อาณาจักร...ยาเสพติด "ค่ายทหาร"โรงงานผลิตยา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อาณาจักร...ยาเสพติด "ค่ายทหาร"โรงงานผลิตยา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Jun 29, 2010 7:31 am

ตอนที่ 1




คมชัดลึก : นับตั้งแต่รัฐบาลทหารพม่าเริ่มปฏิบัติการกดดันชนกลุ่มน้อยทั้ง 17 กลุ่มมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ปี 2553 กำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น จึงมีแผนบีบให้ชนกลุ่มน้อยยอมจำนน แต่ยังมีชนกลุ่มน้อยอย่างน้อย 3 กลุ่ม ที่พยายามต่อต้านและเพิ่มกำลังผลิตยาเสพติด เพื่อนำเงินมาซื้ออาวุธไว้ต่อกรกับรัฐบาลทหารพม่า ได้แก่ กลุ่มว้า กลุ่มกองทัพพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (เอ็นดีเอเอ) และกลุ่มกองทัพรัฐฉาน (เอสเอสเอ)

โดยในส่วนของว้าที่เรียกได้ว่าเป็นหนามยอกอกรัฐบาลทหารพม่ามานาน เพราะเกี่ยวพันในฐานะเป็นผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่ของโลก รัฐบาลทหารพม่าจึงพยายามผลักดันให้กลุ่มว้ายอมวางอาวุธและแปรสภาพมาเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (บีจีเอฟ)

ปลายปี 2552 ต่อเนื่องต้นปี 2553 มีรายงานจากทางทหารว่า กองทัพว้าที่มีกำลังพลทั้งสิ้นอาจจะถึง 5 หมื่นนาย ได้สั่งซื้ออาวุธเพิ่มกว่า 3 หมื่นกระบอก และพร้อมจะปักหลักสู้กับกองทัพพม่า

มีข้อมูลที่ตรงกันของตำรวจ ทหาร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ว่าปัจจุบันมียาบ้าอย่างน้อย 200 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 50 กิโลกรัม และเฮโรอีน 30 กิโลกรัม รอลำเลียงเข้ามาในประเทศไทย ?!!

สำหรับชนกลุ่มน้อยที่ยังคงผลิตยาเสพติดอยู่อย่างต่อเนื่อง คือ กลุ่มว้าของ "เหว่ย เซียะ กัง" กลุ่มเอ็นดีเอเอของ พ.อ.จายลืน และกลุ่มกองทัพรัฐฉานของ พ.อ.เจ้ายอดศึก แหล่งผลิตส่วนใหญ่ย้ายจากแถบชายแดนเข้าไปในพื้นที่ชั้นในราว 100 กว่ากิโลเมตรขึ้นไป และมักทำในค่ายทหารเสียเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่มีอยู่ของหน่วยราชการด้านการปราบปรามยาเสพติดของไทยพอจะแยกแยะได้ดังนี้ กลุ่มโกกั้งพื้นที่รัฐฉานตอนบนมีฐานอยู่ที่บ้านลาเฉียว หมู่บ้านปางซางของกลุ่มว้าตระกูลเปา พื้นที่รัฐว้าภาคเหนือ ส่วนรัฐว้าภาคใต้จะขึ้นอยู่กับกลุ่มว้าตระกูลเหว่ย ส่วนบ้านท่าขี้เหล็กจะเป็นของกลุ่มไทใหญ่หน่อคำ ด้านมูเซออาสาสมัครพม่าและองค์กรแห่งชาติมูเซอ (แอลเอ็นโอ) จะกินพื้นที่บ้านน้ำปุง และพ.อ.มหาจ่า จะอยู่ที่บ้านหัวเมืองรัฐฉานตอนใต้

แหล่งผลิตยาเสพติดที่ตรวจพบฝั่งตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน มีทั้งสิ้น 3 แห่ง ด้าน จ.เชียงใหม่ กับ จ.เชียงราย อีกฝั่งละ 2 แห่ง รวมเป็น 7 แห่ง ประกอบด้วย บ้านร่องหมากโอ, บก.สย.ตับผาลาย, ฐานบ้านคายหลวง, พล.น.772, พล.น.248 หมู่บ้านยองปัง และบ้านน้ำปุง

