คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 04, 2010 12:11 pm



สถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 4 พฤศจิกายน

ยังคงจับตาสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช หลังฝนตกต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไหลท่วมเข้าบ้านประชาชน และล่าสุดได้มีการประกาศเตือนว่า ทั้ง 3 จังหวัดนี้ ยังมีฝนระลอกใหม่เข้ามาอีก

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 04, 2010 12:41 pm


คำถามจากภาพ คือ ทำไมพายุจึงเฉพาะต้องเข้าตรงพื้นที่ ซึ่งมีการวางแผนขุดคอคอดกระ ??

และที่ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเดือน ต.ค.2553 สหรัฐอเมริกาประกาศอย่างเป็นทางการว่า แหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก คือประเทศไทย

ดังนั้น

การสร้างสภาวะพายุ-น้ำท่วมในภาคใต้ ก็เพื่อให้เจือสมจริงกับการขุดคอคอดกระ โดยข้ออ้างว่า เพื่อระบายน้ำออกทะเล บรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัยที่จะเกิดในอนาคต

แต่แท้ที่จริงแล้ว การขุดคอคอดกระ คือการสร้างเส้นทางเดินเรือลำเลียงน้ำมัน เพื่อขนถ่ายน้ำมันจากแหล่งสำรองในประเทศไทย ย่นระยะทางไม่ต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ใช่หรือเปล่า ?

ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากผลงานรัฐบาลประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น โดยการสร้างสถานการณ์ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชาติให้ทรุดเกินเยียวยา เพื่อลากเข้ามาสู่แผนตัดแบ่งประเทศ และขุดคอคอดกระ โดยข้ออ้างเดิม ๆ ว่า ช่วยเสริมสร้างงานให้ประชาชาติ และเศรษฐกิจของประเทศ

งานนี้กินกันเป็นทีม และแทรกอยู่ในทุกสี โดยเฉพาะ ไอ้ตัวแสบ "จิ๋ว หวานเจี๊ยบ" กับ " ชวน กันหนี(เมื่อมีภัย)" จับมือกันสร้างแผนงานนี้ เพื่อสานต่อแผนการแบ่งประเทศที่มหาอำนาจได้วางแผนไว้ หรือว่าไม่จริง ?

ต่างคนต่างแบ่งหน้าที่ทำ โดย จิ๋ว หวานเจี๊ยบ ไปแทรกตัวอยู่กับกลุ่มคนเสื้อแดง และ ชวน กันหนี(เมื่อมีภัย) ทำเป็นไปอยู่กับกลุ่มคนเสื้อเหลือง ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็พวกเดียวกัน มีอุดมการณ์เดียวกันคือ " แบ่งประเทศไทย " ตามที่ได้รับแผนมา (อ่านแผนตัดแบ่งประเทศไทยของ CIA ที่ส่วนท้ายกระทู้นี้ ประกอบ)

กรอบการพิจารณา แนวขุดคลองไทย (คอคอดกระ) Canal Line consideration for theThai Canal


การพิจารณาแนวขุดคลองไทย(คอคอดกระ) จากอดีตมาถึงปัจจุบันเหตุผล และสถานการณ์ต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเหตุผลทางด้านความมั่นคง ทางเศรษฐ กิจของประเทศ เป็นผล และมีความสำคัญที่เห็นได้ชัดที่สุดยิ่งการแข่งขันที่รุนแร็ง ทางด้านเศรษฐกิจของสังคมโลกในยุคปัจจุบันกลับกลายเป็นความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ ของประเทศบงบอกชี้นำถึงความมั่นคงแทนทางทหารเสียอีก ทำให้ความคิดในการที่จะขุดคลองเพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจจึงเป็นบทบาท ที่ท้าทายของประเทศ ไทยต่อไปความคิดในการที่จะขุดคลองก็จะยังมีอยู่ตลอดเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ความคิดในเส้นทางแนวขุดคลองก็มีการนำเสนอขึ้นมาใหม่ และปรับเปลี่ยน ตลอดเวลา มาจนถีง ณ เวลานี้มีอยู่ด้วยกัน 12 แนวคลองที่จะขุดดังนี้






แนวคลองที่จะขุด 12 แนวลดเหลือ 4 แนวในการพิจารณาชัดเจนขึ้น

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 04, 2010 12:51 pm


กรอบการพิจารณา แนวขุดคลองไทย (คอคอดกระ)
http://www.thai-canal.org/canal%20line%20alternative%20T.htm
ความคิดในเรื่องของการขุดคลอง เพื่อเชื่อมสองฝั่งทะเลของไทย ระหว่างฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย มีมานานกว่า 300 ปี โดยวัตถุประสงค์หลักของการขุดคลอง คือต้องการ ย่นระยะทาง ของการเดินเรือของทั้งสองฝั่งทะเล ด้วยกาลเวลาผ่านไปในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทำให้เหตุและผล ของการพิจารณา แนวคลองต่างๆ ที่จะขุดมีความเหมาะสมกับสถานการต่างๆดังกล่าวก็จำต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย จนกว่าจะได้มีการขุดไปแล้ว ข้อยุติในเรื่องนี้ก็จะหมดไป

เมื่อ 300ปี สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เหตุผลหลักที่สำคัญคือต้องการขุดคลอง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ต่อการเคลื่อนกองทัพเรือจากฝั่งอ่าวไทย ไปฝั่งทะเลอันดามัน เป็นการขยายความเข็มแข็ง ของราชอาณาจักรในยุคสมัยนั้น และ เพื่อให้ การค้ากับต่างประเทศ ที่ได้เริ่มเปิดประเทศ ติดต่อกับชาติยุโรปที่จะมาทางฝั่งอันดามันไม่ต้องเสียเวลาเดินเรือ อ้อมไปผ่านที่ ช่องแคบมะละกา สามารถ ตัดตรง จากฝั่งอันดามัน มายังอ่าวไทยมุ่งไปกรุงศรีอยุธยาได้สะดวก และแนวคลองที่เห็นว่าเหมาะสม ในสมัยนั้น ก็ได้พิจารณาแนวคลองที่จะขุด ที่เราทราบกันมานานแล้ว คือแนวคอคอดกระ จังหวัด ระนอง เหตุที่เลือกแนวคลองนี้ก็เพราะเป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศที่สามารถทำการขุดก่อสร้างได้ง่าย

เหตุและผล เมื่อ 150 ปีต่อมา อาจจะมองเห็นว่าการขุดคลองจะเป็นอันตรายต่อประเทศที่จะทำให้ประเทศมหาอำนาจในยุโรปต่างๆในระยะนั้นบ้าอำนาจไร่ล่าขยายอาณานิคม เพื่อยึดครองหรือแบ่งแยกประเทศต่างๆ ในย่านเอเชีย

รายละเอียดเพิ่มเติม อ่านได้ที่ โครงการขุดคลองไทย(คอคอดกระ) http://www.thai-canal.org/

ล่าสุดมี .........การบรรยายพิเศษเรื่อง "โครงการขุดคลองไทย(คอคอดกระ) เสริมสร้างระบบการขนส่ง สร้างเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติได้อย่างไร" วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม 2553 เวลา 13:00 น. ถึง 16:00 น. ณ.อาคารเรียน 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ถ.มหาวิทยาลัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา จัดโดยคณะอาจารย์ ผศ.ดร.ถิรยุทธ ลิมานนท์ อ.ศาสตร์ สุขประเสริฐ และ อ.กาญจน์ สุอังคะ บรรยายโดย รศ.ดร. สถาพร เขียววิมล อดีตที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการขุดคอคอดกระ(คลองไทย) วุฒิสภา


