ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Wed Oct 06, 2010 12:59 am

หนูอ่านท่าทีจาก บทความของเขาอ่ะนะ

พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์
รู้ลึก รู้จริง ยิ่งกว่าข่าวกรอง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nunrimfar

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม 2553
“เขาพระวิหาร” ใครอยู่เบื้องหลังในการช่วยเหลือไทยบ้าง
Posted by nunrimfar , ผู้อ่าน : 2662 , 09:08:26 น.
หมวด : การเมือง
พิมพ์หน้านี้ โหวต 0 คน

ผ่านพ้นไปอย่างหวาดเสียวอีกครั้งหนึ่ง สำหรับรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ฯ ในกรณีเขาพระวิหาร หลายคนคงคิดว่าโชคช่วย แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว โชคไม่เกี่ยว ฝีมือรัฐบาลก็ไม่ใช่แน่นอน แต่เป็นผลมาจากหลายเรื่องหลายราวประกอบกัน แต่พอจะบอกได้ว่าเป็นเพราะพระสยามเทวาธิราชช่วยเหลือก็ได้ จึงทำให้หลายประเทศเอื้ออารีประเทศไทย
จีน มหาอำนาจที่เขมรเกรงใจจนเกือบเป็นกลัวนั้น เป็นประเทศในลำดับแรกๆ ที่ออกมาช่วยเหลือไทย เพราะความสัมพันธ์อันใกล้ชิดยืนยาวมานานมากแล้ว โดยเฉพาะกับราชวงศ์ของไทย
บาร์เรล ประเทศอาหรับขนาดเล็ก แต่มีอิทธิพลที่สุดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และยังมีศักยภาพทางด้านการเงินสูงที่สุดอีกด้วย ซึ่งจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมมรดกโลกครั้งต่อไป ก็แสดงท่าทีช่วยเหลือไทย เพราะรัฐบาลไทยของคุณอภิสิทธิ์ฯ ได้เคยเข้าไปช่วยเหลือในการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้กับบาร์เรลอย่างมีคุณภาพ
สหรัฐฯ แม้ไม่ได้แสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจน เพราะสหรัฐฯ ยังห่วงผลประโยชน์ด้านการป้องกันการก่อการร้าย ที่มีแหล่งสำคัญจุดหนึ่งอยู่ในกัมพูชาก็ตาม แต่สหรัฐฯ ก็แอบช่วยเหลืออยู่อย่างเงียบๆ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เริ่มแสดงท่าทีแปลกๆ ไปคบกับกลุ่มคนเสื้อแดงมาแล้ว สหรัฐฯ ก็จัดว่า เป็นมิตรภาพประเทศร่วมเป็นร่วมตายกับไทยมาตั้งแต่ยุคสงครามตัวแทนในเวียดนามจนถึงปัจจุบัน แต่ทูตสหรัฐฯ คนที่กำลังจะหมดตำแหน่งไปก่อนวาระนั้น เป็นคนค่อนข้างหยาบ ขี้โอ่ จึงไม่ได้สนใจวัฒนธรรมอันซับซ้อนของไทย ครั้งแรกที่เข้ามารับตำแหน่งในการจัดงานวันชาติของสหรัฐฯ ก็เริ่มมีความผิดพลาดขึ้น โดยบรรเลงเพลงชาติแทนเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังจากกล่าวถวายพระพรให้ในหลวง (ทุกประเทศจะบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีทั้งหมด เพราะเข้าใจว่า พระองค์เป็นศูนย์รวมจิตใจของไทยทั้งชาติ) พอเพลงจบ แขกเชิญเกือบครึ่งหนึ่ง แสดงความไม่พอใจ เดินออกจากงานเป็นแถว รวมทั้งตัวผมด้วย เสียงโทรศัพท์ด่าทอมาที่สถานทูตสหรัฐฯ ในวันรุ่งขึ้น มีเป็นจำนวนมาก ทูตคนนี้ยังผิดพลาดมาเรื่อยๆ จนมาคบหากับกลุ่มคนเสื้อแดง ทาง CIA จึงรายงานให้ประธานาธิบดีทราบ จนต้องถูกส่งกลับประเทศก่อนวาระ สิ่งสำคัญคือ การปรากฎตัวของทูตในที่สาธารณะในลักษณะโอ้อวด ซึ่งอาจทำให้เป็นเหยื่อของกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติได้โดยง่าย ก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานข่าวกรองทั้งไทย และสหรัฐฯ ต่างก็หนักใจ(ครั้งสุดท้ายเมื่อต้นเดือนนี้ก็ไปปรากฎตัวที่บาร์แจ๊สแห่งหนึ่งย่านสีลม ในชุดกางเกงยีนส์คลุมด้วยเสื้อแจ็กเก็ต โดยจอดรถทูตติดธงสหรัฐฯ ทั้ง ๒ ด้านของตัวรถไว้ที่หน้าบาร์ด้วย)
ยังมีอีกหลายประเทศที่ใช้งานข่าวกรองในการบริหารประเทศ ย่อมเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อเดือน เม.ย. – พ.ค. ได้เป็นอย่างดี ว่ารัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ฯ น่าสงสารขนาดไหน ซึ่งประเทศเหล่านี้ ต่างก็เชื่อว่า รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ฯ นั้นสีขาวแน่นอน ส่วนรัฐบาลเขมร มีสภาพเป็นอย่างไร ผมก็เชื่อว่าประเทศเหล่านี้ก็คงทราบดีอยู่แล้ว การตัดสินใจจะเลือกฝ่ายไหนจึงไม่ยากนัก แต่สถานการณ์ในลักษณะนี้ ก็ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก อย่าเอาประเทศชาติไปเสี่ยงเพราะประเทศไทยเป็นของทุกคน ไม่ได้เป็นของรัฐบาลชุดไหน แม้เรื่องนี้จะเกิดต่อเนื่องมาหลายรัฐบาลแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะนำมาแก้ตัว
สุดท้ายขอขอบคุณกลุ่มประชาชนที่ออกมารณรงค์เรื่องนี้ จนเกิดเป็นกระแสข่าวขึ้น รวมทั้งชุมชนตามเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย ไม่ว่าคุณจะสีอะไรก็ตาม แต่งานนี้ต้องรวมตัวรวมใจเป็นสีธงชาติไทยเท่านั้นครับ

พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Wed Oct 06, 2010 1:04 am

หนูเคยคุยทาง facebook กับ หน.ดม, พี่กลด, ท่านรองธีรนันท์ 3 ท่านนี้ แนวคิดไปในทางเดียวกันค่ะ

...เราตีกันเอง ไม่เกี่ยวกับต่างชาติ..... nonlaw หลอนเกินไป จบข่าว................

พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตัวปลอม

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Wed Oct 06, 2010 6:51 pm

พวกที่คุยอาจเป็นตัวปลอม (ในเฟซบุค)

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Oct 06, 2010 10:10 pm

ก็รอดูกันต่อไป ละครเพิ่งเริ่มเอง แต่ไหง...คนดูกลับด่วนสรุปว่ารู้ตอนจบแล้วหล่ะ

เอ๊ะ...หรือว่าเป็นคนเขียนบทละครเอง !!!!????

ที่เข้ามาตอบกระทู้นี้ แค่จะบอกกล่าวว่า บอร์ดแห่งนี้ไม่ต้อนรับ.....

พวกไร้จิตสำนึก ไร้สมอง ไร้ความสามารถ ไร้วิจารณญาน ไร้ตรรกะในเหตุ-ผล พวกที่มีดีแค่ความคิดแต่ไร้ซึ่งการกระทำที่เป็นรูปธรรม---- คนจำพวกนี้ ควรจะส่งให้ไปอยู่ที่ชอบๆ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Wed Oct 06, 2010 10:50 pm

ตอบท่าน MI-6 เราเปิดหน้าคุยกันทุกคนค่ะ ไม่มีปลอมปน (บางท่านเคยโทร. คุยกันด้วย) สาเหตุที่เชื่อก็เพราะเป็นทหารทุกคน

ท่านนันทเดช คือ อดีตรองผอ.ศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ
พี่กลด คือ รอ. ทรงกลด เคยอยู่ทัพภาคสาม
หน. ดม คือ นาวิกโยธิน
(นาวาเอก อยู่ใต้มาหลายปี รู้เกี่ยวกับนโยบาย US ต่อกองทัพไทยประมาณนึงแหล่ะ)
พันเอก ดร. ธีรนันท์ นันทขว้าง คือ
รองผู้อำนวยการกองศึกษาวิจัยยุทธศาสตร์
ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์
สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
กองบัญชาการกองทัพไทย

เราคิดว่า บุคคลเหล่านี้ ความรู้มากกว่าเราค่ะ เชื่อถือได้ ไม่ใช่พวกมั่วซั่ว ป็นใครก็ไม่รู้ มาจับแพะชนแกะเอาทางอินเตอร์เนตเป็นฉากๆ ไปเรื่อย ...คนจำพวกนี้ ควรจะส่งให้ไปอยู่ที่ชอบๆ (ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยมีใครอยากเข้ามาอยู่แล้ว)

ปล. ยังรู้สึกดีกับท่าน MI-6 เหมือนเดิมนะคะ รู้สึกได้ถึง รังสีของความเป็นผู้ใหญ่ Surprised

พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  พีพี on Wed Oct 06, 2010 11:00 pm

ปล. อีกครั้ง ที่เข้ามาโพสท์ แค่เจตนาแจ้งให้พี่อี้ทราบ ว่าอย่าไปหลอนตามมาก อาจถูกชักจูงไปเป็นแนวร่วมมุมกลับ (เหมือนที่เพื่อนๆ ทหารของ พี่อี้ ในบอร์ดรุ่น เคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้ นานแล้ว) ...แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพี่อี้เองค่ะ.....จบข่าว

พีพี

จำนวนข้อความ : 124
Registration date : 06/12/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 07, 2010 12:22 am

สงสัยข่าวภาคสนามช้าไปนานมากเลยนะ เพราะเราเลิกข้องเกี่ยวกับพี่อี้ของคุณตั้งนานแล้ว

ส่วนใครจะไปทางไหน ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม

คุณพีพี ใช้คำว่า "ชักจูง" ไม่รู้หรอกหรือคำๆนี้ใช้กับ "สัตว์เดรัจฉาน"......เอ๊ะ!!! หรือว่า !!!!

ที่สำคัญก็คือ เราเลือกที่จะอยู่ที่ชอบๆ เพราะที่ไหนที่เราไม่ชอบ เราไม่เลือกที่จะอยู่

ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าไม่ชอบที่ที่เราเลือกอยู่ แล้วจะมาทำไม หรือว่ามีใครไปจุดธูปเรียกมา

====================

น่าแปลกดีนะ ที่ช่วงนี้ได้ยินนายทหารหลายๆคน เกิดสนใจไปศึกษาต่อต่างประเทศ

ดีจังเลย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  DeathPower on Thu Oct 07, 2010 12:41 am

CIA ไม่ได้มีเอี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทยจริงๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆ พันธมารยกพวกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่กลับไม่มีประเทศไหนกล้าออกมา..แอะ ซักกะราย ทั้งๆที่เรื่องนี้ต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิต-ความปลอดภัยของพลเมืองและประชากรของประเทศของเขา

ไม่เกี่ยวเลยจริงๆ เนอะ คนไทยต่างหากที่หาเรื่องกันเอง ไม่มีความสามัคคีกันเอง

อีกหน่อยคงมีการเปลี่ยนเพลงชาติไทย เชื่อมะ

DeathPower

จำนวนข้อความ : 35
Registration date : 23/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu Oct 07, 2010 10:08 am

Arrow One World Government

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t1270.htm



Once Upon A Time In The C.I.A.

http://www.youtube.com/watch?v=lAX2zKUv5Rw


  • McGavernVue
    8 months ago

    I have a question? how and who funded Bill Lair? was it the government?? of US? How did he convinced the Hmong people to stand along side of US? just wanted to know how he was able to succeed on doing that or so.
    McGavernVue 8 months ago
  • RogerWarner
    2 months ago

    @McGavernVue Bill Lair worked for the C.I.A., although he was also the founder and guru of a special operations unit in the Thai Border Police. He actually had the rank of colonel in the Thai police, which is why he was known as Col. Bill Lair.You ask a very good question, which is, how did Lair convince the Hmong to fight? You can find out more about that in my book Shooting At The Moon, which is available on amazon.com
    RogerWarner 2 months ago


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecret เมื่อ Fri Oct 08, 2010 12:37 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Oct 08, 2010 11:22 am

DeathPower พิมพ์ว่า:CIA ไม่ได้มีเอี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทยจริงๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆ พันธมารยกพวกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่กลับไม่มีประเทศไหนกล้าออกมา..แอะ ซักกะราย ทั้งๆที่เรื่องนี้ต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิต-ความปลอดภัยของพลเมืองและประชากรของประเทศของเขา

ปฐมพงษ์ ท้าตำรวจจับ

พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. โดยระบุว่า ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว หลังศาลออกหมายจับ ในข้อหามั่วสุมกัน ตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป กรณีปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 24 พ.ย. - 3 ธ.ค. 2551 พร้อมท้าให้มาจับตนที่บ้านพักได้เลย เพราะตนไม่กลัว เนื่องจากในชีวิตทหาร เคยผ่านสนามรบมาแล้ว ซึ่งถือว่าหนักกว่านี้ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า หากพบตัวที่ใดก็จะทำการจับกุมทันที

ขณะเดียวกัน ก็ตั้งขอสังเกตด้วยว่า ทำไมจึงมีการออกหมายจับ ในช่วงที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีการจัดกิจกรรม รำลึกเหตุการณ์ 7ตุลา และแปลกใจว่า ทำไมจึงออกหมายจับแค่ตนกับ จอย ศิริลักษณ์ เท่านั้น เพราะคนที่ไปร่วมชุมนุม มีเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้หารือเรื่องนี้กับ จอย ศิริลักษณ์

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ปฐมพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้ฟ้องกลับ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าพนักงานสอบสวน กรณีแจ้งข้อหาตน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Sat Oct 09, 2010 2:10 am

sunny พิมพ์ว่า:ที่สำคัญก็คือ เราเลือกที่จะอยู่ที่ชอบๆ เพราะที่ไหนที่เราไม่ชอบ เราไม่เลือกที่จะอยู่

ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าไม่ชอบที่ที่เราเลือกอยู่ แล้วจะมาทำไม หรือว่ามีใครไปจุดธูปเรียกมา

เดี๊ยนชอบใจคำตอบของคุณซันนี่มากๆค่ะ โดนใจเต็มๆ แบบว่า ถูกใจ๊ ถูกใจค่ะ

ที่เห็นอารมณ์เพี้ยนๆของเดี๊ยน อย่าตกใจนะคะ คือ ลูกเพิ่งสอบเสร็จน่ะ เลยขอปลดปล่อยอารมณ์เพี้ยนๆของตัวเองซักครั้ง เด็กๆสมัยนี้ไม่ได้รับการเรียนการสอนเช่นเด็กสมัยก่อนๆ นอกจากเรียนที่โรงเรียนแล้วต้องส่งไปติวที่โน่นที่นี่ กลับบ้านมาก็เป็นภาระของพ่อแม่ที่ต้องนั่งเรียนไปด้วย นี่ถ้าหากว่าเขาอนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าไปสอบได้ด้วย คงจะสบายกว่านี้ค่ะ

นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:15 am

ต้องไม่ลืมหลักการที่ว่า ทุกอย่างในโลกที่เห็น
เป็นข้อมูลดิบนั้น อยู่บนพื้นฐานการลวงทั้งสิ้น
เชื่ออย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ ดังที่ ซุน วู ได้
กล่าวไว้ในตำราพิชัยสงคราม
.........................................................

