คำเตือน...D.S.I. ต้องทำงานอย่าง ‘มืออาชีพ’

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คำเตือน...D.S.I. ต้องทำงานอย่าง ‘มืออาชีพ’

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 8:02 am

คำเตือน...D.S.I. ต้องทำงานอย่าง ‘มืออาชีพ’

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
มื่อสัปดาห์ก่อน ผมเพิ่งเสนอบทความชื่อ ตำรวจสากล...‘มะเขือเทศ’ สากล!? ซึ่งได้รับความสนใจกันจากท่านผู้อ่านพอสมควร
ผมได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า
...ตำรวจสากลนั้น เขาทำงานแบบ “มืออาชีพ” กฎเกณฑ์ต่างๆขององค์การ ก็วางไว้ชัดเจนปราศจากข้อสงสัยว่า
เขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับ...คดีการเมืองเด็ดขาด!...
ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นศิษย์เก่าของ F.B.I. Academy หรือสถาบันสอบสวนกลางสหรัฐ ขอเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังถึงมุมมองของอดีตผู้อำนวยการของ F.B.I. คนหนึ่ง ซึ่งได้ให้ความหมายของคำว่า “มืออาชีพ” เอาไว้อย่างน่าสนใจ และผมเคยเขียนเล่าเอาไว้ ครั้งยังเขียนประจำอยู่ในเว็บไซด์ “ผู้จัดการ” เมื่อ 28 พฤษภาคม 2545
วันนี้อยากนำกลับมาเสนอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาอีกครั้งใน
www.vattavan.com เพราะหากท่านผู้อ่านเห็นด้วย ก็อาจนำไปใช้อ้างอิง หรือเพื่อประโยชน์กับภารกิจการงานของท่าน ในโอกาสต่อไปได้
ผมเขียนเอาไว้ อย่างนี้ครับ




“...........อดีตผู้อำนวยการสถาบันสอบสวนกลางสหรัฐ หรือ F.B.I ท่านหนึ่งคือ นายวิเลียม เวบสเตอร์ (William Webster) ได้กล่าวไว้ว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ F.B.I. เกิดจาก 2 ปัจจัยด้วยกันคือ
1.ความเคารพนับถือ ที่ประชาชนมีต่อ F.B.I..
2.ความเป็นมืออาชีพ ของ F.B.I.
ผู้อำนวยการเวบสเตอร์ กล่าวว่า เรื่องความเคารพนับถือนั้นเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยาก แต่ความเป็นมืออาชีพนั้น F.B.I.มีชัดเจน

คำว่า “มืออาชีพ” ในทัศนะของ F.B.I. มีดังนี้
1. มืออาชีพ ต้องมีความรับผิดชอบเต็มเปี่ยมต่อการงานในหน้าที่ของตน
2. มืออาชีพ ต้องมีความเข้าใจในหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ต้องเกิดจากความรู้ความสามารถของตน ทั้งความรู้พื้นฐาน ความรู้เฉพาะขององค์กร และประสบการณ์ที่ได้สั่งสมในองค์กร รวมทั้งวิสัยทัศน์อันกว้างไกล

3. มืออาชีพ ต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ของตนให้กับผู้ใต้บังตับบัญชา และคนในองค์กรได้เป็นอย่างดี เพื่อให้มีผู้สืบทอดและจรรโลงองค์กรให้ก้าวหน้าต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง
4. มืออาชีพ ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตทั้งต่อตนและต่อองค์กร
คุณสมบัติข้อ 1 ,2 และ 3 นั้นมีความจำเป็นอย่างนิ่ง ส่วนคุณสมบัติข้อที่ 4 นั้นเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด การที่นายธนาคารผู้มีความรู้ความสามารถทางการเงินการธนาคาร จบ จากสถาบันชั้นยอดของโลก เก่งกาจจนเป็นที่เลื่องลือหลายคน กลับไม่มีธนาคารให้บริหาร ต้องเดินตีกอล์ฟในสนามทุกเช้าอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ก็เพราะขาดแคลนคุณสมบัติในข้อนี้......”