แก้ไขล่าสุดโดย ฅนไท เมื่อ Thu Nov 04, 2010 1:48 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 04, 2010 1:09 pm



มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2536 ให้ก่อสร้างเป็นสะพานเศรษฐกิจ
นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี



ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 04, 2010 1:12 pm


......เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2550 อดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการขุดคลองไทย วุฒิสภา และผู้สนับสนุนได้ร่วมกันก่อตั้ง "ชมรมคลองไทยแห่งชาติ" ได้มีการลงนามลายมือชื่อผู้ร่วมกันก่อตั้งชมรม มีอดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการขุดคลองไทย วุฒิสภา(นายคำนวณ ชโลปถัมภ์) อดีตกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการขุด คลองไทย วุฒิสภา (พล.อ.อ. กานต์ สุระกุล) อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการขุดคลองไทย วุฒิสภา(รศ.ดร. สถาพร เขียววิมล) และหลังจากนั้นผู้ร่วมสนับ สนุนทุกท่านเซนต์ ชื่อผู้ร่วมก่อตั้งชมรม

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 04, 2010 1:33 pm



ประกาศเตือนภัย "พายุดีเปรสชันในอ่าวไทย"
วันที่ 03 พฤศจิกายน 2553



ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Nov 04, 2010 2:37 pm

แนวคลองที่จะขุด จะต้องใช้พื้นที่มากประมาณ ความกว้างตลอด 4 กิโลเมตร (รวมสำรองพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต) ความยาว ของคลอง ประมาณ 120 กิโลเมตร และแนวคลองที่จะขุดต้องสอดคล้องกับทางด้านยุทธ์ศาสตร์ทางทหาร


หากใครสังเกตจากรูปต่างๆ จะพบว่าเส้นทางที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ เส้นทาง 9A

เส้นทาง 9A เส้นทางจากจังหวัดกระบี่ - ตรัง - พัทลุง - นครศรีธรรมราช

*ตำแหน่งที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ อยู่ระหว่างกลางประเทศพม่าปลายแหลมมลายู และประเทศสิงค์โปร์ ไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง (ห่างจากชายแดนพม่าประมาณ 700 กิโลเมตร และห่างจากประเทศสิงคโปร์ ประมาณ 700 กิโลเมตร)

*ทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณคลองเป็นชาวไทยพุทธร้อยละ 95 และรวมพื้นที่ใต้แนวคลองทั้งหมดประชากรส่วนใหญ่เป็นไทยพุทธ หากมีการแทรกแซงจากภายนอกที่จะก่อให้เกิดปัญหาการแบ่งแยกดินแดนจะทำได้ยาก

*อยู่ในเส้นทางการเดินเรือสากลและสามารถพัฒนาท่าเรือหลบมรสุมได้ทั้ง 2 ฝั่งทะเล

*ระบบโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อม อาทิเช่น โรงงานปูนซิเมนต์ทุ่งสง กำลังผลิต 8 ล้านตัน/ปี และศูนย์ กลางการคมนาคมทางบก มีทางหลัก 4 สาย รถไฟ 2 สาย และทางอากาศมีสนามบินใกล้ถึง 3 สนามบิน

*มีแหล่งน้ำจืดที่ใช้ในกิจการของคลองและสนับสนุนอุตสาหกรรมเพียงพอโดยกรมชลประทานเป็นผู้วางแผน สนับสนุนเรื่องน้ำอย่างเต็มที่

*มีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่สำหรับเมืองใหม่ เขตเศรษฐกิจพิเศษและที่จะสามารถพัฒนาได้กว้างใหญ่ถึง 3 ที่ คือที่ปากคลองทั้งสองฝั่งทะเลและบริเวณกลางคลอง

*มีความหนาแน่นของประชากรน้อย ทำให้ลดค่าขนย้าย และค่ารื้อย้าย

*ระดับน้ำทั้ง 2 ฝั่งทะเลต่างกันประมาณ 0.5 เมตร

*ประชาชนในแนวคลอง ทั้ง 23 อ.บ.ต สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวคลองเองตลอดแนวคลอง 9A ได้มีการประชุมกัน 15 ครั้ง

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หรืออยากเป็นแค่หัวกระสือ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Fri Nov 05, 2010 12:21 pm

ลักษณะของขวาน จะต้องมีด้าม จึงทำให้คมมีดมีพลัง ภาพของขวานที่ไร้ด้าม ก็เหลือแต่คม แล้วจะเอาอะไรเป็นตัวเหวี่ยงให้เกิดการทำงานของคม

หรืออยากเป็นผีกระสือ ที่มีแค่หัว

การที่เหลือแต่ด้าม ด้วยการจะขุดคอคอดให้ได้ โดยการอ้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจนานัปการมาโน้มน้าว แต่อย่าลืมว่า เมื่อองค์ประกอบเปลี่ยนไป ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไป ผลประโยชน์ที่ว่าเลอเลิศ แต่หากส่งผลกระทบโครงสร้างและความมั่นคงของประเทศ แล้วคนที่คิดเป็นย่อมรู้ดีว่าควรเลือกอะไร

เพราะประโยชน์ที่ว่ามันไม่ได้ตกกับประเทศโดยรวม แต่จะกลายเป็นให้คนอื่นได้ประโยชน์ ตามที่เป็นวาระซ่อนเร้น

เมื่อไหร่ คนเราจึงจะคิดได้เสียทีว่า การใช้ตัวเลขเพื่อคำนวณผลได้เสียนั้น มันใช้ไม่ได้สำหรับทุกเรื่อง

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Nov 05, 2010 1:13 pm



ภาคใต้น้ำท่วม ทางการจัดส่งเรือหลวงไปทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

แต่ภาคกลาง-อีสานน้ำท่วม นอกจากการช่วยเหลือที่ล่าช้าแล้ว แม้แต่เรือยางติดเครื่องยนต์ยังมองหาได้ยาก

หากมองให้ลึกลงไปอีกนิด ว่าทำไมจึงต้องมีการจัดส่งเรือหลวงไปอย่างเร่งด่วน

สาเหตุก็เนื่องด้วย นำเรือใหญ่ไป เพื่อดูทางน้ำและกระแสน้ำ เวลาที่จะทำการตัดคลองจะได้รู้ว่าควรดำเนินการเช่นไรต่อไป

...ใช่มั้ยนะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 12:08 am

"เขื่อน"ปราการหรือตัวการ..น้ำท่วม!

ค่ำคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน กลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหลายสิบคน พร้อมชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันที่สะพานนครน้อย ด้วยอาการไม่พอใจที่ตัวเมืองน้ำไม่ท่วม มีเพียงแต่บ้านเรือนนอกเขื่อนกั้นน้ำถูกน้ำท่วมขัง จึงนัดมารวมตัวกันที่หน้าเขื่อนชั่วคราวคลองนครน้อย หรือคลองหน้าเมือง ซึ่งอยู่ฝั่งทิศเหนือของเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งสร้างไว้เมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อใช้ป้องกันน้ำท่วมตัวเมืองชั้นใน ที่เป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด และบีบกระแสน้ำให้ไหลไปทางคลองท่าเรียน สู่คลองราเมศวร์ คลองท่าซัก และออกไปทางปากอ่าวปากนครสู่อ่าวไทยในที่สุด

ทั้งนี้ ชาวบ้านที่มารวมตัวกัน เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อน คือ ชุมชนที่อยู่ฝั่งทางทิศตะวันตกของคลองคูเมือง คลองท่าเรียน คลองราเมศวร์ ที่ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ แม้ว่าจะไม่มีเขื่อนชุมชนเหล่านี้เป็นที่รองรับน้ำอยู่แล้ว !!

