สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

หน้า 2 จาก 9 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 06, 2009 9:30 pm

ทำไมต้องเป็นเชียงใหม่ คำตอบคือเป็นศูนย์กลางของคาธอลิก
http://www.cct.or.th/util/add.html
พันธกิจการศึกษา

สำนักงานพันธกิจการศึกษาิ

เลขที่ 10 ถนนรัตนโกสินทร์ ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์: 053 242558
โทรสาร 053 247103
e-mail address: oemcct@yahoo.com
Homepage: www.oemcct.com
ผู้อำนวยการ : ผป.สินธุรงศ์ ปัณณวลี

สถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐาน

โรงเรียนสังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย

สถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษา

มหาวิยาลัยพายัพ Payap University
ที่อยู่ ตู้ ปณ.ช. เชียงใหม่ 101 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ 053 241138, 241484
โทรสาร 053 248191
e-mail address president@payap.ac.th
homepage www.payap.ac.th
อธิการบดี ผศ.ศจ.ดร.ประดิษฐ์ เถกิงรังสฤษดิ์

ศูนย์พันธกิจคริสเตียนไทย-เกาหลี

ที่อยู่: 79/1-4 ถนนเจริญราษฎร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ. ลำพูน 51000
โทรศัพท์: 053 560518, 560603-40
โทรสาร: 053 511237
ผู้อำนวยการ : ศจ.จัง วอน คิม

http://news.buddyjob.com/world/show_news-6876-12.html

โบสถ์คาธอลิกอ่วมยอมความ คดีล่วงละเมิดกว่าสองหมื่นล.

เมื่อ
วันที่ 15 กรกฎาคม พระคาร์ดินัลด์โรเจอร์ มาโฮนี
ผู้นำเขตการปกครองคาธอลิกของนครลอสแองเจลิสได้ออกมากล่าวขอโทษในสิ่งที่เขา
เรียกว่าเป็น อาชญากรรมและบาปมหันต์
และได้กล่าวยืนยันว่าทางโบสถ์จะจ่ายเงินจำนวน 660 ล้านดอลลาร์ (ราว 22,240
ล้านบาท) ให้กับผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยบาทหลวง
ถือเป็นค่ายอมความที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

ทนาย
ความของโบสถ์ลอสแองเจลิสและเหยื่อ 508
รายที่บางรายถูกล่วงละเมิดตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1940
ได้บรรลุข้อตกลงยอมความในตอนเย็นของวันที่ 15 กรกฎาคม
ก่อนหน้าที่จะเริ่มมีการไต่สวนคดีดังกล่าวในศาล 1 วัน

พระ
คาร์ดินัลด์มาโฮนีถูกกล่าวหาโดยผู้ที่โกรธแค้นในเรื่องดังกล่าวว่าพยายามที่
จะปกปิดกรณีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กที่กระทำโดยบาทหลวงที่อยู่ภายใต้การ
ปกครองของเขามาตลอด

คาดว่าโบสถ์ลอสแองเจลิสจะ
ต้องขายอสังหาริมทรัพย์ในความครอบครองซึ่งมีมูลค่า 4
พันล้านดอลลาร์ออกไปบางส่วนเพื่อที่จะนำมาจ่ายค่ายอมความ
โดยทางโบสถ์ได้จ่ายค่ายอมความให้กับผู้เสียหาย 16 รายไปแล้วมูลค่า 60
ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

โบสถ์
โรมันคาธอลิกทั่วประเทศสหรัฐต้องจ่ายค่ายอมความในกรณีล่วงละเมิดทางเพศแล้ว
2,100 ล้านดอลลาร์จนถึงทุวันนี้
มีบาทหลวงหลายรายที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงและมีพระคาร์ดินัลด์หัวหน้า
เขตปกครองอย่างน้อย 4
รายที่ล้มละลายจากการต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้เสียหาย (รอยเตอร์/เอเอฟพี)

หน้า 21

เผื่อแผ่สิ่งที่ตนเองทำมาให้คนอื่นด้วย
โล้นพวกนี้ไม่ควรจับสึก แต่ควรฆ่าทิ้งซะ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 06, 2009 9:41 pm

http://www.kroobannok.com/view.php?article_id=4894

http://news.sanook.com/read/2009/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%8B%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7/

พระตุ๊ดเณรแต๋ว เสริมสวย-เข้าซาลอนแต่งสาว!


ประพฤติตนขัดใจฆราวาส ให้สีกาแต่งหน้า! แถมฉีดโบท็อกซ์ มส.ก็หนักใจ-เข้ม อุปัชฌาย์คัดบวช

องค์กรเกย์เผยมีอีก พระตุ๊ด-เณรแต๋ว
บางรูปถึงขนาดเข้าร้านเสริมสวยให้สีกาทำสวย ทั้งนวดหน้า-ฉีดโบท็อกซ์
เตรียมแถลงข่าวโชว์หลักฐาน
พร้อมยื่นหนังสือให้มหาเถรสมาคมแก้ไขวันจันทร์นี้ ด้านเจ้าคณะภาค
7-เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ยอมรับมีจริงพระเกย์ แต่แก้ไขลำบาก
ถ้าไม่ทำผิดวินัยต้องอาบัติถึงปาราชิก ก็ทำได้แค่ตักเตือน
กังวลพฤติกรรมสามเณรกำพร้าที่ญาตินำมาบวชให้พระดูแลกลายเป็นแต๋วเพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ วอนทั้งสังคมต้องช่วยกันแก้ไข
ด้านสภาวัฒนธรรมเชียงใหม่เตือนองค์กรเกย์การเมืองอย่ามุ่งแต่สร้างข่าวให้
ตัวเองดัง ชี้พระตุ๊ดที่ดีทำประโยชน์ให้ศาสนาก็มี
ด้านโฆษกมหาเถรสมาคมยอมรับคณะสงฆ์หนักใจ
เคยสั่งให้อุปัชฌาย์ทั่วประเทศคัดกรองคนที่จะเข้ามาบวช
ต้องไม่มีพฤติกรรมตุ้งติ้ง-บัณเฑาะก์
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย
และกรรมการสภาวัฒนธรรม จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีพระสงฆ์ในวัดต่างๆ
ทั่วเมืองเชียงใหม่ เป็นพระเกย์ มีพฤติกรรรมไม่เหมาะสม
ถอดผ้าเหลืองจีวรเปลี่ยนชุดเป็นฆราวาส
เข้าไปใช้บริการในบาร์เกย์หรือสถานบริการนวดสำหรับชาย
ว่า
ขณะนี้ทางกลุ่มเกย์การเมืองไทย เครือข่ายองค์กรอัตลักษณ์ทางเพศ
และกลุ่มเชียงใหม่อริยะ กำลังเตรียมจัดทำข้อมูลอย่างละเอียด
เพื่อแฉถึงพฤติ
กรรม ฉาวของพระตุ๊ด-เณรแต๋ว
ที่ทำให้พระพุทธศาสนามัวหมองจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย
โดยมีภาพรวม ข้อมูลพฤติกรรมต่างๆ และภาพถ่าย สำหรับเป็นข้อมูลอ้างอิง
เพื่อนำไปแถลงเปิดเผยอย่างเป็นทางการต่อไป
นายนทีกล่าวอีกว่า
ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่พระเกย์หรือพระตุ๊ดที่รักสวยรักงาม
เข้าไปใช้บริการเสริมสวยแต่งหน้าตา
มีแม้กระทั่งทำสวยฉีดโบท็อกซ์ลบรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
แต่ที่นับว่าร้ายกาจอย่างรับไม่ได้ที่สุด
เห็นจะเป็นการเข้าไปใช้บริการเสริมสวย ด้วยการให้สีกาหรือผู้หญิงแท้ๆ
ที่เป็นช่างเสริมสวย เข้ามาคอยนวดหน้าตกแต่งเสริมสวย
ซึ่งในทางพระวินัยสงฆ์ มีข้อห้ามโดยไม่ให้ถูกเนื้อต้องตัวสีกา
แม้กระทั่งมารดา บุตรสาว หรือญาติพี่น้องก็ไม่ได้
แต่พระเกย์เหล่านี้กลับยินยอมให้ช่างเสริมสวยผู้หญิงถูกเนื้อต้องตัวเสริม
สวยแต่โดยดี ซึ่งถือว่าต้องอาบัติ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 06, 2009 9:41 pm

นายนทีกล่าวต่อว่าตนเชื่อว่า พฤติกรรมพระตุ๊ด พระแต๋ว
หรือพระเกย์ ที่แสดงออกมาอย่างไม่เหมาะสม คงมิได้มีแต่ในจ.เชียงใหม่
หรือภาคเหนือเท่านั้น แต่มีทั่วทุกภาคในประเทศ
เพียงแต่มีมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรในจังหวัดนั้น
และสภาพแวดล้อมของพื้นที่ อย่างไรก็ดี ที่เราสามารถพบเห็นได้จ.เชียงใหม่
หรือในภาคเหนือว่ามีพระเกย์หรือพระตุ๊ดมากมาย ในพื้นที่เหล่านี้
คงเป็นด้วยสาเหตุที่ในจังหวัดทางภาคเหนือ มีสภาพอากาศดี ภูมิประเทศสวยงาม
อีกทั้ง ในภาคเหนือมีการจัดงานประเภทพันธุ์ไม้ดอกไม้สวยงามเป็นประจำ
ทำให้กลุ่มพระตุ๊ด พระแต๋ว ได้มีโอกาสเที่ยวชม
บางครั้งยังเข้าไปร่วมจัดกิจกรรมทำการจัดดอกไม้อีกด้วย นอกจากนี้
จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่กว้างใหญ่ และประชากรจำนวนมาก
ทำให้มีพระเกย์มากไปด้วยเช่นกัน เมื่อมีจำนวนมาก ก็ทำให้กล้าที่จะแสดงออก
เราจึงเห็นได้ว่าในจังหวัดใหญ่ๆ จะมีกลุ่มพระเกย์มากไปด้วย

