โผทหาร(เอียนว่ะ)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

โผทหาร(เอียนว่ะ)

ตั้งหัวข้อ  Neo on Sat Jul 17, 2010 2:01 pm

'ประยุทธ์'จ่อผบ.ทบ.-ส่อเด้ง'ทรงกิตติ'



คมชัดลึก :โผทหารตามคาด“อนุพงษ์” ดันทายาทบูรพาพยัคม์“ประยุทธ์”ขึ้นแม่ทัพบก พร้อมเปลี่ยนแม่ทัพภาค 1-4 “ดาว์พงษ์” ลุ้น“เสธ.ทบ.” หลังโชว์ผลงานกระชับวงล้อมเสื้อแดง 19 พ.ค. จับตาบิ๊กเซอร์ไพรส์โยก“ทรงกิตติ” ไปปลัดกลาโหม “กิตติพงษ์” น้องเลิฟ “ประวิตร” จ่อเสียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุม ผบ.เหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อพิจารณากำหนดกรอบนโยบายการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2553

ทั้งนี้ มีการวางหลักการว่า ให้ยึดความอาวุโส และความรู้ ความสามารถ ของผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งหลักของแต่ละเหล่าทัพ หลังจากนั้นสิ้นเดือนกรกฎาคมจะนัด ผบ.เหล่าทัพ หารือถึงบัญชีรายชื่อครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะนำเสนอแก่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ถวายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 9-10 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตรเดินทางไปเยือนประเทศลาวพร้อมกับพล.อ.ทรงกิตติ และคณะนายทหารระดับสูง เพื่อร่วมประชุมความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว นั้น ได้นำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2553 มาพิจารณา โดยเฉพาะตำแหน่งหลักของแต่ละเหล่าทัพที่ขณะนี้ยังไม่ลงตัว โดยเฉพาะตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมที่ พล.อ.อภิชาตจะหมดวาระสิ้นเดือนกันยายน ตำแหน่งดังกล่าว พล.อ.อภิชาตได้เสนอให้พล.อ.พหล สง่าเนตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อนร่วมรุ่น ตท.8 ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน แต่ฝ่ายการเมืองไม่เห็นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุที่ฝ่ายการเมืองสกัดกั้นไม่ให้ พล.อ.พหลขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม เนื่องจากพล.อ.พหลไปแสดงความคิดเห็นโดยที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่กำลังทหารปฏิบัติการกระชับวงล้อม จนทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยคำพูดของพล.อ.พหลที่ไม่อยากให้ทหารถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาล รู้ไปถึงหูนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ทำให้ทั้งสองคนไม่พอใจต่อคำพูดดังกล่าว พร้อมกับจะมีการเปิดตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษา รมว.กลาโหมให้พล.อ.พหล หรือไม่ก็อาจจะยังอยู่ที่เดิม

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวด้วยว่า ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม อาจจะมีการโยกพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งแทน เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองไม่ค่อยพอใจกับจุดยืนและการวางตัวของพล.อ.ทรงกิตติ ในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงสักเท่าไหร่ และมีการผลักดันให้พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งมีความสนิทสนมกับพล.อ.ประวิตร ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งก่อนหน้านี้พล.อ.ประวิตรพยายามผลักดันพล.อ.กิตติพงษ์ มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม หากพล.อ.ทรงกิตติไม่ถูกโยกข้ามห้วยมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม อีกแนวทางที่ พล.อ.ประวิตรวางไว้ คือจะให้พล.อ.กิตติพงษ์ มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน

ส่วนตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมที่ว่างลงอีก 3 ตำแหน่ง หลังจากที่ พล.อ.พิศณุ อุไรเลิศ รองปลัดกระทรวงกลาโหม คนที่ 1 พล.ร.อ.เกียรติศักดิ์ อักษรศรีกุล รองปลัดกระทรวงกลาโหม คนที่ 2 พล.อ.อ.พุฑฒิ มังคละพฤกษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม คนที่ 3 เกษียณอายุราชการ และ พล.อ.พหล อาจจะไปเป็นประธานคณะที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ก็อาจจะมีการโยกให้ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) มาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม คนที่ 1 และโยก พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ รองเสนาธิการทหาร มาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมคนที่ 2 ส่วนโควตาของกองบัญชาการกองทัพอากาศขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการวางตัวบุคคลที่เหมาะสม

