ปูตินชมการทดสอบสมรรถนะเครื่องบินรบรุ่นใหม่

หน้า 3 จาก 3 Previous  1, 2, 3

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: ปูตินชมการทดสอบสมรรถนะเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Oct 11, 2010 11:04 am


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket



hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปูตินชมการทดสอบสมรรถนะเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Oct 11, 2010 11:06 am


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket



hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปูตินชมการทดสอบสมรรถนะเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Oct 11, 2010 11:07 am


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket



hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปูตินชมการทดสอบสมรรถนะเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Oct 11, 2010 11:09 am


















http://www.nshss.org/scholarships/academic_papers07/doblix.pdf


คศ.1964 เรือยนต์เตอร์ปิโดจำนวน 3 ลำของทหารเวียดนามเหนือโจมตีเรือพิฆาต Uss Maddox ของอเมริกา
ในเขตน่านน้ำสากล บริเวณอ่าวตองกิน ประมาณ 30 ไมล์จากชายฝั่งของประเทศเวียดนามเหนือ

http://aryaforum.freeforums.org/indochine-s-portraits-t229-60.html
ต้องกลับมาถามทางฝั่งไทยเองว่าหวังจะมีเอกภาพกับอินโดจีนสักแค่ไหน โอกาสนั้นมีมานานกว่า 60 ปี
นับจากหลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีมาตั้งแต่ยุคเสรีไทยเคยพยายาม แม้แต่ช่วยเวียดมินปลดแอก
แต่นั่นเล็กน้อยเกินไป แล้วขาดตอนไปนานเกินไปที่ทั้งสามชาติที่อยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงจะเห็น
ความจริงใจจากผู้นำไทย

พอมาถึงสงครามเวียดนาม เจ๊ตทุกลำที่มุ่งหน้าถล่มเวียดนามตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2508
(หลังจากสหรัฐหาเรื่องสำเร็จจากกรณีเรือแม๊ดด๊อกซ์ที่อ่าวตังเกี๋ย) ก็เป็นไปตามบัญชาของบันทึก
Dean-Rusk Thanat Communique 1962
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=12&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

นอกจากนั้นข้าพเจ้ายังต้องหาทางติดต่อประสานงานผู้ใหญ่ที่เป็นกรรมการ "คท."
เพื่อให้สามารถตกลงใจได้รวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยข้าพเจ้าต้องทำความรู้จักและคุ้นเคยกับ
ฝ่ายเสนาธิการประจำตัว (คนสนิท) ของท่าน เช่น "ไพฑูรย์" คนสนิทของ พลเอกถนอม กิตติขจร
"สม" คนสนิทของ พลเอกประภาส จารุเสถียร "สรรเสริญ" คนสนิทของ พลอากาศเอก บุญชู จันทรุเบกษา และ
"อานันท์ คนสนิทของ พันเอกถนัด คอมันตร์เพราะ การส่งเอกสารทางราชการเพื่อการประสานงานนั้น
ย่อมจะไม่ทันกับเหตุการณ์ นอกจากเป็นเรื่องสำคัญก็จะยืนยันทางเอกสารภายหลัง การปฏิบัติเช่นนี้
ต้องอาศัยความเชื่อถือซึ่งกันและกันเท่านั้น ซึ่งนับเป็นโชคดีที่ข้าพเจ้ามีความคุ้นเคยกับฝ่ายเสนาธิการ
ที่เป็นคนสนิทของท่านผู้ใหญ่เหล่านี้มาก่อน จึงทำให้สามารถปฏิบัติงาน "ลับ" นี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี
แต่ข้าพเจ้าก็ต้องประจำอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ตลอดเวลา
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.acassoc.com/o2/Newsdetail.asp?id=4635
เส้นทาง สู่ อำนาจ เส้นทาง อานันท์ ปันยารชุนเส้นทาง ถนัด-รัสก์

คอลัมน์ หักทองขวาง

ต้องยอมรับว่าการเรียบเรียงหนังสือ "อานันท์ ปันยารชุน ชีวิตความคิดและการงาน" โดย ประสาร มฤคพิทักษ์
มิได้เป็นการเรียบเรียงไปเรื่อยๆ ในลักษณะอนุกรม

ประการ 1 เป็นการเรียบเรียงจากคำบอกเล่าโดยตรงของ นายอานันท์ ปันยารชุน

ขณะเดียวกัน ประการ 1 เป็นการเรียบเรียงในลักษณะที่ผ่านการสังเคราะห์ วิเคราะห์จาก 2 ส่วนประสานเข้าด้วยกัน

ส่วนหนึ่ง เป็นของ นายอานันท์ ปันยารชุน เอง ส่วนหนึ่ง เป็นของ ประสาร มฤคพิทักษ์ และคณะ

การเรียนรู้ของ นายอานันท์ ปันยารชุน ในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
จึงทรงความหมายเป็นอย่างสูงเพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนั้น คือ นายถนัด คอมันตร์

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าในคณะทูตของไทยที่เดินทางไปประจำ ณ กรุงโตเกียว ภายหลังไทยประกาศสงครามกับ
สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปี 2485 นั้น เลขานุการประจำคณะคือ นายถนัด คอมันตร์

การที่ นายถนัด คอมันตร์ เลือก นายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นเลขานุการทำงานใกล้ชิดกับตน
จึงทรงความหมายเป็นอย่างสูง

ทรงความหมายมากน้อยเพียงใดขอให้ศึกษาจากข้อเขียนของ ประสาร มฤคพิทักษ์ และคณะในหนังสือ
"อานันท์ ปันยารชุน ชีวิต ความคิดและการงาน" เล่มนี้ ดังนี้ วัน ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2505 พ.อ.ถนัด คอมันตร์ พร้อมคณะ
คือ พล.ท.วัลลภ โรจนวิสุทธิ์ เจ้ากรมข่าวทหาร และ นายอานันท์ ปันยารชุน ได้เดินทางไปพบ
ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้


โดยกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐได้เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับไทยไว้พร้อมสรรพถึง 12 เรื่องด้วยกัน
รวมทั้งจดหมายถึง "จอมพล" ของไทย

ที่สำคัญ คือ "แถลงการณ์ร่วมถนัด-รัสก์" ลงวันที่ 6 มีนาคม 2505 ซึ่งระบุว่า

"สหรัฐอเมริกายืนยันอย่างหนักแน่นและเปิดเผยที่จะรักษาเอกราชและบูรณภาพของราชอาณาจักรไทย
เป็นสิ่งสำคัญขั้นชีวิต พร้อมทั้งแสดงเจตจำนงอย่างแน่วแน่ที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีแห่งสนธิสัญญาซีโต้
เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลประเทศไทยในการต่อต้านการรุกรานทั้งโดยเปิดเผยและไม่เปิดเผย
"

ในด้านหนึ่งนั้น คือ การเล่นเกม มีทางเลือก กับสหรัฐอเมริกา

อีกด้านหนึ่งเป็นการงัดข้อกับฝ่ายทหาร

นายอานันท์ ปันยารชุน ได้มีโอกาสศึกษาวิทยายุทธ์จากบรมครู พ.อ.ถนัด คอมันตร์ อย่างใกล้ชิด และมีความหมายยิ่ง
กับตนเองในเวลาต่อมา
ไม่ว่าจะประเมินว่าการลงนามใน "แถลงการณ์ถนัด-รัสก์" จะเป็นการเล่นเกมมีทางเลือก
กับสหรัฐและนำเอาไพ่สหรัฐอเมริกามาต่อรองกับฝ่ายทหาร

แต่นายดีน รัสก์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ยืนยันต่อ
พ.อ.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยว่า

"พันธกรณีของสหรัฐมิได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของประเทศภาคีสนธิสัญญาอื่นๆ ทั้งหมดก่อนหน้านี้
ทั้งนี้เพราะพันธกรณีตามสนธิสัญญานี้ เป็นทั้งเรื่องของแต่ละประเทศและทุกประเทศร่วมกันก็ได้
"

บทสรุปของ จุลชีพ ชินวรรโณ ก็คือ

แถลงการณ์ ถนัด-รัสก์ทำให้รัฐบาลไทยภายใต้นายกรัฐมนตรีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (ซึ่งยึดอำนาจ
ทางการเมืองจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม) มีความมั่นใจในพันธกรณีของสหรัฐอเมริกามากยิ่งขึ้น


และได้ขยายขอบเขตความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา โดยประเทศไทยยอมให้สหรัฐอเมริกาสร้างและใช้ฐานทัพ
ในประเทศอีกหลายแห่งนอกเหนือจากฐานทัพอากาศที่ตาคลีและโคราชในค.ศ.1962 และนครพนมในค.ศ.1963


ต่อมา เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้ามามีบทบาททางการทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น ภายหลังจากที่รัฐสภาสหรัฐอเมริกามอบอำนาจให้ประธานาธิบดีจอห์นสัน
ดำเนินการทางการทหารตาม "มติอ่าวตังเกี๋ย" ใน ค.ศ.1964 แล้ว


รัฐบาลไทยภายใต้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งสืบทอดอำนาจต่อจาก
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ถึงแก่กรรมก็ได้ร่วมกับสหรัฐอเมริกามากยิ่งขึ้น

จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2506

นั่นไม่เพียงแต่ นายถนัด คอมันตร์ จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หาก
นายอานันท์ ปันยารชุน ก็ยังเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ


นายอานันท์ ปันยารชุน อยู่ในตำแหน่งนี้จนถึงปี 2510

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=13&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อย่าแปลกใจที่วันนี้ ไทยกำลังเผชิญกับปีศาจอินโดจีนหลอกหลอน กี่หมื่นกี่แสนศพเวียดนามที่สังเวยให้
กับระเบิดที่หย่อนลงไปจากเครื่องบินที่ขึ้นไปจากอู่ตะเภา อุดร ตาคลี โคราช เริงนกทาอุบล เอ็นเคพี
นครพนม เปล่า ผมไม่ห่วงว่าเขาจะมาแก้แค้น แค่สักวันหนึ่ง เขาอาจมาขอให้ไทยกล่าวคำขอโทษเหมือน
คนจีน เกาหลีเรียกร้องให้นายกญี่ปุ่นคนแล้วคนเล่าออกมาขอโทษ แค่นั้นก็เป็นชะ นักบาปติดตัวไปจนตายแล้ว
และผมก็ยังนึกไม่ออกว่า เมื่อถึงวันนั้นผู้นำไทยรุ่นหลังๆจะตอบว่าอย่างไร อาจบอกว่าไม่เห็นมีคนญวนตายสักคนก็ได้

วันนี้เราต้องเปลี่ยนนโยบายทั้งระบบการศึกษาและการทูต เพื่อจะได้ทำให้ไทยตามกระแสความเปลี่ยนแปลง
ของประเทศเพื่อนบ้านให้ทัน ทุกวันนี้คนเวียดนามรู้ภาษาไทยเพียบ เยาวชนของเขาสนใจไทย
ในขณะที่เด็กไทยในมหาวิทยาลัยกำลังจะมืดบอดกับโลกทัศน์รอบตัวอย่างน่าวิตกยิ่ง
ขนาดสองวันก่อน ที่ประชุมอธิการบดีทั่วประเทศลงมติว่า ภาษาอังกฤษไม่ต้องใช้เป็นเกณฑ์ทดสอบในการเข้าเรียน
ในมหาวิทยาลัย แล้วสัมมะหาอะไรกับภาษามาลายู พม่า เวียดนาม ที่ในอนาคต ไทยจะหาผู้เชี่ยวชาญกิจการของ
ประเทศในอินโดจีนไม่ได้เลยเพราะถ้าไม่รู้ภาษาพื้นเมืองของเขาแล้ว ก็อย่าหวังจะเข้าใจกุศโลบาย
และยุทธศาตร์ของเขาได้

