ด่วนที่สุด หลักฐานขบวนการClipลับ ช่วย ปชป.พ้นยุบพรรค

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ด่วนที่สุด หลักฐานขบวนการClipลับ ช่วย ปชป.พ้นยุบพรรค

ตั้งหัวข้อ  A-Team on Sat Oct 23, 2010 1:07 am

กรณี Clip เทปลับ ที่อ้างว่าได้ถ่ายทำในศาลรัฐธรรมนูญ

งานนี้ ปชป.

ตีปี๊บ ทำเป็นแตกตื่นร้องแรกแหกกระเฌอ ไปร้อยบ้านแปดบ้าน ว่าโดนจัดฉาก ต้องหาตัวคนทำผิดให้ได้

โหมกระพือข่าวให้ติดหน้าหนึ่ง เพื่อให้ดูเสมือนจริง คนทั้งประเทศหลงเชื่อกันไปหมด แต่ความจริงเหนือชั้น แต่กลายเป็นชั้นเก็บของที่อยู่ใต้กระได

ไม่มีอาชญากรที่กระทำความผิดคนใดที่ไม่ทิ้งร่องรอย

โดยเฉพาะการถ่ายทำClip ฉาวโฉ่ แต่กลับมี HERO ประจำClip แจ้งเกิด ฮั่นแน่ คนหนึ่งเป็นประธานศาลทำขึงขังถอดเลขา ชนิดตีบทแตก แต่อ่านตอนจบเรื่องนี้จะรู้ว่าหน้าแหก ชนิดหมอไม่รับเย็บ

เพราะ....

เรื่อง Clip ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นแผนที่จะช่วยให้ ปชป.ไม่ต้องถุกยุบพรรค ในช่วงที่เป็นรัฐบาล อีกทั้งยังสามารถสั่งการและผลาญงบประมาณชาติให้ฉิบหายได้อีกหลายแสนล้านล้าน

เพราะยังไง เรื่องความไม่ชอบมาพากลของศาลกรณีClip ก็ต้องมีการตั้งกรรมการ ล่อศาลด้วยกันเองก่อน

เพราะหากจะปล่อยให้มีการวินิฉัย หรือฟังคำให้การพยาน มันจำนนด้วยหลักฐานที่ ปชป.ไม่มีทางดิ้นหลุด ความผิดชนิดหัวขาดยกเข่ง เด้งเข้ามุมไหนก็ไม่ได้ ศาลก็เลยต้องลงมาเล่นซะเอง แต่งานนี้คนเขียนบทพลาด เรียกว่าพลาดชนิดไม่มีสิทธิเกิดในวงการ


เพราะคนที่เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคือ นาย "ชัช ชลวร" กับ "พสิษฐ์ ศักดาณรงค์" เลขาฯ กลับมามีนามสกุลเดียวกัน คือ “งามทวีสุข” ซะนี่ กรรมไม๊ละ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละงานนี้

การเผยแพร่คลิปเสียงที่บันทึกภาพภายในร้านอาหารและห้องประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของคนคนเดียวกัน คือ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการ นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้หลายคนสงสัยว่าเหตุใดนายชัช จึงไว้วางใจแต่งตั้งนายพสิษฐ์ เป็นเลขานุการส่วนตัว กินเงินเดือน 38,000 เงินประจำตำแหน่ง 4,000 บาท จากศาลรัฐธรรมนูญ

กรณีนี้มีข้อมูลลับเชิงลึก ที่พิสูจน์เชิงประจักษ์ด้วยหลักฐานได้ว่าว่า

เดิม นายชัช ไม่ได้มีนามสกุลชลวร อย่างเช่นปัจจุบัน โดยนามสกุลเดิมคือ "งามทวีสุข" และได้มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลในภายหลัง เช่นเดียวกันกับนายนายพสิษฐ์ ที่ได้เปลี่ยนนามสกุลจากงามทวีสุข มาเป็นศักดาณรงค์ อย่างในปัจจุบัน

สำหรับพื้นแพของคนนามสกุลงามทวีสุข จะทำมาค้าขาย ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดพังงา ,กระบี่ , ภูเก็ต และเมื่อไม่นานมานี้ นายชัช ชลวร ได้เป็นประธานพิธีแต่งงาน ลูกของนักธุรกิจปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงา ซึ่งมีนามสกุลงามทวีสุข และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด....


ดังนั้น

ภาพที่ท่านเห็นนายกมาร์ค ฟาดงวง ฟาดงา ด่าตำรวจให้เอาตัวคนถ่ายClip มาให้ได้เป็นเพียงละครลิงฉากหนึ่งเท่านั้น

เพราะเป้าประสงค์ที่ขบวนการClip ต้องการคือ ทำอย่างไรจะให้การใต่สวนพิพากษาพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ยกเลิก เพิกถอน หรือ สิ้นสุดโดยไร้มลทินได้ นั่นคือเป้าหมาย จึงไม่คำนึงถึงรูปแบบและวิธีการ และไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า

นายชัช ชลวร และ นายพสิษฐ์ จะกลายเป็นคนตระกูลเดียวกัน มันส์พะยะค่ะ งานนี้...


กรณีClipฉาว จึงเป็นเรื่องจัดฉากแหกตาประชาชนให้ดูสมจริง แต่จะไปรอดหรือไม่ เดี๋ยวก็รู้ หากรอดได้ก็หมายความว่า อาหารประจำชาติไทย ได้เปลี่ยนไปเป็น " หญ้า " แล้ว

_________________
"He who sacrifices his conscience to ambition burns a picture to obtain the ashes."

A-Team

จำนวนข้อความ : 44
Registration date : 02/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วนที่สุด หลักฐานขบวนการClipลับ ช่วย ปชป.พ้นยุบพรรค

ตั้งหัวข้อ  A-Team on Sat Oct 23, 2010 2:27 am

ปชป.เตรียมยื่น ยุบพรรคเพื่อไท

เวลา 09.45 น. วันที่ 21 ต.ค. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์

หาช่องยื่นยุบพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าถือเป็นการกดดันศาลรัฐ ธรรมนูญอีกรูปแบบหนึ่งหรือไม่ ?

-- ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่จริงเขาทำอย่างนั้นมาตลอด มีความพยายามออกข่าวทุกสัปดาห์ก่อนเบิกความว่าพยานปากนั้นปากนี้จะไม่มา หรือไปอยู่ต่างประเทศแล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น สิ่งเหล่านี้ผู้ที่กล่าวหาพยายามกดดันมาตลอด อย่าลืมว่าคดีนี้ผู้กล่าวหาเพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์คือพรรคเพื่อไทย เขาก็ตามเรื่อง ซึ่งมีสิทธิ์ แต่การใช้วิธีที่อยู่นอกกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่เราเห็นว่าไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่าจะเร่งรัดดำเนินการกับผู้ปล่อยคลิปดังกล่าวหรือไม่

นายชวนกล่าวว่า กฎหมายมีอยู่และมีระยะเวลาดำเนินการ ฉะนั้นคนที่ทำอะไรไปต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำ และการกระทำใดขัดต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่ของบ้านเมืองต้องดำเนินการ หรือกรณีที่พรรคเป็นผู้เสียหาย พรรคก็มีสิทธิ์ร้องทุกข์อยู่แล้วนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง รวมทั้งเรื่องที่เสนอเพื่อยุบพรรคเพื่อไทย เนื่องจากสมาชิกทำผิดกฎหมาย จะมีคณะกฎหมายดูแลอยู่ ฝ่ายทำคดีจะไม่ไปยุ่งเรื่องนี้ จะทำคดีให้เสร็จเท่านั้นเอง

'วิรัช'แจ้งจับ'พสิษฐ์-เด็จพี่'

ด้านนายวิรัช ร่มเย็น กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกรณีเผยแพร่คลิป ว่า วันที่ 22 ต.ค. เวลา 14.00 น. ตนและทนายความจะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ต่อกองปราบปราม กรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่าตนไปวิ่งเต้นคดียุบพรรค ความเสียหายที่เกิดขึ้นผู้ที่กระทำการตามแผนการต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และเรื่องนี้ต้องพิสูจน์ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ที่ผ่านมา เหตุที่ตนยังไม่ได้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองเนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จึงเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้นายพร้อมพงศ์ และคนของพรรคเพื่อไทยบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงผ่านสื่อ ทำให้สังคมและสาธารณชนเข้าใจผิดว่าตนมีส่วนร่วม และมีเจตนาตามคลิปที่ถูกนำมาเผยแพร่ จึงจำเป็นต้องรักษาสิทธิ์ตามกฎหมายในฐานะผู้ถูกกล่าวหาและเสียหายโดยตรง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม และทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคลิปคดีดังกล่าว ว่า เป็นการวางแผนที่เป็นขั้นตอน เริ่มมาตั้งแต่กรณีเผยแพร่คลิปนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี ทีมกฎหมายของพรรค ที่เข้าไปรับเอกสารคดีถือหุ้นของส.ส.ที่ศาลรัฐ ธรรมนูญ นับตั้งแต่นั้นเราก็สงสัยพฤติกรรมของนายพสิษฐ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการรับงานมาแน่นอน คนอยู่เบื้องหลังคือคนที่ต้องการให้ยุบประชาธิปัตย์ และทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการ คือคนที่ชอบพูดว่าศาลรัฐธรรมนูญมีสองมาตรฐาน ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีคนของพรรคอยู่เบื้องหลัง หรือเกิดจากการเล่นงานกันเอง

ปชป.ตั้งวอร์รูมสาวต้นตอ

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นำคลิปที่อ้างว่ายังมีอีก 3 คลิปมาเปิดเผย แต่เลือกคลิปให้ถูก ไม่ใช่เอาคลิปชายหาดมาเปิด ตนคิดว่าคนพวกนี้ถนัดเรื่องตัดต่อ หลอกถ่าย ถนัดใช้วิธี แบล็กเมล์ทางการเมือง ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่มีการแอบฟังองค์กรอิสระ และนำเรื่องส่วนตัวของคณะกรรมการองค์กรอิสระมาเปิดเผย ไม่ใช่วิธีของสุภาพบุรุษ แต่เป็นวิธีที่ต่ำช้า ตนอยากให้ทุกคนร่วมกันตรวจสอบ โดยพรรคพร้อมให้ตรวจสอบเช่นกัน

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค. แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งวอร์รูมที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อดักจับการโพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่คลิปภาพการล็อบบี้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยสามารถตรวจจับได้แต่เพียงว่าผู้ที่เป็นต้นตอโพสต์คลิป เป็นผู้ที่ใช้นามว่า "ohmygod 3009" เท่านั้น แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบุคคลใด จึงได้แจ้งความกับกองปราบปรามเพื่อให้ดำเนินการสอบสวนจับกุมต่อไป


พท.ยื่นถอด'วิรัช'พ้นส.ส.

เมื่อเวลา 13.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้วินิจฉัยและส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนฯ เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพส.ส.ของนายวิรัช ร่มเย็น ต้องสิ้นสุดลง จากกรณีเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคลิปวิดีโอการนัดพูดคุยกับนายพสิษฐ์ ซึ่งมีเนื้อหาพูดถึงเแนวทางการไต่ สวนพยานของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นลักษณะการสมยอมหรือรู้เห็นเป็นใจกัน ในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคประชาธิปัตย์

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การที่นายวิรัช ไปพูดคุยกับนายพสิษฐ์ เป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ การกระทำของนายวิรัช จึงถือเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรม นูญ มาตรา 266 (1) ส่งผลให้การเป็นส.ส.ของนายวิรัช ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (6) จึงขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาความผิดของนายวิรัช ตามมาตรา 91 วรรค 3 ส่งเรื่องไปยังสภาผู้แทนฯ เพื่อขอให้ประธานสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของนายวิรัช สิ้นสุดลง นอกจากนี้ยังขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรค แสดงความรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้แต่งตั้งนายวิรัช เป็นกรรมการบริหารพรรค และเป็นทีมกฎหมายสู้คดียุบพรรค รวมทั้งนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้แต่งตั้งนายพสิษฐ์ เป็นเลขานุการด้วยเช่นกัน

บี้'มาร์ค'อย่าสอบแค่คลิป

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายวิรัช ยังไม่เพียงพอ เปรียบเสมือนเพียงการฟอกขาวให้ตนเอง การสอบคลิปเป็นแค่ปลายเหตุ ทั้งที่ควรสอบว่ามีการวิ่งเต้นคดีจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ สวมหมวก 2 ใบ ใบหนึ่งเป็นนายกฯ อีกใบเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงอย่าปกป้องคนของตนเอง หากนายอภิสิทธิ์ เพิกเฉยก็อาจจะยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้สอบสวนนายอภิสิทธิ์ ด้วย เพราะเป็นหัวหน้าพรรค

วันเดียวกัน นายคารม พลทะกลาง ทนาย ความ รับมอบหมายจาก น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เมื่อเดือนมี.ค.52 เดินทางเข้าพบนายวิโรจน์ อรุณโรจน์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 เพื่อรายงานตัวตามนัดสั่งคดี จากนั้นนายคารม เผยว่า อัยการเลื่อนการสั่งคดีออกไป เพราะการสอบพยานเพิ่มเติมตามที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมยังไม่แล้วเสร็จ จึงนัดฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 23 พ.ย.

นายคารม กล่าวถึงกรณีนายวิรัช ร่มเย็น เกี่ยวพันกับคลิปการไปพูดคุยกับอดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ว่า น่าจะมีผู้เข้าร้อง เรียนให้สอบสวนดำเนินคดีกับนายวิรัช เพราะขนาด น.ส.วิสาระดี อภิปรายในสภายังถูกดำเนินคดี

'อ๋อย'โยงคลิป-ทีมสู้คดีปชป.

ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงว่า กรณีคลิปฉาวยังมีประเด็นที่ไม่ค่อยพูดถึงเท่าไหร่ หากดูเนื้อหาคลิปจะพบความเชื่อมโยงต่อการสู้คดีของทีมทนายพรรคประชาธิปัตย์ ใน 3 ส่วน คือ 1.การต่อสู้คดีที่ไม่เน้นต่อสู้ในเรื่องพยานหลักฐาน แต่จะเน้นการทำลายความน่าเชื่อถือในพยานผู้ร้อง ทั้งการโจมตีเรื่องส่วนตัวและหน้าที่การงาน 2.การต่อสู้คดี ทีมทนายพรรคประชาธิปัตย์มักอนุญาตให้พยานฝ่ายประชาธิปัตย์ให้การยาวนานเป็นพิเศษ รวมทั้งมีการชี้แจงผ่านสื่อเป็นประจำ ยาวนานกว่ากรณียุบพรรคอื่นๆ ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง เป็นแทกติกของพรรคประชาธิปัตย์ แต่อีกด้านนายชวน หลีกภัย มักพูดตลอดว่าอย่าพูดกดดันศาล

และ 3.มีการใช้ข้าราชการในกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มาทำลายความน่าเชื่อถือของพยานฝ่ายผู้ร้อง ที่ผ่านมาจะเห็นว่าอธิบดีดีเอสไอ มักออกมาแถลงข่าว จับเอง แถลงเอง รวมทั้งให้ความเห็นต่างๆ นานา นอกจากนี้ ตนยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเชื่อมโยงไปยังคำพูดของนายอภิสิทธิ์ ที่พูดให้การไว้ และมักย้ำตลอดเกี่ยวกับกรณีประธาน กกต. มีความเห็นในการยกคำร้อง ตรงนี้เสมือนกับต้องการนำประธานกกต.มาเป็นประโยชน์ต่อการสู้คดีหรือไม่

ถ้าจริงศาลรธน.ต้องลาออก

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า แนวคิดช่วงท้ายโดยเฉพาะคำให้การของนายอภิสิทธิ์ ที่มักยกความเห็นของประธานกกต. ที่ให้ยกคำร้องเกี่ยวกับการยุบพรรค พบว่ายึดโยงกับบางช่วงของคลิปต่อข้อสนทนาระหว่างนายวิรัช และนายพสิษฐ์ กรณีคลิปฉาวขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบเนื้อหาการสนทนา ว่าเป็นไปตามที่สื่อเสนอหรือไม่ ถ้าไม่จริง ศาลรัฐธรรมนูญต้องออกมาชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ โดยให้สถาบันนิติเวชเร่งตรวจสอบคลิปดังกล่าวว่า เป็นการพูดคุยจริงตามนั้นหรือไม่ ถ้าเนื้อหาในคลิปเป็นเรื่องจริงและพูดตามนั้นจริง สิ่งที่ตุลาการศาลรัฐธรรม นูญต้องทำคือการลาออก เพราะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความยุติธรรม

"ถ้าคลิปคำพูดดังกล่าวเป็นเรื่องจริงก็ควรยุบศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน ที่พูดไม่ได้หมายความว่ายุบศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากพบว่าตุลาการบางคนที่กระทำผิดก็ไม่ควรจะทำหน้าที่อีก หรือยุบชุดปัจจุบันก่อนจะมีการตัดสินยุบพรรค" นายจาตุรนต์กล่าว

ตร.ระบุความผิดเกิดขึ้นแล้ว

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพล หอมชื่นชม ผบก.ปอท. พ.ต.อ. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ รอง ผบก.ปอท. เรียกประชุมพนักงานสอบสวนคดีคลิปลับ เพื่อสอบสวนที่มา และมีบุคคลใดเกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบข้อกฎหมายว่าเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา หรือความผิดในคดีแพ่งใดๆ บ้าง

พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากผบช.ก.ให้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบ สวน จึงสั่งตั้งคณะทำงานขึ้น มีพนักงานสอบ สวนจาก บก.ป. และบก.ปอท. เข้ามาดำเนินการ จากการตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นพบว่าการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความผิดข้อหาใดบ้าง จากนี้จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ตามขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ช่วงบ่าย มีนายทินกร ปลอดภัย ผู้ติดตามนักการเมืองรายหนึ่งในฝ่ายรัฐบาล ได้เข้าพบพ.ต.ท. เกรียงไกร ขวัญไตรรัตน์ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความให้ตำรวจติดตามจับกุมผู้นำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งถือว่าเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและสอบปากคำนายทินกร ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ

ศาลรธน.เปิดทีมสอบคลิป

เวลา 15.30 น. นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลา การศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยรายชื่อคณะกรรม การตรวจสอบผู้เผยแพร่วิดีโอคลิปการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ประกอบด้วย นายสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน กรรมการประกอบด้วย นายปัญญา อุดชาชน รองเลขาธิการสำนัก งานศาลฯ นางพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลฯ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีและวิชาการ นายธีระพงษ์ ธิติธางกูร ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาบุคลา กรและระเบียบ นางฉัตรแก้ว เลิศไพฑูรย์ ผอ. กลุ่มงานสัมมนาและเผยแพร่กฎหมายรัฐ ธรรมนูญ และนายดิเรก สุขสว่าง เจ้าหน้าที่ศาล รธน.8 ว. เป็นกรรมการ และเลขานุการ

นายสนิท จรอนันต์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ กล่าวว่า คณะกรรมการจะนัดประชุมครั้งแรกวันที่ 22 ต.ค. เวลา 13.00 น. เบื้องต้นกำหนดกรอบเวลาทำงาน 15 วัน หากไม่แล้วเสร็จก็สามารถขยายเวลาออกไปได้ หน้าที่ของคณะกรรมการจะแสวงหาข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน แม้นายพสิษฐ์ จะไม่อยู่ในประเทศ แต่คณะกรรมการมีกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงได้ เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นจะสรุปทำเป็นรายงานเสนอต่อที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มติของคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นเพียงการชี้มูลเบื้องต้น ส่วนบทลงโทษผู้กระทำผิด จะดูว่าผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในฐานะใด จากนั้นดูว่ามีกฎหมายหรือบทบัญญัติใดที่จะดำเนินการได้


เผย พสิษฐ์ สนิท'เด็กมนูญ'

รายงานข่าวเผยว่า นายพสิษฐ์ รู้จักสนิทสนมกับนายวรวุฒิ นวโภคิน อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อครั้งที่นายชัช ส่งนายพสิษฐ์ไปเรียนหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรนี้ยังทำให้นายพสิษฐ์ สนิทกับนายปรีชาพล พงษ์พานิช บุตรชายนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรมช.มหาด ไทย พรรคไทยรักไทย และยังพบว่านายพสิษฐ์ สนิทสนมกับ ร.ต.อ.อรรถกวี ขุนพินิจ คนสนิท พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ซึ่งในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ร.ต.อ.อรรถกวี ถูกระบุเป็นผู้ไถ่ถอนบ้านของนายประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหาร บริษัทเมซไซอะฯ ที่ติดจำนองธนาคาร 5 ล้านบาท คืนให้นายประจวบ ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อ้างว่ามีเจ้าหน้าที่หญิงของศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นใบลาออกไปเมื่อวันที่ 19 ต.ค. เนื่องจากถูกกดดันให้ใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยร่วมจัดฉากถ่ายคลิปที่ประชุมศาลรัฐธรรม นูญนั้น จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่หญิงคนใดยื่นใบลาออก มีเพียงเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งอักษรย่อ "พ" ซึ่งมีความสนิทสนมกับนายพสิษฐ์ ศักดิ์ดาณรงค์ ยื่นหนังสือลางานไปตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา

พบมีจนท.หญิงขอลางาน

รายงานข่าวเผยต่อด้วยว่า สำหรับเจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าว ช่วยงานอยู่ที่ห้องของผู้ใหญ่คนหนึ่งในศาลรัฐธรรมนูญ จนเมื่อต้นปี 2552 มีการสอบรับบุคคลเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐ ธรรมนูญ ระดับ 3 เจ้าหน้าที่หญิง "พ" นี้ สามารถสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้เป็นอันดับ 2 ในการสอบครั้งนั้น และต่อมาได้บรรจุเข้าในตำแหน่งเจ้าพนักงานคดี อย่างไรก็ตาม "พ" ยังไปทำหน้าที่ช่วยงานอยู่ที่หน้าห้องผู้ใหญ่ในศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดิม และที่สำคัญ กรณีภาพถ่ายนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส. นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มารับเอกสารจากเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ภายในศูนย์อาหารอาคารศูนย์ราชการ ที่ตอนหลังตกไปอยู่ในมือของพรรคเพื่อไทย ก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าว มีส่วนเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตาม การลางานของเจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าว ไม่ได้ระบุเวลาว่าจะลาถึงเมื่อใด แต่ตามระเบียบการลาของทางราชการ หากครบ 30 วันแล้ว ยังไม่มาทำงานภายใน 15 วัน ก็ต้องไล่ออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายวิรัช ร่มเย็น พร้อมทีมกฎหมายได้มาติดต่อกับทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ในนามทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอรับเอกสารคำถอดเทปการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง เพื่อนำไปประกอบการเขียนเอกสารแถลงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

พท.ขู่เปิดซักฟอกนายกฯ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ กรณีที่ดินเขาแพง ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพูดคุยของส.ส. ว่าจะเข้าชื่อเพื่อขอเปิดสภาสมัยวิสามัญหรือไม่ แต่หากนายกฯ ยังไม่ชี้แจงปมปัญหาทุจริตต่างๆ ในรัฐบาล มีโอกาสสูงมากที่พรรคเพื่อไทยจะขอเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมไปถึงปัญหาในกระทรวงที่อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทยหรือคมนาคม หากพรรคเพื่อไทยจะยื่นขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญจริง จะต้องหาพันธมิตรเพื่อร่วมลงชื่อให้ครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือต้องมีส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสภาทั้งหมด

ที่จ.ลพบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจภัยน้ำท่วม ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับปัญหาการถือครองที่ดินเขาแพง อ.เกาะ สมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะเข้าชื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยยื่นก็สามารถทำได้เพราะเคยยื่นสมัยวิสามัญมาก่อนแล้ว เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่กังวลกับการยื่นญัตติครั้งนี้ใช่หรือไม่ นายกฯ พยายามเดินเลี่ยง พร้อมกล่าวว่า "ไม่น่าจะมาคิดเรื่องการเมืองตอนนี้"

เลขาฯครม.โต้ข่าวรื้อโผ มท.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม. กล่าวถึงข่าวนายกฯ สั่งรื้อโผโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาด ไทย ว่า การประชุมครม. เมื่อวันที่ 19 ต.ค. กระทรวงมหาดไทยเสนอเรื่องทบทวนมติการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง 2 มติ 1.มติ ครม.วันที่ 10 ส.ค. ที่ครม.มีมติเห็นชอบให้ตั้งนายมงคล สุระสัจจะ เป็นปลัดมหาดไทย 2.มติครม.วันที่ 31 ส.ค.ที่ให้นายวิเชียร ชวลิต อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นอธิบดีกรมการปกครอง เมื่อนายมงคลไม่ขอรับตำแหน่งปลัดมหาดไทย จึงเสนอชื่อนายวิเชียร เป็นปลัดคนใหม่แทน ทั้งนี้ ผลสืบเนื่องจากการเปลี่ยน แปลง 2 ตำแหน่งดังกล่าว ทำให้กระทบต่อการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในตำแหน่งอื่น ทั้งอธิบดี ผู้ว่าฯ ครม.จึงมีมติให้กระทรวงมหาดไทย กลับไปทบทวน หรือยืนยันการแต่งตั้งข้าราช การที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

"การให้กลับไปทบทวนหรือยืนยัน ไม่ได้หมายความว่าต้องไปรื้อใหม่ เพียงแต่ต้องเอาเรื่องกลับมาให้ครม.พิจารณาใหม่ ส่วนจะมีกี่ตำแหน่งที่ต้องทบทวนนั้น เป็นเรื่องกระทรวงมหาดไทย" เลขาธิการครม. กล่าว และว่า หลัง ครม.มีมติแต่งตั้งนายวิเชียร เป็นปลัดมหาดไทย สำนักเลขาธิการครม. ได้นำเรื่องส่งให้สำนักราชเลขาธิการตามขั้นตอนแล้ว

'หนั่น'บุกปรองดอง'บิ๊กบัง'

เวลา 10.45 น. ที่พรรคมาตุภูมิ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมคณะ เดินทางมาพบแกนนำพรรคมาตุภูมิ มีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ว่าที่หัวหน้าพรรค นายมั่น พัธโนทัย ประธานที่ปรึกษาพรรค และส.ส.ของพรรค ต้อนรับ ใช้เวลาหารือแค่ประมาณ 20 นาที จากนั้นพล.ต. สนั่น แถลงว่า ได้พูดคุยถึงแนวทางปรองดอง ซึ่งคล้ายกับทุกพรรคที่ไม่อยากเห็นคนไทยรบ ฆ่าฟันกันเอง เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้า ประ ชาชนอยู่อย่างสงบสุข ส่วนที่แนวทางนิรโทษกรรมนั้น เป็นแนวคิดของพรรคภูมิใจไทย ตนไม่อยากให้ลัดขั้นตอน ควรหาแนวทางที่ดีที่สุดก่อนโดยยึดหลักนิติรัฐ หากมีโอกาสไปเยี่ยมพรรคภูมิใจไทย คงคุยกันเรื่องนี้ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ตอบกลับการพบกันนั้น ตนเรียนนายกฯ แล้ว แต่นายกฯ ยังติดแก้ปัญหา น้ำท่วม ส่วนกองทัพ แจ้งรมว.กลาโหมไปแล้ว คาดว่าจะพบหลังจากได้พบพรรคต่างๆ แล้ว อย่างช้าเดือนม.ค.2554 จะเห็นรูปร่างข้อสรุปแนวทางปรองดองเพื่อหาจุดเหมาะสมที่สุดก่อนเลือกตั้งใหญ่

