สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

หน้า 7 จาก 9 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 22, 2009 11:22 pm

http://www.geocities.com/ben007_us/book03/p39.html


ประเด็นหลักเทียบเคียงกับเหตุการณ์ระหว่าง
ประเทศเวียตนาม กับ ประเทศไทย




เวียตนามสูญสิ้นสถาบันกษัตริย์และพระพุทธศาสนา ประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๔๒
๑.
ปิดบังข่าวสารที่เกิดขึ้นจริงจากสื่อมวลชน

เหมือนกัน
๒.
การจัดรายการโจมตีองค์กรปกครองคณะสงฆ์
ทางโทรทัศน์ วิทยุ
เหมือนกัน
๓.
สนับสนุนขบวนการ
ทำลายองค์กรปกครองคณะสงฆ์พุทธศาสนา
เหมือนกัน
๔.
จัดตั้งพระภิกษุในพุทธศาสนา
ที่เป็นพรรคพวกของตนออกมา
ต่อต้าน และสร้างภาพต่อสังคม
ว่าพวกตนกระทำถูกต้อง
เหมือนกัน
๕.
รัฐให้การสนับสนุนปกป้อง
ทั้งทางกฎหมาย และนอกกฎหมาย
แก่ผู้บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
และองค์กรปกครองคณะสงฆ์
เหมือนกัน
๖.
หัวหน้ารัฐบาลอยู่ภายใต้การบงการของสหรัฐอเมริกา
เหมือนกัน
๗.
ผู้ทรงอิทธิพลในคณะรัฐบาล
และ/หรือ ต่อรัฐบาลเป็นคริสเตียน
เหมือนกัน
๘.
ผู้ร่วมโจมตีพระพุทธศาสนา
อดีตได้เป็นผู้ร่วมทำลายพระพุทธศาสนา
โดยได้รับการอบรมอุดมการณ์
อันเป็นอันตรายต่อสถาบันชาติ
ศาสนา และพระมหากษัตริย์
เหมือนกัน
๙.
มีการใส่ความพระสงฆ์ เหยียดหยาม
จาบจ้วง
ทำลายพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนา
เหมือนกัน
๑๐.
ใช้อำนาจ อิทธิพล
ละเมิดตัวบทกฎหมาย
และรัฐธรรมนูญ ทำลายพุทธศาสนา
เหมือนกัน
๑๑.
ใช้อำนาจ
อิทธิพลเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สั่งเก็บเอกสารที่เปิดเผย
ขบวนการทำลายพุทธศาสนา
และแผนการบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ

เหมือนกัน

จุดจบของประเทศเวียตนามคือ ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์
ประเทศแตกแยกเป็นสองฝ่ายฆ่ากันเองตามแผนการอันเป็นเป้าประสงค์ของ
มหาอำนาจและสถาบันพุทธศาสนาถูกทำลายในที่สุด
จุดจบของประเทศไทยกำลังรออยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก
เปรียบดังเราเดินทางมุ่งสู่เชียงใหม่หากไม่หยุดการเดินทาง
ก็ต้องถึงเชียงใหม่แน่นอน
นั่นคือเมื่อสิ้นสถาบันพระพุทธศาสนาแล้ว
สถาบันชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์จะดำรงอยู่ได้อย่างไร
ดังนั้นเราจะหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างไร
หรือจะให้เหตุการณ์ทำลายพระพุทธศาสนานี้
ดำเนินต่อไปจนสุดท้าย พบจุดจบเหมือนในเวียตนาม ???


http://www.geocities.com/ben007_us/book03/p0.html

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

"...วิธีการป้องกันประเทศอันเป็นหน้าที่สำคัญของทหารเปลี่ยนแปลงไป
เพื่อที่จะให้ประเทศอยู่รอดได้ตามหลักเดิมก็พูดถึงว่าทหารจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อป้องกัน
เป็นรั้วของชาติ แต่รั้วของชาติแม้แต่ในสมัยก่อนๆ นี้ก็เป็นเช่นนั้นแต่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น
มาสมัยนี้ก็เห็นรั้วของชาติไม่ได้อยู่ที่ตามรั้วตามชายแดนเท่านั้นเองมันอยู่ทั่ว
เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายกำลังทางพื้นดินเท่านั้นเองต้องมีการยกขึ้นไปบนฟ้า
ข้ามแดนทางฟ้าทางอากาศแล้วก็ยังมีการขุดมุดใต้ดินโผล่มาจากที่ไหนก็ไม่ทราบ
อย่างนี้ก็มีทั้งผู้ที่เข้ามาผ่านประตูรั้วไม่ใช่ในภูเขาเท่านั้นเอง แต่มาตามทางที่เข้า สะดวก ฉะนั้น
การป้องกันประเทศให้รอดพ้นจากอันตรายจึงเพิ่มขึ้นและนอกจากมาทางฟ้าก็ตาม
ทางพื้นดินก็ตาม ใต้ดินก็ตาม หรือทางทะเล ก็ยังมาทางอื่นคล้ายๆ ปาฏิหาริย์ โผล่ขึ้นมาเฉยๆ
เหมือนว่าเข้ามาถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมืองและกฎหมายบ้านเมืองไม่สามารถที่จะป้องกัน

คือ เข้ามาทางสมอง ทางความคิดอาจไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังพลเท่าไร
แต่ว่าในความคิดที่อาจเรียกว่าเป็นผีร้ายมันเข้ามาในสมองของคนแต่ละคน
ทั้งทหารทั้งคนอื่นๆ ได้ยุคนี้ที่เป็นผี ผีที่เป็นพิษนี้เข้ามาโดยอาศัยจิตใจของทุกคน
จิตใจนี้อาจชอบฟังคำเยินยอก็ตาม จิตใจนี้อาจชอบยืนสบายก็ตาม ก็
อาจเป็นช่องดังกล่าวที่เห็นยากและอันตรายที่สุด...
"


พระราชทานเป็นการเฉพาะแก่ผู้บังคับบัญชาอาจารย์ และนายทหารนักเรียน
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ ๕๗ ในโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
ณ ศาลาบุหลัน ทักษิณราชนิเวศน์ วันอังคารที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Feb 23, 2009 10:28 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 23, 2009 10:18 pm

att พิมพ์ว่า:ทำไมต้องที่ลำพูน?

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t280-15.htm


เจ้าคณะบ้านธิ ท้าเณรเบิร์ดโชว์หลักฐานคู่ขาใช้บริการ


http://news.sanook.com/read/2009/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B4-%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-/271892/

คราวนี้ตรงเป้าเป๊ะเลยเนาะ

Arrow ร่วมอนุโมทนา สร้างบุญมหากุศล



<table width="100%" border="0" cellpadding="1" cellspacing="1"><tr><td valign="top">
ลุ่มเพศที่ 3 รุก เพิ่มข้อความม.30
</td></tr></table>
ลุ่มเพศที่ 3 รุก เพิ่มข้อความม.30
Source - เว็บไซต์ไทยโพสต์ (Th)

Tuesday, June 05, 2007 05:48


กลุ่มเกย์ 10 องค์กร จี้ กมธ.เพิ่มเติมข้อความมาตรา
30 กรณีบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมีสิทธิเท่าเทียมกัน
ประธานกลุ่มเกย์การเมืองชี้ สด.43 ระบุเพศ 3 เป็นโรคจิตถาวร

รวมถึงถูก ตม.หลายประเทศกีดกั้น คือ ความไม่เป็นธรรม

ที่รัฐสภา กลุ่มองค์กรเกย์ 10 องค์กร อาทิ
เครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชนสำหรับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ,
กลุ่มเกย์การเมืองไทย, องค์กรบางกอกเรนโบว์,
โครงการเพื่อนชายเพื่อชายรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบและ
ปลอดภัย, สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย, ภูมิภาคล้านนากลุ่มแสงจากใจ
และกลุ่มบ้านสีม่วง จำนวนกว่า 20 คน นำโดยนายนที ธีระโรจนพงษ์
ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย เข้ายื่นข้อเรียกร้องในการร่างรัฐธรรมนูญต่อ
นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 4
ขอให้เพิ่มเติมความในมาตรา 30 เรื่อง
"ชายและหญิงและกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมีสิทธิเท่าเทียมกัน"
เพื่อสร้างการยอมรับของสังคมต่อกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ
ในฐานะพลเมืองไทยเช่นเดียวกับชายและหญิง

นายนที ธีระโรจนพงษ์ กล่าวว่า
ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีที่มีการร่างรัฐธรรมนูญ
ที่จะเปิดโอกาสให้กับความหลากหลายทางเพศ
ซึ่งเครือข่ายได้รวบรวมความเห็นมาเป็นปีแล้ว พบว่า
สภาพปัจจุบันกลุ่มเกย์มีปัญหาการถูกจำกัดสิทธิในการทำงาน
การกีดกันความก้าวหน้าในการทำงาน การคุ้มครองการได้รับคำนำหน้าชื่อในอนาคต
ซึ่งหลายคนผ่านจิตแพทย์และแปลงเพศมาแล้ว แต่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
หลายประเทศไม่ให้เข้า หรือการเขียนใน สด.43 ว่าเป็นโรคจิตถาวร
ซึ่งไม่เป็นธรรม

"เราต้องการเรียกร้องขอให้พิจารณาเพิ่มเติมมาตรา
ดังกล่าว เพื่อคุ้มครองกลุ่มหลากหลายทางเพศทั้งหมด
เพื่อความสมบูรณ์ของรัฐธรรมนูญ
ซึ่งจะทำให้เรามีศักดิ์ศรีเท่ากับคนถ้วนหน้า
หากกฎหมายสูงสุดได้รับการเพิ่มเติม
กฎหมายลำดับรองลงมาคงมีการแก้ไขให้ครอบคลุมการรับรองสิทธิ อาทิ กฎหมายอาญา
เรื่องการข่มขืน กฎหมายทรัพย์สิน เป็นต้น" ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทยกล่าว

นายนทียังกล่าวอีกว่า
ไม่ว่าจะมีการแก้ไขตามข้อเสนอหรือไม่ก็ตาม
เครือข่ายเห็นว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตั้งใจดี
ซึ่งถ้ารัฐธรรมนูญมาตราอื่นๆ เป็นประชาธิปไตย
ทางกลุ่มก็ยินดีสนับสนุนและไม่เอาความต้องการส่วนตัวเป็นที่ตั้ง

