นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

ตั้งหัวข้อ  Neo on Mon Jun 21, 2010 5:21 pm

ใบตองแห้งออนไลน์:ภูเขาสามเหลี่ยม

แล้วเราก็ได้เห็นเครื่องมือ “ปรองดอง” ของระบอบอภิสิทธิ์อย่างชัดเจนเต็มรูป ประกอบด้วยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงพฤษภาอำมหิต คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุด 18+1 อรหันต์ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศชุด “คนคู่” อานันท์-ประเวศ

นี่หรือคือการปรองดองกับ 90 ศพ มองมุมไหนก็ไม่เห็นทางเป็นไปได้ มันก็แค่การสร้างภาพให้คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่หลงเชื่อว่ามีการปรองดอง เพื่อโดดเดี่ยวทั้งคนเสื้อแดงและไม่แดงที่เรียกร้องต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง

รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาทำไมในเมื่อยังไม่ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ปิดกั้นสื่อที่ไม่ใช่พวกของตัว ไม่ยอมให้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์และการให้ข้อมูลจากทุกฝ่าย นอกจากฝ่ายของตัวฝ่ายเดียว คณะกรรมการจะเอาใครมานั่ง หัวหงอก หัวดำ หัวใส ก็ไร้ประโยชน์ เพราะปราบเอง ตั้งเอง แล้วก็ยังปิดปากฝ่ายตรงข้าม ฉะนั้น การที่เสื้อแดงไม่ยอมเข้าร่วมคณะกรรมการชุดนี้จึงถูกต้องแล้ว

คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุด 18+1 อรหันต์ยิ่งตลก คือไม่มีเครดิตตั้งแต่แรกแล้วที่เอาสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ บุคคลผู้ตกถังข้าวสารทางประวัติศาสตร์ (บังเอิญเป็นเลขาศูนย์นิสิตตอน 14 ตุลา เลยมีเครดิตติดตัวตลอดชาติ) มาเป็นประธาน ยิ่งเมื่อเห็นชื่อคณาจารย์อย่าง สมคิด เลิศไพทูรย์, วุฒิสาร ตันไชย, นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, จรัส สุวรรณมาลา ยิ่งหัวร่อกลิ้ง อ้าว เฮ้ย ก็พวกทั่นเป็น สสร.กันมาทั้งนั้น 3 ท่านแรกเป็นกรรมาธิการยกร่าง รธน.50 อ.สมคิดเป็นเลขานุการ พูดได้ว่าร่างมากับมือ

แล้ววันนี้ทั่นจะมาแก้ รัฐธรรมนูญที่ทั่นเคยบอกว่าดีที่ซู้ดในโลก อย่างนั้นหรือครับ ยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าท่านมีทัศนะอย่างไร เอียงข้างไหน แต่เอาแค่ร่างเองแก้เอง ก็ต้องถามกันแล้วว่าทั่นยังมีจุดวางหัวแม่ทีนอยู่หรือไม่ เป็นนักวิชาการต้องมีหลักนะครับ ไม่ใช่วันหนึ่งตวัดลิ้นทางซ้ายบอกว่าอย่างนี้ถูก แล้วอีกวันตวัดลิ้นทางขวาบอกว่าไม่ถูกซะแล้ว แบบนี้จะสอนลูกศิษย์อย่างไร

อ้อ ลืมไป บางทั่นเคยเขียนหนังสือยกย่องการปฏิวัติ 2475 แล้วกลับมาสดุดีรัฐประหาร 2549 แต่ทั่นก็ยังสอนลูกศิษย์อยู่ได้ ไม่น่าแปลกใจอะไร

ผมเพียงอยากรู้ว่าถ้าอดีต สสร.4 ทั่นเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 แล้ว ทั่นจะชี้แจงอย่างไร หรือไม่ต้องชี้แจง สมมติทั่นเห็นสมควรให้แก้ไขมาตรา 237 ทั่นต้องไปค้นบันทึกการประชุม สสร.ปี 50 มาให้ดูนะครับว่าทั่นเคยสงวนคำแปรญัตติไว้ ไม่งั้นทั่นก็ต้องแลบลิ้นให้ดูว่ามีกี่แฉก

นี่ยังไม่นับนักวิชาการหลายคนที่เป็นคอหอยลูกกระเดือกกับพันธมิตร คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญหัวชนฝา อย่างพิชาย รัตนดิลก, เจษฎ์ โทณะวณิก ส่วนบรรเจิด สิงคะเนติ ไม่ต้องพูดถึง การเป็น คตส.เท่ากับคุณหลุดพ้นจากความเป็นนักวิชาการไปเป็นอุปกรณ์ทางการเมืองตั้งนานแล้ว

โอ้ พระเจ้าช่วยกล้วยหักมุก ยังมีไชยา ยิ้มวิไล อีก นักวิชาการวิทยุทหารเนี่ยนะ น่าจะเอาไก่อูมาเป็นด้วยเผื่อจะได้กองเชียร์สาวๆ เฟซบุคมาเข้ากระบวนการมีส่วนร่วม (กรี๊ดดด...)