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คำเตือน...D.S.I. ต้องทำงานอย่าง ‘มืออาชีพ’

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 8:02 am

เหตุที่ผมได้เขียนเรื่องของ “มืออาชีพ” ก็เพราะได้เล่าเรื่องการต่อสู้ของตำรวจสันติบาล ที่เป็นหน่วยงานที่องค์กรตำรวจได้จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นหัวหอกในดำเนินงานข่าวกรอง และต่อต้านการข่าวกรอง ในการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยโดยตรง
การแพร่ขยายของลัทธินี้ ได้เผยแพร่มาสู่ประเทศไทย พร้อมกับคนจีนอพยพเมื่อ ปี พ.ศ.2464 ซึ่งสันติบาลได้เป็นหลักหนึ่งของชาติ ที่ต้องติดพันในการพันตู ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งกินเวลายาวนานกว่าค่อนศตวรรษเลยทีเดียว
ความเป็น “มืออาชีพ” ของตำรวจสันติบาลที่มีเรื่องเล่าขานกันเป็นตำนาน นั่นก็คือตำรวจสันติบาลชั้นประทวน ได้ปลอมตัวหาข่าวเป็นพ่อค้าขายหาบเร่ หาบกระจาดข้าวเหนียวไปนั่งฟังพวกข้าราชการนักการเมืองคุยการเมืองกัน ในร้านกาแฟทางภาคเหนือตอนบน ในจังหวัดซึ่งเป็นเป้าหมาย
เขาทำอย่างนั้นติดต่อกันยาวนานกว่า 10 ปี โดยผู้คนไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ
แม้แต่ ‘ภริยา’ ของเขาเอง!

การที่เขียนสดุดีการทำงาน แบบมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ก็เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ ให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงผลงานของผู้ทำงาน แบบ “ปิดลับ” เพื่อชาติบ้านเมือง แทบจะไม่มีผู้คนได้ล่วงรู้ เพราะเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ต่อไปคงจะไม่มีอีกแล้ว เพราะโลกเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ในกระแสทุนนิยมอย่างที่ได้เห็นความล่มสลายของจักรวรรดิโซเวียต ต้นแบบการปกครองลัทธิคอมมิวนิสต์
ดังนั้น ภารกิจการฝังตัว สืบสวนหาข่าว ยาวนานนับสิบปีดังที่ได้เล่ามาจึงหมดสิ้นไปแล้วในยุคนี้ หรือหลงเหลือก็น้อยเต็มที ส่วนมากเป็นการฝังตัวหาข่าวในช่วงสั้นๆ จึงเหลือแต่เรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์ที่มีผู้จดจำได้น้อย หรือเลือนรางเต็มทีแล้วเท่านั้น

เมื่อพูดกันถึงเรื่องความเป็น “มืออาชีพ” แล้ว หน่วยราชการที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้ ก็คือ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” เพราะบทบาทที่กรมนี้ กำลังเล่นอยู่ คือการเป็น “เครื่องมือ” ของนักการเมืองอย่างชัดเจน
ใครที่ติดตามการจัดตั้ง “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” คงพอทราบประวัติอยู่บ้าง เพราะสืบเนื่องมาตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มคิดจะจัดหน่วยงานขึ้นมา เพื่อรับผิดชอบการสอบสวนคดีเศรษฐกิจ (เพราะขณะนั้นนักการเมืองและครอบครัว ถูกกล่าวหาเรื่องมีส่วนฉ้อโกงธนาคาร และสถาบันการเงินหลายราย ส่วนจะมีคนไหนพรรคไหนบ้าง ลองถามสมาชิกพรรคดักดานดูเอาแล้วกัน) ซึ่งผมเคยเขียนคัดค้านเอาไว้แบบถึงพริกถึงขิง กรมนี้จึงยังไม่แจ้งเกิดในตอนนั้น

