สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Mon Oct 27, 2008 4:44 am



.... หากว่ามีใครสักคนที่ มีท่าทาง วางมาด ผู้ดี มีวาทะ พร้อมฐานะทางสังคมที่ดูแล้วก็น่าจะเชื่อว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ มาบอกเราว่า "... ให้รู้จัก..ประหยัดกิน ประหยัดใช้..อย่าฟุ่มเฟือย อย่าจับจ่ายใช้สอยที่ไม่จำเป็น ให้ปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ หรือปลา อย่าเสาะหาของที่มันแพง ๆ ไม่ดี ชีวิตจะไม่เป็นสุข..."

เราฟัง...ก็ต้องเชื่อ ไม่ว่าจะน้ำเสียง ท่วงทำนอง และบุคลิก..ที่บอกเรามาให้ "..กิน อยู่ และ ใช้ชีวิตแบบประหยัด.." ซึ่งเขาคนนี้ ก็จะเดินทางไปเที่ยวป่าวประกาศสอนเรื่องการใช้ชีวิตแบบประหยัดนี้ไปทั่วประเทศ ซึ่งเขาเรียกมันว่า " ทฤษฏีพอเพียง "

.... แต่เมื่อมองย้อนกลับไปดู ชีวิต ความเป็นอยู่ ของผู้ที่ทำตัวเป็นนักเผยแพร่ การใช้ชีวิตสมถะ ผู้นี้กลับ " ตรงกันข้าม " กับสิ่งที่เขาประโคมโหมโฆษณาถึงการใช้ชีวิตแบบประหยัด

เพียงแค่ส่วนตัว ยังใช้รถถูก ๆ ยี่ห้อ " เฟอรารี่ " ราคาพอเพียงเฉียด 100 ล้านบาทไทยเท่านั้น !! ชีวิตด้านอื่นจึงไม่ต้องพูดถึง

...ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า " ความพอเพียง " ที่พร่ำพรรณามานั้น มันเป็นเรื่องการสร้างภาพให้ดูดี หรือ ว่าเป็นหน้าที่ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสภาวะความเป็นจริง...

ไม่มีใครรู้...ในส่วนลึกของจิตใจ ของ " คนที่อาศัยเงาครุฑ " ว่าคิดอะไร..? ทำหน้าที่อะไรแน่ ?

....แต่ที่แน่ ๆ ยังไม่เคยมีโครงการอะไร ที่นายสุเมธฯ ทำแล้วสำเร็จนอกจากเจ๊งบ้ง มาโดยตลอด

เมื่อค้นคว้าไปในส่วนลึก ๆ ของตระกูลนี้ ก็ได้พบว่า นายสุเมธฯ ก็คือ ทายาทของ นายตันม่อเซียง...ใครเป็นนักประวัติศาสตร์ไปค้นดูเองว่า นายตันม่อเซียง ปฏิบัติการอะไรในเมืองไทยในครั้งอดีต และเกี่ยวข้องอะไรกับพ่อค้านักการเมือง " ตระกูลตัน " ซึ่งรุกที่ป่าสงวนเป็นหมื่นไร่ แต่ไม่ถูกดำเนินคดี นี่ซิ...ควรจะค้นหาข้อมูล

และนั่นคือคำตอบ..ระหว่าง ความจริงในใจ กับ การแสดงหน้าไมร์ในการเป็นวิทยากรเผยแพร่ " ทฤษฏีพอเพียง " เป็นสิ่งที่มาจากความปราถนาดี หรือ เป็นเพียงละครบทหนึ่งซึ่งต้องแสดง

... และเราก็รู้ว่า...ตอนนี้กำลังที่จะรับหน้าที่ไปแสดงละครฉากสำคัญอีกบทหนึ่ง... ในเร็ว ๆ นี้

...มีพุทธพจน์บทหนึ่งว่า " ผู้กล่าวคำเท็จแม้เรื่องน้อยนิด จะไม่ทำความชั่วย่อมไม่มี "

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

หมายเหตุ:::
ท่านที่ผ่านตาในกระทู้ของเราที่เคยนำเสนอข้อมูลไว้ คงสังเกตุเห็นได้ถึงเครื่องหมาย " ทำมือ " และนั่นแหละคือคำตอบของทั้งหมด...

ท่านใดสงสัย...ไปค้นกระทู้เก่าดู ก็จะรู้คำตอบเอง ...ว่า..ที่เขียนกระทู้นี้ขึ้นเพื่ออะไร และมีนัยยะอะไร ? ในการกล่าวถึง นายสุเมธฯ กับเครื่องหมายนี้


แก้ไขล่าสุดโดย SpecialForce เมื่อ Mon Oct 27, 2008 11:39 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  tang may on Mon Oct 27, 2008 9:23 am

ง่ายจะตาย ไม่เห็นยาก
ให้รู้จัก รักประหยัด
เมื่ออ่านแล้ว ยังมิชัด
เพราะมันเป็น สัจธรรม

ด้วยว่าคน แต่ละผู้
ดำรงอยู่ เป็นตนนั้น
มีต้นทุน แตกต่างกัน
จึงจัดสรร ตามชั้นชน

หากท่านมีสักพันล้าน....

ติดไว้ก่อน มีคนรอใช้งาน นี่แอบแว้บมา อิอิ

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  tang may on Mon Oct 27, 2008 9:25 am

ข้างบนเขียนผิดด้วย สัมผัส ผิด ไว้มาแก้แล้วต่อพร้อมกันดีกว่าค่ะ

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Mon Oct 27, 2008 2:37 pm

สุเมธ แนะคุยยุติขัดแย้ง ใช้ปัญญาหยุดใช้อารมณ์


ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "ยุติความรุนแรง แสวงสันติด้วยการสานเสวนา" ในการประชุมใหญ่เครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม ที่กรมประชาสัมพันธ์ วานนี้ (26 ตุลาคม) ว่า ในชีวิตตนผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงที่จารึกฝังใจไว้หลายครั้ง ทุกครั้งเป็นการเข่นฆ่ากันเองของคนไทยที่ถือเป็นพี่น้องเชื้อชาติเดียวกัน ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เช่น การทำรัฐประหาร สงครามคอมมิวนิสต์ เหตุการณ์ 6 ตุลา, 14 ตุลา หรือเหตุการณ์เดือนพฤษภา 2535 เป็นต้น จะเห็นได้ว่าการใช้ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาใด ๆ ได้ หากฝ่ายใดไปฆ่าคนของอีกฝ่าย ก็ยิ่งเพิ่มความแค้นระหว่างกันมากยิ่งขึ้น ทำให้ความรุนแรงทวีคูณฆ่ากันไม่รู้จักจบสิ้น อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วความขัดแย้งที่ยุติลงได้ทุกครั้ง จะเกิดจากการเจรจาตกลงกันเท่านั้นเพื่อร่วมหาหนทางสู่ความสันติ

ดร.สุเมธ กล่าวถึงความคิดที่แตกต่างว่า ไม่ใช่ปัญหา ทุกฝ่ายย่อมอยากให้ประโยชน์สุขเกิดขึ้นแก่ประเทศโดยรวม ความรุนแรงนำมาแต่ความเศร้าสลดใจ ไม่ว่าฝ่ายใดสูญเสียทุกคนก็เป็นคนไทย ไม่อยากให้สร้างบาดแผลให้เกิดขึ้นในสังคมอีก ดังนั้น ทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกันหันมารักษาบ้านเมืองให้ปลอดภัย เกิดความสงบสุข เริ่มที่ตัวเองต้องสร้างธรรมาธิบาลให้เกิดขึ้น มีความสุจริต ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งความถูกต้องชอบธรรม และสุดท้ายประโยชน์สุขที่เกิดขึ้นก็ตกถึงทุกคนในชาติด้วย

ดร.สุเมธ กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องน่าแปลกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสที่เกี่ยวกับความสามัคคีมาตลอดหลายสิบปี ซึ่งพระราชดำรัสเหล่านั้นยังคงนำมาใช้ได้อยู่ในถึงปัจจุบัน ตนขอยกพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานไว้หลังเกิดเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 บางส่วนที่ว่า

"..ประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่า บ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรงมันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็ จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ..."



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Oct 27, 2008 11:31 pm

http://www.religion-cults.com/Secret/Freemasonry/freemas2.html
http://www.jesus-is-savior.com/False%20Religions/Wicca%20&%20Witchcraft/signs_of_satan.htm
Symbolisms of Masonry:

1- Masonic candidate: Prepared for the oath.
- "blindfold" as a sign
of "spiritual darkness".
- "cable tow" around his neck as a sign of
slavery, submission, to the Master and the Lodge.


2- Grand hailing "sign of distress".

3- "Grips: Apprentice, Master
Mason...


signs_of_satan.htm:

More Symbols and Signs
เผยหลักฐานลับ "ทักษิณ" สังกัด "แก๊งอาชญากรรมโลก"


.....ตามภาพที่เห็นข้างบนนี้ ท่านทั้งหลายคงผ่านตา..หลาย ๆ ที่ หลายครั้ง





..... ต้องบอกกันเสียตรงนี้ก่อนว่า ภาพทำมือ ที่เห็น "แม้ว" ทำอยู่นี้ เป็นสัญญลักษ์ของ " แก๊งอาชญากรรมระดับโลก ซึ่งเรียกว่า แก๊งซาตาน"
ซึ่งมีประวัติ ที่มา และเครือข่ายโยงใยไปทั่วโลก
....นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันเล่น ๆ...เรื่องนี้มีหลักฐานชัดเจน
ที่ได้นำเสนอมาให้ทราบแล้วนี้

... และ มันเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดีว่า ทำไม " แม้ว" จึงต้องไปพักอาศัยซ่อนตัวอยู่ที่ "ลอนดอน" ?..


.... รายละเอียดทั้งหมด ท่านสามารถศึกษาได้ที่ http://nonlaw.com
โดยเลือกที่รูปภาพของ ." แม้ว " ซึ่งอยู่ในท่าทำมือนี้
จากนั้นให้ศึกษารายละเอียดทั้งหมดจาก VDO หลักฐานต่อเนื่องกัน
จากในเวปไซร์ดังกล่าวนั้น
โดย sunny [3 ก.ย. 2551 , 10:18:38 น.]



....จึงไม่ต้องแปลกใจ...ว่าเหตุใด ... " แม้ว " จึงมีอุดมการณ์ในการล้มล้างสถาบัน ฯ เพราะนั่นเป็น "งานหลัก ขององค์กรอาชญากรรมโลก" ดังกล่าวนี้นั่นเอง

....................................


จากหลักฐานลับที่ได้ถูกรวบรวมไว้นี้ อาจจะเป็นแนวทาง
ช่วยให้นักเคลื่อนไหว ได้ใช้ประกอบในการวิเคราะห์แนวทาง หรือ
เป้าประสงค์ของ "แม้ว" และสมุน
ที่เสวยอำนาจเป็นรัฐบาลของประเทศไทยในปัจจุบันได้อีกทางหนึ่งด้วย


ด้วยความปราถนาดีอย่างจริงใจ









att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Oct 27, 2008 11:32 pm






แถมภาพนี้ให้ด้วย จากคนสร้างการ์ตูนพระพุทธเจ้า
ว่าแต่สัญญลักษณ์แบบนี้ มีในคำสอนด้วยหรือ?



http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=9483


สัมภาษณ์พิเศษโดย....มนสิกุล โอวาทเภสัชช์
ที่มา : เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 770 ประจำ วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2550

----------


ชมคลิปวีดีโอตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง The life of Buddha
http://www.tamdee.net/temp/buddha.htm

http://www.tamdee.net/temp/buddha2.htm

--------------------



โครงการธรรมการ์ตูน 80 พรรษามหาราช

+++วัตถุประสงค์ของโครงการ
• เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชวโรกาสที่จะทรงมี พระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ [/size]
• เพื่อเผยแพร่พระประวัติของพระพุทธเจ้า
• เพื่อผลิตสื่อการสอน การเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ทันสมัย
และเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ให้กับวัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้องสมุดทั่วประเทศ
• เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา
และยกระดับการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ให้ก้าวไกลไปสู่ระดับสากล
ด้วยภาพยนตร์ การ์ตูน Animation ฝีมือคนไทยซึ่งมีเทคโนโลยีการสร้างภาพแบบ
๒ มิติ และ ๓ มิติ

+++ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
•จะได้ภาพยนตร์การ์ตูนประวัติพระพุทธเจ้า Animation ฝีมือคนไทย
ถวายเป็นพุทธบูชาและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
•จะได้สื่อการสอนและการเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ทันสมัยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ทุกกลุ่ม ได้ทั้งในประเทศและนานาชาติถึง ๕ ภาษา
• จะได้ทำให้ฝีมือคนไทยก้าวไกลสู่ระดับสากล อันจะเป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาชาติ

+++กลุ่มธรรมะการ์ตูน ๘๐ พรรษามหาราชคณะกรรมการกลุ่มธรรมะการ์ตูน ๘๐ พรรษามหาราช

ท่าน ว. วชิรเมธี ประธานโครงการ
ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล (เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
ผศ.รท.ดร. บรรจบ บรรณรุจิ
รศ.ดร. กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์
คุณปรีชญา พรประภา
ดร. วัลลภา พิมพ์ทอง
คุณแทนคุณ จิตต์อิสระ

รายได้จากการฉายภาพยนตร์จะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน

1. คืนต้นทุนให้กับผู้ลงทุน
2. ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
3. ตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมการทำแอนนิเมชั่นและทำแอนนิเมชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยฝีมือคนไทยต่อไป

รายละเอียดอื่น ๆ http://www.thelifeofbuddha.net

-----------------------

http://www.pantown.com/board.php?id=12542&area=1&name=board4&topic=3&action=view
ใครรักไทย ? 29 ม.ค. 48
คำตอบเสริม 208

รู้สึก
ผิดหวัง ดร.สุเมธ อย่างมาก เป็นคนโกหกร้ายในเรื่องคอร์รัปชั่นอย่างยิ่ง
ผมคนหนึ่งไม่เชื่อถือบุคคลท่านนี้ ซึ่งสร้างภาพเก่งจริงๆ

เห็นกะตา ฟังกะหู 31 ม.ค. 48
โดย: Can (เจ้าบ้าน ) [23 ก.ค. 48 15:20] ( IP A:202.5.88.153 X: )
http://www.positioningmag.com/Magazine/PrintNews.aspx?id=52946
http://www.prachataiwebboard.com/webboard/sendreport.php?id=806188&type=topic

หัวข้อ ID# 806188 ขอเตือนคุณอีกครั้ง สุเมธ ตันติเวชกุล "อย่าใส่ร้ายเสื้อแดง".."คุณอยากให้เป็นเช่นรัสเชียหรือ"


"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ไม่เคยทรงโกรธ อาจมีบ้างที่ทรงไม่พอพระทัย แต่ไม่เคยทรงโกรธ
เพราะความโกรธไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้น แต่จะเป็นอย่างสังคมที่เป็นอยู่ตอนนี้
เห็นว่า เดือนหน้าจะมีอีกแล้ว ยังไม่หมดแรงกัน น่ารำคาญ"


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1243688760&grpid=00&catid=42


ประวัติศาสตร์มี ทำไมไม่รู้จักจำ รัสเชียล่มสลายเพราะอำมาตย์ปากอย่างนี้แหล่ะ
http://www.anubansatit.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538931734&Ntype=6
http://nuaumzi.hi5.com/friend/p236111354--%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C--html
ปรีดี พนมยงค์ ให้สัมภาษณ์นิตยสาร เอเชียวีก ฉบับวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2523 ก่อนถึงอสัญกรรมไม่ถึง 3 ปี ไว้ดังนี้

ร่วมสนับสนุนโครงการ โดยซื้อ ซีดี เพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูน ได้ที่ ..

