สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Mon Nov 03, 2008 1:09 pm


....เป็นที่ทราบโดยสากลโลก ว่า....

ธุรกิจสื่อสารมวลชน ดำรงอยู่ มีประสบผลกำไร หรือ ขาดทุน ขึ้นอยู่กับ ".. ข่าว.." เป็นหัวใจหลัก

ดังนั้น "..ข่าว. " จึงเป็นวัตถุดิบ หรือ ขุมสมบัติ ของผู้ดำเนินกิจการสื่อสารมวลชน

การนำเสนอข่าว... ก็เปรียบเสมือนการชี้นำ..เรียกง่าย ๆ ก็คือ "....การจัดม๊อบ.. หรือ ปลุกระดม " ชนิดหนึ่ง ซึ่งอาศัยสือเป็นตัวกระจาย แทนปาก หรือ เสียงของแกนนำ

ดังนั้น การสร้างกระแสในสังคมทั่วโลกขณะนี้ จึงใช้การสร้างกระแส หรือ เบี่ยงเบนกระแสไปในทิศทางต้องการโดยอาศัย " สื่อสารมวลชน "

ในวิถีทางของสื่อ คือ การแสวงหาข่าวมานำเสนอต่อสาธารณชน ในทางกลับกัน ก็สามารถใช้สื่อควบคุมสังคม " โดยการสร้างสถานการณ์ หรือ ประโคมเรื่องนั้น ๆ เพื่อจุดกระแส เปลี่ยนแปรทิศทาง " ได้ เช่นดังตัวอย่างตามข้อความที่คัดมาจากสื่อไทย วันนี้...


• หากจะพูดถึง การเสียสละ จากวิกฤตการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ฝ่ายเสียงข้างมาก ได้เสียสละด้วยการสูญเสียไปมากพอแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อดีตนายกฯทักษิณและครอบครัว อดีตนายกฯสมัคร นักการเมืองระดับชาตินับร้อยคนที่โดนโทษแบนห้ามเล่นการเมือง รวมถึง พลเมืองอีกหลายสิบล้าน ต้องเสียความรู้สึกดีๆที่มีให้กับการเมืองในประเทศไทย อันเนื่องมาจาก ขื่อแปสองมาตรฐาน กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย เสียงข้างมากต้องตกเป็น เบี้ยล่าง เสียงข้างน้อยมาโดยตลอด!!!............

• เรื่องนี้ เสียงข้างน้อยอาจคิดว่า เป็นเพราะตัวแทนเสียงข้างมาก ทำผิดกฎหมาย ก็เลยต้อง รับโทษ ไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ในทางกลับกัน ถ้าให้เสียงข้างมากกระทำการ ปฏิวัติรัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีอำนาจเต็มที่ในการดำเนินคดี ตัวแทนเสียงข้างน้อย ที่ทำผิดกฎหมาย ผลลัพธ์ ที่ออกมาอาจเป็นสิ่งที่ ตรงกันข้าม กับปัจจุบันก็ได้!!!............

• เปรียบไปแล้ว ก็เหมือนกับคนโบราณเคยพูดไว้ว่า ฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ ก็คือ ผู้ที่เขียนประวัติศาสตร์ นั่นแหละ ฉะนั้น อย่ามาอ้างเลยว่า ใครดีกว่าใคร หรือ ใครเลวกว่าใคร ที่ผ่านมา การเมืองการปกครองของไทยถูกแทรกแซงจาก กลุ่มอิทธิพลหลายฝ่าย จนอำนาจรัฐถูกใช้อย่าง ไร้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตาม หลักสากล เหมือนอังกฤษและอเมริกา ด้วยเหตุนี้ เมืองไทยก็เลยกลายเป็น ประเทศประชาธิปไตยสับสนมาโดยตลอด!!! ............

• “เห่าไฟ” อยากย้ำอีกครั้งว่า ปัญหาของการเมืองไทย ไม่ได้เกิดจาก ระบอบทักษิณ เพราะระบอบทักษิณทำตาม กติการัฐธรรมนูญทุกอย่าง แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความพยายามใช้วิธีการ นอกลู่นอกทาง นำกฎหมู่มาล้มระบอบทักษิณ ก็เลยกลายเป็น ช่องโหว่ ให้กระแสตีกลับ ส่งผลให้ ระบอบทักษิณ ดำรงอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้!!!............

.....................................................................

ดังนั้น... การบริโภคสื่อ จึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการพิจารณา เพราะสื่อหากรู้ว่าตัวเองจะอยู่ไม่รอด..ก็จะสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อให้เป็นข่าว..เพียงเพื่อ..." ให้ตัวเองอยู่รอดเท่านั้น " (เรื่องจรรยาบรรณสื่อ มันอยู่ในพิพิธพัณฑ์ ไม่มีอยู่ในโลกความเป็นจริง..!!)
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Feb 24, 2009 9:14 pm


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sun Jun 13, 2010 1:07 pm

“ปฏิรูปสื่อ”ปูทางไปสู่เผด็จการหรือ"อภิสิทธิ์"?

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2553

คมชัดลึก : ชัยชนะของรัฐบาลในวิกฤติการณ์ “ราชประสงค์” ที่มีแนวร่วมประชาธิปไตย
ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นคู่กรณีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 นั้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากการใช้อาวุธที่ทันสมัยที่สุดแห่งยุค นั่นคือ “สื่อ”