เมื่อถามว่าเมื่อทุกพรรคเห็นพ้องแนวทาง ปรองดอง แต่ทำไมบรรยากาศปรองดองของบ้านเมืองไม่ดีขึ้น พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ถึงจุดหนึ่งจะดีขึ้นเอง เรื่องการเมืองก็ว่ากันไป ขอให้ดูต้นตอความขัดแย้ง ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน เมื่อถามว่าความขัดแย้งเริ่มขยายไปถึงสถาบันตุลาการ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เป็นการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกันเท่านั้น การเมืองจะต่อสู้กันอย่างไรก็ว่ากันไป แต่ตนจะเดินหน้าแนวทางปรองดองนี้ต่อไป

'บิ๊กบัง'หนุนให้แก้ที่ต้นตอ

ด้านพล.อ.สนธิ กล่าวว่า เรื่องความปรองดองเป็นเจตนาของพรรคมาตุภูมิอยู่แล้ว ที่อยากเห็นสังคมรักและสามัคคีกัน และพอใจแนวคิดของพล.ต.สนั่น และได้สอบถามว่าซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการปรองดองที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาหรือไม่ ได้รับคำตอบว่าไม่เกี่ยวกัน และการแก้ไขความขัดแย้งต้องแก้ที่ต้นตอ ถ้าไม่รู้ว่าต้นตออยู่ที่ไหนคงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ถือว่าพล.ต. สนั่น เกาถูกที่คันแล้ว และเราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพร้อมสนับสนุนแนวคิดของพล.ต.สนั่น ไม่ว่าผลที่ออกมาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตส.ส.นครราชสีมา แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมชาติพัฒนา พรรคเพื่อไทย จะรวมตัวกันทำงานการเมืองร่วมกันว่า ตอนนี้ถ้าจะรวมกันก็รวมกันช่วยน้ำท่วมก่อน เมื่อถามว่าในอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ นาย สุวัจน์ กล่าวว่า "ถ้ารวมกันช่วยน้ำท่วมดีๆ อนาคตก็คงจะดี"

กกต.ยกคำร้องถอด'มาร์ค'

ที่สำนักงาน กกต. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ รองเลขาธิการกกต. แถลงว่า ที่ประชุมกกต. พิจารณาคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ขอให้ กกต. ตรวจสอบกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และครม. อนุมัติให้ดำเนินโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 ประเภทที่ 1 วงเงินลงทุน 1,063,643 ล้านบาท โดยนำเอากิจการลงทุนของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ไปอนุมัติด้วย เนื่องจากอาจเป็นการกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 ระบุห้ามนายกฯ และรัฐมนตรีเข้าไปใช้อำนาจอันมีลักษณะก้าวก่าย หรือแทรกแซงการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของพนักงาน หรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความเป็นนายกฯ และรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง

นายภุชงค์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กกต.ตั้งอนุ กรรมการไต่สวนและเชิญนายเรืองไกรมาให้การ รวมทั้งให้ที่ปรึกษากฎหมายพิจารณา ที่ปรึกษากฎหมายเห็นว่า กกต.ไม่มีอำนาจพิจารณาตามมาตรา 180 (1) และ182 (7) เนื่องจากเป็นเรื่องการใช้อำนาจของรัฐมนตรีทั้งคณะ ไม่ได้เป็นเรื่องรายบุคคลตามคำร้อง กกต.เสียงข้างมากจึงมีมติเห็นควรให้ยกคำร้อง

คดียุบ ทรท.-รื้อฟื้นไม่ได้

นายภุชงค์ ยังแถลงด้วยว่า ที่ประชุมกกต. พิจารณากรณีนายวุฒิ สุนทรเดช ผู้ดำเนินราย การวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ พล.ต.ต.มณเฑียร ประทีปะวณิช อดีตผู้บังคับการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายบุญมี วงศ์สีดา ยื่นเรื่องร้องขอให้กกต. ตรวจสอบกรณีมีการจ้างพยานให้การเท็จต่อ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ จนทำ ให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ หลังจากนายชวการ โตสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครส.ส. พรรคพัฒนาชาติไทย และนายสุขสันต์ ชัยเทศ อดีตผอ.พรรคพัฒนาชาติไทย ยอมรับว่าเบิกความเท็จต่อกกต. เป็นมูลเหตุจนมีการยุบพรรคไทยรักไทย

นายภุชงค์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการไต่ สวนข้อเท็จจริงของกกต. มีความเห็นว่าคำให้ การของนายชวการ และนายสุขสันต์ ที่กลับคำให้การในคดียุบพรรคไทยรักไทย เป็นเพียงการกลับคำให้การนอกศาลภายหลัง ไม่ใช่หลักฐานใหม่ รวมทั้งยังไม่มีคำพิพากษาในคดีอาญาที่พิพากษาจนถึงที่สุดว่า ทั้ง 2 คนให้การเท็จต่อ กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญ จนเป็นเหตุให้ยุบพรรคไทยรักไทย อีกทั้งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรม นูญย่อมเด็ดขาด มีผลผูกพันต่อรัฐสภา คณะรัฐ มนตรี ศาลและองค์กรอื่นของรัฐ ตามรัฐธรรม นูญ 2540 และไม่มีบทบัญญัติกฎหมายที่บัญญัติเฉพาะว่าให้อุทธรณ์ หรือฎีกาเปลี่ยนแปลงหรือรื้อฟื้นคดีได้ จึงมีมติยกคำร้อง และส่งมติดังกล่าวไปให้กกต. และกกต.มีมติเสียงข้างมากยกคำร้อง

'ชัย'เช็กบิลกุนซือ-เลขาฯกมธ.

เวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าวถึงการตั้งที่ปรึกษา เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ หลังมีข่าวการแต่งตั้งไม่เหมาะสมว่า คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนฯ ประชุมหารือเรื่องนี้แล้ว คาดว่าจะมีรายงานมาถึงตนภายในวันนี้ ซึ่งตนมอบรายชื่อที่ปรึกษาและเลขานุการฯ จำนวน 3 เล่ม 600 รายชื่อ ที่ได้รับเงินค่าตอบแทนสภา ส่งให้วิปฝ่านค้านและวิปรัฐบาลแล้ว เพื่อนำไปตรวจสอบ และประสานกับนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 1 ทั้งนี้ ยังต้องส่งรายชื่อทั้ง 600 ชื่อไปให้ตำรวจแต่ละท้องที่ตรวจสอบประวัติ หากพบว่ามีประวัติไม่เหมาะสมต้องแจ้งให้เจ้าตัวลาออก ถ้าไม่ลาออก กรรมาธิการซึ่งเป็นผู้ฝากเข้ามาต้องรับผิดชอบ

