เป้าหมาย..เศรษฐกิจในประเทศไทย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เป้าหมาย..เศรษฐกิจในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jul 03, 2010 7:58 am

วันที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7156 ข่าวสดรายวัน

จี20รัดเข็มขัดกระทบไทย

คอลัมน์ เศรษฐกิจติดดิน

เอ็กซิมแบงก์


หลังการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ G-20 ระหว่างวันที่ 26-27 มิ.ย.53 ที่นครโตรอนโต ประเทศแคนาดา สิ้นสุดลง มีประเด็นสำคัญซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน

นั่นคือ การให้ประเทศสมาชิกที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วลดยอดขาดดุลงบประมาณและรักษาวินัยทางการคลัง เพื่อป้องกันปัญหาในเชิงโครงสร้างที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

เบื้องต้นคาดว่าการลดยอดขาดดุลงบประมาณและเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาวินัยทางการคลังในประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐ อียู ญี่ปุ่น และแคนาดา จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยผ่าน 3 ช่องทางสำคัญ ดังนี้

1.การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) ในปี"52 เศรษฐกิจไทยพึ่งพา FDI จากประเทศพัฒนาแล้วมากกว่า 50% ของ FDI โดยรวม คิดเป็นมูลค่าลงทุนกว่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น หากกลุ่มประเทศดังกล่าวจำเป็นต้องลดการขาดดุลการคลังลง อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งในที่สุดแล้วจะทำให้การลงทุนทั้งในและต่างประเทศชะลอลง

2.การท่องเที่ยว ในปี"52 นักท่องเที่ยวจากประเทศพัฒนาแล้วข้างต้นเดินทางเข้ามาในไทยคิดเป็นสัดส่วนราว 41% จำนวนกว่า 5.8 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่มีสัดส่วนสูงถึง 29% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เข้ามาในไทย

ดังนั้น ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบมากหากประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม G-20 ต้องลดภาระการขาดดุลการคลัง ซึ่งจะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน (ปัจจุบันอัตราว่างงานของหลายประเทศสูงเกือบ 10%) ส่งผลให้ประชากรจากประเทศเหล่านี้เดินทางท่องเที่ยวลดลง

3.การส่งออก แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคส่งออกของไทยได้กระจายความเสี่ยงด้วยการส่งออกไปยังตลาดใหม่มากขึ้น แต่พบว่าเรายังคงพึ่งพาตลาดหลัก โดยเฉพาะสหรัฐ อียู และญี่ปุ่นรวมกันกว่า 30% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด หรือมีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ดังนั้น หากความสามารถในการนำเข้าของประเทศ ดังกล่าวลดลง จะมีผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจโดยรวมของไทยซึ่งพึ่งพาการส่งออกสูงถึงกว่า 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

หน้า 9

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เป้าหมาย..เศรษฐกิจในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jul 03, 2010 8:10 am

เป้าหมายในการดำเนินการด้านเศรษฐกิจในประเทศไทยของรัฐบาลประชาธิปัตย์

ซึ่งดูจะสวนทางกับสถานการณ์ทั่วโลกที่กำลังปรับตัว

นั่นก็คือ รัฐบาลต้องทำให้ประเทศไทยเป็นหนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพื่อให้ประเทศอยู่ในภาวะจำยอมในการเป็นทาสของคนต่างชาติ

ในสภาวะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัว บริเวณแถบอเมริกาและยุโรปจะกลายเป็นพื้นที่โซนน้ำแข็งใหม่ในอนาคตอันใกล้

ส่วนภูมิภาคเอเชียจะเป็นพื้นที่คลังอาหารของโลก เพราะเป็นดินแดนที่สามารถทำการเพาะปลูกได้

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจงอย่าได้แปลกใจว่าทำไม อเมริกาและยุโรปจึงให้การสนับสนุนรัฐบาลประชาธิปัตย์

เพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์มีนโยบายในการขายชาติ(ตอบสนองความต้องการของคนต่างชาติ)

คนไทยแท้ๆไม่มีที่จะอยู่ ที่จะทำกิน

ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็โหมโฆษณาในการเชิญชวนต่างชาติเข้ามาลงทุน

คงนึกว่าคนอื่นไม่รู้ล่ะสิ....