ด้านตรงข้าม จ.เชียงราย คนที่เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวได้แก่ เหว่ย เซียะ กัง ผู้นำว้า กับ พ.อ.จายลืน ผู้นำเอ็นดีเอเอ ส่วนด้านตรงข้าม จ.เชียงใหม่ เป็นเหว่ย เซียะ กัง กับ พ.ท.ยี่เซ กองกำลังว้า สำหรับฝั่งตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน จะเป็น พ.อ.ต๊ะมาน ซึ่งก็เป็นกลุ่มว้าเช่นเดียวกัน

ที่เมืองปางซางและหมู่บ้านตังยานยังคงเป็นศูนย์ผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ของกลุ่มว้า โดยเฉพะเหว่ย เซียะ กัง ผู้นำกองกำลังว้าเองก็อาศัยอยู่ที่นี่ ด้วยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญโอบล้อมด้วยขุนเขา 2 ลูก หลังจากผลิตยาเสพติดเสร็จแล้วจะลำเลียงผ่าน 2 เส้นทาง ได้แก่ จากหมู่บ้านปางซางผ่านหมู่บ้านลาของกลุ่มโกกั้ง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษที่ 4 โดยมีเป้าหมายขนส่งลงเรือที่ท่าสบหลวย ลำเลียงไปตามแม่น้ำโขงผ่าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ส่วนอีกเส้นทางจะลำเลียงจากหมู่บ้านปางซางผ่านหมู่บ้านตังยาน หมู่บ้านเกสี มาพักคอยทยอยข้ามชายแดนที่หมู่บ้านน้ำจ๋าง แล้วค่อยลำเลียงไปยังบ้านหัวเมืองและบ้านคายหลวง ฝั่งตรงข้าม อ.ปางมะผ้า และอ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีแผนลำเลียงผ่านหมู่บ้านทาไปยังแหล่งพักคอยที่หมู่บ้านจ๊อดตรงข้าม อ.เวียงแหง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

นอกจากแหล่งผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ตามค่ายทหารแล้ว ยังถูกเป็นแหล่งพักยาก่อนลำเลียงข้ามชายแดนเข้าประเทศไทยอีกด้วย จากข้อมูลของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด บช.ภ.5 พบว่าแหล่งพักยาฝั่งพม่ามีอยู่หลายจุด ประกอบด้วย ด้านตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน 9 จุด จ.เชียงใหม่ 15 จุด และ จ.เชียงราย 5 จุด

สำหรับรายละเอียดจุดพักยาพอจะสรุปได้ดังนี้ บ้านร่องหมากโอ, ฐานแม่กุน-ก้างปลา, บก.สย.ตับผาลาย, ฐานบ้านห้วยฮะ, ฐานดอยหัวม้า, ฐานกองเฮือบิน, บ้านดอยไฟ, ฐานบ้านน้ำฮูม, พล.น.772, บ้านนากองมู, พัน 169 (ดอยกังตี่), พัน 169 (ซุย จัน), ฐานบ้านน้ำสุขุ่น, คร.501, คร.405, พล.น.775, บ้านมะขี้หนู, ดอยสันจุ๊, หมู่บ้านยองปัง, พล.น.248, บ้านสี่หก, บก.46, บ้านแม่โจ๊ก, บ้านน้ำปุง, บ้านปง, ท่าขี้เหล็ก, บ้านโฮ่ง, บก.ทหาร 171

เมื่อพูดถึงผู้ผลิตแล้วฉบับพรุ่งนี้จะพาไปดูเส้นทางและช่องทางท่าข้ามต่างๆ ที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ลำเลียงข้ามชายแดนเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งแถบภาคเหนือที่มีปัญหาอยู่ก็มีอยู่ 3 จังหวัด ซึ่งมีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และยังเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดสำคัญของชนกลุ่มน้อยข้างต้นด้วย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