นายมณเฑียร พรหมลัทธิศร
ผู้จัดการโครงการเพื่อชายรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ ยอมรับว่า
การเปิดเผยตัวเองต่อสาธารณะเป็นเรื่องยาก
ตัวเองเคยประสบปัญหาตรงนั้นที่ไม่กล้าเปิด ที่จริงกลุ่มเกย์ กะเทยต่างๆ
ตื่นตัวเรื่องสิทธิมาก แต่เมื่ออยู่ในภาวะต่อหน้าสื่อมวลชน
ความเป็นตัวตนบางทีต้องเก็บ การได้ทำงานกับกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
สด.43 ที่กำหนดคนที่เป็นกะเทยไว้ว่า เป็นโรคจิตถาวร
ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติ
ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีคำว่าความหลากหลายทางเพศ
ก็จะเป็นหนึ่งในเอเชีย เป็นโอกาสที่ดีที่จะนำไปสู่การมีสิทธิเท่าเทียม

ด้านนัยนา สุภาพึ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชน
กล่าวถ้าต้องการผลักดันรัฐธรรมนูญ บางทีต้องมียุทธศาสตร์
ทุกเรื่องสำคัญหมด ต้องเลือกเรื่องที่เข้าใจง่ายยอมรับง่าย เช่น
กลุ่มผู้หญิง เคยเสนอให้บวชได้และเป็นภิกษุณี ถ้ากรรมการสิทธิฯ
เลือกมาเป็นประเด็นอาจเกิดความยุ่งยาก
ก็เลยแค่รวบรวมข้อมูลเรื่องความหลากหลายทางเพศประเด็น สด.43
สามารถเลือกให้เป็นเรื่องที่เป็นรูปธรรมได้
และอีกหลายเรื่องที่เป็นสวัสดิการ
เป็นรูปธรรมที่สามารถยอมรับได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกับคนในสาธารณะ

ขณะที่ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กล่าวว่า
เรื่องดังกล่าวคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว
แต่ตอนนี้ยังไม่ผ่านในแง่ความรู้ ความเข้าใจยังไม่กว้างขวางพอ ส่วนเรื่อง
สด.43 ที่เขียนดังกล่าว ทางการแพทย์ถือว่าล้าหลังมาก
และขอขอบคุณที่มาเสนอประเด็นและสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ
โดยไม่เอาประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง.



ที่มา: http://www.thaipost.net
วันที่
5 มิถุนายน 2550

lampoon1




แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Feb 24, 2009 4:29 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 23, 2009 11:03 pm








Religious leaders gathered with World Bank President James Wolfensohn, bottom row, fourth
from left, in Washington, DC, in November 1999 for the second summit meeting of the World Faiths Development Dialogue.

http://www.onecountry.org/e113/e11310as.htm
Volume 11, Issue 3 / October-December 1999
Second summit between World Bank and world religions focuses on projects




http://www.nsi-ins.ca/english/pdf/Int_Mon_Fund.pdf






แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Feb 23, 2009 11:18 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 23, 2009 11:17 pm





att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 23, 2009 11:22 pm











att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 23, 2009 11:39 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1235397447&grpid=00&catid=01

นที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 20:43:37 น.
มติชนออนไลน์


เพื่อไทยตีปี๊บ"แม้ว"หนุนรบ.แห่งชาติแก้เสียงปริ่ม "ชวรัตน์" ยึดคำพูดไม่มีมิตรแท้ฯลือปชป.เจรจากับ พท.

"ชัย"ชี้"เนวิน"จะขึ้นเป็นนายกฯขึ้นอยู่กับ
ปชช. พท.ยื่นกกต.ชี้ขาดปธ.บอร์ดททท.ตีปี๊บ"แม้ว"
หนุนรบ.แห่งชาติจะกลับไทยเร็วๆนี้รับลูกนำเข้าที่ประชุมพรรคหาทางออกบ้าน
เมือง "วิทยา"เล็งขยายแนวร่วม-พร้อมเจรจา
"สดศรี"ยันเพื่อไทยปรึกษา"แม้ว"ได้ "สุเทพ"บลั๊ฟฟ์"ทักษิณ"รบ.อยู่3ปีกว่า
"ชวรัตน์" ยึดคำพูดไม่มีมิตรแท้ฯ



"ชัย"ชี้"เนวิน"นายกฯขึ้นอยู่กับปชช.

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร บิดานายเนวิน ชิดชอบ
อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงกระแสข่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย
ระหว่างไปพบที่ฮ่องกงในทำนองนายเนวินคิดการใหญ่ วางแผนเป็นนายกฯว่า
ไม่ทราบเรื่อง เพราะการเป็นนายกฯนั้น
ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าต้องการให้ใครเป็น


นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทย
หัวเราะก่อนให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า "นายเนวินไม่ได้อยากเป็นนายกรัฐมนตรี
เรื่องนี้ผมยืนยันได้" อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย
กล่าวว่า ขณะนี้นายเนวินถูกตัดสิทธิทางการเมือง
ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ยังปฏิบัติตัวตามที่กฎหมายกำหนด
ใครก็ตามที่รู้จักใกล้ชิดกับนายเนวิน
ยังไม่มีใครเคยได้ยินว่านายเนวินอยากจะเป็นนายกฯ
มีแต่พูดว่าเมื่อพ้นจากโทษตัดสิทธิการเมืองครบ 5
ปีแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะตัดสินใจกลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่

"นายเนวินจะได้เป็นนายกฯหรือไม่นั้น
เป็นเพียงการทำนายจากคอการเมืองด้วยกันเท่านั้น
เมื่อถึงเวลาหนึ่งหากเงื่อนไขทางการเมืองเหมาะสม
นายเนวินก็เป็นบุคคลหนึ่งที่มีประสบการณ์ทางการเมืองและบารมีก็พร้อม
การจะก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่เหนือความคาดหมาย" นายศุภชัยกล่าว

พท.ตีปี๊บแม้วหนุนรบ.แห่งชาติ

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.)
กล่าวถึงกระแสข่าว สมาชิก พท.ออกมาระบุ พรรคประชาธิปัตย์ทอดไมตรี
ส่งสัญญาณจับมือกันตั้งรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาเสียงปริ่มน้ำ และงานไม่เดิน
ขณะที่สมาชิกพรรคบางคนขานรับ โดยเฉพาะแนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า
ได้โทรศัพท์ไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อสอบถามถึงความคิดเห็นในกรณีดังกล่าว
โดย พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า การตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้นมีทั้งด้านดีและด้านเสีย
แต่เห็นด้วยในหลักการเพราะสามารถที่จะสร้างความสมานฉันท์ปรองดองในบ้านเมือง
ได้ เรื่องนี้จึงต้องมีการยอมกลืนเลือด เสียสละกันบ้าง
เพื่อให้เกิดการเจรจาและให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

"พ.ต.ท.ทักษิณพูดกับผมว่า จะเดินทางกลับประเทศไทยในเร็วๆ
นี้อย่างแน่นอน และไม่มีความกลัวอะไรเพราะที่ผ่านมาโดนมาเยอะแล้ว
เรื่องคดีความก็ว่ากันไปตามกฎหมาย
ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่บุญหมดกรรมก็เลยตามมาเป็นเรื่องที่ปุถุชนทั่วไปจะต้อง
เจอะเจอ ดังนั้น ขอพิสูจน์ความเป็นธรรมในชาตินี้ไม่รอให้ถึงชาติหน้า
แม้จะต้องติดคุกติดตะราง ท่านก็ไม่สนใจแล้ว และหากจะกลับประเทศไทย
ผมมั่นใจว่าจะสามารถสร้างความปรองดอง
ความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองได้ขอให้โอกาสอีกสักครั้ง
เพื่อให้ปัญหาของบ้านเมืองทุกอย่างจบลง"นายประชากล่าว

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1235398265&grpid=03&catid=01
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 21:50:48 น.
มติชนออนไลน์


เด็ก"บิ๊กจิ๋ว"นั่งประธานบอร์ด"ประปานครหลวง"

รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่
24 กุมภาพันธ์ กระทรวงมหาดไทย
จะเสนอชื่อบุคคลเป็นคณะกรรมการบริหารการประปานครหลวง หรือบอร์ด กปน.
ให้ที่ ครม.อนุมัติ โดยมี พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ เป็นประธานกรรมการ
ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายจิตเกษม แสงสิงแก้ว นายวีระพงษ์ ศรีนวกุล
นายชำนิ จันทร์ฉาย นายวชิรา จันทร์ชู พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ นายวสันต์
มีวงษ์ นายแสงชัย โชติช่วงชัชวาล นายบัณฑูร สุภัควณิช นายสังศิต
พิริยะรังสรรค์ นายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายถาวร
พานิชพันธ์ และนายมนัส แจ่มเวหา

ทั้งนี้ พล.อ.วิชิต อดีต รอง ผบ.ทบ. เป็นนายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต
ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี
นายวีระพงษ์ เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท
โปรเฟชชั่นแนลฯ พล.ต.ต.สุรินทร์ เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.สงขลา
พรรคเพื่อแผ่นดิน นายวสันต์ เป็นที่ปรึกษาของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริภัตร
ผู้ว่าฯกทม. และ พล.อ.สมเจตน์ เป็นอดีตประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม
และหัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)


และแล้วคนไทยก็เพิ่งรู้ว่า ถูกเสี้ยมให้ฆ่ากันเองจากก๊วนขายชาติ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 1:37 pm

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/popup_news_print.aspx?newsid=191217&NewsType=1&Template=1

กลุ่มเกย์การเมืองโวยอดบริจาคเลือด

ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 ก.พ. นายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย พร้อมด้วยนายกิตติพัทธ์ หรือน้องเบิร์ด พร้อมมูล เลขาธิการกลุ่มผู้ชายไม่แท้แห่งประเทศไทย และ น.ส.สุจินต์รัตน์ ประชาไทย (จิ๋ม ซาร่า) สาวประเภทสองคนแรกของไทย ที่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางสาวที่นิวซีแลนด์ ได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้แก้ไขใบสมัครผู้บริจาคโลหิต ของสภากาชาดไทย โดยให้ตัดข้อ 12 ของแบบสอบถามที่ระบุว่า ท่านหรือคู่ของท่านมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันใช่หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้าเมื่อ 1 ปีที่แล้ว ได้เข้าร้องเรียนกับทางศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โดยมีนาวาโทหญิงอุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ รอง ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับหนังสือ

นายนทีกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ กับแบบสอบถามโดยเฉพาะข้อที่ 12 โดยในช่วง 5 วันที่ผ่านมานี้มีเพศที่เป็นสาวประเภท 2 และชายรักชายได้เข้าไปบริจาคโลหิต ซึ่งต้องมีการกรอกแบบสอบถาม พบว่ายังคงมีข้อ 12 ที่เป็นอุปสรรคในการบริจาคอยู่ จึงขอเรียกร้องให้ตัดข้อดังกล่าวออกไป เพราะทำให้รู้สึกว่าคุณค่าความเป็นคนของพวกเราถูกลดลง ด้านนาวาโท หญิงอุบลวัณณ์ระบุว่า แบบสอบถามที่ยังมีข้อ 12 ระบุอยู่เพราะเราเน้นความปลอดภัยของผู้รับบริจาคโลหิตเป็นหลัก เนื่องจากผลการวิจัยระบุว่า กลุ่มเพศที่ 3 เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีมากกว่าคนปกติทั่วไป 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้จะเห็นว่าข้อที่ 11 เราจะสอบถามพฤติกรรมความเสี่ยงทางเพศกับผู้อื่น หรือมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คู่นอนของตน เราทำอย่างเสมอภาคทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะเพศที่ 3 เท่านั้น.

http://www.komchadluek.net/2009/02/17/a001_337620.php?news_id=337620
ผลวิจัยชี้เพศที่3เสี่ยงติดเชื้อเอดส์กว่าคนมีคู่ปกติ20%

เมื่อ เวลา 14.30 น. นายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย พร้อมด้วยนายกิตติพัทธ์ พร้อมมูล (น้องเบิรด์) เลขาธิการกลุ่มผู้ไม่แท้แห่งประเทศไทย และ น.ส.สุจินต์รัตน์ ประชาไทย (จิ๋ม ซาร่า) สาวประเภทสองคนแรกของไทยที่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางสาวที่นิวซีแลนด์ ได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้แก้ไขใบสมัครผู้บริจาคโลหิตประจำ ของสภากาชาดไทย โดยให้ตัดข้อ 12 ของแบบสอบถามที่ระบุว่า “ท่านหรือคู่ของท่านมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันใช่หรือไม่” หลังจากครบ 1 ปี ที่ได้เข้าร้องเรียนกับทางศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 โดยมีนาวาโทหญิง อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับยื่น

นายนที กล่าวว่า ในประเด็นดังกล่าวตนได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขต่อสภากาชาดไทยตั้งแต่ปีที่ แล้ว โดยสภากาชาดไทยได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นศึกษา พร้อมรับปากว่าจะปรับเปลี่ยนข้อความดังกล่าวให้เมื่อเดือนตุลาคม 2551 แต่จนถึงขณะนี้กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ กับแบบสอบถาม โดยในช่วง 5 วันที่ผ่านมานี้ มีเพศที่เป็นสาวประเภท 2 และชายรักชายได้เข้าบริจาคโลหิต ซึ่งต้องมีการกรอกแบบสอบถาม พบว่ายังคงมีข้อ 12 ที่เป็นอุปสรรคในการบริจาคอยู่ จึงขอเรียกร้องให้ตัดข้อดังกล่าวออกไป เพราะทำให้รู้สึกว่า คุณค่าความเป็นคนของพวกเราถูกลดลง

ด้าน จิ๋ม ซาร่า กล่าวว่า ในประเทศนิวซีแลนด์ได้มีการเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าบริจาคเลือดได้ รวมถึงกลุ่มเพศที่ 3 ทำให้ผู้บริจาคไม่รู้สึกว่า ถูกกีดกัน หรือเป็นการดูถูก โดยจะมีการแยกเลือดที่ได้รับบริจาคจากกลุ่มเพศที่ 3 ไว้ต่างหาก เพื่อนำไปช่วยผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเพศที่ 3 ด้วยกัน หรือนำไปช่วยผู้ป่วยที่มีอาการโคม่า โดยจะถามก่อนว่าต้องการรับเลือดนี้หรือไม่ ทำให้เพศที่ 3 ต้องการมาทำบุญ ไม่เสียคุณค่าความเป็นคนเหมือนกัน มาวันนี้ไม่ได้มาต่อสภากาชาดไทย เพราะเป็นหน่วยที่ช่วยชีวิตคน แต่อยากให้มีการพิจารณาในเรื่องนี้เท่านั้น

ขณะที่ น้องเบิร์ด กล่าวว่า เมื่อวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ ตนตั้งใจมาบริจาคเลือดที่ศูนย์บริการโลหิตสภากาชาดไทย โดยเจ้าหน้าที่สอบถามว่า ตนเป็นนายหรือนางสาว ตนจึงตอบว่าเป็นกระเทย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้มาจับมือและขอให้ไปตอบแบบสอบถามในข้อ 12 โดยถามว่าตนเคยมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันหรือไม่ ตนจึงถามกลับเกี่ยวกับมาตรฐานของระยะเวลาที่เว้นช่วงจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่เจ้าหน้าที่กลับถามย้ำอีกครั้งว่า เคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ ตนจึงตอบไปว่า แน่นอนเพศที่ 3 ส่วนใหญ่ทุกคนก็เคยมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนมาแล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงปฏิเสธไม่ให้บริจาคและบอกด้วยว่า ไม่อยากให้การทำบุญ ทำบุญแล้วได้บาป เพราะเลือดของท่านอาจสร้างปัญหาให้กับคนที่รับได้

“สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อความรู้สึกอย่างมาก ไม่มีสิทธิความเป็นคนอยู่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่อยากทำความดี กลับถูกปฏิเสธ ทำไมเราต้องถูกจำกัดสิทธิ์ และถูกเลือกปฏิบัติจากสังคม แค่ทำดีก็ทำไม่ได้ ทั้งนี้มั่นใจว่าเลือดในร่างกายไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะมีการตรวจเช็คตลอด ซึ่งหากสภากาชาดไทยนำเลือดไปตรวจแล้วบอกว่ามีปัญหารับบริจาคไม่ได้ ก็จะไม่เสียใจเท่านี้” น้องเบิรดิ์ กล่าว

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 3:37 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1235454992&grpid=01&catid=01

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 12:52:31 น. มติชนออนไลน์

คำต่อคำ โฟนอิน"แม้ว" อ้อนถ้า"รวมพลัง"ได้เมื่อไหร่จะกลับมา โวต่างชาติรุมให้ช่วยแก้ปัญหา

"ทักษิณ"โผล่เสียงโฟนอินอ้อนชาวเหนือ อยากกินไส้อั่ว ข้าวนึ่ง งัดมุขเดิม ต้องชดใช้วิบากกรรมให้หมด ปลุกระดมถ้ารวมพลังต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและประชาธิปไตย ได้เมื่อไหร่จะกลับมา ฝันภายในปีนี้ โวต่างประเทศเห็นประโยชน์ตัว-อดีตรมต.ทรท.เรียกเป็นที่ปรึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาจากต่างประเทศ เพื่อพูดคุยกับชาวลำพูน และกลุ่มเสื้อแดงคนภาคเหนือ ที่ตั้งเวทีปราศรัยที่จ.ลำพูน โดยตลอดการสนทนาของอดีตนายกรัฐมนตรี นั้นเป็นการใช้ภาษาเหนือทั้งหมด


"สวัสดีครับพี่น้องคนเมือง คิดถึงผมหรือเปล่า ผมคิดถึงพี่น้องมาก ได้กลิ่นข้าวนึ่ง ได้กลิ่นไส้อั่ว พี่น้องสบายดีไหม (ประชาชนเฮร้องตอบรับ) ผมอยากจะไปหาแต่ว่ามันเป็นวิบากรรม เพราะความเข้าใจผิดนี่ล่ะ ถึงเป็นวิบากกรรม จริงๆไม่มีอะไรผมเป็นคนชอบทำงาน ทำงานให้พี่น้องแล้วมันสนุก ผลสุดท้ายเขาหมั่นไส้ก็เลยต้องมาอยู่อย่างนี้ ไม่เป็นไรนะพี่น้องนะ ความเข้าใจผิดก็คงเปลี่ยนมาเข้าใจถูกสักวันหนึ่ง ถ้ากลับไปไม่หมดบุญก็จะมานะ ตอนนี้ขอใช้กรรมอีกหน่อยไปก่อน"


"พี่น้อง ผมโชคดีที่มีคนดีๆ ที่ไม่ทิ้งผมไปและดูแลตลอด ก็เลยอยากบอกพี่น้องว่า พี่น้องยังรักผม ไม่ทิ้งผม อีกไม่นานผมกลับบ้านแล้ว กลับไปทำงานให้พี่น้อง ปัญหาในบ้านเราจริงๆ ไม่มีอะไรยาก แต่เพราะมันยากตรงที่มีการขัดแข้งขัดขากันอยู่นั่นแหละ.... "



ผู้ดำเนินรายการบอกกับอดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตอนนี้ทุกคนนอกจากจะคิดถึงแล้ว ก็พร้อมทำทุกวิถีทางที่จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กลับเมืองไทย



"ผมยังทำงานได้อยู่ แต่เขาไม่ให้ผมทำ ผมเลยต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้อีกสักพักหนึ่ง แต่ผมถือว่า ผมมาเข้าโรงเรียน มาเรียนรู้ปัญหาของต่างประเทศว่าที่ไหนๆ เขาเจริญเพราะอะไร ที่ยังไม่เจริญเพราะอะไร และตอนนี้บางประเทศก็ขอให้ตนส่งทีมอดีตรัฐมนตรีไทยรักไทยที่ตนใช้งานอยู่ให้ มาช่วยปรึกษา ช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขา เพราะเวลานี้ผมกับอดีตรัฐมนตรีบางคนตกงานอยู่ คนไทยไม่ใช่ ประเทศไทยไม่ใช้ ก็เลยต้องไปรับใช้ประเทศอื่นที่มันคนเห็นประโยชน์อยู่ (เสียงโห่ร้อง) ก็เลยจะไปช่วยงานพวกเขาสักพักหนึ่ง ถ้าเขาให้กลับเมื่อไหร่ก็จะกลับ"