ส่วนกองบัญชาการทหารสูงสุด หากมีการปรับเปลี่ยนตามกระแสข่าวจะทำให้รองผู้บัญชาทหารสูงสุด และผู้เกษียณอายุราชการ คือ พล.อ.อ.มานิตย์ ช้างเผือก รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.รัชกฤต กาญจนวัฒน์ เสนาธิการทหาร จะทำให้ว่างลงถึง 3 ตำแหน่ง โดยจะมีการสลับตำแหน่ง ให้พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย มาดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหาร เพื่อรอจ่อคิวตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในปีถัดไป แล้วโยก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก มาเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข รองเสนาธิการทหาร มาเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และให้ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ขยับเป็นประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ส่วน พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล ยังคงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดตามเดิม

ส่วนกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน กันยายนนี้ ได้เสนอชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก ขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 37 ขณะนี้ทั้งนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และพล.อ.ประวิตร ต่างก็เห็นชอบ

ทั้งนี้ การที่เลือกพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เพื่อเป็นฐานค้ำบังลังก์ให้แก่รัฐบาล และขยับให้ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก มาเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหาร อาจจะมีการขยับ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง

ส่วนตำแหน่งเสนาธิการทหารบก พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก ซึ่งเป็นเพื่อน ตท.12 รุ่นเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะไม่พลาดตำแหน่งนี้ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา พล.ท.ดาว์พงษ์มีบทบาทสำคัญในการร่วมกันวางแผนกระชับวงล้อมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม และขยับให้ พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ จากผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพบก

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ต้องการที่จะมีการปรับเปลี่ยนแม่ทัพภาคทั้ง 4 ภาคในเวลานี้ด้วยเช่นกัน โดยมีรายงานว่าหลังจากที่พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกแล้ว ก็จะมีการผลักดันให้ พล.ต.อุดมเดช สีตะบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 ลูกหม้อสายบูรพาพยัคฆ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 แต่ตำแหน่งดังกล่าวก็ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะพล.อ.ประวิตร ก็มีความพยายามที่จะดันให้ พล.ท.คณิต เป็นเสนาธิการทหารบกด้วย

ส่วนกองทัพภาคที่ 2 หลังจากที่ พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เกษียณ ก็ได้มีการผลักดัน พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพน้อยที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2

ขณะที่กองทัพภาคที่ 3 ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมีการปรับเปลี่ยนให้ พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 เข้ามาอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ. และขยับให้ พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพน้อยที่ 3 ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง โดยเบียดเพื่อน ตท.12 อย่าง พล.ท.สิงห์ศึก สิงห์ไพร เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก ที่ พล.อ.ประยุทธ์พยายามผลักดันโยกย้ายจากกรมยุทธศึกษาทหารบก มาอยู่ที่กองทัพภาคที่ 3

ส่วนกองทัพภาคที่ 4 มี 2 คน ที่เป็นตัวเต็งคือ พล.ท.กสิกร คีรีศรี (ตท.11) ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) จุดเด่นของ พล.ท.กสิกร คือเป็น "คนใน" ของกองทัพภาคที่ 4 อยู่แล้ว รับราชการอยู่ในภาคใต้มานาน ที่สำคัญ พตท. หรือ พตท.43 เดิม ก็คือหน่วยบัญชาการใช้กำลังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่พร้อมๆ กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในยุครัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และมาปรับยศ ผบ.พตท.เป็น "พลโท" ในภายหลัง ทำให้กองทัพภาคที่ 4 มีนายทหารยศ "พลโท" ถึง 2 คนและ พล.ท.กสิกร ก็เป็น ผบ.พตท.ที่ครองยศ "พลโท" เป็นคนแรก เรียกว่ารู้งาน รู้โครงสร้างเป็นอย่างดี แต่จุดอ่อนของ พล.ท.กสิกร ก็คือเหลืออายุราชการอีกเพียงแค่ปีเดียว