ท่าน ว.วชิรเมธี คณะ ๑๔ วัดเบญจมบพิตรฯ โทรศัพท์ ๐-๒๖๒๘-๙๘๒๙

กลุ่มธรรมะการ์ตูน ๘๐ พรรษามหาราช โทรศัพท์ ๐-๒๕๕๖-๑๓๖๖ ถึง ๗

ร้านมหาจุฬาบรรณาคาร วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ โทรศัพท์ ๐-๒๖๒๓-๖๓๐๓ ถึง ๔
http://www.agalico.com/board/showthread.php?p=70365




วิจัย (ใจ) มนสิกุล โอวาทเภสัชช์
รหัสชีวิต - กรุงเทพธุรกิจ กายใจ
วันอาทิตย์ที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘


'ตอนเริ่ม
แรกสนใจงานท่านอาจารย์พุทธทาสในแง่วิชาการ ยังไม่ได้สนใจที่จะปฏิบัติธรรม
แต่พอศึกษางานของท่านผ่านไป ๕ ปีก็รู้ว่า
คำสอนของท่านเน้นการปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง
จึงเริ่มต้นที่จะปฏิบัติเพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเอง'

โทโมมิ อิโต อาจารย์สอน
ทางด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัย Kobe ประเทศญี่ปุ่น
เล่าถึงเหตุผลที่เธอมาสนใจวิจัยงานของท่านพุทธทาส ต่อมาว่า ปกติสอนหนังสือ
อยู่ในวงการวิชาการของเอเชียศึกษา ถ้ามีอะไรเกี่ยวกับไทยศึกษา
ญี่ปุ่นศึกษา สำหรับคนต่างชาติอาจไม่รู้วัฒนธรรมคนเอเชียด้วยกัน
ก็เลยอยากรู้เรื่องว่า ทำไมคนไทยจึงนับถือท่านพุทธทาสมาก 'ตอน
แรกๆ ที่อ่านงานของท่านอาจารย์พุทธทาส ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีทางด้าน
Liberal Arts มหาวิทยาลัยคริสเตียนนานาชาติ
เรียนเกี่ยวกับศาสตร์ทุกด้าน
เช่น มนุษย์ศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ตอนปี ๑ ถึงปี ๒
ได้มีโอกาสมาเมืองไทย เพราะมีค่ายนักศึกษาญี่ปุ่น ร่วมกับคนไทย
มหาวิทยาลัยที่โทโมมิเรียนเขามีเครือข่ายร่วมกับมหาวิทยาลัยพายัพ'


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Jul 15, 2009 11:49 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  Siamese on Tue Oct 28, 2008 6:08 am

แล้วเรื่องนี้มันจะลงเอยยังไงกันล่ะทีเนี่ย..Rolling Eyes

Siamese
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Oct 28, 2008 7:30 pm

Siamese พิมพ์ว่า:แล้วเรื่องนี้มันจะลงเอยยังไงกันล่ะทีเนี่ย..Rolling Eyes

ลงเอยยังไง ม่ายรู้

รู้แต่เฮียลิ้ม เอาสุเมธไปด่าบนเวที หลังจากที่ไม่มีข่าวจะเล่นมานาน

ว่าแต่---> ใครคาบข่าวไปบอก รึเปล่าเนี่ย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Oct 30, 2008 9:19 pm

สนธิขึ้นเวที-ปราศรัยจวกดร.สุเมธ

เวลา 21.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นปราศรัยว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา กองทัพประกาศจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่จาบจ้วงสถาบัน ทำไมพันธมิตรต้องเป็นกลุ่มแรกที่มองเห็นเรื่องดังกล่าวและต้องใช้เวลานานถึง 4 ปี คนอื่นถึงจะมองเห็น วันนี้ต้องพูดถึงดร.สุเมธ เป็นผู้ทำงานรับใช้ใกล้ชิดพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่กลับทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ นายจักรภพ เพ็ญแข และนางดา ตอร์ปิโด ที่จาบจ้วงสถาบัน แต่กลับออกมาให้ทุกฝ่ายสามัคคีกัน

"ดร.สุเมธชอบทำตัวตีกินเพียงอย่างเดียว ดีที่สุดคือ ต้องหุบปาก อย่าทะลึ่งมาออกความเห็นอีกต่อไปเพราะจะถูกสวนกลับไปอีกทุกครั้ง มีคนอย่างดร.สุเมธที่ชอบอ้างตัวว่าเป็นผู้ใกล้ชิด เป็นผู้ดูแลโครงการหลวง แต่ไม่สนใจอะไรกับผู้ที่ทำจาบจ้วง จึงเป็นผู้ที่ทำให้สถาบันอ่อนแอ ยังมีคนอย่างดร.สุเมธ นายโคทมและอีกมากที่ชอบพูดว่าบ้านเมืองแบ่งเป็น 2 ฝ่าย เป็นการมองแบบคนโง่ ที่ถูกต้องคือบ้านเมืองแบ่งเป็นพวกที่อยู่ข้างความถูกต้องและไม่ถูกต้อง แทนที่จะยืนอยู่ข้างฝ่ายถูกต้อง กลับมาทำตัวเป็นศาสดาสอนให้สามัคคีกัน" นายสนธิ กล่าว

นายสนธิกล่าวด้วยว่า วันที่ 28 ต.ค. นายสุเมธ คงตอบโต้กลับมา ตนก็อยากให้ออกมาเพราะจะได้โต้กลับไป จะได้รู้ใครพูดความจริง แต่ถ้าออกมาก็จะเจอตอบโต้เป็นหน้าๆ

ที่มา http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEk0TVRBMU1RPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHhNQzB5T0E9PQ==

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Oct 30, 2008 10:39 pm

http://74.125.153.132/search?q=cache:_WJ1_X316WgJ:capital.sec.or.th/webapp/corp_fin/datafile/56/20070003T12.DOC+%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5,%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B2&cd=191&hl=th&ct=clnk&gl=th&client=firefox-a

คณะกรรมการ

บริษัทปูนซิเมนต์ไทย
จำกัด (มหาชน)


รายชื่อผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท

    คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย

      1. นายจิรายุ อิศรางกูร
      ณ อยุธยา ประธานกรรมการ





      2. พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ กรรมการ




      3. นายเสนาะ อูนากูล กรรมการ




      4. นายศิววงศ์ จังคศิริ กรรมการ





      5. นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการ




      6. นายปรีชา อรรถวิภัชน์ กรรมการ



      7. นายพนัส สิมะเสถียร
      กรรมการ




      8. นายยศ เอื้อชูเกียรติ กรรมการ




      9. นายอาสา สารสิน กรรมการ




      10. นายชุมพล ณ
      ลำเลียง กรรมการ




      11. นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ กรรมการ



      12. นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่


นายวรพล
เจนนภา เลขานุการคณะกรรมการ
และเลขานุการบริษัท

http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document95211.html
เรื่องของอำนาจในประวัติศาสตร์ไทย
โครงสร้างอำนาจในชีวประวัติการเมืองไทย
นักวิชาการอิสระ
สาขาประวัติศาสตร์ไทย

หมายเหตุ
บทความชิ้นนี้
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้รับมาจากผู้เขียน เดิมชื่อ
โครงสร้างอำนาจในการเมืองไทย
ทางกองบรรณาธิการขอขอบคุณเจ้าของต้นฉบับมา ณ ที่นี้

(บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา)
บทความฟรี
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 776

เผยแพร่บนเว็ปไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๘
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ 11 หน้ากระดาษ A4)



งานของประมวล
รุจนเสรี รวมทั้งข้อเสนอที่ต่อเนื่องกันของสนธิ ลิ้มทองกุล ในส่วนเกี่ยวกับ
"พระราชอำนาจ" เป็นตรรกะตอนปลายของกระแสนี้ อาศัยคตินิยมต่าง ๆ
ที่มีต่อในหลวงหวังล้างอำนาจของรัฐบาลทักษิณ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเสนอทำนองนี้
เป็นเรื่องซึ่งเกิดขึ้นในการเมืองไทยเสมอ พรรคประชาธิปัตย์เมื่อคราวล้มปรีดีก็เคยใช้วิธีนี้
ขบวนการนักศึกษาประชาชนเมื่อครั้ง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ก็เคยใช้ กลุ่มเอ็นจีโอนักเคลื่อนไหวก็เคยใช้
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจก็เคยใช้ แม้ว่าทั้งประมวลและสนธิ ต่างมีรายละเอียดเฉพาะของตนเอง
เช่น มีการเขียนหนังสือ พิมพ์เอกสาร พูดปาฐกถา และใช้สื่อสาธารณะ ราวกับปัญญาชน...


คตินิยมต่าง
ๆ ที่ปรากฏในงานประมวลชวนให้นึกถึงงานบางชิ้นของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช,
ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช, และธานินทร์ กรัยวิเชียร (ทั้งสามเป็นต้นแบบบางอย่างให้กับประเวศ
วะสี, วิทยานิพนธ์ของธงทอง จันทรางศุ, สุเมธ ตันติเวชกุล, เปรม ติณสูลานนท์,
กนก วงศ์ตระหง่าน (บางชิ้น), ชัยอนันต์ สมุทวณิช (บางชิ้นในช่วงแรก ๆ), สนธิ
เตชานันท์, วิทยานิพนธ์ของนัยนา หงษ์ทองคำ, งานวิจัยของหม่อมหลวงวัลย์วิภา
จรูญโรจน์, บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, วิทยานิพนธ์เจษฎา พรไชยา ฯลฯ). จะถือว่า
"พระราชอำนาจ" ของประมวลเป็นสูตรผสมล่าสุดของคึกฤทธิ์ เสนีย์ และธานินทร์
( คึกฤทธิ์ + เสนีย์ + ธานินทร์ = ประมวล ) หรือเป็นผู้สืบรับมรดกทางความคิดของคึกฤทธิ์
เสนีย์ และธานินทร์ ก็เห็นจะไม่ผิดนัก


คติเช่น
"เจ้าชีวิต" "เจ้าแผ่นดิน" "อาญาสิทธิ์" ล้วนแต่เป็นคติที่เสนออย่างเป็นระบบโดย
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ แทบทั้งสิ้น "อธิปไตยพระราชทาน" ก็มาจากบทบาท
ม.ร.ว. เสนีย์ ในการตีความหลักศิลาจารึก การเมืองสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ
และบทบาทรัชกาลที่ ๗ ในเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง บทบาทพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญเสรีนิยม
ก็ล้วนแต่ผ่านการอธิบายโดยแจ่มกระจ่างจากธานินทร์ โดยเฉพาะในงานเขียนที่ชื่อ
"พระมหากษัตริย์ไทยในระบอบประชาธิปไตย"(3)


ส่วนกรณีประมวลกับสนธินั้นจะอย่างไรได้
ในเมื่อทักษิณไม่อาจเทียบได้กับคณะราษฎรหรือคอมมิวนิสต์แม้แต่น้อย ผิดบริบท
ผิดฝาผิดตัว ผิดทั้งรูป ผิดทั้งรอย...



แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Jul 15, 2009 12:23 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Oct 31, 2008 12:09 am


http://www.youtube.com/watch?v=uK6iuwXfpek


Things
aren't always what they seem.. BABYLON INVENTED DOCTRINE TO WORSHIP THE PAGAN
SUN GOD (Baal Dagon etc) . THE "CHRISTIAN" CHURCH OF ROME ADOPTING 100% OF THE
PAGAN DOCTRINES GIVING THEM CHRISTIAN NAMES check this website
http://www.remnantofgod.org/whoreofbabylon.htm
http://www.remnantofgod.org/images/IGC/pagan-rcc.htm
http://www.aloha.net/~mikesch/verita.htm Revelation 18:4 And I heard another
voice out of heaven say: "Get out of her, my people, if YOU do not want to share
with her in her sins, and if YOU do not want to receive part of her plagues. 5
For her sins have massed together clear up to heaven. Read Mat24: Jesus said
4"Look out that nobody misleads YOU; 5 for many will come on the basis of my
name, saying, 'I am the Christ,' and will mislead many 11 And many false
prophets will arise and mislead many;23 "Then if anyone says to YOU, 'Look! Here
is the Christ,' or, 'There!' do not believe it. 24 For false Christs and false
prophets will arise and will give great signs and wonders so as to mislead, if
possible, even the chosen ones. Be absolutely certain of the truth Do some
research on this subject and also check this stuff out, this is where all the
bits of the puzzle come together... The Jesuits secret war on control And the
masters of the New World Order http://www.vaticanassassins.org/
http://www.conspiracyarchive.com/ http://www.infowars.com/ or youtube or Google
eric jon phelps jordan maxwell david icke The Freeman Perspective Alex jones
Author: sethsangel2 Keywords: sun god worship pagan Baal Jesuits sin great wild
beast Vatican Catholic pope pilgrim Rome church Satan dragon end the times
Revelation Religion Scripture Gods resurrection revelation Whore Babylon False
Prophet symbol Holy youth catholic Babylonian Testifies Testimony clergy Truth
day scarlet revealed Armageddon Trinity yhwh spirit Cathedral goddess heavens
serpent cross bishops papacy Christ Antichrist world saints priests illuminati
new order 2008 Jehovah Jesus Added: July 22, 2008

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Oct 31, 2008 9:23 pm



votive1
14KB

Notice the three finger salute of Buddah. It is
actually a representation of the trident of Babylon

รูปนี้ฝาหรั่งเขาหาว่าพุทธ
ทำมือเลียนแบบสัญลักษณ์การทำมือแบบซาตานของบาบิโลน Twisted Evil

http://www.cafepress.com/bodhi_tree_gift/788226
http://www.criticalgraphics.com/peace_signs/criticalgraphic/2237639

หรือว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ




rcc1
8KB

Zoom in on the hand gesture of the statue "Peter"
in the Vatican



rcc2
15KB

This statue which was originaly named "Jupiter" in
a Pagan temple is now in the Vatican and re-named "Peter." Notice the Pagan
symbol of the trident depicted in the same hand gesture of
Babylon



rcc3
14KB

Satanic hand gestures of Pagan Rome are found on
thousands of statues as well as paintings all throughout the Vatican as well as
countless cathedrals and Roman Catholic churches the world over


หรือว่า ทำตามแบบวาติกัน



zoom-pius-3fingers 11KB
Here we see
Pope Pius XII (Hitler's helper) with his three finger salute of
Babylon


http://www.mantanasin.com/index.php?mo=3&art=211883

http://www.palungjit.com/buddhism/gallery/showphoto.php?photo=787&si=32
๓๒.ปางประทานโอวาทหรือปางแสดงโอวาทปาติโมกข์


พระพุทธรูปปางประทานโอวาทหรือปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ วัดพระปฐมเจดีย์
ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ
พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้น จีบนิ้วพระหัตถ์ไว้เสมอพระอุระ ( อก )
เป็นกิริยาทรงประทานโอวาทปาติโมกข์



ความเป็นมาของปางประทานโอวาทหรือปางแสดงโอวาทปาติโมกข์


ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์
หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วประมาณ ๙ เดือน
ได้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต คือ การประชุมที่ครบองค์ ๔ ได้แก่


( ๑ ) วันนั้นเป็นวันดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ ( วันเพ็ญเดือน ๓ )

( ๒ ) พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย

( ๓ ) พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖

( ๔ ) พระสงฆ์ทั้งหมดเป็นเอหิภิกขุ คือ เป็นผู้ที่พระพุทธองค์ประทานอุปสมบทด้วยพระองค์เอง


ในวันนั้นพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์
ซึ่งเป็นหลักสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นแนวทางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ใจความสำคัญแห่งพระโอวาทนั้น ได้แก่ ละเว้นความชั่วทั้งปวง ทำความดีให้ถึงพร้อม
ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส วันเพ็ญเดือน ๓ ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เรียกว่า วันมาฆบูชา

หนู sunny ลูกพระอาทิตย์ ช่วยหาคำตอบหน่อยจ้า ว่าพระปางนี้
การออกแบบให้ทำมือแบบนี้ เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่? และใครเป็นคนต้นคิด!
Twisted Evil

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Nov 01, 2008 9:24 am

ประวัติการสร้างพระพุทธรูป

http://72.14.235.104/search?q=cache:8kw6kb5hY0MJ:www.wpctv.net/buildbuddha.doc+%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97,%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2&hl=th&ct=clnk&cd=9&gl=th&client=firefox-a

ในระยะแรกหลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
พุทธศาสนิกชนก็ได้นำเอา ดิน น้ำ และใบโพธิ์จากสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง คือ
สถานที่ประสูติ (ลุมพินีวัน) ตรัสรู้ (พุทธคยา) ปฐมเทศนา (พาราณสี) และ
ปรินิพพาน
(กุ สินารา) เก็บมาไว้เพื่อบูชาคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ต่อมามีการสร้างรูปอื่นที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณ เช่น
ทำดวงตราสัญลักษณ์ประจำสถานที่ต่างๆ ขึ้น ด้วยดินเผาหรือแผ่นเงิน
เช่นที่เมืองกบิลพัสดุ์สร้างตราดอกบัว หมายถึงมีสิ่งบริสุทธิ์เกิดขึ้น และตราม้า
หมายถึงม้ากัณฐกะ ที่เมืองพาราณสีสร้างตราธรรมจักร
มีรูปกวางหมอบอันหมายถึงการแสดงธรรมจักร
และพระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงสร้างเสาหินอโศกไว้ในสถานที่ประสูติ
เป็นต้น


ส่วนการสร้างพระพุทธรูปมีประวัติความเป็นมาดังนี้ คือ
ตามตำนานพุทธประวิติกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าปเสนธิโกศลแห่งแคว้นโกศล
ได้โปรดให้ช่างจำหลักพระรูปเหมือนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นจากไม้แก่น จันทร์
เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระพุทธองค์ที่เสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้น
ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา นับเป็นการสร้างพระพุทธรูปเป็นครั้งแรก
แต่ตำนานพระแก่นจันทร์นี้
บางท่านกล่าวว่าเป็นเพียงตำนานที่ยังไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้อย่าง ชัดเจน
ถ้าไม่นับพระแก่นจันทร์ก็สันนิษฐานกันว่า พระพุทธรูปนั้น
เริ่มสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ ๗ ตั้งแต่สมัยคันธารราฐ
ซึ่งเป็นแคว้นที่อยู่ทางตอนเหนือ ของอินเดียโบราณ

(
ปัจจุบันอยู่ในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานและตะวันออกของอัฟกานอสถาน)
ผู่ริเริ่มสร้างไม่ใช่ชาวอินเดียแต่เป็นพวกโยนก (กรีก)

สันนิษฐานว่าเริ่มสร้างในสมัยพระเจ้าเมนันเดอร์หรือพระเจ้ามิลินท์
กษัตริย์เชื้อสายกรีกแห่งแคว้นคันธาระ หรือคันธาราฐ

เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชนำพระพุทธศาสนาเข้าไปเผยแผ่ในคันธาราฐ
พวกโยนกยอมรับนับถือพระพุทธศาสนา พระเจ้ามิลินท์มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก
แสดงองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจิริญรุ่งเรือง
แต่เดิมนั้นพระพุทธศาสนาไม่มีรูปเคารพแต่อย่างใด
เพราะในสมัยอินเดียในสมัยนั้นมีข้อห้ามในการทำรูปเคารพ
แต่เคยนับถือศาสนเทวนิยมและจำหลักรูปเคารพของเทพเจ้ากลุ่มโอลิมปัสมาก่อน
เช่น รูปอพอลโลและซีอุส เมื่อเปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา
ก็เลยจำหลักศิลารูปพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นเคารพบูชาเป็นครั้งแรก



แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sat Nov 01, 2008 9:44 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Nov 01, 2008 9:25 am

พระพุทธรูปปางต่างๆ




๑.ปางประสูติ

๒.ปางมหาภิเนษกรมณ์

๓.ปางตัดพระเมาลี

๔.ปางอธิฐานเพศบรรพชิต

๕.ปางปัจเจกขณะ

๖.ปางบำเพ็ญทุกรกิริยา

๗.ปางทรงพระสุบิน

๘.ปางรับมธุปายาส

๙.ปางเสวยมธุปายาส

๑๐.ปางเสี่ยงบารมีลอยถาด

๑๑.ปางรับหญ้าคา

๑๒.ปางสมาธิเพชร

๑๓.ปางมารวิชัย

๑๔.ปางสมาธิหรือปางตรัสรู้

๑๕.ปางถวายเนตร

๑๖.ปางจงกรมแก้ว

๑๗.ปางเรือนแก้ว

๑๘.ปางห้ามมาร

๑๙.ปางนาคปรก

๒๐.ปางฉันผลสมอ

๒๑.ปางประสานบาตร

๒๒.ปางรับสัตตุก้อนสัตตุผง

๒๓.ปางพระเกศธาตุ

๒๔.ปางรำพึง

๒๕.ปางปฐมเทศนา

๒๖.ปางประทานเอหิภิกขุ

๒๗.ปางภัตกิจ

๒๘.ปางห้ามสมุทร

๒๙.ปางห้ามญาติ

๓๐.ปางปลงกัมมัฏฐาน

๓๑.ปางชี้อัครสาวก

๓๒.ปางแสดงโอวาทปาฏิโมกข

๓๓.ปางประทับเรือ

๓๔.ปางห้ามพยาธิ

๓๕.ปางแสดงอิทธิปาฏิหาริย์

๓๖.ปางอุ้มบาตร

๓๗.ปางโปรดพุทธบิดา

๓๘.ปางรับผลมะม่วง

๓๙.ปางแสดงยมกปาฏิหาริย์

๔๐.ปางโปรดพุทธมารดา

๔๑.ปางเปิดโลก

๔๒.ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์

๔๓.ปางลีลา

๔๔.ปางห้ามแก่นจันทร์

๔๕.ปางพระอิริยาบถยืน

๔๖.ปางประดิษฐานรอยพระพุทธบาท

๔๗.ปางสรงน้ำฝน

๔๘.ปางขอฝน
(
นั่ง)

