การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

หน้า 1 จาก 5 1, 2, 3, 4, 5  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Nov 28, 2008 8:18 pm

ข่าวสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของประเทศไทยนั้น เกิดจากการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนเพียง ๒ กลุ่ม

โดยการทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า กลุ่มคน ๒ กลุ่มนี้ มีความขัดแย้งกัน ต่างฝ่ายต่างทำเพื่อผลประโยชน์และพวกพ้องของตน

ภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่มากขึ้นทุกขณะ ช่างขัดแย้งกับคำกล่าวของผู้นำแต่ละกลุ่มที่ออกมาประกาศว่า ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง

แต่ในทางตรงกันข้าม กลับพูดยุยง ให้ประชาชนรู้สึก เกลียดชัง และต่อต้านกลุ่มตรงข้าม

อันนำมาสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงเกิดขึ้น ก่อขยายวงจนส่งผลกระทบต่อต่างประเทศ

ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างอ้างการกระทำของตน เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

เราจะพบได้ทั่วไปว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกดึงลงมาเป็นเครื่องมือ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้กล่าวอ้างในการทำลายได้เสมอ

โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดไปทั่วโลกนั่นคือ การที่ราชวงศ์ได้ปรากฎตัวในการไปร่วมงานของหนึ่งใน ๒ กลุ่ม

จากการไปร่วมงานครั้งนี้ ทำให้ทั่วโลกเข้าใจว่า แท้จริงแล้ว ราชวงศ์ได้เป็นผู้สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนกลุ่มนี้

ล่าสุดตอกย้ำโดยการที่กลุ่มคนกลุ่มนี้ ได้ออกไปใช้อาวุธปืนไล่ยิงกลุ่มคนอีกกลุ่ม โดยได้ชูภาพพระมหากษัตริย์ไว้ตลอดเวลา

ภาพเหตุการณ์นี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก "ทำให้ดูเหมือน" เป็นการตอกย้ำกับสายตาประชาคมโลกอีกครั้งว่า กลุ่มคนกลุ่มนี้มีผู้สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังเป็นใคร

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Nov 28, 2008 8:29 pm

ล่าสุด การที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าบุกยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ได้ก่อผลกระทบอันร้ายแรงระหว่างราชวงศ์ไทยและราชวงศ์เดนมาร์ก

นั่นคือ เนื่องจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิได้ถูกปิดชั่วคราว เนื่องจากมีการบุกยึด จึงส่งผลให้ราชวงศ์เดนมาร์กที่มีแผนเดินทางกลับประเทศ ต้องไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา ต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง แล้วบินกลับสู่ประเทศเดนมาร์ก ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ธรรมดา โดยต้องทิ้งเครื่องบินส่วนตัวไว้

ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นถึงการที่ราชวงศ์ไทย ไม่สามารถแสดงถึงความให้เกียรติต่อราชวงศ์เดนมาร์ก

ในกรณีเดียวกัน หากราชวงศ์ไทยต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นเดียวกับราชวงศ์เดนมาร์ก

เราๆท่านๆคิดว่า เราจะคิดและกระทำกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ อย่างไร???

ล่าสุด ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวโดยการเรียกร้อง รัฐบาลปฏิรูป คือนายธีรยุทธ บุญมี

แล้วรู้กันบ้างหรือไม่ว่า รัฐบาลปฏิรูป คือการล้มล้างราชวงศ์โดยตรง


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Fri Nov 28, 2008 10:44 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Nov 28, 2008 8:33 pm

ในการเป่านกหวีดในครั้งนี้ของกลุ่มคนที่เข้าไปบุกยึดสถานที่ต่างๆ

เราจะได้ยินการเรียกร้องว่า หยุดล้มล้างสถาบันองคมนตรี

หากเราศึกษาในกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพบว่า ไม่มีการระบุสถาบันองคมนตรีไว้ในมาตราใดเลย

และรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ในหมวดพระมหากษัตริย์ หากศึกษาให้ถี่ถ้วนจะพบว่า องคมนตรีมีอำนาจที่จะแต่งตั้งพระมหากษัตริย์

หรือจะสถาปนาตนเอง ขึ้นเป็นผู้แทนพระองค์ก็ย่อมได้ เพราะถูกระบุไว้ใน รธน.ฉบับปี 2550---> นี่ยังไม่ถือว่า รธน.ฉบับนี้ต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อีก เช่นนั้นหรือ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Nov 28, 2008 8:49 pm

ในขณะที่ประชาชนโดยทั่วไป ต่างโจมตีทหารว่าไม่มีการกระทำการใดๆ เพื่อหยุดยั้งสถานการณ์ที่ลามปามมากขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุด ผบ.ทบ.ได้ออกมากล่าวเพียงแค่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา ส่วนกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวก็ให้หยุดการกระทำ

ท่านคิดหรือไม่ว่า ทำไม ทหารจึงกระทำได้เพียงเท่านี้

ทหารไม่มีจิตใจ ไม่เข้าใจความรู้สึกของประชาชนทั่วไป เช่นนั้นหรือ!!!

จากที่ได้กล่าวไว้แล้วว่า กลุ่มคนกลุ่มนี้ได้กระทำการให้เข้าใจเสมือนว่ามีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังคือราชวงศ์

นั่นคือสาเหตุหลักที่ทหาร ไม่สามารถแตะต้องกลุ่มนี้ได้

เพราะทหารทุกคน เคยปฏิญาณตนไว้

คำถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นประจำทุกปี มีใจความว่า “...ข้าพเจ้า จะยอมตาย เพื่อรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า จะจงรักภักดี และถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จนชีวิตจะหาไม่ ....”

และด้วยจุดนี้เอง ที่กลุ่มคนทั้ง ๒ ได้กระทำการสร้างสถานการณ์ อันเป็นการบีบครั้น ให้ทหารไม่สามารถที่จะกระทำการใดๆได้

ทำให้ประชาชนโดยทั่วไป มีความรู้สึกขาดที่พึ่ง ว้าเหว่ทางจิตใจ และพุ่งเป้าไปยัง พระมหากษัตริย์ อันเป็นบุคคลที่เคารพรักสูงสุดของประเทศ

ว่าเหตุใด จึงไม่มีคำกล่าวใดๆ ออกมาเพื่อระงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

หากแต่จะมีใครรู้บ้าง ว่าแท้จริงแล้ว พระองค์ทรงรับรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศหรือไม่

มีใครกราบบังคมทูลถวายรายงานพระองค์ท่านหรือไม่

เชื่อว่าหากพระองค์ท่านได้ทรงรับรู้ เหตุการณ์บ้านเมืองที่เป็นไป ไม่มีพ่อคนไหน ที่จะเห็นลูกฆ่าฟัน ทำร้ายกันต่อหน้าตนเองได้ลง


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Nov 28, 2008 8:58 pm

หากบทความในกระทู้นี้ ได้เผยแพร่กระจายไปทั่วก็คงจะดี

อาจทำให้ประชาชนโดยทั่วไป ได้ฉุกคิด ถึงเหตุการณ์และการกระทำที่เกิดขึ้น

แม้วันนี้ เราจะมีเงินมากเพียงใด หากแต่เราไม่มีบ้านอยู่ เงินที่มีมันก็ไร้ค่าเช่นกัน

ด้วยความหวังดี

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Nov 28, 2008 9:10 pm

ภาพเหตุการณ์เหล่านี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศ

เหตุเกิดเนื่องจากกลุ่มคนเพียง ๒ กลุ่มที่ต้องการล้มล้างสถาบันและทำลายประเทศชาติ เท่านั้น






_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตามนั้น

ตั้งหัวข้อ  - on Fri Nov 28, 2008 11:07 pm

เห็นบอกว่า2กลุ่มมันพวกเดียวกัน แต่ผมเห็นแต่ละข้อความด่าแต่ พธม.อย่างเดียวไม่เห็นด่าเสื้อแดงบ้าง
ผมว่าคุณก็คือพวก นปก. เท่านั้น อย่ามาอ้างเลย ว่า 2 ฝ่ายพวกเดียวกัน มันสะตอนะ

-
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Fri Nov 28, 2008 11:18 pm

- พิมพ์ว่า:เห็นบอกว่า2กลุ่มมันพวกเดียวกัน แต่ผมเห็นแต่ละข้อความด่าแต่ พธม.อย่างเดียวไม่เห็นด่าเสื้อแดงบ้าง
ผมว่าคุณก็คือพวก นปก. เท่านั้น อย่ามาอ้างเลย ว่า 2 ฝ่ายพวกเดียวกัน มันสะตอนะ

หากคุณได้อ่าน และติดตามกระทู้ส่วนใหญ่จริงๆ คุณจะไม่กล่าวคำพูดเช่นนี้

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ: 765
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  guest on Sat Nov 29, 2008 5:32 am

สถาบันทำลายสถาบันเอง

guest
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  guest1 on Sat Nov 29, 2008 11:58 am

คนในสถาบันทำลายสถาบันตนเอง ?

guest1
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  Sincerity on Sat Nov 29, 2008 4:14 pm

- พิมพ์ว่า:เห็นบอกว่า2กลุ่มมันพวกเดียวกัน แต่ผมเห็นแต่ละข้อความด่าแต่ พธม.อย่างเดียวไม่เห็นด่าเสื้อแดงบ้าง
ผมว่าคุณก็คือพวก นปก. เท่านั้น อย่ามาอ้างเลย ว่า 2 ฝ่ายพวกเดียวกัน มันสะตอนะ

คุณคงต้องกลับไปอ่านกระทู้ย้อนหลัง ซึ่งต้องใช้เวลานิดหนึ่ง เพราะแต่ละกระทู้ในเรื่องนี้ยาว..ว...ว....ทั้งนั้น แต่ก็คุ้มค่ากับเวลาที่จะต้องเสียไปค่ะ เราติดตามอ่านมาตั้งแต่เวทีพันธมิตรเกิดขึ้น คือก่อน 19 กย. 2006 โน่นแล้ว อ่านสะสมมาเรื่อย แรกๆ ก็งงๆ ว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ใครเขาจะมาวางแผนสร้างละครโรงใหญ่ได้ทั้งประเทศขนาดนี้

เมื่อก่อนเราเกลียดทักษิณ อยากขับไล่คนเลว ก็ได้ร่วมให้การสนับสนุนพันธมิตรเรื่อยมา เพราะเป็นเวทีเดียวที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ใจทั้งหลายจะสามารถใช้แสดงออกร่วมกันได้ถึงความต้องการขับไล่คนชั่ว ตอนนั้นรั้นมาก ไม่ค่อยจะเชื่อท่านเจ้าของข้อมูลดีๆ หลายท่านใน 2 เวบแถวๆ นี้หรอก แต่ก็ติดตามอ่านข้อมูลของทุกท่านมาตลอด

แต่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยข้อมูลที่ติดตามอ่านและสะสมมา บวกกับการประเมินสถานการณ์จริงของพันธมิตรและรัฐบาล เราก็พบว่า จริงๆ แล้วเรื่องความขัดแบ้งที่ถูกสร้างขึ้น มีทางออกและควรจะจบได้ดีหลายครั้งแล้ว แต่เกมกลับถูกดึงให้ยืดเยื้อต่อไป เพื่อยืนหยัดสร้างความแตกแยกในชาติต่อไป แบบมีเป้าหมายชนิด แยกกันตี ร่วมกันโต (หรือร่วมกันตี แยกกันโต หว่า? จำไม่ได้แฮะ)

เราเข้าใจนะว่าอาจเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก หรืออาจเป็นเพราะเราโง่ก็ได้ เพราะกว่าเราจะเข้าใจเรื่องนี้ก็ใช้เวลาอ่านและติดตามเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาถึง ๒-๓ ปี แล้วขนาดคิดว่าตัวเองเข้าใจ พูดให้คนในบ้านฟัง เขาก็เชื่อเราบ้าง (6 คน) ไม่เชื่อบ้าง (2 คน) แต่ด้วยสถิติอย่างที่เห็น ก็พอใจละ ที่เชื่อมากกว่าไม่เชื่อ

ทุกวันนี้ สลดหดหู่ กับสภาพความแตกแยกในชาติแบบ "ไทยฆ่าไทยเป็นเรื่องธรรมดา" แย่แล้ว สังเกตุดูว่า มันเป็นความรุนแรงที่สะสมในใจคนไทย จนจะกลายเป็น "ความเคยชินบัดซบ" ไปแล้ว มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศพุทธ เช่นประเทศไทย

วันนี้ เกมนี้มันเดินมาไกลพอควร แต่เราเชื่อมั่นว่ามันได้แค่เดินไกล แต่เดินไม่ถึงจุดหมายหรอก เพราะพวกมันต้องเจอกำแพงกรรมชั่วที่มันร่วมกันก่อ ขวางหน้าเอาไว้ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


Sincerity

จำนวนข้อความ: 7
Registration date: 24/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  124...11 on Sat Nov 29, 2008 4:35 pm

Washington, DC
November 28, 2008



Thailand: U.S. Calls for End to Airport Seizures
The United States is deeply concerned about the actions of the People’s Alliance for Democracy (PAD) in seizing Bangkok's international and domestic airports, preventing the free movement of people and goods. While we respect the right to freedom of expression, seizing an airport is not an appropriate means of protest. We urge the PAD to walk away from the airports peacefully. We hope that this situation can be resolved without violence and in accordance with the law.



2008/996



Released on November 28, 2008

124...11
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  124...11 on Sat Nov 29, 2008 4:38 pm

ผู้สนับสนุนตัวจริง ? เหมือนจะปิดทางออกให้เกิดความแตกแยกตามที่ต้องการจริงๆ ของเขา
ฉลาดดี ... อิอิ

ออกมาป้องรัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว ปิดทางออกอื่นๆ
โดยเขายกระดับ พธม.เป็นผู้ก่อการร้ายเรียบร้อยแล้ว
คราวนี้ใครสนับสนุนก็จะกลายเป็นผู้สนัยสนุน

หากจะปฏิวัติต้องพิจารณาให้ดีผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้น ?

124...11
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  124...11 on Sat Nov 29, 2008 4:40 pm

ประเทศอเมริกาจะสามารถสร้างความอิสระในการแทรกแซงประเทศหรือกลุ่มอำนาจเป้าหมายได้หลากหลายรูปแบบ แต่การเข้าไปแทรกแซงทางทหาร ประเทศขาวมีหนทางในการปฏิบัติหลักๆ อยู่ ๔ ประการ ๑. ทำสงครามจากอำนาจประธานาธิบดี (สงครามเวียดนาม) ๒. ผ่านทางรัฐสภา (สงครามโลกครั้งที่ ๑ , ๒) ๓. ผ่านทาง UN peace enforcement และ peace keeping แต่ก่อนการแทรกแซงกิจการภายในประเทศต่างๆ ต้องคำนึงถึงอำนาจอธิปไตย แต่หลังจากการปล่อยปะ ดูดายของ UN ต่อเหตุการณ์
ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา มีคนตายเกือบล้านคน UN (ภายใต้การควบคุม) สามารถอ้างเหตุการณ์ดังกล่าวดึงอำนาจจากประเทศต่างๆ สร้างกฎหมายโดยอ้างสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้แทรกแซงกิจการภายใน ประเทศต่างๆ ผ่านทาง UN ในรูปแบบกฎหมาย Chapter 6,7 ดังกล่าว และ ๔. หนทางใหม่ที่ประเทศขาวสามารถสร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ 911 ด้วยการสร้างสถานการณ์แห่งความกลัว ความโกรธ คล้ายคลึงกับที่เคยทำในอดีตในกรณี เพิร์ลฮาเบอร์ แล้วทำการดึงอำนาจจากประชาชนด้วยการให้ความหวังว่า เมื่อประชาชนให้อำนาจ จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ การออกกฎหมายความมั่นคง กำหนดให้ประธานาธิบดี สามารถโจมตีประเทศที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศอเมริกาได้ โดยสร้างบิลลาเดน (CIA เก่า) ที่เข้าไปมีบทบาทในสงครามอัฟกานิสถาน พวกกบฏ มูจาฮีดีน ที่ต่อต้านสงครามรัสเซีย-อัฟกานิสถาน มาแสดงบทบาทผู้ก่อการร้ายโลก แล้ววิ่งให้พ่านไม่มีวันตายไปยังประเทศเป้าหมาย แล้วประเทศขาวก็อาศัยกฎหมายดังกล่าวทำการโจมตีก่อน หรือทำสงครามผ่าน UN ในอีกนัยหนึ่งก็คือการสร้างสงครามก่อการร้ายไปทั่วโลก เพื่อดึงอำนาจจากสังคมโลก ที่ต่างหวาดกลัวสงครามก่อการร้ายดังกล่าวอ้างเป็นเหตุเข้าไปแทรกแซงกิจการภายใน ประเทศเป้าหมาย ประเทศอเมริกา จึงมีความสะดวกในด้านการดำเนินนโยบายการทำสงครามทางทหารยังประเทศ หรือกลุ่มอำนาจเป้าหมายได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น หลังเหตุการณ์ 911 มีการประกาศโจมตีก่อนในสงครามอัฟกานิสถาน
....................................................................

