สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jul 11, 2010 9:41 pm

การก่อสงครามมีได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ความต้องการแสดงพลังที่ตนมี ความต้องการเพิ่มอาณาเขตการปกครอง หรือความต้องการแย่งชิงพื้นที่ทรัพยากรทางธรรมชาติมาให้ได้มากที่สุด ....

การก่อสงครามที่มักเกิดขึ้น เป็นการก่อสงครามที่ผู้รับไม่ทันได้ตั้งตัว ของผู้วางแผนมาเป็นอย่างดี ฉะนั้น ผลของสงครามย่อมรุนแรงและสร้างความวิบัติร้ายแรงยิ่งนัก

แฟรงค์คลิน ดี รูสเวท ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาเรื่องสงครามมานาน กล่าวว่า "ในทางการเมืองไม่มีคำว่าบังเอิญเด็ดขาด แต่ถ้ามี..!! ก็ต้องมาจากการวางแผนเท่านั้น"

เหตุร้ายๆต่างๆที่เกิดขึ้น มาจากการวางแผนล่วงหน้า และเดิมเกมไปตามแผนการ โดยผู้คนส่วนใหญ่คิดว่ารัฐบาลจะเป็นผู้ปกป้องและให้ความปลอดภัยกับพวกเขาจากเหตุร้ายได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นความคิดที่ผิดมหันต์!! เพราะรัฐบาลจะทำเพื่อผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นมากกว่าผลกระทบรอบข้างที่จะตามมา

ประเทศคงอยู่ได้ด้วยประชาชน ซึ่ง 2 เหตุผลใหญ่ที่ทำให้การศึกล้มเหลวคือ

1. ชัยชนะที่ปราศจากสำนึกในการปกป้องประชาชน

2. การบังคับให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่เกินขอบเขตเพราะทางการย่อมต้องการให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดจะได้ควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น แต่หากขาดจิตสำนึก ประชาชนย่อมไม่ปฏิบัติตาม

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jul 11, 2010 10:09 pm

นโยบายจัดระเบียบโลกใหม่

ความมั่นคง เป็นคำที่สื่อถึง ความอบอุ่น ปลอดภัย และสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข

สหรัฐอเมริกา ได้ดำเนินนโยบายการจัดระเบียบโลกใหม่โดยการประกาศให้สังคมโลก หรือประเทศต่างๆต้องดำเนินการตามนโยบายที่สหรัฐฯเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้เพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์แห่งชาติของตนเองป็นที่ตั้ง

กระแสโลกาภิวัตน์ หรือกระแสของความเจริญก้าวหน้า ถูกผลักดันผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบก้าวกระโดด และขยายตัวทางด้านคมนาคมอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้โลกมีสภาพไร้พรมแดน เกิดสภาพสังคมโลกใหม่ที่กำลังเติมโตตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

กระแสโลกาภิวัตน์ เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ ทัศนคติ วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของพลเมืองประเทศต่างๆเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน แต่ผลกระทบที่เกิดจากการมีสภาพไร้พรมแดนเช่นนี้ ทำให้อำนาจรัฐของแต่ละประเทศถูกริดรอนอย่างหนัก เปิดโอกาสให้ความทันสมัยและค่านิยมที่ถูกปรุงแต่ง ซึ่งเคลือบแฝงไว้ด้วยผลประโยชน์เข้าไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพลเมืองในพื้นที่ต่างๆ จนก่อให้เกิดการต่อต้าน และรวมตัวกันเพื่อต้องการลดบทบาทการเข้าครอบงำโลกของสหรัฐฯภายใต้นโยบายการจัดระเบียบโลกใหม่ด้วยในขณะเดียวกัน

จากสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์สังคมโลกต่างๆเหล่านี้เป็นแรงบีบบังคับให้เกิดปัญหาต่อความมั่นคงรูปแบบใหม่

การดำเนินการให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดได้อย่างมั่นคงท่ามกลางกระแสเปลี่ยนแปลงตามสภาวะแวดล้อม สถานการณ์โลกในปัจจุบัน และภัยคุกคามต่อความมั่นคงในมิติใหม่ จึงจำเป็นต้องมีกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคง ผสมผสานกับกรอบหรือความคิดแบบใหม่ ที่จะทำให้สังคมมีความสามัคคี กลมเกลียวในทุกภาคส่วนของรัฐ และปราศจากความขัดแย้งที่รุนแรง

รวมถึงต้องกระตุ้น จิตสำนึกให้ทุกคนในชาติตระหนักและเห็นคุณค่าในการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งมีสภาวะแวดล้อมที่สงบด้วยการมีประเทศเพื่อนบ้าน เป็นประเทศที่สามารถดำรงสถานภาพที่มั่นคง ทั้งในระบบการเมืองและเศรษฐกิจ

การดำเนินงานด้านความมั่นคง ตัวจักรสำคัญนั่นคือสถาบันทหาร ซึ่งจะต้องมีองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และมุมมอง ที่คมพอจะพัฒนาให้ก้าวหน้าเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการติดตามสถานการณ์และสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jul 11, 2010 10:39 pm

คุณสมบัติของของกลุ่มผู้นำในองค์กร

องค์กรประกอบด้วยบุคลากร ดังนั้นบุคลากรในองค์กรโดยเฉพาะกลุ่มผู้นำขององค์กร จะต้องมีลักษณะสำคัญคือ เป็นผู้มีความรู้ในบทบาทและหน้าที่ของตนเองอย่างดียิ่ง ต้องมีทักษะ หรือความชำนาญ ความเป็นมืออาชีพในการดำเนินงานตามภาระรับผิดชอบขององค์กร และประการสุดท้ายที่สำคัญยิ่งคือต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมต่อผู้ร่วมงานและองค์กร

คำว่า ผู้นำ หรือ ผู้บริหาร ไม่ได้หมายถึงผู้ที่มียศสูงเท่านั้น

"ผู้นำ" หมายถึง ผู้ที่สามารถนำพาองค์กรไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้

ผู้นำต้องมีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ เข้าใจนโยบาย และเป้าหมายของหน่วยงาน รู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล มีความรับผิดชอบ ทันโลกทันเหตุการณ์ ทั้งนี้ผู้ใต้บังคับบัญชาก็มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้กว้างขวางเท่าเทียมกันกับผู้นำ

ผู้นำต้องเป็นผู้บริหารที่ดี สร้างงาน สร้างคน และสร้างระบบการงานที่ดี ต้องบริหารงานเป็นเพื่อให้งานสามารถผลิตงานออกสู่สาธารณะ การที่จะให้ผู้ตามทั้งหลายเชื่อและศรัทธา เราต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง ทำได้ในสิ่งที่พูด พูดจริงทำจริง มีการกำหนดเป้าหมายและแนวทางไปสู่เป้าหมาย มีคุณธรรมในการบริหารคน และเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีสิทธิเท่าเทียมกันในการปฏิบัติงาน

ผู้นำต้องทราบว่าจะทำอย่างไร... จึงจะพัฒนางานได้ รู้จักมอบหมายงานให้เหมาะสมกับคน ดูคนเป็น อ่านคนออก รับรู้ เรียนรู้ได้ไว มีมนุษยสัมพันธ์ รู้จักติดต่อสื่อสาร กล้าคิดกล้าทำ มีจิตวิทยา เป็นนักวางแผนเท่ากับนักแก้ปัญหา ที่ท้าทายมากคือต้องเป็นผู้นำที่ยืดหยุ่น สร้างความเปลี่ยนแปลง และสร้างศรัทธา

ผู้นำต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาชิกขององค์กร ให้ทุกคนตระหนักถึงเป้าหมายหลักขององค์กร และร่วมมือร่วมใจเพื่อให้เป้าหมายขององค์กรดำเนินไปสู่เป้าหมายที่ได้ตั้งไว้

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจากผลกระทบอันเกิดจากนโยบายการจัดระเบียบโลกใหม่...เท่านั้น!!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jul 11, 2010 10:55 pm

บัญญัติ 5 ประการแห่งระเบียบโลกใหม่ คือ

1. ความเป็นประชาธิปไตย

2. สิทธิมนุษยชน

3. สภาพแวดล้อม

4. การค้าเสรี

5. ลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร

ในสาระสำคัญนี้ได้กลายเป็นเครื่องมือของสหรัฐฯและประเทศพันธมิตรในการแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศอื่นๆในประชาคมโลก เช่น การบีบบังคับให้ประเทศต่างๆ อยู่ภายใต้อิทธิพลของตนในทุกๆด้าน เช่น การกีดกันทางการค้ากับประเทศที่ไม่ทำตามสาระสำคัญ ทั้ง 4 ประการคือ ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่รักษาสิทธิมนุษยชน ไม่ดูแลสภาพแวดล้อม และไม่เปิดการค้าเสรี

ในเวลาไม่นาน นโยบายดังกล่าวก็ได้กระจายอย่างรวดเร็วเพื่อให้คนทั้งโลกเข้าใจปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้คนส่วนใหญ่ตื่นตัว สหรัฐฯจึงได้จัดตั้งหน่วยซีไอเอ ซึ่งเป็นหน่วยลับพิเศษของตนเองขึ้นมา เพื่อป้องกันการรุกรานจากประเทศที่คิดเป็นศัตรู

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jul 11, 2010 11:27 pm

ในช่วงสงครามเริ่มก่อตัว ประชาชนทั่วไปจะไม่ค่อยรู้สึกสักเท่าไหร่ เพราะจะเป็นเหมือนชีวิตปกติที่เกิดขึ้นทั่วๆไป แต่อาหารอุปโภคจะมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะทองคำ...!!!

