ว่ากันตามดาว..ในที่สุด กองทัพก็โดนจวก

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ว่ากันตามดาว..ในที่สุด กองทัพก็โดนจวก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Oct 16, 2010 9:50 am

นักวิชาการจวกกองทัพ4ปีรัฐประหารไม่ได้อะไร

คมชัดลึก :นักวิชาการรุมจวกกองทัพ 4 ปีรัฐประหารไม่ได้อะไร สังคมก้าวไม่พ้นเงา“ทักษิณ”จี้ปฏิรูปกองทัพ ด้าน “อดีตนายพล”แฉกองทัพแย่ลง แตกกันเอง - ขัดแย้งหนัก จับตารุ่นเดียวกันส่อขัดแย้งง่าย “อ.จุฬาฯ”แนะสังคมจูงมือกองทัพเข้ากระบวนการปรองดอง ขณะที่“บิ๊กบัง”เบี้ยวร่วมวง อ้างอยู่ไกล

(19ก.ย.) เวลา 10.30 น.ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงานเสวนา “ 19 กันยา 4 ปีกับการปฏิรูปกองทัพไทย” โดยมี พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สิ่งที่เห็นคือกองทัพยังมีลักษณะอนุรักษ์นิยมไม่เปลี่ยนแปลง เพราะกองทัพเชื่อว่าทำหน้าที่สำคัญของประเทศ ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และปกป้องอธิปไตย แต่ 4 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงของกองทัพไปมาก เพราะกองทัพได้ทั้งพ.ร.บ.ความมั่นคงและพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยิ่งทำให้ปั่นป่วน บังคับให้กองทัพต้องลงมาเล่นเอง และต้องลงมาเผชิญหน้ากับประชาชนทั้งๆที่บางเรื่องก็ไม่อยากทำ

ส่วนที่บอกว่ากองทัพยังเป็นอนุรักษ์นิยม เพราะกองทัพไม่ยอมปฏิรูปและไม่ปรับเปลี่ยนอะไรทั้งสิ้น และผลจากรัฐประหารปี 2549 ยิ่งทำให้กองทัพเป็นตัวของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาตนเห็นว่าทหารเข้ามายุ่งเกี่ยวการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะเข้ามาอยู่ในระบบรัฐสภา องค์กรอิสระมากขึ้นและ 4 ปีที่ผ่านมาก็จะมีคำถามถามตลอดว่าจะมีรัฐประหารอีกหรือไม่ ซึ่งการรัฐประหารที่ผ่านมาก็มาจากการชักชวนของภาคประชาชน ทหารมองว่าอย่างไรตัวเองก็ใหญ่การเมือง ส่วนที่มองว่าทหารจะกลายเป็นทหารอาชีพนั้นเลิกฝันไปได้เลย ซึ่งเมื่อทหารเข้าไปใกล้ชิดนักการเมืองมากขึ้น ตนมองเห็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นตลอด ซึ่งก็คือความระแวงระหว่างกัน ซึ่งนำไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจน้อยลง ซึ่งตรงนี้อันตรายมาก

พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่า วันนี้หากถามเรื่องตัวกองทัพ ก่อนปี 2549 ทหารมีความขัดแย้งในตัวบุคคลหรือระหว่างรุ่นก็มีอยู่ แต่ในรอบ 4 ปีความขัดแย้งมันแผ่ขยายมากขึ้น เช่นคนทำหน้าที่ปฏิวัติก็รุ่นเดียวกับคนที่ที่ถูกไล่ไม่ให้เป็นนายกรัฐมนตรี อนาคตต่อไปหากไม่ดูแลดีสร้างความธรรมาภิบาลในกองทัพความขัดแย้งจะยิ่งขยายไปในทหารรุ่นเดียวกันเพิ่มมากขึ้น แม้มองว่าหลังรัฐประหารแล้วกองทัพน่าดีขึ้น แต่เท่าที่ตนสัมผัสกองทัพแย่ลง ดังนั้นจึงต้องมีการปฏิรูปทั้งบุคคลากร และอาวุธยุทธโธปกรณ์ด้วย ไม่เช่นนั้นคงอยู่ไม่ได้ ต่อไปกองทัพจะไม่ได้อยู่เฉพาะดูแลความมั่นคงชายแดน แต่ทหารจะเข้ามาอยู่ศูนย์กลาง ดังนั้นต้องปรับแนวคิดของกำลังคนทั้งหมด ทหารต้องทำหลายๆอย่างที่ไม่ใช่การรบอย่างเดียว เราจะเห็นว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเรามีความขัดแย้งระหว่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นทหารต้องเตรียมความพร้อม อนาคตต่อไปทหารต้องทำงานต่างประเทศ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ดีมากกว่าเดิม ซึ่งอนาคตต่อไปคงใช้รูปแบบเหล่าต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะจะใช้ปริมาณอย่างเดียวคงไม่ได้

ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เรื่องการยึดอำนาจเชื่อว่าถ้าทหารคิดจะยึดอำนาจวันนี้ก็สำเร็จ แต่การยึดอำนาจกับการครองอำนาจรัฐเป็นคนละเรื่อง ซึ่งตั้งแต่ปี 2475 มาจนถึงปัจจุบันก็เป็นแบบนี้มาตลอด เพราะฉะนั้นการครองอำนาจเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งการครองอำนาจของทหารที่ผ่านมาก็ทำให้ทหารเสื่อมอำนาจเอง ส่วนเรื่องบทบาทของกองทัพในการใช้อำนาจในสถานการณ์รุนแรงนั้น เรื่องการปรับบทบาทกองทัพมีการพูดกันมานาน กองทัพไทยปรับบทบาทมาตลอดเพราะบริบททางการเมืองที่เปลี่ยนไป และขณะนี้สังคมต้องการให้มีการปฎิรูปกองทัพอีก เหตุเพราะความขัดแย้งและวิกฤตทางการเมืองไทย ที่แน่ๆสังคมไทยวันนี้ได้เห็นปรากฎการณ์ทหารเลือกข้าง กองทัพบกมีแตงโมลูกยักษ์ แม้กองทัพบกมีสถานะพิเศษ กันตัวเองออกจากขบวนการตรวจสอบหลายเรื่อง ซึ่งความสามารถกันตัวเองออกไปไม่ได้ช่วยกองทัพแบ่งตัวเองออกจากการเมืองได้ เราได้เห็นความเหลื่อมล้ำที่พาดผ่านกองทัพด้วย ในแง่ความเหลื่อมล้ำคือกำลังพลกองทัพได้จากการเกณฑ์ทหารจะไม่เข้าไปพาดผ่านชนชั้นกลาง ซึ่งก็ไม่แตกต่างการแบ่งชนชั้นทางการเมือง

ดร.ชลิดาภรณ์ กล่าวต่อว่า การแบ่งเป็นกลุ่มในกองทัพ ซึ่งแบ่งมานานแล้ว แบ่งเป็นก๊ก เป็นกลุ่ม ซึ่งการแบ่งแย่งในกองทัพ ชิงอำนาจกันเองในสังคมไทยก็เห็นมาตลอด แต่ใน 3 ปีที่ผานมาการแย่งชิงของกองทัพทำให้กระทบกับคนที่ไม่รู้อิโน่อิเน่ ในสถานการณ์ที่ผ่านมาสังคมไทยตั้งคำถามกับกองทัพ คือกองทัพมีบทบาทใช้ความรุนแรงกับการประท้วง ซึ่งจัดการแล้วก็เงียบๆไปคนจองเวรจองกรรมกับกองทัพไม่ได้ แต่มีข้อมูลคนเจ็บคนตายเยอะ แล้วกองกำลังไม่ทราบฝ่าย หรือชายชุดดำที่บทบาทใหญ่หลวงในการทำงาน ซึ่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์สำนักสันติวิธีฯได้เอาข้อมูลเหล่านี้เป็นฐานข้อมูลเกิดอะไรขึ้น ซึ่งตั้งแต่ 12 มี.ค. 2553 ถึง 19 พ.ค. 2553 มีการใช้ความรุนแรง 408 ครั้ง ซึ่ง 56 % มันเป็นฝีมือของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายหรือที่เรียกว่า ชายชุดดำ และเท่าที่ทราบคนตาย 16 คนจาก 91 คน ในช่วง 3 เดือนเสียชีวิตจากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ซึ่งคนตายเป็นคนเสื้อแดง ทหารและประชาชน จนถึงวันนี้เราก็ยังไม่รู้ว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่ายคือใคร ซึ่งไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน หากเป็นกองกำลังที่มีการฝึกฝนกัน ประเทศพินาศแน่ เพราะมีกองกำลังที่ใช้อาวุธได้เหมือนกองทัพ คนอยู่ตรงกลางคือประชาชน แต่ถ้ากองกำลังไม่ทราบฝ่ายเป็นผลจากการแยกฝ่ายในกองทัพ คนที่อยู่ตรงกลาง ไม่รู้เรื่องก็จะได้รับผลกระทบอีก คำถามคือทั้งหมดนี้จะทำอย่างไร ควรจะมีคำตอบให้กับประชาชน การทะเลาะกันเองในกองทัพ คนเดือดร้อนก็คือประชาชน การปฏิรูปกองทัพควรพูดเรื่องนี้ด้วยหรือไม่