"ผมเอาจริงแน่นอน ตอนนี้เรามีข้อบังคับเกี่ยวกับจริยธรรมของส.ส.และส.ว.อยู่ หากพบว่าส.ส.มีส่วนร่วมกระทำที่ไม่เหมาะสม ถึงขั้นถอดถอนออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม บางคนตรวจสอบประวัติแล้วพบว่าเคยติดคุก แต่เมื่อออกมาแล้ว เป็นคนดีได้กว่าเก่าก็มี ดังนั้น ต้องให้ประโยชน์กับเขาด้วย นอกจากนี้จะตรวจสอบถึงการตั้งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ว่าแต่งตั้งมากไปหรือไม่" นายชัยกล่าว

_________________
"He who sacrifices his conscience to ambition burns a picture to obtain the ashes."

A-Team

จำนวนข้อความ : 44
Registration date : 02/09/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วนที่สุด หลักฐานขบวนการClipลับ ช่วย ปชป.พ้นยุบพรรค

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Nov 02, 2010 9:54 am

A-Team พิมพ์ว่า:เพราะเป้าประสงค์ที่ขบวนการClip ต้องการคือ ทำอย่างไรจะให้การใต่สวนพิพากษาพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ยกเลิก เพิกถอน หรือ สิ้นสุดโดยไร้มลทินได้ นั่นคือเป้าหมาย จึงไม่คำนึงถึงรูปแบบและวิธีการ และไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า

นายชัช ชลวร และ นายพสิษฐ์ จะกลายเป็นคนตระกูลเดียวกัน มันส์พะยะค่ะ งานนี้...


กรณีClipฉาว จึงเป็นเรื่องจัดฉากแหกตาประชาชนให้ดูสมจริง แต่จะไปรอดหรือไม่ เดี๋ยวก็รู้ หากรอดได้ก็หมายความว่า อาหารประจำชาติไทย ได้เปลี่ยนไปเป็น " หญ้า " แล้ว

วิเคราะห์!คลิปฉาวศาล รธน.ภาค2 ฝนตกขี้หมูไหล? 9 ตุลาการต้องแสดงสปิริตลาออกยกคณะแก้วิกฤต

กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่ทำลายศาลรัฐธรรมนูญแทบไม่เหลือซาก(ในด้านความน่าเชือถือ) เมื่อคลิปฉาวภาค 2 ชุด "พฤติกรรมศาลรัฐธรรมนูญไทย ตอนที่ 1-3"ถูกผู้ที่ใช้ชื่อว่า "ohmygod3009" แพร่คลิปดังกล่าวลงในYoutube เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม

เนื้อหาในคลิปชุดนี้ แม้มิได้เกี่ยวกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์โดยตรงเหมือนกับคลิปฉาวภาคแรกที่ถูกแพร่ในYoutube เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา

แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางส่วนที่อ้างว่า ช่วยเหลือพรรคพวกและญาติพี่น้องตัวเองในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีโดยตรง

แต่ถ้าสาธารณชนเชื่อว่า พฤติกรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางส่วนเป็นจริง(ตามเสียงในคลิป)ก็ทำให้ประชาชนหมดความเชื่อถือในศาลรัฐธรรมนูญด้วยเพราะแสดงให้เห็นว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขาดจริยธรรมและความเที่ยงธรรมและสามารถถึงขั้นยอมทุจริตเพื่อให้คนใกล้ชิดสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้

ดังนั้นในการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีผลประโยชน์ทางการเมืองและผลประโยชน์อื่นๆขนาดใหญ่ จะทำให้การตัดสินคดีเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรมได้อย่างไร

เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องแยกประเด็นออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรก มีพฤติการณ์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่อว่า จะทุจริตการสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

จากข้อเท็จจริง(ตามเสียงในคลิป)และจากเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สามารถลำดับเหตุการณ์ได้ว่า ในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อต้นปี 2552 มีการนัดหารือระหว่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนกับคนชื่อ "ปอย"หรือ"พสิษฐ์" ในห้องผู้บริหารศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่งเพื่อนำเอกสารที่อ้างว่า เป็นข้อสอบคัดเลือกเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ไปให้กับคนใกล้ชิดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน

ในการหารือครั้งนี้ "ปอย"อ้างว่า ผู้บริหารศาลเจ้าของห้องได้แอบอัดคลิปการหารือไว้โดยมีวัตถุประสงค์ในการต่อรองเรื่องตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญที่มีกระแสข่าวว่า นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ รับปากว่า จะอยู่ในตำแหน่ง 3 ปี แต่คลิปดังกล่าวหลุดไปอยู่ในพรรคเพื่อไทยตามคำกล่าวของ"ปอย"

แต่ไม่มีใครรู้คลิปชุดที่มีการหารือเรื่องการนำข้อสอบไปให้บุคคลใกล้ชิดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนมีจริงหรือไม่ เพราะยังไม่มีการแพร่คลิปชุดดังกล่าวออกมา นอกจากคำกล่าวอ้างของ"ปอย"เท่านั้น ประกอบกับพรรคเพื่อไทยแถลงขู่ว่า จะนำคลิปดังกล่าวมาเปิดโปงของพรรคเพื่อไท

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เข้าไปหารือในห้องผู้บริหารศาล หวาดผวา "ปอย"จึงนัดหารือเพื่อแก้ไขปัญหาในห้องทำงานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่ง โดยมีตุลาการเข้าร่วม 2 คน

ในการหารือ "ปอย"ใช้วิธีการที่ตนเองถนัดหลอกล่อ และพูดนำให้คู่สนทนาตกหลุมยอมรับว่า มีพฤติการณ์ที่ส่อจะโกงข้อสอบจริง เช่น "อุดมศักดิ์" จะเป็นเปาบุ้นจิ้นก็เรื่องของมัน เราจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรฯลฯ จากนั้นเสียงตุลาการคนหนึ่งพูดวางแผนแก้เกมเป็นฉากๆ

จากนั้น"ปอย"ก็จะแอบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานเพื่อเล่นงานตุลาการที่ตกหลุมซึ่งเท่าที่ประมวลดูพบว่า มีตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างน้อย 4 รายที่อ้างว่า เอาข้อสอบไปให้บุคใกล้ชิดใกล้ชิด 3 ราย และผู้บริหารศาลที่"ปอยอ้างว่า แอบถ่ายคลิปในการหารือครั้งแรก

ที่ชื่อ"อดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุดหนึ่งที่"ปอย"อ้างว่า ฝากเด็กรวมทั้งลูกตัวเอง(เคยเป็นเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายหนึ่ง)เข้าสอบถึง 3 คน

เสียงในคลิปที่มีการสนทนากัน ทำให้เชื่อว่า ตุลาการบางคนที่มีพฤติการณ์ส่อว่า อาจมีการโกงข้อสอบคัดเลือกเข้าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจริง ดังนั้นจึงตกหลุมถูก"แบล็กเมล์"ได้โดยง่าย

ส่วนที่สอง เชื่อว่า การเผยแพร่คลิปชุดที่ 2 กับคลิปชุดแรก เป็นฝีมือของบุคคลกลุ่มเดียวกัน ซึ่งน่าจะมีนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญกับ"ปอย"เข้ามาเกี่ยวข้อง และน่าจะเป็น"ผู้กำกับการแสดง"ทั้งหมดด้วย

