การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ไม่ยอมเป็นทาส

ตั้งหัวข้อ  tang may on Thu Dec 04, 2008 8:05 am

ไม่ยอมขายชาติ
ประกาศชัดก้อง
พวกเราพี่น้อง
อย่าจ้องกัดกัน

วันใดไทยแตก
แบ่งแยกชนชั้น
ไทยเธอ ไทยฉัน
เมื่อนั้น บรรลัย

ใครมาเข้าครอง
เป็นต้องผลักไส
ยื้อยุดฉุดไท
ไปจากใจเรา

เมื่อใดเมื่อนั้น
เธอฉันอับเฉา
ดุจไร้ร่มเงา
เมื่อเรา...สิ้นไทย

คิดดิ

tang may
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 8:07 pm

ในขณะที่หลายๆฝ่ายต่างเฝ้าจับตาดูผลที่จะเกิดขึ้นทางการเมือง โดยเฉพาะภาคเอกชน ที่ล้วนออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนขั้วการเมือง

นั่นคือ การให้โอกาส พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาบริหารประเทศ

หากมีการย้อนดูผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่ผ่านมา

เราจะพบว่า สมัยที่นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ออกกฎหมายทาส (กฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับ)

กฎหมายทาส หรือกฎหมายขายชาติมี 11 ฉบับด้วยกัน คือ

กลุ่มที่ 1 กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
กลุ่มที่ 2 กฎหมายการเช่าอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายอาคารชุดและกฎหมายที่ดิน (รวม 3 ฉบับ)
กลุ่มที่ 3 กฎหมายล้มละลาย กฎหมายจัดตั้งศาลล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (3 ฉบับ คือ คดีมโนสาเร่ การพิจารณาโดยขาดนัด และการบังคับคดี) (รวม 5 ฉบับ)
กลุ่มที่ 4 กฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจ
และกลุ่มที่ 5 กฎหมายประกันสังคม

'กฎหมายชุดขายชาติ' ได้แก่

(1) กฎหมายที่ดิน ได้ชื่อว่า 'กฎหมายขายแผ่นดิน' เพราะเปิดโอกาสให้ต่างชาติที่นำเงินมาลงทุนเพียง 40 ล้านบาท สามารถซื้อที่ดินได้ 1 ไร่ ในที่สุด ที่ดินบนแผ่นดินของตนก็จะลดลงไปเรื่อยๆ (ในขณะที่ประชากรไทยเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน)

(2) กฎหมายอาคารชุด ได้ชื่อว่า 'กฎหมายให้ต่างชาติอยู่เหนือคนไทย' นั่นก็คือคอนโดมิเนียมหรืออาคารชุด ให้คนต่างด้าวถือสิทธิได้ 100 เปอร์เซ็นต์ในที่ดินไม่เกิน 5 ไร่ เป็นการทำลายโอกาสคนไทยที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยนับล้านครอบครัว

(3) กฎหมายการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ได้ชื่อว่า 'กฎหมายเพื่อให้ลูกหลานไทยไร้แผ่นดิน' เพราะให้โอกาสคนต่างชาติเช่าได้ 50 ปี และต่ออายุการเช่าได้อีก 50 ปีมีลักษณะคล้ายสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ผู้เช่าสามารถนำที่ดินนี้ไปจำนองได้ถึง 100 ปี ต่อไปคนไทยจะไร้แผ่นดิน

(4) กฎหมายล้มละลาย หรือ 'เอาคนไทยให้ตายทั้งเป็น' หมายความว่า เปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ (จำนวนมากเป็นชาวต่างชาติ) สามารถบังคับ เอาเปรียบลูกหนี้ และฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายได้เร็วขึ้น การเป็นบุคคลล้มละลายคือการตายทั้งเป็น

(5) กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือ 'ยกการทำมาหากินให้ต่างชาติ' หมายความว่า เปิดเสรีอาชีพโดยไม่คุ้มครองอาชีพคนไทย ทั้งในรูปการแย่งอาชีพ หรือการให้สิทธิต่างชาติอยู่เหนือคนไทย ถือเป็นการฆ่าคนไทยอย่างเลือดเย็น สร้างความหายนะให้กับกิจการของคนไทย (ดูตัวอย่างร้านค้ารายกลาง และรายย่อยที่เรียกว่าร้านโชวห่วย) ในที่สุดคนไทยจะตกงานมากขึ้น