ภัยคุกคามมีสองประเภทคือมนุษย์สร้างขึ้นและเกิดขึ้นเอง

ในบางครั้งภัยคุกคามทางธรรมชาติสามารถสร้างโดยมนุษย์
เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสถานการณ์ความ มั่นคงของประเทศเป้าหมาย
ซึ่งถือเป็นกลยุทธที่ใครอาจคาดคิดว่ามนุษย์สามารถกระทำได้ในระดับหนึ่ง
เพื่อให้เกิดผลกระทบความมั่นคงประเทศเป้าหมาย
ปัจจุบันสงคราม ๓ รูปแบบซึ่งเป็นสงคราม
ที่ประเทศมหาอำนาจทั้งสองได้ใช้เป็นหลัก ( Core )
ในการทำสงครามในยุคที่ ๔ ประกอบด้วย
๑. สงครามชีวะ ( Biological Warfare )
๒. สงครามธรรมชาติ ( Natural Warfare )
๓. สงครามข่าวสาร ( Information Warfare )

เมื่อบวกกับกลยุทธที่ลึกซึ้ง บางครั้งยากที่จะใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หาข้อมูลหลักฐาน หรือคำตอบ เพราะปิดกั้นตั้งแต่แรกแล้วว่าเกิดจากธรรมชาติไม่ใช่น้ำมือมนุษย์เช่น ซึนามิ นากิสต์ แผ่นดินไหวในจีน ใครที่เสนอแนวคิดนี้ก็จะถูกเหมารวมแกมเยาะเย้ยว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) เพราะหลงว่าฝรั่งเก่ง

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:29 am

สภาพแวดล้อมทางยุทธการของสนามรบยุคใหม่ ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ความซับซ้อนมากขึ้น ความยุ่งยากซับซ้อนนี้เริ่มต้นด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า การปฏิบัติการได้รับอิทธิพลอย่างมาก

จากเครื่องมือด้านความมั่นคงแห่งชาติ ประกอบด้วยความริเริ่มทางการทูต การเผยแพร่ข่าวสาร (information campaigns) การปฏิบัติการทางทหาร และสิ่งเร้าใจทางเศรษฐกิจ(DIME) ถ้าไม่พิจารณาร่วมกันอย่างเหมาะสมแล้ว ในแต่ละอย่างของการปฏิบัติเหล่านี้ ถ้ามองในแง่ดีที่สุดจะล้มเหลวต่อความสำเร็จในการทวีกำลังที่เจ้าหน้าที่บัญชาการแห่งชาติต้องการ

และที่เลวที่สุดจะเป็นผลตรงกันข้ามกับที่ต้องการต่อซึ่งกันและกันของพลังอำนาจเหล่านี้ในแต่ละการปฏิบัติเหล่านี้ สามารถมีอิทธิพลต่อพื้นที่การรบ (รวมถึงฝ่ายตรงข้ามผลประโยชน์ของฝ่ายที่สาม และประเทศที่เข้าร่วมพันธมิตรชั่วคราว) ในหลายๆ มิติพร้อมกันคือ:

ทางการเมือง ทางทหาร ทางเศรษฐกิจ สังคม ข่าวสาร และโครงสร้างพื้นฐาน (PMESII) สิ่งท้าทายคือ การช่วยให้ผู้บัญชาการและฝ่ายเสนาธิการมองภาพ และเข้าใจความยุ่งยากซับซ้อนของพื้นที่การรบนี้ในเกณฑ์เกี่ยวกับโหนดสำคัญๆ การเชื่อมโยงตามหน้าที่ และความสัมพันธ์ ความเข้มแข็ง ความอ่อนแอ และจุดอ่อนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้เหนือฝ่ายตรงข้าม การเข้าใจระบบของระบบที่ซับซ้อนนี้ จะช่วยให้ผู้บัญชาการกำลังรบร่วมสามารถกำหนดจุดเพ่งเล็งได้ดีขึ้นและใช้ทรัพยากร และเครื่องมือที่มีของตนอย่างมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่อาจมีผลลัพธ์ไม่ต้องการ PMESII คือระบบที่เรามอง DIME คือพลังอำนาจแห่งชาติ ที่เรานำมาปฏิบัติ ดังที่กล่าวในตอนต้น ดังนั้นการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างรัฐภายในสังคมโลก สามารถกระทำโดยผ่านวิธีการหลักๆ ๔ วิธี/คือ

การเมืองระหว่างประเทศ การเผยแพร่ข่าวสาร (information campaigns) การทหาร การเศรษฐกิจ ประเภท/ระดับ ของภัยคุกคามที่กระทำต่อรัฐ จึงกระทำผ่านวิธีการทั้งสี่

ทั้งแนวทางที่ถูกต้องเปิดเผยและแนวทางที่ผิดปิดลับ ความมั่นคงของรัฐในยุคปัจจุบัน และในอนาคต จึงไม่ใช่การปกป้องรัฐจากภัยคุกคามทางทหารแค่เพียงอย่างเดียว เหมือนอย่างเช่นในอดีตอีกต่อไป

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:35 am

เมื่อพิจารณาสิ่งที่ผมนำเสนอ ซึ่งก็ได้หลักการคิดและข้อมูลจากเวปนอนรอแห่งนี้ ?

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในอดีต ปัจจุบัน ก้น่าจะคาดเดาแนวโน้มสถานการณ์ในอนาคตได้ดังนี้
ตามความคิดเห็นของ สุมาอี้ ? ... อิอิ

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ถึงพี่สุมาอี้ มีทหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่ได้เชื่อว่า CIA จะเสี้ยมเราตีกันค่ะ

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:40 am

สาเหตุและที่มาของลัทธิล่าอาณานิคม

สมัยที่วิทยาการของโลกยังไม่ทันสมัยมากนัก กล่าวกันว่ายุโรปตะวันตกนับจากคริสตกาลถึงประมาณศตวรรษที่ 15-16 อยู่ในสถานะที่ยากไร้เนื่องด้วยภูมิอากาศที่หนาวเย็นยาวนานกว่าอบอุ่น รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่น้อยกว่าตะวันออก จึงเป็นฝ่ายบริโภครับซื้อสินค้าจากเอเชียในลักษณะการค้าแบบขาดดุลการค้าแบบเบ็ดเสร็จก็ว่าได้ การค้าแบบนี้ส่งผลให้ราชอาณาจักที่ยิ่งใหญ่อย่างจักรวรรดิโรมันต้องย้ายมาตั้งที่กรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล หรือกรุงอิสตั้นบูลทางฝั่งตะวันออกในปี ค.ศ.325 เพื่อให้ใกล้เอเชียมากที่สุด

หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 7-8 ศาสนาอิสลาม (ได้รับเงินบริจาคจากผู้นับถือ 3 %) ได้เริ่มยึดครองตะวันออกกลางและอาฟริกาเหนือ ทำให้การติดต่อระหว่างยุโรปซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ (ได้รับเงินบริจาคจากผู้นับถือ 10 %) กับชาติในทวีปเอเชียได้ถูกปิดกั้นอย่างสิ้นเชิง เพราะพวกมุสลิมปิดกั้นเส้นทางสู่ตะวันออกทั้งหมด ทวีปยุโรปต้องตกอยู่ในความยากลำบาก เพราะนอกจากจะไปหาความอุดมสมบูรณ์ในเอเชียไม่ได้แล้ว ภายในยุโรปก็มีปัญหาสงครามภายในอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 11 พระสันตะปาปาเออร์บันที่ 2 ปรับแผนยุทธศาสตร์ผลักดันให้เกิดสงครามคูเสดครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ.1095 (พระสันตะปาปาเป็นผู้ประกาศสงครามจึงยึดอำนาจเหนือกษัตริย์ต่างๆ ในทวีปยุโรป รวมทั้งทางคริสต์จักรเองก็ร่ำรวยมากยิ่งขึ้นจากการได้เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินให้กับกลุ่มนักรบครูเสดที่เดินทางไปรบ) แทนการบุกรุกจากมุสลิมอย่างที่เป็นมาหลายร้อยปี จนส่งผลให้ชาวคริสต์รุกเข้าไปในดินแดนภายใต้การยึดครองของศาสนาอิสลามบ้าง จนสามารถยึดกรุงเยรูซาเล็มคืนพร้อมกับเปิดเส้นทางการติดต่อกับเอเชียได้สำเร็จ หลังจากถูกปิดกั้นมาร่วม 500 ปี ชัยชนะในครั้งนั้นยังทำให้นักรบครูเสดต่างร่ำรวยขึ้นจากการยึดทรัพย์จากผู้แพ้สงคราม จนมีเงินมากพอจะซื้อหาสินค้าจากเอเชีย “สินค้าฟุ่มเฟือย” เช่น ผ้าไหม แพร สีย้อมผ้า ตลอดถึงสิ่งประดับเครื่องเทศมากกว่า 288 ชนิด ฯลฯ มาได้อีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาสินค้าที่เรียกว่า “สินค้าฟุ่มเฟือย” เหล่านี้เองพัฒนากลายเป็น “ปัจจัยสำคัญ“ .ในการดำรงชีวิตไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าเครื่องเทศ เพราะทวีปยุโรปอยู่ในเขตหนาวจำเป็นต้องเก็บรักษาอาหารไว้กิน วิธีการถนอมอาหารต้องพึ่งพาการหมักดองให้เค็มเป็นหลัก ต่อจากนั้นก็มาสู่การรมควันให้แห้งแข็ง เมื่อเก็บไว้นานทำให้มีกลิ่นและรสชาติไม่ถูกปาก แต่เมื่อเครื่องเทศถูกเผยแพร่ กลิ่นที่หอมหวานผนวกกับเมื่อใช้ปรุงอาหารทำให้รสชาติกลมกลอมยิ่งขึ้น ความนิยมจึงเริ่มก่อตัวและมีมากขึ้นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ในที่สุด ระยะแรกชนชั้นสูงในยุโรปจึงมีโอกาสได้บริโภคสินค้าราคาแพงเหล่านี้ และพัฒนาจนกลายเป็นสิ่งสำคัญลงสู่ประชากรทั่วไปกว้างขวางมากยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ตลาดการค้าระหว่างยุโรปและเอเชียมีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น

การเดินทางของตระกูลโปโล (POLO) จากเมืองเวนิส บุกลึกเข้าไปถึงจีน (Cathay) ในปี ค.ศ.1255 และการอาศัยในจีนของมาร์โค โปโล นานเกือบ 20 ปี สะท้อนความสำคัญของเอเชียต่อยุโรปได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญบันทึกของมาโคร์ โปโล นั้น ใครที่ได้อ่านก็จะเห็นภาพเมืองต่างๆ ในเอเชียเหล่านี้เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่พร้อมเลยทีเดียว นอกจากนั้นชาวเอเชียในสายตาของชาวยุโรปยังไม่รู้จักพระเจ้า (God) เพราะศาสนาของชาวเอเชียส่วนรวมไม่ว่าพุทธ ขงจื้อ ชินโต ฮินดู สำหรับชาวคริสต์สมัยนั้นดูเหมือนกับ “คนไม่มีศาสนา” ดังนั้นจึงน่าจะชักจูงคนเหล่านี้ให้มารู้จักพระเจ้าได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเอง

ต้องเข้าใจด้วยว่า หากเรามองกันในปัจจุบัน วิธีคิดเช่นนี้อาจดูไร้สาระ แต่สมัยนั้นที่คริสต์ศาสนาจากยุโรปกำลังแย่งยึดพื้นที่ทางศาสนากันอยู่กับศาสนาอิสลามที่แพร่จากตะวันออกกลางแล้ว การมีประชากรมาเข้ารีตเป็นพวกของตัวเองมากที่สุด จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สำคัญถึงขั้นที่ชาวยุโรปมองว่าการที่ตัวเองไปทำการค้านั้น ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าธรรมดา แต่เป็นเพื่อ “พระผู้เป็นเจ้า” อีกด้วย เหล่านี้คือความหวังของชาวยุโรปในช่วงเวลานั้น แต่สุดท้ายก็ต้องล้มครืนลงอีกครั้ง เนื่องด้วยสาเหตุ ๓ ประการสำคัญนั่นก็คือ

1.การเปลี่ยนราชวงศ์ของจีนในเวลานั้น นั่นคือราชวงศ์หงวนของชาวมองโกล ถูกขับไล่ออกจากอำนาจ ทำให้ข้อมูลที่มาโคร์ โปโล เคยนำเสนอไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างแม่นยำได้อีกต่อไป

2.เกิดการฟื้นอำนาจของชาวมุสลิมขึ้นมา โดยพวกออตโตมันเตอร์ก (Ottoman Turks) ก่อตัวขึ้นในเอเชีย แล้วขยายอำนาจครอบคลุมไปทั่วตะวันออกกลาง จากนั้นก็รุกเข้าสู่ยุโรปในปี ค.ศ.1354 จนสามารถเข้ายึดกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลในปี ค.ศ.1453 (ใช้โจรสลัดทำลายกองเรือพาณิชย์กรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลจนเกิดความอ่อนแอทางเศรษฐกิจเสียก่อน แล้วจึงทำสงครามทางทหารเพื่อเข้าทำการยึดครอง) ตัดเส้นทางติดต่อทางบกระหว่างยุโรปกับเอเชียลงอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้ทวีปยุโรปตกอยู่ในวงล้อมอีกครั้งหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้นการขยายตัวของมุสลิมครั้งนี้ว่ากันว่าสามารถขยายเข้าประชิดกรุงเวียนนาเลยทีเดียว ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมือนจะเป็นจุดแห่งชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จก็ว่าได้

กระนั้น การปิดกั้นความสะดวกสบายในการติดต่อค้าขายย่อมไม่ใช่การปิดกั้นเรื่องการค้าหรือความต้องการสินค้าของชาวยุโรปไปด้วย ชาวยุโรปยังคงมีความต้องการสินค้าเครื่องเทศและอื่นๆ ในปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของบริเวณตะวันออกกลางและการมีอำนาจของพวกเตอร์กในเอเชียไมเนอร์และเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกอย่างที่กล่าวมา ทำให้การค้าระหว่างเอเชียและยุโรปไม่สะดวก ราคาสินค้าจากตะวันออกซึ่งสูงอยู่แล้วได้ถีบตัวสูงยิ่งขึ้น และหลังจากกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลแตกในปี ค.ศ.1453 การค้าระหว่างตะวันตกและตะวันออกไม่ได้หยุดชะงักลง เมืองเวนิสได้สัมปทานทางการค้าจากอาณาจักรออตโตมัน จึงได้ผลประโยชน์จากการค้าไปเต็มๆ ส่วนโปตุเกสและเสปนไม่ได้ผลประโยชน์

ต่อมาเมื่อมีการรวมศูนย์กลางทางการเมืองของเสปน ฝรั่งเศส และอังกฤษ ส่งผลให้เกิดการเดินทางสำรวจภายนอกประเทศมากยิ่งขึ้น ในศตวรรษที่ 15 กษัตริย์เฟอร์ดินันด์ และพระราชินีอิซาเบลล่า ของเสปนได้รวมราชอาณาจักต่างๆ เป็นราชอาณาจักรเดียวกันคือ เสปน ทำให้สถานะกษัตริย์ของเสปนเข้มแข็งกว่าแต่ก่อน และพร้อมกันนั้นสำนักวาติกันก็ได้ร่วมให้การสนับสนุนการสำรวจดินแดนโพ้นทะเลร่วมกับกษัตริย์ของประเทศเสปน (ค้นพบเส้นทางไปยังทวีปเอมริกา) และกษัตริย์ของโปตุเกส (ค้นพบเส้นทางไปยังทวีปเอเชีย) ทั้งนี้เพราะเส้นทางการค้าเดิมในยุโรปนั้นอิตาลีแผ่อิทธิพลเข้าครอบคลุมเอาไว้หมดแล้ว

เป้าหมายการสำรวจเส้นทางเพื่อเดินทางไปถึงอินเดียและหมู่เกาะอินเดียตะวันออกมีข้อแม้ว่าเส้นทางใหม่นี้จะต้องไม่ได้เป็นสิทธิของชาติใดชาติหนึ่ง เพราะจะได้ไม่กระทบกระเทือนหากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แม้ในช่วงเวลานั้นจะเชื่อว่าโลกมีสัณฐานกลม (แต่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่ามันกลมจริง) และเชื่อว่าการเดินทางไปยังตะวันออกและอินเดียสามารถเดินทางได้สองทางคืออ้อมแหลมกู๊ดโฮป และอีกทางหนึ่งคือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไป แต่การเดินทางทั้งสองสายก็เสี่ยงเกินไป และต้องใช้งบประมาณในการเดินทางสูงมาก จึงไม่มีเอกชนรายใดสามารถทำได้นอกจากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ

ซึ่งต่อมาประเทศโปรตุเกสซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สุดทวีปยุโรปบนคาบสมุทรไอบีเรียกลับเป็นประเทศแรกที่เริ่มสำรวจทางทะเลในปี ค.ศ.16 พวกโปรตุเกสมีความตั้งใจมั่น รวมถึงกล้าลงทุนและอำมหิตที่จะแสวงหาผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากดินแดนโพ้นทะเลอันกว้างใหญ่ กล่าวกันว่าโปรตุเกสนี้เองที่เป็นต้นแบบอย่างและต้นเค้าของการรุกรานที่เรียกกันในเวลาต่อมาว่าลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก (Western Imperialism) เกิดการแข่งขันการหาเส้นทางทางทะเลใหม่อย่างจริงจังในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ก่อนอื่นต้องเข้าใจอีกนิดว่า แท้ที่จริงแล้วเสปนและโปตุเกสมีความคับแค้นใจต่อชาวมุสลิมอยู่ไม่น้อย ทั้งนี้เพราะพวกเขาถูกชาวมุสลิมรุกรานและกดขี่มาอย่างยาวนานก่อนหน้านี้ เมื่อมีโอกาสจึงกระหายที่จะเอาคืนซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งด้วย นอกจากนั้นเหตุผลที่พวกเขาพยายามจะหาเส้นทางใหม่ก็สามารถสรุปออกได้เป็น 3 ประการคือ

1.ความต้องการของพ่อค้าสำหรับความร่ำรวยจากทองคำและการค้าเครื่องเทศ
2.ความปารถนาของกษัตริย์สำหรับอำนาจและเกียรติยศ
3.แรงบันดาลใจในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์

ในที่สุดความสำเร็จก็เป็นของโปรตุเกสในปี ค.ศ.1460 เมื่อ เบท โทเลมิว ไดเอช นำเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปประสบผลสำเร็จ อีกหลายปีต่อมาคือปี ค.ศ.1497 วาสโก ดา กามา ได้เดินทางพร้อมเรือ 4 ลำ จากเมืองลิซบอนมาจนถึงกาลิกัตบนฝั่งมะละบาร์ของอินเดีย จึงถือได้ว่าเป็นการเดินทางมายังตะวันออกเป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรก แม้เส้นทางสายนี้ก่อนหน้าจะเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีชาวมุสลิมควบคุมอยู่ กระนั้นโปตุเกสก็หาหนทางกำจัดบรรดาชาวอาหรับที่ควบคุมเส้นทางเดินเรืออยู่ ช่วงเวลานั้นจึงเกิดสงครามอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ก็เพื่อแย่งชิงการควบคุมมหาสมุทรอินเดียนั่นเอง โปตุเกสเริ่มเข้ายึดเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยึดเมืองท่ามะละกาในปี ค.ศ.1511 ด้วย (สงครามระหว่างไทยกับพม่าครั้งแรกในการแย่งยึดเมืองท่าที่สำคัญทางฝั่งทะเลอันดามันที่เมืองเชียงไกร และเชียงกราน น่าจะเป็นผลจากการหยุแหย่ของโปตุเกส เพื่อให้ทั้งไทยและพม่าอ่อนแอ ลงและในท้ายที่สุดโปตุเกสพยายามที่จะเข้ายึดพม่าแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ) จะเห็นได้ว่าชนชาติตะวันตกในสมัยนั้นที่เดินทางมาตะวันออกมีพื้นฐานอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง นั่นคือนอกจากเข้ามาเพื่อหาโอกาสยึดอำนาจ เข้ามาเพื่อแสวงหาผลกำไรทางการค้า และเผยแพร่ศาสนาคริสต์นั่นเอง ชาติต่อมาที่ตามหลังจากโปตุเกสคือ ฮอลันดา สเปน อังกฤษ และฝรั่งเศส

