ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  นันโนะ on Mon Nov 10, 2008 2:25 pm

http://www.212cafe.com/freewebboard/list3.php?user=suanlongguan

เป็นเวปบอร์ดของ ดร.สุวินัย ภรณวลัย หนึ่งผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มพันธมิตร

เคยติดตามงานเขียนของ ดร.สุวินัย ภรณวลัย เป็นการเขียนแนวพัฒนาจิตวิญญาน และเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งคนหลวงปู่
พุทธะิิอิสระ


การสนับสนุนของดร.สุวินัย ภรณวลัย และการขึ้นเวทีของหลวงปู่พุทธะอิสระ ทำให้ยังกล้าไม่มองว่าพันธมิตรเป็นจุดดำ
100 เปอร์เซ็นต์

เลยอยากได้ข้อมูลในส่วนนี้บ้างค่ะ

นันโนะ

จำนวนข้อความ : 11
Registration date : 19/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 10, 2008 4:19 pm

เรียนคุณ นันโนะ

พุทธะอิสระ แปลว่า อิสระจากพระพุทธเจ้า

ชื่อก็บอกความนัยอยู่แล้ว อย่าให้ต้องได้กล่าวลึกไปกว่านี้

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

sunny

ตั้งหัวข้อ  นันโนะ on Mon Nov 10, 2008 4:30 pm

ลึกอีกหน่อยไม่ได้หรอคะ คุณsuunny เจ้าขา...

แล้ว ดร.สุวินัย ภรณวลัย ล่ะคะ...

นันโนะ

จำนวนข้อความ : 11
Registration date : 19/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Nov 10, 2008 6:01 pm

แสงธรรม...

ธรรมประยุกต์...

คริสตจักร...

พอจะมองเห็นหรือยังจ๊ะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 9:03 pm


พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์ / สุวินัย ภรณวลัย

รหัสสินค้า: 000167
ปกติ 450.00 บาท
ราคาพิเศษ 380.00 บาท

ประหยัด 70.00 บาท
พิมพ์ครั้งแรก: 27 พฤษภาคม 2550
โดย: สุวินัย ภรณวลัย

รายละเอียด:
ในชีวิตงานเขียนหนังสือหลายสิบเล่มของผู้เขียนในช่วงกว่า 25 ปีมานี้
ผู้เขียนได้เขียนหนังสือในแนว ‘ฉบับท่าพระจันทร์’
หรือแนวประวัติของจิตใจออกมาเพียง 2 เล่มเท่านั้นจนถึงบัดนี้ เล่มหนึ่งคือ
มูซาชิฉบับท่าพระจันทร์ (ค.ศ. 1995)
ซึ่งผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากอมตะนิยายญี่ปุ่นเรื่อง มิยาโมโต้ มูซาชิ
ของนักเขียนนามอุโฆษ คุณโยชิคาว่า เอญิ

อีกเล่มหนึ่งคือ พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์ (ค.ศ. 2007) เล่มที่ท่านผู้อ่านกำลังถืออยู่ในมือนี้

งานเขียนทั้งสองเล่มนี้มีความเป็นมาที่คล้ายกัน
และมีความเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด เพราะงานเขียนทั้ง 2
เล่มถือกำเนิดขึ้นมาท่ามกลางความร้อนแรงของบรรยากาศการต่อสู้ทางการเมืองของ
การเมืองภาคประชาน
ซึ่งผู้เขียนได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเอาการเอางานด้วยในระดับหนึ่ง

โดยเฉพาะ พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์ เล่มนี้ ผู้เขียนได้เขียนขึ้นมาสดๆ
ร้อนๆ หลังจากงานเขียน 36 เพลงดาบสยบมาร:
จิตสำนึกแห่งทางเลือกในยุคทักษิณครองเมือง (ค.ศ. 2006)
ที่ผู้เขียนทำการวิพากษ์ระบอบทักษิณอย่างเอาเป็นเอาตาย
จนถึงกับออกไปกรำศึกกับระบอบทักษิณในเชิงปฏิบัติการมวลชนด้วยเลยทีเดียว

ถ้าหาก มูซาชิฉบับท่าพระจันทร์ ถือว่าเป็นภาคโลกียะของความเป็นนักกลยุทธ์ของตัวผู้เขียน

หนังสือ พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์ เล่มนี้
ก็คงถือได้ว่าเป็นภาคโลกุตตระแห่งความเป็นนักกลยุทธ์ หรือเป็น
‘วิถีแห่งฟ้าของนักกลยุทธ์’ ของตัวผู้เขียน ก็เห็นจะไม่ผิดนัก

ในตอนที่ผู้เขียนผลิต มูซาชิฉบับท่าพระจันทร์ ออกมา
ผู้เขียนได้ใช้ปากกาของตัวเองผนึกแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับดาบของท่าน
อาจารย์มูซาชิอย่างทุ่มเทจิตใจทั้งหมดทั้งปวงให้เยี่ยงไร
ระหว่างที่ผู้เขียนกำลังถ่ายทอด พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์ ออกมา
ผู้เขียนก็ได้ทุ่มเทพลังแห่งชีวิตจิตใจและพลังแห่งจิตวิญญาณทั้งปวงของผู้
เขียน อุทิศให้กับการบูรณาการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ ‘พุทธธรรม’
ของท่านอาจารย์พุทธทาสเยี่ยงนั้น หรือยิ่งกว่าสมัยนั้น

- สุวันัย ภรณวลัย -
http://www.onopenbooks.com/product.detail_0_th_1124308#


http://cu-banna.is.in.th/?md=content&ma=show&id=12
http://cu-banna.is.in.th/?md=content&ma=show&id=26