" ข้อมูลที่กลุ่มเราดำเนินการรวบรวมอย่างละเอียดนั้น
เราจะนำไปแถลงข่าวในหัวข้อเรื่อง พระตุ๊ด-เณรแต๋ว
กับพฤติกรรมการทำลายศาสนา ซึ่งเรามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรอบด้าน
เพื่อให้สังคมได้รับรู้และนำไปแก้ไขปรับปรุง โดยจะเปิดแถลงในวันจันทร์ที่
19 ม.ค. เวลา 13.00 น. ที่ห้องวชิระ โรงแรมเชียงใหม่รัตนโกสินทร์
จากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้เตรียมไว้ นำไปยื่นต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม
ในวันที่ 20 ม.ค. เวลา 13.30 น. ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม
จะนำเรื่องนี้ให้มหาเถรสมาคมรับทราบ
เพื่อนำไปดำเนินการหาทางแก้ไขในเชิงนโยบายและนำมาสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง
เราไม่ต้องการให้พฤติของชาวเกย์มาทำให้พระพุทธศาสนามัวหมอง"ประธานกลุ่มเกย์
การเมืองไทย กล่าว
ด้านพระเทพโกศล รองเจ้าคณะภาค 7 และรักษาการเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา
จ.เชียงใหม่
กล่าวว่าในฐานะที่ปกครองดูแลคณะสงฆ์ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยตรง
พบว่ากรณีปัญหาเกี่ยวกับพระภิกษุที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นพระเกย์
พระตุ๊ด แสดงกิริยาอาการตุ้งติ้ง พูดจาจีบปากจีบคอ
ออกอาการในลักษณะเป็นผู้หญิงนั้นมีมานานแล้ว และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้แต่ในวัดของอาตมาเองก็เคยมีปรากฏ แต่ในตอนแรกจะยังไม่มีปัญหามาก
ด้วยเป็นพระที่มีกลุ่มน้อย แต่ในระยะหลัง มีพระที่เป็นเกย์เป็นตุ๊ดมากขึ้น
ตรงนี้ต้องยอมรับว่า คณะสงฆ์รู้สึกหนักใจ
แม้ในขั้นตอนของพระอุปัชฌาย์ที่จะรับคนเข้ามาบวช
จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็ตาม
แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าพิธีอุปสมบทจะยังไม่แสดงอาการออกมา
แต่ภายหลังบวชครองเพศบรรพชิตแล้ว พวกคนเหล่านี้
ถึงจะเริ่มมีพฤติกรรมความผิดปกติ ในกรณีที่พระแสดงกิริยาอาการไม่สำรวม
พูดจาวี้ดว้าย ท่าทางกระตุ้งกระติ้ง
พระสังฆาธิการผู้ใหญ่ในปกครองก็จะว่ากล่าวตักเตือน
ซึ่งเท่าที่เห็นพระภิกษุกลุ่มนี้จะระมัดระวังตัวขึ้น
อาจมีบ้างที่เผลอแสดงกิริยาอาการ แต่ด้วยเป็นความผิดที่มิได้ร้ายแรง
เราก็จะไปลงโทษสถานหนักไม่ได้ แต่ถ้าพบความผิดสถานหนัก เช่น
ถึงขั้นเสพเมถุนหรือติดยาเสพติด หรือหนีเที่ยวกลางคืน
คณะสงฆ์ก็จะลงโทษขั้นสถานหนัก อาจให้ทำทัณฑ์บนหรือให้ลาสิกขา
เจ้า คณะภาค 7 กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ คณะสงฆ์ภาค 7
ได้กำชับไปยังพระสังฆาธิการเขตปกครอง
ให้เข้มงวดต่อผู้ที่ขอเข้ามาบวชในวัดนั้นๆ
โดยให้ตรวจดูคุณสมบัติทั่วไปอย่างละเอียด
ถ้าบุคคลคนนั้นมีพฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นกะเทย
หรือเกย์ก็จะไม่ให้เข้าพิธีอุปสมบทอย่างเด็ดขาด
"เท่าที่อาตมาได้ทราบ พระเกย์หรือพระตุ๊ดบางรูป
บวชเรียนมาตั้งแต่ครั้งเป็นสามเณร แต่ในช่วงวัยเด็ก
ยังไม่มีพฤติกรรรมแสดงออก จนเมื่อเจริญวัย
เริ่มมีวุฒิภาวะทางสังคมและอารมณ์มากขึ้น เริ่มรู้สึกถึงสภาพของตนเอง
บางรูปก็จะลาสึกออกไป แต่บางรูปก็ต้องอาศัยอยู่ในเพศสมณะ
เพื่อให้ได้ศึกษาเล่าเรียนต่อสูงๆ
ปัญหาที่เกิดขึ้น
อาตมาไม่รู้สึกห่วงคนที่มีเข้ามาบวชระยะสั้น คือ
บวชตามประเพณีหรือบวชทดแทนคุณบุพการี
เพราะคนกลุ่มนี้อยู่ครองผ้าเหลืองไม่นาน
แต่สำหรับพระที่มีพรรษาสูงและมีพฤติกรรมในทางเบี่ยงเบนทางเพศ
ถ้าเก็บอาการไว้ภายในจิตใจ ก็คงจะไม่เป็นไร แต่ถ้าแสดงออกในที่สาธารณชน
แวดวงพระพุทธศาสนาคงเสื่อมเสียอย่างแน่นอน" พระเทพโกศล กล่าว

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 06, 2009 9:45 pm


" border="0" />
http://www.junjaowka.com/webboard/showthread.php?t=60047
“พระตุ๊ด-เณรแต๋ว” เกลื่อนเชียงใหม่ ร้ายถึงขั้นซื้อบริการทางเพศชายส่งถึงกุฏิ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์19 มกราคม 2552 15:42 น.

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – “เกย์นที” แฉ
“พระตุ๊ด-เณรแต๋ว” เกลื่อนเชียงใหม่
แถมแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมส่อทำลายพระพุทธศาสนา
เริ่มตั้งแต่การเขียนคิ้วทาปาก
ร้ายถึงขั้นซื้อบริการทางเพศจากผู้ชายขายตัวที่เรียก มาให้บริการถึงกุฏิ
เตรียมยื่นหนังสือถึงมหาเถรสมาคมพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) ให้เข้ามาจัดการโดยเร็ว


วันนี้ (19 ม.ค.) ที่โรงแรมเชียงใหม่รัตน์โกสินทร์ ในตัวเมืองเชียงใหม่
กลุ่มเชียงใหม่อารยะ และกลุ่มเกย์การเมืองไทย จัดการแถลงข่าวเรื่อง
“พระตุ๊ด เณรแต๋ว กับพฤติกรรมทำลายศาสนา”
เผยข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มพระ
และเณรในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ
แล้วแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม พร้อมทั้งเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะมหาเถรสมาคม เร่งยื่นมือเข้ามาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

นายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือเกย์นที ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย เปิดเผยว่า
ขณะนี้ในจังหวัดเชียงใหม่พบว่ามีกลุ่มพระเณรที่มีรสน
ิยมรักร่วมเพศแล้วแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นจำนว นมาก
ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมและทำลายพระพุทธศาสนา
โดยที่องค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ได้ยื่นมือเข้ามาจัดการ
กับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ทั้งๆ
ที่เป็นปัญหาที่ที่สั่งสมมานานนับสิบปีแล้ว ซึ่งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
มีตั้งแต่เล็กๆ น้อย เช่น การเขียนคิ้ว ทาปาก
การสวมใส่อังสะแล้วทำให้คล้ายเป็นเสื้อเกาะอก
การใช้รัดประคตรัดเอวทำให้ดูเหมือนชุดกิโมโนของญี่ปุ ่น เป็นต้น


ขณะที่พฤติกรรมที่เหมาะสมอย่างรุนแรง ได้แก่
การเข้าไปใช้บริการคลินิกเสริมความงามที่มีพนักงานผู
้ให้บริการเป็นผู้หญิง รวมไปถึงการใช้บริการทางเพศจากผู้ชายขายตัว
ที่เลวร้ายถึงขั้นเรียกมาให้บริการถึงกุฏิภายในวัด

ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวทางกลุ่มเชียงใหม่อารยะ และกลุ่มเกย์การเมืองไทย
เห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงและเป็
นสิ่งที่ทำลายพระพุทธศาสนา จึงอยากจะเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง
ยื่นมือเข้ามาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างจริง จังเสียที
โดยเฉพาะมหาเถรสมาคม

ในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) ตัวเองจะเข้ายื่นหนังสือให้มหาเถรสมาคม
เพื่อขอให้ยื่นมือเข้ามาจัดการกับปัญหานี้อย่างเร่งด ่วน
พร้อมทั้งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ช่วย
ส่งเจ้าหน้าที่ออกสอดส่องพระเณร
ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและจัดก ารด้วย

ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย กล่าวว่า
การออกมาเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ท
ี่จะทำให้พระเณรถูกมองในแง่ลบ
แต่เป็นเพราะต้องการจะให้มีการจัดการกับปัญหาที่เกิด
ขึ้นอย่างจริงจังและทำให้ในสิ่งที่ถูกต้อง
พร้อมทั้งบอกว่าพระเณรที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
เป็นพระเณรเพียงบางส่วนเท่านั้น ที่ทำให้พระศาสนาเสื่อมเสีย
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพระเณรส่วนใหญ่ยังคงเป็นที่เคา
รพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนได้

ขณะที่ นายไกรสร แสงอนันต์ ประธานกลุ่มเชียงใหม่อารยะ กล่าวว่า
นอกจากการเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดก ารปัญหานี้แล้ว
ยังอยากเรียกร้องให้พระเณรที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมดั งกล่าว
เลิกพฤติกรรมดังกล่าวเสีย
ทั้งนี้หากยังคงมีการประพฤติปฏิบัติเช่นเดิมอยู่ก็อย
ากให้มีการนำมาตรการอื่นๆ เข้ามาใช้
โดยเฉพาะการใช้มาตรการทางสังคมเข้าจัดการ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

คนอิสลาม คนคริสต์ คนฮินดู คนแขก ก็รักประเทศไทย รักในหลวงนะคะ

ตั้งหัวข้อ  ไอ on Sat Feb 07, 2009 1:39 am

คนอิสลาม คนคริสต์ คนฮินดู คนแขก ก็รักประเทศไทย รักในหลวงนะคะ

อย่ากล่าวหาแบบนี้

เว็บควายๆแบบนี้นี้แหละ ประเทศชาติจะล่มจม สร้างความแตกแยกให้คนในชาติ

พวกมรึงเป็นพวกทักสินเปล่าเนี่ย

ไอ้ควายยยยยยยยย

ไอ
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 07, 2009 10:24 am

ทักษิณ กับ พันธมิตร , เหลือง หรือ แดง ต่างกันตรงไหน

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t291-15.htm?sid=8f46873d3d7ac9a3872522e44c6f69ee




What is the Council on Foreign Relations (CFR)?
Historical and Investigative Research, 4
March 2008

by Francisco Gil-White

History shows that the policies
debated and proposed by the CFR almost always become US foreign policy.
And yet, the CFR is supposed to be a private organization. Very
little is known about it. And political scientists almost never
investigate it. It pays to study the CFR, however, if we wish to
understand how power works in the United States, and what ideology the
US ruling elite answers to.


Who is behind the CFR?
In their book on the Rockefeller family, Peter Collier and David
Horowitz write:



“In 1921, the Council on Foreign Relations was
formed by leaders of finance and industry, men like Thomas W.
Lamont, [Woodrow] Wilson’s financial advisor and senior partner
in the House of Morgan, and John W. Davis, a Morgan lawyer,
standard-bearer for the Democratic party in [the presidential
election of] 1924, and a trustee of the Rockefeller foundation.
[John D. Rockefeller] Junior and the Rockefeller philanthropies
were also drawn into the early funding of the council, whose
charter members included not only Rockefeller’s business and
social friends but Fosdick and Jerome Greene from his inner
circle of advisors.”
[10]

It is a mistake for Collier & Horowitz to write that “the
Rockefeller philanthropies were also drawn into the early
funding of the council.” The Rockefeller Foundation has in fact
continued to be involved with the funding. This foundation is
not alone. In 1970 William Domhoff wrote that “As to the
foundations, the major contributors over the years have been the
Rockefeller Foundation and the Carnegie Corporation, with the
Ford Foundation joining in with a large grant in the 1950s.
According to [Joseph] Kraft, a $2.5 million grant in the early
1950s from the Ford, Rockefeller, and Carnegie foundations made
the Council ‘the most important single private agency conducting
research in foreign affairs.’ In 1960-61, foundation money
accounted for 25% of CFR income.”
[11]
(The rest comes from corporations and from sales of Foreign
Affairs
.) We have seen above Thomas Dye explaining that the
Rockefeller Foundation backed financially the creation of the
CFR’s Trilateral Commission in 1972
, and David Rockefeller
himself spearheaded the effort. David Rockefeller had become
chairman of the Council in 1970 and he retained the post until
1985. The Rockefellers and their foundations have remained very
much involved in the CFR.

We see, then, that the Council on Foreign Relations was formed by
people from the circles of Woodrow Wilson, J.P. Morgan, and the
Rockefellers. The Council has been funded by money from the
Rockefeller and Carnegie foundations, and then also by the Ford
Foundations.
The question we may pose, then, is: Do these
various interests have anything dramatic and telling in common?
The answer is yes: they were all backers of the eugenics
movement.

Abhisit Vejjajiva,
The
Oxford-educated Abhisit began his political career in 1992 when he was
elected as MP for Bangkok. He has been re-elected since then, serving
as government spokesman, Political Affairs Deputy-Secretary to the
Prime Minister when the Democrats controlled the government. He was
elected chairman of the Democrat Party in 2005. Abhisit started his
career in politics in 1992 as a Democrat MP for Bangkok. He was
reelected to the same seat in 1995 and 1996. In the elections of 2001
and 2005, he was returned to parliament as a Party List MP for the
Democrat Party. During his political career, he has served as Democrat
Party spokesman, Government spokesman, Deputy-Secretary to the Prime
Minister for Political Affairs, Chairman of the House Education Affairs
Committee and Minister to the Prime Minister's Office.
Surin Pitsuwan,
Democrat
Party deputy chairman Surin Pitsuwan is no stranger to the ASEAN
region. As a long-time MP from Nakhon si Thammarat in southern
Thailand, the Harvard-educated Surin has served as foreign minister
under Democrat Party Prime Minister Chuan Leekpai. He is currently a
member of the Commission on the Social Dimension of Globalization, a Member of the International Advisory Board of the Council on Foreign Relations,
a Member of the International Advisory Board of the International
Crisis Group (ICG) and a Member of the Board of Trustees of the Asia
Foundation. Dr. Pitsuwan studied at Harvard University where he
received a Ph.D. and an M.A. He received his B.A. in Political Science
from Claremont Men's College in California in 1972.

