ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:38 am

ไปอ่านเจอมา เห็นว่าน่าสนใจ เลยนำมาฝากกัน
===========================


ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ลอดสัปดาห์นี้ คนสูงวัยอย่างผม มีความทุกข์ใจ เป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่เห็นพี่น้องเพื่อนร่วมชาติ ทั้งทหารและประชาชน เข้า
สับประยุทธ์กันกลางกรุง ถึงขั้นบาดเจ็บเป็นเรือนพัน และอีกกว่ายี่สิบชีวิต ต้องสูญสิ้นไปอย่างน่าเศร้าเป็นที่สุด
ผมเคยร่ำเรียนมาทางด้านการต่อต้านการก่อการร้าย และมีประสบการณ์พอสมควรในสนาม รวมทั้งเคยเป็นผู้ฝึกสอนและเขียนตำราในด้านนี้ด้วย ทั้งยังเป็นคนไทยคนเดียว ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมกับกลุ่มครูฝึก ในทีมต่อต้านการก่อการร้ายเยอรมัน ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติของเรา ได้เชิญมาฝึกอบรมเป็นครั้งแรก ให้กับนายทหารระดับผู้การกรม และข้าราชการระดับผู้บริหารระดับสูงเป็นครั้งแรก เมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้ว และยังสนใจใฝ่ค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
จึงพอมีประสบการณ์ ที่ทำให้มองเห็น ข้ออ่อนด้อยต่างๆของปฏิบัติการของทหาร ในการพันตูกับประชาชนเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ได้โดยไม่ยาก เลยต้องนำมาบอกเล่า จำแนกแจกแจงให้แฟนๆฟังกันดังต่อไปนี้

1.การทิ้งแก็สน้ำตาลงจากเฮลิคอปเตอร์ เรื่องที่สำคัญ
ที่สุดและไม่พูดถึง ไม่ได้เลย และต้องขอตำหนิอย่างรุนแรงด้วย
การทิ้งแก็สน้ำตาลงจากเฮลิคอปเตอร์นั้น เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งทางด้านวิชาการทหาร เขาห้ามกันนักหนา แม้แต่ในกองทัพสหรัฐยังมีความเข้มงวด จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาสูงสุด
(can use only under the strictest conditions and with the approval of top military commanders.)
ผลร้ายในเรื่องนี้ ทางทหารอาจไม่เคยศึกษามาก่อนว่า การใช้ยุทธวิธีแบบนี้ บริษัททหารรับจ้างอันเลื่องชื่อ คือ Backwater เคยใช้เพียงครั้งเดียวในประเทศอิรัค เมื่อ ปี ค.ศ.2005 ซึ่งส่งผลกระทบต่อทหารฝ่ายเดียวกัน ที่กำลังปฏิบัติการภาคพื้นดิน รวมทั้งพลเมืองในละแวกนั้นด้วย
นายทหารในสนามคือ Capt. Kincy Clark แห่งกองทัพบกสหรัฐ บอกว่า
“This was decidedly uncool and very, very dangerous,”

ครับ...มันอันตรายเหลือเกิน!
กลยุทธ์อย่างนี้ ทางกองทัพ หรือหน่วยงานอื่นของสหรัฐ ก็ไม่เคยนำไปใช้ในแผ่นดินของตัวเองด้วยซ้ำ!
แต่ทหารไทยดันทะลึ่ง นำมาใช้กับเพื่อนร่วมชาติตัวเอง!
ทันทีที่ทหารใช้ ‘กลยุทธ์อัปรีย์’ นี้ ผมบอกเพื่อนที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วยกันว่า
“ทหารแพ้แล้ว!”
ทั้งนี้ เพราะการใช้ยุทธวิธีที่อันตรายอย่างยิ่ง และผิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายกาจที่สุด จะต้องได้รับการประณามจากสังคมโลกอย่างรุนแรงแน่นอน และได้จุดประกายความโกรธแค้น ให้กับมวลชนที่สะพานผ่านฟ้า เป็นอย่างยิ่ง!
จะเป็นเวรกรรมของฝ่ายทหาร หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ แก็สน้ำตาที่ทหารใช้ในการปฏิบัติการตั้งแต่ต้น ลมพัดย้อนพาแก็สที่ฝ่ายตัวปล่อยออกไป เข้าและทำอันตรายฝ่ายทหารอย่างรุนแรง ไม่น้อยกว่าที่ตั้งใจจะให้อันตรายเกิดขึ้นแก่ฝ่ายราษฎรเลย

2. ฝ่ายทหารประเมินกำลังรบของฝ่ายตรงข้ามผิดพลาด ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เพราะคิดว่า กำลังรบ (Combat Power) ของตนเหนือกว่ากองทัพชาวบ้าน โดยลืมคิดไปว่า
กำลังรบนั้นมี 2 แบบ คือ
-Tangible Combat Power คือ กำลังรบที่จับต้องได้ อันได้แก่ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ปืน ระเบิด รถถัง เครื่องบิน ฯลฯ ซึ่งประชาชนฝ่ายมุ่งมั่น ที่จะซ่อมแซมประชาธิปไตย สู้ฝ่ายทหารไม่ได้เลย เพราะมีแต่มือเปล่าๆ กับสิ่งของใกล้มือ ที่พอจะหยิบฉวยมาใช้ต่อสู้ได้เท่านั้น รวมทั้งถุงใส่ปลาร้า อาหารแห่งชีวิตของชาวรากหญ้า ก็ไม่เว้น!
- Intangible Combat Power หรือกำลังรบ ‘ที่จับต้องไม่ได้’ ซึ่งสำคัญมากนั่นคือ ขวัญ กำลังใจ ความหาญกล้า ผนวกกับความคับแค้น ที่กลายเป็นความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ ของพลเมืองฝ่ายที่ต้องการซ่อมแซมประชาธิปไตย
กำลังรบที่จับต้องไม่ได้นี้ ชาวบ้านผู้เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่เขาไขว่คว้า มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เป็นเหตุให้เขาเหล่านั้น กล้ายืนหยัดต่อสู้ไม่กลัวตาย พร้อมท้าท้าย...
“ไม่ยอมให้พวกมึง ‘กดขี่’ พวกกูอีกต่อไป!”

ครับ...กำลังรบ ‘ที่จับต้องไม่ได้’ นี้ต่างหาก ที่เป็นถือว่า Decisive Factor หรือ ‘เงื่อนไขชี้ขาด’ ในการรบบนถนนกลางกรุงเทพในครั้งนี้ ซึ่งทัพฝ่ายพลเมืองมีอยู่เปี่ยมล้นในหัวใจ ระหว่างการเข้าเผชิญศึก แม้มีเพียงมือเปล่าเท่านั้น นั่นคือ
จิตใจองอาจกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะทำลายสังคมอธรรมแล้วสร้างสังคมใหม่ เพื่อลูกหลานของพวกเขาทั้งหลาย ในวันข้างหน้า...
พลเมืองรากหญ้าเหล่านี้ กลายเป็นทหารกองกำลังทหาร
‘ชั้นเลิศ’ ที่กล้าเผชิญกับความตาย ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น

ผลการปะทะเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทหารเสือก็ถึงกาลต้องม้วนเสื่อกลับถ้ำไป แต่กำลังที่หลุดรอดไปถึงค่ายนั้น...
บางหน่วยเหลือไม่ถึง ‘กึ่ง’ เดียว ของกำลังที่ออกไปด้วยซ้ำ!
น่าสงสาร ที่ต้องมาบาดเจ็บล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ผู้คนเขาก็พากันพูดว่า นี่เป็นเพราะบรรดาทหารตัวนาย...
ลงไปเป็น ‘เบี้ยรับใช้’ นักการเมือง!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:38 am