บทส่งท้าย

“ธรรมะช่วยแก้ไขความเห็นแก่ตัวให้กลายเป็นความไม่เห็นแก่ตัว สหกรณ์จึงดำรงอยู่ได้
จะเกิดอุดมคติโดยอัตโนมัติ มีธรรมะมีความถูกต้อง เป็นมนุษย์ที่ถูกต้องปัญหาก็หมดไป
ขอให้ใช้ประโยชน์ของธรรมะในการที่จะสร้างสรรค์สหกรณ์ ป้องกันข้าศึกของสหกรณ์
มีแต่ความถูกต้องของความเป็นสหกรณ์โดยธรรมชาติก็ดี ที่มนุษย์สร้างขึ้นก็ดี
ก็ขอให้สำเร็จความหมายนี้ทุกประการ นี่เป็นธรรมที่ใช้ในการปฏิบัติ
หรือตั้งอยู่แห่งสหกรณ์ ถ้าเข้าใจนำไปใช้ก็จะเกิดประโยชน์เหลือหลาย
ถ้าไม่เห็นแก่ตัวแล้วจะเกิด “แผ่นดินเพชร” ที่สูงกว่าแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง
ทุกคนรักใคร่
ช่วยเหลือต่อกันเสมอ
ขอให้คณะกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
รู้จักธรรมะทั้งหลายที่จะช่วยให้เกิดความมั่นคง แก่สหกรณ์ทุกๆอย่างทุกๆประการ”


รวบรวมบทความโดย นายสหพล สังข์เมฆ ผู้จัดการใหญ่ ช.ส.ค.




http://www.cad.go.th/news_25480402_1.html
รมว.เกษตร สุดารัตน์ฯ
เปิดการประชุมใหญ่ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย


ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด
(ช.ส.ค.) เป็นชุมนุมสหกรณ์ระดับชาติ
ซึ่งเป็นศูนย์รวมของบรรดาสหกรณ์และกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนทั่วประเทศ
จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ มีการดำเนินงานภายใต้อุดมการณ์ หลักการ
และวิธีการสหกรณ์ มีเป้าหมายหลักในการเผยแพร่ จัดตั้ง
ส่งเสริมและพัฒนาขบวนการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง
และยั่งยืน เป็นที่ยอมรับของรัฐบาล หน่วยงานราชการและภาคประชาชน
รวมถึงขบวนการสหกรณ์ด้วยกัน
จนทำให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนได้รับการประกาศให้เป็นสหกรณ์ประเภทใหม่ คือ ประเภท
“สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน”

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2548 นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2548
และกล่าวแสดงความยินดีกับสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ได้เสียสละ
ทำงานให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนจนมีความเจริญก้าวหน้ามีความมั่นคงและเป็น
สถาบันหลักในการช่วยประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุม
ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด

นายทรงพล พนาวงศ์
รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมในวันดังกล่าวด้วย
และมีผู้แทนจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน
สมาชิกต่างก็ให้ความสนใจและร่วมอภิปรายอย่างสร้างสรรค์

http://www.kalyanamitra.org/u-ni-boon/main/index.php?option=com_content&task=view&id=80&Itemid=4
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 9:08 pm


http://www.geocities.com/hisott/08/pt0830c1.htm

ปีที่ 2 ฉบับที่ 778 ประจำวันวันจันทร์ที่ 30 เดือนสิงหาคม พ.ศ.
2542
หน้า
1


ชิตัง เม สยบมาร

ล่า 1แสนรายชื่อ ยื่นฟ้องศาลรธน.

ธรรมกายเดินเครื่อง ล่า 1 แสนรายชื่อ ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ
เรื่องการเผยแพร่วิชชาธรรมกาย และเรียกร้องให้หมู่มาร
หยุดการละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นทันที ด้านศิษย์วัด
แถลงข่าวโต้ศาลเตี้ยและสื่อมวลชนทุกกรณี ไม่มีมนุษย์ป้องกันตำรวจค้นวัด
แต่เป็นโอกาสที่พระธัมมชโยบวชครบ 30 พรรษา เตือนสื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนการเสนอข่าว
ย้ำหนังสือ อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง ส่วนการคัดค้าน
พ.ร.บ.สงฆ์ฉบับใหม่ วัดพระธรรมกาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง


พระสมชาย ฐานวุฑโฒ พระวัดพระธรรมกาย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้
ทางศิษย์วัดพระธรรมกาย กำลังล่ารายชื่อ 100,000 รายชื่อ
เพื่อนำเสนอเรื่องการเผยแพร่วิชชาธรรมกาย ของพระราชภาวนาวิสุทธิ์
ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งเชื่อมั่นว่า ได้จะได้รายชื่อจำนวนดังกล่าวครบ
ทั้งนี้ เพื่อเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่คนไทยทุกคน อยู่ภายใต้กฎหมาย
รัฐธรรมนูญเดียวกัน ต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน
ไม่ถูกริดรอนสิทธิในการดำเนินกิจกรรมทางศาสนา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา
โดยอาศัยศาลรัฐธรรมนูญของวัดพระธรรมกายนั้น ได้มีการแจกจ่ายใบลงนาม
ให้กับเหล่ากัลยาณมิตร เพื่อลงชื่อ โดยเนื้อหา ในใบลงนามดังกล่าว มีความสรุปว่า
ชาววัดพระธรรมกาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง กลั่นแกล้ง จากบุคคลต่างๆ ในสังคม
ไม่ได้รับความเป็นธรรมมาโดยตลอด แม้แต่กรมการศาสนาเอง ก็กลั่นแกล้งคนทำความดี
จึงอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเป็นธรรม สั่งให้ผู้ละเมิดริดรอนสิทธิ
จงหยุดกระทำดังกล่าวเสีย การยื่นคำฟ้องดังกล่าวประชาชนไม่สามารถทำได้ ต้อง
เป็นองค์กรของรัฐเท่านั้น ดังนั้น ผู้ลงนามจึงทำหนังสือมอบอำนาจให้วัด
ไปดำเนินการแทน


