ทฤษฎีวัน โลกแตก

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ทฤษฎีวัน โลกแตก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Apr 23, 2011 1:54 pm

(กรุณาใช้วิจารณญาณด้วย)

ดาว นิบิรุ
http://www.youtube.com/watch?v=b7NIN...layer_embedded



เรื่องนี้คือเรื่อง ดาวปริศานาดวงที่ 12 ของ ระบบสุริยะจักรวาล
ถ้าใครได้พอดูความปี 2002 จะได้ทราบว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบดาวดวงที่ 12 ขึ้นมาอยู่ในระบบกาแล็คซี่เราดื้อๆ
แต่ความเป็นจริงนักดาราศาสตร์รู้จักดาวนี้มาตั้งแต่ปี 1982 แล้ว
ซึ่งเป็นข่าวใหญ่โตมากช่วงเดือน พฤษภาคม
มันคือดาวที่มีชื่อตั้งทางวิทยาศาตร์ว่า นิบิรุ (Nibiru)
และด้วยหลักฐานโบราณวัตถุและนักโบราณคดีได้กล่าวไว้เนืองๆ ว่า...
สิ่งของที่ไม่สามารถอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ได้เกิดจาก ดาวดวงนี้

แต่สิ่งที่เรารับรู้คือเจอดาวเคราห์ดวงใหม่ แล้วก็จบ...
ทำไมถึงกล่าวอ้างเช่นนั้น?

สิ่งที่เราไม่รู้มันคือสิ่งนี้ครับ....

ดาวดวงนี้ทุนเดิมไม่ได้อยู่ในระบบกาแล็คซี่ทางช้างเผือกมาแต่เนิ่นๆ อยู่แล้ว
แต่... มีวงโคจรกว้างใหญ่ไพศาลมาก จนมาทับซ้อนลงบนกาแล็คซี่นี้

แปลว่า... ที่นักวิทยาศาสตร์เห็นเพิ่มมาดวงก็แปลว่ามันโคจรเข้า มาใกล้กาแล็คซี่เราสินะ

ถูกครึ่งเดียวครับ ความจริงมันเเข้ามาทับวงโคจรทั้งแถบเลย

เส้นทางการเดินทางของวงโคจรดาว นิบิรุ เข้ามาทับเส้นเดียวกับโลกเลยครับ
แปลว่า... มันมีสิทธิชนโลกเราอย่างแน่นอน!!!





รูปนี้คือเส้นวงโคจรของดาวนิบิรุครับ

มันเข้าใกล้มาจริงเร้อ?

เส้นทางวงโคจร ทำให้เรารู้ได้ว่าทางเราส่องดาวบริเวณทิศใต้สุดของดาวโลกเราจะเห็น





แต่ปัจจุบันนี้ ปีนี้สามารถเห็นได้ด้วยเปล่าแล้ว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทฤษฎีวัน โลกแตก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Apr 23, 2011 1:58 pm

แล้วทำไม? มันเกี่ยวอะไรกับโบราณสถานและวัตถุในอดีตหละ
นักโบราณฯ สันนิษฐานว่า นิบิรุเคยโคจรเข้ามาใกล้ทีนึงแล้วในเมื่อหลายแสนปีก่อน

แต่มารอบนี้ มาเทียบและทาบวงโคจรของดาวนิบิรุ คาดว่ามีโอกาสที่จะชนกันสูงหรือแม้เฉียดกันก็เกิดอันตราย

เพราะแกนของดาวมีสนามแม่เหล็กอยู่ อาจจะทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวน เกิดภัยพิบัติธรรมชาติ
เกิดภาวะน้ำขึ้นกระทันหัน เกิดพายุต่างๆ

และเค้าคาดการณ์ไว้แล้วว่า ปี 2012 เราสามารจะเห็นดาวนิบิรุ ใหญ่ขนาดดวงอาทิตย์ได้เลย เพราะมันเข้าใกล้เรามากแล้ว

ข้อมูลอาจจะยังไม่แน่นพอ เพราะ NASA :Xปิดข่าว

แต่นักดาราศาสตร์ออกมาอธิบายเรื่องทฤษฎีความเป็นไปได้กันอย่างจ้าละหวั่น

ข้อมูลที่ยังขัดแย้งกันอยู่คือ บางแหล่งบอก ดาวฤกษ์ และ อุกกาบาต เพราะขนาดของมันใหญ่กว่าดาวพฤหัส 2 เท่า!!!
(ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบนี้)

อย่างที่รู้ๆกันว่า ดาวฤกษ์ที่ชื่อว่า นิบิรุ จะโคจรเข้ามาใกล้โลก ซึ่งมีผลกระทบอย่างแน่นอน
ดาวนิบิรุ (Planet X Nibiru)สันนิฐานว่าถูกดวงอาทิตย์จับไว้เมื่อ 500,000 ปีก่อน
ก่อนและหลังจากการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กโลก

ผลกระทบ (เท่าที่รู้มา)

เนื่อง จากมันเป็นดาวฤกษ์ ซึ่งถ้ามันโคจรเข้าใกล้ๆวงโคจรของระบบสุริยะนี้
ก็สร้างความปั่นป่วนได้แล้ว (ปัจจุบัน ดาวยูเรนัสกับเนสจูนโดนเป็นประจำ)
และวิถีโคจรของมันโดยองค์กรนาซ่าบอกว่า...จะโคจรเข้า
มาใกล้มาๆและมันจะโคจรเข้าเป็นเส้นตรงพอดีในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012
(ช่วงจบกึ่งกลางพุทธกาลพอดี) ก็คือ ดวงอาทิตย์ โลก และนิบิรุ
อยู่ในระนาบเดียวกันพอดี วันนั้นจะเป็นวันวิบัติซึ่งจะมีผลดังนี้

