี้

ผมคงไม่ลงรายละเอียดในประเด็นที่เป็นที่พูดถึงกันในสาธารณะ เช่น กรณีการตัดสินที่ผิดพลาด
ในฟุตบอลโลกที่มีเสียงเรียกร้องให้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดสินหรือการเรียกร้องให้มีการพิจารณา
บทลงโทษย้อนหลังให้กับนักเตะที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เจตนาทำแฮนด์บอล ตบตาผู้ตัดสิน
หรือทำร้ายเพื่อนนักเตะ เพื่อเป็นการลงโทษให้หลาบจำไม่ให้ทำเป็นเยี่ยงอย่าง

ประเด็นที่อยากจะพูดถึงวันนี้เป็นเรื่องของบทเรียนสำหรับทีมมหาอำนาจที่ทำให้คนผิดหวังมากที่สุด
ทีมหนึ่งอย่าง “สิงโตคำราม” อังกฤษ ที่อยู่ใกล้ตัวผมมากที่สุดดีกว่าครับ

อย่างที่ทราบ อังกฤษ เล่นได้อย่างน่าผิดหวัง และตกแค่รอบสองของการแข่งขันเท่านั้น โดยโดนคู่ปรับ
ตลอดกาลอย่างเยอรมนี ไล่ถล่มไปแบบหมดสภาพถึง 4-1 ซึ่งก็ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้มีการ
“ผ่าตัดใหญ่” ของวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีเลยทีเดียว

ฟาบิโอ คาเปลโล เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในขบวนการครั้งนี้ ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากความคาดหมายนัก โดยมี
เสียงสนับสนุนจากทั้งผู้เล่น สื่อ และแฟนบอล ที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปวงการฟุตบอลครั้งใหญ่ขึ้นมา

พูดน่ะง่ายครับเรื่องพวกนี้ แต่การจะทำให้สำเร็จมันยาก และต้องใช้เวลายาวนาน

ที่สำคัญมันไม่ใช่แค่ดันนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาแล้วจะจบ แต่มันต้องลงรายละเอียดถึงโครงสร้างของ
ระบบฟุตบอลทั้งประเทศ แนวทางการฝึกสอน สไตล์การเล่น สิ่งเหล่านี้ต้องมีการทำเป็นแผนพัฒนา
อย่างจริงจังเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จ

ตัวอย่างดี ๆ ที่ไม่ได้ไกลตัวเลยก็คือทีม “อินทรีเหล็ก” ที่ก็เคยตกต่ำดำเหวในสภาพไม่แตกต่างกัน
ในฟุตบอลยูโร 2004 ที่ตกรอบไปโดยไม่ชนะทีมใดเลยทั้งที่ก่อนหน้านั้นได้เข้าชิงฟุตบอลโลก 2002
และทำให้พวกเขา “ตื่นตัว” ที่จะกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาอีกครั้ง

เหตุผลนั้นง่าย ๆ ครับ เพราะพวกเขา ไม่อยากจะอับอายในฟุตบอลโลก 2006 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพเอง

เบื้องหลังของการปฏิรูปวงการฟุตบอลเยอรมนีครั้งใหญ่ที่เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 ถูกเปิดเผยโดย
เจอร์เกน คลินส์มันน์ อดีตตำนานนักเตะที่ก้าวมาเป็นโค้ชรับงานใหญ่ในช่วงเวลาดังกล่าวผ่านบทความ
ในเว็บไซต์ BBC Sport (คลินซี่ ทำหน้าที่เป็น Football Pundit ให้ BBC ในช่วงฟุตบอลโลกครับ)

ในรายละเอียดที่แสนยืดยาวนั้น ผมจับประเด็นมาได้สั้น ๆ ก็คือ พวกเขา (คลินซี่ และมือขวา
โยอัคคิม เลิฟ ที่ต่อมาคือบุนเดสเทรนเนอร์ คนปัจจุบัน) ได้ตั้งคำถามกับตัวเองก่อน 3 ข้อว่า

1.พวกเขาอยากจะเล่นฟุตบอลแบบไหน

2.พวกเขาอยากจะให้คนทั้งโลกได้เห็นเยอรมนี เล่นแบบไหน

3.คนเยอรมัน อยากจะเห็นทีมอินทรีเหล็กเล่นแบบไหน

โดยคนที่ส่งเสียงสะท้อนกลับมาก็คือบรรดาโค้ช และผู้เล่นทั้งประเทศ (แน่นอนว่าคงไม่ได้ใช้วิธี
รับสายโทรศัพท์ครับ) ซึ่งมันก็ได้ข้อสรุปมา 10-12 ประเด็นใหญ่ ๆ ก่อนที่จะมีการประกาศออกมา
ถึงแนวทางของทีมชาติในยุคต่อไป

Fast-paced game, Attacking game และ Proactive game

ในหัวข้อที่ 1-2 ผมเชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจได้ ส่วนหัวข้อสุดท้ายนั้นผมมองเป็น 2 ความหมายครับ
หนึ่งคือฟุตบอลในสไตล์ที่ต้องตื่นตัวมากกว่าคู่แข่งรีแอ๊คให้เร็วกว่า
และเล่นในสไตล์ของตัวเอง หรืออีกความหมายก็น่าจะหมายถึง
การที่ปิดกั้นจุดแข็งของคู่แข่งด้วยการดึงจังหวะให้เล่นตามบท
ถนัดของตัวเองเท่านั้น


ทั้ง 3 อย่างนี้เราได้เห็นกันเต็มตาครับว่าทีมชาติเยอรมนี ทำได้จริง และทำได้ดีมากเสียด้วย
ในฟุตบอลโลกหนนี้

อย่างไรก็ดีมันไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายครับ อย่างที่บอกว่ามันต้องใช้เวลา ซึ่งชาวเยอรมัน ก็ต้องใช้เวลา
ถึง 6 ปีในการปฏิรูป กว่าจะกำหนดสไตล์ของทีมที่ชัดเจน ทำตามแนวทางที่กำหนด ซึ่งก็ต้องช่วยกันทุกฝ่าย
ทั้งทีมชาติชุดใหญ่ ทีมชาติชุดเล็ก ทีมเด็กเยาวชน สโมสรต่าง ๆ ทั้งในระดับสูงสุดหรือรองลงมา

การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดถ้าทุกฝ่ายไม่ช่วยเหลือ ไม่ร่วมมือกัน

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมันคุ้มค่ายิ่งครับ เพราะจากผลงานที่ปรากฏ ไม่ว่าพวกเขาจะหยุดเส้นทางไว้ที่ตรงไหน
เยอรมนี ก็เป็นทีมที่ชนะใจคนดูทั้งโลกด้วย “สไตล์” และ “ทีมเวิร์ก” ที่น่าเหลือเชื่อ

อีกทีมที่สร้างความน่าประทับใจพอ ๆ กันก็คือ “ฟ้าขาว”อาร์เจนตินา ที่ถึงจะโดนนักเตะดอยชต์ลันด์
ถล่มเละ 4-0 แต่แฟนบอลกลับให้การต้อนรับราวกับพวกเขาคว้าแชมป์โลกมาครองได้เป็นสมัยที่ 3

แน่นอนครับว่าการมีเทพเจ้าลูกหนังอย่าง ดีเอโก มาราโดนา เป็นหัวเรือใหญ่ย่อมมีผลลดแรงเสียดทาน
ได้อยู่ระดับหนึ่งอยู่แล้ว

แต่สำคัญก็คือนักเตะเบียงคิเชเลสเต ไม่ได้ทำผลงานขี้ริ้วขี้เหร่อะไรในฟุตบอลโลก ถ้าไม่นับเกมที่โดน
เยอรมนีถล่มเละ ผมก็ว่าทีมฟ้าขาวเป็นหนึ่งในทีมที่น่าดูน่าเอาใจช่วยมากที่สุดแล้วในฟุตบอลโลกหนนี้

นั่นเพราะ มาราโดนา กำหนดสไตล์การ เล่นที่เข้ากับสไตล์ของลูกทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะพรสวรรค์มากมาย
ซึ่งมันก็คงไม่ดีนักถ้าจะเอาแทคติกลูกหนังไปตีกรอบครอบหัว เพราะมันจะเป็นการปิดกั้นจินตนาการเปล่า ๆ

ว่าแล้วเสือเตี้ยก็ปล่อยให้ลูกทีมเล่นกันแบบ “ตามใจฉัน” ไปเรื่อย ๆ เน้นเอามันเข้าว่า

สไตล์แบบนี้นักวิจารณ์อาจจะไม่ชอบครับ แต่สำหรับแฟนบอลแล้วชอบแน่นอน เพราะพวกเขาได้เห็น
การเล่นที่สวยงามจากนักเตะสตาร์ที่ชื่นชอบ ได้เห็นทริก ได้เห็นลีลาเด็ด ๆ ในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในโลก
แค่นี้ก็น่าพอใจ

สำหรับผลการแข่งขัน แฟนบอลของชาติ ที่บ้าคลั่งลูกหนังระดับนี้ พวกเขาผ่านการ Educated มาพอสมควร
แล้วว่า ฟุตบอลมันย่อมมีวันที่ผลการแข่งขันเป็นใจ และไม่เป็นใจ ดังนั้นถึงจะแพ้เละ ตกรอบมา
แต่ด้วยผลงานที่เล่นกันอย่างมีสไตล์ ก็มากพอที่จะชนะใจแฟนบอลได้

ตรงนี้แตกต่างจากบราซิล ที่ถึงจะมาได้ไกลในรอบเดียวกัน และถือว่าโชคร้ายที่ตกรอบเพราะมาเสียที
ฮอลแลนด์ เพียงแค่ 3 จังหวะ (ประตูตีเสมอ, ประตูแซงนำ, ใบแดง) แต่จากสไตล์การทำทีมของ ดุงกา
ที่สวนทางกับสิ่งที่แฟนบอลอยากจะเห็น มัน ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะโดนถล่มยับเยินแบบนั้น

ดังนั้นนี่คือบทเรียนที่สำคัญครับว่า ทีมที่อยากจะประสบความสำเร็จก็ควรจะมีการกำหนดสไตล์
รูปแบบการเล่นที่ชัดเจน และต้องควานหาเอกลักษณ์ของตนเองให้เจอ

ส่งท้ายฟุตบอลโลกหนนี้ ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ครับสำหรับ “พอล” หมึกยักษ์ที่กลายเป็นอีกหนึ่ง
สัญลักษณ์ของฟุตบอลโลกหนนี้ไปแล้วในฐานะกูรู ที่ดังกว่าเจ้าสำนักไหน ๆ (ขนาดสาว ๆ ยังพูดถึง
เลยครับ ผมการันตี!) ซึ่งเชื่อว่าหมึกยักษ์พอล ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีในฟุตบอลโลกครั้งนี้

และอีกคนที่แฟนบอลหนุ่ม ๆ จะจำได้ดีอีกนานก็คือนางแบบสาวทรงโต ลาริสซา ริเกลเม
(ที่ไม่ได้เป็นอะไรกับ ฮวน โรมัน ริเกลเม) ที่คงไม่ต้องอธิบายเหตุผลนะครับว่าทำไม...แฮ่ม

ขออนุญาตปิดฉากฟุตบอลโลก 2010 เอาไว้แต่เพียงเท่านี้ เพื่อรอวันพบกันใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า
ที่บราซิลครับ หรือหากมีจังหวะ เสาร์หน้าอาจจะได้มา “แถม” กันอีกสักยกครับ.

เยอรมัน ยังขาดตัวเล่นเกมส์รุกระดับโลก
เหมือนกับที่ มัทเธอุส บอก แต่ก็พอมองเห็นแล้ว



hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jul 10, 2010 10:09 pm

hacksecret พิมพ์ว่า:
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1276593989&grpid=03&catid=







วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 16:23:47 น.
มติชนออนไลน์

"เมซุต โอซิล"จอมทัพคนใหม่อินทรีเหล็ก

การแข่งขันฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 นัด"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ถล่ม ออสเตรเลีย ราบคาบ 4-0
เมซุต โอซิล กองกลางวัย 21 ของแวร์เดอร์ เบรเมน ได้แสดงฝึเท้าให้โลกประจักษ์ครั้งแรก
ถึงลีลาลูกหนังระดับสุดยอด

แต่ในเวทีแข้งภายในเยอรมัน โอซิล คือซูเปอร์สตาร์ประจำทีมและนักเตะหลักของ
ทีมรวมทีมชาติเยอรมัน ที่โจอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ มอบหมายความไว้วางใจและ
กำหนดให้เป็นผู้เล่น 11 คนแรกตั้งแต่ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 จะระเบิดแข้ง

บางคนอาจต้องลุ้นว่าจะมีรายชื่อเป็น 23 คนติดทีมอินทรีเหล็กมาโชว์ฝีเท้าที่แอฟริกาใต้หรือไม่
แต่สำหรับโอซิลเขาได้รับการันตีตำแหน่งผู้เล่นตัวจริงของเลิฟมานานแล้ว

การโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดถลกหนังจิงโจ้จึงไม่ได้สร้างความประหลาดใจของเลิฟ
และบรรดาเพื่อนร่วมทีมรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลเยอรมันอย่างใด

เลิฟยกให้โอซิลเป็นว่าที่นักเตะระดับโลกแห่งอนาคตและได้ปรับแผนการเล่นของเยอรมัน
โดยใช้มิดฟิลด์ตัวรุก 3 คนยืนอยู่หลังกองหน้าคนเดียว โอซิลคือกองกลางตัวรุกที่ยืนอยู่หลัง
กองหน้าโดยตรง ด้วยประสิทธิภาพในการเจาะเกมรับและลูกผ่านฉีกแผงหลังราวฉีกกระดาษ
ให้กองหน้าเพื่อนร่ววมทีม

"เขาคือผู้เล่นที่เหมาะกับไอเดียของผมมากที่สุด เล่นในระดับสูงมาก มีการยิงประตูและแย่งบอล
ที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังเป็นเพลย์เม็กเกอร์ที่สามารถผ่านลูกฉีกแผงหลังฝ่ายได้ตรงข้ามราวฉีกกระดาษ"

เมซุต ใช้เวลาในการปักหลักลงในทีมชาติเยอรมันและแจ้งเกิดในฐานะฮีโร่คนใหม่ของอินทรีเหล็ก
แค่ 11 นัดเท่านั้น เลิฟ กล่าวว่า ผู้เล่นระดับโลกต้องพัฒนามากและต้องมีความแน่นอนในการเล่น
หลายๆปีติดต่อกัน แต่สำหรับเมซุตไม่มีปัญหา

มิโรสลาฟ โคลเซ่ กองหน้าอาวุโสของทีม กล่าวว่า พวกเรามองหาจอมทัพที่จะสวมใส่เสื้อ
หมายเลข 10 เสมอและได้พบแล้ว โอซิลได้ปักหลักในทีมชาติเยอรมันของเขาแล้ว
เขาคือโบนัสของพวกเราอย่างแท้จริง

โลธ่าร์ มัทเธอุส





ทีมชาติ : เยอรมันนี
วันเกิด : 21 มีนาคม ค.ศ. 1961
สูง : 174 เซนติเมตร
หนัก : 71 กิโลกรัม
ตำแหน่ง : กองกลาง/กองหลัง
สโมสร : โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (1979 - 84)
บาเยิร์น มิวนิค (1984 - 88)
อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี/1988 - 92)
บาเยิร์น มิวนิค (1992 - มีนาคม 2000)
นิวยอร์ค - นิว เจอร์ซี่ เมโทรสตาร์ (อเมริกา/พฤษภาคม - กันยายน 2000)
ติดทีมชาติ : 150 นัด (1980-2000 - สถิติยุโรป)
ยิงประตูในทีมชาติ : 23 ลูก
เล่นทีมชาตินัดแรก : 14/06/1980, เยอรมันนี - ฮอลแลนด์ (3-2)
เล่นทีมชาตินัดล่าสุด : 20/06/2000, เยอรมันนี - โปรตุเกส (0-3)
ยิงประตูในทีมชาตินัดแรก : 30/04/1985, เยอรมันนี - สาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย (5-1)
ยิงประตูในทีมชาตินัดล่าสุด : 28/07/1999, เยอรมันนี - นิวซีแลนด์ (2-0)

เกียรติประวัติกับทีมชาติ
- แชมป์ฟุตบอลโลก 1990, รอบสุดท้าย (1982, 1986), รอบ 4 ทีมสุดท้าย (1994, 1998), 25 นัด (สถิติ), 6 ประตู
- แชมป์ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยน ชิพ 1980, รอบสองทีมสุดท้าย 1988, รอบแรก 1984, 2000, 11 นัด, 1 ประตู