คนที่ 2 พล.ต.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ (ตท.13) รองแม่ทัพภาคที่ 4 คนที่หนึ่ง จุดเด่นของ พล.ต.อุดมชัย ก็คือเป็นรองแม่ทัพอันดับ 1 ซึ่งโดยประเพณีทหารก็มีโอกาสและความชอบธรรมสูงที่จะก้าวขึ้นเป็นแม่ทัพ ประกอบกับพล.ต.อุดมชัยมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำศาสนาในพื้นที่ จัดว่าเป็นนายทหารที่ได้รับการยอมรับในระดับน่าพอใจคนหนึ่ง

ด้านกองทัพเรือ มีนายทหารระดับสูงเกษียณอยู่ 2 ตำแหน่งหลัก คือ พล.ร.อ.ยอดชาย รักสำรวจ ประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพเรือ และ พล.อ.ธนา บุนนาค ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งคาดว่า พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะขยับให้เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 พล.ร.ท.รพล คำคล้าย เสนาธิการทหารเรือ มาดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพเรือ เพื่อมากินอัตราจอมพล และขยับให้ พล.ร.ท.วีระพล กิจสมบัติ รองเสนาธิการทหารเรือขึ้นมาดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือแทน โดยมี พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ

ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.อนาวิล ภิรมย์รัตน์ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ เกษียณ คาดว่า พล.อ.อ.อิทธพรจะขยับให้ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ มาเป็นรองผู้บัญชาการทหารอากาศ และมี พล.อ.ท.วินัย เปล่งวิทยา ผู้ช่วยเสนาธิการทหารอากาศ ขยับมาเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศแทน

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: โผทหาร(เอียนว่ะ)

ตั้งหัวข้อ  Neo on Thu Jul 22, 2010 5:48 pm

เปลี่ยนบรรยากาศบ้างฮะ เห็นช่วงนี้มีแต่ภาษาปะกิต

#############################

รมว.กห.ถกเหล่าทัพปรับโผทหารคาดถึงมือมาร์คส.ค.

คมชัดลึก :(22ก.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2553 ว่า เรื่องนี้มีระเบียบเป็นไปตามพ.ร.บ.การจัดส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม

โดยมีคณะกรรมการปรับย้าย ทุกอย่างทำตามระเบียบ เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่จะทำนอกระเบียบหรือผิดกฎหมาย ขณะนี้คณะกรรมการของแต่ละเหล่าทัพก็ไปประชุมกันก่อนจะเสนอมาถึงกระทรวงกลาโหมตามห้วงระยะเวลาก็ประมาณเดือน สิงหาคม
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ที่ผ่านมารมว.กลาโหมให้แต่ละเหล่าทัพไปทำคุณสมบัติเรื่องความเหมาะสมและให้คณะกรมการแต่ละเหล่าทัพพิจารณาและจะมีการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายข้าราชการตาม พ.ร.บ.ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีคณะกรรมการ 8 ท่านคือรมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ แต่ขณะนี้ไม่มีรมช.กลาโหม จึงจะมีผู้เข้าประชุมเพียง 7 คน ซึ่งรมว.กลาโหม สั่งให้แต่ละส่วนไปจัดทำแผน โดยยึดถือเรื่องคณะกรรมการเป็นหลัก และความเหมาะสม ความอาวุโส ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะมีการหารือคณะกรมการชุดใหญ่อีกครั้งและบัญชีโยกย้ายนายทหารน่าจะเสร็จประมาณเดือนสิงหาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้เรียก พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อร่วมหารือถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารอย่างไม่เป็นทางการภายในห้อง รมว.กลาโหมหลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีการหารือไปแล้ว