ปรากฏว่า
ลูกศิษย์วัดส่วนใหญ่แห่กันไปลงชื่อในหนังสือลงนามดังกล่าวกันคับคั่ง คาดว่า
อีกไม่กี่วัน รายชื่อจะครบจำนวน 1 แสนรายชื่อ


นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานกรรมการ
ดำเนินงานชุมนุม สหกรณ์เครดิตยูเนียน ประเทศไทย จำกัด
ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย




บาทหลวงอัลเฟรด บอนแนงค์ (Father Alfred Bonninque) บิดาเครดิตยูเนี่ยนไทย

บาทหลวงอัลเฟรด
บอนแนงค์ ท่านเป็นชาวฝรั่งเศส และเป็นบาทหลวงในศาสนาคริสต์ นิกายโรมัน คาทอลิก
ซึ่งมีพระสันตประปาเบเนดิกซ์ที่ 16 เป็นประมุขในปัจจุบัน (ไม่ใช่ คริสต์เตียน
หรือคริสตจักร) ก่อนเข้ามาเมืองไทยท่านประจำอยู่ประเทศจีน
ท่านเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง คณะพลมารี
ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมของศาสนาคริสต์ในประเทศจีน ซึ่งเป็นข้อห้ามจัดตั้งกลุ่มประชาชน
ที่มีพรรคคอมมิวนิสต์ปกครองอยู่ในสมัยนั้น ท่านจึงถูกจับและติดคุกนาน 3 ปี
จากนั้นถูกขับไล่ให้ออกจากประเทศจีนในข้อหาเป็นขบถ ท่านได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย
และและทำงานอยู่กับคนยากจนในสลัมต่างๆของกรุงเทพฯ
ท่านทำงานกับทุกคนโดยไม่แบ่งชนชั้น วรรณะ และศาสนา

สลัมห้วยขวาง
เป็นจุดกำเนิดของขบวนการเครดิตยูเนี่ยนในเมืองไทย บาทหลวงอัลเฟรด บอนแนงค์ ได้ส่ง
คุณอัมพร วัฒนวงศ์ ไปศึกษาที่ สถาบันเซียร์โซลิน ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ
มหาวิทยาลัยเซเวียร์ ประเทศฟิลิปปินส์
แผนกที่ศึกษานั้นสอนเรื่องการพัฒนาคนโดยวิธีการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุณอัมพร ได้กลับมาทำงานกับคนในชุมชนสลัมห้วยขวางต่อไป

บาทหลวงอัลเฟรด บอนแนงค์ ท่านได้ทุ่มเทชีวิตของท่าน ในการทำงานกับคนจน
ท่านคิดเสมอว่าการให้ความช่วยเหลือ
โดยที่ชาวบ้านในชุมชนคอยรับการช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวนั้น เป็นความคิด
และปฏิบัติไม่ถูกต้อง เป็นการทำลายศักดิ์ศรีของความเป็นคนมากกว่า
ท่านจึงให้ชาวบ้านในชุมชนนั้นมารวมตัวกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
และสอนให้รู้จักการเก็บออมเงิน เพื่อช่วยเหลือกันในรูปแบบเครดิตยูเนี่ยน
กลุ่มเครดิตยูเนี่ยนแห่งแรกนี้ จึงเกิดขึ้นด้วยคนเพียง 13 คน เงินรวมกันครั้งแรก
จำนวน 360 บาท ใช้ชื่อว่า “กลุ่มเครดิตยูเนี่ยนแห่งศูนย์กลางเทวา”
ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2508
ขบวนการเครดิตยูเนี่ยนในเมืองไทยจึงกำหนดให้วันนี้ เป็นวัน “เครดิตยูเนี่ยนไทย”
จึงนับได้ว่า บาทหลวงอัลเฟรด บอนแนงค์
นั้นเป็นบิดาแห่งเครดิตยูเนี่ยนในเมืองไทยอย่างแท้จริง


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Nov 10, 2008 9:25 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 9:09 pm