เกียรติประวัติกับสโมสร
ชนะเลิศ

- แชมเปี้ยน ลีค รอบสุดท้าย 1987, 1999
- ยูฟ่า คัพ 1991, 1996, รอบสุดท้าย 1980
- เยอรมัน แชมเปี้ยน ชิพ 1985, 1986, 1987, 1994, 1997, 1999
- เยอรมัน คัพ 1986, 1998
- เยอรมัน ลีค คัพ 1997, 1998, 1999
- เยอรมัน ซุปเปอร์ คัพ 1987
- อิตาเลียน แชมเปี้ยน ชิพ 1989
- อิตาเลียน ซุปเปอร์ คัพ 1989

เกียรติประวัติส่วนตัว
- รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป 1990
- รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของเยอรมัน 1990, 1999
- รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า 1990, 1991

อาชีพโค้ชสโมสร
- สโมสร ราปิด เวียนนา (ออสเตรีย/กันยายน 2001 - พฤษภาคม 2002)
- สโมสร ปาร์ติซาน เบลเกรด (เซอร์เบีย และ มอนเตรเนโกร/ธันวาคม 2002 -
ธันวาคม 2003)- สโมสร อัตเลติโก พาราเนนเซ่ (บราซิล/กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2006)
- สโมสร ซัลซ์บวร์ก - ผู้ช่วยโค้ช (ออสเตรีย/มิถุนายน 2006 - มิถุนายน 2007)
• สถิติกับปาร์ติซาน เบลเกรด
- เซอร์เบีย และ มอนเตรเนโกร แชมเปี้ยน ชิพ (2003)

อาชีพโค้ชทีมชาติ
- ฮังการี (มากราคม 2004 - ธันวาคม 2006)
- มัคคาบี้ เนตันย่า (อิสราเอล/มิถุนายน 2008 - เมษายน 2009)
• สถิติกับฮังการี: 16 นัด, ชนะ 7 นัด, เสมอ 2 นัด, แพ้ 7 นัด, 21 ประตู, ป้องกันได้ 25 ประตู

ประวัติ
ไม่มีใครที่จะลืม กองกลางทีมชาติเยอรมันคนนี้ เขาคือ โลธ่าร์ มัทเธอุส นักเตะที่ถูกบันทึกไว้ว่า
ลุยศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้วถึง 5 ครั้งเขาต้องอกหักในรอบชิงของปี 1982 และ1986
ทว่าในปี 1990 เขาคือกัปตันที่ได้ถูถ้วยแชมป์โลก

เขาคือนักเตะที่เป็นแม่แบบ เป็นนักฟุตบอลที่ไม่รู้จักย่อท้อ เขาลงสนามในนามทีมชาติไปถึง 150 นัด
ค้าแข้งให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ถึง 12 ปี กับ อินเตอร์ มิลาน อีก 4 ปี แถมยังคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยม
ของยุโรปในปี 1990 คว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่า ในปี 1990 และ 1991

กับการเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค ถึง 2 ครั้ง เขากวาดแชมป์ลีก ไปได้ถึง 6 สมัย ทว่าเขาก็ต้องผิดหวัง
กับการคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ถึง 2 ครั้ง โดยเฉพาะในป 1999 กับแมตช์ที่ไม่มีใครคาดคิด
เมื่อเขาพา บาเยิร์น มิวนิค พ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบช็อกโลก 1-2 ในช่วง
ทดเวลาบาดเจ็บ

มัท เธอุส ยังคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 1996 ซึ่งก่อนหน้านั้น เขาก็พา
อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ในรายการนี้ ในปี 1991 มาแล้ว และเขายังช่วยให้ อินเตอร์
เป็นแชมป์ลีกอิตาลี ในปี 1989 ด้วย

ในศึกฟุตบอลโลก ปี 1990 มัทเธอุส ได้สร้างความแตกต่างให้กับทีมชาติเยอรมัน
เมื่อเขานำเอาเทคนิค และวิธีการเล่นจากลีกอิตาลี มาประยุกต์ใช้กับทีมชาติ

กับการค้าแข้งถึง 2 ซีซั่น กับ อินเตอร์ มิลาน มัทเธอุส ได้พัฒนาฝีเท้าไปแบบรุดหน้า
เขากลายเป็น มิดฟิลด์ระดับโลกที่มีครบ ทั้งลูกยิง การวางบอล การจ่ายบอล
รวมถึงการอ่านเกม ที่ยอดเยี่ยม


ฟร้านซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ กุนซือทีมชาติเยอรมัน ในเวลานั้น มองเห็นว่าเขาจะต้องพาทีม
ประสบความสไเร็จอย่างแน่อน และเขาก็ถูกเลือกให้เป็นกัปตันทีม ในศึกบอลโลก ที่อิตาลี

ทว่าแต่ละเกมที่ลงเล่น มัทเธอุส กลับไม่ได้รับการไว้วางใจ หรือยอมรับนับถือจาก
เพื่อนร่วมทีมเท่าที่ควร ในตำแหน่งกัปตันทีม


ในรอบชิงชนะเลิศ มัทเธอุส เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ กับการเล่นกับ อาร์เจนตินา ทว่าเยอรมัน
ก็สามารถเบียดเอาชนะได้ แต่ไม่มีใครที่จะภูมิใจ หรือดีใจ ที่เขากลายเป็นผู้ชูถ่วยพร้อมกับ
เบ็คเคนบาวเออร์
ทว่า ถ้ายกแชมป์ก็มาอยู่ในมือเขา และเขาก็ทำภารกิจสำเร็จลุล่วง

มัทเธ อุส กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง ในปี 1998 การจากเรียกตัวของ แบร์ตี้ โฟกท์ส กุนซือของทีม
ในขณะนั้น แต่ทว่าเยอรมัน ก็ตกตกรอบ จอดป้ายที่รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อพ่าย โครเอเชีย 0-3

มัทเธอุส ติดทีมชาติเยอรมัน นัดสุดท้าย ในศึกยูโร 2000 โยทีมชาติเยอรมัน ไม่สามารผ่านรอบแรกไปได้
เขาหยุดสถิติกับทีมชาติไว้ที่ 150 นัด หลังจากนั้น เขาก็ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งในสหรัฐอเมริกา
กับทีม นิวยอร์ค - นิว เจอร์ซี่ เมโทรสตาร์

มัทเธอุส เริ่มต้นการเป็นกุนซือ ในเดือนกันยายน ปี 2001 กับทีม ราปิด เวียนนา ในออสเตรเลีย
ทว่าเขากลับทีมล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่จะโยกไปคุม ปาร์ติซาน เบลเกรด ในประเทศเซอร์เบีย
และเขาก็พาทีมคว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรก ในปี 2003

เขาลาออกจาก ปาร์ติซาน เบลเกรด ในเดือนธันวาคม ปี 2003 เพื่อไปรับตำแหน่งโต้ชทีมชาติฮังการี
ทว่าหลังจากไม่สามารถพาทีมผ่านเข้าไปเล่น ฟุตบอลโลก 2006 ได้ เขาก็ได้ย้ายไปคุมทีม แอตเลติโก
พาราเนเซ่น ก่อนที่จะย้อนกลับมายัง ยุโรป อีกครั้ง ด้วยการเป็นผู้ช่วยโค้ชของทีม ซัลซ์บวร์ก
และหลังจากนั้นเขาก็ไปคุมทัพ มัคคาบี้ เนตันย่า ในลีกอิสราเอล ในปี 2008-2009

(ภาพจาก Getty Images)

http://football.kapook.com/news_inside.php?id=11764&key=news



ข่าวฟุตบอล โลธ่าร์ มัทเธอุส อดีตกัปตันทีมแชมป์โลกทีมชาติเยอรมัน ชี้ "อินทรีเหล็ก"
ยุคนี้ไร้แข้งเวิลด์คลาสตัวจริงที่จะนำทีมประสบความสำเร็จได้ ชู สเปน, บราซิล,
อาร์เจนตินา แกร่งจริงมีสิทธิ์ถึงแชมป์


โลธ่าร์ มัทเธอุส อดีตกัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่ทีมชาติเยอรมัน ออกโรงวิจารณ์ทีมนักเตะ "อินทรีเหล็ก"
ชุดลุยฟุตบอลโลก 2010 ว่าแม้ทีมโดยรวมจะมีศักยภาพไม่เป็นรองใครและ
เล่นได้ค่อนข้างลงตัว แต่ในบรรนักเตะเลือดเบียร์ ยังขาดผู้ที่เป็นผู้เล่น
ระดับโลกของจริง ที่จะสามารถนำทีมได้


กัปตันทีมผู้นำเยอรมันตะวันตกคว้าแชมป์โลก เมื่อปี 1990 กล่าวว่า "ความคาดหวังในเยอรมัน
มันสูงมาก แต่ทีมอื่นๆ ก็ไล่ตามเรามาเร็วมากเหมือนกันนับตั้งแต่ปี 2006 เยอรมันยังขาดนักเตะ
ที่มีความพิเศษที่สามารถจะจัดการกับเกมได้ด้วยตัวเอง และมันเป็นอย่างนี้มาหลายปีแล้ว
"

"อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างก็ยังยำเกรงเยอรมันอยู่ ซึ่งนี่ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่จะสร้าง
ความอันตรายได้อย่างมาก พวกเขาน่าจะไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างน้อย
และจากนั้นจะไปได้ไกลกว่านี้สักแค่ไหน นั่นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย"

"ซูเปอร์แมน" มีมุมมองไม่ต่างกับกูรูรายอื่นๆ ที่มองว่า สเปน คือตัวเต็งสำหรับศึก เวิลด์ คัพ คราวนี้
โดยระบุว่า "ผมมองที่แชมป์ยุโรป สเปน, แชมป์ คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ บราซิล และ อาร์เจนตินา
ว่าอยู่ในกลุ่มตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ พวกเขามีนักเตะระดับโลกให้เลือกมาติดทีมมากมาย"

"ฮอลแลนด์เองก็มีนักเตะดีๆ แต่ถ้าไม่นับในปี 1974 และ 1978 พวกเขาไม่เคยทำได้ดีในฟุตบอลโลกเลย
บางครั้งมันก็ดูเหมือนว่านักเตะของพวกเขาตั้งใจจะเล่นแบบโชว์เดี่ยวมากกว่า
และนั่นส่งผลเสียต่อ การเล่นของพวกเขาในแง่ของทีม
" เจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม
แห่งปีของฟีฟ่า 1990 กล่าวทิ้งท้าย

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278746905&grpid=03&catid=98

วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:27:12 น.
มติชนออนไลน์



บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เล่นได้สุดยอดจนตกเป็นเป้าหมายของเชลซีและรีล มาดริด

ขุนพลอินทรีเหล็กหอมสุดๆยักษ์ใหญ่ล่าตัวร่วมทีมหลังโชว์ฟอร์มเจ๋งเวิลด์คัพ

รายงานข่าวจากเยอรมันแจ้งว่าจากฟอร์มการเล่นระดับสุดยอดของทีมชาติเยอรมัน
ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 ที่แอฟริกาใต้ ที่ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศและ
ถล่มยอดทีมอย่างอังกฤษและอาร์เจนตินาขาดลอย 4-1,4-0 ตามลำดับ

ทำให้ขุนพลอินทรีเหล็กได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างๆในการคว้าตัวร่วมทีม
มากมายหลายคน เซบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กองกลางที่เล่นได้สุดยอดตกเป็นเป้าหมาย
ของรีล มาดริด ยอดทีมของสเปนและเชลซี แชมป์พรีเมียร์ลีกล่าสุด

เมซุต โอซิล กองกลางดาวรุ่งว่าที่ซูเปอร์สตาร์ในอนาคตอันใกล้จากเบรเมนเนื้อหอมสุดๆ
เนื่องจากโชว์ฟอร์มเก่นเกินวัย 21 ปี ถูกรายงานว่าได้รับความสนใจจากสโมสรดังถึง 4 ทีม
ประกอบด้วยบาร์เซโลน่า,เชลซี,แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซน่อล

ซามิ เคดิร่า กองกลางสตุ๊ตการ์ทที่ทำหน้าที่แทนมิชาเอล บัลลัค ได้อย่างไรที่ติก็ถูก
รีล มาดริดและเชลซี จ้องตาเป็นมัน

นอกจากนั้นดาวเตะที่ยังไม่ได้ลงสนามเลยก็ได้รับความสนใจจากสโมสรดัง เช่นกัน
แซร์ดาร์ ทาสซี่ เซ็นเตอร์วัย 23 ปีของสตุ๊ตการ์ทอยู่ในเป้าสายตาของยูเวนตุส,
อาร์เซน่อลและสเปอร์ส

เดนนิส อาโอโก้ กองกลังฮัมบูร์กถูกยุเวนตุสเมียงมอง


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Sat Jul 10, 2010 10:59 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jul 10, 2010 10:19 pm

http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9530000095057

เบื้องหลัง “หมึกพอล” มีมหาเศรษฐีชื่อ Nick Varney

10 กรกฎาคม 2553 16:40 น.

อ่านข่าวหมึกพอลแบบเอาฮามาหลายวัน และถ้าจะฮามากต้องตามอ่านคอมเมนท์ในสื่อสังคม
อย่างเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ซึ่ง ก็เป็นน้ำจิ้มแกล้มบรรยากาศฟุตบอลโลกได้เข้ากันดี

แต่มาหลังๆ เริ่มฮาไม่ออกเมื่อช้างอยุธยา นกแก้วเมืองชลฯ รวมทั้งแพนด้าหลินปิงเมืองเชียงใหม่
พากันเดินตามรอยเจ้าหมึกพอลบ้าง ข่าวสรรพสัตว์ทายผลฟุตบอลเริ่มไม่สนุกเพราะรู้สึกว่า ทำไม
คนไทยถึงขาดแคลน จินตนาการกันถึงขนาดต้องตามก้นโหนกระแสลอกไอเดียเขาต้อย ๆ เช่นนี้

เรื่องหมึกพอลไม่มีอะไรมากกว่าการคิดมุกโฆษณาเรียกหาลูกค้าเข้าชมอควาเรี่ยม เพราะธรรมชาติ
ของธุรกิจสวนสัตว์ไม่ว่าแบบบกหรือแบบในน้ำล้วนแต่ปากกัดตีนถีบ ยิ่งหากมีเฉพาะสวนสัตว์ไม่มีสิ่ง
บันเทิงใจอื่น ๆ มาพ่วงแล้วยิ่งน่ากลัวขาดทุนเป็นที่สุด สวนสัตว์เชียงใหม่ได้บารมีแพนด้ามาเลย
ทำให้ยอดผู้ชมเพิ่มขึ้นมาแชร์ค่าใช้จ่ายตัวอื่น แต่สำหรับไนท์ซาฟารีที่นายปลอดประสพการันตีนักหนา
กลับขาดทุนยอบแยบ

ช้างไทย นกแก้ว และหลินปิง ก็เดินตามรอยการโฆษณาโปรโมทสวนสัตว์ของฝรั่งนั่นแหละไม่มีอะไรมาก
แต่ปัญหาก็ คือมันไม่เนียน เห็นแล้วรู้สึกว่าต่ำต้อยขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ..ทำไมประชาชีของโลกที่สาม
ต้องตามหลังเขาไปเสียทุกอย่าง ขาดแคลนจินตนาการแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างเอาสัตว์มาทายผลบอลโลก

จากสาเหตุดังกล่าวจึงเข้าไปค้นข่าวหมึกพอลดูโดยละเอียดอีกครั้ง แล้วก็พบว่า
นี่ไม่น่าใช่เรื่องทำกันสนุก ๆ ของอความเรี่ยมเล็ก ๆ ในเยอรมันเสียแล้ว

“หมึกพอล”เกี่ยวกับเครือข่ายธุรกิจบันเทิง-นันทนาการใหญ่อันดับ 2 ของโลก เชียวนะครับ !