ที่รัฐบาลปล่อยให้สื่อ สารมวลชนเสนอข่าวของคนเสื้อแดงที่กระทำเหยียบย่ำจิตใจของคนในสังคม
วันแล้ววันเล่า เสมือนต้องการ “บีบคั้นอารมณ์” และ “กดดัน ความรู้สึก” ของประชาชนให้เกิด
ความเกลียดและเคียดแค้นคนเสื้อแดงอย่างถึงที่สุด ขณะที่ภาพรัฐบาลมีแต่ความอดทนอดกลั้น
และพยายามบังคับใช้ “แง่มุมทางกฎหมาย” เพื่อแก้ปัญหา ทำแม้กระทั่งบีบภาคเอกชนที่ทำธุรกิจ
ดาวเทียมให้ “ยุติ” การทำงาน จน “สื่อ” ของฝ่ายตรงข้าม อย่างโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม วิทยุชุมชน
ที่มีบทบาทสำคัญในการ “สื่อสาร” และ “ปลุกเร้าอารมณ์” คนเสื้อแดงค่อยๆ หมดบทบาท
ในการชี้นำลงทีละชิ้น จน นปช.ไม่สามารถใช้ “สื่อ” ที่มีอยู่ “ติดต่อ" หรือ “ส่งข่าว” ไปยังมวลชน
ของตนได้ ในที่สุดจึงแตกพ่ายและจำใจต้องมอบตัว วันนี้ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า “สื่อ” คืออาวุธที่ทรงพลัง
อย่างยิ่งสำหรับชนชั้นปกครอง “ยุคใหม่” ที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการห้ำหั่นปฏิปักษ์ของตัวเอง
และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปฏิบัติการของรัฐบาลครั้งนั้นได้จากการสรุปบทเรียนที่ ทักษิณ ชินวัตร
ใช้ “สื่อ” เปิดเกมรุกรัฐบาลติดต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยใช้โทรทัศน์ ผ่านดาวเทียม วิทยุชุมชน
สื่อสิ่งพิมพ์ที่ทักษิณสามารถครอบงำได้ ไปจนถึงสื่อออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น อินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ก
ทวิตเตอร์ หรือแม้กระทั่ง เอสเอ็มเอส ที่เข้าถึงคนที่ศรัทธาเขาได้ บทเรียนครั้งนั้น ทำให้รัฐบาล
เริ่มมองเห็นความสำคัญ และอันตรายจาก “สื่อ” มากยิ่งขึ้น และไม่ว่าสาเหตุการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี
ผู้ดูแลสื่อจาก นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มาเป็น นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นั้นจะมาจากสาเหตุนั้น
หรือไม่ก็ตาม แต่ในทันทีที่รับตำแหน่งประโยคแรกๆ ที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สื่อไปถึงสื่อ
และประชาชนก็คือ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะ “ปฏิรูปสื่อ” ถึงขั้นอาจจะต้องเดินสายพูดคุยกับ
คนในวงการสื่อ เพื่อขอความร่วมมือในการทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ อยากบอกรัฐบาลว่าวันนี้
“สื่อ” ได้ “ปฏิรูป” ตัวเองมาไกลโขแล้ว และอยากจะบอกว่า รัฐบาลใดก็ตามที่คิดจะปฏิรูปสื่อ
โดยใช้กฎหมาย เท่ากับว่ารัฐบาลนั้นมีเจตนาปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
เพื่อก้าวไปสู่การเป็นรัฐบาลเผด็จการ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายเช่นนั้นหรือ !

คลี่ข่าวคลายปม
ภาณุมาศ ทักษณา

ทีนี้รู้ซึ้งหรือยัง พวกสื่อหน้าโง่ เห็นเชลียร์กันนัก
สงสัยเขาจะให้เหลือสื่อเชลียร์กะโปก (ใครหว่า)
อย่างผู้จัดการฉบับเดียว

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Mon Jun 14, 2010 7:47 am

avatar
นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Mon Jun 14, 2010 9:14 am











avatar
นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Mon Jun 14, 2010 9:15 am






avatar
นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  นางฟ้า on Mon Jun 14, 2010 9:17 am






avatar
นางฟ้า

จำนวนข้อความ : 119
Registration date : 22/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jun 19, 2010 10:11 am

ฤาประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย จากเวียดนามสู่ไทย ๒๕๕๓

http://catholicworldtour.spaces.live.com/blog/cns!EA91C1C5E2FBFD4F!4765.entry

January 25
วาติกันเปิดช่องทีวีและคลิปวิดีโอบนยูทูบ

วาติกัน เปิดตัวช่องทีวีและคลิปวิดีโอบนเว็บไซต์ยูทูบแล้ว โดยจุดประสงค์หลัก
เพื่อนำเสนอข่าวสารของพระสันตะปาปาและเหตุการณ์สำคัญๆในวาติกัน
ให้ผู้สนใจได้ติดตามแบบใกล้ชิด ขณะที่ พระอัครสังฆราชเคลาดิโอ เชลลี่
ประธานสมณสภาสื่อสารสังคม เผยพระสันตะปาปาตัดสินพระทัยให้เซ็นสัญญา
ด้วยพระองค์เองส่วนบาทหลวงเฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้ ผอ.สื่อมวลชนวาติกัน
บอกกลุ่มเป้าหมายไม่จำกัดแค่คริสตัง แต่เป็นคนทั้งโลก ด้านกูเกิลในฐานะ
เจ้าของยูทูบก็ภูมิใจ บอกเป็นเกียรติอย่างสูงที่สันตะสำนักเลือกใช้บริการ




เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา พระอัครสังฆราชเคลาดิโอ เชลลี่ ประธานสมณสภาสื่อสารสังคม ได้เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวสารวันสื่อมวลชนสากล 2009 ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปา
เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงออกไว้ในหัวข้อ "เทคโนโลยีใหม่ ความสัมพันธ์ใหม่ สร้างสรรค์วัฒนธรรมแห่ง
ความเคารพ เสวนาและมิตรภาพ" โดยระหว่างการแถลงข่าว พระอัครสังฆราชเชลลี่ แจ้งให้ทุกคน
ทราบว่า วาติกันได้ลงนามความร่วมมือกับ "กูเกิล" ยักษ์ใหญ่ด้านอินเตอร์เน็ทในการเป็นผู้ผลิตช่องทีวี
และช่องคลิปวิดีโอบนเว็บไซต์ยูทูบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับวัตถุประสงค์ในการผนึกกำลังครั้งนี้
ก็เพื่อเผยแพร่ข่าวพระสันตะปาปาและสันตะสำนักให้คนทั่วไปรับทราบ

ช่องทีวีและช่องคลิปวิดีโอของวาติกันบนเว็บไซต์ยูทูบ ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่
www.youtube.com/vatican

โดยช่วงเริ่มต้น จะมีภาษาให้เลือกทั้งสิ้น 4 ภาษา ได้แก่ อิตาเลี่ยน อังกฤษ สแปนิช และเยอรมัน
ทันทีที่มีการเปิดตัวไปไม่ถึง 1 ชั่วโมง ปรากฏว่า มีผู้สนใจคลิกเข้ามาชมประมาณ 12,000 คน
ขณะที่ผู้สนใจสมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสาร มีประมาณ 500 คน โดยข่าวสารที่ทางวาติกันจะจัดส่งนั้น
จะเป็นการแจ้งว่า มีวิดีโอใหม่อะไรบ้างที่ถูกอัพโหลด นอกจากนี้ วาติกันยังไม่อนุญาตให้ผู้รับชม
ทำการโหวตหรือคัดลอกโค้ดเพื่อไปนำไปเผยแพร่ซ้ำ แต่อนุญาตให้ส่งความคิดเห็นได้

ทางด้าน พระอัครสังฆราชเชลลี่ หนึ่งในผู้รับผิดชอบต่อการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญ เผยกับสื่อมวลชนว่า
บุคคลสำคัญที่ต้องการให้มีการประกาศพระวรสารบนอินเตอร์เน็ทอย่างจริงจังก็คือพระสันตะปาปานั่นเอง

"พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ทรงสนพระทัยสื่อใหม่ (นิว มีเดีย) อาทิ อินเตอร์เน็ท เป็นอย่างมาก
พระสันตะปาปาทรงตัดสินพระทัยด้วยตัวพระองค์เองในการลงนามเป็นเจ้าของช่องทาง การสื่อสาร
บนเว็บไซต์ยูทูบ ทั้งนี้ ทรงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า มันน่าจะได้มากกว่าเสียกับการประกาศ
พระคริสตเจ้าบนช่องทางน
ี้"

"พระสันตะปาปาตระหนักว่า เยาวชนหลายล้านคนใช้เวลาส่วนมากไปกับอินเตอร์เน็ท นี่คือสถานที่
ที่พวกเขามารวมตัวกัน และพระองค์ก็ต้องการพบกับพวกเขา พร้อมทั้งพูดคุยด้วยความเป็นกันเอง
จริงใจ และมีมิตรภาพต่อกัน และทั้งหมดนี้ก็คือแนวทางการทำงานของพระศาสนจักรใน
การประกาศพระคริสตเจ้า ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของโลก คุณก็สามารถติดตามข่าวดีของ
พระองค์ได้เหมือนกัน
" พระคุณเจ้าเชลลี่ กล่าว

ขณะที่ บาทหลวงเฟเดริโก้ ลอมบาร์ดี้ ผู้อำนวยการสื่อมวลชนวาติกัน ก็ร่วมให้ความเห็นว่า
การที่วาติกันเปิดช่องทางการสื่อสารบนยูทูบ กลุ่มเป้าหมายไม่ได้อยู่แค่ชาวคาทอลิกเท่านั้น
แต่เป็นคนทั้งโลกก็ว่าได้ "เราไม่ได้เซ็นสัญญากับกูเกิลเพื่อนำเสนอข่าวสารให้กับคริสตัง
เพียงอย่างเดียว แต่มันมากกว่านั้น นั่นคือทำเพื่อนำเสนอคนทั่วโลก มันเป็นเรื่องสำคัญมาก
ที่จะนำเสนอการบริการให้กับคนที่กำลังแสวงหาศีลธรรม พระศาสนจักรคาทอลิกตระหนักและ
ให้ความสำคัญกับปัญหาเหล่านี้มากๆ"

"สาเหตุที่เราเลือกยูทูบก็เพราะนี่คือช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมในการเข้าถึงคนหมู่มาก
ตามสถิติแล้ว เว็บไซต์ยูทูบมีผู้เข้าชมเฉลี่ยเดือนละ 70 ล้านคน วาติกันคาดว่า เราจะมีโอกาส
นำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพระสันตะปาปาและสันตะสำนักให้พวกเข้าได้เข้าใจอย่างถูกต้อง"
คุณพ่อลอมบาร์ดี้ กล่าวอย่างมั่นใจ

ทางด้าน เอ็นริเก้ เด กาสโตร กรรมการผู้จัดการฝ่ายขายสื่อภาคพื้นยุโรปของบริษัท กูเกิล จำกัด (มหาชน)
ก็ยอมรับว่า เป็นเกียรติอย่างมากที่วาติกันเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของกูเกิล "ในนามผู้บริหาร พนักงาน
และผู้ถือหุ้นกูเกิลทุกคน ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่วาติกันเลือกใช้ยูทูบ
เป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับคนทั่วโลก นี่คือหน่วยงานทางศาสนา
แห่งแรกของโลกก็ว่าได้ ที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับยูทูบ
"

http://catholicworldtour.spaces.live.com/blog/cns!EA91C1C5E2FBFD4F!4685.entry

สื่อมวลชนวาติกัน เผย เตรียมผุดโปรเจกต์ช่องทีวีวาติกันและวิทยุบน "กูเกิล"
และ "ยูทูบ" ในไม่ช้า โดยตอนนี้ การเจรจากับ "กูเกิล" คืบหน้าไปมาก
และจะแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า



สื่อมวลชน วาติกัน หนึ่งในหน่วยงานของสันตะสำนัก ยืนยันว่า วาติกันทีวี และ วาติกันเรดิโอ
ใกล้ได้สิทธิ์เป็นเจ้าของช่องทางออกอากาศบน "กูเกิล" และ "ยูทูบ" สองเว็บไซต์ชั้นนำระดับโลก
ในไม่ช้า ภายหลังการเจรจาของสันตะสำนักกับ เอ็นริเก้ เด กาสโตร กรรมการผู้จัดการฝ่ายขายสื่อ
ภาคพื้นยุโรปของบริษัท กูเกิล จำกัด (มหาชน) คืบหน้าเป็นอย่างมาก

สำหรับรายละเอียดของสัญญาแบบคร่าวๆ ที่ทางสื่อมวลชนวาติกันทำกับกูเกิล วาติกันจะมีช่องทีวี
ของตัวเองบนเว็บไซต์กูเกิล และจะสามารถแบ่งปัน (แชร์) วิดีโอบน "ยูทูบ" หนึ่งในเว็บไซต์ที่กูเกิล
เป็นเจ้าของ โดยสิ่งที่วาติกันทีวีจะแพร่ภาพนั้น จะเป็นพันธกิจต่างๆที่สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16
ทรงปฏิบัติ เช่นเดียวกับ ข่าวความเคลื่อนไหวของหน่วยงานประจำสันตะสำนัก ทั้งนี้ เพื่อให้คริสตังทั่วโลก
ได้รับทราบความเคลื่อนไหวจากกรุงโรมแบบสดทุกวินาที

อนึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วาติกันรุกคืบทางด้าน "นิว มีเดีย" (สื่อใหม่) โดยครั้งแรกที่เจาะกลุ่มผู้สนใจด้านนี้
ต้องย้อนไปเมื่อ ค.ศ.1995 ซึ่งมีการเปิดเว็บไซต์วาติกัน (www.vatican.va) อย่างเป็นทางการ และมาในปีนี้
สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงประกาศให้หัวข้อวันสื่อสารมวลชนสากล 2009 เน้นหนัก
ไปที่การใช้ "นิว มีเดีย" ทำงานประกาศพระวรสารด้วย

att พิมพ์ว่า:และบังเอิญอีกเหมือนกันที่มาพร้อมกับข่าวนี้

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1258547698&grpid=&catid=10

วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 19:31:46 น.
มติชนออนไลน์

ปาฐกถาประจำปี ๒๕๕๒ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
สื่อมวลชน เพื่อนร่วมสร้างโลก” 22-23พ.ย.