6ชนเผ่า9อำเภอ..เส้นเลือดธุรกิจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jul 02, 2010 7:38 am

ตอนที่่ 2



คมชัดลึก : เมื่อกองทัพว้า (ยูดับเบิลยูเอสเอ) กองทัพรัฐฉาน (เอสเอสเอ) และกองทัพพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (เอ็นดีเอเอ) ผลิตยาเสพติดและลำเลียงมาพักไว้ตามค่ายทหารและหมู่บ้านชนเขาที่อยู่ติดกับชายแดนไทยฝั่ง จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย รวม 29 จุด แล้วก็ถึงคราวที่จะลำเลียงเข้ามาพักไว้ตามที่พักคอยฝั่งไทย

สำหรับช่องทางที่ตรวจพบว่าใช้เป็นทางลำเลียงมีอยู่ด้วยกันหลายเส้นทาง ส่วนใหญ่เป็นช่องทางธรรมชาติป่าเขาดงดิบสามารถเดินเข้าออกได้หลายพื้นที่ เนื่องจากเป็นชายแดนติดกันทำให้การกวดขันจับกุมทำได้ค่อนข้างลำบาก ยกเว้นจะมีสายข่าวหรือหน่วยลาดตระเวนซุ่มโป่งพบเข้าโดยบังเอิญ

ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน มีช่องทางลำเลียงนำเข้าที่สำคัญ 2 แห่ง คือช่องทางดอยคูบน ดอยสามหมวกฝั่งตรงข้ามกับบ้านหัวเมืองเขตอิทธิพลของ พ.อ.มหาจ่า กับช่องทางคายหลวงตรงข้ามบ้านคายหลวง ถึงแม้แม่ฮ่องสอนจะเต็มไปด้วยขุนเขาง่ายต่อการลำเลียงเข้า แต่ชนกลุ่มน้อยกลับไม่ค่อยนิยมลำเลียงข้ามช่องทางเหล่านี้ หรือไม่ลำเลียงเข้ามาแล้วก็ต้องกระจายไปยัง จ.เชียงใหม่แทน

เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวชุดปราบปรามยาเสพติด บช.ภ.5 ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเส้นทางลำเลียงจากแม่ฮ่องสอนเข้ากรุงเทพฯ มีเพียงเส้นทางเดียวจึงยากต่อการหลบเลี่ยง เมื่อลำเลียงยาเสพติดเข้าไทยได้แล้วจึงส่งไปให้เครือข่ายแถบ จ.เชียงใหม่แทน เพราะมีหลายเส้นทางที่จะสามารถลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้สะดวกง่ายดายกว่า

จากแม่ฮ่องสอนมาที่เชียงใหม่บ้าง ที่นี่จะมีอยู่ด้วยกัน 6 เส้นทางหลัก ประกอบด้วย ช่องทางหนองกะลาง บ้านเมืองนะ อ.เชียงดาว ซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 150 กิโลเมตร และอยู่ลึกเข้าไปติดชายแดน เป็นถนนลูกรังยากต่อการสัญจร ยิ่งหน้าฝนการเดินทางทำได้ลำบาก ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น

ระหว่างทางจะมีด่านตรวจค้นของหมวดทหารม้า 23 กองร้อยทหารม้าที่ 2 บก.ควบคุมที่ 1 ของชุดเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 ตั้งอยู่เรียงรายอย่างน้อย 3 ด่าน ก่อนจะเข้าถึงตัว อ.เชียงดาว !?!

