อนาจ!ระบบการศึกษาไทย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อนาจ!ระบบการศึกษาไทย

ตั้งหัวข้อ  DeathPower on Thu Sep 23, 2010 5:04 pm

โจรปล้นพ่อแม่-ค่าสอบตรงมหาโหดขั้นต่ำหัวละ 2 หมื่น-ทวงสัญญา "ชินวรณ์" ดึงเด็กกลับห้องเรียน

แอดมิชชั่นส์กลางล้มเหลว มหาวิทยาลัยหนีตายแห่รับตรงอื้อ! ส่งผลร้ายให้โรงเรียนเร่งสอนให้จบหลักสูตรม.ปลายภายใน 5 เทอม ส่วนพ่อแม่เดือดร้อนจ่ายเงินมหาโหด ทั้งค่ากวดวิชา ค่าสอบตรง เผยเด็กหนีเรียนวิ่งรอกสอบตรงตกหัวละ 2 หมื่นบาท ทวงสัญญา "ชินวรณ์" รับปากดึงเด็กกลับสู่ห้องเรียน อนาจ!ระบบการศึกษาไทยตกอยู่ในวังวนเดิมเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา แนะอาศัยมติครม.จัดระเบียบสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ ก่อนชาติล่มสลาย!

ความคืบหน้าหลังจากรัฐบาลประกาศยกเลิกสอบเอนทรานซ์ และอาศัยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศนำระบบแอดมิชชั่นส์กลางมาใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา 2549 จนถึงทุกวันนี้ 5 ปีของการนำระบบแอดมิชชั่นส์กลางมาใช้ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยของรัฐทั่วประเทศเลี่ยงไปรับเด็กผ่านระบบรับตรงกันมากขึ้น

ล่าสุด นายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่พอใจระบบแอดมิชชั่นส์กลางจึงหันมารับตรงกันมากขึ้น โดยบางคณะเปิดรับตรงถึง 100% สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายและทุกข์ทรมานกับนักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เพราะนักเรียนเกิดความสับสน เนื่องจากต้องคอยตามข่าวว่าที่ไหนเปิดรับสมัครรับตรงบ้าง สอบเมื่อไร ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีหลักเกณฑ์ที่ไม่เหมือนกันเลย

"การสอบตรงในแต่ละมหาวิทยาลัยนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นก่อนเดือนตุลาคม 2553 ซึ่งนักเรียนเพิ่งเรียนจบม.5 แต่ต้องถูกบังคับให้ต้องสอบเนื้อหาม.6 ด้วย เป็นการส่งเสริมให้เกิดการกวดวิชา อีกทั้งโรงเรียนก็เร่งสอนให้จบหลักสูตรม.ปลายภายใน 5 เทอม จากเดิมเรียน 6 เทอม เหล่านี้สร้างความไม่เท่าเทียมระหว่างนักเรียนที่มีความพร้อมที่จะไปกวดวิชา กับนักเรียนที่ไม่มีความพร้อม และทำให้นักเรียนทิ้งห้องเรียน" นายอำนวยกล่าว

นายอำนวยกล่าวต่อว่า ค่าสมัครสอบตรงที่แพงแสนแพง มีตั้งแต่วิชาละ 500-850 บาท เด็กบางคนวิ่งรอกสอบตรง จากเดิมที่นักเรียนคนหนึ่งที่อยากเป็นหมอแต่ถ้าไม่ได้ก็จะเลือกสอบตรงวิศวะหรือถ้าไม่ได้ก็จะเลือกวิทยาศาสตร์นั้น จากเดิมในระบบเอนทรานซ์จะใช้เงินสมัคร 250 บาทเท่านั้น เพื่อเลือกคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ แต่ปัจจุบันจะต้องใช้เงินมากกว่า 2 หมื่นบาท ซึ่งนักเรียนที่ยากจนไม่สามารถแบกรับภาระนี้ได้ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