"ถ้าพี่น้องรวมพลังกันได้เมื่อใด ผมก็กลับมาแน่นอน (เสียงโห่ร้องชอบใจ) ผมคิดจะกลับภายในปีนี้ ไม่รู้จะได้หรือเปล่า (มีเสียงตะโกนขึ้นมาว่า ได้ ได้ ) พ.ต.ท.ทักษิณ หัวเราะ แล้วบอกว่า พี่น้องบ้านเราน่ารักขนาดนี้ "






ผู้ดำเนินรายการกล่าวว่า พวกตนจะขึ้นรถไฟไปรวมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ วันที่ 24 ก.พ. นี้ ยืนยันจะไปกันเยอะๆ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวเสริมทันทีว่า ถ้าพี่น้องรวมพลังกันได้แข็งแกร่งยิ่งมากเท่าไหร่ ตนก็จะได้กลับบ้านเร็วขึ้น ถ้าไม่แข็งแรงไม่พร้อม ก็คงไม่ได้กลับสักที





ผู้ดำเนินรายการกล่าวต่ออีกว่า แค่พ.ต.ท.ทักษิณ โทรมาในงานวันนี้ ทั้งคนเตรียมงานและคนมาร่วมงานหายเหนื่อยหมดเลย พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า "ขอบคุณ ผม ยินดี พี่น้องคนเมืองบ้านเราที่ช่วยกัน คนที่ปั้นข้าวนึ่งนี่นะ หัวใจมันไปในทางเดียวกัน ผู้ดำเนิรายการกล่าวอีกว่า ถ้ารับโทษแทนได้พวกเราคนลำพูน เชียงใหม่ จะติดคุกแทน อดีตนายก ลำปางด้วย (ทั่วประเทศเลย)"


"พี่น้องครับไม่ต้องไปเสียเวลาคิดกับเรื่องที่ มันทุเรศอย่างนี้หรอก เราสู้ในสิ่งที่ถูกต้องเอาความเป็นธรรมคืนมา เอาประชาธิปไตยคืนมาบ้านเมืองเราถึงเจริญ (เสียงโห่ร้องเห็นด้วย) ขอบคุณครับแล้วว่างๆ ผมจะโทรมาคุยใหม่ พี่น้องไม่ต้องห่วงผม ผมปรับตัวได้นะ " ทักษิณ กล่าว


ผู้ดำเนินรายการกล่าวว่า ทางคนภาคเหนือคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะถักทอชีวิตกลุ่มคนนักต่อสู้ร่วมกัน จนเดี๋ยวนี้พร้อมใจจะตั้งสมัชชาคนเสื้อแดงภาคเหนือตอนบน ไว้รอต้นรับท่านครับ


พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า "พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า "นักต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรมในสังคม เพื่อได้มาซึ่งประชาธิปไตย ที่แท้จริงเนี่ย ทั้งโลกทุกครั้งใส่สีแดงทุกครั้ง สีแดงทั้งโลก เพราะสีแดงถือว่า เป็นสีที่เรายึดชาติเป็นหลัก เพราะองค์กรชาติเป็นองค์กรใหญ่สุด เพราะฉะนั้นเราต้องรักชาติ ถ้ารักชาติต้องเอาประชาธิปไตย เอาความเป็นธรรมคืนมา ก็ขอฝากขอบคุณพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง ที่มีเมตตากับผม รักผมและสนับสนุนอยากให้ผมกลับบ้าน และเข้าใจผมว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร พี่น้องร่วมกันสู้ ผมจะกลับไปหา..."

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 4:08 pm

http://www.thaingo.org/story3/pp18-06-2546.htm

ผ่าความรุนแรง ผนึกรวมศาสนาบนแนวทางสันติวิธี

อเมริกันพยายามครอบครองโลกด้วยการใช้นโยบาย ‘โลกระบบเดียว’ แต่ความพยายามของจักรวรรดินิยมใหม่ได้รับแรงต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพิ่งผ่านไปสด ๆ ร้อน ๆ ก็คือ ‘สงครามอ่าว 2’ ที่ เรียกได้ว่าเป็นการทำสงครามสองรูปแบบ แบบแรกเป็นแสนยานุภาพของกองกำลังอาวุธและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การทำสงครามในสมรภูมิของกองทัพอเมริกันจึงได้เปรียบในทุกประตูและอีกขั้วคือ กลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธของทหารและพลเรือนอิรัก

“ความ ขัดแย้งทางศาสนาได้สร้างความชอบธรรมให้มีการใช้ความรุนแรงเข้าทำลายศัตรู คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าคนเหล่านี้เป็นคนไม่ปกติ แต่จากการศึกาษาพบว่าคนเหล่านี้เป็นคนปกติดีทุกอย่างทั้งร่างกายและจิตใจ ฐานะและการศึกษา เพียงแต่ว่าคนเหล่านี้เชื่อว่าเขาสามารถใช้ความรุนแรงเพื่อความดีงามได้นั่น เอง”

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  ATTA on Tue Feb 24, 2009 4:17 pm

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=1485

เณรเบิร์ด1




เณรเบิร์ด2



ATTA
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Feb 24, 2009 8:36 pm

[quote="att"]
att พิมพ์ว่า:ทำไมต้องที่ลำพูน?

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t280-15.htm


เจ้าคณะบ้านธิ ท้าเณรเบิร์ดโชว์หลักฐานคู่ขาใช้บริการ




คราวนี้ตรงเป้าเป๊ะเลยเนาะ



Arrow ร่วมอนุโมทนา สร้างบุญมหากุศล



_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 9:15 pm

http://seedang.com/stories/22315

บทความ VATICAN COUNCIL 2 ปฏิบัติการสัตว์นรก กวาดล้างพุทธในไทย



บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด


" ได้รับร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงกฎหมายคณะสงฆ์จาก นายสัมพันธ์ ทองสมัคร
รมช.ศึกษาธิการยุค พ.ศ.๒๕๓๖ มาให้พิจารณาแสดงให้เห็นถึงว่ามีการเตรียมการ
สำหรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรปกครองคณะสงฆ์ไทย ไว้ล่วงหน้าเรียบร้อย
โดยในวันที่ ๘ - ๑๑ พ.ย. ๒๕๓๖ ได้มีการประชุม "1 st. Accse - Thailand ชุมนุมผู้ประสานงาน
เพื่อประกาศพระวรสาร ครั้งที่ 1 " ที่พัทยา เพื่อกำหนด แผนงานเพื่อการเฉลิมฉลอง
เพื่อประกาศพระวรสารสู่ปี 2000 ปี เป็นการเตรียมการและวางแผนดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปี 2000
และให้ดำเนินการตาม VATICAN COUNCIL 2 ผลของการทำลายพระพุทธศาสนา
เกิดขึ้นกับพระภิกษุสงฆ์ไทยในด้านเลวร้าย ต่อเนื่องตลอดมาทุกรูปแบบ
ทั้งที่ปรากฏเป็นข่าวเสื่อมเสียโดยสื่อมวลชนรวมทั้งขบวนการไวรัสศาสนา
ที่น่าเศร้าใจก็คือการเสียชีวิตของพระสายปฏิบัติกรรมฐานในจังหวัดแถบ
ภาคอิสานเกือบยี่สิบรูป ด้วยโรคประหลาดอย่างเดียวกัน
สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ปรากฏว่า
ภาคอิสานเป็นพื้นที่ซึ่งมีการเพิ่มความถี่ทุกรูปแบบในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์
ในแถบนี้ในระยะเวลาดังกล่าว จวบจนปัจจุบัน (๒๕๔๒)
ได้มีการนำเงินจากแหล่งไม่ปรากฏที่มา
ซื้อที่ดินเป็นจำนวนหลายหมื่นไร่แทบทุกจังหวัดในภาคอิสานเพื่อสร้างเป็น
นิคมของ
ผู้นับถือหรือเข้ารีตเป็นคริสเตียน ???



๑.เรื่องวาติกัน เคาน์ซิลทู (VATICAN COUNCIL 2 ) เป็นการประชุมของสำนักวาติกัน ( 2505-2508 )
เพื่อปรับกลยุทธ

1.1 เป้าหมาย : ครองประเทศไทยโดยหวังเอาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่
ศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิค แม้จะต้องใช้เวลาอันยาวนานก็ต้องรอด้วยความอดทน
เพราะไทยมีความพร้อมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ศาสนาพุทธที่มีใจกว้างไม่นิยมความรุนแรทั้งสามารถติดต่อกับประเทศอื่นๆได้สะดวก

1.2 นโยบาย : สร้างความเป็นมิตรและการทำตัวเป็นศัตรูกับชาวพุทธ
พยายามสร้างความกลมกลืนระหว่างชาวพุทธกับชาวคริสต์ ลอกเลียนพุทธในทุกรูปแบบ
สร้างพระไตรปิฎกฉบับคริสต์เอาพระพุทธเจ้าเป็นประกาศทอดผ้าป่า
จัดโต๊ะหมู่บูชาใช้คำว่าสงฆ์ ภิกษุ สามเณร ฯลฯ



http://thaipriest.cbct.net/ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์
http://www.joseph.ac.th/seminary/member8_1.htm สามเณรลาลัยนักบุญยอแซฟ อ.สามพราน จ.นครปฐม

http://www.chiangmaidiocese.org/to/

1.3 แผนการ : ทำลายความรู้สึกรักและห่วงใยในชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์
ทำลายความน่าเชื่อถือลงให้ได้ เป็นระยะยาวไม่ใช้วิธีการประจันหน้า แต่ใช้แผนการแทรกซึม
บ่อนทำลายทุกวิถีทางที่สามารถดำเนินการได้เข้าลักษณะ
“ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา”
ทำลายพุทธได้แล้วค่อยๆยกตนให้สูงขึ้น

