สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

หน้า 6 จาก 9 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 18, 2009 1:23 am




avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 18, 2009 1:24 am




avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 18, 2009 1:25 am




avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 18, 2009 1:26 am




avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 18, 2009 1:27 am




avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 18, 2009 1:28 am




avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 18, 2009 1:29 am




avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 18, 2009 1:30 am




avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 19, 2009 1:08 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1235019037&grpid=01&catid=06

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 11:49:10 น. มติชนออนไลน์

ฉ้อโกงเขย่าโลกโผล่อีก บ.มหาเศรษฐีมะกันตุ๋นเงินชาวอเมริกัน-หนีเข้ากลีบเมฆ

คดีฉ้อโกงเขย่าโลกโผล่อีก ชาวอเมริกันแห่เข้าคิวยังธนาคารในแอนติกัว โคลัมเบีย และเอกวาดอร์ เพื่อหวังถอนเงินหลังถูกหลอกให้ลงทุนในโครงการซื้อหุ้นของมหาเศรษฐีชาวเท็ก ซัส ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์สั่งระงับทรัพย์สินของบริษัทแล้ว ด้านเจ้าตัวหนีหายเข้ากลีบเมฆ

สำนัก ข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ว่า ชาวอเมริกันที่แตกตื่นได้เดินทางยังประเทศแอนติวกัว และบางประเทศในแถบลาตินอเมริกา เพื่อหวังถอนเงินจากการลงทุนในโครงการซื้อหุ้นของธนาคารสแตนฟอร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล ของนายอัลเลน สแตนฟอร์ด ในประเทศอันติกัว โดยบางรายเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ โดยทรัพย์สินของธนาคารแห่งนี้ได้ถูกระงับแล้ว ส่วนนายสแตนฟอร์ด ขณะนี้ได้หายตัวไปไม่สามารถพบเห็นได้



ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาสหรัฐได้สั่งระงับทรัพย์สินของบริษัทสแตนฟอร์ด หลังจากคณะกรรมการตลาดหลัททรัพย์สของสหรัฐระบุว่า นายอัลเลน สแตนฟอร์ด ได้ดำเนินธุรกิจฉ้อโกงหลอกขายพันธบัตรให้แก่นักลงทุน โดยหลอกลวงว่าจะได้รับผลกำไรที่สูงค่า อย่างไรก็ตาม ถึงขณะนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ทราบมูลค่าการลงทุนของประชาชนต่อบริษัทของ นายสแตนฟอร์ด ด้านรัฐบาลโคลัมเบียและเอกวาดอร์ ยังได้ระงับการดำเนินธุรกิจใด ๆ ของบริษัทสแตนฟอร์ดด้วย

รายงานระบุว่า



สำหรับประวัตินายสแตนฟอร์ดนั้น เคยถูกประเมินว่ามีทรัพย์สิน 2,200 ล้านดอลลาร์จากนิตยสารฟอรบส์ เป็นเจ้าของทีมกีฬาหลายแห่ง และยังเป็นนักบริจาคทางการเงิน เขาได้บริจาคเงินเป็น2.4ล้านดอลลาร์ ให้แก่พรรคเดโมแครต จำนวนนี้ 2 ใน 3 บริจาคให้แก่นักการเมืองพรรคเดโมแครต



ด้านเอฟบีไอยังได้เตรียมสอบสวนด้วยว่า มหาเศรษฐีรัฐเท็กซัสรายนี้ เกี่ยวพันกับการฟอกเงินจากแก๊งค์ยาเสพติดเม็กซิโกหรือไม่ด้วย โดยทางการเม็กซิโกยังได้ยึดเครื่องบินส่วตัวของนายสแตนฟอร์ดหลายลำเพื่อ ดำเนินการสอบสวน


Global governance หรือ ธรรมาภิบาล
คุณธรรม จริยธรรม ของฝรั่งที่เราเอามาเป็นต้นแบบ (แม่ปูกับลูกปู)

http://en.wikipedia.org/wiki/Governance


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Feb 23, 2009 11:08 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 19, 2009 2:39 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1235020664&grpid=01&catid=06

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 12:16:32 น. มติชนออนไลน์

อึ้ง ม.ฮาร์วาร์ดเสนอ"เออร์ลี่ รีไทร์"ครั้งแรก

อึ้ง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประกาศโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ ต่อเจ้าหน้าที่เป็นครั้งแรกเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยได้ชื่อว่ารวยที่สุดของโลก ได้ประกาศโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ แก่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งชะลอการสร้างอาคารเรียนใหม่เพื่อประหยัดงบประมาณ เนื่องจากปัจจุบันสถานภาพทางการเงินของมหาวิทยาลัยกำลังได้รับผลกระทบจาก วิกฤตการเงินโลกในปัจจุบัน โดยโครงการเออร์รี่ รีไทร์ โดยสมัครใจ ครั้งแรกจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ และมีสมาชิกมหาวิทยาลัยกว่า 1,600 คนเข้าเกณฑ์ดังกล่าว



รายงานระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว ฮาร์วาร์ดสร้างความตกตะลึงหลังเปิดเผยว่า เงินบริจาคของมหาวิทยาลัยจำนวน 36,000 ล้านดอลลาร์ ได้สูญไปกว่า 22 % หรือราว 2,200 ล้านดอลลาร์ การแถลงดังกล่าวมีขึ้นขณะที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลกหาทางลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มเงินรายได้ ทั้งนี้ ฮาร์วาร์ด ยังมีแผนจะเพิ่มค่าเล่าเรียนอีกเป็น 3.5 % ในปีหน้าด้วย
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สิ่งที่จะเกิดกับกองทัพไทยในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 21, 2009 8:11 pm

att พิมพ์ว่า:ว่าแต่ทหารไทยนี่ มีสิทธิ์ตกงานด้วยหรือเปล่าหว่า lol!

rajdamnuen210209 09



สิ่งที่จะเกิดกับกองทัพไทยในอนาคตอันใกล้ เมื่อ UN เข้ามา
แต่จะว่าไป เข้ามาตรวจสอบแหล่งเงินทุนของทั้ง เสื้อเหลือง และ เสื้อแดง
ก็น่าจะดีเหมือนกัน จะได้รู้ว่าใครเป็นคนสนับสนุนที่แท้จริง




http://cu-banna.is.in.th/?md=content&ma=show&id=12
http://cu-banna.is.in.th/?md=content&ma=show&id=26
ธรรมะสหกรณ์ของท่านพุทธทาสภิกขุ (ตอน 1)
รวบรวมโดย นายสหพล สังขฺเมฆ


“สหกรณ์ เป็นที่ตั้งของสิ่งทั้งปวง
แม้แต่ชีวิตที่ตั้งอยู่ได้และมีความเจริญไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยโดยมากแล้ว
เป็นเรื่องที่เราหลับหูหลับตาทำกันหรือทำอย่างเด็กเล่น
จึงขอให้เห็นเป็นเรื่องใหญ่โตมหาศาลเหมือนระบบจักรวาล”
เป็นคำบรรยายธรรมเรื่องธรรมะสหกรณ์ของพระธรรมโมฆาจารย์หรือที่รู้จักกันดีใน นาม
ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา
จังหวัดสุราษฎ์ธานีได้บรรยายให้กับ๕คณะกรรมการ
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในเขตภาคใต้จำนวน 60 คน เมื่อวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2534



http://www.settomorrow.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=settomorrowcom&thispage=29&No=206052

http://gotoknow.org/blog/teeraya/23564?class=yuimenuitemlabel
นายศุภ ชัย ศรีศุภอักษร ประธานกรรมการ
ดำเนินงานชุมนุม สหกรณ์เครดิตยูเนียน ประเทศไทย จำกัด
ในฐานะไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย
แถลงข่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่า
สานุศิษย์จำนวนมาก มาชุมนุมกัน เพื่อป้องกันการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น
ไม่เป็นความจริง วัดพระธรรมกาย ขอเรียนให้ทราบว่า การที่ศิษยานุศิษย์ ต่างเดินทาง
มาจำนวน มากเมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) นั้น


http://www.geocities.com/hisott/08/pt0830c1.htm
ความผูกพันที่ท่านพุทธทาสมีต่อศาสนาคริสต์ กล่าวคือ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๗
ท่านพุทธทาสได้เขียนคำอธิบายเพิ่มเติมประกอบในภาคผนวก และได้จัดพิมพ์หนังสือ
“พุทธ-คริสต์ในทัศนะท่านพุทธทาส”

ขอสรุปเนื้อหาสำคัญบางประการดังนี้
“การบรรยายธรรมนี้มีความมุ่งหมายจะทำความเข้าใจระหว่างศาสนา
ซึ่งอาตมาถือว่าเป็นความสำคัญ อย่างยิ่ง
หลักที่เป็นหัวใจของพระศาสนาที่ทุกคนต้องเชื่อฟังยึดถือคือ จะต้องรักผู้อื่น
ทำให้มองเห็นว่าทุกคนเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ไม่ว่าจะเขาจะถือศาสนาไหน
ไม่แบ่งแยกเป็นเขา เป็นเรา ศาสนาทั้งหลายนั้นหัวใจเป็นอันเดียวกันคือ
มุ่งหมายที่จะสร้างสันติสุข สันติภาพของโลก โดยหลักเกณฑ์เหมือนกันคือให้รักผู้อื่น
ที่ต่างกันก็ตรงวิธีพูดหรือเหตุผล หรือเรื่องอื่นๆ ที่นำเอามาใช้ในการสั่งสอน
อาตมากำลังจะบอกท่านทั้งหลายว่าให้ถือหลักรักผู้อื่นเพียงประการเดียวเท่า นั้นแหละ
ท่านจะเป็นชาวคริสต์ที่ดี มุสลิมที่ดี พุทธบริษัท ที่ดีพร้อมกันไปในตัวทันที
การปฏิบัติเพียงข้อเดียวคือ
รักผู้อื่นทำให้ท่านกลายเป็นผู้ปฏิบัติถูกต้องสูงสุดในทุกศาสนาไปเลย”


www.moe.go.th/tuesday/tuesday30052549_2.doc+%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%9E,%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA,%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2&hl=th&ct=clnk&cd=15&gl=th&client=firefox-a" target="_blank" rel="nofollow">www.moe.go.th/tuesday/tuesday30052549_2.doc+%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%9E,%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA,%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2&hl=th&ct=clnk&cd=15&gl=th&client=firefox-a" target="_blank" rel="nofollow">http://72.14.235.104/search?q=cache:2rjESCUlaI4J:www.moe.go.th/tuesday/tuesday30052549_2.doc+%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%9E,%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA,%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2&hl=th&ct=clnk&cd=15&gl=th&client=firefox-a