“ ขณะนี้สังคมไทยผ่านการกระทำความรุนแรงบนถนนในเมือง สู้รบในเมือง สังคมไทยบอบช้ำ สังคมไทยต้องการเยียวยาและฝากความหวังไว้ที่ขบวนการปรองดอง แต่อยากถามว่ากองทัพอยู่ตรงในขบวนการปรองดอง และกองทัพต้องเข้ามาเยียวยาหรือไม่ ซึ่งคนที่ควรได้รับการเยียวยาคือทหารเกณฑ์ที่เข้ามาทำสงครามในเมืองหรือเปล่า ซึ่งสรุปสุดท้ายต้องเยียวยาสังคมที่หยิบอาวุธมาต่อสู้กัน โจกย์วันนี้คือคนในสังคมต้องจูงมือกองทัพมาปรองดองร่วมกัน และกองทัพต้องยอมให้ถูกต่อว่า เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรองดอง”ดร.ชลิดาภรณ์ กล่าว

รศ. ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า 19 ก.ย.ถือว่าเป็นตัวอย่างว่าเหตุการณ์แบบนี้ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ว่าวันนี้คนไทยคิดอย่างไรกับทหาร ซึ่งคนไทยไม่รู้สึกลบกับการรัฐประหาร ไม่กลัวและไม่เกรงกับรัฐประหาร เพราะเราถูกทำให้มองว่ารัฐประหารไม่น่ากลัว คนไทยคิดว่าทหารเป็นยักษ์ในตะเกียงอลาดินที่จะคอยออกมาช่วย ซึ่งหากย้อนกลับไปดูตั้งแต่ปี 2575 มาปี 2516 เป็นต้นมาไม่มีใครพูดถึงเรื่องทหารแต่ไปมองเรื่องการเมืองในระดับใหญ่ จนมาถึงปี 2535 เราก็ไม่สามารถผลักดันให้มีการปฏิรูปทหารได้ ที่ผ่านมาเราไม่เคยจัดกรอบกองทัพให้มาจากประชาธิปไตย คนไทยจึงอยู่บนความประมาท เพราะสังคมไทยเชื่อว่ารัฐประหารครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายในสังคมไทย ดังนั้นรัฐประหารปี 2549 จึงเกิดขึ้นภายใต้ความเชื่อที่ว่าจะเกิดเหตุม๊อบชนม๊อบขึ้นทั้งที่ไม่เกิด จนเกิดการสวิงเกิดขึ้นแบบนี้ วิกฤตตรงนี้จึงสะท้อนปัญหาสังคมไทย ซึ่งเมื่อรัฐประหารแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ จึงเกิดตุลาการภิวัฒน์และการทุจริตที่แพร่ขยาย สังคมแตกแยก และความขัดแย้งในกองทัพเพิ่มมากขึ้น การเลื่อนยศ ปลดย้ายไม่มีความชัดเจน