3. ฝ่ายทหารขาดการวางแผนที่ดี และตั้งอยู่ในความประมาท อาจเป็นเพราะความฮึกเหิมของทหาร ที่สามารถขับไล่ฝูงชน ออกจากหน้ากองทัพภาคที่ 1 ได้ในตอนกลางวันของ
10 เม.ย.2553 ทำให้ผู้บังคับหน่วยทหารประมาท และเล็งผลเลิศ ถึงขั้นกล้าออกปฏิบัติการรุกไล่ แบบ “เข้าตีตรงหน้า” ในเวลาโพล้เพล้ ซึ่งผิดหลักการอย่างยิ่ง โดยหวังเพียงจะเผด็จศึก ด้วยกระทำการกดดันผู้ชุมนุม เพราะการปะทะอาจติดพันไปถึงเวลาค่ำคืน ที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้งสองฝ่ายได้โดยง่าย
นายทัพที่ ‘โง่เขลา’ เท่านั้น ที่สุ่มเสี่ยงดำเนินกลยุทธ์เยี่ยงนี้ และย่อมจะถูกตราหน้าว่า
เป็นผู้ที่ขาดทั้งสติ และปัญญา!
ทัพทหารแถวหน้าซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ ถือโล่และกระบอง ยกพลเข้ารบประชิด แบบ ‘ตะลุมบอน’ กับผู้คนที่ไม่มีอาวุธ แต่ชาวบ้านเหล่านั้น
กลับสู้แบบ ‘เย็บตา’ ตายเป็นตาย...
“พวกกูไม่กลัวพวกมึง!”
การเข้าตีตรงหน้าของทหาร มุ่งกดดันประชาชนให้ร่นถอย ทหารที่เดินตามมา ถือปืนยิงกระสุนยางเข้าใส่ผู้คน ทหารส่วนกลางขบวนสนับสนุนการเข้าตี ด้วยการยิงแก็สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชนอย่างต่อเนื่อง และมีหลักฐานชัดเจนโดยปราศจากข้อสงสัยด้วยว่า
ทหารใช้อาวุธและกระสุนจริง
ยิงใส่ฝูงชน เป็นระยะด้วย!
ที่น่าตกใจอย่างยิ่ง ก็คือมีหลักฐานว่า
พลซุ่มยิงของทหาร ที่เข้าพื้นที่ล่วงหน้า และถูกจัดวางไว้บนพื้นที่สูงข่ม ก็ผสมโรง ด้วยการบรรเลงเพลงยิง
ใส่ฝูงคนเบื้องล่าง!

ขณะที่ฝูงชนผู้ประท้วง กำลังสับสนอลหม่าน ซึ่งอาจเพลี่ยงพล้ำโดยง่าย ได้มีการจุดถังแก็ส ซึ่งดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง กลิ้งไปยังแถวทหาร เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบ
พอโดนทั้งถังแก็ส เข้าเท่านั้น
ทหารประทวนซึ่งเกือบทั้งหมดนั้น ได้รับการฝึกน้อยมาก และไม่เคยออกศึก
ตกใจ ตะลึงพรึงเพริด ทำอะไรไม่ถูก!
ยังไม่ทันตั้งตัวได้ ทหารในแนวบุกส่วนหน้า ก็โดนถล่มด้วยลูกระเบิดมือ ซ้ำเข้าอีก เป็นเหตุให้ทหารที่น่าสงสารเหล่านั้น ต่างระเนระนาด ล้มลงตาย และได้รับบาดเจ็บกันถ้วนทั่ว
จากนั้นไม่นาน กลุ่มผู้บังคับบัญชาทหารที่ควบคุมการปฏิบัติงานด้านหลัง ก็ถูกหยอดด้วยอาวุธยอดฮิตของ ‘ไทยแลนด์-แดนมิคสัญญี’ คือ M 79 ติดๆกัน 2-3 ลูกติดๆ นายทหารผู้ใหญ่
ถึงกับดับชีพคาที่!
นอกจากนั้น ยังมีนายทหารถูกสะเก็ดระเบิดล้มลง บ้างก็บาดเจ็บเคลื่อนไหวไม่ได้ ที่ยังพอไหว ก็เร่งรีบ...
หนีตายกันไป!

4. ฝ่ายการข่าวของทหารนั้น ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง มาตรการในการป้องกันไม่ให้ความลับทางทหารรั่วไหลนั้น ดูไร้ผล เพราะข่าวสารและแผนการต่างๆของทหาร ถูกลำเลียงมาเปิดเผยบนเวทีผู้ประท้วงอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่ป้องกัน อีกทั้งฝ่ายทหารน่าจะรู้ว่า ทหารแตงโม อาจแปรพักตร์ ไปร่วมต่อสู้กับมวลชน อย่างที่เห็นกัน แต่ไม่มีมาตรการระวังป้องกันล่วงหน้า
หลังคืนวันที่ 10 เม.ย.2553 มีข่าวลือสะพัดไปทั่วกรุงว่า ฝีมือการยิง M 79 ไม่ใช่ของฝ่ายผู้ชุมนุมแน่ๆ เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีอาวุธ หากแต่ผู้คนเชื่อกันว่า
มาจากกลุ่มทหารที่อยู่คนละฝั่ง กับผู้บังคับบัญชาทหารผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ซึ่งกลุ่มทหารฝ่ายหลังนี้ เขาเข้าใจว่า
การตัดสินใจของบรรดาผู้บังคับบัญชาทหาร ที่นั่งจิบไวน์ใน ราบ 11 นั้น เป็นเรื่องที่ “ผิด” พวกเขาจึงมาคอยระแวดระวัง เพื่อป้องกันประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่จะต้องมารับเคราะห์ เพราะการปราบปรามรุนแรง
ทหารจำนวนน้อยที่ว่านั้น เท่าที่เห็นเคลื่อนไหวในสถานที่ปะทะ มากันเพียงไม่กี่คน พวกเขาคอยเวลาเหมาะเจาะ เพื่อเข้าเคาะสั่งสอนบรรดาทหาร ที่เข้าปราบปรามพี่น้องประชาชน
การยิง M 79 เข้าไปไม่กี่ลูกนั้น จึงเป็นเพียงการเตือนสติ ทหารที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ที่เป็นสมุนนักการเมืองเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้มีการ ‘ไล่ติดตาม’ (Pursue) เพื่อทำลายหรือกวาดล้างกำลังทหารที่เข้าปฏิบัติการในครั้งนี้ ให้สิ้นซากไป เหมือนอย่างที่จะต้องทำ กับกองทัพศัตรู
ผมยังมี ‘มุมมอง’ อื่น ให้ท่านผู้อ่านช่วยกันพิจารณาอีก กล่าวคือ
ถ้าทหารกองนี้ ไม่ถูกยังยั้งจากการตอบโต้เสียก่อน แล้วรุกคืบเข้าสู่ถนนราชดำเนินได้ และใช้อำนาจการยิง จากยุทโธปกรณ์ที่มีมาเกินความจำเป็น จัดการกับผู้ชุมนุม เพื่อให้บรรลุภารกิจบรรจุมอบ นั้น
ประชาชนต้องล้มตายลง อีกมากมายเท่าใด!?
ท่านผู้อ่าน ลองคิดกันเอาเองเถอะครับ!!

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง ผมคิดว่า ฝ่ายทหารน่าจะองอาจพอที่จะพูด ‘ความจริง’ เพราะสื่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น BBC, CBS, EURONEWS, CNN, Al Jazeera ซึ่งเป็นสำนักข่าวระดับโลกทั้งนั้น ต่างยืนยันตรงกันเป็นเสียงเดียว ว่า
ทหารยิงด้วยกระสุนจริง เป็นเหตุให้ประชาชนล้มตาย!
นี่ยังไม่นับอีกหลายสื่อ เช่น สื่ออินเตอร์เน็ต อย่าง France 24 เป็นต้น
ในที่สุด นายพันสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกะทกรก ออกมาแถลงแบบ ‘ภาคเสธ’ ว่า ยิงคุ้มครองกำลัง ตอนถอนตัวเมื่อโดน ‘ตีแตก’ เท่านั้น
นั่นเท่ากับเป็นการ ‘ยอมรับ’ อย่างหน้าชื่นตาบาน ว่า
1.หน่วยงานของตัว หรือกำลังทหาร โดน ‘ตีแตก’ ไปเรียบร้อยแล้ว
2. มีการยิงด้วย ‘กระสุนจริง’ ใส่ประชาชนนั่นเอง เพียงแต่อ้างแก้ตัวว่า ยิงคุ้มครองตอนถอนตัวเท่านั้น...หรือไม่จริง!?