แม้ว่า วัตถุประสงค์ในการถ่ายคลิปชุดที่สอง เพื่อใช้ในการต่อรองเรื่องตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการทำลายคู่แข่ง แต่ในที่สุดคลิปชุดนี้กลายเป็นเครื่องมือในทางการเมืองของพรรคฝ่ายค้านในคดียุบพรรค

ยังไม่มีใครบอกได้ว่า ทำไมและอะไรเป็นสาเหตุสำคัญของการแปรพักตร์(บางคนบอกว่า เป็นไส้ศึก หรือเป็นเรื่องของ 18มงกุฏ) หรือทำไมจึงมีการรับงานมาทำลายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนที่มีแผลอยู่แล้ว และส่งผลสะเทือนต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง

นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์และ"ปอย"เท่านั้นที่ตอบได้

อย่างไรก็ตาม น่าแปลกที่นายชัช ชลวร ซึ่งเป็นคนชักนำนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เข้ามาในศาลรัฐธรรมนูญและทำลายศาลรัฐธรรมนูญอย่างย่อยยับ กลับไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆเลย

ปรากฏการณ์"ฝนตกขี้หมูไหล"?จึงเกิดขึ้นและยากที่จะชะล้างให้สะอาดได้

เพราะไม่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดียุบพรรคออกมาในรูปใดก็ล้วนไม่ได้รับความเชื่อถือ แม้ว่า มีตุลาการ 2 คนถอนตัวจากการพิจารณาคดีไปก่อนหน้านี้แล้วคือ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ และนายเฉลิมพล เอกอุรุ

ขณะที่มีตุลาการบางคนไม่ได้เกี่ยวข้องกับ"คลิปปฉาว" แต่ก็ไม่สามารถเรียกความน่าเชื่อถือกลับมาได้

ทางเดียวที่เห็นว่า น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นคือ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญควรแสดงสปิริตร่วมกันลาออกยกชุด เพื่อเปิดทางให้มีการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่เข้ามาพิจารณาคดีและสะสางปมปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วนที่สุด หลักฐานขบวนการClipลับ ช่วย ปชป.พ้นยุบพรรค

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Tue Nov 02, 2010 9:59 am

แล้วในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆก็ตาม

เช่นนี้แล้ว จะให้มั่นใจได้อย่างไรว่าการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

งานนี้จะเป็นยังไงต่อไปล่ะ ไม่อยากคิดเลย



ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วนที่สุด หลักฐานขบวนการClipลับ ช่วย ปชป.พ้นยุบพรรค

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 11, 2010 6:16 pm

อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ฟันธง การเมืองแพร่คลิปฉาวศาล รธน.เป็นอาชญากรรม ข่มขืนใจตุลาการ โทษยุบพรรค

นางยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลภาษีฯ ได้ เขียนบทความเรื่อง "คลิปฉาวของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอาชญากรรม ประธานกกต.มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 "โดยความเห็นทางกฎหมายของอดีตตุลาการชั้นผู้ใหญ่ มีแง่มุมที่น่าสนใจ

"มติชนออนไลน์"สรุปความเห็นของนางยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ มานำเสนอดังนี้

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลภาษีฯ ชี้ประเด็นว่า ภาพคลิปทั้งสามคลิปดังกล่าว ได้กลายมาเป็นบ่อเกิดของคดีอาญา หรือกลายเป็นcriminal source ของบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าว โดยก่อนที่จะมีภาพคลิปปรากฏต่อสาธารณชนนั้น ได้มีข้อเท็จจริงที่เป็นข่าวออกสู่สาธารณชนว่า สมาชิกพรรคการเมืองซึ่งเป็น สส.สัดส่วนได้ออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับการจะเปิดคลิปประจานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า

" ทราบว่ามีใบสั่งไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ขอเตือนศาลรัฐธรรมนูญว่าที่ผ่านมาได้ยุบพรรคเล็ก 19 พรรคและยุบพรรคใหญ่มา 3 พรรค โดยไม่มีการไต่สวน ตนทราบว่า 7 คนในศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหาในการพิจารณาคดีและบางคนใน 7 คน มีพฤติกรรมไม่สมควรเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลักฐานชัดเป็นคลิปไม่ได้แตกต่างไปจากผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดตาก ถ้าได้สัญญาณว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายเหมือนที่ตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย คนไทยจะได้เห็นคลิปนี้แน่ ซึ่งจะนำไปสู่หายนะของศาลรัฐธรรมนูญแน่…."

ขณะเดียวกันโฆษกพรรคการเมืองได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลการวิ่งเต้นในคดีของสส.พรรคประชาธิปัตย์ อักษรย่อ " ว " ซึ่งเป็นแกนนำกรรมการบริหารพรรคและเป็นหนึ่งในทีมทนายความในการต่อสู้คดีไป พบกับคนสนิทของประธานศาลรัฐธรรมนูญในตำแหน่งซึ่งมีคลิปภาพและเสียงที่ไปวิ่งเต้นคดีเพื่อไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ การกระทำดังกล่าวเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของ สส.และกก.บริหารพรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและฝ่าฝืนต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรง

เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญและพรรคประชาธิปัตย์ต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะปล่อยให้คู่กรณีในคดีมาวิ่งเต้นในเรื่องที่เกี่ยวกับคดีที่กำลังพิจารณา เพราะจะทำให้การพิจารณาคดีซึ่งส่งผลต่อรูปคดีได้ .." ต่อมาได้มีการเผยแพร่ภาพคลิปสามภาพทางเว็บไซด์ Youtube ผู้ที่เผยแพร่คลิปดังกล่าวใช้ชื่อว่า " Ohmygod 3009 " การออกมาให้ข่าวของ สส.สัดส่วนพรรคการเมืองและโฆษกพรรคการเมือง

ก่อนที่จะมีการแพร่คลิปทางเว็บไซด์นั้น สส.สัดส่วนและโฆษกพรรคการเมือง หรือ สส.คนอื่นหรือบุคคลอื่นที่ออกมาแสดงถึงการที่จะมีคลิปฉาวเกี่ยวกับการยุบพรรคประชาธิปัตย์ก่อนที่คลิปนั้นจะนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะนั้น บุคคลดังกล่าวทั้งหมด รวมทั้งผู้ถ่ายทำคลิป ผู้แสดงในคลิปและผู้ที่เผยแพร่คลิป ตามหลักวิชาการการสืบสวนสอบสวนทางกฎหมายแล้ว ถือได้ว่าเป็น "การให้ข้อมูลของบ่อเกิดแห่งคดีอาญา" ( information of the criminal source ) เพราะผู้ให้ข้อมูล ( informant ) สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะมีคลิปออกมาโดยผู้ให้ข้อมูลได้รู้รายละเอียดของคลิปว่า เป็นการวิ่งเต้นคดีของพรรคประชาธิปัตย์โดยคนชื่อ " ว " กับคนสนิทของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และรู้ด้วยว่า " มีรังสีอำมหิตเริ่มส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์แล้ว"

