ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Nov 26, 2008 3:58 pm

โดนดูดเงินในธนาคารเป็นแสน
ไม่มีการแจ้งใดๆทั้งสิ้น
คำตอบที่ได้รับคือคำว่า "ขอโทษ"

โอ้โห! สุดยอดจริงๆ ธนาคารกสิกรไทย

สาเหตุย่อมๆที่ทำให้เกิดก็คือ ฝ่าย นปช.ได้ออกมากล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงเทพ เป็นผู้สนับสนุนเบื้องหลังกลุ่มพันธมิตรฯ
และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศ นานหลายเดือน
ล่าสุดคือการตัดขาดจากต่างประเทศ โดยการที่กลุ่มพันธมิตรได้ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ
ไม่ต้องคาดเดาเลย ว่าในอนาคตอันใกล้ หลายๆธนาคารเจ๊งแน่ๆ

มัวแต่นั่งภาคภูมิใจกับตัวเลขในสมุดบัญชี
ใครจะรู้ว่าในไม่กี่วันข้างหน้า เวลาที่ท่านเดินไปถอนเงินในบัญชี
ทางธนาคารอาจแจ้งว่า เราไม่สามารถให้เงินสดตามจำนวนที่ท่านขอไว้ได้

เหอๆๆๆ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Nov 26, 2008 4:06 pm

โดนมากับตัวเอง ไม่ต้องไปเช็คข่าวที่ไหนเลย

แหม!!ตอนแรกเถียงฉอดๆๆๆ พอพูดเรื่องกฎหมาย แล้วบอกให้เตรียมตัวตกงานกันได้แล้ว ถึงได้มีคำว่า "ขอโทษ"

เฮ้อ!!! เซ็ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Nov 26, 2008 4:12 pm

จากข่าวล่าสุด พันธมิตรเตรียมเคลื่อนตัวปิดท่าเรือคลองเตย

เอ้า!!! เจ้าข้าเอ๋ย พันธมิตรเจ้าขา

ปิดประเทศไปเลยดีกว่ามั้ย

ไหนๆก็ขึ้นไปประกาศบนเวทีพันธมิตรเรียบร้อยแล้ว ว่าต่อให้สูญเสียวันละพันล้านบาทก็คุ้ม

ระอาเต็มทีแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Nov 26, 2008 4:21 pm

เข้าใกล้สู่ความเป็นทาสไปทุกขณะ สำหรับประเทศไทย

ทุกระบบเจ๊งกันระนาว โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ ที่เริ่มจะหากินได้ลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ

ในไม่ช้า ต่างชาติก็จะหนีจากต่างประเทศ เข้ามาประเทศไทย
แล้วเราก็จะกลายเป็นทาสเงินของชาวต่างชาติ
ใช้ให้ทำอะไรก็ต้องทำ
นี่แหละ ผลงานของพันธมิตร
เป็นไงหล่ะ การเมืองภาคประชาชน การเมืองใหม่ที่ถามหา
กาขาว จะเข้ามาครองเมืองหล่ะทีนี้

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Wed Nov 26, 2008 5:47 pm

เสียใจด้วย แต่อย่าได้งง กับสิ่งที่เกิดขึ้น
ธนาคาร ก็คล้ายกับธุรกิจที่หวังผลกำไรอย่างหนึ่ง
เงินของเราที่ฝากไว้ ตัวเราก็ได้ดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารก็ต้องนำเงินของเราไปทำประโยชน์ให้เกิดดอกเบี้ยและกำไรเช่นกัน

สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ประชาชนเจ๊ง ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะจ่ายเงินกู้ธนาคาร
เมื่อธนาคารไม่ได้รับเงินทุน และกำไรตามที่ตั้งเป้าไว้ ก็เกิดความเสียหาย เป็นธรรมดา

ช่วงนี้ ใครที่เป็นหนี้บัตรเครดิตธนาคารไว้ ก็ระวังว่าธนาคารจะยึดเงินของท่านไว้ดื้อๆ
โดยอ้างว่า ชำระค่าบัตรเครดิต ทั้งๆที่แท้จริงแล้ว ในทางกฎหมาย ธนาคารไม่สามารถกระทำได้
แต่ใครจะทำอะไรได้ แจ้งความ ดำเนินคดี ไม่ได้ช่วยให้ได้เงินคืนในทันที
แถมตอนนี้ คดีความในศาล เรียงเป็นห้องๆ ชนิดที่ว่า คดีของคุณนั้น จะได้รับการไต่สวน สืบความเมื่อใด
ก็พอดี ลืมหนี้ ลืมเงินไปแล้ว

เลิกสร้างความเสียหายให้กับประเทศ มองรอบๆตัวด้วยใจสักนิด
หันกลับมาร่วมมือ แก้ปัญหาร่วมกัน เพื่อให้ประชาชน และประเทศชาติ อยู่รอดกันเถอะ
หรืออยากให้เราเป็นทาสของชาวต่างชาติจริงๆ
avatar
ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สิทธิของข้าใครอย่าแตะ

ตั้งหัวข้อ  tang may on Wed Nov 26, 2008 5:58 pm

ส่งเมล์ไปฟ้องแบ็งค์ชาติ และ ฝ่ายบริหารของธนาคารกสิกรไทย

เพราะว่าเขาไม่มีสิทธิ ดำเนินการเช่นนั้น ในเมื่อเราไม่เคยยินยอมให้หักบัญชี จะหักได้ยังไง
แบบนี้เข่าข่ายปล้นชัดๆ คดีอาญาไหมเนี่ย ?

ปกติ เวลาแบงค์ออก รายงานความเคลื่อนไหวทางการเงิน หรือ bank statement เขาจะมีคำกล่าวว่า
หากเราเห็นรายการผิดปกติ ให้ทักท้วง ธนาคาร

อย่างนี้ก็ทักท้วงได้ ลองไปทาง สนญ มีลุ้นว่าจะได้เงินคืน

ไม่ลองไม่รู้ แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้คนรังแกนะ

จะเล่าให้ฟังก็ได้ เรื่องนี้เกิดสิบปีแล้ว เคยซื้อทีวียี่ห้อ หนึ่ง เป็นทีวีนำเข้า
ซึ่งเรากำหนดมาตรฐานว่ามันจะต้องดี เพราะราคาแพงมาก

