"ปรองดอง" สู่ "หายนะ"

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

"ปรองดอง" สู่ "หายนะ"

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Sat Jul 10, 2010 1:30 pm

ดิฉันได้อ่านได้ดูข่าวแต่ละวันแล้วเกิดความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่า
รัฐกำลังพยายามสร้างความรู้สึกบางอย่างสะสมให้ประชาชนเกิดความ
ไม่ชอบใจกับคนเสื้อแดงผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย
หลายครั้งที่มีการปะติดปะต่อเอาเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์เข้าไปไว้รวมกัน
เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจว่าทั้งแกนนำ นปช. และชาวเสื้อแดงได้มีแผนการ
ที่จะจ้องคอยแต่จะทำลายบ้านเมือง ไม่ต่างกับในสมัยที่เผด็จการทหารในประเทศนี้
ได้เคยยัดเยียดความเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ให้แก่ทุกคนที่ไม่เห็นด้วย
กับรัฐบาลเมื่อสี่ห้าสิบปีที่แล้ว

นี่ถ้าเป็นการตอบโต้ซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มการเมืองแล้ว ดิฉันคงจะ
เห็นว่าเป็นเรื่องสกปรกในระดับความเข้มข้นแบบธรรมดา ๆ ที่คาดเดาได้
แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็น Production ที่ถูกนำเสนอออกมาโดยฝ่ายรัฐ
ซึ่งกำลังใช้ความได้เปรียบมาทำสงครามกับประชาชน


สิ่งที่ดิฉันอยากชี้ให้เห็นนั้นมีสาระสำคัญอยู่ในประเด็นที่ว่า รัฐนั้นเป็นผู้ใช้กฏหมาย
และเป็นผู้ที่มีหน้าที่สร้างสังคมที่เป็นธรรมให้ เกิดขึ้น รวมทั้งยังต้องรับผิดชอบ
ต่อการรักษาความเป็นนิติรัฐไว้ ไม่ผิดไปจากคำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่เคยพูดไว้
เมื่อก่อนจะใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม


แต่จนแล้วจนรอด ดิฉันยังมองไม่เห็นความพยายามตามที่นายอภิสิทธิ์ได้เคยอ้างไว้เลย
จะมีสลับฉากออกมาบ้างก็เป็นประเภทการตั้งคณะกรรมการอะไรก็ไม่ทราบมากมาย
กันจนไม่รู้ต่อกี่คณะ เหมือนเป็นเครื่องมือกันคนนินทาว่า “ไม่ปรองดอง”
ดูแล้วก็สนุกดีเหมือนโชว์มหรสพตามงานวัด
แต่หาสาระแก่นสารที่ถูกต้องเป็นธรรม
ไม่ได้ ท่านแต่งตั้งกันเอาเอง สอบสวนกันเอง แล้วก็สรุปกันเอง คุณที่ห่วยที่สุดก็คือ
ดันตั้งนาฬิกาเอาไว้ว่าน่าจะรู้ผลกันใน 2-3 ปี ให้เงินไปใช้กันอีก 600 ล้าน แถมยังกล้าพูดอีกว่า

ไม่ได้ทำเพื่อหาคนผิดแต่ทำเพื่อปรองดอง .. โอ้โฮ คิดได้ไงฟระ


ทั้งองค์กรสากลและสื่อ ฯ ทั่วโลกเค้าต่างก็พากันสำลักกับมุกของไทยแลนด์เรา
พากันขึ้นข่าวบนหน้าเน็ต บ้างก็ทำรายงานแจกกันไปทั่วโลกขายขี้หน้าเขาไปถึงไหนแล้ว

นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ปรองดอง" สู่ "หายนะ"

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Sat Jul 10, 2010 1:31 pm

แต่โอ้ .. คุณพระช่วย เหมือนผีจะเป็นใจ!!
รัฐบาลไทยของเราก็ดูจะมั่นคงและยืนหยัดต้านกระแสโลกได้ อย่างเยือกเย็น
เย็นเสียจนเหมือนจะเป็นอาการของเส้นประสาทบนใบหน้าเกิดอาการอัมพฤกษ์
หมดความรู้สึกบนใบหน้าไปเสียแล้วอย่างเฉียบพลันและถาวร ฝรั่งมันถึงแปะไว้
ที่หัวบรรณาธิการว่า “ยุคใหม่ของเผด็จการทหารในประเทศไทยได้เริ่มขึ้นแล้ว”

คุณที่ร้ายไปกว่านั้นก็ยังมี

รัฐไม่เคยลดละที่จะสร้างจินตภาพให้เราเห็นว่า การทำให้ประชาชนตายลงไปเกือบ
ร้อยศพนั้นเป็นความจำเป็น เป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้
เป็นความชอบธรรมของรัฐบาล
และถูกกฏหมาย รัฐพยายามเสนออะไรต่อมิอะไรจนจำไม่ไหว เพื่อหวังให้เป็นโลโก้
ของคำ ว่า”ปรองดอง” ใ
นขณะที่อีกทางหนึ่งก็กลับปล่อยให้คนในรัฐบาลออกมา
ยกตัวอย่างประวัติอาชญากรรมของผู้เสียชีวิตเพียงไม่กี่ราย นำมากล่าวอ้างแก้ตัว
ในสภาต่อหน้าคนไทยหกสิบล้านคน พยายามจะสื่อและสร้างความเข้าใจผิด ๆ
ให้กับประชาชนในทำนองว่า ผู้เสียชีวิตร่วมเกือบร้อยศพนั้นดูจะเป็นอาชญากร
ไปเสียทั้งสิ้น และรัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วนอกจาก “ปลิดทิ้ง” เสีย