http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=693&page=2
ภาวะแห่งความแย้งขัดระหว่างพระพุทธศาสนากับศาสนาอื่น
เกี่ยวกับปัญหาศาสนา คำว่า “ปัญหา” คือ
คำถาม หรือข้อสงสัย แต่ในที่นี้มิได้หมายถึงข้อสอบที่นักเรียนนักศึกษาจะต้องตอบ
แต่หมายถึงข้อสงสัยอันเกิดจากการกระทำของบางศาสนาในประเทศไทยที่เป็นพิษเป็น
ภัยต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นผลร้าย
ถึงขั้นที่พระพุทธศาสนาในประเทศไทยจะเสื่อมและสูญสิ้นไปได้ กล่าวสั้น ก็คือ
พระพุทธศาสนากำลังถูกบ่อนทำลายจากบางศาสนาบางนิกายที่เข้ามาเผยแพร่ในประเทศ ไทย
เนื่องจากพระพุทธศาสนาประจำชาติไทยมาทุกแผ่นดินทุกสมัยตั้งแต่กรุงสุโขทัย
เป็นราชธานีเรื่อยมาตราบจนปัจจุบัน ประชาชนชาวไทยเกินกว่า ๙๕
เปอร์เซ็นต์นับถือพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นพระประมุข ของชาติ
หรือเจริญรอยเบื้องพระยุคลบาทองค์พระประมุขของตน
แต่พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์แม้จะทรงนับถือพระพุทธศาสนาก็มีน้ำพระทัยอัน
ประเสริฐทรงอุปถัมภ์ทุกศาสนาที่เข้ามาเผยแพร่พึ่งพระบรมโพธิสมภารอีกประการ หนึ่ง
เกี่ยวกับพิษภัยของพระพุทธศาสนานั้นแม้ในครั้งพุทธกาลก็เกิดมีมาแล้วมิใช่จะ
มาเกิดมีแต่ในประเทศไทย และแม้หลังพุทธกาล
เมื่อสิ้นรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย
พระพุทธศาสนาก็ไม่มีพิษมีผู้บ่อนทำลายจนถึงขั้นเสื่อมสูญดังกล่าวในภาคหนึ่ง
-สองแล้วครั้งกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็เกิดขึ้น
มาถึงครั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๓
ศาสนาเดียวกันกับที่เคยกระทำเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาก็ตามมาบ่อนทำลายพระ
พุทธศาสนาอีก และเมื่อถูกท่านเสนาบดีเรียกตัวบาทหลวงมาคาดโทษ ก็ชะงักไประยะหนึ่ง
ถึงรัชกาลที่ ๔ เริ่มอีก รัชกาลที่ ๔
ทรงแก้ปัญหาอย่างนุ่มนวลก็ผ่านพ้นความรุนแรงได้ มาถึงรัชกาลปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ.
๒๕๐๑ ศาสนากับนิกายเดิมนั้น หยิบเอาวิธีการที่เคยกระทำเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๓
มาดำเนินการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอีก

คราวนี้ชาวพุทธได้รวมตัวกันประท้วงและตอบโต้ โดยเชิญ พ.อ.ปิ่น
มุทุกันต์ แสดงปาฐกถาทำความเข้าใจโดยถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียง
เป็นเหตุให้ผู้บ่อนทำลายชะงักเงียบไปอีกครั้งหนึ่ง แต่แทนที่จะสำนึกในความเป็นศาสนา
และมาอาศัยแผ่นดินมาเผยแพร่ ศาสนานิกายนี้กลับดำเนินการที่หนักขึ้น
และใช่เพียงแค่บ่อนทำลายเท่านั้น แต่ยังใช้แผนผสมกลมกลืนพระพุทธศาสนาอีกด้วย
วิธีการแบบนี้ศาสนาฮินดูใช้ทำกับศาสนาพุทธในอินเดีย และได้ผลมาแล้ว
จากแผนการบ่อนทำลายหมายดูดกลืนต่างๆ ทำให้ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งตื่นตัว
และพิจารณาเอกสารต่างๆที่ปรากฏ เห็นว่าเป็นการทำงานแบบประสานแนวความคิด
โดยเชื่อมโยงมาจากเอกสาร คือ “วารสารแถลงกิจ หรือ
บุลเลติน ที่เป็นผลจากการสังคายนาครั้งที่ ๒
ของสำนักวาติกันทั้งสิ้น โดยใช้ระบบทำงานใหม่ ที่เรียกว่า
ไดอาลอก แปลกันว่า ศาสนสัมพันธ์
ฟังชื่อแล้วไม่น่ามีปัญหา
แต่มีปัญหาหนักมากสำหรับชาวพุทธที่ติดตามเรื่องนี้อย่างละเอียด
เพราะระบบหรือวิธีการทำงานจากแผนไดอาลอกนั้น ในหนังสือแผนทำลายพระพุทธศาสนา หน้า ๑๒
กล่าวว่า โดยเปลือกนอก หุ้มไว้ด้วยเมตตา
ไมตรี ร่วมงาน ประสานประโยชน์ แต่เป้าหมายที่ซ่อนเร้น และเป็นเป้าจริง คือ
การผสมกลมกลืนทางศาสนาและวัฒนธรรมไทย
เพื่อนำเอาหลักธรรมในพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นของตน ด้วยวิธีค่อยๆกระแซะแบบดูดกลืน
บิดเบือนผสมผสาน
จนประเทศไทยอันเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาเป็นเมืองแห่งศาสนาคริสต์ในที่สุด
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 9:15 pm



http://www2.se-ed.net/poommahidol/information_1_5.html

พุทธศาสนากับยุคต้นของการแสวงหา

แต่จุดที่น่าสนใจประการหนึ่งคือในยุคเริ่มต้นของการแสวงหาคือ
อิทธิพลของพุทธศาสนา โดยเฉพาะสายท่านพุทธทาสภิกขุ
ซึมซาบอยู่ในแนวคิดของนิสิตนักศึกษาและปัญหาชนฝ่ายก้าวหน้าค่อนข้างมาก
ซึ่งแสดงออกทั้งผ่านข้อเขียนในหนังสือหรือวารสารของกลุ่มอิสระทั้งหลาย
เป็นหัวข้อถกเถียงอภิปรายในวงเสวนากลุ่มย่อย
รวมทั้งมีจำนวนไม่น้อยที่ไปบวชที่สวนโมกข์เพื่อศึกษาหลักธรรมและปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษามหิดลในช่วงระหว่างปี 2512-2514ซึ่ง
อาจเป็นเพราะผู้ศึกษาในด้านแพทย์และสาธารณสุขต้องรับรู้เกี่ยวความเป็นไปของ
มนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย
และโดยพื้นฐานของวิชาชีพต้องยึดหลักความมีเมตตาที่ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นจาก
ทุกข์จึงรับเอาแก่นของพุทธศาสนาได้ฝ่ายและมีศรัทธาที่อยู่บนพื้นฐานของเหตุ-ผลที่แจ่มชัด