ส่วนช่องทางที่เหลือมีช่องทางหนองเขียว ช่องทางสันต้นดู่ ช่องทางห้วยส้านบนดอยผ้าห่มปก ช่องทางปางตอง และช่องทางซุยถัง โดยสภาพภูมิประเทศของช่องทางหนองกะลางกับซุยถังจะเป็นป่าทึบ ส่วนหนองเขียวกับสันต้นดู่เป็นทางลูกรังสะดวกกว่า แต่ก็แวดล้อมไปด้วยป่าเขา ด้าน จ.เชียงราย มี 4 เส้นทางกับอีก 1 ท่าข้าม คือช่องทางสันมะเค็ด ช่องทางดอยสามเส้า และช่องทางม้งเก้าหลัง อ.แม่ฟ้าหลวง กับช่องทางผาหมีและท่าข้ามกระหล่ำ ซึ่งเป็นท่าข้ามฝั่งแม่น้ำโขง

สรุปแล้วมีช่องทางธรรมชาติที่ชนกลุ่มน้อยนิยมใช้ลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทย คือ ด้าน อ.เวียงแหง อ.ไชยปราการ อ.ฝาง และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ส่วน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เชียงแสน อ.แม่สาย อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น เป็นของ จ.เชียงราย

การลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งพักคอยฝั่งพม่าเข้าไทยมาตามช่องทางข้างต้นจะใช้ชนกลุ่มน้อย 5 กลุ่ม ได้แก่ มูเซอ ม้ง อาข่า ลีซอ และจีนฮ่อ ร่วมมือกับคนไทยนำยาเสพติดใส่เป้บรรทุกหลังเดินเท้าเข้าไปยังหมู่บ้านที่เป็นแหล่งพักยา ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านชาวเขาที่กระจายตัวอยู่ตามภูเขาสูงฝั่งไทย โดยมีกองกำลังติดอาวุธคอยคุ้มกัน ซึ่งปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ กรณีตำรวจทหารเกิดการปะทะกับคาราวานขนยาเสพติด

จากข้อมูลของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด บช.ภ.5 ที่เก็บรวบรวมสถิติเกี่ยวกับยาเสพติดทุกด้านพอจะสรุปได้ว่า ชาวเขาที่เคลื่อนไหวอยู่ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน จะเป็นลีซอ ส่วนเชียงใหม่มีกลุ่มว้า จีนฮ่อ ลีซอ มูเซอ และม้ง และที่เชียงรายจะเป็นกลุ่มว้า มูเซอ ม้ง และอาข่า ขนยาเสพติดมาพักคอยไว้ในฝั่งไทย ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงเก็บกักไว้ในบ้านเหมือนอย่างเคย แต่จะเก็บเอาไว้ตามเรือกสวนไร่นาหรือตามแหล่งเพาะปลูกไกลหมู่บ้านออกไป

พล.ต.ต.สุธีระ ปุณณบุตร ผบก.สส.บช.ภ.5 ให้ข้อมูลว่า นอกจากเครือข่ายยาเสพติดจะเก็บยาเสพติดไว้ตามแหล่งเพาะปลูกแล้ว บางรายยังเก็บยาเสพติดเอาไว้ในฟาร์มขนาดใหญ่กินพื้นที่เกือบร้อยไร่ จึงยากต่อการเข้าตรวจค้นจับกุม กว่าจะเข้าไปตรวจค้นได้ยาเสพติดจำนวนมากก็ถูกทยอยส่งออกไปเรียบร้อยแล้ว

"ครั้งหนึ่งผมได้รับแจ้งจากสายข่าวที่ยืนยันได้ว่า มีการลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้ในฟาร์มขนาดใหญ่ เนื้อที่เป็นร้อยไร่ แล้วก็อยู่ลึกเข้าไปเกือบใจกลางฟาร์ม พอรู้ก็ไปขอหมายค้นจากศาล และการจะเข้าค้นตอนกลางคืนนี่ยากมาก พอเข้าไปก็พบว่ายาเสพติดถูกแพ็กส่งออกไปเรียบร้อยแล้ว กินเวลาตั้งแต่ขนมาถึงฟาร์มและหีบห่อส่งแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง" พล.ต.ต.สุธีระกล่าว

เมื่อยาเสพติดเข้ามาอยู่ฝั่งไทยได้แล้วก็จะลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน และเส้นทางที่เครือข่ายยาเสพติดใช้ขนยาเสพติดจากภาคเหนือเข้ากรุงเทพฯ มีเส้นทางไหนบ้างและผ่านด่านตรวจค้นได้อย่างไร พรุ่งนี้จะมาว่ากันต่อ !?!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เส้นทางอรหันต์...ด่านนรก "นักค้า"