ต่อมาคุณทักษิณฯเป็นหัวหน้ารัฐบาล ได้ปัดฝุ่นจัดตั้งหน่วยงานการสอบสวนแยกจากตำรวจ ผมก็คัดค้านเต็มเหนี่ยวอีก โดยเขียนบทความลงในเว็บไซด์ผู้จัดการ วิพากษ์วิจารณ์ว่าว่า
รัฐบาลทักษิณ คิดจะตั้ง “ตำรวจสองระบบ” ขึ้นมา ในประเทศไทย ที่เป็น “รัฐเดี่ยว”
จากการศึกษา และประสบการณ์ของตัวเอง ในด้านการสอบสวนคดีอาญา ทำให้ผมรู้ชัดถึงผลดีผลเสีย จึงเขียนบทความลงไปในตอนนั้นว่า
...หากมีการตั้ง ‘กรมสอบสวนคดีพิเศษ’ ขึ้นมาจริงๆ ในไม่ช้าก็จะกลายเป็น ‘ลูกกระเป๋ง’ ทางการเมือง แบบเดียวกับ Geheim Staats Polize หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “เกสตาโป” ซึ่งเป็นหน่วยงานตำรวจลับยุคนาซีเรืองอำนาจ...
พอบทความของลงไปเท่านั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเขียนของผมกันอื้ออึง รวมทั้งมีบทความของคุณรุ่งอรุณ สุริยามณี ที่พูดถึงเรื่องตำรวจสองระบบด้วย
ผมเขียนบอก ไว้ชัดเจนว่า
ให้จำคำพูดของผมไว้ให้ดี เมื่อทักษิณตกจากอำนาจเมื่อใดรัฐบาลที่มาใหม่ จะใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหน่วยงานที่เข้าจัดการกับทักษิณ!
บัดนี้กาลเวลาก็ได้พิสูจน์ว่า เป็นจริงตามที่ผมคาดไว้ทุกประการ!

การสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่างไปจากตำรวจที่ดำเนินการโดยเปิดเผย ตรวจสอบง่าย แต่หน่วยงานที่เกิดใหม่อย่างD.S.I นั้น ชัดเจนว่า
ตรวจสอบยาก!
แม้แต่สื่อมวลชนจะพยายามทำข่าว ก็จะถูกอ้างง่ายๆว่าเป็น “ความลับ”จึงทำให้ตรวจสอบไม่ได้
ส่วนการดำเนินการของตำรวจนั้น หลักทั่วไปภาคเกี่ยวกับการสอบสวน คามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยังกำหนดในมาตรา 16 อย่างชัดเจนว่า จะให้ต้องมีการปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับอีกด้วย และการไม่ปฏิบัติตามระเบียบของตำรวจเอง ก็จะเป็นการ
“ผิดวินัย”
ตรงนี้แหละครับที่สำคัญ และทำให้ตำรวจต้องเดินตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
ระเบียบในการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเป็นอย่างไรนั้น ผมสงสัยจริงๆว่า
มีใครรู้บ้าง!?

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คำเตือน...D.S.I. ต้องทำงานอย่าง ‘มืออาชีพ’

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 8:03 am

ตำรวจนั้นเป็นหน่วยงานเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองมานานแสนนาน นานกว่าทหารเป็นร้อยๆปี เพราะกองทัพไทย เพิ่งจะมีการจัดเป็นระบบเมื่อรัชกาลที่ 5 นี้เอง แต่ระบบตำรวจมีคู่กับสถาบันกษัตริย์มายาวนานกว่านั้นมาก
ดังนั้น ระเบียบปฏิบัติของตำรวจ ไม่ว่าเรื่องการสอบสวน การควบคุมตัวผู้ต้องหามีอยู่อย่างชัดแจ้ง ตรวจสอบได้ แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังขาดในเรื่องนี้
เมื่อรัฐบาลนายมาร์ค ร้อยศพ ได้ใช้หน่วยงานอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นเครื่องมือในการดำเนินคดี “ก่อการร้าย” ซึ่งเป็นทางการเมืองอย่างเต็มพิกัด ในเหตุการณ์ “เมษาฯ-ทมิฬ” และ “พฤษภาฯ-มหาอำมหิต” เป็นประเด็นสำคัญมาก
ทั้งนี้เพราะ
หลังจากเหตุการณ์ 19 พ.ค.2553แล้ว แม้แต่สื่อมวลชนเอง ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า คนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ หรือที่คุมขังของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น
มีจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่?
ถูกควบคุมอยู่ที่ใด?
มีใครบ้าง?
ญาติพี่น้องเขารู้หรือยัง?
ฯลฯ

การดำเนินการทุกอย่างของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในเรื่องนี้ เป็นความลับดำมืด แม้อำนาจตามกฎ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะให้อำนาจควบคุมตัวบุคคลไว้ได้ถึง 30 วันก็ตาม จนเวลาผ่านไปเกือบสามสัปดาห์ ก็เพิ่งจะมีการออกมาบอกว่า ผู้คนที่ถูกควบคุมไว้ด้วยอำนาจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
มีมากกว่า...สี่ร้อยคน!

ารใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยควบคุมตัวไว้ได้ถึง 30 วันนั้น มีลักษณะไม่แตกต่างจาก “กฎหมายอันธพาล” ในสมัย
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งผู้คนถูกข้อหาอันธพาล และควบคุมตัวกันเยอะแยะ เช่น
คนระดับ ส.ส.อย่างคุณดรงค์ สิงโตทอง หรือ “เฮียซุ้ย”
เมืองชล ก็โดนเข้าไปด้วย นักกฎหมายและผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับเผด็จการ ก็ถูกจับกุมคุมขังกันเป็นปีๆ
แม้แต่นายธนาคาร อย่างนายชิน โสภณพานิชย์ ซึ่งเป็นบิดานายชาตรี โสภณพานิช แห่งธนาคารกรุงเทพปัจจุบัน ก็อยู่ในเป้าหมายของคณะปฏิวัติ เพราะจอมพลสฤษดิ์ฯ เห็นว่ามีความคุ้นเคยกับฝ่ายอำนาจเก่า โดยเฉพาะกับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ แต่ ‘เจ้าสัว’ หนีไปได้อย่างหวุดหวิด เลยพำนักอยู่ที่ฮ่องกงหลายปี กว่าจะกลับมาได้ ก็ต้องรอให้จอมพล ส. ตายเสียก่อน
เมื่อกลับมาเมืองไทยได้แล้ว ก็ต้องเอาอกเอาใจ
ผู้มีอำนาจขณะนั้น โดยตั้งให้จอมพล ประภาส จารุเสถียร เป็นประธานธนาคารกรุงเทพ เป็นการตอบแทนที่ให้ความช่วยเหลือ
จนนำเจ้าสัวชินฯ กลับมาสยามประเทศได้
สำหรับธนาคารอื่นๆ ก็มีนายทหารเข้าไปเป็นประธานกันครึกครื้น เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ก็ได้พลตำรวจเอก ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อดีตผู้บัญชาการกองพล ป.ต.อ. ไปเป็นประธานธนาคาร อย่างนี้เป็นต้น
ธนาคารเมืองไทยนั้น กว่าจะสลัดคราบไคลที่ต้องให้ทหารมาคุ้มครองกิจการ และหันมาทำงานแบบ “มืออาชีพ” เยี่ยงนานาอารยะประเทศ ก็เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง แบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เมื่อ 14 ต.ค. 2516 ซึ่งจะเอาไว้เล่ากันในโอกาสต่อไป

ผมเคยเขียนบอกเอาไว้ชัดเจน การที่มีกฎหมายพิเศษ ให้อำนาจที่แตกต่างไปจากหลักกฎหมายที่ใช้อยู่ เช่นอำนาจการควบคุมตัวบุคคล มากกว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายหลักนั้น
เป็นเรื่อง ‘อันตราย’ อย่างยิ่ง!
เมื่อมีกฎหมายพิเศษอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็มีการใช้อำนาจล้นฟ้ากันแบบหลงระเริง ไม่ตรงไปตรงมา ซึ่งทำให้เกิดผลเสียอย่างยิ่ง
ตัวอย่างก็มีให้เห็น และผมได้เขียนถึง การใช้อำนาจพิเศษโดยมิชอบ ในบทความชื่อ ‘เพลี้ยกระโดด’ กับรัฐบาล ‘เพลี้ยกะแดก’ (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=200) โดยได้เล่าถึงการที่เจ้าหน้าที่ทหารใน ‘ศูนย์วิวัฒน์สันติ’ ของกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งทำหน้าที่แบบเดียวกับ “ศูนย์ซักถาม” ของ กอ.รมน.ในอดีตยุคยังมีกฎหมายคอมมิวนิสต์ กระทำต่อราษฎรในพื้นที่
ผมเขียนเอาไว้ว่า
....ได้มีการนำตัวชาวบ้านมารีดเอาข่าว แล้วซ้อมอย่างโหดร้ายด้วยความทารุณผิดมนุษย์ ได้กระจายไปถึงหูขององค์การระหว่างประเทศนี้ จนทำให้เรื่องแดงและแตกออกมาพร้อมพยานหลักฐานชัดเจน ทำให้คนไทยได้รับรู้กัน
สื่อในประเทศอย่างหนังสือพิมพ์ ‘โพสต์ทูเดย์’ ถึงกับให้กับฉายาทหารหน่วยนี้ว่า
‘หน่วยทมิฬ’