"ผมเรียกร้องให้คุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ที่เคยรับปากจะดึงเด็กกลับสู่ห้องเรียน ขอให้รีบดำเนินการ เพราะระบบการศึกษาไทยตกอยู่ในวังวนเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เพราะผลจากมหาวิทยาลัยเปิดสอบตรงได้เกิดโกลาหล พ่อ แม่เด็กเครียดจัดแต่ไร้ที่พึ่ง ผมวิงวอนขอให้รัฐมนตรีแก้ไขปัญหานี้ อาจอาศัยมติครม.จัดระเบียบสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยใหม่ ก่อนที่ชาติจะล่มสลายเพราะระบบการศึกษาไทยล้มเหลว" นายอำนวย กล่าวในที่สุด

DeathPower

จำนวนข้อความ : 35
Registration date : 23/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อนาจ!ระบบการศึกษาไทย

ตั้งหัวข้อ  DeathPower on Thu Sep 23, 2010 5:22 pm

คนโบร่ำโบราณ เขาพร่ำสอนมาตั้งแต่อดีตจวบจนมาถึงปัจจุบัน ไม่เห็นมีปัญหาอะไร อีกทั้งส่วนใหญ่เติบโตอย่างมีความคิด มีคุณธรรม มีศีลธรรม สำคัญที่สุดคือมีความกตัญญูต่อบิดามารดา และประเทศชาติ

หันมามองคนและสังคมในปัจจุบัน(ผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ ๕๐ ปีลงมา) ช่างดูวุ่นวาย ไร้เหตุผล ไร้การแยกแยะผิดชอบชั่วดี ทำให้เกิดความวิปริตขึ้นในสังคม ส่งผลต่อประเทศชาติ

แต่เอาเถอะ กรรมใครกรรมมัน ชีวิตใครชีวิตมัน เราจะไปทำอะไรได้ เรามันก็แค่คนๆเดียว ถึงเราไม่ทำ เดี๋ยวก็คงมีคนอื่นมาทำเองนั่นแหละ อีกอย่างไม่ใช่หน้าที่ของเราโดยตรง ขนาดพระพุทธองค์ยังทรงแยกสังคมสงฆ์ กับฆราวาส ไม่ให้เข้ามาก้าวก่ายหรือเหลื่อมล้ำกัน

ก็ได้แต่มองดูสังคมและอนาคตของเด็กทุกวันนี้แบบสมเพช (สมเพช = สงสาร + ทุเรศ + สมน้ำหน้า)

ใครที่กำลังมีลูกเล็กๆ หรือกำลังจะมีลูก หรือคิดอยากมีลูก ก็คิดให้ดีๆและมากๆหน่อย ถ้าบอกว่าทุกวันนี้คิดมากแล้ว บอกเลยว่าที่คิดอยู่น่ะมันยังไม่พอ ต้องคิดจนกว่าหัวสมองมันระเบิด นั่นแหละถึงจะสะใจ

พวกที่ตายไปก่อน ถือว่าโชคดี ที่ไม่ต้องทนเห็นความชอกช้ำ ระกำใจของประเทศชาติ ที่ถูกพวกคนระยำ ใจเดรัจฉาน ฉกฉวยผลประโยชน์ของแผ่นดินและชนชาติไป ทั้งๆที่ต้นตระกูลของพวกมันก็ไม่เคยสร้างคุณประโยชน์ใดๆให้กับผืนแผ่นดินแม้แต่ตารางมิลลิเมตรเดียว

เซ็งฉิบหายเลย...ว่ะ

DeathPower

จำนวนข้อความ : 35
Registration date : 23/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ผู้ใหญ่แย่รังแกเด็ก