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เป้าหมาย..เศรษฐกิจในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jul 03, 2010 10:25 am

วันนี้เมื่อ ๒๓๘ปีล่วงมาแล้ว เราลืมไปแล้วหรือเปล่า
att พิมพ์ว่า:



http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%98%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B2

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=phonlawat&group=2

มองมุมใหม่ : แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ต้นเหตุวิกฤตอาร์เจนตินาจริงหรือ?

รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในการเคลื่อนไหวคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กลุ่มต่อต้านโลกาภิวัตน์ และนักฉวยโอกาสทางการเมืองของไทย
ชูกรณีวิกฤตอาร์เจนตินาปี 2544 เป็นตัวอย่างว่า เกิดจากนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลอาร์เจนตินา
นำมาซึ่งการล่มสลายทางเศรษฐกิจ อย่างทั่วด้าน ข่มขู่ให้คนไทยหวาดกลัวว่า หากประเทศไทยเดินตาม
แนวทางแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ก็จะต้องมีชะตากรรมเช่นเดียวกับอาร์เจนตินา แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการบิดเบือนความจริง
เพื่อปลุกปั่นความกลัวในหมู่ประชาชนอันเป็นวิธีที่พวกเขาถนัดอย่างยิ่ง

อาร์เจนตินาเคยเป็นประเทศร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วย เศรษฐกิจส่งออกสินค้าเกษตร
ไปป้อนตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่จุดหักมุมเกิดขึ้นในช่วงปี 2489-2495 เมื่อผู้นำเผด็จการฮวน เปรอง
ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ปลุกอารมณ์ชาตินิยม ต่อต้านสหรัฐอเมริกา และทุนต่างชาติ ทั้งดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ
ที่กลายเป็นมรดกอันเลวร้ายมาถึงปัจจุบันคือ การแพร่ขยายรัฐวิสาหกิจและนโยบายประชานิยม

รัฐบาลเปรอง เข้ายึดทรัพย์ธุรกิจของต่างชาติ แปรเป็นรัฐวิสาหกิจ แล้วปกป้องคุ้มครองด้วย การขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าสูงลิบ
กีดกันการค้าต่างประเทศ ห้ามการแข่งขันทั้งใน และต่างประเทศ รวมทั้งดำเนินนโยบาย "ประชานิยม" แจกจ่ายเม็ดเงิน
และผลประโยชน์ให้กับกลุ่ม พลังต่างๆ ทั้งสหภาพแรงงาน เกษตรกร กลุ่มธุรกิจ และทหาร

เศรษฐกิจอาร์เจนตินาเกิดวิกฤตชะงักงัน เงินเฟ้อพุ่งเพราะรัฐบาลใช้จ่ายเงินมหาศาลเพื่ออุ้มรัฐวิสาหกิจ
และนโยบายประชานิยม กระทั่งเปรองถูกคณะทหารยึดอำนาจในปี 2498 แต่อนิจจา ระบอบรัฐวิสาหกิจ
และประชานิยมกลับยืนยงต่อมา


การเมืองอาร์เจนตินาผ่านการเมืองแบบเลือกตั้งสลับกับเผด็จการทหารขณะที่เศรษฐกิจ เผชิญเงินเฟ้อพุ่งสลับกับ
ภาวะตกต่ำตลอดสี่สิบปี รัฐบาลทุกยุคสมัยต้องพิมพ์ธนบัตรและกู้หนี้ต่างประเทศเพื่ออุ้มรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ
ที่ขาดทุนอย่างหนัก และใช้จ่ายในโครงการประชานิยมต่างๆ ทำให้เงินเฟ้อพุ่งไม่หยุด บางครั้งสูงถึง 4,000% ต่อปี
กระทั่งปี 2525-2526 อำนาจคณะทหารก็ล่มสลายจากการพ่ายแพ้ในสงครามหมู่เกาะโฟล์คแลนด์
มีการฟื้นประชาธิปไตยและประธานาธิบดีพลเรือนจากการเลือกตั้ง