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 07, 2009 10:31 am

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=3661
100
ปีแห่งพันธกิจศักดิ์สิทธิ์
คณะเซนต์คาเบรียลประเทศไทย

เมื่อขยายสาขาที่สอง
ในนามโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ซึ่งยังจำกัดอยู่เฉพาะในเขตพระนครแล้ว ในปี ค.ศ.1932
หรือ 12 ปีถัดมา ภราดาคณะเซนต์คาเบรียล ได้ขยายไปเปิดโรงเรียนแห่งที่ 3
ในเครือภราดาคณะเซนต์คาเบรียล ที่จังหวัดเชียงใหม่
ตามกระแสเรียกร้องของเหล่าศิษย์เก่า "อัสสัมชนิกฝ่ายเหนือ"
ประกอบกับสังฆราชเรอเรแปร์โรส ซึ่งเป็นประมุขมิสซัง และคุณพ่อยอร์ช มีราแบล ต้องการให้มีโรงเรียนคาทอลิก
เพื่อช่วยให้การเผยแผ่ศาสนามีผลดียิ่งขึ้น

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย (Montfort College : MC)

จึงเกิดขึ้นบนที่ดินที่คุณพ่อยอร์ช มีราแบล ได้มอบให้


http://nklmeekeaw.exteen.com/page/64ทักษิณ
ลั่นคนคิดว่านายกฯทำไม่ดีเป็นคนโง่


"ทักษิณ"ชี้ใครร่วมม็อบ "สนธิ" ไม่เคารพกติกาสังคม
ลั่นคนคิดว่านายกฯทำไม่ดีเป็นคนโง่ ลั่นจะไม่ยอมต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รู้เรื่อง
"สรอรรถ"ลาออกจากรมว.ไอซีทีแล้ว "หมอเลี๊ยบ"ยัน "สมศักดิ์-จาตุรนต์"
ยังอยู่

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีงาน ปิ๊กมงฟอร์ตบ้านเฮา ครั้งที่ 17 ที่โรงเรียนมงฟอร์ต
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าโรงเรียนมงฟอร์ตได้อบรมสั่งสอนมาทำให้ไม่โง่และเป็นคนมีวินัย
เคารพกติกาและอยู่ร่วมกับสังคมอย่างมีกติกา



<table width="100%"><tr><td class="main">http://elibrary.eduzones.com/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B4_%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5
สนธิ ลิ้มทองกุล


สนธิ
ลิ้มทองกุล (ชื่อเดิม ตั๊บ แซ่ลิ้ม) เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490
ที่จังหวัดสุโขทัย เป็นลูกของนายวิเชียร แซ่ลิ้ม อดีตสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋ง
และผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยหว่างผู่ กับนางไชย้ง แซ่ลิ้ม
ทั้งคู่มาตั้งรกรากทำกิจการโรงพิมพ์ และออกหนังสือพิมพ์จีน
จำหน่ายให้กับชาวจีนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร

สนธิ จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยม
จากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา รุ่น18 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับทนง
พิทยะ
หลังจากจบจากโรงเรียนประจำที่อัสสัมชัญศรีราชา สนธิ
ถูกส่งตัวไปเรียนภาษาจีนที่ไต้หวัน
พร้อมกับเรียนวิชาวิศวกรรมเครื่องกลที่เมืองไถ่ต้า เป็นเวลาปีเศษ
ก่อนที่จะไปเรียนต่อสหรัฐอเมริกา จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ยูซีแอลเอ
เมืองลอสแองเจลีส และปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์ ที่ มหาวิทยาลัยยูทาห์สเตต
เมืองโลแกน รัฐยูทาห์
นอกจากนี้ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาอักษรศาสตร์
ที่วิทยาลัยฮาร์ตวิคก์ เมืองโอนีโอนตา รัฐนิวยอร์ก
และได้รับปริญญาสาขาประวัติศาสตร์ ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ภายหลังจบการศึกษาได้ศึกษาต่อ MBA ที่ประเทศออสเตรเลีย
</td></tr></table>

http://www.acassoc.com/o2/Newsdetail.asp?id=2464
“อนันต์”เฟื่องยุค
“ทักษิณ”เปิดความสัมพันธ์ไทยรักไทย

เนื้อหา
1. สรุป “จุดยืนของคนไทยในสังคมปัจจุบัน”
เศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง และข้อท้าทายต่อสถาบันศาสนา โดย คุณสนธิ ลิ้มทองกุล

1.1 ศาสนา
ก่อให้เกิดสันติสุขในโลก
แต่กำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรงยิ่งวันยิ่งมากขึ้น


1.2 ทุนนิยมอำมหิต คือ ความอยากได้อยากมีมากขึ้น


1.3 ไขว่คว้าในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน แม้ต้องรังแกคนที่อ่อนแอกว่า
เป็นการปฏิเสธทั้งศาสนาและวิทยาศาสตร์ แต่ยังใช้วิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์ของตนเอง
เช่น
การยิงดาวหาง เป็นต้น


1.4 ทุนนิยมเป็นอุปสรรคของศาสนาเพราะได้สร้างเงื่อนไขในโลก 4
ประการดังนี้
1.4.1 Cross-cultures
(ถ้าภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่า ก็จะสูญหายไป)
1.4.2
Diversity (ความหลากหลาย)
1.4.3 Networking
(เครือข่าย)
1.4.4 Interdependence
(การพึ่งพาอาศัยกัน)


1.5 ประเด็นที่ท้าทายต่อศาสนา
1.5.1
ต้องสร้างภูมิคุ้มกัน โดยต้องแก้ที่ต้นเหตุ (ไม่ใช่ปลายเหตุ) และสร้างสมดุลของศาสนา
(กาย-จิต) และของธรรมชาติ...ศาสนากับธรรมชาติเป็นสิ่ง

เดียวกัน...ภัยพิบัติเกิดขึ้นในโลกมากขึ้น
เพราะมนุษย์ไปเร่งมันเพื่อประโยชน์ของตนเอง
1.5.2
ศาสนาต้องช่วยให้คนมีสติ ไม่หลงใหลในแฟชั่นนิยม แต่รู้จักใช้เงิน
เป็นนายของเทคโนโลยี รู้จักประหยัด รู้จักการออม สนใจซื้อหาในสิ่งที่เสริม

ปัญญา สอนให้คนเป็นคนดี

1.5.3 เราจะสามารถทำให้คนกลับมามีความศรัทธาในศาสนาได้อย่างไร?

http://thaipriest.cbct.net/seminarphakparakit/headseminar/seminar24/seminar24.htmlโซ่ข้อกลาง - "ชัยอนันต์ สมุทวณิช"
นั่งควบกก.มูลนิธิไทยคม - กก. มูลนิธิ ไชย้ง โดยมูลนิธิไทยคม มี พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ประธานกก. คุณหญิงพจมาน ชินวัตร รองประธานกก. ส่วนมูลนิธิ ไชย้ง ลิ้มทองกุล
ก่อตั้งปี 2535 มี นายชัยอนันต์ เป็นประธาน นายสนธิ ลิ้มทองกุล
เป็นรองประธาน

http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1225982842&grpid=02&catid=01
โซ่ข้อกลาง

"ชัยอนันต์ สมุทวณิช"
นั่งควบกก.มูลนิธิไทยคม - กก. มูลนิธิ ไชย้ง โดยมูลนิธิไทยคม มี พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ประธานกก. คุณหญิงพจมาน ชินวัตร รองประธานกก. ส่วนมูลนิธิ ไชย้ง ลิ้มทองกุล
ก่อตั้งปี 2535 มี นายชัยอนันต์ เป็นประธาน นายสนธิ ลิ้มทองกุล
เป็นรองประธาน

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 07, 2009 10:46 am

ใครทำให้เพี้ยน เมื่อ ฆราวาส ปกครองสงฆ์ได้
แล้วพระสงฆ์ (ของพุืทธ ไม่ใช่ คริสต์) ต่อไปทำหน้าที่อะไรดี


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1233924753&grpid=03&catid=04

วันที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 19:52:13 น.
มติชนออนไลน์


ผู้ว่าฯ ลำพูนลั่น 3 ภายในวัน ได้ข้อสรุป"พระแปลงเพศ"

P { margin: 0px; }
นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน
นำสื่อมวลชนเดินทางไปยังวัดศรีบุญเรือง ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์
เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังเกิดกระแสข่าวพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ของวัดแห่ง
หนึ่งใน จ.ลำพูน แปลงเพศ ปลอมเป็นผู้หญิงใช้ชื่อว่า "เจ๊ดาว"
ออกเที่ยวกลางคืน และมีความสัมพันธ์กับนักศึกษาหนุ่ม
แต่จากการสอบถามพระในวัด
ทราบว่าพระที่ต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวไม่อยู่
โดยเดินทางไปทำบุญต่างจังหวัด

นายดิเรก กล่าวว่า
หลังจากให้สำนักพระพุทธศาสนาตรวจสอบพฤติกรรมของพระรูปที่ต้องสงสัย
แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ถ้าเป็นข้อเท็จจริง
ถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง โดยเฉพาะการแปลงเพศ ร่วมเพศ
และหนีเที่ยวกลางคืน เป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้
ทำให้ชื่อเสียงเมืองพระพุทธ เมืองบุญหลวงแห่งล้านนา ต้องมัวหมอง
จะต้องดำเนินการให้สึกทันที

"จังหวัดจะเร่งดำเนินการหาข้อเท็จจริง ภายใน 3 วัน
หากผลสรุปออกมาอย่างไร พร้อมแถลงข่าวสร้างความกระจ่างต่อสังคม
รวมทั้งจะจัดประชุมพระสงฆ์ในจังหวัดลำพูน เพื่อจัดระเบียบวัดใหม่ทั้งหมด
เพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้อีก เพราะถือเป็นทำลายพระพุทธศาสนา
ทำลายชื่อเสียงของจังหวัดลำพูนเมืองบุญหลวงแห่งล้านนาด้วย" นายดิเรกกล่าว


http://www.komchadluek.net/2009/02/09/x_main_a001_336199.php?news_id=336199

สอบกรุสมบัติ10ล.เจ๊ดาวไม่คืบ แฉญาติทักษิณเคยเข้าต่อชะตา

http://www.thaipost.net/print.asp?news_id=107079&cat_id=110804&post_date=15/May/2548

15 พฤษภาคม 2548 กองบรรณาธิการ

เพราะระหว่างนี้มีการเคลื่อนไหวชักชวนให้อธิษฐานและใกล้วันวิสาขบูชา การโกงระดับชาติและระหว่างประเทศ เช่น เรื่องการจัดซื้อ (จัดจ้าน) เครื่องตรวจวัตถุระเบิด ก็ว่ากันไป หากเป็นที่พึงสังเกตนายกฯ ออกมาปกป้องเร็วเกินไป จึงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่อึงคะนึง ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงขอเสนอข้อคิดในการโกงระดับเล็กๆ ที่ผู้โกงและผู้สมคบกันโกงอย่างไม่อางขนาง (ละอาย) มิฉะนั้นข่าวใหญ่ กระทั่งข่าวนางงามก็จะกลบกลืน
เราชอบอ้างว่าเราเป็นประเทศพระพุทธศาสนา ปัญหาจึงมีอยู่ว่าเราเป็นพุทธแบบไหน
ข่าวฉาวโฉ่เรื่อง ส.ส.พรรครัฐบาลกินหัวคิวบริจาควัดนั้นงามหน้าเหลือเกิน ครั้นพอเป็นข่าวจึงเกิดความรู้สึกรักหน้าขึ้นมา ผู้อำนวยการกองสลากฯ ถึงแก่ออกหน้าอ้างว่า ไม่พบ ส.ส.หรือนักการเมืองจะหักหัวคิว เพราะเขียนเช็คระบุชื่อสั่งจ่ายไว้เรียบร้อย คนอื่นจึงไม่สามารถรับเงินไปก่อน อาจจริงของ ผอ. แต่ไม่จริงในความสามารถโกงได้ซับซ้อน
ขณะเดียวกัน ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ นายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งน่าสังเกตว่า มีเรื่องคนของรัฐ คนของพรรคถูกกล่าวหาทุจริตเรื่องไหน ฯพณฯ ก็ดูประหนึ่งยันต์ปกป้องตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ มาถึงเรื่องเล็กๆ ขนาดอมเงินวัด กรณีหลังนี้จึงออกมายืนยันว่าไม่มี ส.ส.อมเงินวัด หากนำเงินที่หายไปคืนวัดก็จบ เป็นเรื่องเพียงทำผิดวิธี