ผมเริ่มแกะรอยหมึกพอลจากข่าว พบว่า Paul the octopus มีนิวาสถานอยู่ที่ Sealife Aquarium
เมือง Oberhuasen เยอรมนี

เสิร์ช Sealife Aquarium / Oberhuasen ไปพบเว็บไซต์บ้านพอลอย่างเป็นทางการ
http://www.sealifeeurope.com/local/index.php?loc=oberhausen และเมื่ออ่านรายละเอียดพบว่า
เป็นเครือข่ายอควาเรี่ยมที่ยิ่งใหญ่มาก ครอบคลุมไปทั้งยุโรปโดยเฉพาะที่อังกฤษ และเยอรมัน

จากเบาะแสแรก “หมึกพอล” ทำงานให้กิจการยิ่งใหญ่ ไม่ใช่อควาเรี่ยมเล็ก ๆ หรือสวนสัตว์ประจำเมือง
ที่มีองค์กรท้องถิ่นดูแลเหมือนในหลายประเทศ

จากนั้นก็พบว่ากิจการ Sealife Aquarium ที่มีสาขา 14 แห่งในอังกฤษ 9 แห่งในเยอรมัน และอีก 13 แห่ง
ทั้งยุโรป-อเมริกาอยู่ภายใต้บริษัทชื่อว่า Merlin Entertainments Group Ltd ดังนั้นบุคลากรผู้ดูแลพอล
ที่จัดการเสี่ยงทายครั้งนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่เป็นพนักงานในสังกัดเครือข่ายธุรกิจ
ที่ใหญ่ครอบคลุมยุโรป

วิกิพีเดีย ให้ข้อมูล Merlin Entertainments อย่างน่าตื่นตาตื่นใจมาก กิจการของเขาไม่ได้มีแค่
Sealife Aquarium แต่ยังเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์หุ่นมาดามทุซโซ เป็นเจ้าของชิงช้าสวรรค์ยักษ์
London eye เป็นเจ้าของ Alton Towers ธีมปาร์คที่มีลูกค้าปีละกว่า 2.8 ล้านคน เป็นเจ้าของ
ปราสาทเก่าแก่ Warwick Castle ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมากเป็นเจ้าของ Legoland
ตัวต่อพลาสติกที่เด็กทั่วโลกรู้จักคุ้นเคยดี และ ฯลฯ

พนักงานในเครือเมื่อปี 2007 มี 1.3 หมื่นคน !!

จากนั้นได้พบว่าเจ้าของกิจการ Merlin Entertainments ซึ่งเป็นเจ้านายของ “หมึกพอล”
ชื่อว่า Nick Varney

Nick Varney เป็นมหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของกิจการนันทนาการที่ใหญ่ที่สุดลำดับสองของโลกรอง
จากกลุ่มดีสนีย์ ถ้าจะพูดถึงนายคนนี้โดยละเอียดคงต้องแยกบทความออกมาอีกบทหนึ่ง เอาเป็นว่า
เขามีสไตล์รุกเร็ว ไล่ซื้อ ไล่กวาดและมีโครงการใหม่ในมือมากมายเช่นจะสร้างชิงช้าสวรรค์ยักษ์
ที่อเมริกา อีกสองสามแห่งรวมทั้งที่นิวยอร์ค ออสเตรเลีย

แต่ที่สุดหัวใจของธุรกิจนันทนาการซึ่งแปลหยาบ ๆ(โดยไม่ปรึกษาราชบัณฑิต) จากภาษาฝรั่ง
Amusement Parks ก็คือความสนุกสนานเพลิดเพลินที่มนุษย์สร้างขึ้น แม้จะมีสิ่งที่เป็นธรรมชาติ
อย่างสัตว์น้ำแต่ก็ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมของ Aquarium และสิ่งประกอบอื่น ๆ ส่วนสวนสนุกรถราง
ชิงช้าสวรรค์ ฯลฯ นั้นล้วนแต่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งสิ้น

หัวใจของธุรกิจนี้ประการหนึ่งคือเข้าถึงก้นบึ้งความสนใจของลูกค้า ทำให้เขาสนใจ เพลิดเพลิน
ผ่อนคลาย อย่างเช่นเรื่องเจ้าหมึกพอลที่โด่งดังทั่วโลกนี่ก็มาจากการไอเดียสร้างสรรค์ของ
มนุษย์นี่แหละ หาใช่จู่ ๆ เจ้าหมึกพอลร้องขอว่าจะเสี่ยงทายผลฟุตบอลแต่อย่างใดเลย

ฟุตบอลโลกเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติและก็เป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ
พร้อมกันไป ไม่เชื่อก็ให้ไปถามเฮียฮ้อแห่งอาร์เอส.ได้เลยว่ามันเป็นธุรกิจใหญ่จริง ๆ ปรากฏว่า
กิจการของ Nick Varney ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ เป็นสปอนเซอร์หลักแต่ก็สามารถหาช่องทาง
โหนกระแสบอลโลกได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ยิ่งคนเยอรมันอยากจับเจ้าพอลให้ฉลามกิน
หรืออยากจับมาปิ้งกินเท่าไหร่ ธุรกิจของเขาที่นั่นก็ดูจะมีสีสันขึ้น

ขอเลี้ยวเข้าซอยหน่อย - อันที่จริงเมืองไทยเองก็เฉียดที่จะเดินตามแนวของนาย Varney มาแล้ว
ตอนที่ทักษิณ+ปลอดประสพ จะตัดป่าดอยสุเทพไปทำธีมปาร์ค ใช้ไนท์ซาฟารีเป็นฐานแล้วจะมี
อุทยานช้าง มีกระเช้าเลียบดอยสุเทพ มีชิงช้าสวรรค์ยักษ์แบบ London Eye มีสิ่งปลูกสร้างประกอบ
ให้เหมือนเมืองโบราณ มีจุดผจญภัย ฯลฯ โชคดีที่รัฐบาลพับไปก่อนมิฉะนั้นป่าสงวนที่เป็น
อุทยานแห่งชาติ คงย่อยยับ ฉิบหายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ โครงการลักษณะนี้ไม่ควรใช้พื้นที่ป่า
แต่ควรเลือกพื้นที่ห่างไกล ยิ่งแห้งแล้งกันดารยิ่งดีเพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่ไปด้วย

แนวคิดแบบที่ทักษิณ+ปลอดประสพจะทำก็เดินตามแนวของ Nick Varney นั่นแหละแต่หยาบไปหน่อย
ถ้าเป็นอังกฤษ-เยอรมันนาย Nick จะทำโครงการในอุทยานแห่งชาติก็คงถูกสังคมรุมบ้อม
เสียผู้เสียคนไปแล้ว แต่นี่เมืองไทยนายปลอดประสพจึงยังลอยหน้าลอยตาได้อยู่ทั้งๆเคย
ประกาศผ่านจอทีวีว่า หากไนท์ซาฟารีขาดทุนจะควักกระเป๋าตัวเองมาใช้คืนให้

กลับออกมาจากซอยสู่ประเด็นหลักแล้วครับ – บทความสัปดาห์นี้เขียนเรื่องสัพเพเหระเบา ๆ
เล่าเกร็ดต่อเนื่องจากหมึกพอล นกแก้ว ช้างอยุธยา และหลินปิง ตามแนวทางพิพิธเพลิน คือ
นอกจากจะสนุกเอ็นดูแกมหมั่นไส้เจ้าหมึกพอล ตลอดถึงผองเพื่อนสรรพสัตว์ที่แห่ตามกันแล้ว
ก็น่าจะมีความรู้หรือข้อมูล เกี่ยวข้องประกอบเป็นเบื้องหลังไปด้วย

เพราะที่สุดแล้วเจ้าหมึกพอล ก็ไม่ต่างจากพนักงานที่มหาเศรษฐี Nick Varney เลี้ยงไว้หาเงิน
ในธุรกิจของแกนั่นแหละการเสี่ยงทายกินหมึกของเจ้าพอลก็คือ การทำงานเรียกคนดูนั่นเอง
และที่สำคัญเจ้าพอลทำงานในเครือข่ายกิจการระดับโลก หาใช่ทำให้สวนสัตว์เล็กๆ
หาได้สนุกเล่นกันตามประสาแต่อย่างใดเลย.

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278750091&grpid=01&catid=

วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:00:00 น.
มติชนออนไลน์

ศิลปิน "โฟล์คเหน่อ" เข้ากระแส แต่งเพลง "แมตช์ดึก หมึกบด"
ให้ "ท่านเทพพยากรณ์พอล"


นอกจาก "เจ้าปลาหมึกพอล" หมึกยักษ์สัญชาติอังกฤษซึ่งมีถิ่นพำนักในเยอรมนี จะสร้างกระแส
โด่งดังในวงการฟุตบอลนานาชาติ ด้วยการทำนายทายทักผลการแข่งขันฟุตบอลโลกของ
ทีมชาติเยอรมนีได้อย่างแม่นยำราวจับวางแล้ว

กระแสดังกล่าวก็ยังแพร่กระจายมาถึงสื่อไทย ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ และอินเตอร์เน็ต

ล่าสุดศิลปินนักร้องผู้มีนามว่า "โฟล์คเหน่อ" ก็แต่งเพลงเข้ากับกระแส "ท่านเทพพยากรณ์พอล"
ชื่อว่า "แมตช์ดึก หมึกบด" และนำไปเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ยูทิวบ์ จนขณะนี้มีผู้คลิกเข้าชม
เหยียบหมื่นคนกันเลยทีเดียว

แต่คงมีบางคนที่อยากให้การพยากรณ์ที่ระบุว่าเยอรมนีจะได้ตำแหน่งที่ 3 และสเปนจะได้เป็น
แชมป์โลก ของเจ้าพอล มีความผิดพลาดไม่แม่นยำเหมือนกัน เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย
จะได้เลิกเข้าไปสร้างความยุ่งยากวุ่นวายให้แก่ชีวิตของปลาหมึกยักษ์รายนี้เสียที


มิเช่นนั้น นอกจากคำว่า "เสียหมา" แล้ว เรายังอาจต้องบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมา
หลังจากฟุตบอลโลกหนนี้

นั่นคือ "เสียปลาหมึก"



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278753864&grpid=01&catid=98


วิม ฟาน ฮาเนเกม




ฟาน ฮาเนเกม ในยุคปัจจุบัน


วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 17:00:00 น.
มติชนออนไลน์

โจ๊กขำ ๆ : นักเตะดัตช์ผู้รักใน "ประชาธิปไตย"
และ "เจ้าหมาน้อย" ผู้มาก่อน "หมึกพอล"


ย้อนกลับไปในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ.1975 (พ.ศ.2518) "วิม ฟาน ฮาเนเกม" นักเตะทีมชาติฮอลแลนด์
ชุดรองแชมป์โลกปี 1974 ได้รับข้อเสนอเป็นเงินจำนวนมหาศาลให้ย้ายออกจากสโมสรที่เขารักอย่าง
"เฟเยนูร์ด ร็อตเตอร์ดัม" เพื่อไปค้าแข้งกับสโมสร "โอลิมปิก มาร์กเซย" แห่งฝรั่งเศส

ฟาน ฮาเนเกม ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าเขาจะทำอย่างไรกับข้อเสนอดังกล่าวดี ดังนั้น
เขาจึงเดินทางไปยังเกาะแห่งหนึ่ง ในจังหวัดบ้านเกิด "ซีแลนด์"เพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับอนาคต
ในอาชีพค้าแข้งของตนเองกับภรรยาคู่ชีวิต, "วิม แจนเซ่น" นักฟุตบอล
เพื่อนรักของเขา และภรรยาของแจนเซ่น


ทั้งสี่คนไปปิกนิกกันริมชายหาด และถกเถียงถึงข้อดี ข้อเสีย ของการที่ฟาน ฮาเนเกม จะย้ายไป
ค้าแข้งกับมาร์กเซยนานหลายชั่วโมง สุดท้าย ฟาน ฮาเนเกม จึงขอมติจากที่ประชุมในวันนั้น


ผลปรากฏว่ามี 2 คนที่โหวตให้เขาย้ายไปมาร์กเซย ขณะที่อีก 2 คน
โหวตให้เขาอยู่กับเฟเยนูร์ดต่อไป


เมื่อผลการลงมติออกมาเป็นเช่นนั้น ฟาน ฮาเนเกม จึงหันไปหาสุนัขคู่ใจที่ร่วมเดินทางมาด้วย
ก่อนจะกล่าวว่า "พวกเราไม่สามารถตัดสินใจกันได้ มันขึ้นอยู่กับแกแล้วแหละ
ถ้าแกอยากให้ฉันย้ายไปมาร์กเซย ก็ขอให้เห่าหรือแสดงท่าทีบางอย่างให้ฉันรู้"


เวลาผ่านไปหลายนาที ฟาน ฮาเนเกม กับสุนัขคู่ใจ ต่างจ้องมองหน้าซึ่งกันและกัน
ทว่าเจ้าตูบกลับไม่ยอมเห่าหอนหรือขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายแต่อย่างใด

ฟาน ฮาเนเกม จึงสรุปผลการลงมติออกมาว่า "โอเค มันไม่ต้องการไปฝรั่งเศส
เพราะฉะนั้นพวกเราก็อยู่ที่ฮอลแลนด์ต่อไปนี่แหละ"


(เก็บความจากหนังสือ "Brilliant Orange: The Neurotic Genius of Dutch Football" ของเดวิด วินเนอร์)


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Sun Jul 11, 2010 12:39 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 12:33 am


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 1:52 am


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 2:01 am


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 2:42 am


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 2:46 am


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 3:12 am


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 10:48 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278808754&grpid=03&catid=98

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 07:35:31 น.
มติชนออนไลน์


โธมัส มุลเลอร์ ทำ 5 ประตูก้าวเป็นดาวยิงอายุน้อยสุดอันดับสองที่ทำได้ 5 ประตูเป็นรองแค่เปเล

"มุลเลอร์"ก้าวเป็นดาวซัลโวอายุน้อยสุดอันดับ2
รองแค่เปเล่-ทำสถิติเอี่ยวยิงประตูมากสุด


สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่ารายงานว่า 1 ประตูที่โธมัส มุลเลอร์ ดาวรุ่งเยอรมันทำได้
ในชัยชนะของเยอรมันเหนืออุรุกวัย 3-2 ในการชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 วันที่ 10 กรกฎาคม
ทำให้มุลเลอร์ทำสถิติยิงไปในฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 ทั้งหมด 5 ประตู ทั้งที่เพิ่งลงสนาม
เล่นทีมชาติแค่ 8 นัดเท่านั้น

พร้อมทำให้หน้าต่ำวัย 20 ปีของบาเยิร์น มิวนิค กลาย เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสอง
ในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลโลกที่ทำได้ 5 ประตูต่อจากเปเล่ ตำนานนักเตะโลกของ
บราซิลที่ทำได้ 5 ประตูด้วยวัย 17 ปี 249 วัน ในฟุตบอลโลก ค.ศ.1958 ที่สวีเดน

นอกจากนั้นมุลเลอร์เป็นดาวเตะในฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำประตู
โดยตรงมากที่สุด 8 ประตูโดยเขายิงเอง 5 ประตูและจ่ายให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูอีก 3 ประตู

ขณะเดียวกันถ้าดาบิด บีย่าและเวสลี่ย์ สไนเดอร์ ทำประตูไม่ได้ในรอบชิงชนะเลิศก็จะทำให้
มุลเลอร์ครองดาวยิงสูงสุดร่วมกับบีย่า,สไนเดอร์และฟอร์ลัน พร้อมกับทำให้มุลเลอร์เป็นดาวยิง
สูงสุดฟุตบอลโลกอายุน้อยที่เป็นอันดับสองมากกว่าฟลอเรียน อัลเบิร์ต ดาวยิงฮังการี
ที่ครองดาวยิงสูงสุดร่วมฟุตบอลโลก 1962 ที่มีอายุ 20 ปี 268 วันแค่ 32 วัน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278818617&grpid=03&catid=
วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:21:50 น.
มติชนออนไลน์


โยอัคคิม เลิฟกล่าวยกย่องสปิริตของทีมไม่ถอดใจง่ายๆ นำมาสู่ชัยชนะในที่สุด


กุนซือเยอรมันยกย่องทีม ฮึดสู้ไม่ยอมกลับบ้านมือเปล่า
เผยขอเวลาตัดสินใจคุมทีมต่อหรือจะไป


โยอัคคิม เลิฟ ยอดกุนซือทีมเยอรมันกล่าวยกย่องสปิริตของลูกทีมหลังจากที่สามารถแซงเอาชนะ
อุรุกวัยได้ 3-2 คว้าตำแหน่งที่สามติดมือกลับบ้านได้สำเร็จในศึกเวิลด์ คัพ 2010 นัดชิงที่สาม

บุนเดสเทรนเนอร์กล่าวยกย่องทีมว่าทำหน้าที่ได้อย่างดีหลังจากที่ทีมถูกขึ้นนำไปก่อน 2-1
แต่สามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ 3-2

