For what & what for !!???

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 14, 2010 11:05 am

แลนด์มาร์กกทม.หอคอยสูงที่สุด (ไทยโพสต์)

กทม. ขายฝันไม่หยุด คุยจะปักหมุดแลนด์มาร์ก สร้างหอคอยชมเมืองริมแม่น้ำเจ้าพระยาสูงที่สุดในโลก คาดใช้งบกว่า 30,000 ล้านบาท

นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ว่า ตามที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายให้ กทม.จัดสร้างสถานที่ให้เป็นแลนด์มาร์ก หรือเป็นสัญลักษณ์สำหรับ กทม.นั้น เบื้องต้น กทม. มีแนวคิดที่จะจัดสร้างหอคอยชมเมืองให้เป็นแลนด์มาร์ก โดยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาศึกษาโครงการ มีนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน

นายพรเทพ กล่าวว่า สัญลักษณ์ดังกล่าว กทม. จะจัดสร้างหอคอย Bangkok Eye ให้มีลักษณะเหมือน London Eye คือ มีลักษณะเป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ มีกระเช้าให้ประชาชนเข้าไปนั่งชมทิวทัศน์เมือง โดยรูปแบบการดำเนินการจะให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการหรือหาผู้ร่วมทุน ส่วน กทม. จะจัดหาสถานที่ ซึ่ง กทม.จะสร้างให้สูงที่สุดในโลก ขนาด 176 เมตร ขณะที่ London Eye สูงประมาณ 150 เมตรเท่านั้น

"สำหรับสถานที่ที่เหมาะสมในการก่อสร้าง เบื้องต้น กทม.กำลังประสานพื้นที่ว่างบริเวณถนนเจริญกรุง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นที่ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ไทยเบฟ) เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่" นายพรเทพ กล่าว

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในส่วนของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้เสนอความเห็นให้ใช้สถานที่ภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เนื่องจากมีเนื้อที่หลายร้อยไร่ แต่เจ้าหน้าที่จากลอนดอนมาดูและเห็นว่า กทม.ควรสร้างบริเวณริมแม่น้ำมากกว่า ทำให้ กทม.ได้เล็งพื้นที่บริเวณท่าช้างซึ่งเป็นที่ตั้งของราชนาวีสโมสร กองทัพเรือ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเป็นพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่พื้นที่ดังกล่าวติดปัญหาที่มีสิ่งปลูกสร้างอยู่ ดังนั้น กทม.จะต้องมาพิจารณาจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมอีกครั้ง ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณดำเนินการคาดว่าจะสูงถึง 30,000 ล้านบาท ซึ่ง กทม. อาจจะเสนอของบอุดหนุนจากรัฐบาลหรือจัดหาเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 14, 2010 11:14 am

ช่วงนี้ต้องทำตัวให้ Intrend ไว้เสียแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร

เพราะอีกไม่นานเราก็จะมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ ๒

จะพูด หรือจะเขียน ต้องเป็นรูปแบบที่ว่า "ไทยคำ อังกฤษคำ"

อีกหน่อย ต่างชาติเข้ามาเมืองไทยมากขึ้น สงกะสัยคงต้องใช้ "ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ" รึเปล่านะ

===========================

จากข่าวที่นำมาลงข้างต้น

ไม่มีอะไรจะกล่าว นอกจากคำว่า "เอือม".....ใครเป็นอย่างเราบ้างเนี่ย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Thu Oct 14, 2010 9:39 pm

เขาเตรียมให้นักเรียนไทยต้องเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เพราะการเปิดเสรีทางการศึกษาในประเทศไทยกำลังจะเริ่มใช้กันแล้ว ต่างชาติจะเข้ามาเปิดกิจการทางการศึกษาได้มากขึ้น โรงเรียนไทย-มหาวิทยาลัยของไทย สอนโดยคนไทย หลักสูตรแบบไทยๆ ยังบ่มเพาะเด็กไทยให้เห่อของนอกได้อย่างในปัจจุบัน คิดไม่ออกเลยว่าถ้าเด็กไทยได้เรียนกับกิจการการศึกษาของต่างชาติ หึ หึ หึ มันจะถึงขั้นลืมคิดว่าตัวเองเป็นคนไทยหรือเปล่าหว่า?

Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  DeathPower on Fri Oct 15, 2010 9:24 pm

สุขุมพันธุ์" ยันงบทำ Bangkok Eye 3 หมื่นล้าน เอกชนลงทุนเอง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยกรณีที่ กทม.มีโครงการจะจัดสร้างหอคอยชมเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok Eye) ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาในการเลือกหาสถานที่ที่เหมาะสม ตามที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ( มท .) เสนอว่าอยากเห็นหอคอยชมเมือง ที่เป็นสัญญลักษณ์ให้กรุงเทพฯ ลักษณะคล้าย London Eye ซึ่งคาดว่างบในการก่อสร้างจะสูงถึง 30,000 ล้านบาท ว่า

โครงการนี้จะเป็นการลงทุนของเอกชนทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ กทม . เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกในเรื่องกฎหมาย เป็นเรื่องของต่างชาติอย่างเดียว ซึ่งเหตุผลที่เอกชนสนใจมาลงทุนเองทั้งหมดในโครงการนี้เนื่องจากมีความสนใจมากเป็นพิเศษเพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองสวรรค์ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุนมีรายได้จากโครงการฯ มาก โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยว ซึ่งจากข้อมูลพบว่ากรุงลอนดอน มีนักท่องเที่ยวไปเยือน 4.5 ล้านคนต่อปี และได้มีการคำนวณออกมาแล้วว่าเฉพาะที่ไปเที่ยว London Eye นั้นมีมากถึงล้านกว่าคนต่อปี

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนสถานที่ที่จะให้เอกชนต่างชาติก่อสร้างโครงการ Bangkok Eye ในกรุงเทพฯนั้น จะเป็นที่ไหนอย่างไรเป็นเรื่องที่ผู้ลงทุนต้องดำเนินการหาเอง แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการสร้างในพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์แน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งกทม. จะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับการลงทุนโดยต่างชาติให้เท่านั้น ส่วนที่ตนเคยเสนอก่อนหน้านี้ให้ใช้พื้นที่บริเวณสวนเบญจกิตติฯ ย่านศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้น ก็เป็นแค่แนวทางเท่านั้นอำนาจตัดสินใจยู่ที่ผู้ลงทุนจะเลือกหาเอง ซึ่งกทม . จะร่วมมือเอกชนในลักษณะที่ว่า “รวมกันเราทำได้”

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า โดยเรื่องดังกล่าวตนได้รับการติดต่อจากเอกชนต่างชาติมาหลายเดือนแล้ว ก็มีการหารือหลายลักษณะด้วยกัน เช่น จะร่วมทุนหรือไม่ร่วมทุน แต่ในเมื่อเราอยากให้โครงการเกิดขึ้นเร็ว ถ้าร่วมทุนก็ต้องให้มีการเสนอผ่านพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ร่วมทุนฯ ดังนั้นจึงตัดสินใจว่าเป็นการลงทุนโดยภาคเอกชนโดยสิ้นเชิง ซึ่งบริษัทที่จะสร้างนั้นก็เป็นลิขสิทธิ์ของผู้ลงทุนเองทั้งหมด