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Feb 10, 2009 8:31 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

กรูว่ามึงบ้าไปแล้วว่ะ att

ตั้งหัวข้อ  กร on Sat Feb 07, 2009 8:21 pm

กรูว่ามิงบ้าไปแล้วว่ะ att

กร
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 07, 2009 9:21 pm

http://www.komchadluek.net/2009/02/07/x_main_a001_335993.php?news_id=335993

"เจ๊ดาว"ย่องไปสึกที่วัดบ้านเกิด สั่งสอบบัญชีรายรับ-จ่ายของวัด
"เจ๊ดาว"ย่องสึกวัดบ้านเกิด เจ้าคณะจังหวัดตั้งรักษาการเจ้าอาวาสสอบบัญชีรับ-จ่าย หากพบนำเงินวัดไปใช้อาจโดนข้อหายักยอกทรัพย์ ส่วนผู้ว่าฯ ลำพูนเดินหน้าตั้ง กก.ติดตามพฤติกรรมพระทั้งจังหวัด ขณะที่ชาวบ้านอโหสิ พร้อมเร่งฟื้นฟูวัด ตั้งกรรมการดูแลเงินบริจาค
ความคืบหน้าภายหลัง "เจ๊ดาว" หรือ พระครูวิจิตรสรการ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.ลำพูน และเจ้าคณะตำบลในเมืองเขต 2 ยอมเจรจากับพระผู้ใหญ่ในคณะสงฆ์จังหวัดลำพูน ในการพิจารณาตัวเอง หลังถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมแปลงเพศ แต่งหญิงเที่ยวผับ และซื้อบริการนักศึกษาหนุ่ม ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ขีดเส้นให้สึกภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์

ทั้งนี้ ภายหลังการลาสิกขา อดีตพระครูวิจิตรสรการยังคงปิดโทรศัพท์มือถือ และเก็บตัวเงียบ แต่ได้เปรยกับญาติว่าอาจจะเดินทางไปอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีญาติโยมอยู่มาก

นายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าฯ ลำพูน กล่าวว่า การลาสิกขาของพระครูวิจิตรสรการ เป็นการพิจารณาตัวเอง เมื่อทำให้ศาสนามัวหมองท่านก็ลาสิกขา ส่วนวิถีชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็เป็นสิทธิส่วนตัวของท่าน ส่วนข้อกล่าวหาทั้งหมด ท่านไม่ได้ยอมรับ เพียงแต่รับว่ามีการแต่งหน้า ทาปากเป็นบางครั้งเพื่อให้ดูมีสง่าราศี ส่วนการแปลงเพศไม่ได้ยอมรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมา อดีตพระครูวิจิตรสรการ มีศรัทธาหนาแน่น โดยบรรดานักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และนักธุรกิจ ต่างแวะเวียนมาทำบุญ ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน และประกอบพิธีสืบชะตา บายศรีสู่ขวัญ แต่ละครั้งสามารถทำเงินเข้าวัดได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ศรัทธาวัดรายหนึ่งคาดว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา น่าจะมีเงินเข้าวัดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 08, 2009 3:30 pm



http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014478

เสื้อแดงสนามหลวงต่อย “สมาน” ล้มคว่ำ ไล่ “พระมหาบุญถึง” พ้นพื้นที่

ม็อบเสื้อแดงสนามหลวงถ่อย ประกาศลั่น สนามหลวงเป็นของคนเสื้อแดง ไล่ “สมาน” “พระมหาบุญถึง” พ้นพื้นที่ เจ้าตัวเชื่ออาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอยู่ฝ่ายม็อบเสื้อเหลือง เหตุเคยไปร่วมกับ ธรรมยาตรา ทวงคืนเขาพระวิหาร

วันนี้ (8 ก.พ.) ที่ สน.ชนะสงคราม เมื่อเวลา 14.00 น.นายสมาน ศรีงาม เลขาธิการทั่วไปขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ พร้อมด้วย พระมหาบุญถึง ชุตินธโร เจ้าอาวาสวัดตะล่อม แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม.เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.เจรวัตร จรจบ ร้อยเวร สน.ชนะสงคราม เข้าดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง ว่า ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกาย ข่มขู่

นายสมาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ระหว่างที่ พระมหาบุญถึง ได้สนทนาธรรม ในเต็นท์ที่ 38-39 ที่ท้องสนามหลวง ในงานสัปดาห์พระพุทธศาสนา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ก.พ.ช่วงเย็นมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ที่ท้องสนามหลวงได้เดินเข้ามาที่เต็นท์ และข่มขู่ให้รื้อย้ายเต็นท์ออกไป เพราะสนามหลวงเป็นของคนเสื้อแดง หากไม่ย้ายออกจะเผาเต็นท์ โดยการเอาไฟแช็กมาจุดขู่ด้วย ถัดมาในช่วงค่ำก็มีการโยนระเบิดควันเข้ามาข่มขู่อีก

กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น.ได้เริ่มมีกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้น ประมาณ 200 คน โดยส่วนหนึ่งเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน ได้เข้ามาพยายามทำร้ายตน ซึ่งสนทนาธรรมอยู่ในเต็นท์ของพระมหาบุญถึง ได้เข้ามาทำร้าย โดย 1 ในชายฉกรรจ์ได้ชกเข้าที่ใบหน้าของตนจนล้มลง และพยายามที่จะตามเข้ามาซ้ำ แต่เมื่อตนพยุงร่างขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งออกไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อหนีออกมา กระทั่งวันนี้จึงได้เดินทางพร้อมพระมหาบุญถึงเพื่อเข้าแจ้งความ

ส่วนสาเหตุที่กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าทำร้ายและข่มขู่ครั้งนี้ เชื่อว่า น่าจะเป็นเพราะตนเองเคยร่วมกับกลุ่มธรรมยาตรา ทวงคืนเขาพระวิหาร และกลุ่มคนเสื้อแดงน่าจะเข้าใจว่า กลุ่มตนเป็นกลุ่มม็อบเสื้อเหลือง เป็นพวกเดียวกับสันติอโศก จึงเกิดความไม่พอใจ

ด้าน ร.ต.ท.เจรวัตร กล่าวว่า เบื้องต้นจะได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะดำเนินการสอบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากพบว่ามีผู้ใดกระทำความผิด ก็จะประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

บางครั้งเรื่องพวกนี้ไม่ต้องมีใครช่วยว่ะ เพราะมันจะพังเอง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 08, 2009 10:56 pm

Code:
Code:
http://www.komchadluek.net/2009/02/06/x_main_a001_335805.php?news_id=335805
"แองเจลินา โจลี" เรียกร้องไทย รับผู้อพยพผิดกม.กลุ่มโรฮิงญา

นอกจากนี้ นางโจลียังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้การต้อนรับผู้อพยพชาวโรฮิงญา ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ที่ถูกกดขี่และหนีตายจากเงื้อมมือของทหารรัฐบาลพม่าที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนา พุทธ

"การได้มาเยี่ยมค่ายผู้อพยพบ้านใหม่นายสอย และได้เห็นความเมตตาของประเทศไทยที่มีต่อผู้อพยพกว่าแสนคน ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ฉันเกิดความหวังว่า รัฐบาลไทยจะเผื่อแผ่ความเมตตานี้ไปยังกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่ขณะนี้ได้ เดินทางเข้ามาในน่านน้ำของไทยแล้ว" แถลงการณ์ของโจลี ที่ออกโดยยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุ

http://www.nhrc.or.th/news.php?news_id=3330

<table width="100%" border="0" cellpadding="1" cellspacing="1"><tr><td valign="top">
กะเหรี่ยงคอยาวร้องUN
</td></tr></table>
กะเหรี่ยงคอยาวร้องUN
Source - เว็บไซต์ไทยโพสต์ (Th)

Monday, February 25, 2008 02:55


คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ขอลงพื้นที่ตรวจข้อเท็จจริงหลังยูเอ็นเอชซีอาร์ออกมาประณามไทยละเมิดสิทธิมนุษยชน

ไม่ยอมอนุมัติให้กะเหรี่ยงคอยาวในแม่ฮ่องสอนลี้ภัยไปประเทศที่ 3 กลับถูกจังหวัดโยกโย้อ้างระเบียบมหาดไทย ต้องขออนุมัติเป็นทางการ

ร้อยตรีวิจิตร อยู่สุภาพ ประธานคณะทำงานการยุติธรรม ธรรมาภิบาล และสิทธิมนุษยชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้นำคณะเดินทางไปตรวจสอบและค้นหาข้อมูลกะเหรี่ยงคอยาวในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้พบนายวันชัย สุทธิวรชัย รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ก่อนจะไปตรวจเยี่ยมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

การเดินทางไปตรวจสอบข้อมูลกะเหรี่ยงคอยาว ร.ต.วิจิตรกล่าวว่า สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนต่อองค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ว่าทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่ยอมอนุญาตให้เดินทางไปยังประเทศที่ 3 จนยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ออกมาประณามไทย

ร.ต.วิจิตรกล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไข ทางคณะทำงานได้รับฟังข้อมูลทั้งจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยูเอ็นเอชซีอาร์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนและองค์กรเอกชนในพื้นที่ พบว่าปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทั้งนี้ จากข้อมูลหลายด้านไม่ว่าเรื่องการอุ้มกะเหรี่ยงคอยาวออกจากแม่ฮ่องสอนไปยังจังหวัดอื่น การขอเดินทางไปยังประเทศที่ 3 สิทธิในการดำรงชีวิตทั้งในศูนย์อพยพและนอกศูนย์อพยพ สิทธิในการรักษาพยาบาล และสิทธิในการเดินทาง คณะทำงานได้ข้อมูลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลและแนวทางการแก้ไขเสนอคณะรัฐมนตรี คณะทำงานจะเดินทางไปตรวจสอบหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน

แหล่งข่าวในคณะทำงานการยุติธรรมฯเปิดเผยว่า คณะทำงานได้ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนล่วงหน้า 1 วันโดยได้รับข้อมูลจากกะเหรี่ยงคอยาว แต่เมื่อแจ้งความประสงค์ต่อรอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน เพื่อขอลงพื้นที่ตรวจสอบความเป็นอยู่จากกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านในสอย ก็ได้รับการปฏิเสธ อ้างว่าต้องปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย คือต้องทำเรื่องขออนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยและได้รับอนุมัติเป็นทางการ จึงจะเข้าไปได้

สำหรับการเข้าไปในพื้นที่พักพิงชาวกะเหรี่ยงคะยา ที่บ้านในสอย ต.ปางหมู หลังเกิดปัญหาการก่อเหตุจลาจลของผู้อพยพจนปะทะกับเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ทำให้ผู้อพยพถูกยิงเสียชีวิต 1 คน ยานพาหนะและที่ทำการของอาสารักษาดินแดนถูกทำลายเสียหายยับเยิน หลังจากนั้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยนายวันชัย สุทธิวรชัย รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน มีคำสั่งห้ามสื่อมวลชนรวมทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เข้าไปในพื้นที่พักพิงอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะยื่นขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าขณะนี้กลับมีรถบรรทุกสินค้านานาชนิดสามารถเดินทางเข้า-ออกศูนย์อพยพแห่งนี้ได้อย่างสะดวก ทั้งที่ไม่เคยทำเรื่องขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด.