ถึงปี 2534 เศรษฐกิจอาร์เจนตินาถึงวิกฤติสุดขีด เงินเฟ้อสูงถึง 20,000% ต่อปี หนี้ต่างประเทศที่เกิดจากการอุ้มรัฐวิสาหกิจ
ที่ขาดทุนมีสูงถึง 64,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 38.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบเป็นศูนย์ รัฐบาลจำต้องปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อความอยู่รอด
เริ่มจากการลดอัตราภาษีศุลกากร ลดการคุ้มครองธุรกิจในประเทศ ให้สินค้านำเข้ามาแข่งขันได้
และแก้ไขกฎระเบียบส่งเสริมการส่งออก

รัฐบาลยังประกาศใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ผูกติดปริมาณเงินเปโซไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐที่ไหลเข้าออกประเทศ
ทำให้รัฐบาลไม่สามารถพิมพ์ธนบัตรออกมาใช้จ่ายได้ตามใจชอบอีกต่อไป

ระบบรัฐวิสาหกิจหยั่งรากลึกในเศรษฐกิจอาร์เจนตินา มีกิจการทุกประเภท ตั้งแต่สาธาร--ณูปโภค เชื้อเพลิง ขนส่ง
ไปถึงห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ บาร์ ไนท์คลับ คณะละครสัตว์ และโบสถ์คริสต์ เกือบทั้งหมดขาดทุนอย่างหนัก
เป็นภาระที่รัฐบาลต้องหาเงินมาหล่อเลี้ยงจำนวนมหาศาลทุกปี และเป็นรากเหง้าของปัญหาเงินเฟ้อ
รัฐบาลจึงเร่งแปรรูปรัฐวิสาหกิจ มีทั้งยุบเลิกและแปลงสภาพเป็นบริษัทขายให้เอกชนไปดำเนินการ แล้วนำเงิน
ไปใช้หนี้ต่างประเทศ


ผลก็คือ เงินเฟ้อลดต่ำกว่า 10% ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวเติบโตในอัตรา 7.9% ต่อปีในช่วง 2536-37 แต่ปัญหาใหญ่
กลับยังไม่ได้รับการแก้ไขคือ หนี้ต่างประเทศลดลงไม่มาก รวมทั้งการใช้จ่ายเกินตัวทั้งของรัฐบาลกลางและท้องถิ่น

เมื่อเกิดวิกฤตเม็กซิโกปี 2537-2538 เจ้าหนี้ต่างชาติแตกตื่น เงินทุนไหลออก เศรษฐกิจ ถดถอย คนว่างงานพุ่ง ตั้งแต่ปี 2539
รัฐบาลกลับมาใช้จ่ายเกินตัวอีก แต่ไม่สามารถพิมพ์ธนบัตรได้ จึงหันไปกู้หนี้ด้วยการออกพันธบัตร
ขายในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย งบประมาณรายจ่ายเพิ่มไปถึง 21% ของจีดีพี
ขณะที่หนี้ต่างประเทศ พุ่งขึ้นเป็น 172,200 ล้านดอลลาร์หรือ 64.1% ของจีดีพีในปี 2544


แล้ววันแห่งชะตากรรมก็มาถึงในปี 2542 เมื่อเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้เงินเปโซแข็งตามไปด้วย ซ้ำเติมด้วยบราซิล
ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ประกาศลดค่าเงินเรียลถึง 40% ทำให้การส่งออกของอาร์เจนตินาตกต่ำ การนำเข้าพุ่ง
ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่องหลายปี ผู้คนตกงานถึง 21% ท้ายสุดปี 2544 รัฐบาลไม่สามารถ
ลดการใช้จ่ายได้ตามแผน เจ้าหนี้ต่างชาติแตกตื่นปฏิเสธให้เงินกู้เพิ่ม รายจ่ายรัฐบาลสะดุด
ค่าเงินเปโซในตลาดมืดตกฮวบ ผู้คนแห่กันไปถอนเงินดอลลาร์จากธนาคาร เกิดจลาจลทั่วประเทศ
ธุรกิจชะงัก และรัฐบาลประกาศพักชำระหนี้
ตามมาด้วยการลอยค่าเงินเปโซในปี 2546 และการตัดลด
งบประมาณรายจ่ายของรัฐจำนวนมหาศาล เศรษฐกิจจึงค่อยๆ ฟื้นและขยายตัวดีในอัตราเฉลี่ย 8% ช่วง 2546-2548