1.สร้างความปั่นป่วนให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
2.น้ำจะขึ้นสูงมากๆจนเกิดวิกฤติการ์ที่เรียกว่า น้ำท่วมโลกหรือซุปเปอร์ซึนามิ
3.แผ่นดินไหวและภูเขาไฟไปทั่วโลก
4.ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer)
5.การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ
6.ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก
7.สนาม แม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง
และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับอันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา
ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
8.กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น
9.แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม (มนุษย์น่าจะกระโดดได้สูงขึ้นกว่าเดิม)


10.DNA จะเกิดการผันแปร

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทฤษฎีวัน โลกแตก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Apr 23, 2011 2:02 pm

ไม่หมดเพียงเท่านี้ หลังจากเหตุการณ์นี้ไม่กี่เดือน
เราจะเจอพายุสุริยะเข้าอย่างจัง ซึ่งอย่างที่รู้ๆกันว่า
สนามแม่เหล็กโลกช่วยป้องกันไม่ให้มันมีผลกระทบมากนัก เมื่อไม่มีก็วิบัติ
มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือชนเผ่ามายาหรือมายันนี่เอง
พวกเขาได้ทำปฏิทินไว้............



21-12-2012 หมายถึง วันที่ 21 เดือนธันวาคม ค.ศ.2012 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในปฎิทินชาวมายัน...
ปฎิทินชาวยัน คือ ปฏิทินโบราณของชนเผ่าที่ชื่อว่า "มายัน"
(บางทีจะเรียกว่า 'มายา') ในสมัยโบราณนั้น ชนเผ่ามายัน
เป็นชนเผ่าที่มีความสามารถในการคำนวณปีทางสุริยคติได้อย่างแม่นยำที่สุด
จะเห็นได้จากการคำนวณในปัจจุบันของเรา ซึ่งอยู่ที่ 365.2420 วัน
ขณะที่การคำนวณของชนเผ่า มายัน ซึ่งใช้วิธีการคำนวณตามแบบของตนเองและอุปกรณ์ต่างๆ
จากพีระมิดที่สูงที่สุดของเขาจะคำนวณได้ 365.2420 แตกต่างกันเพียง 0.0002
ของหนึ่งวัน ซึ่งการคำนวณครั้งนี้ปรากฏมาตั้งแต่ระยะเวลาหลายพันปีที่แล้ว
ก่อนหน้าที่ชาติอื่นๆ จะคำนวณปฏิทินทางสุริยะคติได้อย่างแม่นยำเช่นนี้
แล้วชาว มายัน สามารถคำนวณจากการสังเกตดวงดาวได้อย่างแม่นยำก่อนหน้าที่จะมีการประดิษฐ์กล้องส่องดูดาวขึ้นมาได้อย่างไร? *ปัจจุบัน ปฏิทินที่เราใช้กันอยู่ก็มาจากชาวมายันนั้นเอง





ปฎิทินของชาวมายัน

ทฤษฎีนี้คิดค้นขึ้นโดยชนเผ่ามายัน วันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นสุดปฏิทินลอง
เคาต์ (Long Count) หรือ ปฏิทินลำดับที่ 3 ของชาวมายัน โดยปฏิทินลอง เคาต์
เล่มล่าสุดนั้น เริ่มต้นในปี 3114 ก่อนคริสตกาล และจะดำเนินต่อเนื่องเป็น
13 รอบบักตุน (baktun) กินเวลาทั้งสิ้นราว 5,126 ปี บวกลบออกมาแล้วก็ตรงกับปี 2012 พอดี

ก่อนเริ่มต้นของ 13 รอบบักตุน เรียกได้อีกอย่างว่า “อาทิตย์ดวงที่ 5”
ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะเวียนมาบรรจบเพื่อก่อกำเนิดดวงอาทิตย์ครบ 5 ดวง
ในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 โดยคำทำนายระบุเอาไว้ว่า
ในวันนั้นโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารไล่เรียงตั้งแต่ภัยธรรมชาติที่จะทำลายทุกสิ่งไปจนถึงสงครามอภิมหาโลกาวินาศ
จนไม่มีมนุษย์คนได้มีชีวิตรอด ซึ่งอย่างหลังนี้อาจเชื่อมโยงได้กับทฤษฎีสงครามโลกครั้งที่ 3
ของนอสตราดามุส โหราจารย์ชื่อดัง

น่าแปลกที่นอกจาก 212012 จะเป็นวันสุดท้ายของปฏิทินชนเผ่ามายัน

ยังมีข้อมูลทางดาราศาสตร์ที่ระบุไว้ว่า
จะเกิดพลังงานลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล
โดยในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวของ ปี 2012 นั้น
ดวงอาทิตย์จะอยู่ระนาบเดียวกับใจกลางของทางข้างเผือกเป็นครั้งแรกในรอบ 2.6 หมื่นปี

ซึ่งหมายความว่า พลังงานทุกประเภทจากใจกลางของทางช้างเผือกจะถาโถมและ
เกิดการปะทะกับพลังงาน ทั้งที่มองเป็นและมองไม่เห็นของโลกในวันที่ 21
ธันวาคม 2012 เวลา 23.11 น. (11.11 pm ตามเวลาสากล)

