ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Nov 05, 2008 11:28 pm


_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Nov 05, 2008 11:30 pm


_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Nov 05, 2008 11:33 pm


_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Thu Nov 06, 2008 2:24 am

.... ฝันร้าย ของประเทศไทย ก็คือ นโยบายเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย New World Order นี่ไม่ใช่เรื่องที่พูดกันเล่น ๆ....

... นโยบายนี้ได้ถูกแถลงโดยนาย โอบามา ในวันแรกว่า...



คำว่า "Never be the Same " นั้นมีหมายลึกมากสำหรับเราชาวไทย เพราะระบอบการปกครองของไทย คือการปกครองแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่เมื่อ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ก็คือ "การล้มล้างระบอบเดิม" หรือ พูดให้ตรง ก็คือ ประเทศไทยจะต้องไม่ปกครองแบบ " สามสถาบันฯ "

หากไม่ได้หมายความอย่างนั้น จะให้หมายความอย่างไร ?

ท่านผู้เชี่ยวชาญภาษา ก็โปรดพิจารณาดูซิ... (ขอร้องอย่าศรีธนชัย)

คนเราตายได้ เกิดได้ ทดแทนได้ ... แต่ประเทศไม่มีอาหลั่ย ไม่มีทดแทน สิ้นแล้วสิ้นเลย....!!!

ที่กล่าวมาคือ สิ่งที่เราเตือนสติ...และขอให้ท่านทั้งหลายพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ณ เวลาปัจจุบัน ด้วยความสุขุม และยืนหยัด ยึดมั่น อยู่บนฐานของความเป็น " ชนชาติไทย "



อันที่จริงแล้ว โดยปกติ..มันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ ที่บุคคลอย่างนายโอบามา จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเส้นทางปกติ ทุกอย่างได้ถูกวาง และกำหนดไว้ โดย " องค์กรลับFreemason " ที่ได้วางระบบจัดระเบียบโลกไว้แล้วโดยมีกำหนดภายใน ในปี 2012 และประเทศไทยจึงไม่อยู่ในข้อยกเว้น

..... ดังนั้น จะเห็นได้ว่า กระแสของประชาชนไทยในประเทศ ถุกชี้นำ และปล่อยให้เกิดคลื่นความคิดของประชาชาติบนผืนแผ่นดินไทย ให้ "... ต่อต้าน สถาบันพระมหากษัตริย์ ..." โดย

ใช้ " กลุ่มกบฏก่อการร้ายสากลพันธมิตร " เป็นตัวสร้างเงื่อนไข
ใช้ " กล่ม นปช.(นรกป่วนชาติ..เดิมทีเป็น นปก.=นรกป่วนกรุง ยกระดับเป็น นปช.) เป็นตัวขยายผล

ดังปรากฏจากสื่อสารมวลชนหลายแขนง รวมทั้งเวปบอร์ดนับจำนวนร้อย ที่ชี้นำพุ่งเป้าในลักษณะมุ่งเน้นทำลายชัดเจน จนโจ่งแจ้ง อย่างไม่เกรงกลัวต่อความผิด ซึ่งผิดปกติวิสัยชาวไทยอย่างยิ่ง ???

ด้านกองทัพ ซึ่งคล้ายกับว่าทำตัวเป็นกลาง แต่ความจริงแล้ว ก็คือ การปล่อยให้กระแสล้มล้างสถาบันฯ ขยายตัวไปเรื่อย ๆ (ต้องไม่ลืมว่า อนุพงษ์ ก็คือ คนของทักษิณ ที่ได้แต่งตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มต้น และสังกัดแก๊งสี่เสา ...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากรที่ออกมาเคลื่อนไหวกลุ่มกบฏก็ล้วนสังกัด " แก๊งสี่เสา " ทั้งสิ้น)

ฉะนั้น ไม่ว่าจะอย่างไร ทหารก็ไม่ปฏิวัติ เพราะงานที่รับมา ก็คือ การปล่อยให้กระแสล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ขยายตัวจนถึงขีดสุด ซึ่งเป็นงานหลักที่ " แก๊งสี่เสา " รับงานนี้มาโดยตรง

นี่คือยุทธวิธี " แยกกันโต ร่วมกันตี " ขณะนี้ทั้ง 3 กลุ่ม ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันทั้งสิ้น(อ่านรายละเอียดใน แผนดับเทวดา)


แก้ไขล่าสุดโดย SpecialForce เมื่อ Thu Nov 06, 2008 4:02 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Thu Nov 06, 2008 3:01 am

ที่กล่าวไปในหัวข้อที่แล้วว่า นายโอบามา ไม่มีทางเป็นประธานาธิบดี สหรัฐ โดยปกติธรรมดา หากไม่มีการจัดตั้งด้วยองค์กรลับFreemason

เพราะอะไร ???

ก็เพราะนายโอบามา เป็น " อิสลาม " ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของ USA อีกทั้งในสหรัฐ ประชากรส่วนใหญ่ถือศาสนาคริสต์ จึงกล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับเลือก

ก็คงมีคำถามอีกน่ะแหละว่า แล้วเลือกให้มาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐทำไม ?

ตอบ....