ผมไม่ทราบว่า อะไรที่อยู่เบื้องหลังความคิดตื้นๆเช่นนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความมีชาตินิยมแบบราคาถูก
ที่เกิดจากความรู้สึกเดียดฉันท์ชนชาติลาว เขมร ญวนว่าต่ำต้อยกว่าไทย (ชาติพันธุนิยม=ethnocentrism)

หรือไม่ก็เป็นความเขลาที่หลงไปว่าถ้ารู้ภาษาคนอื่นแล้วจะทำให้ถูกหลอมเข้ากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
หรือทั้ง 2 อย่างรวมกัน เหมือนกับในยุคจอมพล ป.ที่แอนตี้การมีโรงเรียนจีน สุดท้ายวันนี้ก็เห็นสอนกันเกร่อ
เป็นเพราะอะไร คงต้องรอจนกว่าจะเห็นว่าชาติใดเป็นมหาอำนาจก่อน ถึงจะยอมรับกระมัง

ทำเป็นเล่นไป เวียดนามรู้ถึงค่านิยมเชิงอำยาจของคนไทยดี
เขาจึงทำการเปิดสอนภาษาไทย การเมือง สังคมและวัฒนธรรมไทย อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
โดยมีเป้าหมายว่า สักวันจะแสดงให้เมืองไทยยอมรับว่าเวียดนามคือมหาอำนาจในอินโดจีน
แน่นอนว่า เมื่อถึงวันนั้น โรงเรียนไทยจะได้เปิดสอนภาษาเวียดนามกันเป็นล่ำเป็นสัน

เราอยากเปิดสอยเพราะสถานการณ์บังคับ หรือเราจะจัดหลักสูตรเองอย่างเสรี มันต่างกันนะครับ
ฝากถึงที่ประชุมสภาอาจารย์ทั่วประเทศให้ทราบว่า พวกฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยบัดนี้เฟอะฟะ
เพี้ยนกันไปหมดแล้ว

พอหันมาดูกระทรวงการต่างประเทศ เจอทั้งบอดทั้งเหล่ งานแรกของรัฐมนตรีปัจจุบันคือ
ทำพาสปอร์ตแดงไปให้นายเก่าได้มีสิทธิพิเศษทางการทูต ดูวิสัยทัศน์คนระดับนี้แล้วต้องร้องว่า พระเจ้า!

เรือพิฆาตแม๊ดด๊อกซ์ (USS Maddox : DD-731) ภายใต้บังคับบัญชาของ น.ท.เด็มสเตอร์ แจ๊คสัน
ได้รับคำสั่งให้เข้าไปลาดตระเวนเลียบชายฝั่งเวียดนามเหนือ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๐๗



จนกระทั่งวันที่ ๒ สิงหาคม ประมาณสี่โมงเย็น เรือแม๊ดด๊อกซ์ ถูกโจมตี
โดยเรือยนต์ตอร์ปิโดเวียดนาม(Patrol Torpedo Boat :PT ) ๓ ลำ ในเขตน่านน้ำสากล


เกิดการปะทะกันด้วยปืนเรือและตอร์ปิโด ฝ่ายอเมริกาได้รับการสนับสนุนเครื่องบินโจมตี
จากเรือบรรทุกเครื่องบินติคอนเดอโรกา(USS Ticonderoga :CVA-14)




ฝ่ายอเมริกาเสียหายเล็กน้อย ฝ่ายเวียดนามเหนือ เสียเรือไปหนึ่งลำ
เรือพิฆาตแม๊ดด๊อกซ์ ยังคงลาดตระเวนต่อไป


วันที่ ๓ สิงหาคม เรือพิฆาตเทอร์เนอร์ จอย(USS Turner Joy:DD-951)
เข้าเสริมกำลังร่วมกับเรือแม๊ดด็อกซ์

วันที่ ๔ สิงหาคม เวลาประมาณสี่ทุ่มครึ่ง หมู่เรือได้ตรวจพบเป้าจากเรดาร์ คาดว่าเป็นเรือยนต์ตอร์ปิโดเวียดนามเหนือ
จึงได้ทำการยิงไปยังเป้าที่ถูกระบุด้วยเรดาร์ มีรายงานว่าจมเรือเวียดนามเหนือได้ ๒ ลำ (??)



แต่เรื่องความเสียหายของเวียดนามเหนือนี้ ภายหลังมีลูกเรือแม๊ดด๊อกซ์เอง ออกมาเปิดเผย
ว่าที่ยิงไปตอนกลางคืนน่ะ ไม่เห็นเป้า ไม่แน่ใจว่ามีการโจมตีจริงหรือไม่ ??


--------------------------------------------------------------------


โดยความเห็นส่วนตัวผม ผมเชื่อว่าวิกฤติการณ์นี้ เป็นเจตนาของอเมริกา ที่ต้องการให้เกิด
การส่งเรือแม๊ดด๊อกซ์เข้าไปในระยะขนาดนั้น พร้อมกับการใช้เรดาร์กวาดทั่วชายฝั่งเวียดนามเหนือ
เหมือนกับเป็นการ " ล่อเป้า " กลายๆ ให้เวียดนามเหนือจับได้ จึงส่งเรือยนต์ตอร์ฯ ออกมาถูกที่
เพราะเรือยนต์ตอร์ฯ มีรัศมีปฏิบัติการไม่ไกลนัก ต้องรู้จุดรู้ตำแหน่งเป้าหมายคร่าวๆ

ผมอยากเสนอบันทึกเหตุการณ์กว้างๆ อย่างนี้นะครับ

พฤศจิกายน ๒๕๐๖(1963) ปธน. เคเนดี้ ถูกลอบสังหาร, รอง ปธน.จอห์นสันเป็น ปธน. แทน
สิงหาคม ๒๕๐๗(1964) วิกฤติการณ์อ่าวตังเกี๋ย
มกราคม-มีนาคม ๒๕๐๘(1965) Operation Rolling Thunder , Operation Starlight
อเมริกา เข้าร่วมสงครามเวียดนามเต็มตัว

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t721-50.htm

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปูตินชมการทดสอบสมรรถนะเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Oct 22, 2010 9:58 am

http://www.pantown.com/market.php?id=32248&name=market3&area=4&topic=40&action=view

(40) นายกทักษิณ บิน F-16 ตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศ

รายละเอียด :



23 เมษายน พ.ศ.2546 เวลา 0830 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยม
กองทัพอากาศ โดยกองทัพอากาศจัดให้ นั่งในตำแหน่งที่นั่งหลัง เครื่องบินขับไล่แบบ ๑๙ ก (เอฟ-16 บี)
หมายเลข 10302 (เครื่องที่ทำเครื่องหมายที่ระลึกครบรอบ 40,000 ชั่วโมง) มี นาวาอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน
ผู้บังคับการกองบิน 1 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ (นครราชสีมา ) เป็นนักบิน ทำการบิน
พร้อมกับอีก 5 เอฟ-16 บี จากท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ ไปตรวจเยี่ยม กองบิน 1
โดยออกเดินทางและบินออกไปทางทิศตะวันออกในเส้นทาง กรุงเทพ - ฉะเชิงเทรา - ชลบุรี - ระยอง -
ปราจีนบุรี - นครราชสีมา เป็นเวลาราว 30 นาที เมื่อเดินทางถึง กองบิน 1 นายกรัฐมนตรีและคณะ
ได้ตรวจเยี่ยมกิจการกองทัพอากาศและได้มีโอกาสแสดงปาฐกถาพิเศษดังนี้ "ท่านรัฐมนตรีกลาโหม
ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านผู้บัญชาการทหารอากาศ ท่านผู้บังคับบัญชากองทัพอากาศที่รัก
และเคารพทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ให้เกียรติ ให้นักบินมือหนึ่งของกองทัพอากาศพาผมนั่ง
F-16 ได้เข้าใจชีวิตของนักบินดีมากขึ้น สิ่งที่นักบินต้องเสียสละอย่างหนึ่งจากชีวิตของคนปกติก็คือ
ความฟิตของร่างกาย ถ้าหากว่าร่างกายไม่ฟิตและอยู่ในภาวะอย่างนี้บ่อย ๆ ก็คงจะเป็นนักบินที่ดีไม่ได้
ผมก็ลองฟิตร่างกายมาซักระยะหนึ่งเพื่อจะมาขึ้น F-16 วันนี้ ก็รู้สึกว่ายังมี Discomfort อยู่บ้าง
เพราะฉะนั้นคนที่ต้องบินทุกวันร่างกายก็ต้องฟิตเป็นพิเศษ นอกเหนือจากการเสียสละทำงาน
เพื่อบ้านเมืองแล้วนะครับเราต้องเสียสละชีวิตส่วนตัวจะไปดึกดื่นสำมะเลเทเมาก็คงเป็นนักบินที่ดีไม่ได้เพราะฉะนั้นต้องมีวินัยกับตัวเองพอสมควรทีเดียวก็ต้องขอชมเชยชื่นชมนักบินกองทัพอากาศ
ที่ได้เสียสละความสุขส่วนตัวในการเป็นนักบิน วันนี้เท่าที่ฟังเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศได้พูดถึง
วิสัยทัศน์ของกองทัพอากาศ ก็ทราบดีว่า กองทัพอากาศรู้ภารกิจของตัวเองตามสภาพแวดล้อม
ที่ต้องเปลี่ยนไปเป็นอย่างดี ผมขอย้ำอีกบางส่วน คือเราก็คงเห็นชัดจากสงครามอ่าวเปอร์เซียก็ดี
สงครามอิรักเมื่อสองวันก่อนก็ดี
แล้วก็เมื่อคืนนี้ผมก็ฟังข่าวเรื่องเกาหลีเหนือ ซึ่งปฏิกิริยาของสหรัฐ
ซึ่งไม่ใช้โดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องภายในก็ยังออกมาในลักษณะที่พร้อมที่จะใช้ความแม่นยำยิงในส่วน
ที่เป็นการผลิตนิวเคลียร์โดยที่ไม่มีการทำ Regime change
ซึ่งฟังดูก็แสดงให้เห็นว่านี่คือแนวโน้ม
ของการสู้รบยุคใหม่ ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงมากแพงมาก และก็ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

กองทัพอากาศต้องปรับตัวก็คือคน คนของกองทัพอากาศกลายเป็นเหมือนกับคน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับ
การพัฒนาของโลกที่เป็น Knowledge based society คือต้องเป็นคนประเภทที่มีความรู้ update
ตัวเองให้ทันสมัยให้ทันเทคโนโลยีตลอดเวลา ดังนั้นการพัฒนาคนของกองทัพอากาศ ที่จะให้มีความรู้
ทางเทคโนโลยี ความเข้าใจสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปของโลกของความมั่นคงแนวใหม่ก็เป็นสิ่งที่
จำเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากยุทโธปกรณ์ที่เราต้องมี เรื่องยุทธโธปกรณ์นั้นเท่าที่ผมสังเกตดู
สิ่งที่เรามีมันดูเหมือนพอเพียงแต่มันไม่พอเพียง เพราะว่าจากประสบการณ์ที่ผมได้ใกล้ชิดกับ
กองทัพในวันสถานการณ์กัมพูชา ผมเห็นว่าเราพร้อมรบในด้านหนึ่ง เราอาจจะไม่พร้อมรบ
ในอีกด้านหนึ่งได้
นั่นคือเราจะต้องเสริมในส่วนที่เราขาด อย่างน้อยน้อยเราก็ต้องเข้าใจว่า
เมื่อก่อนเรามีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ผมมั่นใจว่าจากนี้ไป เราไม่มีแล้วและก็มั่นใจว่าเราจะเอา
Wealth หรือความมั่งคั่งกลับคืนประเทศไทยได้ เพียงแต่ว่าภาระหนี้สินเดิมที่ทำไว้มันมากมาย
ซึ่งต้องทยอยใช้ไป แต่ขณะเดียวกันก็ต้องลงทุนใหม่เพิ่มขึ้นด้วย