สมมุติว่า มีมนุษย์เหลือรอดบนโลก ก็ไม่อาจรู้ว่าจะจำตัวเองได้หรือไม่
เนื่องจากพลังงานทั้งหลายแหล่ข้างต้น จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ
ดีเอ็นเอ นำมาซึ่งการกลายพันธุ์ หรือสรุปคร่าว ๆ ได้ว่า
ถึงตอนนั้นโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
คนที่รอดต้องดิ้นรนสร้างสิ่งต่าง ๆ นับจากศูนย์

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ชี้ว่า ปี 2012
คือปีที่ซูเปอร์โวลคาโน หรือภูเขาไฟใต้น้ำ ครบกำหนดเวลา 7.4
หมื่นปีที่จะทำงานหรือระเบิดตัวเอง โดยสัญญาณเตือนภัยครั้งล่าสุด
คือโศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2004 ที่บอกให้ชาวโลกรู้ว่า
โครงสร้างพื้นผิวโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
และการระเบิดของซูเปอร์โวลคาโน อาจไม่ใกล้ไม่ไกลบริเวณที่เคยเกิดสึนามิมาก่อน

และเป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะหลังมานี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ดินถล่ม
และน้ำในแม่น้ำหรือทะเลสาบเหือดแห้งบ่อยครั้งทั่วโลก
เป็นไปได้ที่ส่วนหนึ่งเกิดจาก “ภาวะโลกร้อน”
แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าโครงสร้างของพื้นผิวโลกกำลังขยับและเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทฤษฎีวัน โลกแตก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Apr 23, 2011 2:11 pm

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ณ วันนั้น?
เป็น คำถามที่ทุกๆคนถามถึง...ซึ่งทางวิทยาศาสตร์, โหราศาสตร์, โบราณคดี,
การทำนาย...ได้ให้คำตอบไว้แล้ว ซึ่งดันมาตรงกับ 21-12-2012 พอดิบพอดี
(เหลือเชื่อ - -)

ทางวิทยาศาสตร์ - "วันนั้นจะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า
'การพลิกขั้วกลับของสนามแม่เหล็กโลก' จากแบบจำลองคอมพิวเตอร์
ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก
อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012..."





แบบจำลองการพลิกขั้วของสนามแม่เหล็กโลก

จากการทำงานของนักวิทยา ศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์
ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน
โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง
จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น
ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน
เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น

ในการค้นคว้า วิจัยส่วนตัวและของบริษัท
ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Hyderabad
ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด จะเกิดขึ้นในปี 2012
นี้

การพลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก
คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน
เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลา
สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์
โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์
สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน
กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี

ในประวัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่
ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน
แต่ในปัจจุบัน, แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้
ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว
มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็กของโลกอ่อนแอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์


แผนที่โลกใบใหม่ โดย Gordon-Michael Scalion ทำเสร็จเมื่อปี 2525





ในทางศาสนาพุทธ

ถึงอย่างไรก็ยังผู้แย้งว่าพระพุทธเจ้าได้เคยตรัสกับพระอานนท์ไว้
ว่าในพุทศศาสนาจะมีอายุ5000ปีและมันจะเสื่อมลงในตัวของมันเอง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทฤษฎีวัน โลกแตก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Apr 23, 2011 2:17 pm

ขอฝากให้ลุ้น ตามข้อมูลที่หามาได้

เนื่องด้วยกระแสของหนัง 2012 ที่ฉายอยู่กำลังมาแรง จึงไปหาข้อมูลแล้วก็เจอข้อมูลแจ๋วๆ

บางที่อาจจะยังไม่ทราบเลยมา(จะแบ่งเป็นชุดๆนะ
ลงหมดได้อ่านกันตาลายแน่ๆ)

1.ปฏิทินมายาทำนายว่า ปี ค.ศ. 2012 เป็นวาระสุดท้ายของโลกจริงหรือ?

ปฏิทินมายามีหลายแบบ แบบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับปี ค.ศ. 2012
คือแบบที่เรียกกันว่า ปฏิทินรอบยาว (long count) ระบุวันด้วยชุดของตัวเลข
ตัวเลขชุดนี้แทนวันที่ได้ยาวนาน 5,126 ปี
เทียบกับวันที่ตามระบบปฏิทินสากลตั้งแต่ วันที่ 11 สิงหาคม 3114
ปีก่อนคริสต์กาลไปจนสุดจำนวนเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012
การสิ้นสุดของตัวเลขปฏิทินมายา
หรือการครบจำนวนสูงสุดที่กำหนดไว้ในระบบนับวันระบบใด ระบบหนึ่ง
จะแสดงถึงการสิ้นสุดของโลกเชียวหรือ
คอมพิวเตอร์สมัยก่อนก็มีระบบปฏิทินในตัวเครื่องที่แส
ดงวันเดือนปีได้จนถึงสิ้น ค.ศ. 2000 อันเป็นที่รู้จักกันในนามของปัญหา Y2K
แต่เมื่อสิ้นสุด ค.ศ. 2000 โลกก็ไม่ได้แตกตามระบบนับวันของคอมพิวเตอร์
ทำนองเดียวกัน โลกก็จะไม่แตกสลายเพราะว่าสุดตัวเลขปฏิทินมายา หลังวันที่ 21
ธันวาคม ค.ศ. 2012 ปฏิทินมายาก็จะเริ่มนับรอบใหม่

2.Planet X คืออะไร?