สถานการณ์วิกฤติในปัจจุบันกำลังขยายวงนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งแต่ละฝ่ายก็จะขนอาวุธร้ายแรงออกมาประหัตประหาร หั้ำหั่นกันและกัน

กรณีของสหรัฐฯในการทำสงครามครั้งนี้ สิ่งที่สหรัฐฯหวังและต้องการได้รับเป็นรางวัลคือ แหล่งพลังงาน ทรัพยากรแร่ธาตุที่มีค่า พื้นที่แหล่งเพาะปลูกสำหรับใช้เป็นคลังอาหาร รวมถึงการได้คุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกนั่นคือการคุม 2 คาบมหาสมุทร

ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีพันธมิตรที่ใกล้ชิด คือ อังกฤษ ออสเตรเลียและญี่ปุ่น

สาเหตุที่ราคาน้ำมันโลกขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะอเมริกาต้องการให้ราคาน้ำมันมีราคาที่สูงกว่า "100เหรียญต่อบาร์เรล" เพื่อนำเงินที่ได้ไปพยุงสภาพเศรษฐกิจ และความน่าเชื่อถือในสกุลดอลล่าร์ของตนที่นับวันจะทรุดตัวลงไปเรื่อยๆ

จึงไม่เป็นสิ่งที่ไกลเกินความคาดหมายนัก ที่จะเกิดสงครามใหญ่อีกสักครั้ง ซึ่งผลพลอยได้ในการล้มกระดานแล้วตั้งใหม่ในครั้งนี้ก็เพื่อการ "จัดตั้งรัฐบาลโลกให้เป็นรูปธรรมเร็วยิ่งขึ้น"

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jul 11, 2010 11:37 pm

http://www.ehow.com/how_4770896_survive-world-war.html

How to Survive World War 3

By seedling, eHow Member

  1. Step 1

    First, analyze your location. Will your country be a combatant in World War 3?
    If so, you may want to consider moving to a safer place. For example,
    it is unlikely that places of little geopolitical importance will see
    much action in World War 3. Some parts of Asia and many parts of South
    America will probably remain unscathed.
    However, the Middle East and
    possibly parts of Europe, Asia and North America could suffer during
    World War 3.

  2. Step 2

    After you have analyzed your location, decide if it is safe. If so, then stay
    put. If your current location is in a combatant nation, you may want to
    consider moving to a safer part of the globe.
  3. Step 3

    Start preparing food storage, clean water and any other supplies you would
    need if life were disrupted by a massive war. You may not have
    electricity and the supermarkets could be closed.
  4. Step 4

    Prepare a hiding place in a remote location, far from military bases, nuclear
    silos and large population centers. This will be your safe haven if war
    comes to a neighborhood near you.
  5. Step 5

    Get some potassium iodide pills to help protect from radiation poisoning.
    Also try to create a bunker with plenty of shielding from radiation.

  6. Step 6

    Try to learn the language of any of the victorious nations. If you think
    China will win World War 3, then learn some Mandarin. If you think
    Russia, then learn Russian. If you think the Anglo-American nations
    will win World War 3, then be sure to speak English.
    This will come in
    handy because if you can work as an interpreter for foreign powers, you
    will have guaranteed safety, work, and food.

Read more: How to Survive World War 3 | eHow.com http://www.ehow.com/how_4770896_survive-world-war.html#ixzz0tOOozvin

Nuclear War: A Guide To Armageddon

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Mon Jul 12, 2010 11:37 am

sunny พิมพ์ว่า:
กระแสโลกาภิวัตน์ เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ ทัศนคติ วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของพลเมืองประเทศต่างๆเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

Change Human Mankind Project

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Mon Jul 12, 2010 11:39 am

sunny พิมพ์ว่า:

กรณีของสหรัฐฯในการทำสงครามครั้งนี้ สิ่งที่สหรัฐฯหวังและต้องการได้รับเป็นรางวัลคือ แหล่งพลังงาน ทรัพยากรแร่ธาตุที่มีค่า พื้นที่แหล่งเพาะปลูกสำหรับใช้เป็นคลังอาหาร รวมถึงการได้คุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกนั่นคือการคุม 2 คาบมหาสมุทร

ประเทศไทย..!!!

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Jul 13, 2010 8:11 am

ตอนนี้พันธมิตรที่เข้าร่วมกับสหรัฐฯ คือ ยุโรป

เนื่องจากต้องการแหล่งคลังอาหารสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศที่จะเกิดขึ้น

อันเนื่องมากจากการเปลี่ยนแปลงของแกนโลก

ในขณะที่สหรัฐฯกำลังดึงกำลังพลและความสนใจของจีน เพื่อกลับไปที่ประเทศจีน

โดยการเขย่าเกมส์กับเกาหลีเหนือ และการเตรียมซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้

ซึ่งการซ้อมรบร่วมครั้งนี้ เกาหลีใต้ก็ประกาศที่จะขยายอาณาเขตซ้อมรบ และมีการซ้อมรบจริงมากกว่าทุกครั้งที่จัดขึ้น

สำหรับเกมส์ในประเทศไทย ก็มีการเดินเกมส์เพื่อให้เข้าใจว่า ไทยเรากำลังจะรบกับเขมร

แต่เป้าหมายแท้จริงแล้ว นั่นก็คือการนำเอากำลังพลจากต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย

ประเทศพม่าประกาศเต็มตัวก่อนหน้านี้ ว่าอาวุธนิวเคลียร์ที่กำลังพัฒนาเป้าหมายคือประเทศไทย

เมื่อใดที่กองทัพต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯเข้าไทยเต็มตัวเมื่อใด

นั่นก็คือการประกาศสงครามโลกระหว่างมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่าย

โดยใช้ ประเทศพม่าและประเทศไทย เป็นสนามรบนั่นเอง

ซึ่งในขณะนี้หน่วยงานของสหรัฐฯที่ดูแลระบบฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีได้เข้ามาปฏิบัติการกับระบบฐานข้อมูลในประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอุตสาหกรรมใหญ่-เล็ก ธนาคาร รวมไปถึงการสื่อสารต่างๆ

สงครามครั้งนี้ นอกจากผลตอบแทนจะเป็นเรื่อง พลังงาน ทรัพยากรทางธรรมชาติ และพื้นที่ทางการเกษตรแล้ว

ยังเป็นการปรับระบบฐานเศรษฐกิจโลกใหม่อีกครั้ง

แน่นอน...เมื่อเกิดสงคราม ธุรกิจที่จะคงเจริญและดำเนินต่อไปได้ดี นั่นคือ ธุรกิจค้าอาวุธ และค้าอวัยวะมนุษย์

หากเราไม่สามารถที่จะป้องกันประเทศของเราให้กลายเป็นเครื่องมือของสหรัฐฯได้

สิ่งที่เราต้องทำคือเตรียมพร้อมที่จะต้องเจอกับภาวะสงคราม เพื่อที่เราจะสามารถอยู่รอดได้ในอนาคต

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุญและวาสนาที่สั่งสมมาของแต่ละบุคคล

ขอให้มีชีวิตรอดทุกคน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue Jul 13, 2010 12:14 pm

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9530000096021

สหรัฐฯนำทีมเริ่มซ้อมรบ “รักษาสันติภาพ” ในเขมร

12 กรกฎาคม 2553 20:40 น.