(6) กฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจ หรือ 'กฎหมายโกยผลประโยชน์' กฎหมายนี้จะเร่งแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (มีอยู่ 64 แห่ง) ไปเป็นบริษัท จำกัด เพื่อให้เอกชน (โดยเฉพาะคนต่างชาติ) เข้ามาถือหุ้นและบริหารจัดการ แต่ข้อเท็จจริง กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการขายรัฐวิสาหกิจคือนักการเมือง ที่ปรึกษาต่างชาติ บริษัทนายหน้า และผู้บริหารประเทศ ซึ่งจะได้ค่านายหน้ามูลค่ามหาศาล ผลกระทบคือ ค่าบริการสาธารณูปโภค (น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์ การขนส่ง และอื่นๆ) จะแพงขึ้น และพนักงานรัฐวิสาหกิจและคนไทยจะตกงานมากขึ้น

ในการเร่งรัดผลักดันให้รัฐสภา (ชุดขายชาติ) ผ่านกฎหมายทาสทั้งชุด 11 ฉบับนี้ มีข้ออ้างพร้อมสร้างเหตุผลให้สังคมพอสรุปรวมได้ 4 ข้อ ดังนี้คือ
หนึ่ง เพื่อต้องการปฏิบัติตามความผูกพันที่รัฐบาลมีต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศเกี่ยวกับเกณฑ์ปฏิบัติ (performance criterion) ในผ่านร่างกฎหมายเศรษฐกิจ
สอง เพื่อต้องการดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศให้ไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง
สาม เพื่อต้องการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการประนอมหนี้ และลดจำนวนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลง
และ สี่ เพื่อต้องการลดผลกระทบทางสังคมอันเกิดจากปัญหาคนว่างงาน ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในขณะนี้ (ดูรายละเอียดได้จากสถาบันนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ (ISEP) กฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจกับอนาคตของประเทศ 2542 หน้า 139-148)

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 8:23 pm

อีกทั้ง สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นหัวหน้ารัฐบาล ได้มีการยกเลิกกฎหมาย ปว.๒๘๑

เปลี่ยนเป็น พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒

กฎหมาย ปว. ๒๘๑ ฉบับนี้เกิดขึ้นมาเพื่อรักษาดุลยอำนาจทางการค้าและเศรษฐกิจของประเทศ (ดูจากบทนำปว. ๒๘๑) โดยมีแนวความคิดว่า หากปล่อยให้ต่างด้าวเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจมากๆจะเป็นการแย่งงานของคนไทย จึงได้ออกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา โดยกำหนดประเภทธุรกิจบางประเภทเพื่อสงวนให้คนไทย และห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 8:27 pm

นานาประเทศย่อมถือว่า ประเทศของตนเป็นรัฐที่มีอำนาจอธิปไตยโดยบริบูรณ์ การที่ประชาชน ในประเทศของตน จะต้องมีงานทำโดยทั่วหน้า ไม่ถูกคนค่างด้าวของรัฐอื่น เข้ามาเบียด ขับโอกาสในการมีงานทำ ของชนในชาติ เป็นเรื่องที่ทุกรัฐ ต่างถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ของความมั่นคงแห่งรัฐ จึงต้องมีการบัญญัติกฎหมาย จำกัดสิทธิในการทำงาน และในการประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว เพื่อคุ้มครองการมีงานทำ ของคนในชาติตนเอง

การให้สิทธิคนต่างด้าวในการทำงาน และการให้สิทธิในการประกอบธุรกิจภายในประเทศ จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ให้เกิดผลเสียหายแก่ธุรกิจของคนในชาติ และภาวะการมีงานทำของประชาชนให้น้อยที่สุด