"ทีมของเราสมควรจะได้ตำแหน่งที่ 3 ติดมือ เราทำงานได้ดีในครึ่งหลังและก็สมควรที่จะเอาชนะ
อุรุกวัยไปได้ ถ้าหากลองมองผลงานของทีมทั้งทัวร์นาเม้นต์เรารู้สึกว่านี่คือผลลัพธ์ที่น่าภูมิใจอยู่
พวกเราภูมิใจในผลงานครั้งนี้ และหวังว่าทีมจะพัฒนาต่อไป" เลิฟกล่าว

นอกจากนี้ เลิฟยังเผยว่าตนต้องการเวลาตัดสินใจอีกสักพัก ก่อนที่จะตกลงต่อสัญญาคุมทีมต่อไป
จนถึงปี 2012 หรือไม่

"ผมไม่อยากตัดสินใจในตอนนี้ และอยากใช้เวลาสัก2-3วันใตร่ตรองดูให้ดีก่อน
เมื่อเวลามาถึงผมจะตัดสินใจเอง"

ด้านบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กองกลางพลังหนุ่มของทีมเยอรมันยังกล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจกับ
ผลงานของทีมมากและมั่นใจว่าแฟนบอลเยอรมันคงต้องภูมิใจกับ ผลงานของทีม

"เกมนี้เป็นเกมที่สำคัญสำหรับทีมและแฟนบอลมาก แม้ว่าเรายังมีความผิดหวังที่หลงเหลือ
มาจากรอบ 4 ทีมสุดท้ายอยู่ แต่เราโชคดีที่สามารถคว้าที่ 3 ได้"

"เราสามารถกลับมาสู่เกมได้หลังจากโดนนำ มันแสดงให้เห็นถึงสปิริตของทีม ผมภูมิใจมาก
และมั่นใจว่าทีมจะสามารถประสบความสำเร็จมากไปกว่านี้อีกในอนาคต" ชไวน์สไตเกอร์กล่าว

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278809798&grpid=03&catid=98

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
เวลา 07:54:55 น.
มติชนออนไลน์

คนอุรุกวัยขอบคุณแข้งจอมโหดทำผลงานสุดยอดในเวิลด์คัพเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ประเทศ

คนอุรุกวัยขอบคุณแข้งจอมโหดสร้างผลงานสุดยอดเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศ

ออสก้าร์ ทาบาเรซ กุนซืออุรุกวัย เปิดเผยหลังลูกทีมแพ้เยอรมัน 2-3 ครองอันดับ 4 ฟุตบอลโลก
ค.ศ.2010 ที่แอฟริกาใต้ วันที่ 10 กรกฎาคมว่า ทั้งสองทีมแสดงให้เห็นแล้วว่าต้องการอันดับที่สาม
จึงยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ความผิดพลาดส่วนตัวทำให้ปราชัยเยอรมัน อย่างไรก็ตามอุรุกวัย
ได้แสดงให้โลกเห็นแล้วว่ามีศักยภาพที่จะต่อกรกับทีมไหนก็ได้ในโลก

"อุรุกวัยคือ 1 ในความประหลาดใจของเวิลด์คัพ 2010 พวกเรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกลับบ้าน
ผมได้รับเอเมล์วันที่ 9 กรกฎาคมจากผู้หญิงคนหนึ่งขอบคุณพวกเรา สำหรับอะไรที่พวกเราทำคือ
การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของประเทศ มันเป็นกีฬาที่สวยงาม แต่ต้องจริงจังถึงจะประสบความสำเร็จ

สำหรับอุรุกวัยเป็นการเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 ถือเป็นการเข้ารอบรองชนะเลิศ
ครั้งแรกในรอบ 40 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่ทำได้ในปี 1970

http://www.thairath.co.th/content/sport/95323

'ตาบาเรซ'ชมจอมโหดฟอร์มเยี่ยมสูสีแข้งเบียร์



ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือจอมแท็คติกทีม "จอมโหด" อุรุกวัย กล่าวชมลูกทีมทำผลงานได้
อย่างยอดเยี่ยมใกล้เคียงกับทีมที่ดีที่สุดทีมนึงของศึกฟุตบอลโลกอย่าง เยอรมัน
แม้สุดท้ายจะพ่ายหวุดหวิด 2-3 จนได้แค่อันดับ 4 ก็ตาม...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ควันหลงหลังเกมนัดชิงอันดับสามที่ อุรุกวัย
พลาดท่าพ่าย เยอรมัน แบบฉิวเฉียด 2-3 ทั้งที่มีโอกาสชนะอยู่ในกำมือระหว่างที่นำ 2-1
ในช่วงต้นครึ่งหลัง ขณะที่ฝั่งของ ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือทีม "จอมโหด" ออกมากล่าวหลัง
จบแมตช์ ชมลูกทีมประสบความสำเร็จแล้วแม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จากที่รูปเกมออกมา
ไม่ได้เป็นรองแข้ง "อินทรีเหล็ก" ตามหน้าเสื่อเลยแม้แต่น้อย

"เราประสบความสำเร็จแล้วในเกมที่เล่นกันได้สูสีแบบนี้ เราควรชนะได้ด้วยซ้ำ
เพราะพวกเขาไม่ได้เหนือกว่าพวกเราเลย"

"เราทำได้ไกล้เคียงกับทีมที่ดีที่สุดของฟุตบอลโลกอีกทีมนึง เส้นทางนี้ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว
และเราจำเป็นต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้" ตาบาเรซ กล่าว

  • โดย ทีมข่าวกีฬา
  • 11 กรกฎาคม 2553, 06:45 น.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 9:25 pm

http://www.fifa.com/worldcup/news/newsid=1272246/index.html#adams+the+finals+live+aid+football

Adams: The Final's the Live Aid of football

(FIFA.com) Sunday 11 July 2010



Celebrated Canadian singer Bryan Adams is not only a passionate musician,
but a love of football saw the Grammy Award winner tie in a tour of South Africa
with the 2010 FIFA World Cup™ Final. Having opened the historic Live Aid concert in 1985,
and as the first rock star to come to South Africa in the mid-90s, Adams has
a long association with South Africa and the mother continent.Speaking exclusively with

FIFA.com
, Adams talks of his enthusiasm for football, his experiences in South Africa
and his tip for the Final.

FIFA.com: What was your first FIFA World Cup memory?
Bryan Adams:
Probably the 1970 World Cup, with Pele playing for Brazil.
I had been living in Portugal for four years prior and all we did there was play football.

Have you been to any previous FIFA World Cups?
Yes I went to the last World Cup in Germany

Do you watch a lot of football? Do your follow a team in Europe?
Yes, I follow Chelsea.

Which players do you most enjoy watching?
Drogba, Terry, Ballack....

Have you met many footballers?
Over the years, yes quite a few. I became friends with quite a few of the German footballers
like Rudi Voller and Jurgen Klinsmann. Rudi named his son after me!

As a Canadian, which sports did you watch as a youngster? Did you ever play football?
It was mostly football. I also loved the Boston Bruins (ice hockey) because of Bobby Orr.
I played football until I figured out that I had a bigger addiction – music.

I've always loved it here, and the people have always been great to perform to.
We were the first rock band to come into South Africa in 1994.
Bryan Adams on South Africa


What are your impressions of South Africa?
I've always loved it here, and the people have always been great to perform to.
We were the first rock band to come into South Africa in 1994.

How do you feel to be a part of this huge event?
Just being here is quite hard to believe, but I booked my tour around the Final
so I could come and see the game and also do some gigs.

You obviously launched the Bryan Adams foundation –
tell us a little bit about that and what projects it has assisted in Africa?
I launched the foundation in 2006 with the hope that with my name I could help make
a few people's lives a little better. In Africa the foundation has supported the building of
a school in Zambia, a foundation to help people with the disfiguring disease noma,
'Facing Africa – Noma', in Nigeria and Ethiopia, and the FXB after-school program
operating in the townships of Johannesburg for children affected by
the HIV/AIDS epidemic in South Africa.

Back in 1985 you were involved in the US leg of Live Aid –
how did you initially get involved?
Bob Geldof called me a year before to see if I would perform on it if it could be pulled together.
I didn't hear from him for a while, then I got another call to say it's happening, here's the date.

Have you seen progress in Africa in that time?
Since I first came to Africa, I've seen huge development. However, I don't know how much
better life is here for the African people, it seems to me life is just as hard.

In 1988 you played at Nelson Mandela's concert at Wembley – did you get to meet him?
What do you think of him as a person?
I performed for this concert in the hope he would be released in 1988,
and he was shortly afterwards. I've not met him, but maybe my dream
will come true one day. I'd love to shake his hand.

Speaking of Wembley, that's a footballing Mecca – it's a real special place isn't it?
Absolutely, it's incredible for all events, we performed there in the 1990s,
I'll never forget it.

You're quite a celebrated photographer –
which football player or team would you most like to shoot, and why?
I've photographed many footballers over the years, the German national team
were the last ones. I'd like to do a photo essay on David Beckham, or Ronaldo.

Can we hear any African influences in your music, or will we?
I'm afraid I'm just a skinny white boy, to have that African thing you have to have been here
for some time, or be from here!

With Canada not here, which team have you been supporting at South Africa 2010?
I've given up supporting any particular team, because my judgement,
especially after this World Cup, is way off.

If you had to compare the world of music and football...
what would be the equivalent of the FIFA World Cup Final in the world of music?
Probably something like the Live Aid concert that happened in the 1980s,
nothing has quite compared to that since.

What would you prefer in 2014? To be invited to perform at the FIFA World Cup
in Brazil or Canada qualify?
I'd prefer to be invited, because I can't imagine we'll qualify, it's too cold in Canada
to play football all year!

Who do you think will win the Final, Netherlands or Spain, and why?
Spain have constantly surprised me in this World Cup and so have the Netherlands.
It's a coin toss.



แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Sun Jul 11, 2010 10:03 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 9:39 pm

http://www.fifa.com/worldcup/news/newsid=1271532/index.html#bocelli+showing+best+italy

Bocelli: Showing the best of Italy

(FIFA.com) Saturday 10 July 2010



Andrea Bocelli performed at the ‘Celebrate Africa – The Grand Finale’ concert in Johannesburg
on Friday and was left satisfied that he had shown the South African public the ‘best of Italian music’
- intimating that those same people had not been treated to the best of Italian football. As a keen
football fan, the world-renowned tenor and multiple World Music Award winner was dismayed to see
his team exit South Africa 2010 at the group stage without winning a single game, drawing with
Paraguay and New Zealand, before losing to Slovakia.“In terms of my World Cup memories,
I prefer to think back to Spain in 1982 or even Germany in 2006 when we were world champions,”
he told FIFA.com in an exclusive interview in the singer’s dressing room. “Of course, this year has
bad memories for me because unfortunately our football team didn’t do very well here,

so I’m here to at least try and show people the best music that Italy has to offer!”And show that
he did, wowing the sell-out crowd with his musical ability, charm and good humour, the latter typified
when he carried a vuvuzela on stage during one of his encores, much to the delight of the audience.
During the concert, Bocelli was joined on stage by Canadian rock star Bryan Adams, performing
the Beatles’ track ‘Yesterday,’ but mainly he sang numbers from Verdi and Puccini operas,
supported by South African soprano Pretty Yende as well as the Johannesburg's Festival Orchestra
and the Gauteng Choristers.

I prefer to think back to Spain in 1982 or even Germany in 2006 when we were world champions!
Andrea Bocelli on his FIFA World Cup memories.

Fittingly, his finale was Nessun Dorma, a song introduced to football fans across the world by
Luciano Pavarotti during the 1990 FIFA World Cup in Italy. And Bocelli was keen to point out
why he felt that particular piece of music could transcend the boundaries between the beautiful game
and opera.“Well, Nessun Dorma finishes with the word ‘Vincerò’ which means ‘I will win’, he explained.
“For football fans and footballers, that’s a very strong message. And because of that World Cup,
everyone in the world now knows that piece of music – and I’m delighted about that because
it’s such a beautiful piece from the operatic repertoire. But in terms of the football [at Italy 90],
I simply remember a tragedy because Italy didn’t win!”Friday's concert was Bocelli’s debut appearance
in South Africa, and despite his hectic touring schedule, he was determined to sample a bit of
the country’s character and environment with his fiancée Veronica.“Above everything else,
I’m here to learn – I love to learn,” said the 51-year-old. “At the concert, I discovered the heart of
the South African audience and I’m really excited because we’re going to be going on a safari in
the centre of the country. I’m sure it will be incredible.“It’s quite emotional to me to be here for
many reasons because at school I learned a few things about South Africa, in terms of its history,
which I’ve never forgotten. South Africa is a country with a very big story.”

*With thanks to Penny Stein Promotions


1990 FIFA World Cup Italy™



hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 9:47 pm

http://www.fifa.com/worldcup/news/newsid=1271618/index.html#shakira+im+feeling+love

Shakira: I'm feeling the love

(FIFA.com) Saturday 10 July 2010



After performing at the kick-off concert for this FIFA World Cup™, Shakira will also contribute
to Final day in South Africa when she sings the official tournament anthem,
Waka Waka (This Time for Africa), before the players of Netherlands and Spain take the field
at Soccer City.The Colombian pop singer, who also performed prior to the 2006 Final in Germany,
took time out from rehearsing to reflect on an "inspiring" month and explain to FIFA.com
why she is rooting for Spain and why she has fallen in love with both football and
her South African hosts.

What has struck you most about being in South Africa?
I think this whole month that I spent in South Africa has been so inspiring, so stimulating,
one of the happiest months of my life in recent years. It's been so exciting to wake up
every morning looking forward to the matches, looking forward to the newspaper just to open
the sports section because I became such a football fanatic. The people of South Africa are
definitely the highlight of this World Cup. They're amazing, they're so joyful, expressive
and affectionate. I've been feeling the love since the first day I arrived, every day more and more.
For the first time of my life, I arrived at immigration and I saw the immigration officers actually
dancing and singing the Waka Waka. It's been such an amazing experience.

They're amazing, they're so joyful, expressive and affectionate.
Shakira on South Africans.

Have you been to any games?
I've been to three. I went to the first game right after the kick-off concert, Mexico-South Africa.
I went to Argentina-Nigeria and to Spain-Paraguay. And tomorrow, Spain-Netherlands.

Which teams have you been following?
Of course I was supporting the Latin teams. I think they've played an amazing role in this World Cup.
Argentina, Uruguay, Paraguay, Brazil. But I think the Spanish team is quite amazing.
And I support them big time. It's my moral duty, I'm Hispanic and I have to support the Spanish team.

Can you give your prediction for the Final?
I wouldn't dare to predict the score but I think you have to believe the octopus.
So whatever Paul says, I'll go with him.

Have you learned anything from practising and performing with
the South African group Freshlyground?
Absolutely. Freshlyground are such an amazing group. Zolani's voice is very unique, it's incredible.
I love their flavours and how they combine different influences and pop music.
They're just an amazing talent. I've been so pleased to work with them and to count on their talent
for the Waka Waka song.

What is your best memory of the tournament?
One of the most memorable moments I've experienced was when I was stuck in traffic going to
the Argentina-Nigeria match and I saw people in the street, coming out of their cars,
dancing and singing, and giving me so many hugs. I have never received so many hugs
in one month! They're so affectionate, so sweet. All the time, you see a smile on their faces
and that is quite inspiring. It has definitely shaped this World Cup.