ลี้น้อย..แห่งอาณาจักรมีดบิน "สอง วัชรศรีโรจน์" คืนยุทธจักร

ตามประวัติของสอง เขามีชื่อภาษาจีนว่า "หลี่เหวินซ่ง"
ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้มีความรู้เกื้อหนุน"

สองจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์
จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์...ตั้งแต่ครั้งยังหนุ่ม สองก็เริ่มฝักใฝ่ธรรมะ
และเข้าไปเป็น "ศิษย์เอก" ของวัดพระธรรมกาย เริ่มเข้าสู่วงการหุ้นเมื่อประมาณปี
2530 หลังแบล็คมันเดย์ (19 ตุลาคม 2530) เพียงไม่กี่วัน


กล่าวกันว่าสองเริ่มเปิดบัญชีเล่นหุ้นครั้งแรกที่ บล.ยูเนี่ยน (ปัจจุบัน
คือ บล.เอเพกซ์) จากการแนะนำของนายทหารนอกราชการคนหนึ่ง
และเข้าสู่อาชีพการเล่นหุ้นเต็มตัว ที่ บล.ร่วมเสริมกิจ และ บล.นวธนกิจ ในสมัยนั้น


สอง เข้าไปมีส่วนในการจัดตั้งบริษัทด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง
ที่ถูกตั้งข้อสังเกตในยุคนั้นว่าน่าจะได้ทุนมาจากวัดพระธรรมกาย เช่น
บริษัทรีฟอเรสท์, บริษัทคอมมอนเวลธ์ (ประเทศไทย), บริษัทคอมมอนเวลธ์ เรียลเอสเตท
และบริษัท 4 เอ็ม คอนซัลแทนท์ เป็นต้น


รวมทั้ง สอง ยังเป็นผู้บริหาร บริษัท คอมมอนเวลธ์ โฮลดิ้ง บริหารโครงการคอมมอนเวลธ์
คอนโดมิเนียม ย่านถนนจรัญสนิทวงศ์

จากประวัติที่เล่าต่อๆ กันมา สอง มาโด่งดังในวงการหุ้นได้ เพราะชีวิตโคจรไปพบกับ "เสี่ยพระ" สุวิทย์ มหาแถลง
เจ้าของกลุ่มบริษัทอีซูซุฮกอันตึ๊ง (พิษณุโลก) และเจ้าของบริษัทสุโขการเคหะ โดยเป็น "มือปืนรับจ้าง" เล่นหุ้นให้กับเสี่ยพระ

สองเคยเปิดเผยคติประจำใจว่า "...ยอมให้คนเขาอิจฉาริษยา แต่อย่ายอมให้ใครเวทนาหรือสงสาร"


เพราะฉะนั้นสองจึงรักเกียรติรักศักดิ์ศรีของตัวเองมาก จนเพื่อนๆ
ในวงการเปรยให้ฟังว่า สองเป็นคนที่คบด้วยยาก เพราะชอบมองคนอื่นด้อยกว่า
และชอบให้คนอื่นมาเป็นลูกน้องของตนเอง


ระหว่างที่สองหลบหายในเงาทะมึนของความหวาดระแวง
เขาต้องต่อสู้กับคดีความอยู่หลายเฮือก กล่าวกันว่าสองเข้าไปพึ่งใบบุญนักการเมืองใหญ่ระดับชาติ
ซึ่งเป็นอดีตนายทหารระดับ "ขงเบ้ง" จนชีวิตรอดพ้น "คุก" มาได้หลายครั้ง


มีคนพยายามโยงไปว่าการเข้ามาถือหุ้นไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น (LIVE) ของ "ศรพรหม มนตริวัต"
บุตรชายของ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต

จำนวน 13.03 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.45 บาท ที่ชำระค่าหุ้นไปเมื่อวันที่ 2
กุมภาพันธ์ 2550 นั้น เป็นยิ่งกว่า..คำอธิบาย

สถานภาพของสอง แท้จริงแล้ว
เขาคือ "บุคคลล้มละลาย" เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2548
ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้สองเป็นบุคคลล้มละลาย และสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
ตามคำร้องของ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส

นอกจากนี้สองยังหลบหนีคดี "ปั่นหุ้น KMC" จนคดีขาดอายุความ ทั้งๆ ที่หลายคนเชื่อว่า สองไม่ได้หลบหนีไปไหน
แต่เหตุไฉน..กฎหมายจึงตามหาตัวเขาไม่เจอ



Arrow ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 21, 2009 10:53 pm

Arrow พิพิธภัณท์พระมหาชนก สานพระราชปณิธานในหลวง



พระมหานิรุตต์ ฐิตสังวโร เลขานุการเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต)
หนึ่งในกรรมการและเป็นผู้ประสานงานหลักของโครงการซึ่งเดินทางไปด้วย
พูดถึงความงดงามของสถานที่แต่ละแห่งที่จะนำมาเป็นต้นแบบในการจัดสร้าง
พิพิธภัณฑ์พระมหาชนกว่า จากการได้พบเห็นสิ่งมหัศจรรย์สวยงามเหล่านี้
ทำให้คณะกรรมการฝ่ายการออกแบบพิพิธภัณฑ์พระมหาชนก
พอจะสรุปได้ถึงรูปแบบที่จะนำมาเป็นต้นแบบในการสร้างพิพิธภัณฑ์พระมหาชนก
ดังนี้


อันดับแรก รูปแบบทางเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ สนใจในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์วาติกัน ที่มีหลังคาทางเดินเป็นทรงโดม เพดานโดมวาดเป็นภาพสวยงาม อีกทั้งสองข้างทางเดินยังประดับด้วยภาพวาดอันทรงคุณค่า

"คิดว่าทางเดินลักษณะนี้น่าจะนำมาประยุกต์สร้างเป็นส่วนของการจัดแสดงของระเบียงวิหารคดที่ล้อมรอบพระเจดีย์ศรีมหาธาตุ ซึ่งภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระอุรังคธาตุอยู่
ส่วนภาพวาดที่จะประดับตามทางเดินนั้นก็จะเป็นภาพเรื่องราวของชาดกในพระพุทธ
ศาสนา รวมทั้งเรื่องพระมหาชนก พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ต่อมาคือ "
โดม" ของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ พระมหานิรุตต์บอกว่า
ความงดงามของสถาปัตยกรรมรูปโดม
จะนำมาเป็นรูปแบบของการสร้างเพดานและมุขวิหารคดรอบพระเจดีย์ศรีมหาธาตุ
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์


สุดท้ายนี้คือ "ศิลปะกระจกสี" ของมหาวิหารแห่งมิลาน จะนำเอาศิลปะการประดับกระจกสีมาทำเป็นเรื่องราวของพระมหาชนกที่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์

"
อาตมาได้เห็นทางเดินเข้าพิพิธภัณฑ์วาติกันถึงกับตะลึงในความงดงามของภาพ
เขียน เขามีเทคนิคดึงดูดให้คนที่เข้าไปเกิดความรู้สึกอยากดูไปเรื่อยๆ
หากนำมาสร้างเป็นทางเดินในวิหารคดรอบๆ องค์พระเจดีย์คงจะงดงามมาก
และศิลปะกระจกสีแห่งมหาวิหารมิลานก็น่าทึ่ง มีทั้งความสวยงาม ความนิ่มนวล
โบสถ์แห่งนั้นสร้างมาเป็นพันปีแล้ว แต่ยังสวยงามขนาดนี้
คิดว่าคนโบราณสามารถสร้างได้ขนาดนี้มันเป็นสิ่งที่ล้ำลึกในอัจฉริยภาพของ
ศิลปินมากๆ ทั้งหมดที่ได้ศึกษาดูงานจะนำมาทำพิพิธภัณฑ์พระมหาชนก
ที่วัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน) จะเป็นผู้สร้างขึ้น"


