สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

หน้า 3 จาก 9 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 1:59 pm

ไทยคือ "อาณานิคมอย่างไม่เป็นทางการ" เท่านั้น เจ้าอาณานิคมคืออังกฤษ
ตามความเห็นของผู้เขียน เฉพาะอย่างยิ่งเขาอ้างว่านักวิชาการอย่าง W.R.Louis
ซึ่งศึกษาอาณาจักรอังกฤษในตะวันออกกลางและบทความของ R.JEFFREY เกี่ยวกับ
"การปกครองทางอ้อม" (โปรดดูในอ้างอิงที่ 11, 12 ของบทแรกในหนังสือที่วิจารณ์นี้)


ประเทศไทยเป็นอาณานิคมผ่านทางเศรษฐกิจและการเงินซึ่งอังกฤษ "ครอบงำ"
และอังกฤษ "ปกครอง"ผ่านการครอบงำ 3 ระดับตั้งแต่เศรษฐกิจการเงินการคลัง,
ยุทธศาสตร์ความมั่นคง และผ่านทางการเมืองและกฎหมาย
ไทยขึ้นต่ออังกฤษด้านเศรษฐกิจการคลังผ่านบทบาทของที่ปรึกษาอังกฤษในรัฐบาล ไทย
และประเทศไทยถูกปิดล้อม ด้วยเมืองขึ้นเศรษฐกิจของอังกฤษ เช่น ฮ่องกง, สิงคโปร์,
ปีนัง, ร่างกุ้ง และกัล กัตตา ทั้งหมดมีบทบาทต่อการส่งออกของไทยร่วมร้อยละ 70
เฉพาะมาลายาซื้อข้าวจากไทยร้อยละ 70 กระสอบขน ข้าวนำเข้าจากอินเดีย
และเส้นทางคมนาคมรถไฟไทยผ่านด่านทางใต้ ซึ่งอังกฤษควบคุม เงินในคลังสำรอง 5 ล้าน
ปอนด์ ขึ้นต่อค่าเงินอังกฤษ ดุลการเงินเราถูกควบคุมโดยลอนดอน ธนาคารอังกฤษ 3
แห่งครอบงำการลงทุนภาย ในไทยทั้งหมด การลงทุนอังกฤษในไทย รวมทั้งเงินกู้ 20
ล้านปอนด์อยู่ภายใต้อิทธิพลของระบบการเงินของอังกฤษใน ปี ค.ศ.1932
อังกฤษและออสเตรเลียเข้ามาทำเหมืองโรงสีและทำไม้ทั้งหมด
กำกับควบคุมการส่งออกทั้งหมดเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราและตลาดดีบุกมาตรการและ
ขนบทางสังคมและธุรกิจในประเทศไทยเป็น �อังกฤษ�


เขาว่าทั้งหมดนี้ยังไม่พอเพียงที่จะชี้ว่าอธิปไตยทางเศรษฐกิจของไทยขึ้น ต่อ
อังกฤษเท่านั้น แต่รัฐบาลไทยตั้งแต่ทศวรรษที่ 19 เรามีที่ปรึกษา เช่น
ด้านต่างประเทศ, การพัฒนาทางการเงินที่ปรึกษาอังกฤษมีบทบาทครอบงำไทยตั้งแต่ 1898
ระบบศาลโดยอังกฤษและฝรั่งเศส

ข้าราชการอังกฤษอย่างที่ปรึกษาการเงิน เช่น
เจมส์ แบกซเตอร์ (1932-5) มาจากกระทรวงการคลังของประเทศอินเดียหรืออียิปต์
เจ้าหน้าที่อังกฤษรับ "คำสั่ง"เกี่ยวกับรายงานการเงินการคลัง
และส่งรายการตรงไปยังธนาคารชาติอังกฤษ โดยรายงานลับต่างๆ ผ่านระบบโค้ดลับ
และส่งทางถุงเมล์ทูต
พวกข้าราชการอังกฤษเหล่านี้ทำงานลับโดยมิให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยรับรู้
แต่เคยมีเอกสารลับตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนไทยจนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาว


การเมือง ไทยตกอยู่ในแรงกดดันอังกฤษ อังกฤษรักษาผลประโยชน์ในพม่าและในมลายู
มีผลบีบบังคับ รวม ทั้งมีแผนเข้ายึดครองภาคใต้ไทยอย่างชัดเจนเป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางใน
ระดับรัฐบาลอังกฤษ, สหรัฐฯ และพันธมิตร
โดยพันธมิตรคาดหมายยึดตั้งแต่บางสะพานเข้าคุมจากประจวบลงมาทั้งแหลมมลายู


เยอรมันส่งสายลับมายุยงให้พวกแขกซิกก่อกบฏขึ้นในพม่า
โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง

ผมเห็นว่าเอกสารและหนังสือเล่มนี้มีความสำคัญ
เพราะภายใต้วิธีการ วิเคราะห์ เราจะเห็นชัดเจนว่า ปัจจุบันเราก็มีภยันตราย
และเราเป็นอาณานิคม เศรษฐกิจชัดกว่าที่เขียนในหนังสือเล่มนี้
พวกตะวันตกยุยงให้เกิดกบฏในพม่า ผ่านศูนย์กลางในไทยและบริเวณค่ายอพยพ ขณะที่สหรัฐฯ
ชี้นำการเงินการคลังและนโยบายต่างประเทศ

ครับ เป็นความจริงหรือการตี ความที่น่าขมขื่น เราไม่เคยยอมรับว่า เป็นอาณานิคมใคร
แต่มันเป็นเพียงรูปแบบ แต่เนื้อแท้เขาวิเคราะห์ว่ามันอาณานิคมชัดๆ
อ่านแล้วนึกอยากเป็นอิสรเสรี แต่เรามีนายหน้าขายชาติเยอะเหลือเกิน



http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=11&s_id=11&d_id=16

บันทึกข้อเสนอเรื่อง ขุดคอคอดกระ
ของ นายปรีดี พนมยงค์


กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๑
ทูตมะกันพบชวน นายอีริค จี.จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ที่ทำการพรรคปชป. วันที่ 10 ก.พ.

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234259523
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 16:50:51 น. มติชนออนไลน์
ทูตสหรัฐปัดข่าวยกเลิกวีซ่า "ทักษิณ-พรทิวา"


P { margin: 0px; }
นายอีริค จี.จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าวเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ภายหลังเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังไม่มีการถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่มีกระแสข่าวและรู้สึกว่าข่าวการถอนวีซ่าของนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่มีความเป็นธรรมเป็นเพียงข่าวลือ โดยนางพรทิวาจะไปเยือนประเทศสหรัฐ เมื่อใดก็ได้

สำหรับการเข้าพบนายชวน เนื่องจากนายชวนเป็นที่เคารพของบุคคลทั่วไป ขณะเดียวกันเห็นว่าตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ไดทยแสดงให้ทั่วโลกเห็นแล้วว่ากำลังกลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยแล้ว


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234248602&grpid=03&catid=01

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 13:49:50 น. มติชนออนไลน์
"ทูตมะกัน-ชวน"เห็นพ้อง"อภิสิทธิ์"ภาพสะอาด


นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ถึงการเดินทางเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ของนายอีริค จี.จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ว่า มีการหารือปัญหาบ้านเมือง รวมถึงการให้ความสำคัญกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งนายชวนกล่าวว่า ภารกิจสำคัญของรัฐบาล คือ แสดงให้ประชาคมโลกเห็นการยึดมั่นในหลักนิติธรรม และประคับประคองประชาธิปไตย ซึ่งความขัดแย้งที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียน ขณะที่การฝ่าฟันธุรกิจการเมือง ต้องใช้ความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งนายอีริคและนายชวนมั่นใจว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีภาพใสสะอาด สามารถบริหารราชการด้วยความโปร่งใสได้


ส่วนการถอนวีซ่าของรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลชุดนี้นั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายอีริคก็รู้สึกแปลกใจ อย่างไรก็ตาม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เห็นด้วยกับรัฐบาลในการรื้อฟื้นคดีต่างๆ อาทิ คดีนายสมชาย นีละไพจิตร ขณะที่นายชวนก็เห็นว่า จะเป็นจุดทดสอบรัฐบาล ขณะที่ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายชวนกล่าวว่า ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกคน


ไม่เห็นพ้องได้ไง ก็ อังกฤษกับอเมริกา เลือกขึ้นมาเองนิ


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Feb 11, 2009 10:49 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 3:59 pm


http://www.komchadluek.net/2009/02/10/x_main_a001_336415.php?news_id=336415

ตร.นับร้อยคุมตัวผู้ต้องหาข่มขืนนศ.แม่โจ้ทำแผน

ตำรวจเชียงใหม่นับร้อยนาย ตรึงกำลังคุมตัวผู้ต้องหาข่มขืน นศ.แม่โจ้ ทำแผนฯ ด้านนักศึกษายังเดือด ทราบข่าวฮือปิดล้อมวิ่งตามรถตำรวจวุ่น ผู้ต้องหาหวิดถูกรุมสกรัม

ความ คืบหน้าคดีฆ่าข่มขืน น.ส.วิไลรัตน์ กุจะพันธ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาการบัญชี ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ซึ่งตำรวจจับกุมคนร้ายได้ 1 รายเป็นคนงานก่อสร้างชาวไทยใหญ่ สัญชาติพม่าและยังหลบหนีอีก 1 คนนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 10 ก.พ.2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สันทราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ นปพ.ตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ รวมกันกว่า 100 คน ได้นำตัวนายไชย หรือจายบึก อายุ 22 ปี ชาวไทยใหญ่ สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุทั้ง ที่แคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างด้านหลังหอพักอัญชลี ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายนัดพบกัน รวมทั้งภายในห้องพักหมายเลข 405 ในหอพักอัญชลีที่คนร้ายข่มขืนฆ่าผู้ตาย


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Feb 10, 2009 9:01 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 4:01 pm


The Dalai Lama meets the Pope at the Vatican. Photo: AFP

http://www.smh.com.au/articles/2003/11/28/1069825989961.html?from=storyrhs

Pope meets Dalai Lama, very quietly







November 29, 2003


Raids and Spying from the Tibetan Contra Bases

*IP2*The Tibetan contra border raids continued through the '60s. The CIA money that Gyalo Thondup received for these operations increased. The CIA hoped these Tibetan contras could maintain networks of agents, conduct sabotage, and generally harass the revolutionary forces.

*IP0*But, overall, this whole Tibetan contra operation was a failure. As the revolution deepened in Tibet, the border was more and more successfully sealed. Revolutionary militias of the People's Communes--made up of former Tibetan serfs--joined the People's Liberation Army in hunting down and killing these hated feudal saboteurs and spies. Meanwhile, the people in Nepal increasingly demanded that these armed camps be removed.

In the last known raid in 1969, a Tibetan contra raiding party was completely wiped out by revolutionary forces. By the early 1970s, the U.S. ruling class was tied down in Vietnam and was preparing to open relations with the People's Republic of China. A corrupt, ineffectual, armed Tibetan contra movement no longer suited U.S. imperialist plans. The CIA simply cut the Tibetan contras loose.

This was a pattern of use-and-discard familiar to reactionaries among the Kurds of Iran, the Hmong hill tribesmen of Indochina, the Misquito Indians of eastern Nicaragua, and the Islamic fundamentalist forces who fought in Afghanistan.

In 1975 the Dalai Lama ordered the remnants of the contra forces in Nepal to lay down their arms. The Tibetan feudals were militarily and politically defeated inside Tibet. When CIA funding dried up, the Tibetan contras simply had no basis for continuing their guerrilla war from exile.

*****

For documentation and more detail on the CIA involvement with the Dalai Lama's contra movement, see A. Tom Grunfeld's book The Making of Modern Tibet.

http://revcom.us/a/firstvol/tibet/cia5.htm


http://www.secretcardinalbook.com/news.html



While researching the events that formed the dramatic core for The Secret Cardinal, Tom Grace discovered a global conflict between the Vatican and Communist China. Since he began his research, the conflict has escalated, as the Pope has reached out to the Chinese in an effort to seal the rift. China has rejected those efforts, stating that any attempt by the Vatican to regulate the choosing of Chinese bishops amounts to meddling in China’s internal affairs. Yet by Catholic tenets, only the Pope may name a bishop.

Similarly, China has espoused similar opinions concerning the exiled Dalai Lama. When the Dalai Lama dies, according to Tibetan Buddhist beliefs, he will reincarnate as a Buddhist monk. However, Tibet lies under Chinese control; the communist government has banned any Buddhist monk outside of China, and regulates who inside of China may become a monk. In essence, this means they claim the power to choose the next Dalai Lama.

Here are some key examples of the way the news media worldwide have covered these tense situations:

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234255210&grpid=03&catid=06

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 15:39:21 น. มติชนออนไลน์

จีนโวยอิตาลี มอบสถานะ"พลเมืองกิตติมศักดิ์"ทะไลลามะ

จีนแสดงปฎิกิริยาโกรธแค้นอิตาลีกรณีมอบ สถานภาพพลเมืองกิตติมศักดิ์ให้แก่ทะไลลามะ จี้ถอนสถานภาพหากไม่อยากให้สัมพันธ์สองประเทศมีปัญหา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อกรณีทางการอิตาลี ได้มอบสถานภาพพลเมืองกิตติมศักดิ์ให้แก่ทะไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบต เมื่อเร็ว ๆ นี้ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำร้ายความรู้สึกชาวจีน และจีนหวังว่า อิตาลจะให้ความสนใจกับความห่วงใยของจีนและดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อขจัดผลกระทบร้าย และรักษาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของทั้งสองให้มั่นคงและแข็๋งแกร่งต่อไป ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว จีนยังได้ยกเลิกกำหนดเยือนฝรั่งเศส ภายหลังประธานาธิบดีนิโกลาส ซาร์โกซี ผู้นำฝรั่งเศส ได้พบปะหารือกับทาไล ลามะ

อิตาลี คือ วาติกัน คือ คาธอลิก



ภาพที่ 4 แนวคลองที่จะขุด 12 แนวลดเหลือ 4 แนวในการพิจารณา


http://www.thai-canal.com/


พรรคประชาธิปัตย์ (รองหัวหน้าพรรค อลงกรณ์ พลบุตร) ได้เชิญ รศ.ดร.สถาพร เขียววิมล
อดีต ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา โครงการคลองไทย
(คอคอดกระ)


http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=11&s_id=11&d_id=16

บันทึกข้อเสนอเรื่อง ขุดคอคอดกระ
ของ นายปรีดี พนมยงค์


กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๑

http://www.senate.go.th/senator_new/01_senator/sn014/s014_3.htm
http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=5572&Key=HilightNews
http://www.thai-canal.com/?m=-1
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง " คลองไทยกับเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ " บรรยาย
พิเศษโดย รศ.ดร. สถาพร เขียววิมล
อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
อดีตที่ปรึกษาคณะ กรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการขุดคลองไทย (คอคอดกระ)
วุฒิสภาณ ห้องเครเวิน โรงแรมตวันนารามาดา ถนนสุรวงศ์ กทม.
ในวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา11:30 น. ถึง 13:00
น.จัดโดยสโมสรโรตารีดุสิต กทม. สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณวิชัย
อิงโพธิ์ชัย โทร 089-8222-898 หรือ 02-9134-719.