It has also influenced the entire environment, the surroundings and the tourist mood as well.
Because I think the tourists feed from the locals' energy. And the locals have been so kind to them
that no one can complain. You've seen that spirit of integration, respect and tolerance on the field
and in the stadium too. You see how the soccer players hug themselves after a match,
how the fans are completely in harmony with the football fans of the opposite team.
I think that happens because this World Cup is being held here in South Africa.
That influences everyone's state of mind in so many ways.



http://www.youtube.com/watch?v=oRDgVGHB6eM&feature=related

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Jul 12, 2010 10:20 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278903650&grpid=00&catid=

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:00:10 น.
มติชนออนไลน์


เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือฮอลแลนด์ฉุนขาดบุกชี้หน้าโฮเวิร์ด เว็บบ์ ผู้ตัดสินหลังจบการแข่งขัน

กุนซือฮอลแลนด์ จวกผู้ตัดสินอังกฤษทำดัตช์แพ้กระทิงดุ 0-1
ฉุนขาดบุกชี้หน้าด่าหลังจบเกม


เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซืออัศวินสีส้ม ฮอลแลนด์ เปิดเผยหลังลูกทีมแพ้สเปน 0-1 ในการเล่น
ต่อเวลาพิเศษฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 รอบชิงชนะเลิศ ที่แอฟริกาใต้ วันที่ 11 กรกฎาคมว่า
คิดว่าโฮเวิร์ด เว็บบ์ ผู้ตัดสินชาวอังกฤษควบคุมการเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ตนไม่ใช่คนที่มองอะไรย้อนกลับไป แน่นอนทีมที่ดีที่สุดสมควรเป็นแชมป์

"แต่ถ้ามองไปที่โอกาสยิงประตูครั้งที่สองของร็อบเบน ในนาทีที่ 83 ที่ลากเข้าไปยิงประตูและ
โดนการ์เลส ปูโยล กองหลังสเปนดึงทำให้เสียจังหวะและโดนอีเกร์ กาซียาส ผู้รักษาประตูออกมา
สกัดได้เว็บบ์สมควรแจกใบเหลืองปูยอล ที่จะเป็นเหลืองที่สองทำให้ต้องออกจากสนาม
แต่เว็บบ์กลับไม่ทำอะไรเลย"

กุนซือฮอลแลนด์ กล่าวว่า ทีมไหนยิงประตูแรกก่อนโอกาสที่จะชนะก็มีมาก โอกาสแรกของร็อบเบน
ที่หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงติดขากาซียาสถ้าเป็นประตูมันจะ หมายถึงชัยชนะของฮอลแลนด์

ทางด้านร็อบเบน กล่าวว่า ปูโยลไม่โดนลงโทษแต่อย่างใดทั้งที่ดึงตนใจจังหวะลากเข้าทำประตู
พวกเราคุยกันเรื่องผู้ตัดสินอย่างเดียวในห้องแต่งตัวหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันพบว่า
มีการตัดหลายครั้งที่รับไม่ได้

นาทีที่ 115 ฮอลแลนด์ได้ลูกฟรีคิก เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ยิงฟรีคิกไปโดนเชสก์ ฟาเบรกาส กองกลางสเปน
แต่เว็บบ์ไม่ให้เป็นลูกเตะมุมและทำให้สเปนได้บุกกลับนำไปสู่ ประตูชัยในนาทีถัดมา

รายงานข่าวแจ้งว่าเสร็จสิ้นการแข่งขันฟาน มาร์ไวค์ ได้ตรงเข้าไปชี้หน้าต่อว่าเว็บบ์ทันที

http://www.thairath.co.th/content/sport/95574

'ฟอร์ลัน'กระหึ่มซิวโกลเด้นบอล-'มุลเลอร์'เหมาดาวซัลโว-รุ่ง



ดีเอโก ฟอร์ลัน หัวหอกตัวเก่งทีมชาติอุรุกวัย ผงาดพลิกโผซิวรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำศึก
ฟุตบอลโลก 2010 หลังโชว์ฟอร์มสุดยอดพาทีม "จอมโหด" เป็นม้ามืดซิวอันดับสี่ ส่วน โธมัส มุลเลอร์
แข้งอนาคตไกลทีมชาติเยอรมัน แจ้งเกิดเต็มตัวด้วยการเหมาทั้งรางวัลดาวซัลโวและดาวรุ่งยอดเยี่ยม...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ออกมาประกาศผลทันควันหลังจบเกมนัดชิงชนะ
ฟุตบอลโลก 2010 สำหรับตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยม หรือ "อาดิดาส โกลเด้น บอล" ที่พลิกโผพอสมควร
เมื่อกลับกลายเป็น ดีเอโก ฟอร์ลัน กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยที่ผงาดคว้ารางวัลดังกล่าวไปครอง

โดยรางวัล "อาดิดาส โกลเด้น บอล" ถูกตัดสินด้วยการใช้ผลคะแนนโหวตจากสื่อชาติต่างๆ
ขณะที่แม้ทาง ฟอร์ลัน จะไม่สามารถพาทีมชาติอุรุกวัยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
แต่ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม รวมฟอร์มยิงประตูสวยๆหลายลูก ส่งผลให้บรรดานักข่าวต่างเทใจ
ให้คะแนน ฟอร์ลัน มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งที่ 23.4% เฉือนอันดับสองที่ได้รางวัล
"อาดิดาส ซิลเวอร์ บอล" อย่าง เวสลีย์ สไนเดอร์ จอมทัพทีมชาติฮอลแลนด์ที่ได้คะแนน 21.8%
และอันดับสาม ดาบิด บีญา หัวหอกจอมถล่มของสเปนที่ได้รางวัล "อาดิดาส บรอนซ์ บอล"
ได้คะแนน 16.9%ด้านรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมหรือ "ฮุนได เบสต์ ยัง เพลเยอร์ ออฟ เดอะ 2010
ฟีฟ่า เวิลด์คัพ" ปรากฏว่าไม่พลิกโผเมื่อ โธมัส มุลเลอร์ ดาวโรจน์ทีมชาติเยอรมันสามารถเอาชนะ
ทั้ง โจวานี ดอส ซานโต๊ส และ อังเดร อายิว คว้ารางวัลไปนอนกอดได้ตามคาด หลังทำผลงาน
เกินวัยยิงให้ "อินทรีเหล็ก" ไปถึง 5 ประตู ซึ่งจากผลงาน 5 ประตูดังกล่าวยังส่งผลให้เจ้าตัว
คว้ารางวัลรองเท้าทองคำหรือ "อาดิดาส โกลเด้น บูต" ไปอีกหนึ่งรายการ แม้จะยิงประตูเท่ากับ
บีญา และ สไนจ์เดอร์ แต่หากตัดสินตามกฎที่วัดผลงานการจ่ายทำประตูหรือแอสซิสต์
และจำนวนนาที/นัดที่ลงสนามเป็นกฎรองลงมา ซึ่ง มุลเลอร์ ทำได้ 3 ครั้งและมากที่สุดจาก
ทั้ง 3 คน จึงส่งผลให้ดาวเตะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค คว้ารางวัลรองเท้าทองคำได้อีกหนึ่งถ้วย
ส่วน บีญา ได้รางวัลรองเท้าเงิน และ สไนเดอร์ ได้รางวัลรองเท้าทองแดง

ขณะที่รางวัลอื่นๆอย่่่าง ถุงมือทองคำ หรือ "อาดิดาส โกลเด้น โกลฟ" และ รางวัลแฟร์เพลย์
ปรากฏว่าเป็นทีมแชมป์โลก สเปน ที่กวาดไปทั้งหมด โดย อิเคร์ กาซียาส ได้รางวัลผู้รักษาประตู
ยอดเยี่ยมจากผลงานเสียประตูเพียง 2 ลูก ส่วนทีม "กระทิงดุ" ซิวรางวัลแฟร์เพลย์จากที่ได้
ใบเหลืองไปทั้งหมดเพียง 8 ใบเท่านั้น

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 กรกฎาคม 2553, 05:44 น.


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278898739&grpid=02&catid=00

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:20:49 น.
มติชนออนไลน์

ชาวแปซิฟิคใต้ ชื่นชมสุริยุปราคาเต็มดวง


ประชาชนชาวชิลีและนักท่องเที่ยว ต่างเฝ้าชมสุริยุปราคาเต็มดวง ที่เกิดขึ้น เมื่อ 11 ก.ค.
ตามเวลาท้องถิ่น โดยปรากฎการณ์ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์นนั้น เกิดขึ้นทางตอนใต้ของ
มหาสมุทรแปซิฟิค ซึ่งมีไม่กี่ประเทศในแถบนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน (ภาพ:AFP)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278891454&grpid=03&catid=98

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 06:36:10 น.
มติชนออนไลน์

หมึกพอลโคตรเซียน ทายผลคู่ชิงให้สเปนชนะเข้าเป้าอีก
ทำสถิติ100%8นัดถูกหมด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากผลการแข่งขันฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 รอบชิงชนะเลิศ ที่ประเทศแอฟริกาใต้
วันที่ 11 กรกฎาคม ระหว่าง "กระทิงดุ" สเปน กับ "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ โดยสเปนเป็นฝ่ายชนะ 1-0
ในการเล่นต่อเวลาพิเศษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกไปครองนั้น

ส่งผลให้เจ้าพอล ปลาหมึกยักษ์แสนรู้ของ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซี ไลฟ์ ในเมืองโอเบอร์เฮาเซ่น
ประเทศเยอรมัน ทำสถิติทายผลฟุตบอลในฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 ถูกแบบร้อยเปอร์เซนต์ 8 นัดรวด

ในจำนวนดังกล่าว 7 นัดเป็นการทายผลคู่ที่เยอรมันสนามและอีก 1 นัดคือนัดชิงชนะเลิศระหว่าง
สเปนกัฮอลแลนด์ ถือเป็นการแก้ตัวของเจ้าพอล หลังจากในการแข่งขันยูโร 2008 ทางผล
คู่ชิงชนะเลิศผิดโดยให้เยอรมันชนะสเปน แต่ในการแข่งขันจริงสเปนเป็นฝ่ายชนะ

สำหรับการทายผลการแข่งขันว่าทีมไหนจะเป็นฝ่ายชนะของพอลนั้นถือเป็นปรากฎการณ์
ที่ไม่เคยเกิดขึ้นและได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกติดตามทำข่าวและรายงานข่าว


ปลาหมึกยักษ์ พอล เลือกสเปนเป็นฝ่ายชนะฮอลแลนด์คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก
ค.ศ.2010และผลออกก็เป็นไปตามที่พอลคาดสเปนชนะ1-0


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue Jul 13, 2010 10:02 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278935405&grpid=01&catid=98

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:00:00 น.
มติชนออนไลน์











แม้ทีม "กระทิงดุ" จะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก
แต่ความแตกแยกใน "ชาติสเปน" ก็ยังร้าวลึกเช่นเดิม


ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับชัยชนะเหนือฮอลแลนด์ของสเปน ส่งผลให้ทีมกระทิงดุสามารถ
คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้เป็นสมัยแรก หลังจากที่ถูกตีตราว่าเป็น "หมูสนามจริง
สิงห์สนามซ้อม"
มาหลายสมัย แต่ในช่วงสุดสัปดาห์แห่ง ความปลื้มปีติดังกล่าวเช่นกัน
ที่รอยแตกแยกทางการเมืองบางอย่าง ได้ปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัดอีกครั้งหนึ่ง
ในสังคมสเปน
การประสบความสำเร็จของสเปนในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ส่งผลให้มีธงชาติสเปน
ประดับประดา อยู่ตามอาคารสถานที่ต่าง ๆ เต็มไปหมด แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งในสังคมสเปน
ที่รู้สึกขัดข้องใจ กับภาวะดังกล่าว คนเหล่านั้นก็คือ บุคคลในแคว้นบาสก์และคาตาโลเนีย
(คาตาลัน) ที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนออกเป็นอิสระจากประเทศสเปน

ก่อนหน้าการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น อินากี้ อัตซูเตกี้ นักเศรษฐศาสตร์วัย 40 ปี
จากเมืองบิลเบาแห่งแคว้นบาสก์ ได้เคยแสดงความเห็นเอาไว้ว่า "ผมต้องการให้เนเธอร์แลนด์
ชนะสเปนสัก 30-0"
เป็นที่ทราบกันดีว่าแคว้นบาสก์และคาตาลันซึ่งมีภาษาและ
อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันเป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเองนั้น ต้องการมีอำนาจ
อิสระในการปกครองตนเองมากขึ้น จากศูนย์กลางของ "รัฐ-ชาติ" สเปนที่มาดริด

"นักการเมืองที่มาดริดได้นำเอาการประสบความสำเร็จของทีมชาติสเปน
ซึ่งมีผู้เล่นส่วนใหญ่มาจากคาตาลันและบาสก์ มาขายเป็นแนวความคิด
เรื่องชาติสเปน ทั้ง ๆ ที่ ขาวบาสก์จำนวนมากไม่ได้มีความรู้สึกร่วมกับ
ชาติดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย"
อัตซูเตกี้ กล่าว

ความขัดแย้งระหว่างแคว้นที่ต้องการแยกตนเองเป็นอิสระกับศูนย์กลางอำนาจรัฐที่นครหลวง
ของประเทศอย่างมาดริดยิ่งระอุมากขึ้น ในภาวะที่ทีมชาติสเปนกำลังฉลองชัยในการแข่งขัน
ฟุตบอลโลก เมื่อศาลรัฐธรรมนูญของสเปนได้มีคำพิพากษาที่บ่งชี้ถึงสิทธิ ใน
การปกครองตนเองอันมีขีดจำกัดของแคว้นคาตาโลเนีย
เนื่องจากศาลได้พิพากษา
ว่าคาตาลันไม่สามารถจะถูกแยกออกไปเป็นอีก "ชาติ" หนึ่งได้ และภาษาคาตาลัน
ไม่ควรจะได้รับการจัดลำดับความสำคัญ ให้อยู่เหนือกว่าภาษาสเปน
ส่งผลให้การเกิดการชุมนุมประท้วงของชาวคาตาลันจำนวนมาก ในวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคมผ่านมา
ณ นครบาร์เซโลน่า เมืองหลวงของแคว้นคาตาโลเนีย รายงานข่าวต่างประเทศระบุว่า ในวันดังกล่าว
ผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคน ได้ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้แคว้นคาตาลัน
มีอิสรภาพ ในการปกครองตนเองมากยิ่งขึ้น
ผู้ประท้วงจำนวนมากในบาร์เซโลน่า
ได้โบกธงชาติคาตาลัน ลาย "เหลือง-แดง" ที่มีข้อความระบุว่า
"พวกเรามีสถานะเป็นชาติอีกชาติหนึ่ง"
"การประท้วงครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศ
อิสรภาพว่า พวกเราต้องการมีประเทศของตนเอง
นั่นคือ ประเทศคาตาโลเนีย
"

นักศึกษาคนหนึ่งที่ร่วมประท้วง กล่าว ทางด้านบิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือทีมชาติสเปนได้กล่าวถึง
ประเด็นนี้ก่อนหน้าการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศว่า

ตนหวังว่าความสัมพันธ์อันกลมกลืนระหว่างลูกทีมและทีมเวิร์ค
อันยอดเยี่ยมจะมีส่วนช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาค
ที่แตกต่างกันในประเทศสเปน มีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ชาบี เอร์นานเดซ มิดฟิลด์ตัวเก่งจากบาร์เซโลน่า สโมสรฟุตบอลซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญ
ระดับหัวใจหลักของชาวคาตาลัน กล่าวว่า ตนเองรู้สึกภูมิใจ ที่ทีมชาติสเปนชุดนี้มีนักเตะหลายคน
มาจากสโมสรบาร์เซโลน่า "แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้อง
กับแค่เพียงบาร์เซโลน่า หรือคาตาโลเนีย เราต้องการให้ทุกคน
เกิดความภาคภูมิใจในองค์รวมของสเปน ขณะชมพวกเรา
เล่นฟุตบอลในสนาม"
เอร์นานเดซกล่าว แต่อะไร ๆ ก็ไม่ง่ายดายดังเช่นที่นักเตะเชื้อสายคาตาลัน
ในทีมชาติสเปนได้วาดหวังไว้ เมื่อเทศบาลนครบาร์เซโลน่า เมืองหลวงของ
แคว้นคาตาโลเนีย ตัดสินใจห้ามฉายการแข่งขันฟุตบอลโลก
รอบรองชนะเลิศระหว่างสเปนกับเยอรมนีทางจอโทรทัศน์สาธารณะประจำเมือง

แม้ว่าผู้เล่น 7 จาก 11 คนแรกของทีมชาติสเปนจะมาจากสโมสรบาร์เซโลน่าก็ตาม อย่างไรก็ตาม
พวกเขาได้กลับลำด้วยการอนุญาตให้จัดการถ่ายทอดสดการแข่งขัน
นัดชิงชนะเลิศระหว่างสเปนกับฮอลแลนด์ทางจอโทรทัศน์สาธารณะได้
ท่ามกลางความเห็นด้วยของพิธีกรรายการโทรทัศน์หัวเอียงขวาในกรุงมาดริด

แต่ความแค้นเคืองใจยังระอุอยู่ลึก ๆ เมื่อการดำรงอยู่ของทีมชาติคาตาลัน
ถูกเพิกเฉยจากฟีฟ่าและยูฟ่า จนไม่สามารถลงแข่งขันฟุตบอลในระดับ
นานาชาติได้ ทั้ง ๆ ที่ทีมชาติสเปนสามารถผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลโลกจากลูกโหม่งของนักเตะเชื้อสายคาตาลันอย่างการ์เลส ปูโยล
อันเป็นลูกสูตรที่ถูกฝึกฝนกันในสโมสรบาร์เซโลน่า (เช่นกันกับประตูชัย
ในนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งผู้ผ่านบอลคือเชส ฟาเบรกาส และผู้ยิงประตูคือ
อันเดรส อิเนียสต้า ล้วนเป็นนักเตะเชื้อคาตาลันที่เติบโตมาจากศูนย์ฝึก
นักเตะเยาวชนของสโมสรเจ้าบุญทุ่มแห่งคาตาลันทั้งคู่)

"ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสเปนเลย มันช่วยไม่ได้จริง ๆ" มาร์ค โมเรลล์
ชายชาวคาตาลัน วัย 46 ปี กล่าวและว่า

"ปูโยลและนักเตะจากบาร์เซโลน่าที่เหลือ
ควรจะได้ลงเล่นในนามทีมชาติคาตาลัน
ถ้าเราได้รับอนุญาตให้มีทีมชาติของตนเอง

แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเกิดขึ้น พวกเขา
ก็จำเป็นจะต้องไปเล่นให้กับทีมชาติสเปน"


แต่สำหรับบางคนแล้ว ฟุตบอลกับการเมืองควรเป็นเรื่องที่แยกขาดออกจากกัน
ดังความเห็นของชาวบาสก์วัย 32 ปี ผู้มีนามว่าไอตอร์ ซูเอซัว ที่ระบุว่า
"ผมไม่เคยสวมเสื้อสีแดงของทีมชาติสเปนเลย
แต่ผมก็ยังหวังให้สเปนได้เป็นแชมป์โลก"

(การ์เลส ปูโยล วิ่งฉลองชัยกับถ้วยฟุตบอลโลก โดยมีธงชาติคาตาลันพาดอยู่บนไหล่)


(ปูโยล และชาบี เอร์นานเดซ 2 นักเตะบาร์เซโลน่า วิ่งโบกธงชาติคาตาลัน
เพื่อฉลองชัยที่สามารถพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ)

สเปนชนะสะท้อนภาพการเมืองไทย
และการเมืองโลก
โมเดลของ ยูโกสลาเวีย คือสิ่งที่
มหาอำนาจตะวันตก
ต้องการให้เกิดขึ้นกับ ไทย
เพื่อให้มีผลกระทบต่อไปที่ จีน





http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278986566&grpid=00&catid=

วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:09:09 น.
มติชนออนไลน์

มหาดไทยหึ่ง! บริษัทเสี่ยวินิจ-จิ้งหรีด คนใกล้ชิด
เนวิน-หุ้นส่วนบิ๊กรัฐบาล ซิวงานพิสดารเกือบ 100 ล้าน


เปิดไส้ใน กระทรวงมหาดไทยฉาวไม่เลิก ล่าสุดพบบริษัทเสี่ยวินิจคนใกล้ชิดเนวิน ชิดชอบ
และจิ้งหรีด-รพีพรรณ อดีตหุ้นส่วนปู่จิ้นรับงานโอทอปและพีอาร์ เกือบ 100 ล้าน


การใช้งบประมาณของหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทยในช่วงที่ผ่านมา ตกเป็นข่าวอื้อฉาว
อยู่บ่อยครั้ง นับตั้งแต่การจัดซื้อเครื่องตรวจสารเสพติด (อัลฟ่า
6) จนถึงปัญหาบัตรประชาชนอัจฉริยะ
(บัตรสมาร์ทการ์ด) ล่าสุดการดำเนินโครงการแสดงสินค้าโอทอปซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านและ
การใช้งบประชาสัมพันธ์กำลังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสด้วยเช่นกัน


ทั้งนี้ “มติชนออนไลน์”ตรวจสอบพบว่า กรมพัฒนาชุมชนได้ว่าจ้าง บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด
ดำเนินโครงการจัดงานเมืองแห่งภูมิปัญญาไทย (
otop city) ครั้งที่ 6 ปี 2552 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552
วงเงิน 88.4 ล้านบาท ปรากฏว่าเจ้าของบริษัทดังกล่าวคือนายวินิจ เลิศรัตนชัย ที่ปรึกษาของ
นายเนวิน ชิดชอบ ผู้บารมีในพรรคภูมใจไทย และเป็นกรรมการ สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งนายเนวิน เป็นผู้สนับสนุนนั่นเอง


จากการตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท เฟรชแอร์เฟสติวัล
ก่อตั้งเมื่อวันที่
9 มีนาคม 2552 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท ประกอบธุรกิจ ซื้อขาย ผลิตสื่อโฆษณา
ทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และวารสาร รับจ้างทำโฆษณา จัดทำรายการวิทยุ โทรทัศน์
ที่ตั้งเลขที่ 23/ 6-7 ซอยศูนย์วิจัย ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ มี
นายวินิจ เลิศรัตนชัย และนายณัฐพล เวชากร
(เจ้า
ของ มบจ.ยูโรเปี้ยนฟู้ด) เป็นกรรมการ

ขณะเดียวกันยังพบอีกว่าเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา กรมการปกครองได้ว่าจ้าง
บริษัท 110 วิภา จำกัด ออกอากาศทางโทรทัศน์รณรงรงค์แก้ไขปัญหายาเสพติด วงเงิน 1,970,000 บาท
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าว
เป็นของนางสาวรพีพรรณ (หรีด) เหลืองอร่ามรัตน์
คนใกล้ชิด พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯผู้ล่วงลับ ขณะเดียวกันนางรพีพรรณ
ยังเคยเป็นหุ้นส่วนธุรกิจของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อีกด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท 110 วิภา จำกัด ก่อตั้งวันที่ 2 มีนาคม 2543 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
ผลิตรายการทีวีทุกชนิด เช่น รายการอาหาร เกมส์โชว์ วาร์ไรตี้ สารคดีต่าง ๆ ทุกชนิดและ
ละครทีวี เรื่องสั้น เรื่องยาว รายการดนตรี บันเทิงต่าง ๆ ทุกชนิด ข่าวบันเทิงต่าง ๆ ข่าวเกี่ยวกับ
รายการอาหาร การทำเทปวีดีโอ ซีดี ดีวีดี จำหน่ายการทำโฆษณาต่าง ๆ ทั้งผลิตและประชาสัมพันธ์
ที่ตั้ง 8/3 ซอยอมรพันธ์ 4 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
นางสาวรพีพรรณถือหุ้น 99.9%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท คุณหรีดคอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกอบธุรกิจประกอบอาหาร
มีนางสาวรพีพรรณถือหุ้นใหญ่ 80% มีนายธงชัย วิไลลักษณ์ ถือหุ้น 10% จากทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท
มีนายธวัชชัย วิไลลักษณ์ และ นางสาวรพีพรรณ เป็นกรรมการ


น่าสังเกตว่าในช่วงที่ผ่านมาบริษัทกลุ่มสามารถคอร์ปอเรชั่นของตระกูลวิไลลักษณ์ ซึ่งมีความใกล้ชิด
กับนายชวรัตน์และนายเนวินได้งานรับเหมาระบบซอฟแวร์ใน กระทรวงมหาดไทยนับพันล้านบาท

มีแต่เน่าๆ แบบนี้ ก็คงอีกไม่นาน
คงเป็นเหมือน ยูโกสลาเวีย

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu Jul 15, 2010 1:43 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1279108772&grpid=03&catid=98



วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 19:01:39 น.
มติชนออนไลน์

นักสังคมวิทยาชี้ความสำเร็จ "อุรุกวัย"
ช่วยหลอมรวมอัตลักษณ์ของคนในชาติ


ราฟาเอล เบย์ซี นักสังคมวิทยาชาวอุรุกวัย ได้ระบุถึงความสำเร็จของทีมชาติอุรุกวัย
ในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ว่า ฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของทีมชาติ
ได้หลอมรวมให้ชาวอุรุกวัยทุกคนตระหนักถึงอัตลักษณ์ที่พวกตนมีร่วมกัน
ทั้งยังส่งผลให้มุมมองหรือความเข้าใจที่พวกเขามีต่อกีฬาฟุตบอลเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

"ในฐานะของประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีส่วนสู้รบในสงครามโลก
ไม่ได้รับความทนทุกข์ทรมานจากสงครามกลางเมือง
หรือไม่เคยประสบภัยธรรมชาติร้ายแรงใด ๆ
ฟุตบอลจึงเป็นเพียงวิถีทางเดียวที่จะทำให้โลกได้รู้จักอุรุกวัย

จากชัยชนะในกีฬาโอลิมปิกปี ค.ศ. 1924 และ 1928 รวมทั้งชัยชนะในฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 1930
และ 1950" นักสังคมวิทยาผู้นี้กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีและว่า อย่างไรก็ตาม ความภูมิใจในชาติ
อันเกิดจากความสำเร็จของทีมฟุตบอลอุรุกวัยกลับจางหายไปใน ช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20

เนื่องจากทีมชาติอุรุกวัยไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลระดับโลก
และไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกบางครั้งด้วยซ้ำไป ก่อนที่พวกเขา
จะหวนมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1279162478&grpid=03&catid=98

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:54:00 น.
มติชนออนไลน์



บิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือสเปนนำทีมกระทิงดุคว้าแชมป์ครั้งแรกได้สำเร็จ


กุนซือสเปนเชื่อ"เมสซี่"คู่ควรรางวัล"ลูกบอลทองคำ"มากกว่า
"ฟอร์ลัน" เหตุสร้างโอกาสทำประตูเพียบ


บิเซนเต้ เดล บอสเก้ หุนซือทีมชาติสเปนเผยว่าตนคิดว่า ลีโอเนล เมสซี่
ศูนย์หน้าของทีมอาร์เจนตินาคู่ควรจะรับรางวัลลูกบอลทองคำมากกว่า
ดีเอโก้ ฟอร์ลัน หัวหอกของอุรุกวัย


ดีเอโก้ ฟอร์ลัน หัวหอกของทีมอุรุกวัยสร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนบอลได้เห็นกันโดย
โชว์ฟอร์มได้ อย่างยอดเยียมในศุกฟุตบอลโลก 2010 ยิงไปทั้งหมด 5 ประตู
ช่วยให้ทีมอุรุกวัยคว้าอันดับ 4 มาครอง

ด้านเดล บอสเก้ กุนซือชาวสเปนที่นำทีมกระทิงดุคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้
ให้ความเห็นว่าจริงๆแล้วตนอยากเห็นนักเตะจากทีมของตนได้รับรางวัลมากกว่า แต่ก็ยืนยันว่า
หากอำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับตน ตนจะเลือกลีโอเนล เมสซี่หอกของ อาร์เจนตินา
ซึ่งจากผลงานการลงเล่นในทัวร์นาเม้นต์นี้แล้วเมสซี่ น่าจะได้รับการจดจำจากแฟนบอล

"นอกเหนือจากลูกทีมของผมแล้ว ผมขอเลือกเมสซี่ ทุกๆเกมที่เขาลงเล่น เขาสามารถ
สร้างโอกาสทำประตูได้ 20 ครั้งเห็นจะได้ เขามหัศจรรย์มาก เมสซี่น่าจคู่ควรกับ
รางวัลลูกบอลทองคำมากกว่า
"เดล บอสเก้กล่าว

อืมมม....ข้าพเจ้าโหวต ฟอร์ลัน
ให้เป็น man of the match ในเวปของ ฟีฟ่า
นัดที่แข่งกับเยอรมัน แต่ไม่รู้เกี่ยวกับที่
ฟีฟ่า เลือกหรือเปล่ามิอาจทราบได้

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Jul 16, 2010 10:02 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1279243297&grpid=03&catid=98

วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 08:19:48 น.
มติชนออนไลน์


ชไวน์สไตเกอร์ ดาวดังเยอรมันควงแบรนด์เนอร์ แฟนสาวเที่ยวเกาะสมุย พักผ่อนหลังบอลโลก



"ชไวน์สไตเกอร์"ควงแฟนสาวคนสวยเที่ยวเกาะสมุยพักผ่อนหลังบอลโลก

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์บิลด์ของเยอรมัน รายงานว่า บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ซูเปอร์สตาร์
ทีมชาติเยอรมันควงแฟนสาวซาราห์ แบรนด์เนอร์ เที่ยวพักผ่อนวันหยุดในประเทศไทย
ที่เกาะสมุย หลังเสร็จศึกฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 ที่แอฟริกาใต้ โดยชไวน์สไตเกอร์และซาราห์
ได้เดินทางออกจากเยอรมันช่วงบ่ายของวันที่ 14 กรกฎาคม

สำหรับชไวน์สไตเกอร์ กองกลางบาเยิร์น มิวนิค เล่นได้สุดยอดนับตั้งแต่ติดทีมชาติเยอรมัน
ในฟุตบอลโลก ค.ศ.2010 ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของทีมอย่างเต็มตัวหลังจาก
มิชาเอล บัลลัค กัปตันทีมบาดเจ็บไม่สามารถร่วมทีมได
้ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
ทั้งเกมรุกและรับเป็นกุญแจสำคัญ ในการนำเยอรมันคว้า อันดับ 3 ฟุตบอลโลก ค.ศ.2010

โดยเฉพาะในนัดที่เยอรมันถล่มอาร์เจนตินา 4-0 ของรอบ 8 ทีม ชไวน์สไตเกอร์แสดงให้เห็นถึง
ทักษะการเล่นที่สุดยอดด้วยการเลื้อยผ่านแผงหลัง อาร์เจนตินาเข้าไปผ่านให้อาร์เซ่ ฟรีดิช ยิงประตูที่ 3

ทางด้านซาราห์เป็นนางแบบชื่อดังของเยอรมันตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก ค.ศ.2010
ได้ติดตามให้กำลังใจชไวน์สไตเกอร์ตลอดเวลา


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1279165152&grpid=&catid=07

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:35:46 น.
มติชนออนไลน์



โยอัคคิม เลิฟ

ข่าวลือ "กลุ่มนักเตะเกย์" ในทีมชาติ"เยอรมนี" หึ่ง หลังตัวแทน "บัลลัค" ออกมาแฉ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังจากที่ทีมเยอรมนี ประสบความสำเร็จในการคว้าอันดับสาม
ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ต้องพบ
กับมรสุมใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ตกเป็นข่าวฉาวว่ามี "กลุ่มเกย์" ในผู้เล่นทีมชาติชุดใหม่
โดยนาย "มิเชล เบ็คเกอร์" ตัวแทนของ "มิเชล บัลลัค" นักฟุตบอลทีมชาติเยอรมนี ที่ทำหน้าที่นี้
มานานกว่า 10 ปี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในหนังสือพิมพ์ "แดร์ สปีเกล" ก่อนที่จะมีการแข่งขัน
ฟุตบอลโลก ในหัวข้อเรื่อง "ชายชาวเยอรมันยุคใหม่" ซึ่งสัมภาษณ์โดย อเล็กซานเดอร์ โอแซง ว่า
เขาทราบว่านักฟุตบอลคนไหนเป็นเกย์ โดยเขากล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อดีตนักฟุตบอลทีมชาติคนหนึ่ง
พร้อมที่จะเปิดเผยถึง "กลุ่มเกย์" ในทีมชาติเยอรมนี และเมื่อถามถึงเรื่องเพศของผู้เล่นใหม่คนหนึ่ง
เบ็คเกอร์ผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความก็กล่าวว่า "เขา" คนนั้นเป็น "กึ่งเกย์"

นอกจากนั้น นายโอแซงยังกล่าวต่อไปว่า นาบเบ็คเกอร์ได้นำสไตล์การเล่นแบบใหม่ที่ดูคล่องแคล่ว
สง่างาม และไม่หนักหน่วงมากนัก ซึ่งกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของนักเตะ ภายใต้การคุมทีม
ของ "โยอัคคิม เลิฟ" ซึ่งมีลักษณะเอนเอียงไปทาง "กลุ่มรักร่วมเพศ" ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิง
กับสไตล์การเล่นที่ดูก้าวร้าว และรุนแรง ในยุคก่อนๆของทีมเยอรมนี


ความเห็นของนายเบ็คเกอร์ดังกล่าว ก็ให้เกิดข้อโจษจันทั้งในวงการสื่อมวลชนในเยอรมนีเอง
และผลกระทบทางตรงต่อวงการฟุตบอลโลก โฆษกทีมเบเยอร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งบัลลัคเริ่มต้น
การเป็นนักเตะที่นั่น ได้กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก และในสโมสรเองก็ไม่ได้มีการ
ต่อต้านกลุ่มรักร่วมเพศแต่อย่างใด โดยทางสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น
และโยอัคคิม เลิฟ ก็กล่าวว่าตนเองจะไม่ลดตัวลงมาตอบโต้คำพูดแบบนี้เด็ดขาด