แสนายานุภาพ-- กองทัพกัมพูชาแสดงแสนยานุภาพ โดยกาารซ้อมยิงจรวดหมู่ BM21 หรือ "กร๊าด"
ที่ผลิตในอดีตสหภาพโซเวียต ภาพรอยเตอร์วันที่ 4 มี.ค.2553 ในขณะที่ความขัดแย้งกับไทย
รอบใหม่กำลังตึงเครียด แต่กัมพูชากล่าวว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสถานการณ์ดังกล่าว
สัปดาห์นี้ในกัมพูชาได้เริ่มการ "ซ้อมรบ" อีกเนื้อหาหนึ่ง โดยสหรัฐฯ เป็นผู้จัด

ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- การซ้อมรบครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในระดับภูมิภาคเริ่มขึ้น
อย่างเป็นทางการใน วันจันทร์ (12 ก.ค.) ในกรุงพนมเปญ โดยมีกองกำลังจาก
เกือบ 30 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ และไทย เข้าร่วมด้วย และจำดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือน


พล.อ.เมือง สมพอน (Meoung Samphan) ปลัดกระกรวงกลาโหมกัมพูชากล่าว ในพิธีเปิด
“การฝึกซ้อมศูนย์บัญชาการ” (Command Post Exercise) หรือ CPX ระบุว่า เป็นการฝึกซ้อม
ที่มีวัตถุประสงค์ เสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพราชอาณาจักรกัมพูชา
และของกำลังจากประเทศต่างๆ ตามความต้องการขององค์การสหประชาชาติ
เพื่อปฏิบัติหน้าเป็นกองกำลังรักษาสันติภาพ
สำนักข่าวดืมอัมปึลในกรุงพนมเปญ กล่าว

พิธีเปิดเมื่อวันจันทร์นี้เป็นการซ้อมรบเฟสที่ 1 หรือ การซ้อมรบเพื่อรักษาสันติภาพ
ส่วนการฝึกเต็มรูปแบบจะเริ่มในวันที่ 17 ก.ค.ใน จ.กัมปงสะปือ ทางตะวันตกของกัมพูชา
ต่อหน้านายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุนเซน

พล.ท.แนม สุวัฒน์ (Nem Sowath) ประธานคณะอนุกรรมการในการฝึกชุดหนึ่ง กล่าวว่า
นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กัมพูชา ที่ประเทศนี้ได้เป็นเจ้าภาพการฝึกซ้อมของ
กองกำลังจากหลากหลายประเทศ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ชื่อ Angkor Sentinel 2010

การฝึกซ่อมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า
“ความริเริ่มการปฏิบัติการสันติภาพโลก” หรือ GPOI
(Global Peace Operations Initiatives)
ระหว่างสหประชาชาติและสหรัฐฯ

อันเป็นโครงการฝึกฝนเพื่อสร้างเสริมความแข็งแกร่งในการรักษาสันติภาพ
กับความมั่นคงปลอดภัย ดืมอัมปึลกล่าว

พล.อ.ชุม สุชาติ (Chhumn Socheat) โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า การฝึกซ้อมจะดำเนินไป
จนถึงสิ้นเดือน ก.ค.นี้ มีกำลังทหารกว่า 1,000 คน จาก 26 ประเทศเข้าร่วม จำนวนมากที่สุด
คือทหารกัมพูชาเจ้าภาพ และ ทหารอเมริกัน ซึ่งเป็นผู้จัดการฝึกซ้อม


นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยทหารจากกองกำลังของสหประชาชาติ ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ออสเตรเลีย อินเดีย อิตาลี เยอรมนี ญี่ปุ่น มองโกเลีย และ สหราชอาณาจักร ฯลฯ

หลายปีมานี้กัมพูชาได้ส่งทหารเข้าร่วมในกองกำลังรักษาสันติภาพ
ของสหประชาชาติ
เพื่อประจำการในพื้นที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแอฟริกา
ที่อยู่ในช่วงหลังสงครามกลางเมืองหรือสงครามระหว่างชนเผ่าต่างๆ

กองทัพสหรัฐฯ ได้ช่วยกัมพูชาฝึกฝนทหารเพื่อการนี้มาตั้งแต่ต้น

ทำไม พม่า จึงต้องขุดอุโมงค์ลับ
ตั้งศูนย์บัญชาการใต้ดิน เหมือนกับ
ที่ อเมริกา ทำในยุคสงครามเย็น
คงไม่ใช่เพราะผู้นำทหารพม่ากลัวตาย
และรักษาอำนาจละมั๊ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Jul 13, 2010 1:04 pm

ทูตสหรัฐเข้าพบ"ชวน" หารือการเมืองไทย

13 กค. 2553 12:46 น.

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอีริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงาน อาคารควง อภัยวงศ์ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง

นายอีริค เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้าพบนายชวนว่า ตนมาพบนายชวนตามปกติเป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อที่จะสอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทย และแนวโน้มทางการเมืองของประเทศไทย ไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษ เพราะทั้งสถานทูตสหรัฐอเมริกาและพรรคประชาธิปัตย์มีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน ส่วนที่มาหานายชวนบ่อยๆ เพราะอยากขอคำปรึกษาทางการเมือง และขอข่าวสารของพรรคและแนวโน้มทางการเมืองของไทย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เอกอัครราชทูตจะเข้าพบกับพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อสอบถามเรื่องต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์การเมืองของไทยหรือไม่ นายเอริคกล่าวว่า ตามปกติเรื่องความรุนแรงนั้นทำให้ทุกคนทุกฝ่ายเป็นห่วงเท่ากันหมด แต่เรื่องที่สำคัญที่ควรจะเน้นย้ำคือ จะเห็นได้อย่างไรว่า นักการเมืองทุกคนทุกฝ่ายมารวมตัวกันและร่วมกันแก้ไขปัญหาภายในด้วยกัน ซึ่งคำตอบง่ายๆ คือ ไม่ควรมีใคร หรือฝ่ายใดที่จะสนับสนุนให้เกิดการใช้ความรุนแรงขึ้นมาอีก

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue Jul 13, 2010 1:14 pm

เรื่องไม่ลับ ...กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง=ปล่อย ผู้ค้าอาวุธสงคราม ??






Unknown พิมพ์ว่า:http://forum.prisonplanet.com/index.php?topic=143461.0

U.S. troops' continental insignia bears U.N. colors

Indicates advancement of plan to integrate North America

NEW YORK – Troops in the United States' USNORTHCOM ranks appear to have adopted
a shoulder patch showing a North American continental design,
with an emphasis on United Nations colors, giving evidence of
the strength of a plan to integrate North America.


The patch reveals the continent of North America in the orange and blue colors typical to the U.N.

It carries the 5th Army "Quadrangle" and has been seen at Fort Sam Houston
in San Antonio, Texas, the headquarters of the 5th Army.


The insignia patch also is displayed on the 5th Army website, the home of U.S. Army North,
USARNORTH, the Joint Force Land Component Command and the Army Service Component
Command of USNORTHCOM.

The design of the patch with the U.S. eagle image superimposed seems to imply a hierarchy in
which the U.S. 5th Army exerts its military command under the authority of USNORTHCOM,
with its domain defined as all North America, including the U.S., Mexico and Canada,
for the United Nations, as implied in the orange and blue motif.



Shoulder patch of traitors

In 2007, WND published a six-part exclusive series detailing that USNORTHCOM is a U.S. military
combatant command created to respond to national emergencies in North America.

WND also has reported that the U.S. and Canada signed a military
agreement Feb. 14 allowing the armed forces from one nation to
support the armed forces of the other nation during a domestic civil
emergency, even one that does not involve a cross-border crisis.


The USNORTHCOM logo similarly displays a continental design, but without the U.N. colors,
as is clear from the emblem displayed in the upper left hand corner of the USNORTHCOM
Internet homepage:


USNORTHCOM logo IE SS

North America plot


WND reported last month the integration of the U.S. with Canada and Mexico,
long deemed by many as little more than a fanciful "conspiracy theory,
" actually was an idea promoted by the Council on Foreign Relations
and sold to President Bush as a means of increasing
commerce and business interest throughout North America
,
according to a top Canadian businessman.

Thomas d'Aquino, CEO and president of the Canadian Council of Executives,
the Canadian counterpart to the U.S. Chamber of Commerce, confirmed in an interview
recently published in Canada the accuracy of what WND first reported more than three years ago:
The Council on Foreign Relations was the prime mover in establishing
the Security and Prosperity Partnership of North America, or SPP.


A close reading of an interview with d'Aquino published by the Metropolitan Corporate Counsel Oct. 4,
confirms that the creation of the SPP was not a "conspiracy theory" but a well thought-out
North American integration plan launched by the Canadian Council of Chief Executives and
the Council of Foreign Relations in the United States.

The interview further confirmed President Obama wants to continue
North American integration under the rebranded North American
Leaders Summit, providing the North American Competitiveness
Council can be recast to include more environmentalists and union leaders.


In the interview, d'Aquino traced the origin of SPP to his concerns after the terrorist attacks
on 9/11 that "there was a pressing need to keep the border open for commerce while simultaneously
addressing the security needs of the United States and North America as a whole."

With this goal in mind, d'Aquino reported the CCCE by 2003 "launched an agenda that
we called the North American Security and Prosperity Initiative, or NASPI."

WND reported in July 2007 the term "Security and Prosperity" first was used by the Canadian
Council of Chief Executives in a Jan. 23, 2003, report, "Security and Prosperity: Toward
a New Canada-United States Partnership in North America."

Then, in 2003, d'Aquino took the idea to Richard Hass,
president of the Council on Foreign Relations.

"I helped convince Richard Haass at the Council on Foreign Relations that we should
put together a trilateral task force to look at the future of North America," d'Aquino said.
"We recruited John Manley on Canada's side, along with William Weld,
former governor of Massachusetts, and Pedro Aspe, the former Mexican
economy minister, who had been so influential in promoting NAFTA."


The result was a CFR Task Force on the Future of North America created Oct. 15, 2004,
and chaired by Manley, Weld and Aspe, precisely as d'Aquino had recommended to Haass.

The CFR Task Force on the Future of North America issued an executive summary entitled
"Creating a North American Community" on March 14, 2005, just days prior to the March 23, 2005,
trilateral summit at Waco, Texas, in which President George W. Bush, then-Canadian Prime Minister
Paul Martin and then-Mexican President Vicente Fox declared the SPP on their own authority,
without any approval from the U.S. Congress.