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่อิทธิพลของชาวยุโรปในรูปแบบของลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก ที่จนถึงวันนี้แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่านไปนานแล้ว รูปแบบและความเจริญของโลกก็ก้าวล่วงไปไกลเกินกว่าจะเข้าใจได้แล้วก็จริง แต่เชื่อเถอะว่าลัทธินี้ยังคงมีอยู่และไม่ได้เสื่อมสลายไปเลย เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนรูปแปลงร่างไปเท่านั้นเอง

ทั้งนี้จะขอกล่าวถึงสำนักวาติกันที่เป็นตัวเล่นหลัก ซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปในลัทธิล่าอาณานิคมนับตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน (การดำเนินนโยบายเรือปืน ซึ่งประกอบด้วยพ่อค้า กองทัพ และหมอสอนศาสนาในการเผยแพร่ลัทธิล่าอาณานิคม) ซึ่งเราจะต้องสังเกตที่หลักสำคัญในคำสอนของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

ดังจะเห็นได้ว่าตามหลักคำสอนในคัมภีร์ไบร์เบิลเก่า (Old Testament) คัมภีร์ไบร์เบิลใหม่ (New Testament) ซึ่งใช้เป็นหลักในคำสอนของ “โรมันคาทอลิก” มีข้อความตรงกันในเรื่องของ “ดินแดนแห่งพันธะสัญญาของพระผู้เป็นเจ้า ” บอกลักษณะของดินแดนนั้นว่า “ เป็นสังคมไม่มีชนชั้น ไม่มีเจ้า บ่าว ไม่มีนาย ทุกคนต่างอยู่กันแบบเสมอภาคเท่าเทียมกันหมด ”จากจุดในคัมภีร์ไบร์เบิลนี้เอง ทำให้ “วาติกัน” ร่วมมือกับประเทศสเปน และโปรตุเกส ในขั้นต้น และในช่วงหลังๆ มีมหาอำนาจอื่นๆ กระทำตามในกาลเวลาต่อมา โดยประเทศมหาอำนาจได้จัดส่งนักรบของแต่ละประเทศไปล่าอาณานิคม โดยอ้างว่าเป็นการสร้างให้ดินแดนที่ตนเข้าไปยึดครองนั้น เป็นดินแดนของพระเจ้า พร้อมกับเผยแพร่คำสั่งสอนว่า “โรมันคาทอลิก“ ไม่มีชนชั้น ทุกคนคือบุตรของพระเจ้าเท่าเทียมกันหมด จึงทำลายขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรม ศาสนาเดิม พร้อมทั้งโค่นล้มกษัตริย์ที่ปกครองดินแดนเหล่านั้นอยู่เดิมเสียทั้งสิ้น ให้กษัตริย์รวมทั้งประชากรในประเทศที่ถูกยึดครองขึ้นตรงกับ “สันตะปาปา” ณ นครหลวงวาติกัน โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้า

ต่อมาเมื่อมีการค้นพบทวีปอเมริกา โดยประเทศเสปน จึงได้มีนักบวชโรมันคาทอลิกผู้หนึ่งนามว่า “โทมัส มัวส์” ได้นำมาเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “ยูโทเปีย” ซึ่งกล่าวถึงดินแดนที่พระเจ้าได้สัญญาเอาไว้ คือ อาณาจักรพระเจ้า หนังสือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดย “วาติกัน” และถูกนำไปแพร่หลายในทุกดินแดนที่ “โรมันคาทอลิก” เข้าไปเผยแพร่ และมีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศฝรั่งเศส

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๓๙๑ นายคาร์ล มาร์กซ์ ศาสนิกโรมันคาทอลิก ได้ศึกษาพระคัมภีร์ไบร์เบิลอย่างแตกฉาน มีความประทับใจหลักการในหนังสือ “ยูโทเปีย ของโทมัส มัวส์” ก็ได้นำมาเขียนเป็นหนังสือ -7ho ชื่อว่า “คำประกาศของคอมมิวนิสต์ (The Communism Manifesto)” อันเป็นต้นกำเนิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ ” ต่อมาเรียกว่า “คอมมิวนิสต์” ในปัจจุบัน

จากหลักฐานดังกล่าวนี้ จะเห็นว่า “ลัทธิคอมมิวนิสต์” ได้พัฒนาจากคำสอนในคัมภีร์ไบร์เบิล “โรมันคาทอลิก” สิ่งที่พิสูจน์ ที่ปรากฏชัดก็คือ ประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ เช่น โปแลนด์ ยูโกสลาเวีย ไม่มีโบสถ์ของโรมันคาทอลิกถูกทำลายไปเลยแม้แต่น้อย (เหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน) นอกจากนั้นระบบการแอบแฝง แทรกซึม การจัดตั้งเขตปกครองคอมมิวนิสต์ ก็ล้วนแล้วแต่พัฒนาและใช้ระบบของ “โรมันคาทอลิก” ทั้งสิ้น

เมื่อพิจารณาหลักฐาน ข้อมูล พฤติกรรม แล้วไม่อาจจะปฏิเสธได้ในความเป็นหนึ่งเดียวระหว่าง “คอมมิวนิสต์ กับ โรมันคาทอลิก”ซึ่งวาติกัน ให้การสนับสนุนทั้งทางกำลังทรัพย์ กำลังบุคคล กำลังสมอง ให้กับขบวนการคอมมิวนิสต์ทั่วโลก รวมไปถึงขบวนการแบ่งแยกดินแดน หรือการสร้างความขัดแย้งทุกประเทศ ข้อเปรียบเทียบ “เขตปลดปล่อย” กับ “มิชซัง” ยุคของการใช้แผนล่าอาณานิคม โดยการใช้บาทหลวง โรมันคาทอลิกเข้าไปในประเทศต่าง ๆ พยามสร้างให้เกิดความขัดแย้งกับข้าราชการประเทศนั้นๆ เพื่อให้ข้าราชการหรือกษัตริย์ประเทศนั้นๆ สั่งลงโทษ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นข้ออ้างว่าบาทหลวงตัวแทนพระเจ้าถูกรังแกถูกทำร้าย จึงจำเป็นต้องใช้กองทัพไปช่วยรักษาโรมันคาทอลิก และเข้ายึดครองในที่สุด (ดังเป็นหลักฐานในประวัติศาสตร์ของทุกๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย สมัย ร.๔ )

ในที่สุดการกระทำดังกล่าวได้รับการต่อต้าน โดยประชาชนเจ้าของประเทศที่รวมตัวกันด้วยความรักชาติ ออกต่อต้านกองทัพตัวแทน “วาติกัน” ดังนั้นจึงได้มีการกำหนดยุทธการใหม่ใช้ “กฎแห่งการแตกแยก” โดยสร้างให้เกิดความแตกแยกทางความคิดเห็น ฯลฯ ของชนชาตินั้นเอง และแทรกตัวเข้ายึดครอง จากผลการศึกษาวิเคราะห์ โดย “ วาติกัน” ได้บทสรุปว่า ควรจะใช้ “ลัทธิคอมมิวนิสต์” สำหรับปฏิบัติการ เนื่องจากลัทธินี้ ได้ถือกำเนิดโดย ชาวคาทอลิกมีหลักการที่ประสานแนบแน่นกับหลัก “ดินแดนพันธะสัญญาของพระเจ้า” ตามพระคัมภีร์ไบร์เบิล จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะให้ยุทธวิธีดังกล่าว

สิ่งที่เห็นชัดคือการจัดระบบการปกครองย่อย “อาณานิคมแฝง” ภาษาโรมันคาทอลิกว่า “มิชซัง” กับ “เขตปลดปล่อย” ของคอมมิวนิสต์ นั้น เป็นอย่างเดียวกัน เหมือนกับน้ำในขวดที่เท-ออกมาใส่แก้ว ย่อมมีสภาพและมวลสารที่ไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด โรมันคาทอลิกได้จัดตั้งพื้นที่ของตน ทั้งถูกต้องกฎหมาย หรือผิดกฎหมาย เพื่อให้สามารถตั้งขอบเขต อาณาจักรของตนและใช้กฎหมายของตนขึ้นได้ ภาษาเฉพาะของชาวคาทอลิก เรียกว่า “มิชซัง” หรือ เขตปฏิบัติการ (ประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็นมิชซัง 10 เขต)

ลักษณะดังกล่าวนี้ ตามหลักของยุทธศาสตร์เรียกว่า “การแบ่งเขตยึดครอง” สามารถเทียบได้อย่างลงตัวกับการแบ่งเขตของ “ลัทธิคอมมิวนิสต์” โดยตรง ซึ่งลัทธิคอมมิวนิสต์จะมีฐานบัญชาการเรียกว่า “องค์การคอมมิวนิสต์สากล” เทียบได้กับ “สภาคริสต์จักรโลก” “เขตมิชซัง” เทียบได้กับ “เขตงาน” คือพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อยึดอาณาเขต การปกครองประเทศนั้น ๆ โดยใช้กฎหมายของตน ไม่ขึ้นกับกฎหมายของเจ้าของประเทศ เท่ากับเป็น “เขตปลดปล่อย” และจะประสานกันด้วยการปกครองแบบรวมศูนย์

รูปแบบการบริหารการปกครองและการดำเนินงานของคอมมิวนิสต์ เป็นเช่นไร คาทอลิกก็เป็นเช่นนั้น จะเห็นได้ว่าพื้นที่ของคาทอลิกในลักษณะนี้จึงมีกระจายกันไปทั่วโลก และลัทธิคอมมิวนิสต์ก็คือการพัฒนาไปจากระบบคาทอลิก โดยนายคาร์ล มาร์กซ์ นั่นเอง

ในยุคล่าอาณานิคมเดิมนั้นมีหลากหลายกลุ่มอำนาจ แต่ที่มีอำนาจมากที่สุดในสังคมโลกคือ กลุ่มวาติกัน ซึ่งได้อาศัยหลักคำสอนในศาสนาบังหน้า สร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มตน เพื่อเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในดินแดนยึดครอง โดยในยุคเริ่มแรกกลุ่มวาติกันได้ร่วมมือกับ เสปน โปตุเกต ให้อำนาจประเทศดังกล่าว ล่าอาณานิคม โดยอาศัยเรือปืน นักธุรกิจ ผสมผสานกับบาทหลวงเข้าไปเผยแพร่ศาสนาในประเทศเป้าหมาย หากสามารถใช้ศาสนาเข้าไปเผยแพร่ได้แล้ว ก็หาเหตุทะเลาะกับขุนนางในประเทศนั้น แล้วแจ้งให้ทหารฝ่ายของตนเองเข้ายึดครองต่อไป หากยึดครองได้ก็จัดตั้งมิชซัง ซึ่งจัดให้มีกฎหมายปกครองของตนเอง กลายเป็นแบบแผนให้มหาอำนาจในยุคล่าอาณานิคมเม ใช้หลักการดังกล่าวยึดครองประเทศเป้าหมาย

มหาอำนาจในยุคนั้นมีหลากหลายเชื้อชาติ แต่ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในทวีปยุโรป ส่งผลให้ศูนย์กลางอำนาจในยุคนั้นอยู่ในทวีปยุโรป ท้ายที่สุดประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปต่างแบ่งฝ่ายขัดแย้งกันในการแย่งชิงดินแดนอาณานิคม หลังจากมีการค้นพบทวีปอเมริกา กลุ่มวาติกัน และกลุ่มชนชั้นนำที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจในยุคนั้น จึงมีแนวความคิดที่จะเคลื่อนย้ายฐานอำนาจไปสร้างอาณาจักรใหม่ร่วมกันในดินแดน “ยูโทเปีย” ตามหลักความเชื่อทางศาสนา

ในประเทศอเมริกา กลุ่มอิทธิพลที่มีอำนาจครอบงำรัฐบาลประเทศอเมริกา จึงเริ่มต้นแผนการครอบครองโลก ด้วยการวางแผนเข้าไปมีอำนาจควบคุมอยู่เบื้องหลังรัฐบาลประเทศอเมริกา โดยกลุ่ม เฟดเดอรอล รีเสิร์ฟ ( Federal Reserve : FED ) กลุ่มนักธุรกิจชาวยิว และกลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนาคือคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ( กลุ่มครูเสด (Crusader Group) ที่ทำงานเพื่อศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ) ได้สนับสนุนให้เกิดการแยกตัวเป็นอิสระจากอังกฤษ แต่หลังประกาศอิสรภาพก็ยังไม่สามารถเป็นอิสระทางด้านเศรษฐกิจ กลุ่มอำนาจเหนือรัฐประเทศอเมริกาจึงวางแผนสร้างสงครามกลางเมืองในประเทศอเมริกา Civil War ขึ้นมาเพื่อทำการตัดขาดอิทธิพลจากมหาอำนาจในยุโรปที่ใช้การส่งผ่านอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจผ่านทางรัฐฝ่ายใต้ โดยสนับสนุนให้ฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้รบกัน โดยให้เงินกู้ยืมในการทำสงครามแก่ทั้งสองฝ่าย วัตถุประสงค์หลักคือ กำจัดอิทธิพลของรัฐฝ่ายใต้ ซึ่งยังผูกพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจอยู่กับมหาอำนาจยุโรปในยุคล่าอาณานิคมเดิม จนสามารถสนับสนุนให้รัฐฝ่ายเหนือ เอาชนะสงครามรัฐฝ่ายใต้ ส่งผลให้ FED หนึ่งในกลุ่มที่คุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา ได้รับสิทธิเป็นตัวแทนพิมพ์เงินดอลลาร์ให้กับรัฐบาลกลาง

กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐประเทศอเมริกา มีแนวความคิดว่า ถ้าหากต้องการครอบครองโลกหลังเป็นอิสระจากมหาอำนาจยุโรปในยุคลัทธิล่าอาณานิคมเดิม (อังกฤษเป็นมหาอำนาจใหญ่) ต้องเข้าไปสร้างกลไกควบคุมอำนาจเหนือรัฐบาลประเทศอเมริกา และในขั้นต่อไปจะต้องเข้าไปทำลายมหาอำนาจในยุคล่าอาณานิคมเดิมให้อ่อนแอ เพื่อผลักดันประเทศอเมริกาให้กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มหาอำนาจทางทหาร และมหาอำนาจของโลกแทนที่

โดยสร้างให้เกิดสถานการณ์แห่งความกลัว และสถานการณ์แห่งความหวังในสังคมประเทศอเมริกาที่จะใช้เป็นร่างทรงในการยึดกุมอำนาจในสังคมโลก และกระทำให้เกิดความกลัว และความหวังภายในสังคมเฉกโลกเช่นเดียวกัน โดยสร้างให้ประเทศที่ปกครองในลัทธิคอมมิวนิสต์ดูน่ากลัว และสร้างความหวังให้ประชาชนประเทศอเมริกา และสังคมโลกเห็นว่า ลัทธิทุนนิยมเป็นมิตรและเป็นความหวังของมนุษยชาติ

ถ้าหากประเทศต่างๆ ได้มอบอำนาจให้ประเทศอเมริกาเป็นผู้นำในการต่อสู้ ประเทศที่อยู่ในขั้วประเทศอเมริกาก็จะไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของประเทศในขั้วคอมมิวนิสต์ และในท้ายที่สุดก็สามารถโค่นล้มประเทศที่เป็นแกนหลักของขั้วลัทธิคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้ประเทศอเมริกามีอำนาจสูงสุดในสังคมโลก ผลประโยชน์ก็จะส่งผ่านไปสู่กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา โดยผ่านทางระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบ ผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ที่ไม่มีทองคำหรือฐานทางด้านเศรษฐกิจค้ำประกัน

ประเทศอเมริกาที่พึ่งจะก่อตั้งขึ้นมาประมาณ ๒๐๐ ปีเศษ จึงกลายเป็นตัวแทนบรรพบุรุษทางตะวันตก ประกอบด้วยประเทศตะวันตกในอดีตหลายประเทศ ที่เป็นประเทศผู้ล่าอาณานิคมเดิมหลังจากที่ประเทศเหล่านั้นเสื่อมอำนาจลง ผู้ที่อยู่อาศัยที่เป็นคนชั้นนำของประเทศก็ได้เคลื่อนย้ายเข้าไปตั้งรกรากแห่งใหม่ในประเทศอเมริกา ( ชำระประวัติศาสตร์ประเทศไทย กรณีตุลาและพฤษภาทมิฬ โดย ศูนย์นิสิตและนักศึกษาแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์และวรรณคดีสยาม )