เชิญร่วมงาน ปาฐกถาประจำปี ๒๕๕๒ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
“สื่อมวลชน เพื่อนร่วมสร้างโลก”
ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยพหลโยธิน 5
(อารีย์สัมพันธ์-ราชครู) ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร
ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 22 – วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552

วันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

เวลา ๑๓.๐๐ น. เพลงธรรมะ โดย พิสุทธิ์ เกรียงบูรพา

เวลา ๑๔.๐๐ น. เสวนา “สื่อมวลชน เพื่อนร่วมหน้าที่"โดย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา – โอเพ่นบุ๊ค
ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ – นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย วีรณัฐ โรจนประภา – มูลนิธิบ้านอารีย์ /
พิชัย ตั้งสิน – สวนหนังสือเจริญกรุง

เวลา ๑๖.๐๐ น พิธีเปิดนิทรรศการส่งเสริมการศึกษาและปฏิบัติธรรม ณ ลานด้านหน้าและใต้หอประชุม ฯ
โดย นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นิทรรศการสารธรรมเพื่อมวลชน โดย บมจ.อสมท. และ กรมประชาสัมพันธ์

นิทรรศการสื่อมวลชนในทัศนะของพุทธทาส โดย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

นิทรรศการจดหมายเหตุ การปาฐกถาธรรมทางวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยของพุทธทาสภิกขุ
ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๒๑ – ๒๕๒๙

-นิทรรศการหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ -นิทรรศการของธรรมภาคีส่งเสริมการศึกษาและปฏิบัติธรรม
-แนะนำสถานปฏิบัติธรรมทั่วไทย
-ซุ้มหนังสือธรรมจากสำนักพิมพ์

เวลา ๑๖.๑๕ น. เปิดตัวหนังสือ “สื่อมวลชนบนวิถีศีลธรรมตามทัศนะของพุทธทาส”
โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ ผู้แทนหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

วันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

เวลา ๑๐.๐๐ น.นิทรรศการ ณ บริเวณหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์

เวลา ๑๒.๓๐ น.ดนตรีและเพลงกับ ศุ บุญเลี้ยง

เวลา ๑๓.๓๐ น.ความคืบหน้าและการเปิดหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย และ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม

เวลา ๑๓.๕๕ น.ปาฐกถาเกียรติยศหัวข้อ “เขาหาว่าพุทธทาสบ้า...ที่จะทำให้สื่อมวลชนเป็นปูชนียบุคคล
โดย พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) เสียงและภาพประกอบ

เวลา ๑๔.๑๕ น. การเสวนา “สื่อมวลชน ...ผู้ทำได้ดีกว่าใคร ๆ” โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสคุณบัณฑูร ล่ำซำ
คุณเทพชัย หย่อง ดำเนินการโดย คุณนิรมล เมธีสุวกุล

เวลา ๑๖.๐๐ น. “สื่อทำได้ ถ้าสมัครจะทำ” โดยพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)
[/size]

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20091122/87671/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA.html
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2552 19:35
หนังสือดีของท่านพุทธทาส

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดงานและปาฐกถา"เขาหาว่าพุทธทาสบ้า
จะทำสื่อมวลชนให้เป็นปูชนียบุคคล" หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซ.อารีสัมพันธ์

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-120.htm
พุทธทาสที่ข้าพเจ้ารู้จักในทางการเมือง
ตัดตอนและเรียบเรียงจากการปาฐกถาพิเศษ


เรื่อง"พุทธทาสที่ข้าพเจ้ารู้จักในทางการเมือง"
โดย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย

จัดโดยมูลนิธิเผยแพร่ชีวิตประเสริฐ วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๒
ณ หอประชุมกรมประชาสัมพั
นธ์

“ทักษิณ”อ้างศึกษา“พุทธทาส”ลึกซึ้ง-ใช้“ธรรมนำการเมือง”

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“ทักษิณ” ได้ทุกเรื่อง วันนี้ลึกซึ้งหลักธรรมคำสอนพระพุทธองค์ ระบุก่อนตั้งพรรคไทยรักไทยได้ศึกษาคติธรรมของ
“พระพุทธทาส” อย่างลึกซึ้งจึงสามารถ “ปล่อยวาง” ทำให้เข้าใจตัวเองและเข้าใจคนอื่น ใช้ธรรมนำการเมือง

วันนี้ (22 ต.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน”
โดยเล่าให้ฟังว่า พระพุทธทาส ภิกขุ เป็นพระที่มีคุณูปการต่อชีวิตของตนเป็นการส่วนตัว
เพราะก่อนที่จะตั้งพรรคไทยรักไทย ไม่ค่อยมีความลึกซึ้งกับธรรมะเท่าที่ควร จึงใช้เวลาก่อนตั้งพรรคอ่านหนังสือของ
ท่านพุทธทาสเป็นสิบเล่ม และทำความเข้าใจ ซึ่งในรอบแรกยังไม่ค่อยเข้าใจ จึงอ่าน 2 รอบและบางเล่มก็อ่านถึง 3 รอบ
ทำให้เกิดความเข้าใจลึกซึ้ง มีความเข้าใจตัวเองและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น รู้จักคำว่าปล่อยวางคืออะไร

“คำหนึ่งที่พระพุทธทาสพูดไว้ ในหนังสือธรรมะกับการเมือง คือ ท่านให้ความสนใจต่อบุคลากรทางการเมืองมาก
ประชาธิปไตยจะรุ่งเรืองหรือไม่อยู่ที่คุณภาพของบุคลากรทางการเมืองเป็นหลัก ระบบอย่างเดียวไม่พอ ท่านพูดว่า
ถ้านักการเมืองไม่เป็นนักการเมืองโพธิสัตว์ ถ้านักการเมืองไม่รักเพื่อนมนุษย์ ไม่เข้าใจว่าเพื่อนมนุษย์คือ
เพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งสิ้น ถ้ามีนักการเมืองแบบนั้นมาก ๆ ประชาธิปไตยจะกลายเป็น
ประชาธิปตาย
เป็นสิ่งที่ดีมาก ท่านให้สติมาก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องที่องค์การยูเนสโก ยกย่องพุทธทาสภิกขุ เป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระชาตกาล
ครบ 100 ปี ซึ่งจะมาถึงในวันที่ 27 พฤษภาคม 2549 นี้ว่า สาเหตุที่พุทธทาสภิกขุ ได้รับการยกย่องเพราะได้ตั้งปณิธาน
ของชีวิตไว้ 3 ข้อ คือ