ส่วนชาวบ้าน ข้าราชการ และคนไทยมุสลิมและตำรวจในพื้นที่ รับรู้เรื่องนี้มาเป็นระยะเวลาพอสมควร และเรียกศูนย์แห่งนี้อย่างตรงไปตรงมาศูนย์กระทืบสันติ’ ซึ่งเข้าท่าดีจัง เพราะไม่ใช่แต่ชำนาญในการรุมกระทืบชาวบ้าน จนขี้แตกขี้แตนเท่านั้น ยังช่วยกันรุมกระทืบ ความสงบสุขและสันติ จังหวัดชายแดนปักษ์ใต้
ให้พัง...คาตีนไปอีกด้วย!
จึงไม่แปลกเลย ถ้าญาติพี่น้องผู้ที่ถูกกระทำ ลุกมาไล่ฆ่าทหาร ล้างแค้นเอาคืนกันบ้าง!
พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 (ในขณะนั้น) ทน
ต้องสั่งยุบศูนย์ ‘ศูนย์วิวัฒน์สันติ’
เพราะจำนนต่อหลักฐาน!

ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ
เห็นกันชัดๆหรือยังว่า การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ภาคใต้นั้น
มีการลุแก่อำนาจกันอย่างไร?
คราวนี้กลับมาดูผลงานของรัฐบาลมาร์ค ร้อยศพกันบ้าง
ขณะนี้มีข่าวแพลมออกมา มีการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง กับผู้ที่ถูกจับกุมคุมขัง ในคดีที่พยายามเรียกขานกันว่าเป็น “การก่อการร้าย” โดยสร้างภาพ “ผู้ก่อการร้าย” ขึ้นมาทำให้ดูน่ากลัว
มีข่าวทั้งการข่มขู่ปัญญาชน ด้วยการเรียกคนระดับอาจารย์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย คือ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ไปควบคุมเอาไว้เฉยๆ ไม่มีการแจ้งข้อหา จนเปิดเทอมมีนิสิตเริ่มจะเคลื่อนไหวกัน จึงมีการปล่อยตัวออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งตัวอาจารย์เองก็ได้ให้สัมภาษณ์ ถึงความไม่ชอบมาพากล ในการนำตัวเขาไปควบคุม กลายเป็นข่าวดังไปทั่ว
นอกจากนั้น มีข่าวเรื่องการทารุณกรรม ด้วยการซ้อม หรือทำร้ายร่างกายผู้ที่ถูกควบคุมไว้แล้ว จนกระทั่งมีกรณีที่ผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ออกมาโวยวาย และข่าวสารก็แพร่ไปทั่วโลก จนมีการเคลื่อนไหว ขององค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลกในเรื่องนี้ด้วย
ก็ต้องจับจ้องมองกันว่า บ้านเมืองของเรานั้น จะเสียชื่อเสียเสียงไปอีกสักแค่ไหนกัน!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คำเตือน...D.S.I. ต้องทำงานอย่าง ‘มืออาชีพ’