โดยการหารือนอกกรอบครั้งนี้ใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง โดยการหารือของคณะกรรมการพิจารณาการปรับย้ายนายทหารจะมีประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้งช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนจะนำเสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: โผทหาร(เอียนว่ะ)

ตั้งหัวข้อ  Neo on Thu Jul 22, 2010 6:48 pm

“อภิชาต”น้อยใจ“ปลัดกห.ไทย”สำคัญแค่ปลายแถว

คมชัดลึก : “อภิชาต”น้อยใจ “ ปลัดกลาโหมไทย ” แค่ปลายแถว พ้อไม่ให้เกียรติเหมือนชาติสากล ด้าน “ รองปลัดกลาโหม ” เผยโยกย้ายทหาร การเมืองแทรกเรื่องธรรมชาติ วอนสื่อให้ข้อมูลแฟร์สองด้าน สร้างสมดุลโผทหาร ชี้บทบาทกองทัพเป็นแค่กรรมการห้ามมวยแก้วิกฤติการเมือง


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ พล.อ.อ.พุฑฒิ มังคละพฤกษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างการสัมมนาเชิงปฏิบัติการสื่อสารมวลชนเพื่อความมั่นคงของชาติระดับผู้นำ ในหัวข้อบทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมตอนหนึ่งว่า หน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะเน้นการจัดระบบในการนำยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมาใช้ การเฝ้าระวัง การทำให้งานสัมฤทธิ์ผล คุณภาพกำลังพล เรื่องเทคโนโลยี ยุทธวิธีในการรบ กลยุทธ์ในการบริหารจัดการ หลักๆ เป็นเรื่องการกำหนดนโยบาย เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สวัสดิการ งบประมาณ และ งานด้านกรมพระธรรมนูญ

พล.อ.อ.พุฑฒิ กล่าวว่า ส่วนการคัดเลือกผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน หรือ การโยกย้ายทหาร ที่มองกันว่าการเมืองเข้ามาแทรกแซงนั้น การคัดเลือกผู้บริหารระดับสูงนั้น มันเป็น militic ซึ่งมาจาก military บวกกับ politic ในส่วนของตนเอง สื่อก็คงทราบดีเมื่อสองปีก่อนที่ตนจะถูกโยกย้ายมาที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่เราอย่าไปตั้งอุดมคติว่าจะต้องมีเส้นแบ่งถ้าล้ำหน้าต้องเป่านกหวีดทันที พวกสื่อต้องช่วยสะท้อนข้อมูลทั้งสองด้าน และช่วยดูแลให้สมดุล อย่าไปห้าม เพราะห้ามไม่ได้ คนนั้นก็อยากได้ คนนี้ก็อยากไป แต่ขอให้ความเห็นที่ขัดแย้งกันเป็นเรื่องทีเป็นไปตามธรรมชาติ ให้แฟร์ๆกัน

“อย่างไรก็ตามหน้าที่ของทหารในปัจจุบันไม่ได้มีแค่การปราบปรามอริราชศัตรู แต่ยังมี Threat อื่นที่เป็น Non- combat เช่นเรื่องบรรเทาสาธารณภัย อย่างสถานการณ์ที่ผ่านมาที่เกิดความวุ่นวายกัน เราควรทำหน้าที่เป็นกรรมการห้าม ผมเท้าความว่า ประมาณ 4-5 ปีในฝรั่งเศส มีเรื่องสีผิว หรือ ศาสนา กันนิดหน่อยและลุกลามไปเป็นการเผารถ 3.5 พันคัน ผมบอกกับผู้ช่วยฑูตทหารฝรั่งเศสซึ่งเป็นเพื่อนของผมว่า จะปล่อยให้เขาเผาพิพิธภัณฑ์รูฟท์ ไปก่อนเหรอ ซึ่งเขาบอกว่าช่วยไม่ได้ เพราะน้ำกำลังเดือด แต่เขาบอกว่ามีกติกาว่าอย่าเผาตึกอาคารซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสังหาริมทรัพย์ห้ามยาก ” พล.อ.อ.พุฑฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า บทบาทกองทัพในการแก้ไขวิกฤตการเมืองที่ผ่านมามีความเหมาะสมหรือไม่ รองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า แนวทางที่เหมาะสม มันมีที่เหมาะสมมากกว่านี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ทำไม่เหมาะสม เพราะทหารควรเป็นแค่กรรมการห้ามมวย ไม่ต้องลงไป เพื่อให้ระบบที่มีอยู่มันจัดการตัวมันเอง และ ให้ระบอบพัฒนาไปตามที่มันเดินมา