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

ตั้งหัวข้อ  Neo on Mon Jun 21, 2010 5:22 pm

คณะกรรมการชุดที่ 3 น่าจะเป็นชุดที่ระบอบอภิสิทธิ์ฝากความหวังไว้มากที่สุด คือคณะกรรมการปฏิรูปประเทศกลบ 90 ศพ ที่แยกเป็น 2 ชุด มีอานันท์กับหมอประเวศเป็นประธาน

คณะกรรมการ 2 ชุดนี้คงจะระดมคนดีๆ ภาพลักษณ์ดีๆ มาร่วมกันสานฝัน อาทิเช่น ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม, อาจารย์อคิน รพีพัฒน์, อาจารย์ระพี สาคริก, บัณฑร อ่อนดำ, หมอพลเดช ปิ่นประทีป, ครูหยุย, ครูแดง, ไสว บุญมา.........ฯลฯ (ลองช่วยกันนึกและเติมคำในช่องว่าง มีอยู่ไม่กี่ตัวเลือกหรอก เช่นชุดของอานันท์ก็ต้องมีประสาน มฤคพิทักษ์ มามะลึกกึ๊กกั๊กอยู่แน่นอน และน่าจะต้องหาที่นั่งให้รสนาหรือผัวรสนาด้วย)

อ้อ ยังมีพี่เปี๊ยกยืนแอบๆ อยู่หลังฉากเพราะติดแบรนด์พันธมิตรอาจเป็นกรรมการโดยตรงไม่ได้ (แต่ถ้าไม่เขินก็เป็นได้นะ) อาจจะส่งพวกมือรองเข้ามา เช่น นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เพราะเป็นโอกาสอันดีงามมากเลยที่พวกพี่เปี๊ยกจะโดดหนีจากรถเมล์สายพรรคการเมืองใหม่ไร้อนาคต มาเกาะล้อรถบีอาร์ทีสายปฏิรูป

บังเอิญเสียจังว่าเห็นภาพอภิสิทธิ์ อานันท์ หมอประเวศ แล้วก็เหมือนเป็นตัวแทนคน 3 กลุ่ม ที่พยายามจะ “ปฏิรูป” เพื่อกลบกลิ่น 90 ศพ และเป็นเสาค้ำของ “ระบอบประชาธิปไตยอำนาจพิเศษ”

นั่นคืออภิสิทธิ์เป็นตัวแทนรัฐราชการ ทหาร ตุลาการ อานันท์เป็นตัวแทนผู้ดี เซเลบส์ กลุ่มทุนที่ร่ำรวยเหลือล้นแล้วค่อยอยากมีธรรมาภิบาล ส่วนหมอประเวศคือตัวแทนของขุนนาง NGO ภาคประชาสังคม ที่ชอบคิดแทนประชาชนและสังคม

นี่คือภูเขา 3 ยอดที่เป็นอุปสรรคสำคัญของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง ภูเขารูปสามเหลี่ยม ไม่ใช่สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เพราะเจ้าทฤษฎีสามเหลี่ยมเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาไปเสียแล้ว

การปฏิรูปภายหลังจากปราบปรามเข่นฆ่า “ไพร่” แล้ว ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไรอื่น ถ้าไม่ใช่ตีหัวเลือดสาดแล้วลูบหลัง ภายหลังจากโค่นอำนาจที่มาจากการเลือกตั้งด้วยรัฐประหาร ตุลาการภิวัตน์ ความอยุติธรรม 2 มาตรฐาน ทำให้คนจนคนชั้นล่างตลอดจนผู้รักประชาธิปไตยคับแค้นแน่นอก แล้วอานันท์กับหมอประเวศจะมาบอกว่า เราจะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ลดความไม่เป็นธรรมในสังคม ยอมให้เรากดหัวต่อไปเถอะ อย่างนั้นหรือ

“ระบอบทักษิณ” ทุนโลกาภิวัตน์ที่มีฐานจากรากหญ้าคนชนบท ถูกโค่นล้มโดย “ระบอบอภิสิทธ์ชน” ที่แบ่งอำนาจให้หัวขบวนคนชั้นกลาง มันก็คือการพลิกข้างกันที่สร้างความไม่เป็นธรรมทั้งสองอย่าง วันนี้คุณไม่ยอมให้คนชนบทคนชั้นล่างและคนชั้นกลางเสรีนิยม มีส่วนร่วมในอำนาจ แต่คิดจะเอาการปฏิรูปมาทำให้ “ไพร่” เป็นคนหัวอ่อนว่านอนสอนง่ายเหมือนในอดีต อย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ ผู้ดีรัตนโกสินทร์

ผมเชื่อว่าหมอประเวศกับอานันท์คงมีข้อเสนอดีๆ หลายข้อที่จะ “ลดความเหลื่อมล้ำ” ซึ่งในยามปกติผมก็คงเห็นด้วย แต่ปัญหาอยู่ที่จุดยืนว่าคุณทำเพื่ออะไร เพื่อสลายพลังการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย ใช่ไหมใช่ เพื่อคุ้มครองอำนาจ ให้อยู่ในมือชนชั้นนำ ทำให้คนจนคนชั้นล่าง กลับไปแบมือรอรับความเมตตา ความอนุเคราะห์ แทนที่จะลุกขึ้นมาทวงอำนาจของตัวเอง ใช่ไหมใช่