เอามาใช้งานเฉพาะกิจ เสร็จแล้วก็ฆ่าทิ้ง.... เพราะ ชาวคริสต์ ไม่ยอมรับหน้าที่จัดระบบโลก(New World Order) ซึ่งโหดสุด ๆ อันจะส่งผลเสียแก่ " วาติกัน " ดังนั้น จึงต้องเลือกเอาบุคคลที่เป็น " อิสลาม " มาทำหน้าที่

หลักฐานที่ยืนยันการเป็น " มุสลิม = อิสลาม " ได้นำมาให้พิจารณา(ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเปิดเผยต่อชาวโลก) ดังนี้












หลักฐานลับ ชื่อเดิมไม่ใช่ โอบามา แต่เป็นชื่ออิสลาม ว่า อีวาน ฮุสเซน(สกุลเดียวกับ ซัดดัม ฮุสเซน)ที่มาลิงค์ภาพ



ที่มาลิงค์ภาพ

หมายเหตุ
ในระยะช่วงปี 2009-2011 จะเป็นช่วงที่ต้องใช้ปฏิบัติการทางทหาร ในการเข้ายึด หรือ สังหาร กวาดล้าง ประเทศใด ๆ ที่ไม่เข้าสู่ระบบ New World Order โดยไม่คำนึงถึงคำว่า " มนุษยธรรม " หรือ " ความถูกต้อง "
...ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ บุคลากรของวาติกัน ไม่อาจรับหน้าที่ได้ เพราะจะส่งผลเสียในระยะยาวต่อ " คริสตศาสนจักรโรมันคาทอลิค " ดังนั้น นายโอบามา ซึ่งเป็น " อิสลาม " จึงถูกคัดสรรให้ทำหน้าที่นี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำลายภาพพจน์ของ " อิสลาม " แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า การกระทำของ " อิสลาม " ขาดความเป็นมนุษย์ เป็นพวกโหดร้าย กระหายเลือด
......... ดังนั้น ภายหลังงานบรรลุเป้าหมาย นายโอบามา ก็ต้องถูกสังหาร และประชาคมโลกก็จะรุมกวาดล้าง " อิสลาม " พร้อมกันไป " วาติกัน " ก็จะกลายเป็นพระเอก ที่เข้าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ประสพภัย จากการกระทำของอิสลาม และได้รับความนิยม ยกย่องจากสังคมโลกอย่างแนบแน่น

.... นี่คือ เหตุผลว่า เพราะเหตุใด และทำไม.. โอบามา จึงได้รับเลือกเป็น ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ทั้ง ๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ !!!

SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Nov 06, 2008 11:41 pm

SpecialForce พิมพ์ว่า:" วาติกัน " ก็จะกลายเป็นพระเอก ที่เข้าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ประสพภัย จากการกระทำของอิสลาม และได้รับความนิยม ยกย่องจากสังคมโลกอย่างแนบแน่น

มาพร้อมกับคำพูดที่ว่า "พระเจ้ามาช่วยท่านแล้ว" อิ อิ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  58...152 on Tue Dec 02, 2008 3:21 am

‘โอบามา’เตรียมรับ‘โลกใหม่’ที่ไม่เหมือนเดิม
โดย เดวิด ไอเซนเบิร์ก1 ธันวาคม 2551 09:12 น.
(จากเอเชียไทมส์ออนไลน์

A brave new world awaits
By David Isenberg
25/11/2008

การแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆ ในคณะรัฐบาลชุดใหม่ของเขา บ่งชี้ให้เห็นว่า บารัค โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีความเข้าใจเป็นอย่างดี เกี่ยวกับสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ตามที่ปรากฏเค้าโครงอยู่ในรายงานของฝ่ายข่าวกรองสหรัฐฯซึ่งวาดภาพคาดหมายสถานการณ์ของโลกไปจนกระทั่งถึงปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีมงานนักเศรษฐศาสตร์ทีมใหม่ของเขานั้น ดูจะมีความรู้ความสามารถเป็นอันดี ในการบริหารจัดการกับ “การโอนย้ายถ่ายเทความมั่งคั่งอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน จากตะวันตกไปสู่ตะวันออก”

วอชิงตัน – หากไม่พิจารณาถึงอะไรอื่นๆ เลย อย่างน้อยที่สุดรายงานฉบับล่าสุดของ สภาการข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence Council หรือ NIC) ของสหรัฐฯ ก็ทำให้ คิชอร์ มาห์บูบานี อยู่ในฐานะเป็นศาสดาพยากรณ์ไปแล้ว ในหนังสือเล่มใหม่ของเขาที่ชื่อ The New Asian Hemisphere: The Irresistible Shift of Global Power to the East (ซีกโลกเอเชียยุคใหม่: การโยกย้ายอำนาจของโลกไปสู่ตะวันออกอย่างไม่มีอะไรยับยั้งได้) ซึ่งออกมาตอนต้นปีนี้ เป็นการบอกล่วงหน้าถึงข้อสรุปหลักๆ ประการหนึ่งในรายงานของ NIC ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาในสัปดาห์ที่แล้ว (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Asia pushes, West resists, Asia Times Online, April 19, 2008)

ในบรรดาข้อสรุปประเมินสถานการณ์ที่สำคัญๆ ของรายงาน NIC ฉบับนี้ ซึ่งใช้ชื่อว่า Global Trend 2025: A Transformed World (ทิศทางแนวโน้มทั่วโลกจนถึงปี 2025: โลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงแปรสภาพ) มีอยู่ประการหนึ่งที่ระบุว่า “การโอนย้ายถ่ายเทความมั่งคั่งอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งพอจะพูดได้อย่างคร่าวๆ ว่าเป็นการโยกย้ายจากตะวันตกสู่ตะวันออก ที่เวลานี้ก็กำลังดำเนินอยู่แล้วนั้น ในอนาคตข้างหน้ายังจะดำเนินต่อเนื่องต่อไปอีก”