ที่มา: http://www.thaipost.net
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551

พม่า คือเป้าหมายที่แท้จริง




แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Thu Feb 19, 2009 12:40 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Feb 08, 2009 11:18 pm

http://map.longdo.com/?gmap=1&lat=19.380969743728638&long=97.87713061447143&res=1024&mode=icons&map=ms21&locale=th

http://www.mediathai.net/module/newsdesk/newsdesk_subcat.php?board_id=7458

นางงามกะเหรี่ยงคอยาวเสียชีวิตกะทันหัน กระทบท่องเที่ยว
<table class=black16 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=630 border=0><tr><td class=black16 style="WIDTH: 600px; WORD-WRAP: break-word" ?> สาวงามชาวกะเหรี่ยงคอยาวที่รับหน้าที่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับนักท่องเที่ยว อดีตนางงามชนเผ่า สามารถพูดได้ 5 ภาษา เสียชีวิตกะทันหันอย่างสงบ บริษัททัวร์ชี้มีผลกระทบท่องเที่ยว เพราะอัธยาศัยดีต่อนักท่องเที่ยวและพูดได้หลายภาษา
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดการเสียชีวิตของ นางมะดะ ไม่มีนามสกุล อายุ 25 ปี สาวงามและสัญลักษณ์ของหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยได้รับการเปิดเผยจาก นายอ่อง ไม่มีนามสกุล อายุ 19 ปี ผู้ประสานงานหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ว่าเมื่อเวลา 01.30 น วันที่ 9 พฤศจิกายน นางมะดะเสียชีวิตภายในห้องนอนอย่างสงบโดยไม่ทราบสาเหตุ สร้างความโศกเศร้าให้กลุ่มกะเหรี่ยงคอยาวเป็นอย่างมาก
นางมะกะ แม่ของนางมะดะ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2-5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เธอและลูกสาวเพิ่งร่วมแสดงสารคดีวิถีชีวิตกะเหรี่ยงคอยาวของผู้สื่อข่าวชาวสเปน เพื่อออกอากาศที่สเปนในช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นางมะดะถือว่าเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เพราะรับหน้าที่ถ่ายรูปคู่กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่หมู่บ้านปางเสือเฒ่า เนื่องจากสามารถพูดภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น และภาษาไทยได้อย่างชัดเจน
นอกจากนางมะดะยังเป็นตัวแทนกะเหรี่ยงคอยาวร่วมงานชุมนุมลูกเสือชาวบ้านครั้งที่ 2 เพื่อเทิดพระเกียรติ ระหว่างวันที่ 25 เมษายน-1 พฤษภาคม 2549 ณ ค่ายพระราม 6 อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และยังร่วมกิจกรรมต่างๆ กับ จ.แม่ฮ่องสอน ในการไปโชว์ตัวที่ จ.เชียงใหม่ 4 ครั้ง กรุงเทพฯ 3 ครั้ง และเมื่อปี 2539 นางมะดะ ได้รางวัลชนะเลิศการประกวดธิดาดอยงานเมืองสามหมอก จ.แม่ฮ่องสอน
นางมะกะ กล่าวต่อว่า เธอและนางมะดะ อพยพจากประเทศพม่าเข้าประเทศไทย ขณะที่นางมะดะ อายุเพียง 7 ขวบ ปัจจุบันนางมะดะ แต่งงานอยู่กินกับนายอาแหละ มีลูก 2 คน คนโตอายุ 5 ขวบ คนเล็กอายุ 2 ขวบ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น จะเคลื่อนศพนางมะดะไปฝังตามศาสนาคริสต์ต่อไป
ด้าน น.ส.ศิริอร รังศิริตานนท์ ผู้จัดการ หจก.แม่ฮ่องสอน ทีเอ็นทัวร์ เปิดเผยว่า เสียใจและเสียดายต่อการจากไปของนางมะดะ เนื่องจากนางมะดะ เป็นกะเหรี่ยงคอยาวที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มบุคคลทั่วไป ทั้งนี้การจากไปของนางมะดะอาจจะเกิดผลกระทบกับการท่องเที่ยวของ จ.แม่ฮ่องสอน บ้าง เนื่องจากกลุ่มบริษัททัวร์นำเที่ยวจะมีความสนิทสนมกับนางมะดะ ซึ่งสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลา เพราะพูดได้หลายภาษา
</TD></TR></TABLE>

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 2:37 am






http://www.maesotcity.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538701768&Ntype=1
- เมืองหลวงใหม่ของพม่าอยู่ใกล้ชายแดนด้านแม่ฮ่องสอนมากที่สุด ส่งผลหรือเปิดโอกาสใหม่ให้กับแม่ฮ่องสอนหรือไม่

เขา ห่างจากชายแดนไปแค่ 200 กว่ากิโลเมตร ถ้าเราเชื่อมกับเขาได้จะเป็นประโยชน์มาก แต่อยู่ที่นโยบายรัฐบาล ช่วงนี้ยังอาจต้องดูเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก ฝ่ายทหารจึงยังไม่ต้องการให้เปิดชายแดนมาก แต่เขาก็พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปมาก จีนสร้างถนนมาจนถึงเมืองหลวงใหม่ นี้แล้ว หากรัฐบาลเราสามารถสร้างทางไปเชื่อมได้จะดี จะได้ประโยชน์สูงสุด ทุกวันนี้มาเที่ยวแม่ฮ่องสอนก็เหมือนเที่ยวพม่านะ เพราะวัฒนธรรมเราเป็นไทยใหญ่เจือกัน ทั้งสองชาติ

http://www.komchadluek.net/2009/02/09/x_main_a001_336137.php?news_id=336137

เค้นสอบพม่า-คาด2คนลงมือ ฆ่าข่มขืนนศ.สาวม.แม่โจ้ปี3

พม่าเผ่าพันธ์ไหน ระวังน้ำผึ้งหยดเดียวเหมือนเขมร


http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014567

กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ เสนอตั้งที่พักพิงชั่วคราว "โรฮิงยา"

นายเจะอามิง โตะตาหยง ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร พบตัวแทนชมรมชาวโรฮิงยาในประเทศไทย เพื่อหารือถึงการแก้ปัญหาชาวโรฮิงยาที่ยังอยู่ในประเทศไทย โดยได้ข้อสรุปที่จะเสนอให้รัฐบาลให้ที่พักพิงชั่วคราวกับชาวโรฮิงยา 64 คน ที่ถูกควบคุมอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.ระนอง เพื่อดำเนินการฝึกอาชีพ ก่อนส่งไปยังประเทศที่สาม พร้อมทั้งคณะกรรมการนั้นไม่เห็นด้วยกับการตั้งเป็นศูนย์ผู้อพยพถาวรในประเทศ ไทย
ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร เสนอให้มีการแก้ปัญหาระยะยาว โดยประสานกับองค์กรมุสลิมโลก หรือ โอไอซี และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ เพื่อร่วมกันจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศพม่าให้กับชาวโรฮิงยา
ด้านนายมูฮัมหมัด นอซิม ประธานสมาคมสิทธิมนุษยชน โรฮิงยา ต้องการให้รัฐบาลออกเอกสารรับรองสิทธิให้ชาวโรฮิงยาที่อยู่ในประเทศไทย กว่า 20,000 คน เป็นแรงงานต่างด้าว เนื่องจากชาวโรฮิงยาเหล่านี้ทำงานในไทย และมีภรรยาเป็นชาวไทย ไม่สามารถไปประเทศอื่นได้
แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อหาข้อเท็จจริงกรณีที่ชาวโรฮิงยาถูกทำร้ายระหว่างอพยพ หลังจากรายงานเรื่องนี้ต่อนายกรัฐมนตรี ว่าชาวโรฮิงยาทุกคนบอกตรงกันว่าไม่ได้ถูกทรมาน หรือถูกทุบตีระหว่างอพยพ และยังได้สอบถามกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งยืนยันว่า ระหว่างที่อยู่บนฝั่ง เจ้าหน้าที่ของไทยไม่ได้ทำร้ายชาวโรฮิงยา มีเพียงการผลักดันไม่ให้ขึ้นฝั่งในไทยเท่านั้น
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ และการค้าแรงงาน และรับว่าจะนำไปพิจารณา โดยจะให้เป็นการแก้ปัญหาในระดับภูมิภาคเป็นหลัก

เรียกร้องมากไปมั๊ง
เตรียมรับการขยายสถานการณ์จากใต้สู่เหนือ


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Thu Feb 19, 2009 12:40 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 11:16 am



http://www.thairath.com/online.php?section=newsthairathonline&content=122751


สหรัฐจี้พม่าหยุดข่มเหงโรฮิงยา กษิตเตรียมถกอินโดฯ [9 ก.พ. 52 - 06:50]



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันนี้ (9 ก.พ.) นายริชาร์ด เบาเชอร์ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐรู้สึกเป็นกังวลต่อสถานการณ์ของบรรดาผู้อพยพชาวโรฮิงยา ที่ต้องลักลอบเดินทางจากพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของพม่าไปเผชิญชะตากรรมยังต่างแดน โดยเห็นว่ารัฐบาลทหารพม่าควรยุติการข่มเหงทารุณกรรมต่อชาวโรฮิงยาโดยทันทื ซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจต่อชะตากรรมของชาวโรฮิงยา ที่ต้องนั่งเรืออพยพอย่างแออัดยัดเยียดเข้าไปยังไทยและอินโดนีเซีย เมื่อไม่นานมานี้ และว่า สหรัฐกำลังพิจารณามาตรการที่เหมาะสมที่จะให้ความช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้



ด้านนายเมธา พร้อมเทพ รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กล่าวว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง มีภารกิจสำคัญ คือการเข้าเยี่ยมคารวะ นายซูซิโล บัมบัง ยูดโฮโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย หารือข้อราชการกับนายฮัสซัน วิรายูดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายเฟรดดี้ นัมเบอรี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและประมงสานต่อความร่วมมือด้านประมง กรณีชาวโรฮิงยา ลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหารือกับผู้นำองค์กรมุสลิมสายกลางของอินโดนีเซีย 2 องค์กร ได้แก่ องค์กรนะห์ดาตุล อูลามะ (Nahdlatul Ulama : NU) และองค์กรมูฮัมมาดิยาห์ (Muhammadiyah) และชาวไทย นักศึกษาไทยในอินโดนีเซีย



นายเมธา กล่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะใช้โอกาสการเยือนครั้งนี้ยืนยันความพร้อมของรัฐบาลไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 รวมถึงการประสานงานกับสำนักเลขาธิการอาเซียนซึ่งตั้งที่กรุงจาร์กาต้าให้มีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น



ช่วยเหลือแบบไหนหว่า เหมือนภาคใต้หรือเปล่า

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 11:40 am







....... ได้ปรากฏหลักฐานตามรายงานของ CSIS ได้กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ CTIC ในภาคใต้เพื่อต่อต้านกลุ่ม JI และ Al Qaeda โดยมี CIA เป็นผู้วางโครงสร้าง ให้เงินทุนสนับสนุน และวางแผนการปฎิบัติงานทุกอย่าง นอกจากนี้แล้วตํารวจและทหารไทยที่เกี่ยวข้องก็อยู่ภายใต้การบัญชาการโดยตรงของ CIA ความว่า...

"Working directly with at least a score of CIA operatives, the Counter Terrorism Intelligence Center (CTIC) combines key personnel from Thailand's three main security agencies: the National Intelligence Agency; the Thai police, and the armed forces.The CTIC relies heavily on the CIA for its structure, guidance, and funding. The two agencies share facilities, equipment, and information on a daily basis....The Thai government, which has often asserted that Thailand is free of terrorist, has never publicly acknowledged the existence of the CTIC. "
(อ่านรายงานทั้งหมดที่ http://www.csis.org/tnt/ttu/ttu_0310.pdf )

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 11:43 am



http://www.komchadluek.net/2009/02/05/x_main_a001_335649.php?newsid=335649
สักหน้าผาก"ลูกอีสาน"ให้อาย รุมกระทืบเหยื่อช่างแอร์เกิดดับ
รวบแก๊งหนุ่มอีสาน รุมกระทืบหนุ่มเชียงใหม่ตายคาที่ หลังมีปากเสียงใช้หินทุบหัวเพื่อน เคยบาดหมางแบ่งแยกคนงานเหนือ-อีสาน เรียกคุยหวังเคลียร์ไม่เป็นผลถูกรุมยำเละสลบ แค้นจัดจับสักหน้าผาก"ลูกอีสาน" หวังให้อาย

แผนที่ข้างบนนี้ ก็คือ ตารางเวลาที่ได้วางไว้อย่างแน่นอนตายตัว บ่งบอกถึงการเริ่มปฏิบัติการ (สำหรับหน่วยงานเจ้าของเรื่อง คงไม่ต้องบอก เพราะมียี่ห้อชัดเจน)
เมื่อนำไปเทียบเคียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ชายแดนภาคใต้ ตาม วัน ว. เวลา น. จะเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน และนี่คือหลักฐาน ที่เรียกว่า ....." ใบเสร็จ "


สิ่งที่สังเกตได้ชัด... ในกรณีของเหตุการณ์ภาคใต้นั้น มีชนอยู่ 2 กลุ่มที่ออกจะโชคร้าย คือ กลุ่มมุสลิม(อิสลาม) กับ กลุ่มพุทธ ที่ถุกฆ่า ถูกเผาไม่เว้นแต่ละวัน...ไหง.มันเป็นงั้น...?? ขณะนี้ความจริงอันเป็นที่ทราบกันดีว่า คนพื้นที่ทั้งพุทธและอิสลาม ขายทิ้งเรือกสวนไร่นา ไปซื้อที่แถวเชียงราย ลำปาง เลยไปถึง แม่ฮ่องสอน ...!!! ดูมันช่างสอดคล้องกับการ "ผลักดันคนท้องถิ่นออกจากพื้นที่ตามแผน" ที่กำหนดไว้อย่างเป็นขั้นตอน แล้วสาเหตุมันมาจากการถูกข่มขู่คุกคามจากขบวนการก่อการร้าย ที่ฮึกเหิมขนาดเข้าโจมตีหน่วยรบของทหาร อย่างไม่เกรงกลัว... ขบวนการเหล่านี้เอาคนมาจากไหน ?