แต่ปรากฎว่า มันมีปัญหา ภาพไม่ดี ไม่ชัด ทีวีในนี้ยังดีกว่า
เราก็บอกศูนย์บริการไปถึงปัญหานี้ แต่ไม่มีใครสนใจ เท่าที่ควร มาแก้ไขให้แต่มันก็ยังไม่ดี
เราก็เลยเขียนจดหมายไปบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ด้วยภาษาอังกฤษที่แสนจะอ่อนแอ แต่ความโกรธ ทำให้เราต้องทำแบบนั้น และแล้ว บริษัท ในเมืองไทยก็ได้รับคำสั่งจากบริษัทแม่ให้มาดูแลเราใหม่ และ เปลี่ยนเครื่อง
โดยด่ากันยับ ทั้งทีม รวมทั้ง ผู้จัดการศูนย์ และ คนดูแลลูกค้า พนักงานขายบอกว่า เขาน่าจะได้รับรู้เรื้องนี้
เราบอกว่า เราเองไม่อยากทำร้ายใครหรอก แต่ทุกคนจะต้องรู้จักหน้าที่และเข้าใจว่าอะไรคือการให้บริการ
อย่าคิดว่าลูกค้าคือ ทาสที่จะรองรับอะไรก็ได้ ตามแต่คุณจะให้บริการ เพราะเวลาจ่ายเงินเราจ่ายเงินจริง ไม่ได้จ่ายเงินปลอม และหรือจ่ายเงินจำนวนน้อยกว่าที่ควรจ่าย

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Nov 26, 2008 6:57 pm

จริงๆแล้ว ต้องขอบคุณธนาคารกสิกรไทย ที่กระทำเหตุการณ์แบบนี้

เพราะถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ดังที่ได้กล่าวไว้ เราจะไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว เศรษฐกิจไทยได้เดินเข้าสู่ทางตันแล้ว

ธนาคารสามารถทำได้ทุกอย่าง ให้ตัวเองอยู่รอด โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้น

ทั้งในทางกฎหมายและความเสียหายต่อภาพลักษณ์ทางสังคม

ประเทศชาติได้คืบคลานเข้าสู่ความเป็นทาสไปทุกขณะ

สิ่งที่เสียไปแล้ว เรียกคืนไม่ได้ แต่เราจะทำอย่างไรที่จะรักษาสิ่งที่มีอยู่ไว้--->นี่คือสิ่งที่ทุกคนควรจะคำนึง

หากวันนี้ พันธมิตรยังคงอ้างว่า ทักษิณโกงชาติไปเป็นแสนๆล้าน ต่อให้พันธมิตรทำให้ประเทศชาติสูญเสียเงินวันละพันล้าน ก็ยังถือว่าคุ้ม

เราขอให้คำสัตย์ และปฏิญาณว่า

ตราบที่ยังมีลมหายใจในชาตินี้ ถ้าเรายังมีชีวิตรอด พันธมิตรต้องไม่มีชีวิตรอด

เราขอทำทุกอย่าง ทุกวิถีทางที่จะกระทำได้

เพราะสิ่งที่เราได้กระทำลงไป นั่นย่อมหมายถึง ความอยู่รอดของประเทศชาติ โดยไม่เป็นทาสของใครทั้งสิ้น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

กระแสเงินหมุนเวียน เปรียบเหมือนลมปราณ

ตั้งหัวข้อ  tang may on Fri Nov 28, 2008 8:20 pm

ตราบใดที่คนเรายังต้องกินต้องใช้ค่ะ ยังไม่ได้ฝึกถึงขั้น ไม่มีไม่กิน
กระแสเงินหมุนเวียนจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากเมื่อใดที่มีข่าว ว่าสถาบันการเงินส่อเค้ามีปัญหา
เมื่อนั้น ลางร้ายมาเยือนแน่ๆ

คนที่เดือดร้อนเห็นทีจะมิใช่ ทักษิณ และพวก สนธิ และ พลพรรค

แต่เป็นเราๆ ท่านๆ นี่แหละค่ะ

ไม่อยากลำบากตอนแก่เลยจริงๆ

ขอให้อย่าเกิดเหตุการณ์อย่างที่ระแวงไว้เถอะ

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

555 ตามนั้น

ตั้งหัวข้อ  - on Fri Nov 28, 2008 11:05 pm

เห็นบอกว่า2กลุ่มมันพวกเดียวกัน แต่ผมเห็นแต่ละข้อความด่าแต่ พธม.อย่างเดียวไม่เห็นด่าเสื้อแดงบ้าง
ผมว่าคุณก็คือพวก นปก. เท่านั้น อย่ามาอ้างเลย ว่า 2 ฝ่ายพวกเดียวกัน มันสะตอนะ

-
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  tang may on Sat Nov 29, 2008 1:02 pm

ตอนนี้ความขัดแย้ง เป็นสองแนวทางชัดเจนมากแล้วค่ะ คนอ่านจะต้องอ่านและใคร่ครวญเอง
แล้วก็ช่วยกันเผยแพร่ไปยังบรรดาคนใกล้ชิด เพื่อน คนในครอบครัว เท่าที่จะบอกได้

อย่าปล่อยให้ความคิดขัดแย้งทำร้ายพวกเรากันเอง พวกเรา ปชช คนที่ไปร่วมชุมนุม ทั้งสองฝ่าย
คนเขียน คนอ่านข้อมูลตามเว็บ ต่างๆ ก็คือ คนที่ต้องตกเป็นเหยื่อของ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์
ไม่ว่าเขาจะเป็นคนๆ เดียว กลุ่มบุคคล หรือใครก็ตามค่ะ

การเขียนหักล้างกันในเว็บบางทีก็ไม่ค่อยเกิดประโยชน์นัก มีความรู้สึกว่าบรรยากาศที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
จะเป็นด้วยถ้อยคำชนิดใดก็ตาม โดยเฉพาะคำหยาบคาย มันค่อยข้างทำร้าย จิตใจ พวกเรากันเข้าไปทุกทีแล้วนะ

เราชนะกันในเว็บ แล้วเป็นไงคะ เถียงชนะแล้วคิดว่า เราจะเปลี่ยนแปลงความเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งได้หรือไม่

สามเรื่องที่ห้ามกันนักว่าอย่ามาเถียงกันเลย ความเชื่อ ศาสนา และ การเมือง ใช่หรือเปล่าละคะ

แต่ที่บอกให้ช่วยๆ กันกระจาย เราก็ได้แต่ให้ข้อมูลเขาดีๆ แล้วพูดกันก่อนว่าไปคิดเอา อย่าเพิ่งมาโกรธกันเลย เพราะเรากับเขาก็เหมือนกัน คือ ไม่อยากเปลี่ยนสัญชาติ ในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Dec 09, 2008 7:51 pm

เมื่อเช้านี้ กะว่าเปิดทีวีไว้ให้แมวดู ปรากฎว่าเปิดปุ๊บ ช่อง ๗ เปิดปั๊บ แล้วก็เป็นข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอดิบพอดี

ข่าวนั้นกล่าวว่า ธ.กรุงไทยมีความแข็งแกร่งลดลง คงต้องมีการเร่งระดมทุน เพื่อเพิ่มมูลค่าฯ อะไรประมาณนี้

แล้วจะมาบอกกล่าวกันต่อไป

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 03, 2009 10:31 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1233627239&grpid=03&catid=06

วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 09:13:44 น.
มติชนออนไลน์

"โอบามา"เผยข่าวร้าย อีกหลายธนาคารต้องล้มละลาย

P { margin: 0px; }
นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี
วันนี้ ( 3 ก.พ.) ว่า อาจมีธนาคารสหรัฐฯ อีกหลายแห่งที่ล้มละลาย
แต่รับรองว่าเงินของผู้ฝากจะไม่สูญหายไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม
กิจการธนาคารในสหรัฐ ฯ ในขณะนี้อยู่ในภาวะสั่นคลอนอย่างมาก
เนื่องจากการจัดการที่ผิดพลาด
และการบริหารงานที่มีความเสี่ยงอย่างมากเกินไป
จึงจำเป็นที่ภาครัฐจะต้องจัดระบบการเงิน และวางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับ
ธนาคารใหม่

นอกจากนี้ นายโอบามา กล่าวว่า จะต้องทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ
กลับมาหมุนเวียนได้ดีอีกครั้ง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ครั้งใหม่ในปี 2555 แต่ถ้าเขาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นไม่ได้
ก็จะขออยู่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แค่สมัยเดียวเท่านั้น
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 03, 2009 10:34 am

- พิมพ์ว่า:เห็นบอกว่า2กลุ่มมันพวกเดียวกัน แต่ผมเห็นแต่ละข้อความด่าแต่ พธม.อย่างเดียวไม่เห็นด่าเสื้อแดงบ้าง
ผมว่าคุณก็คือพวก นปก. เท่านั้น อย่ามาอ้างเลย ว่า 2 ฝ่ายพวกเดียวกัน มันสะตอนะ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1233629203&grpid=01&catid=05


วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 09:43:37 น.
มติชนออนไลน์


"อภิสิทธิ์"ฟื้นตั้ง"ผู้แทนการค้าไทย"5คน หลังถูกยุบทิ้งสมัยสุรยุทธ์ รับเงินเดือนเท่ารองนายกฯ

รัฐบาลอภิสิทธิ์ฟื้นตั้ง"ผู้แทนการค้าไทย"
ไม่เกิน 5 คน ให้ได้รับเกียรติยศ-ผลตอบแทนเท่ารองนายกฯ-รัฐมนตรี
เผยสมัยสุรยุทธ์โละทิ้งเพราะเป็นแนวคิดของ "ทักษิณ"


P { margin: 0px; } ผู้
สื่อข่าว"มติชนออนไลน์"รายงานเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า
เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย พ.ศ. 2552
เพื่อจัดตั้งสำนักงานผู้แทนการค้าไทยขึ้นมาอีกครึ่งหนึ่งหลุงจากที่เคยจัด
ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2545 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
และถุกยกเเลิกไปเมื่อวันที่ 5 กันนายน 2550 สมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์


ระเบียบดังกล่าวระบุถึงวัตถุประสงค์ในการแต่งตั้งผู้แทนการค้าไทยจัด
ตั้งสำนักงานผู้แทนการค้าไทยว่า เพื่อเสริมสร้างความเป็นเอกภาพ
และประสิทธิภาพในการดำเนินการตามนโยบายยุทธศาสตร์
ท่าทีและประเด็นด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของรัฐบาลและความร่วมมือ
ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
สมควรให้มีผู้แทนการค้าไทยเป็นกลไกหนึ่งในการดำเนินการดังกล่าว
และให้มีสำนักงานผู้แทนการค้าไทยทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านธุรการและวิชาการ
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของผู้แทนการค้าไทย

ทั้งนี้ให้นายกรัฐมนตรีมีอำ
นาจแต่งตั้งผู้แทนการค้าไทยจำ นวนไม่เกิน 5
คนโดยให้แต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธานผู้แทนการค้าไทยทำหน้าที่ประสานการ
ปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนการค้าไทย


ผู้แทนการค้าไทยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(1)
เป็นผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรีในการเจรจากับต่างประเทศหรือกับองค์การ
ระหว่างประเทศในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
รวมทั้งเรื่องอื่นที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย ยุทธศาสตร์
ท่าทีของรัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ตามประเด็นที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย แล้วรายงานต่อนายกรัฐมนตรี

(2)
เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการค้าและการ
ลงทุนระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินการดังกล่าวหรือผลกระทบด้านการค้าและการ
ลงทุนระหว่างประเทศจากการดำเนินนโยบายด้านอื่น ๆ

(3)
เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดทำแผนงานและงบประมาณ
รายจ่ายด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของ
รัฐที่เกี่ยวข้อง

(4) บูรณาการและประสานการปฏิบัติตามนโยบายด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศตาม (2) และ (3)

(5) เรียกให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ให้ข้อมูลหรือแสดงความเห็นประกอบการพิจารณา

(6) แต่งตั้งที่ปรึกษาด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย

(7) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

สำหรับผลตอบแทนนั้นระเบียบกำหนดให้ประธานผู้แทนการค้าไทยและผู้แทนการค้าไทยได้รับเกียรติ ค่าตอบแทนและประโยชน์ตอบแทนอื่นในฐานะทัดเทียมกับรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี

ให้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนการค้าไทย ในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี และให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(1) รับผิดชอบในงานธุรการ งานวิชาการ และงานการประชุมของผู้แทนการค้าไทย

(2) เสนอแนะข้อมูลหรือแนวทางแก่ผู้แทนการค้าไทยเกี่ยวกับนโยบาย
ยุทธศาสตร์ ท่าทีกลยุทธ์และแผนการเจรจา การนำไปสู่การปฏิบัติจริง
และการอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

(3) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจการค้า
การลงทุนของประเทศคู่ค้ารวมทั้งผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว
และมาตรการรองรับผลกระทบดังกล่าว
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของผู้แทนการค้าไทย

(4) ประสาน และขอข้อมูลการดำเนินงานเกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ ท่าที
กลยุทธ์และแผนการเจรจาด้านการค้าการลงทุน มาตรการรองรับผลกระทบต่าง ๆ
และการอื่นที่เกี่ยวกับการค้าการลงทุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(5) ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อให้ชี้แจง
รับฟังความเห็น หรือให้ข้อมูลใด ๆ
ที่เกี่ยวกับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

(6) ยืมตัวบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์
รวมทั้งการขอใช้อสังหาริมทรัพย์ของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค
ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและหน่วยงานอื่นของรัฐ
เพื่อช่วยการปฏิบัติงานของสำนักงานได้ตามความจำเป็น

(7) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้แทนการค้าไทย

ทั้งนี้ให้หัวหน้าสำนักงานเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
เป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสำนักงาน
และรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของสำนักงานโดย
นายกรัฐมนตรีอาจมีคำสั่งให้ข้าราชการ
พนักงานราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการอื่นหรือสำนักงานอาจขอให้คณะรัฐมนตรี
มีมติให้พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐไปช่วยปฏิบัติ
งานในสำนักงานได้
โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานตามปกติโดยจะให้ไปช่วยปฏิบัติ
งานเต็มเวลา บางเวลาหรือนอกเวลา หรือตามที่มอบหมายก็ได้