ด้วยปัจจัยนี้ผมก็อยากเรียนให้ท่านผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหมและของกองทัพอากาศ
โดยเฉพาะ ได้ทราบว่าเราคงต้องปรับระดับความพร้อมรบของเราตั้งแต่วันนี้
โดยมองบูรณาการของแผนทั้งระบบคงไม่ใช้กองทัพอากาศอย่างเดียว คือทั้ง ๓ เหล่านะครับ
แล้วก็มาดูว่าส่วนไหนเป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดนั้นก็คือถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องทำให้เกิดความเข้มแข็ง
ในภาพรวมของ ๓ เหล่าทัพ ในจุดที่แต่ละคนขาดและไม่สามารถสนับสนุนกันได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่ว่า
ประเทศจะพ้นหนี้หรือไม่พ้นหนี้ ก็ต้องทำต้องลงทุนนะครับ ต้องลงทุนในส่วนนั้น แต่ส่วนต่อไปคือ
ส่วนที่จะทำให้เรามีกำลังเหนือกว่านะครับ ก็คงต้องทำต่อไป นั่นก็เป็นไปตามการพัฒนาเศรษฐกิจ
ประกอบด้วยฐานะของประเทศ ซึ่งผมเข้าใจแล้วก็รู้ว่าจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกี้พูดถึงเรื่อง
โครงการ RTADS II ซึ่งอยู่ในเขตที่ถือว่า Sensitive นะครับ เป็นเขตซึ่งเราจำเป็นต้องทำ
แล้วก็อยากให้มอง ๓ มิติ มิติแรกก็คือว่ามองความสูงสุดในความพร้อมรบในเทคโนโลยีสมัยใหม่
หรือสงครามอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย นั่นก็คือจุดสูงสุดที่เราต้องมองไว้นะครับ แต่ว่าเราจะไปถึงจุดนั้น
ได้เร็วช้าเมื่อไร ก็คงต้องมองไว้ก่อนถ้ายังไม่มองก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปตรงไหน นั่นคือจุดเป้าหมายสูงสุด
เท่าที่เราจะต้องไป ระดับที่ ๒ ก็คือว่าเราต้องคิดว่าลักษณะของความมั่นคงทั่วไปในความพร้อมรบทั่วไป
ในบริเวณภูมิภาคนี้ นั่นคือสิ่งที่เราต้องมองถึงความพร้อมในระดับนี้ ซึ่งระดับนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น
ผมถือว่าสิ่งที่จำเป็นนะครับ ระดับสองเป็นระดับที่จำเป็น ซึ่งจะต้องมาปรับกันไปแต่งกันไป อะไรที่มัน
หมดสภาพแล้วก็คงต้องยกเลิกกันไป แสดงให้เห็นว่าของเราในสภาพที่มันแย่ยังมีอีกเยอะ
ซึ่งอาจจะต้องดูกันว่าความปลอดภัยของนักบินเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ากว่าเราจะฝึกกว่าเราจะสร้างขึ้นมา

ดังนั้นเครื่องที่มันหมดสภาพอย่างเช่นเราไปซื้อเครื่องที่มันเก่ามามาก และถามว่ามันจะอยู่ได้นานเท่าไร
แต่ถ้าเราคิดว่าเราจะมาฝึกกันก็ไม่เป็นไร แต่ชีวิตของนักบิน ก็เป็นสิ่งที่ต้องมองเพราะฉะนั้นในระดับ ๒
คือระดับที่เราต้องมองความพร้อมในภูมิภาค อันนี้ก็มีสิ่งที่เราต้องเริ่มแก้ไขปรับปรุงตั้งแต่วันนี้

ระดับ ๓ คือระดับที่เราเรียกว่า Very domestic ก็คือ ภารกิจในการที่เราจะต้องใช้เพื่อการสนับสนุนในเรื่อง
ของประเทศและสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกู้ภัย และการช่วยชีวิตนะครับ เรื่องไฟป่า เรื่องของ
การลำเลียงของวัสดุ หรือว่าเป็นเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในการลำเลียงสินค้าต่าง ๆ
ไปขายกับประเทศเพื่อนบ้าน อันนั้นก็เป็นสิ่งที่เราคิดว่าความทันสมัยอาจไม่ต้องมากมายแต่ความพอเพียง
อาจจะต้องมีนะครับ เพราะฉะนั้นในทั้ง ๓ ระดับนี้ ระดับ ๒ เป็นระดับที่เราต้องมุ่งหวังไปก่อน ระดับ ๒ ที่ผมพูดนั้น
เป็นระดับที่เราต้องมุ่งปรับ แต่อันไหนที่ผลพลอยได้จากการปรับระดับ ๒ มันจะมีกำลังพล มีเครื่องไม้เครื่องมือ
พอที่จะทำในระดับ ๓ ที่ผมพูด ส่วนระดับ ๑ เป็นระดับที่สูงสุดนั้นก็เป็นเรื่องที่อาจต้องใช้เวลา แต่ขณะเดียวกันนั้น
ก็ควรที่จะเริ่ม Train คนของเราให้ไปสู่ระดับนั้นให้ได้ ถ้าเราไม่สามารถ Train คนของเรา เราก็คงไม่สามารถ
ที่จะไปร่วมรบกับนานาชาติ หรือจะไปเข้าใจและติดตามเทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัยไม่ได้

ผมเองก็อยากเรียนว่า ผมไม่อยากให้กองทัพต้องซื้อของตาม Vendor ตามคนมาขาย เราต้องซื้อของ
ตามความต้องการของเรา และต้องการสถานะภาพว่าอะไรดีที่สุดของเรา ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะว่า
คนขายเสนอเรื่องนี้มาแล้วเราก็จะซื้อเพราะว่าคุ้นเคยกันดีเหมือนในอดีตที่เคยทำกันนั้น

ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราทุกเหล่าทัพจะต้องพยายามมองตัวเอง อย่างกรณีเรื่องของ Economic Compensation
ที่ผมไปเซ็นต์ MOU กับรัฐบาลอังกฤษก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องซื้อจากอังกฤษเท่านั้น หลักมันก็คือว่า
อะไรที่เป็นประโยชน์ก็เอา ไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่เอา เป็นประโยชน์เราก็แลกเป็นของลักษณะ Barter trade
เอาสินค้าเกษตรไปแลก อันนั้นก็เป็นที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศของเรา ก็เป็นเรื่องที่ดี

แต่ถ้ามันไม่เหมาะสมก็ไปซื้อคนอื่นดีกว่า เราเลือกเฉพาะสิ่งที่มันเหมาะสมเท่านั้นไม่ใช่ทุกอย่าง
จะต้องบอกได้ว่าวงเงินสมมติว่า ๕๐,๐๐๐ ล้าน ไม่ใช่จะต้องซื้อให้ครบ ๕๐,๐๐๐ ล้าน นั่นคือ Maximum
ที่เราจะซื้อ ก็เลยอยากให้กองทัพได้พยายามตระหนักว่าอะไรที่มันเป็นความต้องการของกองทัพจริง ๆ
อะไรที่มันใช้แล้วเหมาะสมกับประเทศเรา กับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำ

วันนี้ภารกิจที่แต่ละเหล่าทัพโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพบกรับหนักหน่อยก็คือ เรื่องของปัญหายาเสพติด
ตามแนวชายแดน แต่กองทัพอากาศก็ต้องสนับสนุนซึ่งผมคิดว่า ถ้าหากว่าเรายังได้รับการกดดันและ
ไม่เคารพต่อเราอย่างมีลักษณะของการผลิตเพื่อมาขายให้เราต่อไป ผมคิดว่ามันเกินกว่าขีดความอดทน
ที่ผมจะมีให้แล้ว เมื่อเกินแล้วก็คงอาจจะต้องพูดทุกอย่างตรงไปตรงมา แล้วพูดแล้วไม่ทำ เราก็คงต้องทำ

นั่นคือสิ่งที่ผมเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ผมเป็นคนที่ตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อม จะพูดกับประเทศเพื่อนบ้าน
ก็พูดให้ชัดว่า มันทำให้พวกเราเดือดร้อน ฆ่าเยาวชนของเรา ถ้าไม่เลิก ไม่สามารถแก้ไขให้ได้
เราจะต้องแก้ไขด้วยตัวเองอันนั้นก็ต้องพูดให้ชัดเจน เพราะฉะนั้นความแม่นยำมันเป็นเรื่องที่ผมพูดตอนต้น
และเป็นเรื่องที่เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศก็พูดถึงเมื่อกี้ว่า กองทัพอากาศต้องมีความเร็วและก็มีทั้งพิสัย
ในการทำงาน มีทั้งความแม่นยำซึ่งก็เป็นสิ่งที่โลกสมัยใหม่มันไปทางนั้น ถ้ากองทัพอากาศสามารถทำได้อย่างนั้น
ก็ทำให้ผมสบายใจขึ้นเยอะนะครับ เพราะว่าผมอยากเห็น ผมคงไม่ได้เป็นคนที่อยากไปรบกับใครแต่ผมคิดว่า
เราไม่ควรประมาท

วันนี้ทั้ง ๓ เหล่าทัพผมต้องการเห็นเกณฑ์ความพร้อมรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับ ๒ ที่ผมพูดถึงคือ
Basic need ของการเป็นกองทัพที่สมบูรณ์นะครับ ก็คือว่าความพร้อมรบจากการรุกรานและความพร้อมรบ
ในภูมิภาค ซึ่งต้องเป็นลักษณะที่เป็น Basic ของกองทัพ แล้วส่วนนอกเหนือจากนั้นเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ
ที่เราสามารถที่จะลงทุนได้ แต่ในภาวะเช่นนี้ ผมคิดว่าทุกประเทศที่เศรษฐกิจระดับเราก็คงต้องลงทุนอย่างนี้

เราคงไม่ใช้ลงทุนแบบชนิดที่เหลือเฟือ ที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือเรื่องกำลังพล กำลังพลของกองทัพอากาศ
เป็นกำลังพลที่มีความรู้ แต่ถ้ามีมากเกินไปก็เป็นปัญหา ผมไม่อยากเห็นเรามีกองทัพที่มากเกินไปมากเกิน
ความจำเป็น และเราต้องตั้งอัตราขึ้นมา และผลสุดท้าย End up ว่าจะต้องมีฝูงบินเพิ่มขึ้น มีการไปซื้อเครื่องบิน
มาเพื่อให้กำหนดฝูงเพิ่มขึ้น มันไม่ได้ประโยชน์ เราพูดอย่างที่พูดเมื่อกี้ก็คือว่าเมื่อเราเปรียบเทียบ โครงสร้างของ
กองทัพใหม่ โครงสร้างกระทรวงกลาโหม เราก็จัดอัตรากำลังเท่าที่พอเพียงและกำลังส่วนเกินเรา
ก็มาตกลงกันว่าเราจะเอาไปทำอะไรที่ไหนทำอย่างไร เราก็ต้องใช้ประโยชน์เพราะเราถือว่าเราต้องการใช้
ประโยชน์จากคนไทย ไม่ว่าคนคนนั้นจะอยู่ตรงไหน และยิ่งเป็นคนไทยซึ่งตัดสินใจรับใช้ชาติตั้งแต่ยังหนุ่ม
และก็ยังมั่นคงต้องการรับใช้ชาติ เราก็ต้องเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติให้มากที่สุด
เพราะฉะนั้นเราก็คงต้องมาตกลงกันว่า เราจะเอาไปทำอะไรดี