เมื่อครั้งที่นักดาราศาสตร์รู้จักดาวเคราะห์แปดดวง ยังไม่พบดาวพลูโต
นักดาราศาสตร์พบว่าการโคจรของดาวเนปจูนมีความผิดปรกต
ิเหมือนมีแรงรบกวนจากวัตถุขนาดใหญ่อีกดวงหนึ่งคอยดึง ดูดรบกวนอยู่
วัตถุนี้อาจเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่อีกดวงที่ยังมองไม่เห็น
จึงมีความพยายามค้นหาดาวเคราะห์ลึกลับนี้โดยตั้งชื่อ ไว้ล่วงหน้าว่า
ดาวเคราะห์เอกซ์ (Planet X) แม้เวลาต่อมาจะมีการค้นพบดาวพลูโต
ปัญหานี้ก็ยังไม่คลี่คลาย
เนื่องจากดาวพลูโตเล็กและเบาเกินกว่าจะมีผลต่อการโคจ รของดาวเนปจูน
การค้นหาจึงดำเนินต่อไป ต่อมา
หลังจากที่มียานอวกาศไปสำรวจดาวยูเรนัสกับเนปจูนในระ ยะใกล้
จึงพบว่าความผิดปกติของวงโคจรดังที่เคยสำรวจจากโลกนั้นเป็นเพียงความผิดพลาดจากการวัด ไม่ใช่ความผิดปรกติของวงโคจรแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามการค้นหาวัตถุใหม่นอกวงโคจรดาวเนปจูนก็ยังมีอยู่ต่อไป
และนักดาราศาสตร์ก็ได้ค้นพบวัตถุอีกหลายดวง
แต่ทุกดวงล้วนเป็นวัตถุเล็กคล้ายดาวพลูโตมากกว่า

3.มีการค้นพบดาวเคราะห์เอกซ์แล้วหรือยัง?
นักดาราศาสตร์ได้พบค้นพบวัตถุดวงใหม่ที่อยู่นอกวงโคจรของดาวเนปจูนมาแล้วหลายดวง
หลายครั้งที่มีการค้นพบวัตถุใหม่พ้นวงโคจรของดาวเนปจูนที่มีขนาดใหญ่
ก็มักเรียกกันให้ครึกโครมว่าเป็นดาวเคราะห์เอกซ์
แต่หลังจากการวิเคราะห์สมบัติด้านต่าง ๆ
แล้วก็พบว่าไม่มีดวงใดที่มีสมบัติเข้าข่ายดาวเคราะห์
จึงถือได้ว่าปัจจุบันยังไม่พบดาวเคราะห์เอกซ์

4.Planet X มีจริงหรือไม่?
แม้ปัจจุบันจะยังไม่การพบดาวเคราะห์เอกซ์
แต่นักดาราศาสตร์หลายคนก็เชื่อว่าน่าจะมี
หลักฐานหนึ่งที่ทำให้เชื่อเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องวงโคจ รดาวเนปจูนที่ผิดปกติ
(ซึ่งความจริงแล้วปกติ)
แต่มาจากการกระจายตัวของวัตถุขนาดเล็กคล้ายดาวเคราะห์น้อยที่กระจายอยู่นอกวงโคจรของดาวเนปจูนหรือที่เรียกกันว่าวัตถุพ้นดาวเนปจูน นักดาราศาสตร์พบว่าที่ระยะประมาณ 50
หน่วยดาราศาสตร์ จำนวนของวัตถุเหล่านี้ได้ลดลงอย่างกระทันหัน
จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากอิทธิพลของวัตถุขนาดใหญ่
โคจรอยู่นอกระยะนั้นออกไป
เป็นไปได้ว่าวัตถุดวงนี้อาจมีขนาดใหญ่พอที่จะจัดว่าเ ป็นดาวเคราะห์ได้
นักดาราศาสตร์ได้คำนวณไว้ว่าดาวเคราะห์เอกซ์ดวงนี้น่าจะมีขนาดพอ ๆ
กับโลกของเรา

5.Planet X เป็นดาวเคราะห์ล้างโลกจริงหรือ?
ดาวเคราะห์แต่ละดวงมีวงโคจรของตัวเอง มีรัศมีวงโคจรต่างกัน
วงโคจรมีเสถียรภาพดี ไม่ใช่สิ่งที่จะมาชนกันได้ง่าย ๆ
ตามความรู้และข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์มีอยู่
เชื่อว่าหากมีการค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ในระบบสุริยะ จริง
(ซึ่งจะได้ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์เอกซ์)
ดาวเคราะห์ดวงนี้ก็น่าจะอยู่พ้นวงโคจรของดาวเนปจูนออ กไปอีก
แล้วดาวเคราะห์ที่มีวงโคจรใหญ่โตอยู่ไกลปืนเที่ยงขนา
ดนั้นจะมาชนโลกได้อย่างไร
จงจำไว้ว่าดาวเคราะห์เอกซ์คือสิ่งที่นักดาราศาสตร์ถว ิลหา
และการค้นพบจะเป็นข่าวน่ายินดี
หากวันหนึ่งคุณเห็นข่าวพาดหัวว่าค้นพบดาวเคราะห์เอกซ ์แล้ว
ก็อย่าไปแตกตื่นให้อายใครเขา

6.ดาวนิบิรุ มีจริงหรือไม่?