เขาจะแทรกแซงเราจากหนทางที่ ๔ ช่วงนี้กำลังจัดสร้าง road to crisis ให้เกิดวิกฤติในบ้านเรา บอกแล้วทุนมาจากต่างชาติให้กับทั้งสองกลุ่มแยกกันเดินร่วมกันตีสถาบันหลัก โดยทำให้ปัจจัยภายในสถาบันทะเลาะกันเอง จนล้มลงไปเองจากปัจจัยภายใน

124...11
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  124...11 on Sat Nov 29, 2008 4:44 pm

ปิดหนทางอำนาจรัฐเข้าแก้ปัญหา

รัฐบาลน่าจะเลือกใช้เสื้อแดง
พธม.เสื้อเหลือง


เมื่อรัฐบาลไม่ยอม
พธม.ไม่ยอม
ปิดหนทางทหารแก้ปัญหาโดยปฏิวัติ


สงครามประชาชนคงหลีกเลี่ยงยาก

มันวางเกมส์ได้แนบเนียนดี

124...11
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Nov 30, 2008 8:08 am

พี่สุมาอี้ทำไมไม่เข้าล๊อกอินล่ะคะ
แต่ยินดีกับผู้รู้ทุกท่าน ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนทางความคิดค่ะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ: 3511
Registration date: 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 5:15 pm

http://www.tnews.co.th/html/read_headnews.php?hilight_id=92



แดงล้มเจ้าเผาบ้าน ... จุดตาย "รัฐ" เป้าหมาย "ทักษิณ" ???

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสเสด็จออกมหาสมาคม
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคมว่า ...


"ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่นคงเป็นปกติสุข
ความเจริญมั่นคงจะสำเร็จผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลังด้วยสติ
รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้คิด และด้วยความสุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น


ขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญอยู่ในสถาบันหลักของประเทศ และชาวไทยทุกคน
หมู่เหล่า ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงหนักแน่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตน
ให้ดีที่สุดเพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ นั่นคือชาติบ้านเมืองอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่กินของเรา
มีความเจริญมั่นคงยั่งยืน”


แต่น่าเสียดายที่ฝ่ายการเมืองทั้งบริหารและนิติบัญญัติรัฐบาล ทำตัวขึงขัง
น้อมรับพระราชดำรัสใส่เกล้าได้ไม่กี่วัน ก็กลับเข้าสู่ระบบน้ำเน่าเหมือนเดิม


... การเมืองยังคงเป็นเรื่องให้น้ำหนักของการจัดสรรผลประโยชน์
ระหว่างพรรคร่วม และเก้าอี้เสนาบดี ...


“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรีสั่งการ ให้ “สาธิต วงศ์หนองเตย” นำพระราชดำรัส
ไปเผยแพร่ขยายผลให้คนไทยทั้งชาติน้อมนำพระราชดำรัสไปเป็นหลักปฏิบัติ


และที่ผ่านไปแล้ว...รัฐบาลขยายระยะเวลางานเฉลิมพระเกียรติเพียงเพื่อสกัดการชุมนุมยืดเยื้อ
ของคนกลุ่มเสื้อแดงที่จะต่อเนื่องจากวันที่ ๑๐ ธันวาคมออกไปถึงวันที่ 13 ธันวาคม .... รัฐบาลทำได้แค่นี้ !!!


จนบางครั้งกระทั่งกองเชียร์รัฐบาลเองก็ชักจะหวั่นไหวว่า
ตกลงรัฐบาลให้น้ำหนักระหว่างเสถียรภาพรัฐบาล กับ สถาบัน อย่างไร ?


เพราะในขณะที่รัฐบาลตีกรรเชียงทางการเมือง แต่ “ศูนย์การนำขบวนการล้มเจ้า”
ก็ยังละเมิดพระราชอำนาจต่อเนื่อง

ใจ อึ๊งภากรณ์ ผู้ต้องหาคดีหมิ่น ซึ่งหนีไปอยู่อังกฤษ ยังเดินหน้า “จัดตั้งความคิด”
โดยเฉพาะกับบทความล่าสุด ทำไมไทยควรเป็นสาธารณรัฐ


สาหัสที่สุด กระทั่ง เว็ปไซด์ www.protecttheking.go.th
ซึ่งรัฐบาลมุ่งหวังเป็นกลไกในการแก้ปัญหาการละเมิดสถาบัน ก็ถูกละเลยไม่ใส่ใจ
จนเว็ปไซด์ถูกปิดเนื่องจากไม่มีการต่ออายุโดเมนด์


ใช่หรือไม่ว่า เป็นเพราะความไม่เข้าใจในหน้าที่และไม่ได้ตั้งจิตตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่
จึงทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้นต่อเนื่องบานปลาย...


รัฐต้องตีโจทย์ให้แตก ปรากฏการณ์ ที่ “ใจ อึ๊งภากรณ์” เหิมเกริมใช้คำ
“เขาว่า กระแสไม่เอาเจ้าแพร่ไปทั่วแล้ว” นั้น ต้นตอความคิดมาจากการ “จัดตั้ง”
อุดมการณ์ความคิดที่ส่งทอดรุ่นสู่รุ่น


พูดตรงไปตรงมาก็คือ การสอดแทรกของอุดมการณ์ล้มเจ้า หรือจะเรียก
ขบวนการสาธารณรัฐในกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ต้นตอมาจาก “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย”

ขณะที่ข้อมูลจาก “วิกิพีเดีย” เอง ก็มีความจริงเรื่องนี้เพียงครึ่งๆกลางๆ โดยระบุว่า “
แม้ตามกฎหมายไทย พคท.จะยังไม่ใช่พรรคการเมืองจดทะเบียน แต่ในทางปฏิบัติต้องถือว่าเป็นพรรคการเมืองจริง
มีอุดมการณ์การเมืองชัดเจน ตั้งแต่ก่อตั้ง ดำเนินแนวทางตาม ลัทธิมาร์กซ์, ลัทธิเลนิน และความคิดเหมาเจ๋อตง


นอกจากนั้นในอดีตยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทยที่สังกัด พคท. อีกด้วย ในปัจจุบัน
ถึงแม้จะยังไม่มีการประกาศยุบพรรค แต่ก็มิได้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่อย่างใด”


นั่นคือความจริงเพียงส่วนหนึ่ง แต่ความจริงอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ระบุไว้ก็คือ
พคท.ยังคงเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการ “จัดตั้ง” ซึ่งแม้จะเป็นไปภายใต้สภาพ
ความ “อ่อนแอ” ของพรรค แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีความเคลื่อนไหว ...


การส่งต่อความคิดจากศูนย์การนำในยุคก่อน ซึ่งปัจจุบันอาจสูงถึง 80-90 ปี
มายังศูนย์การนำรุ่นใหม่ยังดำรงอยู่ต่อเนื่อง และเลขาธิการพรรคก็ยังมี “ธง แจ่มศรี”
ดำรงตำแหน่งตามมติคณะกรรมการบริหารกลางเต็มคณะสมัยที่ 2 ชุดที่ 4 ในปี 2526


ในถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสวันก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี ธง แจ่มศรี ให้ “ธงนำ”
กับสถานการณ์ความขัดแย้งเสื้อเหลือง-เสื้อแดงว่า ...


“นักต่อสู้ของประชาชนเราจะต้องไม่นั่งงอมืองอเท้ารอคอยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ
โดยไม่ทำอะไรเลยอย่างเด็ดขาด หากจะต้องใช้สถานการณ์ให้การศึกษามวลชนในรูปแบบเงื่อนไขต่างๆ
อย่างทรหดอดทนไปยกระดับความสำนึกตื่นตัวของมวลชนให้สูงขึ้น จนสามารถผลักดันให้พวกเขา
สามัคคีรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนที่เข้มแข็งไปช่วงชิงผลประโยชน์ที่เป็นจริงของพวกเขาเอง”


ประเด็นของ “ธง แจ่มศรี” คือ ภายใต้ความอ่อนแอของพรรค จะดำเนินยุทธศาสตร์อย่างไร และคำตอบที่ได้คือ

…ท่านเลนิน ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือชื่อ โรคไร้เดียงสา "ฝ่ายซ้าย" ในขบวนการคอมมิวนิสต์ โดยท่านชี้ว่า
"เรายังไม่มีกำลังพอจะโค่นล้มรัฐสภาชนชั้นนายทุนได้ เรายังต้องเข้าร่วมการต่อสู้บนเวทีรัฐสภาชนชั้นนายทุน
จุดมุ่งหมายก็อยู่ที่ให้การศึกษาแก่ชนชั้นที่ล้าหลัง ในชนชั้นของตนนั่นแหละ อยู่ที่ปลุกและให้การศึกษาแก่มวลชน
ในชนบทที่การศึกษายังไม่เจริญ ถูกปิดหูปิดตาและขาดความรู้นั่นแหละ


ขณะที่พวกท่านยังไม่มีกำลังพอที่จะยุบรัฐสภาชนชั้นนายทุนและองค์กรปฏิกิริยา
ประเภทอื่นๆ นั้น พวกท่านจะต้องทำงานภายในองค์กรเหล่านี้..."


นี่จึงเป็นที่มาคำกล่าวของศูนย์การนำขบวนการล้มเจ้าว่า “สามัคคีทุนสามานย์เพื่อล้มศักดินา”


แม้พวกเขาจะรู้ว่า เป้าหมายทั้งหลายทั้งปวง “พ.ต.ท.ทักษิณ” สู้เพื่อหวนคืนสู่อำนาจและ
สมบัติ 7.6 หมื่นล้านบาท ที่ถูกอายัดไว้เท่านั้น ธงนำของ "ธง" จึงได้รับประสานรับจากผู้นิยมอุดมการณ์ คอมมิวนิสต์


โดยเฉพาะบรรดาศูนย์การนำบางคนไม่ว่าจะเป็น สุรชัย แซ่ด่าน ,ใจ อึ๊งภากรณ์ ,ปัญญาชน
นักศึกษาในเขตเมืองว่า นี่คือ “ธงนำ” พรรคในยุคปัจจุบัน และจำเป็นต้อง ถือเป็นหลักปฏิบัติ



“พ.ต.ท.ทักษิณ” จึงใช้มวลชนตลอดจนอุดมการณ์ของขบวนการสาธารณรัฐเป็นส่วนหนึ่งของ
การเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมือง


เพราะ ในทางหนึ่ง “พ.ต.ท.ทักษิณ” ก็รู้ว่า Popularity ของเขาเป็นที่ยอมรับ และสำคัญที่สุดเขารู้ดีว่า
ประเด็นเรื่องสถาบัน มีความอ่อนไหวเพียงพอหากเขาจะใช้เป็นเงี่อนไขทำให้คนไทยลุกขึ้นมาฆ่ากัน
ตามแผน “จุดไฟในนาคร” เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง


ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลจะเดินตามเกมนี้ โดยขีดเส้นแบ่งฝ่ายยกสถานะของ
กลุ่มแดงล้มเจ้า หรือ จะสร้างความเข้าใจดึงกลับมวลชนที่หลงผิด


พลานุภาพแดงล้มเจ้ามีจริง...

ครั้งหนึ่งการแสดงท่าทีของ "พ.ต.ท.ทักษิณ” ผ่านทวิตเตอร์ โดยอ้างคำพูดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน โดย “พ.ต.ท.ทักษิณ” ทวิตข้อความ ขอบคุณในท่าทีใหม่ของพล.อ.เปรม พร้อมอ้างว่า
ตนเองและผู้สนับสนุนก็อยากให้เกิดความปรองดองขึ้นเช่นกันนั้น


แต่ท่าทีของ ผู้สนับสนุน “พ.ต.ท.ทักษิณ” มิได้เป็นเช่นนั้นทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดง
ซึ่งส่วนหนึ่งมีที่มาจากสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พวกเขามีการกล่าวโจมตีและกดดันทักษิณ
ให้กลับมารุกรบและยึดธงนำเดิม คือ ล้มอำมาตยาธิปไตยซึ่งเป็นฐานรากของระบบศักดินา


นั่นจึงทำให้ "พ.ตท.ทักษิณ" กลายเป็นคนที่ดูเหมือนจะมีท่าทีกลับไปกลับมา วันนี้แสดงท่าทีพร้อมปรองดอง
แต่อีกวันหนึ่งก็แสดงท่าทีแข็งกร้าว เหิมเกริมว่า การปรองดองไม่สามารถเกิดขึ้นได้


ความเคลื่อนไหวนี้มีนัยยะ คือ ขบวนคนเสื้อแดง มีกลุ่มคนหรือขบวนการล้มเจ้าแทรกซึมอยู่จริง
และ ขณะที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ" กำลังเดินไปสู่เป้าหมายในการปกป้องผลประโยชน์ตนเอง
เขาจึงต้องพยายามรักษาแนวร่วมทุกฝ่ายเอาไว้


นั่นจึงไม่แปลก แม้ กลุ่มแดงสามเกลอจะบอกว่า เป้าหมายการต่อสู้ขีดเส้นตั้งแต่ พล.อ.เปรม ลงมา
แต่กลุ่มแดงล้มเจ้าและแม้กระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณเองก็ยังคงเล่นบทละเมิดสถาบันอย่างต่อเนื่อง และไม่แปลกที่
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับ คนที่ประกาศอุดมการณ์ล้มเจ้าเด่นชัด



อย่างไรก็ตาม คงต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า แนวคิดของ "ธง แจ่มศรี" ยังคงถูก “สามัคคีวิจารณ์”
จากศูนย์การนำพรรคอีกจำนวนหนึ่งว่า ไม่ใช่ธงนำ โดยเฉพาะอาจกลายเป็นผลสะท้อนทำให้พรรค
ซึ่ง “อ่อนแอ” อยู่แล้ว ให้อยู่ในสถานะที่ย่ำแย่ลงไปอีก


ต้องยอมรับว่าศูนย์การนำ พรรคคอมมิวนิสต์อีกบางส่วนที่ไม่ร่วมทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง มองว่า
วันหนึ่งระบบโครงสร้างอำนาจที่เป็นอยู่จะกัดกินตัวมันเอง ดังนั้นภารกิจของพวกเขาคือ
จัดตั้งทางความคิดให้ “มวลชน”
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง...




ในแนวทางนี้หากมองว่าเป็นการนำเสนอแนวคิดและอุดมการณ์ภายในระบบการเมืองและปล่อยให้ระบบการเมือง
จัดสรรตามระบอบประชาธิปไตยก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องวิตก


เป็นไปได้ว่า ปัญหาใหญ่คือ การสำคัญผิดคิดไปว่า พรรคการเมืองที่มี
อุดมการณ์คอมมิวนิสต์เป็นผีร้าย จึงทำให้การแก้ปัญหาเขารกเข้าพง


ถามว่า หากพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคการเมืองถูกกฎหมาย คะแนนนิยมทางการเมืองจะ Landslide จริงหรือ ...

บทเรียนประสบการณ์ประเทศที่พรรคคอมมิวนิสต์เป็นรัฐบาล ล้วนปรับตัวเข้าสู่สมดุลกับทุนนิยมทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นการล้มของสหภาพโซเวียต หรือการประกาศธงนำ “แมวสีไหนไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้”
ของ “เติ้งเสี่ยวผิง”

“ไทยฆ่าไทย” ความคิดอำมหิต ???
ตรงกันข้ามการผลักไสให้ไปเล่นกันใต้ดิน ต่างหากยิ่งทำให้ภาพผีร้ายตามหลอกหลอนไม่มีที่สิ้นสุด ...

ดังที่กล่าวมาว่า การต่อสู้ของ “พ.ต.ท.ทักษิณ” มีเป้าหมายที่ สมบัติ 7.6 หมื่นล้านซึ่งถูกอายัด
และแผนจุดไฟนาครพาตัวกลับบ้าน ซึ่งเขาเคยใช้เมื่อเดือนเมษายน 2551แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
เนื่องจากรัฐบาลไปเดินตามเกมนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเลิกระบบคิดดังกล่าว



การสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง หรือ จะเรียกว่า เพื่อกดดัน “ในหลวง”
ให้ทรงเสด็จลงมายุติความขัดแย้ง ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยมในสมอง



ถ้าเงื่อนไขไล่รัฐบาลไม่เพียงพอกับการสร้างสถานการณ์รุนแรง “ไพ่ตาย” อาจมีการสร้างเงื่อนไข
การล้มล้างสถาบัน เพื่อให้คนไทยลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยมีวาทะอันลือลั่นว่า
“ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป” จนกลายเป็นบาดแผลครั้งใหญ่ของแผ่นดินในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519


ถ้าสถานการณ์ไปถึงจุดนั้น แน่นอนว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ” คือ จำเลยหมายเลข 1
แต่รัฐบาลก็ไม่พ้นความรับผิดชอบ เพราะคนที่มีอำนาจแต่ไม่ใช่อำนาจเพื่อป้องปราม
เขาก็คือส่วนหนึ่งของวิบากกรรมนั้น !!!