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jul 02, 2010 7:43 am

ตอนที่ 3



คมชัดลึก : ตามที่ "คม ชัด ลึก" นำเสนออาณาจักรยาเสพติด เริ่มตั้งแต่กลุ่มผู้ผลิตชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า จุดพักยา ตลอดจนเส้นทางลำเลียงข้ามช่องทางและท่าข้ามด้าน 3 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอนแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเส้นทางลำเลียงจากพื้นที่ภาคเหนือมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ชั้นในบ้าง

ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด บช.ภ.5 ได้เก็บรวบรวมเป็นข้อมูลเชิงสถิติจากแหล่งข้อมูลจริง นั่นก็คือคำให้การรับสารภาพของบรรดาผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่ถูกจับกุม เพื่อเก็บเป็นข้อมูลสำหรับการสืบสวนขยายผล ตลอดจนเป็นแนวทางรับมือกับขบวนการค้ายาเสพติด

สำหรับเส้นทางหลักๆ ที่เครือข่ายยาเสพติดใช้ขนลำเลียงจากชายแดนเข้ากรุงเทพฯ มีทั้งสิ้น 10 เส้นทางหลัก และตลอด 10 เส้นทางหลักเหล่านี้ต้องผ่านด่านตรวจหลายชั้น

โดยเส้นทางที่ 1 เป็นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน เริ่มจาก จ.เชียงราย ผ่านด่านตรวจถ้ำปลา อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจแม่กก อ.เมือง จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจป่าก่อดำ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจปูแกง อ.พาน จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจป่าแฝก อ.แม่ใจ จ.พะเยา ผ่านด่านตรวจแม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา ผ่านจุดตรวจบ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง ผ่าจุดตรวจพิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ผ่านด่านตรวจสบปราบ จ.ลำปาง ผ่านจุดตรวจแม่พริก จ.ลำปาง เพื่อจะเข้า อ.บ้านตาก จ.ตาก

เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 11 เริ่มจาก จ.เชียงราย ผ่านด่านตรวจแม่จัน จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจผาหงส์ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ผ่านด่านตรวจแก่งปันเต้า อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ผ่านจุดตรวจสันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ผ่านจุดตรวจช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผ่านจุดตรวจเมืองยาว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ผ่านจุดตรวจ สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ผ่านจุดตรวจผาลาด อ.เมือง จ.ลำปาง ผ่านจุดตรวจบ้านใหม่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ผ่านจุดตรวจแม่แขม อ.ลอง จ.แพร่ ผ่านจุดตรวจห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ เข้า จ.อุตรดิตถ์

เส้นทางที่ 3 เส้นทางหมายเลข 1120 เริ่มจาก จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจท่าเจริญ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจบ้านต้า อ.ขุนตาล จ.ลำปาง ผ่านจุดตรวจปงสนุก อ.เชียงม่วน จ.น่าน เข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 11 ที่ อ.ร้องกวาง จ.แพร่
เส้นทางที่ 4 เส้นทางหลวงหมายเลข 118 เริ่มจาก จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจแม่สรวย จ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจโป่งเหนือ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ผ่านด่านตรวจแม่โถ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

เส้นทางที่ 5 เส้นทางหลวงหมายเลข 108 เริ่มจาก จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านจุดตรวจผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านจุดตรวจสามแยก อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านจุดตรวจสารภี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านจุดตรวจแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านจุดตรวจออบหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ผ่านจุดตรวจ สภ.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ผ่านจุดตรวจ สภ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ผ่านจุดตรวจ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 107 ที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
เส้นทางที่ 6 เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 เริ่มจาก จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านจุดตรวจกิ่วลม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านจุดตรวจแม่ยะ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านจุดตรวจแม่แสะ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 107 ที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เส้นทางที่ 7 เส้นทางหลวงหมายเลข 1148 เริ่มจาก จ.พะเยา ผ่านจุดตรวจ อ.ปง จ.พะเยา ผ่านจุดตรวจสองแคว อ.สองแคว จ.น่าน ผ่านจุดตรวจท่าวังผา อ.ท่าวังผา จ.น่าน เข้าสูทางหลวงหมายเลข 1080 ที่ อ.ปัว จ.น่าน

