สื่อสารชวนชน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สื่อสารชวนชน

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Tue Feb 22, 2011 7:27 am

ปกติเป็นคนไม่ค่อยจะซื้อหนังสือพิมพ์สักเท่าไหร่ เพราะว่าวันทั้งวันมีเวลากับการอ่านข่าวน้อยมากๆ เว้นแต่บางช่วงที่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันทั้งส่วนตัว และ ที่ทำงาน

คำว่าส่วนตัวก็คือ เรื่องเกี่ยวกับประเทศของเราด้วย อาการห่วงกังวลกับประเทศชาติ ไม่ใช่อาการคลั่งชาติ

แต่ถึงแม้จะคลั่งชาติ ก็ย่อมดีกว่าการขายชาติ

หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ สมัยนี้ เต็มไปด้วยคนกระหายข่าว แข่งขันกันลงเพื่อให้ไม่น้อยหน้าหนังสือฉบับอื่น มีหลายฉบับที่กลายเป็นหนังสือพิมพ์ส่วนตัวของนักการเมือง พรรคการเมือง

นักการเมืองนี้ไม่ได้จำกัดเพียงผู้มีสิทธิทางการเมืองเท่านั้น หากยังครอบคลุมไปถึง พวกที่ถูกตัดสินว่าให้เว้นวรรค ๕ ปี แต่ก็หน้าด้าน อยู่เบื้องหลัง บางครั้งก็ออกอาการโดดเด่นกว่าพวกเบื้องหน้าเสียอีก

แล้วก็น่าแปลกใจที่ พวกที่มีหน้าที่กำกับดูแล กลับอยู่เฉย ตรงนี้คือข้อบกพร่องอย่างร้ายแรงของ รัฐธรรมนูญ ที่เราใช้กันอยู่ นั่นก็คือ มีความผิดง่าย แต่เอาผิด หรือจัดการลงโทษคนผิดทำได้ยาก

ทุกอย่างกลายเป็นต้องตีความ ตีความแม้แต่ว่าจะให้หน่วยงานไหนมาลงโทษจัดการกับคนทำผิดพวกนั้น

ไม่ใช่แต่วงการเมืองเท่านั้นที่มีคนที่ลุแก่อำนาจ ในกระบวนการสื่อสารมวลชนก็ไม่น้อยหน้า การหาข่าว ใช้ความกร่างของสื่อ ข่มขู่แหล่งข่าว ซึ่งบางครั้งเขาคือผู้เสียหายแท้ๆ แต่โดนสื่อและการเมือง ยัดข้อหาให้

สื่อกลายเป็นกลุ่มที่มีอำนาจ และบทบาทสำคัญ ขนาดสั่งให้ รมต. ยืนในตำแหน่งที่ตั้งกล้องได้ก็แล้วกัน
เรื่องนี้ต้องไปถาม คนที่ชื่อว่า ปู่ จ. ดูจะเข้าใจ เพราะเป็นระดับ คุมความมั่นคง แต่ต้องพ่ายแก่ช่างภาพของสื่อ ทีวีช่อง สีม่วง

สื่อกำลังสำคัญตัวเองผิด ลงข่าวตามที่เขาชงให้ ใครอยากป้ายสีใครก็ร่วมมือด้วยอย่างไม่อายฟ้าดิน

ไม่เคยเขียนข่าวด้วยการค้นคว้า แต่เขียนละเลงเพื่อให้ขายได้ น่าสนใจ

บางข่าวที่อ่านแล้วก็ตกใจ เพราะมันไม่มีความจริงเลย ที่รู้ก็เพราะพอจะทราบเงื่อนงำของเรื่องนั้นและบังเอิญ เป็นคนในวงการที่โดนป้ายสีนั่นเอง

คนที่ไม่แก้ข่าว ไม่ใช่ว่ายอมรับผิดโดนดุษฎี แต่เป็นเพราะเขาคิดว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะไปต่อกระแสให้มันเลวร้ายกว่านั้นอีก ข่าวพวกนี้ไม่นานก็หายไป คนที่อยู่นอกวงการก็ลืมไป ไม่มีใครสนใจเรื่องของใครนาน ๆ ก็อย่างคู่ดารา และลูกน้อยนั่นยังไง สักพักก็โดนข่าวอื่นมาแทนที่

เช่นตอนนี้ ข่าวเรื่องวีระบุรุษภูมะเขือ (เผา) ปะทะ ทายาทอสูร (เสี่ยมาเน็ต ) และ ศึกใหญ่ฟัดใหญ่ ของหมอผีเขมรบุรีรัมย์ กับแม่นมอมทุกข์ ที่ทำเอาน้ำมันปาล์มเดือดได้ โดยไม่ต้องใส่กระทะด้วยซ้ำ

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ อาศัยสื่อเป็นเครื่องช่วยทั้งนั้น

คำเรียกว่าสื่อสารชวนชน จึงแสนจะเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