ส่วนกำลังพลผู้น้อย เมื่อกี้พูดถึงบ้านเอื้ออาทร ผมกำลังจะหาทางออกว่ากำลังพลของกองทัพ เรามีที่ดินมาก
ถ้าเราจะเลือกที่ดินที่เหมาะสม และจัดบ้านพักเป็นลักษณะไม่ใช่เป็นบ้านสวัสดิการ เป็นลักษณะให้เขามีโอกาส
เป็นเจ้าของ เพราะมิเช่นนั้นเวลาเกษียณ แล้วจะไม่มีบ้านอยู่ เพราะตลอดชีวิตอาศัยบ้านของหลวงอยู่
มันก็จะลำบาก ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกเบี้ยถูก เป็นช่วงเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะ Subsidize บางส่วนเป็นไปได้หรือไม่
ที่เราจะจัดที่บางส่วนให้เป็นบ้านที่กำลังพล สามารถจะเป็นเจ้าของได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ก็ต้องปรึกษากับกรมธนารักษ์
อีกทีว่าจะทำอย่างไร ถ้าทำได้ก็โครงการบ้านเอื้ออาทรสำหรับผู้น้อยก็จะทำได้ บ้านที่ระดับสูงขึ้นมาก็น่าจะทำได้
ก็จะทำให้กำลังพลทุกคน เมื่อพ้นจากการรับราชการแล้วก็สามารถมีบ้านอยู่

ส่วนเมื่อวานนี้ในการประชุม ครม. ผมได้ให้ กพ. และ กพร. ไปศึกษาถึงแนวทางการที่จะทำให้ข้าราชการระดับสูง
เหมือนกับเป็นผู้บริหารประเทศที่สามารถจะโอนย้ายข้ามไปข้ามมา เพื่อเลือกเอาคนดีคนเก่งเป็นผู้บริหาร
เพื่อให้คนที่เฉื่อยชาตื่นตัวมากขึ้น และก็กำลังพลของเหล่าทัพก็เช่นกัน ผมเสียดาย เรามีกำลังพลเก่ง ๆ ดี ๆ

แต่ว่าเนื่องจากอัตราและเรื่องยศเป็นตัวบีบ ทำให้เรายักย้ายถ่ายเทกำลังพลของเราหรือใช้ Talent ของเราได้
ไม่เต็มที่อันนั้นก็ต้องหาทางคิดร่วมกัน ส่วนเรื่องระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเมื่อกี้ได้พูดกัน ผมได้พูดกับ
ผู้บัญชาการทหารอากาศว่า ขอให้แต่ละเหล่าทัพซึ่งอาจมีชั้นความลับก็ดี มีความเร็วของการซื้อ Technology
ต้องประชุมสัมมนากันเองเพื่อให้ได้ระเบียบที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ต่อประเทศและมีความรัดกุมในระดับ
ซึ่งเชื่อถือได้นะครับ แล้วก็ทำขึ้นมาและให้สภากลาโหมช่วยกันพิจารณาว่าสิ่งเหล่านี้เหมาะสมถูกต้องและ
เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ครม. ก็สามารถปรับปรุงให้เป็นระเบียบจัดซื้อจัดหาพิเศษของกองทัพได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ก็อยากให้คิดร่วมกัน เพื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ถ้าเราไปสันนิษฐานว่าทุกคนจะต้องเป็น
คนโกงหมด ในที่สุดเราก็ไม่สามารถที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศได้ รัฐบาลผมเป็นรัฐบาลที่มีความคล่องตัว
ปรับตัวตามสถานการณ์ โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักระเบียบจัดซื้อจัดหาก็เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ ให้มันเหมาะสมตามประเภทถ้าหากว่าเป็นลักษณะของทั่วไป ก็เหมือนกับของคนอื่นถ้าใช้ก็ใช้เหมือนกันถ้าแก้
ก็แก้เหมือนกัน แต่สิ่งที่มันไม่เหมือนคนอื่นก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น นั่นก็เป็นสิ่งที่ฝากให้กองทัพอากาศ
ได้เอาไปแก้ไขได้

ผมขอเรียนว่าพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
๓ เหล่าทัพ ซึ่งก็คือว่าเป็นข้าราชการส่วนที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยสูงสุด
ที่จะต้องทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ และราชบัลลังก์ ผมก็พร้อมที่จะให้ท่านทำงาน
อย่างมีขวัญมีกำลังใจแล้วทำให้ท่าน มีความรู้สึกว่ามีศักดิ์ศรีและก็ทำงานได้อย่างชนิด
ที่มั่นใจในการทำงานของตัวเองว่ามีศักยภาพพอเพียง ที่จะปกป้องอธิปไตยของประเทศ
และก็ขอให้คำนึงถึงว่าเราต้องเป็นกองทัพที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เราปกป้องเขา เราช่วยเขาพัฒนา
เราใกล้ชิดกับประชาชน แม้ว่าเราจะต้องทำงานแบบหนึ่ง แต่ความใกล้ชิดของประชาชนก็เป็นแนวใหม่
ที่ต้องทำ ดังนั้นเมื่อมีกิจกรรมอะไรที่ต้องร่วมกันกับชุมชนร่วมกันกับสังคม ก็เป็นหน้าที่ที่กองทัพอากาศ
จะต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมกำลังทำอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน

ผมคิดว่าเหล่าทัพซึ่งมีคนที่มีความรู้อาจจะเข้าไปช่วยพัฒนาโรงเรียน ช่วยเรื่องของการเรียนการสอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทหารที่จบจากโรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อยซึ่งมีพื้นฐานความรู้ดี
ก็ได้เข้าไปช่วยดูช่วยพัฒนาให้โรงเรียนที่อยู่ในเขตอำเภอเดียวกับหน่วยทหารในอำเภอเดียวกับ
ที่ตั้งของหน่วยทหาร ก็จะเป็นกำลังสำคัญอีกอันหนึ่งที่จะทำให้นักเรียนเหล่านั้นมีวินัย มีสภาพของโรงเรียน
ที่เป็นโรงเรียนที่ดีทั้งด้านของความรู้และด้านของกายภาพ อันนี้ก็จะทำให้ได้ใกล้ชิดเยาวชนของชาติ
ใกล้ชิดประชาชนนะครับ ก็เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เยาวชนของชาติมีความใกล้ชิดกับสถาบัน
ที่ปกป้องประเทศ ก็จะทำให้ความรักชาติก็จะดีขึ้นด้วย ก็อยากฝากเป็นการบ้านไว้อีกข้อหนึ่ง

ก็ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่เชิญผมมาดูสมรรถนะของกองทัพอากาศได้เห็นสภาพปัญหา ซึ่งความจริง
ผมก็รู้ปัญหาอยู่แล้ว เคยเล่าเคยคุยกันฟัง มีอะไรก็ปรึกษารัฐมนตรีกลาโหม แล้วเสนอขึ้นมา
ผมก็พร้อมที่จะช่วย โดยเฉพาะ RTADS II นี้จำเป็นมาก เพราะว่าเป็นเขต Sensitive ด้วย
ขอขอบคุณอีกครั้งครับ สวัสดีครับ"

(กองวิจัยและพัฒนาการรบ กรมยุทธการทหารอากาศ โดย ร.อ.สุรพงษ์ ศรีวนิชย์ / ถอดเทป /
พิมพ์ น.อ.ฤทธิชัย ภู่โกสีย์ / ตรวจ ) จากการเดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศในครั้งนี้
ของนายกรัฐมนตรี จึงเกิดแนวโน้มในสิ่งที่ดีๆในการพัฒนากองทัพอากาศ
ในโอกาสต่อมาเมื่อมีการพิจารณางบประมาณการป้องกันประเทศของกองทัพอากาศ

ติดต่อ : www.wingsofsiam.pantown.com (เจ้าบ้าน ) [ 14 ธ.ค. 52 9:37 ]

http://www.oknation.net/blog/chatsha/2009/11/21/entry-1

วันเสาร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2552

ฮือฮา... เสื้อแดงแฉแผนลับ...! เส้นทาง F16 ลอบ สังหาร... "ทักษิณ" ... !
Posted by น.ส.คะน้า



"เผยพื้นที่สังหาร พ.ต.ท.ทักษิณฯ"


ชื่อกระทู้นี้กระแทกตาอย่างแรงค่ะ ส่วนเนื้อเรื่องก็ไม่คิดว่าจะมีคนเอามาลงด้วย ก่อนหน้านี้ได้ยินแค่
คุณสุเทพ พูดถึงเรื่องที่ไม่อนุญาตให้เครื่องบินของแม้วบินผ่านน่านฟ้าไทย ไม่อย่างงั้นจะส่ง F16
ไปประกบบังคับจอด อะไรประมาณนั้น ซึ่งจริงๆก็น่าจะเป็นวิธีบังคับตามสากล เพราะไม่ว่าเครื่องบินสัญชาติใด
จะบินเข้าน่านฟ้าประเทศเราก็ต้องขออนุญาติ ซึ่งวิธีนี้ไม่เฉพาะแค่น่านฟ้าแต่รวมไปถึงน่านน้ำด้วย
ดังนั้น.. ที่รบ.ออกมาให้สัมภาษณ์ ก็น่าจะเป็นแค่บอกถึงหลักวิธีสากล ซึ่งบ้านไหนเมืองไหนเขาก็ทำกัน


แต่.... โบราณเขาว่าไว้..

ไม่มีไฟ ก็ไม่มีควัน.... ถ้าเราอคติมากไป มันอาจจะบดบังความจริง (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกนี้มันจะมีคนพูดจริงเป็นไหม)
เชื่อไม่เชื่อก็ลองวิเคราะห์กันดูนะคะ


และนี่คือบทความที่เสื้อแดงเอามาเผยแพร่ค่ะ
(ไม่มีตัดเลยสักคำ อ่านแล้วอย่าสะดุ้งล่ะกัน... )




อีนี่มันเลวได้ใจจริงๆ

มันสั่งให้ตาเฟื่อง..ผบ.ทอ. นำเครื่องบินรบ F-16 ADF รุ่นล่าสุดของเมืองไทยบินขึ้นจาก กองบินทางยุทธวิธีที่ 1
ฝูงบินรบที่102 จังหวัดนครราชสีมาจำนวน 4ลำพร้อมติดจรวดหัวรบยิงระยะไกลสุดเส้นขอบฟ้าไปรอที่
สนามบินอู่ตะเภาก่อนหน้าแล้ว ส่วนทางภาคใต้ใช้กองบินที่ 7 ฝูงบินรบที่701 จังหวัดสุราษฏร์ธานี F-5E
เป็นตัวสกัดกั้นการหลบหนี


จรวดที่ใช้ชื่อ ARAM ซึ่งมีใช้ในเมืองไทยเพียง 8 ลูก หายไป 2 ลูก (อเมริกาไม่ยอมขายให้มากกว่านี้)
สมรรถนะของจรวดประเภทนี้เท่าที่ทราบ ใช้ยิงเป้าหมายจากอากาศสู่อากาศควบคุมด้วยเรด้าของ
เครื่องบินหรือดาวเทียม ได้ด้วยระยะหวังผลสุดเส้นขอบฟ้า เป็นขีปนาวุธที่มีอนุภาพระดับหนึ่งของโลก
เช่นกันจากการจัดหา กองทัพอากาศไทยได้ทำการร้องของการขาย AIM-120C-5 AMRAAM
ซึ่งเป็น
ขีปนวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลางจากสหรัฐอเมริกา พร้อมๆกับคำร้องขอของกองทัพอากาศสิงคโปร์

แต่ทั้งนี้นโยบายของสหรัฐอเมริกาคือไม่ต้องการให้การขายอาวุธของสหรัฐ เป็นการเพิ่มการแข่งขัน
สะสมอาวุธ หรือทำให้ดุลภาพทางทหารของภูมิภาคเสียไป โดยในขณะที่ภูมิภาคอาเซียนไม่มีจรวดนำวิถี
พิสัยกลางอยู่ในประจำการ สหรัฐจึงขอให้เก็บ AMRAAM ของกองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์ไว้ที่
ฐานทัพอากาศของสหรัฐ







ต่อมาเมื่อกองทัพอากาศมาเลเซียจัดหาขีปนวุธอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง R-27 จากรัสเซียได้สำเร็จ
สหรัฐจึงมอบ AMRAAM ของกองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์มาเก็บไว้ที่ประเทศไทยและสิงคโปร์
ตามลำดับ ซึ่ง F-16ADF นับเป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกของกองทัพอากาศไทย ที่มีความสามารถ
ในการโจมตีในระยะเกินสายตา (Beyond Visual Range: BVR)

นั่นหมายถึงว่ายุทธวิธีสกัดกั้น........ใช้ประกบข้าง2ลำ...นำหน้า1ลำ...ปิดท้าย1ลำ ตามแบบยุทธวิธีการบิน
บังคับให้ลงหรือ เมื่อเข้าเขตน่านฟ้าทางทะเลของไทยหรือสากล ก็ยิงด้วยจรวด AMRAAM ระเบิด
กลางอากาศจมทะเลหาชิ้นไม่เจอ ซึ่งการสกัดกั้นนั้น ใช้อาวุธปืนประจำเครื่องบินก็พอเพียงแล้ว..
และโดยรู้ว่าจะสกัดเครื่องบินโดยสารที่ไม่มีอาวุธ!!!!!!!!!!!