นอก จากนั้น
หนังสือสังคมศาสตร์ปริทัศน์ที่เป็นหนังสือเชิงปรัชญาและความคิดที่มีอิทธิพล
ต่อปัญญาชนในยุคนั้นก็พยายามนำเสนอแก่นหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนา
โดยการนำข้อเขียนของท่านพุทธทาสภิกขุ พระศาสนโสภณ(สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน) พระมหาประยุทธ
ปยุตโต(พระธรรมปิฐก) เป็นต้น มานำเสนอ
โดยเฉพาะจัดพิมพ์เป็นสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ฉบับพิเศษ 4 ว่าด้วยบทบาทพระพุทธศาสนากับสังคมไทย ในฉบับเดือนสิงหาคม
2509 ซึ่งสุลักษณ์
ศิวรักษ์ได้ยกคริสต์ศาสนามาเปรียบเทียบว่าได้พยายามเข้าถึงชาวบ้านและเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ
โดยยกตัวอย่างกรณีที่มีการจัดตั้งสำนักงานกลางนักเรียนคริสเตียนที่สะพานหัวช้าง
มีที่พักที่เสวนาให้เยาวชนนักศึกษามาแลกเปลี่ยนทางปัญญาและถกเถียงถึงทางออกของปัญหาในสังคม
ที่อาจจะไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของศาสนาคริสต์เลย
ขณะที่ทางพุทธศาสนาไม่มี



สัมผัสทั้งพุทธและอิทธิพลทางความคิดเสรีนิยม
ฝั่งรามาฯ


ในมุมมองของน.พ.วีระศักดิ์
ในช่วงนั้นการเรียนในชั้นปรีคลินิกปีที่ 3 เป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดที่สำคัญจากการที่นักศึกษาจะ Expose มากกับฝรั่ง


เพราะปี 3
รามาฯสอนโดยอาจารย์ฝรั่งเกือบหมด มัน Liberal
มาก ความคิดเป็นระบบ การสอนเป็นระบบ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็น
อาจารย์จากร็อกกี้เฟลเลอร์

พวกเราก็ได้ความคิดที่เป็น Liberal จากฝรั่ง
นอกจากนั้นก็มีอาจารย์ที่จบจากเมืองนอกเยอะ เช่น อ.ยงยุทธ
ยุทธวงศ์ อ.สุธีรา ทอมป์สัน ซึ่งช่วงปี 3 ผมสมัครได้เป็นผู้ช่วยวิจัยของอ.สุธีรา
ไปทำงานก็จะคุยกันเรื่องเวียดนาม
อาจารย์มีอิทธิพลต่อพวกเรามากเพราะมาทางสายคริสต์ที่ไม่นิยมความรุนแรง
พวกนี้จะมีเทคนิคว่าจะเดินขบวนอย่างไรที่จะไม่ทำให้เราบาดเจ็บ
ทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามโกรธ เป็นสายมาร์ติน ลูเธอร์คิง”

http://hilight.kapook.com/view/10097
"ประสงค์"
แฉมีคนชักใย การเคลื่อนไหวกลุ่มองค์กรพุทธ




"ประสงค์"
แฉมีคนชักใย การเคลื่อนไหวกลุ่มองค์กรพุทธ


ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (17 เม.ย.) ว่า น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ
ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ถึงกรณีที่ไม่ออกไปรับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมชาวพุทธ ว่า
ตนได้ประสานกับตัวแทนผู้ชุมนุมให้เข้ามายื่นข้อเสนอและร่วมหารือในรัฐสภา
และสอบถามว่า มีข้อเสนอใหม่อะไรบ้าง
แต่ได้รับคำตอบว่า
เป็นข้อเสนอเดิมที่ได้ยื่นมาแล้วในการสัมมนาที่จังหวัดชลบุรี เมื่อไม่มีข้อเสนอใหม่
จึงไม่ขอออกไปพบ

อย่างไรก็ตาม
ตนได้ชี้แจงกับตัวแทนว่า หากมีข้อเสนอใหม่ให้ทำเป็นหนังสือยื่นมา
เพื่อจะได้นำเข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป
และจากการตรวจสอบยังพบว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นไม่ใช่การชุมนุมเฉพาะพระสงฆ์
แต่มีฆราวาสร่วมเคลื่อนไหว
โดยมีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง


“ผมดูแล้วไม่มีข้อเสนอใหม่และมีฆราวาสที่มีการเมืองอยู่เบื้องหลังเข้ามาร่วมเคลื่อนไหว
ผมจึงไม่ขอออกไปรับหนังสือ ”
น.ต.ประสงค์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังเลิกประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ได้ขอสัมภาษณ์ น.ต.ประสงค์ อีกครั้งถึงเรื่องดังกล่าว แต่ น.ต.ประสงค์
ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กล่าวเพียงว่า เรื่องดังกล่าวพูดในที่ประชุมแล้ว
หากจะให้พูดนอกห้องประชุมคงไม่เหมาะสม


ก่อน หน้านี้ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
กล่าวถึงการเคลื่อนไหวขององค์กรพุทธที่ต้องการให้บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็น
ศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ
ว่า ถือเป็นเจตนาดีของพระสงฆ์และประชาชน
แต่ที่ผ่านมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติในหมวดพระมหากษัตริย์และศาสนา
และไม่เคยมีผลกระทบ หรือก่อปัญหาที่ทำให้เกิดความยุ่งยากแตกแยกในหมู่ประชาชนชาวไทย