1.4 วิธีการ : แสวงหาทุนจากคนไทยพุทธโดยการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ
เพื่อเก็บค่าเล่าเรียนแพงๆ พัฒนาบุคลากรโดยจัดตั้งมหาวิทยาลัย เช่น
มหาวิทยาลัยแสงธรรม การสงเคราะห์คนยากจนเพื่อทวงหนี้บุญคุณ
คัดเลือกเยาวชนส่งไปเรียนในต่างประเทศ เพื่อเข้าใกล้สิ่งแวดล้อมของคริสต์
แล้วชักชวนให้นับถือคริสต์ การโฆษณาชวนเชื่อประการต่างๆ เช่น
ติดป้ายตามข้างทางหลวงทั่วประเทศ


1.5 ระยะเวลาดำเนินการ : ไม่มีระยะเวลาจำกัดแน่นอนในการดำเนินการ
แต่จะดำเนินการไปจนกว่าจะสำเร็จ แต่การดำเนินการในประเทศไทย
จะต้องทบทวนแผนการไปเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการประชุมใหญ่ของสภาคริสตจักร
ที่มีผู้นำทางศาสนาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 9:33 pm

2.2แผนการ : ทั้งสององค์กรนี้มุ่งเป้าเดียวกันคือทำลายความน่าเชื่อถือ
ทำลายศรัทธา ทำลายด้วยการใช้กฏหมายบ้าง ด้วยแผนสกปรกบ้าง
ส่งคนเข้าแทรกซึมอยู่ในหน่วยงานต่างๆที่มีอำนาจ -
แผนทางเศรษฐกิจ (ECONOMICS ) : ทำให้เศรษฐกิจปั่นป่วนทั้งในภาพย่อยและภาพรวม
สร้างกระแสต่อต้านวัด หรือสถาบันทางพระพุทธศาสนาว่ามีทรัพย์สินมาก
เอาเปรียบประชาชน ชาวบ้านจนพระร่ำรวย จำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรใหม่

ผลสุดท้ายเศรษฐกิจมีปัญหาพระพุทธศาสนาแย่- แผนทำลายศรัทธา ( MENTAL ) :
พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้า
ตลอดศาสนพิธี วัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นแบบไทยแบบพุทธ
พร้อมกันนั้นก็ยัดเยียดสิ่งที่ตนต้องการเข้ามาในสังคมไทย

ปัจจุบันเห็นได้ว่าวิถีสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสอย่างแรง-แผนจัดตั้งองค์กร (ORGANIZATION) :
พยายามจัดตั้งองค์กรต่างๆขึ้นมาเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนต่อรองเรียกร้องต่อต้าน ขับไล่ต่างๆนานา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งกลุ่มองค์กรเพื่อทำลายพระภิกษุสงฆ์และการผลักดันกฏหมายต่างๆ
ที่อำนวยประโยชน์แก่ตนและกลุ่มพวกตน-แผนทำลายค่านิยมไทย ( ASH VALUE ) : ค่านิยมไทยหดหายไปมาก
วันสำคัญพระพุทธศาสนาแทบสูญหาย ในขณะที่วันสำคัญทางศาสนาอื่นๆได้รับการโฆษณาประชาสัมพันธ์จากสื่อของภาค
เอกชนและของรัฐอย่างเต็มที่ทุกกรณี

ไม่เคยเห็นรัฐบาลไทยฉลองวิสาขะเหมือนรัฐบาลอเมริกาฉลองวันคริสตมาสเลย-
แผนควบคุมกิจการ ( CASH CONTROL) แผนการแทรกแซงออกกฏหมาย
เพื่อควบคุมกิจการพระพุทธศาสนาทุกส่วนทั้งศาสนกิจและศาสนบุคคล

ตัวอย่างรัฐธรรมนูญ ม.๓๘ ม.๗๓ กฏหมายการศึกษา ( พรบ.- การศึกษาแห่งชาติ )
ที่ให้โอกาสศาสนาอื่นเติบโตมากมาย ให้โอกาสใครต่อใครมาเขียนคู่มือการเรียนการสอน
วิชาพระพุทธศาสนาแตกเป็น ๒๙๕ นิกาย รวมทั้งการยกร่าง พรบ.ระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม

๓. รัฐธรรมนูญ : รัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศ แต่รัฐธรรมนูญไทยฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ได้มาจากองค์กรเอกชน (ธงเขียว)
อันตรายต่อพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรง

3.1 กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ : การร่างรัฐธรรมนูญใช้ สสร. ๙๙ คนเป็นพุทธ ๘๑ คน ศาสนาอื่นๆ ๑๘ คน
แต่เขียนรัฐธรรมนูญออกมาลดฐานะพระพุทธศาสนาพร้อมๆกับยกศาสนาอื่นๆขึ้นมา
อีกทั้งเปิดโอกาสให้สร้างความแตกแยกในศาสนาขึ้นอย่างกรณีมาตรา ๓๘
ที่อาจถือได้ว่าเลวร้ายที่สุดที่ให้โอกาสใครต่อใครไปตั้งสิทธิอะไรขึ้นมาก็ได้ และมาตรา ๗๓
ที่ยกศาสนาต่างๆขึ้นมาเท่ากับพระพุทธศาสนา ซึ่งในครั้งนั้น สสร.ไม่ฟังเสียงชาวพุทธส่วนมากเลย
แถมยังด่ากลับมาเสียด้วย
[/size]

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 9:34 pm

ที่ยิ่งไปกว่านั้นปรากฏเอกสารหลักฐานยืนยันว่า
ได้มีการปฏิบัติการโดยใช้แผนVATICAN COUNCIL 2
ในการทำให้ประเทศไทยเป็นเครื่องมื่ออันแท้จริงแห่งพันธกิจศูนย์กลางคริสต์
ศาสนาในเอเซีย (เอกสารการประชุมสมัชชาสังฆราชาแห่งเอเซีย ๒๕๔๑)
และในการประชุม "สมัชชาเพื่อกำหนดทิศทางงานอภิบาลสู่คริสต์สหัสสวรรษที่ ๓
ของพระศาสนจักรคาทอลิคแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ - ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๒ ณ
บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม ก็ยืนยันว่ายังคงต้องปฏิบัติตามคำสั่ง
VATICAN COUNCIL 2 ต่อไป นั่นคือคำตอบที่ชัดแจ้งไม่อ้อมค้อมว่า
"ยังต้องทำลายพระพุทธศาสนาต่อไปตามคำสั่ง อย่างเคร่งครัด" นั่นเอง
(สำเนาหลักฐานเอกสารสมบูรณ์ ทุกชิ้นสามารถติดต่อขอรับได้จาก
ชมรมชาวพุทธสามเหล่าทัพ)


หน้าที่ของกลุ่ม BOSTON คือการทำลายฐานเศรษฐกิจการเงินของประเทศ
ให้อยู่ในสภาพล้มละลายเพื่อให้เป็นไปตามแผนของประเทศมหาอำนาจ
และองค์กรต่างศาสนา ที่จะดำเนินการเข้ายึดครองได้โดยสะดวก
ต่อไปและเมื่อวางตัวบุคลากร ที่จะรับช่วงแทรกซึมขยายผลในการทำลายได้สำเร็จ
จึงประกาศลาออกในต้นปีพ.ศ.๒๕๓๘ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มที่ ๒
สร้างกระแสมวลชนให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินโดยใช้รหัสเดิม
คือ "เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน"
ซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะเข้ายึดครองทางด้านการเมือง
เศรษฐกิจและองค์กรปกครองคณะสงฆ์ไทย กลืนพระพุทธศาสนา
โดยผ่านสถาบันการศึกษาได้ อย่างเบ็ดเสร็จถาวร สิ่งที่กล่าวนี้คือคำถามว่า
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงใช่หรือไม่ ?
และประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศชาติได้รับคืออะไร?


สิ่งที่ควรพิจารณาและน่าสงสัยสังเกตเป็นอย่างยิ่งคือ
การรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยข้ออ้างว่าฉบับเดิมปี พ.ศ.๒๕๓๕
ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นฉบับเผด็จการ เพราะทหารเป็นผู้ร่างขึ้น
ผู้สร้างกระแสให้เกิดขึ้นก็คือการรวมตัวของกลุ่มที่ ๑ กับกลุ่มที่ ๒
นั่นเอง ซึ่งในที่สุดรัฐบาลขณะนั้น (นายบรรหาร ศิลปอาชา)
ก็ตกลงแก้ไขเพิ่มเติมว่าจะให้มีการเปลี่ยนแปลงและยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ซึ่งยังไม่ทันมีการยกร่างนั้นก็ ยุบสภาเลือกตั้งเสียก่อน
รัฐบาลจึงเปลี่ยนมาเป็น พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
นับว่าเป็นรัฐบาลที่รับกรรมมากที่สุด
เพราะเข้ามาโดยไม่รู้ตัวว่าเป็นเพียงรัฐบาลแก้บน
จะต้องถูกใช้เป็นตุ๊กตาที่ต้องถูกทำลาย ซึ่งกลุ่มที่ ๑
ได้ขยายเครือข่ายครอบคลุมระบบเศรษฐกิจและการธนาคารของประเทศไว้ในมือเรียบ
ร้อยแล้ว จึงร่วมมือกับกลุ่มที่ ๒ สร้างกระแสให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ
อันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของประเทศมหา อำนาจ และองค์กรต่างศาสนา
ซึ่งได้วางแผนไว้อย่างรอบคอบรัดกุม
โดยมีจุดมุ่งหมายให้เปิดทางให้ต่างชาติมีอำนาจและสิทธิ
เท่ากับประชาชนไทยหรือมากกว่าในทางกฎหมาย
รวมไปถึงการถอดพระพุทธศาสนาออกจากสถาบันสูงสุดของชาติ
และบังคับให้รัฐต้องคุ้มครองศาสนาอื่นด้วย
อีกทั้งลดอำนาจทั้งหมดของกองทัพให้สิ้นไป