น่าสังเกตว่า การคาดการณ์เช่นนี้บังเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ บารัค โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศแต่งตั้งทีมเศรษฐกิจของเขา ซึ่งบุคลากรสำคัญๆ ต่างมีประสบการณ์อันลึกซึ้งในการบริหารจัดการวิกฤตเศรษฐกิจระหว่างประเทศในทศวรรษที่ผ่านมา จากรายชื่อของผู้ได้รับแต่งตั้งเหล่านี้ โดยเฉพาะการที่ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้อันหนักแน่นว่า โอบามาตระหนักดีถึงโลกที่กำลังเปลี่ยนไป ตลอดจนเป็นสัญญาณถึงแนวทางที่เขาตั้งใจจะใช้บริหารประเทศต่อไปอีกด้วย

58...152
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  58...152 on Tue Dec 02, 2008 3:23 am

ไกธ์เนอร์ ผู้ได้รับแต่งตั้งเพียงไม่กี่วันหลังการเผยแพร่รายงานทิศทางแนวโน้มทั่วโลกฯ เคยทำงานที่กองทุนระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในสมัยคณะรัฐบาลประธานาธิบดีบิลล์ คลินตัน โดยเขาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในการดำเนินการรับมือกับวิกฤตการเงินเอเชียปี 1997-98

รายงานทิศทางแนวโน้มทั่วโลกฯฉบับนี้ เป็นรายงานลักษณะเช่นนี้ (ซึ่งไม่ถือว่าเป็นรายงานลับอะไร) ฉบับที่ 4 แล้ว ที่จัดทำโดย NIC ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา รายงานของ NIC ในลักษณะเช่นนี้นั้น มุ่งมองอนาคตระยะยาว และจัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขบคิดเกี่ยวกับอนาคตในเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยการระบุถึงทิศทางแนวโน้มสำคัญๆ , ปัจจัยต่างๆ ที่ขับดันแนวโน้มเหล่านี้, ทิศทางแนวโน้มเหล่านี้ทำท่าจะมุ่งไปสู่อะไร, และทิศทางแนวโน้มเหล่านี้อาจจะมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไรได้บ้าง

ในรายงานล่าสุดของ NIC ก็ดูจะตรงกันกับคำพังเพยเก่าแก่บทหนึ่งของจีน นั่นคือบอกว่า ในอนาคตอันยังพอจะมองเห็นได้ต่อจากนี้ไป จะเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยที่มีทั้งโอกาสและก็มีทั้งภยันตราย และภูมิภาคเอเชียจะกลายเป็นส่วนประกอบที่ใหญ่มากๆ ในอนาคตดังกล่าว

ในบรรดาสิ่งที่รายงานฉบับนี้ระบุว่าเป็น “สิ่งที่ค่อนข้างแน่นอนโดยสัมพัทธ์” ซึ่งหมายความว่าเชื่อได้ว่าจะบังเกิดขึ้นค่อนข้างแน่ๆ นั้น ได้แก่ “ระบบโลกที่มีแกนนำหลายๆ ขั้วกำลังปรากฏขึ้นมา จากการผงาดขึ้นของจีน, อินเดีย, และอื่นๆ”

ทำนองเดียวกัน ในบรรดา “สิ่งที่ไม่แน่นอน” ที่สำคัญๆ ก็ได้แก่
---จีนกับรัสเซียจะมีความก้าวหน้าในการมุ่งสู่ประชาธิปไตยหรือไม่
---ความหวาดกลัวภายในภูมิภาคต่อเรื่องที่อิหร่านจะกลายเป็นประเทศติดอาวุธนิวเคลียร์ จะเป็นชนวนทำให้เกิดการแข่งขันด้านอาวุธและยิ่งมีการสั่งสมทางทหารเพิ่มขึ้นมากหรือไม่
---ภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวมจะกลับมีเสถียรภาพมากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิรักจะกลับมีเสถียรภาพหรือไม่ และความขัดแย้งอาหรับ-อิสราเอลจะสามารถแก้ไขกันได้อย่างสันติหรือไม่
---ยุโรปกับญี่ปุ่นจะสามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคทางด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม อันมีปัญหาด้านประชากรเป็นสาเหตุหรือเป็นตัวเพิ่มให้เกิดความซับซ้อนยิ่งขึ้นได้หรือไม่

ถ้าหากรายงานฉบับนี้มองการณ์ได้อย่างถูกต้องแล้ว โลกของเราก็จะพบตัวเองอยู่ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ซึ่งโครงสร้างทางการเมืองและทางเศรษฐกิจจะแตกต่างไปอย่างเดิมอย่างชัดเจน รายงานนี้บอกว่า “ระบบระหว่างประเทศ –ตามที่ได้สร้างกันขึ้นมาภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง- จะแทบไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยเมื่อถึงปี 2025 สืบเนื่องจากการผงาดขึ้นของพวกมหาอำนาจเกิดใหม่, เศรษฐกิจที่มีลักษณะโลกาภิวัตน์, การโอนย้ายถ่ายเทครั้งประวัติศาสตร์ของความมั่งคั่งและอำนาจทางเศรษฐกิจโดยเปรียบเทียบจากตะวันตกสู่ตะวันออก, และอิทธิพลที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของพวกตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ เมื่อถึงปี 2025 ระบบระหว่างประเทศจะกลายเป็นระบบที่โลกมีหลายๆ ขั้ว ขณะที่ช่องว่างต่างๆ ด้านอำนาจแห่งชาติในระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา ก็ยังคงหดแคบลงเรื่อยๆ”

58...152
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  58...152 on Tue Dec 02, 2008 3:23 am

สภาพเช่นนี้มีอันตรายแฝงฝังอยู่ รายงานนี้ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อดูจากประวัติศาสตร์แล้ว ระบบโลกหลายขั้วขณะที่กำลังปรากฏขึ้นมา จะมีความไร้เสถียรภาพสูงกว่าระบบโลกสองขั้ว หรือระบบโลกขั้วเดียว ขณะที่รายงานฉบับนี้ไม่ได้ทำนายว่าระเบียบระหว่างประเทศจะถูกทำลายล้างยับเยิน เฉกเช่นที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่รายงานก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่เกิดภาพสถานการณ์แบบยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขันด้านอาวุธ, การขยายดินแดน, และการเป็นปรปักษ์กันในทางทหาร