ดังนั้น การที่รัฐบาลของนายอภิแสบฯ ดันทะลึ่งออกมาพูดเรื่อง “ผู้ก่อการร้าย” ออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งๆที่กลุ่มพลเมืองที่รวมกันเพื่อประท้วงนั้น เขามาซ่อมแซมประชาธิปไตย และได้ชุมนุมอยู่ เกือบ 1 เดือน โดยไม่มีใครในประเทศที่ได้ยินคำว่า “ผู้ก่อการร้าย” หลุดออกจากทางรัฐบาล หรือฝ่ายทหาร แต่อย่างใดเลย
การที่นายมาร์ค มุกควาย ออกมาแถลงแบบนี้ นอกจากจะทำให้ฝรั่งมังค่า เขียนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของนายอภิแสบฯ แบบตลกขบขันแล้ว ‘มุกควาย’ อย่างนี้ยังต้องโดนคนในประเทศก่นด่า
เอาอีกด้วย รัฐบาลโลซกนี้ ช่างไม่สำเหนียกเลยสักนิดว่า
ชาวบ้านเขา...คิดเป็นและคิดเองได้!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:39 am

ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าวชิราวุธ วิทยาลัย ผมขออัญเชิญบทพระราชนิพนธ์บางตอน จากเรื่อง “หนามยอก-เอาหนามบ่ง” ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ใส่กรอบมาฝากพี่น้องเพื่อนร่วมชาติที่รักทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ พลเรือน ได้อ่านกันเอาไว้
เพื่อเตือนใจตนเองให้สม่ำเสมอ ว่าเราทุกคนนั้น ล้วนเป็นคนชาติเดียวกันทั้งสิ้น




ช่วยกัน ‘อ่านทวน’ หลายๆ เที่ยว นะครับ!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:51 am

อีกอันนึง
==============================


“เฮ้ย!...ไอ้พวกมึง!!... ‘แดก’ กันพอหรือยัง!!!”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
มเห็นแนวตั้งรับของทหาร ที่วางขวาก ลวดหีบเพลง
แท่งปูน ฯลฯ มีการเตรียมรถดับเพลิง รถขนผู้ต้องหา กำลังทหารและตำรวจ ซึ่งติดทั้งอาวุธประจำกายและอุปกรณ์ปราบจลาจลไว้ครบครัน
เห็นแล้ว...ให้สะท้อนใจนัก!
รัฐบาลของนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม หรือนายมาร์ค
มุกควาย (ฉายาที่ ‘วาทตะวัน’ ตั้งให้) นับว่าโชคดี ที่มีผู้สนับสนุนสำคัญคือ ‘กองทัพ’ ซึ่งมอบทั้งกำลังพหลพลโยธาและอาวุธยุทโธปกรณ์ เอาไว้สู้รบเข่นฆ่ากับประชาชนคนในชาติเดียวกันเอง ดูไปแล้วช่างแตกต่างจากรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน (ไทยรักไทย) อย่างเทียบกันไม่ได้เลย ทั้งๆที่พรรคดักดานเองก็ไม่ได้รับเสียงข้างมากจากชาวบ้านเสียด้วยซ้ำ

การที่กองทัพไม่สนับสนุนรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ผมได้เขียนบทความลง นสพ.ประชาทรรศน์รายวัน และนำมาลงใน www.vattavan.com เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2551 ซึ่งท่านผู้อ่านลองพิจารณาความแตกต่างในการปฏิบัติของทหาร โดยผมเขียนเอาไว้อย่างนี้ ครับ
...ยากจะบอกว่า การที่ พล.อ.อนุพงษ์ฯ ผบ.ทบ.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้เป็นผู้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด จนต้องยกเลิกพระราชกำหนดนี้กันไปในที่สุด ทำให้ประชาชนจำนวนมาก ที่คิดว่า ทหารพอจะช่วยบ้านเมืองได้บ้าง
ก็หมดความไว้วางใจ ในกองทัพไปเลย!
ยิ่งพอตำรวจรักษาสภา อันเป็นเขตพระราชฐาน ไม่ให้ถูกยึดครอง มีการบาดเจ็บล้มตายกัน ทหารยังออกมาพูดตำหนิปฏิบัติการของตำรวจ ทั้งผู้บังคับบัญชาทหารยังได้ออกโทรทัศน์ พูดจาเชิงข่มขู่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเหนือตนโดยชอบด้วยกฎหมายเสียอีกด้วย...
ทหารเลยยิ่งตกต่ำในสายตาผู้คน โดนวิพากษ์วิจารณ์เสียๆหายๆขนาดหนัก หรือฝ่ายทหารจะลืมไปว่า
เมื่อเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” นั้น ทหารเดินแถวตึงๆๆ เข้าถนนราชดำเนิน แบบไม่มีกลยุทธอะไรเลย...
...ผู้บังคับหน่วยสั่งบรรจุ แล้วยิงด้วยกระสุนจริงเปรี้ยงๆๆๆเข้าให้ ผู้ชุมนุมลงไปด่าวดิ้นสิ้นชีพไป...จริงหรือเปล่าล่ะ!?!
มาถึง พ.ศ.นี้...หนอยแน่...เสือกทำเป็นลืมเสียแล้ว ด่าคนโน้น ตำหนิคนนี้ ช่างไม่ดูตัวเองบ้างเลย!
...วันนี้ ต้องขอพูดตรงๆเพราะผมไม่รู้ว่า ขุนทหารจะนำเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันสำคัญที่ใกล้จะถึงนี้ ได้อย่างเต็มความภาคภูมิใจหรือไม่อย่างไรนั้น...ผมไม่ทราบ
ทั้งนี้ เพราะผู้เขียนนั้น อดคิดไม่ได้ว่า

ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรวจพลสวนสนามอยู่นั้น ถ้าหากพระองค์ทรงทอดพระเนตรไปไม่ไกลนัก ก็จะทรงเห็นสะพานมัฆวาน และมีทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถูกยึดอยู่โดยกลุ่มกบฏ ทั้งๆที่มีหน่วยทหารสำคัญๆหลายหน่วย ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งกองบัญชาการกองทัพบกด้วย
กองกำลังนอกกฎหมายได้เข้าควบคุมสถานที่ ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารราชการแผ่นดินไทย และปล้นสะดมทำลายเอาจนย่อยยับ แถมยังวางก้าม ‘สั่งห้าม’ ผู้คนผ่าน
แม้หน่วยทหารรักษาพระองค์ จะฝึกซ้อมสวนสนามในพระราชพิธีสำคัญ

ยังต้องซมซานไป ‘ขออนุญาต’ พวกมัน...
เป็นไปได้อย่างไรกัน...ประเทศนี้!?
ที่ทำร้ายจิตใจคนไทยมากที่สุด คือ
แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินของประเทศนี้
ยังไม่อาจทรงใช้ เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินประจำได้!
ถึงตรงนี้ น้ำตากลบ เขียนต่อไม่ไหวแล้ว...อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด!!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:52 am

นั่นไงครับ!
ผมเขียนดุเดือดเลือดพล่านอย่างนั้น ก็ด้วยความขื่นขมเพราะมันเหลืออดเหลือทนจริงๆ และตัวคนเขียนเองเห็นว่า การกระทำของทหารอย่างที่ได้บรรยายมา
ช่างไร้เกียรติ และไร้ศักดิ์ศรีเหลือเกิน...จะสวนสนามถวายเจ้านายท่าน ก็ต้องไปขอกราบกรานขออนุญาตไอ้พวกอัปรีย์...
เวรแท้!
ต่อจากนั้นไม่กี่วัน ไอ้พวกพันธมารมันเห็นทหารและกองทัพเป็นแค่สากกะเบือตำน้ำพริกของพวกมัน เพราะนอกจากไม่มีความหมายอันใด
แถมยังออกอาการ ‘กลัว’ พวกมัน แบบตัวซี้ตัวสั่น เสียด้วยซ้ำ!
ดังนั้น เหล่าไอ้พวกตัวร้ายมันจึงเหิมเกริม บุกเข้ายึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ก่อความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างเหลือคณานับ!
ไอ้พวกพันธมารมันยึดอยู่หลายวัน พอมีข่าวว่ากองกำลังนานาชาติจาก UN หรือสหประชาชาติ จะจัด Task Force บุกเข้าช่วยตัวประกัน ซึ่งเป็นคนของชาติเขา ที่ได้รับความทุกข์ทรมานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังพันธมารถึงตกอกตกใจ
ขี้หดตดแตก เพราะหนุนหลังไอ้พวกอัปรีย์
จนประเทศตกต่ำลง!
มีการขยับเขยื้อนกัน ในหมู่พวกคุมเกมก่อการร้ายกลางเมือง อย่างโกลาหล ด้วยเกรงความฉิบหายจะเข้ามาเยือนประเทศ และเลยเถิดไปถึงการเปิดโปง ‘เบื้องหลัง’ อันเลวทรามของพวกมัน!
ดังนั้น เราจึงได้เห็นศาลรัฐธรรมนูญตาลีตาเหลือก รีบออกมานั่งบัลลังก์ พร้อมกับมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชนเสีย
เท่านั้นเอง ‘ไอ้ลอง...หัวเกี๋ยน’ หัวโจกไอ้พวกพันธมาร มันก็ส่งมอบสนามบินคืนให้ทางการ...โดยมีพิธีส่งมอบหรูหรา!
ตลอดเวลาแห่งความอัปยศของสยามปรเทศนั้น ทหารไทย ‘ใจดำ’ นักหนา ทอดทิ้งหน้าที่ ยังผลให้ประเทศต้องตกต่ำลงในทุกๆด้าน...รวมทั้งทหารเอง ก็ลงเหวไปด้วย!!
ด้านนายพลหัวถลอก อนุพงศ์ เผ่าจินดา ที่ไม่ได้กระดิกกระเดี้ย ออกมาเพื่อช่วยเหลือทางราชการเลยแม้แต่น้อย แถมยังมีพฤติกรรมข่มขู่รัฐบาล ผู้คนในบ้านในเมืองจึงวิพากษ์วิจารณ์กันมันปากว่า
’ยำหมา...แท้ๆ ทีเดียวเชียว!!!
ผมมาลองคิดดูว่า เมื่อประชาชนเขาออกมาชุมนุมกันมากมาย เคลื่อนไหวให้รัฐบาลยุบสภา ล้างไพ่เล่นกันใหม่ เพราะเขาเห็นว่ามีการเล่นการเมืองแบบไม่ยุติธรรม
ทัพเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ทำไมทหารถึงยังสนับสนุนรัฐบาลนายอภิแสบ ที่ผมยืนยันหนักแน่นตลอดมาว่า
มันเป็นรัฐบาลขี้โกง ทุจริตอย่างหาที่เปรียบได้ยาก ตั้งใจโกงตั้งแต่ยกแรกเลย!