เส้นทางที่ 8 เส้นทางหลวงหมายเลข 1080, 101 เริ่มจาก จ.น่าน ผ่านด่านตรวจเฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ผ่านจุดตรวจ สภ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ผ่านจุดตรวจ สภ.เชียงกลาง จ.น่าน ผ่านจุดตรวจพญาวัด อ.เมือง จ.น่าน ผ่านด่านตรวจห้วยน้ำอุ่น อ.เวียงสา จ.น่าน ผ่านจุดตรวจเหมืองหม้อ อ.เมือง จ.แพร่ ผ่านจุดตรวจร้องเข็ม อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 11 ที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่

เส้นทางที่ 9 เส้นทางหลวงหมายเลข 1125, 1162, 1026 เริ่มจาก จ.น่าน ผ่านจุดตรวจแยกห้วยปา อ.สันติสุข จ.น่าน ผ่านจุดตรวจนาน้อย จ.น่าน เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 101 ที่ อ.ร้องกวาง จ.แพร่

เส้นทางที่ 10 เส้นทางหลวงหมายเลข 106 เริ่มจาก จ.ลำพูน ผ่านจุดตรวจแม่เอาว์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ผ่านจุดตรวจบ้านคอยโตน อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ผ่านจุดตรวจวังดิน อ.ลี้ จ.ลำพูน เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง

เมื่อผ่านพื้นที่ข้างต้นก็ใช้เส้นทางหลักเข้านครสวรรค์มุ่งหน้าสู่ตลาดไท แหล่งจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรขนาดใหญ่ จะสังเกตเห็นว่าแม้จะมีด่านตรวจตั้งสกัดอยู่จำนวนมาก แต่ขบวนการค้ายาเสพติดก็ยังสามารถเล็ดรอดเข้าไปพื้นที่ชั้นในได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกรรมวิธีหลีกเลี่ยงตรวจจับและตบตาอำพราง ทั้งการดัดแปลงรถที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติด จะเห็นได้จากคดีล่าสุด บช.ภ.5 ยึดยาบ้าได้ 1.2 ล้านเม็ดก็มีการเจาะพื้นกระบะเป็นช่องสำหรับซุกซ่อนยาบ้าโดยเฉพาะ หรือจะเป็นการตบตาด้วยการแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวขับรถราคาแพงเพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความเกรงใจไม่กล้าตรวจค้น

สิ่งสำคัญที่แก๊งค้ายาเสพติดตัดตอนไม่ให้สาวถึงตัวการใหญ่ คือ การตัดตอนไม่ให้กลุ่มคนขนแต่ละช่วงได้รู้จักกัน !?!

"มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวเครือข่ายยาเสพติดขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ ตำรวจสามารถจับกุมรถขนยาเสพติดได้ เพราะรถนำสังเกตการณ์ไม่รู้เส้นทาง ขับหลงไม่พบด่านตรวจ ทำให้รถขนยาเสพติดเจอด่านตรวจเข้าอย่างจัง จากนั้นตำรวจก็ขยายผลตามจับกุมได้ทั้งหมด" พ.ต.ท.ชูชัย มงคล สว.หน.ฝ่ายข่าว ศตส.บช.ภ.5 กล่าว

แม้จะเป็นเรื่องราวชวนขำขัน แต่นั่นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ขบวนการค้ายาเสพติดยังคงมุ่งมั่นลักลอบขนยาเสพติดเข้ากรุงเทพฯ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน วันพรุ่งนี้จะมาว่ากันต่อเรื่องกลุ่มผู้ค้าในประเทศ ที่อยู่ในข่ายเฝ้าจับตามอง !?!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อาณาจักร...ยาเสพติด "ค่ายทหาร"โรงงานผลิตยา