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat Sep 25, 2010 1:18 pm

เซ็งเหมือนกันค่ะ (ว่ะ) เด็กเรียนดีแต่พ่อแม่ทุนทรัพย์น้อย ต่อไปคงได้แต่แหงนหน้าเป็นเครื่องบินมองหมา(มันทำ) ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องเรียนกัน ตอนนี้นอกจากสอบประมวลความรู้ ม.4/5/6 แล้ว ยังมี สอบ GAT/PAT อีก สอบในระบบรวมก็แย่งกันแทบตายแล้ว ยังถูกแบ่งที่นั่งไปกับการสอบตรงอีกที่ค่าสอบ โค-ตะ-ระ แพงอีก ชีวิตเด็กไทยเกิดมาเพื่อแข่งขันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลยหรือไร? นี่ไม่ใช่ระบบสร้างอนาคตของชาติ แต่ใช้กระบวนการ(ทำที) เน้นวิชาการมาทำลายเด็กไทยชัดๆ เรียนกัน (แมร่ง) จนเด็กไม่มีเวลาพิจารณาใคร่ครวญความเป็นไป ความดี ความเลว ความเป็นเหตุเป็นผล ของสังคมรอบตัว มุ่งแต่เรียน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กวดวิชา กวด ๆ ๆ ๆ ๆ กลับถึงบ้านหลังกวดวิชาสมองล้าหมดแรง ประเทศอื่น เขาเรียนเลิกบ่ายสองโมง ให้เด็กได้ใช้เวลาทำกิจกรรม พัฒนาอีคิว บ้านเราเรียนเลิกสี่โมงเย็น ยังต้องรีบลนลานไปกวดวิชาต่อถึงค่ำ เด็กไทยไม่มีเวลาแหงนหน้ามองฟ้า ก้มหน้ามองดิน โตมาเลยไม่รู้เท่าทันว่าตนเองถูกผู้ใหญ่โง่กระทำไว้อย่างไร... สรุปว่า ได้ผลผลิตเป็นเด็กไทยที่เข้าทางคนวางระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน ...ฮ่วย!


แก้ไขล่าสุดโดย Rosy เมื่อ Sat Sep 25, 2010 1:26 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : จะได้อ่านง่าย)

Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สถานศึกษา กับ ค่านิยม

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Sep 25, 2010 1:34 pm

เพราะเรามีข้อจำกัดสองอย่าง

อย่างแรก เป็นรูปธรรม คือ มีสถานที่เรียนที่เป็นระบบปิด น้อยแห่ง จึงต้องแย่งกันเรียนในชั้นเรียน

อย่างสอง เป็นนามธรรม คือ ค่านิยม ของสังคม ซึ่งขณะนี้ยังเป็นคนรุ่นกลาง ซึ่งมีปมด้อย กำลังหาทาง
ชดเชยสิ่งที่ขาดในวัยเด็ก ให้รุ่นลูกทำแทน เป็นกตัญญูประกาศิต

ค่านิยมนี้ บอกว่า ถ้าสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเปิด เช่น มสธ จะมีคุณภาพด้อยกว่า มหาวิทยาลัยปิด

ทำไมจึงเกิดความเชื่อเช่นนั้น ก็เพราะว่า มหาวิทยาเปิด มีการเรียนการสอน นอกชั้นเรียนเป็นส่วนใหญ่ เรียนในระบบอ่านหนังสือเอง ศึกษาเอง การเรียนในชั้นเรียน มีบ้างประปราย และมีการสอนทางโทรทัศน์ ตอนตีห้า
ของบางวัน ที่ทราบเพราะเคยเปิดมาเจอเข้า ในช่วงที่มีปฏิบัติการแดงเดือดในหลายเดือนก่อน

ความเชื่อเรื่อง การเรียนด้วยตนเองนั้น จะทำให้ผู้เรียนขาดความเข้าใจ ส่งผลให้คุณภาพน้อยกว่า การที่มีครู
มาสอนในชั้นเรียน ตรงนี้ก็มีเหตุผล และเป็นไปได้ เพราะว่าความคุ้นเคยของเด็กไทย ระบบการศึกษา
ของเราที่ผ่านมามีแบบนั้น เราอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับระบบการมีอิสระทางความคิด

มีข้อสังเกตว่า คนเรามักจะต้องการและเรียกหาสิ่งที่เราขาด แม้ว่าบางอย่างเรายังไม่รู้จักมันดีพอ และไม่รู้ที่จะ
ควบคุมมันให้ตั้งอยู่ในความพอดีด้วยซ้ำไป สิ่งเหล่านี้จึงอาจก่อให้เกิดปรากฎการณ์ที่เราเห็นขึ้นมา พฤติกรรม
การเรียกร้องแปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะเวลานี้เป็นเวลาที่ทุกคนลุกขึ้นมาทวงสิทธิทางความคิด
และความเท่าเทียมกันแบบหารยาว ในสังคม (ซึ่งทางปฏิบัติจะมีหรือ)