การจะอนุญาตให้คนต่างด้าว ทำงานในอาชีพประเภทใด หรือเป็นเจ้าของธุรกิจประเภทใด จึงมักจะพิจารณา โดยหลักการดังกล่าว ประกอบกับหลักการต่างตอบแทนระหว่างชาติ คือเป็นเครื่องมือหนึ่ง ในการเรียกร้องต่อรองให้รัฐของชาติอื่น ยอมรับการให้สิทธิ เช่นเดียวกันกับที่รัฐของตนได้ให้ไว้
สำหรับประเทศไทย ในยุคโลกาภิวัฒน์ แรงงานไทยต้องประสบกับการหลั่งไหลเข้ามาทำงาน ภายในประเทศของคนต่างด้าว ที่มีทั้งแรงงานระดับไร้ฝีมือ จากประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีพรมแดนติดต่อกัน ในจำนวนนับล้านคน และแรงงานในระดับผู้ชำนาญการ หรือผู้มีวิชาชีพเฉพาะ จากประเทศที่มีระดับ การพัฒนาสูงกว่า จำนวนหลายแสนคน เช่น ผู้บริหารกิจการธุรกิจ วิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้าง นักบัญชี นักการเงิน นักกฎหมาย สถาปนิก ฯลฯ ในขณะที่ปรากฏว่า อัตราผู้ไม่มีงานทำของแรงงานไทย ก็ยังคงมีอยู่ในอัตราสูง และเราก็ยังคงมีบทบัญญัติ ของกฎหมายควบคุมการทำงาน และการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอยู่

บทบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าว
กฎหมายของไทย ที่เกี่ยวกับสิทธิในการทำงาน และประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในส่วนที่เป็นหลักการ สำคัญอยู่ 3 ฉบับด้วยกัน คือ

- พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522

- พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2521

- และพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542


- พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง
กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญไว้ใน มาตรา 12 ว่า
ห้ามมิให้คนต่างด้าว ซึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เข้ามาในราชอาณาจักร
(1) ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทาง
(2) เข้ามาเพื่อมีอาชีพเป็นกรรมกร หรือเข้ามาเพื่อรับจ้างทำงานด้วยกำลังกาย โดยไม่ได้อาศัยวิชาความรู้ หรือก
ารฝึกทางวิชาการ หรือเข้ามาเพื่อทำงานอื่น อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sat Dec 06, 2008 9:11 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 8:27 pm

ใน มาตรา 37 กำหนดไว้ว่า คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราว ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) ไม่ประกอบอาชีพ หรือรับจ้างทำงาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่อธิบดีมอบหมาย ถ้ากรณีใด มีกฎหมายว่าด้วยการทำงาน ของคนต่างด้าวเป็นอย่างอื่น ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายนั้น
(2) พระราช
บัญญัติว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า งานใดที่ห้ามคนต่างด้าว ทำโดยเด็ดขาด หรือห้ามโดยมีเงื่อนไขอย่างใด เพียงใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งได้มีการออก พระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพ และวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2522 กำหนดให้งานอาชีพจำนวน 39 ประเภท

เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ เพื่อเป็นการค้า หรือหารายได้โดยเด็ดขาด ในทุกท้องที่ ในราชอาณาจักร ที่สำคัญเช่น งานกรรมกร งานกสิกรรม งานเลี้ยงสัตว์ งานป่าไม้ งานช่างไม้ หรือช่างก่อสร้างอื่น งานขายของหน้าร้าน งานขายทอดตลาด งานควบคุมตรวจสอบ หรือให้บริการทางบัญชี

ยกเว้น งานตรวจสอบภายในเป็นครั้งคราว งานทอผ้า ทอเสื่อ ทำกระดาษสา ทำเครื่องเขิน เครื่องดนตรีไทย ทำบาตร ทำพระพุทธรูป งานนายหน้าหรืองานตัวแทน ยกเว้นงานนายหน้าหรืองานตัวแทน ในธุรกิจการค้า ระหว่างประเทศ งานในวิชาชีพวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมโยธา ที่เกี่ยวกับงานออกแบบและคำนวณ จัดระบบ วางโครงการ ทดสอบ ควบคุมการก่อสร้าง หรือให้คำแนะนำ