กลายเป็นความชุลมุนเล็กๆ ที่ตำรวจ อาสาสมัคร และเทศกิจ ช่วยกันระดมกำลังเข้ามาระงับเหตุได้ทันท่วงที โดยที่ยังรักษาพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญไว้ได้ ทั้งย่านศรีธรรมโศก พัฒนาการคูขวาง ร้านรวงต่างๆ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกสั่งการให้มาเสริมกำลังเพื่อป้องกันสันเขื่อนแห่งนี้ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

"เขื่อนดังกล่าวนั้นเป็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันความเสียหาย ไม่ใช่ว่าเป็นการปิดโดยสิ้นเชิง มีการเปิดระบายน้ำอยู่เช่นกันแต่ไม่สามารถเปิดระบายน้ำได้มากกว่านี้ หากเปิดทั้งหมดเขตเศรษฐกิจของนครศรีธรรมราชจะเสียหายอย่างหนัก จำเป็นที่จะต้องชะลอและผลักน้ำให้ไหลเลี่ยงเมืองไปออกคลองท่าซัก" ดร.กณพ เกตุชาติ วิศวกร ดีกรีปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา ที่ปรึกษากำลังสำคัญของนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช บอกถึงความจำเป็นของการสร้างเขื่อนคลองนครน้อย

หลังจากเกิดเหตุ วิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ระดม ส.ส.นครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุมหารือกับ ธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเขื่อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของท้องถิ่นในการรักษาเมือง เป็นการเบี่ยงน้ำให้ระบายได้เร็วขึ้นอย่างถูกช่วงเวลาที่มีปริมาณน้ำเข้าเมืองจำนวนมาก ไม่ท่วมขังนาน เช่นเดียวกันกับที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ในเขตลุ่มน้ำปากพนัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ เขื่อนปากพนังในพระราชดำริ ก่อนที่จะสร้างประตูระบายน้ำตัวนี้น้ำท่วมขังในเขตลุ่มน้ำเป็นเดือน แต่หลังจากมีประตูน้ำบริหารจัดการน้ำถูกเวลา แค่ 7 วัน ปริมาณน้ำก็ลดลงจนสู่สภาวะปกติ

ปรากฏการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างคนนอกเขื่อนกับคนในเขื่อน แม้จะถูกมองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ซึ่งการสร้างเขื่อนนั้น ก็ถูกยอมรับว่าเป็นการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัด แต่ขณะเดียวกันก็ควรต้องทำความเข้าใจ และให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบที่ไม่อาจปฏิเสธได้จากการสร้างเขื่อนด้วย

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 1:25 am

“เขตเศรษฐกิจพิเศษ” หมายความว่า เขตพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะตามพระราชบัญญัตินี้
เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้สิทธิพิเศษบางประการ
ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ เช่น การอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว การบริการ
หรือการอื่นใดรวมทั้งเพื่อประโยชน์ ในการพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการที่ดีหรือเพื่อประกอบการเสรี

“นิคมอุตสาหกรรม” หมายความว่า เขตอุตสาหกรรมทั่วไปหรือเขตประกอบการเสรี

“เขตอุตสาหกรรมทั่วไป” หมายความว่า เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม
หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมเพื่อ ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ
การรักษาความมั่นคงของรัฐ สวัสดิภาพของประชาชน การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมหรือความจำเป็นอื่นตามที่
คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดยของที่นำเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรและค่า
ธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามที่กฎหมายบัญญัติ

"เขตเศรษฐกิจพิเศษ" เป็นศัพท์เก่าหลายประเทศในโลก ตั้งขึ้นมาเพื่อผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจ
บางประเภทขึ้นให้รวดเร็วกว่าจังหวะปกติ อีกหลายประเทศเช่น จีน เรียกมันว่า Special Economic Zone (SEZ)
เพื่อกันเขตนี้ออกมาจากกฎระเบียบของความเป็นคอมมิวนิสต์ จะได้แข่งขันกับประเทศที่มีเศรษฐกิจการตลาดได้

เมืองไทยเริ่มด้วย "นิคมอุตสาหกรรม" ตามมาด้วยการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตั้งเป็นเขต 1
เขต 2 และเขต 3 เพื่อส่งเสริมให้กระจายอุตสาหกรรมออกไปนอกเมืองหลวง

วิธีการของนิคมอุตสาหกรรมและของเขตต่างๆ ของบีโอไอคือ การให้สิทธิพิเศษทางภาษีและโครงสร้างพื้นฐาน

ที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นข่าวออกมาก็คือว่า ในเขตพิเศษนี้อนุญาตให้เช่าเป็นระยะเวลา
คราวหนึ่งไม่น้อยกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 99 ปี

ในสมัยนั้นท่านทักษิณ ชินวัตร ออกตัวว่า ร่างนี้เขียนโดยรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม แต่ไม่ได้บอกว่า
ใครสั่งให้ร่าง และบอกว่า ไม่ได้เอื้อผลประโยชน์ให้ต่างชาติ แต่ไม่ได้บอกว่าจะเอื้อประโยชน์คนไทย
ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับต่างชาติอย่างไร

อีกทั้งยังบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการทำให้เกิดความคล่องตัวของการบริหารเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร
ที่จะบริหารเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ แต่ไม่ได้บอกว่า เป้าหมายของการบริหารให้คล่องตัวขึ้นนั้นคืออะไร

เหมือนทำเครื่องมือขึ้นมาใช้โดยไม่ได้บอกว่าจะเอาไปทำอะไร

ท่านทักษิณฯเคยกล่าวว่าร่าง พ.ร.บ. นี้จะต้องเข้ารัฐสภาหลังเลือกตั้ง แต่ไม่อธิบายว่า
ทำไมต้องรีบร้อนจนเหมือนร้อนรนขนาดนี้

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 1:31 am


แผนที่ข้างบนนี้ ก็คือ ตารางเวลาที่ได้วางไว้อย่างแน่นอนตายตัว บ่งบอกถึงการเริ่มปฏิบัติการ (สำหรับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง คงไม่ต้องบอก เพราะมียี่ห้อชัดเจน)

เมื่อนำไปเทียบเคียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ชายแดนภาคใต้ ตาม วัน ว. เวลา น. จะเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน และนี่คือหลักฐาน ที่เรียกว่า ....." ใบเสร็จ "


สิ่งที่สังเกตได้ชัด... ในกรณีของเหตุการณ์ภาคใต้นั้น มีชนอยู่ 2 กลุ่มที่ออกจะโชคร้าย คือ กลุ่มมุสลิม(อิสลาม) กับ กลุ่มพุทธ ที่ถุกฆ่า ถูกเผาไม่เว้นแต่ละวัน...ไหง.มันเป็นงั้น...?? ขณะนี้ความจริงอันเป็นที่ทราบกันดีว่า คนพื้นที่ทั้งพุทธและอิสลาม ขายทิ้งเรือกสวนไร่นา ไปซื้อที่แถวเชียงราย ลำปาง เลยไปถึง แม่ฮ่องสอน ...!!! ดูมันช่างสอดคล้องกับการ "ผลักดันคนท้องถิ่นออกจากพื้นที่ตามแผน" ที่กำหนดไว้อย่างเป็นขั้นตอน แล้วสาเหตุมันมาจากการถูกข่มขู่คุกคามจากขบวนการก่อการร้าย ที่ฮึกเหิมขนาดเข้าโจมตีหน่วยรบของทหาร อย่างไม่เกรงกลัว... ขบวนการเหล่านี้เอาคนมาจากไหน ?