ส่วนคณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ มีนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว้าฯ กทม. เป็นประธานนั้น เนื่องจากขณะนั้นตั้งขึ้นเพราะกทม. มีแนวคิดจะทำและเป็นหุ้นส่วนโดยตรงของโครงการฯ แต่ต่อมาภาคเอกชนต่างชาติบอกว่ามีความสนใจเป็นพิเศษที่จะดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งกทม. ก็เห็นด้วย และรู้สึกดีใจเพราะจะทำให้โครงการเกิดได้เร็วขึ้น ดังนั้นคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวจึงมีหน้าที่ช่วยประสานและติดตามงานเท่านั้น ทั้งนี้คาดว่าจะมีการหารือกับนักลงทุนต่างชาติเร็วๆ นี้และจะได้ข้อสรุปในไม่ช้า เพราะอยากให้โครงการดังกล่าวเริ่มได้ในปี 2554

DeathPower

จำนวนข้อความ : 35
Registration date : 23/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  DeathPower on Fri Oct 15, 2010 9:48 pm

Rosy พิมพ์ว่า: คิดไม่ออกเลยว่าถ้าเด็กไทยได้เรียนกับกิจการการศึกษาของต่างชาติ หึ หึ หึ มันจะถึงขั้นลืมคิดว่าตัวเองเป็นคนไทยหรือเปล่าหว่า?

หุ หุ หุ เด็กไทยส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันนี้ เคยภาคภูมิใจและรู้คุณค่าในการมีสัญชาติเป็นคนไทยหรือเปล่า ก็ม่ายรู้

เพราะเห็นคนไทยในยุคปัจจุบันนี้ กระสันอยากไปอยู่ต่างประเทศบ้าง หาคู่ครองเป็นคนต่างชาติบ้าง มีลูกมีหลานก็ต้องเป็นลูกครึ่ง เรียนก็ต้องเรียนโรงเรียนนานาชาติ เปลี่ยนศาสนาจากพุทธศาสนาไปนับถือศาสนาคริสต์

อีกอย่างเด็กไทยสมัยนี้ อาหารไทยก็ไม่กินไม่สน แต่ไปสนพวกอาหารขยะ

พ่อแม่ก็แสนดีเลี้ยงลูกสไตล์ฝรั่ง สุดท้ายลูกไม่มีความเคารพในพ่อแม่ วัฒนธรรมการไหว้แทบจะไม่หลงเหลือ

เด็กไทยสมัยนี้ อะไรๆก็ขอให้มีต่างชาติไว้ก่อน เดี๋ยวไม่อินเทรนด์

บางคนเป็นเอามากถึงขนาดที่ว่า อยากให้ประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ เผื่อจะได้เจริญๆกะประเทศอื่นๆเขาบ้าง

อนาคตของชาติช่างมีความคิดที่ดีซะจริงๆ ???????????????????????????????????????????????????????

DeathPower

จำนวนข้อความ : 35
Registration date : 23/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

วิธีการสยบคำโต้แย้ง ที่โคตรเชย

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 16, 2010 9:29 am

" ทำไมท่านนายกฯ (สมาคมโต้วาที) จึงจัดต้นไม้ด้านหน้าทำเนียบ(นักพูดแห่งชาติ) คะ มีงบประมาณหรือ ?"
" ในกรณีนี้ ทางเราไม่ได้คิดจะจัดการอะไร แต่ว่าทางผู้จัดเขาเสนอตัวที่จะมาจัดต้นไม้ นำมาให้ฟรี โดยไม่คิดเงินค่าต้นไม้ ก็เลยไม่มีปัญหาด้านงบประมาณ " .....

ตอบแค่นี้ สื่อก็เลิกถาม

" ท่านผู้ว่าฯ (ว่าอะไรก็ว่าไป) จะนำงบประมาณที่ไหนมาจัดสร้างหอคอย(ร้อยปี) ที่นี่ละคะ"
" อ๋อ ในกรณีนี้ ทางเราไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบเลย แต่เอกชนผู้เสนอตัวเขาต้องรับไปหมด "
ถามมาก็ตอบไป แค่นี้ก็จบข่าว

สองกรณีหากคนที่พอมีสมอง หรือ รู้ไส้ ก็จะหัวเราะแบบกลิ้งจนเลือดซิบว่า เป็นการเฉไฉ ตอแหลซึ่งๆ หน้า
เป็นการตอบไม่หมด ตอบไม่ตรงคำถาม