ทั้งนี้ไม่รวมงานที่ต้องใช้ความชำนาญพิเศษ งานในวิชาชีพสถาปัตยกรรม งานมัคคุเทศก์ หรืองานจัดนำเที่ยว งานเสมียนพนักงาน หรืองานเลขานุการ งานให้บริการทางกฎหมายหรืออรรถคดี
งานที่มิได้ห้ามไว้โดยพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงยินยอมให้คนต่างด้าวทำได้ โดยจะต้องขออนุญาต ต่ออธิบดีกรมแรงงาน ตามเงื่อนไขที่อธิบดี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด และคนต่างด้าวนั้น จะต้องเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือหากเป็นผู้ได้รับอนุญาตเข้าเมืองชั่วคราว จะต้องมิใช่ได้รับอนุญาต เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน
นอกจากการห้ามคนต่างด้าวทำงาน หรือประกอบวิชาชีพดังกล่าวยังมี กฎหมาย ควบคุมการเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือการประกอบการธุรกิจ ของคนต่างด้าวไว้ต่างหากอีกส่วนหนึ่ง คือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับหนึ่ง ในจำนวนกฎหมาย 11 ฉบับ ที่รัฐไทยในยุคไอเอ็มเอฟ ปรับปรุงแก้ไขใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามข้อผูกพัน ในหนังสือแสดงเจตจำนง ฉบับที่ 4 และ 5 กฎหมายฉบับนี้ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า เปิดช่องให้คนต่างด้าว สามารถเข้ามาประกอบธุรกิจต่างๆ เป็นหลายประเภท ได้สะดวกขึ้น และกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม ทำให้ธุรกิจไทยจำนวนมากไม่สามารถแข่งขันได้ จนต้องล้มละลาย หรือปิดกิจการ หรือต้องลดขนาดกิจการ มีผลให้มีการปลดลดการจ้างงาน ของแรงงานไทยเป็นจำนวนมาก


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sat Dec 06, 2008 9:12 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 8:29 pm

กฎหมายฉบับนี้เป็นการยกเลิกกฎหมายเดิม ที่ใช้ควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว คือ ประกาศคณะปฎิวัติที่ 281 (ปว.281) โดยมีการลดประเภทกิจการ ที่ห้ามคนต่างด้าวลงหลายรายการ และมีการเปลี่ยนแปลงหลักการเดิม จากการที่ให้คนต่างด้าว ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจทุกประเภท ตามบัญชีท้าย ปว.281 มาเป็นการให้อำนาจกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวง ยกเว้นธุรกิจบริการใดๆ ตามกฎกระทรวง ที่ให้คนต่างด้าวดำเนินการได้ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เป็นการเอื้อประโยชน์ ให้แก่กลุ่มธุรกิจต่างชาติ ที่มุ่งเน้นการเข้ามาประกอบธุรกิจบริการประเภทต่างๆ ในประเทศไทย อย่างกว้างขวาง
สภาวการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ ที่แรงงานไทยต้องว่างงานเป็นจำนวนมากมาย อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนเช่นนี้ กลับต้องถูกซ้ำเติม ด้วยการที่รัฐปล่อยปละละเลย ให้มีแรงงานต่างชาติ ซึ่งนายจ้างสามารถจ้างงานได้ ในราคาต้นทุนค่าแรงงานที่ถูกกว่า ทั้งๆ ที่มีกฎหมายควบคุมใช้บังคับอยู่แล้ว

แนวทางการปฏิบัติของรัฐที่ผ่านมา กลับดำเนินการไปในทางที่แก้ไขกฎหมาย ให้คนต่างด้าว เข้ามาทำงาน ในประเทศได้สะดวกขึ้น มากขึ้นเป็นลำดับ

ในปี พ.ศ.2536 รัฐได้แก้ไขพระราชกฤษฎีกา กำหนดงานในอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ โดยการยกเว้น งานในเรือประมงทางทะเล งานควบคุมดูแลฟาร์ม และยังมีแนวทางผ่อนผัน ให้ธุรกิจที่ใช้แรงงานต่างด้าว เป็นจำนวนมากๆ สามารถขออนุญาตให้ลูกจ้างต่างด้าว ทำงานต่อไปเป็นการชั่วคราว อยู่หลายครั้งด้วยกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว และยกเลิก ปว.281 เดิม นอกจากจะส่งผลกระทบ ให้แรงงานไทยในระดับล่าง ต้องถูกเลิกจ้างกันมากขึ้นแล้ว ในประเภทธุรกิจที่ต่างชาติ เข้ามาประกอบกิจการเองโดยตรง ที่เพิ่มขึ้นจากกฎหมายนี้ ก็ไม่มีผลให้เกิดการจ้างงาน ในส่วนที่เป็นผู้ชำนาญพิเศษ หรือผู้ประกอบวิชาชีพคนไทยในจำนวนมาก แต่กลับมีการนำชาวต่างชาติ ที่อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือมีความสามารถทางวิชาชีพ เข้ามาทำงานในจำนวนมาก โดยไม่มีการตรวจสอบควบคุม จากหน่วยงานราชการที่ต้องรับผิดชอบ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทย ในขณะที่กฎหมายเดิมที่มีอยู่ ไม่มีการใช้บังคับจริงจัง และยังมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ๆ ที่สร้างปัญหาแก่แรงงานไทยเพิ่มเติม เช่นนี้ ยังไม่ปรากฏว่า รัฐไทยได้มีคำตอบ หรือเสนอแนวทางแก้ไขแต่อย่างใด