ผมได้เขียนบทความ กระแทกเรื่องทุจริตของไอ้พรรคดักดานนี้ไปหลายครั้งหลายคราแล้ว รวมเป็นเล่มหนาๆขายได้เลยทีเดียว (ดูท้ายบท) แต่มันก็ยังด้านลอยหน้าลอยตาอยู่ได้
เรื่องไหนชาวบ้านเขาร้องเรียน พอมันเห็นหลักฐานจะเข้าตัว มันก็ทำเจ้าเล่ห์ ตั้งคนในพรรคเดียวกัน สอบกันเอง อย่างเรื่องการทุจริตโครงการพอเพียง เป็นต้น
ท่านผู้อ่าน ลองใคร่ครวญดูซิครับ...
รองนายกรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ที่น้องชายคุมโครงการ ‘แดกกันไม่พอเพียง’ ที่อยู่ในทำเนียบ ติดกับนายกฯแท้ๆ แต่เมื่อมีเหตุทุจริตเกิดขึ้น ไอ้ตัวน้องยื้อไม่ไหว ต้องยอมลาออกไป นายอภิแสบฯหัวหน้ารัฐบาล ก็ลดชั้นตัวพี่ชายสักหน่อย ลงมาเป็นเลขาธิการฯ
ดูมันทำ!
นี่ยังไม่พูดถึงการโกงในกระทรวงสาธารณสุข เลขาฯรัฐมนตรีและที่ปรึกษา โดนสื่อหวดหนักเรื่องเตรียมการใหญ่เพื่อเรียกเงิน
รีดทอง เขานำหลักฐานมาแฉกันโต้งๆ เลยต้องยกโขยงลาออกทั้งยวง เพราะทนเสียงด่าไม่ไหว ข้าราชการก็ไล่ส่ง แถมมีหลักฐานความไม่โปร่งใสเข้ามามากมายเหลือเกิน
ไอ้รัฐมนตรีที่ยังเสือกด้านอยู่ หลังลิ่วล้อล่องจุ๊นไปหมดแล้ว แต่ก็ได้แค่พักเดียว โดนแรงกดดันจากประชาชน ข้าราชการและสื่อตะบี้ตะบัน ด่าแบบไม่ลดละ ไม่เลิกรา หนักๆเข้า
‘ไอ้..รัฐมนตวย’ น้ำตาแตก...จำใจเปิดหมวกอำลาไปเลย!
คนสาธารณสุขพากันถอนหายใจ ยกมือท่วมหัวบอกว่ากระทรวงของพวกเขา...สูงขึ้น!!

เรื่องทุจริตของรัฐบาล ที่นำโดยไอ้หัวหน้าพรรคดักดานแผ่ซ่านเต็มบ้านเต็มเมือง แต่แปลกที่ตัวเจ้าอภิแสบฯยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ คล้ายกับว่า
เรื่องทุจริตในรัฐบาล เป็นของรัฐมนตรีคนใด ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคนนั้น ใครทุจริตก็ต้องลาออกไป จะให้นายกฯลาออกได้อย่างไร...
...ฮู้ยยยยยยยย์...มันไม่เกี่ยวกันนี่หว่า!
แน่ะ...มัน ‘ด้าน’ กันขนาดนี้เลยนะ!!
บ้านเมืองอื่น หากเกิดเรื่องทุจริตในรัฐบาลซ้ำๆซากๆแบบนี้ นายกฯเขาลาออกไปนานแล้ว!!!

มันน่าแปลก เมื่อพี่น้องประชาชน เขาออกมาชุมนุมกันในกรุงเทพ นำเรื่องความไม่ชอบธรรมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้ามาสู่การเมืองโดยไม่ชอบ เพราะได้ร่วมมือกับพันธมาร ในการโค่นล้มรัฐบาลของคุณสมัครและคุณสมชาย โดยมีสมาชิกพรรคดักดานเข้าไปเคลื่อนไหว เป็นแกนหลักเลยทีเดียว
การชุมนุมแต่ละวันของไอ้พวกพันธมาร ก็มีสมาชิกพรรคทั้งไอ้และอีหลายตน เดินทางเข้าไปให้กำลังใจและการสนับสนุน
พันธมารถึงในทำเนียบ
แถมไอ้คนที่เคลื่อนไหวสำคัญยึดสนามบิน อย่างไอ้เจ้า
นายกะแสบฯ มันได้การตอบแทนในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัวพันระหว่างประเทศเลยทีเดียว

วันนี้ หากเห็นแก่ประเทศ ไม่อยากให้บ้านเมืองเดือดร้อน ทหารก็แค่ไปพูดกับหัวโจกรัฐบาลว่า
“เฮ้ย!...อภิแสบ อย่าให้บ้านเมืองวุ่นวายต่อไปเลยวะ
ยุบสภาเหอะ...อั๊ว ‘อุ้ม’ ลื้อต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ”
แค่นี้ทหารพูดไม่ได้
แต่ทีรัฐบาลสมัคร-สมชาย ทหารไล่กระทืบเอ๊า...กระทืบเอา...แปลกจริงๆ!
ทำไมถึงทหาร ถึงพูดไม่ได้ล่ะ?
ตรงนี้เขาก็วิเคราะห์กันต่อไปอีก และเสียงก็พูดกันหนาหูว่า
ที่ทหารกับรัฐบาลทิ้งกันไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องทุจริต พกกันไว้เต็มกระเป๋าทั้งคู่
การทุจริตของทหารนั้น อื้อฉาวเป็นอย่างยิ่งก็เรื่อง
ไม้ชี้ขี้
GT 200 ซึ่งโดนพิสูจน์โดยฝ่ายวิทยาศาสตร์แล้วว่า
เป็นเรื่องไร้สาระ ใช้งบประมาณไปในทางไม่สุจริต รัฐเสียหายหลายร้อยล้านบาท
ไอ้บริษัทที่นำมาขายแบบแหกตานั้น ดันมีสมาชิกพรรคดักดานแกนนำรัฐบาลเป็นผู้บริหารเข้าไปอีก ชาวบ้านเขาเลยถากถางว่า ทั้งทหารและรัฐบาลนั้น
รุมแดกกันแบบ...ขนมผสมน้ำยาเลยทีเดียว!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:53 am

ใช่แต่แค่นั้นนะ!! ...
เช้าวันเสาร์ ที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมได้ฟังรายการลับ ลวง พลาง ของคุณวาสนา นาบวม เล่าเรื่องกองทัพบก ซื้อบอลลูนตรวจการณ์มาใช้ในราคา 350 ล้าน บาท แต่ไม่มีเครื่องยนต์ เพราะเยอรมันไม่ยอมขายเครื่องยนต์ให้ เพราะรัฐบาลไทยในตอนนั้นมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ต้องไปซื้อเครื่องของอเมริกาใส่แทน
เรือเหาะลำนี้มีปัญหามากมาย ตั้งแต่เป็นเครื่องมือที่ไม่เหมาะกับภูมิประเทศ เพราะพื้นที่ปฏิบัติการเป็นป่าเขาทั้งนั้น อีกทั้งการเก็บรักษาก็ยาก ชำรุดง่าย ค่าใช้จ่ายในการเติมกาซ ซึ่งหากจะเติมกันเต็มที่เพื่อปฏิบัติการ ก็ต้องใช้เงินค่ากาซราว 2 ล้านบาท และหากลงจอดแล้ว จะนำขึ้นไปใช้ใหม่ ก็ต้องเติมอีกครั้งละ 2 แสนบาท
นับว่าเป็นภาระหนัก ทางด้านงบประมาณทีเดียว!
ยังไม่ทันที่เราจะรู้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติของเจ้าเรือเหาะตัวนี้ ก็มีรายงานข่าวแจ้งว่า
ทางกองทัพมีคำสั่งให้ระงับใช้ชั่วคราว เหตุที่ระงับ ก็เพราะว่าเครื่องมีปัญหาอย่างยิ่ง ต้องซ่อมแซมกันยกใหญ่
ยังไม่ทันที่จะใช้เลย พังเสียแล้ว!
ที่ประจานการซื้อเรือเหาะลำนี้ซ้ำอีกก็คือ นายทหารผู้มีหน้าที่ตรวจรับ ก็ไม่ยอมเซ็นรับเสียอีก เขาว่า
เพราะแกกลัว...ต้องติดตะรางตอนแก่!