เราไม่มีความรู้ด้านอาวุธ เขียนผิดถูกโปรดอภัยด้วย แต่ที่แน่ๆมันเจตนาฆ่าทิ้งด้วยจรวด.............
...........เห็นเครื่องสังหารและแผนการสังหารทางอากาศ.....
.............นี่หรือทหารไทยผู้เก่งกล้าสามารถ กับคนมือเปล่า......โฮ่ หน่อยซิครับ
..............สดุ้งตื่นพอดี พี่ลูกชาวนาไทยปลุกดื่มกาแฟ...อ้าวฝันไปนี่หว่าเสียดายยยยยยอิอิอิอิ.......

............... จบ ...............

(ถ้าอยากอ่านทัศนะของเสื้อแดงจากกระทู้นี้... ก็คลิก Link โลด..)

V
V









เอาล่ะๆๆ เสื้อแดง .... จริงๆก็ไม่รู้นะว่าไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน แต่ขอชมเลยว่าอ่านแล้วระทึกใจเป็นบ้า....
แต่มีเรื่องสงสัยใคร่รู้ อยากฝากเพื่อนพองพี่น้องแดงตอบคำถามนิดนึงค่ะ แต่ก่อนอื่น... ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า
ไม่ได้ประชด ถามด้วยความไม่รู้และไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไม ทั้งรบ. ทั้งกองทัพ หรือสตรีที่พวกคุณใช้สรรพนามว่า
"อี" (เรื่องนี้ขอสุดท้าย) มีเหตุผลอะไรที่ต้องใช้วิธีบ้าระห่ำขนาดนั้น ??

1. น่านฟ้านี้ ก็เป็นของไทย เครื่องบินรบ ก็เป็นของไทย เพราะฉะนั้น.... ถ้าเกิดเรื่องจริงๆ ให้แมวมันเดา
มันก็รู้ว่าคนสั่งการก็ต้องเป็น "คนไทย" มันไม่ปัญญาอ่อนไปหน่อยเหรอ ถ้าจะฆ่าแม้วแบบอลังการงานสร้าง
แถมเข้าเนื้อตัวเองขนาดนี้ บ้าไปแล้ว....




2. ทำไมต้องลงทุนทรัพยากรมากมายขนาดนั้น ค่าน้ำมันเอาเครื่องบินขึ้นก็เป็นแสนแล้ว ไหนจะระเบิดลูกนึง
ก็แพงโคตร ไหนๆก็จะเสียเงินตั้งมากมาย ทำไมไม่รอให้เฮียแกลงมาเดินดิน แล้วเอาเงินที่ว่านั่นไปจ้าง
ทหารเขมรให้ยิง M79 ใส่หัวมัน แค่นี้ไม่ง่ายกว่าเหรอคับพี่...??

เพราะนอกจากจะเบี่ยงเบนผู้สั่งการได้บ้างแล้ว ยังโบ้ยให้เป็นเรื่องความขัดแย้งภายในเขมรเองได้อีก
ดีไม่ดี อาจทำให้เสื้อแดงโกรธเคืองเขมร ที่มาฆ่าท่านพ่อ แล้วหายบ้าเชียร์เขมร หันกลับมาสนับสนุน
รัฐบาลบ้านเกิดตัวเองสักที


โห... มีแต่บวกกับบวก ... !!



3. ไอ้ที่ลือๆกันนักหนาว่าจะมีคนนู้น คนนี้จ้างฆ่าแม้วน่ะ .... ไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้ามีคนคิดทำจริงๆคงไม่รอดแล้วล่ะ
กะอีแค่มีทีมบอดี้การ์ดระดับโลก มีคนคุ้มกันเป็นแผง แล้วไอ้คนพวกนั้นมันไม่ใช่คนหรือไง โดนระเบิด
โดนลูกปืนมันก็ตายเหมือนกันนั่นแหละ มันจะไม่มีเผลอเรอกันบ้างหรือไง... ลองคิดดูดิ

แล้วอีกอย่าง เฮียแม้วแกก็ไม่ค่อยระวังตัว เดินเที่ยวโน้นเที่ยวนี่อย่างเปิดเผย ญาติของผู้เขียนไปเที่ยวดูไบ
สองครั้ง ก็เจอแกในห้างทั้งสองครั้งเหมือนกัน ยังกลับมาเล่าให้ฟังว่า เฮียเดินสบายใจ เหมือนชมสวนหน้าบ้าน
ถ้ามีคนปองร้ายจริงๆ ป่านนี้พวกพี่แดงคงได้ทำพิธีลอยอังคารไปแล้วล่ะ

.. แล้วยั่งงี้... จะให้ขับเครื่องบินขึ้นไปยิงเครื่องบินทำบ้าอะไร .. ???


สุดท้าย....

มีคนไทยตั้งมากมายที่คิดต่างจากพวกคุณ ซึ่งก็มีทั้งคนธรรมดา และคนที่ "ไม่ธรรมดา" และแน่นอน
เราไม่เถียงหรอกว่าเคยได้ยินข่าวทำนองนี้ อย่าลืมว่าเป้าหมายที่พวกคุณกำลังโจมตี เป็นสิ่งที่พวกเรา
ทั้งรักและเทิดทูนบูชา พ่อแม่ปู่ย่าของเรากราบไหว้ เรากราบไหว้

ถึงแม้วันนี้.... จะมีคนหลงอำนาจ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ทำตัวเหิมเกริมก้าวร้าว และทุกครั้งที่เขาแสดงอาการ
ลบหลู่ดูหมิ่นออกมา คนธรรมดาๆอย่างเราอาจจะแค่เสียใจ แค่ปวดร้าว... แต่คนอีกกลุ่ม
ซึ่งอาจจะเคยดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา เคยสาบานว่าจะปกป้องและเทิดทูนด้วยชีวิต
เขาก็คงอยากจัดการให้เรื่องนี้ "จบ" ไป
Question

แต่ทำไมเขาไม่ทำ..... มีอะไรฉุดรั้งไว้....

หรือบางที เป้าหมายที่พวกคุณกำลังจ้องทำลาย เรียกขานอย่างดูหมิ่น ด้วยความไม่เคารพ
อาจจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิ่งเดียว ที่กำลังช่วยปกป้องชีวิตของทักษิณไว้ เพียงเพราะ .....
"ไม่อยากเห็นคนไทย ฆ่ากันเอง"
ก็ลองคิดดู




(แล้ว... มันจะคิดได้ไหมว้า...??)

ที่มา : http://www.thaifreenews.org

ก็ไม่แน่เสมอไป Twisted Evil

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1287567642&grpid&catid=01

วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:40:07 น. มติชนออนไลน์


โอ๊ค-เอม-อิ๊ง เผยผลัดกันเยี่ยมพ่อแม้วคนละเดือน บอกทักษิณแข็งแรงดี ห่วงน้ำท่วม

เว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค. มูลนิธิไทยคม ร่วมกับนานมีบุ๊คส์ แถลงข่าว
“52 หนังสือดี พี่ให้น้อง” ในโครงการ อ่านสนุก สุขใจ ได้ปัญญา โดยมอบหนังสือดี 52 เล่มและตู้หนังสือ
รวมถึงสมุดบันทึกการอ่านให้กับ 100 โรงเรียนที่ขาดแคลน โดยมุ่งหวังให้เด็กไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ 3 พี่น้อง โอ๊ค-พานทองแท้ เอม-พินทองทา และอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร กรรมการมูลนิธิไทยคม
สุวดี จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมี บุ๊ค จำกัด และคิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการมูลนิธิ
หนังสือเพื่อเด็ก ร่วมแถลงข่าวที่ อาคารนานมี บุ๊คส์ ซอยสุขุมวิท 31 พินทองทาให้สัมภาษณ์ถึงโครงการนี้ว่า
ความจริงโครงการนี้พ่อไม่ทราบ แต่เราแจ้งว่า อยากทำและพ่อก็สนับสนุนและพ่อเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิไทยคม
ขณะที่โอ๊คกล่าวว่า ท่านไม่ได้ให้ข้อเสนอแนะอะไร แต่พ่อได้ปลูกฝังให้เรารักการอ่านมาตั้งแต่เด็กและ
โครงการนี้เป็นโครงการที่พวกเราพี่น้องทำร่วมกันครั้งแรก เมื่อถามถึงความพยายามของฝ่ายการเมือง
ที่จะสร้างความปรองดอง โอ๊คกล่าวว่า ความปรองดองเป็นสิ่งที่ดี ถ้าดีกับทุกฝ่าย ขณะที่เอม พินทองทา
กล่าวเสริมว่า ในภาพใหญ่เรา ก็อยากให้คนไทยรักกัน ไม่ว่าจะคิดต่างกันหรือคิดเหมือนก็รักกันก็ได้
มีความสามัคคีดีกว่า ทุกประเทศก็อยากให้คนไทยรักกันคือภาพรวม แต่ในภาพย่อยในมุมที่เราเป็นลูก
ถามว่าชีวิตมีผลกระทบไหม ก็มี ส่วนแรงกดดันก็มีเยอะ แต่เราก็พยายามบริหารสิ่งที่เราเจอ รวมถึง
ความเครียดต่างๆ ให้พอสำหรับการทำงานหรือทำอะไรต่อไปในชีวิต ไม่ใช่หยุดรออะไรสักอย่างจะเกิดขึ้น
แต่เราต้องเดินหน้าต่อไป ชีวิตต้องดำเนินต่อไป เมื่อถามถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
พินทองทากล่าวว่า คุณพ่อแข็งแรงดี คุยติดต่อกันทุกวัน คุณพ่อก็คิดถึงคนไทยทุกคนและยังฝากบอกว่า
ห่วงพี่น้องที่น้ำท่วม ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองไทยก็รับทราบ และแสดงความเป็นห่วงมาถึงพี่น้องทุกคน
ส่วนเรื่องการเมืองไม่ค่อยได้คุยกัน จะคุยแต่เรื่องพ่อลูกมากกว่า สามพี่น้องกล่าวด้วยว่า ตกลงกันไปเยี่ยมพ่อ
คนละครั้ง เดือนหนึ่งผลัดกันไป เหมือนทำให้คุณพ่อแฮปปี้ เพราะเขาคิดถึงคนในครอบครัว ถ้าไปพร้อมกัน 3 คน
ก็จะเล่นกันสนิทกัน แต่พอหายไปทั้ง 3 คน พ่อจะเหงาเลยจึงต้องผลัดกันไปทีละคน เวลาผ่านไปเร็ว
ทุกอย่างที่ทำให้ผ่านมาได้คือ ครอบครัว ทุกคนช่วยกันและรักกัน ทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ ไม่อย่างนั้น
ผ่านไม่ได้เลยถ้าไม่มีครอบครัว


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri Oct 22, 2010 10:49 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปูตินชมการทดสอบสมรรถนะเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Oct 22, 2010 10:11 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1287495969&grpid=00&catid=

วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 11:12:43 น. มติชนออนไลน์

เปิดความรู้สึกแม่นักบินเอฟ16ผ่านจม. "ใจสลาย"เศษเหล็ก
พรากลูกรัก ภริยาสาวช็อค! เพิ่งแต่งงานมาแค่4เดือน