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sat Dec 06, 2008 9:12 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 8:41 pm

ในสมัยทักษิณ ชินวัตร ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อจากนายชวน หลีกภัย

ได้มีการชูประเด็นในการไม่เห็นด้วยกับกฎหมายทาส ๑๑ ฉบับนี้ และกล่าวว่าจะดำเนินการยกเลิก

ณ ปัจจุบันนี้ กฎหมายทาส ๑๑ ฉบับนี้ ก็ยังไม่ได้ถูกยกเลิกแต่ประการใด

อีกทั้ง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็มิได้มีการนำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดบนเวทีแต่ประการใด

หากไม่ใช่รู้กัน กินด้วยกัน พวกเดียวกัน--->แล้วทำไม ถึงได้ปล่อยให้กฎหมายทาส ๑๑ ฉบับนี้ ยังมีการบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 8:59 pm

ในขณะที่รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้อ้างว่า กฎหมายทาส ๑๑ ฉบับนี้ เป็นเงื่อนไขที่ IMF ได้สร้างเงื่อนไขมา

แท้จริงแล้ว กฎหมายทาส ๑๑ ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่ทางรัฐบาล ร่างขึ้นเพื่อเสนอให้กับ IMF

เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนกับการนำประเทศชาติ ไปเสนอให้กับ IMF โดยที่เขาก็ไม่ได้เรียกร้อง

ทั้งๆที่ IMF ไม่ใช่ธนาคารที่จะสามารถออกเงินให้กู้ได้

แต่ IMF อยู่ในฐานะผู้ค้ำประกันให้กับประเทศต่างๆที่เข้าไปช่วยเหลือ เป็นการช่วยเพิ่ม/การันตีเครดิตให้กับประเทศนั้นๆ ในการติดต่อกับนานาประเทศ

หากว่า นายชวน หลีกภัย ได้ทำการกู้เงินกับทาง IMF จริง คงต้องแสดงหลักฐานที่เป็นสิ่งยืนยันถึงการที่ประเทศไทยได้รับเงินจาก IMF ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทักษิณ ชินวัตร มีหรือจะไม่รู้ ไม่งั้นจะประกาศได้อย่างไรว่า เราใช้หนี้ IMF หมดแล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริง ช่วยแสดงหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า ประเทศไทย ได้ชำระหนี้ กับทาง IMF เรียบร้อยแล้ว หรือไม่ก็แสดงหนังสือที่ทาง IMF ได้ปลดหนี้ ช่วยแสดงให้ดูหน่อย

อีกทั้ง สัญญาที่ทางรัฐบาลอ้างนั้น เป็นหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ไม่ใช่หนังสือสัญญาในทางกฎหมายแต่ประการใด

ณ จุดนี้ เราจึงแค่อยากแจ้งให้เพื่อนๆทั้งหลายได้รับรู้ไว้ได้เลยว่า ประเทศไทย ไม่เคยเป็นหนี้กับ IMF แต่ประการใด

ในเมื่อเราไม่เคยเป็นหนี้ IMF แล้วเงินที่หายไป ---> หายไปไหน

แล้วการที่รัฐบาลชวน หลีกภัย อยู่ๆก็นำประเทศไปเสนอ ---> เพื่ออะไร

แล้วอย่างนี้ จะเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นที่ปรึกษาฯ เข้ามาบริหารประเทศอีกหรือ!!!