มองในทางเศรษฐกิจ ในอนาคตข้างหน้าเมื่อเอเชียพูดอะไรออกมา ทั่วทั้งโลกก็จะต้องตั้งใจฟังกันทีเดียว ขณะที่พวกประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่เพิ่งเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจตลาดรายใหญ่ๆ ทั้ง 4 คือ บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย และจีน (หรือที่นิยมนำเอาอักษรตัวหน้าของชื่อภาษาอังกฤษของชาติเหล่านี้มาเรียงกัน และเรียกกันว่ากลุ่มประเทศ BRIC) คาดการณ์กันว่า จะมีส่วนแบ่งในผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)ของทั่วโลก ในระดับทัดเทียมกับกลุ่ม 7 ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (จี7) ดั้งเดิมได้ เมื่อไปถึงระยะเวลาระหว่างปี 2040 – 2050

เอเชียยังจะเป็นภูมิภาคที่ผลิตชนชั้นกลางออกมาในอนาคตในสัดส่วนมากยิ่งกว่าที่อื่นๆ ในอีกหลายๆ สิบปีต่อจากนี้ไป ทั้งนี้ตามข้อมูลของธนาคารโลก คาดการณ์กันว่าจำนวนผู้คนที่ถือได้ว่าเป็น “ชนชั้นกลางของโลก” จะพุ่งสูงขึ้นจาก 440 ล้านคนเป็น 1,200 ล้านคน หรือจาก 7.6% ของประชากรโลก เป็น 16.1% โดยพวกชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากจีนและอินเดีย

ในแง่หนึ่งย่อมกล่าวได้ว่า จีนและอินเดียกำลังฟื้นฟูฐานะของตัวเองที่เคยทำได้เมื่อสองศตวรรษก่อน ตอนที่จีนเป็นผู้ผลิตความมั่งคั่งประมาณ 30% ของโลก ขณะที่อินเดียผลิตได้เป็นสัดส่วนราว 15% ของโลก

จีนน่าจะเป็นประเทศที่สร้างผลกระทบต่อโลกยิ่งกว่าประเทศอื่นใดตลอดช่วง 20 ปีต่อจากนี้ ถ้าหากทิศทางแนวโน้มในปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เมื่อถึงปี 2025 จีนจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก นอกจากนั้นคาดหมายกันว่าจีดีพีทั้งของจีนและอินเดียจะแซงหน้าของสหรัฐฯในปี 2035 แต่พวกเขาจะยังคงตามหลังในเรื่องรายได้เฉลี่ยต่อหัวไปอีกหลายสิบปี

ทว่ามันจะไม่ใช่เศรษฐกิจในรูปแบบของอาดัม สมิธแต่อย่างใด กล่าวโดยภาพกว้างๆ แล้ว จีน, อินเดีย, และรัสเซียไม่ได้กำลังพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองโดยเดินตามโมเดลเสรีนิยมของตะวันตก แต่กำลังใช้โมเดลที่แตกต่างออกไป ซึ่งพอจะเรียกได้ว่า “ทุนนิยมแห่งรัฐ” นั่นคือระบบการบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ให้บทบาทโดดเด่นสำคัญที่สุดแก่รัฐ

และถ้าหากเรื่องโครงสร้างทางประชากรคือสิ่งที่จะตัดสินชี้ชะตาในท้ายที่สุดแล้ว เอเชียก็จะยังจะเป็นสถานที่แห่งอนาคตอยู่นั่นเอง ประมาณการกันว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นราว 1,200 ล้านคนในช่วงระหว่างปี 2009 ถึง 2025 นั่นคือจาก 6,800 ล้านคนเป็นราวๆ 8,000 ล้านคน พวกนักประชากรศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่า เอเชียกับแอฟริกาจะมีสัดส่วนการเพิ่มของประชากรสูงที่สุดจนกระทั่งถึงปี 2025 ขณะที่ “ตะวันตก” จะมีประชากรสูงขึ้นในสัดส่วนไม่ถึง 3%ของการเพิ่มขึ้นทั่วโลกเช่นนี้

การเพิ่มขึ้นอย่างมากมายที่สุดจะเกิดขึ้นที่อินเดีย โดยจะมีสัดส่วนเท่ากับประมาณหนึ่งในห้าของการเพิ่มประชากรในทั่วโลกทีเดียว คาดการณ์กันว่าเมื่อถึงปี 2025 ประชากรของอินเดียจะสูงขึ้นอีกราว 240 ล้านคน นั่นคืออินเดียจะมีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 1,450 ล้านคน ส่วนจีนนั้นจากปี 2009 ถึง 2025 คาดการณ์กันว่าจะมีประชากรเพิ่มขึ้นอีกกว่า 100 ล้านคน บวกเข้ามาในจำนวนประชากรซึ่งมีอยู่แล้วในเวลานี้กว่า 1,300 ล้านคน