วัน - เวลา 2009-12-16 15:48:18

http://konthaiuk.com/forum/index.php?topic=3148.0

แฉ!ต้อยนักข่าว100ล้านTNEWSกับภารกิจ"ลึกลับระดับสูง"
จากพฤษภาทมิฬสู่การปูดข่าวป้ายสีเสื้อแดงล้มสถาบัน


แผนสมคบคิด?-สนธิญาณ หนูแก้ว เคยมี"ภารกิจลับระดับสูง" ในการใช้สื่อวิทยุของเขาที่ได้ทุนจากสำนักงานทรัพย์สินฯ

เปิดประเด็นสกัดไม่ให้ณรงค์ วงศ์วรรณ ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ"บิ๊กสุ"ได้เสียสัตย์เพื่อชาติเป็นนายกฯ
นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จากนั้นเขาก็เป็นคนวิ่งเต้นเส้นสายให้อานันท์ ปันยารชุน
กลับมาเป็นนายกฯพระราชทานรอบ 2 และเข้าไปประมูลสถานีโทรทัศน์itvจากรัฐบาลอานันท์ชนะ

การกลับมามีบทบาทกล่าวหาเสื้อแดงล้มสถาบันคราวนี้ ของสื่อในมือต้อย หรือจะเป็น"ภารกิจลับระดับสูง"ซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ...?

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2552

เมื่อค่ำวานนี้สำนักข่าวtnewsของสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม หรือสนธิญาณ หนูแก้ว
ได้ออกมาเปิดสกู๊ปทางโทรทัศน์ช่อง 11ให้ร้ายว่าเสื้อแดงเคลื่อนไหวล้มสถาบันเบื้องสูง
(ดูคลิปข่าว คลิ้กที่นี่)

พร้อมกันนั้นที่เวบไซต์ tnewsก็ขึ้นข้อความบนหัวเวบว่า"ขบวนการล้มเจ้าแฝงปลุกระดม
เครือข่ายทักษิณพร้อมทำสงคราม"พร้อมกับมีรูปประกอบดังนี้

ในซีรีส์ชุด"ลากไส้สื่อเหี้ย"นั้นผู้เขียนคือคุณ"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"กล่าวในเชิงตั้งข้อสงสัยว่า สนธิญาณ หนูแก้ว
ดูจะมี"ภารกิจลับ"ในการใช้สื่อวิทยุของเขาที่ได้ทุนจากสำนักงานทรัพย์สินฯใน การเปิดข่าวสกัดไม่ให้ณรงค์ วงศ์วรรณ
ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ"บิ๊กสุ"ได้เสียสัตย์เพื่อชาติเป็นายกฯ นำไปสู่การประท้วงขับไล่สุจินดาออก
จากนั้นเขาก็เป็นคนวิ่งเต้นเส้นสายให้อานันท์ ปันยารชุน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีพระราชทานรอบ 2
และเขาเข้าไปประมูลสถานีโทรทัศน์itvจากรัฐบาลอานันท์ได้ แต่หุ้นส่วนแตกคอกันเสียก่อน

การกลับมาของสนธิญาณหนนี้ในการใช้สื่อ ช่อง 11 โจมตีว่าเสื้อแดงจะล้มสถาบันและประกาศโจมตี
ทางเวบไซต์tnewsของเขา จึงน่าจับตามองว่าต้อยสนธิญาณได้รับภารกิจลับระดับสูงอะไรมาอีกหรือไม่?

ด้านล่างนี้คัดมาจากซีรีส์ลากไส้สื่อเหี้ย ตอน"จากไดโนเสาร์วิวัฒนาการมาเป็นเหี้ย"

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม(หนูแก้ว) ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวINNซึ่งมีบทบาทสกัดไม่ให้ณรงค์ วงศ์วรรณ
ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในที่สุดบิ๊กสุต้องเสียสัตย์เพื่อชาติมาเป็น นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
และเขาต้องตามไปแก้ไขในตอนจบของเหตุการณ์แบบลึกลับ

ทีนี้เพื่อตอบคำถามว่าทำไมชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ เพื่อนผู้พี่ของต้อย ตอนนี้ดูจะออกแนวเหลืองๆ
ผมก็เลยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เป็นเรื่องที่ชัชรินทร์เคยบอกคนใกล้ชิดว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ให้ตายไปกับตัว
...

อย่างที่ผมเล่าไปว่าชัชรินทร์ชอบคบคนไม่มีอำนาจ หรือหมดอำนาจแล้ว มันก็มีองค์กรหนึ่งเคยมีอำนาจ
ดันมาหมดอำนาจเพราะป่าแตก ก็คือพรรคคอมมิวนิสต์...ชัชรินทร์ก็ไปเอาพิรุณ ฉัตรวณิชกุล
กรรมการกลางพรรคฯมาลงสัมภาษณ์ในหนังสือรายสัปดาห์ของเขา พิรุณก็พูดไปหลายเรื่องรวมทั้งเรื่อง
สมัชชา4พคท.ที่ทำให้ป่าแตก แล้วก็แนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธ


แต่ความซวยมาเยือนทางการจับพิรุณได้พร้อมกับเมียคืออาจารย์ชล ตอนนั้นตั้งท้องแก่อยู่เป็นที่น่าอนาถมาก
ชัชรินทร์ก็ต้องไปนอนคุกด้วย ตรงนี้จะเห็นว่าชัชโดนคุกข้อหาเป็น”แดง” มาวันนี้เสือกออก”เหลือง”นี่
คนคงงองู2ตัวแดก


ชัชรินทร์ยังมีความสนิทสนมกับพวกป่าแตกอีกหลาย ในนั้นรวมทั้งคนเขียนหนังสือเรื่อง”จากดอยยาวถึงภูผาจิ”
ชื่อนามปากกาจันทนา ฟองทะเล ฟังแล้วออกหญิงแต่แกเป็นผู้ชายนะฮะ แล้วก็ไปทำงานที่มหาลัยรังสิต
กลายเป็นมือขวาดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ไป

ในยุครสช.มีการตั้งพรรคสามัคคีธรรมขึ้นพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรคส่วนประธานสภาดร.อาทิตย์ได้เป็น
และเป็นหนแรกในรอบหลายสิบปีที่ให้ประธานสภาผู้แทน เป็นประธานรัฐสภา
มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อทูลเกล้าใครเป็นนายกฯ


ตามคิวก็ต้องเป็นพ่อเลี้ยงณรงค์ แต่พ่อเลี้ยงณรงค์ดันโดนสำนักข่าวINNที่เพิ่งตั้งได้หมาดๆแฉว่า
แกค้าผงขาวตราสิงโตคู่เหยียบลูกโลก จนอเมริกาไม่ให้วีซ่าเข้าประเทศ

สำนักข่าวINNนั้นก่อตั้งโดยเพื่อนผมคือไอ้ต้อย-สนธิญาณ หนูแก้ว(ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นชื่นฤทัยในธรรม
เพราะมันชักแก่วัด) ไอ้ต้อยนี่เป็นคนปักษ์ใต้ ตัวดำสะตอพันธุ์แท้ เข้าป่ามาออกมายังไงไม่รู้
เสือกไปสนิทกับอาจารย์จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยาซะงั้น อาจารย์จิรายุก็คือผู้อำนวยการทรัพย์สินฯไง

พูดง่ายๆคือคนหาเงินให้ข้างบน

ไอ้ต้อยก็ให้อาจารย์จิรายุหนุนตั้งสำนักข่าวขึ้นมา ส่วนว่าINNไปเล่นพ่อเลี้ยงณรงค์จนชวดเก้าอี้นายกฯ เลยไปจบที่สุจินดา
จนบานปลายเป็นพฤษภาทมิฬนี่ถือเป็น”แผนสมคบคิด”กันหรือเปล่า ผมก็ไม่อยากเดา เพราะไม่มีข้อมูลสนับสนุน
แต่มันมีความเป็นไปเป็นมาอย่างนี้ ใครจะอยากสงสัยก็เชิญ ผมไม่เกี่ยว

พอเกิดพฤษภาทมิฬ ไอ้ต้อยก็ไปม็อบลุยกันใหญ่วันที่ยิงกันหน้าโรงแรมรอแยล ใครจะหนีก็ช่าง
แต่ไม่ใช่ไอ้ต้อย ไอ้นี่บัญชาการลุยแถวหน้าเลยทีเดียว มันบอกมี"พระดี"เลยรอดมาได้


พอพฤษภาทมิฬจบ ในหลวงเรียกเด็กๆเข้าไปหมอบ แล้วฟาดก้นคนละป๊าบให้เลิก แต่ปัญหาไม่จบ
เพราะต้องตั้งนายกฯใหม่ พวกพรรคสามัคคีธรรมก็หน้าด้านบอกว่า ก็พวกประท้วงอยากได้นายกฯ
จากการเลือกตั้งไม่ใช่เหรอ งั้นพวกกูก็ขอใช้สิทธิ์ให้หัวหน้าพรรคคนใหม่คือพล.อ.อ.สมบุญ ระหงส์
เป็นนายกฯ คนก็ยี้กันทั้งประเทศ ขอให้ยุบสภา แต่ตอนนั้นนายกฯก็ไม่มี มันก็ต้องหา หาไม่โดนใจเดี๋ยวมีม็อบภาค2อีก
เพราะม็อบยังไม่แตกสนิท ไอ้ตู่จตุพรพาคนหลบไปสมรภูมิม.รามฯอยู่

อันนี้เรื่องของเรื่องเลยมา ถึงบทตัวพระออกโรง คือชัชรินทร์นี่รู้จักกับจันทนา ฟองทะเล มือขวาของดร.อาทิตย์
ที่เป็นประธานสภา อีกฟากก็สนิทกับไอ้ต้อย มือขวาอาจารย์จิรายุชนิดเป็นพี่น้องรักกันมาก
ชัชรินทร์เลยต้องเป็น match makerไป


ชัชรินทร์เล่าให้คนใกล้ชิดฟังว่า เขาก็ได้ตัวประธานสภามาอยู่กับเขา แล้วเขาก็ได้ดร.จิรายุพาเข้าวัง
ตอนเข้าวังไปนี่ชัชรินทร์ซึ่งเคยถูกจับข้อหาคอมฯก็บอกว่าทึ่งมาก เพราะในห้องทรงงานเต็มไปด้วย
เครื่องมือเครื่องไม้ไฮเทคชนิดที่ว่าแฟ็กซ์นี่เพิ่งมีกันในเมืองไทยตอนนั้น แต่ห้องทรงงานนั้น
น่าจะมีอินเตอร์เน็ตใช้กันแล้ว...อย่าลืมว่าเป็นพ. ศ.2535นะ


ขอข้ามเรื่องวงในไปเดี๋ยวผมจะซวยฐานรู้มากแล้วเอามาเผยในที่แจ้ง สรุปก็คือตามที่คนไทยและชาวโลกตกตะลึงกัน
ตอนนั้นคือ แทนที่รถของวังจะนำตราตั้งพระบรมราชโองการไปบ้านพล.อ.อ.สมบุญที่แต่งตัวชุดขาวรออยู่
ท่ามกลางสำนักข่าวเพียบ และเสียงคนด่าแม่ทั้งประเทศ ก็ขับเลยไปบ้านนายอานันท์ ปันยารชุน
และก็เรียบร้อยโรงเรียนจิตรลดาอย่างที่รู้กัน อานันท์เป็นนายกบร๊ะราชทานรอบ2!

ความสัมพันธ์ของชัชรินทร์กับสนธิญาณ ก็เหนียวแน่นยาวนานมาป่านนี้ ตอนนี้สนธิญาณก็ตั้งกลุ่มห่าเหวอะไรซักอย่างมั้ง
ที่ให้สินบน1ล้านจับไอ้เหลี่ยมนั่นแหละ ส่วนชัชรินทร์ก็มาสัมพันธ์กับพี่เปลว ไทยโพสต์ที่แกเกลียดเหลี่ยมยังกะขี้ด้วย
ก็เลยอาจจะเหลืองไปด้วย

คนหนังสือพิมพ์นี่อย่างผมด่าไปหากไม่ขายวิญญาณให้ซาตานเพราะกลายเป็นหมาหิวเงิน ก็อาจขายด้วยเหตุผลพิเศษอื่นๆ
อย่างกรณีของชัชรินทร์นี่ไม่รู้ขายไปหรือยัง ก็ลองสดับดู...

และส่วนว่าไอ้ต้อยคัมแบ็คมามีบทบาททางการเมืองหนนี้มันมีมิชชั่นลับ"ระดับสูง"
เหมือนตอนพฤษภาทมิฬหรือไม่ ก็คอยดูๆกันไป

สายสัมพันธ์สนธิญาณ+จิรายุ ผอ.สำนักงานทรัพย์สินฯ+บุญชัยอดีตเจ้าของDTAC


นักข่าว100ล้าน-ต้อยกับครอบครัวในคฤหาสถ์เนื้อที่เกือบ1ไร่ติดทะเลสาบ

ต้อยสนธิญาณเล่าให้นิตยสารwho? magazine ฟังถึงชีวิตเขาจากกุ๊ยมาเป็นนักข่าวรวยระดับ100 ล้านในวันนี้
ก็เพราะได้ไปมีความสัมพันธ์กับดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
และบุญชัย เบญจรงคกุล อดีตนายใหญ่ยูคอม เจ้าของDTAC คู่แข่งคู่กัดมือถือของทักษิณ ชินวัตร ดังความข้างล่างนี้


สมัยเป็นนักศึกษารั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ชื่อว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยง ซึ่งทำให้ ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
และการเป็นนักกิจกรรมนี้เองทำให้เขามีโอกาสร่วมงานกับ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สิน
ส่วนพระมหากษัตริย์ และกลายเป็นจุดหักเหที่ทำให้เขาได้มีโอกาส กระโดดเข้าสู่งานชิ้นสำคัญทางด้านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ

เส้นทางการก้าวเข้าสู่ชีวิต"นักข่าว"ของสนธิญาณ เริ่มต้นจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 สมัยที่ประชา มาลีนนท์
ลูกชายคนรองของ วิชัย มาลีนนท์ เป็นผู้ควบคุมดูแลงานทางด้านข่าวของสถานี จากนั้นโลดแล่น อยู่บนถนนน้ำหมึก
ร่วมกับ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ทำหนังสืออาทิตย์วิเคราะห์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขาก้าวสู่เส้น ทางธุรกิจวิทยุ
จัดตั้งสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น (INN) บุกเบิกการนำเสนอข่าว 24 ชั่วโมง สร้างความฮือฮาให้กับ วงการสื่อด้านวิทยุอย่างมาก
ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา

จวบจนเมื่อครั้งสำนักงานทรัพย์สินฯ ก้าวเข้าสู่กิจการทางด้าน “สื่อ” ในนามของสยามทีวี แอนด์ เทเลคอมมิวนิเคชั่น
เขาได้รับมอบหมายจาก ดร.จิรายุให้เข้ามารับงานชิ้นนี้ ซึ่งมีส่วนร่วมกับทีมของ จุลจิตต์ บุณยเกตุ
ในการทำข้อเสนอในการยื่นประมูล จนกระทั่งสามารถคว้างานประมูลมาได้ ทำให้ก้าวกระโดด สู่สยามทีวี
และเป็นสื่อประเภทเดียวที่ยังไม่มีโอกาสทำสำเร็จ เพราะมีปัญหาของผู้ถือหุ้นเสียก่อน ทั้งนี้ ในช่วงที่ไอเอ็นเอ็น
ไปมีสายสัมพันธ์กับมีเดียพลัสก็เคยมีการตกลงจะผลิตข่าวป้อนให้ไทยสกายทีวีมาแล้ว แต่ความฝันต้องสลายเป็นครั้งที่ 2

ไม่นานสนธิญาณจึงกลับไปปักหลักใหม่กับไอเอ็นเอ็นอีกครั้ง แม้ว่าคลื่นข่าวของไอเอ็นเอ็นยัง สามารถจับกลุ่มผู้ฟังได้เหมือนเดิม
แต่ปัญหาครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน เมื่อต้องมาเจอกับเรื่องเงินลงทุน เพราะสำนักงานทรัพย์สินฯ ก็บอบช้ำ
เพราะขาดทุนกับธุรกิจทางด้านสื่อและโทรคมนาคมมาไม่น้อย จึงลดการ ลงทุนในธุรกิจสื่อลงทั้งหมด
เขาจึงต้องหาพันธมิตรรายใหม่มาร่วมลงทุนในไอเอ็นเอ็นแทน

และเป็นเวลาเดียวกันที่กลุ่มยูคอมกำลังขยายธุรกิจทางด้านบรอดคาสติง ยูคอมจึงกลายมาเป็น
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในไอเอ็นเอ็น ไม่นานปัญหาก็เกิดขึ้นมากมาย ทำให้เขาตัดสินใจออกมาก่อตั้งสถานีวิทยุ
BUSINESS RADIO FM 96.5 จากนั้นมาตั้งสำนักข่าว ทีไอเอ็น เรดิโอ ใช้สถานีวิทยุ คลื่นหญิงพลังหญิง
และคลื่นหญิงพิทักษ์เมือง จนกระทั่งมาเปิดบริษัทของตัวเองในนาม สำนักข่าว T-NEWs, บริษัท กรีน โพรเท็คท์ จำกัด
และเป็นผู้บริหารคลื่นวิทยุ FM101 MHz, 102.5 MHz, 103.5 MHz, 104.5 MHz

http://thaienews.blogspot.com/2008/01/cia.html

บทความทวีวุฒิ: CIA เตือนไว้แล้ว

โดย คุณทวีวุฒิ จุลวัจนะ
ที่มา
Thai Journalist Democratic Front
5 มกราคม 2551

เมื่อสักห้าเดือนที่แล้ว ตอนที่คนไทยกำลังถกเถียงกันอย่างรุนแรงเรื่องรธน.50 ก็มีนักข่าวเก่า
สายความมั่นคงของกรุงเทพธุรกิจ จับมือคนในแวดวงราชการลับ รวมถึง CIA มานั่งถกกัน
ถึงรธน.40 และ 50 ทาง CIA ก็พูดตรงๆชัดๆ ว่า ปี 40 มันดีตรงที่ อย่างที่นักเลงเขาคุยกัน
“มันเห็นชัดๆว่าหมัดมาจากไหน ใครปล่อยหมัดอะไร ใครเป็นศัตรูใคร”

เขากล่าวว่ารธน.40 เป็นรธน. ของ คนสมัยใหม่ที่นิยมความโปร่งใสและการตรวจสอบ
แต่ในทางกลับกันรธน.50 นั้น ออกมาทำลายระบบที่นำความโปร่งใสนั้นลง
แล้วแทนที่เข้ามาด้วย “ความสัมพันธ์ส่วนตัว”ที่ทำให้ลำบากมากที่จะเห็นว่าใครทำอะไร
เพราะจะไม่มีร่องรอยอะไรให้ตามมากนัก คนคุมประเทศที่แท้จริง “จะกลายเป็นคนหลังฉาก”
เหมือน Godfather คอย “ชักใย” อยู่เงียบๆในเบื้องหลัง มาวันนี้เราก็เห็น


Reuters

สำนักข่าวที่สำคัญที่สุดบนโลก เขียนไปแล้วว่า “Stealth Coup” หรือ ปฏิวัติเงียบ ได้เกิดขึ้นแล้วในไทย
คือ Godfather กำลังปล้นอำนาจบริหารประเทศไป“ซึ่งๆหน้า” และในบทความอีกมากมายในแนวนี้
จากสำนักข่าวต่างประเทศแทบทุกอัน คำว่า “Invisible Hand” หรือ มือที่แอบ กำลังชักใย กกต. คตส.
และ ระบบตุลาการและผู้พิพากษาศาล ในไทยอย่าง“ขะมักเขม้น”
...