หมอประเวศไปพูดล่าสุด ยังพูดว่าต้องส่งเสริมให้คนจนมีอำนาจ อ้าว ก็คนจนเขาลุกขึ้นมาทวงอำนาจ กลับถูกยิงหัว แล้วจะไปปฏิรูปตรงไหน

หมอประเวศบอกว่าพลังทางสังคมเป็น 1 ในสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ว่าวิกฤตครั้งนี้คนตื่นตัวเยอะ สังคมจะเปลี่ยนโครงสร้างจากทางดิ่งมาเป็นทางราบ อ้าว แล้วไปปราบคนที่เขาตื่นตัวมาทำไม แล้วหมอประเวศจะมาช่วยคนที่ปราบให้ครองอำนาจได้ต่อไป ให้เป็นโครงสร้างทางดิ่งต่อไป

แล้วเมื่อไหร่มันจะเกิด “ประชาธิปไตยทางตรง” ละครับ ในเมื่อเอาเข้าจริงแล้วหมอประเวศปฏิเสธ “ประชาธิปไตยตัวแทน” เพียงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ “ประชาธิปไตยอำนาจพิเศษ” เท่านั้น

หมอประเวศพูดถึงธรรมาภิบาลทางการเมือง การปกครอง ความยุติธรรมและสันติภาพ โห! กล้าๆ พูดเลยหรือ “มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้ต้องมีความยุติธรรม” แล้วตอนนี้มันมีหรือเปล่า

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

ตั้งหัวข้อ  Neo on Mon Jun 21, 2010 5:23 pm

วิกฤตที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งครั้งใหญ่ในสังคม จากการต่อสู้ของประชาชน ที่ไม่ได้หมายถึงแค่เสื้อแดงฝ่ายเดียว แต่ทุกสี กำลังจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมไทยในคุณภาพใหม่ แต่หมอประเวศกับอานันท์สอดเข้ามา เอาเกียรติประวัติส่วนตัวมาเป็นภูเขาสามเหลี่ยม พยายามจะยับยั้งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

อย่างไรก็ดี ผมไม่เชื่อว่าหมอประเวศกับอานันท์จะยับยั้งได้ คุณจะแก้ความเหลื่อมล้ำในระบอบที่อยุติธรรม คุณจะสร้างจิตสำนึก สร้างความเข้มแข็งของสังคม ในภาวะที่ใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้อำนาจทหารและกฎหมายไม่เป็นธรรมกดหัวฝ่ายตรงข้ามอยู่ อย่างนั้นหรือ

ยิ่งถ้าพูดลึกลงไปถึงแนวคิด “ลัทธิประเวศ” ด้วยแล้ว ยิ่งสวนโลกสวนสังคมสิ้นเชิง เพราะลัทธิประเวศที่ฝังอยู่ใต้จิตสำนึก NGO ส่วนใหญ่คือการปฏิเสธทุนนิยม จะพาชาวบ้านถอยออกจากทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ซึ่งไม่มีใครเขาเอาด้วยแล้ว

ผมเคยคุยกับหมอประเวศ 1-2 ครั้งตั้งแต่สมัยยังไม่เกิดวิกฤต มาย้อนคิดดูตอนนั้นผมก็ไม่ได้ประทับใจอะไร คือหมอประเวศจะพูดอะไรที่มันถูกเสมอ ดีเสมอ สูงส่งเข้าไว้ เหมือนจะลึกซึ้ง มีปรัชญา แต่จริงๆ แล้วเลื่อนลอย ไม่มีขั้นตอนวิธีการว่าจะไปถึงเป้าหมายอย่างไร ไม่มีการวิเคราะห์ศึกษาความเป็นไปได้ของโปรเจกท์ ถ้าเป็นโครงการธุรกิจคงถูกตีตกหมด แต่โครงการ NGO เขาดูกันที่ตัวคนกับความฝัน เขียนอะไรให้ดีๆ เข้าไว้ ก็ได้เงินทุนช่วยเหลือ

ผมมีคำถามเสมอมาว่าหมอประเวศทำอะไรสำเร็จบ้าง บางโครงการในชนบทที่ลูกศิษย์หมอประเวศลงไปทำ อยู่ได้ด้วยตัวเองจริงหรือ ต้องใช้เงิน สสส. พอช. กี่สิบล้านถึงทำให้ชาวบ้าน “ไม่ต้องพึ่งทุนนิยม”

ได้ยินใครไม่รู้พูดตอนแรกว่าอาจจะมีการตั้งสำนักงานปฏิรูปประเทศไทยทุกจังหวัด ดีเหมือนกัน อย่างน้อยถ้าทำอะไรไม่สำเร็จก็จะได้เป็นสำนักงาน NGO ประจำจังหวัด บรรจุ NGO เป็นพนักงานองค์กรมหาชน มีรถประจำตำแหน่งมีเลขาหน้าห้องมีงบประชุมสัมมนา สมมติเอาเงินภาษีหุ้นมาใช้ ก็จะเป็นแหล่งเงินทุนใหญ่ของเครือข่ายลัทธิประเวศเหมือน สสส.พอช.(กลายเป็นสามเหลี่ยมทองคำ)

ไม่ได้หยามหมิ่นนะครับ หมอประเวศเป็นคนดีเสมอในสายตาผม แต่หมอประเวศคิดทุกอย่างแบบคนดีเหนือโลก หมอประเวศไม่ได้คิดบนพื้นฐานของปุถุชนที่กินปี้ขี้นอน อานันท์เสียอีก ยังมองโลกได้เป็นจริงกว่า เพราะแกยังเป็นปุถุชนที่ชอบกินปี้ขี้นอน (อิอิ)