"ที่ดินวัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง บุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าของไทย ได้ถวายเป็นพุทธบูชา ไว้ในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่กรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนา โดยมี พระภิกษุ สามเณร เป็นศาสนทายาท ตลอดจนอุบาสก อุบาสิกา ช่วยดูแลรักษา ซึ่งทำให้พระพุทธศาสนามีความเจริญมั่นคง คู่กับสถาบันชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ที่ใดถวายสงฆ์แล้วพระมหากษัตริย์ก็ไม่ทรงเอาคืน"

ร่างพรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นกฎหมายฉบับที่ยกเว้นกฎหมายจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายเวนคืน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ ยกเว้นกฎหมายที่ดิน กฎหมายสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ดินราชพัสดุ พรบ.คณะสงฆ์ ที่ธรณีสงฆ์ กฎหมายผังเมือง กฎหมายภาษีอากร กฎหมายร่วมทุน ฯลฯ หรือแม้กระทั่งยกเว้นกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษเอง

การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษหนึ่งๆ ทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เช่น พระราชกฤษฎีกาเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองใหม่นครนายก, พระราชกฤษฎีกาเขตเศรษฐกิจพิเศษสนามบินสุวรรณภูมิ พระราชกฤษฎีกาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ฯลฯ โดยสาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกานั้น อำนาจมาตรา 17 (6) ของร่างพรบ. ยอมให้มีวิธีการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกเหนือจากที่ได้บัญญัติไว้ในพรบ. หรืออีกนัยหนึ่งคือ สามารถยกเว้นในตัวเอง

การตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ทำได้ไม่ต้องผ่านอำนาจสภา สภามีหน้าที่เพียง “ทราบ” เท่านั้น

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 1:39 am

ในส่วนของศาสนสถานที่ได้รับผลกระทบ คือ ที่ดินอันเป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อเขตเศรษฐกิจพิเศษได้รับความยินยอมจากวัด และจ่ายค่าผาติกรรมให้แก่วัดตามที่มหาเถรสมาคมกำหนดแล้ว ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวตกเป็นของเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยไม่ต้องดำเนินการตราพระร าชบัญญัติโอนที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ หรือในกรณีที่วัดประสงค์จะให้เช่าแทนการโอน ก็ให้ดำเนินการเช่าระยะยาวตามระยะเวลาที่กำหนดในมาตรา 26 ได้

นั่นคือ เพียงแต่ได้รับการยินยอมจากวัดก็ทำทันที มหาเถรสมาคมเพียงแต่รับทราบเท่านั้น ไม่มีอำนาจจะยินยอมหรือไม่ยินยอม (รับรู้ว่าที่วัดถูกยึดไปแล้วเท่านั้น)

===============================================

เนื้อหาในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่เกี่ยวกับศาสนสถาน

วัด
มาตรา ๔๗ วัดมีสองประเภท ดังนี้
(๑) วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
(๒) วัดที่ได้ประกาศตั้งเป็นวัดแล้ว
ให้วัดตามวรรคหนึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไป

มาตรา ๔๘ การสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย การยุบเลิกวัดและสำนักสงฆ์ และการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณียุบเลิกวัดทรัพย์สินของวัดที่ถูกยุบเลิกให้ตกเป็นศาสนสมบัติกลาง

มาตรา ๔๙ วัดใดเป็นวัดร้างที่ไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ในระหว่างที่ยังไม่มีการยุบเลิกวัด ให้สำนักงานศาสนสมบัติกลางมีหน้าที่ปกครองดูแลรักษาวัดนั้น รวมทั้งที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และทรัพย์สินของวัดนั้นด้วย และในระหว่างที่ยังไม่ยกขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นให้ตกเป็นศาสนสมบัติกลาง
วัดใดที่เป็นวัดร้างเป็นเวลาติดต่อกันเกินสิบปี ให้ดำเนินการยุบเลิกวัดนั้น และให้ทรัพย์สินทั้งปวงของวัดนั้นตกเป็นศาสนสมบัติกลาง
การยกวัดร้างที่ยังไม่ได้ถูกยุบเลิกตามวรรคสองขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม
วัดร้างที่ถูกยุบเลิกความเป็นวัดตามวรรคสองหากมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการทำนุบำ รุงหรือเผยแผ่พระพุทธศาสนา มหาคณิสสรจะมีมติให้จัดตั้งเป็นวัดใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม และเมื่อจัดตั้งวัดขึ้นใหม่แล้ว ให้คืนที่วัดและที่ธรณีสงฆ์แก่วัดนั้น

มาตรา ๕๐ ที่วัดและที่ซึ่งขึ้นต่อวัด มีดังนี้
(๑) ที่วัด คือที่ตั้งวัดตลอดจนเขตของวัดนั้น
(๒) ที่ธรณีสงฆ์ คือที่ซึ่งเป็นสมบัติของวัด
(๓) ที่กัลปนา คือที่ซึ่งมีผู้อุทิศแต่ผลประโยชน์ให้วัดหรือพระศาสนา

มาตรา ๕๑ การดูแล บำรุงรักษา และจัดหาประโยชน์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และที่กัลปนา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎมหาเถรสมาคม
ห้ามไม่ให้เจ้าอาวาสหรือบุคคลใดอนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ที่มิใช่เป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการใช้ประโยชน์ในกิจการพระพุทธศาสนาบนที่วั ด เว้นแต่จะมีรนะยะห่างจากเขตพุทธาวาสและเขตสังฆาวาสตามที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม

มาตรา ๕๒ การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้กระทำได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ เว้นแต่เป็นกรณีตามวรรคสอง
การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้แก่ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เมื่อมหาคณิสสรไม่ขัดข้องและได้รับค่าผาติกรรมจากส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานนั้นแล้ว ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา
ห้ามมิให้บุคคลใดยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดหรือสำนักงานศาสนสมบัติกลาง แล้วแต่กรณี ในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง

มาตรา ๕๓ ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และที่ศาสนสมบัติกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งไม่อยู่ในความรับผิดชอบแห่งการบังคับคดี

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 1:44 am

"ผมคนพุทธครับ คนบวชเรียนมา คนที่ยังคอยอ่านธรรมะ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นประจำ ฉะนั้น ผมต้องขอบอกว่า ผมต้องไม่ยอมให้มีสิ่งใดทำให้ศาสนาพุทธเสียหาย มีอะไรไม่เข้าใจยังสับสนอยู่ ก็ต้องอธิบาย แล้วก็ให้ตัดข้อสงสัยสับสนไป อย่าให้คนไหนมาแทรก เพราะเวลานี้ขณะนี้เรื่องดีๆ ทุกเรื่อง มีจุดนิดเดียวที่จะไม่เข้าใจ ถูกขยายความน่ากลัวมาก ภาครัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องอธิบายความให้ชัดเจน ตามหน้าที่ของเรา ถ้าไม่ชัดเจนเมื่อไรจะมีคนมาแทรก แทรกทำให้เรื่องดีๆ เสียหมด" นี่คือคำพูดของทักษิณ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว

จากข้อความข้างต้น ท่านทั้งหลายคงทราบว่า ท่านทักษิณ เป็นบุคคลที่มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา
บุคคลทั่วไป ที่มีความศรัทธาต่อศาสนามากๆ อย่างมากก็คงสะสมพระเครื่อง พระพุทธรูป

แต่ด้วย ทักษิณฯ มิใช่บุคคลธรรมดา อีกทั้งยังมีเงินมหาศาล จึงต้องหันมาสะสมที่ธรณีสงฆ์ อย่างเช่น กรณี สนามกอล์ฟอัลไพน์ฯ

เวลาที่ท่านออกรอบ ในแต่ละครั้ง
ทุกย่ำก้าว ที่ก้าวเดิน ในแต่ละก้าว
คงจะรู้ซึ้ง และซึมซับในรสของพระพุทธศาสนา มิใช่น้อย

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 1:50 am

มีใครจำคดี สนามกอล์ฟอัลไพน์!!!???? ได้บ้าง

"นายหน้าจำเป็น"... พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ขาย"อัลไพน์"ให้"ทักษิณ"

"...ผมถือหุ้นอยู่ในสนามกอล์ฟแค่ 3 เปอร์เซ็นต์
แต่มีชื่อผมค้ำประกันธนาคารในการนำเงินมาลงทุนสนามกอล์ฟแห่งนี้อยู่ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม
ที่คิดจะขายเพราะมีหนี้มหาศาล ที่สำคัญไม่มีใครกล้าเข้ามาบริหาร นี่ถ้านายกฯไม่มาซื้อ
คงเป็นหนี้หัวโต..."