พระ
มหานิรุตต์ กล่าวต่ออีกว่า พิพิธภัณฑ์พระมหาชนกนั้น
จัดสร้างเพื่อเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยอัญเชิญเรื่องราวของพระมหาชนกมาเป็นสื่อ เมื่อประชาชนได้เห็นแล้ว
นอกจากจะเป็นการเทิดพระเกียรติ
ยังเป็นเรื่องราวที่สอนคนให้มีความวิริยอุตสาหะมีความเพียรที่จะนำไปใช้ใน
ชีวิตต่อไป

avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 21, 2009 11:32 pm

rajdamnuen210209 10



24 มิถุนายน 2475 ไม่ใช่วันชาติของไทย
แต่เป็นแค่วันยึดอำนาจ โดย กบฎกลุ่มหนึ่ง เท่านั้นเอง
ถ้านับวันนี้เป็นวันชาติ ตกลงชาติไทยมีอายุแค่ 76 ปีเองเหรอ น้อยกว่าของไอ้กันอีก



http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t280-75.htm

Equality, liberty, and fraternity",
is the triple motto of Masonry that is not even uphold in the Lodge,
where there are many "degrees" with different honors and powers, no
equality. Each member has to use the color of the apron of his degree,
there is not liberty. And fraternity, you can have it as far as you are
a slave of the Master and of the Lodge, but forget it if you fail one
the rules or commands!.
ใน
ยุคที่ ”แสงสว่างแห่งปัญญา” อันเกิดจากศักยภาพของมนุษย์
ผู้ซึ่งสามารถปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ
พ้นไปจากการครอบงำทางความคิดอันล้าหลังของศาสนจักร
ได้เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทั้งยุโรป…องค์กรลับอย่างฟรีเมสันก็ได้แสดงตัวให้ชาว
ยุโรปได้รับรู้กันในฐานะ ”สมาคมแห่งภราดรภาพ” หรือ
”สมาคมของผู้ที่มีความสุขต่ออิสรภาพ”
และได้ประกาศคำขวัญในหมู่มวลสมาชิกเอาไว้ว่า”
เสรีภาพ-ความเสมอภาค-และภราดรภาพ”ที่
ในระยะเวลาต่อมามันได้กลายมาเป็นคำขวัญของบรรดาขบวนการปฏิวัติโค่นล้มอำนาจ
การปกครองของรัฐบาลต่างๆในยุโรปไปโดยลักษณะใดก็ไม่อาจทราบได้…???

The French Revolution

http://www.geocities.com/yonroyalive/page1-14.html

คณะราษฎร (People's Party)
ก่อตั้งขึ้นที่ปารีส ฝรั่งเศส ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปีค.ศ.1927
(ถ้านับปีปัจจุบันจะตรงกับปี พ.ศ.2470) โดยกลุ่มชาวสยาม 7 คน ได้เลือก
นายปรีดี พนมยงค์ เป็นหัวหน้าคณะ

ในระหว่างปี พ.ศ. และ ได้ร่วมกับนักเรียนชาวสยามก่อตั้งสมาคมนักเรียน
ปรีดีได้รับคัดเลือกเป็นเลขาธิการสมาคมคนแรก จิตสำนึกใน
ความต้องการที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงในประเทศส่งผลมาจากการเรียนวัยเด็ก
เมื่อคอน อายุ 11 ปี(พ.ศ.2454) ที่เกิด การปฎิวัติในจีน โดย ดร.ซุน ยัดเซ็น
ซึ่งโค่นอำนาจล้มราชวงศ์แมนจู นำประเทศจีนเป็นสาธารณรัฐ

การเรียนวิชากฎ หมายนี่เองที่ทำให้ท่านมองเห็นความไม่เสมอภาคของกฎหมายระหว่างประเทศของชาติมหาอำนาจ
กับประเทศสยาม และความเป็นไปของราชสำนักด้วย ในปี พ.ศ.2461
ก็มีรายงานข่าวเรื่องการปฏิวัติในรัสเซียอีก
ซึ่งในวันที่ 5 กุมพา พันธ์ ปี ค.ศ.1927
จึงก่อตั้งคณะราษฎรขึ้นอย่างเป็นลับๆที่กรุงปารีส
(ซึ่งเป็นประเทศแรกของยุโรปที่มีการปฏิวัติจึงส่ง ผลไปทั่วทวีปยุโรป)




แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sun Feb 22, 2009 10:49 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 12:13 am








ทั้งๆที่ความจริงตัวลิ้มเองมันก็ทํา



http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000019946

“สนธิ” ซัด "เทพเทือก" ลืมบุญคุณ ฮึ่มล้างดาบรอ "เสื้อแดง" เปิดศึก "ทหาร"

“สนธิ” เดือด “เทพเทือก” เป่าหู “ตำรวจ” ไม่ให้เข้าใกล้ ชี้ชัด
“ขึ้นวอ” ได้เพราะ “พันธมิตรฯ” เตือนระวัง “คนใต้” รุมต่อต้าน แฉ “ศรีสุข”
คัมแบ็ก "บินไทย" หวังกอบโกยผลประโยชน์ให้พวกพ้อง แย้มรอ "เสื้อแดง"
เปิดศึก "ทหาร" สะเด็ดน้ำ ฮึ่มลุยเช็คบิล "ผู้ชนะ"


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย

นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
กล่าวในรายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”
ออกอากาศทางเอเอสทีวี-ทีวีของประชาชน ช่วงเวลา 20.30-23.00 น. วันศุกร์ที่
20 ก.พ.2552 ถึงอนาคตของพันธมิตรฯ ว่า ต้องขอร้องพี่น้องพันธมิตรฯ
ให้ไปรวมตัวรวมใจกันที่อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก เพื่อร่วมชม “แฮมเมอร์ 30
ปี” เพราะเป็นวงดนตรีที่ทำเพื่อชาติ เพื่อบ้านเพื่อเมือง
และไม่เคยเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น
ที่สำคัญเขาภูมิใจในความเป็นพันธมิตรฯ

“ตำรวจบางคนซึ่งเป็นน้องๆ ผม หลายคน เวลาคนเขาถาม เขาบอกว่า
ผมเป็นตำรวจพันธมิตรฯ ผมอยู่ข้างพันธมิตรฯ เขาพูดจาชัดเจน
แล้วเวลาเขาถูกย้ายไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขาก็ไม่เคยแคร์
พอวันนี้พอเปลี่ยนรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
ที่ดูแลตำรวจ กลับไปบอกเขาว่ายังไงรู้มั๊ย บอกให้ห่างๆ นายสนธิ
เอาไว้หน่อยเดี๋ยวคนจะจับตามอง น้องผมชื่อ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธุ์กุล
เขาเฉยๆ เขาก็บอกว่า ผมเป็นของผมอย่างนี้ ผมเป็นตำรวจพันธมิตรฯ
ผมเป็นน้องของพี่สนธิ ทำไมผมต้องห่างพี่สนธิ
จะให้ตำแหน่งก็ให้ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร”

ซัด “เทพเทือก” ไม่รู้จักบุญคุณคน

นายสนธิ กล่าวอีกว่า พล.ต.ต.ชัยยะ ใช่หรือไม่ที่จับนายยงยุทธ
ติยะไพรัช อดีตกรรมการพรรคไทยรักไทย ในข้อหาโกงการเลือกตั้ง
แล้วทำให้นายสุเทพ ได้ขึ้นเป็นรองนายกฯ วันนี้ไม่เลื่อนตำแหน่งไม่ให้
เขาก็ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น แต่อย่ามาพูดว่าให้ห่างๆ นายสนธิ
ฉะนั้นวันนี้จึงต้องพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้พี่น้องพันธมิตรฯ
ทางใต้ทุกคนรู้ว่า ถ้าคนเราถ้าไม่รู้จักบุญคุณคน
แล้วจะมีความหมายอะไรหากมีตำแหน่งใหญ่ตำแหน่งโต
ดังนั้นจึงต้องส่งสัญญาณว่า ที่นายสุเทพ พูดออกมาเช่นนี้
แต่เขากลับยอมใกล้กับชิดนายเนวิน ชิดชอบ
โดยไม่กลัวว่าพี่น้องชาวใต้จะต่อว่าเอาเลยแม้แต่นิดเดียว

“สนธิ มันสู้ให้ชาติบ้านเมือง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
พ่อแม่พี่น้องตายไปแล้ว 8 ศพ 9 ศพ 10 ศพ บาดเจ็บ 700 กว่า พิการอีกเป็นสิบ
ถ้าห่างสนธิ ก็แสดงว่าให้ห่างพันธมิตรฯ ด้วยใช่มั้ย เพราะพันธมิตรฯ คือ
นายสนธิ นายพิภพ ธงไชย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
หรือนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่สำคัญพันธมิตรฯ หลอมรวมตัวเป็นหนึ่งดวงใจ
ไม่มีแยกแยะว่าสุราษฎร์ฯ ภูเก็ต สมุย รวมทั้งไม่เคยแยกแยะว่า เชียงใหม่
อีสาน อุดรฯ พล.ต.ต.ชัยยะ เป็นตำรวจที่เขาทำงานในหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
เขาไม่กลัวอำนาจอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งเขา
และทีมงานเขาจัดการกับนายยงยุทธ ฉะนั้นผมจึงไม่อยากจะพูด
กกต.ซึ่งไปแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง หลังจากที่นายยงยุทธ
ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้ใบแดง ตามกฎหมายคือ
เมื่อพิสูจน์ว่าทำผิดกฎหมายก็โดนใบแดง ดังนั้น
กกต.ต้องไปแจ้งความให้เป็นคดีอาญา”นายสนธิ ระบุ

แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ กกต.ต้องไปแจ้งความที่
สน.วังทองหลาง เพราะเหตุเกิดที่โรงแรม เอส.ซี.ปาร์ค
แล้วรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจที่ สน.ซึ่งทำคดี และพร้อมจะสั่งฟ้อง
แต่กลับมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติชั่วๆ คนหนึ่ง
เข้าไปแทรกแซงการสอบสวนของตำรวจ สน.วังทองหลาง
เนื่องจากต้องการช่วยนายยงยุทธ โดยไปเบี่ยงเบนประเด็นที่ตำรวจจะต้องสอบสวน
ฉะนั้นวันนี้สงครามของเราจึงยังไม่จบ แต่ขอให้ศรัทธา และรักนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เหมือนเดิม เพราะนายอภิสิทธิ์ เป็นคนดีมาก

http://video.mthai.com/player.php?id=6M1223863149M0คลิปวิดีโอ : สนธิ ลิ้ม ชมทักษิณ "เป็นนายกฯที่ดีที่สุด ที่ประเทศนี้เคยมีมา"

http://www.gimyong.com/webboard/index.php?topic=9405.5;wap2

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=2000000054287

‘สนธิ’ ฟันธงทักษิณเป็นนายกที่ดีที่สุดของไทย พร้อมระบุสถานการณ์ในอิรักยังน่าห่วง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
17 เมษายน 2547 11:49 น.