ฉะนั้นประเทศอเมริกาจึงเป็นประเทศที่เป็นแหล่งรวมของคุณลักษณะและบุคลิกลักษณะรวมทั้งอุดมการณ์ของผู้ล่าอาณานิคมเดิมอย่างเต็มเปี่ยม พื้นฐานโครงสร้างสังคมประเทศอเมริกาประกอบด้วย เฟดเดอรอลรีเสิร์ฟ (Federal Reserve : FED) กลุ่มนักธุรกิจชาวยิว และกลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนาคือคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ( กลุ่มครูเสด (Crusader Group) ที่ทำงานเพื่อศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ) ทั้งสามกลุ่มใหญ่ ๆ ในสังคมประเทศอเมริกาดังกล่าวนี้ ได้ก่อตั้งและครอบครองธุรกิจขนาดใหญ่ของโลกมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่มีกลุ่มต่าง ๆ นี้ขึ้นมา ธุรกิจทั้ง ๖ ชนิดประกอบไปด้วย

๑) ธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม
๒) ธุรกิจอาหารและยา
๓) ธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องการเงินและการธนาคาร
๔) ธุรกิจพลังงาน
๕) ธุรกิจอุตสาหกรรมอาวุธ และ
๖) ธุรกิจเครื่องยนต์กลไก และรถยนต์

ซึ่งธุรกิจหลัก ๆ ทั้ง ๖ ธุรกิจดังที่กล่าวมาแล้วนั้นได้มามีบทบาทอย่างสำคัญต่อการเข้าครอบครอง โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศอเมริกา สังคมชาวประเทศอเมริกา และโครงสร้างทางรัฐบาลของประเทศอเมริกา เมื่อประเทศอเมริกาแผ่ขยายธุรกิจของตนออกไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก จึงทำให้ธุรกิจเหล่านี้เข้าไปครอบงำธุรกิจต่าง ๆ ของโลกไปโดยปริยาย ซึ่งธุรกิจของประเทศอเมริกา และประเทศตะวันตกที่ไหลทะลักเข้าไปยังประเทศต่าง ๆ ในนามธุรกิจข้ามชาติมีอยู่มากมายดังที่ทราบกันดีในยุคปัจจุบัน ทำให้อิทธิพลกลุ่มทุน ยิว วาติกัน และ FED นอกจากจะครอบงำอเมริกาแล้วยังครอบงำประเทศต่างๆ ในสังคมโลกไปโดยปริยาย

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:42 am

การจัดทำมหายุทธศาสตร์ในการทำสงครามดังกล่าวของประเทศอเมริกา ที่กระทำต่อสังคมโลกนับจากอดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยที่ประเทศอเมริกาพยายามจัดวางมหายุทธศาสตร์ดังกล่าว เพื่อตอบสนองให้ตนเองบรรลุวัตถุประสงค์จนกลายเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก ที่มีอำนาจต่อรองสูงสุด

การจะอธิบายมหายุทธศาสตร์ดังกล่าวมีรูปแบบการจัดทำที่นักวิชาการทั่วไป ไม่นิยมเลือกใช้ที่เรียกว่า Conspiracy Theory ถึงมันจะมีจุดอ่อนบางประการ โดยไม่มีข้อมูลเชิงหลักฐานยืนยันความถูกต้องได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่เกิดจากเหตุการณ์จริงในอดีต และมีเหตุและผลจากเหตุการณ์ว่าใครได้ใครเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็คือกลุ่มนักธุรกิจชาวยิว กลุ่มนักธุรกิจชาวคาทอลิก (Federal Reserve) และกลุ่มศาสนา

ทั้ง ๓ กลุ่มรวมเรียกว่า CFR ซึ่งมีธุรกิจข้ามชาติ ที่มีอิทธิพลในระบบเศรษฐกิจประเทศอเมริกา และของโลก คือ กลุ่มธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มธุรกิจด้านพลังงาน, กลุ่มธุรกิจด้านอาหารและยา, กลุ่มธุรกิจด้านการเงินและธนาคาร, กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ด้านอาวุธ กลุ่มธุรกิจด้านรถยนต์ และอิเลคทรอนิกส์

ซึ่งกลุ่มต่างๆ ดังกล่าว กดดันอย่างรุนแรงให้รัฐบาลประเทศอเมริกาต้องแก้ไขปัญหาของประเทศอเมริกาที่กำลังประสบอยู่ในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งมีผลสั่นคลอนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และระบบโครงสร้างทางอำนาจของประเทศอเมริกาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเอกสารเกี่ยวกับองค์กรที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลหรือสังคมประเทศอเมริกา ดังกล่าวสามารถค้นคว้าได้จากหนังสือราชการกองทัพบก "พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติ" ในหอสมุดแห่งชาติ รวมทั้งหนังสือเรื่อง " รัฐบาลโลก" ของ เปรมศักดิ์ จีระแพทย์ ที่ครอบครองระบบเศรษฐกิจโลกอยู่ ได้อาศัยการเข้าสิงร่างกาย ที่เข้มแข็งของประเทศอเมริกา

โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างให้ประเทศอเมริกา กลายเป็นร่างทรงของตนเองจนกลายเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก เพื่อมีอำนาจในการเจรจาต่อรองสูงสุด โดยยึดหลักการบีบบังคับเพื่อให้ได้มาด้วยการแบ่งแยกแล้วปกครอง จึงพยายามจัดสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรของโลกเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบ โดยผ่านระบบทุนนิยม และพยายามดำรงรักษาระบบโครงสร้างที่เอาเปรียบดังกล่าวให้คงอยู่ตลอดไป เพื่อก่อประโยชน์ให้กับกลุ่มของตนเอง การจะทำให้ได้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวสามารถกระทำได้ทุกวิถีทาง เพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว

ข้อมูลต่างๆ แม้ไม่ได้มาจาก primary source เพราะไม่มีใครมีนอกจากคนวางแผนตัดสินใจในเหตุการณ์นั้นๆ แต่เป็น source of information แผนยุทธศาสตร์ซึ่งถูกจัดแบ่งออกเป็นหลายขั้นตอน Phase เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตาม End State ที่กลุ่มควบคุมอำนาจเหนือรัฐประเทศอเมริกา เป็นผู้กำหนดมหายุทธศาสตร์ตามแผนการเจ็ดขั้น เพื่อสร้างให้ประเทศอเมริกากลายเป็นมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก

แผนขั้นที่หนึ่ง กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา สร้างสงครามโลกครั้งที่ ๑ และ ๒ เพื่อทำให้มหาอำนาจในทวีปยุโรปอ่อนแอลง ในขณะที่อเมริกากลายเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจและมหาอำนาจทางทหารแทนที โดยใช้สงครามในการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากประเทศมหาอำนาจในยุคล่าอาณานิคมเดิม พร้อมทั้งจัดสร้าง

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:45 am

แผนขั้นที่สอง กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาสร้างความมั่นคงทางด้านการทหาร ด้วยการสถาปนาแนวรัฐกันชนทางทหาร เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางทหารจากภายนอกประเทศทางฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก (แบ่งแยกเยอรมันจัดตั้งสนธิสัญญานาโต้) ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก (แบ่งแยกเกาหลี ยุไต้หวัน-จีน ตั้งฐานทัพในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปปินส์ จัดตั้งสนธิสัญญาซีโต้) เพื่อเคลื่อนย้ายแนวป้องกันภัยคุกคามทางทหารจากแนวหมู่เกาะมาริเชี่ยน หมู่เกาะฮาวาย มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออก และฟิลิปปินส์

ประเทศอเมริกาได้สร้างสถานการณ์แห่งความกลัวให้กับสังคมโลก โดยสร้างสถานการณ์ให้ประเทศรัสเซียเข้าทำการแย่งชิงยึดครองเยอรมันกับประเทศอเมริกา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สังคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทวีปยุโรปเกิดความเกรงกลัวลัทธิคอมมิวนิสต์ของรัสเซีย จึงให้ความร่วมมือสนับสนุนประเทศอเมริกา ตามแผนการมาแชร์ล จนประเทศรัสเซียไม่สามารถเข้ายึดครองเยอรมันได้ทั้งหมดมีการแบ่งแยกเป็นเยอรมันตะวันออก กับเยอรมันตะวันตก

ในที่สุดประเทศอเมริกากลายเป็นผู้นำของกลุ่มสนธิสัญญานาโต้ โดยยุโรปตะวันตกให้การสนับสนุนทรัพยากรของตน เพื่อใช้ต่อต้านรัสเซีย ถือได้ว่าเป็นการเปิดยุคใหม่ของระบบโครงสร้างทางอำนาจภายในสังคมโลกในยุคสงครามเย็น ทวีปยุโรปแปรสภาพกลายเป็นแนวป้องกันภัยคุกคามทางทหารให้กับประเทศอเมริกาทางด้านมหาสมุทรแอตแลนติก

หลังจากนั้นประเทศอเมริกา จึงได้สามารถวางรากฐาน เพื่อจัดสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจเพื่อดูดซับทรัพยากรจากประเทศรอบนอกระบบเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบ ผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ที่ไม่มีฐานทางด้านเศรษฐกิจและทองคำรองรับ ขึ้นแทนที่ระบบโครงสร้างทางอำนาจในยุคล่าอาณานิคมเดิมได้เป็นผลสำเร็จ สามารถสร้างให้เงินดอลลาร์เป็นเงินสกุลกลางที่ใช้จับจ่ายในสังคมโลก โดยไม่จำเป็นต้องผูกติดกับทองคำ ได้สำเร็จตามข้อตกลงเบรดตั้นวู๊ด

ในปี พ.ศ.2488 และ FED ซึ่งเป็นกลุ่มบรรษัทที่รับจ้างพิมพ์เงินดอลลาร์ให้กับรัฐบาลประเทศอเมริกาสามารถพิมพ์เงินดอลลาร์ได้ตามความต้องการของตลาดโลก โดยไม่ต้องมีทองคำค้ำประกัน จนส่งผลให้รัฐบาลและประชาชนประเทศอเมริกา เป็นหนี้ แต่บริษัท FED ซึ่งเป็นของ 8 ตระกูลใหญ่ร่ำรวย และวาติกัน พร้อมทั้งยิว ต่างก็ประสานประโยชน์ระหว่างกันผ่านบรรษัทข้ามชาติในหกสาขาธุรกิจหลักคือ ยา อาหาร การเงิน ไอที สนับสนุนพรรคเดโมแคดเน้นนโยบายทำสงครามทางเศรษฐกิจ พลังงาน และอาวุธ สนับสนุนพรรคลีพับลีกันเน้นนโยบายทำสงครามทางทหาร ในการเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังรัฐบาลประเทศอเมริกา เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ให้กับกลุ่มตนเองในที่สุด)

ด้านมหาสมุทรแอตแลนติกประเทศอเมริกาแข่งขันกับรัสเซียเข้ายึดครองแล้วแบ่งแยกเยอรมัน ตั้งนาโต้ ส่งผลให้แนวป้องกันภัยทางทหารย้ายไปอยู่ในทวีปยุโรป และด้านมหาสมุทรแปซิฟิก สร้างสงครามเกาหลี โดยรัฐบาลแทรกแซงทางด้านยุทธศาสตร์ ไม่มอบทรัพยากรให้กับนายพล แม็ค อาเธอร์ บุกข้ามแม่น้ำยาลู เปิดศึกกับประเทศจีนอย่างเด็ดขาด จึงส่งผลให้เกิดการแบ่งแยกเกาหลี แนวป้องกันภัยทางทหาร ย้ายจากแนวหมู่เกาะมาริเชี่ยนมาอยู่ที่เอเชียตะวันออก ภัยคุกคามทางทหารทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และแปซิฟิก ถูกกำจัดลงไป ส่งผลให้ประเทศอเมริกามีความมั่นคงทางด้านการทหาร

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:46 am

แผนขั้นที่สาม กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สนับสนุนให้โค่นล้มผู้นำในภูมิภาคละตินอเมริกา ที่มีแนวนโยบายพัฒนาประเทศแบบพึ่งพาตนเอง (ผลิตสินค้าเพื่อทดแทนการนำเข้า) จนสามารถดูดซับทรัพยากรราคาถูกจากละตินอเมริกาอย่างเอารัดเอาเปรียบ

จนส่งผลให้อเมริกามีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สนับสนุนกลุ่มปฏิวัติในกลุ่มประเทศลาติน ไม่ว่ามีอุดมการณ์ในลัทธิใด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ทำการเปลี่ยนตัวผู้นำที่ยึดถือนโยบายผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า ให้หมดไปจากลาติน เพื่อใช้ผู้นำหุ่นเชิดภายในกลุ่มประเทศลาติน ช่วยออกกฎเกณฑ์ที่เอื้อประโยชน์ในการเข้ายึดครองระบบเศรษฐกิจ เช่น การจัดตั้งธนาคารกลางในประเทศนั้นๆ เพื่อใช้เงินดอลลาร์เป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศแทนที่ทองคำ เพื่อใช้ประเทศต่างๆ ในกลุ่มละตินอเมริกากลายเป็นฐานทางด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศอเมริกา จนส่งผลให้ประเทศอเมริกามีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สามารถดูดซับทรัพยากรราคาถูก

ในกลุ่มประเทศลาติน เพื่อใช้หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจประเทศอเมริกาในขณะนั้นให้สามารถยืนอยู่ได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องแสวงหาวัตถุดิบด้วยระบบล่าอาณานิคมในแบบเดิมๆ ประเทศอเมริกาสามารถลดการพึ่งพา ทรัพยากรจากภายนอกทวีปอเมริกาได้อย่างสิ้นเชิง

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:47 am

แผนขั้นที่สี่ กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาล้มล้างยุคล่าอาณานิคมเดิม ก่อตั้ง UN เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขก่อให้เกิดยุคสงครามเย็น ประเทศอเมริกาเข้าร่วมก่อตั้ง UN (ให้สิทธิ VETO 5 ชาติพันธมิตร) เพื่อใช้ล้มล้างระบบล่าอาณานิคมยุคเก่า สนับสนุนในทางลับให้ประเทศในอาณานิคมเรียกร้องอิสรภาพจากมหาอำนาจยุคล่าอาณานิคมเดิม ไม่ให้สามารถบีบบังคับเอาทรัพยากรมาฟื้นคืนอำนาจขึ้นมาใหม่ แล้วจัดตั้งระบบพึ่งพาทั้งในขั้วคอมมิวนิสต์ และขั้วทุนนิยม ให้ประเทศต่างๆ ต้องเข้าไปพึ่งพาขั้วใดขั้วหนึ่ง กระทั่งมีการแบ่งฝ่ายก่อให้เกิดยุคสงครามเย็น

ประเทศอเมริกาบ่อนทำลายมหาอำนาจในยุคยุคล่าอาณานิคมเดิม โดยดำเนินการจัดตั้ง UN เพื่อกำหนดให้เหลือมหาอำนาจหลักอยู่เพียงห้าชาติสมาชิกถาวร UN ซึ่งแบ่งออกเป็นสองขั้วตามลัทธิการปกครอง พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการปลดปล่อยประเทศที่ตกเป็นอาณานิคมให้เป็นอิสระ เพื่อลดโอกาสการที่มหาอำนาจยุคล่าอาณานิคมเดิม จะบังคับใช้ทรัพยากรประเทศในอาณัติเดิมของตนเอง นำไปฟื้นฟูอำนาจขึ้นใหม่

โดยโลกถูกจัดแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจตามรูปแบบการปกครองคือ ประเทศอเมริกาเป็นหัวหน้าขั้วทุนนิยมอังกฤษฝรั่งเศสประเทศรัสเซียและประเทศจีน เป็นหัวหน้าขั้วลัทธิคอมมิวนิสต์ โดยที่ทั้งสองขั้วอำนาจต่างก็จัดสร้างระบบพึ่งพาในสองขั้ว แข่งขันกันในสงครามอุดมการณ์ จึงพัฒนาสังคมโลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็น

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:49 am

แผนขั้นที่ห้า กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา ใช้การพ่ายแพ้สงครามเวียดนามเป็นเครื่องมือยุแหย่ให้ขั้วคอมมิวนิสต์แตกแยกสิ้นสุดสงครามเย็น สงครามเวียดนามถูกใช้เป็นเครื่องมือแยกสลายความเข้มแข็งของขั้วคอมมิวนิสต์ระหว่างจีนกับรัสเซีย เนื่องจากรัสเซียเข้ามาแย่งชิงพื้นที่อิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกระทั่งส่งผลทำให้ขั้วคอมมิวนิสต์แตกแยก จีนเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ปิดล้อมจนรัสเซียเกิดการล่มสลาย (สิ้นสุดยุคสงครามเย็น)

สงครามเวียดนามถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อยุแหย่ประเทศจีนกับประเทศรัสเซีย ซึ่งแบ่งเขตพื้นที่อิทธิพลระหว่างกันเรียบร้อยแล้ว แต่หลังสงครามสิ้นสุดลงประเทศเวียดนามซึ่งเคยเป็นอาณานิคมประเทศจีนมาก่อน กลัวจะตกอยู่ในอิทธิพลประเทศจีน จึงได้ดึงประเทศรัสเซียมาคานอำนาจประเทศจีน ประเทศรัสเซียได้ขยายอิทธิพลเข้าไปในเขตพื้นที่อิทธิพลประเทศจีน ทั้งในลาว และกัมพูชา จนก่อให้เกิดการแตกแยกภายในขั้วคอมมิวนิสต์