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงบทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักบทบาทที่แท้จริง แม้แต่สื่อมวลชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสัมผัสกับกระทรวงกลาโหมโดยตรง สื่อสายทหารเองก็อาจยังไม่เข้าใจบทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมโดยรวมเท่าไหร่ บางทีก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกัน ข่าวที่ออกมาผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ เมื่อตนเป็นหัวหน้าคณะเข้าชี้แจงงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ในฐานะเป็นข้าราชการสูงสุดของกระทรวงกลาโหม แต่สื่อไปเขียนลงข่าว กลับไปเขียนชื่อไว้ต่อท้ายชื่อ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ก็เข้าใจในความรู้สึกส่วนตัวว่า เราคงไม่ค่อยได้ทำงานที่มีประสิทธิภาพ หรือ เป็นหน่วยงานที่ไม่มีคุณค่าเท่าไหร่ จึงทำให้สื่อมองภาพสำนักงานปลัดฯ ที่ต้องไปต่อท้ายแถว

“ส่วนตัวผมเองรู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสได้รับราชการในกองทัพบก กองทัพภาคที่ 1 เป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี และมีโอกาสเข้าไปรับราชการในกองบัญชาการกองทัพไทยอีกกว่า 10 สิบปี จนใกล้ๆ จะเกษียณหาที่ลงไม่ได้ เขาก็เอามาอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งหลายคนก็ไม่อยากมาอยู่เท่าไหร่ แต่เมื่อมาแล้วผมก็มีความภาคภูมิใจในหน่วยงานนี้ เพราะสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานสำคัญในฐานะที่กำหนดนโยบายด้านความมั่นคงในภาพรวมของกระทรวงกลาโหม เป็นฝ่ายอำนวยการ หรือ ฝ่ายเสธ. ให้กับ รมว.กลาโหม ถ้าเป็นต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนา ซึ่งผมไม่รู้ว่าประเทศไทยด้อยพัฒนาหรือไม่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในประเทศสากล ใหญ่มากๆ เท่าที่สัมผัส ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ จะฟังปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ผมไม่แน่ใจประเทศไทยเป็นประเด็นปัญหาเรื่องพัฒนา หรือ ด้อยพัฒนาหรือไม่ แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพียงแต่อยากเล่าให้เข้าใจถึงสิ่งที่เราทำ ที่ทำในภาพรวมของกระทรวงกลาโหม ที่มีทั้งสามเหล่าทัพรวมอยู่ ” พล.อ.อภิชาต กล่าว

พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ในต่างประเทศให้ความสำคัญกับปลัดกระทรวงค่อนข้างมาก ซึงอยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างนั้นเปรียบเหมือนผู้เล่นอยากเป็นใหญ่ เชื่อว่า ประเทศไทยสามารถทำได้ หากเราพัฒนากองทัพให้เป็นสากล ความจริง ผบ.เหล่าทัพทุกท่านพร้อม แต่เราไปมองว่า คนที่คุมกำลังมากที่สุดคือ ผู้ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเรากันไปอย่างนั้นเอง แต่สถานการณ์การบังคับบัญชามีความชัดเจนอยู่ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไม่มีปัญหาการทำงานของผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะผบ.ทบ. ทุกท่านให้เกียรติ และมีความร่วมมือกันอย่างดี

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