ข้อ 1.ให้ศาสนิกชนไม่ว่าศาสนาใดก็ตามเข้าถึงความหมายอันลึกซึ้งแห่งศาสนาของตน เพราะว่าเวลานี้บางคน
ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจศาสนาของตนอย่างลึกซึ้ง ชาวพุทธก็เช่นกัน ชาวพุทธก็ไปเข้าใจว่า
ศาสนาพุทธนั้นก็คือความศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อในสิ่งที่มันไม่ใช่ศาสนาพุทธ
เพราะศาสนาพุทธนั้นอยู่ที่หลักธรรมะเป็นหลัก

การบูชาอะไรทั้งหลายนั้นก็เป็นเพียงสัญลักษณ์ตัวแทนพระพุทธเจ้าตัวแทนของธรรมะ
แต่การปฏิบัติตนตามธรรมะ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นเป็นหัวใจของศาสนาพุทธมากกว่า
เพราะฉะนั้นอย่างนี้เราก็จะต้องเข้าใจ


ข้อ 2.พุทธทาสภิกขุ ตั้งใจว่าจะทำความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาอันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
เพราะว่าศาสนาทุกศาสนา ต้องอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่ว่า จะต้องอยู่คนเดียว ศาสนาอื่นอย่ามาอยู่ร่วมด้วย
แล้วก็ไปรังแกเขา เหมือนที่พวกคนบ้า ๆ

ที่ตามจังหวัดภาคใต้ที่พยายามรังแกเขาอย่างนี้ โดยอ้างศาสนา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เพราะศาสนาเป็นของสูง
สูงกว่าที่ใครจะมาใช้เป็นประโยชน์แห่งตน หรือการใช้เป็นประโยชน์ทางการเมือง เพราะศาสนาเป็นเรื่องของจิตใจ
ที่ต้องการทำให้คนเป็นคนดี อันนี้คือสิ่งที่พุทธทาสตั้งปณิธานไว้แต่ต้น

ข้อ 3. คือดึงเพื่อนมนุษย์ให้ออกมาจากวัตถุนิยม แน่นอนการอยู่ในโลกของวัตถุนิยมจะต้องรู้เท่าทัน
และไม่ถูกมันมอมเมาด้วยกิเลสและตัณหาที่ไม่สามารถที่จะยับยั้งชั่งใจได้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2548 14:40 น.

http://www.se-ed.com/eShop/%28A%285TDAjLmAygEkAAAAYTZhOGEyNWUtM2MyZS00YmI4LWJhNWItNGYzZmE2M2M2YWE0NkkxjIb_2Z05-VG4nfqSUtyy6w81%29%29/Products/Detail.aspx?No=9789744973467&AspxAutoDetectCookieSupport=1

http://www.buddhadasa.org/html/articles.html

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000026543
สหายเก่าปลุกเสื้อแดงอุบลฯ ช่วย"แม้ว"กลับมาเปลี่ยนการปกครองประเทศ



อุบลราชธานี
-อดีตสหายเก่าที่เคยเปิดศีกรบกับรัฐบาลไทย เปิดตัวปลุกคนเสื้อแดงช่วย“ทักษิณ”
กลับมาเปลี่ยนแปลงการปกครองประชาธิปไตยแบบคนเสื้อแดง พร้อมใช้สำนวนโวหารโจมตีสถาบัน
ทำให้คนเสื้อแดงบางคนทนฟังคำจาบจ้วงไม่ไหวลุกเดินออกไปจากที่ประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คริสตจักรข่าวดีอุบลราชธานี สภาคริสตจักรลูเธอร์แรนท์ประเทศไทย
หลังที่ทำการพรรคเพื่อไทย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดอุบลราชธานี
ซึ่งปัจจุบันแยกตัวจากกลุ่มชักธงรบมาตั้งกลุ่มใหม่ชื่อกลุ่มเสรีชน จัดประชุมคนเสื้อแดง โดยอ้างว่า
จะจัดงานขายบัตรโต๊ะจีน เพื่อหาเงินทุนใช้สนับสนุนการเคลื่อนไหว
แต่มีพฤติกรรมปลุกระดมมวลชนให้เกลียดชังสถาบันหลักๆ ของชาติไทย

โดยนายประยุทธ ชุ่มนาเสียว ประธานเครือข่ายวัฒนธรรมชุมชนภาคอีสาน ซึ่งเป็นวิทยากรในที่ประชุมได้ระบุว่า
ปัจจุบันมีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เคยสู้รบกับอำนาจรัฐในป่าในอดีต ได้เข้ามารวมตัว
กับกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อขับเคลื่อนขบวนการคนเสื้อแดงให้มีพลังสามารถเปลี่ยนแปลงกระบวนการปกครอง

ที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
กลุ่มคนเสื้อแดง จึงต้องเข้าใจว่า “คนบางคนต้องการให้พวกเรารัก แต่ไม่เคยทำอะไรให้กับชาวบ้าน
ตรงกันข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเอาโครงการดีๆ มาให้ชาวบ้าน ทำให้คนรัก พ.ต.ท.ทักษิณ
แล้วจะให้พวกเราไปรักคนบางคนได้อย่างไร เพราะรักแล้วไม่มีจะกิน”

นาย ประยุทธยังกล่าวต่อว่า ปัจจุบันมวลชนคนเสื้อแดงมีคนเข้าร่วมมากขึ้น ทั้งในภาคอีสาน ภาคเหนือ
ภาคตะวันออก ซึ่งทั้ง 3 ภาคนี้ถือเป็นฐานกำลังสำคัญที่คนเสื้อแดงต้องรวมตัวกันให้ได้
ส่วนภาคใต้ยกให้พรรคประชาธิปัตย์เขาไป พร้อมกล่าวอย่างมั่นใจว่าถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันเคลื่อนไหวต่อไป
จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ต้องการได้แน่นอน เพราะการบุกเข้าตรวจค้นและจับกุมบรรณาธิการ
เว็บไซต์ประชาไทยแสดงว่า อำนาจรัฐเริ่มหวั่นไหวพลังของคนเสื้อแดง จึงใช้อำนาจไม่เป็นธรรมกลั่นแกล้ง
ผู้ไม่เห็นด้วยในการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยของเมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ระหว่างที่นายประยุทธ ชุ่มนาเสียว ได้กล่าวพาดพิงสถาบัน โดยใช้คำพูดให้ผู้ฟัง
เข้าใจเอาเองว่าพูดถึงใคร ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดง 7-8 คน ซึ่งเข้าใจเนื้อหาได้ลุกเดินออกไปจากห้องประชุม
ด้วยท่าที่ไม่พอใจคำพูดของ นายประยุทธ์ และไม่กลับเข้ามาในห้องประชุมอีกเลย