The final report from the group, called "Building a North American Community,"
was issued in March 2005, immediately following the Waco summit.

D'Aquino appears to agree the CFR task force was instrumental to the trilateral summit
in Waco in which the SPP was declared, saying in the published interview,
"The result of all these efforts [by the CFR Task Force on the Future of North America]
was that in 2005, Prime Minister Martin, President Bush and President Fox decided to sign
what they called the Security and Prosperity Partnership of North America – the SPP."

WND has reported that the two reports issued by the CFR Task Force on the Future of
North America were the "blueprint" for the SPP declared at the Waco summit meeting.

The final CFR report's own statement of purpose is:
"The Task Force's central recommendation is establishment
by 2010 of a North American economic and security community,

the boundaries of which would be defined by a common external tariff and an outer security perimeter."

http://www.wnd.com/index.php?fa=PAGE.view&pageId=115275


Map 4. The World and Territories Under the Responsibility of
a Combatant Command or Under a Command Structure

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t671-40.htm




http://www.nogw.com/shadow.html

'NAFTA Superhighway stops here,' says Okla. senator Randy Brogdon PDF
By Jerome R. Corsi October 1, 2007 - Trans-Texas Corridor needs to make
'Texas turnaround' at state border


Bush Administration Quietly Plans NAFTA Super Highway
by Jerome R. Corsi
PDF
Jun 12, 2006

Highway To Hell
(With Corridor For Marshall Law) By JB Campbell 6-17-6

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue Jul 13, 2010 9:35 pm








hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue Jul 13, 2010 9:55 pm

[youtube][/youtube]


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Tue Jul 13, 2010 10:18 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Tue Jul 13, 2010 9:58 pm





9/11 New World Order plan: Europe, America vs Russia, China




From: teabowbraine. From: nibirushock. READ THIS! Lyndon LaRouche 'Tragedy & Hope'
address in Washington D.C. on May 7, 2008. LaRouche talked about Obama getting
the nomination and the evil mindset behind the "Lisbon Treaty" to create
a British-European totalitarian superstate.

The brilliant, but wicked and evil spirited occult New World Order masterplan is unfolding.
The ultimate goal of globalization (or globalisation) through propaganda and rhetoric
(War on Terror) and initiating chaos that will lead to depopulation (genocide).

Under the energy of Venus and the Sun, the occult NWO masterplan must be realized by 2013.
(that is, by Gregorian calendar date December 22, 2013 following another ritual circle
around the Sun (starting in Solar Maximum year =2012) counting from December 22, 2012.
(= end date of Mayan Long Count Calendar 13.00.00 Baktun).


It takes 243 years for Venus to return to the exact point where it started. It's called a Venus Round.
And they (Illuminati), determined the creation of the NWO in 1770, with Rothschild and
Adam Weishaupt as the real "founding fathers."

1770 was the year in which a new cycle of 242 years started, sectioned in 99,11,121,11 = 242 years!
(=11x9, 99:9, 11x11, 121:11) (sequence= x9,:9,x11,:11 = ratio 9/11)

Right now we are living in the ':11 stage', meaning the LAST 11 years from SolarMax to SolarMax,
starting from 2001 (WTC attack) to 2012.

11:11
as deceptive symbolism, means nothing more than the completion of their NWO
in the last solar maximum cycle to 2012 with the start of their NWO in the new year 2013.

In 2013 there will have been a complete Venus Round of 243 years counting from 1770,
and in THEIR (Illuminati/Elite) minds, the celebration of a new "spiritual era" but not in
the sense as you think it will be,
but with a "New Rome" represented by the United Nations
(UN)/NATO in the spirit of ancient Babylon.
The true meaning of the City and Tower of Babel.


We are still living under the Anglo-American World Empire. The key London oligarchs,
bankers, the House of Windsor and those in alliance with them (who brought the Nazi system
into power, starting in the 1920s) are still dominating the political-occult ruling Elite,
of which the Bilderberg group.

Is it any coincidence the NEXT official summer Olympic Games will be held in 2012
and in the City of London? No.

In their arrogance, convinced that by 2012 Europe will have become that socialist/fascist superstate
and the global NWO (European Union/North American Union (SPP)(EU/NAU) will be a fact,
they will celebrate the historical Venus rising and transit on Solar Maximum 2012 with
a Nazi-Germany style Olympic Games (Berlin -1936) in order to demonstrate the power
and reality of this New World Order and their supporters to the entire world.

And this

It's ALL symbolism!

The political-occult NWO endgame masterplan was executed in the year 2000,
or the year zero (00) when George W. Bush became president-elect on December 13, 2000
which is the Julian calendar date for our Gregorian winter solstice calendar date December 22.

(Remember that Al Gore conceded to Bush on this exact date December 13, 2000
and remember that Hillary conceded to Obama on the exact Venus rising date
as evening star on June 9, 2008.)

The capture of Saddam Hussein on that exact date, December 13, 2003,
was well planned ahead and NO coincidence either.

The political-occult ruling European Elite arranged the deceptive "Lisbon Treaty" -
which should make Europe a totalitarian superstate- to be signed on that exact date,
December 13, 2007, which is NO coincidence either.

As was foreseen, after Ireland rejected this treaty in the one and only referendum on
June 12, 2008, the political-occult ruling European Elite are NOW simply going to ignore
Ireland and force their "Lisbon Treaty" through.

Their arrogance knows no bounds. And it has everything to do with their
political-occult 2012-2013 NWO agenda.

All Americans should read this. What You Need to Know About
the British-Israel World Federation Movement:

http://jordanmaxwell.com/articles/british-israel/index.html
http://www.larouchepac.com

The biofuel scam of Prince Philip that is reducing the worlds population.
It is now been exposed biofuel has caused the present food crisis.
Leaked report - Biofuels the source of world food crisis:


http://www.guardian.co.uk/environment/2008/jul/03/biofuels.renewableenergy

LaRouche also talked about World War 3 and the British Empire's past and present
successful plans to take control of the whole planet. Download or watch all of
the "Tragedy & Hope" productions (May 7, 2008) from LaRouche Webcast:

http://www.larouchepac.com/media/2008/05/07/tragedy-hope-may-7th-larouche-webcast.html

LaRouche has a brilliant website and lots of informative videos to watch/download for free:

http://www.larouchepac.com

Go West - Pet Shop Boys - World´s Armys


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed Jul 14, 2010 1:09 pm

เรือดำน้ำอเมริกันกับเรื่องเล็กๆนอกฝั่งจีน

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2553

คมชัดลึก : การติดขีปนาวุธโทมาฮอว์กแทนที่ขีปนาวุธไทรเดนท์บนเรือดำน้ำคลาสไอโอวา
ของสหรัฐ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการทหาร อีกทั้งข่าวปรับปรุงนี้ก็มีมา
ตั้งแต่ปี 2545 แล้ว แม้ว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จในปีนี้ก็ตาม แต่การปรากฏตัวของเรือดำน้ำ
คลาสนี้ในน่านน้ำแถวฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้ ไม่ใช่เรื่องที่นักวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์
นานาชาติจะปล่อยให้ผ่านตาและคาดว่าจีนคงตั้งข้อสังเกตถึงสัญญาณบางอย่าง
ที่สหรัฐกำลังส่งเช่นกัน

ในยุคสงครามเย็น เรือดำน้ำรุ่นโอไฮโอทั้ง 18 ลำ แต่ละลำเป็นเรือดำน้ำนิวเคลียร์
ติดจรวดไทรเดนท์ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ยิงได้ไกล 8,000 กม.เอาไว้เผื่อถล่มโซเวียต
ได้ทันท่วงที ความจริงสิ้นยุคโอกาสเกิดสงครามนิวเคลียร์ไปแล้วก็น่าจะปลดประจำการได้
แต่สหรัฐดันยื้อไว้ แปลงโฉมเสียใหม่ 4 ลำให้ติดขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ถึงพิสัยยิง
จะเพียง 2,500 กม. แต่ใช้คล่องกว่าในการยิงจากนอกฝั่งเข้าสู่ฝั่ง เหมาะกับสงครามที่ไม่จำเป็น
ต้องใช้นิวเคลียร์ เป็นอาวุธทางยุทธวิธีที่ไม่ขัดต่อสนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์กับรัสเซีย
เรือรุ่นโอไฮโอติดได้ลำละตั้ง 154 ลูก น่าจะเอาไว้ใช้แถวพื้นที่ขัดแย้งสูงอัฟกานิสถาน ซูดาน
หรืออิรัก เหมือนที่เครื่องบินหรือเรือลำอื่นของสหรัฐนำไปปรากฏกันบ่อยๆ ดังนั้นการโผล่มา
แถวเอเชียจึงเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ออกจะเป็นเรื่องไม่จำเป็นถ้าคำนึงถึงสถานการณ์เวลานี้