นิบิรุ เป็นชื่อเทพองค์หนึ่งของบาบิโลน ส่วน ดาวนิบิรุ เป็นดาวตามทฤษฎีของ
เซชาเรีย ซิตชิน ซึ่งอ้างว่าถอดความมาจากจารึกของชาวสุเมเรียน
ทฤษฎีนี้กล่าวว่าดาวนิบิรุเป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรมอาศัยอยู่และเคยมาเยือนโลกเมื่อนานมาแล้ว
แม้เรื่องดาวนิบิรุจะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบ เรื่องลึกลับ
เรื่องจานบิน เรื่องมนุษย์ต่างดาว แต่เนื่องจากทฤษฎีนี้มีหลักฐานอ่อนมาก
และตั้งอยู่บนจินตนาการมากกว่าเหตุผล
เรื่องนี้จึงไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้างในวงการวิทยาศาสตร์รวมถึงนักวิชาการด้านสุเมเรียนด้วย

7.ดาวนิบิรุ กับ Planet X เป็นดวงเดียวกันหรือไม่?

บทความหรือทฤษฎีที่เกี่ยวกับโลกแตกปี 2012 มักกล่าวว่า นิบิรุ และ
ดาวเคราะห์เอกซ์ (Planet X) เป็นวัตถุดวงเดียวกัน
แต่ความจริงต่างกันโดยสิ้นเชิง ดาวเคราะห์เอกซ์เป็นดาวเคราะห์ที่ยังหาไม่พบ
แต่เชื่อว่ามีจริง และมีการค้นหาอยู่ ส่วนดาวนิบิรุ
เป็นดาวในตำนานที่ยังขาดหลักฐานที่ดีพอที่จะบอกได้ว่ามีอยู่จริง

8.พายุสุริยะคืออะไร?
พายุสุริยะคือกระแสของอนุภาคพลังงานสูงที่พัดมาจากดวงอาทิตย์ด้วยปริมาณและความเร็วสูงกว่าระดับปกติ
อนุภาคนี้มีทั้งอิเล็กตรอนและโปรตอน เป็นตัวการทำให้เกิดแสงเหนือใต้
และพายุแม่เหล็ก ซึ่งส่งผลต่อดาวเทียม ยานอวกาศ และระบบสายส่งบนโลก

9.พายุสุริยะมีผลกระทบต่อโลกอย่างไร?
ปกติพายุสุริยะจะไม่ส่งผลโดยตรงต่อโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลก
เนื่องจากโลกมีบรรยากาศและสนามแม่เหล็กคุ้มกัน
มีเพียงนักบินอวกาศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในอวกาศเท่า
นั้นที่อาจได้รับอันตราย ทั้งจากพายุสุริยะและรังสีจากดวงอาทิตย์ ในอดีต
พายุสุริยะเคยสำแดงฤทธิ์เดชให้เห็นแล้วหลายครั้ง เช่น ใน ค.ศ. 1859
พายุสุริยะทำให้สายโทรเลขลัดวงจรจนทำให้เกิดเพลิงไหม้หลายแห่งในยุโรปและอเมริกา ส่วนใน พ.ศ. 2532
พายุสุริยะก็เคยทำให้หม้อแปลงของไฟฟ้าระเบิดจนทำให้ไฟดับทั่วทั้งจังหวัดควิเบกของแคนาดามาแล้ว
นอกจากนี้ดาวเทียมและยานอวกาศที่อยู่ในอวกาศก็อาจเสียหายจากพายุสุริยะได้
ในอดีตเคยมีดาวเทียมหลายดวงเสียหายจากเหตุการณ์นี้มาแล้ว
เนื่องจากปัจจุบันชีวิตประจำวันของผู้คนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีอวกาศมาก
ทั้งโทรศัพท์ โทรทัศน์ การกระจายเสียงวิทยุ ระบบบอกพิกัด ฯลฯ
ดังนั้นหากมีพายุสุริยะมาทำให้ดาวเทียมเหล่านี้เสียหายไป
ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแน่นอน

10.ในปี ค.ศ. 2012 จะเกิดพายุสุริยะโจมตีโลกจริงหรือ?

จริง พายุสุริยะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบตลอดเวลา
และส่งผลกระทบถึงโลก และมีระดับความรุนแรงผันแปรเป็นคาบ คาบละประมาณ 11 ปี
คาบที่ชัดเจนนี้ทำให้นักดาราศาสตร์พยากรณ์ได้ว่าช่วง
สูงสุดหรือต่ำสุดของวัฏจักรสุริยะจะเกิดขึ้นเมื่อใด
ช่วงสูงสุดของวัฏจักรที่จะเกิดในครั้งถัดไปคาดว่าจะอยู่ในช่วงกลาง ค.ศ.
2013 ช่วงสูงสุดของวัฏจักรสุริยะกินเวลายาวนานข้ามปี
ดังนั้นแม้ช่วงสูงสุดจะอยู่ใน ค.ศ. 2013
แต่พายุสุริยะก็เริ่มจะกระหน่ำโลกตั้งแต่ก่อน ค.ศ. 2012 แล้ว แม้ช่วงปี
2013 จะอยู่ในช่วงสูงสุดของวัฏจักรสุริยะ แต่พายุสุริยะที่จะเกิดขึ้น
ก็ไม่ได้รุนแรงมากไปกว่าที่เคยเกิดขึ้นในรอบก่อน ซึ่งเกิดในราวปี ค.ศ.
2000, 1989, และก่อนหน้านั้น
ความจริงมีแนวโน้มว่าช่วงสูงสุดของวัฏจักรที่จะมาถึง ในปี 2013
จะอ่อนกำลังกว่าวัฏจักรก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทฤษฎีวัน โลกแตก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Apr 23, 2011 2:21 pm

