เมื่อถึงเวลาต้องแปลงภรรยาเป็นอาวุธ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เมื่อถึงเวลาต้องแปลงภรรยาเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  tang may on Wed Nov 19, 2008 7:42 am

กลยุทธ์ในการต่อสู้ทางการเมืองแบบแยกกันเดิน รวมกันตีซึ่งเป็นการบในขั้นแตกหัก

เมื่อพิจารณ าเหตุและผล รวมถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆแล้ว สาเหตุที่แท้จริงในการหย่าอาจมิได้มีวัตถุประสงค์เดียว แต่อาจมีหลายเป้าหมายพร้อมๆกัน ที่น่าจะให้น้ำหนักมีอยู่ด้วยกัน 2 ประการคือ

1.คดีร่ำรวยผิดปกติซึ่งในด้านกฎหมายมองได้ 2 ประเด็นคือ

หนึ่ง มองว่า ทรัพย์สินมูลค่า 76,000 ล้านบาทเป็นสินสมรส เมื่อหย่าขาดกันแล้ว ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งต้องตกเป็นของคุณหญิงพจมานซึ่งคุณหญิงพจมานสามารถยื่นคำร้องต่อศาลว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น มิได้เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณแล้วและมิได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทรัพย์สินดังกล่าวจึงไม่อยู่ในข่ายที่ศาลจะมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ มีผู้มองว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินนั้น อยู่ที่ว่า ทรัพย์สินนั้นได้มาโดยชอบหรือไม่ และเป็นการได้มาระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 นั้น การแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
รวมถึงคู่สมรสด้วย

ดังนั้น ถ้าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ แม้จะเป็นสินสมรส(ที่ยังมิได้แบ่ง)ก็สามารถยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ เช่น กรณีที่คณะกรรมการป้องและปราบปรามการการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มีมติว่า นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตรองปลัดกระทรวงการคลังร่ำรวยผิดปกตินั้น ส่วนหนึ่งเป็นเงินในบัญชีของคู่สมรสนายนิพัทธ

สอง ที่ผ่านมาการจัดการเรื่องธุรกิจ เอกสาร เรื่องหุ้นบริษัทต่างๆเป็นภาระหน้าที่ของคุณหญิงพจมาน ดังนั้นคุณหญิงพจมานจึงรู้รายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้มาทั้งหมด ซึ่งการต่อสู้คดีร่ำรวยผิดปกติจำเป็นต้องอาศัยผู้ที่รู้ว่า จะนำข้อมูลพยานหลักฐานอยู่ที่ไหนอย่างไรและอำนวยการคดีอย่างใกล้ชิดเพื่อพิสูจน์ว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ได้มาโดยชอบ

หลังจากที่หย่ากันแล้วคุณหญิงพจมานสามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อปรึกษาหารือกับทนายความเพื่อต่อสู้คดีได้อย่างใกล้ชิดซึ่งศาลฎีกานัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 25 ธันวาคม 2551

2.เป็นกลยุทธ์ในการต่อสู้ทางการเมือง

ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้เนื่องจากมีหมายจับของศาลฎีกาฯคาอยู่ พ.ต.ท.ทักษิณจึงจำเป็นต้องเคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศในรูปแบบต่างๆ เช่น การโฟนอินปลุกเร้าม็อบเสื้อแดงให้เห็นใจในชะตากรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ถูกรังแกจนบ้านแตกสาแหรกขาดถึงขั้นหย่ากับภรรยา

ล่าสุดพยายามสร้างภาพลักษณ์ระดับโลกด้วยการตั้งมูลนิธิ เดอะ บิลดิ้ง อะ เบทเทอร์ ฟิวเจอร์ มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ฮ่องกงและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ในแวดวงธุรกิจและการเงินในภูมิภาคเอเชียและจะช่วยกันร่างนโยบายด้านการพัฒนา

ขณะที่คุณหญิงพจมานไม่มีหมายจับใดๆ เพราะคดีหลีกเลียงภาษีการโอนหุ้น 738 ล้านบาทที่ถูกพิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน 3 ปี เป็นเพียงศาลชั้นต้น คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ จึงสามารรถเข้ามาดำเนินการในทางการเมืองได้อย่างลับๆ(เป็นบทบาทที่คุณหญิงพจมานถนัดตั้งแต่การทำธุรกิจแล้ว)โดยเฉพาะถ้ามีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ที่อาจจำเป็นต้องใช้กระสุนอย่างมาก ก็จะสามารถควบคุมได้ด้วยตนเอง

ขณะเดียวกันการตัดสัมพันธ์กันในทางนิตินัยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้สามารถอ้างได้ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆแล้วเพื่อมิให้ตกเป็นเป้าจับตาในทางการเมือง