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Fri Dec 12, 2008 10:16 am, ทั้งหมด 4 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 9:07 pm

IMF -ย่อมาจาก International Monetery Fund หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือน กรกฎาคม 2487 หลังการประชุมเบรดตัน วู้ดส์ ที่รัฐนิวแฮมเชียร์ สหรัฐอเมริกา ช่วงเวลาก่อนที่สงครามโลกจะยุติเพียง 1 ปี โดยมีข้อบังคับว่า ประเทศที่จะเป็นสมาชิกธนาคารโลก และจะต้องเป็นสมาชิกของไอเอ็มเอฟด้วย

วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งไอเอ็มเอฟคือ จัดการและควบคุมระบบการเงินของโลก และช่วยเหลือประเทศที่เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ โดยไอเอ็มเอฟจะประสานการทำงานกับกระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติของแต่ละประเทศ ซึ่งขณะนี้ไอเอ็มเอฟมีสมาชิกกว่า 181 ประเทศ มีเงินทุนพื้นฐาน 2 แสนล้านดอลลาร์

ประเทศไทยขอกู้เงินจากไอเอ็มเอฟครั้งแรกเมื่อปี 2527 สมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี วงเงิน 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ มาครั้งล่าสุดนี้ ในปี 2540 ไทย โดยรัฐบาลสมัยพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ ขอกู้เงินจากไอเอ็มเอฟภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์มากกว่าเมื่อครั้ง 2527 ถึง 57 เท่า

....................................................................................

สำหรับ นายชวน หลีกภัย ตามประวัติที่กล่าวไว้ว่า เป็นบุตรของนางถ้วน หลีกภัย

หากว่านายชวน หลีกภัย เป็นบุตรของนางถ้วน หลีกภัยจริง

ทำไมสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี แค่สร้างห้องน้ำสักห้อง ให้กับแม่บังเกิดเกล้า จะทำไม่ได้เชียวหรือ

นางถ้วน ไม่มีห้องน้ำใช้ แต่มีบุตรชาย เป็นถึงนายกรัฐมนตรี--->เป็นเรื่องที่น่าแปลก

แต่แล้วก็ถึงบางอ้อ เมื่อพิจารณาให้มากขึ้น แล้วก็คลายความสงสัย

เพราะสายตาไปพบกับ "หลีกภัย" จึงไม่สงสัยหากว่า เมื่อมีภัยใดๆเกิดขึ้น จะเห็นนาย ชวน หลีกเลี่ยงไปหมดนั่นเอง


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Fri Dec 12, 2008 10:27 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 9:28 pm

ณ วันนี้ ไม่ว่ามองไปทางใดในตัวบุคคลของนักการเมือง ก็จะพบว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในชุดรัฐบาล ที่ได้ถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐบาลขายชาติ

โดยเฉพาะสมัยนาย ชวน หลีกภัย ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี การเปลี่ยน "ไทย" ให้กลายเป็น "ทาส" เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น

โดยมีการแก้กฎหมาย ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเพื่อเปลี่ยนประเทศให้เข้าสู่ระบบทุนนิยม โดยการปูทางของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย, มีการยกเลิก พ.ร.บ.คณะสงฆ์

เพื่อเตรียมการในการแปลงที่ดินวัด ให้กลายเป็นทุน--->ในไม่ช้านี้ เราจะพบว่าวัดหลายๆแห่ง จะถูกรุกราน และรังแกจากพวกเหลือบแผ่นดิน

จากพวกมารศาสนา ที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์แก่พวกพ้องตนเอง โดยการย่ำยีจิตใจชาวพุทธ โดยเฉพาะพระสงฆ์ ที่ไม่สามารถเรียกร้อง

หาความยุติธรรม กับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ได้ (เพราะตอนนี้วัดต่างๆ ได้เริ่มถูกสำรวจทรัพย์สินภายในวัด แม้กระทั่งหลอดไฟ ยังต้องนับ)

สนธิ ลิ้มทองกุล เข้ามาเพื่อสร้างความแตกแยกให้กับประชาชนในชาติ สร้างสถานการณ์ในการอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์

เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้สึกต่อต้าน และเรียกร้องให้เกิดการล้มล้าง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 9:42 pm

หากเราสังเกตกันสักนิดจะพบว่า องค์กรที่ต้องการทำลายประเทศชาตินั้น

ต่างหลอกใช้ พรรคการเมืองในการทำลายล้างกันเอง (หรือว่าเต็มใจให้หลอกก็ไม่รู้) เพื่อต้องการสั่นคลอนเสถียรภาพในการจัดตั้งรัฐบาล