http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=2000000054287&Page=4
สนธิ – เอาใจนายกฯ มากเกินไปหรือเปล่า
ใช่และไม่ใช่ คือ ชีวิตผมผ่านนายกรัฐมนตรีมาเยอะมาก
ที่ผมรู้จักสนิทสนมดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานผมนะ
ที่ศาลาไคเช็กชน อาจารย์คึกฤทธิ์ก็รักกันมาก ผมก็เคารพกันมาก ท่านสัญญา
ธรรมศักดิ์ ก็รู้จักท่านดี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
น้าชาติก็สนิทสนมกันมากมายครับ กั[นายโต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ
หรือคุณพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษานายกฯ
มาจนถึงพี่ชวน ชวน หลีกภัย คุณชวนก็เป็นคนจังหวัดเดียว สนิทสนมกับภรรยาผม
และมาถึงพ.ต.ท.ทักษิณ นายกฯ

คือท่านนายกฯมีปัญหานิดหนึ่งคือส่วนที่ครอบครัวท่านมี
ธุรกิจตรงนี้ ตรงนี้ในหลาย ๆครั้ง ภาพมันออกมาไม่ชัด มันทำให้กลายเป็นว่า
ธุรกิจ พรรคพวกท่านมาเชื่อมโยงกับอำนาจที่ท่านมีอยู่
ตรงนี้ท่านต้องแก้ให้ได้ ไม่ใช่ผมไม่ติติงนายกฯ คนนี้ ผมติติง
แต่เมื่อบวกลบ คูณหารแล้ว ผมถือว่า
เขาเป็นนายกฯที่ดีที่สุด
ที่ประเทศนี้เคยมีมา


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sun Feb 22, 2009 9:52 pm, ทั้งหมด 7 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 12:27 am

http://blog.spu.ac.th/donhae/2008/11/28/entry-3

สัมพันธ์ลึก"ทักษิณ-สนธิ" เหมือนจะแพ้ แต่ชนะเหมือนจะรัก แต่ขัดแย้ง

ถ้าย้อนอดีตกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ถ้ามีใครบอกว่าวันหนึ่ง "ทักษิณ
ชินวัตร" กับ "สนธิ ลิ้มทองกุล" จะขัดแย้งกันอย่างรุนแรงถึงขั้นต้อง "ล้ม"
กันไปข้างหนึ่ง

ก็คงไม่มีใครเชื่อ

เพราะในวันนั้นทั้งคู่คือ "คนรุ่นใหม่" ที่มีสายสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งทั้งทางธุรกิจและส่วนตัว

เรื่องที่ "สนธิ" บอกว่าเคยให้หุ้น "ไออีซี" กับ "ทักษิณ" ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสัมพันธ์ในช่วงที่ยังรักกันหมายชื่น

"สนธิ" ซื้อบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลเอ็นจิเนียริ่ง หรือ "ไออีซี" จาก "ปูนซิเมนต์ไทย"

และแบ่งหุ้นส่วนหนึ่งขายให้ "ทักษิณ" ในราคาพาร์ 10 บาทก่อนแต่งตัวเข้าตลาดหุ้น

ส่วนหนึ่งเพราะต้องการสร้างสัมพันธ์กับ "ทักษิณ" ในเรื่องการขายโทรศัพท์มือถือ
ซึ่ง "เอไอเอส" ของ "ทักษิณ" เป็นเจ้าของเครือข่ายเซลลูลาร์ 900

เพราะคนที่จะขายมือถือในยุคนั้นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของเครือข่ายก่อน

แต่เมื่อ "ไออีซี" เข้าตลาดหุ้นได้พักใหญ่ ไม่รู้ว่าเพราะขัดแย้งกันในเรื่องแนวทางธุรกิจหรือ "ทักษิณ" ต้องการทำกำไรจากราคาหุ้น

เขาก็เทขายหุ้น"ไออีซี" ฟันกำไรไปเป็นหลัก 100 ล้าน

นั่นคือ จุดเริ่มต้นความไม่พอใจของ "สนธิ" ที่มีต่อ "ทักษิณ"

จากนั้นเส้นทางความสัมพันธ์ระหว่าง "สนธิ" กับ "ทักษิณ"
ก็เป็นไปในลักษณะกอดคอกันบ้าง
เหยียบเท้ากันบ้างตลอดเวลาตามดีกรีความหมั่นไส้ของคนรุ่นเดียวกัน

ครั้งหนึ่ง "สนธิ" เคยซื้อคลื่นความถี่ 1800 จาก "ดีแทค" มาทำระบบโทรศัพท์มือถือแข่งกับ "ทักษิณ"

ครั้งหนึ่ง "สนธิ" เคยคิดลงทุนทำดาวเทียม "ลาวสตาร์" แข่งกับดาวเทียม "ไทยคม"

และครั้งหนึ่ง "เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์"
ต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ หรือ
"ชินคอร์ป" ในปัจจุบัน เพราะเข้าไปช่วย "สนธิ"
เทกโอเวอร์กิจการหนึ่งในขณะที่ "ทักษิณ" ไม่เห็นด้วย

รวมถึงการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวพันกับการแข่งขันชิงสัมปทานสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง

"ทักษิณ" ไม่พอใจมากและกดดันให้ "เชิดศักดิ์" ลาออก

ที่สำคัญ กลุ่ม "ขุนพลเศรษฐกิจ" ของรัฐบาลทักษิณวันนี้ล้วนแต่เคยทำงานร่วมกับ "สนธิ" มาแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์-ทนง พิทยะ" หรือ "พันศักดิ์ วิญญรัตน์"


เป็นตัวเสริมสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


"สนธิ" เห็นแววของ "สมคิด" ตอนที่ยังเป็นอาจารย์อยู่ที่ "นิด้า" เขาเชิญ "สมคิด" มาเขียนคอลัมน์ประจำในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

และเข้ามาช่วยดูแลหนังสือ "สหพัฒน์ โตแล้วแตก แตกแล้วโต" ของ "สมใจ วิริยะบัณฑิตกุล"

"สมคิด" เคยเป็นกรรมการของกลุ่มผู้จัดการ

เขารู้จักกับ "ทักษิณ" ตอนที่เป็นกรรมการของ "ไออีซี"

และจากนั้นสายสัมพันธ์ระหว่าง "ทักษิณ-สมคิด" ก็เริ่มก่อตัวขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย

เป็น "ขุนพลเศรษฐกิจ" ตัวจริงเสียงจริงของ "ทักษิณ"

ส่วน "ทนง" เป็นเพื่อนนักเรียนอัสสัมชัญของ "สนธิ"

เป็นอาจารย์นิด้าก่อนเข้ามาทำงานที่แบงก์ทหารไทย

ขึ้นสู่ตำแหน่ง "รองกรรมการผู้จัดการใหญ่" แต่โดน "ศุภชัย พานิชภักดิ์" แซงโค้งเข้าป้ายในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

คุ้นเคยกับ "สนธิ" ระดับเที่ยวเตร่ด้วยกัน

เมื่อ "ทนง" ลาออกจากแบงก์ ตอนที่กำลังว่างงานก็ไปนั่งอยู่กับ "สนธิ" ที่ "ผู้จัดการ"

"สนธิ" เป็นคนแนะนำ "ทนง" กับ "ทักษิณ" พร้อมยืนยันในเรื่องฝีมือและความสามารถ

"ทักษิณ" ดึง "ทนง" มาช่วยวางระบบเรื่องการเงินให้กับกลุ่มชินคอร์ป

จากนั้นไม่นาน "ทนง" ก็กลับไปนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารทหารไทยอีกครั้ง เมื่อ "ศุภชัย" พ้นจากตำแหน่ง

ช่วงนั้น "ทนง" ให้สัมภาษณ์ว่ามี 2 คนที่เขาจะไม่ลืม เพราะเป็นคนให้ความช่วยเหลือเขาในตอนที่ลำบาก

คนหนึ่ง คือ "ทักษิณ ชินวัตร"


http://www.pantown.com/board.php?id=14227&name=board1&topic=83&action=view
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=164191

http://www.talkystory.com/site/article.php?id=5381
ทักษิณ-สนธิ ลากคนไทยเข้าสู่สงคราม !



แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sun Feb 22, 2009 11:10 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 11:03 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1235224213&grpid=01&catid=19

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20090221/18561/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99.html

เสื้อแดง"รักเชียงใหม่ 51" ป่วนการจัดงานเชียงใหม่เกย์ไพร์ดจนล้ม ระดมมวลชนผ่านสถานีวิทยุชุมชนกว่า 200 ปิดล้อมพุทธสถานเชียงใหม่
ความคืบหน้ากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ชุมนุมประท้วงการจัดงานเชียงใหม่เกย์ไพร์ด 2009 ของเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี และองค์กรร่วมจัดอีก 21 องค์กร โดยในเวลา 16.00 น.กลุ่มรักเชียงใหม่ 51
กว่า 200 คน นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล และนางกัญญาภัค มณีจักร
หรือ ดีเจอ้อม นักจัดรายการวิทยุชุมชนคลื่นเอฟเอ็ม 92.5
เมกะเฮิร์ตในฐานะแกนนำกลุ่มฯ ปิดล้อมพุทธสถานเชียงใหม่
บริเวณถนนท่าแพตรงข้ามจวนผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่
ซึ่งเป็นจุดที่เริ่มต้นของขบวนเกย์พาเหรดในงานเชียงใหม่เกย์ไพร์ด
ทั้งนี้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51
ได้นำรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงมาจอดบริเวณรั้วด้านข้างและนำรถกระบะมาปิด
ประตูทางเข้า
พร้อมให้แกนนำผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันกล่าวปราศรัยโจมตีการจัดงานเกย์ครั้ง
นี้ พร้อมขู่ว่าถ้าจัดงานจะไม่รับรองความปลอดภัย
โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ต่างๆในจ.เชียงใหม่กว่า 150
นายมาดูแลรักษาความปลอดภัย
แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51
ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ยุติการจัดงานเชียงใหม่เกย์ไพร์ดและขบวนพาเหรดเกย์
พร้อมให้คณะผู้จัดงานส่งตัวแทนมาขอโทษแกนนำและชาวเชียงใหม่ที่มาจัดงานไม่
เหมาะสมทำลายวัฒนธรรม การเจรจายืดเยื้อกว่า 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 19.30 น.กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ส่งนางกัญญาภัค มาพบกับตัวแทนผู้จัดงานฯภายในพุทธสถานเชียงใหม่ โดยมีนางกัญญาภัค ได้เข้ามาเจรจาและส่งไมโครโพนให้นางสาวสุรีรัตน์
ตรีมรรคา ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย กล่าวขอโทษกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จากนั้นผู้ชุมนุมเสื้อแดงจึงสลายการชุมนุมอย่างไรก็ตามเมื่อแกนนำเดินทางกลับไปยังเหลือผู้ชุมนุมบางส่วนอยู่หน้าประตู
ทางเข้าพุทธสถานได้ตะโกนด่าคณะผู้จัดงานด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ขณะเดียวกันมีกลุ่มโครงการสันติภาพเพื่อสันติจำนวน 20 คน
ถือเทียนเดินขบวนเข้ามาภายในพุทธสถานเพื่อให้กำลังใจผู้จัดงานฯ
โดยมีการโผล่เข้ากอดกันร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ไม่สามารถจัดงานเพื่อรณรงค์
เรื่องเอชไอวี และความหลากหลายทางเพศได้
ก่อนจะร่วมกันจุดเทียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 5 นาที จากนั้นได้สลายตัวไปเวลา
20.20 น.

ทำไมต้องใช้ชื่อ พุทธสถาน เป็นจุดเริ่มต้น
จะบอกว่าเข้ากับบรรยากาศพระเกย์ พระตุ๊ด ตอนนี้จังแฮะ


http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=merchantdream&month=05-2008&date=09&group=86&gblog=13
ผู้ที่เป็นแกนนำหลักในการก่อสร้างพุทธสถานขณะนั้น คือ
พลตรีเจ้าราชบุตร, หลวงศรีประกาศ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่,
อาจารย์ไกรศรี นิมมานเหมินท์, เจ้าชื่น สิโรรส, พระปัญญานันทะ, นายสัญญา
ธรรมศักดิ์,
นางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์, นายกี นิมมานเหมินท์
, นายโมตีราม
โกรานา, พ.ต.อ.ศิริ คชหิรัญ, พ.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ, นายประสิทธิ์ -
นางปราณี พุ่มชูศรี, นายทิม โชตนา, นายชาญ สิโรรส, นายจรัญ กิติบุตร,
นายทองหยด สุวรรณประเทศ เป็นต้น

สถานที่ที่จะก่อสร้างพุทธสถาน
ที่ประชุมเห็นพ้องว่าควรอยู่ในบริเวณตัวเมืองเชียงใหม่ สถานที่ที่เหมาะสม
คือ บริเวณวัดอุปคุตพม่า ถนนท่าแพ แห่งนี้
วัดอุปคุตพม่า
ขณะนั้นเป็นวัดร้าง ขาดการทำนุบำรุง สมัยสงครามโลกครั้งที่
๒(พ.ศ.๒๔๘๔-๒๔๘๘)
ทหารญี่ปุ่นเคยเข้ามาพักอาศัยและนำฝาวิหารมาทำฟืนปรุงอาหารจนเสียหายมาก
เดิมมีพระสังกัดพม่าอาศัยอยู่เพียงองค์เดียว
ต่อมาย้ายไปอยู่วัดที่จังหวัดลำปาง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 11:30 am


เณรเบิร์ด เปิดตัวแฉ 7สมภาร คู่ขาเกย์-ครั้งละหมื่น!!

21 ก.พ. 52 08.11 น.

ตะลึงอีกพฤติกรรม พระเกย์ลำพูน อดีต"เณรเบิร์ด" ประสานกลุ่มเกย์การเมือง
หอบภาพถ่าย ประสานกลุ่มเกย์การเมือง หอบภาพถ่ายหลักฐานออกมาเปิดแถลงแฉแหลก
ระบุสมัยบวชอยู่ 3 ปี ได้หลับนอนกับพระระดับเจ้าอาวาสถึง 7 รูป 7 วัด
ที่เป็นพระลูกวัดกับเณรอีกไม่นับ
ชี้ตัวเองมีสภาพเหมือนเป็นหญิงบริการของพวกเจ้าอาวาส ได้ค่าตัวถึงครั้งละ
1 หมื่น มีรถรับส่งถึงที่ด้วย ยันทุกวันนี้พระใหญ่พวกนี้ยังมีอำนาจในวัด
แต่เก็บอาการจนประชาชนดูไม่ออก เรียกร้องให้ลาจากผ้าเหลืองไปดีกว่า

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 ก.พ. นายนที ธีระโรจนพงษ์
ประธานกลุ่มเกย์การเมืองและเลขานุการกลุ่มเชียงใหม่อารยะ
ได้พาตัวอดีตสามเณรชื่อว่า "เบิร์ด" มาเปิดตัวต่อหน้าสื่อมวลชน
พร้อมรูปถ่ายหลักฐาน ของบรรดาพระเกย์ระดับเจ้าอาวาส ในอิริยาบถต่างๆ

นายนที เปิดเผยว่า หลังจากเปิดโปงเรื่องพระตุ๊ดสามเณรแต๋วไปแล้ว จนมีกรณีอื้อฉาวของพระครูโสภณปริยัติ อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง จ.ลำพูน ที่เรียกกันว่าเจ๊ดาว
ปรากฏว่ามีประชาชนโทรศัพท์แจ้งเบาะแสเพิ่มเติมจนรับสายแทบไม่ไหว
ทางสายด่วนกุลเกย์ จึงอยากให้มหาเถรสมาคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จัดการให้มีสายด่วนอะไรก็ได้ที่จะทำให้ประชาชนได้โทรศัพท์แจ้งเบาะแส
เพราะตนตัดสินใจจะไม่เปิดรับเบาะแสอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าภารกิจของตนมีมาก
อยากให้ประชาชนโทรศัพท์บอกกับหน่วยงานภาครัฐดำเนินการโดยตรงเลยจะดีกว่า
นายนทีกล่าวว่า สำหรับวันนี้ตนพาน้องเบิร์ด ซึ่งเป็นอดีตสามเณร
ที่เคยแจ้งเบาะแสถึงตน ว่าเคยถูกพระระดับเจ้าอาวาส หรือระดับพระครู
ซื้อตัวและพาตัวไปร่วมหลับนอนในกุฏิวัดต่างๆ ในจ.ลำพูน ถึง 7 วัด 7
รูปมาแล้ว พร้อมที่จะออกมาเปิดโปงพฤติกรรมของพระเหล่านี้ทั้งหมด
น้องเบิร์ดบอกว่าถึงแม้เขาจะสึกไปแล้วก็ตาม
แต่มันรู้สึกเหมือนกับเป็นแผลลึกอยู่ในใจ เขาอยากจะมาไถ่บาป
อย่างน้อยก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น จึงได้เดินทางมาที่เชียงใหม่
และได้เดินทางไปยังวัดต่างๆ ขอรูปภาพเพื่อมายืนยันเท่าที่จะขอมาได้

"ถึงแม้อดีตเขาอาจจะเป็นคนที่กระทำการชั่วช้ามาก่อน
แต่สิ่งที่ดีที่น้องเบิร์ดออกมาเปิดโปงพวกมารศาสนาให้หยุดพฤติกรรมเสีย
หากเราจับไม่ได้ก็ขอให้หยุดไป หากจับได้ก็ให้ลาออกสึกไปเลย
อย่าให้ผ้าเหลืองมาแปดเปื้อนมลทินอย่างนี้" ประธานเกย์การเมืองกล่าว
จากนั้น น้องเบิร์ด ปัจจุบันอายุ 22 ปี เปิดเผยว่า
เคยบวชเป็นสามเณรเมื่อตอนอายุ 16 ปี จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน
อ.บ้านธิ จ.ลำพูน
และเป็นวัดแรกที่เจ้าอาวาสระดับพระครูเป็นผัวของตนเป็นรูปแรก
โดยร่วมหลับนอนกับตนในกุฏิเจ้าอาวาส
จากนั้นเสียตัวให้กับพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาสทั้งหมด 7 รูป 7 วัด ในอ.บ้านธิ
ที่เหลืออีกนับไม่ถ้วนจะเป็นพระลูกวัดหรือสามเณรทั่วไป หลังจากบวชอยู่ 3
ปี ตนสึกออกมาเมื่อตอนอายุ 19 ปี