นี่ไม่ได้หมายความว่าพัฒนาการเหล่านี้จะคลี่คลายไปโดยไม่มีปัญหาใดๆ เลย อันที่จริงเมื่อถึงประมาณปี 2015 ประชากรในวัยทำงานของจีนจะเริ่มมีขนาดลดต่ำลง สภาพสัดส่วนประชากรที่มีผู้อยู่ในวัยเกษียณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่คนทำงานกลับลดน้อยลงโดยเปรียบเทียบเช่นนี้ กำลังเร่งตัวขึ้นเนื่องจากนโยบายจำกัดการมีบุตรที่ใช้มาหลายสิบปีของทางการจีน ตลอดจนธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องการเกษียณอายุก่อนกำหนด จากการเลือกที่จะทำให้อัตราการเพิ่มประชากรลดต่ำลงอย่างฮวบฮาบ เพื่อบรรเทาปัญหาความต้องการที่พุ่งสูงทั้งในเรื่องพลังงาน, น้ำ,และอาหาร เวลานี้จึงกลายเป็นว่าจีนกำลังเร่งรัดให้โครงสร้างประชากรโดยรวมมีอายุเพิ่มสูงขึ้น

58...152
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  58...152 on Tue Dec 02, 2008 3:25 am

เมื่อถึงปี 2025 ประชากรของจีนในสัดส่วนที่สูงทีเดียวจะอยู่ในวัยเกษียณหรือกำลังเข้าสู่วัยเกษียณ ในเวลาใกล้เคียงกันนั้นเอง สืบเนื่องจากอัตราการเพิ่มในบรรดารัฐต่างๆ ทางตอนเหนือของอินเดียซึ่งมีประชากรหนาแน่นอยู่แล้ว คาดการณ์กันว่าอินเดียจะแซงหน้าจีนในเรื่องจำนวนประชากรทั่วทั้งประเทศ

เอเชียยังได้รับการคาดการณ์ด้วยว่าจะเป็นภูมิภาคที่ความขัดแย้งหลายหลากอาจปะทุขึ้นมาได้ ทั้งนี้รายงานฉบับนี้เน้นย้ำว่า ระยะ 15-20 ปีข้างหน้า ปฏิกิริยาต่างๆ ที่มีต่อการตัดสินใจของอิหร่านในเรื่องเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ อาจเป็นสาเหตุทำให้รัฐในภูมิภาคแถบนี้จำนวนหนึ่ง ยิ่งเพิ่มความพยายามและคิดที่จะแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์อย่างกระตือรือร้นขึ้นมา

แต่ถ้ามองหาด้านบวกกันบ้าง รายงานนี้ระบุว่า “เราเห็นว่าเกาหลีที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกัน น่าจะปรากฏขึ้นมาได้ภายในปี 2025 ถ้าหากไม่ใช่เป็นรัฐหนึ่งเดียวเลย ก็จะอยู่ในบางรูปแบบของสมาพันธ์ระหว่างเหนือ-ใต้”

ในโลกแห่งอนาคตนี้ สหรัฐฯจะพบว่าตัวเองกลายเป็นเพียงหนึ่งในตัวแสดงสำคัญๆ จำนวนหนึ่งบนเวทีโลก ถึงแม้ยังคงเป็นชาติที่มีแสนยานุภาพทางทหารสูงที่สุดก็ตาม ทว่าจากความก้าวหน้าในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐอื่นๆ, การนำเอายุทธวิธีสงครามนอกแบบแผนมาประยุกต์ใช้กันเพิ่มมากขึ้นทั้งโดยตัวแสดงที่เป็นรัฐและมิใช่รัฐ, การแพร่กระจายของอาวุธแม่นยำระยะไกล, และจากการใช้การโจมตีด้วยสงครามไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่านี้จะเป็นเครื่องจำกัดเสรีภาพในการปฏิบัติการของสหรัฐฯ

บทบาทที่ถูกจำกัดหดแคบลงของสหรัฐฯเช่นนี้ ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า ประเด็นปัญหาที่ถือเป็นวาระใหม่ๆ จะได้รับการแก้ไขรับมืออย่างทรงประสิทธิภาพแค่ไหน อย่างไรก็ดี ถึงแม้ในช่วงหลังๆ มานี้จะมีกระแสต่อต้านอเมริกันกันเพิ่มมากขึ้น -ซึ่งรายงานฉบับนี้เวลานี้คิดว่ามันกำลังเริ่มลดน้อยถอยลงในระดับหนึ่งแล้ว- แต่สหรัฐฯก็น่าจะได้รับการจับตามอง ในฐานะผู้สร้างความสมดุลระดับภูมิภาค ซึ่งยังเป็นที่ต้องการอยู่มากทั้งในตะวันออกกลางและในเอเชีย

ประเทศอื่นๆ ยังคงคาดหมายให้สหรัฐฯแสดงบทบาทอันสำคัญ ในการใช้แสนยานุภาพทางทหารของตนเพื่อตอบโต้การก่อการร้ายระดับโลก หรือเพื่อแสดงความเป็นผู้นำในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ กระนั้นก็ตาม จากการที่ในอนาคตพวกตัวแสดงทรงอิทธิพลจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังจะเกิดความไม่ไว้วางใจมหาอำนาจที่มีอิทธิพลใหญ่โตกว้างขวาง นั่นย่อมหมายถึงว่าสหรัฐฯจะมีช่องทางน้อยลงในการทำตัวเป็นผู้ตัดสินใจ ถ้าหากว่าไม่ได้รับความสนับสนุนอย่างแข็งขันจากบรรดาหุ้นส่วนรายอื่นๆ

ดังนั้น บารัค โอบามา และประธานาธิบดีสหรัฐฯคนต่อๆ ไปในอนาคต จึงจำเป็นจะต้องมีการพูดจาหารือเป็นอันมากกับพวกผู้นำของชาติอื่นๆ ในอนาคตข้างหน้า