เรือเหาะตรวจการณ์นี้ มีประวัติพิลึกพิลั่น เพราะสื่อมวลชนลงข่าวว่า ทางบริษัทกันตนาเคยซื้อมาถ่ายทำภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ในราคา แค่ 30 ล้านบาท ส.ส.เขาถามในสภาว่าเป็นเรือเหาะลำเดียวกัน ที่นำขายต่อให้กองทัพหรือไม่ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ยอมตอบ
ต่อมามีการแถลงตอหลด อย่างน่ารังเกียจอีกว่า...
เรือเหาะนั้นความจริงแล้วไม่แพง แต่กล้องต่างหากที่แพง คือกล้องนั้นใช้ 3 ตัว ราคารวมกัน เกือบ 300 ล้าน
ดังนั้น เรือเหาะจึงต้องแพงเป็นพิเศษ เลยไม่รู้ว่าความจริงนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะข่าวลือเสียๆหายๆมากมายจริงๆ เรียกว่าภาพลักษณ์ของผู้นำกองทัพ
ป่นปี้เลยทีเดียว!
มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า การที่ซื้อเรือเหาะตรวจการณ์รายนี้ เขาบอกว่า
เป็นของเหลือเดนจาก “กันตนา”...จริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้แน่ แต่จะต้องค้นคว้าความจริงต่อไป!
จากนั้น ยังมีคนเขาบอกผมว่า
ให้ลองไปสืบดูซิว่า พี่สาวของฐาปกรณ์ ดิษยนันท์ ลูกเขยกันตนานั้น แต่งงานกับคนโตในกองทัพบกชื่ออะไร? แล้วจะโยงอะไรต่อมิอะไร ได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
ก็เห็นว่าจะต้องทำการสำรวจกัน...แล้วเอามาเปิดโปงให้ท่านผู้อ่านทราบอีกครั้ง!

ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ เรื่องเรือเหาะนี้ กองทัพบกภายใต้การนำของนายพลหัวถอก ผลาญไป 300 ล้าน ซื้ออุปกรณ์โลซกมาใช้ในกองทัพ แถมอย่างใช้ไม่ได้ด้วย
ถามว่าใครเป็นคนอนุมัติงบ?
อ๋อ...ก็ไม่ใช่ใคร...นายเทพ แขนคอก นั่นเอง!!
ฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย ที่ความร่วมมือของกองทัพกับรัฐบาล ในการต่อต้านผู้ที่มีความเห็นตรงข้าม เข้มข้น เนื่องจากแต่ละฝ่ายมีแผลติดหลัง เลยจำเป็นต้องหันหลังชนกัน บังแผลกันและกัน หันหน้าชนกับชาวบ้านร่วมกัน เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายไว้ เพราะหากเปลี่ยนพรรคเปลี่ยนขั้ว การรื้อฟื้นและการสอบสวนเรื่องทุจริต ก็จะเกิดขึ้นไม่ยาก
ดังนั้น การอยู่ต่อสู้เพื่อสู้ปกป้องผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย น่าจะดีกว่าแยะเลย
อืมม์...ฝนตก...ขี้หมูไหลแท้ๆ...ทีเดียวเชียวนะเนี่ยะ!!!

ผมขอเตือนนายทหาร ที่เป็นผู้บังคับบัญชากองทัพปัจจุบัน ให้ท่านระลึกเอาไว้เสมอว่า บุคคลที่ถูกศาลสั่งยึดทรัพย์รายแรกในประวัติศาสตร์ประเทไทย ในข้อหา ‘ร่ำรวยผิดปกติ’ นั้น เป็นนายทหารบกยศ พล.อ. ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งห้าเสือ ทบ.มาก่อน และเป็นปลัดบัญชีกองทัพบกมาก่อนด้วย
เขียนเตือนใจกันไว้แค่นี้...อย่าไปซ้ำรอยเข้าล่ะ!




ผมตื่นตากับขบวน ‘ยาตรา-มหานคร’ ของคนเสื้อแดงเพราะผ่านโลกมาจนป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แต่ในการเคลื่อนพลนั้น ผมไปสะดุดเอาเสื้อของคนขี่จักรยานยนต์ในขบวน ตามภาพที่ท่านได้เห็นนี้ เพราะคำพูดหลังเสื้อของเขา ‘โดน’ จริตผมเป็นอย่างยิ่ง
ช่างเขียนกะทัดรัด แต่กินใจดีเหลือเกิน!
เหมือนคนเขียนเขามุ่งมั่นที่จะตะโกนจนสุดเสียง ให้ดังกึกก้องกระเทือนไปถึง ทั้ง ‘รัฐบาล-แดกดุ’ กับ ‘กองทัพ-แดกด่วน’ แทนพี่น้องคนไทยทั้งชาติของเราว่า
“เฮ้ย!...ไอ้พวกมึง!!... ‘แดก’ กันพอหรือยังวะ!!!”

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:54 am

ท้ายบท ผมได้เขียนไว้ในบทความ เป็นหลักเป็นฐาน ถึงความไม่ซื่อสัตย์ของคนในพรรคดักดานนี้ ซึ่งท่านผู้อ่านเปิดย้อนดูได้ เฉพาะชื่อคอลัมน์ ก็สำแดงฤทธิ์แดก ของพรรคเก่ากะลาได้เป็นอย่างดี เช่น
- “พรรคประชา (แดก) ปลาเน่า” ...เน่าทั้งข้อง-ทั้ง’ป๋อง!!!?
- DNA ในสันดานประชาธิปัตย์ ยังไม่เปลี่ยนแปลง!!!
- พวกมัน ?หิวโหย?...กันแค่ไหน!?
-ยุคประชาธิปัตย์...ฤา “ห่า”มันลงแดกเมือง!!!?
- “อภิสิทธิ์กับ ‘รัฐบาล-โลซก’ ยื่น ‘นรก’ ให้คนไทย!!!”
- ไอ้รัฐบาล...สุดโสโครก!
- ประชาธิปัตย์...“ผวกหมึ้งไม้หรู่จั้กอับ จั้กอายกันเล่ย!!!
- รัฐบาล... “จังไรไม่พอเพียง!”
- เศรษฐกิจ “เชิงทุจริต” ของประชาธิปัตย์!!!
- ถูกทั้งหวย ‘ชุมชนพอเพียง’- หวย ‘ไทยเข้มแข็ง’ แล้วนี่!!!
- ความประหยัดของในหลวง-ความสุรุ่ยสุร่ายของรัฐบาลโลซก!
พอประชาธิปัตย์บริหารมาครบ 12 เดือน ผมก็เขียนบทความขึ้นมารวบรวมพฤติโกงชื่อ
ครบ 1 ปี รัฐบาลโลซก...ต้องยก ‘หรีด’ มาให้!!!
เห็นเฉพาะแค่ชื่อคอลัมน์เท่านั้น ยังไม่ต้องลงไปอ่านรายละเอียด ผู้คนก็คงจะทราบได้ทันทีว่า
ผู้เขียนต้องพูดถึงเรื่องการทุจริต ไม่โปร่งใส ในการบริหารราชการงานแผ่นดินของพรรคดักดานเป็นแน่แท้
เป็น ‘กรรม’ ของประเทศไทยเราจริงๆ!
ผมจะรวมรวมคอลัมน์ที่บอกข้างต้น เป็นภาคต่อของ “นินทาประชาธิปัตย์” (ฝ่ายค้านดักดาน) แจกแจงสันดานของพรรคดักดานออกมาอีกเล่ม เพื่อขยายความรู้ของท่านผู้อ่าน
อาจให้ชื่อหนังสือว่า


ประชาธิปัตย์- “ดักดาน-แดกดุ!!!”