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม กองทัพอากาศ ได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130) นำร่าง
เรืออากาศเอกฐานิกร เหลืองรุ่งวารี หรือ กัปตันเบิร์ด นายทหารนิรภัยการบิน ฝ่ายยุทธการ
ฝูงบิน 403 กองบิน 4 จ.นครสวรรค์ ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินขับไล่แบบที่ 19 (F-16A) ตก
ที่ อ.บ้านตาก จ.ตาก ขณะฝึกซ้อมบินกับเพื่อนอีก 3 ลำ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา จากกองบิน 46
พิษณุโลก มายังท่าอากาศยานกองบิน 6 ดอนเมือง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา
ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กรุงเทพฯ



จากนั้น ในเวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้ประกอบพิธีพระราชทาน
น้ำหลวงอาบศพ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
พร้อมด้วย พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และภริยา รวมถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่
ที่มาร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ของบรรดาญาติพี่น้อง เพื่อนร่วมงาน
และผู้บังคับบัญชา และบุคคลอื่นๆ ซึ่งเดินทางมาร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจให้กับครอบครัว
นักบินรบผู้กล้าเป็นครั้งสุดท้าย อย่างสมเกียรติ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพ นายเทอดชัย และนางตรีรักษ์ เหลืองรุ่งวารี
บิดาและมารดาของ ร.อ.ฐานิกูร ได้ร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา จนมีดวงตาที่แดงก่ำและบอบช้ำเป็นอย่างมาก
ขณะที่ นางกัญนิชา เหลืองรุ่งวารี ภรรยา ร.อ.ฐานิกร ก็มีสีหน้าอิดโรย รวมถึงมีหยดน้ำตาคลอไม่ได้หยุด
นางตรีรักษ์ มารดา ของ ร.อ.ฐานิกร ให้สัมภาษณ์ผูสื่อข่าวมติชนออนไลน์ทั้งน้ำตาว่า

ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นกับบุตรชายของตนเอง เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม
ที่ผ่านมา ร.อ.ฐานิกร ยังโทรศัพท์มาหาตนเอง และพูดคุยถึงสารทุกข์สุขดิบเหมือนที่ทำเป็นประจำ
อยู่เสมอ ทั้งยังบอกให้ตนดูแลรักษาสุขภาพให้ดีด้วย เนื่องจากมีอายุมากแล้ว และไม่ได้อยู่ด้วยกัน
เนื่องจากครอบครัวพวกตนเป็นชาวจ.กาญจนบุรี ส่วน ร.อ.ฐานิกร ไปปฏิบัติภารกิจที่นครสวรรค์
นานๆ ทีถึงจะได้เจอกัน แต่โทรศัพท์คุยกันตลอดเวลา
นางตรีรักษ์ กล่าวด้วยน้ำเสียง
และแววตาที่แสดงออกถึงความปวดร้าวจากการสูญเสียในครั้งนี้ว่า มีลูกทั้งหมด 3 คน
ร.อ.ฐานิกร เป็นคนโต
ซึ่งเขาใฝ่ฝันที่จะรับราชการทหารอากาศมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
จึงพากเพียรและมุ่งมั่นจนสามารถเข้ามาเป็นทหารอากาศได้อย่างสมใจ ตลอดเวลา
ลูกชายเป็นคนขยันและเป็นที่รักของทุกๆ คนเนื่องจากเป็นคนเรียบร้อย สุขุม รอบคอบ
เและรักครอบครัวมาก ที่ผ่านมาก็คอยรับผิดชอบดูแลน้องๆ อยู่เสมอมา
และการไปปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้งก็จะโทรมาเล่าให้ตนฟังต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร


พ่อและแม่ ของ ร.อ.ฐานิกร

แม่ของ กัปตัน เบิร์ด
ยังเผยอีกว่า ทราบมาจากเพื่อนๆ ของ ลูกชายว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุ มีคนเห็นไฟลุก
ที่ท้ายเครื่องบินลำดังกล่าว และคำพูดสุดท้ายของเขา คือ อากาศปิดมาก ก่อนจะสัญญาณขาดหายไป
กระทั่งเครื่องบินมาตกดังกล่าว ไม่คิดเลยจะเป็นอย่างนี้ เพราะลูกชายเคยพูดไว้ว่า เขาจะรู้ว่าเครื่องบิน
เกิดอะไรขึ้น ถ้าดูท่าไม่ค่อยดี และจะรีบดีดตัวออกมาจากเครื่องเลย เขาไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยงกับตรงนี้
แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไร ทำไมครั้งนี้เขาถึงไม่ทำ

"ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายขึ้น แม่ตากระตุกไม่หยุด รู้สึกใจคอไม่ดีอยู่แล้ว ประกอบกับ
ก่อนหน้านี้ เบิร์ด เขาเล่าให้แม่ฟังว่า เกือบซวยทำเครื่องบินตกแล้ว เพราะสภาพอากาศ
ไม่ดีเอามากๆ ส่วนเครื่องเอฟ 16 ที่เขาขับฝึกซ้อมบ่อยๆ แม้จะเป็นเครื่องบินที่ดีที่สุด
แต่ก็มีสภาพที่ค่อนข้างเก่าอยู่พอสมควร ซึ่งแม่ก็ได้แต่บอกให้เขาระมัดระวังให้ดีเวลา
ปฏิบัติภารกิจ แต่ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ พอได้รับข่าวร้ายแม่ถึงกับจะขาดใจเลยทุกครั้ง
ที่ดูข่าวทางโทรทัศน์ที่รายงานเครื่องบินตกที่นั่นที่นี่ แม่ก็น้ำตาไหลอาลัยเศร้าไปด้วย
แต่ไม่คิดเลยว่าจะถึงคราวของลูกตัวเอง แทนที่ลูกจะมาเผาแม่ กลับกลายเป็นแม่
ที่ต้องมาเผาศพลูก"
นางตรีรักษ์ เผยทั้งน้ำตาพร้อมกับสะอึกสะอื้น

อย่างไรก็ตาม นางตรีรักษ์ ยังได้หยิบกระดาษจดหมายที่เขียนถึงความรู้สึกในใจทั้งหมด
ถึง ร.อ.ฐานิกร เมื่อคืนวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังรู้ว่า ลูกชายเสียชีวิตให้กับผู้สื่อข่าวอ่าน
โดยมีข้อความดังนี้


"ทุกครั้งที่มีข่าวเครื่องบินตก นักบินเสียชีวิต แม่นั่งดูทีวี เห็นคนเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง
เพื่อนๆเสียใจ หัวใจแทบแหลกสลาย แม่ก็น้ำตาไหล พลอยหัวใจแม่ก็แทบสลายไปด้วย
เพราะแม่เข้าใจดีหัวอกของพ่อและแม่ผู้สูญเสีย แต่มาครั้งนี้ มันเป็นหัวใจของแม่เอง
ที่แหลกสลาย แม่ต้องมารับลูกรักของแม่ที่เหลือเพียงเศษชิ้นส่วน แม่สงสารลูกรัก
ของแม่เหลือเกิน ลูกรักของแม่ หัวใจของคนเป็นแม่อีกกี่คนที่จะต้องสูญเสียและสลาย
เพราะเศษเหล็กพวกนี้ที่มันพรากลูกรัก คนรัก เพื่อนรักของพวกเราไป เพราะว่า
มันเป็นเศษเหล็กมันไม่ใช่เครื่องบิน แม่สงสารลูกของแม่เหลือเกิน นี่หรือชีวิตของนักบิน
ในประเทศของเรา เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้น
กี่ปีก็ยังเหมือนเดิม สูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า หัวอกของแม่ที่แตกสลายและสูญเสีย
ลูกรักของแม่ แม่พยายามเข้มแข็งแล้วนะลูกรัก"



ด้านนายเทอดชัย บิดา ร.อ.ฐานิกร ซึ่งเศร้าโศกเสียใจไม่ต่างกันทุกครั้งที่มีเพื่อนๆ ญาติๆ เข้ามาสอบถาม
ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เผยว่า เพิ่งคุยกับลูกชายเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมานี่เอง
ซึ่งน้ำเสียงเขาก็ปกติเหมือนที่คุยๆ ทั่วไป เราไม่คิดว่าเขาจะไปเร็วขนาดนี้ ลูกชายเป็นคนดี
ดีมาก เป็นเสาหลักของครอบครัว เขาพยายามพากเพียรตั้งใจเรียนหนังสือและสอบเข้า
โรงเรียนนายร้อยเพื่อมาเป็นทหารอากาศมากๆ ซึ่งต้องถือว่า เป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัว
ของตนเองที่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน
ประมาณ 20 คน ในบรรดาญาติพี่น้อง หรือตระกูลของตนไม่มีใครรับราชการทหารเลย
มีแต่ ร.อ.ฐานิกรเท่านั้น ที่โดดออกมา ใจจริงก็รู้ว่า อาชีพนี้มันเสี่ยง แต่นั่นเป็นอาชีพที่เขารัก
รู้สึกภาคภูมิใจที่ลูกชายตายในหน้าที่ แต่ก็เสียใจที่บุคคลอันเป็นที่รักอย่างลูกเราต้องจากไปเร็วมากๆ

ขณะที่ นางกัญนิชา หรือ แป้ง ภรรยากัปตันเบิร์ด ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกใจหายกับการจากไป
ของสามีมาก ทั้งที่ก่อนหน้าที่สามีจะขึ้นบินยังโทรศัพท์คุยกันอยู่เลย เนื่องจากตนอยู่กรุงเทพฯ
และร.อ.ฐานิกรอยู่นครสวรรค์ ต้องไปปฏิบัติภารกิจ ทั้งนี้ ตนและร.อ.ฐานิกร เพิ่งจะเข้าพิธีสมรส
กันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง หลังจากบ่มเพาะความรักที่มีต่อกันมายาวนานถึง 7 ปี
ที่ผ่านมา สามีเป็นคนดี อ่อนโยน นุ่มนวล นิ่งๆ เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งสามีอายุ 31 ปี ส่วนตน อายุ 27 ปี
ไม่มีใครคาดคิดว่า จะมาด่วนจากไปเร็วขนาดนี้ แต่ตนก็ต้องเข้มแข็งต่อไป


นางกัญนิชา เหลืองรุ่งวารี ภรรยา

ส่วน พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า การเสียชีวิตของร.อ.ฐานิกรถือว่า
เป็นการเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการจึงจะมีการปูนบำเหน็จความชอบ 7 ขั้น
โดยจะได้รับพระราชทานยศ นาวาอากาศเอกและจะได้รับเงินตอบแทนจำนวนกว่า 2 ล้านบาท
ตามสิทธิกำลังพลที่จะได้รับ พร้อมให้การช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งอุบัติเหตุเครื่องบินเอฟ 16 ตกครั้งนี้
ถือเป็นครั้งแรกจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจมาก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุอย่างนี้มาก่อน
ทั้งนี้กองทัพอากาศยืนยันว่า สมรรถนะของเครื่องบินเอฟ 16 ลำดังกล่าวยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
และสามารถใช้งานได้อีกพอสมควร เนื่องจากเครื่องบินใช้งานมาเพียง 14 ปี ซึ่งถือว่าไม่มาก
อีกทั้งเรายังมีการบำรุงรักษา ตรวจสอบสมรรถนะตามวงรอบ โดยตลอด รวมถึงนักบินที่บิน
ก็ถือเป็นนักบินฝีมือดี ดังนั้นขณะนี้จึงต้องรอการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงจากคณะกรรมการ
นิรภัยการบินเสียก่อน