สำหรับนายประยุทธคนนี้ อดีตเคยเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยรบกับรัฐบาลไทย
โดยสังกัดเขตงาน 444 ภูสระดอกบัว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงคำเดือย อาณาเขตครอบคลุม
หลายจังหวัดในเขตอีสานใต้ หลังจากนั้นได้ออกจากป่ามาทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน(เอ็นจีโอ)
และประกาศตัวเป็นเป็นนักวิชาการสายคนเสื้อแดงเช่นเดียวกับ
นายใจ อึ้งภากรณ์ ที่ออกแถลงการณ์สยามแดง
ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทย ก่อนหลบหนีไปประเทศอังกฤษ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&picfolder=mXT0HkNN&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm#top

สาขาที่ ๓ จัดตั้ง องค์กรพุทธศาสนิกชนเอเซียเพื่อสันติภาพ” ตั้งขึ้น ปี พ.ศ. ๒๕๐๒
จากกรณีความผิดพลาดในการขยายอิทธิพลในประเทศไทยและเพื่อบั่นทอนอิทธิพลของจีนในย่านเอเซีย
สนับสนุนปฏิบัติการและประสานผลประโยชน์กับประเทศมหาอำนาจในย่านภูมิภาคเอเซีย
ทั้งนี้เนื่องจากประเทศจีนซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกนั้น เมื่อเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์แล้ว
โรมันคาทอลิก” กลับถูกกำจัดจนเกือบสิ้นซาก บาทหลวงโรมันคาทอลิก ได้ถูกส่งให้บวชเป็น
พระลามะและใช้วัดอีโวเจน เป็นศูนย์บัญชาการ จากนั้นได้เคลื่อนไหวโดยใช้ศาสนาพุทธ
มหายาน นิกายลามะเป็นตัวนำ แทรกซึมเข้าไปในองค์กรพุทธเกือบทั้งหมด
โดยเฉพาะ
ในปัจจุบันในอเมริกาได้มีผู้เป็นศาสนิก “ลามะ” ขององค์กรนี้กว่า ๑๐ ล้านคน



http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=791&forum=4&page=24&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

ผลปฏิบัติการในประเทศไทย เหยื่อที่ถูกกำจัดเป็นพระราชาคณะของไทยคือ พระพิมลธรรม
(อาจ อาภาสภเถร) ดังได้กล่าวไปแล้ว องค์กรนี้ได้จัดตั้ง คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนา(ศพพ.)
ศูนย์ศาสนสัมพันธ์ กลุ่มประสานงานเพื่อศาสนา(กศน.)”
ขั้นแรกดำเนินการโดย นาย ส.ศิวลักษณ์
นายประเวศ วสี นายรวี ภาวิไล นายพิภพ ธงชัย นายโคทม อารียา
ฯลฯ มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่
วัดอุโมงค์ ในเขตมิชซัง เชียงใหม่ อำนวยการด้านมวลชนคาทอลิกโดย นายวิโรจน์ ศิริอัฐ
แห่งมูลนิธิเผยแพร่ธรรมประเสริฐ
โดยมีพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนาที่หลงผิดเข้าร่วมปฏิบัติการ
คือพระประยุทธ ต่อมาได้รับการสนับสนุนจาก “วาติกัน” ให้ไปรับการอบรมที่เพ็นซิลวาเนียในวิชา
พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติ” เพื่อรับหน้าที่เปลี่ยนแปลงแนวคำสอนของพุทธศาสนา โดยการเขียนหนังสือ
พุทธธรรม” และเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในพระไตรปิฏกเถรวาททั้งหมด ใช้การประสานงานต่างประเทศ
กับสภาคริสตจักรฯ มีศูนย์บัญชาการอยู่ในประเทศอังกฤษ
ดูแลโดย นายโจ อึ้งภากร บุตรของ
นายป๋วย อึ้งภากร
(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ใจ” และกลับมาประเทศไทยในปี พ.ศ.๒๕๔๒ เพื่อเข้าเป็น
วุฒิสมาชิก” เมื่อ เมษายน๒๕๔๓)


พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติฉบับเต็ม

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=354768
ธรรมสถานอิทัปปัจจยตา ตั้งอยู่ ณ ตำบลพุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี (ติดที่ดินสวนพฤกษศาสตร์
ด้านทิศตะวันออก) มีเนื้อที่ ๒๐ ไร่เศษ คุณวิโรจน์ ศิริอัฐ ประธานมูลนิธิเผยแพร่ชีวิตประเสริฐ (ผชป.)
ซื้อไว้เป็นสมบัติของมูลนิธิฯ โดยประสงค์จัดเป็นที่อบรมวิธีการเผยแพร่พุทธศาสนาแก่พระสงฆ์
ตามโครงการอบรมพระธรรมทายาท ท่านพุทธทาสได้มาเยี่ยมและตั้งชื่อให้ว่า “ธรรมสถานอิทัปปัจจยตา”

http://www.theology.ac.th/bit/index.php?option=com_content&task=view&id=343&Itemid=68
ประวัติศาสตร์การเผยแผ่ข่าวประเสริฐ

เนื้อหา เนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 3 ตอน
1.ประวิติศาสตร์การเผยแผ่ข่าวประเสริฐในอดีต ( ในพระคัมภีร์ )
2. ประวัติศาสตร์การเผยแผ่ ข่าวประเสริฐในเอเชีย และประเทศไทย
3. ประวัติศาสตร์การเผยแผ่ ข่าวประเสริฐในปัจจุบัน



The Dalai Lama meets the Pope at the Vatican. Photo: AFP

http://www.smh.com.au/articles/2003/11/28/1069825989961.html?from=storyrhs

Pope meets Dalai Lama, very quietly

November 29, 2003

Pope John Paul met the Dalai Lama on Thursday but the Vatican, which has very thorny
relations with China, gave the visit a low profile. The name of the exiled spiritual leader of
Tibet did not appear on the list of people received by the Pope in the Vatican's daily bulletin.

A spokesman said this was because it was a brief courtesy visit and
the content was exclusively religious, although other such visits with religious leaders
have been listed. The Dalai Lama later said he had no problem with the Vatican's attitude.

"That's the right description. It was a short visit," he said. "My main purpose [was]
my expression of admiration and appreciation for what [the Pope] has done and his dream.
In spite of his age and difficult physical condition he's really determined for peace and
religious understanding."

The Vatican has difficult ties with Beijing. Chinese Catholics are not allowed
to recognise the Pope's authority and must join a state-backed "patriotic church".