๔๙.ปางขอฝน
(
ยืน)

๕๐.ปางชี้อสุภะ

๕๑.ปางชี้มาร

๕๒.ปางปฐมบัญญัติ

๕๓.ปางขับพระวักกลิ

๕๔.ปางสนเข็ม

๕๕.ปางประทานพร
(
นั่ง)

๕๖.ปางประทานพร
(
ยืน)

๕๗.ปางประทานธรรม

๕๘.ประทานอภัย
(
นั่ง)

๕๙.ปางโปรดพญาช้างนาฬาคิรี

๖๐.ปางโปรดพญาชมพูบดี

๖๑.ปางปาลิไลก์

๖๒.ปางแสดงโอฬาริกนิมิตร

๖๓.ปางโปรดอสุรินทราหู

๖๔.ปางโปรดอาฬวกยักษ์

๖๕.ปางโปรดองคุลีมารโจร

๖๖.ปางโปรดพกาพรหรม

๖๗.ปางพิจารณาชราธรรม

๖๘.ปางปลงอายุสังขาร

๖๙.ปางนาคาวโลก

๗๐.ปางทรงรับอุทกัง

๗๑.ปางทรงพยากรณ์

๗๒.ปางโปรดสุภัททปริพาชก

๗๓.ปางปรินิพพาน






ข้อมูล :
จากหนังสือปางพระพุทธรูป หัวข้อธรรมในคำกลอน โดย ระพีพรรณ ใจภักดี


ปางพระพุทธรูป จากพระพุทธประวัติ
http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=1970

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  so sad on Tue Dec 16, 2008 8:57 pm

ไหนบอกว่า พอเพียง ทีตัวเองยังไม่พอเพียงเลย แล้วมาทำเป็นสอนคนอื่น...สุเมธเอ๋ย

so sad
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 17, 2009 11:11 am

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000017175

“หลวง-พสุ” พา “ไอซ์-อภิษฎา” ซิ่งเฟอร์รารีไฟไหม้วอดทั้งคันที่สัตหีบ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7526672/A7526672.html


ไม่มีอะไร แค่รถยี่ห้อเดียวกันเท่านั้นเอง จบข่าว!!!


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sun Nov 15, 2009 9:35 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Nov 15, 2009 8:55 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1258184305&grpid=02&catid=01


เหรียญแม้ว นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำเหรียญพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกฯ ที่แกนนำชมรมคนรักทักษิณ ทำแจกจ่ายคนเสื้อแดงเพื่อระลึกถึง เก็บไว้เพื่อเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจในการต่อสู้
ที่พรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 14 พ.ย.


วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 14:38:07 น.
มติชนออนไลน์

ปชป.เชื่อ"แม้ว"ตั้งวอร์รูมที่เขมร หวังล้มรัฐบาลก่อนสิ้นปี


นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาพักที่กัมพูชาและมีท่าทีว่า ต่อไปจะอยู่ใกล้ประเทศไทยมากขึ้น
เพราะบรรยากาศ อาหารการกิน ใกล้เคียงกัน ว่า เชื่อว่าต่อไปพ.ต.ท.ทักษิณ คงจะใช้กัมพูชาเป็นฐาน
ปฏิบัติการการเมืองล้มรัฐบาลให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้
ตามที่เคยประกาศไว้ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ สามารถปักหลัก เป็นที่ประสานงานกับแนวร่วมประชาธิปไตย
ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ในการเคลื่อนไหวได้อย่างใกล้ชิด และคงอยู่ที่นี่ได้ที่เดียว
จากความสัมพันธ์กับฮุนเซน


นายเทพไท กล่าวว่า การที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยกว่า 60 คน ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ และร่วมงานเลี้ยง
ที่สมเด็จฮุนเซน จัดให้ที่กัมพูชา ซึ่งเป็นไปด้วยความชื่นมื่น แต่เป็นการเจ็บปวดของคนไทยทั้งชาติ
ที่เห็นผู้แทนของตน ไปซูฮกยกสมเด็จฮุนเซนเป็นผู้นำพรรคอีกคนหนึ่ง


"ผมได้รับเหรียญเนื้อผงสีแดงไว้ห้อยคอ ด้านหนึ่งเป็นหน้าพ.ต.ท.ทักษิณ ด้านหลังยังว่างอยู่ก็น่าจะ
ทำเป็นหน้าสมเด็จฮุนเซน" นายเทพไท กล่าว พร้อมนำเหรียญมาแสดง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Nov 15, 2009 9:01 am

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-75.htm


http://www.weopenmind.com/board/index.php?action=printpage;topic=11011.0
ข้อมูลต่อไปนี้ถูกเผยแพร่ตั้งแต่ต้นปี 2549 ใครมีข้อมูลเสริมหรือแย้ง หรือจะตบแต่งใหม่ให้สมบูรณ์ครบถ้วน เชิฯครับ

*********************************

ภายหลังสำเร็จการศึกษา นายสนธิ เดินทางกลับไทยเมื่อปี 2516 นายสนธิ เข้าทำงานเป็นบรรณาธิการบริหาร
นสพ.ประชาธิปไตย เมื่ออายุได้เพียง 27 ปี จากนั้นร่วมกับนายพอล สิทธิอำนวย ตั้งบริษัท Advance Media
ในเครือพีเอสกรุ๊ป ออกนิตยสารดิฉัน แต่ประสบกับการขาดทุน จึงขายให้กับนายปิย์ มาลากุล ณ อยุธยา

นายสนธิกลับมาโดดเด่นอีกครั้งด้วยการตั้งบริษัทตะวันออกแมกกาซีน ออกจำหน่ายหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายเดือน
เมื่อปี 2526 และผู้จัดการรายสัปดาห์ จากความสำเร็จในการเป็นหนังสือแนวธุรกิจชั้นนำของผู้จัดการรายเดือน
และรายสัปดาห์ ทำให้นายสนธินำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2533
พร้อมกับออกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

ต่อมานายสนธิ สามารถเข้าเทคโอเวอร์บริษัทลูกของปูนซีเมนต์ไทยได้คือ บริษัทเอสซีทีคอมพิวเตอร์ จำกัด,
บริษัทไมโครเนติก จำกัด และบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลเอ็นจิเนียริ่ง (ไออีซี) จำกัด ซึ่งต่อมาบริษัทไออีซี
ได้กลายเป็นบริษัทที่ทำกำไรให้กับนายสนธิอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัท ไออีซี (IEC) เป็นบริษัทผูกขาด
การขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย ระบบเซลลูล่า 900 แต่เพียงผู้เดียว

นายสนธิไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศ โดยมีการขยายตัวไปลงทุนออกหนังสือพิมพ์
“เอเซียไทม์” ตั้งฐานผลิตที่ฮ่องกง พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัทแมเนเจอร์มีเดีย กรุ๊ป จำกัด
(มหาชน) หรือเอ็มกรุ๊ป เมื่อ 22 พ.ย.2537 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานบริษัทในเครือจากนั้น
เริ่มขยายไปสู่วงการ โทรคมนาคมในต่างประเทศเข้าไปลงทุนในโครงการดาวเทียมลาวสตาร์
ชื่อบริษัท ABCN ที่เป็นบริษัทในเครือได้รับสัมปทานจากประเทศลาวพร้อมกับทำกิจการโรงแรมในลาว
และร้านอาหารในจีน จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้เอง

ทำให้นายสนธิ ถูกสื่อมวลชนตะวันตกเรียกว่า “มร.โกลบอลไลเซชั่น” หมายถึงผู้ที่สร้างตัวมาจากสื่อสิ่งพิมพ์
ก่อนที่จะขยายไปสู่โทรคมนาคม บรอดคาสติ้ง และมีเดีย

จากการขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง การพยากรณ์ธุรกิจอย่างผิดพลาด และความล้มเหลวในการบริหาร
ประกอบกับสภาพธุรกิจที่ตกต่ำนับตั้งแต่ปลายปี 2539 ทำให้นายสนธิ ต้องขายธุรกิจในเครือเพื่อนำเงิน
มาชำระหนี้ รวมทั้งโครงการดาวเทียมลาวสตาร์ที่ขายให้กับกลุ่มยูคอม

แต่นายสนธิยังมีหนี้สินอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อ พ.ย.2542 ธนาคารนครหลวงไทย ได้ยื่นฟ้องนายสนธิ
และบริษัท เอ็มกรุ๊ป ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะไม่สามารถชำระหนี้ให้กับธนาคารได้จำนวน 150 ล้านบาท
จนกระทั่งศาลมีคำสั่งให้นายสนธิ และบริษัท เอ็ม กร๊ป เป็นบุคคลล้มลาย

ปัจจุบันนายสนธิ ยังคงบริหารหนังสือพิมพ์ในเครือที่เหลือเพียง 3 ฉบับ คือผู้จัดการรายเดือน, รายสัปดาห์
และรายวัน ซึ่งนายสนธิ ถือว่าเป็นหัวใจหลักที่จะต้องคงไว้และดำเนินงานต่อไป
แต่นายสนธิไม่มีตำแหน่งใดๆ ใน นสพ.ผู้จัดการ เพียงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการบริหารงานเท่านั้น

นายสนธิ มีความสนิทสนมกับบุคคลในกลุ่มนักธุรกิจและข้าราชการหลายคน คือ
นายชัยยันต์ โปษยานนท์ อดีตรองอธิบดีกรมสรรพสามิต, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่
ธนาคารกรุงไทย, นายทนง พิทยะ รมว.กค., นายศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย,
และนายเอกกมล คีรีวัฒน์ อดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย,

ในส่วนของนักการเมือง เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นรม., นายบุญชู โรจนเสถียร, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน,
นาย ธารินทร์ นิมมานเหมินท์, นายโภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา ซึ่งเคยใช้บ้านพักพีเควิลล่าของนายสนธิ
เป็นที่เจรจาจัดตั้งรัฐบาล
นายบรรหาร ศิลปอาชา, พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก,
นายเนวิน ชิดชอบ, นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

นายสนธิ มีความสนิทสนมกับนายศิรินทร์ และนายธารินทร์ มาก โดยนายสนธิ จะได้รับความช่วยเหลือ
ด้านเงินจากธนาคารกรุงไทย เพื่อมาพยุงฐานะธุรกิจของนายสนธิ ตลอดเวลา ในช่วงที่นายศิรินทร์
เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่

โดยเมื่อ พ.ย.2542 บริษัท Pricewaterhouse Coopers ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ธนาคารกรุงไทยว่าจ้างมาปรับปรุง
โครงการตรวจสอบภายในระบุว่า บจ.เอ็ม กรุ๊ป มีหนี้สินอยู่กับธนาคารกรุงไทย จำนวน 2,123 ล้าน เป็นหนี้เสีย (NPL)
เพราะไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นการปล่อยสินเชื่อโดยความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกรุงไทย

นายสนธิได้เขียนบทความ รวมทั้งออกหนังสือ ชื่อ “เปลือยธารินทร์” โจมตีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
และเรื่องส่วนตัวของนายธารินทร์ ตลอดมา ซึ่งน่าจะไม่พอใจที่นายธารินทร์ ไม่ยอมช่วยเหลือแก้ไขปัญหา
ทางธุรกิจให้นายสนธิ

นอกจากนี้นายสนธิ ยังสนิทสนมหรือสามารถ “สั่ง” นายทนง พิทยะ ในขณะดำรงตำแหน่ง
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารทหารไทย ได้เนื่องจากนายสนธิเป็นผู้มีบุญคุณกับนายทนง

โดยออกเงินค่าใช้จ่ายในการจัดงานและค่าสินสอดการแต่งงานครั้งที่ 2 ของนายทนง กับนางมธุรส รัตนปรารมย์
นายทนง จึงตอบแทนนายสนธิด้วยการปล่อยสินเชื่อเพื่อมาใช้ในธุรกิจของ นสพ.ผู้จัดการ ตลอดเวลาเช่นกัน

ขณะเดียวกันนายทนง ก็เป็นตัวกลางเชื่อมให้นายสนธิไปมีความสัมพันธ์อันดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เนื่องจากในขณะนั้นนายทนง ช่วยเหลืองานกับกลุ่มบริษัท ชินวัตร


นายสนธิ ยังมีความสนิทสนมกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เนื่องจากนางจันทร์ทิพย์ เป็นญาติของนายบัญญัติ
และนายสนธิ กับนายบัญญัติ เคยลงทุนทำธุรกิจโรงแรมด้วยกันที่ประเทศลาว

ปัจจุบันการพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันเป็นประจำ

นอกจากนี้ นายสนธิ ยังเคยสนิทสนมกับ ร.ตอ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นอย่างมาก ซึ่งนายสนธิ
ให้เงินสนับสนุน ร.ต.อ.เฉลิม ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.โดยเฉพาะการเลือกตั้งเมื่อ 22 มี.ค.35
ร.ต.อ.เฉลิม ได้ขอเงินสนับสนุนจากนายสนธิ จำนวน 10 ล้านบาท


แต่หลังจากการเลือกตั้งเมื่อ 17 พ.ย.39 บุคคลทั้งสองเกิดแตกแยกกัน จนถึงขั้นไม่เผาผีกัน
เป็นลักษณะเดินทางใครทางมัน

จนเมื่อปี 2541 นายสนธิ เปิดคอลัมน์ของตัวเองใน น.ส.พ.ผู้จัดการรายวัน ชื่อ”แค้นสั่งฟ้า”
ซึ่งมุ่งเน้นเจอะลึกทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม โดยใช้นามปากกาว่า “พายัพ วณาสุวรรณ”

และเมื่อเดือน ก.ย.41 ได้เขียนโจมตี ร.ต.อ.เฉลิม เกี่ยวกับความประพฤติของบุตรชาย ทำให้เมื่อ 19 ก.ย.41
ได้มีการลงโฆษณาใน นสพ.ไทยรัฐ และมติชนรายวัน ว่า งานฌาปนกิจศพนายโกคั้บ แซ่ลิ้ม หรือ โกคั้บ แซ่ลิ้ม
ณ เมรุวัดป่าบ้านเหนือ (เป็นวัดที่นายสนธิ นับถือและศรัทธาเจ้าอาวาสวัดนี้) จ.อุดรธานี ในวันที่ 20 กันยายน 2541
เวลา 15.00 น. เทศนาธรรมโดยหลวงตาเหลิม เวลา 16.30 น. สวดพระอภิธรรมถวายผ้าบังสุกุล เวลา 17.00 น.
ประชุมเพลิง พร้อมกับระบุในตอนท้ายว่า “ผู้วายชนม์ขออโหสิกรรมสิ่งที่ได้กระทำต่อเจ้าหนี้ทั้งหลายได้โปรด
อโหสิกรรมต่อผู้วายชนม์ด้วย”

http://www.thaioctober.com/forum/index.php?topic=476.10;wap2
http://bbznet.pukpik.com/scripts2/view.php?user=chaitarak&board=8&id=225&c=1&order=numtopic

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=spiral&date=17-02-2007&group=28&gblog=4
ความสามารถในการเล่นบทบาทหลายหน้าอย่างแนบเนียนนี้ ถือเป็นมรดกตกทอดที่โกตั๊บรับมาโดยตรงจากพ่อ
ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการก๊กมินตั๋งที่ถูกส่งเข้ามาต่อต้านคอมมิวนิสต์ในไทย

พ่อของโกตั๊บเป็นจีนไหหลำ ชื่อจีนไม่เปิดเผยกับคนภายนอก แต่ใช้ชื่อไทยว่า วิเชียร อพยพจากเมืองจีน
มาตั้งรกรากอยู่ที่กรุงเทพในฐานะผู้ปฏิบัติงานต่อต้าน คอมมิวนิสต์จีนในไทย เช่นเดียวกับพ่อของ
บรรญัติ บรรทัดฐานอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกส่งไปทำงานในภาคใต้

โกตั๊บเคยให้สัมภาษณ์ว่า พ่อของเขานั้นเคยเป็นถึงผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยหวงผู่ที่เซี่ยงไฮ้
แต่ความเป็นจริงนั้นไม่มีใครยืนยัน(และเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องโกหกที่แต่งขึ้นมา) รู้แต่ว่า เขามีธุรกิจโรงพิมพ์
และจำหน่ายหนังสือพิมพ์จีนเล็กๆ แต่กลับมีบทบาทเป็นผู้กว้างขวางอย่างยิ่งในหมู่จีนไหหลำเมืองไทย
ในฐานะกรรมการที่ต่อเนื่องยาวนานของสมาคมจีนไหหลำในเมืองไทย

บทบาทในสมาคมไหหลำของพ่อเขาทำให้ไม่ยากที่จะต่อสายไปกับคนจีนเชื้อสายไหหลำที่โด่ง
ดังในไทยอย่าง บุญชู โรจนเสถียร นายธนาคารใหญ่แห่งธนาคารกรุงเทพขณะนั้น


สิ่งที่โกตั๊บไม่เคยบอกก็คือ ทำไมเขาถึงมีทะเบียนเกิดที่จังหวัดสุโขทัย ?
ความจริงก็คือตอนที่เขาเกิดพ่อของเขากำลังดำเนินการใต้ดินต่อต้านคอมมิวนิสต์
อยู่ในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีฐานจัดตั้งในกลุ่มคนจีนไหหลำที่
จังหวัดนครสวรรค์และพิจิตร ที่พวกคอมมิวนิสต์จีนได้จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านญี่ปุ่น

...