เราอยากมีอิสระ แต่ครั้นเมื่อได้รับเสรีภาพเต็มๆ แบบการเรียนในมหาวิทยาเปิด เรากลับทำไม่ได้ดี

ตรงนี้ควรจะหาทางแก้ไข และสร้างความเข้าใจในสังคม วิธีการก็คือ ทุกๆ เสียงที่มีโอกาสออกสู่สาธารณะ
ไม่ว่าจะเป็นสื่อ นักการเมือง คนในสังคม นักวิชาการ ควรจะร่วมกันปลูกฝังสิ่งที่ดีงามสู่สังคมไทย (พูดเหมือนกับ
นางงามรอบสุดท้ายเลย) คนละเสียงสองเสียง สร้างกระแสความรู้สึกที่ดีงามบ้าง ได้ผลหรือไม่ก็ต้องทดลองดู

มีข้อมูลว่า จากการสำรวจความเห็นของเด็ก ร้อยละ แปดสิบกว่า รับรู้ว่า คนซื่อสัตย์ เป็นคนดีในสังคม แต่ทว่า... ตรงนี้สำคัญ... เป็นกลุ่มคนที่ได้รับการเอาเปรียบ...

จึงอย่าแปลกใจหากเขาจะคิดกันว่า อย่างนี้ใครซื่อสัตย์ก็โง่นะสิ ต้องฉลาดจึงจะได้ดูดีและเป็นฝ่ายมีเปรียบในสังคม

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อนาจ!ระบบการศึกษาไทย

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat Sep 25, 2010 1:47 pm

สวัสดีค่ะ ท่าน MI-6 คิดถึงมากมายนะคะ

Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ยินดีค่ะ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Sep 25, 2010 4:49 pm

ยินดีที่ได้สนทนากันอีกค่ะ ตอนนี้ไม่ค่อยมีความคิดอะไรจะเขียน
บรรยากาศ น่าเบื่อมากเลย

วันๆ มีแต่ข่าว การแย่งชิงอำนาจทางการเมือง

กับการวิเคราะห์ข่าวที่เป็นทางเดียวกัน ทำไมสมานฉันท์ทางความคิดอยางนี้ก็ไม่รู้

(หรือว่า เป็นนักลอกการบ้านชั้นดี)

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อนาจ!ระบบการศึกษาไทย

ตั้งหัวข้อ  DeathPower on Thu Oct 07, 2010 5:38 pm

หึ่ง! อธิการมศว ลอกงานวิชาการ (ไทยโพสต์)

หึ่ง! อธิการ มศว ลอกผลงานวิชาการ รอง กกอ.เผยได้เอกสารบัตรสนเท่ห์แล้ว เตรียมหารือ กกอ.ต้องสอบหาความจริงหรือไม่ เพราะเป็นผู้บริหารระดับสูงหากไม่เป็นความจริงก็จะได้ขาวสะอาดเหมือนเดิม ด้านเจ้าตัวบอกพร้อมรับการตรวจสอบ ขอความเป็นธรรมจากสังคมด้วย

รศ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (รองเลขา กกอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับเอกสารขอให้ตรวจสอบผลงานทางวิชาการเพื่อขอตำแหน่งศาสตราจารย์ (ศ.) ของ ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) โดยอ้าวว่า ศ.วิรุณไปลอกผลงานวิชาการของผู้อื่น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ดังนั้นในวันที่ 7 ต.ค.นี้ สกอ.จะมีการประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม ขณะเดียวกันก็จะต้องหารือไปยังคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ด้วย เนื่องจาก ก.พ.อ.จะดูแลเรื่องการขอตำแหน่งทางวิชาการโดยตรง