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jun 16, 2010 8:03 am

จึงขอเตือนไปยังผู้บริหารของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าอำนาจตามกฎหมายพิเศษอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ไม่จีรังยั่งยืน เพราะการใช้อำนาจแบบนี้ ก็จะต้องสะดุดหยุดลงไปในที่สุด
เมื่ออำนาจหมดลง การสืบค้นความจริง ในเรื่องความไม่ชอบธรรมกันอย่างแข็งขัน ต่อเนื่อง และจะกินเวลายาวนานต่อไปอีกหลายปีทีเดียว
อยากจะบอก ตรงไปตรงมาว่า
กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ไม่ได้เป็นหน่วยงาน ‘เทวดา’ มาจากไหน เพราะดูจากบุคลากรที่มีอยู่ ก็สรุปลงได้ว่า หน่วยงานนี้ก็แค่ “กรมตำรวจสาขา 2” เท่านั้น
ผมเองได้เฝ้าติดตาม ผลงานของกรมนี้ตลอดมา และเคยเขียนวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้ว่า
เมื่อตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ้นมาแล้ว ปรากฏว่าใน 5 ปีแรกนั้น แทบไม่มีคดีขึ้นสู่ศาลได้เลย และไม่มีผู้ต้องหาคนไหน ที่ต้องติดคุกจริงๆ เพราะฝีมือการสอบสวน ของพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ...
แม้แต่คนเดียว!
จนถึงขณะนี้ก็เถอะ คดีต่างๆที่กรมนี้สอบสวนมา ก่อนจะมีเหตุการณ์จลาจลในกรุงเทพ ก็แทบจะไม่มีเรื่องใด ที่ผู้ต้องหาของกรมนี้ ต้องติดคุกจริงๆกันเลย เพราะคดีที่แม้ศาลจะตัดสินลงโทษไปแล้ว คดีก็อยู่ระหว่างการต่อสู้กันชั้นศาลทั้งนั้น
หรือใครว่าไม่จริง!?

ดังนั้น คดีที่อุปโลกน์กันว่าเป็น “การก่อการร้าย” และกำลังสอบสวนอยู่นี้ ก็เห็นจะต้องกินเวลาชั้นสอบสวน และในการพิจารณาของศาลไปอีกหลายปี เพราะต้องสู้กัน...
ยันฎีกาโน่น!
ขนาดคดีซื้อเสียงคดีแรก ซึ่งเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่นักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตกเป็นจำเลย และถูกศาลฎีกา จำคุก 1 ปี ตัดสิทธิ 10 ปี ยังพิจารณากันยืดเยื้อยาวนานถึง 10 ปี...ขนาดนั้นเลย!
ทั้งๆที่มีจำเลย...เพียงคนเดียวเท่านั้น!!
ฉะนั้น ในคดี ‘ยี่เก’ อย่างเรื่องการก่อการร้าย ที่มีความพยายามยัดเยียดความเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ ให้กับคนโน้นคนนี้ ผมขอตั้งปุจฉา แบบไม่ลังเลเลยว่า
ก็ขนาดคดีซื้อเสียง มีนักการเมืองพียงคนเดียวของพรรคเก่าแก่ ยังกินเวลาเป็น 10 ปี แล้วคดีที่มีผู้เกี่ยวข้องเป็นเรือนพันเรือนหมื่นอย่างนี้
จะกินเวลา...น้อยกว่านั้นหรือ?

ดังนั้น สมควรที่พนักงานสอบสวน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะต้องทำงานแบบ ‘มืออาชีพ’ ด้วยความเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ และไม่สนองตัณหาของนักการเมือง บิดเบือนรูปคดีทำให้เสียความเป็นธรรมไป
พวกท่านจะต้องค้นหา‘ความจริง’ ด้วยกระบวนการสอบสวนที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา และชอบธรรม เท่านั้น
ขอทิ้งไว้ตรงท้ายบทความนี้ว่า

ไม่ว่าการเมืองจะผันแปร หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การทำงานแบบ ‘มืออาชีพ’ เท่านั้น ที่จะทำให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ
อยู่รอด...และปลอดภัย!!!
(ออนไลน์ วันเสาร์ที่ 12 มิ.ย. 2553)

***********
***หมายเหตุ หลังจากส่งต้นฉบับ เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาแล้ว ผมได้อ่านข่าวออนไลน์ ซึ่งมีข้อความพอสรุปได้ว่า
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกมาแถลงว่า เจ้าหน้าที่ของกรมนี้ ทำงานอย่าง “มืออาชีพ” ถ้าเป็นจริงอย่างว่า ก็ขอโมทนาสาธุการด้วย

แต่ถ้าไม่จริง ก็จะต้องว่ากล่าวกันอีกครั้ง!!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คำเตือน...D.S.I. ต้องทำงานอย่าง ‘มืออาชีพ’

ตั้งหัวข้อ  แฟนคลับ on Wed Jun 16, 2010 7:06 pm

เขียนได้สะใจจิงๆ มันส์มั่กๆ

แฟนคลับ

จำนวนข้อความ : 96
Registration date : 10/05/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