แผนที่ ดังที่แสดงอยู่ข้างบน คือ พื้นที่อันได้ถูกกำหนดให้ทำการตัดตอน เพื่อตั้งประเทศใหม่ดังกล่าวแล้ว โดยออกกฏหมาย "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" เป็นเครื่องป้องกันการรับผิดทางอาญา และความจริง กฏหมายดังกล่าวต้องออกมาบังคับใช้แล้ว แต่เนื่องจากว่า ทักษิณ เล่นนอกบทไปกระทบเบื้องสูงเสียก่อน แผนจึงไม่สำเร็จ ดังนั้นการกลับมาโดยไม่คำนึงถึงชีวิตของทักษิณ ครั้งนี้ จึงเพื่อสานต่องานนี้ให้ลุล่วงไป โดยไม่คำนึงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาก็ตาม

....ตอนต่อไป เราจะนำเอาแผน Time table(ตัวจริง) มาให้ได้รับทราบ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 1:39 pm

http://www.komchadluek.net/2009/02/09/x_main_a001_336204.php?news_id=336204

พม่าตอบรับไทยเข้าร่วมประชุม หาทางแก้ปัญหาชาวโรฮิงญา
สหภาพพม่าตอบรับไทย เข้าร่วมประชุมหาทางแก้ปัญหาชาวโรฮิงญาลักลอบเข้าประเทศในระดับภูมิภาคเอเชีย

(9ก. พ.) นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง สหภาพพม่า กล่าวว่า ได้เข้าหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า เกี่ยวกับกรณีชาวโรฮิงญาลักลอบเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีความคิดเห็นตรงกันว่าเป็นปัญ หาที่ลุกลามมากขึ้น จำเป็นต้องได้รับการเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้ได้ในระยะยาว

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่ารับที่จะนำเรื่องดัง กล่าวไปหารือกับรัฐบาลพม่า พร้อมตอบรับที่จะเข้าร่วมประชุมระดับเจ้าหน้าที่ของประเทศที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พม่า บังคลาเทศ อินเดีย มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย ตามแนวคิดของประเทศไทยด้วย เพื่อระดมสมองและความร่วมมือในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 2:21 pm


JAN,2004 = มกราคม 2547
http://region6.prd.go.th/mw/news/main/content.php?page=sub&category=8&id=382
ปล้นปืน วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2547
http://www.thaiworld.org/th/include/answer_search.php?question_id=4

ในช่วงเดือนมีนาคมและต้นเดือนเมษายน 2004 รัฐบาลไทยได้ทำประชาสัมพันธ์เพื่อหาคะแนนนิยมจากคนไทยในด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศที่น่าตื่นเต้น 2 เรื่อง ปัญหามีอยู่ว่า ทั้งสองเรื่องนั้นไทยได้-เสียอะไรบ้าง การประชาสัมพันธ์ที่ล้ำเลิศ (หรือเลยเถิด) ที่ได้ดำเนินการไปนั้น จะสามารถกระทำควบคู่กันไปกับการทูตที่มีประสิทธิภาพหรือไม่


เรื่องแรก ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รัฐบาลพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้เปลี่ยนนโยบายที่มีต่อสหรัฐฯ จากการเป็นตัวของตัวเอง เป็น“พันธมิตรสำคัญนอก นาโต” (Major Non-NATO Ally, MNNA) เมื่อตอนที่นายกรัฐมนตรีทักษิณเข้าพบประธานาธิบดี จอร์จ ดับยา บุช (George W. Bush) ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. ในเดือนมิถุนายน 2003


จนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนนโยบายดังกล่าว ไม่มีอะไรที่เห็นได้ชัดอย่างเป็นรูปธรรม แม้ตามรัฐบัญญัติของสหรัฐฯ รัฐพันธมิตรสำคัญนอกนาโตของสหรัฐฯ จะได้อะไรต่างๆ มากมายก็ตาม แต่ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับความตกลงเป็นกรณีๆไป




เฉพาะส่วนที่นายกทักษิณได้อย่างเป็นรูปธรรมคือ (1) ได้เข้าพบประธานาธิบดีจอร์จ ดับยา บุช เพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเองเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2003 ในโอกาสที่ได้รับเชิญไปบรรยายให้แก่นักธุรกิจอเมริกันที่นิวยอร์ค และ (2) ได้ความคาดหวังที่จะได้ประโยชน์ในเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงและความช่วยเหลืออื่นๆ


ส่วนที่ประเทศไทยเสียคือ (1) “พันธมิตรสำคัญนอกนาโต” นี้ เป็นสัญลักษณ์ผูกพันให้ไทยส่งทหารไปช่วยสหรัฐฯ ทำสงครามยึดครองอิรัก (ที่ว่าช่วยอิรักในด้านมนุษยธรรมนั้นเป็นข้ออ้างมากกว่า) ซึ่งไทยต้องเสียงบประมาณแผ่นดินไปปีละ 750 ล้านบาท ทหารไทยเสียชีวิตไปแล้ว 2 คน และ (2) ไทยตกเป็นเป้าการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่เป็นศัตรูของสหรัฐฯ (3) สถานทูตไทยในกรุงสต็อกโฮมและที่กัวลาลัมเปอร์ถูกขู่ว่าจะโดนระเบิด


http://wbns.oas.psu.ac.th/shownews.php?news_id=3606

27 ม.ค. 2547
ทักษิณมิ่งมงคล วัดเขากง-นราฯไล่ฆ่าอีก 2นร. เผาสนง.อิสลาม

ขู่บึ้ม-ทหารอาวุธครบมือยกกำลังเข้ารักษาความปลอดภัยภายนวัดเขากง อ.เมือง จ.นราธิวาส หลังจากมีโทรศัพท์ขู่วางระเบิดพระพุทธรูปทักษิณมิ่งมงคล พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดคู่เมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 26 ม.ค.

โจรใต้ยังกำแหงไม่เลิก ล่าสุดวางบึ้มตู้ฮัลโหลที่ตากใบพังยับ เดชะบุญช่วงระเบิดไม่มีคนเข้าไปใช้บริการ 2 นักเรียนเคราะห์ร้ายถูกจยย.ไล่ประกบฆ่าฟันหัวแบะได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่ยะลาก็วุ่น มือมืดบุกราดน้ำมันเตรียมเผาสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด กะเผาให้วอดแต่โชคดีไฟไม่ลุกลาม เพราะเป็นผนังคอนกรีต ครู-นักเรียนทั้งจังหวัดยะลาผวาหนัก 251 โรงเรียนพร้อมใจหยุดสอน เนื่องจากครูไม่มั่นใจความปลอดภัย ผบ.ทบ.สั่งอารักขาพระพุทธรูปวัดเขากง เมืองนราฯ หลังมีข่าวขบวนการก่อการร้ายเตรียมวางระเบิดทำลายพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สิ่งสักการะของชาวพุทธ มือดีปล่อยข่าวเสี้ยม อ้างชาวพุทธเตรียมล้างแค้นคืน ไล่ล่าฆ่าชาวมุสลิม 100 ศพเพื่อตอบโต้

สันต์ แจงเหตุเด้งด่วนผบก.ยะลา
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุรเดช แสงประดิษฐ์ ผบก.ยะลา ไปช่วยราชการที่บช.ภ.9 ว่า ไม่ได้ให้ไปช่วยราชการ แต่ให้ไปประจำ บช.ภ.9 เนื่องจาก ผบก.ภ.จ.ยะลา ได้ย่อหย่อนในหน้าที่คือ ในวันศุกร์เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธยิงตำรวจเสียชีวิต เวลา 18.00 น. ขณะนั้นตนอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ได้รับรายงานเวลา 20.00 น. จึงได้พยายามติดต่อกับ ผบก.ภ.จ.ยะลา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งๆ ที่ตัว ผบก.ภ.จ.ยะลา เองอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุเลย


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Feb 10, 2009 10:35 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 7:51 pm

http://www.bangkokbiznews.com/home/news/politics/politics/2009/02/09/news_14592.php

องค์กรสิทธิอัดกอ.รมน.ใต้การข่าวมั่ว

องค์การยุติธรรมเพื่อสันติภาพโวยถูกทหารบุกค้นสำนักงาน การข่าวมั่ว ขณะที่"อังคณา"บอกไม่ถูกคดีสมชาย ด้าน ครส.เรียกร้องรัฐตรวจสอบการใช้อำนาจ

เมื่อ เวลา 11.30 น. คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ออกแถลงการณ์วันนี้(9ก.พ.) เรียกร้องยุติการคุกคาม และเคารพการทำงานของนักสิทธิมนุษยชน อันสืบเนื่องมาจากการถูกตรวจค้นสำนักงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ในจังหวัดปัตตานี

นางอังคณา นีละไพจิตร ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า จากกรณีที่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับหนึ่ง ฉบับวันที่ 6 ก.พ. อ้างแหล่งข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน( กอ.รมน.) ภาค 4 ระบุว่าอาจมีผู้ก่อความไม่สงบปลอมตัวเป็นนักสิทธิมนุษยชนลงพื้นที่ เพื่อยุยงบิดเบือนข่าวสารให้ประชาชนเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ ปรากฏว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ก.พ.เวลาประมาณ 05.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่สนธิกำลังตำรวจ ทหารจากหน่วยงานเฉพาะกิจปัตตานีประมาณ 20 นาย นำโดย พ.ท.ประเวศ สุทธิประภา ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 3 ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก นำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ที่ตั้งอยู่ที่ 22/186 ถ.หนองจิก ต.รูสะมิแล จ.ปัตตานี โดยอ้างว่า มีผู้ก่อความไม่สงบเข้ามากบดานที่สำนักงานแห่งนี้

นางอังคณา กล่าวว่า พวกของเขาทำงานใกล้ชิดกับคนของยูเอ็นตลอด และรับคดีคนหายมา 11 คดี ซึ่งทราบว่า มีการส่งคำถามไปยัง กอ.รมน.ภ. 4 แต่ไม่มีการตอบคำถาม ถ้าไม่มีความจริงใจ ก็แก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้ ส่วนกรณีที่รัฐจะออกกฎหมายเพื่อเปิดศูนย์แก้ไขปัญหาภาคใต้ใหม่นั้น ขณะนี้ การแก้ปัญหาอยู่ภายใต้ กอ.รมน.ภ. 4 ทั้งหมด แม้แต่เรื่องนิติวิทยาศาสตร์ เพราะศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) ไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งจะให้วิจารณ์ว่า ศูนย์ใหม่จะช่วยแก้ปัญหาภาคใต้ได้หรือไม่นั้น ต้องขอดูร่างก่อน แต่เบื้องต้น ประชาชนต้องตรวจสอบการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐได้

ด้านนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน ( ครส.)กล่าวว่า สิ่งที่เราตั้งความหวังคือการทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพ รัฐบาล และประชาชน รัฐบาลต้องหยุดมองว่า นักสิทธิมนุษยชนเป็นปัญหา ทบทวนการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไม่ประเมินความเสียหายจากทุกฝ่าย