แต่การที่ขีปนาวุธโทมาฮอว์กปรากฏประชิดแผ่นดินใหญ่จีนเกือบ 500 ลูกเช่นนี้อาจเป็น
สัญญาณเตือนจีนให้เห็นว่าสหรัฐยังไม่ปิดโอกาสถล่มจีนหาก เกิดเหตุสุดวิสัย ยิ่งจีนปกปิด
แสนยานุภาพทางทหารของตนนัก หากเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ที่สหรัฐกังวล เช่น การปะทะกัน
ระหว่างเรือดำน้ำลึกลับของจีนกับเรือสหรัฐ ก็อาจนำไปสู่การตอบโต้ เช่น ถล่มกับฐานทัพ
เรือดำน้ำลับๆ ของรัฐบาลปักกิ่งแถวเกาะไหหลำหรือลึกเข้าไปในแผ่นดินตอนในอีกก็เป็นได้
นี่คือเวิร์สเคสซีนาริโอ ที่ถึงแม้จะเกิดขึ้นยาก แต่ก็เป็นการป้องปรามจีนเอาไว้ ในขณะที่
สหรัฐมีพันธมิตรมากมายในภูมิภาคให้ซ้อมรบด้วย นี่ ทร.ไทยเพิ่งฝึกผสม
การัต 2010 ที่สิงคโปร์ เสร็จสิ้น ก็ไปฝึกต่อที่ฮาวายร่วมกับอีก 13 ชาติ
รวมทั้งเจ้าภาพสหรัฐ
จีนไม่มีการฝึกพหุภาคีใหญ่ๆ แบบนี้เลย มีแต่การฝึกจำพวก
กู้ภัยระดับทวิภาคีกับบางชาติเท่านั้น ส่วนการฝึกขนาดใหญ่ ในทวีปกับพวกรัสเซียและ
เอเชียกลางนั้นนับไม่ได้ เพราะสภาพภูมิประเทศต่างกัน นับว่า จีนยังเป็นรองทางยุทธศาสตร์
อย่างมาก แม้ว่าจะมีกำลังต่อเรือบรรทุกเครื่องบิน หรือมีเรือดำน้ำและ เครื่องบินขับไล่
เทคโนโลยีของตนเองก็ตาม อำนาจกำลังรบเปรียบเทียบที่ไม่เท่าเทียมนี้
จะนำไปสู่การเป็นรองในการเจรจาแก้ปัญหาที่อาจจะมีขึ้นในอนาคต

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Wed Jul 14, 2010 2:16 pm

hacksecret พิมพ์ว่า:เรือดำน้ำอเมริกันกับเรื่องเล็กๆนอกฝั่งจีน

ในยุคสงครามเย็น เรือดำน้ำรุ่นโอไฮโอทั้ง 18 ลำ แต่ละลำเป็นเรือดำน้ำนิวเคลียร์
ติดจรวดไทรเดนท์ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ยิงได้ไกล 8,000 กม.เอาไว้เผื่อถล่มโซเวียต
ได้ทันท่วงที ความจริงสิ้นยุคโอกาสเกิดสงครามนิวเคลียร์ไปแล้วก็น่าจะปลดประจำการได้
แต่สหรัฐดันยื้อไว้ แปลงโฉมเสียใหม่ 4 ลำให้ติดขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ถึงพิสัยยิง
จะเพียง 2,500 กม. แต่ใช้คล่องกว่าในการยิงจากนอกฝั่งเข้าสู่ฝั่ง เหมาะกับสงคราม
ที่ไม่จำเป็นต้องใช้นิวเคลียร
์ เป็นอาวุธทางยุทธวิธีที่ไม่ขัดต่อสนธิสัญญาลดอาวุธ
ทางยุทธศาสตร์กับรัสเซีย เรือรุ่นโอไฮโอติดได้ลำละตั้ง 154 ลูก น่าจะเอาไว้ใช้แถวพื้นที่
ขัดแย้งสูงอัฟกานิสถาน ซูดาน หรืออิรัก เหมือนที่เครื่องบินหรือเรือลำอื่นของสหรัฐนำไป
ปรากฏกันบ่อยๆ ดังนั้นการโผล่มา แถวเอเชียจึงเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ออกจะเป็นเรื่องไม่จำเป็น
ถ้าคำนึงถึงสถานการณ์เวลานี้

http://www.globalsecurity.org/wmd/systems/w80.htm

Weapons of Mass Destruction (WMD)

W80

The W80, designed by Los Alamos, was deployed in air-launched and sea-launched cruise issiles.
Approximately 350 nuclear SLCMs were produced, and all remain in storage.
NRDC also estimated that the W80-1 stockpile included a total of 1,400 warheads
remain in stockpile associated with the 900 ALCMs that are in storage with their warheads removed.
NRDC estimated that a total of about 400 W80s were deployed to arm ACMs.
A nuclear weapon system consists of a delivery vehicle, a nuclear warhead, and those components
(facilities, support equipment, procedures, and personnel) required for its operation.
The surface launched Tomahawk Land Attack Missile-Nuclear (TLAM-N) weapon system
on board a ship included a BGM-109A-l cruise missile with a W80-0 nuclear warhead
,
deck mounted armored box launchers, aweapon control system, and a mission planning system.
High explosives comprise the major hazard associated with accidents involving nuclear weapons.
The Tomahawk nuclear warhead contains a new type called "insensitive" high explosive,
which is designed to resist detonation from energy sources other than the source intended
to fire the weapon. In a nuclear weapon accident involving high explosives, there is some
possibility of a detonation of the explosive -- either a single explosion or several small explosions.
The breakup of a nuclear weapon due to impact or a small explosion could result in the local
scattering of small pieces of high explosive. In this condition, explosives are more unstable
and may detonate. If a nuclear weapon is involved in the flame of a fuel fire, the high explosive
may ignite, burn, and detonate. In a fire, the high explosive may also melt, flow out of the weapon,
and resolidify. In this state, the explosive may be sensitive to shock and detonate.
When unconfined outside the weapon, high explosives may also burn, producing toxic gases
and leaving a toxic residue. The ignition or detonation of the high explosive in a nuclear weapon
involved in a fire can be prevented if the explosive's temperature is kept below certain degrees.
To protect the TLAM-N and the W80-0 nuclear warhead, the armored box launcher includes fire
suppression systems that automatically activate at temperatures considerably below
the high explosive ignition or detonation temperature.

To prevent a nuclear weapon in an accident from producing a nuclear yield, strong-link safety
devices and weak-link components are installed to work together to achieve nuclear detonation
safety. The strong-link safety devices make the warhead incapable of a nuclear explosion by
maintaining their integrity in an accident environment until key weak-link components fail and
provide permanent protection. To prevent unauthorized launching of a missile, a coded order
conveying nuclear release authority must be received and authenticated by a two-man control
team and verified by the commanding officer. To prevent an inadvertent launch of a missile,
critical electrical cables from the armored box launcher are not connected to the missile until
launch procedures are initiated. To help ensure adequate shipboard security, TLAM-N is
protected by an intrusion detection alarm system that indicates an intrusion, both visually
and audibly, at a continuously manned station capable of dispatching a security team.

The search for nuclear weapon system safety is a continuous process, beginning early in
development and continuing through-out the life cycle of the system. The TLAM-N system
initial safety study, completed in 1982, evaluated the proposed operational concept and
design safety features. The preoperational safety study for the surface launched TLAM-N,
completed by the Navy in 1984, included preparation of system safety rules and a determination
that the system met the four DOD safety standards. These safety study reports and other
classified documents showed the TLAM-N W80-0 nuclear warhead to be one of the safest,
most modern designs in the nuclear weapon inventory. Further, TLAM-N safety features
and procedural safeguards, intended to bring the system into compliance with DOD safety
standards, if implemented properly, should reduce the danger of a nuclear weapon accident
to a minimum.

W80-3 Life Extension Program


Based on a decision by the DoD to reduce the number of W80 weapons [ie, inactivation of
the AGM-129A Advanced Cruise Missile], the technical drivers for conducting the Life Extension
Program [LEP] were relieved. The W80-3 LEP was cancelled by the Nuclear Weapons Council (NWC)
on 10 May 2006. At the time of cancellation, the program had completed 33.7 percent (cumulative)
of the approved activities. The W80-3 LEP program stopped LEP activity and prepared for full
shutdown in FY 2007. Although the W80-3 LEP was cancelled, two weapon LEPs (B61 and W76)
continued on a success-oriented refurbishment schedule to meet DoD requirements.

The W80 LEP was to extend the life of the W80 for an additional 20 years. Previous activities
included qualification and certification activities to ensure refurbished warheads meet all
required military characteristics; replacing the neutron generator, trajectory sensing
signal generator, gas transfer system, and other associated components.

The Nuclear Weapons Council (NWC) approved the refurbishment of the W80 in
the beginning of FY 2001.
W80 refurbishment was scheduled to begin in FY’06.
The Block 1 refurbishment of the warhead (about one third of the warheads in the stockpile)
will focus on replacing the current gas transfer system with an Acorn design,
new neutron generators, redesign of the warhead electrical system, addition of improved
surety features and replacement of other associated components. The need to perform
refurbishment work is driven by several factors including: age related effects that must be
addressed to ensure the continued performance of the warhead, minimizing weapon movements
between DoD and DOE, and infrastructure and capacities issues within the weapons complex.
The FPU of the Block 1 design will be available in the second quarter of FY 2006,
and Block 1 production is scheduled for completion in FY 2010.
During the Block 1 production, a decision will be made to either continue Block 1 retrofits on
the entire W80 stockpile, change to a Block 2 retrofit that could include
enhanced surety options, or stop the retrofit altogether. The Block 2 effort,
if approved by the NWC, would have continued from FY 2011 to FY 2017
to refurbish the remaining W80 warheads.