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

เรื่องที่หลายคนมองข้าม รวมทั้งอดีตคู่สมรส

ตั้งหัวข้อ  tang may on Wed Nov 19, 2008 7:59 am

เขาบอกว่า เส้นทางชีวิตของคนเรานั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวมากๆ เหมือนกับ ดีเอ็นเอ ในการดำเนินชีวิต
แต่ก็มีเหมือนกันที่ชีวิตมิได้เป็นเอกเทศ คือ ได้รับอิทธิพลจากผู้อื่น เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ลูก และ คู่สมรส

บางคนจะดีกว่าถ้าอยู่คนเดียว บางคนจะรุ่งสุดถ้าอยู่กับคนอีกคนหนึ่ง คำว่ารุ่งสุด มิได้คิดเป็นเรื่องดี หรือ ไม่ดี
แต่เป็นเรื่องที่สูงสุด ในสองมุม

เช่นบางคู่อยู่มาจนมาตั้งนาน จนมีลูก ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ บางคู่ตอนอยู่กับคู่สมรสคนนี้แล้วดีมาก แต่คนเราก็อย่างว่า ไปฟูฟุบกับสิ่งเร้าภายนอกมากไป ในที่สุดก็ต้องการสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต คิดว่าจะเลิกกับคนที่อยู่ด้วยกันมา หรือ ไปหาใครมาเพิ่มเติม จึงส่งผลให้ชีวิตเปลี่ยนไป

บางคนไม่ได้ต้องการเลิกเพื่ออำเภอใจ แต่เลิกแบบมีการไตร่ตรองร่วมกันไว้ก่อนว่า คุ้มทุน ได้มากกว่าเสีย
ก็เลยเลิกกันทางนิตินัย แต่หารู้ไม่ว่า มันจะมีผลกระทบไม่มากก็น้อย เพราะว่าทำเลที่อยู่อาศัยของคนใดคนหนึ่งต้องเปลียนไป เนื่องจากการแยกกันอยู่ หรือ แยกกันตี ร่วมกันตาย ก็ตาม

การที่คนเราอยู่ห่างๆ กันมากๆ มันมีผลในแง่ความรู้สึกด้วย ไม่ใช่ว่าในเรื่องทำเลอย่างเดียว ทำเลส่งผลกระทบกับจิตใจ และก็อย่างอื่นจะตามมา

แต่ว่าบางคนอาจคิดอย่างปลงตกว่า อยู่มาจนป่านนี้แล้ว จะไปอะไรกันนักหนากับความรัก ความใกล้ชิด หรือ ชีวิตที่คิขุ เพราะผ่านมามากมายแล้ว ตอนนี้เอาเงินไว้ก่อนดีกว่า

แถมเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เปิดตัวกิ๊กใหม่ แบบชนิดที่ตามน้ำ คือ เป็นข้ออ้างกับสังคมให้เชื่อได้ว่า เนี่ยหย่าจริงๆ นะ เพราะปันใจให้เด็กที่เรียกลูกว่าพี่ ไม่ได้หย่าเมียเพราะการเมืองเลย ให้ตายสิ (คนพูดตายนะ) ไม่ได้หวังผลทาง กฎหมายเลยด้วยซ้ำไป ในเวลาเดียวกันก็ ดีใจลึกๆ เพราะเมียจะมาโวยวายก็ใช่ที่ เพราะแผนนี้ เธอเองนะ ที่เป็นคนนำเสนอชั้นน่ะ ได้สองเด้งเลย

นิยามของกิ๊ก กิ๊ก = ภาพฝัน จินตนาการ
นิยามของเมีย เมีย = ตัวเป็นๆ จับต้องได้ ดังนั้นทุกตำหนิ เห็นได้ชัดเจน มุมกล้องช่วยมิได้เลย

แต่วันใดที่กิ๊ก กลายเป็นเมียเมื่อไหร ก็จะกลายเป็นตัวเป็นๆ จับต้องได้ และ ทุกตำหนิ ก็เห็นชัดแจ๋ว
สองอย่างนั้นก็เลยต่างกันด้วยประการฉะนี้

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงเวลาต้องแปลงภรรยาเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Nov 19, 2008 8:32 am

มาเป็นฉากๆ แบบนี้

ดูท่าทาง หนังเรื่องนี้ คงน้ำเน่าแน่ๆ

เฮ้อ!!! หันหน้าเข้าวัด ทำบุญ ทำกุศลดีกว่า

เราไม่ทำบุญให้ตัวเราเอง หรือจะรอให้ใครมาทำให้

แต่จะมีใครมาทำให้รึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงเวลาต้องแปลงภรรยาเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  tang may on Thu Nov 20, 2008 2:07 pm

Read my lips: no new taxes ... เป็นวลีในการหาเสียงสมัย บูช พ่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๑

ส่วน enough is enough เป็นคำพูดในอดีต ของนายกฯ เงาเมืองไทย ไม่ใช่อดีตนายก ฯ แต่เป็นเสียยิ่งกว่าอีก

ตอนนี้เห็นทีจะต้องเปลี่ยนเป็น e-poch is enough .... แปลเองค่ะ

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

พิษสงรอบตัว ทั้งสองคนเลย

ตั้งหัวข้อ  tang may on Thu Nov 20, 2008 5:51 pm


tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงเวลาต้องแปลงภรรยาเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  Guest on Fri Nov 21, 2008 1:42 am

แหมคุณ tang may เขียนได้ดีครับ

Guest
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงเวลาต้องแปลงภรรยาเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  tang may on Fri Nov 21, 2008 8:01 am

บทสรรเสริญ ภริยา !!