มีความจริงที่โกตั๊บพยายามปิดไม่บอกให้โลกรับรู้ในเหตุการณ์นี้ว่า โกตั๊บนี่แหละเผ่นหนีก่อนใคร
ไปตั้งหลักที่ประเทศอังกฤษก่อนวันที่ 17 พฤษภาคม 35 ด้วยซ้ำทิ้งให้พนักงานดูแลจัดการเผชิญปัญหา
ตามลำพังได้แต่โทรศัพท์ทางไกลมา ถามอย่างขี้ขลาดว่าเหตุการณ์ไปถึงไหนแล้ว
และจบด้วยคำพูดทุกครั้งว่า
“่ขอให้สู้ต่อไป ไม่ต้องห่วง พี่อยู่ทางนี้เอาใจช่วยเสมอ” แต่เวลาเล่าเหตุการณ์ให้คนภายนอกฟังมักแอบอ้าง
ฉวยโอกาสว่าตนเป็นผู้ยืนหยัดอยู่แถวหน้าในการต่อสู้เสมอ

ทำไมต้อง อังกฤษ สงสัยในโลกนี้ประเทศนี้ปลอดภัยที่สุด?
หรือไม่คือ อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในโลกปัจจุบัน!!!


https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=2&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

Preview of World War Three

Filed under:

  • NWO
  • Illuminati
September 8, 2006 - 09:47


Dear Group, I hope everyone is well and in good spirit.A
reader reacted to this article by asking: "Could the fight against
Satanists serve as a common denominator for Christians and Muslims to
shrink their differences? " (see right at the bottom, please.)
I immediately thought "Yes, especially if they all knew about the King of kings Bible!"Those who agree please contact Henry Makow at henry@savethemales. ca Perhaps he will write something about it.. who knows?LLTK, LLTF,Jacques

Preview of World War Three

By Henry Makow Ph.D.http://www.savethemales.ca/001719.html
September 01, 2006

By Henry Makow Ph.D.



In coming days and weeks, sock-puppets like George Bush will jawbone about stopping Iran's "nuclear enrichment program."

Ifyou understand the big picture you can tune all that out. If it weren't nuclear enrichment,
he'd find some another excuse to menace Iran.
Here's why:

The London-based Illuminati central bankers want to complete their
Masonic world dictatorship by extending their power over Russia and China.

(The Illuminati is an occult society that controls Freemasonry,
the largest secret society in the world. That's their emblem on the US dollar.)


In "The Grand Chessboard" (1997) Carter National Security Advisor Zbigniew Brzezinski said
control of the Middle East and Central Asia, including Afghanistan and the Caspian oil fields
was a prerequisite to controlling Russia and China.


To justify the invasion of Afghanistan and Iraq, the Illuminati engineered Sept. 11
(Yes, the Bush Administration, Federal Reserve,
CFR, CIA MI-6 and Mossad were behind it.)
As Brzezinski wrote: "the pursuit of power is not a goal that commands popular passion,
except in conditions of a sudden threat or challenge to the public's sense of domestic well-being.

The economic self-denial (that is, defense spending) and the human sacrifice
(casualties, even among professional soldiers) required in the effort are uncongenial to democratic instincts.
Democracy is inimical to imperial mobilization. " (p.35)

(See
Michael Ruppert, "A War in the Planning for Four Years: How Stupid do they Think We Are?" )

In 2001, Russia and China together with four Central Asian states set up
the "Shanghai Cooperation Organization" to expel the US from! the region.

Iran, Pakistan and India were granted observer status. Iran was regarded as the linchpin to the whole region.
In other words, under no circumstances will Russia and China let Iran be defeated.
The same applies to the Taliban in Afghanistan.


World War Three will pit West against East, NATO against the SCO.


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Nov 18, 2009 1:27 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Nov 15, 2009 9:25 am

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-90.htm

จากความเชื่อที่ขัดแย้งแตกต่างของแต่ละประเทศ ว่าระบบเศรษฐกิจ สังคมการเมืองรูปแบบใดที่จะสามารถ
แก้ปัญหาสังคมได้ดีกว่า ฝ่ายหนึ่งที่เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี จะยังคงตอบสนองต่อความต้องการ
ของสังคมได้ดีกว่า ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ขณะที่อีกฝ่ายเชื่อว่าระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
จะเป็นระบบเศรษฐกิจที่สามารถแก้ไขปัญหาของสังคมได้ดีกว่า ระบบทุนนิยมเสรี จากความเชื่อที่แตกต่าง
ดังกล่าวจะกลับมาเป็นปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังจากสิ้นสุดยุคสงครามเย็น
เมื่อ ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา




Dome of the Rock mosque



Golden Temple - Amritsar


สงครามศาสนา
ความขัดแย้งทางศาสนาระหว่าง คริสตจักร กับ อิสลาม ที่กรุงเจรูซาเล็ม ในประเทศอิสราเอล และความขัดแย้ง
ของ มุสลิม กับ ซิกข์ที่วิหารทองคำ แคว้นปัญจาบในอินเดีย
ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งระหว่างศาสนาคริสต์
กับศาสนาอิสลาม อันยาวนานถึง ๒๓๖ ปี ในสงครามครูเสด ระหว่างปี ค
.ศ. ๑๐๕๕ – ๑๒๙๑ เมื่อพวก
เซลจุ๊คเติร์ก (Seljuk Turk) ที่มานับถือศาสนาอิสลามได้บุกเข้ายึดกรุงแบกแดด ศูนย์กลางของอารยธรรมอิสลาม
ในปี ค.ศ.๑๐๕๕ แล้วเข้ายึดครองซีเรีย ปาเลสไตน์ และได้เข่นฆ่าสังหารประชาชนที่นับถือศาสนาคริสต์
หรือไม่ก็จับตัวไปขายเป็นทาส ตัดเส้นทางจาริกแสวงบุญของนักบวชในศาสนาคริสต์ จากยุโรปที่จะมายัง
กรุงเจรูซาเล็ม


เดือดร้อนถึงองค์สันตะปาปาเออร์บานที่ ๒ ในกรุงโรมต้องส่งอัศวินชาวแฟรงค์ซึ่งเป็นทหารม้าที่ดีที่สุดในโลก
และขอความร่วมมือจาก กษัตริย์ และเจ้าชาย ทั่วยุโรป จัดส่งทหารกล้าจัดทัพเพื่อไปปราบพวก
“ ไม่นับถือศาสนา “
(ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าเป็นพวกไม่นับถือศาสนา) และ ยึดเอา กรุงเจรูซาเล็ม “ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์”
จากฝ่ายอิสลามที่ยึดครองไปคืนมา ต่อมาได้จัดตั้ง ราชอาณาจักรครูเสเดอร์ (Crusader Kingdoms) ขึ้นมา
สี่ อาณาจักร เรียกว่าราชอาณาจักร เอ้าท์เทรเมอร์ (Outremer แปลว่า “โพ้นทะเล”) อันได้แก่ Kingdom of Jerusalem,
Country of Tripoli, Principality of Antiock, และ Country of Edessa”


หลังจากนั้นได้เกิดสงครามครูเสด อีกอย่างน้อย ๗ ครั้ง ที่การรบพุ่งได้พลัดกันแพ้พลัดกันชนะ กระทั่งยุโรป
ได้จัดทัพครั้งยิ่งใหญ่ นำโดย กษัตริย์และนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น พระเจ้าริชาร์ด ใจสิงห์แห่งอังกฤษ
ก็ไม่สามารถยึด กรุงเจรูซาเล็ม กลับคืน ภายหลังจากที่ ซาลาดิน ได้นำกำลังยึดเอานครเจรูซาเล็มกลับคืน
จากพวกคริสต์ในปี ค
.ศ.๑๑๘๗ และในปี ค.ศ. ๑๒๐๔


กองทัพของนักรบครูเสด
เปลี่ยนเป้าหมายเดิมซึ่งกำหนดเดินทางจากยุโรปมายังอียิปต์ให้เป็นการเดินทางมายัง กรุงคอนสแตนติโนเบิ้ล
สงครามครูเสด สองครั้งที่กองทัพนักรบครูเสด ได้เดินทางมายังอียิปต์เพื่อบุกเข้าไปปาเลสไตน์
แต่ไม่สามารถเข้ายึดกรุงไคโรได้สงครามครูเสดปี ค
. ศ. ๑๒๑๒ จบลงด้วยความเศร้าของฝ่ายคริสต์
แต่พระเจ้าเฟดเดอริคที่ ๒ จักรพรรดิ โรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ทรงพระปรีชาจนได้พระนาม “สิ่งมหัศจรรย์ของโลก”
สามารถส่งกำลังเข้ายึดกรุงเจรูซาเล็มกลับคืนมาได้ แต่ไม่ช้าก็ต้องเสียกรุงเจรูซาเล็มให้กับมุสลิมอีก
ราชอาณาจักรทั้ง ๔ แห่ง ที่พวกครูเสดได้จัดตั้งขึ้น ค่อยๆยอมแพ้พวกมุสลิม และเมื่อเมืองแอดรีแตก
ในปี ค.ศ.๑๒๙๑ สงครามครูเสดก็ได้สิ้นสุดลง


นอกจากความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ระหว่าง ศาสนาคริสต์ กับศาสนาอิลาม ในสงครามครูเสดแล้ว
ในพระคัมภีร์ ยังได้ระบุถึงข้องขัดแย้ง อันจะต้องเกิดขึ้นอีกครั้ง ตามคำพยากรณ์ ที่จะต้องสร้างวิหารใหม่
ในกรุงเจรูซาเล็ม นครอันศักดิ์สิทธิ์ ตาม นิมิต ของดาเนียล ดังนี้


จากพระคัมภีร์ที่เกี่ยวกับการเกิด ประเทศอิสราเอล คือ สดุดีบทที่ ๔๘ การสร้างวิหารใหม่ พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า
ปัญหาที่ชาวยิวยังไม่สามารถก่อสร้างวิหารใหม่ได้นั้น เนื่องจากพระวิหารใหม่ จะต้องสร้าง ณ ที่
เคยเป็นวิหารเดิม บนภูเขาพระวิหาร
(The Temple Mount) เดิม และที่ตรงนั้นขณะนี้เป็นสถานที่
ศาสนาอิสลามใช้อยู่ คือ Dome of the Rock Mosque หรือมัสยิดของอิสลาม อิสราเอลจึงจำเป็น
ต้องรอ “เวลานั้น” พระเจ้าคงจะเป็นผู้จัดการให้เอง


เหตุผลที่สนับสนุนคำพยากรณ์ที่จะต้องสร้างพระวิหารใหม่ก็คือ ในนิมิตหรือคำพยากรณ์ของดาเนียลเรื่อง ๗๐ สัปตะ
ได้ระบุว่าในช่วง กลียุค ๗ ปีนั้นเมื่อถึง ๓ ปี ครึ่ง
(ประมาณปี ๑๙๙๗) Antichrist จะเข้าไปในพระวิหารและ
กระทำสิ่ง น่าสะอิดสะเอียนด้วยสร้างตัวเองไว้ในพระวิหารและประกาศว่าตัวเองเป็นพระเจ้า

บังคับให้ทุกคนกราบไหว้และเคารพ ถ้าไม่มีการสร้างพระวิหารคำพยากรณ์ตอนนี้ก็จะไม่มีทางสำเร็จได้เลย


นอกจากนั้นยังมีคำพยากรณ์สำหรับพระวิหารที่จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ว่าจะต้องสร้างอย่างไร มีอะไรบ้าง
ขนาดเท่าใด อย่างละเอียดปรากฏอยู่ในพระธรรมเอเสเคียลตั้งแต่บทที่ ๔๐
- ๔๔ ซึ่งจากคำพยากรณ์ดังกล่าว


ปัจจุบันชาวยิวกำลังเตรียมที่จะสร้างพระวิหารใหม่
แทนวิหารเดิมที่ถูกทำลายการรื้อพื้นระบบการถวายเครื่องบูชาและการปรนิบัติรับใช้ในพระวิหารใหม่
การเตรียมปุโรหิต เครื่องใช้ในพระวิหารและแม้กระทั่งวัวพันธุ์พิเศษ สำหรับใช้เป็นเครื่องบูชา แบบแปลน
สำหรับการก่อสร้าง งบประมาณ ทุกอย่างพร้อมแล้วรอแต่เพียงการลงมือก่อสร้าง พระวิหารใหม่เท่านั้น


จะเห็นได้ว่าตามความเชื่อคำพยากรณ์ในพระคำภีร์ ดังกล่าว ย่อมที่จะก่อให้เกิดข้อขัดแย้งต่อชาวมุสลิม
อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบัน
Dome of the Rock Mosque ในกรุงเจรูซาเล็ม เป็นศาสนสถานอันศักดิ์ของชาวมุสลิม
ขณะที่ชาวยิวได้เตรียมการพร้อมที่สร้างพระวิหารใหม่ ในจุดที่ตั้งเดียวกันกับ Dome of the Rock mosque
ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม


ขณะเดียวกัน ที่แคว้นปัญจาบในประเทศอินเดีย กรณีวิหารทองคำ ของชาวซิกข์ ตามความเชื่อของชาวมุสลิมว่า
จุดที่ตั้งดังกล่าวเดิมเป็นจุดที่ตั้ง มัสยิด ของชาวมุสลิม ซึ่งก็ได้สร้างปัญหาข้อขัดแย้งทางศาสนามาโดยตลอด
ระหว่างชาว ซิกข์ กับ ชาวมุสลิม


ระหว่างค.ศ. ๑๖๕๘ - ๑๗๐๗ ออแรงแกบ จักรพรรดิโมกุลองค์ที่6 แห่งอินเดีย ได้ขยายจักรวรรดิอินเดียลงไปทางใต้
กว้างไกลยิ่งกว่าสมัยพระเจ้า อัคบาร์ มหาราช( ค.ศ. ๑๕๕๖
– ๑๖๐๕ ) ออแรงแกบ (เป็นนัดดาของพระเจ้า อัคบาร์)
ได้ทุ่มเทชีวิตเพื่อศาสนาอิสลาม พระองค์ทรงกวาดล้างทำลายผู้ที่มิได้นับถือในศาสนาอิสลามอย่างโหดเหี้ยมป่าเถื่อน
ทำให้เกิดการเกลียดชังในหมู่ประชาชน ได้เกิดการต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรมของออแรงแกบ โดยชนเผ่าน้อยใหญ่
ทั่วไปในอินเดีย


ซิกข์ เป็นหนึ่งในชนเผ่าที่จงเกลียดจงชังพวก ออแรงแกบ พวก ซิกข์ ( มาจากคำภาษาบาลี ว่า สิกขา ซึ่งแปลว่า ศึกษา)
เป็นชนเผ่านักรบที่อาศัยอยู่ในปัญจาบ บริเวณเชิงเขาหิมาลัย ที่บริเวณนี้พวกซิกข์ ได้จัดตั้งนครอันศักดิ์สิทธิ์
มี สุวรรณวิหาร กรุงอัมฤษษา ในแคว้นปัญจาบ ซึ่งเป็นดินแดนที่พระเจ้า อัคบาร์มหาราช ทรงประทานให้กับชนเผ่าซิกข์
แต่การที่ คุรุองค์ ศาสดาในศาสนาซิกข์ถูกสังหารทำให้ชาวซิกข์ ลุกฮือขั้นก่อการกบฎในที่สุดกำลังของ ออแรงแกบ
ก็หมด ออแรงแกบต้องหนีไปตายในต่างแดน ทิ้งความวุ่นวายไว้บนแผ่นดินอินเดีย จากประวัติศาสตร์ดังกล่าวทำให้เกิด
ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ชาวมุสลิม กับ ชาวซิกข์ ในแคว้น ปัญจาบมาโดยตลอด


นอกจากนั้นแล้ว ในแต่ละศาสนายังจะเกิดการแตกแยกออกเป็นนิกายใหม่ๆอีกเช่น กัน จากการขัดแย้งแตกแยก
ทางลัทธิศาสนาดังกล่าว จะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นโดยทั่วไป ทั้งนี้ความขัดแย้งทางศาสนา ซึ่งเป็นความเชื่อแบบ
จิตนิยม ดังนั้นความรุนแรงในอันที่จะเกิดขึ้นย่อมไม่มีขอบเขตจำกำกัด เช่นในรูปแบบของการก่อการร้ายดังที่ผ่านมา
ในสังคมยุคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการก่อการร้ายจากความขัดแย้งทางการเมือง ผู้ก่อการร้ายมีเป้าหมายข้อเรียกร้อง
ที่ชัดเจน มีความระมัดระวังในเรื่องของภาพพจน์ความชอบธรรมขององค์การ เด็ก ผู้หญิง คนชรา หรือประชาชน
ที่ไม่เกี่ยวข้อง มักจะไม่ได้รับอันตรายจากการก่อการร้าย


หากแต่เป็นการก่อการร้ายโดย กลุ่มความเชื่อใน จิตนิยม การก่อการร้ายจะไม่มีขอบเขตจำกัด
ในการทำลายล้าง ดังเช่น การฆ่าตัวตายของศานุศิษย์ สาธุคุณ จิมโจน ในกายานา ที่ดื่มไซยาไนท์
ตายหมู่เป็นร้อยคนในเวลาเดียวกัน

หรือการก่อการร้ายของ ลัทธิ โอมเกียวชิมบุน ในญี่ปุ่น ที่ปล่อยแก๊สพิษทำลาย ประชาชนในอุโมงค์รถไฟใต้ดิน
ทำให้ประชาชน ในอุโมงค์ ทั้งผู้หญิง เด็กเล็ก คนชรา และประชาชนทั่วไป บาดเจ็บล้มตายกันเป็นร้อยคน


จักรวรรดินิยมจ้าวโลก
การปรากฏร่างเงาของ ลัทธิจักรวรรดินิยมจ้าวโลก ซึ่งจะนำไปสู่ทุรภัยทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นแก่มวลมนุษย์ชาติ
ทั้งหลายบนโลกนี้ ความไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ ความหลงใหลคลั่งไคล้ในอำนาจ ของมนุษย์เพียงไม่กี่คน
ที่กำลังจะทำให้สังคมแห่งมวลมนุษยชาติ กำลังจะเดินทางสู่มหาภัยวิบัติล้างโลก ในอนาคตอันใกล้นี้