พล.อ.ต.มณฑล กล่าวอีกว่า จากเหตุการเสียชีวิตของนักบินที่เกิดขึ้นผบ.ทอ.ได้สั่งการให้มีการจัดพิธี
อย่างสมเกียรติ และดูแลให้ความสะดวกกับครอบครัวอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ผบ.ทอ.ยังสั่งกำชับให้นักบิน
และทุกภาคส่วนมีความรอบคอบ ระมัดระวัง และปฏิบัติตามคู่มือการบินอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามจาก
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ขณะนี้เราไม่ได้สั่งระงับการบินของเครื่องบิน เอฟ 16 แต่อย่างใด และขณะนี้ยังให้มี
การบินตามปกติ แม้นักบินอาจมีความเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่นักบินทุกคนถูกสอนมาให้พร้อม
รับความกดดันอยู่แล้ว ขณะที่ทางกองทพอากาศ จะเป็นเจ้าภาพจัดพิธีบำเพ็ญกุศลร่วมกับเจ้าภาพเป็นเวลา 3 วัน
ถึงวันที่ 21 ตุลาคม นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊ก ส่วนตัวของ ร.อ.ฐานิกรนั้น
ได้มีการเขียนข้อความไว้ตรงหน้าโปรไฟล์ส่วนตัวว่า "ทำบุญวันนี้ 10-10-10 10:10
ที่วัดเทพมงคล กับภรรยาที่รัก สบายใจจริงๆ" ซึ่งในรูปที่โชว์อยู่นั้น เป็นรูปแต่งงานของ
ร.อ.ฐานิกร กับ นาง กัญนิชา ซึ่งเพิ่งจะเข้าพิธีสมรสกันไปเมื่อ วันที่ 10 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านนี่เอง
ขณะที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของ นางกัญนิชา ก็มีการลงรูปถ่ายซึ่งเป็นรูปคู่ของทั้งสองคน เอาไว้อีก
จำนวนหลายรูปด้วย







สำหรับประวัติของ ร.อ.ฐานิกร เหลืองรุ่งวารี เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2522 อายุ 31 ปี เป็นชาวอ.เมือง
จ.กาญจนบุรี เตรียมทหารรุ่น 10 นายเรืออากาศรุ่น 47 สาขาวิศวกรรมอากาศยาน ศิษย์การบินรุ่น 115
ตำแหน่งปัจจุบันคือ นายทหารนิรภัยการบิน ฝ่ายยุทธการ ฝูงบิน 403 บน. 4 ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุ
เสียชีวิตดังกล่าว
*หมายเหตุ : ภาพถ่ายคู่กันระหว่าง ร.อ.ฐานิกร และ นางกัญนิชา เหลืองรุ่งวารี
ทั้งหมด นำมาจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของทั้งคู๋


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1287381323&grpid=10&catid=19
วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:00:52 น. มติชนออนไลน์




ซากเอฟ16

ผบ.การกองบิน 41 ระบุอากาศปิดนักบินหลงสาเหตุ"เอฟ16"
พุ่งชนเขาไฟลุกท่วม! "ร้อยเอก" ดับคาที่


ผบ.การกองบิน 41 ระบุอากาศปิดนักบินหลงจึงเกิดอุบัติเหตุเอฟ 16 พุ่งชนเขา ระเบิดไฟลุกท่วม
ร.อ.เสียชีวิตคาที่ ภายหลังนักบินนำเครื่อง 4 ลำทะยานขึ้นจากกองบิน 4 ตาคลี มุ่งหน้าไปยัง
กองบิน 41 รวม 4 ลำ แต่หายไปจากจอเรดาห์ 1 ลำ กระทั่งพบประสบอุบัติเหตุในที่สุด ทอ.
ยังมึนสาเหตุตก เผยเป็นลำแรกในฝูงบินรบชุดนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบจากสถานการณ์เครื่องบินเอฟ 16 ของกองทัพอากาศเกิดประสบอุบัติเหตุ
พุ่งชนภูเขา พื้นที่หมู่ 9 บ้านเด่นไม้ซุง ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา
ทหารอากาศกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ กองบินที่ 46 จังหวัดพิษณุโลก และกองบิน 4 จังหวัดนครสวรรค์
จะลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 4
ค่ายวชิรปราการ และตำรวจภูธรจังหวัดตาก เพื่อสืบค้นหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งเกี่ยวกับอุบัติเหตุ
เครื่องบิน เอฟ 16 ตก เวลา 09.00 น.วันที่ 19 ตุลาคม
น.อ.ประยูร ธรรมาธิวัฒน์ ผบ.การกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่
เปิดเผยว่า เครื่องบินที่ตกเป็น 1 ใน 4 ลำที่ได้ออกบินจากกองบิน 4 จ.นครสวรรค์ ที่ทำการฝึกบิน

แต่เมื่อบินไปถึงจุดที่ตก สภาพอากาศปิด ทำให้นักบินหลง จึงทำให้นักบินเกิดประสบอุบัติเหตุ ส่วนที่เหลือ
อีก 3 ลำ ปลอดภัย
เครื่องบินขับไล่แบบเอฟ 16 ของกองทัพอากาศ พุ่งชนภูเขา ระเบิดไฟลุกท่วมทั้งลำ
บริเวณ ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก เมื่อสายวันที่ 18 ตุลาคม ขณะที่ ร.อ.ฐานิกร เหลืองรุ่งวารี นักบินสังกัด
ฝูงบิน 403 กองบิน 4 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหตุการณ์เครื่องบินรบประสบอุบัติเหตุตกครั้งนี้ เปิดเผยขึ้น
เมื่อเวลา 10.00 น. โดย พ.ต.ท.ดนัย สมานไทย พนักงานสอบสวน (พงส.) สภ.แม่สลิด ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก
ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตุเครื่องบินชนภูเขา บริเวณดอยจม หมู่ที่ 9 บ้านเด่นไม้ซุง ต.แม่สลิด จึงรายงาน
ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชฎิล พรหมไพบูลย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด
(รอง ผบก.ภ.จว.) ตาก, นายวาทิต ปัญญาคม ป้องกันจังหวัดตาก นายสุชีพ รัตนสมบัติ ผบ.ร้อย อส.จ.ตาก
นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัคร (อส.) และหน่วยกู้ภัยออกไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ อยู่ห่างจาก
ถนนพหลโยธิน หมายเลข 1 ไปทางบ้านเด่นไม้ซุง-บ้านหนองกระทุ่ม ประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้า
จากริมถนนเข้าป่า และไต่ยอดเขาใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนซากเครื่องบินรบ เอฟ 16 กระจายเกลื่อน ชิ้นเล็กชิ้นน้อยรอบบริเวณรัศมี 100 เมตร
ขณะที่จุดที่เครื่องบินพุ่งชนภูเขา เป็นหลุมลึกประมาณ 4-5 เมตร ต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นหักโค่นกว่า 10 ต้น
เจ้าหน้าที่ตรวจพบชิ้นส่วนและเศษอวัยวะมนุษย์กระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อยู่บนพื้นดินและ
ตามยอดไม้ ห่างจากจุดตกไปทางยอดเขาประมาณ 80 เมตร พบปีกเครื่องบิน มีตัวเลข 9002 และ
สัญลักษณ์รูปงูเห่า ใกล้กันยังพบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ และพบป้ายชื่อ ระบุชื่อ ฐานิกร เหลืองรุ่งวารี

พ.ต.อ.ชฎิล รอง ผบก.ภ.จว.ตาก ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กันประชาชนที่ทราบข่าวมาดูซากเครื่องบินรบ
ไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่ รัศมี 200 เมตร ห้ามจุดไฟสูบบุหรี่ เนื่องจากมีกลิ่นน้ำมันเครื่องบินคละคลุ้งอยู่
และเครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องบินรบ พบชิ้นส่วนอาวุธ และลูกกระสุนปืนตกเกลื่อนทั่วบริเวณ

นายสมศักดิ์ พฤกษ์ไพบูลย์กิจ อายุ 37 ปี สมาชิก อบต.แม่สลิด อยู่บ้านเลขที่ 133/2 หมู่ 9 ต.แม่สลิด
เปิดเผยว่า เห็นเครื่องบินรบเอฟ 16 จำนวน 2 ลำ บินไล่กันมา เครื่องบินลำแรกบินในความสูงเหนือกลุ่มเมฆฝน
ขณะที่ลำเกิดเหตุนั้นบินต่ำกว่า มีลักษณะบินโคลงไปมา ยังมีชาวบ้านหลายคนที่เห็นเหตุการณ์เช่นเดียวกับตน
ยังบอกกันว่า สงสัยเครื่องบินลำนี้ตกแน่ๆ เพียงไม่กี่วินาทีก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน เครื่องบินลำนี้พุ่งชนเข้ากับ
ภูเขาอย่างจัง พร้อมกันนั้นมีเสียงระเบิดดังกึกก้อง เปลวเพลิงสูงขึ้นเหนือยอดไม้หลายสิบเมตร สามารถ
มองเห็นได้จากระยะไกล

นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่า เครื่องบิน เอฟ 16 ขับมาจากฐานบินตาคลี
จ.นครสวรรค์ มาด้วยกัน 2 ลำ มุ่งหน้าจะไปฐานที่ จ.เชียงใหม่ ขณะนี้กำลังประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่
ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบ พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า กองทัพอากาศได้รับรายงานว่า
เมื่อเวลา 09.30 น. เครื่องบินขับไล่แบบ เอฟ 16 จำนวน 4 เครื่องได้ขึ้นบินจากกองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
ตามภารกิจเดินทางไปกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ซึ่งระหว่างการเดินทางเวลาประมาณ 10.00 น. ปรากฏว่า
เครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์ 1 เครื่อง ขณะที่อีก 3 เครื่องถึงที่หมายอย่างปลอดภัยจึงได้ทำการค้นหา
จนกระทั่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.แม่สลิดว่าพบอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่บริเวณบ้านเด่นไม้ซุง
ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก

พล.อ.ต.มณฑลกล่าวว่า รายงานล่าสุดเจ้าหน้าที่ค้นหาได้พบชิ้นส่วนของ ร.อ.ฐานิกรเสียชีวิตอยู่ในเครื่องบิน
ทั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุเครื่องตก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)
ได้รับรายงานแล้วพร้อมสั่งให้คณะกรรมการนิรภัยการบินเดินทางไปตรวจสอบหาสาเหตุของเครื่องบินตก
พร้อมให้หน่วยในพื้นที่ กองบิน 46 จ.พิษณุโลก กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ และกองบิน 4 จ.นครสวรรค์ ส่งเจ้าหน้าที่ไปค้นหาและกู้ซากเครื่องบินในพื้นที่เป็นการด่วน เพื่อนำศพนักบินมาบำเพ็ญกุศลต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า อุบัติเหตุเครื่องบินเอฟ 16 ตกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของเครื่องบินเอฟ 16 ที่ประสบอุบัติเหตุ
ตกในประเทศไทย ในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีเครื่องบินเอฟ 16 ตกแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งนี้ปัจจุบันเครื่องบินเอฟ 16
ได้เข้าประจำการอยู่ในประเทศไทย 2 แห่ง คือ กองบินที่ 1 จ.นครราชสีมา ได้แก่ ฝูงบิน 102 กับฝูงบิน 103
และ กองบินที่ 4 จ.นครสวรรค์ ฝูงบิน 403 ทั้งนี้ ประเทศไทยใช้เครื่องบินเอฟ 16 ประจำการ 3 ฝูงบินจำนวน 57 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม เครื่องบินเอฟ 16 ที่ประสบอุบัติเหตุตกมาจากฝูงบิน 403 กองบินที่ 4 โดยเครื่องเอฟ 16
ได้เข้าประจำการที่กองบินที่ 4 ตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา

http://www.thairath.co.th/content/life/119762

http://www.thaifighterclub.org/webboard.php?action=detailQuestion&questionid=11677&topic=%B5%A1%C5%A7%20f-16%20%B7%D5%E8%B5%A1%E0%BB%E7%B9%A2%CD%A7%BD%D9%A7%E4%CB%B9%A4%C3%D1%BA&PHPSESSID=654d473367a5bfe9fa2fe6b82ef21257

รายละเอียด : ผมอ่านในหนังสือพิมพ์ manager บอกว่าเป็น F-16 ADF สรุปแล้วเป็นของฝูง 403 หรือ 102 ที่ขึ้นบินจากกองบิน 4 ครับหรือหนังสือพิมพ์ให้ข่าวผิด โดยคุณ : Condor ( อ่าน : 2605 / ตอบ : ) วันที่ : 2010-10-19 12:10:27

เครื่องของฝูง403 ครับ

ในความเห็นใต้ข่าวได้เข้าไปให้ข้อมูลที่ถูกต้องให้แล้วครับ เซ็ง
โดยคุณ : wingboy วันที่ : 2010-10-19 00:51:55
ผู้จัดการมั่วตามเคย
โดยคุณ : nok วันที่ : 2010-10-19 01:10:27
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000146754

ชี้ F16 พุ่งโหม่งโลกเครื่องขัดข้อง ระบุเป็นของมือสองจากสหรัฐฯ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์18 ตุลาคม 2553 16:19 น.