    ......................................................จดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    เรียน ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
    เรื่อง นายกอภิสิทธิ์พูดถึงโครงการขุดคอคอดกระในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์”


    ผมมีโอกาสได้รับฟังการสนทนาของท่านนายกรัฐมนตรีในรายการ
    “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์” เมื่อวัน เสาร์ที่ 25 มกราคม 2552
    จากการรับฟังมีการพูดถึงนโยบายการช่วยเหลือประชาชนระดับล่างที่ต้องประสบกับ
    สภาพเศรษฐกิจ ที่กำลังเป็น ปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน ท่านนายก ฯ
    ได้พูดถึงโครงการให้ความช่วยเหลือประชาชน ด้านการเงิน ในหลายรูปแบบ
    ซึ่งผู้ ร่วมสนทนาได้แสดงความเห็น
    ต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะเป็นการใช้เงินงบประมาณเพื่อก่อให้
    เกิดประโยชน์ที่ ไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายออกไป
    และไม่สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึงท่านนายกฯ จึงได้ชี้แจงกลับไปว่า
    เงินที่ใช้ในโครงการช่วยเหลือ นั้น จะเป็นการช่วยเหลือที่ถึงมือ ประชาชน
    ได้อย่าง โดยตรงและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ (31-01-52 คลิกอ่านรายละเอียด)


โครงการคลองไทยให้ความรู้ประชาชน
"สร้างคลองไทยสู้ภัยเศรษฐกิจ
ชาติมั่นคง " Learning from the Thai Canal
Project "Construction of the Thai Canal to resolve
the Thai economic crisis and improve national security"

........เพื่อให้ประชาชนรู้ข้อมูล และมีส่วนร่วมว่าคลองไทย(คอคอดกระ)มีผลต่อเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติอย่างไร ซึ่งได้ผ่าน ความ เห็นชอบจากวุฒิสภาเป็นเอกฉันท์เมื่อ วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2548
สถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานใดๆ ที่สนใจสามารถติดต่อ ขอราย ละเอียดได้จาก
อดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาคลองไทย วุฒิสภา ได้ที่เบอร์โทร 081-692-6723

ข่าววุฒิสภาเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ขุดคลองไทยเมื่อเวลา 16:09 นาฬิกา วันที่ 24 มิถุนายน 2548

http://lateline.muzi.net/news/ll/english/1371135.shtml?cc=13762&ccr=27208

Rice Visits Tsunami-Wracked Thai Village

2005-07-11 = 11 กรกฏาคม 2548


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Feb 11, 2009 10:22 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 4:18 pm

Is it True...???
Just hit this interesting article...


"*** เรื่องการออก พรก.ฉุกเฉิน นี้ มีเบื้องหลังซับซ้อนมาก ซึ่งมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่านายสมัคร ต้องรู้เรื่องเป็นอย่างดี แต่ทำเป็นไขสือหรือแกล้งโง่(ความจริงกลัวตาย) เพราะคนวงในที่รู้เรื่องอย่างกระจ่างชัด และคัดค้านได้ถูกสังหารอย่างเลือดเย็น คุณทั้งสองคนเลิกทำตัวเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทำตัวว่าข้ารู้ไปหมด แต่กลับข้อมูลสำคัญที่คนไทยต้องควรทราบ ก็จะขอทบทวนความจำนายสมัครในฐานะที่นายสมัคร ก็เป็นลูกเสือชาวบ้านคนหนึ่งและรู้จักกับ พล.ต.ท.สมควร หริกุล ผู้บัญชาการลูกเสือชาวบ้านเป็นอย่างดี และเรื่องนี้เชื่อมั่นว่า ประชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ และไม่เคยอ่านมาก่อน มีหลักฐานทั้งพยานเอกสาร และพยานบุคคล ที่ยังมีชีวิตและมีตัวตนสามารถสืบค้นได้ 100% แต่พวกคุณทั้งสองคนกลับปิดเงียบ

คุณคงจำได้ว่าเมื่อวันที่ 12 กันยายน หลังเกิดเหตุการณ์ 911 ทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านการข่าวความมั่นคง ได้จัดประชุมและวิเคราะห์โดยรวบรวมสถานการณ์จากศูนย์รวมข่าวทุกมุมโลก โดยใช้ห้องประชุม ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน พญาไท มี พล.ต.ท.สมควร หริกุล ผู้บัญชาการลูกเสือชาวบ้านเป็นประธาน มีเสนาธิการทหาร 4 นาย มีนายทหารระดับบังคับบัญชากำลังรบ 3 นาย อดีตผู้นำการปฏิวัติ 2 นาย สายงานข่าว 5 นาย ทุกท่านได้ข้อมูลตรงกันคือไปจบลงที่ ทักษิณ ชิณวัตร ในส่วนของประเทศไทย จึงมีคำสั่งให้ดำเนินการสืบสวนและหาข้อมูลต่อ ทำให้ได้ทราบว่ามีการวางแผนแบ่งแยกประเทศไทย โดยการสร้างสถานการณ์ มีนายบุช อดีตประธานาธิบดีเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งบุคคลผู้นี้ได้ให้การสนับสนุนทั้งเงินทุน และบุคคล รวมทั้งเครื่องมือสื่อสาร (ต้องบอกให้ทราบก่อนว่า จอร์จ บูช รู้จักทักษิณ ผ่านทางเจ้าหน้าทึ่ CIA ชื่อ จิม ทอมสัน ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตรมาแต่ต้น เมื่อได้ทักษิณมาแทน จิม ก็ถูกเรียกไปสังหารทิ้งที่ภูลมโล และทักษิณก็แจ้งเกิดนับแต่นั้นมา โดยมีนายจอร์จ โซรอส ควบคุมอยู่ข้างหลัง การลงทุนและหุ้นทั้งหมดเป็นเงินของจอร์จ โซรอสทั้งสิ้น) หน้าที่ของทักษิณ คือก้าวขึ้นสู่อำนาจการบริหารประเทศให้ได้ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายปิดกั้นจีน ไม่ให้ออกมาทางด้านใต้ คือด้านมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิค นั่นคือต้องปิดกั้นภาคใต้ทั้งหมด ซึ่งเดิมทีผู้รับงานนี้คือ บิ๊กจิ๋ว แต่ทำไม่สำเร็จเพราะไปหลงคารมจีนเป็งหัวหน้า จคม. ต่อมาจีนเป็ง ได้หักหลังจิ๋ว โดยเลิกขบวนการหอบเงิน CIAไปตั้งบริษัทที่ใต้หวันชื่อ บริษัท I-Lin ดังนั้นหน้าที่นี้จึงถูกเปลี่ยนเป็นทักษิณ ก่อนหน้าจะมีการเลือกตั้ง ได้มีการทดลองระบบCOMที่จะใช้ในการนับคะแนนเสียงซึ่ง CIA ส่งมาให้ทดลอง โดยทดลองนับคะแนนในรัฐสภาปรากฏความผิดพลาดนับคะแนนผิด (ดังที่ปรากฏเป็นข่าว) เป็นการนับคะแนนทางComเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และทักษิณก็ชนะตามระเบียบ

ภาย หลังจากการสร้างสถานการณ์ 911 ทาง USA ได้ให้ทักษิณออกกฏหมายฉบับหนึ่งเป็น กฏหมายต่อต้านผู้ก่อการร้าย แต่ได้รับการคัดค้านจากสภาผู้แทน และวุฒิสภา ทำให้ พรบ.ดังกล่าวไม่อาจออกมาบังคับใช้ได้ ดังนั้นจึงมีการสร้างสถานการณ์ภาคใต้ขึ้นนับแต่นั้น พล.ต.ท.สมควร ผู้บัญชาการลูกเสือชาวบ้าน ได้จัดประชุมหัวหน้าลูกเสือชาวบ้านภาคใต้ พร้อมกับได้แจก CD ข้อมูลที่กล่าวข้างต้นนี้ให้ อีกทั้งได้มอบให้กับ ผบ.เหล่าทัพเกือบทุกท่านได้รับรู้ แต่ไม่นานท่านก็ถูกสังหารเงียบ(เพิ่งพระราชทานเพลิงไปเมื่อปีที่แล้ว) ทำให้ปัจจุบันลูกเสือชาวบ้านซึ่งเป็นขบวนการชาตินิยมหลัก ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น กฎหมายต่อต้านผู้ก่อการร้ายนี้ จะมีผลที่จะทำให้กองกำลังต่างชาติ หรือกองกำลังสัมพันธมิตรสามารถเคลื่อนกำลังเข้าสู่ประเทศไทยได้โดยอาศัย สถานการณ์ที่เป็นภัยต่อภูมิภาค อันเป็นข้อกำหนดของ UN แผนดังกล่าวได้ทำไว้ล่วงหน้าเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งการอนุมัติงบประมาณตัดแบ่งประเทศหลายร้อยล้านซึ่งอนุมัติเมื่อวันที่ 11มีนาคม ก่อนเหตุการกรือเซะ ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน ก็อาศัยเงินดังกล่าว การประชุมอนุมัติงบนี้ ทักษิณเป็นประธานการประชุม (ขอวาระการประชุม ครม.มาศึกษาได้) และจากนั้นก็มีการสำรวจและศึกษาเส้นแนวตัดแบ่งภาคใต้ให้เป็นอีกประเทศหนึ่ง โดยทำกันเป็นทีมสำเร็จเสร็จสิ้นและได้รับฉันทามติจากสภาสูงไทย (สว.) ให้แบ่งภาคใต้ของประเทศไทยได้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548

http://www.senate.go.th/senator_new/01_senator/sn014/s014_3.htm
http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=5572&Key=HilightNews
http://www.thai-canal.com/?m=-1

ข่าววุฒิสภาเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ขุดคลองไทยเมื่อเวลา 16:09 นาฬิกา วันที่ 24 มิถุนายน 2548

http://lateline.muzi.net/news/ll/english/1371135.shtml?cc=13762&ccr=27208

Rice Visits Tsunami-Wracked Thai Village

2005-07-11 = 11 กรกฏาคม 2548

แทบจะใน ทันทีที่วุฒิสภาไทยมีมติอนุมัติให้ดำเนินการตัดแบ่งประเทศไทยได้อย่างเป็น ทางการ นางไรท์ รมว.กห US ได้รีบเดินทางมายังประเทศไทย (โดยอ้างว่ามาเรื่องสึนามิ) และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุการณ์ยะลา เพียงข้ามคืนรัฐบาลก็ประชุมด่วนและออก พรก.บริหารราชการฉุกเฉินฯ ขึ้น

http://www.the-thainews.com/analized/domestic/dom090848_7.htm
2. ภาพรวมของสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อ 14 กรกฎาคม 2548


*** สรุป.. เนื่องจากการตัดภาคใต้ของประเทศไทย แยกขาดไปต่างหากเหมือนกับการตั้งประเทศปานามา ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.48 คนไทยทั้งประเทศจะต้องมีการต่อต้านรัฐบาล ดังนั้นการออก พรก.นี้ก็เพื่อใช้ในการปราบปรามเหตุที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวนั้น อาจจะมีคำถามว่าทำไมจึงต้องตัด และเกี่ยวข้องอะไรกับแผนปิดล้อมจีน ก็เพราะว่าส่วนที่จะตั้งประเทศขึ้นใหม่นี้ จะถูกควบคุมโดยกองกำลังของ US หากไม่รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จในสมัยที่ทักษิณเป็นรัฐบาล ก็จะไม่มีโอกาศอีก ซึ่งขณะนี้ในทุกด้านมหาสมุทรจีนได้ถูกปิดล้อมไว้หมดสิ้น เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ ดังนั้นศักยภาพการรบของจีนจะมีเพียงทางบกเท่านั้นซึ่งเป็นเรื่องความได้ เปรียบทางยุทธวิธี ทีเรื่องอื่นพวกคุณงี้ทำตัวเป็นผู้ที่สิบหมื่นรู้ (แสนรู้) ไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะนายสมัคร ทีตอนเอาลูกเสือชาวบ้านมาลุยนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ จนนักศึกษาถูกแขวนคอตายที่สนามหลวง ทีงั้นทำได้ ทีงี้ทำลืม เลิกเสียทีเถอะนะแก่ใกล้ตายแล้ว หัดทำดีกันเสียบ้างทั้งสองคน และอย่าพยายามบิดเบือนความจริงต่อไปอีกเลย อายเด็กรุ่นหลัง หรือว่ากลัวตายไม่กล้าพูดก็บอกชาวบ้านเค้าไปตรง ๆ จะไม่ว่ากัน แต่สนับสนุนเส้นทางเผด็จการเหมือนในสมัย 6 ตุลาน่ะเลิกเสียที แผนการเป็นประธานาธิบดี

CIA 9 พ.ย. 48 "

Very...very...interesting !!!
Also, Thuggy will be stopping over at Tex...to receive a new policy ???
จากคุณ Mossad (4/15/2549 12:44:43)

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=1127&page=7


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Wed Feb 11, 2009 10:19 pm, ทั้งหมด 5 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 4:21 pm

เรื่อง ข้อตกลงลับกับ CIA

................จะมีใครสักกี่คนที่จะรู้ว่า รัฐบาลไทยโดย ทักษิณ ชิณวัตร ได้ทําข้อตกลงกับCIA แบบปิดลับ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2546 (สมัยแรกที่เข้ามาเป็นรัฐบาล)ข้อตกลงนั้นเขียนร่างโดย นายสุรเกียรติ ตามคําสั่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

..................ข้อมูลในข้อตกลงนั้นเป็นหลักฐานยืนยันให้เห็นได้ว่า มีเจ้าหน้าที่ CIA และทหารจากหน่วยงานของสหรัฐมาปฎิบัติการในราชอาณาจักรจริง ตามข้อความที่หนึ่ง

" 1. For purposes of this Agreement, ‘persons" of either Party including all nationals of that Party and all current and former military personnel of that Party."

คำแปล....

" 1. สําหรับข้อตกลงอันนี้ 'บุคคล' ของทั้งสองฝ่าย (ไทยและสหรัฐ) ต้องรวมถึงบุคลากรของฝ่ายนั้นๆ และทหารและอดีตทหารทั้งหมดของฝ่ายนั้นๆ" การมีข้อตกลงระหว่างประเทศเช่นนี้ จึงแสดงให้เห็นว่ามี บุคคล ที่ทํางานกับสหรัฐมาในประเทศไทยจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเราก็ควรพิจารณาต่อไป

" 2. Persons of one Party present in the territory of the other shell not, absent the express consent of the first Party. (a) be surrendered or transferred by any means to the international Criminal Court for any purpose, or (b) be surrendered or transferred by any other entity or third country, or expelled to a third country, for the purpose of surrender to or transfer to the International Criminal Court."