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jul 02, 2010 7:48 am

ตอนที่ 4



คมชัดลึก : กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในประเทศไทยยังคงเป็นปริศนาเหมือนเมืองลับแลยากเข้าถึง เพราะการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดแต่ละครั้งมักจะสาวไปไม่ถึงเครือข่ายใหญ่ เนื่องจากปัญหาการตัดตอนผู้ร่วมขบวนการไม่ให้รู้จักกัน โดยใช้วิธีนัดแนะให้ไปรับของ ขนของ และส่งของกันเป็นทอดๆ

แม้จะไม่เป็นที่เปิดเผยว่าผู้อยู่เบื้องหลังแก๊งค้ายาเสพติดในประเทศไทยเป็นใครบ้าง แต่ก็เป็นที่รับรู้กันดีว่าต้องมีฐานะมั่งคั่งเกินกว่าผู้คนทั่วไป

เฉพาะยาบ้าเมื่อขนมาถึงมือผู้ค้ารายใหญ่อาจมีราคาสูงถึงเม็ดละ 100-150 บาท เมื่อคิดเปรียบเทียบกับการตรวจยึดยาบ้าครั้งล่าสุดของตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 1.2 ล้านเม็ด นั่นหมายถึงจะต้องมีเงินอยู่ในกระเป๋า 100-150 ล้านบาท นับเป็นจำนวนเงินมหาศาล !?!

จากข้อมูลของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด บช.ภ.5 และชุดเฉพาะกิจของทางทหารพอจะยืนยันได้ว่า มาถึงตอนนี้มีชาวเขาส่วนหนึ่งเปลี่ยนจากผู้รับจ้างขนมาเป็นผู้ค้าแทน เพราะเริ่มเห็นช่องทางและรู้เส้นทางลำเลียง แทนที่จะได้เงินค่าจ้างแค่ไม่กี่หมื่นบาทก็ได้รับไปเต็มๆ ในการลงไปหาข่าวในพื้นที่หมู่บ้านชาวเขาของชุดปราบปรามยาเสพติด จะสังเกตเห็นว่าแทบจะทุกครัวเรือนมีรถกระบะใช้กันถ้วนหน้า

"บ้านเก่าๆ หลังเล็กๆ ทำสวนผัก แต่กลับมีรถกระบะใหม่ๆ ใช้กันทุกคน มันก็เหมือนกับค่านิยม บ้านนู้นมีรถบ้านนั้นก็อยากจะมีด้วย ประกอบกับรู้ช่องทางขนดีแล้ว เคยรับจ้างขนมาหลายครั้งเข้าก็หันมาเป็นผู้ค้าเสียเองซะเลย" ชุดปราบปรามยาเสพติด กล่าว

กลุ่มชาวเขาที่ผันตัวมาเป็นผู้ค้า ได้แก่ มูเซอ ม้ง อาข่า ซึ่งน่าสนใจว่ากลุ่มชนเผ่าเหล่านี้นำเงินมาจากไหนไปซื้อยาเสพติด ถึงแม้ราคาหน้าโรงงานจะอยู่ที่เม็ดละ 5 บาท แต่กว่าจะถึงมือชาวเขาเหล่านี้ราคาก็ปาเข้าไปเม็ดละ 30 บาทแล้ว

ข้อมูลล่าสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2552 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2553 ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาทางการเมือง กลุ่มว้าเองก็เร่งผลิตยาเสพติดไว้รอขนย้ายจำนวนมาก สิ่งที่ชุดปราบปรามยาเสพติดสังเกตเห็น คือ การลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศแต่ละครั้งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากไม่กี่พันเม็ดใช้วิธีกองทัพมดค่อยๆ ลำเลียงข้ามชายแดนมาเป็นขนครั้งละหลายๆ หมื่นไปจนถึงหลักแสนเม็ด

1 แสนเม็ดก็ต้องใช้เงินถึง 3 ล้านบาท !?!