11.สนามแม่เหล็กโลกสลับขั้วได้จริงหรือ?
มนุษย์ยุคปัจจุบันยังไม่เคยมีใครเห็นโลกสลับขั้วแม่เหล็ก
แต่หลักฐานทางธรณีวิทยาบ่งชี้ว่าการสลับขั้วแม่เหล็ก
เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์ของโลก

12.สนามแม่เหล็กโลกกำลังอ่อนกำลังลงจริงหรือ?
จริง นักวิทยาศาสตร์พบว่า นับจากคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา
ความเข้มสนามแม่เหล็กโลกได้อ่อนกำลังลงไปประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะความเข้มสนามแม่เหล็กโลกผันแปรตลอดเวลาเป็นเรื่องปกติ ความจริงสนามแม่เหล็กโลกในขณะนี้ยังเข้มกว่าความเข้ม
เฉลี่ยของสนามแม่เหล็กโลกในช่วงหนึ่งล้านปีที่ผ่านมา ถึงสองเท่า

13.ปี 2012 จะเกิดปรากฏการณ์ pole shift จริงหรือ?
pole shift คือการเลื่อนขั้วแกนหมุนของโลก
ทำให้ขั้วเหนือและใต้ของโลกเปลี่ยนตำแหน่งไป
เกิดขึ้นจากการที่สัญฐานของโลกไม่กลมสมบูรณ์
ปรากฏการณ์นี้เชื่อว่าเคยเกิดขึ้นจริงกับโลก
รวมถึงดาวเคราะห์และดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ดวงอื่นด้วย
ไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าจะเกิดปรากฏการณ์นี้ในปี 2012
และแม้จะเกิดก็จะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเนื่องจากการเลื่อนนี้เกิดขึ้นในอัตราที่เชื่องช้ามาก pole shift
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องขั้วแม่เหล็กโลกเลื่อนตำแหน่ง
ไม่เกี่ยวกับการเลื่อนของแผ่นทวีป และไม่เกี่ยวกับการส่ายของขั้วโลก

14.ปี 2012 สนามแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนตำแหน่งจริงหรือ?
จริง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่กำลังจะเกิดใน ค.ศ. 2012
หากแต่เกิดขึ้นตลอดเวลา แม้แต่ตอนนี้ก็เกิด
นักวิทยาศาสตร์ทราบว่าขั้วแม่เหล็กโลกมีการเคลื่อนที่ตั้งแต่ที่ค้นพบขั้วเหนือแม่เหล็กโลกเมื่อกว่าศตวรร ษก่อนแล้ว
การเคลื่อนที่นี้เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ด้วยอัตราเฉลี่ยประมาณ 1 องศาต่อ 1
ล้านปีหรืออาจเร็วกว่านั้น การสำรวจในช่วงไม่กี่ปีมานี้พบว่า
ขั้วเหนือแม่เหล็กโลกเคลื่อนที่เร็วขึ้น
แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ว่าโลกใกล้จะสลับขั้วหรือกำลังวิปริต เพราะอัตราการเคลื่อนที่มีขึ้นมีลงอยู่เสมอ

15.โลกสลับขั้วแม่เหล็กครั้งล่าสุดเมื่อใด และจะเกิดครั้งต่อไปเมื่อใด?
ครั้งล่าสุดที่โลกสลับขั้วแม่เหล็กเกิดขึ้นเมื่อราว 780,000 ก่อน
การพยากรณ์ว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่
หมายความนักวิทยาศาสตร์จะต้องเข้าใจกลไกการสลับขั้วแ ม่เหล็กดีพอสมควร
หรือการสลับขั้วแม่เหล็กโลกในอดีตมีรูปแบบการเปลี่ยน แปลงที่คาดการณ์ได้
เช่นมีคาบแน่นอน หรือเกิดขึ้นในเวลาที่สอดคล้องกับเหตุการณ์อื่น
แต่ปัจจุบันยังขาดทั้งสองอย่าง
นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสนามแม่เหล็กโลกเกิดจากอะไร
ไม่ทราบว่าสลับขั้วได้อย่างไร
นอกจากนี้บันทึกการสลับขั้วในอดีตก็ไม่มีรูปแบบเด่นชัดพอจะคาดการณ์ได้
ไม่มีคาบที่แน่นอน บางช่วงสนามแม่เหล็กโลกอาจคงทิศอยู่นานถึงหลายสิบล้า
นปี บางครั้งอาจคงทิศได้เพียงไม่กี่ร้อยปี
ความผันแปรอย่างมหาศาลนี้ทำให้แทบระบุไม่ได้เลยว่า
โลกจะถึงกาลสลับขั้วแม่เหล็กอีกครั้งเมื่อใด