คำแปล....

" 2. บุคลากร ของ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่อยู่ในพื้นที่ของอีกฝ่ายหนึ่ง จะต้องไม่ทําการดังต่อไปนี้โดยไม่ได้รับการยินยอมจากฝ่ายแรกก่อน(a) จับกุมหรือส่งตัวไปให้ศาลโลก (International Criminal Court) โดยวิธีใดก็ตาม(b) จับกุมหรือส่งตัวโดยฝ่ายอื่นๆ หรือประเทศที่สาม (ที่ไม่ใช่ไทยหรือสหรัฐ) หรือไล่ออกไปยังประเทศที่สาม เพื่อส่งตัวไปให้ศาสโลก (International Criminal Court) "

จากข้อตกลงที่สองนี้ รัฐบาลไทยจะไม่มีสิทธิส่งตัวทหารอเมริกันที่กระทําผิด หรือบุคลากร (CIA) ของสหรัฐที่กระทําผิดไปให้ศาลโลกพิจารณาเป็นอันขาด รัฐบาลไทยจะต้องขออนุญาตสหรัฐอเมริกาก่อน แม้ว่าบุคลากรของสหรัฐนั้นทําผิดกฎหมายแล้วก็ตาม

" 3. When the United States extradited, surrenders, or otherwise transfers a person of the Kingdom of Thailand to the third country, the United States will not agree to the surrender or transfer of that person to the International Criminal Court by the third country, absent the express consult of the Government of the Kingdom of Thailand. "

คำแปล....

" 3. หากสหรัฐจะส่งมอบตัวบุคลากรชาวไทยไปยังประเทศที่สาม สหรัฐอเมริกาจะไม่ส่งบุคลากรผู้นั้นไปยังศาลโลก โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลไทยก่อน "

.....ข้อความนี้ชี้ในเห็นว่าสหรัฐอเมริกามีหน่วยงานCIAในประเทศไทยจริง และมีอิสรภาพทางอํานาจพอที่จะจับกุมตัวคนไทยเมื่อไรก็ได้ เพียงแต่จะต้องขออนุญาตรัฐบาลไทยก่อนส่งตัวออกนอกประเทศเท่านั้น และที่สําคัญที่สุดคือ ข้อตกลงนี้แสดงในเห็นว่าจะต้องมีที่ควบคุมตัวนักโทษและขังไว้ในพื้นที่แห่งใดแห่งหนึ่งภายในราชอาณาจักรไทยอย่างแน่นอน

..... รัฐบาลทักษิณ ได้พยายามปกปิดการจัดตั้งศูนย์ Counter Terrorist Intelligence Center (CTIC) มาเกือบ 5 ปีแล้ว ศูนย์ลึกลับในภาคใต้นี้เป็นของสหรัฐอเมริกาและบริหารโดยหน่วยงาน CIA ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา แต่ความลับนั้นกลับถูกเปิดเผยโดยรายงานของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ของสหรัฐเสียเอง

....... ได้ปรากฏหลักฐานตามรายงานของ CSIS ได้กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ CTIC ในภาคใต้เพื่อต่อต้านกลุ่ม JI และ Al Qaeda โดยมี CIA เป็นผู้วางโครงสร้าง ให้เงินทุนสนับสนุน และวางแผนการปฎิบัติงานทุกอย่าง นอกจากนี้แล้วตํารวจและทหารไทยที่เกี่ยวข้องก็อยู่ภายใต้การบัญชาการโดยตรงของ CIA ความว่า...

"Working directly with at least a score of CIA operatives, the Counter Terrorism Intelligence Center (CTIC) combines key personnel from Thailand's three main security agencies: the National Intelligence Agency; the Thai police, and the armed forces.The CTIC relies heavily on the CIA for its structure, guidance, and funding. The two agencies share facilities, equipment, and information on a daily basis....The Thai government, which has often asserted that Thailand is free of terrorist, has never publicly acknowledged the existence of the CTIC. "
(อ่านรายงานทั้งหมดที่ http://www.csis.org/tnt/ttu/ttu_0310.pdf )

...... ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการจัดตั้งศูนย์ CTIC นั้นเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ผลกระทบที่จะมีต่อวัฒนธรรมในพื้นที่และสังคมของชาวบ้านในภาคใต้ จึงไม่ได้อยู่ในการพิจารณาของรัฐบาลไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้แล้วการกระทําต่างๆของศูนย์ CTIC อาจทําให้เกิดความขัดแย้งภายใน เช่นนโยบายไล่ล่าและกักขังชาวบ้านมุสลิมที่ถูกกล่าวหาว่าต่อต้านสหรัฐอเมริกา

...... และทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ CTIC สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ เพราะการทํางานของหน่วยงาน CIA ใน "War on Terrorism" นั้นไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายไทยหรือแม้แต่กฎเกณฑ์ของ Geneva Convention เมื่อถูกจับกุมแล้ว ผู้ต้องหาก็ไม่มีสิทธิที่จะหารือกับทนายใดๆทั้งสิ้น แม้ว่าเขาจะเป็นผู้บริสุทธิก็ตาม จะเห็นได้จากกรณีของนาย จาเมา (นักโทษของ "War on Terrorism" ที่ Gauntanamo Bay)

"พวกเขาจะสอบสวนผมเป็นเวลา 12 ชั่วโมงติดกัน ในขณะที่ตรึงแขนผมไว้ด้วยโซ่ เมื่อผมไม่ยอมให้พวกเขาฉีดยา psychoactive drugs ผมก็ได้ยินเสียงผู้คุมฝรั่งทั้งหลายเร่งผีเท้า กันเข้ามาทางห้องขังของผม พวกเขามีกันทั้งหมดห้าคน ใส่ชุดเกราะเข้ามาเตะต่อยผม และตีด้วยไม้ตะบองจนผมเจ็บระบมไปทั้งตัว พวกเขาตะโกนพร้อมกันว่า Comply, comply, comply. Do not resist. Do not resist.ผู้คุมคนหนึ่งเตะผมอย่างแรงจนทําให้เกิดอาการอักเสบที่กระดูกสันหลังหลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงในขณะที่ผมกําลังเริ่มฟื้นตัวขึ้นมา ผู้คุมคณะที่สองก็เข้ามาเตะต่อยผมอีก ผู้คุมอเมริกันคนหนึ่งขู่ว่าจะฆ่าครอบครัวของผมให้สิ้น หลังจากนั้นเขาก็พาผมไปขังไว้ในห้องแคบมากๆที่ร้อนระอุในตอนกลางวัน พอตอนกลางคืนพวกเขาก็เปิดไฟในห้องให้สว่างจนนอนไม่หลับ รวมทั้งเปิดพัดลมอย่างแรงทําให้ห้องเย็นยะเยือก จนผมต้องลงไปหลบลมอยู่ใต้เตียง เขาต้องการทําลายผมทั้งทางกายและใจ....เพื่อให้ได้มาซึ่งคําสารภาพ....แม้ว่าผมจะเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม"

.......การกระทําทั้งหมดนี้ CIA จึงใช้ตํารวจไทยเป็นเครื่องมือ โดยมีผลประโยชน์ผ่านไปทาง พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบช.สตช. ในรูปของการจัดตั้งโรงเรียนสืบสวนพิเศษขึ้นที่ นนทบุรี เพื่อฝึกในการหาข้อมูลและจับกุม
ซีไอเอเล็งไทยสู้ภัยก่อการร้าย ทุ่ม100ล.หนุนตั้งโรงเรียนด้านการข่าว

โดย ผู้จัดการรายวัน 28 ตุลาคม 2547 08:16 น.


]http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9470000073293

...... จากนั้นได้ใช้อำนาจทางการเมือง ต่อรองให้ นายกทักษิณ ชินวัตร ยุบหน่วยงาน ศอบต. ซึ่งดำเนินการโดยกองทัพไทย แล้วจัดตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ ที่ควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ CIA ปฏิบัติการใน 3 จ.ภาคใต้ และเข้ากุมอำนาจบัญชาการทั้งหมดเสียเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในอาณัติ และกองกำลังสิงคโปร์ได้ใช้ฝึกภาคสนามปฏิบัติการวินาศกรรม อุ้มฆ่า ตามคำสั่งของ CIA ซึ่งทําให้เกิดความแค้นเคืองระหว่างคนไทยด้วยกันเองเป็นอย่างมาก
อันเป็นผลทำให้เหตุการณ์ภาคใต้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขยายวงกว้าง และไม่เคยจับตัวขบวนการที่แท้จริงมาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งซึ่งจะเห็นได้ชัดในหลาย ๆ ครั้ง คือการวินาศกรรมหลายสิบจุด ในวันและเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย กว่ากองทัพไทยเป็นอย่างมาก


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Feb 10, 2009 10:47 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 4:22 pm

ข้อความสมบูรณ์ของข้อตกลง

"1. For purposes of this Agreement, 'persons" of either Party including all nationals of that Party and all current and former military personnel of that Party.

2. Persons of one Party present in the territory of the other shell not, absent the express consent of the first Party. (a) be surrendered or transferred by any means to the international Criminal Court for any purpose, or (b) be surrendered or transferred by any other entity or third country, or expelled to a third country, for the purpose of surrender to or transfer to theInternational Criminal Court.

3. When the United States extradited, surrenders, or otherwise transfers a person of the Kingdom of Thailand to the third country, the United States will not agree to the surrender or transfer of that person to the International Criminal Court by the third country, absent the express consult of the Government of the Kingdom of Thailand.

4. When the Government of the Kingdom of Thailand extradites, surrenders, or otherwise transfers a person of the United States of America to a third country,the Government of the Kingdom of Thailand will not agree to the surrender or transfer of that person to the International court by the a third country ,absent the express consent of the Government of the United States.

5. The Agreement will remain in force until one year after the date on which one Party notified the other of its intent to terminate this Agreement. The provisions of this Agreement shall continue to apply with respect to any act occurring ,or any allegation arising, before the effective date of termination.If the proposal set forth herein is acceptable to the Government of the Kingdom of Thailand ,this note and Your Excellency’s affirmative note in reply shall constitute an Agreement between our two Governments which would enter into Force on the date of Your Excellency’s note.”

I am pleased to inform Your Excellency that the undertakings contained in the above-quoted note are acceptable to my Government, and that Your Excellency’s note and this reply thereto constitute an Agreement between our two Government effective immediately. Accept, Excellency, the renewed assurances of my highest consideration

Surakiart Sathirathai
Minister of Foreign Affairs of Thailand
--------------------------------------

3 June B.E.2546(2003)
Excellency,I have the honor to acknowledge the receipt of Your Excellency’s Note dated 3 June 2003 ,reading as follows:“I have the honor to refer to recent discussions between representatives of the Government of the United States of America and the Government of the Kingdom of Thailand regarding the Surrender of Persons to the international Criminal Court and to propose the following Agreement:The Government of the United of America and the Government of the Kingdom of Thailand, hereinafter “ the Parties” Reaffirming the importance of bringing to justice those who commit genocide, crimes against humanity and war crimes.Recalling that the Rome Statute of the International Criminal Court done at Rome on July 17,1998 by the United Nations Diplomatic Conference of Plenipotentiaries on the establishment of the an International Criminal Court is intended to the complement and not supplant national criminal jurisdiction.Considering that the Government of the United States of America has expressed its intention to investigate and to prosecute where appropriate acts within the jurisdiction of the International Criminal Court alleged to have been committed by its officials, employees, military personnel or other nationals.Considering that the Government of the Kingdom of Thailand has signed the Rome Statute of the International Criminal Court on October 2,2000Bearing in mind Article 98 of the Rome statute:Hereby agree as follow:

His Excellency
Darryl N. Johnson
Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary,
Embassy of the United States of America
จากคุณ Special Force (4/3/2549 5:03:09


ผู้ส่ง อาโน (copy มาจากคุณ Special Force) email url ip 125.24.5.14 ส่งเมื่อ 08 มี.ค.49 - 14:55

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 4:29 pm

http://www.thaioctober.com/smf/index.php?action=printpage;topic=1563.0

พระราชกำหนดก่อการร้ายในไทย

เดินสวนกระแส : พ.ร.ก.ก่อการร้าย ทำไมต้องร้อนรน

โดยสุนันท์ ศรีจันทรา
กรุงเทพธุรกิจ 13 สิงหา 2546

กฎหมาย ป้องกันการก่อการร้าย ถูกผลักดันออกมาแล้ว โดยรัฐบาลประกาศ เป็นพระราชกำหนด ซึ่งจะเสนอ เข้าสู่การพิจารณาของสภา ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มีผลบังคับใช้ ทันการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก ในเดือนตุลาคมนี้


การ เคลื่อนไหวคัดค้าน กฎหมายป้องกันการก่อการร้าย เกิดขึ้นมาก่อนหน้าแล้ว และการที่รัฐบาล ประกาศออกเป็นพระราชกำหนด กระแสคัดค้าน ก็กระจายในวงกว้างมากขึ้น

เพราะกฎหมายการก่อการร้าย อาจจะกลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน อาจจะเป็นอาวุธในการกำราบกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และไม่เห็นด้วย ที่รัฐบาลจะประกาศออกเป็น พระราชกำหนด แทนที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติ เพื่อให้ทุกฝ่าย ร่วมกันกลั่นกรองกฎหมาย อย่างรอบคอบ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีอ้างว่า การออกพระราชกำหนดป้องกันการก่อการร้าย เพราะต้องการให้มีผลบังคับใช้ทันเวลา และต้องเตรียมความพร้อม ด้านความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากมีเหตุการณ์ในประเทศเพื่อนบ้าน

นอก จากนั้น ไทยยังเป็นสมาชิกองค์กรสหประชาชาติ และเข้าเป็นภาคีการป้องกันการก่อการร้าย จึงต้องมีกฎหมายป้องกันการก่อการร้ายรองรับ โดยปฏิเสธว่า ไม่มีข้อต่อรองใด กับสหรัฐในการออกกฎหมาย

เบื้องหน้าเบื้องหลัง การออกพระราชกำหนด ป้องกันการก่อการร้ายจะมีหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้นที่รู้ ส่วนผลดีผลเสียของกฎหมาย คงมีมุมมองที่แตกต่าง

แต่ประเด็นที่ทำให้ เกิดข้อสังเกตกันตามมา คือ ทำไมรัฐบาลจึงต้องเร่งรีบหรือร้อนรนออก พ.ร.ก.การก่อการร้าย ทำไมไม่ออกเป็นพระราชบัญญัติ การประชุมเอเปก ที่จะเริ่มขึ้นใน 2 เดือนข้างหน้า เป็นเหตุจำเป็นต้องเร่งมีกฎหมาย หรือการประชุมเอเปก จะเป็นข้ออ้าง ในการสร้างความชอบธรรม ออกกฎหมาย ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ประชาชนหรือไม่