................................................................................ ...............

ตอนหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณได้ให้สัมภาษณ์นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง (22 เมษายน 2542) ว่า

"สนามกอล์ฟนี้นะครับ ราคาที่ผมจ่ายไป 500 ล้าน มีที่อยู่ประมาณเกือบ 500 ไร่ และมีคลับเฮาส์หลังเบ้อเร่อ สร้างด้วยเงินร้อยกว่าล้าน worth ไหมครับ

และเป็นสนามกอล์ฟที่ใช้แข่งเอเชียนเกมส์ เพราะฉะนั้นไม่เป็นการช่วยเหลือหรอกครับ เป็นการซื้อกันทางธุรกิจในฐานะคนรู้จักกันมาเจรจาค้าขายกันและมองว่าเป็นสิ่งที่ worth ที่จะซื้อกัน ผมก็เลยซื้อก็เท่านั้น

คงไม่เป็นเรื่องบุญคุณ ผมไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับคุณเสนาะ (เทียนทอง) เป็นเรื่องของผม เพราะคุณเสนาะมาเสนอขาย ราคามันสมเหตุสมผล ผมก็เลยซื้อ บังเอิญเป็นคนรู้จักกันเท่านั้นเอง"
................................................................................ ................

สนามกอล์ฟ อัลไพน์ฯ นี้ เดิมเป็นที่ดินของวัดธรรมิการามวรวิหาร มรดกนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ซึ่ง นางเนื่อมได้สั่งไว้ในพินัยกรรมว่า ยกให้แก่วัดธรรมิการามวรวิหาร ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมจึงชอบแต่จะจัดการจำหน่าย จ่าย โอน ที่ดินมรดกให้แก่วัด ผู้รับมรดกตามพินัยกรรมเท่านั้น จะโอนให้แก่บุคคลอื่นที่พินัยกรรมมิได้ระบุให้เป็นผู้รับพินัยกรรมไม่ได้

สรุปว่า ที่ดินสนามกอล์ฟ อัลไพน์ฯ เป็นที่ของวัดและที่ซึ่งขึ้นต่อวัด

จาก พรบ.คณะสงฆ์ ในมาตรา ๕๒ การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้กระทำได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ เว้นแต่เป็นกรณีตามวรรคสอง
การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้แก่ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เมื่อมหาคณิสสรไม่ขัดข้องและได้รับค่าผาติกรรมจากส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานนั้นแล้ว ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา
ห้ามมิให้บุคคลใดยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดหรือสำนักงานศาสนสมบัติกลาง แล้วแต่กรณี ในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง


แล้ว ณ ปัจจุบัน สนามกอล์ฟอัลไพน์ ก็ยังมิได้ตกเป็นของวัดแต่อย่างใด

-------------------------------------------------------

เปรียบเทียบเนื้อหาระหว่าง พรบ.คณะสงฆ์ กับร่างพรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ

พรบ.คณะสงฆ์ - มาตรา ๕๑ การดูแล บำรุงรักษา และจัดหาประโยชน์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และที่กัลปนา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎมหาเถรสมาคม
ห้ามไม่ให้เจ้าอาวาสหรือบุคคลใดอนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ที่มิใช่เป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการใช้ประโยชน์ในกิจการพระพุทธศาสนาบนที่วัด

ร่างพรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ - (๕) ที่ดินอันเป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อเขตเศรษฐกิจพิเศษได้รับความยินยอมจากวัดและจ่ายค่าผาติกรรมให้แก่วัดตามที่มหาเ ถรสมาคมกำหนดแล้ว ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวตกเป็นของเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยไม่ต้องดำเนินการตราพระร าชบัญญัติโอนที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ หรือในกรณีที่วัดประสงค์จะให้เช่าแทนการโอน ก็ให้ดำเนินการเช่าระยะยาวตามระยะเวลาที่กำหนดในมาตรา ๒๖ ได้

จะพบว่ามีความขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง

ในประเทศไทยนั้น เราจะพบว่า เกือบครึ่งค่อนประเทศ ล้วนเป็นที่ศาสนสถาน โดยเฉพาะที่ของวัด หาก ร่างพรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้รับการผ่านร่างออกมาใช้ อะไรจะเกิดขึ้นกับผืนแผ่นดินไทย ประเทศชาติจะได้อะไร มากไปกว่าเงินลงทุนที่นักลงทุนได้ทิ้งไว้ให้ เงินที่ได้จากนักลงทุน คุ้มแล้วเหรอกับแผ่นดินของประเทศชาติ กับเลือดของบรรพบุรุษไทยที่ได้หลั่งไว้ แล้วเงินที่ได้จากนักลงทุน จะเลี้ยงประเทศชาติไปได้กี่ปี

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 1:54 am

การทำลายพระพุทธศาสนาคือการทำลายความเป็นชาติ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ที่พุทธศาสนิกชนคนไทยควรพึงสังวรไว้ก็คือ เมื่อใดก็ตามที่พระพุทธศาสนาถูกทำลาย เมื่อนั้นความพินาศย่อยยับจักเกิดขึ้นในชาตินั้นๆ ประชาชนและคนในชาติจะไม่มีโอกาสได้อยู่อย่างเป็นปกติสุข

ตัวอย่างมีให้เห็นอย่างง่ายๆ ก็คือ ประเทศอินเดียอันเป็นต้น กำเนิดของพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมของอารยธรรม ปรัชญา ความรู้สรรพวิชาทั้งปวง ยิ่งกว่าชาติใดในอดีต แต่เมื่อผู้นำประเทศอินเดีย ได้ทำลายพระพุทธศาสนาทุกวิถีทาง ให้สิ้นจากอินเดีย ผลที่ตามมาก็คือ อินเดียตกเป็นเมืองขึ้น ของอังกฤษถึง ๑๐๐ปี และตราบเท่าปัจจุบันนี้ ประเทศอินเดียก็ยังหาความเจริญใดๆ เทียบเท่าแม้ในสมัยโบราณยังไม่ได้ สถาบันกษัตริย์สูญสิ้นไป อย่างไม่มีวันหวลกลับมาชั่วกาลปาวสาน สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ประเทศจะต้องถูกแบ่งออกเป็นชิ้นๆ จะไม่มีวันรวมกันเป็นชาติเดียวเหมือนเดิม นี่คือผลของการทำลายพระพุทธศาสนา ที่เห็นเป็นตัวอย่างได้ชัดแจ้ง เป็นประจักษ์พยานถึงความล่มสลายในปัจจุบัน