เดวิด ไอเซนเบิร์ก เป็นนักวิเคราะห์ด้านกิจการความมั่นคงทั้งในระดับชาติและระดับระหว่างประเทศ ณ sento@earthlink.net เขายังเป็นสมาชิกของ Coalition for a Realistic Foreign Policy, เมธีวิจัยผู้ช่วยที่ทำงานให้กับ Cato Institute, ผู้มีส่วนในโครงการ Straus Military Reform Project. นักวิจัยแห่ง Independent Institute, และทหารผ่านศึกของกองทัพเรือสหรัฐฯ สำหรับทัศนะต่างๆ ที่แสดงเอาไว้ในที่นี้เป็นความเห็นส่วนตัวของเขา

58...152
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 19, 2009 9:24 am

http://www.komchadluek.net/2009/02/19/x_main_a001_337967.php?news_id=337967

สื่อเขียนการ์ตูนล้อ"โอบาม่า-ลิงชิมแปนซี"ที่ตำรวจยิงตาย
"เดอะ นิวยอร์ค โพสต์" เปรียบเทียบลิงชิมแปนซีที่ถูกตำรวจยิงตายกับประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า"

(19ก. พ.) การ์ตูนล้อเลียนในหน้าหก ที่เขียนโดยนักเขียนการ์ตูนมือเก๋า ฌอน เดอโลนาส ในแทบลอยด์"เดอะ นิวยอร์ค โพสต์" ฉบับวันพุธ เปรียบเทียบประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ผู้นำผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ กับชิมแปนซีชื่อดัง "ทราวิส" ที่ถูกตำรวจยิงตายที่เมืองสแตม

ฟอร์ด รัฐคอนเนคติกัต เมื่อวันจันทร์ หลังมันก่อเหตุทำร้ายเพื่อนเจ้าของปางตาย

การ์ตูนดังกล่าวเป็นภาพตำรวจสองนาย นายหนึ่งถือปืนที่ยังมีควันลอยกรุ่น ยืนอยู่เหนือร่างชิมแปนซีที่พรุนด้วยรูกระสุน และตำรวจอีกนายกล่าวว่า " พวกเขาคงต้องหาคนอื่นมาเขียนร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับต่อไปเสียแล้ว "(They'll have to find someone

else to write the next stimulus bill.)

อัล แชปตัน นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนตำหนิว่าการ์ตูนล้อเลียนนี้ ได้โจมตีแบบเหยียดสีผิวครั้งประวัติศาสตร์ต่อชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน โดยเปรียบเทียบว่าเป็นลิง และว่า"โพสต์สมควรชี้แจงจุดยืนให้ชัดเจน ขณะที่คอล อัลเลน บรรณาธิการของ"โพสต์" ซึ่งเป็นของ"รูเพิร์ต เมอร์ดอค" เจ้าพ่อสื่อชาวออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ว่า เป็นเพียงการนำเหตุยิงลิงไปล้อเลียนเปรียบเทียบกับความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของรัฐบาลนายโอบาม่า พร้อมโจมตีแชปตันว่าชอบฉวยโอกาสประชาสัมพันธ์ตัวเอง

เว๊ปไซต์ของหนังสือพิมพ์หัวเสรีนิยม" ฮัฟฟิงตัน โพสต์" เผยแพร่การ์ตูนล้อเลียนนี้ และมีผู้อ่านหลายร้อยคนแสดงความเห็น หลายคนมองว่าเป็นการเหยียดผิวและไร้จิตสำนึก คอลัมนิสต์คนหนึ่งในเว๊ปต์เขียนว่า ตีความอย่างเบาที่สุดก็คือ กฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ

ไม่ได้เรื่องเสียจนแม้แต่ลิงก็เขียนได้ และตีความอย่างแรงที่สุดก็คือเปรียบเทียบประธานาธิบดีว่าเป็นลิงบ้า เขาเตือนด้วยว่า การนำเอาเชื้อชาติและความรุนแรงมาปนกับการเมืองจะทำให้เกิดความขัดแย้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 19, 2009 11:14 am

sunny พิมพ์ว่า:
SpecialForce พิมพ์ว่า:" วาติกัน " ก็จะกลายเป็นพระเอก ที่เข้าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ประสพภัย จากการกระทำของอิสลาม และได้รับความนิยม ยกย่องจากสังคมโลกอย่างแนบแน่น

มาพร้อมกับคำพูดที่ว่า "พระเจ้ามาช่วยท่านแล้ว" อิ อิ

http://www.ireport.com/docs/DOC-11905

http://boxingkangaroos.blogspot.com/2009/02/obama-and-pope-painted-on-nude-dancers.html

RING_OF_POWER_Part_1_1
http://video.yahoo.com/watch/3863886/10537611
http://video.yahoo.com/watch/3864303/10538345
Greece body art
http://www.youtube.com/watch?v=UDhfctAYUQI

http://www.euronews.net/en/nocomment/18/02/2009/greece-body-art/
Swiss artist creates unusual live body art performance across from the Acropolis, with U.S. President Barack Obama and Pope Benedict as themes.

http://religiousliberty.tv/opinion-obama-vs-pope-benedict-washington-times.html
http://article.wn.com/view/2008/12/26/Pope_tells_world_not_to_lose_hope/

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 20, 2009 3:47 pm

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000019623


ภาพการ์ตูนตัวปัญหา

อเมริกันนับร้อยประท้วงนิวยอร์กโพสต์เขียนการ์ตูนเหยียดผิวเปรียบโอบามาเป็นลิง

เอเอฟพี – ผู้ชุมนุมประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ปิดหนังสือพิมพ์ นิวยอร์กโพสต์ เนื่องจากลงภาพการ์ตูนล้อการเมือง รูปลิงชิมแปนซี ซึ่งผู้นำด้านสิทธิพลเมืองผิวสี อัล ชาร์ปตัน ชี้ว่าเป็นการเหยียดสีผิว โดยเปรียบเทียบประธานาธิบดีบารัค โอบามากับลิง