ประเทศไทยอยู่ห่างไกลจากความ ขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยไม่ถือเป็นคู่กรณีของฝ่ายใด จึงไม่ใช่เป้าหมายของการก่อการร้าย การกำหนดท่าที เกี่ยวกับความขัดแย้ง ในตะวันออกกลาง ประเทศไทยแสดงจุดยืนได้ดีอยู่แล้ว อัตราเสี่ยงภัยก่อการร้ายจึงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ถือว่าเข้มเต็มพิกัดอยู่แล้ว จนแทบไม่จำเป็น ต้องออกกฎหมาย เพิ่มความเข้มของมาตรการรักษาความปลอดภัย

เพราะ ไม่ว่าจะมีกฎหมายป้องกันการก่อการร้ายออกมาอีกสักกี่ฉบับ ไม่ว่าจะเพิ่มความเข้มในระบบรักษาความปลอดภัยเต็มพิกัดกันอย่างไร ก็ไม่สามารถสร้างหลักประกัน ป้องกันการก่อการร้ายได้ 100% เต็ม และประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายการก่อการร้าย แม้จะระมัดระวังป้องกันขนาดไหน แต่ก็ยังถูกการก่อการร้ายคุกคาม การป้องกันการก่อการร้ายที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้ประเทศตกเป็นเป้าหมายก่อการร้าย และรักษาจุดยืนความเป็นกลางของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไม่ให้ประเทศไทยเสียดุลเพราะโอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใด

พ.ร.ก.ป้องกัน ภัยก่อการร้าย ในสายตาของรัฐบาลอาจจะเห็นว่ามีความจำเป็น แต่ในสายตาของประชาชน อาจเห็นว่า เป็นความจำเป็นที่ไม่เร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อเป็นกฎหมาย ที่อาจจะส่งผลกระทบ ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องให้ประชาชนร่วมพิจารณากลั่นกรอง

แต่รัฐบาล กลับตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว โดยใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อประเทศ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนตามมา

กระแสคัดค้านพ.ร.ก. ป้องกันการก่อการร้าย อาจจะไม่มีพลังเพียงพอที่จะทำให้เกิดการทบทวนกฎหมาย แต่จะตอกย้ำว่า รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นรัฐบาล ที่นิยมอำนาจเบ็ดเสร็จ และไม่ยอมฟังเสียงใคร

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อยากรู้ว่าคุณเป็นใคร

ตั้งหัวข้อ  ยี on Tue Feb 10, 2009 4:41 pm

เรียน คุณ att

ช่วยรบกวนโพสต์หน้าตา ชื่อจริง สกุลจริง ของคุณด้วยได้ไหมครับ คือเราอยากรู้ว่าคุณเป็นใคร ทำไมทำตัวอีแอบเช่นนี้ กล้าด่า กล้าปลุกระดม ก้ช่วยโผล่หัวมาหน่อยนะครับ อย่าเป็นอีแอบ ปากดีแต่โลกไซเบอร์ แต่พอของจริงหางจุดตูด

จะรอดูชื่อจริง หน้าตาของคุณนะ

ยี
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 5:12 pm

ยี� พิมพ์ว่า:เรียน คุณ att

ช่วยรบกวนโพสต์หน้าตา ชื่อจริง สกุลจริง ของคุณด้วยได้ไหมครับ คือเราอยากรู้ว่าคุณเป็นใคร ทำไมทำตัวอีแอบเช่นนี้ กล้าด่า กล้าปลุกระดม ก้ช่วยโผล่หัวมาหน่อยนะครับ อย่าเป็นอีแอบ ปากดีแต่โลกไซเบอร์ แต่พอของจริงหางจุดตูด

จะรอดูชื่อจริง หน้าตาของคุณนะ

ในเมื่อทำตัวเก่ง ก็ควรใช้ปัญญาหาเอาเองสิครับ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 9:52 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234271951&grpid=03&catid=01
"เอ็นจีโอ ตปท." กล่าวหาไทยควบคุมเน็ตตามจีน

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ว่า คณะกรรมาธิการคุ้มครองสื่อ หรือซีพีเจ องค์กรอิสระที่ดูแลเรื่องเสรีภาพสื่อมวลชนทั่วโลกซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ออกรายงานประจำปีว่าด้วย "การคุกคามสื่อ" ระบุ ผู้สื่อข่าวทั่วโลกยังคงถูกข่มขู่คุกคามหรืออาจเผชิญสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น ส่งผลให้เกิดบรรยากาศของความหวาดกลัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อเสรีภาพสื่อทั้งในละตินอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ซีพีเจชี้ว่า กลุ่มอาชญากร กลุ่มติดอาวุธ รวมถึงนักค้ายา มักจะคุกคามข่มขวัญสื่อมวลชนในประเทศอย่างบราซิล โคลอมเบีย และเม็กซิโก ขณะที่ในไทย เวียดนาม พม่า และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเดินตามรอยจีนในการควบคุมอินเตอร์เน็ตและลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนข้อห้าม นอกจากนี้ ปัจจุบันภัยคุกคามเสรีภาพสื่อเกิดขึ้นในรูปแบบที่ซับซ้อนกว่าในยุคก่อน เพราะกลุ่มคนต่างๆ ตั้งใจที่จะสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวเพื่อให้เกิดการเซ็นเซอร์ตนเองผ่าน การใช้ความรุนแรงที่เป็นระบบ ทั้งนี้ อิรักยังคงเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในการทำงานของผู้สื่อข่าว

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01eco02100252§ionid=0103&day=2009-02-10

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11294 มติชนรายวัน

"ไอซีที"หวั่นกระทบความมั่นคง

หลัง"ไทยคม1A"หมดอายุกลางปี เตรียมเปิดเสรี หากไม่พร้อมยิงดวงใหม่




ไทย คมเล็งเช่าดาวเทียมต่างประเทศ แทนไทยคม 1A ที่จะหมดอายุกลางปีนี้ ด้าน"ไอซีที"เร่งหาข้อสรุป เพราะสัมปทานไม่ได้ระบุว่าทำได้หรือไม่ ขณะที่ไทยคมยังไม่มีแผน ยิงดาวเทียมใหม่ เพื่อโอนถ่ายลูกค้า หวั่นกระทบลูกค้าที่ใช้ช่องสัญญาณ โดยเฉพาะช่อง 7-ความมั่นคง

รายงาน ข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานดาวเทียมเพียงรายเดียวจากกระทรวงไอซีทีได้เสนอขอเช่าดาวเทียม จากต่างประเทศมาให้บริการกับลูกค้าที่ใช้ดาวเทียมไทยคม 1A ที่จะหมดอายุการใช้งานภายในกลางปี 2552 นับจากวันที่ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2536 และมีอายุการใช้งาน 15 ปี

ทั้งนี้ ไอซีทีกำลังพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากสัญญาสัมปทานไม่ได้ระบุไว้ว่า ผู้รับสัมปทานดาวเทียมสามารถไปเช่าดาวเทียมจากต่างประเทศมาให้บริการได้ ขณะที่บริษัทไทยคมฯ จะต้องยิงดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นวงโคจร เพื่อทดแทนดาวเทียมดวงเดิม แต่จนถึงเวลานี้บริษัทไทยคมฯ ยังไม่มีแผนการยิงดาวเทียมดวงใหม่ หรือโยกย้ายลูกค้าจากดาวเทียมไทย 1A แต่อย่างใด หลายฝ่ายจึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาในการใช้ช่องสัญญาณ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และฝ่ายความมั่นคง

"ไอซีทีเห็นว่า ไทยควรจะมีการยิงดาวเทียมเพิ่มเติม เพื่อรองรับการให้บริการของประชาชนคนไทย โดยจะสอบถามไปยังบริษัทไทยคมฯ ในฐานะผู้รับสัมปทานรายแรกก่อนว่า พร้อมที่จะลงทุนเพื่อยิงดาวเทียมดวงใหม่หรือไม่ ถ้าไม่พร้อม ไอซีทีอาจจะเสนอให้มีการเปิดเสรีดาวเทียม เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนยิงดาวเทียม แต่สิทธิในวงโคจรยังคงเป็นของกระทรวงไอซีทีเหมือนเดิม"

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ปัจจุบันบริษัทไทยคมฯ จัดส่งและให้บริการดาวเทียมรวม 5 ดวงคือ ไทยคม 1A เป็นดาวเทียมดวงแรกของไทย ไทยคม 2 ถูกยิงขึ้นสู่วงโคจรในวันที่ 7ตุลาคม 2537 ไทยคม 3 ประกอบด้วยช่องสัญญาณ C-Band 25 ช่อง และ Ku-Band 14 ช่อง และ Global beam มีกำลังส่งครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 4 ทวีป ไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ เป็นดาวเทียมดวงแรกที่ออกแบบมาเพื่อการให้บริการทางอินเตอร์เน็ตและไทยคม 5 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 27 พฤษภาคม 2549

หน้า 18

คำตอบอยู่ที่จีน

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Feb 10, 2009 10:22 pm


ประเทศไทยในระบอบประธานาธิบดี
............ กรณีนายกทักษิณ เป็นประธานทำพิธีในวัดพระแก้ว เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกิดคำถามคาใจ สำหรับประชาชนไทยว่า "มีเจตนาทำตัวเสมอด้วยองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช่หรือไม่ ?" .........ต่อมาได้มี นายสนธินำหลักฐานความไม่ชอบมาพากลในการจัดพิธีดังกล่าวออกเผยแพร่ต่อสารธารณะ ทำให้ทั้งรัฐบาล และตำรวจลิ่วล้อ วิ่งรอกฟ้องนายสนธิไปเรียบร้อย พร้อมนั้นรัฐบาลได้จัดฉากให้มีการ แก้ข่าวโดยให้นายวิษณุ และ นายภูมิธรรม ออกรายการทางช่อง 11 และ ช่อง 9 โดยอ้างว่าสิ่งที่กระทำนั้น ไม่ผิด เพราะคนธรรมดาแต่งตัวธรรมดา ขอเข้าทำพิธีในวัดพระแก้วมาแล้วก่อนหน้านั้น และสาธารณชน ก็รับทราบตามนั้น ส่วนหนึ่งก็เชื่อว่านายวิษณุ และ นายภูมิธรรม คือของจริง แต่แล้วไม่นาน..... ........นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ทายาท “ประมวล สภาวสุ” ก็ได้ออกมาขอดเกล็ด ฉีกหน้า “วิษณุ-ภูมิธรรม” หลังจากที่บิดาถูกอ้างอิงกรณี “ประมวลเคยได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้วัดพระแก้วประกอบพิธีพิธีมังคลาภิเษก เหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า” แฉภาพจะๆ เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างภาพที่ด้านบนนี้ จะพบว่า พิธีที่นายกทักษิณ เป็นประธานกับพิธีที่นายประมวลฯ เป็นประธาน จะเห็นหลักฐานความแตกต่างได้ชัดเจน คือ คนเป็นประธานนั่งหัวแถวต้องใส่ชุดปกติขาว ขณะที่ผู้มีเกียรติใส่สูทผูกไท นั่งแถวเดียวกับประธาน และเก้าอี้นั่งประธาน ก็เป็นเก้าอี้ไม้ธรรมดา ไม่ใช้เก้าอี้เฉพาะสำหรับพระราชวงศ์ที่ทรงใช้ในการประกอบพระราชพิธีแบบที่นายกทักษิณใช้นั่ง ตามปรากฏดั่งภาพ พื้นก็ไม่มีพรมรองพิเศษ (เปรียบเทียบภาพด้านบน) .....นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า " คนธรรมดาเมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว ควรปฏิบัติตัว และประพฤติตนอย่างไร การนำหลักฐานภาพถ่ายมาจับผิดคำพูดนายวิษณุที่เคยระบุว่า คนเป็นประธานห้ามใส่ชุดปกติขาวทั้งนี้ เพราะภาพมันฟ้องชัด เนื่องจากประธานในพิธีคือ นายประมวล สภาวสุ แต่งกายชุดปกติขาว ผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานใส่สูทผูกไท อีกทั้งการนั่ง ก็จะนั่งกันเป็นแถวโดยตัวประธานจะนั่งหัวแถว ส่วนผู้มีเกียรตินั่งแถวเดียวกับประธาน ไม่ใช่ตัวประธานนั่งด้านหน้า และผู้มีเกียรตินั่งด้านหลังเก้าอี้ของประธาน ตามที่นายวิษณุและนายภูมิธรรมแอบอ้างแต่อย่างใด...." ........นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้ชี้แจงผ่านเวปไซร์ พร้อมกับนำรูปถ่ายในวันที่นายประมวล สภาวสุ นั่งเป็นประธานประกอบพิธี ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มาพิสูจน์ให้เห็นกัน จะจะ พิสูจน์กันได้ว่าใครโกหกประชาชน คำถามที่ตามมาคือ " นายวิษณุ โกหกประชาชนเพื่อเหตุผลอะไร และ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการโกหกนั้นคือการปกป้อง นายกทักษิณ ให้พ้นจากสำนวนสืบสวน ที่นายกมีชื่ออยู่ในรายงานลับ ของ พล.ต.ท.สมควร หริกุล เรื่อง ' ประเทศไทยในระบอบประธานาธิบดี ' ..... ใช่หรือไม่ ? " ดูข้อความสมบูรณ์ ได้ที่ URL นี้ http://www.korbsak.com/ </TD /></TR /></TD />จากคุณ Ghost Bat (26/11/2548 12:16:35)</TD />

url= http://www.esnips.com//doc/882686ba-8849-45a2-a238-147c899f30c9/แผนประธานาธิบดี.flv

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Feb 11, 2009 1:28 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234332283&grpid=03&catid=01

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 13:04:29 น. มติชนออนไลน์

บัวแก้วซัดยูเอ็นเอชซีอาร์มีนัยเชิญ"โจลี"เยี่ยมค่ายพม่า

นายวีรศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 11 ก.พ. เพื่อหารือและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงยา หลบหนีเข้าประเทศ โดยมี ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุม ว่า มาตรการของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับโรฮิงยานั้น ตั้งอยู่บนดุลยภาพของการรักษาความมั่นคง กฎหมายภายในประเทศ หลักมนุษยธรรม และกฎหมายระหว่างประเทศ โดย สมช. จะจัดประชุมกลุ่มทำงาน เพื่อร่างมาตรการที่จะใช้ในการปฏิบัติ มีความโปร่งใส และแจ้งให้ประชาคมโลกได้รับทราบ ซึ่งไทยจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือในการประชุมอาเซียนซัมมิท เพราะมีประเทศอาเซียน 3-4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้



ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า จะหารือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) และองค์กรที่ทำหน้าที่ขนส่งคน หากชาวโรฮิงยาผ่านกระบวนการด่านตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทยแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ขององค์กรระหว่างประเทศที่จะต้องหาทางให้คนเหล่านี้กลับไป สู่ประเทศที่เดินทางมา สำหรับมาตรการระยะยาว รัฐบาลต้องเจรจากับองค์การระหว่างประเทศ เพื่อระดมความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้ชาวโรฮิงยา ที่อยู่ในประเทศที่เขาอยู่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและไม่ต้องเดินทางใน ลักษณะที่เป็นอันตรายส่วนระยะสั้น จะมีการประชุมกับประเทศที่เกี่ยวข้อง กับปัญหานี้ ในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันในเรื่องข้อมูลการปราบปราม การค้ามนุษย์ เพราะได้รับข้อมูลจากโรฮิงยาว่ามีกระบวนการช่วยให้เดินทางและรับเข้าทำงาน จึงต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลประเทศที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยจัดประชุมในเร็ว ๆ นี้