ให้มีการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนขึ้น เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนการดำเนินงานของผู้แทนการค้าไทย ทั้งนี้การจัดตั้งกองทุนดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

บ้าเปล่า

ตั้งหัวข้อ  +++ on Tue Feb 03, 2009 6:06 pm

ไอ้ บ้า เลอะเทอะ

+++
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 05, 2009 10:06 pm

http://www.bangkokbiznews.com/home/news/finance/finance/2009/02/05/news_13633.php

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 11:53

สถาบันคุ้มครองเงินฝากหาช่องอุ้มลูกหนี้



โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์





สถาบันคุ้มครองเงินฝากหาช่องอุ้มลูกหนี้ หากแบงก์เจ๊ง
เผยอยู่ระหว่างการหารือธปท. เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องในการทำธุรกิจ
นอกเหนือค้ำประกันเงินฝาก

นาย
สิงหะ นิกรพันธุ์ ผู้อำนวยการ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
ให้ความเห็นถึงกรณีการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นหนี้เงินกู้
หากสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อมีปัญหาทางการเงิน
และถูกปิดกิจการตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก
ซึ่งยังไม่มีกำหมายออกมารองรับการช่วยเหลือลูกหนี้
นอกเหนือจากการค้ำประกันเงินฝากให้กับผู้ฝากเงินว่า
เรื่องนี้สถาบันคุ้มครองเงินฝากก็มีความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน
ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย
เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ลูกหนี้ที่กู้เงินไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ
และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ซึ่งในเบื้องต้นอาจมีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลลูกหนี้ที่ได้รับ
ผลกระทบจากการปิดสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม
หากมีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายรองรับสำหรับการดำเนินงานของสถาบันคุ้มครองเงินฝากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
หลังมีการจัดตั้ง ในสิ้นปีที่ผ่านมา
ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบได้ส่งเงินสมทบเข้ามาแล้ว 10,372 ล้านบาท
และจะมีการจัดเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตรา 0.4%
แบ่งเป็นจ่ายงวดแรกในเดือนมิ.ย. และงวดที่สองในเดือนธ.ค. ทุกๆปี
ส่วนการคุ้มครองเงินฝาก ได้กำหนดให้ช่วง 3 ปีแรก คุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวน
ส่วนปีที่ 4 คุ้มครองเงินฝาก 50 ล้านบาท และปีที่ 5 คุ้มครองเงินฝาก 1
ล้านบาท จากเดิมที่กำหนดให้ในปีแรกคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวน ปีที่ 2
ลดการคุ้มครองเหลือ 100 ล้านบาท ปีที่ 3 จำนวน 50 ล้านบาท ปีที่ 4 จำนวน
10 ล้านบาท และปีที่ 5 จำนวน 1 ล้านบาทนายสิงหะ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการคุ้มครองเงินฝาก
และเพดานการคุ้มครองเงินฝาก
เนื่องจากในปีที่ผ่านมาหลังเกิดวิกฤตการเงินโลก ทำให้ ดร.สุชาติ
ธาดาธำรงเวช รมว.คลังในช่วงนั้น
ได้มอบนโยบายให้หาช่องทางในการฟื้นความเชื่อมั่นผู้ฝาก
เพื่อป้องกั้นความตื่นตระหนกทั้งนี้ คณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝากจึงอาศัยอำนาจตามกำหมายในมาตรา 72
บทเฉพาะการ เสนอให้กระทรวงการคลัง
ขยายเวลาการคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวนออกไปเป็นเวลา 3 ปี
ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบ ครม.ในรัฐบาลซึ่งมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
เป็นนายกรัฐมนตรี
และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม
หลังเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอที่ประชุมครม."เราขยายเวลาคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวน 3 ปี
เพื่อซื้อใจและเรียกความเชื่อมั่นผู้ฝากเงิน
ไม่ให้ตื่นตระหนกจากวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้น" นายสิงหะกล่าวผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ให้ความเห็นอีกว่า
วิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับสถาบันการเงินไทย
เนื่องจากในช่วง 11 ปี ที่ผ่านมา สถาบันการเงินไทยได้ผ่านวิกฤติมาแล้ว
และระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ขณะเดียวกันมาตรฐานการปล่อยกู้ยังอยู่ในระดับสากล ทำให้ไม่น่าจะมีปัญหา
ต่อให้เกิดวิกฤติรุนแรง สถาบันการเงินของไทยน่าจะสามารถทัดทานกับปัญหาได้
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 08, 2009 10:24 pm

http://matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234099077&grpid=00&catid=06

วันที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 21:16:46 น. มติชนออนไลน์

สื่ออังกฤษแฉ "เมียนายกฯลอดช่อง" ทำ "เทมาเส็ก" เจ๊ง 4.3 ล้านล้านบาท หลังลงทุนภาคธนาคาร

สื่ออังกฤษชี้ "โฮ ชิง" เมียนายกฯ สิงคโปร์ ทำ "เทมาเส็ก" ขาดทุนย่อยยับ หลังไปลงทุนแบงก์เจ๊งฉุดทุนสำรองสิงคโปร์วูบราว 4.3 ล้านล้านบาท ชี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้องลงจากตำแหน่งประธานบริหาร


P { margin: 0px; }
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่า หนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ของอังกฤษ ฉบับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ได้รายงานเบื้องหลังกรณีนางโฮ ชิง ภรรยานายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริหารของเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ว่า ถึงแม้เจ้าหน้าที่ของเทมาเส็กจะอ้างว่า การลาออกของนางโฮ ชิง ไม่เกี่ยวอะไรกับการลงทุนที่เกิดปัญหาในช่วงปีที่ผ่านมา แต่จะเห็นว่า นายชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ อดีตประธานบริหารของบีเอชพี บิลลิตัน ที่มาดำรงตำแหน่งแทน ต้องลงมืออย่างรวดเร็วเพื่อปรับปรุงสัดส่วนการลงทุนของเทมาเส็กใหม่ โดยลงทุนในภาคที่มีการเติบโตดีกว่า เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ


รายงานข่าวระบุว่า นางโฮได้รับการยกย่องว่าเปลี่ยนเทมาเส็กจากบริษัทรัฐที่หลับใหลเพราะเน้นลงทุนแค่ในประเทศ เช่น ลงทุนในธนาคารดีบีเอส, สิงคโปร์แอร์ไลน์ ไปสู่การลงทุนระหว่างประเทศ โดยเธอกำกับดูแลการขยายลงทุนในตลาดเอเชียด้วยการซื้อหุ้นในกลุ่มธนาคาร โทรคมนาคม การศึกษา และสุขภาพ เพราะเชื่อว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้จะเติบโต เนื่องจากคนชั้นกลางในเอเชียจะเพิ่มขึ้น แต่ที่ทำให้เทมาเส็กมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างมาก คือ การเข้าซื้อหุ้นใหญ่ในสถาบันการเงินตะวันตก เริ่มจากการซื้อหุ้นธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ในปี 2549