ก็ไม่ต้องบอกว่ากำลังพูดถึงอะไร นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถึงขนาดนักข่าวคนนั้น
ถาม CIA ว่าจะทำอย่างไรในไทย CIA กลับตอบตรงๆ
“ไปดึงเอาสายลับจากเวียดนามและมาเลเซียและอินโดนิเซียมาเสริมในไทย

เพราะไทยนั้นจะมีปัญหาไปอีกนานและต้องใช้กำลังคนมากขึ้นในการติดตามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
แต่ในสามประเทศนั้นการเมืองมั่นคงขึ้นตลอดเวลา จนไม่ต้องใช้คนมากมายนัก” และนี่ก็คือ
จุดเริ่มต้น อย่างที่ใครก็ตามในสายประชาธิปไตยจะสรุปกันลงไปแล้ว อำนาจนอกรธน.ก็คือ
“ป๋า” นั่นเอง “ได้ล้วงลึกไปยัง กกต. และ ระบบตุลาการไทย” เพื่อหยุด พปช. และ ทักษิณ ให้ได้
เราเห็นเงาของสิ่งนี้มาสักพักแล้ว คือโกงเลือกตั้ง กทม. และ โกง “ออกใบแดง” ที่กำลังจะมา
และสุดท้าย ด่านสุดท้าย ของพวกอำมาตรย์ ถ้าเอา พปช. ไม่อยู่ “ก็คือยุบพรรค พปช.”

พลพรรคนักประชาธิปไตยทั้งประเทศ ออกมาเตือนว่าระวังว่าไทยจะลุกเป็นไฟ แต่แน่นอน
วลี “อำตะ” ของบังนั้น ครอบจักรวาล คือถ้าจำกันได้ บังบอกว่า “จลาจลวันประท้วงหน้าบ้านป๋า
ทำให้เห็นความจำเป็นของพรบ.ความมั่นคงฉบับใหม่” พูดง่ายๆ วันนั้นก็คือ “Practice” หรือ “ฝึก” ไว้
สำหรับวันข้างหน้านั่นเอง และสิ่งที่นักประชาธิปไตยควรกังวลไว้ ก็คือ “สื่อกระแสหลัก” วันนั้น ช่วงนั้น
ออกมาบิดเบือนสิ่งที่เกิดขึ้น ให้ “กระแสลบ” มันพัดเข้าใส่ นปก. และก็แน่นอนว่า
สิ่งนี้ “ก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง” ถ้ามีการประท้วงและปะทะใหญ่เกิดขึ้น

มีคนถามผมว่าทางออกคืออะไร ผมก็ได้เขียนเตือนฝ่ายประชาธิปไตย
โดยเฉพาะพลพรรคพปช.ไปแล้ว ว่า
เพื่อนที่ CIA บอกว่า “เสริมกำลังพล” ทำสงครามใต้ดินให้เต็มที่
เพราะศึกในวันข้างหน้า มันจะอยู่ใต้ดิน ใครชนะใต้ดิน จะชนะบนดิน


และเพียงสามสี่วันหลังจากนั่นทักษิณก็ได้เจอกับเฉลิม “จอม Blackmail” ผู้คุ้นเคยกับ “Black Operation”
หรือสงครามมืด ชนิดไม่เป็นรองใคร แต่ผมต้องรายงานด้วยความผิดหวังว่า
CIA กล่าวว่า เฉลิม ถูกเอาไปใช้ผิดด้าน คือเอามาหาเสียง กระตุ้นเรติ้ง
ในขณะที่อำมาตรย์กำลังวางหมากและลงลึกด้วยสงครามใต้ดินที่ไม่มีใครในฝ่ายประชาธิปไตย
“ออกไปต่อกรด้วยเลย”

มาวันนี้ ผมถามเพื่อน CIA ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เอาง่ายๆตรงๆ CIA ประเมินว่า “ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล”
จะต้องเผชิญกับ สิ่งเดียวกับ พปช. คือถ้าเป็นปชป. ก็จะแทบไม่มีอำนาจเลย เพราะจะอ่อนปวกเปียก
จนแทบไม่มีอำนาจหรือเอกภาพและต้องเดินตาม “ขุนพลนอก รธน.” อย่างเดียว ส่วนพปช.
ถ้า“ดิ้นจนหลุดแหของอำมาตรย์ออกมาเป็นรัฐบาลได้” ยังจะต้องเจอกับ “ความพยายามไม่รู้จบ
ที่จะทำลายพปช.และทักษิณลง” และเพราะงานนี้มันไม่มีระบบ แต่เรื่องของความสัมพันธ์ส่วนตัว
และ ระบบมันถูกทำให้อ่อนมาก ด้วยการที่ ส.สซ ไม่ต้องทำตามมติพรรค
“อย่างที่เขาพูดนะถูกแล้ว” CIA สรุปว่า “ซื้อรัฐบาลสมัยนี้ซื้อนโยบายสมัยนี้
ซื้อรัฐมนตรีสมัยนี้ ซื้อคนไทยสมัยนี้” มันถูกแสนถูก
ถ้าไม่เข้าใจผมจะสรุปให้

CIA เขาบอกว่า “ประเทศไทยหาเอกภาพแทบไม่ได้อีกแล้ว คือ แทรกแซงง่าย


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sat Jan 30, 2010 10:47 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 5:35 pm

http://thaiinsider.info/2009news/gossip/2291-2009-05-30-01-22-28




วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2009 เวลา 08:13 น.

หลังมีข่าวสลายทุกๆสี พ่วงภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ แอบต่อสายเคลียร์แดง การเมืองใหม่จริงหรือ!

ผ่านพ้น “พิธีกรรม” ไปแล้ว...สำหรับการประกาศตั้งพรรคการเมืองของแก๊งข้างถนน 5+1 ที่ต้องทำให้ดู
“ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง” เพราะงานนี้มี “เทียบเชิญ” แต่พวกที่เห็นด้วย แต่คนที่ “คัดค้าน”...
อย่าหวังเลยว่าจะได้เหยียบเข้ามา...555

คนที่การันตีเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือ “มหาไชยวัฒน์” ผู้ไม่กินเส้นกับ “มหา 5 ขัน” ที่ประกาศชัดแจ้งแดงแจ๋ว่า
...งานนี้เค้าเชิญแต่พวกที่เห็นด้วย พวกที่ไม่เห็นด้วยไม่ได้รับเชิญจ้าๆๆๆๆๆ

จึงไม่แปลกที่การขอฉันทามติ...จึงมีแต่คนยืนเห็นด้วยพร้อมเสียงปรบมือ เพราะแก๊งข้างถนนนี้เค้าถนัดแต่เรื่อง
“จูงจมูกพวกกินหญ้า” อย่างเดียว...555

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น และตกเป็น “ขี้ปาก” คอการเมืองก็คือ...
งานนี้ “แก๊งข้างถนน” ลดโทนเรื่อง “สีเหลือง” อย่างเห็นได้ชัด


บรรดาแกนนำ 5+1 ต่างหันมาใส่เสื้อสีเขียวอ่อน...ซึ่งผิดวิสัยของ “แก๊งข้างถนน” นี้...ซึ่งมักอ้างเรื่อง “เสื้อเหลือง”
ที่เป็น “แบรนด์” ในการต่อสู้อยู่ข้างถนน...เพื่อให้ “ตัวเอง” ได้เปรียบ...มาโดยตลอด

ลองคิดดู...ถ้าไม่มีอะไร “ดลใจ” มีหรือ...ที่ “แก๊งข้างถนน” จู่ๆ จะมาเปลี่ยนในเรื่องสำคัญที่ว่านี้แบบปัจจุบันทันด่วน

เล่นเอา “คอการเมือง” ยังเป็นงง...แถมบางคนถึงขั้นแซวให้ “ไต่กอ” ได้ยินว่า...แม้จะอยากหนีจากท้องถนน...
มาเข้าสู่ระบบรัฐสภา...แต่ดันลืมไปว่า จิตใจของความเป็นคนข้างถนนก็ยังไม่เสื่อมคลาย เพราะสีเขียวอ่อน
ที่กะจะหยิบมาเป็นแบรนด์ใหม่นั้น...แต่มันก็ยังทำให้คนแยก ไม่ออกจาก “เขียว-เหลือง” ที่เป็นสีประจำของ “รถแท็กซี่”...555

หรือว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้...เพราะได้รับ sign บางอย่างมา...ในเรื่อง unhappy ของ “บุคคลที่มีบารมีพิเศษ”
...ถึงขนาดมีข่าวว่า “โปรโมเตอร์หัวเถิก” (คนที่ “จมูกบานปากมาก” ให้นิยามเอาไว้) ซึ่งก่อนหน้านี้ถนัดเล่นบท
“แต่งแต้มสี” แต่รอบนี้เปลี่ยนมาเล่นบทบาทใหม่ ออกเดินเกมสลายสีด้วยตัวเองอีกครั้ง

นับเป็นการส่งสัญญาณสำคัญที่บรรดา “ฮาร์ดคอร์” ของทุกหลากสี...ต้องกลับมาขบคิดให้จงหนัก ว่าเกิดอะไรขึ้น!!!

โดยเฉพาะกับ “ศาสดาโกเต๊กซ์”...ที่ก่อนหน้านี้ใช้ “หลังอิงกำแพง” จนพร่ำเพรื่อ...แต่งานนี้ถึงกับ “อึ้งกิมกี่”
เพราะจู่ๆ ก็ปรากฏภาพข่าวทางสังคมของบรรดา “สตรีผู้สูงศักดิ์” ถึง 3 ตระกูล-3 ครอบครัว...บนหน้านสพ.โพสต์ทูเดย์
ฉบับวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการแตะมือกันเลี้ยงปลอบขวัญที่ JW Marriot ให้กับ “ท่านผู้หญิงคนหนึ่ง”
ที่เคยตกเป็น “ขี้ปาก-เหม็นขี้ฟัน” ของ “ตัวเขาเอง”


ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ...1 ในสตรีผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง ก็คือคนที่ “ศาสดาโกเต็กซ์” เคยเอ่ยอ้างถึงตอนชุมนุมอยู่ข้างถนนว่า
คือคนที่นำ “ผ้าพันคอสีฟ้า”
มามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจในการ “กู้ชาติ” ที่มันเจ็บแสบก็คือ...
เว็บเครือข่ายศาสดาโกเต๊กซ์ ดันใช้ “เกมใต้ดิน” ทำทีไปหยิบภาพนี้ที่ปรากฏในหน้านสพ. แต่นำมาลงในเว็บตัวเอง
(เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น)...แต่กลับเปิดโอกาสให้ “สาวก” เข้ามาถล่มด่า-เหน็บแนม...ผ่านตัวอักษร ชนิดที่ “คนรู้ทัน”
เค้าก็รู้กันว่า...“จงใจ”


แต่อย่างที่มีคนเคยบอก “ภาพ 1 ภาพ...สามารถแทนคำแทนคำบรรยายได้ดีกว่าคำพูด 1 พันคำ”

งานนี้เรียกได้ว่า...เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนและทรงพลังได้ดี...ก็ไม่รู้ว่า “ใครกันแน่” ที่ “หน้าแตก”
แบบหมอไม่รับเย็บหน้าให้ (ยกเว้นเย็บหัวที่โดนกระสุนเฉี่ยว...555)

แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ...หลังจากเกิดเหตุ “จัดฉาก” ลอบยิง “ศาสดาโกเต๊กซ์”
(ซึ่งต้องไปสืบเสาะกันเอาเองว่า “ใคร” เป็นฝ่ายจัดฉาก)

...แต่รอบนี้...ทำให้ “ใครบางคน” เปลี๋ยนไป...จริงๆ

เพราะอยู่ๆ วันหนึ่ง “ฝ่ายความมั่นคง” เกิดจับได้ว่า...มีการ “ต่อสาย” ถึงกันระหว่าง “ศาสดาโกเต๊กซ์” กับ “สหายจรัส”
ที่เป็น “มาสเตอร์มายด์แดง” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเกมของ “พลังแดง”


ที่อยากให้สังเกตกันด้วยก็คือ...ระยะหลัง “ศาสดาโกเต๊กซ์” ไม่ค่อยได้ใช้ “วาทกรรม” เชือดเฉือน “พลังแดง”
เหมือนแต่ก่อน ซึ่งผิดวิสัยของคนๆนี้


งานนี้พอ “พี่ใหญ่-อ.ย.” แอบกระซิบบอก “ไต่กอ” ให้รับรู้...ก็โป๊ะเช๊ะทันที...เพราะถ้าใครติดตามข่าวของ “ไทยอินไซเดอร์”
มานาน จะพบได้ว่า...เราเตือนคุณ(ล่วงหน้านานหลายปี)แล้ว...ว่า
“คนพวกนี้” หากถึงเวลาก็จะผนึกกำลังกันได้ทันที

เพราะลูกน้องของศาสดาโกเต๊กซ์ที่อยู่ข้างตัวหลายคน ก็เป็นคนที่เคยเข้าป่า...มีจิตใจฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ขณะที่ “ขั้วสหายจรัส” ก็แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งอยู่แล้วว่า...แค้นฝังหุ่น-แค้นฝังใจ...กับเรื่องราวใน อดีต
ที่พวกตัวเองต้องไปทนทุกข์ทรมานในป่า...


และหากใครยังจำกันได้...1 ใน 5 แกนนำของแก๊งข้างถนน...ก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าร่วมประชุมกับพลพรรคผู้ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์
ณ ตึกช้าง เมื่อหลายปีก่อน
...ซึ่ง “ไทยอินไซเดอร์” ก็เคยนำเสนอมาก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน

ซึ่งเป้าหมายของ “คนเหล่านี้” น่าอันตรายยิ่งนัก...เพราะ
“คนเหล่านี้” จะใช้ยุทธวิธี “แยกกันเดิน-รวมกันตี
รอคอยวัน-เวลา...ที่ “จะมาถึง” เท่านั้น!!!


โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ต้องการ “เปลี่ยนแปลงประเทศไทย”

ยิ่งหากไปดู “โมเดลทางความคิด” ของแก๊งข้างถนน...ที่จะชูในเรื่องการตั้งพรรคว่า
จะยึด “โมเดลโปลิตบูโร” ของพรรคคอมมิวนิสต์...ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า...คนพวกนี้ยัง “ฝังใจ” อยู่กับเรื่องเก่าๆ

เพราะถ้าคิดจะทำ “การเมืองใหม่” จริงๆ คุณไม่ต้องมาคิดให้เมื่อยตุ้ม...แค่คิดเรื่องการคัดสรรคนดีๆ เข้าไปมีอำนาจ...ก็พอ

หากคุณกล้ากำหนดกฎเกณฑ์เรื่องการสำแดงภาษีย้อนหลังสัก 2-3 ปี เพื่อให้มีการตรวจสอบว่า “สอดรับ” กับ “ทรัพย์สิน”
ที่คุณได้มาหรือไม่...เพราะถ้าบริสุทธิ์ใจจริงๆ ต้องโดนตรวจสอบก่อนก้าวกระโดดเข้ามาสู่วงการเมือง

ไม่ต้องมาใช้วาทกรรม...โวหาร...ให้ยุ่งยากว่า “การเมืองใหม่” ต้องเป็นอย่างนั้น-อย่างนี้

เพราะขนาด “ศาสดาโกเต๊กซ์” เอง...ยังใช้เล่ห์ในการ “จงใจ” ให้ “ตัวเองล้มละลาย”
เพื่อฉ้อโกง ทำบริษัทมหาชน ให้เจ๊ง-ล้มละลาย


โดยรู้ล่วงหน้าแล้วว่า...จะมีพรรคพวก “หน้าเหลี่ยมๆ” คอยช่วยแก้กฎเกณฑ์เรื่องระยะเวลาในการล้มละลาย
ทำให้สามารถ “ปลดเวลาการล้มละลาย” ได้เร็วขึ้น

พอหลุดพ้นออกมาได้...แล้วออกมาพูดออดอ้อน “แม่ยก” เพียงว่า “ขอโทษ” คำเดียวอย่างนั้นหรือ!!!