ก่อนหน้านั้นประเทศรัสเซียขยายอิทธิพลเข้าไปในประเทศอาฟกานิสถานก็ติดกบฏมูจาฮิดีน ขยายในทวีปยุโรปติดนาโต้ ภายหลังเจอสปายท้องถิ่น ใช้นโยบายเปเรสตอยก้า จนก่อให้เกิดความแตกแยกภายในประเทศและล้มลง ประเทศอเมริกากำลังกลายเป็นมหาอำนาจสูงสุดของขั้วทุนนิยม และการสร้างสงครามเวียดนามยังมีวัตถุประสงค์แฝงเร้นในการใช้กระจายเงินดอลลาร์ปลอมผ่านทางการพัฒนาพลังการผลิตในเกาหลี และญี่ปุ่น ให้เป็นฐานการค้าในสงครามเวียดนาม หลังข้อตกลงไม่ผูกติดทองคำกับค่าเงิน ตามข้อตกลงเบรดตั้นวู๊ด

ในปี พ.ศ.2488 ประเทศอเมริกาสามารถขยายตลาดการใช้เงินดอลลาร์ได้อย่างกว้างขวางด้วยการสร้างสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม จนกลายเป็นเงินตราสกุลหลักของสังคมโลก

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:50 am

แผนขั้นที่หก กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาสร้างสงครามทางเศรษฐกิจเพื่อบ่อนทำลายมหาอำนาจขั้วรอง ประเทศอเมริกาทำลายโอกาสและศักยภาพของกลุ่มอำนาจต่างๆ ด้วยสงครามทางเศรษฐกิจ กับมหาอำนาจขั้วรองที่มีอำนาจท้าทายมหาอำนาจขั้วเดียวของโลก เช่นกลุ่ม EU, BRIC ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มทุนที่มีอำนาจเหนือรัฐอเมริกายังคงสามารถรักษา ระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรจากประเทศรอบนอก เข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ ที่ไม่มีทองคำหรือฐานทางด้านเศรษฐกิจค้ำประกันให้คงอยู่ (สร้างสงครามทางเศรษฐกิจ) ประเทศอเมริกาทำสงครามทางด้านเศรษฐกิจกับกลุ่มอียู

โดยเริ่มที่ อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส เกือบแพ้ แต่ธนาคารกลางเยอรมันช่วยไว้ การประกาศใช้ค่าเงินยูโรดอลลาร์หลังจากนั้นหกวันก็เกิดสงครามโคโซโวส่งผลให้ค่าเงินยูโรดอลลาร์ในขณะนั้นมีค่าเหลือเพียง 80% ของค่าเงินดอลลาร์อเมริกา หลังจากลดบทบาทคู่แข่งกลุ่มประเทศอียู ก็เริ่มโจมตีจุดศูนย์กลางด้านการค้าการลงทุนในทวีปเอเชีย ผ่านทางค่าเงินบาทของประเทศไทย จนก่อให้เกิดโรคต้มยำกุ้งระบาดไปทั่วเอเชีย และสังคมโลก ประเทศอเมริกาไม่หยุดแค่นั้นได้เข้าโจมตีค่าเงินเกาะฮ่องกง และประเทศจีน

แต่ประเทศจีนไม่ยอมลดค่าเงิน ซ้ำเติมระบบเศรษฐกิจประเทศต่างๆ ในเอเชียให้เกิดวิกฤติรอบสอง เพราะการลดค่าเงินในขณะนั้น ส่งผลให้สินค้าประเทศจีน ขายได้มากขึ้นจนแย่งตลาดประเทศที่เกิดวิกฤติ จนก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติรอบสอง การเสียสละของประเทศจีน กับผลประโยชน์ระยะสั้น แต่ผลประโยชน์ระยะยาว ประเทศจีน ยังมีแนวป้องกันทางเศรษฐกิจในอนาคตให้กับตน การต่อสู้ของประเทศจีน และเกาะฮ่องกงส่งผลให้กองทุนเฮดฟันด์ ที่สนับสนุนโดยประเทศอเมริกาขาดทุน ธนาคารใหญ่ในประเทศอเมริกา 14 แห่ง ต้องเข้าช่วยเหลือ โดยดึงเงินลงทุนกลับจากรัสเซีย และลาติน จนเกือบก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในรัสเซียและกลุ่มประเทศลาติน ซึ่งเป็นฐานทางด้านเศรษฐกิจของประเทศอเมริกา ถือเป็นการปิดฉากการบริหารประเทศอเมริกาของพรรคเดโมแคด โดยต้องสร้างคดีลูวินสกี้ เพื่อเปลี่ยนพรรคการเมืองเดโมแคดที่เก่งในการทำสงครามทางเศรษฐกิจนำสงครามทางทหาร มาเป็นพรรคลีพับลีกันที่มีความสามารถทำสงครามทางทหารนำสงครามทางเศรษฐกิจมาเป็นผู้บริหารประเทศอเมริกาแทน

ถ้าหากสังเกตให้ดีจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบริหารประเทศไทยกับอเมริกามีความสัมพันธ์ระหว่างกัน ในช่วงที่พรรคเดโมแคด ปธน.บิลล์คลินตั้น (มีกลุ่มทุนยา อาหาร การเงิน IT สนับสนุน) ขึ้นปกครองอเมริกาพรรคเดโมแคดไทย โดยมี นรม.นาย ชวน หลีกภัย ขึ้นบริหารได้เกิดสงครามทางเศรษฐกิจผ่านวิกฤติต้มยำกุ้ง Y2K โรควัวบ้า ซึ่งกลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนพรรคเดโมแคดได้รับผลประโยชน์

ต่อมาเมื่อพรรคลีพับลีกัน ปธน.บรุช (มีกลุ่มทุนเครื่องจักร อาวุธ พลังงาน สนับสนุน) ปกครองอเมริกา พรรคพลังประชาชน นรม ขึ้นปกครองอเมริกาพรรคลีพับลีกัน โดยมี นรม.พ.ต.ท.ทักษิน ขึ้นบริหาร ได้เกิดสงครามทางทหารในอิรัก สงครามอาฟกานิสถาน และสงครามก่อการร้าย

ในปัจจุบันพรรคเดโมแคด ปธน.โอบามา(มีกลุ่มทุนยา อาหาร การเงิน IT สนับสนุน) ขึ้นปกครองอเมริกา พรรคเดโมแคดไทย โดยมี นรม.นาย อภิสิทธิ ขึ้นบริหารได้เกิดสงครามทางเศรษฐกิจ ผ่านวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ไคซิส แฮกข้อมูลคอมพิวเตอร์ไปเรียกค่าไถ่ โรคไข้หวัด 2009

จะเห็นได้ว่าการบริหารงานของไทยมีส่วนที่ถูกควบคุมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกากำหนด โดยกลุ่มทุนยิว (คุมสื่อ) วาติกัน (คุม NGO) เฟด (CIA) ลงทุนร่วมกันในบรรษัทข้ามชาติ ยา อาหาร การเงิน ไอที สนับสนุนพรรคโมแคดทำสงครามทางเศรษฐกิจ พลังงาน และอาวุธสนับสนุนพรรคลีพับลีกัน ทำสงครามทางทหาร โดยจัดหานักวางแผน Strategic Defense Group ควยวางแผนควบคุมกำกับดูแลให้ประธานาธิบดีของพรรคเดโมแคดทำสงครามทางเศรษฐกิจนำทหาร และพรรครีพับลีกันทำสงครามทางทหารนำสงครามทางเศรษฐกิจ ตามสถานการณ์ของโลก เพื่อรักษาระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ที่ไม่มีทองคำหรือฐานทางด้านเศรษฐกิจรองรับ

โดยทำให้ประเทศรอบนอกระบบเกิดความไม่มั่นคงในเชิงเปรียบเทียบกับอเมริกาที่มีพลังอำนาจทั้งห้าด้านเข้มแข็งที่สุด เมื่อประเทศรอบนอกระบบสร้างความมั่งคั่งในรูปแบบ GDP ก้ไม่สามารถเก้บรักษาในรูปเงินทุนหรือสินทรัพย์ไว้ได้ ต้องนำไปลงทุนซื้อพันธบัตรอเมริกา ทำให้อเมริกาสามารถนำทรัพยากรจากประเทศรอบนอกระบบมาพัฒนาพลังอำนาจทั้งห้าด้านของประเทศศูนย์กลางระบบให้เข้มแข็งในเชิงเปรียบเทียบ และนำเงินไปสนับสนุนสินค้าเกษตรทุ่มตลาดประเทศรอบนอกระบบผลิตสินค้าเกษตรไม่ได้ราคา ก็ยากจนไม่มีเงินไปพัฒนาเทคโนโลยีในการพัฒนาพลังการผลิตสินค้า จึงกลายเป็นอาณานิคมในเชิงระบบของโครงสร้างที่เอาเปรียบดังกล่าวตลอดไป

สามกลุ่มทุนจะต้องพยายามรักษาระบบโครงสร้างทางอำนาจฯ ที่เอาเปรียบนี้ให้คงอยู่ผ่านการการเข้ากุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา และต้องทำลายมหาอำนาจขั้วรองที่มีโอกาสสร้างตนเองขึ้นมาท้าทายอำนาจของกลุ่มทุนดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีสองกลุ่มทุนที่พยายามสร้างเงินสกุลหลักอีกสองสกุลมาแข่งขันคือกลุ่มยูโร (ยูโรดอลลาร์) กลุ่ม BRIC (เงินหยวน)

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:52 am

แผนขั้นที่เจ็ด กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาสร้างสงครามทางทหาร เพื่อบ่อนทำลายมหาอำนาจขั้วรอง จัดสร้างเหตุการณ์ 911 จนก่อให้เกิดอาณาจักรแห่งความกลัวและอาณาจักรแห่งความหวังขึ้นในสังคมอเมริกาและสังคมโลก โดยมีวัตถุประสงค์แฝงเร้นคือลวงให้สังคมอเมริกายินยอมมอบอำนาจให้แก่รัฐบาล เพื่อตรากฎหมายความมั่นคงภายใน (ยึดอำนาจจากประชาชน) เพื่อใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นเครื่องมือประกาศทำสงครามกับผู้ก่อการร้าย (เป็นวิธีการส่งออกลัทธิก่อการร้ายไปยังประเทศเป้าหมาย เพื่อหาเหตุแทรกแซงด้วยวิธีการชิงลงมือโจมตีก่อน (สร้างสงครามทางทหารในรูปแบบสงครามก่อการร้าย)

แม้ว่าประเทศอเมริกาจะสามารถสร้างความอิสระในการแทรกแซงประเทศหรือกลุ่มอำนาจเป้าหมายได้หลากหลายรูปแบบ แต่การเข้าไปแทรกแซงทางทหาร ประเทศอเมริกามีหนทางในการปฏิบัติหลักๆ อยู่ ๔ ประการ

๑. ทำสงครามจากอำนาจประธานาธิบดี (สงครามเวียดนาม)
๒. ผ่านทางรัฐสภา (สงครามโลกครั้งที่ ๑ , ๒)
๓. ผ่านทาง UN peace enforcement และ peace keeping แต่ก่อนการแทรกแซงกิจการภายในประเทศต่างๆ ต้องคำนึงถึงอำนาจอธิปไตย แต่หลังจากการปล่อยปะของ UN ต่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา มีคนตายเกือบล้านคน UN (ภายใต้การควบคุม) สามารถอ้างเหตุการณ์ดังกล่าว ดึงอำนาจจากประเทศต่างๆ สร้างกฎหมาย โดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้แทรกแซงกิจการภายใน ประเทศต่างๆ ผ่านทาง UN ในรูปแบบกฎหมาย Chapter 6,7 ดังกล่าว
๔. หนทางแทรกแซงกิจการภายในประเทศเป้าหมายขึ้นมาใหม่ หลังเหตุการณ์ 911 ประเทศอเมริกาได้สร้างสถานการณ์ความกลัว ความโกรธ คล้ายคลึงกับที่เคยกระทำในอดีตในกรณี เพิร์ลฮาเบอร์ แล้วดึงอำนาจจากประชาชนด้วยการให้ความหวังว่า เมื่อประชาชนให้อำนาจ จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ การออกกฎหมายความมั่นคง กำหนดให้ประธานาธิบดี สามารถโจมตีประเทศที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศอเมริกาได้

โดยสร้างบิลลาเดน (CIA เก่า) ที่เข้าไปมีบทบาทในสงครามอัฟกานิสถาน (ในกลุ่มกบฏ มูจาฮีดีน) ที่ต่อต้านสงครามประเทศรัสเซีย-อัฟกานิสถาน มาแสดงบทบาทผู้ก่อการร้ายสากล แล้ววิ่งให้พ่านไม่มีวันตายไปยังประเทศเป้าหมาย แล้วประเทศอเมริกาก็อาศัยกฎหมายดังกล่าวทำการโจมตีก่อน หรือทำสงครามผ่าน UN ในอีกนัยหนึ่งก็คือการสร้างสงครามก่อการร้ายไปทั่วโลก เพื่อดึงอำนาจจากสังคมโลก ที่ต่างหวาดกลัวกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว อ้างเป็นเหตุเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในประเทศเป้าหมาย ประเทศอเมริกาจึงมีความอิสระในด้านการดำเนินนโยบายการทำสงครามทางทหารในประเทศ หรือกลุ่มอำนาจในประเทศป้าหมายได้สะดวกยิ่งขึ้น (หลังเหตุการณ์ 911 มีการประกาศโจมตีก่อนในประเทศอัฟกานิสถาน)

พรรคบุช เปิดฉากด้วยการสร้างความชอบธรรมในการดำเนินนโยบาย ทำสงครามของตนเองอย่างอิสระทั้งภายในประเทศและสังคมโลก ด้วยการสร้างเหตุการณ์ 911 สงครามกับมุสลิม ซึ่งถือได้ว่าเป็นสงครามลวง ส่วนสงครามที่แท้จริงคือสงครามพัฒนาพลังการผลิต เพื่อแย้งชิงตลาดสินค้าระดับล่าง กลาง บน ด้วยวิธีการทุกรูปแบบ เพื่อกำจัดคู่แข่งของกลุ่มตน ที่น่าจับตมองคือกลุ่มอียู และกลุ่ม BRIC โดยใช้เหตุการณ์ 911 ก่อให้เกิดความกลัวยอมมอบอำนาจให้รัฐออกกฎหมาย พรบ.ความมั่นคง และสร้างความหวังจากการมอบอำนาจดังกล่าว เพื่อก่อให้เกิดการมีชีวิตแบบอยู่ดีกินดีของประชาชนอเมริกัน โดยประเทศอเมริกาประกาศนโยบายแทรกแซงโจมตีประเทศที่เป็นภัยคุกคามประเทศอเมริกาได้ก่อน หากประเทศอเมริกามองว่าเป็นภัยแก่ตนเอง

ซึ่งจริงๆ แล้ว ในยุคนี้เป็นยุคที่ประเทศต่างๆ ต่างก็พัฒนาพลังการผลิตของตนเอง เพื่อเข้าทำการยึดครองตลาดสินค้าระดับล่าง กลาง บน ปัจจุบันประเทศจีนได้พัฒนาพื้นที่ของประเทศจีนทางด้านทิศตะวันออกจนสามารถยึดครองตลาดสินค้าระดับล่างไว้ได้แล้วอย่างสิ้นเชิง (มีทุนสำรองเป็นอันดับหนึ่ง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์) และกำลังทำการปลดปล่อยพลังการผลิตในจีนตอนใต้ เพื่อพัฒนาพลังการผลิตดังกล่าว เข้ายึดครองตลาดสินค้าระดับกลาง และบน ให้ได้ในที่สุด

ตรงนี้จึงกลายเป็นจุดขัดแย้งที่สำคัญที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง โดยจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบันก็คือ ประเทศไทย จากความได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งที่สามารถใช้ลดต้นทุนการผลิตจากการพัฒนาระบบ Logistic ของประเทศไทย จึงเป็นที่หมายปองของมหาอำนาจต่างๆ จึงมีการส่งสปายท้องถิ่นเข้ามาควบคุมอำนาจอธิปไตยทั้งสามภายในประเทศไทย เพื่อใช้ในการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มผลประโยชน์ของตน จึงได้เห็นเหตุการณ์วิกฤติทางด้านการเมือง กรณีปราสาทพระวิหาร และปัญหาชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยอยู่ในปัจจุบัน

หมายเหตุ ตำราพิชัยสงคราม กลยุทธปิดฟ้าข้ามทะเล การรบต้องทำรบแบบสามัญ แต่การจะชนะศึกนั้นต้องชนะด้วยการรบที่พิสดาร การทำสงครามต้องมีเล่ห์เหลี่ยมแต้มคู ต้องมีกลลวง หรือสงครามลวง

เหตุการณ์ 911 ก็เป็นการลวง ไต้หวัน ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีก็เป็นกลลวง จะเห็นได้ว่าประเทศจีน ให้ความสำคัญกับนโยบายจีนเดียว โดยทำการลวงไปที่ไต้หวันว่าเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ ไต้หวันลงทุนในประเทศจีน เป็นอันดับหนึ่ง และประเทศจีนไม่มีนโยบายรวมไต้หวันด้วยกำลัง แต่อาศัยไต้หวันดำเนินนโยบายต่อประเทศอเมริกา และสังคมโลก ประเทศอเมริกาก็อาศัยไต้หวันดำเนินนโยบายต่อประเทศจีน และสังคมโลก