รายงานข่าวระบุว่า จากนั้น 2 ปีต่อมา เทมาเส็กได้ลงทุนในเมอร์ริล ลินช์ ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาทางการเงินของสหรัฐเป็นเงิน 5.8 พันล้านดอลลาร์ (2.03 แสนล้านบาท) และ 2,000 ล้านดอลลาร์ (70,000 ล้านบาท) ในธนาคารบาร์เคลย์ของอังกฤษในช่วงที่เริ่มเกิดวิกฤตการเงินโลก การลงทุนในสถาบันการเงินตะวันตกดังกล่าวนี้เอง ที่ทำให้เทมาเส็กได้รับผลกระทบจากการที่อุตสาหกรรมธนาคารทั่วโลกวูบลงอย่างรวดเร็ว โดย ณ เดือนมีนาคม 2551 เทมาเส็กลงทุนในภาคการเงิน-การธนาคารประมาณ 40% ของพอร์ตที่มีอยู่ทั้งหมด 1.85 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 4.3 ล้านล้านบาท)


"ใครก็ตามที่มีความรู้เกี่ยวกับวิกฤตของธนาคาร รู้ว่านี่คือความผิดพลาดที่ไปลงทุนในภาคธนาคารเร็วเกินไป" ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรายหนึ่งในสิงคโปร์กล่าว


รายงานข่าวระบุอีกว่า แม้เจ้าหน้าที่ของเทมาเส็กจะออกมาปกป้องตัวเองว่า การลงทุนในสถาบันการเงินตะวันตก เช่น เมอร์ริล ลินช์ ก็เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกและเทมาเส็กก็พร้อมจะยืดอกรับผลที่เกิดขึ้น เพราะเป็นการลงทุนในระยะยาวที่จะมีผลกำไรกลับมาในที่สุดก็ตาม แต่การลงทุนเหล่านี้ก็อาจจะสูญไปได้ถ้าหากแบงก์ ออฟ อเมริกา ซึ่งเป็นผู้เทกโอเวอร์เมอร์ริล ลินช์ ไป รวมทั้งธนาคารบาร์เคลย์ ถูกรัฐบาลของแต่ละประเทศเข้ามาเทกโอเวอร์หากไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งนอกจากกรณีของธนาคารตะวันตกแล้ว เทมาเส็กยังประสบปัญหาจากการที่มูลค่าหุ้นของธนาคารในจีนลดลงอย่างมาก เช่น หุ้นของแบงก์ ออฟ ไชน่า


รายงานข่าวระบุว่า นอกจากนี้จีไอซี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกองทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ก็ยังลงทุนในธนาคารซิตี้กรุ๊ปของสหรัฐอเมริกา และยูบีเอสของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเงินรวมกัน 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 8.4 แสนล้านบาท) ซึ่งธนาคารทั้งสองแห่งก็ล้วนได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากวิกฤตสินเชื่อบ้านที่ปล่อยกู้แก่ผู้มีเครดิตต่ำกว่ามาตรฐาน (ซับไพรม์) โดยการลงทุนในภาคการเงิน-การธนาคารในตะวันตกครั้งนี้จะสร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลสิงคโปร์ เพราะจะทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศของสิงคโปร์เสียหาย
และการที่รัฐบาลสิงคโปร์แต่งตั้งนายกู๊ดเยียร์ดำรงตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่จะเปิดให้มีการใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ ในการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ปัจจุบันเทมาเส็กลงทุนเพียง 5% ของพอร์ต เนื่องจากเห็นว่ามีแนวโน้มเติบโตดี


นอกจากนี้ การที่ในเดือนที่แล้วเทมาเส็กได้แต่งตั้งนายมาร์คัส วอลเลนเบิร์ก นั่งเป็นกรรมการของเทมาเส็ก สะท้อนให้เห็นว่าเทมาเส็กพร้อมจะลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่ขณะนี้มีสัดส่วนเพียง 6% ของพอร์ตการลงทุน
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 10:42 am

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014962

นายกฯผู้ดีเตือนรับมือวิกฤต ศก.รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี

นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวเตือนว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งนี้จะรุนแรงยิ่งกว่าวิกฤตการเงินที่ทั่วโลกเคยเผชิญ ก่อนหน้านี้ หรือที่เรียกว่า "เกรท ดีเปรสชั่น" (Great depression)
หนังสือพิมพ์ยอร์กเชียร์ รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษ ที่กล่าวระหว่างการประชุมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดจากวิกฤตการเงินโลกครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ร้ายแรง ที่สุดในรอบ 100 ปี ที่ผ่านมา และรุนแรงยิ่งกว่าวิกฤตการเงินเมื่อปี 2473

2475 เป็นปีที่เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยการยึดอำนาจของ ปรีดี
2552 =2009, 2554 = 2011
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 11, 2009 3:51 pm

เราเตือนคุณแล้ว Exclamation Exclamation

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 11, 2009 8:48 pm


http://www.bangkokbiznews.com/home/news/finance/foreign/2009/02/11/news_15459.php
ธ.กลางอังกฤษเตือนศก.ถดถอยรุนแรงปีนี้


ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษเตือนเศรษฐกิจของอังกฤษจะถดถอยรุนแรง
ในปีนี้ เตรียมพร้อมอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นใช้จ่าย

นาย
เมอร์วิน คิง ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ
แถลงข่าวการคาดการณ์เศรษฐกิจรายไตรมาสที่กรุงลอนดอนวันนี้ว่า
แนวโน้มเศรษฐกิจของอังกฤษจะถดถอยลงอย่างรุนแรง
และไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาได้จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงปลายปี
2552 การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นเรื่องจำเป็น
ซึ่งจะรวมถึงการดำเนินการต่างๆ
เพื่อเพิ่มอุปทานเงินในระบบเศรษฐกิจสำหรับกระตุ้นการใช้จ่าย
ธนาคารกลางอังกฤษ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะหดตัวลงในอัตรา 4%
ต่อปีภายในไตรมาสแรก และเงินเฟ้อจะชะลอตัวสู่ระดับ 0.5% ภายในสิ้นปีนี้
ซึ่งต่ำกว่าระดับเป้าหมาย 2% ของรัฐบาล

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษได้ตัดสินใจลดดอกเบี้ย
0.5% แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1% ในการประชุมเมื่อวันที่ 5
ก.พ.ที่ผ่านมา และอาจใช้เงินกว่า 5 หมื่นล้านปอนด์ (7.3
พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เพื่อช่วยกระตุ้นการ
ขยายตัวทางเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 12, 2009 10:38 pm

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000016496

นักเศรษฐศาสตร์โนเบลชี้ชี้วิกฤตศก.USเกินควบคุมแล้ว

พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันเจ้าของรางวัลโนเบลคนล่าสุด
ออกมาบอกเมื่อวันพุธ(11)ว่า ตอนนี้วิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
"อยู่นอกเหนือการควบคุม" ไปแล้ว
และการที่รัฐบาลจะใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลนั้น
ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพยิ่ง