อนาคตของกองทัพไทย คือ การสร้างฐานอาชีพกองทัพไทยทำอย่างไร การปฏิรูปกองทัพทางมิติทหารและมิติทางการเมืองทำอย่างไร และจะทำอย่างไรให้กองทัพเป็นประชาธิปไตย ซึ่งอยากให้ดูการปฏิรูปในยุโรปเป็นหลัก โดยเฉพาะกรณีเยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตกที่แนวคิดต่างกันคนละขั้วแต่สุดท้ายก็รวมกันได้ ปัญหาวันนี้คือคนในระบบปัญญาชนในมหาวิทยาลัยไม่มีที่ให้ระบายออก สังคมไทยวันนี้เป็นการเผาบ้านไล่หนู และยังก้าวไม่พ้นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วันนี้ต้องร่วมกันนั่งคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

“ ผลพวงจากการรัฐประหารล่าสุดทำให้การเมืองไทยวันนี้พร้อม และยอมรับที่จะอยู่กับการรัฐประหารได้ วันนั้นราคิดเพียงแค่ไล่พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น สรุปแล้ว 4 ปืที่ผ่านมาของกองทัพไทยเราล้มเหลว ร่อแร่และร่องแร่ง ” รศ.ดร.สุชาติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในการสวนาดังกล่าว พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช.และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันว่าจะมาร่วมเสวนาด้วย แต่ปรากฎว่าใกล้เวลาเสวนาแล้ว ได้รับแจ้งว่าพล.อ.สนธิ ขอยกเลิกการมาสวนา โดยระบุว่าไม่สะดวกเนื่องจากอยู่ไกล

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ว่ากันตามดาว..ในที่สุด กองทัพก็โดนจวก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Oct 16, 2010 10:14 am

โหรา"เงอะงะ" ได้ให้คำทำนายไว้ว่า

ดาวจรหลังวันที่ ๑๗ ตุลาคม เป็นต้นไป เป็นช่วงที่สังคมไทยต้องจับตาดูสถานการณ์ต่างๆในประเทศอย่างใกล้ชิด

๓ ย้ายเข้าพิจิก แม้จะเป็นเกษตร แต่เป็นเกษตรในด้านลบ

อีกทั้ง ๑ เปรียบคือผู้นำ ที่คอยเป็น backup ให้กับ ๓ นั้น ก็ตกอยู่ที่ราศีตุลย์

โหรา"เงอะงะ" ได้คาดการณ์ไว้ว่า ทหารจะถูกแฉ และถูกขุดคุ้ยในด้านไม่ดี อีกทั้งผู้นำที่คอยช่วยเหลือเป็น backup ให้นั้น ก็ไม่สามารถที่จะช่วยหรือทำอะไรได้---ง่ายๆก็คือ ถูกปล่อยเกาะ

๕ อยู่ที่ราศีมีนเป็นเกษตร แต่ ๕ ก็ไปอยู่ในจุดที่เป็นวาสนะกับดวงเมือง อีกทั้ง ราศีธนูซึ่งเป็นเรือนเกษตรของ ๕ ก็มี ๘ ไปกุมไว้

เช่นนี้ โหรา"เงอะงะ"ได้เปรียบไว้ว่า "ไม่ต่างอะไรไปกับโจรยึดวัด ส่วนพระก็เข้าถ้ำจำศีล"

การที่ดาว ๔ และ ๖ ไปรวมตัวอยู่ที่ราศีตุลย์ ๗ อยู่ที่ราศีกันย์

โหรา "เงอะงะ" ได้เตือนว่า อาจมีการปรับเปลี่ยนกฎหมาย หรือมีนโยบายเกี่ยวกับทางด้านการเงินเศรษฐกิจ มวลชน ที่ดิน สินค้าอาหาร-การเกษตร ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดีกับประชาชนในประเทศ

จบข่าว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ว่ากันตามดาว..ในที่สุด กองทัพก็โดนจวก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 21, 2010 12:59 pm