จริงๆ แล้วกฎอัยการศึกเป็นเรื่องต้องห้าม หากไม่เกิดสงคราม และการประกาศต้องแจ้งต่อองค์การสหประชาชาติ ขณะนี้สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนไทยตกต่ำมาก และยังมีข้อครหาเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขต การบริหารงบประมาณที่ตรวจสอบไม่ได้ แม้แต่การส่งทหารอเมริกันไปรบในอิรักยังมีการทบทวนความผิดพลาด จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนความล้มเหลวในการแก้ปัญหาภาคใต้บ้าง โดยเฉพาะตรวจสอบการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ และงบประมาณที่เกินความจำเป็น

นายสุนัย ผาสุข ตัวแทนองค์กรฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ กล่าวว่า ทางองค์กรฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ได้ติดตามแนวโน้มความรุนแรงตั้งแต่เรื่องปรากฏทางสื่อจนถึงทุกวันนี้ ความไม่ไว้วางใจเกิดจากความเชื่อว่า รัฐใช้อำนาจเหนือสิทธิมนุษยชน และถูกทำให้ชอบด้วยกฎหมายด้วย พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีร่องรอยการซ้อม การอ้างการเสียชีวิตขณะปะทะกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งการใช้กำลังของเจ้าหน้าถึงชีวิตทำได้ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่จนตรอก

ม่มั่วหรอก UN นั่นแหละตัวดี
ประกาศกฏอัยการศึกต้องแจ้ง UN บ้าหรือเปล่า
ไทยเป็นเมืองขึ้นของ UN (world government) ตั้งแต่เมื่อไหร่
หรือว่าเราตกข่าวเพราะมันเป็นมานานแล้ว


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Feb 10, 2009 8:41 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 10:52 pm




http://hilight.kapook.com/view/8933

พม่าเปิดให้สื่อต่างชาติ ชมเมืองหลวงใหม่

แหล่งข่าวจากกระทรวงข่าวสารพม่า เปิดเผยวันนี้ (26 มี.ค.) ระบุว่า รัฐบาลทหารพม่าอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวต่างชาติเดินทางไปยังเมืองเนปิดอว์ ที่สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่แทนกรุงย่างกุ้ง เป็นครั้งแรก เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์พิธีการสวนสนามเนื่องในวันเฉลิมฉลองกองกำลังพม่า ที่จะมีขึ้นในวันอังคารนี้

แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลทหารพม่าออกวีซ่า ให้แก่ผู้สื่อข่าวต่างชาติจำนวนประมาณ 50 คน เข้าร่วมในพิธี รวมทั้งผู้สื่อข่าวบางราย ที่โดยปกติมักจะเป็นผู้อยู่ในบัญชีดำห้ามเดินทางเข้าพม่าก็ตาม โดยในพิธีเฉลิมฉลอง พล.อ.อาวุโสตัน ฉ่วย ประธานสภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ จะเป็นประธานในพิธีสวนสนาม และกล่าวปราศรัยต่อหน้าแถวทหารเกียรติยศ ที่เข้าร่วมเดินสวนสนามกว่า 10,000 นาย

ทั้งนี้ พม่าย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้ง ไปยังเนปิดอว์ ที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือประมาณ 385 กิโลเมตร เมื่อเดือนตุลาคม 2548 ท่ามกลางข้อสงสัยถึงสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากเป็นการย้ายเมืองหลวงปัจจุบันทันด่วน ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่พร้อม

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า สภาพเนปิดอว์ ในปัจจุบัน มีโรงแรมรองรับเพิ่มมากขึ้น และอยู่ระหว่างก่อสร้างเส้นทางหลวงสายใหม่ที่คาดว่า เมื่อแล้วเสร็จจะลดเวลาการเดินทางจากกรุงย่างกุ้ง ที่ปัจจุบันใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง ลงเหลือไม่เกิน 5 ชั่วโมง

มีความพยายามจะสร้างเหตุให้ไทยขัดแย้งกับพม่า เหมือนกรณีเขาพระวิหาร


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Feb 10, 2009 8:48 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Feb 09, 2009 11:07 pm

http://www.ryt9.com/s/iq02/292072/

เกิดเหตุระเบิดที่กรุงเนปิดอว์ของพม่าวันนี้ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 11 มกราคม 2008 14:33:50 น.

วันนี้ (11 ม.ค.) เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่สถานีรถไฟในปินมานา ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน
เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุระเบิดครั้งแรกที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงแห่งใหม่ของพม่า สำนักข่าวเกียวโดรายงาน

http://news.mjob.in.th/world/cat12/news596/

กรุงเนปิดอว์ ในสายตานักข่าวฝรั่ง

สกู๊ปพิเศษ

โปสเตอร์ยักษ์เป็นภาพที่ทหารเด่นชัดกว่าประชาชน

เนปิดอว์ เคยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และป่าหนาทึบ แต่สองปีกว่าที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลทหารพม่าย้ายหน่วยงานราชการมาที่นี่และเริ่มการก่อสร้าง เมืองจึงเต็มไปด้วยฝุ่นที่บดบังทัศนียภาพอันสวยงาม และเริ่มมีผู้คนบางตาบนถนนที่กว้างถึง 8 เลน

ทุก เช้า บรรดาข้าราชการจะออกจากอพาร์ตเมนต์หลากสีสันแต่รูปทรงเหมือนกัน ในโซนที่พักอาศัย เพื่อขึ้นรถโดยสารที่แน่นเอียดไปทำงาน บรรยากาศในเขตนี้คล้ายกันมากกับในโซนด้านรัฐมนตรี

ช่วงค่ำ สถานที่ราชการและอาคารของรัฐบาลอื่นๆ ประดับประดาไปด้วยไฟสีเหลือง เขียว และแดง ทำให้เมืองดูคล้ายกับสวนสนุกไม่มีผิด

เน ปิดอว์ แปลว่า ที่ประทับขององค์ราชา เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ หลังจากมีการประกาศฉับพลันให้ย้ายจากย่างกุ้ง ที่อยู่ห่างออกไป 460 กิโลเมตร

ตลาดแห่งใหม่

รถขนส่งมวลชนขนาดย่อม

สาวคนงานก่อสร้าง

สาเหตุ การย้ายเมืองจนบัดนี้ไม่แน่ชัด บ้างว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ดีกว่าย่างกุ้งในการต่อสู้กับศึกภายในและ ภายนอก บ้างว่า ตาน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดเชื่อคำทำนายทางโหราศาสตร์

เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้รับเชิญให้เยือนกรุงเนปิดอว์ ในวาระฉลองวันกองทัพพม่า

จ่อ ซาน รัฐมนตรีการสื่อสาร ให้ข้อมูลนักข่าวต่างประเทศด้วยว่า ปัจจุบันมีพลเมืองอาศัยอยู่ในเมืองเนปิดอว์ 924,608 คน ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 7,000 ตารางกิโลเมตร หรือราวๆ ขนาดใหญ่กว่าเกาะสิงคโปร์ถึง 10 เท่า เมืองนี้จะเสร็จสมบูรณ์ใน 1 ปี พร้อมทั้งตึก ถนน และทางรถไฟที่ปรับปรุงขึ้น

รัฐมนตรี ทหารพม่ายังกล่าวถึงสื่อความบันเทิงในเมืองด้วยว่า มีทีวี 12 ช่องที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เทียบกับในย่างกุ้งมีแค่ 4 ช่องเท่านั้น

เขตที่พักข้าราชการ

ผู้ สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้คนที่พบเห็นในเมืองแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นคนงานก่อสร้าง ต้องทำงานหนักเพื่อให้ตึกที่โอ่อ่าเสร็จลงในหนึ่งปี

อาคารรัฐสภายังไม่สมบูรณ์นัก จึงยังไม่มีใครเข้าไปสักคน

ในโซนรัฐมนตรี เป็นอาคารสีชมพูและฟ้าราวกับว่าเป็นเวทมนตร์ออกมาจากแนวพุ่มไม้ ตึกทั้งหมดถูกออกแบบและมีสีสันที่เกือบจะเหมือนกัน

ส่วนโซนโรงแรม มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เข้าพักในโรงแรมสไตล์บ้านพักตากอากาศที่อยู่บนภูเขาชานเมือง

ด้าน โซนทหาร เต็มไปด้วยรถยนต์หรูหราและเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบขี่มอเตอร์ไซค์ แทนที่ม้าและรถเทียมม้าที่ชาวพม่าเคยใช้เดินทางในระยะสั้น

อาคารต่างๆ สามารถมองเห็นได้จากภูเขาที่อยู่ห่างไกลและถนนที่อยู่ตามชายแดน

คยา คยา มาร์ วัย 31 ปี ผู้ประกอบการร้านเสื้อชั้นในสตรี ในตลาดมโยมายักไหล่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มักทำอะไรในยามเย็น

ฉัน ไม่สนใจอะไรนักหรอก เพราะฉันมีทั้งงานและลูก เธอกล่าวและว่า ชอบชีวิตในเนปิดอว์เพราะว่าปลอดภัย และทุกเช้าเจ้าหน้าที่จะมารับลูกสาวเพื่อไปส่งยังโรงเรียนที่เพิ่งสร้างขึ้น

ขณะ ที่เมืองกำลังเติบโต เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กเล่าถึงลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากตั้งแต่ปีที่แล้ว และผู้พักอาศัยชาวพม่าที่มาจากที่อื่นต้องการเห็นเมืองหลวงใหม่

เมื่อ เปรียบเทียบกับย่างกุ้ง ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนัก แต่คงจะเพิ่มขึ้นในอนาคต คนงานก่อสร้างรายหนึ่งกล่าว ขณะเดินทางมาเยี่ยมเพื่อนเป็นครั้งแรก

หน้า 7

ขนาดย้ายเมืองหลวงยังตามไประเบิดได้ คงไม่ใช่หน่วยงานธรรมดา


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Feb 10, 2009 8:50 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 10:33 am

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014942
ไม่กล้าสู้คดี! “ใจ” ตามรอย “แม้ว” หนีไปอังกฤษ

สำหรับนายใจลล์ ใจ อึ๊งภากรณ์ เป็นบุตรชายคนเล็กของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มีพี่ชายสองคน คือ นายจอน อึ๊งภากรณ์ และ นายไมตรี อึ๊งภากรณ์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ในแวดวงวิชาการเป็นที่ทราบกันว่านายใจ เป็นผู้ที่นิยมชมชอบแนวคิดของลัทธิมาร์กซิสม์ ขณะที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็เขียนบทความหลายชิ้นโจมตีการรัฐประหาร โดยเมื่อเดือน มิ.ย.2551 ก็เพิ่งเขียนบทความเรื่อง “เขาพระวิหารเป็นของเขมร” ลงในเว็บไซต์ประชาไท พร้อมกับลงชื่อในตอนท้ายของบทความชิ้นดังกล่าวด้วยว่า “ใจ อึ๊งภากรณ์ (ผมไม่ใช่ “คนไทย” ภูมิใจเป็นจีนปนอังกฤษ)”

อนึ่งการกระทำของนายใจลล์ครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า คล้ายคลึงกับกรณีที่ช่วงเดือนสิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร พร้อมครอบครัวหลบหนีคดีอาญาและคอร์รัปชันไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ แทนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อมารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ อย่างไรก็ตามการเดินทางไปประเทศอังกฤษของนายใจลล์ครั้งนี้อาจเป็นการเดินทาง ไปชั่วคราวก็ได้เพราะนายใจลล์นั้นเป็นบุคคลสองสัญชาติ

http://nonlaw.7forum.net/forum-f2/topic-t29-15.htm

ผลปฏิบัติการในประเทศไทย เหยื่อที่ถูกกำจัดเป็นพระราชาคณะของไทยคือ พระพิมลธรรม(อาจ อาภาสภเถร)
ดังได้กล่าวไปแล้ว องค์กรนี้ได้จัดตั้ง "คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนา(ศพพ.)
ศูนย์ศาสนสัมพันธ์ กลุ่มประสานงานเพื่อศาสนา(กศน.)"
ขั้นแรกดำเนินการโดย
นาย ส.ศิวลักษณ์ นายประเวศ วสี นายรวี ภาวิไล นายพิภพ ธงชัย นายโคทม อารียา ฯลฯ
มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่วัดอุโมงค์ ในเขตมิชซัง เชียงใหม่
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_(%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1)

http://www.geocities.com/moralcamp/

http://www.watumong.org/

http://www.chiangmaidiocese.org/to/html/address/add_church.html

อำนวยการด้านมวลชนคาทอลิกโดย นายวิโรจน์ ศิริอัฐ แห่งมูลนิธิเผยแพร่ธรรมประเสริฐ
โดยมีพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนาที่หลงผิดเข้าร่วมปฏิบัติการ คือพระประยุทธ
ต่อมาได้รับการสนับสนุนจาก "วาติกัน" ให้ไปรับการอบรมที่เพ็นซิลวาเนียในวิชา "พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติ"
เพื่อรับหน้าที่เปลี่ยนแปลงแนวคำสอนของพุทธศาสนา โดยการเขียนหนังสือ "พุทธธรรม"
และเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในพระไตรปิฏกเถรวาททั้งหมด