อดีตสามเณรเบิร์ด กล่าวว่า ก่อนมาเปิดแถลง
ได้ตระเวนไปขอภาพถ่ายจากพระสงฆ์ที่เคยเป็นสามีของตน
ปรากฏว่าส่วนใหญ่ถูกหน่วยงานภาครัฐยึดไปหมดแล้ว ตนเลยได้รูปถ่ายมาไม่มาก
ที่ออกมาวันนี้
ตนอยากจะบอกให้คนเหล่านี้ที่ยังทำตัวเหมือนปลิงเกาะศาสนาอยู่
ขอให้สึกออกไป เพราะทุกคนมีเงินตั้งตัวได้ทั้งนั้น คุณดัง คุณเก่ง
คุณทำเรื่องชั่วๆ ในคราบผ้าเหลืองมาตล
อด ยอมรับว่าตอนตนอยู่ในจุดนั้น ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเราได้ออกมาแล้วและหันมามอง จึงคิดได้ว่าเรายังเป็นคนหรือเปล่า
"พระตุ๊ดพระเกย์ จะเป็นพระที่ปากหวาน มีจิตวิทยาในการพูดสูง
ทำให้ประชาชนยิ่งรักยิ่งเคารพหลงใหล เกิดความงมงาย
ค่าตัวของผมตอนที่เป็นสามเณร เวลาไปที่หลับนอนกับพระ จะได้เงินครั้งละ
10,000 บาท โดยส่งรถมารับถึงที่ พระบางรูปเกิดความหึงหวงกันก็มี
แต่รูปไหนให้ราคาผมดีกว่า ผมก็ไปกับรูปนั้น ทั้งหมดไม่มีใครแปลงเพศ
ทุกรูปจะเก็บอาการ ผมมีฐานะคล้ายกับหญิงบริการของพระพวกนี้"
น้องเบิร์ดกล่าว

อดีตสามเณรกล่าวว่า ปัจจุบันตนมาประกอบอาชีพเปิดร้านขายดอกไม้
รับตบแต่งดอกไม้หน้าโลงศพที่จ.สุพรรณบุรี
การออกมาเปิดโปงเท่ากับว่าตนกำลังอยู่ในอันตราย
เพราะทุกวันนี้ทุกรูปยังมีอำนาจอยู่ในวัด
ก็อยากฝากสื่อมวลชนช่วยปกปิดใบหน้าให้ด้วย
วันเดียวกัน ที่หอประชุมรัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายอำนาจ
บัวศิริ ผอ.สำนักเลขา ธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ
เปิดเผยภายหลังประชุมมหาเถรฯ ว่า ได้นำเรื่องกรณีพระวิชัย ธัมมวิชโย
พระลูกวัดโบสถ์อินทรสารเพชร กทม. ที่ถูกร้องเรียนว่าเป็นพระมีนม
เข้ารายงานให้ที่ประชุมมหาเถรฯ ทราบ ทั้งนี้ คณะกรรมการมหา
เถรสมาคม หารืออย่างไม่เป็นทางการนอกวาระ และได้ปรารภถึงปัญหาดังกล่าวว่า
กรณีชายเสริมเต้านมกินยาคุมทำให้มีหน้าอกโตขึ้นมา
ถ้าจะบวชก็มิได้เป็นความผิดแต่อย่างใด
แต่กำชับให้อยู่ในดุลพินิจของพระอุปัชฌาย์ที่จะรับคนเข้ามาบวชเป็นสำคัญ
ให้
เข้มงวดและตรวจสอบผู้ที่จะเข้ามาบวชอย่างละเอียด
เพื่อคัดกรองผู้ที่เหมาะสมเข้ามาบวชเรียนให้เหมาะสม
ถึงแม้ชายบางคนจะเคยเป็นกะเทย แต่มิได้ผ่าตัดแปลงเพศ
และก่อนเข้าพิธีอุปสมบท
สามารถปรับปรุงพฤติกรรมให้อยู่ในกรอบพระวินัยมีความประพฤติสำรวม
กิริยาอาการเรียบร้อย
ถ้าพระอุปัชฌาย์เห็นสมควรก็สามารถประกอบพิธีอุปสมบทได้
นายอำนาจกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คงต้องขอความ
ร่วมมือพระภิกษุทุกวัดและพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาคอยตรวจสอบพระภิกษุสามเณรที่มีพฤติกรรมตุ้งติ้ง
มีความประพฤติไม่สมแก่สมณสารูปของพระภิกษุ
ถ้าพบให้รีบแจ้งไปที่วัดต้นสังกัดนั้นๆ
หรือที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในพื้นที่นั้นๆ
ให้ดำเนินการจัดการได้ทันที

http://news.sanook.com/read/2009/%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%89-7%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99/269472/
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 11:39 am

ทำไมต้องที่ลำพูน?

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t280-15.htm


เจ้าคณะบ้านธิ ท้าเณรเบิร์ดโชว์หลักฐานคู่ขาใช้บริการ

เจ้าคณะบ้านธิ ท้าเณรเบิร์ดโชว์หลักฐานคู่ขาใช้บริการ

เจ้าอาวาสวัดป่าลาน อ.บ้านธิ ยันไม่มีพระเกย์ตามที่เป็นข่าว
ระบุเณรเบิร์ดอย่าลวง ปชช. ท้าเอาหลักฐานมาโชว์ที่ว่ามีเจ้าอาวาส 7 วัด
เป็นคู่ขาใช้บริการทางเพศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูโสภณรัตนสาร เจ้าอาวาสวัดป่าลาน ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน
มีตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอบ้านธิ พระผู้ปกครองดูแลวินัยของพระสงฆ์และสามเณร
กำลังตรวจสอบข่าวจากสื่อต่างๆ ในเรื่องอดีตสามเณรเบิร์ด
ออกมาเปิดโปงเคยมีเพศสัมพันธ์กับพระครูถึง 7
รูปถือว่าสร้างความเสียหายแก่วงการสงฆ์
พร้อมทั้งสั่งให้มีการประชุมคณะสงฆ์ อ.บ้านธิ ในวันนี้ (22 ก.พ.)
นอกจากนี้ พระครูโสภณรัตนสาร กล่าวยืนยันว่า ไม่มีเจ้าอาวาสองค์ใดในพื้นที่มีพฤติกรรมเป็นพระเกย์ตามข่าวที่เกิดขึ้น พร้อมท้าให้อดีตสามเณรที่ใช้ชื่อว่า เบิร์ด
ออกมาเปิดเผยตัวต่อหน้าคณะสงฆ์ อ.บ้านธิ เพื่อชี้ตัวว่า
เคยร่วมหลับนอนกับเจ้าอาวาสองค์วัดไหนบ้าง ไม่ควรกล่าวหาเพียงลอยๆ
และหากมีหลักฐานรูปถ่ายของบรรดาพระเกย์ระดับเจ้าอาวาสในอิริยาบถต่างๆ จริง
ก็ควรรีบนำมาเปิดเผย ถ้าเป็นเรื่องจริงจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที
แต่หากไม่ออกมายืนยันแสดงว่าจงใจหลอกลวงประชาชน
หวังสร้างความวุ่นวายแตกแยกในวงการพุทธศาสนา จ.ลำพูน
ด้าน พระครูอมรโสภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดศรีมูล ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน
ที่ถูกระบุว่า เป็นวัดแรกที่อดีตสามเณรเบิร์ดมาจำวัดอยู่ ซึ่งพระครูอมรฯ
ได้ปฎิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ พร้อมกับบอกว่า
อดีตเณรรูปนี้ชอบก่อเรื่องมาให้กับทางวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ก่อนหน้านี้ อดีตสามเณรเบิร์ด
พร้อมประธานกลุ่มเกย์การเมือง
แถลงข่าวระบุสมัยบวชเคยหลับนอนกับพระระดับเจ้าอาวาสถึง 7 รูป
รวมทั้งพระลูกวัดและเณรจาก 7 วัด ในอำเภอบ้านธิ
โดยอ้างว่าตัวเองมีสภาพเหมือนเป็นหญิงบริการของพวกเจ้าอาวาส
ได้ค่าตัวถึงครั้งละ 10,000 บาท มีรถรับส่งถึงที่ด้วย
พร้อมยืนยันว่าพระผู้ใหญ่เหล่านั้น ยังคงมีอำนาจในวัด
แต่เก็บอาการจนประชาชนดูไม่ออก

http://news.sanook.com/read/2009/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B4-%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-/271892/

คราวนี้ตรงเป้าเป๊ะเลยเนาะ

Arrow ร่วมอนุโมทนา สร้างบุญมหากุศล
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 10:57 pm

http://www.geocities.com/ben007_us/book03/p38.html

ปัจฉิมลิขิต


จากหลักฐานข้อมูลที่ได้นำเสนอมานี้จะเห็นได้ว่ามีการทำลายพระพุทธศาสนาจากศาสนาอื่น
ติดต่อกันตั้งแต่ในยุคโบราณแล้วโดยเฉพาะในประเทศไทยนั้น
ได้ถูกทำลายโดยคริสต์ศาสนาตลอดมามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำลาย
จนในที่สุดใช้การแทรกซึมเหมือนตัวเชื้อโรคร้ายแรงซึ่งเปรียบได้กับ "ไวรัสทางศาสนา"
การพัฒนารูปแบบในการทำลายได้ออกมาเป็นคำสั่ง VATICAN COUNCIL 2
ซึ่งถูกนำมาใช้ในการทำลายพระพุทธศาสนาอันเป็นสถาบันความมั่นคงของชาติ
โดยผ่านทางองค์กรคริสเตียนซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานแจ้งชัดว่า
เป็นการดำเนินงานโดยบุคลากรที่มีความเกี่ยวโยงกับมูลนิธิโกมลคีมทอง
ซึ่งได้ขยายเครือข่ายแพร่เชื้อไวรัสแทรกซึมไปทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ
และภาคเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงศึกษาธิการ
ซึ่งขบวนการดังกล่าวได้ใช้กลยุทธ์ให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ

เพื่อเข้าครอบงำทางด้านความคิดของชนในชาติทั้งระดับสามัญและระดับอุดมศึกษาเปลี่ยนแปลง ขนบธรรมเนียม
ประเพณี วัฒนธรรมของไทยโดยการทำลายพระพุทธศาสนาและหลักธรรมคำสอนซึ่งเท่ากับเป็นการกลืนชาติ
ทั้งนี้เพราะประเทศไทยใช้หลักพระสัทธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวเชื่อมโยง
ให้เกิดความสามัคคีความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของชนในชาติ

ดังนั้น การเปลี่ยนทำให้คลาดเคลื่อนจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาเสียใหม่
ก็คือการเปลี่ยนสภาพของสังคมและความเป็นชาติของประชาชนไทยนั่นเอง
นี่คือมหาภัยจาก "ไวรัสศาสนา"ซึ่งมีหน้าที่ทำลายฐานความมั่นคงในความเป็นชาติเพื่อเข้ายึดครองแบบเบ็ดเสร็จ
จัดเป็นมหันตภัยของประเทศและชาวพุทธที่จะต้องร่วมกันกำจัด"ไวรัสศาสนา"นี้ให้สิ้นไปโดยเร็ว
ก่อนที่ประเทศไทยจะสิ้นความเป็นชาติ

การกระทำของพระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตฺโต)ตามหลักฐานที่ได้นำเสนอมานั้น
จะเห็นได้ว่าเป็นตัวจักรสำคัญที่ถูกจัดตั้งและปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๔๒)
จะเห็นว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทและอิทธิพลทั้งทางศาสนาและทางการเมืองสามารถเรียกใช้นายก
บุคลากรในคณะรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้
สามารถทำให้พระพุทธศาสนาในประเทศไทยสิ้นสูญไปได้โดยการบิดเบือนพระสัทธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยเฉพาะการทำให้พระไตรปิฎกบาลีเถรวาทอันเป็นหลักแห่งพระพุทธศาสนาคลาดเคลื่อน
พระไตรปิฎกซึ่งเป็นเอกสารทางวิชาการที่สำคัญในการใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาพระพุทธศาสนา
จะต้องอาศัยพระไตรปิฎกเป็นแหล่งค้นคว้าเชื่อมโยงในการศึกษาต่อไป
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 11:00 pm


ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการสิ้นสูญของพระพุทธศาสนาจาก "ไวรัสทางศาสนา"
พุทธบริษัทควรที่จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)
เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการที่บิดเบือนพระสัทธรรมอันเป็นพระพุทธวจนะ
และพระไตรปิฎกบาลีเถรวาท โดยการ"ยื่นฟ้องนิคหกรรม พระธรรมปิฎก
(ป.อ. ปยุตโต) ในความผิดฐาน "ทำให้คลาดเคลื่อนเปลี่ยนแปลงจากพระไตรปิฎกบาลีเถรวาท"
โดยด่วนที่สุด

นอกจากนี้ เนื่องจากพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)เป็นผู้มีภูมิธรรมมีตำแหน่งเป็นพระราชาคณะชั้นธรรม
แต่กลับมีพฤติกรรมทำตนเป็น"ไวรัสศาสนา"ทำลายทำให้คลาดเคลื่อนจาก
หักล้างพระพุทธวจนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฏเป็นหลักฐาน
เพื่อป้องกันมิให้บุคลากรที่ถูกต่างศาสนาส่งเข้ามาปลอมบวช
หรือพระราชาคณะที่เห็นแก่อามิส รับจ้างต่างศาสนา กระทำตนเป็น
"ไวรัสศาสนา"
จึงควรที่มหาเถรสมาคมควรต้องมีมติเสนอถอดถอนสมณศักดิ์พระธรรมปิฎก
(ป.อ.ปยุตฺโต)จากหลักฐานการกระทำความผิดอันปรากฏให้เสื่อมเสียแก่พระพุทธศาสนา
และองค์กรปกครองคณะสงฆ์ไทยไปทั่วโลกอย่างไม่มีสิทธ์ปฏิเสธ


ทั้งนี้ยังรวมไปถึงสถาบันอุดมศึกษาทั้งสิ้นทั้งปวงที่มอบปริญญาดุษฏี
บัณฑิตกิติมศักดิ์ให้กับพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) นั้นต้องเรียกคืนปริญญาทั้งหมด
หากสถาบันใดไม่เรียกคืนก็เป็นการยอมรับของสถาบันนั้นว่าเห็นด้วยและร่วมมือกับพระธรรมปิฎก
(ป.อ.ปยุตฺโต)บ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอันเป็นสถาบันความมั่นคงของชาติโดยมีประจักษ์พยานหลักฐานการกระทำ
ความผิดซึ่งได้นำมาแสดงไว้แล้วนั้นเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างว่า"นี่หรือพระภิกษุสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนา
ที่ได้กระทำการอกตัญญูต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยกระทำการบิด เบือน หักล้างพระพุทธวจนะ ทำให้คลาดเคลื่อนไป
ปรากฏหลักฐานการกระทำความผิดไปทั่วโลกยังไม่ถูกดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด"
และหากไม่มีการลงโทษพระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตฺโต) ตามกล่าวนั้น
ก็หมายถึงว่าพุทธบริษัทกำลังตกอยู่ในท่ามกลางมหันตภัยอันเลวร้าย
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 11:03 pm


องค์กรที่จะต้องเข้ามารับผิดชอบโดยตรงในการพิจารณาความผิดและลงโทษ
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) ก็คือกระทรวงศึกษาธิการ กรมการศาสนา
คณะกรรมาธิการศาสนาศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฏร
มหาเถรสมาคมซึ่งต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด
เพราะกรณีการเปลี่ยนแปลงพระไตรปิฎกบาลีเถรวาท
โดยการเขียนขึ้นมาใหม่ให้คลาดเคลื่อนจนสถาบันพุทธศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น
(มหาวิทยาลัย HANAZONO)ได้ท้วงติงเตือนภัยมาแล้วตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๓๖ว่าพระไตรปิฎกฉบับ CD-ROM
ซึ่งพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)เป็นผู้เดียวที่ตรวจสอบนั้นเป็นฉบับที่ไม่ถูกต้อง
จัดเป็นสัทธรรมปฏิรูป(ทำให้คลาดเคลื่อนจาก)แต่พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)
ยังกล้ากล่าวเท็จยืนยันการกระทำของตนต่อสื่อมวลชนว่าถูกต้อง
เป็นที่น่าอับอายและเสียหายแก่พุทธบริษัทชาวไทยและชาวโลกเป็นอย่างยิ่งและนับตั้งแต่มีการจัดสร้างพระไตรปิฎกฉบับ
CD-ROM ซึ่งมีการบิดเบือนทำให้คลาดเคลื่อนจากขึ้นใหม่
จนกระทั่งสถาบันการศึกษาต่างประเทศออกมาท้วงติงเป็นเวลาประมาณ
๗ ปีแล้ว ก็ยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดดำเนินการซึ่งหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
จะต้องดำเนินการอย่างแท้จริงมิเช่นนั้นจะทำให้ขาดความเชื่อถือในข้อมูลทางด้านพุทธศาสนา
เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
นี่เป็นสาเหตุให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยเสื่อมถอยไป
เป็นการทำลายศรัทธาขั้นเริ่มต้นของผู้ที่อยากจะศึกษาพระไตรปิฎกอันเป็นหลักธรรมของพระพุทธศาสนา
เพราะได้ทราบว่ามีการบิดเบือนทำให้คลาดเคลื่อนจากเสียแล้ว
และไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้องแต่อย่างใด

ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องตั้งคณะกรรมการ
นักวิชาการพุทธศาสนาทั้งในประเทศ และต่างประเทศเพื่อแก้ไขพระไตรปิฎกที่จัดสร้างโดยพระธรรมปิฎก
(ป.อ.ปยุตฺโต)ให้ถูกต้องตามต้นฉบับพร้อมกับแถลงผลการแก้ไขไปยังสถาบันการศึกษาทั่วโลกให้ได้รับทราบความถูกต้อง
เพื่อให้ทั่วโลกได้รับรู้ในข้อมูลอันถูกต้องของพระไตรปิฎกบาลีเถรวาทตามต้นฉบับด้วย

ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้จะเห็นได้อย่างไม่ต้องอธิบายให้มากความว่าการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนานั้น
ได้มีการจัดตั้งกันอย่างเป็นขบวนการของ"ไวรัส ศาสนา"อันเป็นมหันตภัยของชาวพุทธ
ซึ่งหากพุทธศาสนิกชนไม่สามารถจะหยุดการแพร่เชื้อดังกล่าวนี้ได้
นั่นก็คือสัญญาณอันตรายที่หมายถึงความสิ้นชาติในอนาคตอันใกล้
ซึ่งทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของสันตปาปาซึ่งได้กล่าวไว้ในการเยือนกรุงนิวเดลีประเทศอินเดีย
ในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒ ว่า
"ประชาชนชาวเอเซียต้องการพระเยซูคริสต์และพระธรรมคำสอนของพระองค์
เอเซียกำลังกระหายน้ำดื่มอันมีชีวิตชีวาที่พระเยซูเท่านั้นจะทรงประทานให้ได้
"
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 11:09 pm



นี่คือคำประกาศในการครอบครองทวีปเอเซียของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิค

ซึ่งได้เริ่มดำเนินการและประสพผลสำเร็จสิ่งซึ่งพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีในการเข้ายึดครอง


โดยอาศัยคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิคก็คือ การเรียกร้องแบ่งแยกดินแดนปกครองตนเองของเกาะติมอร์


ดำเนินการโดยบิชอปนักบวชโรมันคาทอลิคและทำสำเร็จในเดือน ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒

และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือการยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่มีวันรอดพ้นจากการยึดครอง
เพราะต้องใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการรุกเพื่อยึดครองเอเซียนั้น


ปรากฏอยู่ในมติที่ประชุมสภาสังฆราชแห่งเอเซีย FABC ประจำปี

พ.ศ.๒๕๔๑ ว่าด้วย "ความเป็นหนึ่งเดียวของกลุ่มชนหรือทางใหม่ที่จะเป็นพระศาสนจักรของเอเซีย...."