นาย วีระศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ยูเอ็นเอชซีอาร์เชิญ แองเจลิน่า โจลี ดาราสาวชื่อดังจากฮอลลีวูด ในฐานะทูตพิเศษยูเอ็นเอชซีอาร์เดินทางเยี่ยมค่ายอพยพในประเทศไทย ว่า ยูเอ็นเอชซีอาร์ไม่เข้าใจปัญหาทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วชาวโรฮิงยาหนีเข้ามาเพื่อหางานทำ พร้อมให้ข่าวว่า ไทยควรให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงยา นอกจากนี้ไม่ได้เข้ามาเฉพาะกรณีของโรฮิงยา แต่มาเพื่อขอเข้าไปดูค่ายผู้อพยพจากพม่า ซึ่งเป็นจังหวะที่เรื่องโรฮิงญาเป็นประเด็นพอดี ซึ่งไทยคงต้องตักเตือนยูเอ็นเอชซีอาร์ ต่อไป ว่า ไม่ควรจะพูดเรื่องนี้เพราะวัตถุประสงค์ของ แองเจลิน่า โจลี ไม่ใช่เข้ามาฉพาะประเด็นโรฮิงยา อย่างไรก็ตาม เท่าที่ประเมินขณะนี้มีชาวโรฮิงยาประมาณ 20,000 คนกระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งพื้นที่ภาคใต้ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมทั้งแม่ฮ่องสอน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงานนอกกฎหมาย

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 12, 2009 6:11 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234436046&grpid=03&catid=17

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 17:53:40 น. มติชนออนไลน์

ตร.รวบพระเจ้าอาวาส จ.น่าน พาสาวเข้าโรงแรมเสพเมถุน

พ.ต.ท.สมศักดิ์ ผิวสลิด สว.สส.สภ.เมืองน่าน พร้อมด้วย ร.ต.ท.พิชัย บังเมฆ รองสว.สส.สภ.เมืองน่านและตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ได้เข้าตรวจห้องพักหมายเลข 207 ที่โรงแรมชื่อดัง อ.เมือง จ.น่าน ภายหลังได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีพลเมืองดีพบเห็นพระภิกษุพาผู้หญิงสาวเปิดห้องที่โรงแรมดังกล่าว


จากการสอบถามผู้ดูแลเบื้องต้นพบว่า เป็นเรื่องจริง จากนั้นผู้ดูแลได้พาตำรวจไปที่ห้อง ทำทีให้แม่บ้านเคาะประตูส่งอาหาร พบมีชายหัวโล้นนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวแง้มประตู ตำรวจจึงผลักประตูเข้าไป พบหญิงสาวเปลือยกายอยู่ใต้ผ้าห่ม เมื่อเห็นตำรวจ หญิงสาวรีบกระโดดจากเตียงวิ่งเข้าห้องน้ำ เจ้าหน้าที่พยายามเรียกแต่ไม่เสียงขานรับ จึงถูดจากเกลี้ยกล่อมจนยอมเปิดประตูออกมา พบเป็นหญิงสาว อายุประมาณ 27 ปี สวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อข้างในสีม่วง เสื้อคลุมสีครีม พยายามขัดขืนเพื่อหลบหนี จนเกิดการยื้อยุดฉุดแย่งกันชุลมุนวุ่นวาย สอบถามหาบัตรประชาชน อ้างไม่มี เมื่อสอบถามหญิงคนดังกล่าว บอกสั้นๆ ว่า เป็นเด็กอยู่ร้านอาหารและมาหาพระเท่านั้น จึงได้ตรวจค้นในกระเป๋าพบเงินสด จำนวน 4,000 บาท


ขณะที่ชายหัวโล้นรีบสวมใส่ผ้าสบงและจีวร จาการตรวจสอบพบหลักฐานเป็นใบสุทธิรุ่นเก่า ระบุชื่อว่า บุญตัน เขยตุ้ย อายุ 42 ปี บวชมาแล้ว 28 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ไทร ต.ยม อ.ท่าวังผา จ.น่าน และเป็นเลขานุการเจ้าคณะตำบลยม ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวหญิงคนดังกล่าวไปและเชิญพระบุญตันไปให้พระธรรมโสภณ เจ้าคณะจังหวัดน่านเพื่อทำการสึก


จากการสอบสวนอดีตพระบุญตัน จิรธัมโม ให้การว่า ขณะบวชมีความสนใจเรื่องเทคโนโลยี จนมีความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์ ขณะเดียวกัน ชอบเล่นแชทคุยกับสาวๆ ทางอินเทอร์เน็ต กระทั่งได้รู้จักกับหญิงสาวคนดังกล่าว ซึ่งเป็นชาว อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน และทำงานอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทางอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ได้มีการติดต่อกันทางโทรศัพท์และส่งเอสเอ็มเอสหากันเรื่อยมา จนได้นัดหมายมาที่โรงแรมดังกล่าว โดยได้กดเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย สาขาน่าน จำนวน 4,000 บาท เพื่อเตรียมมาให้หญิงสาว จากนั้น ได้เช็คอินเข้าพัก เพื่อรอหญิงสาวมาหาที่ห้อง ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์จนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง และนอนรอเวลาเพื่อจะปฎิบัติกามกิจอีกครั้ง แต่ก็มีตำรวจมาจับกุมดังกล่าว

http://www.komchadluek.net/2009/02/12/x_main_a001_336870.php?news_id=336870
รวบเจ้าอาวาสเมืองน่านเล่นแชทนัดสาวเสพเมถุนในรร.

http://www.komchadluek.net/2009/02/12/x_main_a001_336920.php?news_id=336920
จับพระพร้อมสีกาเสพยาบ้าคากุฏิพร้อมของกลาง100เม็ด


ตำรวจเลยชุดสืบสวนนำกำลังบุกค้นกุฏิ พบพระลูกวัด 2 รูป
พร้อมสีกากำลังเสพยาบ้า ยึดยาบ้ากว่า 100 เม็ด เงินสดอีกกว่า 1.8 หมื่นบาท
สารภาพนำยาบ้ามาจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่
เมื่อ
เวลา 16.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552
กำลังเจ้าหน้าที่ชุดดสืบสวนสอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย นำโดย
พ.ต.ท.ธนูศิลป์ มะโรนีย์ หัวหน้าชุด พ.ต.ท.สุจินต์ นาวาเรือง รอง
ผกก.สภ.ด่านซ้าย จ.เลย ช่วยราชการชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเลย
สืบทราบว่าที่วัดบ้านฟากนา ต.นาอาน อ.เมืองเลย
มีพระภิกษุลักลอบจำหน่ายยาบ้า ให้แก่บรรดาเยาวชนและนักเรียนในพื้นที่
ต.นาอาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปตรวจค้นกุฏิของพระต้องสงสัย
พบเป็นกุฏิ ชั้นเดียว อยู่ใกล้กับประตูเข้าวัด โดยประตูเปิดอยู่
เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งจึงล้อมกุฏิเอาไว้
อีกส่วนหนึ่งได้เข้าไปในกุฏิที่ห้องนอนด้านหลัง พบพระสงฆ์จำนวน 2 รูป
และผู้หญิงอีก 1 คน กำลังนั่งเสพยาบ้ากันอยู่
เมื่อทั้งสามเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ตกใจ แต่หนีไม่ทัน จากการ
ตรวจสอบ พบอุปกรณ์การเสพยาบ้า และยาบ้าบรรจุอยู่ในถุง
ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่ กลางวงมียาบ้าอยู่จำนวน 100 เม็ด
และเงินสดจำนวน 18,900 บาท ไพ่ป๊อกอีก 1 สำรับ
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมตัวคนทั้ง 3 พร้อมด้วยของกลางทั้งหมด
สำหรับพระและโยมที่ถูกจับคากุฏิขณะเสพยาบ้าอยู่นั้น
ทราบชื่อในเวลาต่อมา พระนันทกร เคนวันดี ฉายานาม คุนากโร
เจ้าของกุฏิหลังดังกล่าว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ 5
ต.เต่ากลอย อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู บวชได้ 2 พรรษา พระคมกฤช ขันมโร อายุ
20 ปี เป็นชาว จ.อุบลราชธานี บวชมา 1 พรรษา ส่วนผู้หญิงคือ นางประภาพร
พัดมณี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 7 บ้านบลศรีวิไล ต.ดงสวรรค์
อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จากการสอบสวน พระนันทกร เคนวันดี ให้การว่า
ได้ลักลอบค้ายาบ้าให้กับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ โดยมี นางประภาพร
มารับเอายาบ้าไปขายที่ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งวันนี้ (12 ก.พ.)
ก็ได้เดินทางมารับยาตามปกติ แต่มาถูกจับเสียก่อน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำพระทั้ง 2 รูปไปให้ พระครูปริยัติภัทรากร
เจ้าอาวาสวัด ทำการลาสิกขา
และได้คุมตัวคนทั้งสามพร้อมของกลางไปไปสอบสวนขยายผล
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)
ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ขบวนการทำลายศาสนามาเป็นชุดๆ ครับท่าน
สื่อกลุ่มนี้ชอบเล่นเรื่องนี้ซะจริงๆ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 12, 2009 10:33 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234446762&grpid=03&catid=19

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 20:52:24 น.
มติชนออนไลน์


กพิราบลำพูนตายยกฝูงกว่า 50 ตัว ชาวบ้านหวั่นหวัดนก

P { margin: 0px; }
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
นกพิราบที่อาศัยอยู่บริเวณวัดต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน
ตายโดยไร้สาเหตุพร้อมกันกว่า 50 ตัว ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณวัด
เกรงจะติดเชื้อโรคไข้หวัดนก

ชาวบ้านรายหนึ่งเผยว่า ปกติจะมีนกพิราบเข้ามาอาศัยในวัดประมาณ 200 ตัว
แต่ตั้งแต่ตอนเย็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์
นกพิราบที่เกาะบนหลังคาวิหารเริ่มทยอยตกลงมาตายทีละตัวรวมประมาณ 50 ตัว
จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต้นธง
มาเก็บซากนกที่ตายใส่ถุงดำ เพื่อส่งให้หน่วยเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
พร้อมกับปิดวัดชั่วคราว เพื่อฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อแล้ว


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Thu Feb 12, 2009 10:44 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 12, 2009 10:34 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234440909&grpid=03&catid=01

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 19:14:58 น.
มติชนออนไลน์


"อนุพงษ์"เผยคนต้านศูนย์อพยพ"โรฮิงญา"

P { margin: 0px; }

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12
ก.พ.กรณีการดูแลผู้อพยพลี้ภัยโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวโรฮิงญา
ว่าการแก้ปัญหาชาวโรฮิงญาที่เข้ามาและทำให้เกิดปัญหาทั้งในและระหว่างประเทศ
ที่ประชุมมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด
ระเบียบปฏิบัติประจำว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อกลุ่มโรฮิงญา
โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศ
รวมถึงความเหมาะสมของสังคมไทย ซึ่งต้องรอว่าจะมีมาตรการอย่างไร
ขณะนี้ชาวโรฮิงญาที่อยู่ในไทย 83 คน
ยังอยู่ในการดูแลของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่อีกส่วนอยู่ที่โรงพยาบาล
เมื่อทราบแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรก็จะทำตามนั้น

สำหรับการเดินทางไปประเทศพม่านั้น ผบ.ทบ. กล่าวว่า
กระทรวงต่างประเทศจะให้ข้อมูลที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพูดจากับพม่า
เพราะการตกลงอะไรต้องมีกฎหมายเกี่ยวข้อง ส่วนการจัดตั้งพื้นที่อพยพนั้น
ต้องรอการพิจารณาของรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง
เพราะทุกส่วนไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะให้มีพื้นที่ดังกล่าว
เพราะเป็นปัญหาระยะยาว อาจจะเป็นการจูงใจให้อพยพเข้ามามากขึ้น

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Feb 12, 2009 10:41 pm

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000016276

พิลึก! ผู้ว่าฯอุดรฯวอนทุกภาคส่วนหยุดรับข่าวสารทั้งจากกลุ่มเสื้อเหลือง-แดง

อุดรธานี- ผู้ว่าฯอุดร ย้ำ
หัวหน้าส่วนราชการ-ผู้แทน อปท.อยู่ในที่ตั้ง ไม่ต้องออกมาเคลื่อนไหวใดๆ
ทั้งกลุ่มที่หนุนเสื้อเหลือง หรือแดง สุดพิลึก!
หากเป็นไปได้ให้หยุดรับการบริโภคข่าวสารจากวิทยุ
หรือโทรทัศน์จากทั้งสองกลุ่ม อ้างเพื่อความสงบเรียบร้อย


เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (12 ก.พ.)
ที่ห้องประชุมโรงแรมเจริญศรีแกรนด์ รอยัล อ.เมือง จ.อุดรธานี นายอำนาจ
ผการัตน์ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ
โครงการการพัฒนาสุขภาพแบบบูรณาการ และการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน ปี
2552 ให้กับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แกนนำกลุ่มวิสาหกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขอำเภอ
และภาคีเครือข่ายภาครัฐ ประกอบด้วย สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัด,
สนง.เกษตรจังหวัด, สนง.ปศุสัตว์จังหวัด, สนง.พาณิชย์จังหวัด,
สนง.ประมงจังหวัด, สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด, ท้องถิ่นจังหวัด,
สนง.สาธารณสุขจังหวัด, ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ และ
สนง.เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี ทั้ง 4 เขต

หลังเปิดงาน นายอำนาจ ได้กล่าวกับผู้เข้ารับการอบรม ว่า ในวันที่
14 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก หรือบางคนเรียกว่าวันแดงเดือดของ
จ.อุดรธานี
เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยจะมาจัดเวทีสัญจรที่สวนสาธารณะหนอง
ประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี
จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่าออกมาเคลื่อนไหว
ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดทั้งเหลืองหรือแดง

ทั้งนี้
เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการยั่วยุจนนำไปสู่ความรุนแรงได้
ซึ่งจังหวัดก็ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.อุดรธานี แล้ว
ก็ให้ความร่วมมือดี อย่างไรก็ตาม เกรงว่า
กลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่ใช่คนในจังหวัดของเราจะมาเข้ามา
โดยเฉพาะพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอุดรธานี ซึ่งทราบว่า จ.หนองคาย
,หนองบัวลำภู และ สกลนคร ก็เตรียมเคลื่อนไหวอยู่

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า
ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีก เหมือนวันที่ 24
กรกฎาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นตนเป็นผู้ว่าราชการ จ.กาญจนบุรี
ได้ทราบข่าวแล้วรู้สึกเสียใจมาก เพราะตนเป็นคน จ.อุดรธานี
เหตุการณ์อย่างนี้ไม่น่าที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัดของเรา
ดังนั้นเพื่อเป็นการกู้ชื่อเสียงของจังหวัดของเรากลับคืนมา

จึงขอความร่วมมือทุกท่านให้อยู่ในที่ตั้ง
ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้หยุดรับการบริโภคข่าวสารจากวิทยุ หรือโทรทัศน์
จากทั้งสองกลุ่มในวันดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อความสงบเรียบของจังหวัดเราเอง


ถูกต้องแล้วครับ เพราะมันเป็นสงครามสื่อ ปั่นหัวให้ฆ่ากันเอง

http://www.youtube.com/watch?v=-FPAQlbmlSc
The CFR Controls American News/Media

***************NOTICE***************
The European CFR has just been
recently created visit this link for more information.

http://z13.invisionfree.com/THE_UNHIV...
========================================
=


The Sovereign Military Order of Malta created the CFR which
includes SMOM Papal Knights
such as Rupert Murdoch, David Rockefeller. The CFR
is controlled by Archbishop of NY, Cardinal Edward Michael Egan.
He's the
Military Vicar and commander of the SMOM Americas based at St Patrick's
Cathedral in New York.
He and Grandmaster Andrew Bertie control the SMOM. Note
that the just one year after the SMOM created the CFR was created in 1921Royal
Institute of International Affairs.
In reality these are one and the same. You
should take note of how the RIIA uses Wall Street and Aspen Institute a lot.