ที่สำคัญต้องเคลียร์เรื่องเงินบริจาคให้ได้เสียก่อน...โดยเฉพาะช่วงที่เดินมา แล้วหยิบถุงสีดำที่ใส่แบงก์พัน...
ออกไปหน้าตาเฉย…อย่านึกว่า
“คนภายนอกจะไม่รู้-จะไม่เห็น”

เวลานี้ “หน่วยความมั่นคง” รับรู้ดีว่า “บางคน” ที่อยู่ใน “แก๊งข้างถนน” นั้น “อันตรายยิ่ง” จึงเฝ้า “เกาะติด”
ไม่ให้ “คนเหล่านี้” ทำอะไรต่อมิอะไรได้สะดวกอีกแล้ว


ก็ไม่รู้ว่า “ไอ้รถกันกระสุน” ที่ปล่อยข่าวว่า “แม่ยก” ให้มาน่ะ...จะรับประกันความปลอดภัยได้เต็มร้อยหรือป่าว...555

แต่ที่แน่ๆ “รองเท้า-น้ำลาย” มีคนเตรียมรอไว้ตรึมๆๆๆ น่าสมเพช "การเมืองใหม่" (ไม่จริง)
เพราะ "ตัวละคร" ที่คิดจะเข้ามาโลดแล่น...ยัง "เน่าเฟะ" เหมือนเดิม
…………………

คอลัมน์...ซุบซิบไทยอินไซเดอร์
โดย...ไต่กอ



http://74.125.153.132/search?q=cache:lIYXnFR34YUJ:teenoi.freeforums.org/topic-t608.html+%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%8C,%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+21+%E0%B8%9E.%E0%B8%84.&cd=7&hl=th&ct=clnk&gl=th&client=firefox-a
หนังสือพิมพ์โพต์ ทูเดย์ หน้าที่ 2 ในส่วนข่าวทูเดย์ ได้ตีพิมพ์ภาพข่าวสังคมเป็นภาพงานเลี้ยงปลอบขวัญ

ท่านผู้หญิง วิระยา ชวกุล โดยมิตรสหายผู้ใกล้ชิด ณ โรงแรมเจดับบลิวแมริออท โดยหัวข้อภาพดังกล่าว

ใช้ชื่อว่า “ปลอบขวัญ”

ขณะที่บรรยายภาพ ระบุว่า “ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.บุษบา ธนพงศ์ และ น.อ.สุรยุทธ์ ธนพงศ์ เลี้ยงปลอบขวัญ

ท่านผู้หญิง วิระยา ชวกุล โดยมี ไพโรจน์-ท่านผู้หญิง อรสา ล่ำซำ พล.ร.ต.จุลปรีชา วารุณประภา และภริยา

มาร่วมให้กำลังใจ ที่ห้องอาหารโรงแรมเจดับบลิวแมริออท เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ นอกจาก นพ.โพต์ ทูเดย์ ที่ตีพิมพ์ภาพดังกล่าวในวันนี้ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน หน้า 4 ฉบับวันนี้

ยังตีพิมพ์ภาพสังคมภาพเดียวกันอีกด้วย

ฝากท่านป้าและ ผู้รู้ช่วยตีความ

Last edited by Andaman on Sat May 30, 2009 11:06 am, edited 1 time in total.

แปลกไหม ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.บุษบา ใส่เสื้อเหมือนกับงานวันเกิดเมื่อปี 06 แต่เปลียนสีไปเท่านั้น ??

คุณภาพของภาพดูเหมือน scan มา

http://www.newswit.com/news/2006-08-30/f8075834c6dbe75c4a4e449ff26d32a1/


ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล (แถวยืนที่ 3 จากซ้าย) เลี้ยงฉลองวันเกิด ให้ ท่านผู้หญิง ม.ร.ว. บุษบา ธนพงศ์

(แถวนั่งที่ 2 จากซ้าย) โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานมากมาย ดังนี้นาวาเอก สุรยุทธ์ ธนพงศ์ (แถวนั่งที่ 1 จากซ้าย)

ท่านผู้หญิงสุวรรณี พัฒน์พงศ์พานิช (แถวยืนที่ 2 จากซ้าย) คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี (แถวยืนที่ 4 จากซ้าย)

ท่านผู้หญิงอรสา ล่ำซำ (แถวยืนที่ 5 จากซ้าย) คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (แถวยืนที่ 6 จากซ้าย) และ

คุณดุษดี โอถานนท์ (แถวยืนที่ 7 จากซ้าย) ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ณ ห้องอาหารแมริออท คาเฟ่

โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000056841


ปลอบขวัญ “วิระยา”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552 11:34 น.

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000013378

“เสธ.แดง” ลากไส้ “อนุพงษ์” ไขปริศนา “แต๋วแตก-เจ๊แดงช่อง 5”

30 มกราคม 2553 00:11 น.



ใครๆ ก็ว่า “พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล” หรือ “เสธ.แดง” บ้า แต่ที่น่าแปลกใจคนบ้าที่เป็นทหารนอกแถว
อย่างเขากล้าด่าและขู่ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ผู้บัญชาการทหารบก อย่างไม่เกรงกลัว แถมยังทำให้
ทหารขวัญอ่อนอย่าง “บิ๊กป๊อก” ขวัญกระเจิงถึงขนาดต้องมีทหารตบเท้าให้กำลังใจไม่เว้นแต่ละวัน

หลายคนเชื่อว่า เสธ.แดงคงจะกุมความลับอะไรบางอย่างของบิ๊กป๊อกเอาไว้ ถึงกล้าทำเช่นนี้

และต่อไปนี้คือการแฉหมดเปลือกถึงทุกข้อสงสัยของทหารนอกแถวผู้ซึ่งเป็นที่รังเกียจของใครหลายคน
ที่ "ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์" บุกไปคุยชนิดที่อ่านแล้วต้องยะเยือกไปถึงหัวใจ เพราะเขาได้ไขให้ทราบ
ทั้งปริศนา “แต๋วแตก-วาสลีน” ปฏิบัติการลอบสังหาร สนธิ ลิ้มทองกุล เรื่องร้อนฉ่าอย่าง “เจ๊แดง” ช่อง 5
และคำสารภาพที่ออกมาจากปากเสธ.แดงเป็นครั้งแรกว่า “น้องเดียร์” ลูกสาวสุดที่รักของเขาเป็นพันธมิตรฯ ตัวยง

โปรดอย่าเพิ่งด่า จนกว่าจะได้อ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ

**ทำไมเสธ.แดงถึงทะเลาะกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขนาดนั้น?

อนุพงษ์ มันคือแม่ทัพระบบอำมาตย์ ตอนนี้มันเกิดกองทัพแดง กับกองทัพประชาชนรบกัน กองทัพแดง
กับกองทัพเจียงไคเช็คคือกองทัพรัฐบาล วันนี้เหลืองม่อยไปแล้วเพราะเหลืองโดนอำมาตย์ปราบ
ตอนนี้แดงรบกับอำมาตย์ อำมาตย์แอบอ้างสถาบันกษัตริย์ แดงเลยโดนข้อหาล้มกษัตริย์
ตอนแรกพวกคอมมิวนิสต์เข้ามาเทกโอเวอร์ก่อน พี่สนธิ (ลิ้มทองกุล) ไม่เกี่ยวกับคอมมิวนิสต์
กลุ่มคอมมิวนิสต์คือกลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ กลุ่ม24 มิถุนา และพวกพลเมืองวิวัฒน์ อะไรนี่ล่ะ
เอามาไว้ที่สนามหลวงก่อน แล้วพอเขาเหยียบ โป๊ะ! พี่จับเลย สั่งสันติบาลเอาพวกดาร์ ตอปิโด, สุชาติ
นาคบางไทร, ชีพ ชูชัย และพี่ก็พังเวทีไอ้สมยศ ลากแม่งลงเวที พวกนี้คือพวกคอมมิวนิสต์ 14 ต.ค. 16
และ 6.ต.ค. 19 และไปลากนักศึกษามา แต่พี่ทักษิณ (ชินวัตร) สู้กับ19 ก.ย. 49 สู้อำมาตย์

**ตกลงเสธ.แดงทะเลาะกับบิ๊กป๊อกเพราะอะไร

เรื่องชาติ...มันหนีไม่พ้นที่พี่ต้องปะทะกับกองกำลังของแม่ทัพระบบอำมาตย์ เหตุปะทะบิ๊กป๊อก
เพราะบิ๊กป๊อกยันว่าที่ 187 ไร่ เขาพระวิหาร พล.ท แดน มีชูอรรถ กรมแผนที่ทหารทำถูกแล้วไม่ตรงกับสนธิพูด
สภาความมั่นคงแห่งชาติที่เซ็นถูกต้องแล้วไม่ตรงกับที่สนธิพูด คือพล.ท. สุรพล เผื่อนอัยกา และกรมสนธิสัญญา
และกฎหมายเขาทำถูกต้องแล้ว 187 ไร่ วัดจีพีเอสแล้ว มรดกโลกเข้าถูกต้อง แต่พี่สนธิเขาด่าเจาะลึก โกงรถเกราะ
เขารู้ว่าซื้อรถเกราะมาไม่มีการทดลอง ซื้อด้วยกระดาษ พี่สนธิข้อมูลแม่น ด่าป๊อกอีกว่ารับเงินทักษิณ 13 ล้าน 50 ล้าน
เอาลูกเรียนอังกฤษ ทำเสียดินแดนเข้าพระวิหาร แต่กองทัพเงียบหมด เพราะมันมีวินัย

พี่ก็มาสนามหลวง มาทะเลาะกับ ผบ.ทบ กับสนธิ ลิ้มฯ เรื่องของเรื่องมันรับให้นาย แต่ดูความแข็งแกร่งของ
ระบบอำมาตย์ ซึ่งทุกคนเป็นเหยื่อของระบบอำมาตย์หมด ทั้งพี่ และสนธิ ลิ้มฯ

ป๊อกทำอะไรบ้าง มีปฏิวัติ 19 ก.ย.49 ใช้บ้านจัดตั้งรัฐบาล มันผิดระเบียบของกระทรวงกลาโหมเรื่อง
ห้ามข้องเกี่ยวกับการเมือง ใช้บ้านเป็นกองบัญชาการปราบม็อบวันที่ 13 เม.ย. 52 ใช้บ้านพล.ท คณิต
เป็นที่จัดตั้งรัฐบาลจนทำให้ทหารตายไปคนหนึ่ง จะเห็นว่านี่คือป๊อก ซึ่งทำผิดระเบียบของสภากลาโหมปี 2499
ห้ามใช้สถานที่ราชการข้องเกี่ยวกับการเมือง

วันที่เราเสียดินแดนเขาพระวิหาร เขมรก็ขู่ให้ทหารออกไป 24 ชม. ไม่อย่างนั้นดำเนินสงครามเต็มรูปแบบ
กับทหารไทย ในระหว่างที่ฮุนเซนขู่ และพี่ก็ไปออกรายการของ วาสนา (นาน่วม) บอกว่ารู้มั้ยว่า
ประชาชนเขาบอก ผบ.ทบ หน่อมแน้ม ไม่รู้จะไปเตือนยังไง และเราก็ด่าพวก ทส. พวกมึงเลี้ยงเสียข้าวสุก
พันธมิตรฯ ด่านายมึงโครมๆ เลี้ยงพวกมึงเลี้ยงหมาดีกว่า! แล้วไอ้พวกล้อมรอบผบ.ทบ. ก็เดือดร้อน
ไอ้พี่แดงด่ากู มันเลยฟ้อง ผบ.ทบ. ฟ้องกันใหญ่เลยว่า มันด่านายเหมือนหมา ว่าหน่อมแน้ม แล้วเขาก็ตั้ง
กรรมการสอบสวนวินัย เราก็ไม่มีโทษอะไร นอกจากว่ากล่าวตักเตือน แต่มันทำไงไม่รู้หลอกนายเซ็น
ให้เอาเรื่องทางอาญาทางทหารด้วย ให้ร้ายผู้บังคับบัญชา ก็เอาอาญาทางทหาร ตั้งแต่เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว
พี่นี่ตามง้อแกปีหนึ่งเต็มๆ ตอนนี้ยังไม่ฟ้อง กาลเวลาผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ยังสอบสวนไม่เสร็จ
พี่ไม่ได้มีความผิดอะไร

10 ธันวาฯ ทหารพรานลงมาหมด พี่ควบคุมแถวอีก พี่เลยถูกพักราชการ เงินหาย 8 หมื่น ป๊อกก็เริ่มโกรธ
บอกจะพักราชการมึง พี่ก็ด่ามัน ถ้าพักราชการกู มึงไม่ต้องออกจากกองทัพบกเจอกระทืบ มึงนี่กูช่วยมึงมาตลอด
คราวก่อนเอากูไปเต้นแอโรบิก กูเป็นนักรบนะโว้ย แต่ใส่ชุดรัดๆ สีแดง เต้นๆ โมโห เอากูไปอยู่กีฬา
บอกเป็นเพื่อนกันสมัยที่เรียนกวดวิชา มันก็บอกกูไม่ใช่เพื่อนมึง จำไม่ได้ พี่บอกก็มึงลืมตัวไง จำไม่ได้
ไอ้ห่าเอ้ย! กูไปทำอะไรให้มึง

ล่าสุด 5 ธันวาฯ มันพักราชการพี่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ระเบิดลูกแรกลงกระทรวงกลาโหม กับลงที่บก.ทบ.
แต่เขาปิดข่าวยิงห้องผบ.ทบ. เฉี่ยวไปโดนกระจกแตกหมด ท่อไฟขาดรูเบ้อเร่อเลย มันยิงคืน 14 วันที่ 19
ปรากฏม็อบแดงไปเห็น คือคนงาน คนในกองทัพแดงหมด แต่ที่เป็นพวกเหลืองมีอยู่ 2 คนคือ ผบ.ทบ.
กับโฆษกกองทัพ เขาก็ไปโวยที่นักข่าว นักข่าวขอขึ้นไปดู มันก็เลยรับสารภาพ ก็ไปแจ้งความที่นางเลิ้ง ปั๊บ!
แดงเลย นักข่าวเล่นเลยไปกันใหญ่ วันที่ 20 บ่าย บ้านพี่ พี่ก็ไปตั้งหลักตามสูตร
ออกไปนอกประเทศ ไปอยู่ทางใต้สงขลา ไปมาเลเซีย

พี่ก็ปีนรั้วปืนเขาอยู่บนชายแดน มึงจับกูไม่ได้หรอก ในระหว่างนี้เราก็ประกันลูกน้องออกมาก่อน
พ.ต.อ. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ มันไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะไปขอหมายจับได้ มันต้องเป็นผู้เป็นคน
ไม่มีหลักแหล่ง มีพฤติกรรมหลบหนี โทษเกินกว่า 3 ปี แต่ปรากฏว่าพี่แดงไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ
ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองอาวุธ คนที่มันโดนจับมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพี่แดง บ้านพี่แดงไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ
ศาลเขาก็ไม่ออกหมายจับ เขาเขียนว่า เป็นนายพล ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี พี่แดงเลยกลับบ้านได้ แล้วก็เจอ
ปักป้ายห้ามเข้ากองพัน เอาสห. มาไล่จับพี่ พี่ก็ด่ามันเมื่อวาน มึงไปให้พ้น! จะบ้าไง! กูนักรบ มาไล่จับกู
พี่ก็สมน้ำหน้ามัน แล้วพอมันเอาป้ายมาปักห้ามเสธ.แดงเข้าบ้าน กูเข้าหลังบ้านก็ได้ บ้านกู!

