ข้าวกล้องงอก อีกความอร่อยของข้าวไทย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ข้าวกล้องงอก อีกความอร่อยของข้าวไทย

ตั้งหัวข้อ  tang may on Wed Nov 19, 2008 7:10 am

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้ความสนใจในการใช้ประโยชน์จากคัพภะข้าว(จมูกข้าว) และข้าวกล้องงอกเป็นอาหารสุขภาพ จึงได้สนับสนุนทุนเพื่อทำการวิจัยในเรื่องนี้

อาจารย์พัชรี ตั้งตระกูล นักวิชาการจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการให้ดำเนินการวิจัย ซึ่งก็ได้พบว่าในคัพภะข้าวเจ้า มี GABA สูงสุดในข้าวขาวดอกมะลิ 105 (37.2 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม) ส่วนข้าวเหนียว พบ GABA สูงสุดในพันธุ์ R 258 (72.8 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม)

ข้าวกล้องงอก จาก พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 มี GABA สูงกว่าข้าวพันธุ์อื่น
และพบว่า...จมูกข้าวกล้อง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจำนวนมาก อาทิ ใยอาหาร กรดไฟติก (Phytic acid) กรดเฟรูลิก (Ferulic acid) วิตามินบีและอี และ GABA (กรดแกมมา แอมิโนบิวทิริก) ช่วยป้องกันโรคต่างๆได้ เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน และช่วยในการควบคุมน้ำหนักตัว

การบริโภคข้าวกล้องให้ได้ประโยชน์สูงสุด จะต้องนำข้าวกล้องมาแช่น้ำทำให้งอกเสียก่อน สารอาหารจึงจะปรากฏ โดยเฉพาะ GABA ที่เพิ่มขึ้นจะเป็น กรดแอมิโน ชนิดหนึ่ง ที่ผลิตจากกระบวนการ decarboxylation ของ กรดกลูตามิก ซึ่งมีประโยชน์ในการรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาทหลายโรค เช่น โรควิตกกังวล นอนไม่หลับ โรคลมชัก และยังมีคุณสมบัติในการลดความดันโลหิตด้วย

ข้าวกล้องที่ให้เกิดการงอกได้ต้องเป็นข้าวกล้องที่กะเทาะเปลือกมาไม่เกิน 2 สัปดาห์ แล้วนำไปแช่น้ำในภาชนะที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสม และควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐาน ซึ่งนำมาหุงต้มรับประทานได้ทันที อีกทั้งยังสามารถนำมาพัฒนาเป็นแป้งข้าวกล้องงอก และผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพได้ หลายชนิด เช่น อาหารว่าง ขนมขบเคี้ยว ซุป เครื่องดื่ม ฯลฯ

ขณะนี้ คณะวิจัยกำลังขยายผลงานสู่ระดับต้นแบบ การผลิตข้าวกล้องงอกโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร และ กลุ่มธุรกิจข้าวส่งออก เพื่อร่วมพัฒนาสายการผลิตต้นแบบสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ GABA-Rice

.....เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทยยกระดับอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทย และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศ ซึ่งได้ตั้งโรงงานและเครื่องจักรต้นแบบ อยู่ที่สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มก. ...และพร้อมที่จะ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ใน 2-3 เดือนข้างหน้านี้

เกษตรกรและผู้ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาหาร โทรศัพท์ 0-2942-8629 เวลาราชการ