ระหว่างไปพูดที่การประชุมสัมมนาในกรุงวอชิงตัน
ครุกแมนกล่าวว่าภาวะตกต่ำครั้งนี้ในบางแง่มุมยังไม่ร้ายแรงเท่าวิกฤตในปี
1982 แต่ "มันเป็นวิกฤตกันคนละรูปแบบ"

"วิกฤตในขณะนี้ร้ายแรงจนเกินกว่าจะควบคุมได้แล้ว
และไม่มีเหตุผลที่ยังจะมัวไปคิดว่ามีกลไกอันใดที่จะทำให้ประสบผลในการฟื้น
ตัว" เขากล่าว

"สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดไม่ได้อยู่เพียงเรื่องที่เราจะเผชิญหน้ากับการตกต่ำที่รุนแรงมากๆ แต่อยู่ที่เราจะไม่สามารถขึ้นมาได้"

เขาบอกด้วยว่ามีสัญญาณแห่งภาวะเงินฝืด
ซึ่งจะส่งผลให้การใช้จ่ายและการลงทุนหดหายไปมากกว่านี้
และนำไปสู่ภาวะที่เศรษฐกิจ "เหมือนตกอยู่ในทรายดูด"
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 13, 2009 11:21 am

http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9520000016022
แฉฐานะการเงินประเทศไทยเดี้ยงสุด..สุด คลังเล็งรีดภาษี! 'รวย-จน' ต้องจ่าย

* เศรษฐกิจไทยโคม่าตามวิกฤตการเงินโลก
* วงในแฉปีหน้าฐานะการเงิน-การคลังของประเทศเดี้ยงแน่
* คลังดิ้นหารายได้สุดๆ จ้องธุรกิจใดเลี่ยงภาษีโดนแน่
* เป้าแรกโรงเรียนกวดวิชาทั่วประเทศ
* พร้อมคลอด กม.ทรัพย์สินเก็บทั้งคนรวย-คนจนทั่วหน้า
* เตือนข้าราชการ-ภาคประชาชนไม่อยากลำบากต้องประหยัด-งดก่อหนี้
* เชื่อเศรษฐกิจไทยจะอยู่รอดได้หลังปี 2555

เศรษฐกิจไทยจะออกอาการโคม่าให้เห็นในปลายปี 2552 ซึ่งสิ่งที่จะสะท้อนภาพได้ชัดเจนคือฐานะการคลังของประเทศจะเริ่มออกอาการ ขณะที่ตัวเลขเงินคงคลังที่เหลือเพียง 5.2 หมื่นล้านบาท ที่ออกมาเปิดเผยโดย ศุภรัตน์ ควัตน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ว่าเงินจำนวนดังกล่าวเหลือเพียงพอที่จะจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการเพียง 1 เดือนครึ่งเท่านั้น ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนในสังคมไม่น้อย เนื่องจากเกรงกันว่าประเทศไทยจะเกิดวิกฤติเหมือนเหตุการณ์ในอดีต

อีกทั้งยังเป็นการสร้างความกังวลใจให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างภาครัฐ ว่า อนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร รวมถึงโครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่อยู่ระหว่างดำเนินงานที่เกรงกันว่ารับงานจากภาครัฐแล้วจะมีเงิน จ่ายหรือไม่

ขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาสยบข่าวดังกล่าวด้วยการบอกว่าเงินคงคลังที่เหลือจำนวนดังกล่าวไม่ น่าเป็นห่วง ตามมาด้วยมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติวงเงินกู้จำนวน 2.7 แสนล้านบาท เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อมาสำรองไว้ ทำให้เรื่องเงินคงคลังที่เหลือ 5.2 หมื่นล้านบาทคลายความวิตกกังวลลงไป

ไม่แจง-เสียแต้ม

แหล่งข่าวจากแวดวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ออกมาชี้แจงว่าเงินคลังที่เหลือ 5.2 หมื่นล้านบาทนั้นเป็นมาอย่างไร ทั้งๆ ที่ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขของเดือนธันวาคม 2551 ซึ่งอยู่ในยุคปลายของรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ของพรรคพลังประชาชน ในทางการเมืองการที่รัฐบาลไม่ออกมาให้รายละเอียดย่อมถูกเหมารวมเอาว่าได้ สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ

อีกทั้งรายได้ภาครัฐที่หดหายไปส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโครงการ 6 มาตรการ 6 เดือนของสมัคร สุนทรเวช ครั้งนั้นออกมาตรการมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาราคา น้ำมันแพง ทำให้มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงมาลิตรละ 3.30 บาทสำหรับแก๊สโซฮอล์ และลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 2.30 บาท

รวมถึงการรับภาระค่าใช้จ่ายน้ำประปาของครัวเรือน และค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีรายได้น้อย รถขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขึ้นฟรีคันเว้นคัน รถไฟชั้น 3 ขึ้นฟรี ทำให้รัฐบาลขาดรายได้จากส่วนนี้ไป 4.64 หมื่นล้านบาท

หลังจากมาตรการดังกล่าวออกมา แนวโน้มของราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับลดลงจากลิตรละประมาณ 42 บาท ลงมาเหลือลิตรประมาณ 18-20 บาท จึงทำให้รายได้จากภาษีและเงินนำส่งภาครัฐลดน้อยลงตามลำดับ

จากการชี้แจงของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ถึงรายได้ของรัฐบาลใน 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 ระหว่างตุลาคม 2551-มกราคม 2552 ต่ำกว่าประมาณการ 70,472 ล้านบาท เป็นผลมาจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีน้ำมันและการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงการขอคืนภาษีของกรมสรรพากรสูงกว่าประมาณการ 17,214 ล้านบาท

สาเหตุหลักมาจากมาตรการของรัฐบาลชุดก่อนที่ออกมาตรการ 6 มาตรการ 6 เดือนฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน ที่สิ้นสุดเมื่อ 31 มกราคม 2552 และก่อนหน้านี้ได้เพิ่มรายได้ก่อนหักภาษีบุคคลธรรมดาจาก 100,000 บาท เป็น 150,000 บาท

คนคลังภักดี “ทักษิณ”
ป้อนข้อมูล ‘เพื่อไทย’

หลังจากที่ตัวเลขเงินคงคลังถูกเปิดเผยออกมาจึงมีนักเศรษฐศาสตร์มือดี จากค่ายเพื่อไทย ซึ่งในอดีตคือค่ายไทยรักไทยหรือพลังประชาชน ได้ออกมาคาดการณ์ถึงแนวโน้มว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบมากที่สุดในโลก และตามมาด้วยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังแจ้งถึงการจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่า ประมาณการกว่า 7 หมื่นล้านบาท