**แล้วใครยิง M79 ใส่พล.อ.อนุพงษ์ เป็นเสธ.แดงหรือเปล่า?

ไม่รู้ว่าเป็นกองกำลังที่ไหน ไม่รู้ใครยิง ยิงเองก็ติดคุกสิ! แต่มันอาจจะยิงเองก็ได้ สร้างสถานการณ์ได้
เพราะได้ข่าวว่าจะถูกย้าย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบุกบ้านนายพล ใส่กุญแจมือทหาร เขามีข้อตกลงว่า
ห้ามใส่กุญแจมือทหาร นี่คือครั้งแรกที่สามารถทำให้กองทัพบกถูกยิง มึง (อนุพงษ์) ต้องลาออก

**โดนเข้าอย่างนี้แล้วเสธ.แดงจะทำอย่างไรต่อไป?

วันที่ 1 ก.พ. เข้ามอบตัวตามหมายตำรวจ ม็อบทั่วประเทศบุกกองปราบ มันมากันเองนะ แล้วจะถาม
ผู้การตำรวจว่าทำไมมึงไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทำไมขอหมายจับ ทำไมไม่ขอหมายเรียก มึงทำตาม
ระบบอำมาตย์ ต้องการขจัดแม่ทัพฝั่งนี้ใช่มั้ย แม่ทัพฝั่งนี้ต้องการที่จะไม่ให้ทหารพรานรบกับทหารหลัก
แต่ป๊อกเข้าใจผิด กลายเป็นว่าพี่จะเอาทหารพรานมายิงกับทหารหลัก มันจึงพักราชการ พี่ พล.อ พัลลภ (ปิ่นมณี)
จะไปพร้อมพี่ และพ.ต.ท. สมชาย เพศประเสริฐ ไปด้วยเพราะเขามีปัญหากับป๊อก เรียกป๊อกไปชี้แจงไม่เคยไป

**ถ้าเสธ.แดงเจอหน้าพล.อ.อนุพงษ์ จะทำอย่างที่บอกจริงๆ ไหม

ตอนแรกบอกว่าถ้าเจอกันเมื่อไหร่ เราบอกว่าเราจะกระทืบ คนเขาถามว่าทำไมงานวันจักรดาวไม่กระทืบ
จะกระทืบอะไรล่ะ รปภ.จะได้กระทืบกูตาย ไอ้สห.รปภ. มาเพียบ ล้อมเกือบ 300 คน ขบวนรถมันยาวที่สุด
ในประเทศไทย กูบอกมึงแล้วไอ้ป๊อก อีก 7 เดือนมึงตาย เพราะอะไร มึงจะไม่มีขบวนรถ หลวงพ่อวัดปากน้ำ
บอกมึงมีอำนาจ มึงมีมาแล้วก็หมดไป ม็อบแดงเขารอกระทืบมึง มึงออกมาแด...ข้าวหน้าปากซอย เขารอกระทืบมึง
เพราะมึงไปปราบเขาวันที่ 13 เพราะฉะนั้นมึงกับกูไอ้ป๊อก เราไม่ได้ฆ่ากันอยู่แล้ว นักเรียนนายร้อย จปร.
ไอ้ที่เขายิงมึงกูไม่รู้เขาเป็นใคร เขายิงขู่มึง ไม่อย่างนั้นเขาก็ยิงตอนกลางวันเข้าหน้าต่างสิ

เราถึงบอกว่าให้เอาลูกเมียที่ ซ.68 ถ.พระบรมราชชนนี เอาไปไว้ในบ้าน ร.1 ที่วิภาวดี ตรงกับบ้านพล.อ. ชัยสิทธิ์,
พล.อ.ประวิตร และป๊อก แต่ทีนี้ป๊อก มันเอาคุณแดง เจ้าแม่ช่อง5 เอาไปไว้ พี่เลยบอกว่า เอาของหลวง
ไปไว้บ้านหลวงซะ เอาของผิดกฎหมายไปไว้ที่อื่นก่อน ปรากฏว่ามันรักของหลวงน้อยกว่าของผิดกฎหมาย
มันก็เลยให้ของผิดกฎหมายอยู่ที่ บ้านหลวง แล้วมันไม่เอาของหลวง ยอมให้ของหลวงตายพร้อมกับลูก
มันให้สัมภาษณ์ไม่ย้าย ไอ้เสธ.แดงกูพร้อมที่จะอยู่ที่เดิม ก็มึงรักของหลวงน้อยกว่าของใหม่
เรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้

**เห็นวันครบรอบช่อง 5 พล.อ.อนุพงษ์ก็ไปด้วย?

ใช่... ของใหม่ชื่อแดง ใส่เลย บอกว่าเสธ.แดง เป็นห่วงหลาน ลูกป๊อกก็เพื่อนกัน เด็กอาคารสงเคราะห์
ลูกทหารเข้าอยู่ที่นั่น ป๊อกเขาติดกับไอ้วีรยุทธ สิทธิมาลิก แก๊งเดียวกัน ไอ้ป๊อกเก่งตีกลอง ตุ้มๆ ฉิ่งๆ
ไม่ใช่นักรบ เกิดมาไม่เคยออกรบ มันเป็นนักตีกลอง ตีทั้งวันทั้งคืน เขาถึงบอกมันเลยแต๋วแตก บ้านทหาร
ไปตรวจต้องเจอระเบิด เจอปืน มีแต่บ้านมึงเจอวาสลีน เขาเรียก เควายเยล มึงก็แต๋วแตกให้เขาจับได้

**พล.อ.อนุพงษ์บอกว่า ที่รู้ว่ามีการยิง M79 เพราะไปอ่านเจอในเว็บไซต์เสธ.แดง?

อ๋อ! ไม่ใช่เว็บไซต์เสธ.แดง ไม่ใช่ๆ (หัวเราะ ) มันมีเว็บไซต์แคมฟร็อกอยู่เว็บหนึ่ง Voice of change ที่อ.เคทอง
เขาเป็นศัตรูกับเอเอสทีวี เขาชอบฝอย เขานึกว่านี่เป็นเว็บไซต์เสธ.แดง เว็บไซต์เสธ.แดงเป็นเว็บผู้ดี
อ.เคทอง นึกว่าเป็นเว็บไซต์ เขาชอบพูดถึงเสธ.แดง ชอบฝอย รู้จริงบ้างไม่จริงบ้าง เขาเลยนึกว่า
เป็นเว็บไซต์พี่แดง มันก็เลยถูกจับไปด้วยไง

**เวลาด่าเขา เสธ.แดงไม่รู้สึกสงสารเขาบ้างหรือ?

เขาผิดเองเขาไม่ถามพี่แดง เขาผิดหลักการปกครอง เขาไม่มีประมุขศิลป์ โรงเรียนนายร้อยเรียกว่า
'ประมุขศิลป์' เวลาเขาด่ากัน ก็จะว่ามึงไม่มีประมุขศิลป์ เขาต้องรู้สิว่า หูตากว้างไกล พี่ทะเลาะกับพันธมิตรฯ
เพราะเขา พี่หวังดีเลยกลายเป็นประสงค์ร้าย และลูกน้องรอบๆ ก็เผาเขา เขาไม่มีประมุขศิลป์เรียกพี่เข้าไปชี้แจง

**จากความอับอายขายหน้าที่เกิดขึ้น เสธ.แดงคิดว่า พล.อ.อนุพงษ์มีสิทธิ์ถูกเด้งไหม?

เมษาฯ นี้ได้ข่าวว่าจะเด้ง เหตุที่เขาทำอย่างนี้เพื่ออำมาตย์ เอาตีนเหยียบป๊อกไว้ เหยียบไว้เพื่อไม่ให้กระดิก
ทำตามคำสั่ง การเมืองก็เหยียบไว้ด้วย เพราะอภิสิทธิ์ อำมาตย์เขาถึงกัน ก็ต้องทำตามใจทุกอย่าง

**คิดว่าพล.อ.อนุพงษ์จะเล่นงานเสธ.แดงหนักแค่ไหน?

เขาก็ทำได้แค่พักราชการ ถ้าสอบสวนเราก็ปฏิเสธว่าเราไม่ได้ทำ เราต้องสู้ เขาก็ไม่รู้ความจริง มึงห้ามมั่ว
ถอดยศไม่ได้ ต้องให้ในหลวง และต้องให้คดีถึงที่สิ้นสุดนะ เขาเรียกว่าใช้อำนาจนักเลงนี่หว่า
ที่มีคำสั่งพักราชการออกมา

**แล้วพล.อ.อนุพงษ์เคยโทรมาคุยกับเสธ.แดงไหม

ไม่มี เขาเป็นคนไม่พูดกับลูกน้อง เขาปกครองคนไม่เก่ง แต่เขาเป็นเด็กเรียบร้อย ดูมันเครียดทั้งวัน
มันไม่ใช่นักรบ เจอพี่แดงเข้าไปวีนทั้งวัน เจอวาสลีนเข้าไป (หัวเราะ) ถ้าพี่เป็น รมต. กลาโหม
พักราชการป๊อก เดี๋ยวพี่แจ้งจับข้อหาบุกรุกอีก ไม่มีหมายค้น เจอพี่แต่ละดอกปวดหัวตายห่าเลย
ความน่าเชื่อถือหมดลงทุกวัน เขาผิดที่พักราชการเสธ.แดงโดยที่อัยการยังไม่สั่งฟ้อง

**แล้วมีโอกาสที่เสธ.แดงจะคืนดีกับบิ๊กป๊อกไหม

มี! มันต้องมีสิ มีผู้ใหญ่สักคนมาสั่งจับมือกัน มันก็จบแล้ว ตัวป๊อกไม่เหมือนพี่สนธิ บุญยรัตกลิน
เขาเรียกพี่ไปพบเวลาที่พี่ทะเลาะกับ เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พี่นี่ทุกผบ.ทบ. เรียกพบหมดแหละ
มีคนนี้แหละไม่เรียกไป เพราะว่าหัวใจมันไม่ใช่นักรบไง มันเป็นนักตีกลอง พอมันฝึกเสร็จ
ทุกคนต้องเลี้ยวซ้ายฝึกในสนาม ไอ้นี่ไปห้องดนตรีไทย ฉิ่ง ฉับ ติ่ง โจ๊ะ ป๊อกก็ไปตีกลอง เวลาเป็น ผบ.ทบ.
ผลงานชิ้นโบแดงของมันก็เลยคือ การตั้งวงออเคสตร้า ใช้เงิน 30 ล้าน แล้วเขาก็ภูมิใจวงนี้มากเลยนะ
(หัวเราะเสียงดัง) แต่พี่จะตั้งหน่วยล่าสังหาร!

**ที่เสธ.แดงบอกว่าพล.อ.อนุพงษ์ไม่เคยออกไปรบ จริงๆ หรือ?

เกิดมามันหลบตลอด ฝึกทหารเสือราชินีก็หลบ เขาเป็นคนไม่ชอบรบ เขาไม่ชอบสนาม หลุดๆ ลอดๆ
ยังไงไม่รู้ เขาไม่เคยตาย 22 ศพ เหมือนพี่ รบกับพ่อสุรยุทธ์ พี่บาดเจ็บ ขึ้นเครื่องบินโดนกองพลใหญ่ที่ 4
ของเวียดนามที่ช่องบก ทหารเขาถึงกลัวใจพี่ไงเพราะเคยปะทะ ป๊อกไม่มีเลย เวลาทะเลาะกับพี่
มันถึงไปไม่ถูกไง เพราะหัวใจมันคนละหัวใจ หัวใจป๊อกเขาไม่ได้ย้อมด้วยเหล็กเหมือนพี่

มีคนถาม เงินเดือนหายไป 8 หมื่นตกลงมึงไม่รู้สึกอะไรเหรอ ก็กูนักรบไง คำว่านักรบเป็นรหัสโค้ดนามข่าย
ของทหารที่ตายไปแล้วในสนามรบ ในเมื่อมึงตายไปแล้ววันนี้คือกำไร นักรบจริงต้องหน้าบาน ดูแววตาสิ
บ้านก็เข้าไม่ได้ ไม่รู้สึกเหรอ มึงจะมาสู้กูได้ไง นี่คือหัวใจนักรบ แต่ไอ้ป๊อกแม่งโดนไปแต่ละดอก
ไปเรื่อยเปื่อยเลย เขาเลยจับได้มึงแต๋วแตกเลย พกเควายเยล เลย

**แล้วทำไมนักดนตรีได้เป็นผบ.ทบ.?

ก็ยุคขันที ยุคอำมาตย์ปกครอง ก็แม่ทัพนี่ ตุ๊ดทุกตัวเลย เสียดินแดนพระวิหารเพราะตุ๊ด

**ทำไมพล.อ.ประวิตร เขาเล่นเสธ.แดงแรงอย่างนั้น?

ผบ.ทบ. เซ็นออกมา เขาไม่เซ็นไม่ได้ มันปกครองไม่ได้ พี่แดงด่าผู้บังคับบัญชา คือด่าส่วนตัว
อย่างนี้กองทัพไม่เคยมีหรอก จำเป็นต้องด่าเราต้องทำชาติให้เจริญ มึงผู้บังคับหน่วยประเทศ
แต่ตกอยู่ในอำนาจอำมาตย์ คนอื่นอาจจะแตกแถว แต่กูแตกแถว กูยังยืนยันว่าเป็นทหารพระเจ้าตาก

ตกต่ำไหม กองทัพถูกยิงครั้งแรก ตกต่ำไหม ส่งกำลังบุกค่ายทหารบุกบ้านนายพลโดยไม่มีหมายค้น
ตกต่ำไหม ให้ตำรวจใส่กุญแจมือทหาร แล้ว ไม่ตกต่ำหนักเหรอที่เอาสารวัตร 20 คนไปเฝ้าบ้านพี่


**ตกลงเสธ.แดงไม่มีอะไรกับพล.อ. ประวิตร (วงษ์สุวรรณ) ใช่ไหม

ไม่มีหรอก เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เราไม่โกรธพี่ประวิตรหรอก เพราะว่าเขาเซ็นตามส่งมา คือ
ไอ้ผู้บังคับบัญชามันอยู่ที่การตั้งเรื่อง แต่ที่ป๊อกเราโกรธเพราะเขาหูเบา แล้วมาพักราชการกู
ไอ้ห่าเงินเดือน 8 หมื่นหาย ไป แล้วความผิดยังไม่มีเลย ล่าสุดยังไม่ได้สอบสวน
คือพี่ไปกอดกับฮุนเซน ไม่ได้จ๊อบพาสปอร์ต พี่ก็บอกว่า เป็นเสธ.แดง 2

**เห็นพวกทหารตบเท้าให้กำลังใจ พล.อ.อนุพงษ์แล้วรู้สึกยังไง?

กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ประกอบด้วย 3 กรมทหารราบ กรมทหารราบที่ 2 อยู่ จ.ปราจีน
กรมราบที่ 12 จ.สระแก้ว 21 อยู่ที่ค่ายนวมินทร์ จ. ชลบุรี 1 กรมประกอบ 3 กองพัน กรม 2 ที่ปราจีนบุรี
ประกอบด้วย 3 กองพันทหารราบ กองพันหนึ่งมีทหารไม่ถึง 30 คน รวมแล้วทั้งกรมมีทหารไม่ถึง 50-60 คน

ครั้งต่อไปป๊อกก็สั่งกองทัพปราบแดง ป๊อกจะสั่งเสียงดัง จัดกำลัง! สั่งไปที่แม่ทัพ แม่ทัพสั่งผบ.พล. ผบ.พล.
สั่งผู้การ ผู้การสั่งผู้พัน ผู้พันสั่งผู้กอง ผู้กองสั่งผู้หมวด ผู้หมวดสั่งผู้หมู่กับไอ้เณร สุดท้ายหมดทั้งกองพัน
เพราะพ่อแม่ไอ้เณรสั่งไม่ให้เข้ากองพัน แล้วนายสิบเมียแดงทั้งแฟลต สั่งผัว ให้หนีราชหาร

**มีข่าวลือเรื่องรัฐประหาร เสธ.แดงว่าจริงไหม

เขาก็ปล่อยเพื่อให้ม็อบแดงตกใจไง แต่เงื่อนไขมันทำไม่ได้

**เสธ.แดงรู้จักกับพล.อ. ประยุทธ์ (จันทร์โอชา) ไหม เขาเป็นคนยังไง

เขาน่ารัก นิสัยดี ถ้าเขาขึ้นเป็นผบ.ทบ.พี่ต้องไปหาเขา ขออนุญาตครับ ช่วยนำผมเข้ารับราชการก่อนครับ
ถ้าจะพักราชการผมต้องให้คดีสิ้นสุดก่อนครับ ถ้าคดีสิ้นสุดแล้วจะให้ผมไปเข้าคุกอะไรก็แล้วแต่
แต่นี้ยังไม่สิ้นสุดเลย ขออนุญาตท่านช่วยทำเลิกพักราชการผมด้วยครับ เพราะเราไม่มีอะไรกับเขา
พี่ต้องไปขอเขาอยู่แล้ว

**แล้วทำไมเพื่อนเตรียมทหารของเสธ.แดงถึงออกมา?

ไม่หรอก สื่ออีกแหละ มันประชุม 5 ข้อ บอกว่ากูไม่เกี่ยวนะ ไอ้แดงทะเลาะคนเดียวนะ
ไม่ใช่ทั้งรุ่นเดียวอำมาตย์ย้ายเขาหมด เขาก็ต้องออกตัวไปว่าเขาไม่เกี่ยวนะ แต่สื่อเขียนว่าตัดหางปล่อยวัด

**เกิดเรื่องแบบนี้ครอบครัวเสธ.แดงจะปลอดภัยไหม

โชคดีที่เมียพี่ เขาดูแล้วว่าเพื่อให้พี่สู้ได้เต็มที่ เขาเลยลาตายไปเรียบร้อยแล้ว 2-3 ปีแล้ว วันลาพี่แดงค่ะ
ขืนถ้าหนูอยู่กับพี่ต่อไป เล่นระเบิดทั้งวัน หนูก็คงโดนระเบิดตาย หนูเลยขอพี่ตายก่อน พี่บ้าไปคนเดียวแล้วกัน
และก็อย่าทำระเบิดโดนน้องเดียร์ (ลูกสาว)

ได้เวลา นับถอยหลัง...