ไขปริศนาความลับ จากภาพสัญลักษณ์บนธนบัตร ๑ ดอลล่าร์ ที่นำออกใช้หลัง ปีค.ศ. ๑๙๙๑
เมื่อประธานาธิบดี จอร์จ บู้ท (
George Bush) ได้สาธิตยุทธปัจจัยสงคราม ประกาศต่อชาวโลกให้ตกตะลึง
ถึงความสำเร็จในแสนยานุภาพกองทัพสหรัฐ ด้วยรูปแบบการทำสงครามยุค IT (Information Technology)

ในสงครามอ่าว (รูปแบบกองทัพต่างๆในโลกยังเป็นรูปแบบสงครามยุคอุตสาหกรรม) กองทัพสหรัฐสมารถ
เอาชนะสงครามกับประเทศอิรัค ที่นำโดยประธานาธิบดี ซัสดัม ฮุตเซน ด้วยกำลังทหารที่ปฏิบัติการจริงๆ
เพียง ๒๐๐๐ คน อย่างง่ายดายด้วยระยะเวลาเพียง ๔๒ วัน โดยมีทหารพันธมิตรเสียชีวิตเพียง ๓๗๘ คน
ในจำนวนนี้มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพียง ๔ คน


จากชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของ กองทัพอเมริกาในสงครามอ่าว ทำให้ ประธานาธิบดี จอร์จ บู้ท ฮึกห้าวเฮิมหาญอหังการ
ร้อนรนที่จะประกาศเปิดเผยตัว ขององค์การลับ ฟรีเมชั่น (
freemasonry) ที่ถูกปิดลับมานาน กว่า ๑๐๐๐ ปี
ด้วยการนำเอาสัญลักษณ์ขององค์การฟรีเมชั่น จัดวางไว้บนธนบัตร ๑ ดอลล่าร์ เป็นรูปปิรามิด
ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ขององค์การฟรีเมชั่น มีรูป ตา ปรากฏอยู่เหนือปิรามิด

โดยมีข้อความเป็นกรอบรอบภาพปิรามิดเขียนเป็นภาษาลาติน ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษมีใจความว่า
“Announcing the Birth of the New Order World” แปลเป็นภาษาไทยว่า
“ การประกาศกำเนิดของโลกระเบียบใหม่ “


Freemasonry


องค์กรลับ ฟรีเมชั่น ( Freemasonry หรือ Masonnic Fraternity )
สมาคมฟรีเมชั่น เกิดจากแรงบัลดาลใจให้เกิดการก่อตั้งสมาคมลับนี้ คือ ช่างก่อสร้างอิสระ (Freemasons )
ใน ค.ศ. ๓๐๒ สมัยจักรพรรดิไดโอคลีเซียน (
Dioclettian ) แห่งอาณาจักรโรมัน จำนวน ๔ คน ชื่อ
ซินฟรอนิอาโน (Sinfroniano) นิกอสตราโต (Nicostrato) เกลาดิโอ (Claudio) และซิมปลีโซ (Simplicio)
พวกเขาได้ถูกประหารชีวิตเพราะปฏิเสธที่จะแกะสลักเทวรูปเนื่องจากขัดต่อหลักศาสนา พวกเขาจึงได้รับ
การยกย่องให้เป็นวีรชนของพวกช่างก่อตึกอิสระ ความรุ่งเรืองของพวกฟรีเมชั่น เกี่ยวโยงกับสถาปัตยกรรม
รูปแบบ Gothic อันเป็นสถาปัตยกรรมแบบส่วนโค้งสูง และหลังคาชันสูง ซึ่งเป็นลักษณะของอาคารโบสถ์ราชวัง


พวกฟรีเมชั่นเริ่มก่อตัวเป็นสมาคม ที่อังกฤษ และสก็อตแลนด์ ในศตวรรษที่๑๔ ภายใต้การสนับสนุน
จากพระราชา ผู้นำศาสนา รัฐบุรุษ และชนชั้นกลาง ในปี ค.ศ. ๑๕๑๗ เกิดการปฏิวัติคริสตศาสนาโดยมาร์ติน ลูเธอร์
ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะของสมาคม


จนกระทั่งต้น ค.ศ. ๑๖๐๐ วัตถุประสงค์ของสมาคม
ได้ถูกเปลี่ยนแปลงกลายเป็นด้านธุรกิจการค้าอย่างสิ้นเชิง เมื่อนายทุนที่ดินเข้ามาเป็นสมาชิกในสมาคม
และมีสมาชิกที่เป็นช่างก่อสร้างเหลือเพียงไม่กี่คน
ที่ อังกฤษปี ค.ศ. ๑๗๑๗ สมาคมใหญ่ จำนวน ๔ ใน ๖ สมาคม
ได้รวมตัวกันเป็นองค์การ และมีการร่างรัฐธรรมนูญขององค์การ ในปี ค.ศ.๑๗๒๓ ซึ่งนับเป็นก้าวที่สำคัญ
โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อหางานทำให้แก่สมาชิกและบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม แต่มีนโยบายต่อต้านนักบวช
และศาสนาคริสต์นิกายคาธอลิค
ทั้งนี้ประธานขององค์กรคนแรกก็คือ
Duke of Montagu หลังจากนั้นองค์การฟรีเมชั่น
ก็ได้แพร่หลาย ออกไปทั่วโลก


https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=32&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm


Notice the Catholic priest has a hexagram on his robe? And look at the Masonic
checkered floor! The Pope and priests are Luciferian worshippers! Their time is running out to accept Christ
by faith.
http://christkeep.com/articles/freemasonry.html Freemasonry


The “emblem” or “seal” for Freemasonry is a square and compass with (usually) a “G” in the center, this stands for
“the principals of generativity” (generativity for G); this means “reproduction” (two opposites coming together).
Commonly, many people will lie and say it stands for “God” or perhaps even “Geometry,” this is disinformation.
Masons may describe the square as: “square their actions by the square of virtue” –
and then say they follow the laws of GOD; giving to the poor etc. However, they will NEVER say
“Jesus Christ!” They always generically state “God” (to them “God” means the “Great Architect” –
or rather, Lucifer).
The idea of “Reproduction” is very prominent in Freemasonry; this is why you have checkered floors,
and hexagrams, two opposites coming together in “unity” (black/white, square/compass, male/female).
The square and compass is NOT meant to be about “virtue” and “good will.”




Notice the checkered floor inside this Masonic Hall



The hexagram contains the same rule of black and white. Notice Pope John Paul II’s robe has a checkered Masonic floor as well.

การก่อตั้งสมาคมฟรีเมชั่น ในอเมริกา ในปีค.ศ. ๑๗๓๓ ที่เมือง บอสตัน รัฐแมสซาจูเซทส์ โดย Henry Price
หลังการก่อตั้ง สมาคม ฟรีเมชั่น อเมริกา ในช่วง ๑๐๐ ปี หลังการประกาศรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา
องค์การได้เติบโตอย่างรวดเร็ว มีสมาชิกกระจายอยู่ในทุกวงการ เช่น สมาคมใหญ่ถึง ๔๙ แห่ง ในหมู่คณะบุคคล ๕๖ คน
ที่เซ็นข้อตกลงประกาศอิสระภาพ มี ๙ คนที่เป็นสมาชิกของสมาคม มีประธานาธิบดีเป็นสมาชิก ๓๐ คน ในปี ๑๙๕๙
รัฐมนตรี ๑๑ คนเป็นสมาชิกฟรีเมชั่น ๖ คน ผู้พิพากษาศาลสูง ๙ คน เป็นสมาชิก ๕ คน วูฒิสมาชิก ๙๖ คน เป็นสมาชิก ๕๔ คน
ผู้ว่าการรัฐ ๔๙ คน เป็นสมาชิก ๒๙คน ทั้งนี้สามารถระบุตัวบุคลชั้นนำที่เป็นสมาชิกได้เช่น Benjamin Franklin ,
George Washington, John hancook, Paul Revere, Dr.John Warren, Richard Gridley





George H. Bush (left of clock)

สมาคมหัวกระโหลกกระดูกไขว้ ( Skull and Bones )
สมาคมหัวกระโหลกกระดูกไขว้ ก่อตั้งขึ้นในปี ๑๘๓๒ ที่มหาวิทยาลัย Yele สมาชิกภาพเริ่มต้นขึ้นในหมู่นักศึกษาปีสุดท้าย
โดยสมาชิกเก่าจะคัดเลือกทาบทามเชิญนักศึกษาเพียงปีละ ๑๕ คน คุณสมบัติของผู้จะได้รับการคัดเลือกคือ


๑, มีคนอื่นในครอบครัวเป็นสมาชิกมาก่อน
๒, เป็นคนหนุ่มไฟแรงมีความกระตือรือล้นสูง
3, ชอบการเมือง
๔, มีฐานะดี
๕,สติปัญญาดี
๖, จะต้องเป็นผู้มีกิจกรรมพิเศษที่สำคัญคือด้านกีฬา เพราะถือว่าการทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องสำคัญ

สมาชิกต้องให้ความสำคัญต่อสมาคมและเคารพกติกาของสมาคมเหนือกว่าสิ่งอื่นใด ทั้งนี้จะต้องละทิ้งทัศนะ
ความเชื่อ ความภาคภูมิใจของตนเก่าแต่หนหลังให้หมดไป แล้วหันมารับเอาเป้าหมายและปรัชญาของสมาคม
ไว้เพียงประการเดียว นั่นคือ มุ่งสู่ความเป็นผู้นำโลก ในแต่ละช่วง เวลาจะมีสมาชิก
Active จำนวน ๕๐๐-๖๐๐ คน


ภายหลังก่อตั้งมา ๑๕๐ ปี
สมาชิกได้ก่อตัวกันเป็นกลุ่มแกนกลางประมาณ ๒๐-๓๐ ครอบครัว ซึ่งก่อร่างสร้างตัว เกาะกลุ่มจนเป็นตระกูลมั่งคั่ง
เป็นจ้าวทางเศรษฐกิจ มีอิทธิพลมหาศาลในสังคม และในโลก ตัวอย่างเช่น ตระกูล
Harriman, Rockefeller, Payne, Davison
พวกเขาแทรกเข้าไปอยู่ในทุกวงการของสังคมอเมริกัน เช่น รัฐบาล นักกฏหมาย นักการเมือง สื่อสารมวลชน การศึกษา
ธนาคาร นักธุรกิจ การค้าอุตสาหกรรม สำนักพิมพ์ คริสตจักร ในตำแหน่งบริหารอันดับสูง ทำการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย
ทั้งนี้กิจกรรมทุกอย่าง แม้กระทั่งชื่อจริงของสมาชิก จะถูกปกปิดเป็นความลับสุดยอด


สมาชิกของสมาคมหัวกระโหลกกระดูกไขว้ (Skull and Bones) รวมทั้งทายาทของสมาคม จำนวนหลายคน
ได้รวมตัวกัน เพื่อก่อตั้งองค์การใหญ่ระดับโลก อันได้แก่
Council on Foreign Relation ( CFR ) และ
Trilateral Commission ( TLC) และ Bilderbergers บุคคลสำคัญในปัจจุบันที่เปิดเผยตัวได้ คือ
อดีตประธานาธิบดีเมริกา จอร์จ บู้ช เขาเป็นสมาชิกของสมาคม หัวกระโหลกไขว้ และเป็น
ผู้มีบทบาทสำคัญใน CFR



Council on Foreign Relations


มนตรีแห่งความสัมพันธ์ต่างประเทศ (Council on Foreign Relations – CFR )
CFR ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดย Edward Mandell House ในปี ค.ศ. ๑๙๒๑ อุดมการณ์ ของ CFR คือ
ส่งเสริมให้ก่อตั้งรัฐบาลโลกขึ้น
ส่วนเหตุผลของการก่อตั้งรัฐบาลโลกนี้ สมาชิกของ CFR ได้แถลงการณ์ไว้
หลายคน ซึ่งสามารประมวลได้ดังต่อไปนี้


ด้วยปรากฏว่าในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้เกิดการไม่สงบสุข แต่มีการต่อสู้ขัดแย้งกันเสมอ เหตุที่เป็นเช่นนั้น
ก็เนื่องมาจากโลกยังถูก แบ่งออกเป็นประเทศเอกราชหลาย สิบประเทศ ปัญหานี้จะถูกขจัดให้หมดสิ้นไปได้
ก็โดยการที่ ต้องจัดระเบียบใหม่ของโลกสากลขึ้น ที่สามารถจัดการบริหารให้ประชาชนโลก อยู่อาศัยอย่างสงบ
ระบบใหม่นี้ก็คือ
รัฐบาลโลก “ ซึ่งทำเกิดสันติสุข โดยมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเศรษฐกิจ


เป้าหมายของ CFR คือผนวกรวมประเทศต่างๆ ในโลกรวมทั้งสหรัฐอเมริกา เข้าสู่ภายใต้การปกครอง
ของรัฐบาลหนึ่งเดียวของโลก


ต่อมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ Franklin Roosevelt ได้ช่วย CFR ก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ ในปี ๑๙๔๕
ผู้แทนองค์การสหประชาชาติเป็นสมาชิกของ CFR ถึง ๔๗ คน นอกจากมีบทบาทในองค์การสหประชาชาติแล้ว CFR
ยังสนับสนุนเงินทุนและควบคุมกิจการขนาดยักษ์หลายแห่ง เช่น


- อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ Mercedes Benz,Ford,Chrysler - อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้สำนักงาน
GE Fdn, General Moter,Xerox Fdn, IBM


- นิตยสาร และสิ่งพิมพ์ ระดับใหญ่ๆเกือบทั้งหมดเช่น Newsweek, Reader’ Digest,Washington Post, AT&T,
New york Times, Wall Street Journal


- สำนักงานข่าวสาร CBS,ABC,NBC

- กิจการอื่นๆเช่นบัตรเครดิต American Express

- ห้างสรรพสินค้าชั้นนำเช่น Macy, Sers,JC Penny

การมีอิทธิพลเหนือสื่อมวลชนเช่นนี้ CFR จึงสามารถกำหนดทิศทางการเลือกตั้งประธานาธิบดี
เนื่องจากสามารถควบคุมเสียง คะแนนนิยมของประชาชนได้


คณะบุคคลที่ให้การสนับสนุนเงินทุนแก่ CFR ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันที่ก่อตั้งธนาคารกลางสหรัฐ เช่น John D.Rockefeller,
Bernard Baruch, J.P.Morgan, Paul Warburg และ Otto Kahn ตัวอย่างคนดังๆที่เคยเป็น ผู้อำนวยการของ CFR เช่น
George Bush, Henry Kissinger, David Rockefeller, Jeane Kirpatrick, Dick Chenney

วาติกัน หรือ คาธอลิก ถูกควบคุมโดยกลุ่ม ฟรีเมสัน ตั้งแต่ช่วงสงครามครูเสด
ในนามอัศวิน knight templar

https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=10&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm


The Scapegoat Baphomet

http://www.hazankert.com/200705_vatican_masons.html
Masons Control the Vatican
And The Roman Catholic Church

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ฐานที่มั่นเลข 10 นำโชค ที่ Emirates Hills, Dubai

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 16, 2009 10:23 am

http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9520000137948

ฐานที่มั่นเลข 10 นำโชค ที่ Emirates Hills, Dubai

โดย บัณรส บัวคลี่
15 พฤศจิกายน 2552 18:16 น.


ไม่ได้เป็นเรื่องลึกลับอะไรที่ใคร ๆ สามารถรู้ว่า ทักษิณ ชินวัตร อาศัยอยู่ที่เขตพักหรูหราชื่อว่า Emirates Hills ในดูไบ

หนังสือพิมพ์ 7Days ของดูไบ เขียนถึงเขาในข้อเขียนชื่อ I’m out of here เมื่อ 16 เมษายนหลังเหตุวุ่นวายในกรุงเทพฯ
บอกชัดเจนว่าเขาพักอยู่ที่ Emirates Hills

เพื่อนเก่าเมื่อตอนทำฟุตบอลที่อังกฤษอย่าง Sean O’ Driscoll ก็บอกในข้อเขียนว่าเขาพักในคฤหาสน์ใหญ่โต
ในเขต Emirates Hills

Emirates Hills เป็นพื้นที่พัฒนาเพื่อพักอาศัยหรูหราที่ตั้งชื่อเลียน Beverly Hills บริเวณที่ทักษิณอาศัยเรียกว่า
Sector E อยู่ใน Emirates Hills โครงการ 2 ซึ่งสร้างเรียงรายเป็นวงล้อมรอบสนามกอล์ฟ The Montgomerie
สภาพภูมิทัศน์เป็นสนามกอล์ฟ และทะเลสาบขุดแต่งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

ที่พักของที่นี่ออกแบบคล้าย ๆ กันเป็นบ้านที่เหมาะกับสภาพอากาศทะเลทราย เป็นแท่งสี่เหลี่ยมสองชั้น
มีทรงโค้งและเสาโรมันตกแต่งเล็กน้อยแต่ยังให้อารมณ์แบบอาหรับเป็นหลัก ราคาที่ซื้อขายกันตอนนี้ อยู่ระหว่าง
4-20 ล้าน AED มากน้อยขึ้นกับขนาดบ้านและเครื่องอำนวยความสะดวกเทียบกับเงินอเมริกันประมาณ
1- 5.4 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ทักษิณ ชินวัตร พักอยู่ที่คฤหาสน์หมายเลข E 46 ซอยแยกที่ 10 จากถนนเมน

บ้านหลังนี้ดูเผิน ๆ เหมือนกับบ้านอื่น ๆ ในเซ็กเตอร์เดียวกัน แท้จริงแล้วยังมีชั้นใต้ดินเป็นที่พักของพนักงานรับใช้
เป็นห้องซักรีดและจัดเตรียมอาหาร ดังนั้นในบ้านจึงมีลิฟท์ภายใน

จากห้องโถงใหญ่ปากประตูบ้าน จะมองเห็นลิฟท์อยู่ด้านหน้าโดยมีบันไดโค้งซ้าย-ขวา ขนาบ จากห้องโถงเหมือนกับ
คฤหาสน์ในหนังฝรั่ง ข้างที่ตั้งของบันไดเวียนเป็นชั้นต่างระดับเล็กน้อย จัดเป็นห้องรับแขกและห้องอาหาร
โดยห้องอาหารจะพิเศษตรงที่เป็นโต๊ะขนาดใหญ่รองรับคนได้ไม่น้อยกว่า 30 คน
ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลบนพื้นขาว