(รายงานของยอด พิมพิสาร) ประกอบกับเหตุการณ์สงครามศาสนาที่เกิดกับประเทศเพื่อนบ้าน

คืออินโดนิเซียซึ่งนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดนและเหตุการณ์ทำลายสถาบันพระพุทธศาสนาในประเทศไทย

จึงดูคล้ายกับว่าสิ่งเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นอย่างปกติธรรมดาและไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน

ความจริงย่อมต้องเป็นความจริงสิ่งที่ถูกบันทึกลงในหนังสือเล่มนี้

จะเป็นประวัติศาสตร์ที่จะยืนยันสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้เป็นอย่างดี

แต่เมื่อถึงวันนั้นแม้ว่าท่านผู้อ่านจะนึกถึงข้อความในหนังสือนี้ได้

ก็คงสายไปเสียแล้วหากไม่แสวงหาความจริงข้อมูลที่ถูกต้อง

เพื่อป้องกันหรือหยุดการกระทำนั้นให้ได้เสียก่อน





คงไม่มีข้อสงสัยใดๆ สำหรับอนุชนรุ่นหลังที่ได้ศึกษาหลักฐานข้อมูล

ที่ได้นำเสนอไปแล้วนี้จะสามารถได้ข้อสรุปตรงกันว่า "สมการกลืนชาติ"

โดยใช้ยุทธการยึดพื้นที่ทางสมองตามโครงการ Change Human Mankind Project

ทำให้เกิดพฤติกรรมแห่งการสยบยอมของชนในชาติได้อย่างสมบูรณ์

และไร้การต่อต้าน ทั้งๆ ที่การกระทำนั้นล้วนแต่เป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงทั้งสิ้นคือ

๑. การขายสมบัติของชาติให้ต่างชาติโดยประเทศต้องขาดทุนอย่างวินาศสันตะโร
รวมไปถึงการออกกฎหมายให้สิทธิให้ประโยชน์แก่ต่างชาติต่างศาสนาหลายร้อยฉบับ
แม้กระทั่งออกกฎหมายให้มีการแบ่งแยกดินแดนแบ่งแยกการปกครองเพื่อไว้รองรับระบอบการปกครองแบบรัฐ
ของประเทศมหาอำนาจซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยแท้(เป็นลักษณะการปกครองแบบกรมการเมือง)
ไม่ใช่ระบอบพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขเช่นประเทศไทย
นี่คือการทำลายความมั่นคงสถาบันชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง

๒. การใช้อำนาจการเมืองเจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐแทรกแซงทำลายบุคลากร
พระภิกษุสงฆ์และองค์กรปกครองคณะสงฆ์ไทยสนับสนุนขบวนการล้มพุทธ
ที่หักล้าง บิดเบือนทำให้คลาดเคลื่อนจากพระสัทธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
บรมศาสดาแห่งพุทธศาสนา รวมไปถึงการใช้อิทธิพลอำนาจข่มขู่ คุกคาม
พุทธบริษัทผู้ประพฤติตามพุทธวจนะทุกรูปแบบเพื่อกลืนพระพุทธศาสนา
ให้ศาสนาอื่นนี่คือการทำลายความมั่นคงสถาบันพระพุทธศาสนา




Arrow Change Human Mankind Project

Mind Sciences



http://www.raven1.net/


Concept diagram, combined voice to skull and Silent Sound

avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 11:22 pm


บัดนี้ความมั่นคงแห่งสถาบันทั้ง ๓ ได้ถูกทำลายและสร้างภาพทางลบให้ขาดศรัทธาที่จะเชื่อถืออีกต่อไป
ซึ่งการกระทำเหล่านี้ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายมีโทษทางอาญาทั้งสิ้นและสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์
ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ และไม่น่าเชื่อว่าไม่มีการป้องกันการกระทำดังกล่าวหรือจับกุมดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล
หรือองค์กรที่มีพฤติกรรมบ่อนทำลายนี้แต่อย่างใด อย่าว่าแต่จับกุมเลยครับ
อำนาจอิทธิพลของขบวนการกลืนชาตินี้ยังสามารถยกเลิกกฎหมายสำคัญๆ ได้ทุกชนิด
แม้กระทั่งกฎหมายที่ให้อำนาจกองทัพป้องกันและดำเนินการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดฐานบ่อน
ทำลายความมั่นคงของชาติก็ถูกยกเลิกได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย
นี่คือพลังอำนาจจากโครงการ
Change Human Mankind Project ที่ประสานการทำงานโดยองค์กรต่างศาสนา
และกลุ่มบุคคลที่บ่อนทำลายได้ประสพความสำเร็จในการยึดครองพื้นที่ทางสมอง (เชื่อตามที่ถูกสั่งให้เชื่อ
โดยไม่รับรู้เหตุผลเหมือนหุ่นยนต์ที่มีชีวิต) ของประชาชนในประเทศไทยไปส่วนใหญ่แล้ว
และสิ่งที่สามารถสลายคลื่นความถี่ของพลังอุบาทว์นี้ได้คือการทำสมาธิจิตซึ่งสามารถปรับระดับคลื่นสมองไม่ให้ถูกยึดครอง
(ระดับคลื่นสมองของคนที่ทำสมาธิจิตจะเรียบกว่าคนทั่วไป ทำให้ไม่สามารถยัดเยียดข้อมูลได้โดยง่าย...ข้อมูลทางการแพทย์)
นั่นเอง
จึงคงเป็นคำตอบได้ว่าเหตุใดหลักการทำสมาธิจิตจึงถูกพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)
กล่าววโจมตีว่า "สมาธิเป็นยากล่อมเป็นยาเสพติดทำให้ประเทศไม่พัฒนาและเป็นอันตราย
ไม่เป็นทางที่ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้
"
ซึ่งเป็นการทำให้คลาดเคลื่อนหักล้างพระพุทธพจน์อันปรากฏในพระไตรปิฎก
อันเป็นหลักของพระพุทธศาสนาโดยมีวัตถุประสงค์มิให้ประชาชนคนไทยไม่ไปปฏิบัติ
"สมาธิจิต"ซึ่งหากทำลายความเชื่อในการปฏิบัติ "สมาธิจิต" ได้ หรือทำลายสถานปฏิบัติธรรมด้าน
"สมาธิจิต" อันถูกต้องตามพุทธพจน์ได้แล้วการกลืนชาติก็จะบรรลุผลสำเร็จ
ไม่มีผู้ใดมีความคิดที่จะกู้ชาติกู้แผ่นดินในอนาคตได้อีกต่อไป
นี่คือที่มาของการเขียนหนังสือ "กรณีธรรมกาย" ของพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)และหนังสืออื่นๆ
ในแนวอุดมการณ์ที่ทำลายพุทธพจน์แนวเดียวกันจัดว่า "ไวรัสศาสนา"
เป็นบุคลากรที่ทำหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ร่วมกันขององค์กรต่างศาสนา
และประเทศมหาอำนาจให้บรรลุผลสำเร็จในการกลืนชาติ
และกลืนพระพุทธศาสนาโดยแท้จริงปรากฏตามหลักฐานที่ได้นำมาแสดงไว้แต่ต้น
ดังนั้นข้อเขียนของผมนี้จึงมิใช่เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์
ในการสร้างความบาดหมางขัดแย้งระหว่างศาสนาแต่อย่างใด
เพียงต้องการนำความจริงมานำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบและเพื่อให้องค์กร
หรือบุคคลที่ได้กระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายสถาบันพระพุทธศาสนา
ได้หยุดการกระทำดังกล่าวนั้นเสียมิฉะนั้นหากไม่มีการหยุดยั้งใดๆ แน่นอนที่สุด
เหตุการณ์อย่างในประเทศเวียตนามต้องเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน


คำถาม ณ ขณะนี้ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ เหตุการณ์ต่างๆ ได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยทั้งสิ้น
จึงมีคำถามว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะของการเดินทางไปสู่ความสิ้นชาติใช่หรือไม่?
หากท่านคิดว่าไม่ใช่โปรดพิจารณาข้อเทียบเคียงด้วยเหตุผลนี้แล้วตอบปัญหาด้วยตัวท่านเองว่า
เรากำลังเดินทางไปทางไหนกัน ??


เหตุการณ์การทำลายพุทธศาสนาทำให้สถาบันชาติ สถาบันพุทธศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์สิ้นไป
โดยมีวิธีการ อย่างเดียวกันเหมือนกันถึง ๑๑ ประเด็น อันนำไปสู่ความสิ้นชาติ ดังนี้
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 6 จาก 9 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