คอยติดตาม อ่านกันให้สนุก นะคร้าบบบบบบบบบ!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:57 am

นายมาร์ค มุกควาย กับรัฐบาลที่ล้มเหลว!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
มื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ระบุในบทความชื่อ โรดแมป (โรดมึง!...ไม่ใช่โรดกู!!) ตอนหนึ่ง ว่า
...
International Crisis Group ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงผลกำไร ในกรุงบรัสเซลล์ของประเทศเบลเยี่ยม ระบุว่า
ระบบการเมืองของไทยได้ล่มสลายลง และไม่สามารถแก้ปัญหาความชัดแย้งได้ และการประจันหน้ากันครั้งนี้ อาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ไม่มีการประกาศได้...

ฟังดูก็เหมือนเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่คนในรัฐบาลไทยที่คิดเข้าข้างตัวเอง คงจะไม่เกรงกลัวอะไรนักหนา เพราะเป็นแค่ความเห็นของฝรั่งมังค่า อยู่ไกลถึงยุโรปโน่น ห่างจากบ้านเรากว่า
ครึ่งค่อนโลก จะทำมารู้ดีอะไรกันนักหนา ก็คงแค่เสียงนกเสียงกาเท่านั้น เอาใจใส่ไปเสียเวลาเปล่า เพราะรัฐบาลไทยตอนนี้ก็ดูท่าจะง่อนแง่น จะอยู่ไม่อีกสักกี่น้ำก็ไม่ทราบได้ ที่แน่ๆคือ
ตอนกำลังอยู่ในอำนาจ ตักตวงหาประโยชน์จากการมีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศ คงจะดีกว่ากระมัง!

แม้รัฐบาลของคนที่ผมตั้งฉายาว่า นายมาร์ค มุกควาย หรืออภิแสบ ภักดีโพเดียม จนเป็นติดปากของผู้คนไปแล้ว จะทำเป็นไม่ไม่ยี่หระกับเสียงครหาของต่างประเทศ แต่คนไทยเรากลับทั้งห่วงใยแลไม่สบายใจ กับการถูกกล่าวหาว่า
บ้านเมืองของเราเป็น รัฐที่ล้มเหลว (Fail State) ซึ่งรัฐลักษณะดังกล่าว มีคำจำกัดความ หรือคำอธิบาย ที่แตกต่างกันไป แต่พอสรุปได้ว่า
รัฐที่ล้มเหลว (Failed State) หมายถึงรัฐที่ไม่สามารถบริหารการปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถดำรงรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยภายใน มีความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมอย่างรุนแรง มีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย รัฐบาลและกลไกรัฐขาดความมั่นคงและประสิทธิภาพ จนไม่สามารถบริหารประเทศและแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จได้
ประเทศไทยของเรา นับแต่ปี พ.ศ.2475 ได้ผ่านการปฏิวัติรัฐประหาร การก่อกบฏ ที่ทำให้ประชาชนตกอกตกใจมาหลายครั้งหลายหน จำนวนของการก่อการมากกว่านิ้วมือนิ้วตีนรวมกันเสียอีก จึงถูกจัดอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ว่าจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว ในลำดับที่ 79 เป็นรองแค่ลาว อันดับที่ 44 เขมรลำดับที่ 49 ฟิลิปปินส์ อันดับที่ 53 แต่เวียตนามกลับดีกว่าเรา คืออยู่ในลำดับที่ 94 (ข้อมูล ปี 2551)

ดังนั้น แม้การที่ International Crisis Group ออกมาระบุว่าระบบการเมืองของไทยล่มสลายลง ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็น
รัฐที่ล้มเหลวไปแล้วจริงๆ แต่ถึงกระนั้น ไม่น่าเชื่อว่า...
ได้มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนสำคัญ คือม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ ที่ 10 พ.ค.2553 ว่า
ประเทศไทย ไม่ใช่รัฐที่ล้มเหลว แต่เป็นรัฐบาล (ต่างหาก) ที่ล้มเหลว!..
ช่างเป็นคำสัมภาษณ์ ฟังแสลงหูสำหรับนายอภิแสบฯ ทั้งยังสร้างความตื่นตกใจ ให้กับบรรดาลูกพรรคของเขาเป็นอย่างยิ่ง

คุณชายสุขุมพันธ์ฯนั้น ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์พรรคตนเองอย่างไม่ไว้หน้าเป็นครั้งแรก แต่คุณชายผู้ว่า กทม. ได้เคยตำหนิพรรคตนเองสังกัดอย่างรุนแรง ทำความตกตะลึงให้กับผู้คนที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทางการเมืองมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้เอง
การพูดของคุณชายสุขุมพันธ์ฯครั้งนั้น ไม่ได้เป็นการให้สัมภาษณ์ธรรมดา หากแต่เป็นการอภิปรายในงานเสวนา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ปีกลายนี้เอง ซึ่งมูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชนร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาสังคม และโครงการหลักสูตรปริญญาโท สาขาการพัฒนาระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นที่โรงแรมเชอราตัน หัวข้อที่เสวนาก็คือ
Thailand in transition : a historic challenge and what next?
การอภิปรายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผมได้เขียนเล่าเอาไว้ในโอกาสที่พรรคดักดาน ได้บริหารงานมาครบหนึ่งปี ในคอลัมน์ที่ชื่อ
ครบ 1 ปี รัฐบาลโลซก...ต้องยก ‘หรีด’ มาให้!!! จึงต้องยกมาให้ท่านผู้อ่าน ดูกันจะๆอีกครั้ง เพราะคุณชายผู้ว่าฯ ได้พูดอภิปรายถึงพรรคตัวเองไว้ อย่างชัดเจนดังนี้

1. พรรคประชาธิปัตย์ขาดจินตนาการในเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงเรื่องความเสมอภาคในเรื่องรายได้ โดยมุ่งเน้นแต่การก่อหนี้มหาศาลและใช้จ่ายสารพัดโครงการโดยไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งหาก “เขา” ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ “เขา” จะพูดได้มากกว่านี้
2. เขามีความกังวลเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ที่มีผู้บาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่นับรวมความข่มขืน-ความทรงจำที่ย่ำแย่ ตัวอย่างเช่น บางครอบครัว พ่อเสียชีวิต ก็จะส่งผลกระทบถึงทั้งครอบครัว ซึ่งไม่ใช่แค่ผลกระทบเพียงคนๆ เดียว “นโยบายต่อสถานการณ์ภาคใต้ของประชาธิปัตย์น่าผิดหวัง เราบอกว่าเรารู้จักภาคใต้ แต่เราไม่รู้จะทำอย่างไร”
3. ปัญหาไทย-กัมพูชา โดยเปรียบเหมือน “a storm in a teacup” ซึ่ง “เขา” เห็นว่า “ฮุนเซน” มีลูกเล่นทั้ง “กระตุ้น” และ “กระทุ้ง” (poke and prod) ซึ่งรัฐบาลควรเรียนรู้เรื่องนี้จาก
“ฮุนเซน” เพราะจะเห็นได้ว่า วันหนึ่ง “ฮุนเซน” กล่าววิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทยอย่างรุนแรง แต่วันรุ่งขึ้นก็มาเมืองไทย เพื่อประชุม และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งนี้ “เขา” เห็นว่า การตอบโต้ของรัฐบาลไทย เรื่องเรียกทูตไทยกลับ ถือว่า เป็นการตอบโต้ที่รุนแรงเกินเหตุ (Overreaction)

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:58 am

ผมเลยบอกว่า การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของคุณชาย เลียน แบบหนังดังเรื่อง “เตะแหลก แล้วแหกค่าย” นั้น เพราะไม่รู้ว่าลึกๆในใจของผู้ว่าฯ กทม. มีความตั้งใจที่จะแหกหัก ออกจากกรงของพรรคดักดาน ซึ่งตนร่วมสังกัดอยู่หรือไม่อย่างไร?
แต่ข่าววงใน เขาซุบซิบกันว่า
การวิพากษ์วิจารณ์ของคุณชายครั้งนั้น ทำให้ผู้คนในพรรคดักดานต้องสับสนอลหม่าน แต่ไม่กล้าออกมาโต้ตอบ ได้แต่เพ่นพ่านเพราะอารมณ์พลุ่งพล่าน จนมีคนเขาแอบบอกผมว่า
คำวิจารณ์แบบล้างผลาญพรรค ของคุณชายครั้งนั้น มีผลเสมือนไปทำให้...
“แลน-แตกรัง!”
ขนาดนั้นเลย ทีเดียวเชียว!!
มาครั้งใหม่สดๆไม่กี่วันนี้เอง คุณชายสุขุมพันธ์อาการยังร้อนแรงคงเส้นคงวา ไม่ลดระดับ แถมยังใช้คำพูดที่น่าสะพรึงกลัวเขย่าขวัญเหล่าพลพรรคดักดาน เพราะคำพูดของผู้ว่าฯ กทม.คนนี้ แสดงให้เราเห็นชัดเจนว่า
ขนาดคนสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์ อย่างทายาทสกุลบริพัตร ยังทนพรรคตัวเองไม่ได้ ต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโลซก และนายกฯมุกบัฟฟาโล่แบบ ไม่ไว้หน้าไว้ตูด
อีกต่อไปว่าเป็น...
“รัฐบาลที่ล้มเหลว!!!”