เห็นได้ว่า การแปรรูปรัฐวิสาหกิจไม่ใช่สาเหตุให้เศรษฐกิจอาร์เจนตินาล่มสลายดังที่กลุ่มต่อต้านโลกาภิวัตน์
และนักฉวยโอกาสทางการเมืองได้บิดเบือนมาตลอด แต่เป็นตรงข้ามคือ ระบบรัฐวิสาหกิจที่ทุจริต
ไร้ประสิทธิภาพและขาดทุนต่างหากที่เป็นรากเหง้าของปัญหาทั้งหมด
ก่อเป็นหนี้สินของรัฐบาลสั่งสมมา
หลายสิบปีเป็นจำนวนนับแสนล้านดอลลาร์ถึงปัจจุบัน

ซ้ำเติมด้วยการขาดวินัยทางการคลังของรัฐบาลกลางและท้องถิ่นที่ใช้จ่ายโดยไม่สัมพันธ์กับการจัดเก็บภาษี
แล้วหาทางออกง่ายๆ ด้วยการกู้หนี้สาธารณะเพิ่ม


บทเรียนสำคัญจากอาร์เจนตินาคือ "ต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจ" กำกับดูแลไม่ให้มีการผูกขาด ส่งเสริมการแข่งขัน
เพิ่มประสิทธิภาพ ยกภาระหนี้สินและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจออกไปจากการค้ำประกันและงบประมาณของรัฐบาล
ในขณะที่รัฐบาลก็ต้องรักษาวินัยทางการคลังอย่างเข้มงวด ใช้จ่ายให้สัมพันธ์กับรายรับภาษี
และระวังให้หนี้สาธารณะ อยู่ในระดับต่ำและมีเสถียรภาพ


Create Date : 13 กันยายน 2549
Last Update : 19 กันยายน 2549 11:30:53 น.
http://writer.dek-d.com/nutnakub/story/view.php?id=343503
sunny พิมพ์ว่า:

สเปนชนะ โปรตุเกส 1-0 เข้ารอบ 8 ทีม

Wednesday, 30 June 2010

ถึงว่าทำไมเชียร์ทีมนี้
สงสัยอยากเป็นแชมป์(หนี้)เหมือนกัน

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เป้าหมาย..เศรษฐกิจในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Sun Jul 04, 2010 3:15 pm

sunny พิมพ์ว่า:
เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจงอย่าได้แปลกใจว่าทำไม อเมริกาและยุโรปจึงให้การสนับสนุนรัฐบาลประชาธิปัตย์

เพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์มีนโยบายในการขายชาติ(ตอบสนองความต้องการของคนต่างชาติ)

ปชป.เผยปธ.สหภาพยุโรปหนุนไทยแก้ปัญหาปชต.

4 กค. 2553 14:41 น.

น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย จะนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับประเทศไทย ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการจ้างล๊อบบี้ยิส เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถเคลื่อนไหวในต่างประเทศชั้นนำได้ ทั้ง อเมริกา ประเทศในสหภาพยุโรป และ เชื่อว่าต่อไปพ.ต.ท.ทักษิณ จะไปไหนไม่ได้นอกจากประเทศไทย โดยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

สำหรับการเคลื่อนไหวผ่านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยไปพูดสถานการณ์การเมืองไทย ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี และต่อไปจะไปพูดที่ยุโรป ร่วมถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้ไปพูดที่ประเทศเยอรมันนี ในเรื่องประชาธิปไตยในไทย

ล่าสุด นายฮัน วาน บูเรน ประธานสหพันธ์เสรีประชาธิปไตยนานาชาติ ของสหพันธ์ยุโรป ได้ออกแถลงการสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาล ที่พิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย และการปกครองในระบบนิติธรรม ขณะที่รัฐบาลจะพยายามชี้แจงให้นานาชาติเข้าใจโดยจะไม่มีการจ้างล๊อบบี้ยิสตอบโต้
=======================================