พนักงานรับใช้ทั้งหมดเป็นคนไทย ไม่น้อยกว่า 7 คน สวมเครื่องแบบเหมือนกันเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทำอาหารไทยที่ถูกปากได้ทุกชนิด ประหลาดตรงที่ไม่ค่อยสุงสิงกับคนไทยที่อยู่ในดูไบมากนัก

ชั้นบนเป็นที่พักของทักษิณ หากลูกมาเยี่ยมก็จะพักชั้นบน แต่ก็ยังมีห้องว่างเหลืออยู่

วิลล่าหลังนี้มีสระว่ายน้ำด้วย สระว่ายน้ำเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกพิเศษเพราะวิลล่าในเซ็กเตอร์ E
หลายหลังไม่มีสระว่ายน้ำ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ชอบว่ายน้ำนัก ทั้ง ๆ ที่ทักษิณ บ่นว่าอ้วนมาก และเริ่มลงพุง
ถึงกับบ่นว่าเหมือนคนท้อง 6 เดือนจึงมีการสั่งเครื่องออกกำลังกายมาตั้งในห้องข้าง ๆ ห้องนอน

ส่วนกอล์ฟนั้นเป็นกีฬาโปรดดั้งเดิมเขามักไปออกรอบที่ The Montgomerie เป็นประจำ
นี่เป็นความชอบส่วนตัวที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเลือกโครงการนี้ แทนที่จะเป็นที่พักริมทะเล

ทักษิณ มีรถใช้หลายคันแต่ที่ใช้รับส่งแขกที่มาเยี่ยมระหว่างสนามบินและตัวเมือง เป็นรถตู้ BMW Multivan
สีดำหมายเลขดูไบ F 7388

ส่วนรถที่ใช้ส่วนตัวเป็นเก๋งหรู Bentley หมายเลขดูไบ F 54155 แทบทุกคนเห็นรถจะจำได้เพราะเขาชอบมา
ที่โรงแรมดุสิตธานีดูไบ หรือไม่ก็ดุสิตปรินเซสบ่อย ๆ

ที่น่าสนใจที่สุดของชีวิตทักษิณที่ดูไบ คือกิจกรรมรอบตัวเขาเกี่ยวข้องกับเลข 10
จะด้วยความตั้งใจหรือบังเอิญไม่ทราบได้ อย่างเช่น

*บ้านเลขที่ E46

*ซอย 10 จากถนนเมน

*รถส่วนตัวทะเบียน F 541 55

บังเอิญอย่างร้ายกาจที่สอดคล้องกับคำทำนายดวงชะตาของทักษิณ ที่ อ.เก่งกาจ จงใจพระ ดูว่า
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เกิดวันที่ 26 ก.ค. 2492 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ปีฉลู จ.ศ. 1311
ตามดวงมีลัคนาอยู่ในราศีกันย์

ชื่อ "ทักษิณ" ถอดได้เลข 19 นามสกุล "ชินวัตร" ถอดได้เลข 28 จึงเป็นดวงที่ตกอยู่ใต้อิทธิพลเลข 10

การวิเคราะห์ตามเลขศาสตร์ บ่งบอกว่าบุคคลใต้อิทธิพลเลข 10 มั่นใจตนเองสูง ส่งผลให้กิจกรรมต่าง ๆ
ที่ทำสำเร็จได้อย่างแหวกแนวไม่เหมือนใคร เป็นความสำเร็จที่สังคมยกย่องให้เกียรติสูง แต่มีสิ่งที่ต้องระวังคือ
อุบัติเหตุ และโรคพยาธิเบียดเบียน

น่าประหลาดมาก ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่กลางสัปดาห์ ปรากฏว่าไปอ่านงานของทีมข่าวการเมืองหัวข้อ
รายงาน ‘นช.ทักษิณ คนหนักแผ่นดิน กับปริศนาเจ้าองค์ที่ 10’ ที่รายงานว่าหมอดูอีทีบอกให้ใช้เลข 10
เป็นเลขมงคลเพื่อชิงบ้านชิงเมือง จึงใช้งานตท.10 และบินไปเขมรวันที่ 10 พ.ย. มันสอดรับกันพอดี

สาบานครับ ไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน อ่านพบถึงกับอึ้งไปเพราะบังเอิญตรงกับที่จะเขียนถึงพอดี
เพียงแต่ผมไม่ทราบเรื่องหมออีที.อะไรนั่น ต่างฝ่ายต่างก็ได้ประเด็นในมุมของตนมา

หากหมอพม่าให้เลข 10 นำโชคมาจริงก็เข้าใจว่าทักษิณคงจะออกทัพได้อย่างห้าวหาญปราบทุกทิศเหมือน
บุเรงนองผู้ชนะสิบทิศของพม่าคนนั้น จึงออกเดินสายตีเมือง วนเครื่องเจ็ตหนีเครื่องบินขับไล่ในจินตนาการ
แล้วยังมีอารมณ์มาครวญเพลงกล่อมเสื้อแดงอีก..เสียดายไม่มีเพลงผู้ชนะสิบทิศ ให้เข้ากับเลขนำโชคที่หมอให้มา

เลข 10 จะนำชัยเหนือเลขอื่นใด เป็น‘เลขชาววิไล’ อย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า
ผมไม่ทราบและก็ไม่เชื่อ..เพียงได้ยินมาน่าสนใจก็นำมาเล่าต่อ

แต่ที่สุดแล้ว..,

ไม่ว่าเลขอะไรก็ตาม ถ้าทำไม่ดีมันก็จบไม่สวยทั้งนั้นแหละครับ อย่างเรื่องรามเกียรติ์ ทศกัณฑ์นี่เลข 10 ตัวพ่อเลย...
มีฤทธิ์มากขนาดไหน สิบหน้า สิบลิ้น สิบปาก ไม่ใช่ยักษ์ขี้ไก่ด้วยกว่าจะตายนี่หืดจับทีเดียว เวลานี้จึงยังเห็นบรรดา
สมุนยักษ์น้อยใหญ่ ทั้งยักษ์หัวขวด ยักษ์หน้าแสยะ ยักษ์หน้าโก๊ะตี๋ ก็ออกอาละวาดฟาดกระบองไปตามบท

แต่ที่สุดทศกัณฑ์ก็จบชีวิตด้วยศรขององค์รามาวตาร ตายใต้พระบารมีของพระผู้ทรงครุฑ

ดังนั้นสิบหน้าก็สิบหน้าเถอะถ้าประพฤติไม่ถูกต้อง ใช้สิบปากไวในทางอกุศลแบบที่เป็นอยู่..
ยังไง ๆ ก็ไม่รอดพระรามหรอก.

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สงสัยจะเลียนแบบข้างล่าง

http://www.number10.gov.uk/



The official site of the Prime Minister’s Office


att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 16, 2009 10:34 am

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-45.htm?sid=627274db49abb17e87a43f98e1267929


http://www.surfbypass.info/

http://nonlaw.com/powdo2.html

http://nonlaw.com/powdo3.html
ทักษิณ พังเพราะใคร ???
Global Secret Media Front
Sep 13, 2007
ถ้าหากจะบอกว่ารัฐบาลทักษิณมีอันจะต้องพังครืนลงด้วยฝีมือของนายสนธิ ลิ้มทองกุล นั้น
ก็คงเป็นการให้ราคาค่างวดคนอย่างนายสนธิมากเกินไป แต่หากบนความเป็นจริงกว่าหนึ่งปีนับตั้งแต่มีปรากฏการ
นาย สนธิ ลิ้มทองกุล ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสามารถสร้างความหนักใจให้กับ
รัฐบาลทักษิณได้อย่างยาวนานจนเหลือเชื่อ แต่ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ย่อมมีเหตุและปัจจัยหนุนส่งด้วยกันทั้งสิ้น
ลำพังนายสนธิคนเดียวคงไม่มีความกล้าหาญชาญชัยที่จะลุกขึ้นมาต่อกรกับคนระดับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตร อย่างแน่นอน
ถ้าหากไม่มีคนให้ท้ายหรือสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และแน่นอนที่สุดคนที่จะสนับสนุนในการนี้ได้จะต้องเป็นคนที่นายสนธิ
ประเมินแล้วว่าสามารถปกป้องคุ้มครองให้พ้นภัยได้ หรืออย่างน้อยอิทธิพลและบารมีต้องไม่เป็นรอง พ.ต.ท.ทักษิณ
ซึ่งขณะนี้ทุกคนก็คงจะทราบดีแล้วว่าบุคคลที่ผมกำลังกล่าวถึงอยู่นี้จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์


พล.อ.เปรม ก้าวขึ้นมามีอำนาจเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมาด้วยความกังขาของคนทุกวงการ แม้วงการทหารเองก็ยังมีการตรวจสอบ
ความเป็นมาของเส้นทางสู่อำนาจในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกก่อนที่จะทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม
มาแรงแซงโค้งแบบชนิดที่นายทหารดังยุคสมัยนั้นต้องหลีกทางให้แทบไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.เสริม ณ นคร
พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือแม้แต่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี ก็ยังต้องยอมก้าวลงจากตำแหน่ง
เพื่อเปิดทางให้ พล.อ.เปรม เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน


การเป็นผู้นำบนตำแหน่งสูงสุดของ พล.อ.เปรม ก็ใช่ว่าจะมีความราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ
ในทางตรงกันข้ามกับมีปัญหาอุปสรรคจนส่งผลให้เกิดการรัฐประหารถึงสองครั้ง แต่ไม่สำเร็จ จึงกลายเป็น
กบฏ เมษายน ๒๕๒๔ โดย พ.อ.มนูญ รูปขจร และการก่อความไม่สงบ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นการก่อการโดย
คนเดิมคือ พ.อ.มนูญ เจ้าเก่า เพียงแต่ครั้งนี้มีน้องชาย น.ท.มนัส รูปขจร เข้าร่วมด้วย (คนเดียวกันกับ พล.อ.อ.มนัส
หรือที่ พล.อ.สนธิ เรียกพี่นัส ให้ลงมาจากนครสวรรค์ เพื่อช่วยดูแลกรมอากาศโยธิน
ในการทำปฏิวัติ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา)


...........แกนนำที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณตัวจริงเสียงจริงนั้นไม่ใช่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวขบวนกลุ่มพันธมิตรฯ
หรือนักวิชาการ หากแต่เป็นกลุ่มคนที่รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท อันประกอบด้วย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล และ ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวานิช


พล.อ.เปรม อาศัยตำแหน่งประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ สร้างบารมีให้กับตัวเองตลอดระยะเวลาอันยาวนาน
และด้วยบารมีสะสมนี่แหละที่ทำให้ พล.อ.เปรม สามารถชี้เป็นชี้ตายได้ในเกือบทุกเรื่อง ท่านผู้อ่านต้องไม่ลืมนะครับ
ว่าประเทศไทยนั้นเป็นสังคมที่ยังยึดติดอยู่กับลัทธิเกื้อหนุนและการที่จะเกื้อหนุนใครต่อใครได้ มันก็ต้องมีเส้นแบ่งที่ชัดเจน
ให้กับผู้ที่อ่อนด้อยกว่าสามารถเข้าถูกช่องทาง เส้นแบ่งที่ว่านั่นก็คือชนชั้นโดยมียศและศักดิ์เป็นตัวกำหนด


สำหรับทหารและตำรวจนั้นเป็นที่รับรู้กันไปทั่วแล้วละครับว่า พล.อ. เปรม มีอิทธิพลสูงพอที่จะกำหนดตัวบุคคล
ให้ไปอยู่ในตำแหน่งใดก็ได้ในกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนั้นจึงอย่าได้สงสัยเลยครับว่าเหตุใดวันสำคัญๆ
เช่นวันปีใหม่หรือสงกรานต์และวันเกิดของ พล.อ.เปรม จึงปรากฏมีบุคคลมากหน้าหลายตาจากวงการต่างๆ ไปอวยพร
กันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ดังนั้นเป้าในการไป
จึงอยู่ที่ยศอย่างเป็นด้านหลัก


............ส่วนคำว่าศักดิ์ อันหมายถึงฐานะนั้น ก็มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องยศ เนื่องจากเป็นเส้นแบ่ง
ระหว่างชนชั้นให้มีความชัดเจนในส่วนของพลเรือน ทั้งนี้ต้องรวมถึงสมณศักดิ์ในหมู่สงฆ์ ตลอดจนซีระดับต่างๆ
ถ้าหากท่านผู้อ่านได้สังเกตดูในแวดวงนักวิชาการและอาจารย์ตามสถาบันต่างๆ ก็จะเห็นปรากฏการหนึ่งที่บ่งบอกถึง
ความเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือตำแหน่งศาสตราจารย์ อันเป็นตำแหน่งพระราชทานเช่นเดียวกับยศของทหาร-ตำรวจ
และสมณศักดิ์ทางฝ่ายสงฆ์ ซึ่งเป็นที่หมายปองของพวกนักวิชาการและ บรรดาคณาจารย์ทั้งหลาย
ตอนนี้ท่านผู้อ่านคงเห็นแล้วนะครับว่าเหตุใดทางสถาบันต่างๆ ถึงได้มุ่งมั่นที่จะเชิญ พล.อ.เปรม ไปปาฐกถา
อย่างเอาเป็นเอาตาย


.................การที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลในเกือบทุกสาขาอาชีพนี้เอง ทำให้ผู้คนเข้าหาเพิ่มจำนวนมากขึ้น
ดังนั้นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือการประจบเอาใจเพื่อให้ได้เป็นคนใกล้ชิด ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าลูกป๋า
จึงอย่าได้แปลกใจเลยว่าคนไม่เคยและไม่อยากมีเมียอย่าง พล.อ.เปรม ทำไมถึงมีลูกมากมายขยายออกไปสู่ทุกวงการ
วิถีชีวิตที่มีแต่คนคอยแย่งกันเอาใจจนเกิดความเคยชิน จากที่เคยเป็นขุนนางหน้าบางที่ไม่ยอมให้เปิดอภิปราย
ในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี มาเป็นคนที่ใครแตะต้องไม่ได้ (
untouchable man) แม้วิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นเรื่องต้องห้าม
และด้วยที่ใครก็มิอาจจะขัดใจได้นี้เอง นานวันเข้าก็เลยกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง เริ่มไม่เห็นความสำคัญของ
กฏหมายบ้านเมืองด้วยหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็น
พระมหาอุปราช

.............
ตำแหน่งองคมนตรีนั้นมีกฏหมายชัดเจนระบุไว้ว่า บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้ได้ต้องห้ามยุ่งเกี่ยวกับการบ้านการเมือง
และต้องวางตัวเป็นกลางอย่างที่สุดและต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ พล.อ.เปรม เป็นถึงประธานองคมนตรี
กลับไม่แยแสสนใจ ด้วยการออกเดินสายรณรงค์ให้ผู้คนเกลียด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
เท่านั้นยังไม่พอยังอาศัยสิทธิแห่งความเป็นทหารเก่าสวมเครื่องแบบชุดทหารเต็มยศไปปลุกระดมทหารถึง
โรงเรียนการทัพทั้งสามเหล่าให้กระด้างกระเดื่องและสนับสนุนไม่ให้ทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่เป็นนักการเมือง
ด้วยเหตุผลที่ว่า
รัฐบาลเป็นเพียงจ๊อกกี้ มาแล้วก็ไปไม่ใช่เจ้าของม้าโดยไม่คำนึงถึงหลักรัฐศาสตร์ที่ว่าด้วยการปกครอง
ทำให้มีนายทหารกลุ่มหนึ่งแยกตัวเป็นอิสระไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองตามกฎระเบียบของกระทรวงกลาโหม

อันเป็นหน่วยงานต้นสังกัด และเลือกที่จะอาศัยบารมี พล.อ.เปรม ด้วยกันเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษรัฐบาล จนทำให้การบริหาร
ราชการแผ่นดินในส่วนของกระทรวงกลาโหมไม่อาจทำได้ด้วยความราบรื่น พล.อ.เปรม เป็นทหารมาก่อนย่อมต้องทราบดีว่า
การขัดคำสั่งสำหรับทหารนั้นถือว่าเป็นโทษที่ร้ายแรงที่สุด ถ้าเป็นภาวะสงครามผู้บังคับบัญชามีอำนาจถึงขั้นยิงทิ้งได้
โดยปราศจากความผิด

..............นอกจากนี้แล้ว พล.อ.เปรม ยังใช้บารมีบนตำแหน่งประธานองคมนตรีแทรงแซงอำนาจตุลาการ
ด้วยการให้ตัดสินลงโทษรุนแรงสามกกต.ที่มาจากกระบวนการสรรหาตามวิถีทางประชาธิปไตย
ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฏหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และด้วยสาเหตุแห่งการแทรกแซงนี้เอง
ที่ปรากฏหลักฐานเป็นเทปคำสนธนาที่ พล.อ.เปรม สั่งการให้ศาลดำเนินตามที่ต้องการแบบชนิดคำต่อคำ
อันเป็นที่มาของ
ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเข้ามาแทรกแซงการทำงานและกลายมาเป็นเงื่อนไขของการปฏิวัติ
อันเป็นคนละเรื่องกับที่ พล.อ.สนธิ เปิดเผยว่าจะมีการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มผู้ขับไล่และกลุ่มสนับสนุน
พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะนั่นเป็นเพียงเหตุผลประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น