**แล้วเรื่องยิงคุณสนธิ ลิ้มทองกุล นี่มันเป็นยังไง

ไปยิงเขาทำไม เขาเป็นนักข่าว เขาออกมาจากบ้าน ตี 5 เขาไม่มีอะไรสู้มึง ไปยิงเขา พี่ด่าฉิบหาย
พล.อ.ประวิตร (วงศ์สุวรรณ) ขอพบพี่ เพราะพี่ไปเสริมกับลูกชายคุณสนธิ (จิตตนาถ ลิ้มทองกุล)
บอกมาว่าไอ้พวก 3 ป. ยิง เพราะบอกพรรคการเมืองใหม่ไปแตะมือกับเนวิน พี่แดงก็มาเสริม คนก็งง
ไอ้เสธ. แดงพวกใคร กูพวกชาติไง เพราะพี่นี่ไม่เคยทำงานให้พี่ทักษิณ (ชินวัตร) คนนึกว่าพี่รับเงิน
พี่ทักษิณ 700-800 ร้อยล้าน พูดเป็นเล่น พี่ทักษิณจะเอาที่ไหนมาจ่าย


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sat Jan 30, 2010 5:50 pm, ทั้งหมด 8 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 10:52 pm

**สรุปว่าไม่ได้รับตังค์ ทักษิณ?

คนอย่างพี่รับตังค์เหรอ คนที่แข็งแกร่งอย่างนี้ คือคนไทยไม่เคยเห็นไง คนที่แข็งแกร่งรบกับ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2 คน รบกับมือปืน รบกับกำนันเซี้ยะ รบกับนายกฯ ชวน (หลีกภัย)
รบกับพันธมิตรฯ พันธมิตรฯ แตกทัพเพราะพี่นะ และก็มารบกับผบ.ทบ. เพราะมันอยู่ในระบบอำมาตย์
คนอย่างนี้รับตังค์เหรอ เทพยดาฟ้าดินจะคุ้มครองเหรอ ไม่มี! เหมือนกับทหารเสือพระเจ้าตาก ที่รับเงินไม่มี

พอลูกชายสนธิ พูด พี่เลยเสริมก่อน ไปยิงเขาทำไม มึงอาวุธ สงครามครบเลย Hk 33. M 16 คนบอกแล้ว
เสธ.แดงรู้ได้ยังไง ถ้าไม่ Hk 33.ปลอกมันจะเบี้ยว ยิงเขา M 79 แล้วเสล่อยิงไม่ครบรอบ อัดเข้าไป
แล้วมีใครเขาเอารถวิ่งยิง แล้วยิงไม่เข้ามา คือพี่คนเดียวที่เล่าถูก แล้วไปปาดซ้ายเสร็จ ด้วยความที่ยิง
แต่เป้ากระดาษ อยู่แถวชลบุรี พี่อำแม่งขนาดนั้น ไอ้นี่ยิงข้างรถอย่างเดียว พอปาดขวาเสร็จ
ประมาณระยะ 20 เมตร ก็นึกว่าเป็นเป้ากระดาษ ยิง ตึ้งๆ! เขาใส่การซุ่มโจมตีแอมบูดใครเขาใส่ไนท์ไซต์กัน
ไนท์ไซต์คือยิงกลางวันจะเป็นท่อรับแสง แล้วทำไมถึงยิงแม่น กระจกหน้านี่มันเป็นรูเป็นคู่เลย เม็ดคู่
ไอ้คนแม่นปืนถึงยิงได้ขนาดนั้น ใน 1 รูในกระจกรถมี 2 รูเล็ก ต้องนักรบ มันปาดขวากลับยิงยางสนธิ
พอยิงเสร็จกลับโบ๊ะยิงกล่องซีซีทีวี ภาษาทหารเรียกว่าปิดฉากการยิง พอตำรวจมา พี่ก็ไปปั๊ม ไปถาม

พอพี่มาดูกล่องซีซีทีวี รู้เลยเพราะมันเลี้ยวกลับแล้วยิงกล่องซีซีทีวี แสดงว่ามันกลับเข้าค่ายแล้วถอนตัว
สรุปแล้วมันตามมาจากบ้าน พอถึง 4 แยกบางขุนพรหม มันยิง ไม่มีใครเปิดฉากการยิงที่กล่องซีซีทีวีก่อน
ตรงนี้ไก่ตื่น มันยืนบนหลังกระบะ ทีนี้มันยิงไม่แม่น มันยิงรัวเป็นปืนกลชุดแรกปลอกร่วงหลังคาหมดเลย
มาปาดก็เอา M79 ยิงไงอัดตุ้งๆ เข้าไป แต่ไม่แตก คือมันจะต้อง 31 เม็ดไงถึงจะแตก เขาไม่ใช้ M79 วิ่งไล่ยิง
เพราะมันจะโดนสะเก็ดตัวเองมันจะพุ่งใส่ แสดงว่าคนคุมแค่ร้อยตรี มันเป็นนักแม่นปืน แล้วใช้ไนท์ไซต์ยิง
ถึงออกมาเป็นรูเลขคู่ และกระสุนมันกอง เวลาเลี้ยวกลับ มันปิดฉากการยิงซีซีทีวี
การหายตรงนี้คือหายเข้าค่าย ซึ่งปลอดภัยที่สุด น่าจะเป็นอย่างนั้นแต่พี่
ไม่ได้ยืนยันว่า มันเข้าค่าย เพราะตอนนั้นมันประกาศ พ.ร.บ.ฉุกเฉินอยู่


**โดนยิงด้วยเรื่องอะไร?

เรื่องภูเขา พอตอนเช้า พี่ประวิตร ขอพบพี่แดง บอกให้พี่พูดให้ดี กูไม่ยุ่งการเมือง ไม่ได้ตั้งพรรคการเมือง
จะไปแตะมือเนวิน ทำไม กลายมาโทษว่าจะไปเล่นสนธิ ก็บอกครับๆ พี่ครับ รุ่งเช้าเราก็แก้ให้ ในนามโฆษก
รมต.กลาโหม ยืนยันว่าพี่ประวิตรไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ไม่คิดตั้งพรรค ไม่แตะมือเนวินตั้งพรรคการเมืองใหม่
ไม่คิดทำลายสนธิ อย่างที่ลูกชายสนธิพูด ว่าพวกกลุ่ม 3 ป. ยิงพ่อเขา พี่เลยมาเสริม

พี่ยืนยันว่าคนละคนกับที่ยิงพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะพวกนั้นก่อนยิงเขาจะบอกเวลาคืนนี้
เที่ยงคืนนะ คืนนี้ตี 3 นะ แต่กรณีสนธิเขามาทำหน้าที่สื่อ ใส่เสื้อขาวเป็นตาแป๊ะ แต่โชคดีที่ร้อยตรีคุม
ใช้นักรบตะวันออก เลยมือไม่ถึง
ถ้าเสธ.แดง ใช้แอมบูดแปลว่าซุ่มโจมตี พอรถสนธิมา กดเคโมเลย
เอา M79 เจาะเลย เสร็จและตายเลย แต่นี่มืออ่อน

คนยิง ไม่ใช่พี่แดงยิงนะ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญก็คนละพวก ไม่รู้พวกใคร ศาลรัฐธรรมนูญไม่แตก
คล้ายๆ พวกที่ยิงบางขุนพรหมหรือเปล่านะ เพราะยิงไม่เก่ง แต่คนที่ยิงทำเนียบฯ ยิงสนามบิน ยิง
แตกทุกลูกแสดงว่ามืออาชีพ นักรบยิง

**แล้วเสธ.แดง ระแคะระคาย รู้ข่าวมาได้ยังไง

ทำไมจะไม่รู้ โธ่เอ๊ย! ทหารมันรู้จักกันหมด

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-40.htm



http://www.komchadluek.net/detail/20090624/18237/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89.html

มะกันแนะ"ต้องถอนทหาร"ดับไฟใต้
วันที่ 24 มิถุนายน
2552


คมชัดลึก :อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกหนังสือมะกันเปรียบ 3 จังหวัดชายแดนใต้
ชี้ “ควรถอนทหาร” เลิกวิธีคิดดับไฟ ด้วยความรุนแรง "แม่ทัพภาค 4ควง พญ.คุณหญิงพรทิพย์
พบญาติผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงกราดในมัสยิด ทหารร่วมชาวบ้าน300ละหมาดฮายัดหลังคนร้าย
ยิงอาคารโรงงานฮาลาลปัตตานี


(24 มิ.ย.) ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการจัดงานเปิดตัวหนังสือ “รัฐศาสตร์ไม่ฆ่า”
เขียนโดย ศ.เกล็น ดี.เพจ นักวิชาการชาวสหรัฐอเมริกา โดยนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
นักวิชาการอิสระ เป็นผู้แปล นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า
หนังสือเล่มนี้ ด้รวบรวมข้อมูลไว้ว่า
มี 20 ประเทศทั่วโลกที่ไม่มีกองกำลังทหาร หรือกองทัพ
ซึ่งอาจารย์สอนวิชารัฐศาสตร์ในประเทศไทยบางคนและคนไทยทั่วไปอาจไม่รู้

อย่างไรก็ตามการปราศจากกองกำลังทหารมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ

ไม่มีกองทัพเลย หรือการมีสนธิสัญญาป้องกันไว้
ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราไม่เคยตั้งคำถามว่า
ประเทศไทยจะไม่มีกองทัพได้หรือไม่
ประเทศอื่นเขาทำมาแล้ว


ถ้าเราเอาสถาบันโครงสร้างบางอย่างออกไปจากสังคม ทรัพยากรที่มีในระบบที่เคยถูกนำไปใช้ในกองทัพ
เช่น งบประมาณ ซึ่งแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะสามารถถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ได้
ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องสุขภาพอนามัย หรือการแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า
เรื่องนี้ขอตั้งคำถามว่าจะนำไปสู่การถอนกำลังทหารของจากพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้ หรือไม่
แต่ตนไม่ได้หมายถึงให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมดในเวลานี้ ซึ่งสถานการณ์ยังมีความรุนแรง
เป็นอย่างมาก แต่โจทย์ใหญ่คือในอนาคตจะคิดวิธีการอื่นในการจัดการปัญหานี้ ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา
การมีกำลังทหารและการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ก็ไม่สามารถแก้ ปัญหาให้จบลงได้ ทั้งนี้สำหรับความรุนแรง
ที่เกิดขึ้นอีกในระลอกนี้ ตนคิดว่าเป็นเพราะในพื้นที่มีการซ่องสุมอาวุธไว้มาก โดยมีอาวุธปืนเป็นแสนกระบอก
ในมือของผู้คนมากมาย ไม่เฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ซึ่งแต่ละฝ่าย ล้วนขาดวินัยในการใช้กำลังและอาวุธ

ด้านนายศิโรตม์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มี การใช้งบประมาณ และกำลังทหาร
ทุ่มลงไปมาก แต่ไม่ก็ไม่เกิดผลใดๆ ตนคิดว่าใช้ความรุนแรงตลอดไปก็ไม่ได้ผล ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า
เกิดความสงบขึ้นในพื้นที่ ในช่วงที่เราใช้มาตรการทางการเมืองนำการทหาร
ดังนั้นเห็นว่ารัฐควรจะทบทวนเรื่องนี้หรือไม่


http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-120.htm















http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=787&forum=4&page=6&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm




The French Revolution




The Russia Revolution




ในการปฏิวัติฝรั่งเศสปี ค.ศ. ๑๗๘๙ หัวหอกสำคัญในการก่อการปฏิวัติโค่นล้มอำนาจพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๖
เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นสาธารณรัฐ ที่เรียกกันว่าพวก ”จาโคแบงส์” (Jacobins)
ได้ถูกกล่าวหาหรือตั้งข้อสงสัยว่า มีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงกันอย่างใกล้ชิดกับองค์กรอิลูมิเนติ
แม้นว่าคำขวัญที่ถูกใช้ในการปฏิวัตินั้น กลับเป็นคำขวัญที่ไม่แตกต่างไปจากคำประกาศของพวกฟรีเมสัน
กันเลยแม้แต่นิด นั่นก็คือคำว่า

”เสรีภาพ-เสมอภาค-และภราดรภาพ”นั่นเอง…???

ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจนักที่เมื่อเกิดการปฏิวัติโค่นล้มระบบซาร์ในรัสเซีย
ช่วงปี ค.ศ. ๑๙๑๗ กลุ่มกำลังที่มีส่วนสำคัญในการปฏิวัติไม่ว่ากลุ่มที่เรียกตัวเองว่า
”บอลเชวิค” หรือ ”เมนเชวิค” ก็แล้วแต่ ต่างก็ถูกระบุถึงการมีสัมพันธ์โยงใยอยู่กับสมาคมลับ
อย่างอิลูมิเนติ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับชาวยิวในรัสเซียที่ล้วนแต่เติบโตขึ้นมา
ภายใต้เครือข่ายขององค์กรบังหน้าในลักษณะรัฐซ้อนรัฐกันมาตั้งแต่แรก…


บทบาทของชาวยิวไม่ว่าโดยฐานะตัวบุคคล โดยองค์กรทั้งในแบบลับๆ หรือเปิดเผย
ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจสังคมในยุโรปนั้น…
ว่าไปแล้วค่อนข้างเป็นอะไรที่สับสน สลับซับซ้อน จนยากที่จะควานหาเป้าหมาย แนวทางกันได้ชัดๆ
มีทั้งบทบาทที่แสดงออกในลักษณะ ปิดบัง ซ่อนเร้นจนยากที่จะหาร่องรอยหลักฐานใดๆมาเป็นข้อพิสูจน์ได้
มีทั้งลักษณะที่เปิดเผยตรงไป-ตรงมาซึ่งถูกแสดงออกผ่านนักธุรกิจ พ่อค้าหรือเครือข่ายอำนาจทางการค้า
อันเป็นบทบาทที่เคยหนุนช่วยอำนาจของสถาบันกษัตริย์ในบางช่วงบางระยะ
แต่ก็กลับมามีบทบาทในการโค่นล้มอำนาจกษัตริย์ในช่วงระยะต่อมา

มีทั้งตระกูลคหบดีชาวยิวที่อาศัยความมั่งคั่งทางการค้าแผ่ขยายเครือข่ายเข้าไปในหมู่ชนชั้นสูงในยุโรป
ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจรัฐจนกลายเป็นเครือญาติของราชวงศ์และชนชั้นขุนนาง สืบต่อกันมาเป็นรุ่นๆ
แต่ก็มีเครือข่ายของชาวยิวอีกกลุ่มหนึ่งที่อาศัยความเจ็บปวดเคียดแค้นของชนชั้นกรรมาชน
แผ่ขยายความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับอำนาจที่เกิดขึ้นมาใหม่โดยนักปฏิวัติผู้พยายามโค่นล้มระบบขุนนาง
และกษัตริย์ลงไปให้ได้
และยังมีชาวยิวในแต่ละบุคคลที่อาศัยสติปัญญา ความเฉลียวฉลาดเฉพาะตัว
แสดงบทบาททั้งในฐานะผู้กระตุ้นให้เกิดลัทธิทุนนิยมขึ้นมาในยุโรป
รวมทั้งเป็นผู้ที่ให้กำเนิด ลัทธิคอมมิวนิสต์อันเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับทุนนิยม
จนบรรดาผู้ที่เชื่อมั่น-ศรัทธาต่อความคิดของชาวยิวทั้งสองฝ่ายต้องหันมา
ประหัตประหารกันเองทั่วทั้งยุโรปและทั่วทั้งโลกในเวลาต่อมาอีกด้วย….ฯลฯ ฯลฯ




https://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=619&forum=6&page=13&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

สังคมศาสตร์ปริทัศน์สื่อกลางทางความคิดและบทบาทของ .ศิวรักษ์ ในยุคแสวงหา


ในยุคมืดที่ประชาชนถูกปิดหูปิดตา
หนังสือพิมพ์และสื่อสารต่างๆถูกอำนาจรัฐคุมคาม
ทำให้หนังสือพิพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ
ไม่กล้านำเสนอข่าวการเมืองหรือแม้แต่ แนวคิดทางเมืองใดๆที่มีมุมมองแตกต่างไปจากรัฐบาลทำให้ปัญญาชนและนักศึกษา
ผู้แสวงหาแนวทางออกให้กับปัญหาสังคมขาดสื่อกลางใน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเทืองปัญญา
แต่แล้วก็เผอิญกับการกำเนิดขึ้นของสมาคมสังคมศาสตร์เมื่อเดือนมิถุนายน 2506 ด้วย การสนับสนุนของ
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาผ่านทางสำนักข่าวสารอเมริกัน เพื่อมุ่งเผยแพร่อุดมการณ์เสรีนิยมและแนวคิดแบบอเมริกัน

พร้อมๆไปกับเปิดช่องให้ปัญญาชนนักคิดในยุคนั้น ได้มีทางดิ้นออกจากความซ้ำซากจำเจในสถาบันการศึกษาและในแวดวงวิชาการ
จึงได้มีการจัดตั้งสมาคมดังกล่าวขึ้นพร้อมๆกับการออกวารสารทางวิชาการอย่างเป็นทางการของสมาคม โดยมีสุลักษณ์ ศิวรักษ์
เป็นบรรณาธิการ
เริ่มแรก แนวหนังสือยังมีความโน้มเอียงไปทางอนุรักษ์นิยมตามบุคคลิกเนติบัณฑิตอังกฤษ”นุ่งผ้าม่วง”
อย่าง ส.ศิวรักษ์ แต่ในท่ามกลางความแห้งแล้งทางภูมิปัญญาและความไม่พอใจต่อระบบปกครองที่เป็นเผด็จการ
นิตยสารราย 3 เดือนฉบับนี้จึงได้กลายเป็นเวทีทางวรรณกรรมและความคิด อันเป็นเสียงเรียกร้องแห่งความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจ
ร่วมสมัยและได้พัฒนาแนวคิดทางการเมืองของผู้อ่านขึ้นเป็นลำดับรวมทั้งกลุ่มนักศึกษาขบถของมหาวิทยาลัยต่างๆในยุคนั้นด้วย


