“อาหารจีเอ็มโอ” ส่งผลต่อ “สุขภาพ” และ “ระบบสืบพันธุ์”

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

“อาหารจีเอ็มโอ” ส่งผลต่อ “สุขภาพ” และ “ระบบสืบพันธุ์”

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Mon Nov 01, 2010 6:59 pm

ผลวิจัยชี้ “อาหารจีเอ็มโอ” ส่งผลต่อ “สุขภาพ” และ “ระบบสืบพันธุ์”

19 พ.ย.51 กรีนพีซเรียกร้องให้เก็บอาหารจีเอ็มโอออกจากตลาดทั่วโลกทันที หลังรัฐบาลออสเตรียเปิดเผยงานวิจัยครั้งประวัติศาสตร์ ชี้ชัดกินอาหารจีเอ็มโอเสี่ยงทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง งานวิจัยชิ้นนี้เป็นหนึ่งในงานวิจัยไม่กี่ชิ้นในโลกที่ทำการศึกษาในระยะยาวเพื่อดูผลกระทบของพืชจีเอ็มโอที่มีต่อระบบสืบพันธุ์ในหลายชั่วอายุ ผลการศึกษาพบว่าหนูทดลองที่ถูกเลี้ยงด้วยข้าวโพดบีที ซึ่งเป็นข้าวโพดจีเอ็มโอชนิดหนึ่ง ให้ลูกหนูจำนวนลดลงและน้อยกว่าหนูที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดปกติ

พืชจีเอ็มโอที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ ข้าวโพดจีเอ็มโอที่เรียกว่า NK603 x MON810 โดยมีบริษัทค้าเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติรายใหญ่ของโลกอย่างมอนซานโต้เป็นเจ้าของ ข้าวโพดจีเอ็มโอดังกล่าวถูกสร้างขึ้นมาให้สามารถผลิตพิษออกมาเพื่อใช้ฆ่าแมลงได้เอง สิ่งที่เพิ่มความกังวลมากยิ่งขึ้นก็คือ ข้าวโพดจีเอ็มโอชนิดนี้ ยังมีส่วนประกอบของยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืชที่เรียกว่า “Glyphosate” ผสมอยู่ด้วย โดยในเอเชียพบว่าข้าวโพดดังกล่าวได้วางจำหน่ายในท้องตลาดเพื่อเป็นอาหารคนแล้วในประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า “DEKALB Roundup Ready Corn 2” หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “DK818YG(RRC2)” โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้อนุญาตให้มีการจำหน่ายข้าวโพดชนิดนี้เพื่อเป็นอาหารคนนับตั้งแต่ปี 2547 และอนุญาตให้เกษตรกรนำเมล็ดพันธุ์มาปลูกได้เองในปีถัดมา

งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยกระทรวงเกษตรและสุขภาพของรัฐบาลประเทศออสเตรีย และถูกนำออกเผยแพร่เป็นครั้งแรก ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย โดยมีศาสตราจารย์ดอกเตอร์เจอเกน เซ็นเทก (Jürgen Zentek) สัตวแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเวียนนาเป็นหัวหน้าคณะวิจัยครั้งนี้ ดอกเตอร์เจอเกน ได้กล่าวสรุปผลจากงานวิจัยชิ้นนี้ว่า ลูกหนูทดลองที่เกิดในชั่วอายุที่ 3 และ 4 ที่ถูกเลี้ยงด้วยข้าวโพดจีเอ็มโอมีความสามารถในการขยายพันธุ์น้อยกว่าหนูที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่หนูทดลองที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดปกติสามารถขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนลูกหนูได้มากกว่า ซึ่งความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ที่เกิดขึ้นในหนูทดลองมีผลมาจากการเลี้ยงดูด้วยข้าวโพดจีเอ็มโอ

ทีมนักวิจัยได้ศึกษาผลกระทบของข้าวโพดจีเอ็มโอที่มีต่อหนูทดลองโดยใช้วิธีการศึกษาหลายรูปแบบโดยทั้งหมดเป็นการศึกษาเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของหนูทดลองในระยะยาว คือ ใช้ระยะเวลาศึกษานานถึง 20 สัปดาห์ หนึ่งในวิธีการศึกษาที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้เรียกว่า การศึกษาระบบสืบพันธุ์จากการผสมพันธุ์อย่างต่อเนื่อง หรือ Reproductive Assessment by Continuous Breeding หรือ RACB ซึ่งมีการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของลูกหนูในแต่ละชั่วอายุที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของพ่อแม่หนูจากรุ่นเดียวกัน หนูทดลองทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกเลี้ยงด้วยอาหารที่มีส่วนประกอบของข้าวโพดจีเอ็มโอ 33% ในขณะที่อีกกลุ่มเลี้ยงด้วยข้าวโพดปลอดจีเอ็มโอ ผลการศึกษาพบว่า ลูกหนูในชั่วอายุที่สามและสี่ มีขนาดตัวและน้ำหนักน้อยกว่าลูกหนูที่ถูกเลี้ยงด้วยข้าวโพดปลอดจีเอ็มโออย่างมีนัยสำคัญ

“ผลการศึกษาครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ยังขาดข้อมูลที่มากเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าพืชจีเอ็มโอนั้นปลอดภัยทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสุขภาพของผู้บริโภค นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบว่าพืชจีเอ็มโอก่อให้เกิดความผิดปกติต่อร่างกายอย่างรุนแรง และเชื่อว่าคงไม่ใช่พืชจีเอ็มโอชนิดสุดท้ายที่พบว่าไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค นอกจากนี้กฎหมายที่ใช้ในการควบคุมและการอนุญาตให้มีการนำเข้าอาหารจีเอ็มโอให้คนกินนั้นมีข้อบกพร่องอยู่มาก สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้วก็คือ รัฐบาลปล่อยให้ผู้บริโภคเป็นหนูทดลองและกินอาหารจีเอ็มโอมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่กลับเพิ่งจะรู้ว่าอาหารจีเอ็มโอไม่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างรุนแรง” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน กรีนพีซ เอชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

“ทุกวันนี้หากเรากินอาหารจีเอ็มโอก็ไม่ต่างอะไรกับการกินยาคุมกำเนิด เพราะอาหารจีเอ็มโอทำให้เกิดปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และหากงานวิจัยนี้ยังไม่หนักแน่นหรือมีน้ำหนักมากพอ คำถามก็คือว่า แล้วเราต้องรอให้เกิดหายนะอะไรที่มากไปกว่านี้อีกถึงจะยุติอุตสาหกรรมจีเอ็มโอที่เสี่ยงเหล่านี้ได้” ดอกเตอร์เจอเกน เซ็นเทก ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซสากล กล่าว

“ทั้งๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์อาหารจีเอ็มโอได้ว่าจะส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์อย่างไร แต่ผู้ถือกฎหมายทั่วโลก กลับยอมที่จะเอาความปลอดภัยของผู้บริโภคมาเสี่ยงกับอาหารจีเอ็มโอ โดยอ้างว่าข้าวโพดจีเอ็มโอนั้นปลอดภัยเท่า ๆ กับข้าวโพดปกติ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้กลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงที่ไม่อาจยอมรับได้”

satan_baby

จำนวนข้อความ : 192
Registration date : 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: “อาหารจีเอ็มโอ” ส่งผลต่อ “สุขภาพ” และ “ระบบสืบพันธุ์”

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Mon Nov 01, 2010 7:00 pm

กรีนพีซเตือนอุตสาหกรรมข้าวไทยเสียหาย 9 หมื่นล้านถ้าปนเปื้อนจีเอ็มโอ

12 ต.ค.53 กรีนพีซเปิดเผยรายงาน “อุตสาหกรรม ข้าวไทยตกอยู่ในอันตราย: ความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อข้าวไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอ” ก่อนหน้าที่จะมีการจัดประชุมผู้ส่งออกข้าวโลก TRT World Rice Conference ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากมีการปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอเกิดขึ้นในประเทศไทย อุตสาหกรรมข้าวไทยจะเสียหายถึง 96,327 ล้านบาท หรือราว 2,031 ล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 56 ของมูลค่าการส่งออกข้าวไทยในปี 2552

กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้ปก ป้องเศรษฐกิจข้าวไทย ย้ำให้มีกฎหมายที่ชัดเจนที่ห้ามการทดลองข้าวจีเอ็มโอทุกรูปแบบ ทั้งในห้องปฏิบัติการและในระดับไร่นา

นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ผล การศึกษาครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไทยจำเป็นต้องเอาจริงเอาจังในการปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจากการปนเปื้อน จีเอ็มโอ เพราะเมื่อไรก็ตามที่ข้าวไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอ ทั้งรัฐบาลและอุตสาหกรรมข้าวไทยจะถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ ต่างๆที่ล้วนแล้วแต่มีต้นทุนในการดำเนินการที่สูงลิบเพื่อสร้างความมั่นใจ ว่าการปนเปื้อนจีเอ็มโอนั้นได้ถูกกำจัดจนหมดสิ้นและอุตสาหกรรมค้าข้าวของไทย ปลอดจีเอ็มโอทั้งระบบ กระบวนการเหล่านั้นอาจรวมถึงการออกมาตรการด้านการทดสอบเมล็ดพันธุ์ การสุ่มตรวจเมล็ดพันธุ์ปลอดจีเอ็มโอ การออกใบรับรองแก่ผู้ผลิตข้าว การบังคับใช้มาตรการต่างๆเพื่อให้ความรู้กับผู้ผลิตข้าว และการออกคำสั่งห้ามใช้เมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอ เป็นต้น”

