อาลัยพนมรุ้ง อวสานความงามพันปี

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อาลัยพนมรุ้ง อวสานความงามพันปี

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Oct 31, 2008 11:02 am




"ชาวบ้านที่นี่รัก ผูกพันและหวงแหนปราสาทหินพนมรุ้งมาก เมื่อเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นเขาก็เสียใจ สะเทือนความรู้สึกมาก อยากให้ทางการจับตัวคนร้ายที่ทำลายโบราณสถานมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด"...

โกรธ แค้น หดหู่ เสียดาย เสียใจ... อาจจะน้อยไปถ้าเทียบกับความรู้สึกของคนไทยที่ทราบข่าวการขโมย-ลักลอบทำลายวัตถุและโบราณสถานสำคัญของประเทศ

เรื่องแรกเกิดขึ้นที่ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง

ความที่สุนทรภู่ได้รับการยกย่องให้เป็นกวีเอกแห่งรัตนโกสินทร์ รัฐบาลยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงอนุมัติให้สร้างอนุสาวรีย์เป็นที่ระลึกถึงสุนทรภู่ขึ้น และ จอมพล ป. ก็ได้มาประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อปลายปี 2498 แต่กว่าอนุสาวรีย์จะเป็นรูปเป็นร่าง จนสามารถทำพิธีเปิดได้ก็ล่วงเข้าไปปี 2513

รูปปั้นสุนทรภู่ พระอภัยมณี นางผีเสื้อสมุทร และนางเงือก ได้อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรมือเอก ช่วยทำหุ่นจำลอง แล้วกรมศิลปากรค่อยหล่อรูปตามนั้น อนุสาวรีย์สุนทรภู่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวระยองและนักท่องเที่ยวจากที่อื่นมานานหลายสิบปี แต่แล้ว 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมาเหตุร้ายก็เกิดขึ้น!!


เมื่อปี่ที่พระอภัยมณีเป่าอยู่นั้น หายไปจากมือของพระอภัยมณีเสียแล้ว ทันทีที่รู้ข่าว ชาวระยองและนักท่องเที่ยวต่างพากันโจษจัน... คนร้ายขโมยปี่พระอภัยฯไปขาย? หรือเพราะความมึนเมา-คึกคะนอง? โชคยังดีที่เพียงข้ามวันก็พบปี่พระอภัยมณีที่มีคนเอาไปซุกไว้ในกองขยะ แต่ยังต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเป็นของจริงหรือไม่






ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้าแทรก เหตุร้ายเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เมื่อมีมือมืดลอบขึ้นไปทุบทำลายปราสาทหินพนมรุ้ง!! ก่อนหน้าเรื่องราวสะเทือนใจนี้ สักราวกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีโอกาสแวะไป จ.บุรีรัมย์ และเป้าหมายหนึ่งที่ไม่ยอมพลาด คือ การเที่ยวปราสาทหินพนมรุ้ง ที่หลายคนเรียกขานกันว่า "ปราสาทหินสีชมพู" ตามสีของหินทรายที่สร้าง แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าชมปราสาทหินพนมรุ้งถึงปีละกว่า 500,000 คน!! เดินเข้าสู่ปราสาทหินพนมรุ้งในวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม แต่ยังดีที่ไม่มีฝนโปรยปรายลงมาให้เป็นอุปสรรค
กรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีประจำอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เล่าความเป็นมาของปราสาทหินแห่งนี้ให้ฟังว่า สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 โดยกษัตริย์ขอม อาทิ พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 เป็นต้น ตามคติศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย คือ บูชาพระศิวะ ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับแล้ว สูงจากระดับน้ำทะเล 1,320 ฟุต