ถ้าผมคาดผิด หมอประเวศทำสำเร็จ ออกพิมพ์เขียวมาผลักดันการปฏิรูปสำเร็จ ก็ขออนุโมทนาด้วย แต่ประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำรอย เหมือนที่มีการนองเลือดทุกครั้งแล้วแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูกเพียงเพื่อประคองอำนาจ เหมือน 6 ตุลาปราบความคิดก้าวหน้าอย่างเหี้ยมโหด แล้วค่อยคลายอำนาจ เปลี่ยนจากรัฐบาลหอยเป็นเกรียงศักดิ์ เปรม ประชาธิปไตยครึ่งใบ ทำให้คนรู้สึกว่าดีขึ้น แต่โครงสร้างของปัญหาไม่ได้แก้ไข สังคมไทยก็ถูกสยบยอมอยู่ต่อไป เป็นสังคมที่ไม่สามารถใช้สมองส่วนหน้าสร้างสรรค์ หรือคิดต่าง คนไม่กล้าแสดงออก นอกจากต้องแสดงออกแบบพนมมือกันเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง นั่นแหละปัญหาที่ทำให้สังคมไทยไม่เข้มแข็งอย่างที่หมอประเวศพูด แต่ไม่พูดให้ถึงแก่น

เอาเถอะครับ ก็ทำกันไป แต่คนที่รักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง คงได้แต่นั่งดู เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ให้มีส่วนร่วม แต่ถ้าจับพลัดจับพลูเขาชวนไปร่วม ก็ต้องปฏิเสธ ใครที่ร่วมมือกับกระบวนการปฏิรูปกลบ 90 ศพ ถือว่าไม่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ขีดเส้นกันได้เลย ไปแล้วอย่ากลับ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจและทวงความยุติธรรม ไม่ใช่การอนุเคราะห์ให้ “ความเป็นธรรม” แค่บางส่วน

คนไทยมีความสุขที่สุดในโลก

สัปดาห์ก่อนอ่านข่าวรอยเตอร์ สถาบันบ้าบออะไรไม่ทราบของฝรั่ง จัดอันดับดัชนีความสุขสงบให้ประเทศไทยอยู่อันดับ 124 จาก 149 ประเทศ ต่ำกว่าอิหร่าน ลาว เขมร สูงกว่าฟิลิปปินส์กับพม่าหน่อยเดียว

บ้าบอจริงๆ มันเอาความคิดฝรั่งมาวัดความรู้สึกคนไทย ฝรั่งมันคิดว่าการ “กระชับพื้นที่” ทำให้คนตายไป 90 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2 พัน คงทำให้คนไทยทั้งชาติจมอยู่กับความเศร้าโศก ฝรั่งมันคิดว่ามีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน “ร้ายแรง” มานานกว่า 2 เดือนและจะฉุกต่อไปอีกเป็นเดือน คงทำให้คนไทยทั้งชาติจมอยู่กับความตึงเครียด

เอาเข้าจริงหาใช่ไม่ เพราะเหตุการณ์ “พฤษภาอำมหิต” ผ่านไปแค่ไม่ถึงเดือน คนไทยก็กลับมามีความสุข-เผลอๆ จะมากกว่าเก่า มหกรรมขายของจัดกันถี่ยิบ พ่อค้าแม่ขายแย่งที่ขายกันชุลมุน แย่งกันอ้างว่าเป็นผู้เสียหายจากการเผาบ้านเผาเมือง มหกรรมเที่ยวไทยได้ลดภาษี (ของชอบ มีใครมั่งอยากเสียภาษี) คนตรึมรถติดยาวเหยียด

แม้แต่ร้านอาหารร้านเหล้าผับบาร์ แทบว่าจะแย่งกันกิน เพราะอัดอั้นมานาน ไม่ได้ใช้เงินใช้บัตรเครดิต เศรษฐกิจก็ทำท่าจะไปโลด เพราะต้องสร้างซ่อมทั้งเซ็นทรัลเวิลด์ สยาม และศาลากลางจังหวัดอีก 4 แห่ง บริษัทประกันจ่ายแต่ไม่สะดุ้งสะเทือน แถมคุยว่าต่อไปจะขายประกันก่อการร้ายได้เพิ่ม

สถานการณ์ฉุกเฉินหรือ ไอ้พวกบ้าองค์กรนิรโทษกรรมสากลไม่เข้าใจ เขามีไว้คุ้มครองความสุขของคนไทย ระหว่างดูบอลโลก ครึ่งลูก ครึ่งควบลูก ปป.=แปะปั่ว อย่างน้อยก็อุ่นใจไปจนถึงรอบรอง ถ้าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล รัฐบาลทั่นก็อาจจะขยายให้ถึงรอบชิง

เสียอย่างเดียว ศอฉ.ไม่มีน้ำยา ไม่สามารถออกประกาศยกเลิกคำสั่งฟีฟ่า คนไทยเลยต้องดูบอลโลกโดยเอามือจับหนวดกุ้งหมุนไปหมุนมา