การออกมาคาดการณ์ถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจของพรรคพลังประชาชน หรือทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขุนพลของไทยรักไทยและก้องเกียรติ โอภาสวงการ นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จะให้มุมมองไปในทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจของไทยในปี 2552 นี้จะติดลบ โดยดร.โอฬารได้มองว่าหากสถานการณ์เลวร้ายเศรษฐกิจของประเทศอาจติดลบถึง 4.05%

ขณะที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จะไม่เชื่อในตัวเลขที่มีการคาดการณ์ดังกล่าว

แหล่งข่าวจากสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การคาดการณ์เศรษฐกิจของทีมไทยรักไทยนั้นมีน้ำหนักและมีความเป็นไปได้สูง เพราะส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่มาจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่ได้ประมาณการณ์ และให้ความเห็นเอาไว้ ขณะที่ข้อมูลในฝั่งรัฐบาลที่แม้กรณ์ จาติกวณิช จะนั่งเป็นเจ้ากระทรวง แต่ข้อมูลที่ได้รับนั้นค่อนข้างน้อยกว่าที่ฝ่ายไทยรักไทยได้ไป

ต้องยอมรับว่า ช่วงระยะเวลาราว 7 ปีที่ไทยรักไทยบริหารประเทศนั้น ข้าราชการในกระทรวงการคลังราว 70-80% พร้อมที่จะให้ความร่วมมือมากกว่าเจ้ากระทรวงจากพรรคประชาธิปัตย์ แน่นอนว่าการทำงานของจากรัฐบาลประชาธิปัตย์คงไม่ราบรื่น

หากประเมินถึงความเป็นไปได้แล้ว ข้อมูลของทีมจาก ดร.โอฬาร มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกมีปัญหา แต่งานนี้คงต้องรอดูว่าข้อมูลใครจะถูกต้องเพราะรัฐบาลเองก็ต้องพยายามปลุก ให้เศรษฐกิจโตขึ้นมาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากนี่คือตัวชี้เป็นชี้อนาคตของรัฐบาลประชาธิปัตย์เช่นกัน

“รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ ก็พอจะรู้ว่าข้อมูลที่นักเศรษฐศาสตร์ค่ายเพื่อไทย ออกมาพูดนั้น เขาได้ข้อมูลจากส่วนไหน และพอจะรู้ว่าข้าราชการคนไหนมีข้อมูลที่พร้อมป้อนให้ฝ่ายนั้นบ้าง เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลต้องทำงานหนักแต่ก็ไม่กังวลเพราะเรายังมีเครื่องมือใน การจัดการได้ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะสับเปลี่ยน”
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 16, 2009 5:49 pm

http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T0124011&issue=2401

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2401 15 ก.พ. - 18 ก.พ. 2552



4.3หมื่นล.หุ้นกู้บินไทยระส่ำ!> นักลงทุนขวัญผวารวนทั้งระบบ/ บลจ.ใหญ่รับนอนทับกับระเบิด
วิกฤติการบินไทย สะเทือนถึงหุ้นกู้ 43,000 ล้านบาท นักลงทุนทั้งบลจ.-สหกรณ์ออมทรัพย์ ระส่ำ กังวลผิดนัดชำระหนี้ โดยเฉพาะล็อตที่จะครบอายุตุลาคมนี้ 7,500 ล้านบาท ชี้รวนทั้งระบบแน่ บลจ.เครือแบงก์ใหญ่รับนอนทับกับระเบิด บลจ.

อยุธยาฯ ไหวตัวทันขายทิ้งตั้งแต่ปลายปี 51 ก.ล.ต.นกรู้ ให้บลจ.ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านเครดิต "ประภัส" ดอดสมัครดีดีไร้เงา "กรพจน์"





จากวิกฤติสภาพคล่องของบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)(บมจ.) ในปัจจุบัน ที่ยังหาทางออกไม่ได้นั้น ปรากฏว่าได้ส่งผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้แล้ว โดยนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นการบินไทยกังวลกับการชำระดอกเบี้ย และหุ้นกู้ที่จะครบอายุในเดือนตุลาคม 2552 จำนวน 7,500 ล้านบาท

++สมาคมฯตราสารหนี้ ส่งสัญญาณ

นายณัฐพล ชวลิตชีวิน กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(Thai) เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้มีสัญญาณในตลาดตราสารหนี้ที่บ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุนว่าหุ้นกู้ บมจ.การบินไทย ที่จะครบอายุภายในปี 2552 อาจจะผิดนัดชำระ((Default) โดยเห็นได้จากผลตอบแทน(yield)ได้ปรับตัวสูงกว่าหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่า เชื่อถือ(เรตติ้ง)เดียวกัน คือ ที่ระดับ" A- "

ทั้งนี้หากเป็นหุ้นกู้ทั่วไปผลตอบแทนจะสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลในช่วงอายุ เดียวกันเฉลี่ย 2-2.2 % ขณะที่หุ้นกู้บมจ.การบินไทย อายุ 3-10 ปี ปรากฏว่าผลตอบแทนปรับขึ้นประมาณ 3 % ซึ่งแสดงถึงโอกาสที่จะผิดนัดชำระได้สูง จากการไม่สามารถจัดหาแหล่งเงินมารีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิมได้ทันก็เป็นไปได้

อย่างไรก็ตามหากเทียบความรุนแรงที่จะเกิดถึงขั้นล้มละลายเช่นเดียวกับบริษัท หลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (TSFC ) คงยาก ( TSFC ผิดนัดชำระหนี้ 8,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ )เนื่องจากบมจ.การบินไทย กระทรวงการคลัง ผู้ถือหุ้นใหญ่ (สัดส่วน 51 % ) ส่วน TSFCกระทรวงการคลังถือหุ้นไม่มากประมาณ 10 % เท่านั้น

++บลจ. ลุ้นระทึก ผิดนัดชำระหนี้

สอดรับกับแหล่งข่าวจากวงการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในเครือธนาคาร พาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ยอมรับว่ากองทุนรวมภายใต้การบริหารได้ลงทุนในหุ้นกู้บมจ.การบินไทย งวดที่กำลังจะครบกำหนดอายุ มูลค่า 7,500 ล้านบาท ในเดือนตุลาคม 2552 นี้ ซึ่งยอมรับว่ากองทุนภายใต้การบริหารยังคงถืออยู่

"ยอมรับว่ากังวลกับหุ้นกู้การบินไทยล็อตนี้มีความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระสูง และผลที่ตามมาคือ อาจจะทำให้หุ้นกู้การบินไทยที่อยู่ซื้อขายอยู่ในตลาดตราสารหนี้ทั้งหมด 43,000 ล้านบาท ได้รับผลกระทบตามไปด้วย"

แหล่งข่าวรายเดียวกัน กล่าวและว่า จากภาวะดังกล่าว ทำให้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทตัดสินใจไม่ลงทุนต่อหุ้นกู้ล็อตใหม่ของบมจ.การบินไทย และที่สำคัญกังวลเรื่อง โครงการซื้อเครื่องบินที่ไม่สามารถเลื่อนการชำระได้ ดังนั้นอาจทำให้การบินไทยมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ซึ่งถือว่าบริษัทประเมินถูกต้อง