สนธิ รู้ตัว จะถูกอำมาตย์ยิง


Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

.........การทำรัฐประหารนั้นต้องยอมรับว่ามีการวางแผนมานานแล้ว แต่ก็เป็นไปอย่างชนิดที่เรียกว่ากล้าๆ กลัวๆ
อันเนื่องจากบารมีของผู้นำแห่งกองทัพอย่าง พล.อ.สนธิ นั้นยังมีไม่ถึง อีกทั้งเพื่อนร่วมรุ่น ตท.๑๐ ของ
พ.ต.ท.ทักษิณต่างเติบโตขึ้นมาคุมกำลังหลักเป็นส่วนใหญ่ในกองทัพ ดังนั้น พล.อ.เปรมจึงต้องเหนื่อย
กับการเดินสายเป็นเวลายาวนาน การทำให้ทหารแตกแยกก็เป็นอีกกลยุทธหนึ่ง เพราะอย่างที่เคยกล่าวมาแล้วว่า
พล.อ.เปรม มีความชำนาญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการแยกแล้วปกครอง
ความรอบคอบก็เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่ง
ของ พล.อเปรม ดังนั้นจึงไม่ลืมที่จะดึงทหารแก่ถึงแม้จะหมดเขี้ยวเล็บแล้วแต่ยังมีพิษสงอยู่อย่าง พ.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
มาเป็นพันธมิตรด้วยการมอบหมายงานให้ช่วยดูแลงานมูลนิธิรัฐบุรุษอันเป็นไม้ตาย
http://crma21.com/main/index.php/about%20CRMA21
http://crma21.com/main/index.php
..........การปลด ผบ.กองพัน ถึง ๑๒๙ กองพันของ พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น จปร.๒๑ คนหนึ่ง
ของ พ.ต.ท.ทักษิณ อันเป็นการบ่งบอกถึงแผนแยกแล้วปกครองบรรลุผล
สอดรับกับการประกาศตัวเป็นทหาร
ของในหลวงแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อนอย่าง พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร ทำให้แผนการทำรัฐประหารมีความมั่นใจขึ้น
และบังเอิญมีปัญหาขัดแย้งเรื่องตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ระหว่าง พล.อ ศิริชัย ธัญศิริ
ปลัดกระทรวงกลาโหมและ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศารานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จนทำให้มีนายทหาร
ตบเท้าเข้าร้องเรียน พล.อ.เปรม จึงเป็นภาวะสุกงอมที่เกิดความมั่นใจในการทำรัฐประหาร และ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน
ก็ชิงลงมือปฏิบัติการทำรัฐประหารในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณมีเหตุบังเอิญไปราชการที่ต่างประเทศ ภาพ พล.อ.เปรม
นำคณะรัฐประหารภายใต้ชื่อ
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลางดึกของคืนวันที่ ๑๙ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า
พล.อ.เปรมประธานองคมนตรีไม่ได้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร


ยังมีบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่ร่วมขบวนการโค่นล้ม พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ได้ชื่อว่ารับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท
อีกอย่างน้อย ๒ คน ที่สมควรต้องกล่าวถึงนั่นก็คือ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล และ ศ.ดร.ชัยอนันท์
สมุทวานิช กล่าวสำหรับ ดร.สุเมธ นั้น ได้เป็นบุคคลที่มีชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีเงามาช้านานแล้ว และโดยที่ ดร.สุเมธ
ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา อันเป็นมูลนิธิที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงก่อตั้งขึ้น
โดยมีพระราชประสงค์คือ

๑. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ

๒. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชน ในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
และให้สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้


๓. ดำเนินการอันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวม

๔. ร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรการกุศลอื่นๆเพื่อสาธารณประโยชน์หรือดำเนินการเพื่อเน้น
ในการสนับสนุนสาธารณประโยชน์ โดยไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องการเมือง


นอกจากตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาและ ดร.สุเมธ ยังดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดังนั้นอย่าได้แปลกใจเลยว่าทำไม ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงอนุญาติเป็นพิเศษ
ให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ใช้ห้องประชุมจัดทำรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร แล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่า
ทำไมบรรดาคณาจารย์จึงออกมาร่วมขับไล่ไม่เอา พ.ต.ท.ทักษิณ ดร.สุเมธเคยให้สัมภาษณ์อันเป็นการเอื้อประโยชน์
ให้กับกลุ่มพันธมิตรและบ่อยครั้งมีการกล่าวพาดพิงถึงรัฐบาลทักษิณในลักษณะให้เป็นที่เกลียดชัง
โดยไม่สนใจวัตถุประสงค์ข้อที่ ๔ ของการก่อตั้งมูลนิธิชัยพัฒนาที่ว่า
ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง

สำหรับ ศ.ดร. ชัยอนันท์ สมุทวานิช ก็เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวชิราวุธ
และเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นสถานศึกษาของบุตรหลานบุคคลชั้นสูงในวงการต่างๆ
ดังนั้นจึงไม่เป็นการยากที่ ดร.ชัยอนันท์ ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียน จะไปล่าลายเซ็นต์กับบุคคลชั้นสูง
เพื่อถวายฏีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้แล้ว ดร.ชัยอนันท์
ยังมีบุตรชายที่ทำงานเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในสำนักหนังสือพิมพ์ผู้จัดการของนายสนธิ ลิ้มทองกุล

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วผมก็อดเป็นห่วงต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทยไม่ได้
และในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดังเช่นเดียวกับ
พี่น้องชาวไทยทุกคน ผมจึงไม่ยินยอมพร้อมใจให้บุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ตามทำการจวบจ้วงล่วงเกินละเมิด
ให้เป็นที่ระคายเบื้องพระยุคลบาท เพื่อเป็นการทดแทนคุณแผ่นดินอันมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเปี่ยมด้วย
ทศพิศราชธรรมทรงเป็นประมุข ผมจึงขอให้พี่น้องชาวไทยทุกคน ได้โปรดช่วยกันตรวจสอบพฤติกรรมของ
กลุ่มบุคคลที่รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทดังกล่าวมาแล้วข้างต้นว่ามีความถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Thu Jan 14, 2010 3:30 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 16, 2009 11:04 am

http://www.surfbypass.info/

http://nonlaw.com/powdo2.html

http://nonlaw.com/powdo3.html

ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ในเวลานี้ มันเกิดขึ้นจากสาเหตุเพียงสองประการคือ
ช่วงชิงทวงคืนอำนาจและรักษาผลประโยชน์ คงจะได้เห็นภาพแห่งการช่วงชิงทวงคืนอำนาจของบุรุษ
ที่มีนามว่าเปรมชัดเจนพอสมควร แต่ถ้าพูดถึงผลประโยชน์ท่านผู้อ่านอาจมีคำถามทันทีว่า
เปรมมีผลประโยชน์อะไรในเมื่อไม่ได้เป็นพ่อค้าหรือนักธุรกิจ


เพราะความที่เป็นคนมากด้วยบารมีจึงทำให้สามารถชี้เป็นชี้ตายใด้ในเกือบทุกเรื่อง ด้วยสาเหตุนี้เอง
จึงทำให้มีผู้คนเข้าหาเพื่ออาศัยบารมีเกือบจะทุกวงการ เปรมก็เลยเป็นขวัญใจของคนเกือบทุกสาขาอาชีพ
แล้วกลายมาเป็นศูนย์กลางหรือตัวแทนของกลุ่มทุนเก่าที่ผูกขาดความมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลมาโดยตลอดทุกยุคสมัย

สายสัมพันธ์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท ์กับ ตระกูลโสภณพานิชมีจุดเริ่มต้นจากความใจถึงของ นายชาตรี โสภณพนิช
ที่กล้าดันนายห้างชิน พ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองให้หลุดพ้นวงจรทุกตำแหน่งในธนาคารกรุงเทพ พร้อมกับปลด
นายบุญชู โรจนเสถียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ แล้วดัน นายอำนวย วีรวรรณ ขึ้นนั่งเก้าอี้เบอร์หนึ่งแทนนายบุญชู
ปฎิบัติการของนายชาตรีครั้งนี้ ถูกเรียกขานว่าเป็นการปฎิวัติภายใน ที่รู้จักกันทั่วไปในสมัยนั้นว่า
รีเอ็นจิน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเคลียร์ปัญหากินใจกับเปรม

ภายหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ การเมืองไทยก็ไม่มีความเป็นเอกภาพเพราะขาดผู้นำ มีการช่วงชิงอำนาจ
ในหมู่นักการเมือง รัฐบาลทุกรัฐบาลมีอายุสั้นอันมีสาเหตุมาจากการแก่งแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
นักธุรกิจและนายธนาคารไม่สามารถกำหนดทิศทางเศรษฐกิจได้ จึงเป็นธรรมดาที่นักธุรกิจใหญ่และนายธนาคาร
ต้องออกโรงเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง และกลุ่มที่โดดเด่นที่สุดในเวลานั้นคงไม่มีใครเกินธนาคารกรุงเทพที่ส่ง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกรุงเทพ เข้าไปมีบทบาทในวงการเมืองชนิดคลุกวงใน ไม่ว่าจะเป็น
นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ หรือนายบุญชู โรจนเสถียร และนายอำนวย วีรวรรณ และพรรคที่ได้รับอานิสงส์จาก
นายธนาคารที่คิดเล่นการเมืองก็คือ
กิจสังคมที่มี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรค

พรรคกิจสังคมดูเด่นเป็นสง่า โตแบบก้าวกระโดดด้วยเงินอัดฉีดจากกลุ่มนายธนาคารกรุงเทพจึงทำให้พรรคคู่แข่ง
หมดราคา แม้พรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ก็ดูด้อยไปทันตา เปรมเข้ามาสู่วงการเมืองก็ช่วงนี้แหละ
และอยู่ในความอุปการะของพรรคกิจสังคมโดยมี หม่อมคึกฤทธิ์ ฉายาเฒ่าสารพัดพิษเป็นผู้ดูแลอุ้มชู
และเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๓ มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรี จึงมีกลุ่มนายธนาคารที่มีชื่อนายบุญชู โรจนเสถียร เป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลงานด้านเศรษฐกิจ
นายอำนวย วีรวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นาย ตามใจ ขำภโต (กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย
เข้ามาด้วยแรงผลักดันของนายบุญชู) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพาณิชย์


คณะรัฐมนตรีชุด ที่ ๔๓ ชุดนี้ที่มีเปรมเป็นนายกรัฐมนตรีและกลุ่มนายธนาคารดูแลงานด้านเศรษฐกิจมีผลงานประทับใจ
ที่ทำให้ประชาชนคนไทยต้องจดจำไปจนตาย เนื่องเพราะต้องเข้าแถวรอคิวซื้อข้าวสารและน้ำตาลตามที่รัฐกำหนดให้ซื้อ
ดังนั้นการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๒๔ ชื่อนายตามใจจึงหลุดหายไป และการปรับเปลี่ยน
ตำแหน่งรัฐมนตรีอีกระลอกเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ ชื่อนายบุญชูจึงหลุดพ้นไปพร้อมกับนายอำนวย
ที่เป็นเช่นนี้ก็สืบเนื่องจากนายบุญชู โรจนเสถียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมมือกับ
นายตามใจ ขำภโต กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทยระดมเงิน กักตุนสินค้าทั้งสองไว้เก็งกำไรนั่นเอง
และด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่นายชาตรีต้องตัดสินใจปฎิวัติภายในเพื่อเคลียร์ ปัญหา กับเปรมดังได้กล่าวไว้ข้างต้น


เมื่อปัญหากินใจได้รับการแก้ไข ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเปรมก็ยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพอย่างมั่นคง
จะเห็นได้ว่าภายหลังการประกาศลดค่าเงินบาท นายห้างชินก็ยังได้มาออกรายการทีวีรับประกันความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ
อันเป็นการค้ำยันเสถียรภาพรัฐบาลเปรมให้หลุดพ้นการโจมตีจาก พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก นับแต่นั้นเป็นต้นมา
เปรมก็แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลโสภณพานิช เข้าออกธนาคารกรุงเทพเสมือนกับเป็นบ้านที่สอง กิจกรรมสำคัญๆ
หรือนิทรรศการของธนาคารกรุงเทพ เปรมเข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด แม้กระทั่งมูลนิธิรัฐบุรุษของเปรมก็พลอย
เป็นธุระของธนาคารกรุงเทพไปด้วย
จนแทบจะเรียกได้ว่าสายสัมพันธ์ ของตระกูลโสภณพานิชกับติณสูลานนท์
ได้หล่อหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอย่าได้สงสัยว่า กลุ่มลูกค้าวีไอพีธนาคารกรุงเทพระดับเกรดเอ
ที่ถือครองธุรกิจขนาดใหญ่ของเมืองไทย จึงพลอยผูกติดชิดใกล้เปรมผู้มากบารมีไปด้วย

เมื่อผู้มากด้วยบารมีมีสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับกลุ่มผู้มั่งมีด้วยวิธีการถ้อยที ถ้อยอาศัยกันนี้นานเข้าก็เลยกลายเป็น
อิทธิพลที่สามารถกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและกำกับรัฐบาลได้ในทุกยุคทุกสมัยอย่างที่เห็น
ผมเขียนมาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านบางคนอาจมีคำถามว่ากลุ่มนักธุรกิจที่เป็นถึง ลูกค้าระดับวีไอพีซึ่งไม่ได้ทำธุรกิจผิดกฎหมาย
(แต่ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงภาษี) เหตุใดจึงต้องพึ่งพาอิทธิพลผู้มากบารมี ตรงนี้แหละที่ผมคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณเอง
ก็คงคิดไม่ถึงเช่นกันจึงได้ชะล่าใจจนถูกล้มอย่างไม่เป็นท่า


พรรคประชาธิปัตย์ผมเคยพูดถึงและชี้ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นแล้วว่า มีพฤติกรรมรับใช้เปรมในหลายๆ เรื่องไม่ว่า
จะแอบให้ความร่วมมือในการสนับสนุนให้เกิดปัญหารุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ หรือในการแต่งตั้ง
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่หลุดพ้นวงจรห้าเสือทหารบกไปอยู่ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ให้กลับมาผงาด
เป็นผู้บัญชาการทหารบก
หรือแม้แต่การร่วมมือโค่นล้มรัฐบาลทักษิณโดยนายอภิสิทธิ์มุ่งหน้าไปให้การสนับสนุน
นายสนธิเป็นคนแรก ตลอดจนกลุ่มก๊วนที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้ท่านผู้อ่านมองเข้าไปในพรรคนี้
ก็จะเห็นว่าใครเป็นใคร วันนี้จึงสมควรแก่เวลาที่ผมจะได้นำมาเฉลยเพื่อให้ได้เห็นกันชัดๆ สักสองสามตระกูลตามแต่
เนื้อที่จะอำนวย


เมื่อครั้งที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาเปิดศึกกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใหม่ๆ นั้น ท่านผู้อ่านคงได้สังเกตเห็นแล้วว่า
นอกจากนายอภิสิทธิ์จะแสดงตัวอย่างเปิดเผยด้วยการมุ่งหน้าไปให้กำลังใจนายสนธิที่สำนักพิมพ์ผู้จัดการ
ที่ถนนพระอาทิตย์แล้ว ยังมีอีกคนที่ติดตามไปเชียร์อย่างออกนอกหน้าในทุกนัดของรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร
ที่สวนลุม จนกระทั่งมีการเดินขบวนจากสวนลุมไปลานพระบรมรูปทรงม้าจนเกิดเหตุบุกทำเนียบรัฐบาล ซึ่งบุคคลผู้นี้
นอกจากจะเป็นสมาชิกคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ยังดำรงตำแหน่งเป็นถึงรองหัวหน้าพรรคอีกด้วย
ซึ่งผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่านต้องรู้จักเป็นอย่างดี บุคคลผู้นี้คือ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช
น้องสาวต่างมารดาคุณชาตรีนายใหญ่แห่งธนาคารกรุงเทพผู้ใกล้ชิดเปรม ซึ่งผมคงไม่ต้องกล่าวถึงแล้ว
เพราะมีความชัดเจนที่จะชี้ให้ได้เห็นว่าเป็นหนึ่งในข้อต่อ

ส่วนอีกหนึ่งข้อต่อที่อยากกล่าวถึงคือ นายกรณ์ จาติกวนิช ที่ครอบครัวล่ำซำออกมาปฎิเสธที่จะนับญาติด้วย
แต่ผมเชื่อว่าเป็นการปฎิเสธด้วยเหตุผลทางธุรกิจ นายกรณ์เป็นสมาชิกคนสำคัญอีกคนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์
ที่ไม่เพียงแต่ดำรงตำแหน่งเป็นรองโฆษกพรรคฯเท่านั้น หากแต่เป็นมันสมองที่ร่วมทีมงานด้านเศรษฐกิจ
ข้อมูลของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต่อกรกับพรรคไทยรักไทยในเรื่องของเศรษฐกิจก็มาจากคนๆ นี้
แต่นายกรณ์คนนี้สำหรับผมถือว่าเป็นแค่ตัวแทนของตระกูลจาติกวนิชเท่านั้นเอง ผู้ที่มีบทบาทตัวจริง
ต้องมองเข้าไปในบริษัทล๊อกซเลย์ที่มีคุณหญิง ชัชนี จาติกวนิช ผู้ที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานบริษัท


คุณหญิง ชัชนี จาติกวนิช ถ้าผมจำไม่ผิด (น่าที่จะไม่ผิด) เดิมชื่อชัชวาล ล่ำซำ สมัยก่อนการตั้งชื่อไม่ได้มีการแยกว่า
ชื่อใดควรจะเป็นชื่อของชายหรือหญิง ขอให้มีความหมายเป็นที่ถูกใจเป็นตัวกำหนด จนกระทั่งยุค
จอมพลแปลก พิบูลย์สงครามนี่แหละจึงมีการบังคับให้แยกชัดเจนในเรื่องของชื่อระหว่างชายกับหญิง
คุณหญิงชัชนี แต่งงานอยู่กินกับนาย เกษม จาติกวนิช ซึ่งมีคุณพ่อเป็นถึงอธิบดีกรมตำรวจ
(สมัยที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) และเป็นเพื่อนนักเรียนนอกของพี่ชายคุณหญิงชัชนี
จบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ประวัติการทำงานเติบโตมาจากการไฟฟ้า จนกระทั่งดำรง
ตำแหน่งผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต

นายเกษมเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านพลังงาน เพราะตลอดชีวิตคลุกคลีอยู่กับการไฟฟ้าที่ต้องเดินทางหา
แหล่งพลังงานทั่วประเทศ ส่วนคุณหญิงชัชนีหลังจากแต่งงานก็แยกตัวออกจากครอบครัวล่ำซำ
โดยมีจุดเริ่มต้นชีวิตด้วยการเปิดบริษัทสั่งตระเกียงเจ้าพายุและผูกขาดในการขายไส้ตะเกียง
แล้วมีการไฟฟ้านี่แหละที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ การค้ามีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตามกาลเวลา
ธุรกิจเจริญเติบโตมาควบคู่กับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของนายเกษมผู้เป็นสามี จนกลายมาเป็นบริษัทล๊อกซเล่ย์
ที่ผูกขาดขายเครื่องปั่นไฟ จนกระทั่งสุดท้าย บนตำแหน่งผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของ นายเกษม จาติกวนิช
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจึงได้กลายเป็นหน่วยขึ้นตรงต่อบริษัทล๊อกซเลย์ที่รัฐบาลไหนก็ตามห้ามแตะ และการที่
พ.ต.ท.ทักษิณต้องการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จึงไม่ผิดกับการแหย่รังแตนนั่นเอง
(ท่านผู้อ่านต้องการรู้มากกว่านี้คงต้องค้นหากันเอาเอง เพราะผมมีเนื้อที่จำกัดและถ้าหากต้องการรู้สายสัมพันธ์
ของตระกูลนี้ก็มีให้ได้เห็นในงานวิวาห์ ขิม-ฝนในหนังสือพิมพ์แนวหน้าของประสงค์ สุ่นศิริ)


ถ้าหากพูดถึงกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับเปรมผู้มากด้วยบารมีก็คงต้องไม่ละเลยที่จะต้องกล่าวถึง
ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ซึ่งเคยถูกจอมโจรหน้าหยกนามวันชัย แซ่จิว ปล้นเงียบบนตึกโรงแรมดุสิตธานี
ก็เป็นอีกตระกูลหนึ่ง ที่มีความสัมพันธ์พิเศษกับเปรมไม่แพ้ตระกูลใดๆ ในประเทศไทย และถ้าจะให้ได้ภาพที่ชัดเจน
ก็คงต้องย้อนอดีตของโรงแรมดุสิตธานีให้ท่านผู้อ่านได้เห็นถึงที่มาที่ไปจนเป็นตำนานโรงแรมการเมืองแห่งนี้
โรงแรมดุสิตธานีก่อตั้งและเปิดบริการเมื่อปี ๒๕๑๓ ได้ชื่อว่าเป็นโรมแรมสุดหรูและโด่งดังที่สุดแห่งยุคในเวลานั้น
จนกระทั่งหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ อันเป็นช่วงที่ประชาธิปไตยเบ่งบานสุดขีด ก็ปรากฎมีชื่อ นายเทอดภูมิ ใจดี
หัวหน้าแผนกทำความสะอาดเครื่องใช้ในการทำอาหารและเครื่องดื่ม (
Steward) ซึ่งเป็นหัวหน้าสหภาพแรงงานโรงแรม
และเป็นนักเคลื่อนไหวชนิดแส่ไปสิบทิศ ที่ไหนมีการประท้วงคุณแส่คนนี้จะต้องไปร่วมกับเขาทุกงาน


ผมไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุแห่งความวุ่นวายอันเกิดจากพนักงานของโรงแรมที่ชื่อนายเทอดภูมิ ใจดี
คนนี้หรือเปล่าที่ทำให้นายสมพจน์ ปิยะอุย น้องชายท่านผู้หญิงชนัตถ์
ต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปเกี่ยวข้อง
กับการเมือง และนายสมพจน์ก็เลือกที่จะเล่นการเมืองด้วยวิธีโตทางลัด โดยเป็นนายทุนสนับสนุนด้านการเงิน
ตลอดจนอาหารเครื่องดื่ม (เรียกว่าเต็มที่เลยทีเดียว)ในการปฎิวัติเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๐
แต่ไม่สำเร็จจึงได้ชื่อว่าเป็นกบฎ นายสมพจน์ก็เลยต้องดำดินหายหน้าหายตาไปจากวงการ

จนกระทั่งวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๔ กลุ่มนายทหารจปร. ๗ ที่รู้จักกันในนามยังเติร์กสนับสนุนพล.อ.สันต์ จิตปฎิมา
ทำการยึดอำนาจรัฐบาลเปรม (ความจริงรู้กัน แต่เปรมไม่ได้รายงานเบื้องบน เรื่องนี้มีหลายคนเข้าใจผิดหากมีโอกาส
คงต้องนำเสนอท่านผู้อ่าน) พลันก็มีชื่อนายสมพจน์ เข้าไปเกี่ยวข้องอีก การครั้งนี้ล้มเหลวเช่นเคย
นายสมพจน์ก็เลยต้องดำน้ำต่อ (นายสมพจน์เป็นกบฎที่ไม่เคยถูกดำเนินคดี
ในขณะที่พล.อ.ฉลาดถูกประหารชีวิต
และเสธ.หนั่นต้องติดคุก บารมีเปรมหรือไม่คงต้องคิดกันเอาเอง)


http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=23&PHPSESSID=3b689551733ed474a972d7f5817ffaa0





http://www.sae-dang.com/board/OpenMessages.php?no=1671
แต่ที่แพ้เพราะในหลวงเสด็จพาป๋าเปรมหนีไปโคราชตั้งกองทัพต่อต้านการปฎิวัติ จปร.7
http://web.schq.mi.th/~suriyon/suri_doc108.htm
กบถพระยาสรรค์ พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์
ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีแล้ว







http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=24&PHPSESSID=3b689551733ed474a972d7f5817ffaa0
การที่นายสมพจน์สนิทชิดเชื้อกับกลุ่มยังเติร์กและให้การสนับสนุนด้วยการเป็นนายทุนก่อการรัฐประหาร
หลายครั้งหลายหนก็มีทั้งผลดีและร้ายในเวลาเดียวกัน ผลดีนั้นก็คือ เมื่อเกิดมีโครงการรถไฟลอยฟ้าในยุคสมัย
ของพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็มีการดูแลกันเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เสียทรรศนียภาพของโรงแรมดุสิตธานี
โดยมีการกำหนดให้จุดที่เป็นสถานีพักรถอยู่ด้านทางฝั่งสวนลุมตรงข้ามกับ โรงแรมดุสิตฯถึงกับมีโครงการ
จะย้ายพระรูป ร.๖ เลยทีเดียว แต่ครั้นเวลาผ่านไปถึงคราวท ี่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เมื่อปี ๒๕๔๐ ท่านผู้หญิงชนัถต์ ก็ต้องออกมาหลั่งน้ำตาอยู่หน้าจอทีวีให้เป็นที่สมเพช
อันมีเหตุมาจากมีการเปลี่ยนแปลงให้สถานีพักรถไฟลอยฟ้าย้ายไปอยู่หน้าโรงแรมดุสิตธานี
เหตุการณ์ครั้งนี้ได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางจน ในที่สุดก็หนีไม่พ้นคนมากด้วยบารมี
อย่างเปรมที่ต้องเข้ามาซับน้ำตาให้ท่านผู้หญิง ด้วยการนำเรื่องขึ้นเพ็ดทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ปัญหาใหญ่ในครั้งนั้นของท่านผู้หญิงชนัตถ์ไม่เพียงได้รับการแก้ไขเท่านั้น กลุ่มนักธุรกิจที่ใกล้ชิดผูกติดเปรม
กลุ่มดังกล่าวข้างต้นยังได้พร้อมใจกันออกมาเคลื่อนไหวขับไล่พล.อ.ชวลิต หรือที่รู้จักกันในนาม
ม๊อบสีลม

สุดท้ายพล.อ.ชวลิตก็ไม่อาจที่จะทนอยู่ได้ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น
กับตระกูลปิยะอุย กลายมาเป็นโอกาสอย่างชนิดไม่คาดฝันเมื่อมีบุคคลชั้นสูงเข้ามาร่วมถือหุ้นกิจการในเครือ
โรงแรมดุสิตธานี ก็เลยทำให้มีกลุ่มไฮโซและนักธุรกิจชื่อดังเฮโลเข้าร่วมทุนซื้อหุ้นกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมทุกกิจการในเครือของดุสิตธานีจึงมีคำพ่วงท้ายว่า
รอยัลปริ๊นเซส

จึงอย่าได้สงสัยว่าทำไมประธานบริษัทจึงมีชื่อว่า นาย ชาตรี โสภณพานิช

ความสัมพันธ์ระหว่างเปรมและธนาคารกรุงเทพในลักษณะของการถ้อยทีถ้อยอาศัยที่มีมาอย่างยาวนาน
แม้ปัจจุบันสำหรับคนรุ่นใหม่ก็ยังสามารถมองเห็นได้ในความเป็นเปรม เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงต้องจำได้
เมื่อครั้งที่นาย สนธิ ลิ้มทองกุล เดินขบวนไปบ้านสี่เสาเพื่อยื่นถวายฎีกาขอนายกฯพระราชทานให้เปรมนั้น
เปรมได้ให้พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป ออกมารับแทน โดยที่ตัวเองหลบไปจิบน้ำชาอยู่บนตึกธนาคารกรุงเทพ
และพอโค่นล้มรัฐบาลทักษิณได้สำเร็จ ก็ไม่ลืมใช้บริการของธนาคารกรุงเทพอย่างคงเส้นคงวา ด้วยการให้
นาย โฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกรุงเทพมาดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีการโอนหนี้สินที่ผูกพันอันเกิดจากนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว
ไปอยู่ในความดูแลของธนาคารกรุงเทพ และเชื่อว่ายังจะต้องมีการถ่ายโอนในอีกหลายๆ เรื่องที่เป็นประโยชน์
โดยเปลี่ยนมือไปอยู่ในกลุ่มนักธุรกิจที่มีเปรมเป็นตัวแทนที่ พยายามสร้างภาพจน์จอมปลอม ให้คนเห็นว่าเป็นผู้ที่เต็มเปี่ยม
ไปด้วยคุณธรรมและจริยธรรม


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Thu Jan 14, 2010 3:34 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สุเมธ ..เฟอรารี่..กับ..ทฤษฏีพอเพียง !!!

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 16, 2009 11:09 am

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-105.htm


http://www.tdri.or.th/ye_04/load_04.htm

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=107999

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=4433

สายสัมพันธ์ วิพรรธ์ เริงพิทยาดึง "อานันท์" ตั้งมหาวิทยาลัยจากอังกฤษ


หากเอ่ยชื่อ บริษัท อิมพีเรียลเทคโนโลยี แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บางคนอาจรู้จักบริษัทตั้งใหม่แห่งนี้
ในฐานะเป็นผู้บริหารโครงการมหาวิทยาลัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ Asian University of
Science and Technology (Asia UST) โดยใช้หลักสูตรของ Imperial College จากอังกฤษ อันเป็นธรรมดาของมหาวิทยาลัย
จากต่างประเทศที่ต่างหันเข็มมุ่งเข้าจัดตั้ง สาขาสถาบันแห่งใหม่ร่วมกับฝ่ายไทย ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วกับหลายสถาบัน

แต่หากเข้าไปดูถึงรายชื่อของคณะกรรมการ และผู้ถือหุ้นของบริษัทแห่งนี้
จะพบว่าเป็นการร่วมกันของธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ทั้งสิ้น

โดยเฉพาะประธานโครงการมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชียคือ อานันท์ ปันยารชุน
อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยผู้ได้รับการยอมรับจากประชาชนมากที่สุดคนหนึ่ง

ตัวกลางประสานงานจัดตั้งบริษัทเพื่อบริหารงานมหาวิทยาลัยแห่งใหม่นี้คือ ดร.วิพรรธ์ เริงพิทยา
ซึ่งในอดีตเคยทำงานร่วมกับอานันท์ในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เล่าให้ฟังถึงที่มาของโครงการว่า
ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าของ Imperial College of Science, Technology and Medicine

หลัง จากที่ได้มีโอกาสพบกับ ศาสตราจารย์ เซอร์ โรนัลด์ อ๊อกซ์เบิร์ก อธิการบดีของ อิมพีเรียล คอลเลจ
เมื่อประมาณ 3 ปีก่อนหน้านี้ก็ได้เสนอแนวคิดดังกล่าว และได้รับความสนใจและพร้อมร่วมมือกันจัดตั้ง
มหาวิทยาลัยแห่งใหม่ โดยให้ดร.วิพรรธ์เป็นผู้ประสานงานทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายอังกฤษ

ดร.วิพรรธ์เองนั้นเคยร่วมงานเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท อิตาเลี่ยนไทย อุตสาหกรรม จำกัด เครืออินตาเลี่ยนไทย
ของน.พ.ชัยยุทธ กรรณสูต และลาออกมาเมื่อปี 2526 เพื่อมาตั้งบริษัท วิพเทล จำกัด ซึ่งต่อมาได้ร่วมทุนกับ
บริษัท ชิน พูนอินดัสเตรียล จำกัดของไต้หวัน เพื่อตั้งบริษัท คาร์โก้ พี.ซี.บี. ผลิตแผงวงจรไฟฟ้า
หรือแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีดร.วิพรรธ์ เป็นประธาน

การร่วมงานกับน.พ.ชัยยุทธทำให้สามารถดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านก่อสร้าง และอุตสาหกรรมแห่งนี้
เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น และก่อสร้างอาคารของมหาวิทยาลัย

ในฐานะที่เป็นผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมและร่วมเป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมฯ
ในยุคที่อานันท์เป็นประธานสภาฯ ทำให้ดร.วิพรรธ์รู้จักคุ้นเคยกับอดีตนายกรัฐมนตรี "ดรีมทีม" ผู้นี้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดอานันท์เมื่อปี 2534 ดร.วิพรรธ์ก็เป็นที่ปรึกษาของดร.วีรพงษ์ รามางกูร
ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ความไว้ใจที่ "ดร.โกร่ง" ให้กับดร.วิพรรธ์มีมากพอที่จะตั้งให้ร่วมเป็นคณะกรรมการปุ๋ยแห่งชาติ
และแม้การเข้าไปเป็นกรรมการในบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไอทีเอฟ

ดร.วีรพงษ์จึงเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีรายชื่อในการเข้าเป็นกรรมการของมหาวิทยาลัย
สายสัมพันธ์ที่แนบแน่น
ยังมีส่วนดึงบุคคลสำคัญในแวดวงการเงิน การธนาคาร อุตสาหกรรมมาร่วมอีกหลายท่าน เพราะยังมีชื่อของ
ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ดร.โอฬาร ไชยประวัติ เปรมชัย กรรณสูต วิโรจน์ ภู่ตระกูล
คุณหญิงนิรมล สุริยสัตย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช มานพ นาคทัต พิไลจิตร เริงพิทยา และขัติยา ไกรกาญจน์
รวมอยู่ในคณะกรรมการฯด้วย

สำหรับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ก็เป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีฐานะเป็นศิษย์เก่าของอิมพีเรียล คอลเลจด้วย
จึงมีส่วนร่วมที่น่าสนใจในการทำให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และโชติ โสภณพนิช เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น


สิ่งหนึ่งที่ผลักดันให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้สามารถดึงผู้ร่วมทุนจากบริษัทชั้นนำได้นั้น ดร.วิพรรธ์ กล่าวว่า
หลังจากได้มีการเสนอโครงการให้รับทราบ เพราะหลายคนเมื่อเห็นชื่อว่าอดีตนายกฯ อานันท์ร่วมเป็น
ประธานอยู่ด้วย ก็ไว้ใจว่าจะมีการตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติขึ้นมาจริง แม้กระทั่งเครือเจริญโภคภัณฑ์อย่าง
ซีพี ที่ถือหุ้นในนามบริษัท เทเลคอม โฮลดิ้ง จำกัด กับบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
(มหาชน)


อีกด้านหนึ่งนั้นก็มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กับกระทรวงการคลัง
อันเป็นหลักประกันสร้างความมั่นใจให้กับโครงการ

กระทรวงการคลังสมัยที่สุรเกียรติ เสถียรไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการฯได้มีการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อต้นปี 2539
ให้กระทรวงการคลังถือหุ้นในบริษัท อิมพีเรียลฯ 10% หรือประมาณ 100 ล้านบาท โดยสัดส่วนที่คลังมีชื่อในทะเบียนหุ้นปัจจุบัน
มีอยู่ประมาณ 14% นับได้ว่าเป็นจำนวนที่มากพอ และเป็นหลักประกันได้ว่าสถาบันแห่งนี้มีรัฐบาลเข้าร่วมลงทุนด้วย

ผู้ถือหุ้นเหล่านี้ล้วนได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง ซึ่งรู้จักสนิทสนมกับพร.วิพรรธ์ ทั้งสิ้น "เมื่อตกลงใจว่า
จะตั้งมหาวิทยาลัย ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีในการหาผู้ถือหุ้นมาร่วม จนตอนนี้เรามีผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว 21 ราย
ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ จึงประกันได้ว่าสถาบันแห่งนี้จะมีคุณภาพดี ไม่เช่นนั้นคงไม่เข้ามาร่วม"

ความพยายามยกระดับมหาวิทยาลัยที่ผลิตบุคลากรด้านเทคนิคป้อนตลาดแรงงานด้านอุตสาหกรรมที่กำลังขาดแคลน
โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย Asian UST ตั้งอยู่ที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บนเนื้อที่ 500 ไร่ ด้วยทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท
บนความเชื่อมั่นว่าส่วนหนึ่งจะสามารถสนับสนุนให้กับอุตสาหกรรมในย่านอีสเทิร์น ซีบอร์ดได้เต็มที่

และที่สำคัญความต้องการของดร.วิพรรธ์ก็คือให้สถาบันการศึกษาแห่งนี้
สามารถติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาคเอเชียด้วย

หลักสูตรการสอนแบ่งออกเป็น 3 คณะ คือคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะบริหารธุรกิจ
และการจัดการ ซึ่งจะสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ประมาณว่าจะเริ่มรับนักศึกษาได้ในปี 2541

อิมพีเรียลคอลเลจจะรับหน้าที่เป็นผู้เขียนหลักสูตรหาอาจารย์ และเป็นผู้รับรองวิทยาฐานะของผู้จบการศึกษาจากสถาบันนี้

ขณะนี้มหาวิทยาลัยแห่งใหม่กำลังเริ่มดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ด้วยมูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้น 400 ล้านบาท และระยะแรกจะเป็นตัวอาคารเรียนวิทยาศาสตร์
และอาคารหอพักนักศึกษา

ในยุคที่เศรษฐกิจถดถอยการลงทุนในกิจการหลายอย่างต้องหยุดชะงัก แต่การลงทุนด้านการศึกษาเป็นการลงทุน
ที่หวังผลระยะยาว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งจากฝ่ายผู้ลงทุนและผู้เข้าไปรับบริการ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