ฝรั่งมันไม่เข้าใจนิสัยคนไทยครับ สยามเมืองยิ้ม เรามีความสุขได้ เพราะ “สุขอยู่ที่ใจ” ไม่ได้อยู่ที่ความถูกต้องยุติธรรมหรือสิทธิเสรีภาพ อันนั้นมันของนอกกาย

ใช่ว่ามี พรก.แล้วไม่มีสิทธิเสรีภาพ เพราะเราเอาไว้ใช้กับพวกเสื้อแดงเท่านั้น แต่ตำรวจโง่ๆ ดันคิดว่ามี พรก.แล้วต้องใช้มาตรฐานเดียวกันหมด ไล่กระชับพื้นที่จนคนตาบอดตกน้ำ โดนทั่นนายกฯ ผู้มีเมตตาธรรมด่าเช็ด สั่งให้ปล่อยแกนนำคนพิการไม่เอาผิดฐานชุมนุมฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ขณะที่พวกไพร่แดงถูกยิงด้วยเอ็ม 16 นอนเจ็บเกือบตายยังถูกล่ามตรวน

สังคมไทยเรารู้ว่าจะใช้มาตรฐานไหนกับใคร อย่างไร แต่ฝรั่งมันไม่รู้ มันถึงประหลาดใจว่าทีคนตาย 90 ศพไม่เห็นมีใครโวยวาย ทีตัดต้นไม้ขยายถนนขึ้นเขาใหญ่จะเป็นจะตายซะให้ได้ ยังกะต้นไม้เป็นญาติผู้ใหญ่ ไม่ยอมให้ตัดแม้แต่ต้นเดียว แห่ออกมาคัดค้านเป็นพระเอกนางเอกทางเฟซบุค ทั่นนายกฯ ก็ดีเหลือใจ ยินดีรับฟังกระแสสังคม สั่งระงับทันที

แหม มันน่าเปลี่ยนชื่อถนนจาก “ถนนธนะรัชต์” เป็น “ถนนเวชชาชีวะ” ให้เข้ากับยุคสมัย

1 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก สังคมไทยลืมเหตุการณ์นองเลือดไปหมดแล้ว คนกรุงคนชั้นกลางได้ความสุขคืนมาจากปากกระบอกปืน (หนังสือ “หนึ่งนัด หนึ่งศพ” ของนพดล เวชสวัสดิ์ พิมพ์นานแล้ว จู่ๆ กลายเป็นเบสต์เซลเลอร์ เพราะคนชั้นกลางอ่านแล้วสะใจ)

นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

ตั้งหัวข้อ  แฟนคลับ on Tue Jun 29, 2010 8:29 pm

29 มิย. 2553 17:53 น.

นายมารุต มัสยวานิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นชอบ ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสนอให้ 1. ตั้งคณะกรรมการปฏิรูป ชุดนายอานันท์ ปันยารชุน ส่วนคณะที่ 2. ชื่อคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ซึ่งมี นายแพทย์ ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโสเป็นประธาน โดยมีวาระในการดำเนินงาน 3 ปี และอนุมัติงบประมาณให้ปีละ 200 ล้านบาท

แฟนคลับ

จำนวนข้อความ : 96
Registration date : 10/05/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Thu Jul 01, 2010 8:22 pm

"เทือก"โต้ปฏิรูปประเทศแพง

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปฏิรูปประเทศใช้งบประมาณจำนวนมาก โดยล่าสุดรัฐบาลอนุมัติเงินถึง 600 ล้านบาทให้กับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ว่า "ใช้มากกว่านั้นก็ได้ ถ้ามันทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็นได้ ที่เผาบ้านเผาเมืองแค่ 2 ตึกก็เกินกว่านั้นไปแล้ว ส่วนที่มีคนบางส่วนไม่เชื่อว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยที่ตั้งขึ้นจะทำได้สำเร็จนั้น ต้องรอดูฝีมือกรรมการทั้งหลายนั้นต่อไป"

ผู้สื่อข่าวถามว่านายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา วิจารณ์แนวทางปรองดองของรัฐบาลว่าชาตินี้ไม่รู้จะปรองดองได้จริงหรือไม่ นายสุเทพหัวเราะแล้วกล่าวว่า ไม่ทำให้รัฐบาลหวั่นไหว รัฐบาลไม่ต้องหวั่นไหว นายกฯมีเจตนาแน่วแน่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบร่มเย็น ผู้คนมีความเข้าใจ ปรองดองสามัคคีกัน และทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและเจตนา ส่วนที่คนเชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้างเป็นเรื่องปกติ พวกเราอาจนึกว่ายาก แต่ถ้ายากแล้วไม่ทำ เมื่อไหร่จะสำเร็จ ต้องลงมือทำ


###################

เงินมันซักบาทที่ไหนล่ะ

"ใช้มากกว่านั้นก็ได้".......ถุยส์

นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Jul 05, 2010 2:08 pm




มาร์คมือเติบ

วันจันทร์ ที่ 05 กรกฎาคม 2553 เวลา 8:53 น


น่าสนใจตัวเลขงบประมาณ 600 ล้านบาทที่รัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิ่งอนุมัติให้ไปใช้สำหรับค้นคิดหาวิธีปรองดองและปฏิรูปประเทศภายในระยะเวลา 3 ปี