ผู้ชุมนุมตะโกนประท้วงภายนอกสำนักงานใหญ่บริษัทนิวส์ คอร์ป เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ นำโดยชาร์ปตัน ที่กล่าวว่า “พวกเขาคิดว่าเราเป็นชิมแปนซี พวกเขาจะได้รู้ว่าที่แท้พวกเราเป็นสิงโต”

เอริก อดัมส์ วุฒิสมาชิกเขตบรูกลินจากพรรคเดโมแครต กล่าวกับผู้ชุมนุมจำนวนหลายร้อยคนว่า “คนอเมริกันไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เพื่อเลือกชายที่มีเกียรติ ไม่ใช่ลิง ไม่ใช่ชิมแปนซี”

“นี่ไม่ตลกเลย นี่ไม่ใช่การ์ตูน นี่เป็นเรื่องน่ารังเกียจ” เขาเสริม

การ์ตูนดังกล่าว ซึ่งอยู่ในหน้า 12 ของหนังสือพิมพ์ แสดงให้เห็นภาพตำรวจ 2 นายยิงลิงชิมแปนซีตัวหนึ่งตาย โดยอ้างอิงถึงเหตุการณ์เมื่อวันจันทร์ (16) ที่ผ่านมา ที่ตำรวจคอนเนกติกัตยิงชิมแปนซีคลั่ง ซึ่งทำร้ายหญิงคนหนึ่งจนบาดเจ็บสาหัส

ในการ์ตูนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “พวกเราจะต้องหาคนอื่นมาเขียนกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับต่อไปเสียแล้ว”

ชาร์ปตันชี้ว่า การ์ตูนดังกล่าวแสดงมุมมองการเหยียดสีผิวในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยเปรียบเทียบชาวแอฟริกัน-อเมริกันกับลิง และชี้ว่า การ์ตูนนี้มีส่วนเกี่ยวพันโดยตรงกับการลงนามในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในวัน อังคาร (17) ที่ผ่านมา

ขณะที่ทางนิวยอร์กโพสต์ โดยโคล อัลเลน บรรณาธิการ รีบออกมาชี้แจงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นว่า การ์ตูนดังกล่าวเป็นแค่เรื่องล้อเลียนเหตุการณ์ในปัจจุบัน และตราหน้าชาร์ปตันว่าเป็นเพียงผู้ฉวยโอกาสจากประชาชนเท่านั้น

อืมมม เราเกิดปีลิงซะด้วยสิ! กระทบนะเนี่ย


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Jan 05, 2010 10:46 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Tue Jan 05, 2010 9:38 am

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=425072

โรเบิร์ต เกตส์จะเป็นผู้นำสหรัฐฯหากโอบาม่ากับคณะถูกสังหาร

5 มค. 2553 07:45 น.

เว็ปไซต์ของหนังสือพิมพ์ "เดอะ นิวยอร์ค ไทมส์" เผยแพร่บทความเมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น อ้างถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองว่า เคยเชื่อกันว่าผู้ก่อการร้ายมีแผนจะโจมตีระหว่างที่นายบารัค โอบาม่า สาบานตนเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ บนขั้นบันไดอาคารสภาคองเกรสสหรัฐฯในกรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 ซึ่งต่อมาพบว่าแผนดังกล่าวไม่มีอยู่จริงแต่ว่าที่รัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯในขณะนั้นได้จัดเตรียมแผนรับมือไว้สำหรับกรณีที่คณะผู้บริหารและประธานาธิบดีเสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯเชื่อในตอนนั้นว่าชาวโซมาเลียกลุ่มหนึ่งข้ามจากแคนาดามาเตรียมก่อเหตุระเบิดในช่วงที่นายโอบาม่ากำลังสาบานตน และเพื่อเตรียมการไว้ก่อน ทำเนียบขาวได้เลือกนายโรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมในขณะนั้น ซึ่งจะดำรงตำแหน่งเดิมในรัฐบาลชุดใหม่เป็นทายาททางการเมืองหากสถานการณ์ถึงขั้นเลวร้ายและได้เก็บตัวนายเกตส์ไว้ในสถานที่ลับในระหว่างพิธีสาบานตนด้วย

บทความข่าวอ้างถ้อยแถลงของนายฮวน คาร์ลอส ซาราเต้ อดีตรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติด้านลัทธิก่อการร้าย ของอดีตประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิ้ลยู บุช ที่ว่า ข้อมูลทั้งหมดในช่วงนั้นบ่งชี้ว่ากำลังมีภัยคุกคามจากภายนอกประเทศจริงๆ และนายจอห์น เบรนแนน ที่ปรึกษาด้านต่อต้านการก่อการร้ายของนายโอบาม่าก็เปิดเผยกับ "เดอะ ไทมส์" ว่ายิ่งวันงานใกล้เข้ามา แผนการยิ่งดูน่าเชื่อถือและสอดคล้องกัน ซึ่งเขาสงสัยว่าเป็นแผนการทำลายชื่อเสียง โดยกลุ่มนักรบที่เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เกิดผลเสียต่อกลุ่มศัตรู ทั้งนี้ "เดอะ ไทมส์" อ้างถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ด้วยว่า ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีการเปิดเผยแผนการนี้ ก็มีการประกาศว่าเป็นการแจ้งเตือนที่ผิดพลาด


Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 06, 2010 9:59 am


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jan 06, 2010 10:03 am


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ชัยชนะของโอบาม่า...ฝันร้าย---ของ THAILAND

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Aug 27, 2010 3:19 pm

August 25, 2010, 8:30 pm
Building a Nation of Know-Nothings
By TIMOTHY EGAN

Having shed much of his dignity, core convictions and reputation for straight talk, Senator John McCain won his primary on Tuesday against the flat-earth wing of his party. Now McCain can go search for his lost character, which was last on display late in his 2008 campaign for president.