The W80 (ALCM) will need replacement of its neutron generators. This provided an opportunity
to improve surety features and introduce a new gas transfer system. Following a production lot
failure due to an initiation problem, during 1999 Sandia rapidly redesigned and validated
the MC3323A thermal battery for the W80 Joint Test Assembly. Sandia used its in-house
dry room operation to build, qualify, and ship 32 of the redesigned thermal batteries.
Enser Corporation staff from Tampa worked alongside Sandia personnel to build the batteries
and deliver them on time. In March 2003 the DOE IG reported [Refurbishment of the W80 --
Weapon Type (DOEJIG-0590)] that an audit disclosed that it was unlikely that NNSA's
W80 refurbishment project would meet scope, schedule, and cost milestones established in
the W80 NNSA Project Plan. Further, key management controls to oversee the project were
not in place or operating as intended.

The W80-3 Life Extension Program team developed a model-based qualification approach
to qualify the W80 refurbished warhead. The W80 and the Accelerated Strategic Computing
Initiative (ASCI) teams collaborated to evaluate the W80 warhead in abnormal environments.
The analysts used Sierra-based ASCI codes to simulate the mechanical damage due to
a dropped W80-1 warhead and the thermal response of the W80-1 warhead in a fire environment,
as part of the FY02 ASCI Level 1 STS Abnormal milestone. The Field Portable Gas Analyzer
was designed, fabricated, and fielded to obtain internal dew point measurements on
W80 warheads while in their stockpile locations. The results uncovered important desiccant
properties that allowed a significant extension of the W80 desiccant end-of-life estimate.
The budgetary impact of this project has been estimated to be in the tens of millions of dollars,
primarily through relaxation of schedule and budget pressures on the W80 Stockpile Life Extension
Program. Plans for this life-extension program drew on the results of a W80 Dual Baseline study,
an in-depth assessment of refurbishment options to be completed by Livermore, Los Alamos,
and Sandia in FY 2001. The schedule called for the first production unit of the refurbished warheads
in FY 2006. As refurbished W80 units enter the stockpile, Livermore will be responsible for
continuing evaluations of their performance. Los Alamos will retain this responsibility for W80s
not yet refurbished. In addition, pits from Livermore-designed weapons will now be thoroughly
examined at facilities for handling special nuclear materials in Livermore’s Superblock.
These stockpile surveillance activities previously had been conducted at Los Alamos.
The W80 Stockpile Lifetime Extension Program (SLEP) an extensive qualification program to
ensure that the W80 meets its operational and nuclear safety requirements in a wide range of
environments. W80 refers to the current stockpile weapon system. The W80-3 refers to
the upgraded system being developed for the Stockpile Lifetime Extension Program.

The electromagnetic qualification program includes testing a refurbished W80 under
a variety of electromagnetic conditions. These include simulations of friendly and
hostile radio frequency transmitters, electromagnetic pulse, nearby and direct-strike lightning,
accidental contact with electrical power lines, and electrostatic discharge. The electromagnetic
qualification program started by characterizing the behavior of the cruise missiles that carry
the W80. It is important to characterize the payload bays and warhead interface cables of
the Air Launched Cruise Missile (ALCM) and Advanced Cruise Missile (ACM) because
the W80 spends time mounted in the cruise missiles for logistical operations and remains in
the missile from carriage on a B-52 to launch and delivery. For the W80 LEP, the NNSA
accomplished Phase 6.4 activities including finalization of all design releases and start of
Process Prove-In (PPI) activities. The Congressional funding decrease in FY 2006 required
the program to be rebaselined; however, a May 2006 Nuclear Weapons Council (NWC)
decision to cancel the LEP caused a large portion of the FY 2006 workload to be directed
toward bringing the program to an orderly suspension.





Tomahawk Cruise Missile

The Tomahawk long range, subsonic cruise missile can attack targets on land
(Tomahawk Land Attack Missile (TLAM)) and at sea (Tomahawk Anti-Ship Missile (TASM)).
The TLAM can be fitted with either conventional unitary warhead (TLAM\C),
nuclear warhead (TLAM\N) or submunition dispenser (TLAM\D).

On 27 September 1991, President Bush announced a number of initiatives affecting the entire
spectrum of US nuclear weapons. The United States removed all tactical nuclear weapons,
including nuclear cruise missiles, from its surface ships and attack submarines.

The nuclear equiped UGM-109A TLAM-N Tomahawk was withdrawn from service in 1992,
though conventional versions remain operational.


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Jul 16, 2010 1:53 pm


hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jul 17, 2010 9:07 pm

http://www.inteldaily.com/?c=172&a=3931

Bush's World War Three

We got a leader in Iran who has announced that he wants to destroy Israel.
So I've told people that if you're interested in avoiding World War III,
it seems like you ought to be interested in preventing them from have
the knowledge necessary to make a nuclear weapon. I take the threat of Iran
with a nuclear weapon very seriously...." (George W. Bush, 17 October 2007)
Grin and Laugh: "Here's his expression while saying the words
"World War Three" (Huffington Post, 17 October 2007)



I believe that. I believe that [the revolt of passengers on the hijacked flight 93
on September 11, 2001] was the first counter-attack to World War III."
(George W. Bush, May 6, 2006)

"This notion that the United States is getting ready to attack Iran is simply ridiculous...
Having said that, all options are on the table."
George W. Bush, February 2005)

We are not living a sound and rational World where far-reaching decisions by
the US President are based on an understanding of their likely consequences.

A World War III is no longer a hypothetical scenario.

During the Cold War, the concept of "mutual assured destruction" (MAD) was put forth.
An understanding of the devastating consequences of nuclear war largely contributed
to avoiding the outbreak of war between the US and the Soviet Union.

Today, in the post-Cold war era, no such understanding prevails. The specter of
a nuclear holocaust, which haunted the world for half a century has been relegated to
the status of "collateral damage".

US foreign policy under the NeoCons is based on a diabolical and criminal agenda.
The "war on terrorism" is a lie
; Iran does not constitute a threat to global security
as confirmed by a recent IAEA report, Iran does not constitute a threat to Israel.

The US president is a liar, who believes his own lies.

While Iran's non existent nukes are said to constitute a lethal and deadly threat,
so-called tactical nuclear weapons "Made in America" are described in Pentagon documents
as "harmless to the surrounding civilian population".

In a bitter irony, those who decide on the use of nuclear weapons believe their own
propaganda. A preemptive nuclear on Iran is upheld as a bona fide humanitarian undertaking
which indelibly contributes to global security.

And now the US Head of State, who has a limited understanding of geopolitics,
let alone geography, is hinting that if Iran does not give up its nonexistent nuclear weapons
program, we might be reluctantly forced into in a World War III situation. Bush has insinuated
that as Commander in Chief, he could decide to launch a war on Iran, which would result in
World War III.

The US has no intention to wage war on Iran.

"Dr. Strangelove rides again." In an utterly twisted logic, World War III is presented by
the US President as a means to preventing collateral damage.


The war would be triggered by Iran, who has refused to abide by the "reasonable demands"
of "the international community".

Realities are twisted and turned upside down. Iran is being accused of wanting to
start World War III.

Media Blackout

World public opinion has its eyes riveted on the cataclysm of "global warming".
World War III on the other hand is not front page news. We are talking about the loss of
tens of thousands of lives: the consequences of the US military agenda which includes
the preemptive use of nuclear weapons in a very concrete way threatens the future of humanity.

At present US and coalition forces including NATO and Israel are in an advanced state
of readiness to launch an attack on Iran. Leaders of the coalition fully understand that
such an action will result in a World War III scenario. Escalation scenarios have already been
envisaged and analyzed by the Pentagon. US sponsored war games have even foreseen
the possible intervention of Russia and China.


World War III has been on the lips of NeoCon architects of US foreign policy from
the outset of the Bush regime. It is contained in a document published in
September 2000 by the Project of the New American Century (PNAC),

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t1057-150.htm

The PNAC's declared objectives imply a "long war", a global war without borders:
:defend the American homeland;

fight and decisively win multiple, simultaneous major theater wars;

perform the "constabulary" duties associated with shaping the security environment
in critical regions;

transform U.S. forces to exploit the "revolution in military affairs;"

Former Deputy Defense Secretary Paul Wolfowitz, former Defense Secretary Donald Rumsfeld
and Vice President Dick Cheney had commissioned the PNAC blueprint prior to the 2000
presidential elections. The PNAC outlines a roadmap of conquest.