เมื่อมาคำนวณเป็นงบประมาณต่อปี จะตกปีละ 200 ล้านบาท

หากเอาจำนวน 365 วันมาลบออกจากวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดตามกฎหมายแรงงานที่มีอยู่ปีละ 14 วัน ก็จะเหลือวันทำงานจริง ๆ 247 วัน

แล้วเอา 247 วันมาหารเงิน 200 ล้านบาท จะพบว่า งานปรองดองและปฏิรูปประเทศจะใช้เงินวันละ 8 แสนบาท

ลองหลับตานึกดู ถ้าคิดจะใช้จ่ายเงินให้หมด 8 แสนบาทในแต่ละวันจะต้องทำอย่างไรบ้าง

พ่อค้านักธุรกิจเห็นตัวเลขเช่นนี้ ได้ตั้งคำถามขึ้นว่า งานอะไรที่ใช้เงินมากถึงวันละ 809,716.60 บาท เพราะการจัดสัมมนาหรือประชุมประชาชนเพื่อสอบถามความคิดเห็นกันทุกวัน ก็ไม่น่าใช้เงินวันละ 8 แสนบาท

พ่อค้านักธุรกิจบอกว่า ถ้าเป็นเงินของเขาเอง จะไม่ใช้จ่ายอย่างนี้

เพราะการใช้เงินงบประมาณ 600 ล้านบาทไม่สามารถตอบโจทย์ หรือมองไม่เห็นผลสำเร็จแม้แต่น้อย เนื่องจากสภาพการเผชิญหน้าระหว่างขั้วอำนาจ ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ

เช่น คุณอภิสิทธิ์ กำลังเดินเกมชิงฐานเสียงของคุณทักษิณ ด้วยการประกาศนโยบายรัฐสวัสดิการ เช่น ขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี และค่าไฟฟรี ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นงานที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลพรรคพลังประชาชน

ขณะที่คุณทักษิณ ก็ยอมควักกระเป๋าจ้างทนายความฝรั่งและส่งลูกน้องไปเดินสายลอบบี้นักการเมืองในประเทศต่าง ๆ ทางยุโรปและอเมริกาให้ปรับมุมมองประเทศไทย

เป้าหมายของคุณทักษิณก็คือ พยายามอธิบายความบริสุทธิ์ของตัวเอง และโจมตีรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์

นอกจากนี้คุณทักษิณหวาดระแวงว่า คุณอภิสิทธิ์ จะส่งคนไปจับตัวมาเข้าเรือนจำ จึงต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ

เหมือน ๆ กับคุณอภิสิทธิ์ กลัวถูกลอบสังหาร จนต้องระดมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาห้อมล้อมจำนวนมาก

ต่างฝ่ายต่างหวาดระแวงอย่างนี้ จะจับมานั่งคุยกันเพื่อสร้างสันติภาพได้อย่างไร

เท่านั้นไม่พอทางกลุ่มเสื้อแดงและแนวร่วม เรียกร้องให้รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ยุติการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

แต่คุณอภิสิทธิ์ ก็ยืนยันว่า จำเป็นจะต้องใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปในบางพื้นที่ เนื่องจากยังไม่วางใจว่า กลุ่มเสื้อแดงจะลุกฮือขึ้นป่วนเมืองอีกหรือไม่

ทุกประเด็นที่ยกขึ้นมา ล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้ง ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามชิงไหวชิงพริบ เพื่อเอาชนะ ไม่ได้คิดจะ ลด ละ เลิก แล้วหันมาให้อภัยซึ่งกันและกัน ตลอดจนยอมก้มหน้ารับผลกรรมจากการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต

มีแต่จะเอาชนะคะคานกันอย่างเต็มกำลัง

ดังนั้นสถานการณ์ความขัดแย้งจะยุติก็ต่อเมื่อฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งหรือตามล้างตามเช็ดจนหมดแรงหมดสภาพ ไม่มีปัญญาลุกขึ้นมาต่อสู้อีก

สติปัญญาอย่างคุณอภิสิทธิ์ ย่อมจะประเมินได้ว่า ถึงอย่างไรก็คงปรองดองกันไม่ได้

เมื่อยังปรองดองกันไม่ได้ บ้านเมืองไม่มีความสงบ ก็ย่อมจะปฏิรูปประเทศไม่ได้เช่นกัน

พอคิดมาถึงตรงนี้ยิ่งรู้สึกเสียดายเงิน 600 ล้านบาท เพราะงบประมาณจำนวนนี้สามารถนำไปช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นความทุกข์ยากได้พอสมควร คุณอภิสิทธิ์ ไม่น่ามือเติบใช้จ่ายเช่นนี้

หรือ..?? คุณอภิสิทธิ์ วางแต้มไว้เพื่อต่อท่อน้ำเลี้ยงให้กับพวกเอ็นจีโอ เพื่อซื้อใจให้มาเล่นบทเป็นมือเป็นเท้าช่วยเหลือในช่วงเลือกตั้งซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในปีหน้า


ดินสอโดม


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: นี่หรือคือบรรยากาศที่จะ “ปฏิรูปประเทศไทย”