แต่ความกลัวของประเทศจีน อยู่ที่มลทลซินเจียง ที่นับถือศาสนาอิสลาม ถ้าหากซินเจียงได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจ จนสามารถแยกตัวเป็นอิสระ มณฑลอื่นๆ ของประเทศจีน ก็อาจเอาเยี่ยงอย่าง ประเทศจีน ก็จะแตกออกเป็นก๊ก เป็นประเทศเล็กประเทศน้อยเหมือนรัสเซีย หรือในอดีตอย่างที่ประเทศจีนเคยเป็นมา และที่น่าสังเกต หากทำให้ประเทศจีน ขัดแย้งกับกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาลามอิสจากปัญหาซินเจียงได้ นั่นก็จะส่งผลต่อประเทศจีน เช่นเดียวกัน ความหวังในการพัฒนาพลังการผลิตของประเทศจีน เพื่อยึดครองตลาดสินค้าระดับล่าง กลาง บน เพื่อกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มหาอำนาจทางทหาร และมหาอำนาจของโลกแข่งกับประเทศอเมริกา เพื่อสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจขึ้นใหม่ กฎกติกา ระเบียบโลกใหม่ขึ้นมาแทนที่ ระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านค่าเงินดอลลาร์ ที่ประเทศอเมริกาสามารถล้มกลุ่มยุโรปด้วยสงครามโลกทั้งสองครั้ง เพื่อใช้สงครามล้มระบบโครงสร้างทางอำนาจในยุคล่าอาณานิคมเดิมมาเป็นระบบใหม่ที่กล่าวถึง และในสถานการณ์ปัจจุบันจะมีประเทศใด หรือกลุ่มประเทศใดหาญกล้าท้าทายอำนาจประเทศอเมริกา เพื่อล้มระบบโครงสร้างทางอำนาจของประเทศอเมริกา เพื่อสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจใหม่ของตนเองขึ้นทดแทน

ในปัจจุบันภูมิยุทธศาสตร์ของประเทศไทย มีความเหมาะสมในการพัฒนาเป็นฐานผลิตสินค้าและกระจายสินค้า เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตจากการพัฒนาระบบ Logistics ส่งผลให้มหาอำนาจชาติใดที่สามารถเข้าควบคุมศักยภาพประเทศไทยเอาไว้ได้ จะมีอำนาจต่อรองในด้านเศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่ามหาอำนาจอื่นๆ จนถึงขั้นสามารถควบคุม GDP ประเทศต่างๆ ในสังคมโลก ตลาดการค้าการลงทุนในประเทศไทยจะถูกใช้เป็นตัวประสานให้เกิดสนามรบที่เกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุน อย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้ เพราะประเทศอเมริกา พึ่งพาระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ การที่ยังคงรักษาสถานะอยู่ได้ เพราะค่าเงินกระจายไปทั่วตลาดโลก การทำให้ค่าเงินตกต่ำกะทันหัน จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบกับทุกประเทศในสังคมโลก

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันประเทศอเมริกาขาดดุลย์การค้าปีละ 800,000 ล้านดอลลาร์ จีนมีทุนสำรอง 2,5 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นอันดับหนึ่งแทนที่ญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่นับประชาชนประเทศจีนโพ้นทะเล ไต้หวัน ฮ่องกง ฯลฯ แน่นอน เมื่อประเทศจีนจับมือกับกลุ่ม BRIC และกลุ่มประเทศอียู ซึ่งเป็นมหาอำนาจขั้วรองคานอำนาจประเทศอเมริกา มหาอำนาจอื่นๆ จึงให้ความร่วมมือ เพราะกลัวประเทศอเมริกาไม่กลัวประเทศจีน เพราะมหาอำนาจรอง มีศักยภาพใกล้เคียงกัน ประเทศจีน เมื่อเอาชนะประเทศอเมริกาได้ ก็ไม่สามารถบีบบังคับมหาอำนาจอื่นๆ ได้

จะเห็นได้ว่าในอดีต เมื่ออิรักคิดที่จะให้เครดิตกลุ่มประเทศอียู ซื้อน้ำมันโดยจ่ายเป็นเงินยูโร เพราะอียูพึ่งพาน้ำมันที่ตะวันออกกลาง 70% เพราะราคาถูกกว่าแหล่งอื่นๆ น้ำมันดิบ 1 บาเรล มีต้นทุน 1.5 ดอลลาร์ แต่แหล่งอื่นๆ ประมาณ 1 บาเรล 9-12 ดอลลาร์ ประเทศอเมริกาเมื่อยึดครองอิรักได้ จึงปั่นราคาน้ำมันราคาสูงกว่า 156 ดอลลาร์/บาเรล ทำให้แหล่งอื่นๆ มีความคุ้มทุนในการขุดใช้งานใน ประเทศอเมริกา ตกอยู่ในวังวนสงครามก่อการร้ายในอิรักสูญเสียเงินไปมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ โดยอาจมีมหาอำนาจขั้วรองให้การสนับสนุนกลุ่มต่อต้านอยู่ และใช้โครงการนิวเคลียร์ อิหร่าน และเรือดำน้ำนิวเคลียร์ที่จีนและรัสเซียให้การสนับสนุนเพื่อคานอำนาจในการบุกยึดช่องแคบเฮอร์มุดของอเมริกา

แน่นอนประเทศอเมริกาต้องการบุก และได้สร้างกฎหมายรองรับไว้แล้ว โดยการโจมตีก่อน เพื่อความมั่นคงของประเทศอเมริกา จะเห็นได้ว่าการที่อิรักรับเงินยูโร ย่อมส่งผลกระทบค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งไม่ใช่เงินจริง ไม่มีทองคำค้ำประกัน มีแต่อำนาจมาเฟียร์ของประเทศอเมริกาค้ำยัน ในกรณีซื้อน้ำมันด้วยโรยู ย่อมมีการขึ้นเงินจริง เงินดอลลาร์จะถูกใช้น้อยลง ค่าเงินน้อยลงจะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อในประทศประเทศอเมริกา และส่งผลให้เกิดวิกฤติการณ์ในประเทศครั้งร้ายแรงจนประเทศอเมริกาหมดอำนาจ แน่นอนการที่อียูกับอิหร่านจะใช้เงินยูโรซื้อน้ำมันระหว่างกัน กลุ่มเปกโอก็จะทำตาม นี่จึงอาจเป็นชนวนของสงครามร้อนในอนาคตอันใกล้

ตามหลักพิชัยสงครามปิดฟ้าข้ามทะเล การทำสงครามร้อนประเทศอเมริกาน่าที่จะสร้างสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงสงครามในเอเชียตะวันออก (เกาหลี) เพื่อฝึกซ้อมกำลังทหารของตนให้พักพร้อมทำสงครามและ DEPLOY กำลัง เพื่อเตรียมตัวบุกจากตะวันออกกลางจากอาฟกานิสถานเข้าไปยึด ซินเกียง บุกจากเกาหลี และประเทศไทยเข้ายึดเสฉวน ยูนนาน ยึดแหล่งผลิตอาหารในประเทศจีน

การทำยุทธบรรจบจากสามแนวรบในการยึดครองประเทศจีน เป็นแผนการที่อเมริกาจะเลือกใช้ในกรณีที่ไม่สามารถใช้สงครามทางเศรษฐกิจ สงครามเชื้อโลก สงครามก่อการร้าย สงคราม Weather Warfare และสงคราม IW บ่อนทำลายมหาอำนาจชั้นรองได้สำเร็จ การทำสงครามร้อนด้วยการบุกยึดครองประเทศจีน ด้วยกำลังทางทหารจึงไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ที่แน่ๆ ต้องมีการเตรียมการอย่างพักพร้อมในการทำสงครามในทั้งสองรูปแบบ

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:54 am

ปัจจุบันมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ที่ส่งผลกระทบสถานการณ์ความมั่นคงในสังคมโลกอย่างกว้างขวางประกอบด้วยปัจจัยหลักๆ ๓ ประการ กล่าวคือ

ปัจจัยที่ ๑ ประเทศอเมริกาเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก

ปัจจัยที่ ๒ การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลก

ปัจจัยที่ ๓ สงครามทางวัฒนธรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ จนส่งผลให้เกิดการต่อสู้กันของหลากหลายวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลกที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้เช่น

สงครามก่อการร้าย สงครามอิรัก ทั้งสองครั้งระหว่างตะวันตกกับอารยะธรรมตะวันออกกลาง เพื่อแย่งชิงแหล่งพลังงาน และยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่กำลังติดตามมา ผลกระทบของทั้ง ๓ เหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อมทางด้านความมั่นคงของโลก นั้นมีมากมาย แต่พอจะสรุปทำเป็นภาพเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

๑ ประเทศอเมริกาเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก หลังจากสิ้นสุดยุคสงคามเย็นเนื่องจากประเทศรัสเซียล่มสลาย หลักประกันในการรักษาสถานภาพการเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของอเมริกาก็คือ ระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรจากประเทศรอบนอกระบบ เข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ที่ไม่มีทองคำหรือฐานทางด้านเศรษฐกิจค้ำประกัน เกิดขึ้นจากประเทศอเมริกา และพันธมิตรในทวีปยุโรปได้ออกแบบสถาปัตยกรรมการเงินของโลก (International Financial Architecture) เพื่อฟื้นฟูระบบการเงินโลกที่ไร้เสถียรภาพ หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒

โดยกำหนดให้ทุกประเทศผูกติดค่าเงินกับทองคำ (ทองคำน้ำหนักหนึ่งออนด์/สามสิบห้าดอลลาร์สหรัฐ) แล้วนำทองคำผูกติดกับดอลลาร์ ตามข้อตกลงเบรดตั้นวู๊ด ในปี พ.ศ.๒๔๘๘ ผลในทางปฏิบัติก็คือ ประเทศต่าง ๆ หันมาใช้เงินดอลลาร์เป็นเงินทุนสำรองแทนทองคำ เพราะสะดวกในการชำระค่าสินค้า และโอนเงินระหว่างประเทศ เพียงแค่โทรเลขหรือ Telex ไม่ต้องขนทองคำลงเรือข้ามมหาสมุทรเหมือนในอดีต เงินดอลลาร์จึงกลายเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ของเกือบทุกประเทศทั่วโลกไปโดยปริยาย และกลายเป็นพาหนะสกุลเงิน (Vehicle Currency) ที่สามารถเคลื่อนที่ไปที่ไหนก็ได้ทั่วโลก

เมื่อเงินดอลลาร์กลายเป็นเงินทุนสำรองโลกในทางปฏิบัติ ประเทศอเมริกา (โดยธนาคารกลางประเทศอเมริกา FED) จึงเป็นประเทศเดียวในโลกที่สามารถพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาใช้ โดยไม่ต้องมีสินทรัพย์หนุนหลัง ตราบใดที่ทุกประเทศทั่วโลก ยังต้องการใช้เงินดอลลาร์เป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ ตรงนี้ที่ทำให้เกิดปัญหาความไม่สมดุลทางการเงินของโลก หรือ Global Financial Imbalance ในปัจจุบัน ทำให้ประเทศอเมริกาสามารถขาดดุลบัญชีเดินสะพัดได้มากและต่อเนื่องยาวนาน เพราะประเทศต่างๆ ที่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดประเทศอเมริกา จนมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (ส่วนใหญ่เป็นดอลลาร์) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยมีทางเลือกลงทุน ในที่สุดก็ต้องนำเงินทุนสำรองไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ค่อนข้างปลอดภัยในประเทศอเมริกาเช่น ซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเทศอเมริกา ซึ่งก็คือการเข้าไปปล่อยกู้ชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดประเทศอเมริกา

แม้ว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆ จะได้นำเงินทุนสำรองของตนไปลงทุนในพันธบัตรประเทศอเมริกา แต่ทางภาคเอกชนในประเทศอเมริกา ที่ร่ำรวยจากเศรษฐกิจที่โตขึ้น กลับแห่กันนำเงินไปลงทุนในประเทศอื่น ๆที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในประเทศอเมริกา เงินทุนระหว่างประเทศที่ธนาคารกลางประเทศต่างๆ นำเข้าไปลงทุนในประเทศอเมริกา จึงไหลย้อนกลับออกมาลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน ในประเทศเกิดใหม่อนาคตไกลในเอเชีย เงินกองทุนพวกนี้ที่ทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุน ในประเทศต่างๆ เกิดความผันผวนอย่างสุดๆ

ในปัจจุบัน กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา ได้อาศัยระบบดังกล่าว ในการบริหารจัดการความเสี่ยงในระบบตลาดเงิน ตลาดทุน โดยทำการบริหารจัดการ GDP ของสังคมโลก โดยทำให้ประเทศศูนย์กลางระบบมีความมั่นคงในพลังอำนาจทั้งห้าด้านมากกว่าประเทศรอบนอกระบบในเชิงเปรียบเทียบ ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤติขึ้นในสังคมโลก จากที่เกิดขึ้นเอง หรือถูกสร้างขึ้น กลุ่มทุนเหนือรัฐประเทศอเมริกาก็สามารถแสวงประโยชน์จากวิกฤติ หรือทำการสร้างสงครามทางทหารหรือสงครามเศรษฐกิจขึ้นมาบิหารบนความขัดแย้งดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่า ระบบโครงสร้างทางอำนาจฯ ที่กลุ่มทุนเหนือรัฐอเมริกาจัดสร้างขึ้นนี้ จำเป็นที่จะต้องถูกหล่อเลี้ยงไว้ด้วย สถานการณ์วิกฤติของสังคมโลก จึงจะสามารถดำรงรักษาระบบโครงสร้างทางอำนาจดังกล่าวนี้เอาไว้ได้อย่างมั่นคง

ถ้าหากเปรียบเทียบสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจประเทศไทย ในช่วงก่อนเกิดวิกฤติในปี ๔๐ จะพบว่าไม่แตกต่างกัน ในอดีตประเทศไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นเวลานาน มาอยู่สูงที่สุด 8% ของ GDP ในปี ๓๙ เปรียบเทียบกับประเทศอเมริกา ซึ่งขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นปีที่ ๑๐ ประมาณ 7 % ของ GDP ในปี ๕๑ นอกจากนั้นปัญหาหนี้เสียในภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ก็ไม่ต่างจากปัญหาตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์โอเวอร์ซับไพร์มของประเทศอเมริกาในปัจจุบันเท่าไหร่ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งน่าสังเกตว่าวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ไคซิส

ในครั้งนี้ กลุ่มทุนเหนือรัฐประเทศอเมริกาได้สร้างขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยง ระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรจากประเทศรอบนอกเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ ที่ไม่มีทองคำหรือฐานทางด้านเศรษฐกิจค้ำประกัน ให้ยังดำรงอยู่ได้อย่างเข้มแข็งต่อไป เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา Strategic Defense Group คือกลุ่มคนที่เก่งที่สุดของโลกที่กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา สรรหามาทำหน้าที่วางแผนสร้างเหตุการณ์ในระดับมหายุทธศาสตร์ (Grand Strategy) ซึ่งมีทั้งผู้เล่นที่เป็นรัฐ (State Actors : SAs) ได้แก่กลุ่มประเทศมหาอำนาจต่างๆ และผู้เล่นที่ไม่ใช่รัฐ (Non State Actors : SAs) เพื่อใช้เหตุการณ์ที่สร้างขึ้นเอื้อประโยชน์แก่ประเทศอเมริกา เพื่อให้สามารถรักษาระบบโครงสร้างทางอำนาจดังกล่าว จึงส่งผลให้ประเทศอเมริกายังคงรักษาสถานะ การเป็นประเทศมหาอำนาจขั้วเดียวของโลกให้คงอยู่ต่อไป

แต่ในปัจจุบันสถานการณ์โลกกลับไม่เป็นไปตามที่กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาต้องการ ประเทศอเมริกายากที่จะรักษาสถานะมหาอำนาจขั้วเดียวของโลกเอาไว้ได้ เพราะมีกลุ่มมหาอำนาจขั้วรองอย่างกลุ่มประเทศอียูได้สร้างเงินยูโรดอลลาร์ ที่มีฐานทางด้านเศรษฐกิจรองรับขึ้นมาแข่งขัน พร้อมทั้งกลุ่มอิทธิพลอื่นๆ เช่น กลุ่ม BRIC กลายเป็นตัวแปร ที่เข้ามาทำการช่วงชิง และพยายามล้มล้างระบบโครงสร้างทางอำนาจเดิมที่กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาสร้างขึ้น เพื่อจัดสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจขึ้นใหม่ที่เอื้อประโยชน์แก่มหาอำนาจกลุ่มใหม่เข้ามาแทนที่

กลุ่มประเทศอียู ใช้ค่าเงินที่มีหลักประกันถูกต้องทั้งทองคำและฐานทางเศรษฐกิจเข้ามาแข่งขัน จนประเทศอเมริกา จำเป็นต้องทำสงครามค่าเงินกับกลุ่มประเทศอียู ส่งผลให้กลุ่มประเทศอียู ๑๕ ประเทศ เหลือเพียง ๑๑ ประเทศ หลังประกาศใช้ค่าเงินยูโร ประมาณ 6 วัน ได้สร้างสงครามโคโซโวขึ้น ผลก็คือค่าเงินกลุ่มประเทศอียู หลังประกาศใช้มีค่าอ่อนกว่าค่าเงินดอลลาร์ประเทศอเมริกา 20 %

หลังจากนั้น ก็เข้าโจมตีค่าเงินกลุ่มประเทศในทวีปเอเชีย (ประเทศไทย) จนก่อให้เกิดวิกฤติเอเชีย หลังจากนั้นเข้าโจมตีค่าเงินประเทศจีน และเกาะฮ่องกง โดยมีวัตถุประสงค์บีบให้ค่าเงินประเทศจีน และเกาะฮ่องกง มีค่าเงินลดลง จนส่งผลให้สินค้าประเทศจีนมีราคาถูกกว่าประเทศอื่นๆ จึงขายสินค้าได้มากขึ้น ประเทศที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจก็จะขายสินค้าไม่ออก จนอาจส่งผลให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจรอบสองกับประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งในระยะยาวประเทศจีน จะไร้เกราะป้องกันภัยคุกคามทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศจีนจึงตัดสินใจต่อสู้สงครามค่าเงินให้นักลงทุนชาวจีนโพ้นทะเลดึงเงินลงทุนคืนจากกองทุนควอนตั้ม จนเอาชนะสงครามการเงิน ประเทศอเมริกาต้องสั่งการให้ ๑๔ ธนาคารชั้นนำในประเทศ ดึงเงินลงทุนในประเทศรัสเซีย และกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา มาให้การช่วยเหลือกองทุนควอนตั้ม กลุ่มทุนเหนือรัฐประเทศอเมริกา