Relations between China and the Dalai Lama have appeared to thaw in the past 18 months,
but China still objects to governments talking to him.
Reuters

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jun 19, 2010 10:49 am

คนพันทิปได้รับจม.ตอบจากเลขาดาไลลามะ กรณีฟอร์เวิดด์เมล์เท็จเรื่องเบื้องสูง

ท่านสามารถอ่านเรื่องเต็มๆได้จากเว็บไซต์ Drama
http://drama-addict.com/?p=14969






เรื่องมันมีอยู่ว่าที่ห้องเฉลิมไทยมีอมยิ้มชื่อ “หมู4X” มาตั้งกระทู้พูดถึง FWDmail ฉบับนึง
ซึ่งกำลังโด่งดังเปรี้ยงปร้างจนถึงขั้น The Nation เอาไปเผยแพร่ออกสื่อเลยทีเดียว
FWD mail ฉบับนั้นเป็นภาพขององค์ทะไลลามะที่กล่าวกับผู้สื่อข่าวโดยเอาตัวเองเปรียบเทียบ
กับในหลวง ว่าหากนำสิ่งที่ตนทำหรืออุทิศตนเพื่อผู้อื่นไปเทียบกับผลงานของในหลวงแล้ว
ตัวขององค์ทะไลลามะก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กเพิ่งหัดตั้งไข่ มู4x สงสัยว่า เอ๊ะ เนื้อหาใน FWD mail นี้
มันดูแปลกๆ มันเป็นเรื่องจริงรึเปล่านะ







นนี้คือ Url ของ channel ของ “ampors “ใน youtube นะครับ
http://www.youtube.com/user/Ampors
ลองเข้าไปดูแล้วตัดสินใจกันเอาเองนะครับว่าเจ้าของงคลิปเขาน่าจะมีเจตนายังไง
อันนี้คือภาพที่ cap มาให้ดูตัวอย่างว่าคลิปที่ ampors คนนี้โพสไว้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง



ข้อความที่ระบาดในสังคม Hi5



ความลับ...ที่เสือกรั่ว

http://taidin.blogspot.com/


ชำแหละ ไทยพีบีเอส

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t721-50.htm

http://www.mahidol.ac.th/muthai/latest/39.htm

รายการ “ พันแสงรุ้ง” ได้รับรางวัลสารคดีโทรทัศน์จากสื่อมวลชนคาทอลิก





เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2552 นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม.มหิดล
ร่วมเป็นเกียรติในงานรับมอบรางวัล ในโอกาสที่รายการ “พันแสงรุ้ง” ได้รับรางวัลรายการสารคดีโทรทัศน์
จากสื่อมวลชนคาทอลิก ในงาน “SIGNIS World Congress 2009” ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ดิเอ็มเพรส
จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับจากการสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามจำนวนกว่า 10,000 ฉบับ
ไปยังโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและ
แพร่ภาพสาธารณะ เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล โดยรายการพันแสงรุ้ง เป็นรายการสารคดีที่มุ่งนำเสนอ
ความงามของความแตกต่างหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในประเทศไทย
ซึ่งร่วมผลิตโดย ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล, บริษัทป่าใหญ่ครีเอชั่น
และ สถานีโทรทัศน์ TPBS ความยาว 30 นาที ออกอากาศทางสถานี TPBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.30-17.00 น.

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สื่อ..ตัวการสร้างกระแส !!!

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Sat Jun 19, 2010 11:09 am



http://www.matichon.co.th/mtc-flv-window.php?newsid=1276849405

คลิปVDO - นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และนพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส
ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังเข้าหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ที่บ้านพิษณุโลก โดยตอบรับเป็นประธานการปฏิรูปประเทศไทย (18 มิ.ย.)


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1276844602&grpid=00&catid=

วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 21:48:50 น.
มติชนออนไลน์

"อานันท์-ประเวศ"ตอบรับเป็นปธ.ปฏิรูปประเทศ ตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ชี้"ไพร่-อำมาตย์"ศัพท์ไม่มีความหมาย

"อานันท์-ประเวศ"แย้ม 6 เดือนชงมาตรการระยะสั้นให้รบ.ได้ อดีตนายกฯ ตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำ
ในสังคม แต่ไม่ขอพูดลดช่องว่างไพร่-อำมาตย์ได้หรือไม่ อ้างไม่อยากหมกมุ่นกับปัญหาในอดีต
เป็นศัพท์ที่ไม่มีความหมาย


เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่บ้านพิษณุโลก นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี
และนพ. ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังเข้าหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ได้เชิญนพ. ประเวศและตนมาพูดคุยเพื่อแจ้งผลการประชุมระดมความคิดเห็น
เพื่อหาแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมรับฟังความรู้สึกของนพ. ประเวศและตนที่ได้รับการเสนอชื่อ
จากภาคประชาชนให้เข้ามาทำงาน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าโครงการนี้ไม่ใช่โครงการของรัฐบาล
แต่สอดคล้องกับแผนการสร้างความปรองดองของรัฐบาล ดังนั้นการทำงานของตนและนพ. ประเวศจะเน้น
สร้างกระบวนการและกลไกไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งกลไกดังกล่าวจะไม่อยู่ภายใต้อาณัติของรัฐบาล
มีความเป็นอิสระต่อความคิดและความครอบงำของรัฐบาล มีอิสระต่อผู้มีอิทธิพล ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับ
การยอมรับจากภาคประชาชนซึ่งนายอภิสิทธิ์บอกว่าเข้าใจและไม่ขัดข้อง

นายอานันท์กล่าวต่อว่า สำหรับกลไกการทำงานในเบื้องต้นจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดคือ

1.คณะกรรมการกำกับการปฏิรูปประเทศมีตนเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์และจัดลำดับ
ความสำคัญเพื่อเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งตนจะไปหาผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมเป็นกรรมอีก 15-20 คน
โดยไม่มีนักการเมืองเข้ามาร่วม ทั้งนี้จะพยายามตั้งคณะกรรมการให้ได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ และ

2. คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศมีนพ. ประเวศเป็นประธาน ซึ่งคาดว่าในช่วงปลายสัปดาห์หน้า
จะมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดกลไกการทำงานต่างๆ ออกมา

อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า งานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานของคณะกรรมการกำกับการปฏิรูปประเทศ
จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ นโยบายและมาตรการระยะสั้น ซึ้งสามารถอาศัยวิธีการงบประมาณ
และมาตรการในทางบริหารดำเนินการได้ทันที โดยใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน และนโยบายและ
มาตรการระยะยาว ซึ่งจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากสภา หรือองค์กรอื่นๆ ที่นอกเหนืออำนาจของ
ฝ่ายบริหารจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ซึ่งมีการคุยกันว่าอาจจะต้องทำงานกัน 1-3 ปี แม้รัฐบาลชุดนี้
จะไม่อยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องที่ต้องวางรากฐานต่อไป ซึ่งนายกฯ บอกว่าคณะกรรมการอาจต้องทำงาน
เลยรัฐบาลชุดนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเป็นรูปธรรมที่จะเห็นในระยะสั้น 6 เดือนคืออะไร นายอานันท์กล่าวว่า
ยังไม่ได้นำเรื่องเข้าคณะกรรมการ ยังตอบไม่ได้ อย่างไรก็ตามมีหลักในใจแล้ว อีกทั้ง นพ.ประเวศ
ก็ทำงานมาปีเศษ แต่ทุกอย่างต้องนำไปถกเถียงกันในคณะกรรมการก่อน