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

กินแล้วอารมณ์ดีอีกต่างหาก

ตั้งหัวข้อ  tang may on Wed Nov 19, 2008 7:12 am

“กาบา” นั้นเป็นสารที่เกิดขึ้นในเมล็ดข้าว ขณะที่ข้าวเริ่มงอก แตกตุ่มรากสีขาวบริเวณจมูกข้าว ช่วงนี้จะมีสารกาบามาก และจะหายไปเมื่อข้าวสร้างใบและรากออกมา กาบาเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณของระบบประสาท จากประสาทต่อประสาทในสมองส่วน กลางและบริเวณประสาทตา (re-tina) มีคุณสมบัติเป็นสารที่ช่วยผ่อนคลาย ทำให้จิตใจสงบ ลดความเครียด ลดความกังวล และลดอาการชัก สารกาบายังกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต และมีบทบาทสำคัญในการ เผาผลาญไขมันเพื่อให้พลังงานและสร้างกล้ามเนื้ออีกด้วย
การทำข้าวกล้องงอกนั้นก็ทำได้ไม่ยาก เราสามารถคัดเลือกข้าวกล้องมาทำเองได้ด้วย โดยเครือข่ายจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ บอกวิธีการทำไว้ว่า ให้นำข้าวกล้องไปแช่น้ำ ปริมาณเท่ากับการหุงข้าวกล้องปกติ แช่น้ำไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง นำไปล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างเบามือ เทข้าวลงบนผ้าสะอาดและมีความหนานุ่ม ห่อคลุมด้วยผ้าให้มิดชิด รดน้ำพอชุ่ม อย่าให้แฉะ แต่มีอากาศให้หายใจ และระบายอากาศทิ้งไว้ 1 วัน 1 คืน หลังจากนั้นจะเห็นว่าบริเวณจมูกข้าวมีส่วนที่ข้าวงอกออกมา สามารถนำมาหุงต้มรับประทานได้ทันที ข้าวกล้องงอกนี้สามารถเก็บใส่กล่องพลาสติกแช่เย็น เก็บไว้ได้ไม่เกิน 5 วันเพราะจะเสียความสดใหม่

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

กระทงกรอบ gaba rice..แปลกตา อร่อย & มีคุณค่าทางอาหาร

ตั้งหัวข้อ  tang may on Wed Nov 19, 2008 7:15 am

คณาจารย์และทีมวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ใช้แป้งข้าวกล้องงอกจากข้าวกล้องพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เป็นวัตถุดิบหลักในการทำ “กระทงกรอบนนทรี” เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการแก่ผู้บริโภค และได้รับรางวัลจากการประกวดนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2551 จากมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

รศ.ดร.กมลวรรณ แจ้งชัด ที่ปรึกษาคณะวิจัย และอาจารย์ประจำ พร้อมด้วยนักวิจัย ซึ่งประกอบด้วย ศิริภัทร์ จันทร์อร่าม และ จุไรพร แก้วศรีทอง จากภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำผลงานการพัฒนามาจากแนวคิดของผลิตภัณฑ์ 3 ชนิด คือ กระทงทอง ทาร์ต และแครกเกอร์

รศ.ดร.กมลวรรณ กล่าวว่า ใช้ภูมิปัญญาไทยจากรูปแบบของกระทงทองผสมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้านสมบัติต่างๆ ของแป้งข้าวเจ้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

“ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ผ่านการพัฒนาสูตรสามารถใช้แป้งข้างกล้องงอกได้ 100 % และใช้ไฮโดรคอลลอยล์ช่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัส และพัฒนากรรมวิธีการผลิตโดยใช้วิธีการอบในสภาวะที่เหมาะสมแทนการทอด จนสามารถผลิตได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอม รสชาติดี และมีเนื้อสัมผัสกรอบ ไม่แข็งกระด้าง ที่สำคัญยังทำให้ไขมันลดลงถึง 50 % เมื่อเปรียบเทียบกับกระทงทอง สามารถเก็บได้นานประมาณ 5 เดือน”

กระทงกรอบนนทรี เป็นผลิตภัณฑ์ที่สะดวกสบายในการบริโภค รับประทานได้ทันที่ โดยรับประทานร่วมกับไส้รสชาติต่างๆ ทั้งคาวและหวาน "เราสามารถดัดแปลงราสชาติจากไส้อาหาร เช่น ทูน่า ไก่ผัดขี้เมา ไก่ผัดผงกระหรี่ แยมผลไม้ชนิดต่างๆ หรือรับประทานเล่นเป็นขนมขบเคี้ยว นอกจากนี้ยังนำมาเป็นถ้วยใส่ไอศรีมก้อนเล็ดๆ รับประทานแทนกรวยไอศรีม ซึ่งจะได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่อร่อยอีกแบบหนึ่ง จึงนับได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก้ข้าวไทยอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์"

สำหรับคุณค่าทางโภชนาการจากข้าวกล้องงอกนั้น รศ.ดร.กมลวรรณ ชี้แจงว่า พบกรดแกมมาอะนิโนบิวทีริค ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท จะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น โรคลมชัก และนอนไม่หลับ และยังมีคุณสมบัติช่วยรักษาระดับความดันโลหิตอีกด้วย

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