พิษณุโลก - คาดสาเหตุเอฟ 16 ตกที่ จ.ตาก เพราะเครื่องขัดข้อง จนพุ่งโหม่งโลก
นักบินเสียชีวิต โดยไม่ได้ชนภูเขา หรือสิ่งกีดขวาง ระบุ เป็น F16 ADF มือสอง
กองทัพอากาศไทยซื้อจาก ทอ.สหรัฐฯ เมื่อปี 43 รับมอบปี 45


แหล่งข่าวจากกองบิน 46 เปิดเผยถึงกรณีเครื่องบิน F-16 ประสบอุบัติเหตุตกที่บริเวณ
บ้านเด่นไม้ซุง ม.9 ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก หลังบินขึ้นจากฐานบิน จ.นครสวรรค์ จำนวน 4 ลำ
เพื่อฝึกบินของนักบินตามตารางการบิน จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่า เป็นเครื่องบิน
F-16 A/B (F-16 ADF = Air Defense Fighter) แบบ ADF 1 ที่นั่ง โดยฝูงบินดังกล่าวมุ่งหน้าไป จ.เชียงใหม่

สำหรับลำที่ประสบอุบัติเหตุครั้งนี้มี เรืออากาศเอก ฐานิกร เหลืองรุ่งวารี อายุ 31 ปี เป็นนักบินประจำเครื่อง
ได้บินจากฐานบินนครสวรรค์และเกิดประสบอุบัติ เนื่องจากเครื่องยนต์มีปัญหาหรือขัดข้องในระบบการบิน
ซึ่งหัวของเครื่องบินพุ่งโหม่งโลก โดยไม่ได้พุ่งชนภูเขาหรือชนสิ่งกีดขวาง ทำให้เครื่องบินแหละทั้งลำ
นักบินเสียชีวิต

ทั้งนี้ ในปี 2543 กองทัพอากาศได้จัดซื้อ F-16ADF มือสอง เป็นเครื่องสำรองราชการของกองทัพอากาศ
สหรัฐอเมริกา จำนวน 16 ลำ พร้อมอะไหล่ โดยมีการรับมอบฝูงบินชุดแรก จำนวน 5 ลำ เมื่อเดือนสิงหาคม
ปี 2545 และในเดือนตุลาคม 2545 รับมอบฝูงบินอีกจำนวน 5 ลำ และในเดือนเมษายน ปี 2546 อีก จำนวน 7 ลำ


ความคิดเห็นที่ 17
ไม่ทราบไปหาแหล่งข่าวมาจากไหนครับ
จริงๆแล้ว
เครื่องที่ตกเป็น เครื่องหมายเลข 40315 Sel.No. 90028
ซื้อมาโครงการ Peace Naresuan III F-16A Block 15OCU 12 40307/40318 1995-1996

อยู่ในฝูงบิน 403 ตาคลีจัดเป็นฝูงใหม่ที่สุดใน3ฝูงของทอ.ครับ
ส่วน F16 ADF ที่เป็นเครื่องมือสองจากสหรัฐฯ นั้นอยู่ในฝูงบิน102 ที่โคราชครับ

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ปูตินชมการทดสอบสมรรถนะเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Oct 22, 2010 11:33 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1287715691&grpid=00&catid=

วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13:47:56 น. มติชนออนไลน์

ผบ.ทบ.เตือนหยุดจาบจ้วง-ล่วงละเมิดสถาบันหันมาเทิดทูน
ชี้หากไม่มีอาจอยู่ได้ แต่ไม่เหมือนเดิม


เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยนายทหารระดับสูง
และข้าราชการกองทัพบก ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน 100 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
เนื่องในวันครบรอบ 100 ปี วันเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า เนื่องในวันปิยมหาราช ขอให้ทุกคนร่วมจิตอธิษฐาน
และขอให้บุญบารมีของพระองค์ จงปกป้องประเทศไทย ให้พ้นจากภัยทั้งปวง โดยเฉพาะภัยน้ำท่วม
ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รวมทั้งปกป้องประเทศไทย ให้มีความสงบร่มเย็น ทั้งในประเทศ และ 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า อยากให้คนไทยช่วยกันรักษากฎหมาย และปกป้องสถาบันทุกสถาบันของชาติ
โดยไม่นำมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเมือง และความขัดแย้ง พร้อมกันนี้ ขอให้คนไทยทุกคนสำนึกว่า
การที่เรามีวันนี้ได้เพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวด้วยว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันขจัดบุคคลบางกลุ่ม
ที่จาบจ้วงสถาบัน และหยุดล่วงละเมิด และหันมาเทิดทูน เพราะหากวันนี้ไม่มีสถาบัน เราอาจอยู่ได้
แต่ไม่เหมือนในวันนี้

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000150256

“ประยุทธ์” ลั่นเตรียมจับคนทำเว็บไซต์โปสเตอร์ เขียนข้อความจาบจ้วงสถาบัน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์25 ตุลาคม 2553 14:21 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ผบ.ทบ.ฮึ่มเล่นงานเฉียบ พวกจาบจ้วงล้วงละเมิดสถาบัน ทั้งคนทำเว็บไซต์
โปสเตอร์ และเขียนข้อความที่ไม่เหมาะสมระหว่างตามพื้นระหว่างก่อม็อบ
ยันเจ้าหน้าที่มีหลักฐาน รูปถ่ายครบ เตรียมดำเนินการตามจับกุมเพื่อดำเนินการ
ตามกฎหมาย บอกถ้าทำโดยไม่รู้ หรือรู้เท่าไม่ถึงการก็ขอให้ไปถาม
ผู้ปกครองหรือผู้ที่อยู่เหนือกว่าถึงพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณ
ของพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

วันนี้ (25 ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวเตือนในเรื่องของสถาบันว่า
ทุกครั้งที่มีการชุมนุมและมีการเขียนป้าย โปสเตอร์ เขียนที่พื้น ตอนนี้มีหลักฐานแล้วกำลังดำเนินการ
ในการจับกุมอยู่ ก็ขอแจ้งให้ทราบไว้เลย แล้วก็อย่ามาโอดครวญเพราะได้มีการเตือนหลายครั้งแล้ว
แล้วท่านก็ไม่สมควรที่จะทำแบบนั้นด้วย ถ้าทำไปเพราะไม่รู้ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ให้ไปถาม
ผู้ปกครองท่าน ถ้าไปถามผู้ปกครองท่านแล้วยังไม่รู้อีกก็ไปถามเหนือกว่านั้น

ทุกคนที่ผ่านมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่ารัชกาลไหนก็ตาม ประเทศไทยเกิดขึ้นด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์
และวันนี้ก็ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ ดังนั้นในเรื่องของประชาธิปไตยจะแสดงออก
โดยวิธีใดก็ตามก็อย่านำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าขบวนการล้มเจ้าที่ยังมีอยู่ขณะนี้กองทัพจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า
ขณะนี้มีการดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีอยู่แล้ว ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ต้องออกมาพูดตอบโต้เรื่องนี้
เจ้าหน้าที่ทุกส่วนคงยอมไม่ได้ในเรื่องสถาบัน ที่ผ่านมาเราพยายามทำความเข้าใจทำความชี้แจง
ให้ทุกคนนึกถึงว่าทำอย่างไรประเทศไทยถึงเดินไปได้ แล้วก็ไม่มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย
หากเรายังดื้อดึงขัดขืนหรือหาช่องว่างของกฎหมาย ที่ดำเนินการในปัจจุบัน ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมาเลย
และประเด็นสำคัญก็คือ ทั่วโลกจะมองว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่สถาบันพระมหากษัตริย์
ทำมาตลอดพระชนม์ชีพ คือ สร้างให้ทุกคนในโลกรู้จักประเทศไทย ตนคิดว่าพระองค์ท่านทำ
ได้ดีกว่าทุกส่วน อย่าลืมว่าทุกประเทศชื่นชมและอยากมาเที่ยวเมืองไทย ไม่ว่าจะในเรื่องของ
ความเจริญเติบโต การเกษตร การเลี้ยงสัตว์ ความพอเพียงอะไรต่างๆ เป็นสิ่งที่สถาบันทำมา
ตลอดพระชนม์

“ผมถามว่าแล้วท่านเป็นใคร ที่มาทำมาเขียนอายุท่านเท่าไหร่ บางทีก็เห็นมีอายุน้อยๆ ทั้งนั้น
ท่านรู้เรื่องอะไรหรือเปล่าว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ ท่านน่าจะต้องไปทบทวนตัวเอง ต้องไปถาม
ผู้ปกครองว่าเคยได้รับพระบารมีหรือเปล่า หรือถ้าไม่ได้รับคนอื่นในประเทศไทยก็ได้รับทั้งหมด
เพราะฉะนั้น อยากเรียนว่าทุกอย่างที่มีวันนี้ได้เพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังที่ได้กล่าวไว้ว่า
ประวัติศาสตร์คืออนาคต ประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นอย่างไร อนาคตก็ต้องเป็นอย่างนั้น คือ
อยู่ด้วยกันอย่างสันติ ไม่มีพวกไม่มีฝ่ายและไม่ทำความผิดไม่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมายไม่ทำให้เจ้าหน้าที่
ต้องลำบากใจ โดยเฉพาะช่วงนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เหน็ดเหนื่อยจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ท่านจะมาเอาอะไรอีกตอนนี้ ยังมาทะเลาะกันเถียงกัน ทำให้รัฐบาลข้าราชการทำงานไม่ได้ ก็หยุดๆ
กันสักพักหนึ่งก่อน รอให้น้ำหายท่วมก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่ จะได้ไม่เสียสมอง หรือต้องมาคิดกับ
เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ถ้าจะทะเลาะกันก็ไว้วันหลัง และขอย้ำว่าอย่าเอาสถาบันมายุ่งเกี่ยว และผู้ที่ทำ
ความผิดจะต้องได้รับการลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โปสเตอร์ พ่นสีที่พื้น รูปถ่ายมีครบ ก็ต้องดูว่า
เมื่อไหร่จะถูกดำเนินคดี”

ส่วนที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีเดินสายเพื่อเตรียมหารือกับทหารในเรื่อง
ความปรองดอง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กองทัพประกอบด้วยกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เพราะฉะนั้นการจะพูดหรือตกลง
ตัดสินใจอะไรก็ตามคงเป็นเรื่องของรัฐบาล โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ต่างคนต่างพูดได้

กองทัพก็เช่นเดียวกันไม่ใช่ใครในกองทัพจะพูดได้เหมือนผู้บัญชาการการทหารบก พูดได้หมด
ต้องมีคนพูดแค่คนเดียว ที่เหลือเป็นความร่วมมือหรือความเห็นที่ต้องร่วมมือกัน
ซึ่งถ้าจะพูดก็คงต้องพูดพร้อมกันทุกเหล่าทัพโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหม
เป็นผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการติดต่อนัดหมายกับ พล.ต.สนั่นเพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าว



ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 3 จาก 3 Previous  1, 2, 3

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