สำนักงานกลางนักเรียนคริสเตียนแหล่งชุมนุมของนักศึกษาขบถ

สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่นักศึกษาขบถเหล่านี้นิยมไปแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นทางการเมือง คือ
ที่
สำนักงานกลางนักเรียนคริสเตียน ( SCC- Student Christian Center)เชิงสะพานหัวช้าง นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
เล่าให้ฟังว่า หลังจากสิ้นยุคเผด็จการโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อต้นปี 2509 เขาได้มีโอกาสเข้าร่วมการสัมมนากับ
นักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ในหัวข้อ”ความรับผิดชอบทางจริยธรรม เป็นความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ”
ที่ทางสำนักงานกลางนักเรียนคริสเตียน ( SCC- Student Christian Center) โดยดร.โกศล ศรีสังข์ เป็นโต้โผจัดขึ้นครั้งแรก
ในวงสัมมนาครั้งนี้นี่เอง ที่เขาได้มีโอกาสพบกับบรรณาธิการสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ปัญญาชนดวงเด่นในยุคนั้น รวมทั้งยังได้ฟัง
ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ มาแสดงปาฐกถา ได้ฟัง ดร.ดิเรก ชัยนาม มาบรรยาย ที่สำคัญได้มีโอกาสอภิปรายทั่วไปในวงสัมมนา
โดยมีดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นประธานและเป็นผู้กล่าวปิดการสัมมนา นับเป็นเวทีแรกที่สร้างความประทับใจ จุดประกายความคิด
และเป็นจุดเชื่อมให้นศพ.วิชัย ได้รู้จักคุ้นเคยกับปัญญาชนขบถร่วมยุค อาทิ โกมล คีมทอง และต่อมาก็ได้ก้าวออกจากรั้วศิริราช
มาเข้าร่วมอยู่ในแวดวงนี้อย่างใกล้ชิดในเวลาต่อมา


หากมองย้อนกลับไปดูบทบาทของ SCC ในช่วงนั้น อาจกล่าวได้ว่ามีบทบาทในการสร้างแกนนำ
นักกิจกรรมที่สำคัญในเวลาต่อมา โดยเฉพาะบทบาทของ นิรันดร์ ประดิษฐ์กุล นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
ในฐานะประธาน SCC (ปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ-ป.ป.ช.)
ที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการจัดให้ พิภพ ธงไชย สมัยที่เป็นประธานนักศึกษาวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
อยู่ร่วมวงสัมนาเดียวกับ ส.ศิวรักษ์ จนทั้ง 2 ถือเป็นกัลยาณมิตรที่ได้ร่วมกิจกรรมทางสังคมกันอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมา


จากบทสรุปของการสัมมนาในครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่เห็นว่านิสิตนักศึกษาควรมีการรวมตัวกัน
เป็นกลุ่มก้อน แทนที่จะต่างคนต่างอยู่ ซึ่งต่อมาเมื่อรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร สนับสนุนให้มีการจัดตั้งสมาคมบริการ
นักศึกษานานาชาติ( WUS-World University Service) ตามแนวทางของสหรัฐอเมริกา
เพื่อช่วงชิงพลังนักศึกษาทั่วโลก
ที่กำลังมีปฏิกิริยาต่อต้านรัฐบาลให้มาเน้นกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์แทน แนวคิดดังกล่าวก็ยิ่งมีแรงขับเคลื่อนต่อเนื่อง
จนมาได้บทสรุปที่ชัดเจนในการประชุม WUS ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี 2512 อันนำไปสู่การจัดตั้งเป็น
ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยต่อมาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2513


พัฒนาการจากค่ายสร้างวัตถุสู่ค่ายสร้างปัญญา

หลังจากการสัมมนาที่ SCC กลุ่มบูรณะชนบทอันมีฐานสำคัญจากนิสิตในจุฬาฯ ก็ได้จัดกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนา
โดยแทนที่จะเป็นค่ายเฉพาะของนิสิตจุฬาฯมาร่วมกันทำค่ายของ สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่โด่งดังมากในช่วงนั้น
กลับมีการดึงนิสิตนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเป็นครั้งแรก และเป็นค่ายที่เริ่มมีการแลกเปลี่ยนถกเถียง
ทางความคิดระหว่างผู้เข้าร่วมประสานไปกับการช่วยเหลือสร้างสาธารณูปโภคให้ชาวบ้านตามเป้าหมายเดิมก่อนหน้านั้น
ซึ่งนศพ.วิชัย ก็ได้เข้าร่วมและถือเป็นจุดเชื่อมโยงให้นักกิจกรรมของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในยุคต่อมาได้เข้าร่วมเป็น
เครือข่ายกับนักกิจกรรมจากสถาบันอื่นผ่านค่าย บูรณะชนบทนี้ ทำให้รูปแบบ”ค่ายพัฒนาความคิด” เช่นนี้
ได้แพร่เข้ามาในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ควบคู่ไปกับค่ายอาสาพัฒนาในรูปแบบเดิมในเวลาต่อมา


แตกหน่อเวทีทางความคิดสู่วงปริทัศน์เสวนา ณ โบสถ์ วัดรังสีสุทธาวาส

นายแพทย์วิชัยยังเล่าให้ฟังอีกว่า กิจกรรมสำคัญอีกประการที่มีส่วนสร้างโลกทัศน์มุมมองใหม่ให้กับเขา
สมัยเป็นนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง ก็คือการได้เข้าร่วมทำ”สังคมศาสตร์ปริทัศน์ฉบับนิสิตนักศึกษา”ร่วมกับนิสิตนักศึกษา
ที่มาจากกลุ่มอิสระของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยมี ส.ศิวรักษ์เป็นพี่เลี้ยง


นายแพทย์วิชัยได้ย้อนอตีตให้ฟังว่า “การเข้าร่วมทำสังคมศาสตร์ปริทัศน์ฉบับนิสิตนักศึกษาทำให้ดาวร้าย
จากที่ต่างๆโคจรมาพบกันทั้ง รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ วิทยากร เชียงกูล โกมล คีมทอง เป็นต้น เราก็มาร่วมกันเป็นกองบรรณาธิการ
ไปหาต้นฉบับมาหรือเขียนเอง โดยที่มีอาจารย์สุลักษณ์ช่วยชี้แนะ ช่วยในการจัดพิมพ์ แล้วก็ให้พวกเราเอาไปขาย
ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่นักศึกษาได้ฝึกฝนการเขียนสไตล์หลักๆ คือวิจารณ์ชีวิตในมหาวิทยาลัย”


จากจุดนี้เองได้ขยายวงจนเป็นที่มาของ ”ชมรมปริทัศน์เสวนา”ที่ปัญญาชนขบถทั้งจากในรั้วและนอกรั้วมหาวิทยาลัย
มาร่วมกันตั้งประเด็นถกเถียงร่วมกันเป็นประจำ ในลักษณะ”สภากาแฟ” โดยใช้โบสถ์เก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วของวัดรังสีสุทธาวาส
ซึ่งเคยอยู่ภายในบริเวณเดียวกับวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นที่พบปะเสวนา


“อาจารย์สุลักษณ์พาพวกเราไปขอใช้สถานที่จากท่านเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร คือท่านเจ้าคุณพระศาสนโสภณ
ซึ่งก็คือสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ก็มีพระเข้ามาร่วมฟังพวกเราด้วยเป็นครั้งคราว เช่นพระมหาชวินทร์ สระคำ
ซึ่งต่อมาได้สึกออกไปสมัครเป็นผู้แทนราษฎรที่ จ.ร้อยเอ็ดและก็ได้รับเลือกเข้ามา ส.ส.ชวินทร์ เป็นคนที่จะพูดเรื่องซีไอเอมาก
ในที่สุดก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งเชื่อว่าถูก ซีไอเอ ฆ่า
คนที่มาร่วมกิจกรรมก็ขยายวงออกไป มีผู้หญิงมาร่วมบ้าง
ก็เช่น สมัย อาภาภิรม สุภางค์ จันทวานิช จากอักษรศาสตร์ จุฬาฯ อรวรรณ ตั้งสจจพจน์ จากเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
และจากกลุ่มกิจกรรมนี้ ก็ได้มีส่วนสร้างคนจำนวนมากที่มี 2 ทักษะ ที่สำคัญในการทำงานเคลื่อนไหวทางสังคม คือ
ทักษะในการพูด และการเขียน และจากวงนี้ทำให้เรารู้ว่าการเป็นนักศึกษาต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เราต้องเติม ต้องหาวิธีที่จะเรียนรู้
ก็จะมีการเชิญผู้รู้ในแขนงต่างๆ มาบรรยายให้ฟังอย่างต่อเนื่องนอกจากเรื่องการเมืองแล้วยังมีเรื่องประวัติศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม
โดยมีการยกทีมไปทัศนศึกษายังสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ด้วยทำให้เราได้เรียนรู้ชีวิตครบถ้วนทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม
ประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ และผมพบว่าการที่จะนำความคิดไปโน้มน้าวจูงใจคนได้ต้องมีรากฐานทางวัฒนธรรม
ต้องมีศิลปะในการนำเสนอและจูงใจ”


ความที่เป็นเพียงนักศึกษาแพทย์คนเดียวของศิริราช หรืออาจเป็นเพียงนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์
คนเดียวที่ก้าวออกมาใน ยุคต้นๆนั้น ทำให้นศพ.วิชัยแปลกแยกจากเพื่อนๆมากพอควร เพราะเพื่อนรุ่นเดียวกันแทบไม่มีใครสนใจ
เมื่อนำหนังสือสังคมศาสตร์ปริทัศน์ฉบับนิสิตนักศึกษาที่ทำกับมือกลับไปขาย แม้จะมีเพื่อนบางคนช่วยขายบ้าง แต่ก็ไม่มีใครสนใจ
สาระของมันนัก


พุทธศาสตร์กับการแสวงหาของนักศึกษาขบถ


มีนักศึกษาแพทย์กลุ่มหนึ่งที่ปฏิเสธกิจกรรมกระแสหลักและมุ่งแสวงหาแนวทางของชีวิตโดยให้ความสนใจ
ในพุทธศาสตร์เป็นพิเศษมีอยู่หลายคน หนึ่งในนั้นมี นศพ
.พิวัฒน์อยู่ด้วย นศพ.พิวัฒน์เป็นนักศึกษากลุ่มแรกๆ
ที่สนใจศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง สวนทางกับการใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อของคนส่วนใหญ่ จนรั้งตำแหน่งประธาน
ชมรมพุทธศาสตร์และวัฒนธรรมไทย และเห็นว่าวิชาเลือกที่จำเป็นวิชาหนึ่งของแพทย์คือธรรมะ เพื่อจะได้ศึกษาให้ลึก
ถึงความเป็นคนอย่างแท้จริง

“ก็มีโอกาสได้จัดกิจกรรมให้หมอได้ผ่านหลักสูตรวิชาเลือกนี้โดยจัดไปบวชที่สวนโมกข์ของท่านพุทธทาส
บวชทีแรกก็บวชพร้อมกับประสาร มฤคพิทักษ์นี่แหล่ะ
บวชกันเอง แล้วจึงค่อยมาจัดให้เขารวมกันติดแล้วว่ากันต่อ
ตอนนั้นอาจารย์ก็ยังไม่ได้มาเกี่ยวข้องอะไร ก็มาสนับสนุนทีหลัง”
ปัจจุบัน นศพ. พิวัฒน์ ก็คือพันเอกน.พ.พิวัฒน์ โปษะยานนท์
เป็นรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแพทย์ทหาร สังกัดกรมการแพทย์ทหารบก


นักศึกษาแพทย์รามาอีกผู้หนึ่งที่มีบทบาทในชุมนุมพุทธศาสตร์ก็คือ
นศพ.เหวง โตจิราการ เมื่อเข้ามาเป็นนักศึกษาเตรียมแพทย์รามาปี 1 ในปี 2512
นศพ.เหวงซึ่งถูกรุ่นพี่คือ นศพ.พิวัฒน์ โปษยานนท์ ชักชวนให้มาร่วมทำกิจกรรม
ในชุมนุมพุทธศาสตร์และประเพณี ก็ได้พยายามนำแนวคิดคำสอนของท่านพุทธทาส
มาเผยแพร่โดยอาศัยบทบาทหน้าที่ ในฐานะเลขานุการนักศึกษาปี 1 นำคำสอนเหล่านี้
ติดสับเปลี่ยน
ไว้ในห้องบรรยาย L 01 ทุกวัน ขณะเดียวกันก็รับอาสาทำหน้าที่ติวเตอร์ในวิชาต่างๆ
ในช่วงพักเที่ยงและช่วงว่างอื่นๆ ทำให้เป็นที่รู้จักของเพื่อนและรุ่นน้องต่างคณะและทำให้รุ่นพี่-รุ่นน้อง
ในกลุ่มติวที่ต้องเรียนรวมกัน 2 ปีแรกในคณะวิทยาศาสตร์ได้เชื่อมร้อยกันได้ระดับหนึ่ง
จนเมื่อขึ้นปี 2
นศพ.เหวง เข้ารับตำแหน่งประธานชุมนุมพุทธศาสตร์และประเพณีเต็มตัว ก็ได้พยายามเน้นสาระ
แห่งพุทธธรรมเป็นหลัก แทนการจัดงานหรือกิจกรรมที่ฟุ่มเฟือย เช่นการจัดค่ายอาสาของชุมนุมพุทธฯ
แทนการจัดทอดกฐินหรือการนำดนตรีโปงลางของอีสานมาเล่นในงานประจำปีของมหาวิทยาลัย เป็นต้น
แม้เมื่อพ้นตำแหน่งไปเมื่อขึ้นปี 3 เขาก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานนำนักศึกษาแพทย์
ประมาณ 20 คนไปบวชที่สวนโมกข์


ด้วยเหตุนี้ นศพ.เหวงจึงได้รับการขนานนามว่า”ท่านมหา” แม้เมื่อตัดสินใจเลือกหาทางเข้ามาเคลื่อนไหว
กิจกรรมนักศึกษาในฐานะนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลเต็มตัวหลัง 14 ตุลาคม 2516

ตามคำขอร้องของนศพ.ประยงค์ แทนการทุ่มเทความสนใจไปในทางพุทธศาสนา หลังจากหลบไปใช้เวลา
หาคำตอบให้กับตัวเองอยู่พักใหญ่


http://en.wikipedia.org/wiki/I_Vow_to_Thee,_My_Country

I vow to thee, my country, all earthly things above,

Entire and whole and perfect, the service of my love;

The love that asks no question, the love that stands the test,

That lays upon the altar the dearest and the best;

The love that never falters, the love that pays the price,

The love that makes undaunted the final sacrifice.

I heard my country calling, away across the sea,

Across the waste of waters she calls and calls to me.

Her sword is girded at her side, her helmet on her head,

And round her feet are lying the dying and the dead.

I hear the noise of battle, the thunder of her guns,

I haste to thee my mother, a son among thy sons.

And there's another country, I've heard of long ago,

Most dear to them that love her, most great to them that know;

We may not count her armies, we may not see her King;

Her fortress is a faithful heart, her pride is suffering;

And soul by soul and silently her shining bounds increase,

And her ways are ways of gentleness, and all her paths are peace.

Charlotte Church - I Vow To Thee, My Country

"I Vow to Thee My Country"

I vow to thee my country All earthly things above
Entire and whole and perfect The service of my love

The love that asks no questions The love that stands the test
That lays upon the altar The dearest and the best

The love that never falters The love that pays the price
The love that makes undaunted The final sacrifice ...

(Cecil Spring-Rice, 191

“คำมั่นแด่มาตุภูมิ”

ขอสัญญาต่อแผ่นดินถิ่นกำเนิด
สุดประเสริฐกว่าสิ่งใดในพื้นหล้า

หนึ่งใจภักดิ์รักษ์ชาติ-ศาสน์-กษัตรา
มิกังขากล้าพิสูจน์ด้วยชีวี

แม้ชีวิตอุทิศได้ไม่ไหวหวั่น
มิคร้ามครั่นคิดเสียดายฤาหน่ายหนี

กายและใจมอบไว้เป็นชาติพลี
ด้วยศักดิ์ศรีชายชาติผู้อาจอง


(W, กรกฎาคม 2549)




แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sat Jan 30, 2010 10:41 am, ทั้งหมด 7 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 10:55 pm








att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 10:57 pm








att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 10:59 pm








att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 11:02 pm








att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 11:03 pm








att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันของ ๒ กลุ่มคน ในการล้มล้างสถาบัน

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 11:05 pm








att

จำนวนข้อความ: 1075
Registration date: 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 5 1, 2, 3, 4, 5  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