เมื่อคลิปออกมาก็มีข้อเท็จจริงเป็นภาพในคลิปสอดคล้องกับข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งของบุคคลผู้ให้ข้อมูล เพราะผู้ให้ข้อมูลจะอยู่ในข่ายของการเป็นผู้กระทำความผิดอาญา หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดคลิปอันเป็นบ่อเกิดของคดีอาญาขึ้นได้ ( engaged in criminal activity ) และผู้ให้ข้อมูลจะต้องถูกสอบสวนในชั้นต้นในฐานะเป็นพยานโดยสุ่มเสี่ยงต่อการตกเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นผู้ก่ออาชญากรรม ในการกระทำความผิดอาญาและความผิดเกี่ยวกับพรรคการเมืองได้ทุกกรณี ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่เข้าไปเกี่ยวข้องการเป็นผู้ให้ข้อมูลดังกล่าวของผู้ให้ข้อมูลนั้นๆด้วย และคลิปเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ในการก่ออาชญากรรมเท่านั้น

หากสมาชิกพรรคการเมืองผู้ให้ข้อมูลได้แสดงออกถึงการจะนำคลิปฉาวมาเปิดเผย โดยมีการแสดงออกของผู้ให้ข้อมูลถึงการพิจารณาพิพากษาคดีการยุบหรือไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะนำคลิปมาเปิดเผยตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริง การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายของการกระทำความผิดอาญาเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

"เพราะเป็นการกระทำที่ข่มขืนใจให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีตามความต้องการของตน หรือจำยอมต้องตัดสินคดีตามความต้องการของตน โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชื่อเสียงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลรัฐธรรมนูญ ตามป.อาญา มาตรา 309 ไม่ว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะกลัวหรือไม่กลัวและจะยอมทำตามหรือไม่ก็ตาม การกระทำดังกล่าวก็เป็นความผิดแล้ว"

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วนที่สุด หลักฐานขบวนการClipลับ ช่วย ปชป.พ้นยุบพรรค

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 11, 2010 6:24 pm

และการกระทำดังกล่าวยังเข้าข่ายของการกระทำการอันเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ซึ่งละเมิดต่อสิทธิการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้ที่ถูกดำเนินคดีในศาลรัฐธรรมนูญได้ และเข้าข่ายของการกระทำที่ต้องห้ามมิให้กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทรงใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยทางศาล กับเข้าข่ายของการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 2, 3, 40 ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 94 (3) (4) ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีทั้งโทษทาง อาญาและไม่มีโทษทางอาญาสำหรับตัวผู้กระทำ แต่เป็นการกระทำที่จะทำให้พรรคการเมืองอาจถูกยุบได้

เพราะอำนาจและหน้าที่ของพรรคการเมืองนั้นๆ เป็นอำนาจหน้าที่ของ"ชนชั้นปกครอง" ทั้งสิ้น ถ้า" ชนชั้นปกครอง" ยังไม่สามารถดำเนินการกับสมาชิกในพรรคหรือไม่สามารถควบคุมสมาชิกในพรรคให้ “ดำเนินกิจการของพรรค” ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย ตามนโยบายของพรรค เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนตามวิถีทางประชาธิปไตยได้แล้ว ก็จะต้องถือว่าพรรคการเมืองนั้นไม่สามารถดำรงไว้ซึ่งความสามารถของการเป็นพรรคการเมืองได้(incapacity) เพราะพรรคการเมืองเป็นคณะบุคคลไม่ใช่เป็นนิติบุคคล การกระทำใดๆของพรรคการเมืองจะต้องกระทำโดยสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้งสิ้น

ดังนั้นสมาชิกพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคเมือง จึงมีอำนาจและหน้าที่ต้อง “ดำเนินกิจการของพรรคการเมือง” ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย ตามนโยบายของพรรคการเมือง เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง หากสมาชิกพรรคการเมืองและ/หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง มิได้ดำเนินกิจการของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย ตามนโยบายของพรรคการเมือง เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนแล้ว แต่“ ได้ดำเนินกิจการอันที่มิใช่เป็นการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง” และ/หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองมิได้ควบคุมให้สมาชิกพรรคกระทำการอันมิใช่เป็นการ“ ดำเนินกิจการของพรรคการเมือง”

ทั้งเป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนกฎหมายและนโยบายของพรรคการเมืองแล้ว พรรคการเมืองในฐานะเป็น“ชนชั้นปกครอง” ก็จะไร้ซึ่งความสามารถของการเป็นพรรคการเมือง( incapacity )ซึ่งจะต้องถูกยุบพรรคและถูกตัดสิทธิในทางการเมืองได้ ตามนัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 17 วรรคหนึ่ง วรรคสอง มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เพราะการยุบพรรคการเมืองและการตัดสิทธิทางการเมืองของนักการเมืองไม่ใช่เป็นโทษทางอาญา แต่เป็นโทษที่มีลักษณะในทางปกครองและเป็นการลงโทษบุคคลและคณะบุคคลซึ่งเป็น“ ชนชั้นปกครอง ”

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 235 วรรคสอง ให้ประธานกรรมการเลือกตั้ง หรือประธาน กกต. เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง

การเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

ประธานกรรมการการเลือกตั้งจึงเป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ต้องควบคุมดูแลพรรคการเมือง (ซึ่งหมายถึงคณะบุคคลที่รวมกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมือง) ให้ต้องปฏิบัติหรือ“ดำเนินกิจการของพรรคการเมือง”ให้เป็นไปตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ และตามนโยบายของพรรคการเมือง และไม่กระทำการใดๆที่มิใช่เป็นการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง หรือดำเนินกิจการของพรรคการเมือง อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทุกฉบับ รวมทั้งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และต้องควบคุมการบังคับใช้กฎหมายและการใช้กฎหมายบังคับ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ประธานกกต.เป็นผู้รักษาการตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองด้วย

ดังนั้นผู้มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดอาญา หรือความผิดที่มีโทษในลักษณะเป็นโทษทางปกครอง ไม่ว่าโทษทางปกครองจะมีโทษทางอาญาหรือไม่ หรือการกระทำความผิดที่มีลักษณะเป็นการก่ออาชญากรรม หรือการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ขัดต่อกฎหมาย รวมทั้งการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้ว

ประธานกกต.จึงเป็นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินคดีกับสมาชิกพรรคการเมือง และพรรคการเมืองทั้งสิ้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 วรรคสอง มาตรา 236 (4) (5) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 94 (3) (4) และ ฯลฯ และในความผิดที่มีผู้เสียหายโดยตรงแม้ประธานกกต.จะมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบแล้วก็ตาม ก็ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะดำเนินการได้อีกทางหนึ่งทั้งโดยทาง ประธานกกต.และพนักงานสอบสวนตามป.วิอาญาได้ด้วย

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