สหรัฐหนุนแผนปรองดอง

4 กค. 2553 12:05 น.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของประเทศ ภายหลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ว่า หลังจากเหตุการณ์ความวุ่ยวายที่เกิดขึ้นในประเทศที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีการชี้แจงอธิบายชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ยืนยันได้ว่าต่างประเทศมีความเข้าใจประเทศเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะล่าสุดรัฐสภาประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการลงมติสนับสนุนแผนนโยบายสร้างความปรองดองของรัฐบาล และพร้อมที่จะให้สนับสนุนรัฐบาลไทยอย่างเต็มที่ เพื่อต้องการให้ประเทศเราเดินไปข้างหน้า และมีความสงบสุข อีกทั้งที่ผ่านมาตนได้พยายามชี้แจงโดยการให้สมัภาาณ์กับสื่อมวลชนจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายภายในประเทศไทยที่เกิดขึ้น

ส่วนกรณีการดำเนินการของบางฝ่ายที่ต้องการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไปสู่ต่างประเทศนั้น เรื่องนี้ของให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะเอาความจริงข้อเท็จจริง รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ดี เพื่อให้มิตรของประเทศไทยให้ช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยของเดินหน้าต่อไป

satan_baby

จำนวนข้อความ : 192
Registration date : 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เป้าหมาย..เศรษฐกิจในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jul 15, 2010 12:12 am

sunny พิมพ์ว่า:

ขอนอกเรื่องอ่ะนะ แต่สะใจชิบ... ที่สเปนเป็นแชมป์

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เป้าหมาย..เศรษฐกิจในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jul 16, 2010 9:48 am

วุฒิสภาสหรัฐฯผ่านร่างกม.ยกเครื่องระบบการเงิน

สภาคองเกรสสหรัฐฯ อนุมัติผ่านร่างกฏหมายที่จะปฏิรูปภาคการเงินของสหรัฐฯครั้งใหญ่ที่สุดนับจากทศวรรษที่ 1930 เมื่อวันพฤหัสบดี โดยคาดหวังจะยุติพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆของวอลสตรีท และนับเป็นชัยชนะใหญ่อีกครั้งของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ผู้ชูประเด็นการปฏิรูประบบธนาคารเป็นหนึ่งในความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฏหมายฉบับนี้เมือเดือนที่แล้ว และวุฒิสภาสหรัฐฯลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีด้วยคะแนน 60-39 รับรองร่างกฏหมายประวัติศาสตร์ฉบับดังกล่าว ก่อนส่งต่อไปให้ประธานาธิบดีโอบาม่าลงนาม ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า และจะเป็นการยุติการถกเถียงดุเดือดที่ดำเนินมากว่าหนึ่งปีแล้ว เรื่องวิธีการปฏิรูปภาคการเงินของประเทศ

สมาชิกสภาพรรครีพับบลิกันส่วนใหญ่คัดค้านร่างกฏหมายฉบับนี้ โดยมองว่าเข้มงวดมากเกินไปจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ทำให้เดโมแครตต้องการ 60 เสียงในการการลงมติเพื่อยุติการถกเถียงและป้องกันกลยุทธถ่วงเวลาใดใดของรีพับลิกัน มีรีพับลิกันสายกลางเพียงสามคนร่วมกับเดโมแครต 57 คน ออกเสียงสนับสนุนร่างกฏหมายฉบับนี้ ขณะที่วุฒิสมาชิกเดโมแครตหนึ่งคนคือ รัสเซลล์ ไฟน์โกลด์ ออกเสียงคัดค้านร่างกฏหมายฉบับนี้

ร่างกฏหมายฯฉบับนี้จะป้องกันไม่ให้บริษัทการเงินต่างๆ เข้าเกี่ยวข้องกับพฤตกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเกินไปต่างๆ ที่เคยนำไปสู่การเกือบล่มสลายของตลาดหุ้นวอลสตรีทในปี 2551 และนำไปสู่การการเกิดวิกฤตการเงินถดถอยทั่วโลก และประธานาธิบดีโอบาม่าระบุว่ากฏหมายฉบับนี้มีความสำคัญในอันที่จะป้องกันวิกฤตในอนาคต

ก่อนหน้านี้ บรรดาผู้นำชาติยุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปราบปรามพฤติกรรมน่าสงสัยต่างๆของภาคการธนาคาร และยุโรปเองก็กำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการปฏิรูปกฏข้อบังคับทางการเงินหลักๆของตนเช่นกัน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