กรณีแรก ถามใหม่สิว่า
" ในกรณีที่เราจัดการต้นไม้หน้าทำเนียบ(นักแหลแห่งชาติ) รวมแล้วเราจะต้องใช้เงินเพื่อการนี้ บ้างหรือไม่ ทุกอย่างเป็นภาระของผู้จัดจริงหรือ "... พร้อมทั้งหยิบธูป เทียน และพระบูชา ให้ผู้ตอบสาบานก่อนตอบ หากเป็นศาสนาอื่นก็ให้เขาหยิบเครื่องบูชาขึ้นมา

กรณีที่สอง ถามใหม่ว่า
" การสร้างหอคอยนี้คือการลงทุนของต่างชาติบนแผ่นดินไทยใช่หรือไม่ เขาได้ประโยชน์อื่นหลังจากสร้างเสร็จแล้วใช่หรือไม่ เช่น ธุรกิจใดๆ ที่มีอยู่ในนั้นเป็นรายได้ของใคร ที่ตรงนั้นต้องมีการเช่าหรือไม่ ประเทศชาติได้อะไรในการเกิดแท่งประหลาดนั่นคือมากลางเมือง เหมือนกับมีหอกพุ่งขึ้นมาแบบนั้น อุบาทว์ไหม?"
แล้วก็อย่าลืมเรื่องการสาบาน กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในการปิดท้ายคำตอบทุกครั้ง

จะเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นบางทีแค่หน้าฉากที่ดูดี เหมือนกับเขาจะขายรถยนต์ให้คุณในราคาถูกมาก ๆ แต่ว่าค่าบำรุงรักษารถยี่ห้อนั้นแพงโคตรๆ แล้วอะไหล่ก็ไม่มี คุณต้องใช้ของเขาอย่างเดียว น้ำมันก็เติมปกติไม่ได้ ต้องใช้ของเขาเท่านั้น ฯลฯ

หมดเวลาหรือยังสำหรับการแหลแห่งชาติ

อ้อ สำหรับใครที่มาอ่านแล้วบอกว่า นั่งเทียน มั่วข้อมูล มองโลกในแง่ร้าย ก็กรุณาคิดให้ดีก่อนที่จะด่า
และถ่าไม่มีการเขียนใดๆ ที่ดีกว่าการเขียนสั้น ๆ ด่าทอคนอื่น แบบที่เถียงไม่ออก ก็ต้องสงบใจไว้บ้าง
อย่ากินแรงกันด้วยการเขียนสั้นๆ แล้วไม่ได้ใจความเช่นนั้น เปลืองเนื้อที่

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sat Oct 16, 2010 9:34 am

เมื่อวานมีโอกาสเข้าเมือง ก็แทบคลั่งเพราะระยะทางไม่ถึง ๓๐ กม. ใช้เวลา เกือบสองชั่วโมง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เวลาเร่งด่วน แต่ว่ามีฝนตกพรำ ไม่มีคนจัดการจราจรเลย (หรือไปกังวลกับเรื่อง ๑๔ / ๑๕ ตุลา ที่ไหนสักแห่ง หรือ ว่าโกรธที่คนหาว่าตำรวจเป็นเสื้อแดงเสียมาก จนแก้เผ็ด ไม่ยอมทำหน้าที่)

ระหว่างรถติดก็ได้เห็นอะไรข้างทางไม่น้อย เช่น รูปของผู้ว่ากทมฯ ตามจุดต่างๆ ปชส ว่า ใช้เวลาทั้งชีวิตให้กับ ....อะไรไม่รู้จำไม่ได้ คงจะ พัฒนากทม. หรือไปแก้ กม.ให้ผู้ว่าอยู่เกิน ๔ ปี แล้ว หรือจะมาอีกสมัย (ขอร้องอย่ามาเลย) หรือดีขนาดว่า ไม่ได้เป็นแล้วก็จะทำงานให้ฟรี