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือประเทศเกาหลี แต่เดิมก็มีพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติมาแต่โบราณ มีสถาบันกษัตริย์ปกครองประชาชน ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความสงบและสันติ เป็นแผ่นดินชาติเดียว ไม่มีเหนือใต้ แต่เมื่อสถาบันพระพุทธศาสนาทำลายลง ทำให้ประเทศแบ่งเป็นสองส่วน คือ ส่วนเหนือและส่วนใต้ ความสงบสุขไม่มีเหมือนแต่ก่อน

"ตราบใด สัทธรรมปฏิรูป (ธรรมปลอม) ยังไม่เกิดขึ้นในโลก
พระสัทธรรม (พุทธพจน์) ก็ย่อมเจริญรุ่งเรืองอยู่ได้
เมื่อใดสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นในโลก
เมื่อนั้นพระสัทธรรม ย่อมเสื่อมหายไป
.... ธาตุดิน มิอาจจะทำลายพระสัทธรรมให้เสื่อมลงไปได้
ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ก็ไม่อาจจะทำให้พระสัทธรรมเลือนหายไปได้
แต่โมฆบุรุษ (คนชั่ว)
ย่อมทำลายพระสัทธรรมให้เสื่อมสูญไปได้"

(บาลีสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๖/๒๖๓)

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 1:57 am

...จากการประชุมของสำนักศาสนจักร (แห่งหนึ่ง) เมื่อพ.ศ.2505-2508 เพื่อปรับกลยุทธ์มีเป้าหมายครองโลก-ครองประเทศไทย โดยหวังเอาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเผยแผ่สำนักศาสนจักร แม้จะต้องใช้เวลาอันยาวนานก็ต้องรอด้วยความอดทน เพราะไทยมีความพร้อม ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเงิน ศาสนาพุทธที่มีใจกว้าง ไม่นิยมความรุนแรง ทั้งสามารถติดต่อกับประเทศอื่นๆ ได้สะดวก

มีนโยบาย สร้างความเป็นมิตรแทนการทำตัวเป็นศัตรูกับชาวพุทธ พยายามสร้างความกลมกลืนระหว่างชาวพุทธกับชาวสำนักศาสนจักร ลอกเลียนพุทธในทุกรูปแบบ สร้างพระไตรปิฎกฉบับศาสนจักร เอาพระพุทธเจ้าเป็นประกาศก ทอดผ้าป่า จัดโต๊ะหมู่บูชา ใช้คำว่าสงฆ์ ภิกษุ สามเณร ฯลฯ

มีแผนการ ทำลายความรู้สึกรักและห่วงใยในชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำลายความน่าเชื่อถือลงให้ได้ เป็นระยะยาว ไม่ใช้วิธีประจันหน้า แต่ใช้แผนการแทรกซึม บ่อนทำลายทุกวิถีทางที่สามารถดำเนินการได้ เข้าลักษณะทำลายพุทธได้แล้วค่อยๆ ยกตนให้สูงขึ้น

มีวิธีการ แสวงหาทุนจากคนไทยพุทธโดยการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อเก็บค่าเล่าเรียนแพงๆ พัฒนาบุคลากรโดยจัดตั้งมหาวิทยาลัย เช่นมหาวิทยาลัย "แสงทำ" การสงเคราะห์คนยากจนเพื่อทวงหนี้บุญคุณ คัดเลือกเยาวชนส่งไปเรียนต่างประเทศ เพื่อเข้าใกล้สิ่งแวดล้อมของสำนักศาสนจักร แล้วชักชวนให้นับถือสำนักศาสนจักร การโฆษณาชักชวนเชื่อประการต่างๆ เช่นการติดป้ายตามข้างทางหลวงประเทศ

มีระยะเวลาดำเนินการ ไม่มีระยะเวลาจำกัดแน่นอน ในการดำเนินการแต่จะดำเนินการไปจนกว่าจะสำเร็จ แต่การดำเนินการในประเทศไทยจะต้องทบทวนแผนการไปเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการประชุมใหญ่ของสภาสำนักศาสนจักร ที่มีผู้นำทางศาสนาเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

มีเอกสารและข้อมูลอ้างอิง เอกสารฉบับมหาภัย การประชุมสำนักศาสนจักร และปรากฏการณ์จากข่าวทางสื่อมวลชน และอื่นๆ

จากรายงานที่น่าเชื่อถือพบว่า นักการเมืองและองค์กรเอกชนบางองค์กรทำงานสนองสำนักศาสนจักร และรับเงินจากสำนักศาสนจักร??

มีแผนการ ทั้งสององค์กรนี้มุ่งเป้าหมายเดียวกันคือทำลายความน่าเชื่อถือ ทำลายศรัทธาทำลายด้วยการใช้กฎหมายบ้าง ด้วยแผนสกปรกบ้าง ส่งคนเข้าแทรกซึมอยู่ในหน่วยงานต่างๆ ที่มีอำนาจ

แผนทำลายเศรษฐกิจ (Economics) ทำให้เศรษฐกิจปั่นป่วน ทั้งในภาพย่อยและภาพรวม สร้างกระแสต่อต้านวัด หรือสถาบันทาง พระพุทธศาสนาว่ามีทรัพย์สินมาก เอาเปรียบประชาชนชาวบ้านจนพระร่ำรวย จำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรใหม่ ผลสุดท้ายเศรษฐกิจมีปัญหาพระพุทธศาสนาย่ำแย่

แผนทำลายศรัทธา (Mental) พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้า ตลอดศาสนพิธี วัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นแบบไทยแบบพุทธ พร้อมกันนั้นก็ยัดเยียดสิ่งที่ตนต้องการเข้ามาในสังคมไทย ปัจจุบันเห็นได้ว่าวิถีสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสอย่างแรง

แผนจัดตั้งองค์กร (Organization) พยายามจัดตั้งองค์กรต่างๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนต่อรอง เรียกร้อง ต่อต้าน ขับไล่ต่างๆ นานา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งกลุ่มองค์กร เพื่อทำลายพระภิกษุสงฆ์ และการผลักดันกฎหมายต่าง ที่อำนวยประโยชน์แก่ตนและกลุ่มพวกตน

แผนทำลายค่านิยมไทย (Cash value) ค่านิยมไทยหดหายไปมาก วันสำคัญพระพุทธศาสนาแทบสูญหาย ในขณะที่วันสำคัญทางศาสนาอื่นๆ ได้รับการโฆษณาประชาสัมพันธ์จากสื่อของภาคเอกชนและของรัฐอย่างเต็มที่ทุกกรณี

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 2:00 am

ทีนี้เรามาดูลักษณะของการขุดตัดเนื้อที่ ซึ่งเรียกว่า "คลองกระ" อันที่จริงเป็นสิ่งที่ดี หากว่ามันเป็นของประเทศไทย และประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ ก็เพราะผลประโยชน์ไอ้คลองกระ นี่แหละมันถึงเกิดการปลอมปน พรฏ.เขตเศรษฐกิจ เกิดขึ้น(อันนี้เอาไว้กล่าวภายหลัง)

.... การที่มีความจำเป็นต้องตัด "คลองกระ" ให้ตัดขาดเป็นช่วงกว้าง ก็เพื่อให้เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ ไม่ใช่เรือน้ำมัน หรือเรือสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรือพิฆาตจะต้องแล่นไปมาสวนกันได้ 4 ลำ เป็นอย่างน้อย (แผนงานนี้ จนท.กห.US) ได้ทำการสำรวจและทำรายงานไปแล้วในปี 2518-2528 จึงไม่ใช่เพียงแค่ทำสพานแบบพระราม 9 ยังงั้นเมื่อไร ตรงนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่ "อ่อนไหว" ของอำนาจที่มหาอำนาจจีน และ US มาบรรจบกัน