ภรรยาดีเป็นศรีบ้าน
บริหาร งานน้อยใหญ่
เป็นชีวิต เป็นจิตใจ
ร่มโพธิ์ไทร ให้สามี

ยามขัดสน ทนกัดเกลือ
หาสินเชื่อ เพื่อคุณพี่
ธุรกิจ ไปไม่ดี
แต่ยังมี เมียที่ทน

ส่วนมากเท่าที่เคยเห็น ตอนจนมีเมียหลวงร่วมฝ่าฟัน แต่พอดีๆ แล้วในที่สุด
ภริยาที่ออกหน้า ออกสังคม มักมิใช่ภริยาคนแรก สัก เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เห็นจะได้ ที่เป็นดังนี้

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงเวลาต้องแปลงภรรยาเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  tang may on Sat Nov 22, 2008 8:17 am

เซียนการเมือง อาจมองว่า นี่คือการเปิดอีกแนวรบหนึ่ง มีตัวเลือกทางการเมือง แต่จะบอกว่าประเทศเราไม่เหมือนกับ ประเทศในเอเชียใต้ ที่เราจะเห็นว่า อินเดีย ลังกา ปากีสถาน ต่างก็เคยมีผู้นำสตรีกันทั้งสิ้น

หากดูให้ดีจะเห็นว่า เธอเหล่านั้นมีที่มาคล้ายๆ กัน ก็คือ ส่วนใหญ่เป็นทายาททางสายเลือก ในทางการเมือง จากพ่อ แม่ ไม่มีใครที่รับอำนาจจากสามี ยกเว้นนางซอนยา คานธี ที่สืบอำนาจจากสามี นายราจีฟ

ลองกลับไปดูสหรัฐอเมริกากันสักหน่อยดีกว่า สมัยที่นางฮิลลารี คลินตัน เป็น สตรีหมายเลข ๑ บทบาทดูโดดเด่นมาก เรียกได้ว่าข่มสามีอยู่ในที แต่บังเอิญ บิล คลินตัน เป็นคนมีบุคคลิกทางการเมืองที่ไม่อ่อนด้อย ก็เลยทำให้อาการข่มไม่หนักข้อมากเกินไป

ตอนนั้นใครๆ ก็บอกว่าสหรัฐมีประธานาธิบดีสองคน

กรณี คุณหญิง กับ บ้ารัก ซินาตร้า (คู่แข่งบารัค โอบามา) ต่างกันกับกรณี คุ่คลินตัน เพราะว่าคุณหญิง ถนัดงานเบื้องหลังมากกว่างานออกหน้า ส่วน บ้ารัก ถนัดงานหน้ากล้องเป็นที่สุด ทุกบทบาท ล้วนจัดเจน จึงแบ่งแยกหน้าที่กันได้ชัดอยู่แล้ว

ทีนี้เมื่อคุณนายคลินตัน มาลงสมัครเป็น ปธน เองบ้าง แบบเดี่ยวๆ บุคคลิกของเธอต่างกับสามีมาก เพราะขาดประกายดาราทางการเมือง ไม่เหมือน นายคลินตัน และยังมาในเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะสม คือมีคู่แข่งที่มีข้อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเขาจะเป็นคนผิวสีก็ตาม

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า คุณสมบัติส่วนตัวที่เป็นคนถนัดเล่นข้างหลัง(ฉาก) จึงทำให้ บิล อดเป็นสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่ง ไปในครั้งนี้

และเมื่อย้อนกลับมาเปรียบกับ คุณหญิง ก็จะเห็นว่า โอกาสที่คุณหญิงจะมาเป็นคนแถวหน้า ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ คนชักหุ่นกระบอก แต่งตัวยังไงก็ไม่สำคัญกับ ตัวหุ่น ที่จะแสดงออกมา แม้ว่าลีลาหุ่นนั้น คนชักเป็นคนกำกับ และ สร้างภาพให้ปรากฎ เบื้องหน้าเวทีก็ตาม

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เมื่อถึงเวลาต้องแปลงภรรยาเป็นอาวุธ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Nov 22, 2008 11:42 am

แต่ไม่นาน เราอาจได้เห็นบิล คลินตัน เป็นสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งก็เป็นได้

เมื่อหุ่นเชิด ที่มาทำงานเป็นตัวคั่นเวลา ได้หมดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