"รมว.กลาโหม"ตอบกระทู้กลางสภาฯ ยันยึดกม.สลายชุมนุม

เมื่อเวลา 11.10 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการพิจารณากระทู้ถามสดนายนิรมิต สุขจารี ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีต่อการสลายการชุมนุมรวมทั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของประชาชน ว่า จากการสลายการชุมนุมที่ผ่านมามีประชาชนได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมาลงทะเบียนให้นายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือ เยียวยาทั้งหมดกี่ราย และรัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือไปแล้วอย่างไร รวมถึงมีประชาชนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือกี่ราย ส่วนที่ช่วยเหลือไปแล้วมีการช่วยเป็นเงินคนละเท่าไหร่ นอกจากนี้ในส่วนของทรัพย์สินที่ยึดไปจากประชาชนผู้มีเรียกร้องประชาธิปไตย จะคืนทรัพย์สินให้เขาหรือไม่ และในปัจจุบัน มีโจรชุกชุมมากจึงอยากถามว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะคืนปืนให้ผู้ใหญ่บ้านไว้เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า การปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมรัฐบาลดำเนินการตามกฎหมาย แต่วันที่ 11 มี.ค. - 6 เม.ย. 53 ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงดูแลผู้ชุมนุม และตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.จนถึงปัจจุบันก็ใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งรัฐบาลได้ยึดหลักให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามมาตรการที่เหมาะสม และสมควรแก่เหตุ ทั้งการประสาน การเจรจา ใช้การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ และหลักเลี่ยงการสูญเสียให้มากที่สุด

รมว.กลาโหม กล่าวต่อว่า จากการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 ราย บาดเจ็บ 864 ราย โดยชดเชยให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรายละ 20,000 บาท สำหรับผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่เกิน 20 วัน ให้การชดเชยรายละ 60,000 บาท ส่วนที่รักษาในโรงพยาบาล เกิน 60 วันได้รับการชดเชยรายละ 1 แสนบาท ส่วนผู้ทุพพลภาพ รายละ 2 แสนบาท และผู้เสียชีวิต รายละ 4 แสนบาท ทั้งนี้ตนยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการช่วยเหลือประชาชน ส่วนของกลางที่อายัดขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะส่งคืนให้เจ้าของต่อไป เช่น รถยนต์ที่ยึดมา 60 คัน ขณะนี้เริ่มทยอยคืนไปบ้างแล้ว สำหรับปืนของผู้ใหญ่บ้านนั้นรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเช่นเดียวกันเริ่มทะยอยคืนปืนกลับไปบ้างแล้ว

นายนิรมิต ถามต่อว่า ถ้านายกรัฐมนตรีใช้สันติวิธีในการขอคืนพื้นที่ด้วยการกระชับพื้นที่ ก็จะไม่มีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งคนเหล่านี้เป็นคนไทย และกว่า 80% เป็นคนอีสาน ควรได้รับการดูแลคุ้มครอง ไม่ใช่คนต่างด้าวอย่างที่ถูกกล่าวหา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์จึงอยากถามว่าจากการเสียงชีวิตทั้ง 91 ศพ บาดเจ็บกว่า 2 พันราย ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย รัฐบาลได้ดำเนินการทางคดีกับคนที่ฆ่าประชาชนไปแล้วกี่ราย และเหลืออีกกี่รายที่กำลังตามจับตัวมาดำเนินคดี

รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า การดำเนินการทุกอย่างได้กำชับเจ้าหน้าที่ ดูแลรักษาความสงบ ความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาในหลายๆชุด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือประชาชน ว่ามาจากสาเหตุใดและจะดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีปัญหา นอกจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาและดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งหากเสร็จสิ้นก็จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

=================================

อยากถาม "ทหารอาชีพ" ทั้งหลายว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกระหว่าง

"กฎหมาย" กับ "จิตสำนึกของทหาร"

พวกคุณๆทั้งหลาย จักเลือกอะไร

เตรียมคำตอบไว้ละกัน เพราะอีกไม่นาน พวกคุณๆทั้งหลายจะต้องตัดสินใจเลือก!!!!!

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