16.ในปี ค.ศ. 2012 โลกจะสลับขั้วสนามแม่เหล็กจริงหรือ?
แม้นักวิทยาศาสตร์จะเชื่อว่าโลกจะสลับขั้วแม่เหล็กอี กอย่างแน่นอน
แต่ก็ยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด
อย่าว่าแต่จะให้ระบุปีที่เกิด
แม้แต่จะให้ระบุว่าจะเกิดขึ้นในศตวรรษใดก็ยังยาก
เนื่องจากจังหวะการเกิดปรากฏการณ์นี้ในอดีตผันแปรมาก
นักโลกแตกนิยมมักโยงเรื่องวัฏจักรของดวงอาทิตย์ซึ่งจ
ะถึงช่วงสูงสุดในราวปี 2012 เข้ากับการสลับขั้วแม่เหล็กโลก
นั่นเป็นการโยงเหตุการณ์ที่ไร้เหตุผลอย่างมาก
ไม่มีหลักฐานใดที่แสดงว่าการสลับขั้วแม่เหล็กโลกมีคว
ามสัมพันธ์กับวัฏจักรของดวงอาทิตย์

17.หากเกิด
การสลับขั้วแม่เหล็กโลกจริง
จะทำให้เกิดหายนะถึงขั้นผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากหรือ ไม่
เนื่องจากสนามแม่เหล็กโลกมีบทบาทสำคัญในการเป็นเกราะ
คุ้มกันรังสีอันตรายจากห้วงอวกาศ ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า
หากเกิดความผิดปกติของสนามแม่เหล็กโลก
เช่นสนามแม่เหล็กหายไปซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีการ สลับขั้วแม่เหล็ก
ก็ย่อมส่งผลต่อสรรพชีวิตบนพื้นโลกอย่างแน่นอน
ผลกระทบที่ว่านี้จะรุนแรงถึงขั้นบาดเจ็บล้มตายหรือเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่หรือไม่?

ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น จากการเทียบบันทึกการสลับขั้วแม่เหล็กโลกในอดีตซึ่งเกิดมาแล้วหลายครั้ง เราไม่พบว่ามีความสอดคล้องกับเวลาที่เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นบนโลก นี่น่าจะพอเบาใจได้ในระดับหนึ่งว่า
หากโลกสลับขั้วแม่เหล็กในช่วงนี้ ก็คงไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย
งานวิจัยด้านสนามแม่เหล็กโลกเมื่อไม่นานมานี้เผยว่าสนามแม่เหล็กโลกซับซ้อนกว่าที่คิด โลกมิใช่มีเพียงแม่เหล็กแท่งใหญ่แท่งเดียว
แต่ยังมีแม่เหล็กขนาดย่อมกระจายอยู่หลายส่วนทั่วโลก
ช่วงที่มีการสลับขั้วแม่เหล็ก
แม่เหล็กตัวใหญ่จะอ่อนกำลังลงไปมากจนเผยให้เห็นอิทธิ ผลของแม่เหล็กตัวย่อย
ในช่วงเวลาดังกล่าวโลกจะมีขั้วแม่เหล็กเหนือใต้หลายแห่งบนโลก
สนามแม่เหล็กโลกจะซับซ้อนยุ่งเหยิงมาก
แน่นอนว่าช่วงนี้เราอาจใช้เข็มทิศไม่ได้
สัตว์บางชนิดที่ต้องพึ่งพาสนามแม่เหล็กโลกก็อาจประสบความยากลำบาก
แต่ด้านดีก็คือ สนามแม่เหล็กยังคงมีกำลังมากพอที่จะคุ้มครองสิ่งมีชีวิตได้

18.ปัจจุบันแกนหมุนของโลกเอียงมากขึ้นเป็น 24 องศาจริงหรือ?

ไม่จริง ปัจจุบันแกนโลกยังคงเอียง 23.44 องศา อย่างไรก็ตาม
แกนหมุนของโลกมีการเปลี่ยนแปลงเสมอในช่วงแคบ ๆ 22.1-24.5
องศาโดยมีคาบประมาณ 42,000 ปี ดังนั้นถ้าจะมองให้ละเอียด
ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงจริง แต่เปลี่ยนแปลงช้ามาก
และยิ่งกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงของมุมเอียงขณะนี้อยู่ในช่วงขาลง นั่นคือ
แกนโลกกำลังเอียงน้อยลง ไม่ใช่มากขึ้น

เครดิต เว็บสมาคมดาราศาสตร์ไทย http://thaiastro.nectec.or.th และ www.Dek-d.com

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทฤษฎีวัน โลกแตก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Apr 23, 2011 2:26 pm

2012 ไม่ใช่วันสิ้นโลก!!!

ท่านผู้เฒ่า อะโพลินารีโอ ชิเล พิกตุน ชาวกัวเตมาลา บอกว่า ทฤษฎีโลกแตกที่ว่านี้
พวกชาวตะวันตกพูดกันไปเอง ไม่ใช่ความคิดของชาวมายาแต่อย่างใด

อารยธรรมของชาวมายา ซึ่งปัจจุบันเป็นเขตประเทศเม็กซิโกและอเมริกากลาง

ได้เจริญถึงขีดสุดในช่วง ค.ศ.300-900
ชนเผ่านี้มีความสามารถในด้านดาราศาสตร์
ปฏิทินนับเวลาของชนเผ่านี้เริ่มในปี 3114 ก่อนคริสต์ศักราช

แต่ละช่วงกินเวลา 394 ปี ซึ่งเรียกว่า บักตุน
ชาวมายาถือเลข 13 เป็นเลขศักดิ์สิทธิ์
บักตุนที่ 13 จะสิ้นสุดลงในราววันที่ 21 ธันวาคม ปี พ.ศ.2555