........ ซึ่งใครก็แล้วแต่ที่ครอบครองพื้นที่ตรงนี้ได้ ก็เท่ากับเป็นเจ้าโลก คือ ครอบครองทั้งมหาสมุทรอินเดีย และ มหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งแน่นอน จีนก็จ้องพร้อมดำเนินการ แต่ติดอยู่ว่าเป็นเทศกาลโอลิมปิคซึ่งตนเป็นเจ้าภาพ แต่สำหรับ US แล้ว ถือว่าจีนเป็นศัตรูถาวร ดังนั้นจึงสะกัดกั้นทุกทางไม่ให้จีนมีทางออกทางทะเลได้ (จะเห็นได้ว่า ทางรถไฟจากจีน ไม่สามารถเชื่อมต่อลงมายังไทยได้ ทั้ง ๆ ที่เหลือไม่ถึง 10 กม.) และด้วยสาเหตุนี้ US จึงพยายามทุกอย่างที่จะเข้าครอบครองพื้นที่ส่วนนี้ และพม่าเพื่อไม่ให้จีนมีทางออกทางทะเล

.... ทั้งนี้ก็เพราะว่าทางด้านตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น ไต้หวัน ญี่ปุ่น ออสเตเรีย อินโดนิเซีย ได้ถูก US ปิดกั้นทางออกไว้หมดสิ้น จึงเหลือทางออกทางเดียวคือ ไทย และอ่าวเมาะตะมะของพม่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หรือมหัศจรรย์ใด ๆ ที่เกิดเหตุความวุ่นวายในพม่าขึ้น นั่นคือการสร้างกระแสความไม่ชอบธรรมให้เกิดกับรัฐบาลทหารพม่า ส่งผลลบต่อกระแสต่อสังคมโลก ซึ่งหากมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ที่จะเป็นด้านมนุษยธรรม(ตามอ้าง) เข้าไปช่วยเหลือชนกลุ่มน้อย และเปลี่ยนการปกครองพม่า ก็จะเป็นเรื่องที่ชอบธรรม ไม่ถูกกล่าวหาว่ารุกรานประเทศเล็ก

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 2:03 am


ภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา บัญญัติไว้ชัดเจนว่า "เรามีความชอบธรรม ที่จะใช้อาวุธกับประเทศใด ๆ และ ณ ที่ใดในโลก เพื่อป้องกันรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของเรา"

การขยายอิทธิพลของจีนภายหลังสงครามเย็นเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ US กลับทรุดทั้งทางด้านความมั่นคงของพันธมิตร ที่เริ่มแยกออกไปรวมตัวเข้ากับจีน แม้กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างรัสเซีย ซึ่งมีเทคโนโลยี่สูสี หรือสูงกว่าสหรัฐ แม้แต่ปัจจุบันกองทัพเรือดำน้ำรัสเซีย ก็อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์(จ่ายเงินเดือน) โดยจีน ซึ่งขณะนี้จีนก็ให้อิหร่านเช่ากองทัพเรือดำน้ำคอยพิทักษ์อ่าวเปอร์เซีย อันเป็นกรณีที่ทำให้US ไม่กล้าบุกอิหร่านเหมือนกับที่ทำกับอิรัค ส่วนทางด้านเศรษฐกิจไม่ต้องกล่าวถึงเพราะUS ขณะนี้สถานภาพเหมือนกับลูกโป่งค้างคืน แฟบจนกองกับพื้น

ฉะนั้น เหลือเพียงจุดเดียว เป็นจุดที่จะชี้เป็นชี้ตายให้กับอนาคตของ US นั่นคือ การครอบครองพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย อันหมายถึงประตูที่จะปิดกั้นจีนไม่ให้มีทางออก และทั้งยังทำให้US สามารถครอบครองได้ทั้ง 2 มหาสมุทร(ภายหลังที่ได้รับรายงานจาก จนท.กห.US=Pentagon) ทำให้สหรัฐรีบกระโดดเข้ามาเป็นสมาชิกอาเชียนทันที(ทั้ง ๆ อยู่คนละทวีป ก็โดยการอ้างว่าอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค)

แผนการตัดแบ่งประเทศไทย ได้ถูกจัดร่าง และกระทำอย่างเป็นทางการ(ใช้คำว่าทางการ เนื่องจากปรากฏแผนปฏิบัติการ หน่วยงานของUS ได้เข้าควบคุมการทำงาน และการสั่งการในระดับสูงของกองทัพไทยในปัจจุบัน...ตรวจสอบได้ ว่ามี จนท.CIA นั่งประชุมด้วยทุกครั้งในการประชุม สภา กห.)

สภาความมั่นคงUS ได้เห็นชอบในแผนงาน จึงได้จัดสรรงบประมาณ และบุคลากร เข้าดำเนินงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยให้ ทักษิณ ใช้อำนาจทางการบริหาร สั่งยุบ ศอบต. รวมทั้งทำลายข้อมูลลับ สายสืบที่ได้รับการฝึกเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยทหารพราน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ เชี่ยวชาญการรบ กลับถูกส่งไปดูแลรางรถไฟ และจนบัดนี้ ทักษิณเองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบอย่างเป็นทางการ พร้อมหลักฐานได้ว่า อะไร ทำให้ตัดสินใจยุบ ศอบต. และ พตท.43 แรงดลใจมาจากไหน ?

หลักฐานที่ชี้ชัดว่า CIA ได้เข้าควบคุมระบบงานของไทย ปรากฏโดยคำยืนยันของ พล.ต.อ.ปรุงฯ ซึ่งเป็นนายตำรวจคนสนิทของ ทักษิณเอง ว่าได้รับเงินมาจากCIA จำนวน100 ล้าน เพื่อตั้งโรงเรียนจารกรรมในประเทศไทย และนำไปปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จชต.ภาคใต้ ตามวัน ว. เวลา น. ที่กำหนดไว้ในแผนซึ่งได้แสดงให้เห็นกันไปแล้วคือ 2004=2547 ชัดเจน


และสิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้น และเป็นไป ก็คือการฝึกภาคสนามของครูฝึกCIA ที่นำหน่วยรบพิเศษที่มาขอเช่าที่ฝึกนั้น ออกปฏิบัติการ ผลักดันคนในพื้นที่ออกไป=Clear

ฉะนั้น จึงกลายเป็นเรื่องที่เห็นกันอยู่จำเจว่า แม่ทัพภาค4 มีไว้เพื่อไปทัวส์ คือ ไปเที่ยวปักษ์ใต้ไม่กี่วันก็ย้าย เหล่ากำลังพล มีไว้สำหรับล่อเป้า ให้เขาฆ่า... ไม่มีอย่างอื่น ...แปลกไม๊ละ...ไม่ต้องแปลกใจ

และนี่คือความจริง...