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 9:38 pm

ดังได้นำเสนอมาแต่ต้นแล้วว่า พระพุทธศาสนาเป็นสถาบันแห่งความมั่นคงของชาติ
ได้รับการรับรองจากพระมหากษัตริย์มาโดยตลอดนับตั้งแต่ผู้สร้างชาติไทย
ดังปรากฏเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดแจ้ง เมื่อบุคคล องค์กร
หรือมนุษย์เหล่าใด ที่ต้องการมิให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
บุคคลเหล่านั้นก็คือผู้ที่กบฏต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ใช่หรือไม่ ?
ด้วยไม่มีใครจะสามารถเปลี่ยนสีธงและความหมายให้เปลี่ยนไปจากเดิมได้
และหากผู้ใดเปลี่ยนความหมายของสีแห่งธงไตรรงค์
มันผู้นั้นมิใช่ผู้ที่อยู่เหนือสถาบันพระมหากษัตริย์อันผู้ใดจะล่วงละเมิดมิ
ได้แล้วเหตุใดบุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทางการระบุว่าเป็นบุคคลที่มีอันตรายต่อ
ชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ใช้วิธีการเข้ามาเป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญ
พร้อมพลพรรคจึงได้บังอาจนำพระพุทธศาสนา ออกจากการเป็นศาสนาประจำชาติ
โดยไม่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปรากฏเป็นหลักฐานดังนี้


".........กรรมาธิการยกร่าง ซึ่งมี นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน
ไม่เห็นด้วย พวกเขาว่า ตายเป็นตาย ยอมไม่ได้ที่จะบัญญัติว่า
ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ...."
(มหามิตร ปีที่๒ ฉบับที่
๑๗ กันยายน ๒๕๔๒) นี่คือการทรยศต่อแผ่นดิน ต่อบรรพบุรุษผู้สร้างชาติ
แม้กระทั่งละเมิด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยไม่คำนึงถึงพระบรมราชโองการ
ซึ่งมิอาจยกเลิกได้ด้วยประการทั้งปวงใช่หรือไม่
อยากจะถามว่าบุคคลเหล่านี้เป็นใคร ?และศาสนาใดได้ประโยชน์ในขณะที่บัญญัติ
ไว้ใน มาตรา ๗๓ ในรัฐธรรมนูญ "...รัฐต้องให้การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาอื่น..."
หากไม่เรียกว่ารับจ้างพวกต่างชาติ ต่างศาสนามาทำการ เหตุใดจึงกล้าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ?
เป็นเรื่องที่น่าแค้นใจ ที่ปู่ย่าตายาย พระมหาราชกษัตริย์ไทยแต่บรรพกาล
ทรงใช้พระปรีชารักษาพุทธศาสนาไว้คู่ชาติคู่แผ่นดิน
แต่มนุษย์ที่อาศัยเพียงแผ่นดินเกิดกลับอาศัยการสร้างกระแสยึดพื้นที่ทางสมองของประชาชน
ทำลายมรดกแห่งบรรพบุรุษไทย..


แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อขณะนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ถูกนำออกมาใช้แล้ว
และสร้างปัญหาความแตกแยกให้กับชนในชาติอย่างมากมาย
มีการกระทำอันละเมิดรัฐธรรมนูญให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บุคคล องค์กรต่างศาสนาที่ให้การสนับสนุน
ผลักดันให้มีการร่าง และให้รัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รับร่างรัฐธรรมนูญนี้
ไม่มีผู้ใดออกมาต่อต้านหรือคัดค้านการกระทำเช่นนั้นแม้แต่คนเดียว
นี่คือคำถามว่าจุดประสงค์ที่แท้จริง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อใคร ? ชนชาติ ศาสนาใด ?


ดูรายละเอียดที่

http://board.palungjit.com/showthread.php?t=91814

http://www.geocities.com/ben007_us/book03/p20.html

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 9:42 pm

<blockquote>http://www.e-religious.net/ict/christ_place_inside.php?pid=99


คณะกรรมการคาทอลิกเพื่องานธรรมทูต (นิกายโรมันคาทอลิก)


หน้าที่การประกาศพระวรสารสู่ปวงชนเป็นหน้าที่ของคริสตชนทุกคนโดยผ่านทางศีลล้างบาป
กระแสการทำงานด้านการประกาศพระวรสารหรือการแพร่ธรรมในประเทศไทยได้รับการ
กระตุ้นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อพระศาสนจักรได้ประกาศให้ปี ค.ศ. 1990-2000
เป็นทศวรรษแห่งการประกาศพระวรสารโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตรียมจิตใจของคริสตชน
เข้าสู่การเฉลิมฉลองความเชื่อสู่ ค.ศ. 2000 ปีในทศวรรษดังกล่าวได้มีการจัดการฝึกอบรมทั้งสงฆ์นักบวช
และบรรดาฆราวาสทุกลำดับชั้นอย่างกว้างขวางและมีพระสงฆ์นักบวชและฆราวาสจากหลายสังฆมณฑล
และคณะหลายคณะนักบวชได้เข้ารับ การฝึกอบรมจากสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการประกาศพระวรสาร
สู่ปวงชนหรืองานแพร่ธรรมทั้งจากในประเทศและจากต่างประเทศ
ทำให้งานด้านการประกาศพระวรสารสู่ปวงชนก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ
แต่อย่างไรก็ดีการทำงานด้านการประกาศนี้ยังทำในลักษณะเฉพาะ เช่น
ในสังฆมณฑล สถาบัน หรือองค์กรต่างๆยังไม่มีการร่วมตัวกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

ในปี ค.ศ. 2006 พระศาสนจักรประเทศไทยประกาศให้เป็นปีแห่งการแพร่ธรรม
โดยให้แต่ละสังฆมณฑล สถาบัน องค์กร ฯลฯได้เร่งรัดงานด้านการประกาศ
พระวรสารสู่ปวงชนเป็นพิเศษจึงเป็นการตอกย้ำกระแสการแพร่ธรรมให้ร้อนร้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ดังจะเห็นได้ว่าในระดับสถาบันและองค์กรต่างๆได้จัดการอบรมปลุกจิตสำนึกเรื่องงานแพร่ธรรม
ตั้งแต่ในวัยเด็กถึงวัยผู้ใหญ่อย่างทั่วถึง ในระดับสังฆมณฑลแต่ละสังฆมณฑลได้จัดงานชุมนุม
เพื่อการแพร่ธรรมของตนขึ้นโดย เฉพาะในระดับชาติมีการจัดงานชุมนุมเพื่อการแพร่ธรรมในประเทศไทย
ที่บ้านเณรเล็ก สามพรานในวันที่ 11-12 สิงหาคม และในระดับทวีปจัดงานชุมนุมเพื่อการแพร่ธรรม
ทวีปเอเชียที่จังหวัดเชียงใหม่
ในวันที่ 19-22 ตุลาคม จากกาประเมินผลปีแห่งการแพร่ธรรมประเทศไทย
ของคณะกรรมาธิการฝ่ายการธรรมทูตและการอบรมศึกษาคาทอลิกเมื่อวันที่14 ธันวาคม ค.ศ. 2006 ณ
โรงรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ กรุงเทพฯ ที่ประชุมได้เสนอแนะให้คณะกรรมการคาทอลิก
เพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชนและองค์กรสนับสนุนงานแพร่ธรรมของสันตะสำนัก(PMS)
ได้สานงานความร้อนร้นของสัตบุรุษที่เกิดขึ้นจากการรณรงค์ในปีแห่งการแพร่ธรรมที่ผ่านมาให้ต่อเนื่อง
และมีผลที่ยั่งยืนต่อไป


ดังนั้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2007 เลขาธิการคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการประกาศพระวรสาร
สู่ปวงชนจึงได้นัดหมายบุคคลที่เคยรับการฝึกอบรมเรื่องการประกาศฯจากสถาบันต่างๆมาร่วมปรึกษาหารือ
กันเพื่อก่อตั้งโรงเรียนประกาศพระวรสารสู่ปวงชนในประเทศไทย(ดูรายงานแนบท้าย)
จากที่ประชุมครั้งนี้ได้นำผลการประชุมเสนอต่อสภาพระสังฆราชในการประชุมเมื่อ
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบในหลักการให้ดำเนินงานต่อไป
และได้ให้ข้อสังเกตบางประการให้ฝ่ายฯนำไปพิจารณา
ฝ่ายฯได้นำข้อสังเกตเสนอจากสภาฯเข้าที่ประชุมในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 ที่วิทยาลัยแสงธรรม
ที่ประชุมได้นำข้อสังเกตจากสภาฯมาปรึกษาหารือ(ดูรายงานแนบท้าย)
และได้ให้เลขาธิการฯประกาศฯนำไปเข้าที่ประชุมคณะกรรมการในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007
ที่ศูนยคริสตศาสนธรรม(C.C) สามพราน และจากการประชุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์จึงได้มีมติเรื่อง
การจัดตั้งกรรมการของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชนยอย่างเป็นทางการ
และให้บรรดาผู้ที่เคยได้รับการอบรมเรื่องการประกาศพระวรสารสู่ปวงชนเป็นคณะ
ที่ปรึกษาในการร่างหลักสูตรการฝึกอบรม และการเป็นผู้ให้การอบรม


ที่ตั้งเวบไซต์ http://catholicmission.cbct.net/
</blockquote>

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 10:20 pm





http://www.reformation.org/vietnam.html

The Religious Beginnings of an
Unholy War



The Shocking Story of the
Catholic "Church's" Role in Starting the Vietnam War



By Avro Manhattan




Avro Manhattan (1914-1990)
Avro Manhattan was the world's foremost authority on Roman Catholicism in politics. A resident
of London, during World War II he operated a radio station called "Radio Freedom" broadcasting to occupied Europe.

He was the author of over 20 books including the best-seller The Vatican in World Politics, twice Book-of-the-Month and going through 57 editions. He was a Great Briton who risked his life daily to expose some of the darkest secrets of the Papacy. His books were #1 on the Forbidden Index for the past 50 years!!
More About the Author:

With an immense collection of facts, photos, names and dates, Manhattan proves that the Vietnam War began
as a religious conflict. He shows how America was manipulated into supporting Catholic oppression in Vietnam supposedly to fight communism.
Manhattan explains:


  • How religious pamphlets and radio broadcasts convinced one million Catholics to leave North Vietnam and live
    under Catholic rule in the South, overwhelming the Buddhists.

  • How brutal persecution of Vietnamese Buddhists led to rioting and suicides by fire in the
    streets.

  • Why the reports of what was really happening, written by American military and civil advisers, failed to
    reach the U.S. President.