ข้อมูลและภาพประกอบจาก

http://www.mfa.go.th/web/848.php?id=271
http://www.vacationzone.co.th/index_vatican.asp
http://apecthai.org/2008/th/profile1.php?continentid=1&country=vs
ในโอกาสการฉลอง ครบรอบ25
ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล
ที่สองได้ประทานเครื่องอิสริยาภรณ์ Knight Grand Cross of the
Pian Order
ให้แก่นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Nov 10, 2008 9:26 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 9:17 pm

http://tnews.teenee.com/politic/277.html
พันธมิตร-นักวิชาการแนะ"ทักษิณ
เลียนแบบปรีดี
เว้นวรรคการเมือง

พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนักวิชาการประสานเสียง
"ทักษิณ" ประกาศลาออกจากรักษาการนายกรัฐมนตรี บนเวทีปราศรัย 3 มี.ค.ท้องสนามหลวง
พร้อมเว้นวรรคทางการเมือง เปิดทางปฏิรูปการเมือง ดู "ปรีดี พนมยงค์"
เป็นตัวอย่าง

วันที่ 2
มี.ค.คณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและนักวิชาการทั่วประเทศ ประมาณ 60 คน นำโดย
ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง "ผ่าทางตัน เว้นวรรคทักษิณ
ปฎิรูปการเมือง" เผยแพร่ผ่านทางเวบไซต์ มีความยาวประมาณ 5 หน้ากระดาษ A4


เนื้อหาแห่งแถลงการณ์นอกจากเสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
รักษาการนายกรัฐมนตรี เว้นวรรคทางการเมืองแล้ว ยังเสนอให้ขจัดระบอบทักษิณ
เพราะเป็นระบอบที่ใช้อำนาจทางการเมืองที่ถูกผูกขาดไว้ในมือของบุคคลเพียง บางกลุ่ม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชนชั้นนำ โดยปราศจากการตรวจสอบและกำกับจากสังคม
ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของอำนาจในการกำหนดชะตา
กรรมของตัวเอง หรือกำหนดความสัมพันธ์กับกลุ่มอื่นๆ แต่อย่างใด


การปฏิรูปการเมืองจึงต้องเกิดขึ้นโดยการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้คนใน
สังคมต่อปัญหาที่นำมาสู่วิกฤติในครั้งนี้ การปฏิรูปการเมืองที่จะตอบสนองต่อคนทุกๆ
กลุ่มไม่อาจเกิดขึ้นได้จากอำนาจนอกระบบ
เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติในมาตราใดของรัฐธรรมนูญรับรองไว้
ไม่ว่าจะเป็นการยึดอำนาจโดยทหาร หรือการเรียกร้องรัฐบาลพระราชทาน
ก็ล้วนแต่จะเป็นรัฐบาลซึ่งประชาชนไม่อาจตรวจสอบและกำกับได้ จึงไม่เป็นหลักประกันใดๆ
ต่อการสร้างสังคมที่เข้มแข็งในระยะยาว

เพราะฉะนั้น
นอกจากการเคลื่อนไหวเพื่อขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ
ให้พ้นจากตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีแล้วทางมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและ
พันธมิตรนักวิชาการ
ขอเรียกร้องต่อสังคมไทยให้ร่วมกันยืนหยัดและผลักดันในประเด็นดังต่อไปนี้

1.
การปฏิรูปการเมืองที่จะบังเกิดขึ้นต้องไม่ใช่เพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เป้าหมายหลักต้องอยู่ที่การสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
และตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนในสังคมไทย
ด้วยการให้อำนาจแก่ประชาชนในการเข้าถึงและใช้อำนาจได้อย่างเท่าเทียม
รวมถึงการสร้างกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่มีประสิทธิภาพโดยสังคม

2.
การปฏิรูปการเมืองต้องดำเนินไปตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย
โดยขอปฏิเสธอำนาจนอกระบบทุกประเภทว่า
มิใช่ทางออกของความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันนี้



พันธมิตรแนะดู"ปรีดี พนมยงค์"


ขณะเดียวกันเวลา15.00 น.นายสุริยะใส กตะศิลา
ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์
กองเลขานุการพันธมิตรฯ
ร่วมกันแถลงข่าวแนวทางการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


นายสุริยะใส กล่าวว่า พันธมิตรฯเห็นว่า แม้การชุมนุมในวันที่ 3 มีนาคม
เป็นสิทธิที่จะสามารถชุมนุมได้ แต่เป็นความพยายามที่กำลังลากสังคมไทย
เข้าสู่ความรุนแรงและการเผชิญหน้า
เพราะการปราศรัยครั้งนี้เป็นการจัดชุมนุมเพื่อเชียร์และสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ
โดยหวังผลทางจิตวิทยาและอาจมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดม็อบชนม็อบ


ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวต่อว่า แม้น พ.ต.ท.ทักษิณ
จะใช้เวทีการชุมนุมครั้งนี้ทำสัญญาประชาคมซ้ำซากกับชาวบ้านที่มาชุมนุม
โดยแถลงบนเวทีว่าหลังเลือกตั้ง 2
เม.ย.พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคไทยรักไทยจะเป็นเจ้าภาพแก้รัฐธรรมนูญภายใน 6 เดือนหรือ 180
วัน หลังจากนั้นจะยุบสภาอีกครั้งเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่


