ความสัมพันธ์ ไทย-จีน !?!?!?

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ความสัมพันธ์ ไทย-จีน !?!?!?

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Wed Nov 03, 2010 10:39 am

ครม.ไฟเขียวให้สอนภาษาจีนได้

ที่รัฐสภา นพ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ครม. เห็นชอบและอนุมัติการลงนามในกรอบความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในสถาบันอุดมศึกษาไทย ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอทั้ง 4 ข้อ ดังนี้

1. เห็นชอบการจัดทำกรอบความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในสถาบันอุดมศึกษาไทยระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย และสำนักส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนนานาชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน

2. อนุมัติและมอบอำนาจ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมายเป็นผู้ลงนามในกรอบความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในสถาบันอุดมศึกษาไทย

3. เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินกิจกรรมทางวิชาการภายใต้กรอบความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนา การเรียนการสอนภาษาจีนในสถาบันอุดมศึกษาไทย และ

4. หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกรอบความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในสถาบันอุดมศึกษาไทยที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ขอให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก.

====================================

อ่านแล้วทะแม่งๆ ยังไงชอบกล !?!?!?

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความสัมพันธ์ ไทย-จีน !?!?!?

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Wed Nov 03, 2010 10:44 am

จีนใจป้ำปล่อยไทยกู้ทำรถไฟหัวจรวด

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังจากที่นายเจียง เจี้ยนชิง ประธานธนาคารอุตสาหกรรมและการค้าแห่งประเทศจีน (ICBC) นำคณะผู้บริหารระดับสูงของจีน อาทิ นายเจิ้ง หมิงลี่ อธิบดีกรมการรถไฟจีน ประธานคณะทำงานโครงการความร่วมมือด้านรถไฟจีน-ไทยและคณะ เข้าเยี่ยมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้คณะนักธุรกิจจากประเทศจีนได้ร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟที่มีประสิทธิภาพสูงและมีมาตรฐานในประเทศไทย

โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 2 ชั่วโมงว่า ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1.เรื่องความร่วมมือโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ลงทุนร่วมกันระหว่างประเทศไทยและจีนซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการออกแบบและก่อสร้างน้อยกว่าในประเทศลาวที่ต้องใช้เวลาถึง 4 ปี เนื่องจากภูมิประเทศของไทยไม่สลับซับซ้อน เงินลงทุนนั้นก็เป็นการร่วมทุนกันระหว่างไทยและจีน โดยร่วมกันบริหารกิจการและมีการถือหุ้นในสัดส่วน 50:50 ทั้งนี้ทางประเทศจีนยังพร้อมสนับสนุนวงเงินกู้ระยะยาว 20 ปี โดยประมาณการเวลาคืนทุนว่าจะเร็วกว่าที่มีการคาดการณ์กันไว้อีกด้วย

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาหรืออุปสรรคและความคืบหน้าของโครงการ โดยเฉพาะกรอบการเจรจาที่ผ่านที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมาซึ่งได้มีการพูดถึงข้อสังเกตของสมาชิกวุฒิสภาและฝ่ายค้านในเรื่องของเทคโนโลยี ดอกเบี้ยเงินกู้ และการก่อสร้างนั้น ทางตัวแทนของประเทศจีนเข้าใจในปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดี โดยได้เสนอต่อนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า จะต้องมีการเจรจากันอีกครั้งโดยเร็วที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจ โดยได้เชิญตัวแทนของรัฐบาลไทยและตัวแทนของสมาชิกรัฐสภาให้ไปดูงานและเยี่ยมชมกิจการรถไฟของจีนด้วย เช่น ในเส้นทางเซี่ยงไฮ้-หางโจว ที่มีความเร็วสูงถึง 416 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นต้น และ2.เรื่องการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ โดยทางจีนได้ชี้แจงว่าขณะนี้ประเทศจีนมีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ก่อสร้างแล้ว 3 แห่ง และกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 20 แห่ง นอกจากนี้ภายในปี 2020 จะมีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศจีนทั้งหมดมากกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย เนื่องจากมีความปลอดภัย ประหยัด น่าเชื่อถือ และยังเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนถูกกว่าโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินอีกด้วย จึงอยากเสนอโครงการดังกล่าวให้ประเทศไทยพิจารณาด้วย เสนอเป็นเจ้าภาพเชิญคณะคนไทยเยี่ยมชมโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในจีน

นายเทพไท กล่าวด้วยว่า นายสุเทพ ได้ชี้แจงกับประเทศจีนเรื่องการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือในความรู้สึกของคนไทยได้ เนื่องจากประเทศไทยแตกต่างกับประเทศจีนตรงที่มีเอ็นจีโอ กลุ่มประชาสังคม และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเคลื่อนไหวอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจและสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ประธานธนาคารอุตสาหกรรมและการค้าแห่งประเทศจีนหรือ ICBC ยังได้แนะนำให้ประเทศไทยจัดคณะคนไทยไปเยี่ยมชมโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเททศจีนอีกด้วย โดย ICBC จะร่วมกับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในมณฑลกวางตุ้งเป็นเจ้าภาพเชิญในครั้งนี้ด้วย

"นายสุเทพ ได้ชี้แจงกับทางการจีนด้วยว่า รัฐบาลไทยจะเร่งผลักดันโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยถือฤกษ์เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้วางรากฐานของการรถไฟไทย เพราะไม่มีการพัฒนาเส้นทางเพิ่มเติมมาเป็นเวลาเกือบ 100 ปีแล้ว ดังนั้นจะเปลี่ยนโฉมหน้าการรถไฟไทยให้เป็นที่เชิดหน้าชูดตาเทียบเท่ากับอารยะประเทศให้ได้" นายเทพไท กล่าว.

=======================

อันนี้ก็ทะแม่งๆชอบกล สงกะสัยจะคิดมากเกินไปซะแล้วเรา

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