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Sat Jul 10, 2010 1:45 pm

เปิดรายชื่อกรรมการปฏิรูป และ สมัชชาปฏิรูปประเทศ


July 8, 2010

เปิดตัวคณะปฏิรูปประเทศ จำนวน 19 คน และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ จำนวน 27 คน โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคกรรมการปฏิรูป และ นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูปร่วมกันแถลง
ทั้งนี้ความแตกต่างระหว่างคณะกรรมการปฏิรูป กับ สมัชชาปฏิรูป คือ สมัชชาปฏิรูปของหมอประเวศ จะเป็นผู้รวบรวม เก็บข้อมูลข้อคิดเห็น และสังเคราะห์ปัญหานำเสนอพร้อมข้อมูลข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการปฏิรูปของนายอานันท์ ปันยารชุน เป้นผู้ทำแผนปฏิบัติการหรือ แอคชั่นแพลนที่จะนำไปปฏิบัติและแก้ไขปัญหาเรื่องความอยุติธรรม และความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในอดีต โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีวาระในการดำเนินงาน 3 ปี ตามระเบียบของสำนักนายกฯ

นายอานันท์ กล่าวว่า สุดท้ายความสำเร็จ ของการทำงาน ขึ้นอยู่กับ ประชาชน เป็นผู้ให้การสนับสนุน เพราะแผนแอคชั่นแพลนที่จะทำขึ้นไม่ได้เสนอ ให้รัฐบาลใด หรือพรรคการเมืองใด นำไปหาเสียง แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยคณะกรรมการชุดนี้ จะมีการประชุมทุกวันจันทร์ และพฤหัส เวลา 13.00 น.ทุกสัปดาห์

ด้าน นพ.ประเวศ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ จะส่งเสริม สนับสนุน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยจะมีการจัดตั้ง สมัชชาจังหวัด ขึ้นทั่วประเทศ สมัชชาประเด็นที่ภาคประชาชนเสนอ และสมัชชาแห่งชาติ ขึ้นมาทำงาน รวบรวมข้อมูล รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์ออกมาเป็นนโยบาย และที่สำคัญ คณะกรรมการชุดนี้ จะทำงาน คู่ขนานกับคณะกรรมการปฏิรูปฯของนายอานันท์ ในรูปแบบทำงานคนละเรื่องแต่เป็นเรื่องเดียวกัน ขอยืนยัน ว่า คณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่คณะกรรมการปรองดอง แต่จะทำงาน มองไปข้างหน้าไม่ใช่แก้ปัญหาแต่จะเป็นการทำสิ่งใหม่ เพื่อสร้างอนาคตประเทศไทย แก้ปัญหาความอยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำในในสังคม ให้หมดสิ้นไป

รายนามคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย
1.นายกฤษณพงศ์ กีรติกร
2.คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
3.นายชัยอนันต์ สมุทวณิช
4.นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ
5.นายนิธิ เอียวศรีวงศ์
6.นางบัญชา อ่อนดำ
7.นางปราณี ทินกร
8.นายพงศ์โพยม วาศภูติ
9.นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์
10.พระไพศาล วิสาโล
11.นางรัชนี ธงไชย
12.นาย วิชัย โชควิวัฒน์
13.นางวิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์
14.นายศรีศักดิ วัลลิโภดม
15.นายสมชัย ฤชุพันธุ์
16.นางสมปอง เวียงจันทร์
17.น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา
18.นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล
19. ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์

รายนามคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ
1.นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
2.ประธานที่ประชุม อธิการบดีแห่งประเทศไทย
3.ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
4.ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
5.ประธานสมาคมธนาคารไทย
6.เลขาธิการคณะ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่ปงระเทสไทย
7. นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์
8.นาย ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์
9.ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา
10.นายณรงค์ เพชรประเสริฐ
11.นายต่อพงศ์ เสลานนท์
12.นางเตือนใจ ดีเทศน์
13.รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร
14.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
15. นางปรีดา คงแต้ม
16. นายปรีดา เตียสุวรรณ์
17.นางเปรมฤดี ชามภูนนท์
18.นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
19.นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
20.นายมานิจ สุขสมจิตร
21.นาย รัชฏะ ศรีบุญรัตน์
22.นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข
23.นายวิชัย โชควิวัฒน์
24.นายสน รูปสูง
25.นายสมพร ใช้บางยาง
26.นางสาลี อ๋องสมหวัง
27.นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ

นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ไม่พร้อมปรองดองกับใครหน้าไหน

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Mon Jul 12, 2010 2:28 pm

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7165 ข่าวสดรายวัน

แฝด 3 ดีกว่า

เหล็กใน


แถลงเปิดชื่อกรรมการ 19 คนวันพฤหัสฯ

บ่ายวันรุ่งขึ้น นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปก็เรียกประชุมนัดแรกทันที

โดยมีกลุ่มเครือ ข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 10 คน มาถือป้ายบริเวณหน้าบ้านพิษณุโลก สถานที่ประชุม

ข้อความ "ไม่ขอปรองดองกับฆาตกร" "ตาย 90 ศพ พวกคุณไม่แคร์" "เสียดายคนตายไม่ได้ปฏิรูป" และ "เขตอภัยทาน งดปฏิรูปบนซากศพ"