จุดเด่นของปราสาทหินพนมรุ้ง คือ เศียรนาคราช แผ่พังพาน บางคนเรียกว่านาคสวมมงกุฎ เป็นศิลปะแบบเดียวกับนครวัด ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่หากยังจำกันได้ ทับหลังนี้เคยถูกขโมยไปจากปราสาทหินพนมรุ้งครั้งหนึ่ง กระทั่งมีผู้ไปพบอยู่ที่สหรัฐอเมริกา นำสู่กระแสเรียกร้องทวงคืนสมบัติชาติ จนสหรัฐต้องส่งมอบทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์คืนให้ทางการไทย ในปลายปี 2531 และ "ศิวลึงค์" สัญลักษณ์ของพระศิวะ ประดิษฐานอยู่ในห้องครรภคฤหะ ในปรางค์ประธาน น่าเสียดายและน่าเสียใจ ความงามที่เห็นบางส่วนนั้นกลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว
เพราะเมื่อเช้ามืดวันที่ 20 พฤษภาคม มีผู้พบว่า นาคราวสะพาน ที่อยู่ตรงสะพานนาคราชถูกทุบมงกุฎ จมูก และปาก ไปถึง 10 กว่าตัว จมูกและปากของ โคนนทิ พาหนะของพระศิวะแหว่งวิ่น สิงห์ทวารบาลด้านทิศตะวันตกของปราสาททั้ง 2 ตัวถูกทุบที่ปาก

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อาลัยพนมรุ้ง อวสานความงามพันปี

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Oct 31, 2008 11:02 am


ยังไม่พอ... ทวารบาล ประจำทิศใต้ถูกทำร้ายบริเวณแขนและมือ มีการนำมือของทวารบาลไปไว้ที่สะพานนาคราชชั้นที่ 1 จำนวน 1 ข้าง และที่สะพานนาคราชชั้นที่ 2 อีก 1 ข้าง ส่วน ศิวลึงค์ ถูกเคลื่อนย้ายจากฐานที่ตั้งไปอยู่ในร่องน้ำมนต์ แม้บางอย่างจะทำจำลองขึ้นใหม่เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ แต่บางอย่างโดยเฉพาะ "นาค" หลายตัวยืนหยัดผ่านกาลเวลามานับพันปี จึงเห็นชาวบ้านหลายคนร้องไห้ด้วยความเสียใจ ขณะที่หลายคนถึงขั้นก่นด่าและสาปแช่งผู้กระทำ!!

หลังเหตุการณ์ มีการสันนิษฐานไว้หลายประเด็น อาทิ การเสียผลประโยชน์ เพราะก่อนหน้ามีการขอใช้ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นที่ปลุกเสกวัตถุมงคล แต่ทางอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งไม่อนุญาต รวมถึงการเสียผลประโยชน์ของร้านค้าในพื้นที่ ประเด็นวัยรุ่นคึกคะนอง ประเด็นความขัดแย้งภายในองค์กร ไม่เว้นกระทั่งประเด็นไสยศาสตร์


"ชาวบ้านที่นี่รัก ผูกพันและหวงแหนปราสาทหินพนมรุ้งมาก เมื่อเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นเขาก็เสียใจ สะเทือนความรู้สึกมาก อยากให้ทางการจับตัวคนร้ายที่ทำลายโบราณสถานมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด" ดุสิต ทุมมากรณ์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งบอก

แล้วเล่าถึงเหตุการณ์ทำลายโบราณสถานว่า มีบ้างที่เมื่อนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมโบราณสถานแล้วจะฝากร่องรอยไว้ อยู่ในรูปของการสลักชื่อตนเองไว้บนอิฐ บนเจดีย์ หนักหน่อยก็หยิบเศษอิฐ เศษกระเบื้องกลับไปเป็นที่ระลึก สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แต่ที่ถึงขั้นทุบทำลายโบราณวัตถุ-โบราณสถาน หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งบอกว่า เท่าที่ทราบไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงมากที่สุด เจ้าหน้าที่เองเห็นแล้วก็เสียใจที่โบราณสถานสำคัญของชาติถูกทำลาย