"In the 1980s,
I was a supervisor in Southeastern Asia. I worked in Laos, Vietnam, Cambodia and
China. Of course, I met with my colleagues from intelligence agencies and worked
with the states of these nations. And on numerous occasions I was told about the
existence of a world state in personal conversations. All presidents resist its
dictatorship, but they know that they have long been puppets of this ruling
system composing only 2 percent of the world's population – the richest
individuals. I know for sure that the Queen of England and King of Spain and his
wife are members. This so-called world state bought everything. They wage wars
under the pretense of huge state interests and safety and invent artificial
diseases such as the Bird Flu to control people and get rid of human dead
weight. As a result, as I've been told, this secret world state will create a
controllable mass. The center of the organization is
in New York on Fifth Avenue in a large temple not far from where the twin towers
were destroyed in 2001.
They meet there from time to
time."





http://spirituallysmart.com/redmass.html
http://spirituallysmart.com/redmasspics.html

President
George Bush walks out of St. Matthew's Cathedral with Cardinal Theodore
McCarrick (Who is
also a Knight of Columbus) and Supreme Court Chief Justice John Roberts
after attending the 52nd Annual Red Mass in Washington, DC, Sunday, October 2,
2005. The Red Mass, a historical tradition within the Catholic Church, is held
on the Sunday before the opening session of the Supreme Court.

President Bush and
the Pope spoke for half an hour in the 12th century Tower of St John, usually
reserved for the Pope's private reflection
Photo:
AFP/GETTY

http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/northamerica/usa/2122733/George-W-Bush-meets-Pope-amid-claims-he-might-convert-to-Catholicism.html


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Fri Feb 13, 2009 11:53 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 13, 2009 9:49 am

http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9520000016524

ททท.เอาอีกแล้วทุ่ม 350 ล.จ้าง “CNN-BBC” กู้อิมเมจ

“วีระศักดิ์” เล็งใช้งบ 1,000 ล้านบาท โหมประชาสัมพันธ์กู้ภาพลักษณ์ประเทศ ตอกย้ำแบรนด์ อะเมซิ่งไทยแลนด์ ล่าสุด จับมือรัฐบาลจีน ตั้งคณะกรรมการร่วม กระตุ้นตลาดจีนฟื้นอัปเกรดขึ้นทัวร์ระดับ 4 ดาว แก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ คุยสิ้นปีนี้ต้องได้นักท่องเที่ยวจีน 1.2 ล้านคน

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานบอร์ดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากงบ 1,000 ล้านบาท ตามที่ ครม.ได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติในหลักการให้แก่ ททท.เพื่อนำไปใช้สำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยว ล่าสุด ได้เตรียมแผนไว้ว่า 350 ล้านบาท จะใช้สำหรับโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อระดับโลก เช่น CNN, BBC รวมถึงเคเบิลท้องถิ่นในประเทศสำคัญ เน้นการตอกย้ำแบรนด์อเมซิ่งไทยแลนด์ อีก 250 ล้านบาท ใช้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีเป้าหมาย 20 ตลาดหลัก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป อเมิรกา รัสเซีย ออสเตรเลีย เป็นต้น

ส่วนอีก 400 ล้านบาท จะใช้กระต้นตลาดในประเทศ ในเรื่องของการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยว มั่นใจว่า จากแผนที่กำหนดไว้จะสามารถฟื้นตลาดนักท่องเที่ยวให้กลับสู่ภาวะปกติได้ใน ครึ่งปีหลัง โดย ททท.และเอกชนจะเฝ้าระวังและปรับเป็นทุก 2 เดือน ถ้าจำเป็น เพื่อให้มีความเป็นปัจจุบันมากที่สุด และถึงสิ้นปี จำนวนนักท่องเที่ยวจะได้เป็นไปตามเป้าหมาย คือ 14 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศ 5.2 แสนล้านบาท

สำหรับตลาดจีนล่าสุด ตั้งคณะกรรมการเร่งรัดและบริการมาตรฐานตลาดจีน ซึ่งจะมีหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีความเชี่ยวชาญตลาดจีน ทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานทัวร์ประเทศจีนให้มีคุณภาพระดับ 4 ดาวขึ้นไป เพื่อแก้ไขปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยนำเสนอทัวร์คุณภาพ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะช่วยเร่งหามาตรการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว จีนให้เดินทางมาไทย ในช่วง 10 เดือนนับจากนี้ให้ได้อย่างน้อย 3 แสนคน ส่วนภาพรวมทั้งตลอดปีตั้งไว้ที่ 1.2 ล้านคน จากปี 2551 ที่มี 7 แสนคน


บอกแล้วว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
เมื่อทักษิณทำงานไม่สำเร็จก็โดนถีบส่ง(แต่รอกลับมาใหม่เมื่อรัฐบาลนี้ทำไม่สำเร็จ)

http://www.bangkokbiznews.com/home/news/politics/politics/2009/02/13/news_15942.php
ทักษิณโผล่นิการากัว-ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

แล้วชูคนใหม่มาสานต่องานแบ่งแยกประเทศเช่นเดิม
อ่านเรื่องการแบ่งแยกภาคใต้โดยการขุดคอคอดกระในหน้าที่แล้ว


http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=363435

สื่อ ตปท.ประโคมข่าวทักษิณถูกแมนซิตี้ปลด

12:22 น.

วันนี้สื่อหลายสำนักของประเทศต่างๆพากันรายงานอ้างข่าวของหนังสือพิมพ์การ์ เดียนของอังกฤษเมื่อวานนี้ ที่ระบุว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจปลดอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งประธานกิติมศักดิ์แล้ว หลังถูกตัดสินความผิดในคดีคอรัปชั่น และกำลังหลบหนีการถูกดำเนินคดีหลังถูกตัดสินจำคุก 2 ปี
กลุ่มบริษัทอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป หรือเอดียูจี ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ซื้อสโมสรนี้ต่อจากอดีตนายกทักษิณ ตัดสินใจเรื่องนี้หลังหารือกันในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าจะทำอย่างไรกับอดีตเจ้าของสโมสรที่นับวันยิ่งสร้างความลำบากใจให้เจ้าของ สโมสรรายใหม่ ซึ่ง ชีค มานซัวร์ บิน ซาเย็ด นาห์ยาน เจ้าของคนใหม่ และนาย คาลดูน อัล มูบารัก ประธานสโมสรฯก็ได้ข้อสรุปว่า สมควรปลดเขาออกไปเพื่อตัดปัญหาทั้งปวง ซึ่งประธานบริหารสโมสรฯ แกรี่ คุก ได้จัดการแจ้งเรื่องนี้ผ่านคนกลางให้ .ต.ท.ทักษิณทราบแล้ว โดยได้ลบชื่อของเขาออกจากเว็บไซต์ของสโมสรและทุกๆที่ทั่วสนามด้วย
ขณะที่เว็บไซต์ข่าวเทเลกราฟ ของอังกฤษ รายงานเรื่องนี้ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานกิติมศักดิ์ของสโมสรเรือใบสี ฟ้าอีกต่อไป หลังกลุ่ม เอดียูจี ตัดสินใจไม่อดทนกับเรื่องยุ่งยากที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับเว็บไซต์ คาว-รา การ์เดี้ยน ที่รายงานข่าวเดียวกันนี้พร้อมกับระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาแฟนบอลแมนซิตี้จำนวนมาก จากที่เขาได้เข้ามากอบกู้สโมสรจากวิกฤติการเงิน
และก่อนหน้านี้เพียงสองวัน หนังสือพิมพ์เดลี่เมลล์ของอังกฤษรายงานว่า สโมสรเรือใบสีฟ้าตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผู้เสื่อมเสียแล้ว โดยทางสโมสรได้แจ้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาไม่เป็นที่ต้อนรับของทางสโมสรอีกต่อไป
http://news.sanook.com/read/2009/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B4%E0%B8%93-%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3/
แมนซิตี้ ตัดสัมพันธ์ ทักษิณ ลั่นห้ามเหยียบสโมสร
แมนซิตี้ ตัดสัมพันธ์แม้วชนิดสิ้นเยื่อใย หลังประกาศไม่ให้ให้เหยียบสโมสร พร้อมถอนชื่อออกจากบอร์ดและแมทช์การแข่งขัน ขณะที่มูลนิธิ111 จัดแข่งกอล์ฟการกุศลหารายได้เข้ามูลนิธิชิงถ้วย"นายใหญ่" คนสนิทแห่ร่วมงานคึกคัก

อีเอสพีเอ็นสตาร์ รายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ได้รับการบอกกล่าวว่า เขา ไม่เป็นที่ต้อนรับสำหรับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกต่อไป จากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีการระบุว่า สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ต้องการให้เขามาปรากฎตัวในสโมสรอีก

นอกจากนี้ ทางการสโมสรยังได้ถอดชื่อเขาจากโปรแกรมแมทช์การแข่งขันแต่ละนัด รวมทั้งปลดชื่อออกจากกระดานบอร์ดคณะกรรมการฯบนผนังของสโมสรด้วย

รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขายสโมสรให้แก่ ชีค มานซูร์ แห่งราชวงศ์อาบู ดาบี เมื่อปีที่แล้ว และได้กำไรราว 50 ล้านปอนด์ และภายหลังจากนั้น ทางสโมสรยังได้ถอดตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของเขาด้วย

รายงานระบุว่า สำหรับกลุ่ม อาบู ดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป เป็นเจ้าของโดย ชีค มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน สมาชิกของราชวงศ์อาบู ดาบี และเป็นรัฐมนตรีประจำกิจการประธานาธิบดีประจำสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่า กลุ่มอาบู ดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาบู ดาบี อินเวสต์เมนต์ ออโธริตี้ กองทุนบริหารสินทรัพย์ของอาบู ดาบี แต่กลุ่มได้ปฎิเสธว่า ไม่มีความสัมพันธ์กับรัฐบาลอาบู ดาบี แต่อย่างใด


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Fri Feb 13, 2009 10:35 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 13, 2009 10:10 am

http://www.naewna.com/news.asp?ID=68569

อภิสิทธิ์นำทีมประชาธิปัตย์ลุย
ปฎิวัติประเทศ

ชู4วาระสำคัญเพื่อประชาชน
ฟื้นฟูประชาธิปไตย-พัฒนาคน-เศรษฐกิจ-ความสงบ
ระดมทุนครั้งใหญ่พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งได้เงินกว่า400ล.
"ไทยรักไทย-มัชฌิมา"ตามแขวะหัวหน้าปชป.ทันควัน
ตำรวจสั่งรับมือม็อบอาทิตย์นี้ห้ามบุกบ้านบุคคลสำคัญ

"อภิสิทธิ์"ลั่นจะปฏิวัติประเทศครั้งใหญ่

โดย นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2549ว่าพรรคประชาธิปัตย์รู้ดีว่าประชาชนมีปัญหาอย่างไรเพราะได้ฟังจากปากของ ประชาชนด้วยตนเองในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวลในสภาพปัญหาของ บ้านเมือง รายได้ที่ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ปัญหาด้านการศึกษาและต้นตอของความทุกข์ที่เกิดขึ้น คือ ภาวะผู้นำขาดหายไป การเมืองไม่มีสภาพประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะประกาศกับประชาชนว่า ถึงเวลาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยใช้วิธีทางการเมืองเข้ามาแก้ไขด้วยความซื่อสัตย์ ไม่โกงกินและตอบสนองความต้องการของประชาชน ด้วยวาระประชาชน 4 ด้าน ประกอบด้วย

http://www.cnn.com/2008/WORLD/asiapcf/12/17/ta.abhisit/index.html

Abhisit Vejjajiva: Talking politics with Thailand's PM

http://www.thai2news.com/2008/12/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%88-2/

สื่อต่างประเทศรายงานข่าว”อภิสิทธิ์”เป็นนายกฯไปทั่วโลก

สื่อต่างประเทศรายงานผลการโหวตเลือก”อภิสิทธ์”เป็นนายกฯไทยอย่างใกล้ชิด

(15ธ.ค.) ทันทีที่การขานคะแนนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น บรรดาสำนักข่าวประเทศชั้นนำของโลก อย่างโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น บีบีซี สำนักข่าว เกียวโด เอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ หรือ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ยูเอสเอ ทูเดย์ ต่างพากันรายงานเป็นข่าวด่วนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านได้รับเลือกด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ท่ามกลางวิกฤติการเมืองที่ยืดเยื้อมานานครึ่งปี

ที่มา คมชัดลึก

http://www.naewna.com/news.asp?ID=147817

“มาร์ค” พบ สื่อโลก ซีเอ็นเอ็น – บีบีซี พรุ่งนี้ !!

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า วาระงานในวันพรุ่งนี้ ( 12 กุมภาพันธ์) ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการที่น่าสนใจในการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศทั้ง ซีเอ็นเอ็น และ บีบีซี ท่ามกลางกระแสข่าวดิสเครดิตประเทศรายวัน และความเข้าใจผิดในการนำเสนอข้อมูลภายในประเทศไทย ทั้งสถานการณ์การเมือง และกรณี โรฮิงญา

โดยในเวลา 15.30 น.สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น เข้าสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี ณ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี อาคารรัฐสภา และในเวลา 16.30 น.สำนักข่าว บีบีซี เข้าสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี ณ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี อาคาร รัฐสภา
วันที่ 11/2/2009

http://edition.cnn.com/2009/WORLD/asiapcf/02/12/thailand.refugees.admission/index.html

Thai PM admits boat people pushed out to sea

By Dan Rivers
CNN

BANGKOK, Thailand (CNN) -- Thailand's prime minister suspects there were "some instances" in which Thai authorities pushed Myanmar's Rohingya boat people out to sea, a frank admittance of a practice drawing worldwide condemnation.