ตรงนี้เอง ที่ผมอยากให้ท่านผู้อ่าน ได้ลองทบทวนถึงพฤติกรรมที่ผ่านมา ของพรรคดักดานอย่างประชาธิปัตย์ เพราะเมื่อใดที่พวกเขาเข้าบริหารราชการงานแผ่นดิน ก็ประสบความวุ่นวายขึ้นในแผ่นดินมาโดยตลอด ตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือ
โดนปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเมื่อ ปี พ.ศ.2519 ที่มีคนตายเยอะแยะ หรือจำเป็นต้องยุบสภาบ้าง เพราะพรรคร่วมรัฐบาล ไม่สนับสนุนเนื่องจากกรณีทุจริตของคนในพรรค อย่างเรื่อง ส.ป.ก. 4-01 เป็นต้น
แม้พรรคดักดานจะยืนยันในความบริสุทธิ์ แต่เมื่อมีการดำเนินคดี ศาลฎีกาก็ได้ชี้ถึงความไม่สุจริตของพวกเขา อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่กว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเรา จะได้รับรู้ถึงผลการพิจารณาพิพากษา ซึ่งระบุถึงพฤติกรรมน่าเกลียดน่าชัง ของนักการเมืองที่เอาที่ดินหลวงซึ่งมีราคาสูง ไปประเคนให้กับบรรดาพรรคพวก ก็กินเวลานานถึง 10 ปีก่อนศาลสูงสุดจะตัดสิน
เช่นเดียวกับการทุจริตในการเลือกตั้ง พรรคนี้เองก็เป็นพรรคแรก ที่ถูกศาลลงโทษในเรื่องการซื้อเสียง แต่ก็กว่าชาวบ้านจะรู้เรื่องคำตัดสิน การพิจารณาก็ต้องถึง 10 ปีเต็ม
ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผู้คนต้องจำทน เพราะความยุติธรรมมาถึงล่าช้าเสมอ จนผู้คนลืม แต่ก็ยังดีกว่า...
ไม่มาซะเลย!

มื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเห็นว่ามีสัญญาณที่ดี และน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง คือการตื่นจากหลับใหลของสหรัฐอเมริกา ซึ่ง
เป็นผู้นำในโลกเสรี และเป็นมหามิตรกับประเทศไทย
ชาติของเราเองนั้น มีความสัมพันธ์ยาวนานกับสหรัฐ และสมัครสมานสามัคคีเป็นอันดี กับมหาอำนาจชาตินี้มาแทบทุกยุคสมัยของรัฐบาล แต่เมื่อมีการรัฐประหาร 9 ก.ย.2549 เสรีชนคนไทยทั้งหลายกลับตั้งข้อกังขาว่า...
ทำไมสหรัฐกลับทำเป็นนอนหลับไม่รู้คุดคู้ไม่เห็น กับพฤติกรรมของ “ไอ้บัง กบฏ” กับพวก ที่ใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจ ขณะที่นายกทักษิณ กำลังไปปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติบ้านเมืองนอกประเทศ
การที่สหรัฐไม่ขยับตัว ออกมาต่อต้านหรือตำหนิการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมานั้น ทำให้คนไทยมองมหามิตร ด้วยความเคลือบแคลงสงสัยว่า
รู้เห็นหรือเป็นใจ กับการยึดอำนาจด้วยกำลัง ใช่หรือไม่?
ข้อสงสัยก็คือ หลังการรัฐประหาร นายพลสนธิ หรือ
“ไอ้บัง กบฏ” ยังสามารถเดินทาง เข้า-ออกสหรัฐ ได้อย่างสบายใจ รวมทั้งพวกพันธมาร ที่มีข่าวว่าตำรวจเสนอออกหมายจับกรณี เข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติอีกด้วย
สหรัฐฯน่าจะใครครวญในเรื่องนี้เสียใหม่ เพราะการปล่อยให้ผู้ที่จุดชนวนความปั่นป่วนให้กับชาติไทย จนยับเยินมากระทั่งวันนี้ ยังสามารถคงเข้า-ออก สหรัฐ ได้โดยสะดวกโยธิน แถมยังมีการไปพบปะอภิปรายกับเหล่าคนไทย ที่อาศัยบนประเทศผู้นำโลกเสรี หรือจะให้คนไทยเข้าใจว่า
มหามิตรอย่างสหรัฐ หลับหูหลับตาและงอมืองอตีน ในการต่อต้านผู้ทำลายประชาธิปไตยของไทย?

มาวันนี้ สหรัฐเริ่มเปลี่ยนท่าทีใหม่ โดยเริ่มเปิดปากพูดถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพิ่งจะออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลไทย ให้เร่งเจรจาหาข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับผู้ชุมนุมประท้วง โดยย้ำว่า
ความแตกต่างทางการเมือง ควรได้รับแก้ไขด้วยการเจรจาอย่างสันติ มิใช่การใช้ความรุนแรงบนท้องถนน!
สหรัฐคงตระหนักในเรื่องความจำเป็น ที่จะต้องเพิ่มบทบาทมากขึ้น เพราะคงเห็นว่า
ในภูมิภาคนี้ ไทยนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากประเทศไทยมีความวุ่นวายในประเทศ ทำให้การเมืองไม่เสถียร อาจทำให้เครื่องบินสหรัฐ ลงจอดในสนามบินของไทยไม่ได้ อีกทั้งยังมีฐานทัพเก่าอย่าง ‘อู่ตะเภา’ ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารเป็นอย่างดี และกำลังพลของอเมริกาเอง ก็มีความคุ้นเคยกับประเทศไทยและมีการฝึกร่วมทางทหารมาโดยตลอด
สหรัฐเองก็อาจต้องประสบอุปสรรค และความยากลำบากในการส่งกำลังรบ รวมทั้งสิ่งอุปกรณ์ (สป.) สนับสนุนการรบ ไปยังภูมิภาคต่างๆของโลกในย่านนี้ และภูมิภาคอย่างต่อเนื่องได้ หากสถานการณ์ในประเทศไทย ยังคงร้อนระอุอย่างทุกวันนี้

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 7:59 am



ดังนั้น เมื่อสหรัฐอเมริกาเริ่มเห็นว่า ความวุ่นวายในประเทศไทย จะสงบลงได้ยาก จึงมีเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ลูกพี่ใหญ่ของไทยอย่างลุงแซม ต้องเพิ่มบทบาท
ของตัวเองให้มากขึ้นนั่นเอง
เราจึงได้เห็นในการที่ นักการเมืองคนสำคัญของรัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาร์อย่าง นายเคิร์ท แคมเบลล์ (Kurt Campbell) ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ต้องลงมาเล่นเอง ด้วยการพบปะกับผู้นำ ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลไทย อย่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และทนายความประจำตัว
ของนายกฯทักษิณ
น่าเชื่อว่า ฝ่ายรัฐบาลของนายมาร์ค มุกควาย กลับแสดงความคับแคบ ไม่ยอมส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างนายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาล (ซึ่งมีกำหนด จะร่วมพบปะด้วย) ไปร่วมสนทนา ตามคำเชิญของฝ่ายอเมริกัน
กระแสข่าวบอกว่า รัฐบาลไทยออกอาการงอน ดีดดิ้นจน
น่าตบ เหตุเพราะสหรัฐไปให้เครดิต กับพรรคพวกของนายกทักษิณมากเกินไป ทั้งๆที่เครดิตของรัฐบาลโลซก และตัวนาย
อภิแสบฯเองนั้น ก็แทบจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แถมกลายเป็นทั้ง
‘ตัวตลก’ และ ‘รัฐบาลอำมหิต’ ในสายตาของต่างชาติไปแล้ว