แหล่งข่าวรายเดียวกันกล่าวว่า จากความกังวลของนักลงทุนต่อเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ ทำให้ยิลด์หุ้นกู้บมจ.การบินไทย ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าปกติแล้วประมาณ 3 % หรือ 300 เบสิกพอยต์เทียบกับพันธบัตรรัฐบาลเฉลี่ยอายุ 5 ปี ซึ่งผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ที่ 2.4 % ต่อปี เป็น 5.4 % ปี

++บลจ.อยุธยาฯ ขายทิ้งเกลี้ยง

นายประภาส ตันติพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.อยุธยาฯ กล่าวว่า กองทุนรวมภายใต้การบริหารของบริษัทได้ขายหุ้นกู้ บมจ.การบินไทย ออกไปหมดแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2551 จากความกังวลเรื่องความเสี่ยงของธุรกิจและผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ด้านการลงทุนในหุ้นกู้ปีนี้หากเป็นหุ้นกู้เรตติ้ง A ,A-จะถือลงทุนไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น ส่วนหุ้นกู้ที่อายุยาวกว่านี้บริษัทจะไม่ลงทุน เนื่องจากเสี่ยงเกินไป

++สหกรณ์ออมทรัพย์หนาว!

จากการตรวจสอบข้อมูลของ"ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า บมจ.การบินไทย ออกหุ้นกู้ล็อตล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 จำนวน 4,790 ล้านบาท โดยเป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายบุคคลในวงจำกัด(ไม่เกิน 10 ราย )โดยแบ่งหุ้นกู้ออกเป็น 4 ชุด ชุดที่ 1 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2555 ,ชุดที่ 2 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2557 ,ชุดที่ 3 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2559 และชุดที่ 4 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2562

โดยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 บมจ.การบินไทย รายงานผลการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ปรากฏว่าผู้ซื้อหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุด เป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งหมด และบาง ประกอบด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำกัด ,สหกรณ์ออมทรัพย์การเคหะแห่งชาติ ฯ , สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฯ ,สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยฯ ,สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยมหิดลฯ,สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ฯ และสหกรณ์กรมป่าไม้ฯ

++ ก.ล.ต.นกรู้ทำสัญญาป้องความเสี่ยง

นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานก.ล.ต. กล่าวล่าสุด(12 ก.พ.)ว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น เพื่อใช้เป็นแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การดูแลธุรกิจจัดการลงทุน โดยเฉพาะการเพิ่มประเภทหลักทรัพย์ และทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เช่น การอนุญาตให้กองทุนเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Derivatives)ได้ โดยคาดว่ามีผลบังคับใช้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้

ทั้งนี้จากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในเครดิตกองทุน ที่ลงทุนในหลักทรัพย์ หรือเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อาจประสบกับความเสี่ยงด้านเครดิต ก.ล.ต.จึงปรับเกณฑ์ให้กองทุนสามารถเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเครดิตของกองทุน จากผู้ออกหลักทรัพย์หรือคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ จะถูกโอนจากกองทุนไปยังผู้ขายประกันความเสี่ยง ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาในสัญญา Credit Derivatives ต้องดีกว่า หรือเทียบเท่ากับสินทรัพย์ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 17, 2009 10:44 am

http://www.bangkokbiznews.com/home/news/finance/finance/2009/02/17/news_16958.php

คลังถังแตก4เดือน!ขาดดุลเงินสด2.5แสนล้าน

คลังเผยฐานะการเงินรัฐบาล 4 เดือนแรกขาดดุลเงินสดกว่า 2.5 แสนล้านบาท งัดเงินคงคลังมาใช้กว่า 1.9 แสนล้านบาท

ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสด เดือน ม.ค.52 รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณจำนวน 101,665 ล้านบาท จากการที่รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 90,752 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน 9,215 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.2% แต่รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น 192,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 34,015 ล้านบาท คิดเป็น 21.5%

ขณะเดียวกันเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่เกินดุล 58,737 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดจำนวน 42,928 ล้านบาท และรัฐบาลได้ชดเชยการขาดดุลด้วยการออกพันธบัตรจำนวน 19,000 บาท ส่งผลให้ดุลเงินสดรัฐบาล ขาดดุลจำนวน 23,928 ล้านบาท

4เดือนแรกรัฐขาดดุลเงินสด 2.5 แสนล้าน

ทั้งนี้ ฐานะการคลังของรัฐบาลในช่วง 4 เดือนแรกปีงบประมาณ 52 ( ต.ค.51-ม.ค.52) รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณจำนวน 229,348 โดยรัฐบาลมีรายได้นำส่งคลัง 367,409 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่ก่อน 59,231 ล้านบาท คิดเป็น 13.9% แต่รายจ่ายรัฐบาล มีทั้งสิ้น 596,757 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 45,081 ล้านบาท คิดเป็น 8.2% และเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุลจำนวน 21,714 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดของรัฐบาลขาดดุล 251,062 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชดเชยการขาดดุลดังกล่าวโดยการออกพันธบัตรจำนวน 59,000 ล้านบาท และใช้เงินคงคลัง 192,062 ล้านบาท
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ส่อสัญญาณ ธนาคารเจ๊ง

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Feb 24, 2009 8:03 pm




มูดีส์ ระบุเศรษฐกิจไทย ส่อวิกฤติหนักสุดในเอเชีย (ไทยรัฐ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) เว็ยไซต์ มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ในส่วนของแผนกวิจัยเศรษฐกิจ การเงิน และอุตสาหกรรมของ Moody's Analytics ได้ออกรายงานระบุว่า เศรษฐกิจของไทยเริ่มส่อเค้าย่ำแย่หนัก หลังจากวานนี้ (23 กุมภาพันธ์) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)เปิดเผยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 4/51 ติดลบหนัก 4.3% ขณะที่ ผลผลิตก็หดตัวมากเกินคาดถึง 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่าไทยกำลังจะกลายเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกรุนแรงที่สุดในเอเชีย

มูดีส์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจไทยดำดิ่งในไตรมาส 4/51 ประกอบด้วย ความต้องการผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิคส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ และผลผลิตอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ลดลง ราคาสินค้าเกษตร ที่ปรับตัวลดลงส่งผลให้รายได้จากการส่งออกของไทยทรุดลงอย่างฮวบฮาบ

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/51 ได้เกิดสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทย โดยเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้บุกเข้ายึดสนามบิน สุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองในกรุงเทพฯ ได้สร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งรายได้มหาศาล และประชาชนก็ลดการใช้จ่าย และธุรกิจต่างๆ ลดการลงทุนลง ซึ่งความไม่แน่นอนทางการเมือง ยังส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติ ลังเลไม่กล้าเข้ามาลงทุนในประเทศด้วย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