In an exclusive interview with CNN Thursday, Abhisit Vejjajiva said he could not pinpoint who in the government approved the practice, but said he was working on rectifying the problem.

"It's not exactly clear whose work it is," Vejjajiva said. "All the authorities say it's not their policy, but I have reason to believe some instances of this happened, but if I can have the evidence as to who exactly did this I will certainly bring them to account."

Thousands of Rohingya refugees -- a Muslim minority group from Myanmar -- have fled to Thailand over the years and many of them have been housed in Thai camps near the Myanmar border.

In some cases, there are charges that many of them have been kicked back out to sea from Thailand.

A recent CNN investigation found evidence of the Thai army towing an apparent boatload of 190 Rohingya refugees out to sea, prompting Thai authorities to launch an investigation.

And a group of the refugees rescued by Indonesian authorities last week told harrowing tales of being captured, beaten and abandoned at sea by the Thai military.

Actress Angelina Jolie, a goodwill ambassador for the U.N. refugee agency, spoke out on the plight of the refugees last week as she visited the area with her husband, Brad Pitt.

She asked Thailand to permit greater freedom of movement for the roughly 111,000 refugees housed in nine camps along the Thai-Myanmar border.

Vejjajiva said "at times" there has been "a lot of pressure in terms of the numbers of these people coming in."
advertisement

"There are attempts, I think, to let these people drift to other shores. I have asked whether people are aware of such practices. The one thing that is clear is that when these practices do occur, it is done on the understanding that there is enough food and water supplied."

The prime minister said he regrets "any losses" that may have occurred from the refugees' ordeals, but he said he is "doing the best I can to correct the situation."


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Fri Feb 13, 2009 10:36 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 13, 2009 11:13 am

http://www.bangkokbiznews.com/home/news/politics/politics/2009/02/13/news_15952.php

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 10:57

นายกฯจี้จัดการคนสั่งผลักดันโรฮิงญาลงทะเล

"อภิสิทธิ์"เผยกับซีเอ็นเอ็นว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ไทยลากเรือผู้อพยพโรฮิงญาไปปล่อยในทะเล

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับแดน รีเวอร์ส ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น เมื่อวันพฤหัสบดีแสดงความสงสัยว่าอาจมีบางกรณีที่เจ้าหน้าที่ไทยได้ผลักดัน ให้ผู้อพยพชาวโรฮิงญาออกนอกทะเลไป ซึ่งซีเอ็นเอ็นระบุว่าเป็นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา หลังมีเสียงวิจารณ์จากทั่วโลกเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่นายกรัฐมนตรี บอกว่า ยังไม่อาจระบุได้ว่า มีใครในรัฐบาลที่อนุมัติให้มีการปฏิบัติดังกล่าว และผมกำลังแก้ไขปัญหานี้อยู่

นายกรัฐมนตรีได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนได้บอกว่าไม่มีนโยบายกระทำการดังกล่าวต่อชาวโรฮิงญา แต่ผมมีเหตุผลที่จะเชื่อว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น และหากพบหลักฐานว่าใครเป็นคนทำ ก็จะดำเนินการกับบุคคลนั้นอย่างแน่นอน

ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้อพยพชาวโรฮิงญาหลายพันคนซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในพม่า ได้หลบหนีมายังประเทศไทย และจำนวนมากถูกกักตัวไว้ในค่ายใกล้ชายแดนพม่า และเมื่อเร็วๆนี้ซีเอ็นเอ็นได้เผยแพร่รายงานพิเศษโดยระบุว่าพบหลักฐานที่ชี้ ว่าทหารไทยได้ลากเรือที่มีผู้อพยพโรฮิงญา 190 คนออกนอกทะเล ทำให้ผู้อพยพบางส่วนเสียชีวิต

นายกรัฐมนตรี กล่าวขณะให้สัมภาษณ์ด้วยว่า บางครั้งก็มีแรงกดดันอย่างมากในแง่ของจำนวนผู้อพยพที่เข้าสู่ประเทศไทย ทำให้มีความพยายามที่จะปล่อยให้คนเหล่านี้ล่องเรือไปสู่ชายฝั่งที่อื่น และผมได้สอบถามว่ามีใครรู้เรื่องการกระทำดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือ เมื่อมีการปล่อยคนเหล่านี้ออกไป ก็กระทำโดยเข้าใจว่ามีการจัดหาอาหารและน้ำดื่มที่เพียงพอให้กับคนเหล่านี้

นายก รัฐมนตรียังกล่าวแสดงความเสียใจกับการสูญเสียใดๆที่เกิดขึ้นกับชะตากรรมของ ผู้อพยพ และสัญญาว่าจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหานี้

เป้าหมายคือ การทำลายเอกภาพของกองทัพ ซึ่งปัจจุบันก็ถูกแบ่งแยกโดยไส้ศึกภายในกองทัพอยู่แล้ว


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Fri Feb 13, 2009 10:37 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 13, 2009 3:58 pm

http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics03&content=123319

ลูกน้องเองยังเซ็ง! [13 ก.พ. 52 - 04:09]

แต่ ที่หัวเราะไม่ออกเลยจริงๆ น่าจะเป็นรายการผิดคิวของทหาร กับรายการร้อนๆ ที่กำลังพลของหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังนายกฯอภิสิทธิ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม

กรณี “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบนโยบายให้กับกองกำลังพลปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์


ซึ่ง พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผู้บัญชาการ นปอ.ได้นำมาทดลองใช้ โดยปรับเปลี่ยนเวลาปฏิบัติงานจากเดิม 08.30-16.30 น. เป็น 08.00-16.00 น. ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา กำลังพลของ นปอ.ต้องเข้าแถวเคารพธงชาติและปฏิญาณตน โดยเฉพาะความจงรักภักดีต่อกองทัพและปกป้องสถาบัน

ทำให้กำลังพลส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะการส่งบุตรหลานไปโรงเรียนในห้วงเวลาฉุกละหุก

ข่าวกรอบเล็กๆ แต่ความหมายใหญ่หลวงเลย

ในมุมของนักข่าวสายทหารจับสัญญาณอาการทะแม่งๆ เพราะปกติโดยวินัยทหาร คำสั่งของผู้บังคับบัญชาต้องศักดิ์สิทธิ์ คำไหนคำนั้น

ไม่บ่อยนักที่กำลังพลกล้าหักนาย

ที่สำคัญคิวนี้ยังเล่น “ข้ามหน้าข้ามตา” ทำหนังสือร้องเรียนไปถึงนายกฯ และ รมว.กลาโหม เหมือนตั้งใจประโคมข่าวให้ดังได้ยินกันไปนอกค่ายยิ่งกว่าตบหน้ากันแรงๆ

และก็ช่างบังเอิญอีกว่า ข่าวนี้ปูดออกมาในห้วงเวลาพอดิบพอดีกับกระแสงบลับ 2,000 ล้านบาท สลายม็อบเสื้อแดง

โดย อารมณ์ที่สะท้อนออกมา แม้แต่กำลังพลของกองทัพเองยังมีปฏิกิริยา เซ็งกับรายการปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติในแบบฉบับของทหาร ที่ไปกระทบชีวิตประจำวัน

ก็ ไม่ต้องพูดถึงประชาชนภายนอก กับปฏิกิริยาของชาวบ้านที่มีต่อยุทธศาสตร์ให้ทหารแทรกซึมไปตามหมู่บ้าน เพื่อปรับทัศนคติ ล้างสมองกองเชียร์ทักษิณ

แค่ได้ยินข่าวลือก็โห่กันลั่นแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เหมือนใกล้กรุงแตกจริงๆ


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Fri Feb 13, 2009 10:39 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 13, 2009 4:06 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234351236

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 21:20:23 น. มติชนออนไลน์

"ในหลวง"ทรงให้นร.นายร้อยฯช่วยชาติเป็นเอกภาพ-พระเทพฯทรงแนะทางแก้ยากจน รบ.ต้องเกาให้ถูกที่คัน

"ในหลวง"พระราชทานกระบี่นายร้อย พระราชทานพระบรมราโชวาทให้ช่วยชาติมีความมั่นคงเป็นเอกภาพ สมเด็จพระเทพฯทรงแนะทางแก้ไขปัญหาความยากจน รัฐบาลต้องแก้ให้ตรงจุด ตรัส"ในหลวง"เน้น"หัตถศึกษา"ทำด้วยมือไม่หวังพึ่งอุปกรณ์ ทรงกำชับพัฒนาสตรีคู่กับการพัฒนาคุณธรรม

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯลง ณ อาคารอเนกประสงค์ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในการพระราชทานกระบี่แก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2550 จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 177 นาย โรงเรียนนายเรือ 106 นาย โรงเรียนนายเรืออากาศ 105 นาย รวมทั้งสิ้น 388 นาย


โอกาสนี้ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทความว่า "ทุกคนควรตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มกำลัง ความรู้ ความสามารถ และยึดถือระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด เพราะสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นทหารก็คือ วินัย แท้จริงแล้ว วินัยนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนบุคคลและส่วนรวม กล่าวคือ ในส่วนบุคคล วินัยจะทำให้บุคคลสามารถใช้ความรู้ความสามารถประพฤติตนปฏิบัติงานได้ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ ในส่วนรวม วินัยจะทำให้หน่วยงาน สังคม ตลอดจนชาติบ้านเมืองมีความมั่นคงเป็นเอกภาพ วินัยจึงเป็นปัจจัยหรือพลังอย่างสำคัญ ในการสร้างสรรค์ความเป็นปกติเรียบร้อยและความเจริญมั่นคงให้แก่บุคคลและส่วน รวม


ถ้าทหารทุกคนมีความรู้ความสามารถในงานที่ปฏิบัติ และมีระเบียบวินัยที่ดี ก็จะอำนวยผลให้แต่ละคนประสบความสำเร็จในหน้าที่ ในงานที่ปฏิบัติ และมีระเบียบวินัยที่ดี ก็จะอำนวยผลให้แต่ละคนประสบความสำเร็จในหน้าที่และทำให้ส่วนรวมคือประเทศ ชาติ ดำรงมั่นคงอยู่ในความร่มเย็นเป็นอิสระตลอดไป"




เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเป็นประธานเปิดสัมมนาความสัมพันธ์ไทย-จีน เรื่อง "สตรีกับการแก้ไขปัญหาความยากจน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม" ที่ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ราษฎร์บูรณะ นับเป็นครั้งที่ 6 ที่ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการ ปัญหาความยากจนของสตรีทั้งสองประเทศ


ในวโรกาสนี้ พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการสัมมนาในช่วงเช้าว่า สตรีมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากการเริ่มต้นการ จัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในครอบครัวนำไปสู่การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในชุมชน เช่น การดูแลป่าไม้และแหล่งน้ำของชุมชนให้มีความอุดมสมบูรณ์จนสามารถเป็นแหล่ง ทรัพยากรในการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชนช่วยบรรเทาปัญหาความยากจน สร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตทั้งในปัจจุบันและคนรุ่นต่อไป เรียกว่าเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน


ในช่วงบ่ายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงบรรยาย "ประสบการณ์ในการสร้างเสริมศักยภาพของสตรีในถิ่นทุรกันดาร" ว่า พื้นที่ทรงงานเป็นพื้นที่ทุรกันดาร บริเวณเขตชายแดน ภูเขา แม่น้ำต่างๆ ซึ่งแต่ละที่มีอุปสรรคในการเดินทาง การติดต่อสื่อสารลำบาก โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณภูเขา ตอนเป็นเด็กเคยตามเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จย่าไปทำงาน ทั้งสองพระองค์ทรงเล่าวิธีการทรงงานให้ฟังจึงพอจะทราบวิธีการช่วยเหลือว่า ต้องทำอย่างไร


สมเด็จพระเทพฯ ตรัสต่อว่า ชาวบ้านที่มักถูกลืมคือ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามเกาะในทะเลในช่วงฤดูมรสุมไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหน ได้ ลำบากมากเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย สมเด็จย่าแนะนำให้ใช้วิทยุสื่อสารกับแพทย์บนแผ่นดินใหญ่ อีกทั้งเมืองไทยมีหลายเชื้อชาติเรื่องนี้เป็นปัญหาในการพัฒนาเพราะคนไม่มี สัญชาติได้รับการบริการน้อยกว่าคนมีสัญชาติ แม้ตอนนี้จะเปิดกว้างมากขึ้นแต่ก็ไม่ทั้งหมด ซึ่งเรื่องวัฒนธรรมมีความสำคัญมาก ทั้งความเชื่อ ศาสนา เพราะฉะนั้นการพัฒนาต้องระวัง


"การพัฒนาในเขตทุรกันดารจะดำเนินนโยบายอย่างไรนั้น มีประเด็นที่อาจารย์สายสุรี จุติกุลได้กล่าวว่าเป็นนโยบายอย่างไร เพราะรัฐบาลจะตัดสินใจไปสู่ที่ทุรกันดารหรือลงไปสู่กิจการไปช่วยผู้มีฐานะดี อยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น อันนี้เป็นการดึงจีดีพี(ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ดูความเติบโตทางเศรษฐกิจแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 4-5 ก็เริ่มมีคนคิดที่จะดึงเรื่องความเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นไป คือ ขึ้นในทางสูง แต่ว่า การกระจายรายได้ของเรายังมีปัญหาอยู่มาก เพราะฉะนั้นนโยบายต่อจากนั้นยังมีการให้ความสำคัญต่อการกระจายรายได้ อันนี้เป็นเรื่องนโยบายทางการเมืองว่าจะเอาตรงไหน"


"ที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ ประเด็นของเส้นความยากจน คือ ไปดูเอกสารของธนาคารพัฒนาเอเชียก็มีวิธีคำนวณรวมเปอร์เซ็นต์ของการใช้จ่าย เงินเรื่องค่าอาหาร อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล อาจารย์สายสุรีเรียกว่า เกาไม่ถูกที่คัน โดยสมัยก่อนเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ไปช่วยแก้ปัญหา แต่สมัยนี้เมื่อระบบการทำงานใหญ่ขึ้น ทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้รับความช่วยเหลือไม่ตรงจุด แต่ก็ยังดีที่มีกลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มคนใจบุญ รวมทั้งกลุ่มคนที่เล่นอินเตอร์เน็ตรวมกลุ่มกันทำประโยชน์ให้คนในถิ่น ทุรกันดารได้ไม่น้อย นับเป็นสิ่งดีที่เกิดขึ้นในสังคม"


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Fri Feb 13, 2009 10:40 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Feb 13, 2009 4:08 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234510916&grpid=03&catid=04