ศิลาจารึกแผ่นหนึ่งของชาวมายาซึ่งพบในเม็กซิโกเมื่อทศวรรษ 1960
ระบุว่าจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเทพโบลอนยกเต
เทพแห่งสงครามและการสร้างสรรค์ ในปี 2555

แต่คำพยากรณ์ในท่อนสุดท้ายลบเลือนจนไม่สามารถอ่านได้

“มันเป็นโอกาสของการเฉลิมฉลองการรังสรรค์”
เดวิด สจ๊วต ผู้เชี่ยวชาญด้านจารึกของมายาแห่งมหาวิทยาลัยเทกซัส เมืองออสตินบอก

“ชาวมายาไม่เคยพูดว่าโลกจะถึงกาลอวสาน ไม่เคยบอกว่าจะเกิดเรื่องเลวร้าย
เพียงแต่ระบุกำหนดวันที่จะเฉลิมฉลองในอนาคต”





ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ
ชาวมายาทำปฏิธินถึงปี 2012 จริง
แต่ไม่เคยระบุไว้เลยว่าโลกจะแตก เพียงแต่ระบุว่า 2012 เทพเจ้าของพวกเขาจะกลับมาหาพวกเขาอีกครั้ง

แต่ชาวตะวันตกเอาไปโยงกับเรื่องวันสิ้นโลกกันเอง

คนสมัยนี้มักวิตกจริต มีอะไรก็โยงเข้าวันสิ้นโลกไว้ก่อน
อย่างในญี่ปุ่น มีเหตุการณ์แมวน้ำหลงเข้ามาอยู่ในแม่น้ำ
มีพวกบ้าลัทธิวันสิ้นโลกมาโยงมั่วซั่วว่า "นี่คือลางบอกเหตุวันสิ้นโลก!!!"

หรือในไทย เมื่อปีที่แล้วมีปรากฏการณ์ธรรมชาติปลากระเบนอพยพ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติ 3 - 4 ปีมีที
แต่มีคนเอารูปไปแปะใน fwd mail แล้วโยงว่านี่เป็นลางบอกเหตุวันสิ้นโลก

หลายปีที่แล้ว (ซักปี 1999 ได้มั้ง) มีเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ ดาวเคราห์เรียงตัวกันเป็นแถวเดียว
ก็มีคนออกมาบอกว่า มันจะทำให้เกิดน้ำท่วมโลกวันสิ้นโลก
แถมยกเหตุผลวิทยาศาสตร์มาอ้าง

ซึ่งเป็นเหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์ฟังแล้วถึงกับส่ายหัว โยงมั่วซั่ว

บางทีเรื่องบางเรื่องแทบไม่มีเอี่ยวไม่ใกล้เคียงวันสิ้นโลกเลย คนเราก็ยังจะโยงไปเรื่องวันสิ้นโลกจนได้

ดังนั้น การรับข้อมูลข่าวสารควรมีสติครับไปค้นคว้าหาข้อมูลก่อนว่าจริงๆแล้วมันเป็นยังไง

สมมุติว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง แล้วมนุษย์ต่างดาวเขาจะรู้จักระบบปฏิทินของมนุษย์โลก หรือ? นับปีของมนุษย์โลกเป็นด้วย?
พวกที่อ้างว่าติดต่อมนุษย์ต่างดาวได้นั้น ให้ฟังหูไว้หูครับ

แต่มีรายหนึ่งที่เสียความน่าเชื่อถือในสายตาผมไปแล้ว
ที่ชื่อ เมืองแมน อะไรทำนองนี้ อ้างว่าติดต่อมนุษย์ต่างดาวได้ ก็เชื่อ 50/50
พอตอนข่าวเรื่อง "หนอนคูลฟีเวอร์" ออกมาใหม่ๆ ยังไม่มีใครรรู้ว่าเป็นแผ่นเจลลดไข้
รายนี้ก็ออกมาฟันธงเลยว่า มาจากต่างดาวแน่ๆ ประเดี๋ยวตนจะติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวเพื่อสอบถาม
และจะขอตัวอย่างส่งไปให้ NASA ตรวจสอบ

พอเรื่องกลายเป้นว่า มันคือแผ่นเจลลดไข้ หมอนี่ก็ทำเงียบๆ แล้วก็ไม่ออกข่าวไปพักนึง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทฤษฎีวัน โลกแตก

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Apr 23, 2011 2:33 pm

อีกเหตุผลหนึ่งที่คนโยงปฏิธินมายาเข้ากับวันสิ้นโลกก็คือ

ชาวมายาเป็นนักดาราศาสตร์ที่เก่งกาจ ได้ทำการคำนวณปฏิธินล่วงหน้าจนถึงปี 2012 แล้วก็หยุดแค่นั้น
ไม่ได้ทำปฏิทินต่ออีก

คนก็เลยโยงว่า 2012 เป็นวันสิ้นโลก เพราะชาวมายาไม่ได้ทำปฏิทินต่อจากนั้น

จริงๆแล้ว นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเหตุที่ทำปฎิทิถึงแค่ปี 2012
ก็เพราะระบบคำนวณและศาสตร์การคำนวณของชาวมายาคำนวณได้ถึงปี 2012 เท่านั้น

ปีต่อจากนั้นไม่สามารถคำนวณได้



เครดิต : คุณนายติ๊งติ่ง @SIAMZONE

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