ในที่สุดกลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาได้ปรับเปลี่ยนประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแคด ที่มีศักยภาพทำสงครามทางด้านเศรษฐกิจลงจากตำแหน่งด้วยคดีลูวินสกี้ เพื่อลดเครดิตขงพรรคเดโมแคด จนส่งผลให้พรรครีพับลีกัน ที่มีศักยภาพในการทำสงครามทางทหารได้รับเลือกเข้ามาบริหารประเทศอเมริกาแทน เพื่อแก้ไขปัญหาของอเมริกาที่พ่ายแพ้สงครามทางเศรษฐกิจ

Strategic Defense Group ได้วางแผนให้ CIA จัดสร้างเหตุการณ์ 9/11 เพื่อดึงอำนาจจากประชาชน จัดตั้งกระทรวงความมั่นคง และส่งออกสงครามก่อการร้าย โดยใช้ นายโอซามา บิล ลาเดน ผู้นำกลุ่มมุสลิมเสรี (ชีอ่ะ) หัวรุนแรง ที่ประเทศอเมริกาจัดสร้างขึ้นเป็นเบี้ยสำหรับใช้เป็นข้ออ้างในการสร้างความชอบธรรม เพื่อเข้าแทรกแซงกิจการภายในประเทศเป้ามาย เพราะประชาชนที่เป็นมุสลิมมีอาศัยอยู่ทั่วไปในทุกมุมโลก แต่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม (สุหนี) สายกลาง

จะเห็นได้ว่าเมื่อจัดสร้างเหตุการณ์ 9/11 แล้วใช้สงครามข้อมูลข่าวสาร โดยอ้างว่านายโอซามา บิล ลาเดน และกลุ่มมุสลิมเสรี (ชีอ่ะ) หัวรุนแรง (กลุ่มก่อการร้ายสากล) ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดจากปัจจัยภายในประเทศเป้าหมาย ในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ร่วมกับปัญหาอื่นๆ ประเทศอเมริกาสามารถอ้างความชอบธรรมในการทำสงครามกับกลุ่มก่อการร้ายสากลเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในประเทศต่างๆ ได้ทุกพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก การสร้างให้มุสลิมเป็นผู้ก่อการร้ายในประเทศเป้าหมาย แล้วหาเรื่องยุแหย่แทรกแซงจนก่อให้เกิดการทะเลาะกันเองภายในประเทศระหว่างรัฐบาลประเทศเป้าหมาย กับประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลาม เพื่อหาโอกาสแทรกแซงกิจการภายในประเทศเป้าหมาย

โดยอาศัยกฎหมายในการทำสงคราม ๔ หนทางปฏิบัติ ที่ประเทศอเมริกาสร้างขึ้น เป็นเครื่องมือแทรกแซง กล่าวคือ
๑. ประกาศสงครามผ่านรัฐสภา เช่น W1, W2
๒. ทำสงครามภายใต้อำนาจประธานาธิบดีเช่น สงครามเวียดนาม
๓. ทำสงครามผ่านทาง UN โดยยุให้เกิดปัญหาแตกแยกภายในประเทศเป้าหมายจนเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วจึงใช้กฎหมายสหประชาชาติ Chapter 6,7 เข้าแทรกแซง
๔.หลังเหตุการณ์ 9/11 ประเทศอเมริกาสามารถประกาศสงครามโจมตีต่อภัยคุกคามประเทศอเมริกาก่อน ผ่านกฎหมายกระทรวงความมั่นคง เช่น สงครามในประเทศกาแฟ การสร้างกลุ่ม โอซามา บิล ลาเดน ขึ้นมาแล้วประกาศโจมตีประเทศอาฟกานิสถาน เพื่อเข้ายึดครองแหล่งพลังงานสำรองแร่ยูเรเนียม และทำสงครามบุกประเทศอิรัก เพื่อเข้าควบคุมแหล่งพลังงานน้ำมันในตะวันออกกลางไว้ได้เก้าในสิบส่วน จนสามารถปั่นราคาน้ำมันที่มีคุณภาพดี ราคาถูกที่สุดในโลกจาก ๑ บาเรล/ ๑.๕ ดอลลาร์ เป็น ๑ บาเรล/ ๑๕๖ ดอลลาร์ จนประเทศอเมริกาแปลกแยกจากมหาอำนาจอื่นๆ มากยิ่งขึ้น

เหตุการณ์ 9/11 ถูกประเทศอเมริกาสร้างขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ประเทศจีนได้ขยายอิทธิพลในเวทีการเมืองระหว่างประเทศไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ผ่านนโยบายอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ๕ ประการ (Soft Power) ซึ่งคุกคามต่อผลประโยชน์แห่งชาติของประเทศอเมริกา (กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกา ยิว วาติกัน FED) ในที่นี้ก็คือระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรจากประเทศรอบนอกเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ ที่ไม่มีทองคำหรือฐานทางด้านเศรษฐกิจค้ำประกัน การต่อสู้ในพื้นที่ย่อยๆ ระหว่างประเทศอเมริกากับประเทศจีน (กลุ่ม BRIC ) เกิดขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่ผู้ที่เพลี่ยงพล้ำคือประเทศอเมริกา

ดังนั้นประเทศอเมริกาจึงตระหนักดีว่า ถ้าขืนต่อสู้กับประเทศจีนในสมรภูมิที่ประเทศจีนเป็นฝ่ายเลือกให้รบ ประเทศอเมริกาก็จะเสียเปรียบอยู่ร่ำไป การแก้เกมส์ของประเทศอเมริกาคือ การสร้างสมรภูมิขึ้นใหม่ให้ประเทศจีนต้องสู้รบในสมรภูมิที่ประเทศอเมริกาเป็นฝ่ายเหนือกว่า นั่นเป็นการแย่งชิงความได้เปรียบในการกุมโอกาสในสนามรบ

ตามตำราพิชัยสงคราม ซุน วู ที่กล่าวว่า " หลักสำคัญของชัยชนะคือ การเป็นฝ่ายกุมโอกาสในการสู้รบไว้เสมอ "

ผลของ 911 ประเทศอเมริกาใช้เงินในการสร้างสถานการณ์สงครามก่อการร้ายมากเกินไปจนประเทศอเมริกาประสบวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจการเงิน (แฮมเบอร์เกอร์ไคซิส)

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:55 am

ในอนาคตตามข้อตกลง WTO อัตราภาษีจะเป็นศูนย์ ราคาสินค้าจะขึ้นกับระบบ Logistics จะเห็นได้ว่าประเทศไทย มีความเหมาะสมตามหลักภูมิยุทธศาสตร์ฮาร์ดแลนด์ ริมแลนด์ แอร์แลนด์ และสเปสแลนด์ ได้แก่

๑. ทางน้ำ มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลติดกับสองฝั่งมหาสมุทร ได้แก่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรซิแปฟิกสามารถขยายศักยภาพทางทะเล ทั้งทางทหารและทางพาณิชย์ (พาณิชย์นาวี) ได้ครอบคลุมทั้งภูมิภาค

๒. ทางบก มีพื้นที่เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินใหญ่ สามารถขยายเส้นทางคมนาคมทั้งทางยุทธศาสตร์และเชิงพาณิชย์หรือเชื่อมต่อกับประเทศที่มีศักยภาพในการผลิต และมีอำนาจการซื้อได้โดยง่าย

๓.ทางอากาศ มีความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพการคมนาคมทางอากาศทั้งในด้านการทหาร และในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมีพิสัยบินติดต่อกับภูมิภาคต่างๆ ในสังคมโลกใกล้ที่สุด

๔. ทางอวกาศ ดาวเทียมที่โคจรในห้วงอวกาศเหนือพื้นที่ประเทศไทยสามารถควบคุมระบบสื่อสารโทรคมนาคมครอบคลุมทั้งภูมิภาค เอเชีย ซึ่งภูมิภาคเอเชียมีประชากรมากที่สุดในโลก

๕. ทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากที่สุดในโลก ทั้งด้านอาหารและสมุนไพร เพื่อใช้เป็นฐานรองรับเทคโนโลยีระดับสูงเรื่อง Biotechnology, Nanotechnology และ Bio-Computer technology เชื่อมโยงเป็นฐานด้านการเกษตรของภูมิภาค สามารถขยายฐานผลิตด้านเกษตรได้โดยง่าย และมีพื้นที่ติดกับประเทศที่มีฐานทางการเกษตร (เนื่องจากสภาวะเรือนกระจกทำให้ ผลผลิตสินค้าด้านบริโภคจะมีความต้องการสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดในอนาคต)

จากสภาพภูมิศาสตร์ดังกล่าวสามารถสร้างภูมิยุทธศาสตร์ของประเทศได้ ทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ และอวกาศ ถ้าประเทศมหาอำนาจใดสามารถใช้ประโยชน์ในด้านเงินทุน เทคโนโลยี หลักการบริหารจัดการที่ดีมาประสานประโยชน์ร่วมกันกับภูมิยุทธศาสตร์ในด้านลดต้นทุนด้าน Logistics ก็จะสามารถใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตสินค้าระดับกลาง ระดับบน และตลาดรองรับ เพื่อกระจายสินค้าระดับล่างจากประเทศจีน (เนื่องจากพื้นที่พัฒนาพลังการผลิตในประเทศจีนตอนใต้อยู่ห่างพื้นที่ประเทศจีนตะวันออกมากกว่า ๖,๐๐๐ กม.แต่อยู่ใกล้ประเทศไทยแค่ ๖๐๐ กม.การส่งสินค้าผ่านประเทศไทย เพื่อกระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของสังคมโลก จึงสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ดีกว่า)

จากศักยภาพที่ประเทศไทย เป็นตลาดกระจายสินค้าทั้งสามระดับ ล่าง กลาง และบน ส่งผลให้สามารถใช้ศักยภาพลดต้นทุนการผลิตจากระบบ Logistics ดังกล่าว ควบคุมให้ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องผลิตสินค้าตามความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ เพราะต้นทุนระบบ Logistics ของประเทศไทยในการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ มีระยะทางใกล้ที่สุด เพราะอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของภูมิภาคต่างๆ ในสังคมโลก

ประเทศมหาอำนาจต่างๆ จึงพยายามหาหนทางเข้ามาแทรกแซงและควบคุมผลประโยชน์ในประเทศไทย มหาอำนาจกลุ่มใดสามารถประสานประโยชน์กับประเทศไทยได้ดีกว่าย่อมสามารถใช้ศักยภาพในการลดต้นทุนด้าน Logistics โดยใส่แค่เพียงเงินทุน เทคโนโลยี และหลักการบริหารจัดการ เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพดีราคาถูก จนสามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดสินค้าทั้งสามระดับได้มากกว่าก็จะกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ยากจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต

๒. การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่กระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลก

หลังจากที่เกิดปรากฏการณ์เอล นีโน และผลจากการกระทำของมนุษย์ที่กระทบต่อธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาการที่เกิดขึ้นเองของสภาพธรรมชาติ เช่น จากรายงานองค์การนาซ่าของประเทศอเมริกาเรื่องดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนดาวพฤหัสบดีเมื่อปี ๒๕๓๗ อันส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนของการชนมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กบนดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล รวมทั้งกระทบกับสนามขั้วแม่เหล็กโลกซึ่งทำให้เป็นสาเหตุทำให้การเกิดปรากฏการณ์ เอล นีโน และลา นีน่า เปลี่ยนแปลงสภาพไปจากเดิม รวมทั้งจากรายงานขององค์การนาซ่าเรื่องการเรียงตัวเป็นแนวระนาบของระบบสุริยะจักรวาลเมื่อประมาณปลายปี ๒๕๓๗ ซึ่งนับเป็นเวลาพันปีจะมีสักครั้ง ยิ่งเพิ่มความรุนแรงให้กับการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนพื้นโลก สรุปได้ดังนี้

๒.๑ เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เช่น ทำให้ฤดูกาลในแต่ละพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้น เช่น พายุ Katrina ในประเทศอเมริกาและกรณีอื่น ๆ อีกในหลายพื้นที่ ผลกระทบประการหนึ่งคือ พื้นที่ผลิตอาหารบนพื้นผิวโลกถูกทำลาย ทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เพาะปลูกที่ยังเหลือบนพื้นโลก อันจะนำไปสู่การยึดกุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางด้านการผลิตอาหารของโลก และจะสามารถใช้อาหารที่มีจำกัดเป็นอาวุธในการต่อสู้ในเวทีโลกที่เรียกว่า “โภชนาวุธ” พื้นที่ที่มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของ เอล นีโน น้อยที่สุด และยังคงเป็นพื้นที่ที่สามารถผลิตอาหารได้เป็นปกติคือ พื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ พื้นที่ตอนใต้ของประเทศจีน พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีการแย่งชิงในอนาคต พื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากปรากฏการณ์ เอล นีโน จะค่อย ๆ ถูกทำลายไปเรื่อย ๆ เช่นพายุเฮอริเคนในประเทศอเมริกาที่นับวันจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้าง แผ่นดินถล่มที่ประเทศตุรกีและประเทศอิรัก แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน เป็นต้น

๒.๒ เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ยังผลทำให้เกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริเวณที่มีรอยแยกเดิมของเปลือกโลกที่มีอยู่แล้ว เช่น พื้นที่ทางยุโรปตะวันออก ในประเทศอเมริกา พื้นที่ทางตะวันตกของทวีเอเชีย จะเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้งขึ้น ทำให้แหล่งทรัพยากรของโลกเปลี่ยนแปลงไป และทำให้ประเทศมหาอำนาจมุ่งยึดครองพื้นที่ที่มีความมั่งคั่งของโลก เช่น แหล่งผลิตน้ำมันดิบ แหล่งผลิตอาหาร เป็นต้น

๒.๓ เกิดการระบาดของเชื้อโรคชนิดใหม่ เช่น โรคซาร์ โรคไข้หวัดนก เป็นต้น เชื้อโรคดังกล่าวจะมีทั้งเชื้อโรคที่เกิดขึ้นจากการวิจัยพัฒนาของมนุษย์แล้วได้มีการพัฒนาการต่อไปเอง ในสภาวะแวดล้อมที่มีความเหมาะสม และเชื้อโรคที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จากเอกสารวิจัยหลายฉบับ เช่น Emerging Viruses - AIDS and Ebola :Dr. Leonard Horowitz, Emerging Viruses: AIDS &Ebola—Nature, Accident or Intentional? SARS (Severe Acute Respiratory Syndrome) :A Great Global SCAM รวมทั้งนักศึกษาวิชาการทางทหารในสายอดีตประเทศประเทศเขียวให้ข้อมูลตรงกันว่า ประเทศมหาอำนาจมีแหล่งวิจัยและผลิตเชื้อโรคต่าง ๆ มากมายหลายชนิดที่เตรียมไว้เพื่อทำสงครามชีวะ และแต่ละประเทศ ก็ยังคงมีการพัฒนาเชื้อโรคต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมการที่จะใช้ทำสงครามในยุคสมัยที่เหมาะสม

๒.๔ เกิดสภาวะโลกร้อน เมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้นผลกระทบอื่น ๆ ช่วยเสริมปรากฏการณ์ เอล นีโน่ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ถ้าไม่มีการจำกัดหรือลดการทำลายความสมดุลธรรมชาติของโลก ปรากฏการณ์เรือนกระจกก็จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมของโลกและถูกพัฒนาเป็นภัยคุกคามทางธรรมชาติของมนุษยชาติอย่างร้ายแรง เช่น เกิดภัยแล้ง เกิดฝนตกหนัก เกิดลมพายุที่รุนแรงขึ้น สร้างความเสียหายให้กับพืชผลและทรัพย์สินรวมทั้งชีวิตมนุษย์ ดังที่ปรากฏให้เห็นเป็นระยะ ๆ

๓. การปะทะกันทางวัฒนธรรมที่มีความรุนแรงขึ้น

ดังที่ Sammual P.Huntington นักทฤษฏีรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้กล่าวถึงสถานการณ์โลกหลังสิ้นสุดยุคสงครามเย็นไว้ในหนังสือ The Clash of Civilization การปะทะทางวัฒนธรรมส่งผลกระทบสถานการณ์ความมั่นคงของโลกหลายประการคือ

๑. เกิดการต่อสู้ของวัฒนธรรมทางศาสนา จากปรากฏการณ์ก่อการร้ายเมื่อ ๑๑ ก.ย.๔๔ หรือเหตุการณ์ 9/11 ภาพการก่อการร้ายของชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่มีผู้นำ โดย โอซามา บิน ลาเดน ได้ขยายอิทธิพลครอบคลุมหลายพื้นที่ในโลกเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อการร้ายสากล ที่แพร่ขยายเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประชาคมโลก อยู่ในกรอบการปะทะกันทางวัฒนธรรม ยังมีความเชื่ออีกกระแสหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างขึ้นเพื่อทำลายภาพพจน์ชาวมุสลิม เพื่ออ้างสิทธิความชอบธรรมในการเข้าไปยึดครองแหล่งทรัพยากรน้ำมันในประเทศเป้าหมาย และเหตุผลทางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการปิดล้อมประเทศจีนที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงประเทศอเมริกา

๒. เกิดมหาอำนาจขั้วตะวันตกและตะวันออก

๓. เกิดขั้วอำนาจแบบผสม สถานการณ์ปัจจุบัน ในกรณีประเทศไทย ซึ่งมีภูมิยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการลดต้นทุนการผลิตสินค้าจากระบบ Logistics จึงอยู่ในพื้นที่แย่งชิงระหว่างสองขั้วอำนาจ สำหรับประเทศที่เป็นแกนหลักของขั้ว อย่างเช่นประเทศจีน (กลุ่ม BRIC ) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะโค่นล้มอำนาจเบ็ดเสร็จของชั้วประเทศอเมริกาลงให้ได้ เพื่อตัวเองจะได้ขึ้นไปเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งแทนที่ ประเทศจีนจะต้องฟันฝ่าอีกหลายเรื่องกว่าที่จะเอาชนะประเทศอเมริกาได้ หรืออาจจะไม่สามารถเอาชนะประเทศอเมริกาได้เลย ก็อาจเป็นไปได้

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันประเทศจีนเป็นฝ่ายที่เริ่มแย่งยึดพื้นที่ของโลกจากตะวันตกได้ไม่แพ้ประเทศอเมริกาแล้วในเวลานี้ เว้นแต่ว่าใครจะมีอิทธิพลในพื้นที่นั้นๆ มากกว่ากัน เป็นธรรมดาที่เมื่อกล้าหาญที่จะออกไปสู่โลกภายนอกก็ต้องกล้าหาญที่จะเจอกับอุปสรรคต่าง ๆ นานาชนิดที่เจ้าถิ่นเดิมเขามีอยู่แล้ว การออกไปลงทุนค้าขาย ก็เหมือนการไปแย่งชิงทรัพย์สมบัติกับคู่แข่งนั่นเอง เป็นธรรมดาที่จะต้องถูกต่อต้านจากคู่แข่งที่แข็งแรงกว่า
การต่อสู้ในรูปแบบต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น ทำให้หลีกเลี่ยงยากที่จะต้องต่อสู้ด้วยสงครามในยุคที่ ๔ ในปัจจุบันประเทศจีนกำลังถูกกระทำจากสงครามสามขา ( Triangle Warfare ) ประกอบไปด้วย สงครามข้อมูลข่าวสาร (Information warfare) สงครามชีวะ-เคมี ( Biological Warfare ) สงครามสภาพอากาศ ( Weather Warfare )

โลกยุคนี้เป็นเรื่องยาก ที่จะทำสงครามที่ใช้กำลังทหารขนาดใหญ่ระหว่างประเทศมหาอำนาจกับประเทศมหาอำนาจ จะมีก็เพียงแต่สงครามที่ใช้กำลังทหารขนาดใหญ่ระหว่างประเทศมหาอำนาจกับประเทศเล็กๆ ที่มีพลังอำนาจทางทหารและพลังอำนาจด้านอื่น ๆ ที่จะขับเคลื่อนพลังอำนาจทางทหารในการต่อสู้กับประเทศมหาอำนาจได้ เช่น สงครามระหว่างอิรักกับประเทศอเมริกา ซึ่งพลังอำนาจเทียบกันไม่ได้ ไม่มีวันที่อิรักจะได้รับชัยชนะเหนือประเทศอเมริกา

สงครามที่เกิดขึ้นได้ถูกมองเห็นผลลัพธ์สุดท้ายไว้เรียบร้อยแล้วว่าน่าจะออกมาอย่างไร ผู้จัดฉากสงครามจึงได้ตัดสินใจทำสงคราม ทั้งนี้สงครามนั้นจะต้องไปตอบสนองต่อวัตถุประสงค์แห่งชาติของประเทศผู้ทำสงคราม แต่ถ้าประเทศอเมริกากับประเทศจีนหรือประเทศอเมริกากับประเทศรัสเซีย จะรบกันด้วยกำลังทหารขนาดใหญ่ คงเกิดขึ้นไม่ได้ ผู้สร้างสงครามไม่ประสงค์จะสร้างให้เกิดขึ้น และไม่มีความจำเป็นต้องเกิดขึ้นด้วย แต่ที่จะเกิดขึ้นเพื่อการแย่งชิงความเป็นใหญ่ในโลกยุคนี้ จะต้องเอาชนะกันด้วยสงครามในยุคที่ ๔ ดังที่กล่าวมาแล้ว

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สุมาอี้

ตั้งหัวข้อ  สุมาอี้ on Sun Oct 10, 2010 2:57 am

เนื่องจากความเป็นโลกาภิวัฒน์ (globalization) ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างไหลเชื่อมเป็นโครงข่ายถึงกันหมดในลักษณะที่ไร้พรมแดน จนโลกทั้งใบกลายเป็นหมู่บ้านโลก (Global Village) เหตุการณ์แต่ละมุมโลก ส่งผลกระทบถึงกัน เป็นผลให้สถานการณ์โลกหลังยุคสงครามเย็น ได้ก้าวเข้าสู่สภาวะสงครามในยุคที่ ๔ (Fourth generation warfare ; 4 GW) ซึ่งเป็นสงครามที่ไม่มีรูปแบบที่แน่นอนชัดเจน หรือที่เรียกกันว่า สงครามอสมมาตร (Asymmetrical Warfare) ที่ไม่ใช่สงครามระหว่างรัฐกับรัฐ ที่มีเพียงทหารเท่านั้นที่มีบทบาทหลัก แต่พลเรือนกลับมีบทบาททัดเทียมกับทหาร หรือบางครั้งมากกว่า

ความขัดแย้งที่นอกเหนือจากรัฐต่อรัฐแล้ว ยังมีความขัดแย้งด้านศาสนา เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ และอารยะธรรมต่างๆ ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ก้าวมาสู่สงครามในยุคที่ ๔ ได้แก่ ความคิด เช่น การโจมตีประชาชน วัฒนธรรมและปัจจัยอื่นๆ ของศัตรูมากกว่าที่กำลังทหาร และการใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างความได้เปรียบในด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีดัดแปลงธรรมชาติ เทคโนโลยีทางด้านตัดแต่งพันธุกรรม โดยที่ปัจจัยทั้ง ๒ นี้ เกิดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมโลก ทำให้แนวความคิดในลักษณะเก่าคือ รัฐ-ชาติ (State-Nation) ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นประชาสังคม (Civil Society) ที่เน้นไปยังกลุ่มต่างๆ ในสังคมที่มีพลังอำนาจในการต่อรองอำนาจการบริหารของรัฐ

แนวความคิดนี้ก่อให้เกิดรูปแบบของการดำเนินสงครามรูปแบบอื่นๆ ตามมาเช่น แนวความคิดในการดำเนินยุทธศาสตร์แบบอสมมาตร (Asymmetric Strategy) การสงครามในยุคนี้จะมองไปที่การดำเนินสงครามที่มากกว่าสงครามตามแบบเพียงอย่างเดียว หรือที่เรียกว่าสงครามไม่ตามแบบ (Unconventional Warfare) อย่างเช่นสงครามจิตวิทยา (Psychology Warfare) การก่อการร้าย (Terrorism) การก่อความไม่สงบ การปฏิบัติการทางทหารที่มิใช่สงคราม (Military Operations Other Than War ; MOOTW) ซึ่งเป็นสงครามหลายมิติที่ไม่สามารถกำหนดจุดที่ตั้งลงบนสนามรบหรือกำหนดแนวหน้าขึ้นได้

ความแตกต่างระหว่างทหารกับพลเรือนไม่ชัดเจน การสู้รบจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันตลอดทั่วทุกพื้นที่ ทั้งส่วนหน้าและพื้นที่ส่วนหลังของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่ใช่แค่เพียงทางกายภาพเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง สิ่งอำนวยความสะดวกหลัก ๆ ทางการทหาร เช่น สนามบิน ที่ตั้งทางการทหารที่อยู่กับที่ และ บก.ใหญ่จะกลายเป็นสิ่งที่บอบบาง เนื่องจากความล่อแหลมของมัน

สงครามในยุคที่ ๔ เป็นผลรวมของ ความคิด + เทคโนโลยี ถ้าท่านเคยดูหนังเรื่อง Star Gate ก็ต้องยอมรับว่า ฝ่ายที่จะครองโลก หรือผู้ที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าย่อมทำอะไรที่เหนือความคาดคิดของผู้มีเทคโนโลยีต่ำกว่าเป็นธรรมดา โดยประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงมีการใช้สงคราม Triangle Warfare กระทำกับประเทศคู่แข่งของตน เพื่อทำลายมหายุทธศาสตร์ชาติคู่แข่ง ( National Grand Strategy ) ในการพลิกผันขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มหาอำนาจทางทหาร เพื่อล้มระบบโครงสร้างทางอำนาจในการดูดซับทรัพยากรจากประเทศรอบนอกเข้าสู่ประเทศศูนย์กลางระบบผ่านทางค่าเงินดอลลาร์ที่ไม่มีทองคำค้ำประกัน ที่ประเทศอเมริกาเป็นผู้ควบคุมเกมส์ในระบบดังกล่าวอยู่

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ในบางกรณีสิ่งที่เราคิดว่ามนุษย์ทำไม่ได้นั้น แท้ที่จริงแล้วทำได้ ประเทศไทยจะทำอย่างไรจึงจะอยู่รอดในสภาพแวดล้อมทั้งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์สร้างขึ้น ในกรณีการทำสงคราม Triangle Warfare ตัวอย่าง เช่น Weather Warfare (พายุนากิส คลื่นซึนามิ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด) Bio-Chemical Warfare (โรคไข้หวัดนก โรควัวบ้า โรคซาร์ โรคไข้หวัด 2009) และ Information Warfare (ใน 7 รูปแบบ สงครามการเงิน –ตลาดทุน แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส)

เหตุการณ์ที่โดดเด่นที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของโลกมีหลากหลายสถานการณ์ เช่นสถานการณ์ก่อการร้าย ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี สถานการณ์ด้านนิวเคลียร์ในประเทศอิหร่าน (ช่องแคบเฮอร์มุด) โจรสลัดโซมาเลีย วิกฤตราคาน้ำมัน สงครามเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส สงครามเชื้อโรค ภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งวิกฤตการณ์ในบางภูมิภาคที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน

ส่วนประเทศจีนจะตอบโต้ประเทศอเมริกาด้วยการทำสงครามในยุคที่ ๔ ด้วยการผสมผสานรูปแบบสงครามประชาชน และสงครามในยุคไฮเทคโนโลยี (Unresticted Warfare) โดยประเทศจีนแสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพในการทำลายระบบส่งกำลังบำรุง ด้วยการส่งเรือดำน้ำดีเซล (ชั้นซ้ง) เข้าประชิดเรือบรรทุกเครื่องบิน ที่มีเรือรบและระบบป้องภัยเป็นอย่างดี โดยที่กองเรือไม่ทราบ จนกระทั่งเรือดำน้ำแสดงตัวด้วยการลอยตัวขึ้นเหนือผิวน้ำ ห่างจากกองเรือบรรทุกเครื่องบินคิตตี้ฮอร์ค ประมาณ ๕ ไมล์ทะเล และมีการใช้ขีปนาวุธยิงทำลายดาวเทียมที่ไม่ใช้แล้วของประเทศจีน ถือเป็นการขู่ว่าสามารถทำลายระบบควบคุมและสั่งการ ฝ่ายตรงข้าม ด้วยระบบอาวุธดังกล่าว พร้อมกับแสดงศักยภาพของสงครามประชาชนในรูปแบบใหม่ในประเทศอิรัก และกรณีที่รัสเซียบังคับดาวเทียมพุ่งเข้าชนดาวเทียมสื่อสารเอกชนอเมริกา (จีน และรัสเซียมีวงโคจรดาวเทียมอยู่สูงกว่าอเมริกา จึงได้เปรียบในการควบคุมห้วงอวกาศ และมีความยากในการทำลายมากกว่าดาวเทียมของอเมริกา)

จะเห็นได้ว่าภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non Tradition Security) ไม่สามารถใช้เขตแดนของรัฐชาติหรือมาตรการต่างๆ ในการป้องกันรัฐชาติของตนได้อีกต่อไป ภัยคุกคามสามารถเข้าถึงตัวปัจเจกบุคคล กระทบความมั่นคงมนุษย์ (Human Security) ได้โดยตรง เมื่อขยายขอบเขตจำนวนปัจเจกบุคคลมากขึ้นก็กลายเป็นปัญหาภาพรวมของสังคม กลายเป็นปัญหาความมั่นคงของสังคม (Social Security)

ปัจจัยที่เป็นตัวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบความมั่นคงมีอยู่หลากหลายปัจจัยด้วยกัน ที่สำคัญก็คือ ตัวเล่นที่เป็นรัฐ (State Actor : SAs) เช่นประเทศมหาอำนาจต่างๆ ตัวเล่นที่ไม่ใช่รัฐ (Non State Actor : NSAs)
เช่น องค์กรต่างๆ UN, IMF, OIC, EU และองค์กรก่อการร้ายสากล, CIA, NGO ฯลฯ

สังคมเศรษฐกิจของโลกในยุคปัจจุบัน เป็นยุคของสงครามพัฒนาพลังการผลิต ประเทศใดสามารถผลิตสินค้าคุณภาพดีราคาถูก ก็สามารถยึดครองตลาดสินค้าระดับล่าง กลาง บน จนสามารถพลิกผันประเทศตนเองจนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มหาอำนาจทางทหาร แล้วใช้ระบบการผลิตจริง Real Sector ล้มล้างระบบโครงสร้างทางอำนาจเก่าที่ไม่มีฐานการผลิตสินค้าจริงรองรับ แล้วจึงจัดสร้างระบบโครงสร้างทางอำนาจขึ้นใหม่ ที่สามารถเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มประเทศของตนเอง

ในปัจจุบันประเทศจีนสามารถยึดครองตลาดสินค้าระดับล่าง มีเงินทุนสำรองเป็นอันดับหนึ่ง กำลังปลดปล่อยพลังการผลิตในพื้นที่ประเทศจีนตอนใต้ เพื่อยึดครองตลาดสินค้าระดับกลาง และตลาดสินค้าระดับบน โดยพยายามพลิกผันให้กลายเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ มหาอำนาจทางด้านการทหาร เพื่อขึ้นท้าชิงตำแหน่งมหาอำนาจโลกแทนที่ประเทศอเมริกา

สถานการณ์สงครามทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอเมริกากับมหาอำนาจขั้วรองผสมในปัจจุบัน ประเทศอเมริกาขาดดุลบัญชีเดินสะพัด มีปัญหาผลิตสินค้าอสังหาริมทรัพย์ล้นเกินความต้องการตลาด (ปัญหาซับไพร์ม) ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ธนาคารกลางอเมริกา FED แก้ไขปัญหาโดยใช้นโยบายการเงินลดดอกเบี้ย (กระตุ้นความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์) ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ยิ่งอ่อนค่ามากขึ้น

สถานการณ์ในปัจจุบันมหาอำนาจขั้วรองผสม จึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนเงินทุนสำรองจากเงินสกุลดอลลาร์เป็นเงินสกุลอื่นๆ โดยเฉพาะเงินสกุลยูโรดอลลาร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเก่า (กลุ่มทุนที่กุมอำนาจเหนือรัฐอเมริกาได้สร้างสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน ช่องแคบเฮอร์มุด ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ปัญหาในประเทศซูดาน สร้างกลุ่มโจรสลัดโซมาเลียเพื่อสร้างความไม่มั่นคงทางด้านพลังงานให้กับกลุ่มประเทศอียู จนระบบเศรษฐกิจในภาพรวมประเทศอียูมีปัญหา ประเทศจีนไม่สามารถเปลี่ยนจากเงินดอลลาร์ที่ตนถือครองมากที่สุดในโลกมาเป็นค่าเงินยูโรได้สะดวก อำนาจต่อรอง จึงกลับมาอยู่กับประเทศอเมริกา

ประเทศจีนจึงมีความจำเป็น ต้องเข้าไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเทศอเมริกาในอัตราส่วนที่มากกว่าญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้วในปัจจุบัน) เพราะประเทศต่าง ๆ สะสมเงินทุนสำรองเป็นเงินดอลลาร์แทนทองคำ ยิ่งพยายามปรับเปลี่ยนมาถือครองเงินสกุลยูโรดอลลาร์ จะยิ่งทำให้เงินทุนสำรองที่ส่วนใหญ่สะสมเป็นเงินสกุลดอลลาร์มีค่าลดลง จึงส่งผลทำให้เงินทุนสำรองของประเทศต่าง ๆ มีค่าลดลง (รวมทั้งประเทศจีน) แต่ประเทศอเมริกากลับมีสถานะติดหนี้ประเทศต่างๆ น้อยลง ธนาคารกลางประเทศอเมริกา FED จึงสามารถพิมพ์เงินดอลลาร์ได้เพิ่มขึ้น แล้วใช้นโยบายการคลังกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ แล้วสร้างสงครามย่อยๆ ในประเทศที่อยู่รอบนอกระบบโครงสร้างทางอำนาจ เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจประเทศอเมริกา (สงครามอิหร่านเพื่อควบคุมช่องแคบเฮอร์มุด สงครามอิรัก สงครามอาฟกานิสถาน สงครามเกาหลี โจรสลัดโซมาเลีย สงครามไทย-เขมร สงครามไทย-พม่า ปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้ของไทย )

สุมาอี้

จำนวนข้อความ : 75
Registration date : 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