"ขณะนี้เรายังไม่สามารถสรุปได้ว่าเรื่องที่ร้องเรียนเป็นจริงหรือไม่จริง หรือเป็นการกลั่นแกล้ง เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องภายใน ทั้งนี้การอนุมัติตำแหน่งถือเป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยโดยตรง และเมื่อมีข้อร้องเรียนเข้ามาดังนั้นสภามหาวิทยาลัยก็จะต้องเข้าไปตรวจสอบ หากสภามหาวิทยาลัยไม่ตรวจสอบจึงจะเป็นหน้าที่ขอ สกอ. แต่ก็จะต้องมีชื่อผู้ร้องเรียนเข้ามาด้วยไม่ใช่มาเป็นเอกสาร ซึ่ง ศ.วิรุณเป็นผู้บริหารระดับสูงและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการข้าราชการเมื่อมีข้อร้องเรียนก็ควรได้รับการตรวจสอบ หากไม่มีมูลก็จะได้ขาวสะอาดเหมือนเดิม" รองเลขา กกอ.กล่าว

ศ.ดร.กำพล อดุลวิทย์ นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะกำหนดหลักเกณฑ์กลางคำว่า "คัดลอก" ผลงานทางวิชาการ ว่า มก.มีหลักเกณฑ์ในการอ่านผลงานทางวิชาการอยู่แล้ว รวมถึงยังมีหลักเกณฑ์ที่จะดูว่างานแต่ละชิ้นไปคัดลอกผู้อื่นมาหรือไม่ และยังมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่คัดเลือกผลงานวิชาการด้วย แต่ต้องยอมรับว่าการตรวจผลงานว่าแต่ละชิ้นไปลอกใครมาหรือไม่นั้นต้องใช้เวลานานพอสมควร หรือกว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ซึ่งในส่วนของ มก.เคยมีการลอกผลงานทางวิชาการเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ และสภามหาวิทยาลัยถอนตำแหน่งทางวิชาการ แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ส่วนสาเหตุที่มีการลอกผลงานทางวิชาการมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขณะนี้มหาวิทยาลัยจำนวนมากเปิดสอนปริญญาโทและปริญญาเอกจำนวนมาก แต่ไม่มีมาตรฐานดังที่ว่าจ่ายครบจบแน่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก

ด้าน ศ.วิรุณ กล่าวว่า ยังไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะยังไม่เห็นข้อร้องเรียน และต้องการรอดูท่าทีของ กกอ.ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ก็พร้อมรับการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามไม่ว่าตนจะออกมาชี้แจงหรือไม่ ขณะนี้ก็ตกเป็นเป้าของข่าวซึ่งก็ได้รับความเสียหายแล้ว ก็อยากให้ทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย

DeathPower

จำนวนข้อความ : 35
Registration date : 23/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อนาจ!ระบบการศึกษาไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 14, 2010 11:22 am

สพฐ. เน้นเด็กอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ทันปี 54

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมกร้อมจัดทำแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของงบประมาณปี 2554 ไว้ดังนี้

1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอจะต้องสูงขึ้นทั้งกลุ่มสาระวิชาหลัก
2. เด็กช่วงชั้นที่ 1-3 จะต้องอ่าน ออก เขียนได้ และคิดเลขเป็น
3. คุณธรรมนำความรู้ มีจิตสำนึกของการรักชาติ
4. มุ่งพัฒนาผู้เรียนไปสู่ความเป็นเลิศ
5. การศึกษาทางเลือก เพื่อผู้เรียนที่มีข้อจำกัดไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้พิการ เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กชายขอบ จะต้องได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน
6. การวางรากฐานให้กับผู้เรียน เน้นการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
7. เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
8. การบริหารจัดการด้านการศึกษาในเขตพิเศษเฉพาะกิจชายแดนใต้
9. บริหารจัดการโรงเรียนที่มีคุณภาพ
10. การบริหารงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ โดยต้องจัดทำตัวชี้วัดด้านต่างๆ เพื่อดูประสิทธิภาพของการบริหารงานในเขตพื้นที่และการกำกับดูแลโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ

โดยทั้งนี้ การจัดทำแผนปฎิบัติการประจำปี 2554 ทั้ง 10 เรื่อง จะมีหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบในด้านต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อชี้วัดผลการดำเนินได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้

==========================

โอ๊ย...........เศร้า(ว่ะ)

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