  • Why the project backfired, and as U.S. soldiers continued to die, the Vatican made a secret deal with Ho
    Chi Minh.

http://www.reformation.org/

http://www.reformation.org/page2.html

http://www.reformation.org/holocaus.html

The Vatican's Holocaust



http://www.inyenzi.co.za/inyenzipics.htm
http://www.b11mission.com/rwanda

http://www.ianpaisley.org/article.asp?ArtKey=genocide
Genocide of the Tutsis – the Role of the Roman Catholic Church
Rome, the USA and the genocide
http://www.afrol.com/Countries/Rwanda/backgr_cross_genocide.htm
Creating a Hutu identity
In 1957, the Hutu catechist Gregoire Kayibanda, under the ideological patronage of
J.P. Harroy, the Belgian Governor of Rwanda and Mgr. Perraudin,
head of the Roman Catholic Church in Rwanda, publishes the 'Hutu
Manifesto' demanding the political authority be granted to the Hutu majority.

According to the present Rwandan government, in that year "the Catholic Church
encourages Gregoire Kayibanda and his associates to form political parties ...
to champion 'Bahutu interests'".

In 1959 "PARMEHUTU (Le Parti du Mouvement de l'emancipation Hutu) is established under
the guidance of the Catholic church by the proponents of delayed independence.
PARMEHUTU was also openly sectarian and anti-Batutsi," again according to the
Rwandan government. The same year, the first massacres of thousands of Tutsi is
organised by radicalised Hutus, "under Belgian supervision".


In contemporary Rwanda, politically dominated by Tutsis and moderate Hutus,
questions about the Catholic Church's role in the polarisation of Rwandans, in
its extreme leading towards the 1994 genocide, are openly debated. In Rwanda,
before the genocide called "Africa's most Christian country," over 50 percent of
the population is Roman Catholic. Some 12 percent belong to other Christian
societies.


As in most African ex-colonies, the missionaries in Rwanda also embarked on a policy of
divide and rule, in close cooperation with the colonial administration. In the
Belgian Trust Territories of Rwanda and Burundi this meant creating the
ethnicities of Hutu and Tutsi and promoting the Hutu majority against the ruling
Tutsi.


The Catholic Church, effectively supporting the creation of a Hutu identity and
nationalism, thus became part of the Hutu movement. The mission was rewarded by
mass conversions of Rwandan Hutus, making Catholicism the dominant religion in
Rwanda. As the radical Hutus gained power in Rwanda at independence in 1962,
Catholic and other clergymen found themselves with personal friends in all
levels of governance and with good access to the centres of power.


Unlike most African countries, however, the succeeding Hutu-dominated governments of Rwanda
were gradually radicalised. The government institutionalised discrimination
against the Tutsi and periodically used massacres against this targeted
population as a means of maintaining the status quo. Resistance was organised by
the growing number of Tutsi refugees, mostly hiding in Uganda, and grew strong
through the 1980s and early 1990s.

http://www.runeedvardsen.com/genoside.htm
PICTRUES FROM RWANDA NO WORDS!!!

















Massacre at Murambi






แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Feb 25, 2009 9:21 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 10:28 pm





att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 10:34 pm

http://61.90.250.46/webboard/index.php?act=Print&client=printer&f=12&t=9642

ข้อมูลเฉพาะของมหาจำลอง มันยาวนะครับบบบ.
http://www.usaid.gov/
U.S. Agency for International Development runs overthrowOf Thailand’s government


AFL - CIO lead revolt against Thai government

บทความแปลจาก Executive Intelligence Review ฉบับ May 29,1992
by an EIR Investigative Team

AFL – CIO นำการจลาจลต่อรัฐบาลไทยโดยทีมงานสืบข่าวของ EIR

ภายหลังจากการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมประท้วงและทหารไทย บนท้องถนนของกรุงเทพฯ
เป็นเวลา ๕ วัน ตั้งแต่ ๑๗ ถึง ๒๑ พ.ค.๓๕ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๔๐
คน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าแผ่นดินของไทยทรงเข้าแทรกแซง
ในระบบการเมืองโดยตรง เพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนเข้าสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า
“ ถ้ากรุงเทพฯ ถูกทำลายก็เท่าประเทศถูกทำลาย ”
พระราชดำรัสนี้ถูกต้อง : วิกฤติการณ์ในประเทศไทย คือ
การต่อสู้แลกชีวิตเพื่อชาติไทย อย่างไรก็ตาม จากการสืบของ EIR พบว่า

แทนที่การจลาจลที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๗ พ.ค.๓๕ นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครผู้นำของกลุ่มศาสนาพุทธลัทธิใหม่สันติอโศก
จะเป็นเพียงข้อขัดแย้งภายในประเทศเท่านั้น

กลับเป็นผลงานจากการวางแผนที่รัดกุมเพื่อก่อการจลาจลต่อรัฐบาลไทยและพระมหากษัตริย์
ควบคุมและสั่งการเต็ม ๑๐๐% โดยองค์กรขององค์การ CIA และ AFL – CIO ของสหรัฐฯ
การปฏิบัติการที่มีพื้นฐานให้เกิด “ มูลเหตุ ” ที่จะจุดชนวนให้มีการปฏิบัติการ ที่นำโดยสหรัฐฯ อย่างเต็มตัว

เพื่อล้มล้างสถาบันทหารของไทยเบื้องหลังข้อเรียกร้องเพื่อ “ประชาธิปไตย ” จากนิสิตนักศึกษา
และชนชั้นล่างของไทยบนท้องถนนของกรุงเทพฯ

นั้น คือ การตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ของคณะผู้บริหารงานของประธานาธิบดี BUSH เพื่อ :

๑) วาระเป้าหมาย เพื่อทำลายสถาบันทหารของไทยซึ่งเป็นสถาบันหลักของประเทศ
แบบเดียวกับที่เคยทำมาแล้วกับสถาบันทหารของประเทศต่างๆ ในทวีปอเมริกา


๒) ให้การทำลายเสถียรภาพเพื่อทำลายชาติไทย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายหลักที่จำเป็น
ในการจัดระเบียบโลกใหม่ ของ George Bush : และ

๓) ใช้ความพินาศของประเทศไทยเป็นก้าวกระโดดเพื่อทำลายประเทศที่เหลือในกลุ่มประเทศอาเซียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
เพราะประเทศเหล่านี้
จะต้องต่อต้านต่อการเข้ายึดครองประเทศต่างๆ หรืออาจต่อต้านวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ
ในประเทศไทย แหล่งข่าวจากสถานทูตสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ ๑๕ พ.ค.๓๕ สองวันก่อนที่จะประชุมประท้วง
รัฐบาลจะมีขึ้น ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ภายในไม่กี่วันหลังจากนั้น
วอชิงตันก็ผลักดันจุดวิกฤติของประชาธิปไตยซึ่งจะจุดชนวนให้เกิดการจลาจล
การเลือกตั้งของไทยมีขึ้นใน ๒๒ มี.ค.
ตามความประสงค์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พรรคทหาร, พรรคสามัคคีธรรม ชนะ
โดยมีที่นั่งมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร และเสนอ นายณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี
ภายในสัปดาห์นั้นเอง นางมากาเร็ด ทัทไวเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ประกาศว่า สหรัฐฯ
ปฏิเสธที่จะออกวีซ่าให้ นายณรงค์ ฯ ในปี ๒๕๓๔ โดยสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับการค้ายาเสพติด ในสัปดาห์ต่อมา นายณรงค์ ฯ
ก็ถอนตัว และพรรคการเมืองนี้ก็เสนอชื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นนายกรัฐมนตรี


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Feb 25, 2009 11:19 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 10:42 pm

- ๒ -
http://en.wikipedia.org/wiki/AFL-CIO

http://www.aflcio.org/aboutus/unions/

การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของ AFL – CIO ก็เกิดขึ้นทันที โดยเรียกร้องให้
พล.อ.สุจินดา ฯ ลาออกเนื่องจากมิได้มาจากการเลือกตั้ง พล.อ.สุจินดา ฯ
ตอบต่อการเรียกร้องนี้ว่า ยินดีจะลาออกถ้าเป็นการเรียกร้องของสภาผู้แทนราษฎร
แต่จะไม่ยินยอมทำตามความต้องการของฝูงชนบนท้องถนน
ผู้ประท้วงนำโดยกลุ่มกำลังต่างๆ ได้แก่

-พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และผู้นำสำนักสันติอโศก ซึ่งเป็น
ศาสนาพุทธลัทธิใหม่ โดยยึดถือลัทธิ “ Hare Krisna ”

พรรคพลังธรรม ของ พล.ต.จำลอง ฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นนายก
รัฐมนตรี โฆษกของ Amnesty International ระบุที่วอชิงตันว่า พล.ต.จำลอง ฯ
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งภายในของกองทัพไทย แต่เป็น
“การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่ ”
เป็นนักอนุรักษ์สภาพแวดล้อมที่กระตือรือร้น เป็นเพื่อนสนิทสนมกับ
นายโรเจอร์ ฟิชแมน ผู้บริหารของหน่วยงาน AFL – CIO International
ในกรุงเทพฯ
AFL – CIO เข้าควบคุมและดำเนินงานสหภาพแรงงานส่วนใหญ่ของไทย

รวมทั้งสหภาพหอการค้าไทยซึ่งศักยภาพสูงอยู่แล้วหลอกใช้ในการต่อต้านกับรัฐบาลในห้วงปีที่ผ่านมา

- พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน
นอกเหนือจากจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ
CIA ของสหรัฐฯ
แล้วที่ปรึกษาคนสำคัญของ พล.อ.ชวลิต ฯ คือ
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในห้วงปี ๒๕๒๓ - ๒๕๓๑
ในสมัยรัฐบาลของ
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
มีรายงานว่า น.ต.ประสงค์ ฯ
เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งใน ทีม B (ต่อต้านสหภาพโซเวียต) ของ CIA

ซึ่งอีกส่วนหนึ่งของทีมนี้คือ หน่วยงาน Freedom House ในนิวยอร์ค
http://watch.pair.com/FreedomHouse.html

FREEDOM HOUSE A CFR FRONT





- สุลักษณ์ ศิวะรักษ์ ผู้หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ ต.ค.๒๕๓๔
หลังจากถูกกล่าวหาว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในตอนต้นเดือน พ.ค. สุลักษณ์ ฯ
ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการต่อต้านในประเทศไทยได้รับเชิญเป็นกรรมการผู้หนึ่งของ