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์การปนเปื้อนของข้าวจีเอ็มโอ LL601 จะสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรชาวอเมริกันและอุตสาหกรรมข้าวในสหรัฐอเมริกามี มูลค่าสูงถึง 48,587 ล้านบาท หรือ 1,024 ล้านยูโร แต่ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเคมีเกษตรยังคงพยายามผลักดันให้ทั่วโลก ยอมอนุมัติข้าวจีเอ็มโอ ถือเป็นความพยายามเปิดโอกาสให้การปนเปื้อนของข้าวจีเอ็มโอเกิดขึ้นซ้ำรอย เดิมอีก

ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก กรีนพีซจัดทำรายงาน “อุตสาหกรรมข้าวไทยตกอยู่ในอันตราย: ความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อข้าวไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอ” เพื่อเน้นย้ำถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากมีการปนเปื้อนจีเอ็มโอใน อุตสาหกรรมข้าวไทย การศึกษานี้ได้ใช้เหตุการณ์การปนเปื้อนของข้าวจีเอ็มโอ LL601 ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2549 รวมถึงเหตุการณ์การปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอในที่อื่นๆ เป็นตัวอ้างอิง

ในรายงานฉบับนี้ยังได้ระบุถึงเหตุการณ์การสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เป็นไปได้หากใช้เหตุการณ์การปนเปื้อนของข้าวจีเอ็มโอ LL601 เป็นตัวอ้างอิง นั้นคือปริมาณการส่งออกข้าวทั้งในระยะสั้นและระยะยาวลดลง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบและจำแนกข้าวจีเอ็มโอออกจากระบบการค้า และการแปรรูปข้าว นั่นหมายถึงมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจและความเสียหายอื่นๆสูงถึง 96,327 ล้านบาท หรือ 2,031 ล้านยูโร ซึ่งมูลค่าความเสียหายดังกล่าวได้รวมความสูญเสียต่อการส่งออกครอบคลุมระยะ เวลาทั้งสิ้น 4 ปี คิดเป็นร้อยละ 56 ของมูลค่าการส่งออกข้าวไทยในปี 2549

“ข้าวเป็นพืชที่สำคัญในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ การนำข้าวจีเอ็มโอเข้ามาในภูมิภาคนี้ หรือในประเทศไทย จะทำลายทั้งอุตสาหกรรมการส่งออกข้าวไทยและเกษตรกรรมในประเทศ ประเทศไทยจะต้องไม่เปิดรับข้าวจีเอ็มโอเข้าสู่ประเทศในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทดลองในพื้นที่เปิด การนำเข้าข้าวจีเอ็มโอจากต่างประเทศ และการปลูกข้าวจีเอ็มโอเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ควรมีมาตรการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น การเฝ้าระวังอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ดูแลระบบการเฝ้าระวังพืชจีเอ็มโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาข้าวจีเอ็มโอในแถบประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการร่วม มือกับประเทศคู่ค้าข้าวในต่างประเทศ” นางสาวณัฐวิภากล่าวเสริม

ข้าวเป็นอาหารหลักของโลก ในแต่ละวัน มีผู้บริโภคข้าวเป็นอาหารราว 2.5 พันล้านคนทั่วโลก

กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การดัดแปลงพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคม โลกอีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค

ทั้งนี้ รายงาน “อุตสาหกรรม ข้าวไทยตกอยู่ในอันตราย: ความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อข้าวไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอ” จัดทำโดยกรีนพีซ เขียนโดย อี. นีล บลู ที่ปรึกษาด้านเกษตรกรรม ให้แก่มหาวิทยาลัย องค์กรพัฒนาเอกชน และธุรกิจการเกษตรที่ครอบคลุมถึงแนวทางการกำกับดูแลพืชดัดแปลงพันธุกรรม รวมถึงการควบคุมมาตรฐานอาหารในสหรัฐอเมริกา สามารถดาวน์โหลดรายงานได้ที่ www.greenpeace.or.th/thai-rice-industry-at-risk

satan_baby

จำนวนข้อความ : 192
Registration date : 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