เป็น การต้อนรับที่ไม่ค่อยอบอุ่นเท่าใดนัก

ทั้งยังบ่งชี้ให้เห็นว่า ประชาชนในสังคมจำนวนหนึ่งยังไม่พร้อมปรองดองกับใครหน้าไหน

ตราบใดที่ กรณีสังหารหมู่ 90 ศพ ไม่มีอะไรคืบหน้าทั้งด้านการดำเนินคดีกับผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการ และการแสดงความรับผิดชอบของรัฐบาล


นายอานันท์ และน.พ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป

ที่วันนี้กลายเป็นแฝด"อิน-จัน"ไปแล้ว

ทั้ง คู่พูดทำนองเดียวกันว่าคณะกรรมการแฝดอิน-จัน จะไม่ทำเรื่อง"ปรองดอง" ซึ่งเป็นเรื่องของอดีต จะทำเฉพาะการ"ปฏิรูป" ที่เป็นเรื่องอนาคตเท่านั้น

โดย มีหัวใจในการทำงานคือสร้างความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ซึ่ง เป็นประเด็นต้องติดตามดูกันต่อไปตลอดเวลา 3 ปีนับจากนี้ว่าประธานแฝดอิน-จัน จะทำได้ตามที่พูดหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ความพยายามแยกเรื่องการปฏิรูปกับเรื่องปรองดองออกจากกัน

หลายคนสงสัย ว่าจะแยกจากกันอย่างไร

เพราะความปรองดองซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้อง การมากที่สุดเวลานี้

จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและ ค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ ชุดที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ทำฝ่ายเดียวคงไม่ไหว

อย่าลืมว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่เติบโตลุกลามนำความแตกแยกและสูญเสียครั้งใหญ่มาสู่ประเทศชาติ

มี จุดกำเนิดจากเรื่องของยุติธรรมสองมาตรฐานและความเหลื่อมล้ำในสังคมที่มีอยู่ สูงนั่นเอง

ดังนั้นหากจะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นก็จำเป็นต้องแก้ 2 เรื่องนี้ให้ได้ก่อน

ซึ่งก็คือหัวใจเดียวกันกับการปฏิรูปอย่างที่ ประธานแฝดอิน-จัน ปักธงการทำงานไว้

หรืออีกอย่างก็คือเมื่อปัญหามา จากต้นตอเดียวอย่างนี้แล้ว

จะประสานแนวคิดการทำงานกันอย่างไรก็แล้ว แต่

แต่การทำงานของคณะกรรมการชุดปฏิรูปไม่ควรตัดขาดออกจากคณะกรรมการ ชุดปรองดอง

แทนที่จะเป็นแค่แฝดอิน-จัน

ก็ให้เป็นแฝด 3 ไปเลยไม่ดีกว่าหรือ

^
^
^
^
เป็นประเด็นที่ถ่ายทอดความรู้สึกของประชาชนที่ถูกกระทำได้เป็นอย่างดี

และประชาชนส่วนนี้แม้ไม่กล้าพูดเพราะอำนาจ พรก ยังคุ้มกะลาหัวคนที่สั่งการให้เกิดการเข่นฆ่าประชาชนอยู่

แต่ทุกคนส่วนใหญ่คิดในใจอย่างเดียวกันกับวลีนี้

ว่าจะรอเวลา

จนกว่าอำนาจ พรก นี้จะหมดไป

จนกว่าจะไม่มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร และมีการตรวจสอบจากองค์กรที่เชื่อถือได้ระหว่างประเทศเข้ามาตรวจสอบคดีนี้ให้ได้

ดังนั้น การปรองดองแล้วไล่ล่า ที่รัฐบาลทำอยู่ตอนนี้

ไม่มีทางที่เขาจะเชื่อคำว่า "ปรองดอง" ของรัฐบาลอีกต่อไป

----------------------------------------------------
" ยุคสื่ออีกด้านโดนปิดกั้นเพื่อให้คนรับแต่สื่อด้านเดียว บางทีภาพการ์ตูนเหล่านี้น่าจะแทนคำพูดทั้งหมดที่กล่าวถึงยุคนี้ได้ดี

สำหรับคนที่หลงไหลยุึคแบบนี้ ก็มีเพียงคนที่นิยมฟังสื่อชวนเชื่อด้านเดียวที่เขากรอกหู แบบ สมัยเผด็จการถนอม ประพาส เท่านั้น

ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองสนับสนุนเผด็จการก็เมื่อคนรุ่นหลังได้มาชำระประวัติศาสตร์ในเวลาต่อมา เลยทำให้เป็นรอยด่างพร้อยในชีวิตไปชั่วชีวิต

การชำระประวัติศาสตร์ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นหลังจากพ้นจากอำนาจเผด็จการและไม่มีการปิดกั้นสื่อแล้วเท่านั้น

จะว่าไปแล้วการโฆษณษชวนเชื่อสื่อด้านเดียว แล้วปิดกั้นสื่อที่เห็นต่าง มันก็คือกะลาดีๆนี่เองสำหรับพวกกบเหลืองที่ไม่เคยรับรู้คำว่าการต่อสู้เพื่อ สิทธิ

ความเท่าเทียม และ ประชาธิปไตย ที่บุคคลพึงมี

แต่กบเหลืองจะรู้เพียงว่าตัวเองมีหน้าที่แค่รับใช้รักษาอำนาจให้อำมาตย์เอาเปรียบประชาชนเท่านั้นเอง "

satan_baby

จำนวนข้อความ : 192
Registration date : 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