มีอดีตนักฟุตบอลเยอรมนีที่อยู่ในลีคคน เดียวเท่านั้น ที่กล้าเปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์ ซึ่งก็คือ
"เออร์เฟิร์ด มาร์คัส เออร์แบน" และนั่นก็ทำให้เส้นทางในอาชีพนักฟุตบอลของเขาจบลงโดยสิ้นเชิง
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอล คาดคะเนว่า นักเตะอาชีพในลีค "บุนเดสลีก้า" ประมาณร้อยละ 10 เป็นเกย์

โดยนายเบ็คเกอร์เอง ก็ไม่ได้กล่าวปฏิเสธหรือยอมรับว่าเขาได้แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด
แต่เขาก็ได้กล่าวว่า เขา "เข้าใจผิด" และการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ก็ไม่ได้รับอนุญาต
โดยหลักการปฏิบัติด้านสื่อมวลชนในเยอรมนีได้ระบุไว้ว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์มีสิทธิที่จะ
เปลี่ยนความคิดเห็นหลังจากการสัมภาษณ์

มัทเธอุสไล่ "บัลลัค" พ้นทัพอินทรี
วันพฤหัสบดี ที่ 8 กรกฎาคม 2553


บัลลัค

โลธาร์ มัทเธอุส แนวรับชุดคว้าแชมป์โลกปี 1990 แนะ มิชาเอล บัลลัค หันหลังให้ทีมชาติเยอรมนี
เนื่องจากบรรดา "อินทรีเหล็กพลังหนุ่ม" ทำผลงานยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ แอฟริกาใต้
ด้วยการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศก่อนจะแพ้ สเปน 0-1

บัลลัค โชคร้ายได้รับบาดเจ็บข้อเท้าช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วกับ เชลซี ทำให้อดลุยศึกฟุตบอลโลก
หนที่ 19 บนดินแดนกาฬทวีป ตำแหน่งกัปตัน เยอรมนี จึงถูกมอบหมายให้กับ ฟิลิปป์ ลาห์ม แบ็กขวา
หน้าละอ่อน ทำหน้าที่ได้อย่างไม่บกพร่องพาอดีตแชมป์โลก 3 สมัยทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือก
ก่อนเกมพ่าย สเปน เมื่อคืนวันพุธที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีข่าวว่านักเตะวัย 33 ปี
ถูกตะเพิดพ้นแคมป์ แอนโทนีย์ คาสทรินาคิส ใน เดอร์บาน จากสาเหตุที่ทะเลาะกัน
เรื่องปลอกแขนกัปตันทีมชาติ


ร้อนถึง มัทเธอุส ตำนานสวีปเปอร์ทีมชาติเยอรมนี ชุดแชมป์โลกปี 1990 และรองแชมป์ปี 1982
และ 1986 แนะ บัลลัค ที่เพิ่งเซ็นสัญญาย้ายร่วมทัพ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน หลังหมดสัญญากับ
เชลซี เมื่อช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ควรจะประกาศหันหลังให้กับทีมดีกว่าจะกลับมาแล้วเป็นตัวถ่วง

"เยอรมนี เล่นฟุตบอลได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับตอนมี บัลลัค และแนวโน้มน่าจะประสบ
ความสำเร็จมากกว่า ทุกคนในทีมพูดถึงผู้นำคนใหม่และคนที่มีอิทธิพลมากที่สุด ผมเชื่อ
ในความมุ่งมั่นของเขาในการกลับมาลงสนาม แต่จริงๆ แล้วควรจะเลิกเล่นทีมชาติมากกว่า
เนื่องจากความเป็นจริงตอนนี้ทีมแข็งแกร่งมากแล้ว" เจ้าของฉายา "ซูเปอร์แมน" เผย

มัทเธอุส ที่ติดธง "อินทรีเหล็ก" สูงสุด 150 นัด กล่าวต่อไปอย่างไม่เกรงใจ บัลลัค อีกด้วยว่า
"ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการขาด บัลลัค ทำให้ เยอรมนี ทำผลงานได้ดีในฟุตบอลโลก
ผมพูดแบบนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ตอนนี้ทีมเติบโตและก้าวหน้าไปไกลแล้ว"


http://www.thairath.co.th/people/view/sport/168

มิชาเอล บัลลัค



  • วันที่เกิด 26 กันยายน 2519
  • อายุ 34
มิดฟิลด์จอมเก๋าจากเชลซี ต้องฝันสลายอดไปเล่นบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ หลังได้รับบาดเจ็บ
ที่ข้อเท้าอย่างหนัก จากเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา...

ชื่อ-นามสกุล : มิชาเอล บัลลัค / Michael Ballack
วันเดือนปีเกิด : วันที่ 26 กันยายน 1976
สถานที่เกิด : กอร์ลิตซ์, เยอรมนีตะวันออก
สัญชาติ : เยอรมัน
ส่วนสูง : 189 เซนติเมตร
อาชีพ : นักฟุตบอล (กองกลาง)

ประวัติครอบครัว

- บัลลัค เกิดที่ กอร์ลิตซ์ ในเมือง ซิเลสเซียน ส่วนหนึ่งของเยอรมนีตะวันออก โดยเขาเป็นลูกชาย
เพียงคนเดียวของ สตีฟาน พ่อ และ คาริน มารดา ซึ่งเป็น วิศวกร และ เลขานุการ ตามลำดับ
หลังจากนั้น ครอบครัวของเขาย้ายไปอยู่ที่ เชมนิตซ์ เมื่อบัลลัค ยังเด็กมากๆ และเริ่มต้น
สัมผัสเกมลูกหนังที่นี่

- บัลลัค แต่งงานกับ แฟนสาวที่คบกันมายาวนาน ชื่อว่า ซิโมเน ลัมเบ เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2008
โดยทั้งสองคนมีลูกสามคน ได้แก่ หลุยส์​(เกิด 2001),​เอมิลิโอ (เกิด 2002) และ จอร์ดี (เกิด 2005)

ประวัติการเล่นฟุตบอล

ระดับอาชีพ

2006-ปัจจุบัน เชลซี - บัลลัค ย้ายมาเชลซี ในเดือนพ.ค.ปี 2006 แบบไม่่มีค่าตัว โดยในช่วงต้น บัลลัค
ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งเหมือนตอนที่เล่นในเยอรมนี ออกมาได้ แถมยังมีอาการเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง
หลังจากนั้น เขาก็เริ่มปรับตัวได้ และเป็นหนึ่งในกำลังหลักของทีม "สิงห์บลูส์" ในปัจจุบัน

2002-2006 บาเยิร์น มิวนิก

- น่าจะเป็นจุดสูงสุดของ การค้าแข้งของ บัลลัค ในการได้ร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิก โดยเขาย้ายมายังถิ่น
อลิอันซ์ อารีนา หลังจบบอลโลก 2002 และเขาก็ช่วยให้ บาเยิร์น คว้าทั้งแชมป์ บุนเดสลีกา และ
เยอรมัน คัพ ในปีแรกของตนเอง หลังจากนั้น เขาก็ช่วยทีม "เสือใต้" คว้าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่อง
กระทั่ง หมดสัญญากับทีม และย้ายไปเล่นนอกบ้านเกิดครั้งแรกกับ เชลซี

1999-2002 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน

- บัลลัค ถือเป็นกำลังสำคัญของทีม "นายห้าง" และทำผลงานได้อย่างสุดยอด ทั้งในระดับบอลลีก
และบอลยุโรป จนสามารถคว้ารางวัล นักฟุตบอลเยอรมนียอดเยี่ยมแห่งปี 2002 และติดทีมยอดเยี่ยม
ของ ยูฟ่า ในปีเดียวกันเดียว

1997-1999 ไกเซอร์ สเลาเทิร์น

- จากผลงานที่โดดเด่นกับ เชมนิตซ์ ทำให้ อ็อดโต เรห์ฮาเกิล กุนซือของ ไกเซอร์ สเลาเทิร์น
ซึ่งเพ่ิงเลื่อนชั้นมาอยู่ในลีกสูงสุด คว้าตัว บัลลัค มาเสริมทัพ ในช่วงซัมเมอร์ปี 1997 ก่อนจะช่วยให้ทีม
คว้าแชมป์บุนเดสลีกา ได้อย่างสุดเซอร์ไพรส์ จากนั้น เขาอยู่ค้าแข้งที่นี่ อีก 1 ปี ก่อนย้ายไปร่วมทีม
ที่ใหญ่กว่า อย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ในปี 1999 ด้วยวัย 22 ปี

1995-1997 เชมนิตซ์ II - เชมนิตซ์

- ในปี 1995 บัลลัค ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของ เชมนิตซ์ โดยเริ่มจากชุดบี จนสามารถไต่เต้าขึ้นสู่
ทีมชุดใหญ่ได้ในที่สุด

ระดับเยาวชน

1983-1995 เชมนิตซ์

- พ่อแม่ของ บัลลัค ส่งเขามาฝึกเล่นฟุตบอลที่นี่ เมื่อมีอายุ 7 ขวบ หลังจากนั้น ย้ายไปที่
เอฟซี คาร์ล-มาร์กซ์-สตาดต์ (ชื่อใหม่ของ เชมนิตเซอร์ ในปี 1990) โดยพ่อของเขาเคยเล่นฟุตบอลลีก
ระดับดิวิชั่น 2 ที่เยอรมนี ขณะที่ บัลลัค ก็ฝีเท้าจัดจ้าน จนได้รับสัญญาค้าแข้งอาชีพที่สโมสรแห่งนี้
พร้อมกับก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในที่สุด

ระดับทีมชาติ (1996-ปัจจุบัน)

- บัลลัค เริ่มต้นเล่นทีมชาติเยอรมนี จากชุดยู-21 ปี ระหว่าง ปี 1996-1998 หลังจากนั้น ก้าวขึ้นมาติดทีม
ชุดใหญ่ได้สำเร็จ ในปี 1999 เป็นต้นมา และได้ร่วมทีมไปลุย ศึกยูโร 2000 ที่เบลเยียมและเนเธอร์แลนด์
เป็นเจ้าภาพร่วม

- ใน บอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ บัลลัค เป็นกำลังสำคัญของทีม จนสามารถช่วยให้ เยอรมนี
ทะลุเข้ารอบชิงฯ ได้สำเร็จ แต่น่าเสียดาย ที่เขาติดโทษแบน ในเกมนี้ ก่อนที่ เยอรมนี จะแพ้ บราซิล 0-2
แต่เขาก็ยังได้ติดทีม ออสตาร์ บอลโลก 2002 ปลอบใจ

- ยูโร 2004 บัลลัค ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน โอลิเวอร์​ คาห์น หลังจากในบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี
บัลลัค ก็ยังคงเป็นเสาหลักของทีมเช่นเดิม และช่วยให้ทีม "อินทรีเหล็ก" คว้าอันดับ 3 มาครอง
และยังติดทีม ออลสตาร์ ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2

- บัลลัค นำทัพ เยอรมนี ลงเล่นศึกยูโร 2008 ที่ สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย และสามารถเข้าถึงรอบชิงฯ​
แต่ก็ต้องอกหัก แพ้ สเปน 0-1 แต่เขาก็ยังมีชื่อติดทีม ออฟ ทัวร์นาเม้นต์

เกียรติประวัติที่ผ่านมา

ระดับสโมสร

ไกเซอร์ สเลาเทิร์น
Bundesliga: 1997–98

บาเยิร์น มิวนิก
Bundesliga: 2002–03, 2004–05, 2005–06
DFB-Pokal: 2002–03, 2004–05, 2005–06
DFB-Ligapokal: 2004

เชลซี
Premier League: 2009–10
FA Cup: 2006–07, 2008–09, 2009–10
League Cup: 2006–07
FA Community Shield: 2009

ระดับส่วนตัว
UEFA Club Midfielder of the Year: 2002
German Footballer of the Year: 2002, 2003, 2005
FIFA World Cup Team of the Tournament: 2002, 2006
UEFA Euro Team of the Tournament: 2004, 2008
FIFA 100

http://community.thaigermanfanclub.com/index.php?showtopic=6069

โลธาร์ มัทเธอุส : ฟ้าขาว-อินทรีเหล็ก มันคือเกมอันยิ่งใหญ่
โพส 03 July 2010 - 09:16 AM

ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่างอาร์เจนตินา-เยอรมัน
ที่จะหวดกันวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคมนี้ ถูกจับตามองจากแฟนบอลทั่วโลก
เพราะนอกจากจะเป็นคู่แค้นมาตลอดแล้ว มันยังมีศักดิ์ศรีค้ำคอกันอยู่ด้วย
"โลธาร์ มัทเธอุส" อดีตกัปตันทีมอินทรีเหล็กชุดแชมป์โลก 1990
ที่เอาชนะทีมฟ้าขาว รู้ซึ้งถึงบรรยากาศในสนามของทั้ง 2 ทีมว่า
มันระอุขนาดไหน ไม่เชื่อลองดู...

นับตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้เปิดฉากขึ้น
มีอะไรที่ทำให้คุณคาดไม่ถึงบ้าง


ผมไม่คิดว่าในรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะเห็นทีมอุรุกวัยและกานาผ่านเข้ามาได้ รวมทั้งปารากวัยด้วย
ที่สำคัญในรอบนี้มีทีมจากอเมริกาใต้ถึง 4 ทีมด้วยกัน แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะพวกเขา
มีความสามารถเฉพาะตัวเป็นเลิศ มีวิญญาณนักสู้ และเล่นตามแผนได้ดี นอกจากนี้อากาศที่นี่
ก็เหมือนในอเมริกาใต้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน นอกจากนี้แต่ละทีมก็มีนักเตะ
ที่ไปค้าแข้งในลีกยุโรปกันเต็มไปหมด แต่เยอรมันไม่ใช่แบบนั้น เรามีแต่นักเตะดาวรุ่งเต็มทีม
และพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้เยี่ยมมาก

โดยส่วนตัวแล้วคุณประทับใจใครมากที่สุด

หลายๆ คนคงคาดหวังว่าเป็นใครก็ได้ที่มีชื่อติดหัวแถวในอันดับดาวซัลโว ตอนนี้ก็มีกอนซาโล ฮิกัวอิน
และดาบิด บีญา แต่คงไม่มีใครเดาว่าเป็นโธมัส มุลเลอร์ ซึ่งเพิ่งขึ้นมาเล่นในระดับทีมชุดใหญ่เพียงปีแรก
ผมประทับใจเขาจริงๆ ไม่ใช่เพราะเขาทำได้ 3 ประตู แต่เป็นเรื่องความตั้งใจ และความแข็งแกร่ง
ในการลากลุยไปข้างหน้าของเขา นี่คือนักเตะดาวรุ่งของเยอรมันที่จะมีอนาคตสดใสแน่นอน

คุณมองเยอรมันทีมนี้เป็นยังไงบ้าง


พวกเขาเล่นฟุตบอลได้น่าเกรงขามมาก เราคิดว่าพวกเขาจะทำมันได้อีกในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายชนะได้ เพราะนักเตะในทีมยังเด็กเกินไป
และขาดประสบการณ์ในเกมระดับนี้
แต่ฟุตบอลโลกมันคาดเดาไม่ได้หรอก ฟอร์มที่ดีที่สุด
ของเยอรมันยังไม่มา แต่คุณจะได้เห็นพวกเขาแสดงออกมาในนัดนี้ มันไม่มีอะไรจะเสีย
เพราะพวกเขาพร้อมที่จะพบกับมันอยู่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจากนี้ไปคือโบนัส
เพราะนี่คือทีมสำหรับอนาคต และมาที่นี่เพื่อเรียนรู้


การเสีย "มิชาเอล บัลลัค" ส่งผลกระทบต่อเยอรมันในฟุตบอลโลกครั้งนี้ขนาดไหน

ผมเสียใจกับเขามากจริงๆ แต่ผมเคยบอกว่าการขาดเขาไปจะช่วยเยอรมัน ผมไม่ได้เจตนาร้าย
กับเขานะ แต่ถ้าเขาอยู่ในทีม มันอาจทำให้รูปเกมของทีมเปลี่ยนไป บอลส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่เขา
ซึ่งช่วงหลังดูเชื่องช้าลง เพราะไม่ค่อยฟิตเท่าไหร่ ผมจึงคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่มีเขาอยู่ในทีม