The pre-emptive nuclear doctrine contained in the Nuclear Posture Review is supported
by the Republican Party and Washington’s conservative think-tanks

George W. Bush is an instrument of powerful economic interests. A preemptive war
on Iran has widespread support by the US Congress, it is also supported by
America's European partners and allies.
Leading Republicans have expressed their
support for a preemptive World War III scenario. In a 2006 interview at the height of
the Israeli bombing of Lebanon (July 16, 2007), former Republican leader of the House
Newt Gingrich candidly acknowledged:

"We’re in the early stages of what I would describe as the third World War and, frankly,
our bureaucracy’s not responding fast enough and we don’t have the right attitude.
And this is the 58th year of the war to destroy Israel and, frankly, the Israelis have every
right to insist that every single missile leave south Lebanon, and the United States ought
to be helping the Lebanese government have the strength to eliminate Hezbollah as
a military force — not as a political force in the parliament — but as a military force in
south Lebanon.

The Bush Administration has adopted a first strike "pre-emptive" nuclear policy,
which has now received congressional approval. Nuclear weapons are no longer
a weapon of last resort as during the Cold War era.

In a classified Pentagon document (Nuclear Posture Review) presented to the US Senate
in early 2002, the Bush Administration established so-called "contingency plans" for
an offensive "first strike use" of nuclear weapons,
not only against the "axis of evil"
(Iraq, Iran, Libya, Syria and North Korea),
but also against Russia and China.


If an article has been reprinted in full, The Intelligence Daily has either obtained
permission to publish it and/or the original news source has allowed other websites
to publish its material under fair use.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu Jul 22, 2010 4:34 pm

http://www.defense.gov/specials/unifiedcommand/



http://www.pacom.mil/

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=486&contentId=79600

'U.S.Pacific Command'



วันพฤหัสบดี ที่ 22 กรกฎาคม 2553 เวลา 0:00 น

ปีกพญาอินทรีเหนือน่านฟ้าแปซิฟิก

ภารกิจด้านความมั่นคง ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักในการปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของ
แต่ละดินแดนนับ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยภารกิจสำคัญนี้ถูกมอบให้เป็นหน้าที่ของ
หน่วยงานทหารหรือกองทัพของแต่ละประเทศในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายและ
เพื่อให้เกิดสวัสดิภาพและความผาสุก กับผู้คนในดินแดนนั้น ๆ

อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบันงานด้านความมั่นคง ได้มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นตามยุคสมัย
และพัฒนาการของสังคมมนุษย์ที่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง กิจการด้านความมั่นคง
ในทุกวันนี้ไม่ได้จำกัดขอบเขตเพียงการปกป้องอธิปไตย หรือรักษาอาณาเขตของแต่ละประเทศ
ด้วยการยกกำลังเข้าห้ำหั่นสู้รบกันให้แพ้ราบคาบไปข้างหนึ่งเท่านั้น

เมื่อวันเวลาผ่านไปงานด้านความมั่นคงได้แผ่ขยาย ไปในเกือบทุกกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ว่า
จะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมหรืออื่น ๆ การต่อสู้โดยใช้กำลังอาวุธ
และแสนยานุภาพทางทหารที่จะทำให้เกิดความเสียหาย ต่อมวลมนุษยชาติ จึงแปรมาเป็น
ความร่วมมือระหว่างกันในแต่ละภูมิภาคของโลกแทนการยกกำลังเข้าต่อสู้กันเหมือนเช่นในอดีต

เมื่อไม่นานมานี้สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้นำคณะ ผู้สื่อข่าวจากประเทศไทย
ไปเยี่ยมชมกิจการของ “สายการบังคับบัญชาในภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา” หรือ
“U.S. Pacific Com- mand (USPACOM)” ซึ่งตั้งอยู่ที่แคมป์ เอช.เอ็มฯ สมิทธ (Camp H.M.Smith)
มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา สายการบังคับบัญชาในภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐนี้เป็นหนึ่งใน
หกสายการบังคับบัญชาหลักตามพื้นที่รับผิดชอบ ของสหรัฐ ที่กระจายอยู่ใน ทุกภูมิภาคทั่วโลก
ถือเป็นสายการบังคับบัญชาที่เก่าแก่ และใหญ่โตที่สุดของสหรัฐ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2490
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2ยุติลงราวสองปี ปัจจุบันมีพล.ร.อ.โรเบิร์ต เอฟ วิลลาร์ด เป็นผู้บัญชาการ
ขึ้นตรงต่อ ประธานาธิบดีสหรัฐ ผ่าน คณะเลขาธิการด้านความมั่นคงของสหรัฐ

สายการบังคับบัญชาในภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐ ประกอบด้วย กองเรือสหรัฐในภูมิภาคแปซิฟิก
(U.S. Pacific Fleet) กองทัพอากาศสหรัฐในภูมิภาคแปซิฟิก (U.S. Pacific Air forces) กองทัพบกสหรัฐ
ในภูมิภาคแปซิฟิก (U.S. Army Pacific) และกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐในภูมิภาคแปซิฟิก
(Marine Forces Pacific) ทั้งนี้มีทหารและพลเรือนสหรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ในสายการบังคับบัญชานี้
กว่า 3 แสนคน หรือเทียบเท่าหนึ่งในห้าของกำลังทางทหารของสหรัฐมีแสนยานุภาพทางอาวุธ
ยุทโธปกรณ์ที่กองทัพชาติอื่นจะต้องตาลุกวาว เป็นต้นว่า ในส่วนของกองเรือฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบิน
ห้ากลุ่ม มีเรือรบประมาณ 180 ลำ เครื่องบิน 1,500 ลำ ในส่วนของกองทัพอากาศฯ มีเครื่องบิน
สมรรถนะเยี่ยมประจำการ 300 ลำ และอีก 100 ลำอยู่ที่เกาะกวมของสหรัฐ เป็นต้น

การที่สหรัฐให้ความสำคัญกับภูมิภาคแปซิฟิกนั้นเป็นเพราะภูมิภาคนี้ กินพื้นที่ถึงครึ่งหนึ่งของโลก
สีน้ำเงินที่เราอาศัยอยู่นี้ เริ่มตั้งแต่พื้นน้ำชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ จรดชายแดนอินเดีย และจาก
เขตแอนตาร์กติกาจนถึงขั้วโลกเหนือ ถือเป็นเขตที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ
และการเมือง และมีประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 36 ประเทศ ประกอบด้วย
ประชากรกว่า 50% ของโลกที่ใช้ภาษาแตกต่างกันถึง 3,000 ภาษา กลุ่มเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด
จากสองในสามของโลกก็อยู่ในภูมิภาคนี้ พื้นที่ รับผิดชอบของสายการบังคับบัญชาในภูมิภาคแปซิฟิก
ของสหรัฐ จึงครอบคลุมประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย
ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดไปจนถึงรัฐที่เล็กที่สุดในโลกและประเทศ
ที่เล็กที่ สุดในเอเชีย พร้อมดูแลผล ประโยชน์ทางด้านการค้าของสหรัฐ 35% ในภูมิภาคนี้ ซึ่งถือเป็น
ภูมิภาคหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก รวมถึง จับตาความเคลื่อนไหว กองทัพขนาดใหญ่ของโลก
ทั้ง 5 ประเทศ คือ จีน อินเดีย รัสเซีย เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้

นอกเหนือจากนั้นความกังวลของกองทัพสหรัฐในภูมิภาคแปซิฟิกที่สำคัญยิ่งคือ ความเคลื่อนไหว
ในคาบสมุทรเกาหลี ของประเทศเกาหลีเหนือเกี่ยวกับการสะสม อาวุธนิวเคลียร์ และการเติบโต
ของจีนยักษ์ใหญ่คู่แข่งตัวฉกาจของสหรัฐ ซึ่งทางสหรัฐ เพ่งความสนใจอย่างไม่อาจละสายตาได้

ทั้งนี้พันธกิจหลักของสายการบังคับบัญชาในภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐ นั้นคือการทำหน้าที่ป้องกัน
และปกป้องอธิปไตยของสหรัฐ ตลอดจนประชาชน และผลประโยชน์ของชาติร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ
ของรัฐบาลสหรัฐ โดยหวังที่จะเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยสร้างความร่วมมือ
ด้านความมั่นคง พัฒนาการ ส่งเสริมสันติภาพ การต่อต้านความรุนแรง ภัยจากอาวุธนิว เคลียร์
และการก่อการร้ายสากล ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญหลังเหตุการณ์ 11 ก.ย. 2544 (ปี ค.ศ. 2001)
โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาค โดยเฉพาะในเรื่องความพร้อมทางการทหาร
ซึ่งไทยถือเป็นพันธมิตรหลักที่สำคัญในภูมิภาค

สายสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพสหรัฐนั้น มีมาอย่างยาวนาน โดยผ่านสายการบังคับบัญชา
ในภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐ ในรูปแบบของการฝึกซ้อมรบและกิจกรรมด้านอื่น ๆ ร่วมกับกองกำลัง
ของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค การฝึกซ้อมรบที่สำคัญและเป็นที่รู้จักเป็น อย่างดี ยกตัวอย่างเช่น
การฝึกคอบร้า โกลด์ (COBRA GOLD) เป็นการฝึกร่วม หรือผสมทางการทหารระดับพหุภาคีที่จัดขึ้น
เป็นประจำ ทุกปีในประเทศไทย เริ่มครั้งแรกจากการฝึกทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐ
เมื่อปี พ.ศ. 2525 ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นแบบพหุภาคีโดยมีประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมฝึกซ้อมและสังเกตการณ์
ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น และการฝึก RIM OF THE PACIFIC (RIMPAC)
ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยใช้สถานที่หมู่เกาะฮาวาย การฝึก RIMPAC นั้น
เป็นการฝึกซ้อมขนาดใหญ่เกี่ยวกับการยิง การป้องกันทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประเทศเข้าร่วม
จำนวน 14 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา โคลอมเบีย ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น
มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ เปรู สาธารณ รัฐเกาหลี สิงคโปร์ ไทย และสหรัฐ โดยการฝึก RIMPAC นี้เริ่มขึ้น
ครั้งแรกในปี 2514 เป็นต้นมา

นอกจากการฝึกซ้อมรบพร้อมเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคแล้ว สายการบังคับบัญชา
ในภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐ ยังมีภารกิจในเรื่องการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมในภูมิภาค
โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญในช่วงที่ผ่านมา คือ เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มหลายประเทศ
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ที่ทำให้ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้รับ
ความเสียหายอย่างมหาศาล หรือเหตุการณ์พายุไซ โคลนนาร์กีสพัดถล่มประเทศพม่า เมื่อปี 2551
ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความช่วยเหลือ จากองค์กรเอกชน

รวมทั้งกองทัพสหรัฐ ไปยังประเทศพม่า เนื่องด้วยเหตุผลทางด้านความสัมพันธ์ระหว่าง
รัฐบาลพม่ากับสหรัฐ ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ไทยจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็น ฐานนำความช่วยเหลือ
ด้านมนุษยธรรมไปถึงประชาชนชาวพม่า

จะเห็นได้ว่าความร่วมมือระหว่างไทยและประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านการดำเนินการ
ของสายการบังคับบัญชาในภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐ ดำเนินไปด้วยรูปแบบและกิจกรรมที่หลากหลาย
ซึ่งเป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางด้าน ต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ให้ยั่งยืนต่อไป

สุดท้ายสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่กองทัพไทยต้องเรียนรู้จากกองทัพของสหรัฐ นั่น คือ
การแยกบทบาทของกองทัพออกจากการเมืองอย่างชัดเจน โดยต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่
อย่างไม่แทรกแซงกันและกัน เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทยในช่วงผ่านมา
และเป็นอยู่ในปัจจุบัน
นายทหารระดับสูงในกองทัพสหรัฐที่ปฏิบัติงานอยู่ในสายการบังคับบัญชา
ในภูมิภาคแปซิฟิกของสหรัฐ ซึ่งมี ความคุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี ได้ฝากความปรารถนาดี
มายังประเทศไทย และขอเอาใจช่วยให้เมืองไทยผ่านพ้นวิกฤติช่วงนี้ให้ได้ในเร็ววัน.

ทีมวาไรตี้

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jul 24, 2010 10:06 pm

hacksecret พิมพ์ว่า:
ทำไม พม่า จึงต้องขุดอุโมงค์ลับ
ตั้งศูนย์บัญชาการใต้ดิน เหมือนกับ
ที่ อเมริกา ทำในยุคสงครามเย็น





http://www.norad.mil/about/CMOC.html



Cheyenne Mountain Complex

The Cheyenne Mountain Complex is located at Cheyenne Mountain Air Force Station (CMAFS),
a short distance from NORAD and USNORTHCOM headquarters at Peterson Air Force Base
in Colorado Springs, Colorado. Cheyenne Mountain Air Force Station falls under Air Force
Space Command and hosts the activities of several tenant units.

At the height of the Cold War in the late 1950s, the idea of a hardened command and
control center was conceptualized as a defense against long-range Soviet bombers.

The Army Corps of Engineers supervised the excavation of Cheyenne Mountain and
the construction of an operational center within the granite mountain. The Cheyenne Mountain
facility became fully operational as the NORAD Combat Operations Center on April 20, 1966.

Over the years, the installation came to house elements of the North American Aerospace
Defense Command (NORAD), U.S. Strategic Command, U.S. Air Force Space Command and
U.S. Northern Command (USNORTHCOM). Under what became known as the Cheyenne Mountain
Operations Center (CMOC), several centers supported the NORAD missions of aerospace warning
and aerospace control and provided warning of ballistic missile or air attacks against North America.

NORAD's focus and facilities have both evolved to meet the asymmetric threats of the 21st century.
On July 28, 2006, the Cheyenne Mountain Directorate was re-designated as the Cheyenne Mountain
Division, with the mission to assist in establishing an integrated NORAD and USNORTHCOM
Command Center within the headquarters building at Peterson Air Force Base.



On the fiftieth anniversary of the NORAD agreement--May 12, 2008--the Command Center
located within Cheyenne Mountain Complex was officially re-designated as the NORAD
and USNORTHCOM Alternate Command Center. The Cheyenne Mountain Division of NORAD
and USNORTHCOM was re-designated as the J36 branch within the NORAD and USNORTHCOM's
Operations Directorates.

Cheyenne Mountain Air Force Station is owned and operated by Air Force Space Command.
In fact, NORAD and USNORTHCOM use just under 30% of the floor space within the complex
and comprise approximately 5% of the daily population at Cheyenne Mountain.

Today, the Cheyenne Mountain Complex serves as NORAD and USNORTHCOM's Alternate
Command Center and as a training site for crew qualification. Day-to-day crew operations for
NORAD and USNORTHCOM typically take place at Peterson Air Force Base.










http://sites.google.com/site/robertweller/military

UNDERGROUND WAR ROOM ON WARM STANDBY



CHEYENNE MOUNTAIN AIR FORCE STATION, Colo. _ Dr. Strangelove would have
a heart attack: America's vaunted underground war room deep inside this granite mountain
is being retired. Not only that, but Russian military men have been inside the place.


During the long nuclear standoff with Moscow, the nation's super-secret nerve center was
a symbol of both Cold War might and apocalyptic dread, depicted in such movies as
"War Games" in 1983. But with the end of the Cold War, the war room is being put on
"warm standby" to save money.

"It was the place that made us feel good during the Cold War, especially after the Cuban
missile crisis and the Russians had developed intercontinental ballistic missiles,"
said Lt. Gen. William Odom, a former National Security Agency director.


A staff will keep it ready to resume operations at a moment's notice if a blast-hardened
command center becomes necessary, but the critical work is being shifted to Peterson
Air Force Base, about 10 miles away.


"In today's Netted, distributed world we can do very good work on a broad range of media
right here," Adm. Timothy Keating, commander of the North American Aerospace
Defense Command, or NORAD, said from his Peterson headquarters. "Right there
at that desk, including one push-button to the president."


Moreover, the U.S. military says the countries that have succeeded the Soviet Union
as the main threat to this country -- hostile states such as North Korea and Iran --
do not have the weapons to take out a command center in Colorado.


The United States and Canada spent hundreds of millions on early warning systems to
detect a Soviet attack in the 1950s. All the information was funneled into a two-story
blockhouse at Colorado Springs' Ent Air Force Base that could be taken out by
a bazooka, NORAD historian Thomas Fuller said.


So crews began digging in 1961 on the edge of Colorado Springs on what used to be
a ranch, eventually removing 700,000 tons of granite. Two 25-ton blast doors were
constructed to protect the 15 tunnel-like buildings 2,400 feet underground. Each is
suspended on thousand-pound springs or, as the joke goes, "the real Colorado springs."


The mini-city included a barbershop, medical clinic, convenience store, even a fire and
police force. For 40 years, staff in the mountain kept an eye on the Soviets from
a command center in a small room.

Glitches resulted in false alerts in 1979 and 1980, neither coming close to the level pictured
in the Matthew Broderick movie "War Games." ("Dr. Strangelove" and "Fail-Safe,"
both of which came out in 1964, two years before the Cheyenne Mountain command center
opened, also famously depicted electronic war rooms.)

The collapse of the Soviet Union was it's death knell. A few years later, Russians were
invited to Peterson in case the change of the millennium caused any catastrophic
computer problems.


Then came the Sept. 11 attacks. The Northern Command was created in 2002 to defend
the nation from internal attacks. Its headquarters were built at Peterson and NORAD's
commander was put in charge of both.


It was from Peterson where the military was able to scramble fighter planes 10 minutes
after a small plane crashed into a New York City high-rise last week.


Cheyenne Mountain was a comfort for many during the Cold War. It was put in
the middle of the continent for safety reasons, to help ensure that key decisions
on defending the nation from a nuclear attack could be made before it was too late.


Until the later years of the Cold War, when more accurate and high-yield bombs
were developed, Cheyenne Mountain could probably have even withstood a direct hit.


------

On the Net: NORAD and Northcom: http://www.norad.mil
http://www.northcom.mil

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สงคราม...แผน...มหาอำนาจ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Aug 12, 2010 10:15 am



หาเรื่องดันกระทู้อ่ะ มีไรป่ะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