ใช้การประสานงานต่างประเทศกับสภาคริสตจักรฯ มีศูนย์บัญชาการอยู่ในประเทศอังกฤษ
ดูแลโดย นายโจ อึ้งภากร บุตรของนายป๋วย อึ้งภากร (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "ใจ"
และกลับมาประเทศไทยในปี พ.ศ.๒๕๔๒ เพื่อเข้าเป็น "วุฒิสมาชิก" เมื่อ เมษายน๒๕๔๓)



ในภาวะสงครามเวียตนาม ประเทศมหาอำนาจและวาติกันได้ประสานงานกันอย่างมั่นคง โดย "วาติกัน"
ได้จัดประชุมบิชชอปทั่วโลกจำนวน๔,๐๐๐ คน
เพื่อปรับปรุงยุทธวิธีทำลายพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม
พ.ศ.๒๕๐๕ ถึง ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๘ (๓ ปี)
และได้ประกาศมติที่ประชุมนี้มีชื่อว่า "Declaration on relations of the Church with Non - Chris tian religions "
หรือที่รู้จักกันในนามของ "VATICAN COUNCIL 2 " (เป็นคำสั่งลับให้ทำลายพระพุทธศาสนา
โปรดอ่านรายละเอียดใน คำสั่งลับวาติกัน หลักฐานสะท้านโลก ,บ.ธรรมบาล )



การใช้ปฏิบัติการVATICAN COUNCILทำลายล้างพุทธศานิกชนได้เกิดขึ้นใน เวียตนาม เขมร และไทย
รวมทั้งในสังคมที่ประชาชนนับถือพระพุทธศาสนาทั้งหมด


การปฏิบัติการในประเทศไทยนั้น ผลปรากฏเป็นหลักฐานว่า พระราชาคณะ
ซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
ต่างถูกกล่าวหาต้องถูกจำคุกโดยไร้ความผิด เช่น ท่านเจ้าคุณอุดมฯ
วัดเทพศิรินทราวาส พระยันตระ อมโรภิกขุ พระภาวนาพุทโธ พระเทพกิติปัญญาคุณ
พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ฯลฯ บางท่านก็ถูกลอบสังหาร
ซึ่งพระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นที่
ศรัทธาต่อประชาชน จะเห็นได้ชัดในกรณี
"หลวงตามหาบัว"
ซึ่งมีอายุถึง ๘๗ พรรษา ได้ออกมาเป็นศูนย์กลางรวมความสามัคคีของชนในชาติ
ให้ประชาชนไทยและพุทธศาสนิก ชน ตระหนักถึงภัยของชาติ
แต่กลับถูกโจมตีจากสื่อมวลชน อย่างเห็นได้ชัด และกลุ่มบุคคลที่ออก
มาทำลายพระพุทธศาสนา โจมตีพระภิกษุสงฆ์เหล่านี้
ไม่เคยปรากฏว่าได้กระทำการใด
อันเป็นการป้องกันผลประโยชน์ของประเทศเลยแม้แต่น้อย เช่น นายอานันท์ ปันยารชุน นาย ส
.ศิวลักษณ์
นายประเวศ วสี นายระวี ภาวิไล นายโคทม อารียา นายพิภพ ธงชัย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
นายสมเกียรติ อ่อนวิมล
นายเสถียรพงษ์ วรรณปก ฯลฯ
โดยประสานงานกับพรรคการเมือง
ซึ่งจะได้รับผลประโยชน์จากเงินสนับสนุน โดยผ่านองค์กรการเงินฯ



วันที่ 19-22 ตุลาคม ค.ศ. 1992
สถานที่ บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม
หัวข้อ มิติชีวิตสงฆ์ด้านต่างๆ ศึกษาพระสมณสาส์นของพระสันตะปาปา
เรื่อง "เราจะประทานนายชุมพาบาลแก่พวกท่าน" (PDV, Pastores Dabo Vobis)
วิทยากร อาจารย์กาญจนา แก้วเทพ บรรยายในด้านการพัฒนา, คุณหมอประเวศ วะสี บรรยายในด้านการศึกษ
คุณพ่อโมลิ่ง, บราเดอร์ชุมพล ดีสุดจิต, พระคุณเจ้าบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์, พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ,
คุณพ่อมิเกล กาไรซาบาล, คุณพ่อหลุยส์ เบียร์ จักแมง, พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ฯลฯ
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?s=216b7f1ec2175b2e3c05016f32822e5c&showtopic=12595&st=31&p=127641&#entry127641


สร้างภาพให้ไทยเหมือนพม่า เพื่อกดดันให้ทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย
ที่ควบคุมโดย UN และมหาอำนาจตะวันตก
ซึ่งเบื้องหลังคือ กลุ่มโอลิมปัส หรือ โอลิมเปี้ยน ทำไมต้องเป็นอังกฤษคำตอบหาได้ในเวปนี้




แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Feb 16, 2009 10:17 pm, ทั้งหมด 5 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

son of bitch !!

ตั้งหัวข้อ  กร on Tue Feb 10, 2009 1:44 pm

att

you are fcking guy in Thailand. you are son of bitch !!

กร
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 1:54 pm

กร� พิมพ์ว่า:att

you are fcking guy in Thailand. you are son of bitch !!

NO NO NO, YOU'RE WRONG. I'M SON OF GOD. HA HA HA

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=102

The Key to The South : Britain, the United States, and Thailand
during the Approach ofthe Pacific War, 1929-1942



หนังสือเล่มนี้ซื้อจากเอเชียบุ๊คส์ ราคาเกือบ 800 บาท
แต่มีค่าอย่างยิ่งไม่ใช่เพราะเกี่ยวพันกับบทบาทของอังกฤษและอเมริกาช่วงก่อน
และระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มีค่าด้วยเอกสารหายากที่ผู้เขียนเก็บรวบ
รวมเป็นเอกสารติดต่อและจำนวนมากถือเป็นเอกสารชั้นต้นกระจัดกระจายอยู่ตาม
มหาวิทยาลัยและอยู่ในกระทรวงสำคัญๆ ของทั้งสองประเทศ


วิธีการนำเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริงนั้น
ใช้เอกสารเพื่อนำทางให้เห็นความจริงของสถานการณ์
และเน้นด้านหลักไปในนโยบายของอังกฤษกับอเมริกา ที่มีต่อ "ประเทศไทย"
จากแง่มุมลึกที่สุด


ประเทศไทยมีความสำคัญจากมุมมองของอังกฤษตรงที่ผลประโยชน์แห่งชาติเกี่ยว โยง
กับ "ฐานะ" ของไทยในส่วนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านมาเลเซีย, พม่า และอินเดีย
ที่อังกฤษในนามของเจ้าอาณานิคมต้องปกป้องดูแล และแน่นอน
เป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่มาก่อนอีกทั้งเหนือกว่าความอยู่รอดของประเทศไทย


กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
มีบทบาทค่อนข้างจำกัดตัวเองต่อไทยช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
แม้ว่าฐานะของไทยถูกคำนวณถึงผลกระทบที่มีอยู่กับผลประโยชน์ของอเมริกาใน
ภูมิภาคเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ พิจารณาถึงบทบาทของตัวเองต่ออังกฤษ, ฝรั่งเศส
และญี่ปุ่นด้วย

ผู้เขียนยอมรับว่า
ไม่ใช่ว่ามหาอำนาจจะบ่มเพาะเขตอิทธิพลต่อไทย
แต่ไทยมีบทบาทและส่งอิทธิพลต่อมหาอำนาจได้เพราะอยู่ในศูนย์กลางของเขต
ยุทธศาสตร์ของเอเชีย
และเราใช้ฐานะนี้ต่อรองนโยบายของเรากับพวกมหาอำนาจที่แผ่อิทธิพลในย่านนี้ ได้ด้วย


หนังสือนี้ไม่ได้วางจุดยืนหรือสร้างทฤษฎีการเมืองระหว่างประเทศ
แต่ได้ให้เอกสารและข้อมูลอธิบายถึงอำนาจในการตัดสินใจดำเนินนโยบายต่างๆ
ในช่วงเวลาดังกล่าว

ภาพด้านกว้าง
ผู้เขียนชี้ว่านโยบายตะวันตกต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้มักยอมรับว่า
"ลักษณะพิเศษ" ของไทยคือ เลี่ยงต่อการเป็นอาณานิคมตะวันตก
แต่ผู้เขียนปฏิเสธวิธีคิดที่ว่านี้ ตรงกันข้ามเขาชี้ว่าอิทธิพลตะวันตกกลับ "ครอบงำ"
ผลประโยชน์แห่งชาติของไทย และไทยคือบริวารต่างชาติ โดยเฉพาะแรงกดดัน บงการ
และครอบงำ ก่อนปี ค.ศ.1942 ไทยไม่ต่างจากเขตปกครองอย่างไม่เป็นทางการ
และถูกชี้นำทางอ้อม จากอังกฤษ

ผู้เขียนยังอ้างว่าเหตุที่ไทยให้ผลประโยชน์ต่ออเมริกาหลังสงครามก็เลี่ยงจาก
การถูกครอบงำโดยอังกฤษ ปัญหาคือ "การครอบงำ" ของอังกฤษ กับ "เอกราช"
ของไทยนั้นจะมองจากแง่มุมใด มุมมองจากอังกฤษเห็นว่าอำนาจของอังกฤษเสื่อมลงอย่างยิ่ง
เมื่อมีปัญหาค่าเงินปอนด์ในปี ค.ศ.1931 ขณะ
ที่อิทธิพลเงินดอลลาร์อเมริกันเพิ่มมากขึ้น และการขยายตัวของ "ชาตินิยมไทย"
นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องการขยายอิทธิพลของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ของโลก


เขาชี้ด้วยว่าสมมติฐานว่าไทยเป็น ข้อยกเว้น
และเป็นประเทศเดียวที่ไม่ถูกต่างชาติเอาเป็นเมืองขึ้นนั้นไม่จริง
นำไปสู่การใช้เหตุผลโยงไปในฐานะของไทยว่าเป็นอิสระและเป็นเอกราชก็ขาดหลัก
เกณฑ์และเป็นการอ้างอิงที่รองรับด้วยข้อเท็จจริงไม่ได้

เขาอธิบายว่า
"ไทยเป็นเอกราชแค่ในนาม" หรือในรูปแบบ แต่ด้านเนื้อแท้แล้วไม่ใช่
ฐานะของรัฐไทยเปรียบกับญี่ปุ่นในราชวงศ์เมจิไม่ได้ แต่เปรียบกันแล้ว
รัฐไทยต้องเทียบกับฐานะของรัฐจอโฮว์ หรือกลันตันเท่านั้น

ฐานะต้อยต่ำ
ทำไมผู้เขียนจึงว่า รัฐไทยเทียบได้แค่รัฐภายใต้การปกครอง อังกฤษ เช่น
กลันตันเท่านั้น?
ผู้เขียนพยายามชี้ว่าว่ารัฐไทยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลอังกฤษอย่างไม่เป็น "ทางการ"
เหมือนกับหลายประเทศ เช่น อิรัก, อิหร่าน, กลุ่มรัฐมลายู
เขาอธิบายว่าหลักฐานความสัมพันธ์ของไทยต่อต่างชาตินั้นบกพร่องไม่สมบูรณ์
หากไม่ได้มองเอกสารหลักฐานอื่นๆ เฉพาะอย่างยิ่ง
เอกสารเกี่ยวกับประเทศไทยในธนาคารชาติของอังกฤษ !


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Feb 11, 2009 10:48 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 9 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