เยอรมันจะพบกับอาร์เจนตินาในรอบ 8 ทีมสุดท้ายวันเสาร์นี้ คุณคาดหวังอะไรจากเกมนี้

มันเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่มาก ทั้ง 2 ชาติหวังชัยชนะเหมือนกัน ขณะที่สื่อมวลชนทั่วโลกก็จับจ้อง
เกมนี้เป็นพิเศษ เพราะมันถือเป็นเกมสุดสำคัญนัดหนึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้ มันเป็นการพบกัน
ระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจในโลกลูกหนัง อาร์เจนตินามีนักเตะที่ความสามารถเฉพาะตัวดีกว่า

แต่เยอรมันดูดีกว่าในเรื่องของการเล่นเป็นทีม ผมอยากเห็นจริงๆ ว่าทีมใดจะเป็นฝ่ายชนะ
ระหว่างทีมที่แข็งแกร่ง หรือทีมที่เด่นในเรื่องความสามารถเฉพาะตัว


เยอรมันจะชนะได้ไหม

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ได้ชัยชนะคือจิตวิญญาณของทีม และเกมรุกที่แข็งแกร่ง ซึ่งพวกเขาแสดง
ให้เห็นมาแล้ว หากมีทั้ง 2 อย่างนี้ก็พอเพียงต่อชัยชนะแล้ว แต่ทุกคนย่อมรู้ดีว่าอาร์เจนตินา
เป็นทีมที่มีคุณภาพขนาดไหน

คุณพอจะเทียบฝีมือของโค้ชทั้ง 2 ทีมได้ไหมว่าใครเหนือกว่ากัน

โยอัคคิม เลิฟ มีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก และเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในระดับสโมสร
เขาเลือกทีมของเขาเอง และเขามีความมั่นใจในตัวลูกทีมคนหนุ่มของเขามาก และก็ให้ทีมเล่น
ในแบบที่เขาต้องการได้ ผมไม่เห็นแบบนี้กับมาราโดนาเลย เขาเป็นโค้ชได้ไม่นาน รอบๆ ตัวเขา
มีแต่พวกนักเตะเก๋าๆ รวมถึงสตาฟฟ์โค้ชที่รู้งานอยู่แล้ว ซึ่งช่วยเขาได้เยอะ ส่วนเลิฟสามารถ
ตัดสินใจได้เอง ส่วนมาราโดนา ผมประทับใจที่เขาไม่ทำแบบนั้น แต่วางใจที่จะให้สตาฟฟ์โค้ชทำแทน

คุณคิดว่ากัปตันทีมชาติใดจะได้ชูถ้วยแชมป์โลกที่โจฮันเนสเบิร์กในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

มันจะเยี่ยมมากถ้าเป็นเยอรมัน หรือจะเป็นอาร์เจนตินากับสเปน ก็สมควรทั้งนั้น เพราะพวกเขา
อยู่ในสายแข็ง กว่าจะถึงนัดชิงชนะเลิศ แต่อย่ามองข้ามฮอลแลนด์ที่เพิ่งจะโค่นบราซิลก็แล้วกัน



http://community.thaigermanfanclub.com/index.php?showtopic=6043

มัทเธอุสชี้เบียร์ได้ประโยชน์จากการขาดบัลลัค
โพส 02 July 2010 - 01:46 AM

โลธ่าร์ มัทเธอุส ชี้ เยอรมัน ได้ประโยชน์จากการถอนตัวของ มิชาเอล บัลลัค
ในการสู้ศึกฟุตบอลโลก 2010 ระบุ "อินทรีเหล็ก" กลับโชว์ฟอร์มได้ดี
เนื่องจากดาวรุ่งสามารถระเบิดฟอร์มขึ้นมาได้ในช่วงเวลาสำคัญพอดี
เชื่อเมื่อบวกกับการวางแผนของกุนซือ โยอัคคิม เลิฟ จะสามารถเอาชนะ
อาร์เจนตินา ได้แน่นอน

โลธ่าร์ มัทเธอุส อดีตกัปตันทีมชาติเยอรมัน เผยการถอนตัวจากทีมของ มิชาเอล บัลลัค
กองกลางกัปตันทีมตัวเก๋า ซึ่งได้รับบาดเจ็บก่อนศึกฟุตบอลโลก 2010 จะเปิดฉากขึ้น
ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อทีม แต่กลับกลายเป็นประโยชน์ที่ทำให้ทัพ "อินทรย์เหล็ก" ชุดที่เต็มไปด้วย
แข้งดาวรุ่งโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์ดัง กล่าวจนถึงขณะนี้อีกด้วย

บัลลัค วัย 33 ปี ซึ่งเตรียมจะได้รับหน้าที่สวมปลอกแขนนำลูกทีมลงฟาดแข้งในศึกเวิลด์ คัพ
ที่แอฟริกาใต้ เป็นหนสุดท้ายในชีวิตค้าแข้ง กลับต้องฝันสลายลงไปเมื่อได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า
จากการลงสนามให้กับ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ พบกับ พอร์ทสมัธ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

มัทเธอุส ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมในชุดที่เอาชนะ อาร์เจนตินา ในนัดชิงชนะเลิศ เมื่อปี 1990 เผยกับ
"ฟีฟ่าดอทคอม" (fifa.com) เว็บไซต์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ว่า "ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งกับ
บัลลัค แต่ผมอยากจะบอกว่าการถอนตัวไปของเขากลับเป็นประโยชน์ต่อ เยอรมัน ผมไม่ได้
หมายความไปในทางร้าย แต่ บัลลัค ได้ช่วยประคับประคองนักเตะหลายรายที่กำลังพัฒนาขึ้นมา
ในขณะนี้" อดีตดาวเตะ บาเยิร์น มิวนิค วัย 49 ปี กล่าวต่อว่า "นักเตะเหล่านั้นแต่ละคนต้องรับผิดชอบ
ภาระหน้าที่มากยิ่งขึ้น เยอรมัน ในชุดนี้เล่นด้วยเกมที่เร็วมากขึ้นกว่าเดิม
ขณะที่ บัลลัค มักจะเป็น ผู้ที่ชะลอเกมลง แต่สิ่งนั้นมันไม่เหมาะกับ
สภาพทีมวัยรุ่นในชุดนี้ การหลุดจากทีมชุดนี้ไปนับเป็น ความล้มเหลว
ส่วนตัวของ มิชาเอล แต่มันกลับส่งผลดีต่อทีม เยอรมัน ทีมนี้
"


นอกจากนี้ มัทเธอุส มั่นใจว่า ทัพนักเตะเมืองเบียร์ จะสามารถเอาชนะ "ฟ้า-ขาว" คู่แข่งในรอบ
ก่อนรองชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 3 มิ.ย. นี้ได้อย่างแน่นอน เมื่อทีมชุดนี้ได้รับการวางแผนรับมือ
โดยกุนซือ โยอัคคิม เลิฟ โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า "ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ เยอรมัน ได้เปรียบคือ
สปิริตของทีมและความแข็งแกร่งในเกมรุก
ซึ่งได้แสดงให้เห็นมาแล้ว เมื่อนำ 2 ปัจจัยมารวมกัน
ก็เพียงพอที่จะเอาชนะได้ อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างก็รู้คุณภาพของทีม อาร์เจนตินา เป็นอย่างดี"

"เยอรมัน ไม่ได้วางแผนมาเพื่อรับมือกับคู่แข่ง แต่จะต้องแสดงออกถึงความแข็งแกร่งของทีม
อย่างต่อเนื่อง ไม่มีอะไรจะต้องเสีย เพราะพวกเขาได้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ทุกอย่างนับแต่นี้ไป
ถือว่าเป็นโบนัส ทีมชุดนี้มีไว้เพื่ออนาคตข้างหน้า และพวกเขามาที่นี่เพื่อเรียนรู้" มัทเธอุส ปิดท้าย
ทั้งนี้ บัลลัค ได้ตกลงเซ็นสัญญา 2 ปี ย้ายร่วมทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในบ้านเกิดแบบไม่มีค่าตัว
หลังจากหมดสัญญากับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เมื่อช่วงจบซีซั่นที่ผ่านมา

มัทเธอุส : "ผมคาดหวังถึงความสนุกสนาน"

โพสเมื่อ: 9 มิ.ย. 53 : 16.47 น.



อดีตตำนานนักเตะ"อินทรีเหล็ก"เยอรมัน ที่ติดทีมชาติมากที่สุด โลธ่าร์ มัทเธอุส มารับบทบาท
เป็นผู้บรรยายทางโทรทัศน์ ประจำทัวร์นาเมนต์ เวิลด์ คัพ 2010 ที่อแฟริกาใต้ ทั้งนี้ ทีมงาน ฟีฟ่า.คอม
ได้นำบทสัมภาษณ์อดีต"ซูเปอร์แมน" เกี่ยกับอนาคตของเจ้าตัว รวมถึงโอกาสของทีมชาติเยอรมัน
ในฟุตบอลโลกหนนี้

ฟีฟ่า.คอม : คุณเพิ่งจะเซ็นสัญญากับบริษัทโทรทัศน์กีฬายักษ์ใหญ่ที่สุดในอาระเบีย อัล-จาซีร่า ในบทบาท
นักวิเคราะห์ เวิลด์ คัพ 2010 คุณคิดจะเอาดีทางด้านงานสายนี้เลยไหม?

มัทเธอุส : ผมผูกพันธ์กับเกมลูกหนังมาโดยตลอด แต่ก็จริงในปัจจุบัน ผมยุ่งอยู่กับบทบาทด้านสื่อมากกว่า
ด้านโค้ช ผมเดินทางบ่อยมาก แต่หลักๆผมทำงานให้กับทีวีสากล อนึ่ง ผมยังต้องการกลับไปทำงานโค้ช
เหมือนก่อน แต่จะต้องเป็นตำแหน่งที่เหมาะสม ผมจะต้องพินิจอย่างละเอียด ก่อนที่จะตกลงทำงานนั้นๆ
มีสัญญา 2-3 ฉบับกองอยู่ตรงหน้า เพื่อจะรอลายเซ็นต์ แต่ผมยังไม่ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น และผมไม่ใช่คน
ประเภทตัดสินใจทำอะไรลวกๆ ผมจะต้องไตร่ตรองอย่างละเอียดยิบ

ฟีฟ่า.คอม : ต้นสังกัดเก่าของคุณ ดีกรีแชมป์ยุโรป สดๆร้อนๆ อินเตอร์ มิลาน กำลังหาโค้ชใหม่
อยู่ในเวลานี้ มีโอกาสที่คุณจะเสียบแทนไหม?

มัทเธอุส : จริงว่าอินเตอร์ฯยังอยู่ในใจผม แต่ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก พวกเขามีทีมงานบริหารใหม่ๆ
ผมย้ายออกมาหลายปีแล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะขึ้นไปคุมทีมในฐานะเฮดโค้ช บอกตามตรงว่า พวกเขาคงไม่
เอาชื่อผมมาพิจารณาหรอก ผมมีฝีมือในระดับปานกลาง พาทีมคว้าแชมป์เล็กๆ ผมไม่ได้มีเครดิตมากพอ


ฟีฟ่า.คอม : เวิลด์ คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้ คุณคาดหวังว่าอะไรจะเกิดขึ้นในทัวร์เม้นท์
มัทเธอุส : ผมคาดหวังถึงความสนุกสนาน เหมือนอย่าง 4 ปีที่แล้วใน เยอรมัน ผมคิดว่า เราจัดมหกรรม
ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา มันเป็นฟุตบอลโลกที่สวยงาม มันจะมีอะไรดีไปกว่าการเตะฟุตบอลในประเทศที่คลั่ง
ฟุตบอล ผมว่ากลุ่มกองเชียร์มีความสำคัญมากกว่าบรรดานักเตะเสียอีก

ฟีฟ่า.คอม : ทีมชาติเยอรมันล่ะ? คุณว่าลูกทีมของ โยอาคิม เลิฟ พร้อมหรือยัง

มัทเธอุส : มันพูดยากนะ เพราะผมไม่ได้คลุกคลีอยู่วงใน แต่เท่าที่รู้เผินๆ
การเสีย
มิชาเอล บัลลัค เป็นช่องโหว่ที่ใหญ่มาก เขาเปรียบเสมือนแม่ทัพ
ที่จำต้องมีในระดับทัวร์นาเมนต์เวิลด์ คัพ

ฟีฟ่า.คอม : เรเน่ อ๊าดเลอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ก็ถอนตัวออกไป มีผลอะไรไหม?

มัทเธอุส : ก็มีนะ แต่คงเทียบกับ บัลลัค ไม่ได้ เพราะ เรเน่ ไม่ได้มีอิทธิพลกับทีมขนาดนั้น กระนั้น
ผมยังรู้สึกเสียใจแทนเขาอยู่ดี มันเป็นธรรมดาของเกมลูกหนัง แต่ผมคิดว่า เยอรมัน ไม่มีปัญหากับ
ตำแหน่งนายทวารมากนัก ที่มีอยู่ 3 คนตอนนี้ ก็ถือว่าดีในระดับเดียวกับ อ๊าดเลอร์ อยู่นะ

ฟีฟ่า.คอม : คุณบอกว่า ผู้รักษาประตู 3 คนในชุดนี้ อยู่ในระดับเดียวกับ อ๊าดเลอร์ และใครเหมาะ
จะยึดมือหนึ่งมากที่สุดล่ะ?

มัทเธอุส : ก่อนที่ อ๊าดเลอร์ เจ็บ มานูเอล นอยเออร์ เป็นมือสอง และ ทิม วีเซ่ คือมือสาม ตามทฤษฎี
ก็น่าจะเป็น นอยเออร์ ทั้ง วีเซ่ และ บุตต์ ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัด อีกทั้งประสบการณ์
ระดับชาติก็พอตัว แต่ นอยเออร์ โชว์ผลงานได้อย่างน่าทึ่งในชุดแชมป์ ยู-21 และผมก็เชื่อว่า
เขาเหมาะกับมือหนึ่งมากที่สุด


ฟีฟ่า.คอม : การปราศจาก บัลลัค, เยอรมัน แต่งตั้งกัปตันทีมคนใหม่คือ ฟิลิปป์ ลาห์ม
มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่?

มัทเธอุส : ผมมองว่า ฟิลิปป์ ลาห์ม มีบุคลิกความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ เช่นเดียวกับ บัลลัค
แต่สิ่งที่ติดใจผมอยู่นิดนึงก็คือ ตำแหน่งที่เขาเล่นคือแบ็คซ้าย ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมเท่ากับผู้เล่น
ที่อยู่แดนมิดฟิลด์ อย่างไรก็ตาม เขามีพร้อมทุกอย่างในบทบาทผู้นำ เขาสื่อสารกับเพื่อร่วมทีม
ตลอดเวลา รวมทั้งการวางตัวต่อหน้าสื่อ หรือการปฏิบัติตนต่อเพื่อนนักฟุตบอลด้วยกัน
และที่สำคัญ เพื่อนร่วมทีมให้การยอมรับในตัวเขา

ฟีฟ่า.คอม : เยอรมัน จบอันดับสามเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และ รองแชมป์ยูโร 2008 และที่แอฟริกาใต้คราวนี้ล่ะ?

มัทเธอุส : ผมคาดหวังไว้สูงนะ แต่ชาติอื่นก็พัฒนาขึ้นมาเร็วมาก เยอรมันขาดแคลนผู้เล่นฝีเท้าพรสวรรค์
ไปนาน นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งของการไม่ประสบความสำเร็จตามต้องการ แต่ทุกๆชาติมิอาจมองข้าม เยอรมัน
อย่างน้อยเราก็มักจะเข้าถึงรอบ 8 ทีมทุกครั้ง

ฟีฟ่า.คอม : ทีมเต็งแชมป์ในสายตาคุณคือ?

มัทเธอุส : ในความคิดผมมองว่าแชมป์ยุโรป สเปน, แชมป์ คอนเฟดเดอเรชั่น คัพ บราซิล และ อาร์เจนติน่า
คือ 3 ทีมเต็ พวกเขามีนักเตะระดับโลกเยอะแยะไปหมด, ฮอลแลนด์ก็จะมองข้ามไม่ได้เช่นกัน
แต่มีตัวอย่างให้เห็นหลายครั้ง ในปี 1974 และ 1978 ที่ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของพวกเขา
ยังมิอาจไปถึงฝั่งได้ แสดงให้เห็นว่า พวกเขามีปัญหาในการเล่นทัวร์นาเมนต์นี้

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: พักยก...ลุุ้นบอลโลก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jul 16, 2010 5:12 pm

เฮีย...หมดฤดูกาลบอลโลกแล้ว เลิกปั่นกระทู้นี้ซักทีสิจ๊ะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