Foreign Intelligence Advisory Board
http://en.wikipedia.org/wiki/President%27s_Foreign_Intelligence_Advisory_Board
สุลักษณ์ ฯ ยังได้รับการรับรองและดูแลขณะที่อยู่ในสหรัฐฯ
โดยหน่วยงาน Asians for
Democracy ซึ่งดำเนินงานโดย Elsie Bush
ผู้เป็นญาติของ George Bush สุลักษณ์ ฯ เป็นบุคลากรหลัก
สำหรับการปฏิบัติงานขององค์การ Non-Government Organizations (NGOS)
ทั้งมวลในประเทศไทยโครงสร้างการบังคับบัญชาการเคลื่อนไหวเพื่อ
ประชาธิปไตยที่เกี่ยวพันกับผู้นำเหล่านี้ มีการจัดทำ สั่งการและปฏิบัติการ
จากภายนอกประเทศหน่วยควบคุมสูงสุดของแผนการณ์คื

AFL – CIO
International Department , มูลนิธิฟอร์ด, มูลนิธิเอเซีย ที่อ้างอยู่ที่วอชิงตัน
(เป็นหน่วยงานด้านเอกสารของ CIA) และ Carnegia Endowment for Peace (ศูนย์รับบริจาคเพื่อสันติภาพคาร์เนกี)

ซึ่งทำงานโดยใกล้ชิดกับ Langley ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติในประเทศไทย คือ
Catherine Dalpino ผู้ตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการเอเชียแปซิฟิก
ของมูลนิธิเอเชีย
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์รับบริจาคคาร์เนกี

http://www.icnl.org/KNOWLEDGE/ijnl/vol4iss4/art_1.htm

http://books.google.co.th/books?id=PS4rAAAAYAAJ&pg=PA18&lpg=PA18&dq=ASIA+FOUNDATION,Catherine+Dalpino&source=bl&ots=ivEaDtOQtO&sig=y7ZQLvPnrbpeNCJwrVaOrUveGRo




Catherine Dalpino บอกกับผู้สื่อข่าวคนหนึ่งว่า มูลนิธิเอเชียกำลังดำเนินงานอย่าง จริงจัง
เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนและทหาร
ให้ทุนสนับสนุนแผนงาน
ค่าโต้ตอบ ระหว่างผู้นำทางทหารและพลเรือน พล.อ.สุจินดา ฯ มิได้เป็นหนึ่งใน
ผู้รับทุน ของมูลนิธิตัวแผนงานเอง เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานต่างที่มาจากหน่วยสั่งงาน
และกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ
เพื่อบีบบังคับให้เกิดการเสื่อมอำนาจทางทหาร
ในทวีปอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา
Dalpino ไปร่วมในการประชุมที่ National of Academy of Sciences
ในวอชิงตัน เมื่อ ๓๐ มี.ค. ในเรื่อง ความเป็นประชาธิปไตยเพื่อความสัมพันธ์ พลเรือน - ทหาร

Arrow ได้เวลา นับถอยหลัง...

แต่งตั้งนายทหารคลอด 454 นาย หลังอึมครึมนานเกือบเดือน เป็นไปตามคาด
ขยับปลัดบัญชี ทบ.ซี้นายกฯ ขึ้นอัตราพลเอก "เด็กธรรมรักษ์" ขึ้นยกแผง ลูก

"บิ๊กสุ" ขึ้นนายพล ทหารบ่นตรึมยัดไส้ทิ้งทวน

พ.อ.เจิดวุธ คราประยูร (ตท.19) บุตรชาย พล.อ.สุจินดา คราประยูร
อดีตนายกรัฐมนตรี
ขึ้นเป็นนายพลคนแรกของรุ่น ในตำแหน่ง ผช.รอง
ผบ.ทหารสูงสุด

http://news.sanook.com/politic/politic_02010.php


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Feb 25, 2009 10:56 pm, ทั้งหมด 5 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 10:51 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t291-15.htm


http://www.kiasia.org/En/DonorsPartner.asp




- ๓ -

อย่างไรก็ตาม ความพยายามให้เกิดประชาธิปไตยได้รับการจำกัดให้อยู่แต่เพียงใน
คำโต้ตอบ เท่านั้น มูลนิธิเอเชียมี Dalpino เป็นผู้นำในด้านนี้
ได้เข้ามีส่วนร่วมใน
การจัดตั้ง และสั่งการหน่วยกำลังต่างๆ
ในการก่อจลาจลต่อต้านรัฐบาลทหาร หรือหน่วยทหารแห่งชาติ
ซึ่งการปฏิบัติงานในกรุงเทพฯ ระหว่าง ๑๗ - ๒๑ พ.ค.
จะเป็นชนวนได้เป็นอย่างดี
Dalpino รายงานว่ากว่าครึ่งหนึ่งของเงินทุนของมูลนิธิเอเชีย
ใช้ไปในการทำให้เกิดประชาธิปไตย และยังกล่าวอีกว่า มูลนิธิเอเชียกำลังดำเนินการในด้าน
เสริมสร้างระบบตุลาการ เพื่อใช้ชี้นำ
หน่วยงาน NGOS ให้มีเป้าหมายทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล
และเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน
มูลนิธิยังให้เงินทุนต่อกลุ่มสนับสนุนต่างๆ ในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ
และช่วยเหลือชาวสลัม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
Dalpino บอกว่า มูลนิธิเอเชียใช้เงินไป ๑.๕ ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพื่อฝึกให้นักอนุรักษ์ธรรมชาติเข้าใจ ข้อมูลประชาธิปไตย

เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับหลักการอนุรักษ์ธรรมชาติต่างๆ แม้ว่า
เราต้องระวังไม่เปิดพิรุธให้เห็นว่าเรากำลังชี้แนะรัฐบาลต่างชาติอยู่

ผู้ดำเนินการที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของมูลนิธิเอเชีย ซึ่งทำงานร่วมกับ
Dalpino
ในกรุงเทพฯ คือ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ประธานมูลนิธิดวงประทีป และ
หนึ่งในผู้นำของสมาพันธ์เพื่อประชาธิปไตย ตามรายงานหน่วยงาน Asia Watch
Dalpino ระบุว่านางประทีป ฯ ยังได้รับทุนจาก The United States Agency for International Development
http://www.usaid.gov/
http://en.wikipedia.org/wiki/United_States_Agency_for_International_Development

เป็นหนึ่งในจำนวนผู้นำการจลาจลประท้วงใน ๑๗ -๒๑ พ.ค.และถูกจับกุมตัวไป
ผู้ควบคุมการดำเนินการอีกคนหนึ่งซึ่งเพิ่งกลับมาในประเทศไทย ระบุว่าหน่วยงานเอกชนต่างๆ NGOS
ซึ่งได้รับการควบคุมและเงินสนับสนุนจากนอกประเทศเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
การเคลื่อนไหวของสตรีการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย การเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ
การเคลื่อนไหวต่อต้านความยากไร้ และการเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน

มีวัตถุประสงค์เดียวกัน หน่วยงานต่างของ NGOS ผลัดกันจัดตั้งและปกครองนิสิตนักศึกษาไทย
และกลุ่มชนชั้นล่างเพื่อสนับสนุนพล.ต.จำลอง ฯ
ก่อนหน้าที่หน่วยงาน NGOS จะเป็นหน่วยงานถูกกฎหมาย

หน่วยงานเหล่านี้ก็ได้แทรกซึมเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทยแล้ว
ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ ที่สมาคม
YWCA ในภาคเหนือที่เชียงใหม่ ภายใต้ชื่อศูนย์ค้นคว้าของมหาวิทยาลัย
และสำนักสงฆ์ต่างๆ
เพิ่งจะมาดำเนินงานโดยเปิดเผยเมื่อหกเดือนที่ผ่านมานี้เอง
ผู้นำในการชี้นำความเคลื่อนไหวทั้งมวล คือ นาย David Thomas เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟอร์ดในประเทศไทย
โดย สรุปแล้ว แม้ว่าสหรัฐฯ และ ไทย จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็ตาม
มูลนิธิเอเชีย มูลนิธิฟอร์ด หน่วยงาน AFL – CIO, Freedom House
ทุกหน่วยงานที่อยู่ภายใต้รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ดำเนินการจัดตั้ง
และให้ทุนการเคลื่อนไหวเพื่อก่อการจลาจลต่อต้านรัฐบาลไทย และชาติไทย

ในช่วงเวลาอย่างน้อยที่สุดหนึ่งปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันกับที่วงการหนังสือพิมพ์
และแหล่งเผยแพร่ข่าวสารทั้งมวลในสหรัฐฯ อังกฤษ และ ออสเตรเลีย ก็เรียกร้องให้รัฐบาลของตน
ต่อต้านรัฐบาลไทยอย่างรุนแรงเมื่อ ๑๙ พ.ค. กระทรวงต่างประเทศของอังกฤษเรียกเอกอัครราชทูตไทยเข้าพบ
และเรียกร้องให้ปล่อยตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ออกจากที่ควบคุม

หน่วยงานเพื่อประชาธิปไตย Asia Wath รวมทั้งสหภาพการค้าเสรีระหว่างประเทศ
(International Confederation of Free Trade Unions )
ก็กำลังเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรทางการค้าต่อประเทศไทย

- ๔ -

ในประเทศไทยเองนั้น พล.ต.จำลอง ฯ ประกาศหลังจากเพิ่งได้รับการปล่อยตัวว่า
นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งชี้ชัดให้เห็นถึงความมั่นใจต่อการสนับสนุนอย่างมั่นคงจากหน่วยข่าวของ
สหรัฐฯ
ในการก่อความไม่สงบต่อต้านรัฐบาลไทย พล.ต.จำลอง ฯ เรียกร้องให้มีการประชุมที่ใหญ่กว่าเดิมขึ้นอีก
โดยจะเริ่มในวันที่ ๒๕ พ.ค.๓๕


(นิตยสาร EIR เป็นนิตยสารผลิตในสหรัฐฯ ออกจำหน่ายทั่วโลก)


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Feb 25, 2009 11:07 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 10:58 pm





att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 10:59 pm





att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 11:00 pm





att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 24, 2009 11:01 pm





att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 7 จาก 9 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