ชุดปราบปรามยาเสพติดทั้งตำรวจ บช.ภ.5 และทหารตั้งข้อสังเกตไว้ใกล้เคียงกันว่า ยาเสพติดมีปริมาณมากรอขนย้าย ประเทศไทยวุ่นวาย เจ้าหน้าที่รัฐถูกดึงไปดูแลเรื่องทางการเมือง จนไม่มีเวลาให้แก่งานปราบปรามคดีอาชญากรรมและยาเสพติด คำนวณแล้วจึงคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะเพิ่มปริมาณยาเสพติดในการขนแต่ละครั้ง

ข้อมูลจากชุดเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 (ฉก.ม.3) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 จนถึงปัจจุบันสามารถยึดยาบ้าได้รวมกว่า 2 ล้านเม็ด แต่ละครั้งมีจำนวนของกลางเพิ่มขึ้นๆ ?!!

ฉก.ม.3 ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ตลอดแนวชายแดน 7 อำเภอของ จ.เชียงราย กับอีก 2 อำเภอของ จ.พะเยา ประกอบด้วยชายแดนฝั่งพม่า 153 กิโลเมตร ด้านประเทศลาว 189 กิโลเมตร มีด่านผ่านแดนถาวร 5 จุด จุดผ่อนปรน 10 จุด จุดผ่อนปรนการค้า 10 จุด และช่องทางธรรมชาติที่ขบวนการค้ายาเสพติดสามารถลำเลียงผ่านได้อีก 136 ช่องทาง แบ่งเป็นด้านพม่า 50 ช่องทาง ลาวอีก 18 ช่องทาง แม่น้ำสาย 18 ท่าข้าม แม่น้ำรวก 15 ท่าข้าม และแม่น้ำโขงอีก 25 ท่าข้าม

กลุ่มผู้ค้าชาวเขาจะใช้วิธีนัดแนะกับเครือข่ายยาเสพติดให้นำของมาทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ แล้วค่อยตามไปนำกลับไปพักคอยรอเวลาขนเข้ากรุงเทพฯ ถึงแม้ว่าลาวจะไม่ใช่ผู้ผลิตยาเสพติด แต่ระยะหลังๆ มานี้ขบวนการค้ายาเสพติดเริ่มใช้เส้นทางผ่านลาวเข้าไทยบ่อยครั้งขึ้น โดยเข้ามาด้าน 3 จังหวัดภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย แล้วขนอ้อมไปเข้าลาวแล้วค่อยส่งกลับข้ามแม่น้ำมาอีกทอดหนึ่ง

ว้าไม่ได้ผลิตแค่ยาบ้าเท่านั้น แต่ยังมีทั้งเฮโรอีนและยาไอซ์ ช่วงปีสองปีหลังมานี้มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มผู้ค้ายาไอซ์เปลี่ยนจากกลุ่มชาวไต้หวันมาเป็นฟิลิปปินส์แทน มีการเดินทางขึ้นมารับด้วยตัวเองถึงภาคเหนือ แล้วขนกลับเข้ากรุงเทพฯ ก่อนจะข้ามชายแดนไปประเทศตัวเอง เนื่องจากยาไอซ์เป็นยาเสพติดที่นิยมใช้ในกลุ่มไฮโซ ราคาค่อนข้างสูง แค่ไม่กี่กิโลกรัมก็สร้างเงินให้มหาศาล อย่างไรก็ดีมียาไอซ์จำนวนหนึ่งถูกกักเอาไว้ให้สังคมไฮโซของไทยใช้เองด้วย

ทั้งหมดนี้คืออาณาจักรยาเสพติดที่สร้างความมั่งคั่งให้แก่คนกลุ่มหนึ่ง ตรงกันข้ามกลับทำลายประเทศไทยให้ย่อยยับได้ในชั่วพริบตา หากว่าทุกคนไม่ให้ความร่วมมือกันแก้ปัญหา !?!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