........... แต่สิ่งที่จริง และแปลกไปกว่านั้น พวกที่ถูกฆ่า กลับเป็นอิสลาม กับ พุทธ นั่นต่างหากที่เป็นพิรุธซึ่งทิ้งร่องรอยไว้ ว่าทำไมจึงเฉพาะชน 2 กลุ่มนี้เท่านั้น

.... คำตอบมีได้อย่างเดียว ไม่มีอื่น ก็คือ ผู้ที่ลงมือปฏิบัติการ ต้องไม่ใช่ทั้งพุทธ และอิสลาม(เพราะขัดหลักศาสนาอิสลามชัดเจน)

.... ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น ก็เพราะชน 2 กลุ่มนี้ถือครองที่ดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้แต่ชาวพุทธก็มีที่ธรณีสงฆ์อยู่มากมายในภาคใต้นี้ การที่จะผลักดันเพื่อให้ละทิ้งถิ่นไปจึงเป็นเรื่องที่ต้องกระทำแข่งกับเวลา รุนแรง โหดร้าย ช้าไม่ได้เพราะหากว่าล่าช้า ไปกว่าเทศกาลโอลิมปิคเสร็จ แต่งานยังไม่เสร็จ ยังแบ่งประเทศไม่ได้ ...อะไรจะเกิดขึ้นคงไม่ต้องคิด

..... ดังนั้น... ทักษิณ จึงต้องหอบหิ้ว เอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อที่จะทำงานให้เสร็จ นั่นคือ ประกาศใช้ พรฏ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามคำสั่งของใคร คงไม่ต้องอธิบายกันอีกแล้วกระมัง ???

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 2:06 am

..... ทีนี้มาดูกันซิว่า เรื่องไฟใต้ การตัดแบ่งประเทศ มาเกี่ยวข้องกับเรื่องการออก พรฏ.เขตเศรษฐกิจพิเศษได้ยังไง !!???

"""" CIA จัดว่าเป็นหน่วยงานที่มีความสามารถในการ "แสวงหาปมด้อย ของบุคคลอื่น แล้วนำมาใช้เป็นประโยชน์ ในการนำผู้มีปมด้อยนั้นมาใช้ ..."

....... ทักษิณ ก่อนหน้านั้น ก็เรียกว่าเป็นคนซื่อ ๆ ถึงมือจะเลอะนิดหน่อยก็ตาม เป็นเซลแมนที่ไม่มีบริษัทไหนรับ(เพราะไม่เคยขายอะไรได้เลย...จัดสรรบ้านที่ดินเชียงใ หม่ ขายได้หลังเดียว=ขายให้หญิงพจน์..เรื่องจริง...เพราะงั้นจนถึงบัดนี้ ไม่เคยมีแม้สักครั้งที่ปราศัยไปทั่วโลก แล้วจะบอกว่า ...ผมทำมาหากินอะไรถึงได้รวย = คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดก็คือ นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของลายแทงขุมทรัพย์ให้กับทักษิณ...ใครสนิทก็ลองถามทักษิณ หรือ สวัสดิ์ ดูเองแล้วกัน เพราะเล่าเรื่องนี้ทั้งวันคงไม่จบ..!!)

..... ทักษิณ ถึงคราวเคราะหามยามซวย ราหูเข้าดาวไถแทรก อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบ(ค่ายามเฝ้าบ้านส่องหล้าฯ) ได้เงินมานิดหน่อย กะว่าจะมีที่ดินเป็นสมบัติติดตัวกับเขาบ้าง เพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน สองคนกับหญิงพจน์หอบหิ้วกันเช่าตึกแถวริมคลองปะปา มันก็ถึงเวลาจะมีสนามก๊อฟกับเขาสักที ก็เลยซื้อไว้ กำไรเหนาะ ๆ ที่สุดลูกหูลูกตา ฝันหวานก่อนขวัญผวา เพราะไม่รู้ว่า สนามก๊อฟที่ชื่ออัลไพน์ มันเป็นที่ธรณีสงฆ์ ซื้อขายถ่ายโอนไม่ได้ ....ตายละวา..ทีนี้ทำไง...??

"""" เรียกกุนซือ วิษณุ ผู้ชำนาญในการออกกฏหมายผลาญสมบัติพระ มาปรึกษา ว่าจะทำไงดี เพราะไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เงินที่จ่ายค่าที่ดินไปคงไม่ได้คืน...

........ กุนซือ ก็หมดปัญญา เพราะตามกฏหมายแพ่งว่าด้วยนิติกรรมระบุไว้ชัดเจนว่า "เป็นโมฆะมาตั้งแต่ต้น" จะว่าซวยไม่รู้ไปซื้อมาโดยสุจริตก็ไม่ได้ เพราะมันติด พรบ.คณะสงฆ์ ในมาตรา ๕๒ ซึ่งระบุไว้ว่า

"......การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้กระทำได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ เว้นแต่เป็นกรณีตามวรรคสอง
การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้แก่ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เมื่อมหาคณิสสรไม่ขัดข้องและได้รับค่าผาติกรรมจากส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานนั้นแล้ว ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา"

แต่การซื้อขายมันเป็นในนามส่วนตัว ไม่ใช่หน่วยราชการ ไม่เข้าข้อยกเว้นตกลงเสียเงินฟรี งานนี้แน่นอน...
ทักษิณจึงถามว่า "...เราฟ้องไม่ได้เรอะ ว่าเราซื้อขายโดยสุจริต สู้ความในศาล ยังไงเราก็ชนะ ? "

กุนซือ หัวหมอ ถึงคราวอึ้งอิมกี่ วิ่งหาแปะฮวยอิ้วให้วุ่นมาทาขมับ แล้วก็ค่อย ๆ ขยับปาก บอกข้อกฏหมายที่อยู่ตอนท้ายของมาตรานั้นว่า

".....ห้ามมิให้บุคคลใดยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดหรือสำนักงานศาสนสมบัติกลาง แล้วแต่กรณี ในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง....."

พร้อมกับยกฏีกา คำพิพากษาของศาลในกรณีคล้ายกันมาให้ดู (คล้ายกับภาพข้างล่างนี้)


งานนี้ ทักษิณยังไม่ถอดใจ สั่งให้กุนซือหาวิธี หากไม่ได้ที่ดินอย่างน้อยก็ได้เงินคืนมาก็ยังดี

...... สื่อมวลชน และ ฝ่ายค้าน ประโคมข่าวโจมตีทักษิณ ไม่เว้นแต่ละวันด้วยเรื่องการซื้อขายที่ธรณีสงฆ์ กลายเป็นปมด้อยที่แก้ไม่ได้ คล้ายชนักติดหลัง
.................................................
และจังหวะนี้เองที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสายของ CIA ได้เข้ามาให้คำแนะนำ ชนิด นักกฏหมายฟังแล้วเข็มขัดสั้น คือ " ก็ไม่เห็นยาก ยุบมันซะเลยซีครับ คณะสงฆ์เนี่ยะ พรบ.คณะสงฆ์ เรามีอำนาจบริหาร ยกเลิกซะเลยก็ได้ ไม่เห็นจะเป็นไร กฏหมายเรายกเลิกเป็นร้อย ๆ ฉบับเรื่องธรรมดา"

แต่กุนซือ ผู้มองการณ์ไกล รู้ถึงความรู้สึกคนไทยว่ารับไม่ได้ หากจะยกเลิกแบบนั้น ต้องทำให้มันเนียนไร้ร่องรอย จะเหมาะกว่า ในชั้นต้นต้องทดสอบกระแสชาวพุทธเสียก่อน โดยการออก พรบ.อื่นที่มีผลกระทบต่อที่ดินวัด(ธรณีสงฆ์) ดูซิว่าชาวพุทธ และ พระสงฆ์จะมีปฏิกริยาอย่างไร ?

""""""""""""" และ แล้ว ... กฏหมายชื่อ พรบ.จัดระเบียบที่ดิน ก็คลอดออกมา ณ บัดดลนั้นเอง

อ่านรายละเอียด พร้อมหลักฐานวิดิทัศที่ Link
http://nonlaw.com/taidoc/religion/songland.html

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 2:09 am


ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 2:10 am


ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 2:12 am


ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 2:14 am


ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คอคอดกระ vs ใต้น้ำท่วม !

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Mon Nov 08, 2010 2:15 am


ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