"วิธีการแบบนี้เป็นการเปลือยธาตุแท้ผู้นำประเทศที่เอาระบบการเมืองทั้งการ
เลือกตั้งและการยุบสภามาฟอกตัวเองเพียงเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ให้นาน
ที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ได้สนใจและคำนึงถึงวิกฤตการณ์บ้านเมืองที่กำลัง
ขยายตัวทั้งด้านกว้างและด้านลึกอันเนื่องมาจากผู้นำขาดความชอบธรรมนายสุริยะ ใส
กล่าวและว่า


พ.ต.ท.ทักษิณเปรียบเสมือนผู้ใหญ่บ้านที่ถูกลูกบ้านจับได้คาหนังคาเขาว่าขโมย
เงินวัด แต่อยู่ ๆ
มาประกาศเป็นเจ้าภาพทอดกฐินเสียเองก็อยากถามประชาชนทั่วไปในฐานะลูกบ้านว่า
จะยอมทำบุญร่วมกับผู้นำที่ทำบาปหรือยังไง

ผู้สื่อข่าวถามว่า
ประเมินว่าพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวบนเวทีปราศรัยวันที่ 3 มี.ค.อย่างไร นายสุริยะใส
กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง แม้นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะลาออก
ก็ยังลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น
ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งซึ่งหมายความว่าพร้อมจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี อีก
ขณะที่ประชาชนต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศวางมือการเมือง


วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ
ประกาศลาออกจากรักษาการนายกรัฐมนตรีและเว้นวรรคทางการเมือง
ซึ่งจะเป็นการเสียสละอันใหญ่หลวง เหมือนเช่นในอดีตที่นายปรีดี พนมยงค์ เคยทำมาแล้ว
และสุดท้ายเมื่อท่านลงจากอำนาจ ก็สละซึ่งทรัพย์สมบัติทั้งหมด
คงเหลือไว้เพียงชื่อเสียงและเกียรติยศ แต่พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเลือกที่จะเผชิญหน้า
นายสุริยะใส กล่าวและว่า
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 9:18 pm




นายศุขปรีดา พนมยงค์ บุตรชายนายปรีดี พนมยงค์
(คนกลาง)



ได้รับเลือกเป็นประธานร่วมในเวทีสภาประชาชนด้วยhttp://www.prachathai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=12385&Key=HilightNews

เปิดวิกเวทีสภาประชาชนคึกคัก
บุคคลจากหลายวงการเข้าร่วมแสดงความเห็นหนุนแก้รัฐธรรมนูญ
2550 เอา รัฐธรรมนูญ
2540 คืนมาเพียบ รวมทั้ง “สุปรีดา
พนมยงค์” บุตรชายอดีตรัฐบุรุษ “ปรีดี
พนมยงค์” ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสภาประชาชนร่วมกับ
“นพ.เหวง-ดร.ประภัสสร” ส่วน
“สุพจน์ ด่านตระกูล” สื่ออาวุโสเป็นประธานกิตติมศักดิ์




เมื่อ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา
นับเป็นการประชุมกันนัดแรกของสภาประชาชน
หลังคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.)
ได้ประกาศเจตนารมณ์จัดตั้งสภาประชาชนขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นในวงกว้าง
อย่างเป็นรูปธรรม ต่อรายละเอียดที่เห็นควรให้มีการแก้ไขเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ
2550 ที่ได้รณรงค์มาแล้วระยะหนึ่ง
พร้อมกับได้จัดทำร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยจำนวนรายชื่อประชาชน
150,000 รายชื่อ ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วด้วยก่อนหน้านี้
ซึ่งบรรยากาศของสภาประชาชน ที่ห้องประชุมคุรุสภา
เป็นไปอย่างคึกคัก




โดยเวทีสภาประชาชนในวันแรก
กำหนดหัวข้อ
“ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ทำไมต้องเอารัฐธรรมนูญ 50
คืนไป 40 คืนมา”
โดย มีแกนนำ
คปพร.เข้าร่วม อาทิ ดร.จรัล ดิษฐาอภิชัย ประธาน คปพร. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ
คปพร. นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย ดร.เมธาพันธ์
โพธิธีรโรจน์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ 2 (นปก.) นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ประธานสภาสนามหลวงต่อต้านเผด็จการ และ
นายสมยศ พฤษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
ฯลฯ




นอก จากนี้
ยังมีผู้มีชื่อเสียงและนักวิชาการเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายสุพจน์ ด่านตระกูล
นักวิชาการอิสระซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ นายคณิน บุญสุวรรณ
อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)
2540 ศ.เกียรติคุณ
นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ประชาธิปไตย และ นายศุขปรีดา พนมยงค์
บุตรชายของนายปรีดี พนมยงค์ อดีตผู้นำคณะราษฎร นายกรัฐมนตรี และรัฐบุรุษอาวุโส




ซึ่งที่ประชุมมีมติให้นายศุขปรีดา พนมยงค์เป็นประธานสภาประชาชน
ร่วมกับ นพ.เหวง และ ดร.ประภัสสร อินทรกำแหง นักวิชาการ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 9:19 pm

http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=31&s_id=1&d_id=4&page=3&start=1
ประติมากรรม :
ธรรมศาสตร์กับขบวนการเสรีไทย


เนื้อหาทางประวัติศาสตร์

วันที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔
กองทหารญี่ปุ่นได้ทำการรุกรานประเทศไทย โดยยกพลในหลายท้องที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย
ชาวไทยผู้รักชาติ ทหาร ตำรวจ ประชาชนพลเมืองในประเทศและนอกประเทศ
แม้จะแตกต่างกันก็ด้วยกำเนิด ฐานะและการศึกษา ได้ผนึกกำลังรับใช้ชาติ
ต่อสู้เพื่อขับไล่ผู้รุกราน กอบกู้เอกราชและอธิปไตยของชาติ