Remember the moment: a woman with matted hair and a shaky voice rose to express her doubts about Barack Obama. “I have read about him,” she said, “and he’s not — he’s an Arab.”

McCain was quick to knock down the lie. “No, ma’am,” he said, “he’s a decent family man, a citizen.”

That ill-informed woman — her head stuffed with fabrications that could be disproved by a pre-schooler — now makes up a representative third or more of the Republican party. It’s not just that 46 percent of Republicans believe the lie that Obama is a Muslim, or that 27 percent in the party doubt that the president of the United States is a citizen. But fully half of them believe falsely that the big bailout of banks and insurance companies under TARP was enacted by Obama, and not by President Bush.

Take a look at Tuesday night’s box score in the baseball game between New York and Toronto. The Yankees won, 11-5. Now look at the weather summary, showing a high of 71 for New York. The score and temperature are not subject to debate.

Yet a president’s birthday or whether he was even in the White House on the day TARP was passed are apparently open questions. A growing segment of the party poised to take control of Congress has bought into denial of the basic truths of Barack Obama’s life. What’s more, this astonishing level of willful ignorance has come about largely by design, and has been aided by a press afraid to call out the primary architects of the lies.

The Democrats may deserve to lose in November. They have been terrible at trying to explain who they stand for and the larger goal of their governance. But if they lose, it should be because their policies are unpopular or ill-conceived — not because millions of people believe a lie.

In the much-discussed Pew poll reporting the spike in ignorance, those who believe Obama to be Muslim say they got their information from the media. But no reputable news agency — that is, fact-based, one that corrects its errors quickly — has spread such inaccuracies.


Rush Limbaugh

So where is this “media?” Two sources, and they are — no surprise here — the usual suspects. The first, of course, is Rush Limbaugh, who claims the largest radio audience in the land among the microphone demagogues, and his word is Biblical among Republicans. A few quick examples of the Limbaugh method:

“Tomorrow is Obama’s birthday — not that we’ve seen any proof of that,” he said on Aug. 3. “They tell us Aug. 4 is the birthday; we haven’t seen any proof of that.”

Of course, there is proof as clear as that baseball box score. Look here, www.factcheck.org, for starters, one of many places posting Obama’s Hawaiian birth certificate.

On the Muslim deception, Limbaugh has sprinkled lie dust all over the place. “Obama says he’s a Christian, but where’s the evidence?” he said on Aug. 19. He has repeatedly called the president “imam Obama,” and said, “I’m just throwing things out there, folks, because people are questioning his Christianity.”

You see how he works. He drops in suggestions, hints, notes that “people are questioning” things. The design is to make Obama un-American. Then he says it’s a tweak, a provocation. He says this as a preemptive way to keep the press from calling him out. And it works; long profiles of Limbaugh have largely gone easy on him.

Once Limbaugh has planted a lie, a prominent politician can pick it up, with little nuance. So, over the weekend, Kim Lehman, one of Iowa’s two Republican National Committee members, went public with doubts on Obama’s Christianity. Of course, she was not condemned by party leaders.

It’s curious, also, that any felon, drug addict, or recovering hedonist can loudly proclaim a sudden embrace of Jesus and be welcomed without doubt by leaders of the religious right. But a thoughtful Christian like Obama is still distrusted.

“I am a devout Christian,” Obama told Christianity Today in 2008. “I believe in the redemptive death and resurrection of Jesus Christ.” That’s not enough, apparently, for Rev. Franklin Graham, the partisan son of the great evangelical leader, who said last week that Obama was “born a Muslim because of the religious seed passed on from his father.”

Actually, he was born from two non-practicing parents, and his Kenyan father was absent for all of his upbringing. Obama came to his Christianity like millions of people, through searching and questioning.

Finally, there is Fox News, whose parent company has given $1 million to Republican causes this year but still masquerades as a legitimate source of news. Their chat and opinion programs spread innuendo daily. The founder of Politifact, another nonpartisan referee to the daily rumble, said two of the site’s five most popular items on its Truth-o-meter are corrections of Glenn Beck.

Beck tosses off enough half-truths in a month to keep Politifact working overtime. Of late, he has gone after Michelle Obama, whose vacation in Spain was “just for her and approximately 40 of her friends.” Limbaugh had a similar line, saying the First Lady “is taking 40 of her best friends and leasing 60 rooms at a five-star hotel — paid for by you.”

The White House said Michelle Obama and her daughter Sasha were accompanied by just a few friends — and they paid their own costs. But, wink, wink, the damage is done. He’s Muslim and foreign. She’s living the luxe life on your dime. They don’t even have to mention race. The code words do it for them.

Climate-change denial is a special category all its own. Once on the fringe, dismissal of scientific consensus is now an article of faith among leading Republicans, again taking their cue from Limbaugh and Fox.

It would be nice to dismiss the stupid things that Americans believe as harmless, the price of having such a large, messy democracy. Plenty of hate-filled partisans swore that Abraham Lincoln was a Catholic and Franklin Roosevelt was a Jew. So what if one-in-five believe the sun revolves around the earth, or aren’t sure from which country the United States gained its independence?

But false belief in weapons of mass-destruction led the United States to a trillion-dollar war. And trust in rising home value as a truism as reliable as a sunrise was a major contributor to the catastrophic collapse of the economy. At its worst extreme, a culture of misinformation can produce something like Iran, which is run by a Holocaust denier.

It’s one thing to forget the past, with predictable consequences, as the favorite aphorism goes. But what about those who refuse to comprehend the present?

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