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 14:41:21 น. มติชนออนไลน์

ผอ.กอ.รมน.ภาค4 ชี้ไทยติดกับดักมนุษยธรรม"โรฮิงญา"


พ.อ.มนัส คงแป้น ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน. ภาค 4) ส่วนแยก 1 รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดชุมพร และระนอง กล่าวในงานสัมมนาวิชาการเรื่อง “เหตุการณ์ผู้อพยพชาวโรฮิงญาจากพม่า ระหว่างมนุษยธรรมกับความมั่นคง เพื่อทางออกที่เป็นไปได้และยั่งยืน” เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า ปัจจุบันไทยติดกับดักคำว่ามนุษยธรรม ซึ่งหากหมายถึงต้องเลี้ยงดูผู้อพยพไปตลอดชีวิต ยอมรับเราไม่มีตรงนั้น ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้อพยพชาวโรฮิงญาเข้ามาถึงเกือบ 1 หมื่นคน ซึ่งการผลักดันไม่สามารถทำได้เพราะพม่าไม่รับกลับ ทั้งนี้ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำทารุณแต่ดูแลเป็นอย่างดี จึงอยากให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงกับสื่อต่างประเทศให้ชัดเจน และเห็นว่าชาวโลกต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วย


ขณะที่ นายเรย์มอนด์ ฮอลล์ ตัวแทนจาก ยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าวว่า แม้พม่าจะไม่ยอมรับว่า ชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองตน แต่ไม่ควรถูกผลักดัน และควรได้รับการช่วยเหลือชั่วคราว ก่อนที่จะมีทางออกที่ยั่งยืน และการพูดถึงปัญหานี้จะพูดในเชิงมนุษยธรรมอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องพูดถึงปัญหาด้านการเมืองด้วย รวมทั้งหาทางให้ผู้อพยพเหล่านี้ไปอยู่ในประเทศที่ 3 ด้วย


ทั้งนี้ในงานสัมมนาวิชาการดังกล่าว มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนหน่วยทหาร นักวิชาการ และสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ร่วมกันหาทางออกกับเรื่องดังกล่าวด้วย

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 14, 2009 1:36 am

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000016942
นายกฯ แฉมีแก๊งเป่าหู “โรฮิงยา” ใส่ร้ายไทย หวังเปลี่ยนสถานะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
13 กุมภาพันธ์ 2552 18:59 น.


“อภิสิทธิ์” เตรียมใช้เวทีอาเซียนดึง 3 ประเทศสมาชิก
ที่เกี่ยวข้องร่วมถกแก้ปัญหา “โรฮิงยา” ระดับภูมิภาค
ยันไม่มีหลักฐานเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิมนุษยชน
พร้อมขอหลักฐานจากซีเอ็นเอ็น ยันหากพบเจ้าหน้าที่ทำผิด พร้อมดำเนินการ
เพราะถือไม่ทำตามนโยบายรัฐ แฉมีขบวนการเป่าหูโรฮิงยา ให้ใส่ร้ายไทย
หวังเปลี่ยนสถานะเป็นผู้อพยพ


วันนี้ (13 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
กล่าวยืนยันในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ว่า
ไม่ได้ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ของไทยละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮิงยา
แต่บอกเพียงว่า
มีกรณีที่มีการปล่อยให้เรือของชาวโรฮิงยาลอยไปเพื่อขึ้นฝั่งที่อื่น
และซีเอ็นเอ็น ถามตนว่า เป็นฝีมือของใคร ตนก็บอกว่า
ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นฝีมือของใคร เพียงแต่บอกว่า มีกรณีการผลักดัน
หรือการดำเนินการใช้วิธีที่มีการลอยเรือไป แต่มีการให้อาหาร และน้ำ
ซึ่งเท่าที่ดู
ไม่ได้มีการกระทำอะไรที่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ
และที่มีการกล่าวหาในลักษณะของการละเมิดสิทธิ มัดมือ มัดเท้า หรือเฆี่ยนตี

อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น ต้องเรียนว่า
รัฐบาลเสียใจ และกำลังหาแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหานี้
และขณะนี้หลักการที่คิดว่าต่างประเทศเริ่มยอมรับแล้ว คือ
การแก้ปัญหานี้ต้องแก้ในระดับภูมิภาค
ไม่ใช่เป็นภาระของประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้น
ในการประชุมอาเซียนถือเป็นโอกาสดี อย่างน้อยที่สุดจะมีมาเลเซีย
อินโดนีเซีย พม่า และไทย ที่จะต้องคุยกันว่าจะทำงานกันอย่างไร
หรือจะร่วมมือและหาบทบาทของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ
หรือยูเอ็นเอชซีอาร์อย่างไร

“ผมบอกว่า ไม่มีใครสามารถยืนยันในขณะนี้
และยังได้ขอว่าใครที่คิดว่ามีหลักฐานต่อการกระทำ ว่า เป็นการกระทำของใคร
ขอให้ส่งมาทางรัฐบาล ซึ่งผมได้ขอกับทางซีเอ็นเอ็นด้วย
ซึ่งซีเอ็นเอ็นกำลังกลับไปพิจารณาว่าจะส่งให้หรือไม่ เขายังไม่ได้เปิดเผย
ผมบอกว่า ถ้ามีก็กรุณามาให้เรา เขาก็บอกว่า
ขอไปพิจารณาก่อนว่าจะให้เราหรือไม่
ผมก็บอกว่าเมื่อรัฐบาลมีความจริงใจที่จะดำเนินการในเรื่องนี้
ก็อยู่ที่เขาว่าจะตัดสินใจส่งภาพหรือหลักฐานที่เขามีมาให้หรือไม่
ขณะเดียวกัน ในวันนี้หลังจากที่ผมเคยปรารภกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
จะให้เข้ามาดูอีกทาง ฉะนั้น ตอนนี้เรายืนยันกับสื่อต่างประเทศได้ทั้งหมด
ทั้ง ซีเอ็นเอ็น และ บีบีซีด้วยว่า ที่เราตรวจสอบ
การที่มีเรือไปลอยขึ้นฝั่งนั้น ยืนยันว่า
อาจจะมีเหตุการณ์ของการผลักดันเช่นนั้น ซึ่งมีการตรวจสอบ
และไม่มีการดำเนินการในลักษณะที่มีการละเมิดสิทธิ
และการปล่อยเรือออกไปก็มีการให้อาหารและน้ำ
ส่วนความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ เรายังไม่ทราบ
เนื่องจากความสูญเสียที่มีการยืนยันก็คือ
ถ้อยคำของการบอกเล่าของคนเหล่านี้ที่ไปขึ้นฝั่งตามที่ต่างๆ เท่านั้น”
นายกรัฐมนตรี กล่าว

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 14, 2009 11:06 am

http://www.ryt9.com/s/prg/195452/
อิริเดียม เซ็นสัญญา กว่า 200 ราย ให้บริการครอบคลุมทั่วโลก


http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=123324
ดาวเทียมชนกันเละ1ตันของรัสเซีย [13 ก.พ. 52 - 04:33]
สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานเมื่อ 12 ก.พ. ถึงเหตุการณ์ดาวเทียมสื่อสารของรัสเซีย ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 1 ตัน และถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ปี 2536 หลุดออกนอกวงโคจร ไปปะทะกับดาวเทียมสื่อสาร “อิริเดียม” น้ำหนักกว่า 560
กก. ของบริษัทอิริเดียม โฮลดิงส์ แอลแอลซี.
ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนของสหรัฐฯกลางห้วงอวกาศ
บริเวณเหนือเขตแคว้นไซบีเรียของรัสเซีย ประมาณ 804 กม. เมื่อวันที่ 10
ก.พ. โดยสำนักข่าวต่างประเทศ
ระบุว่าได้ข้อมูลเหตุการณ์มาจากองค์การอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา
และเหตุการณ์ดาวเทียมชนกันครั้งนี้
เป็นอุบัติเหตุทางจราจรอวกาศที่รุนแรงครั้งแรกของโลก
อาจต้องใช้เวลาในการประเมินค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ แต่คาดว่าไม่เป็นอันตรายต่อปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส)

http://911review.org/brad.com/Iridium/IRIDIUM.html
What Is Iridium?



Originally the company was Iridium, Inc., formed in
June 1991 as a wholly-owned subsidiary of Motorola. In mid 1993,
positions were sold to US and foreign investors on a private
placement basis. In July 1996 Iridium LLC (limited liability
corporation) was formed and Iridium, Inc. was merged into the LLC.
The partners in Iridium LLC are big companies you have heard
something about before; Motorola, Lockheed-Martin, Loral, Sprint,
Raytheon, Hughes and others. These partner companies apparently
bought their stock positions in this enterprise for the stock par
value of $0.01 per share. Motorola appears to be the largest
participant at 18-25% ownership. The intent of Iridium LLC was to
put a huge array of polar satellites in low earth orbits.

Hopefully, you did not own the publicly traded stock in Iridium
World Communications, Ltd. - at least not during the crash period.
Why, then, should you be at all concerned with this. Consider the following:

1. The consortium successfully deployed the satellite constellations. By the way,
state-of-the-art satellites � capable of processing billions of
bytes per second (yes, billions with a "B").

2. A significant chunk of the bill was paid by unsuspecting stock market investors.

3. The rocket guidance technology was illegally delivered to China with help from
our White House. Remember when Loral, and it�s CEO Bernard
Schwartz, first came under fire for this delivery, you were told
that it was simply to be used for a little light weight telephone
communications system � so, don�t get excited. China used the
technology along with the MIRV capabilities
when they launched
satellites for Iridium. Russia launched some also.
The same guidance technology can
now be used by both to deliver rockets to the USA and they can deliver multiple
warheads using the MIRV technology!



4. There is no more need to worry about manufacturing expensive telephones that
nobody will buy, anyway, because Iridium World Communications is in bankruptcy.


5. Iridium LLC is alive and well and the partners own the satellite constellation.


6. Now the worst part, according to Michael Bunker �
Those satellites are, and always have been, spy satellites.
They are being used to transmit a significantly
high portion of all telephone, e-mail, fax, pager, and internet
communications world wide. Furthermore, the plan is for full
involvement in all of these communication transmissions. Huge
computer banks are busy, around the globe on a 24/7 basis,
screening all transmitted communications. Understand that your use
of hit list keywords or key phrases in your communication will
trigger the computer to isolate your communication for further
scrutiny by the "authorities".



Iridium is simply another very clever step, by the global elitists,
toward taking control of peoples lives around the world � remember,
Big Brother and his Telescreen. You see, something as innocuous as a wireless
telephone system venture can take its toll on your privacy,
freedom, and personal security.


www.ournation.org/iridium.htm

Flexible Aviation solution that provides voice and data
communications while in flight and portable handheld use on the
ground.

Compact and robust communications system which uses an Iridium 9505
or 9505A satellite phone to provide global voice and data
communications and aircraft tracking. In the air, the DZM uses the
Iridium handset as a voice and data transceiver. On the ground, the
handset can be removed from the optional Flightcell docking cradle
and used away from the aircraft, providing highly flexible
communications.


# Compact and very easily installed in the cockpit or flight deck of virtually any aircraft

# Interfaces the Iridium handset into the aircraft intercom system

# GPS tracking system allows positions to be sent at user-programmed intervals,
on demand, or generated from a ground based request.

# Utilizing SMS for Data transmission, voice communications run
simultaneously and uninterrupted. Tracking system can be programmed
to interface with virtually any mapping program

# Data interface enables operational data and reports to be sent to
and from the aircraft, even when the phone is being used for voice calls

# Night Vision compliant (NVG) display and optional data encryption
module have been designed specifically for military and night operations


# Designed for use with the Iridium 9505/9505A Phone mount. Rated
to withstand 16G the Flightcell Iridium phone Mount comes with its
own power supply and antenna connections to provide a well
protected and convenient clip in/clip out mount for your Iridium
Handset

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สิ่งที่ประเทศไทยต้องเจอในอนาคตอันใกล้

ตั้งหัวข้อ  att on Sat Feb 14, 2009 4:35 pm

http://www.missilethreat.com/missilesoftheworld/id.131/missile_detail.asp

SS-17 Mod 1



Country: Alternate Name: Class: Basing: Length: Diameter: Launch Weight: Payload: Warhead: Propulsion: Range: Status: In Service:
Russian Federation
Spanker, RS-16
ICBM
Silo based
20.90 m
2.25 m
71100 kg
4 MIRV warheads, 2550 kg
Nuclear selectable 300 to 750 kT
2-stage liquid
10200 km
Obsolete
1975-1991

Details


Russian Designation:RS-16The
SS-17 was an intercontinental-range, silo-based, liquid propellant
ballistic missile. The missile was planned to replace the SS-11
and to be deployed in converted and hardened SS-11 silos. This was the
first Soviet system that had independent targeting for the multiple
reentry vehicles and achieved true Multiple-Independent Reentry Vehicle
(MIRV)
status. The SS-17 required the cold-launch system due to its
limited volume, requiring it to be launched before complete ignition.
It uses a purely inertial guidance and carries 4 MIRVs equipped with
penetration aids to increase the missile’s effectiveness against US
silos. Two different versions were created, the Mod 1 and the Mod 2. MIRV
technology enabled the SS-17 to accurately strike multiple targets in a
large area, distributing its payload among multiple targets. This
system greatly increases a missile’s effectiveness against military
targets where accuracy matters far more than the size of the payload.
The use of the Post-Boost Vehicle, required for MIRV systems, gave the
SS-17 MIRV warheads a high degree of accuracy compared to older
systems. This significantly increased the effectiveness of a Russian
pre-emptive strike, as a single missile could be used to eliminate a
number of missile silos. The application of MIRV
technology and penetration aids resulted in the SS-17 being a highly
effective pre-emptive strike weapon. It could deploy several medium
yield nuclear warheads against a number of silos in an area and was
accurate enough to have a chance at damaging the missiles. With the
numbers and the penetration aids, existing anti-missile defenses would
have been overwhelmed. It was also highly effective against cities,
able to effectively strike multiple cities or targets with a single
missile. The SS-17 Mod 1 had a maximum range of 10,200 km
(6,338 miles) and carried a payload of 2,550 kg. It deployed 4 MIRVs
with a variable nuclear yield between 300 and 750 kT that were accurate
to within 470 m CEP. It had a launch weight of 71,100 kg. The missile
used a two-stage liquid propellant and was 20.9 m long with a width of
2.25 m. The SS-17 development reportedly began in 1970,
with the first flight tests taking place in 1972. The SS-17 Mod 1
missiles were deployed in the Soviet Union in 1975, initially within
converted SS-11 silos. The Mod 2 was deployed five years later and by
1991, only MIRVed Mod 2 SS-17 missiles remained operational. In
December 1994, only 11 SS-17 Mod 2 missiles remained and by July 1996
all the missiles and silos had been destroyed.(1) Footnotes


  1. Duncan Lennox, Jane’s Strategic Weapons Systems 46 (Surrey: Jane’s Information Group, January 2007), 574-575.


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sat Feb 14, 2009 4:42 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 3 จาก 9 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