วันดีคืนดีก็ส่งโฆษกปากพล่อยออกมาปล่อยข่าวป้ายสีเค้าเสียเป็นตุเป็นตะ
เคราะห์ดีนะที่ชาวบ้านเค้าไม่เล่นด้วย เลยโดนจระเข้ฟาดหางเข้าให้
ตีซะหน้าแหกจนเมียคงจะจำหน้าไม่ได้แล้ว


การสร้าง ความปรองดองนั้นมันไม่ได้ยากเย็นซับซ้อนอะไร ขอเพียงแค่การ
หยิบยื่นความเป็นธรรม มอบความเมตตาให้แก่ประชาชนแทนการป้ายร้ายใส่สี
และผู้เสีย ชีวิตทุกคนควรจะต้องได้รับสิทธิในการสืบประวัติว่าพวกเขาเป็นใคร
มาจากไหน เป็นโจรก่อการร้ายติดอาวุธ หรือเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา ๆ

ที่ปฏิเสธรัฐบาลคณะนี้เท่านั้น หากรัฐตั้งใจที่จะละเลยในเรื่องนี้ ดิฉันก็มองเห็น
เหตุผลอยู่เพียงข้อเดียวเท่านั้นคือ รัฐบาลกลัวความจริงที่ว่าตนได้ทำผิดพลาด
และได้พลั้งมือสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ลงไปแล้วเป็นสิบ ๆ ศพและกลัวที่จะ
ต้องมีโทษอาญาติดตัวให้ได้ชดใช้กันในวันข้างหน้า


รัฐบาลมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงและต้องปล่อยข้อมูลข่าวสารให้เข้าถึง
ประชาชนได้ อย่างที่ประเทศในโลกเสรีประชาธิปไตยที่เจริญแล้วเขากระทำกัน

รัฐต้องหัดที่จะเคารพต่อวิจารณญาณของประชาชน และต้องรู้จักจำใส่หัวใจ
เอาไว้เสมอว่า วิจารณญาณอันเดียวกันนี้แหละที่เลือกให้พวกท่านทั้งหลาย
ได้มีโอกาสพากันเข้ามานั่งทำหน้าที่ในสภาและในทำเนียบ ฯ ได้จนทุกวันนี้

ทั้งหมดที่ดิฉันยกมานี้ ไม่เพียงแต่จะไม่ใช่วิถีทางแห่งนิติรัฐเท่านั้น แต่กลับเป็นการ
ใช้อำนาจที่มีอยู่ไปในทางมิชอบ และดูเหมือนจะเป็นการใช้สื่อ ฯ และคนในควบคุม
ของรัฐมาทำการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อลบความผิดพลาดให้พ้นตัวพร้อม ๆ ไปกับ
การสร้างความชอบธรรมย้อนหลังให้แก่ตัวเองและคณะเท่านั้น .. และที่สำคัญที่สุด

รัฐบาลกำลังละเมิดรัฐธรรมนูญอย่างไม่มีขอบเขต

รัฐบาลละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่างไม่มีข้อจำกัด โดยอาศัยแค่เพียง
กฏหมายเล็ก ๆ ระดับแค่พระราชกำหนดเพียงฉบับเดียวมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้เกิดสิทธิ
ในการงดใช้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นถึงแม่บทในการปกครองประเทศและเป็นหลักประกัน
เดียวที่ยังเหลืออยู่เพื่อจะยืนยันความมีตัวตนของสิทธิและเสรีภาพที่ชาวไทย พึงมี
และพึงได้


นึกแล้วก็ให้อดขำไม่ได้ว่าอย่างนี้หรือคือ .. นิติรัฐ ?? และพาลให้สงสัยว่า
จุดนี้คือที่เริ่มต้นของ “ความปรองดอง” หรือ “ความหายนะ” กันแน่

นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: "ปรองดอง" สู่ "หายนะ"

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Sat Jul 10, 2010 1:32 pm

มหาชำร่วย


^
^
^
^
เป็นบทความที่น่าสนใจเลยแวะหยิบยกมาให้อ่านกัน

ซึ่งในความรู้คนฝั่งที่ถูกกระทำทุกคนไม่มีใครเชื่อในน้ำยา

ของคำว่า ปรองดอง จาก นายกมาร์ค เพราะการอ้างอำนาจนิติรัฐดำเนินการกับนปช ฝ่ายเดียว
แต่คดีที่นปช แจ้งความดำเนินการกับผู้สั่งการให้มีการเข่นฆ่าประชาชนครั้งนี้ กับ การพิสุทธิ์ข้อเท็จจริงจากองค์กรกลางระหว่างประเทศ
รัฐบาลกับไม่ดำเนินการเลย


แค่นักข่าวถามถึงข้อสงสัยของประชาชน ว่าทหารเป็นผู้ไล่ยิงประชาชน แค่่นี้
คนของรัฐบาลอย่างเทพเทือก ก็ตอบอย่างน่าเกลียดว่า"เป็นคนไทยหรือเปล่า"
ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวไรกับคำถามเลย

และยิ่งอ้างปรองดอง ทั้งๆที่มีการไล่ล่า หิ้วผู้ที่เห็นต่าง และมีการปิดสื่่อฝ่ายตรงข้ามเท่าไหร่
คำว่าปรองดอง จะไม่มีในหัวของชาวเสื้ือแดงที่ถูกกระทำอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย

แต่คำหนึ่งที่อยู่ในหัวชาวเสื้อแดง แม้ไม่พูดออกมา คือ

" รอเวลาเอาคืน อย่างสาสม" เท่านั้นเอง

เฮ้อ คนเรา

นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