ผมเองนั้นเชื่อว่า สหรัฐอเมริกาต้องมีข้อมูลลับ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลปัจจุบันมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตของรัฐบาลไทย ในยุคที่นายอภิแสบ ภักดีโพเดียม เป็นนายกรัฐมนตรี
จากนั้นสหรัฐจะต้องล่วงรู้ถึงความลับต่างๆ ที่รัฐบาลไทยไม่เคยเปิดเผยกับประชาชน เช่น
ความลับเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหลาย ที่เก็บในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์สภาความมั่นคงแห่งชาติ และถูกรื้อถอนออกไปโดยฝ่ายพันธมาร เมื่อครั้งยึดทำเนียบอยู่นานวัน (จนปลูกข้าวและเก็บเกี่ยวได้) ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับชาติบ้านเมืองว่า
บัดนี้ฮาร์ดดิสก์สำคัญนั้น ตกอยู่ในมือใคร หรือผู้ใดนำไปหาประโยชน์ ซึ่งไม่เกินขีดความสามารถของหน่วยสืบราชการลับของมหาอำนาจชาตินี้ ที่จะค้นหารายละเอียด
นอกจากนั้น สหรัฐซึ่งมีดาวเทียมสอดแนมทหาร คงจะต้องมีข้อมูล เกี่ยวกับปฏิบัติการ อันไม่ชอบธรรมของรัฐบาลโลซก ที่ใช้กำลังทหารก่ออาชญากรรม บุกสังหารประชาชนบนท้องถนน เมื่อ 10 เม.ย.2553 และถูกตีโต้ตอบ จนแตกย่อยยับอปราไปในที่สุด
ฐานสำคัญๆเหล่านี้ อาจนำมาซึ่งความจริง ในการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ในการสังหารหมู่ประชาชน ค่ำคืนวันอันน่าโศกสลดของชาติไทยได้
ผมเชื่อว่า
ต่อไปนี้ สหรัฐอาจต้องดำเนินการ ‘รุกทางการทูต’ และไม่ช้านาน และคงจะมีข้อมูลแปลกๆ ที่ไม่เคยได้รับทราบกันมาก่อน หลุดรอดออกมา กระจายในวงการข่าวสารบ้านเมืองของเรา
ให้ผู้คน...ตกตะลึงกัน!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 8:00 am

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
การที่นายอภิแสบฯกับพรรคพวก ช่วงชิงอำนาจทางการเมืองโดยมีฝ่ายทหารสนับสนุนอย่างแข็งขัน จนมีโอกาสเข้ามาบริหารบ้านเมือง แทนที่เขาจะดูแลพี่น้องประชาชน ให้ได้รับความสุขสบายตามสมควรอัตภาพ
แต่กลับไม่ทำ อย่างที่ควร!
มิหนำซ้ำ รัฐบาลของเขายังตกเป็นข่าวฉาว ไม่เป็นมงคล โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตคิดมิชอบ กอบโกยหาผลประโยชน์ โดนสื่อมวลชนทั้งหลาย นำออกมาเผยต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่อิดหนาระอาใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งผมเขียนจารนัยไว้นับสิบคอลัมน์ แต่รัฐบาลหนังหนาของมิสเตอร์มุกควาย ก็ไม่โต้ตอบว่าไม่เป็นความจริง กลับนิ่งเฉยตามสันดานของพรรคโลซก คือหากเถียงสู้ไม่ได้ หรือจำนนด้วยหลักฐาน ก็วางเฉยเสีย
ให้เรื่องร้ายๆ...เลือนหายไปเอง!!

มาถึง พ.ศ.นี้ บ้านเมืองเราโชคร้าย ที่ต้องตกอยู่ภายใต้การบริหารงานราชการแผ่นดิน ของพรรคประชาธิปัตย์กับพวก ได้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย คือความไม่สงบได้กลับมาเยือนชาติไทยเราอีกครั้ง
คราวนี้ถึงขั้นการนองเลือด ซ้ำกับปี พ.ศ.2519 ก็จริง แต่ได้เกิดขึ้นอย่างไม่จำเป็นเลย ทั้งยังเป็นการฆาตกรรมหมู่อย่างน่าสังเวช จนนายมาร์ค มุกควาย และพรรคพวกร่วมรัฐบาลของเขา ได้ถูกกล่าวหาจากสังคมโลกว่า
ใช้ทหารไทยเข่นฆ่า ประชาชนของตนเอง โหดเหี้ยม ดั่งทมิฬหินชาติ ไร้มนุษยธรรม และฝ่ายทหารเองก็ตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล แทนที่จะเป็นรั้วของชาติอย่างมีศักดิ์ศรี กลับปล่อยรัฐบาลโลซกถอนรั้วที่ทรงคุณค่า สำหรับการรักษาแผ่นดิน เอาออกมาเป็นอาวุธ ไล่ตีกับพี่น้องประชาชน แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น ไม้รั้วดีๆที่เสือกถอนมา ถึงกาลหักป่นปี้เสียหายไปหลายท่อนอีกด้วย
น่าอนาถแท้ๆ!

อยากบอกไปถึง นายทหารตัวเด่นทั้งหลายว่า มันไม่คุ้มกันเลย ที่พวกท่านลดฐานะอันมีเกียรติ จากการเสารั้วหลักของชาติ ในการปกป้องอริราชศัตรูจากนอกราชอาณาจักร ที่จะมารุกรานบ้านเมืองของเรา แต่ทหารอย่างพวกท่าน กลับลดตัวลงมา เป็นเพียง ‘ไม้กันหมา’ ให้กับรัฐบาลโลซก ที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริต ซึ่งเขาชักจูงให้พวกท่าน ประกอบอาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษยชาติ
ที่เป็นคนไทยด้วยกันแท้ๆ!
จึงเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ และเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีของทหารไทยเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องถูกตราหน้าจากทั้งไทยและเทศ ว่าเป็น “ฆาตกร” ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย ในประวัติศาสตร์ของชาติเรา

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
ท่านคงเห็นพ้อง กับคำกล่าวของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกคนสำคัญ ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า รัฐบาลของนายมาร์ค มุกควาย ที่ยังหน้าด้านบริหารบ้านเมืองอยู่นั้น เป็น...

รัฐบาล...ที่ล้มเหลวจริงๆ!!!

...................
ท้ายบท ผมได้เขียนไว้ในบทความ เป็นหลักเป็นฐาน ถึงความไม่โปร่งใสของคนในพรรคดักดานนี้ ซึ่งท่านผู้อ่านเปิดย้อนดูได้ แค่ชื่อคอลัมน์ ก็สำแดงฤทธิ์แดก ของพรรคเก่ากะลา ได้เป็นอย่างดี เช่น
- “พรรคประชา (แดก) ปลาเน่า” ...เน่าทั้งข้อง-ทั้ง’ป๋อง!!!?
- DNA ในสันดานประชาธิปัตย์ ยังไม่เปลี่ยนแปลง!!!
- พวกมัน ?หิวโหย?...กันแค่ไหน!?
- ประชาธิปัตย์...ฤา “ห่า”มันลงแดกเมือง!!!?
- “อภิสิทธิ์กับ ‘รัฐบาล-โลซก’ ยื่น ‘นรก’ ให้คนไทย!!!”
- ไอ้รัฐบาล...สุดโสโครก!
- ประชาธิปัตย์...“ผวกหมึ้งไม้หรู่จั้กอับ จั้กอายกันเล่ย!!!
- รัฐบาล... “จังไรไม่พอเพียง!”
- เศรษฐกิจ “เชิงทุจริต” ของประชาธิปัตย์!!!
- ถูกทั้งหวย ‘ชุมชนพอเพียง’- หวย ‘ไทยเข้มแข็ง’ แล้วนี่!!!
- ความประหยัดของในหลวง-ความสุรุ่ยสุร่ายของรัฐบาลโลซก!
พอประชาธิปัตย์บริหารมาครบ 12 เดือน ผมก็เขียนบทความขึ้นมารวบรวมพฤติโกงชื่อ
ครบ 1 ปี รัฐบาลโลซก...ต้องยก ‘หรีด’ มาให้!!!

เห็นเฉพาะแค่ชื่อคอลัมน์เท่านั้น ยังไม่ต้องลงไปอ่านรายละเอียด ผู้คนก็คงจะทราบได้ทันทีว่า
ผู้เขียนต้องพูดถึงเรื่องการทุจริต ไม่โปร่งใส ในการบริหารราชการงานแผ่นดินของพรรคดักดานเป็นแน่แท้
เป็น ‘กรรม’ ของประเทศไทยเราจริงๆ!
ผมจะรวมรวมคอลัมน์ที่บอกข้างต้น เป็นภาคต่อของ
“นินทาประชาธิปัตย์” แจกแจงสันดานของพรรคดักดาน ออกมาอีก 1 เล่ม เพื่อขยายความรู้ของท่านผู้อ่าน
อาจให้ชื่อหนังสือว่า

ประชาธิปัตย์- “ดักดาน-แดกดุ!!!”
คอยติดตาม อ่านกันให้สนุก นะคร้าบบบบบบบบบ!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร!!!

ตั้งหัวข้อ  แฟนคลับ on Wed Jun 16, 2010 7:04 pm

หุหุหุ

แฟนคลับ

จำนวนข้อความ : 96
Registration date : 10/05/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