เมื่อถามว่าเป้าหมายของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศคือการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
คิดว่าจะลดช่องว่างระหว่างคำว่า “ไพร่” กับ “อำมาตย์” ที่ถูกบัญญัติขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้หรือไม่อย่างไร
นายอานันท์กล่าวว่า “คณะกรรมการผมจะไม่สนใจเรื่องแบบนี้ ถ้ายกคำว่าไพร่ หรืออำมาตย์ขึ้นมา
ผมคิดว่าเป็นศัพท์ที่ไม่มีความหมาย คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดนี้จะไม่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เป็นปัญหาในอดีต
แต่แน่นอนความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเงินทอง เรื่องสิทธิ เรื่องโอกาส อันนั้นต้องทำแน่
แต่เราจะไม่ทำในบริบทของสิ่งที่คุณพูด มันคนละเรื่องกัน”

ด้าน นพ.ประเวศกล่าวว่า นายกฯ ให้อิสระในการคัดเลือกกรรมการมาร่วมงานอย่างเต็มที่เพราะเรื่องนี้
ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของภาคสังคม ภาคประชาชน และภาควิชาการ แต่ถือเป็นหน้าที่ของ
รัฐบาลในการรับข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไปปฏิบัติ ขอย้ำว่าคณะกรรมการชุดนี้เป็น
คณะกรรมการปฏิรูปซึ่งต้องมองไปข้างหน้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องความปรองดองซึ่งเป็นเรื่องอดีต
โดยคณะกรรมการจะเดินหน้าปฏิรูประเทศเพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม

ได้เวลา นับถอยหลัง...

http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=print&sid=1053

บทความพิเศษ

ศัลยา ประชาชาติ

เปิดบ้าน "ปรีดา เตียสุวรรณ์"สังสรรค์ปัญญาชนสยาม อานันท์-สุลักษณ์-ธีรยุทธขาจร-ขาประจำพรึ่บ!

ปกติ บ้านหลังใหญ่ย่านบางนา ของ ปรีดา เตียสุวรรณ์ เจ้าของแพรนด้าจิวเวลรี่ นักธุรกิจเพื่อสังคมผู้ร่ำรวยเพื่อน
มักจะใช้เป็นที่ชุมนุมของผองเพื่อนที่สนใจในปัญหาบ้านเมืองอยู่ประจำอย่าง น้อยเดือนละครั้ง

ทว่า วันคริสต์มาส อาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา บ้านของปรีดาที่ว่าใหญ่แล้ว ดูจะคับแคบไปถนัดตา
ถนนในหมู่บ้านที่ว่ากว้างขวาง แทบจะหาที่จอดรถไม่ได้

เหตุ เกิดเมื่อ ชนชั้นนำในสังคมไทยหลายสิบคนเดินทางไปร่วมสังสรรค์กันที่บ้านริมสระน้ำของ เสี่ยปรีดา
ประธานกรรมการ บริษัท พรีม่าโกลด์ จำกัด ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) อย่างคับคั่ง

โอกาสแห่งการชุมนุมใหญ่นัดนี้ สำคัญกว่าทุดนัดที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันคริสต์มาส วันต้อนรับปีใหม่ 2549
แล้วยังเป็นวันฉลองครบรอบการครองชีวิตคู่ของ "ปรีดา-สุนันทา" ครบ 30 ปีอีกด้วย

ผองเพื่อนที่มาร่วมงานมีหลายกลุ่ม เช่น
กลุ่มปัญญาชนสยาม ประกอบด้วย นายอานันท์ ปันยารชุน
อดีตนายกรัฐมนตรี 2
สมัย นายสุลักษณ์ ศิวลักษณ์ ผู้อาวุโสที่มีอายุครบ 6 รอบ
อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี
อดีตผู้นำนักศึกษายุค 14 ตุลาคม 2516 นาย จรัล ดิษฐาอภิชัย
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
อาจารย์สมภพ มานะรังสรรค์ นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ นักวิชาการหนุ่มไฟแรง จากทีดีอาร์ไอ ผู้เกาะติดปมผลประโยชน์ทับซ้อน
ของครอบครัวผู้นำ จนถูกเรียกว่าเป็น "ขาประจำ" และเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สสนท.)

อาจารย์ กนกศักดิ์ แก้วเทพ จากกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ อาจารย์วิภา ดวงมณี
วิทยาลัยนวัตกรรม ม.รังสิต นายกมล กมลตระกูล เจ้าของคอลัมม์ "เดินคนละฟาก" ใน
น.ส.พ.ประชาชาติธุรกิจ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ จากไทยธนาคาร นายสุรพงษ์ ชัยนาม ที่มีข่าวว่า
จะลงสมัคร ส.ว. กรุงเทพฯ ปี 2549 นายวุฒิพงศ์ เพรียบจริยวัฒน์ ผู้คัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
ภายใต้รัฐบาลทักษิณอย่างหัวชนฝา

กลุ่ม นักธุรกิจเพื่อสังคม ประกอบด้วย นายสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการ นิชิเวิร์ล
บิ๊กเพลย์เยอร์ของเล่นเด็ก นายวิสุทธิ วิทยฐานะกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำมันพืชองุ่น จำกัด
นาย สมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ห้องเย็นเอเชียน ซีฟูด จำกัด (มหาชน)
นายสุเทพ บุลกุล กลุ่มสตาร์บล็อค น.ส.สุรนุช ธงศิลา ผู้จัดการมูลนิธิซิเมนต์ไทย
นายประสาร มฤคพิทักษ์ นักพูดที่ถูก 2 พิธีกรรายการ "สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน" ยื่นฟ้องหมิ่นประมาท
และ นายชนะ รุ่งแสง อดีตนายแบงก์ใหญ่กสิกรไทย ที่เกษียณอายุไปกว่า 7 ปีแล้ว


ไม่ นับกลุ่ม เอ็นจีโอ อย่าง นายพิภพ ธงชัย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
คุณรสนา โตสิตระกูล เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการ ครป.
นายพิทยะ ว่องกุล ผู้เขย่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)
จนนั่งร้านพัง นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนพฤษภาผู้ติดตามข่าวเรื่องการขายหุ้น
ชินคอร์ป อย่างใกล้ชิด

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