"หลังเกิดเหตุได้มีการประชุม เพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ตอนนี้เริ่มทำการซ่อมแซมแล้ว อย่างสิงห์ ทวารบาล โคนนทิ แล้วค่อยซ่อมแซมเศียรนาค" ดุสิตเล่า

ด้าน เกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ก็มีนโยบายป้องกันโบราณวัตถุ-โบราณสถานถูกทำลาย ด้วยการมอบหมายให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศแจ้งรายชื่อโบราณสถานที่มีอยู่ในเขตรับผิดชอบให้บรรดาอาสาสมัครเฝ้าระวังโบราณสถานได้ทราบ เพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตา

"ตอนนี้ได้สั่งให้มีการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นที่ปราสาทหินพนมรุ้ง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำสอง แต่โบราณสถานอื่นก็ไม่ทิ้ง ต้องดูแลด้วย อย่างอุทยานประวัติศาสตร์ที่อยุธยา สุโขทัย ศรีสัชนาลัย ฯลฯ" อธิบดีกรมศิลปากรบอก

คงเป็นอีกครั้งที่ต้องบอกกล่าวกันว่า... โบราณสถานไม่ได้อยู่ยืนยงด้วยการดูแลของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแต่เพียงส่วนเดียว แต่โบราณสถานของชาติจะอยู่ได้ก็ด้วยประชาชนทุกคนช่วยกันดูแลรักษา


โบราณสถานเสี่ยงแผ่นดินไหว

ใช่ว่าโบราณสถานจะถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกทำลายด้วยน้ำมือธรรมชาติได้ด้วย

ธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ให้ข้อมูลว่า จากการทำงานประสานกันระหว่างกรมศิลปากรกับกรมทรัพยากรธรณี พบว่าโบราณสถานเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวในประเทศไทย ได้แก่โบราณสถานที่อยู่ในเขตรอยเลื่อนดังนี้

รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนแม่อิง รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนปัว รอยเลื่อนแม่ยม รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ รอยเลื่อนเมย รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนท่าแขก รอยเลื่อนระนอง และ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย

ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น มีทั้งแผ่นดินเกิดการแยกตัว แผ่นดินเกิดการลื่นไหล คือ ดิน หิน หรือพืชที่ปกคลุมบริเวณนั้นเลื่อนถล่มลงมาทับโบราณสถาน แผ่นดินเกิดการอ่อนตัว และการเกิดคลื่นสึนามิ ซัดถล่มโบราณสถานใกล้ชายฝั่ง

โบราณสถานอยู่ห่างจากรอยเลื่อนเปลือกโลกในรัศมี 5 กิโลเมตร อยู่ใน 8 จังหวัด จำนวน 44 แห่ง อาทิ เมืองโบราณเมืองเชียงแสน จ.เชียงราย เมืองโบราณบ้านวัดพระธาตุจอมพริก จ.น่าน จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า จ.นครพนม พระเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

โบราณสถานอยู่ห่างจากรอยเลื่อนเปลือกโลกในรัศมี 10 กิโลเมตร อยู่ใน 10 จังหวัด จำนวน 75 แห่ง เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ วัดพระธาตุจอมกิติ จ.เชียงราย พระธาตุศรีดอนคำ จ.แพร่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

โบราณสถานอยู่ห่างจากรอยเลื่อนเปลือกโลกในรัศมี 20 กิโลเมตร อยู่ใน 14 จังหวัด จำนวน 178 แห่ง มีอย่าง วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดปราสาท วัดพระสิงห์วรวิหาร จ.เชียงใหม่ วัดพระแก้ว จ.เชียงราย วัดภูมินทร์ จ.น่าน วัดพระธาตุจอมทอง จ.พะเยา วัดพระธาตุหริภุญไชย จ.ลำพูน มาลิกเจดีย์ เกาะมัดโพน จ.ชุมพร ควนพระเหนอ จ.พังงา เป็นต้น



ข้อมูลและภาพประกอบจาก

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