สงสัยว่า ป้ายที่ติดนั้นเป็นงบประมาณใคร และ ไม่ผิดกฎหมายหรือ มันเกี่ยวกับอะไรกับ ประเทศชาติด้วย
ประชาชนคนเดินถนนได้อะไรจากภาพนั้น

คนที่ได้ประโยชน์คือ คนในภาพ แลวมันเข้าข่าย ได้ประโยชน์โดยกั๊กเงินงยประมาณ หากเป็นการหาเสียงทางการเมืองในสมัยต่อไป จะต้องจ่ายเงินคืน กทม และ นำค่าใช้จ่ายนั้น รวมเป็นค่าหาเสียงในครั้งต่อไปด้วย กกต รู้หรือยังว่าเขาทำแบบนี้กันด้วย (พอกับเนวิน ที่ไปขึ้นภาพ สมานฉัน กินกันเละ หรานั่นแหละ)

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  Rosy on Sat Oct 16, 2010 5:51 pm

MI-6 พิมพ์ว่า:อย่ากินแรงกันด้วยการเขียนสั้นๆ แล้วไม่ได้ใจความเช่นนั้น เปลืองเนื้อที่
แหง่ว..ว..ว..ว..ว ! ! ! (กรุณาจินตนาการเป็นเสียงเคาะกระโหลก แล้ว echo..o..o..o..o....) (^O^)ฮาได้สไตล์ MI-6 แม้ในยามซีเรียส น่ารักจริงๆ

Rosy

จำนวนข้อความ : 49
Registration date : 19/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  แฟนคลับ on Tue Oct 19, 2010 5:24 pm

ติงบางกอกอาย ผู้ว่าฯสั่งหุบปาก (ไทยโพสต์)

"สุขุมพันธุ์" หงุดหงิดวิจารณ์กันจัง บางกอกอายถลุง 3 หมื่นล้าน อ้างเอกชนลงทุนเองทั้งหมด กทม.ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องกฎหมายเท่านั้น สั่งเลิกพูดได้แล้ว โอ่ทำสำเร็จจะดึงนักท่องเที่ยวทะลักทลาย

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ครั้งที่ 27/2553 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมนี้ เกี่ยวกับโครงการก่อสร้าง Bangkok Eye ซึ่งจะจัดสร้างในลักษณะหอชมเมืองคล้ายกับ London Eye ในประเทศอังกฤษว่า โครงการดังกล่าวเป็นการลงทุนของเอกชนทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ โดย กทม.เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกในเรื่องกฎหมายเท่านั้น

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้หยุดวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าว เพราะถือเป็นสิทธิของเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนได้ โดยเชื่อว่าหากมีการก่อสร้าง Bangkok Eye ขึ้น จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น ในส่วนของเหตุผลที่เอกชนสนใจมาลงทุนในโครงการนี้ เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุนมีรายได้จากโครงการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยว โดยจากข้อมูลพบว่ากรุงลอนดอนมีนักท่องเที่ยวไปเยือนถึง 4.5 ล้านคนต่อปี และได้มีการคำนวณออกมาแล้วว่า เฉพาะที่ไปเที่ยว London Eye มีมากถึงล้านกว่าคนต่อปี

ก่อนหน้านี้ นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กทม.มีแนวคิดจะจัดสร้างหอคอยชมเมืองให้เป็นแลนด์มาร์กโดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา ซึ่งรูปแบบการดำเนินการจะให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน โดย กทม.จะจัดหาสถานที่ คาดหมายว่าจะใช้งบประมาณราว 30,000 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ที่เล็งไว้ คือริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากโครงการมูลค่ามหาศาลดังกล่าว กทม. ยังมีแนวคิดที่จะสร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งต้องใช้งบประมาณมหาศาลเช่นกัน จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนว่า กทม.มีการจัดลำดับความสำคัญในภารกิจที่มีอยู่หรือไม่
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