ขบวนการเสรีไทย ได้ก่อตั้งโดยนายปรีดี พนมยงค์
ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นหัวหน้า
ได้อาศัยมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองเป็นที่ตั้งลับของกองบัญชาการ
องค์การต่อต้านญี่ปุ่น และเป็นค่ายกักกันคนอังกฤษและคนอเมริกันระหว่างสงคราม
หลังจากกองทัพญี่ปุ่นยอมจำนนต่อฝ่ายสัมพันธมิตร เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม
พุทธศักราช ๒๔๘๘ สันติภาพได้กลับคืนมาสู่ประเทศไทย
อันเป็นความประสงค์ของประชาชนชาวไทย ดังพระบรมราชโองการ “ประกาศสันติภาพ”
ในพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในวโรกาส ๕๐ ปี
ของการประกาศสันติภาพ โดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช
๒๕๓๘ ได้ประกาศให้วันที่ ๑๖ สิงหาคม เป็น “วันสันติภาพไทย”

เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม
๒๕๔๘ อันเป็นวาระครบรอบ ๖๐ ปี วันสันติภาพไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ
คณะกรรมการงานวันสันติภาพไทย ได้จัดงานฉลอง ๖๐ ปี วันสันติภาพไทย ณ
หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เพื่อเป็นการสดุดีคุณูปการและน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของขบวนการเสรีไทยที่
ได้กระทำมาแล้วในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒

ในวาระดังกล่าว
มีพิธีเปิดประติมากรรม “ธรรมศาสตร์กับขบวนการเสรีไทย” โดยท่านผู้หญิงพูนศุข
พนมยงค์ ณ บริเวณลานกำแพงประวัติศาสตร์ หน้าหอประชุมใหญ่ โดยมี อดีตเสรีไทย,
ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ,
คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะกรรมการจัดงาน ๖๐ ปี วันสันติภาพไทย,
ทูตานุทูตจากประเทศต่าง ๆ ที่พำนักในประเทศไทย,บุคคลทั่วไป, นักเรียนม, นักศึกษา,
นิสิตฯลฯ ร่วมในพิธีเปิดประติมากรรมดังกล่าว


นอกจากนี้ยังมีพิธีฉลอง ๖๐ ปี วันสันติภาพไทย ณ ภายในหอประชุมใหญ่
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ประกอบด้วย -พิธีเปิดนิทรรศการ ๖๐ ปี
วันสันติภาพไทย โดย ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ-พิธีทำบุญถวายสังฆทานพระสงฆ์ จำนวน ๑๐ รูป
และพิธีทางศาสนาอิสลาม คริสต์-ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รายงานความเป็นมาของการจัดงานฉลอง ๖๐ ปี
วันสันติภาพไทย-ดร.โภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา ประธานในพิธี
ประกาศสดุดีเสรีไทยและประชาชนทั่วประเทศที่สนับสนุนและต่อสู้เพื่อเอกราช
อธิปไตยของชาติ-ศาสตราจารย์ Eiji Murashima
ผู้รณรงค์และส่งเสริมสันติภาพแห่งมหาวิทยาลัย Waseda ประเทศญี่ปุ่น
บรรยายพิเศษเป็นภาษาไทยเรื่อง “การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒
และการสร้างเสริมสันติภาพในประเทศไทย” –การแสดงดนตรี “ดุริยนิพนธ์สันติธรรม”
-นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปาฐกถาเรื่อง “๖๐ ปี แห่งการเสริมสร้างสันติภาพไทย”
-นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ
ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สันติภาพและความปรองดองในสังคมไทย” -การอภิปรายเรื่อง
“เสรีไทย ความทรงจำ และบทบาทในการต่อสู้เพื่อสันติภาพ” โดย นายศักดิชัย
บำรุงพงศ์ นายสุพจน์ ด่านตระกูล ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร นายสันติสุข
โสภณสิริ ร่วมอภิปราย -ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ปาฐกถาพิเศษเรื่อง
“นโยบายของรัฐบาลในการสร้างสันติภาพ”

-ปิดท้ายรายการด้วยการแสดงดนตรีเพื่อสันติภาพ โดย สุรชัย จันทิมาธร (หงา
คาราวาน)

จบข่าว
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  นันโนะ on Mon Nov 10, 2008 9:31 pm

ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณ sunny คุณ att

นันโนะ

จำนวนข้อความ : 11
Registration date : 19/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 9:46 pm

แถมให้อีกหน่อย อิอิ






'Once a Mason, always a Mason'...

http://www.freemasonrywatch.org/history101.html
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  นันโนะ on Mon Nov 10, 2008 10:17 pm

สวัสดีค่ะ คุณ att ขอบคุณสำหรับของแถมค่ะ....

หนักอึ้งดีค่ะ Razz

หวังว่าคงจำ madambulin ได้นะคะ... ตามมาหลอกมาหลอนกันค่ะ Very Happy

นันโนะ

จำนวนข้อความ : 11
Registration date : 19/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  นันโนะ on Mon Nov 10, 2008 10:28 pm

ตามมาจากเวป khunnamob หน่ะค่ะ

นันโนะ

จำนวนข้อความ : 11
Registration date : 19/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Nov 10, 2008 10:34 pm

ดีจ้า นึกๆ อยู่ว่ามีคนสนใจไม่กี่คนหรอก อิอิ
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