อะไรก็อ้างต่างชาติยัน ต่างชาติมันเป็นเจ้าของประเทศนี้รึไงวะ

กรุงเทพฯแผ่นดินยุบตัวลงทุกปี อย่างต่ำๆก็ปีละ 20 ซม. ยังจะเสือกไปสร้างให้น้ำหนักมันเพิ่มขึ้นทำไม

บริษัทเอกชนให้มันลงทุน มันก็ต้องถอนทุน ที่นี่ประเทศไทย มาใช้ประโยชน์บนผืนแผ่นดินไทย

แล้วประเทศไทย-คนไทย ได้ประโยชน์อะไรบ้างวะเนี่ย--------ใช้หัวแม่ตีนคิดรึไงวะ

หากว่ารักประเทศจริงๆ ต้องสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่เลียนแบบต่างประเทศ

สำคัญคือนึกคิดเอาเอง ใช้ความเชื่อส่วนตัว เพื่อเปิดโอกาสให้ต่างชาติมาฉกฉวยเอาผลประโยชน์ในประเทศ

ไอ้พวกลูกทรพี เนรคุณได้แม้แต่กับผืนแผ่นดินที่อยู่อาศัย

แฟนคลับ

จำนวนข้อความ : 96
Registration date : 10/05/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: For what & what for !!???

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Mon Nov 22, 2010 11:21 pm

วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7298 ข่าวสดรายวัน

กทม.ปิ๊งผุด'ห้าง-คอนโดฯ'ย่านสวนมะลิ เปิดสัมปทานเอกชนลงทุน30ปี-หวังสร้างรายได้

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย (สพอ.) ไปพิจารณาจัดทำโครงการแบบบ้านยิ้มสำหรับประชาชน รวมทั้งพิจารณาขยายโครงการให้สินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับข้าราชการ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ประจำปี 54 ให้กับคนกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาที่ดินของ กทม.ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กทม. เบื้องต้นให้ สพอ.ศึกษาที่ดิน 4.17 ไร่ บริเวณสวนมะลิ ริมถ.บำรุงเมือง เขตป้อมปราบฯ ที่กทม.ได้ให้เอกชนเช่าในราคาถูก ปลูกสร้างอาคารพาณิชย์กว่า 40 หลัง ทั้งนี้จากการประเมินราคาที่ดินมีราคาตารางวาละ 200,000 บาท รวมทั้งหมดคาดว่าที่ดินของ กทม.มีมูลค่า 300 ล้านบาท

นายธีระชนกล่าวว่า ทั้งนี้กทม.มีแผนจะพัฒนาที่ดินเป็นอาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ และให้มีพื้นที่ในเชิงพาณิชย์ด้วย โดยจะเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนและให้สัมปทานในการบริหารโครงการเป็นเวลา 30 ปี เมื่อครบกำหนดโครงสร้างทุกอย่างจะต้องตกเป็นของ กทม.หรืออาจขยายสัญญาต่อกันก็ได้ อย่างไรก็ตามการพัฒนาที่ดินแล้วจัดสร้างอาคารที่พักอาศัยนั้น กทม.จะให้เงื่อนไขแก่ผู้อยู่อาศัยเดิมว่าจะได้รับสิทธิพักอาศัยก่อน ขึ้นอยู่กับว่าจะรับข้อเสนอหรือไม่ หากกทม.ทำได้เชื่อว่าผลตอบแทนที่ กทม.จะได้รับจะไม่น้อยกว่าราคาประเมินที่ดิน 300 ล้านบาท ขณะเดียวกันอาจให้สิทธิกับข้าราชการ กทม.เข้ามาทำสัญญาซื้อขายด้วย โดยโครงการดังกล่าวนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว

หน้า 29

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