เพราะหากว่า เมื่อใดที่เรามีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ นั่นย่อมเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ในการเข้ามายึดครองประเทศไทย

เช่นเดียวกันกับการที่ต้องมีตัวแปรในการสร้างความแตกแยกให้กับประชาชนในชาติไทย

และเนื่องด้วย ประเทศไทยมีอุปสรรคชิ้นเบ้อเริ่มเทิ่ม นั่นคือ สถาบันพระมหากษัตริย์ และสถาบันศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา

อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทย

หากต้องการที่จะเข้ามายึดครองประเทศไทย จักต้องมีการโค่นล้มหรือทำลาย ความศรัทธา ความเชื่อมั่นทั้ง ๒ สถาบันนี้ให้ได้เสียก่อน

การกล่าวอ้าง การสร้างสถานการณ์โดยการปลอมตัวไปบวช แล้วประพฤติในทางที่ไม่ชอบ หรือผิดวินัยสงฆ์

หรือแม้แต่การนำสันติอโศกขึ้นไปบนเวทีพันธมิตร ก็เพียงเพื่อต้องการให้ต่างชาติเห็นว่า

ประเทศไทยมีความแตกแยกในประเทศมากเพียงใด ที่แม้กระทั่งพระสงฆ์ยังต้องออกมาเรียกร้อง

เพราะต่างชาติไม่รู้หรอกว่า สันติอโศกนั้นไม่ใช่พระ หากแต่เป็นเพียงผู้ที่แต่งกายคล้ายพระเท่านั้น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Dec 06, 2008 10:08 pm

สิ่งที่พวกเบี้ยที่รับใช้องค์กรต่างชาติทั้งหลาย ต้องดำเนินการให้ได้ คือการแบ่งประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด

ทำไมหนอ!!! ถึงต้องการประเทศไทย ประเทศไทยมีอะไรดีหรือ

ประเทศไทยมีพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะเป็นปัจจัยในการผลิตสิ่งบริโภค ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในอนาคต

โดยเฉพาะทางด้านอาหาร ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์

และประเทศไทย ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่างๆ....อีกด้วย

ในขณะที่หลายๆคน ได้ออกมากล่าว พร่ำเพ้อ หรือวาดฝันไว้ว่า หากต่างชาติเข้ามายึดครองประเทศไทยก็คงดี เราคงจะเจริญแบบประเทศอื่นๆ

บอกได้แค่ว่า สิ่งที่ฝัน และสิ่งที่จะเป็นไป มันช่างต่างกัน ราวฟ้ากับเหว

และอยากกล่าวไว้ว่า หากว่าท่านไม่ได้เป็นคนที่ได้กระทำการใดๆ อันเป็นการทำให้ประเทศไทยสามารถมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นได้

แม้แต่ตารางมิลลิเมตรเดียว ก็จงอย่าได้คิดการใด อันเป็นการทำให้ประเทศไทย ต้องสูญเสีย หรือตกอยู่ภายใต้การครอบครอง

ของคนต่างชาติ สิ่งที่ต้องทำ ก็คือการปกป้อง และรักษาประเทศไทยที่มีอยู่ด้วย ด้วยแรงกาย แรงปัญญา แรงใจ

และแลกด้วยชีวิตเท่านั้น จึงจะถือว่าได้ ชาตินี้ ไม่เสียชาติเกิด ที่ได้อยู่ และใช้ชีวิตบนผืนแผ่นดินไทย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  Siamese on Sun Dec 07, 2008 8:43 am

พจมารรร..จะกลับเมืองไทย Shocked
จะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้ต่อไปเนี้ย
เวรกรรมไม่หมดไม่สิ้นจริงๆ

http://edition.cnn.com/2008/WORLD/asiapcf/12/05/thailand.shinawatra.exwife/index.html#cnnSTCText

Siamese

จำนวนข้อความ : 6
Registration date : 03/12/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Dec 07, 2008 10:17 am

ก็คงเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง ที่แกนนำพันธมิตรฯ จะนำมาใช้ในการปลุกพลังมวลชน ควบคู่ไปกับ การเมืองใหม่ ตามเป้าประสงค์

อย่างน้อยๆ ก็อาจสร้างชนวน นำไทยมาฆ่ากันเอง เพื่อหาเหตุในการดึงยูเอ็นเข้ามาอีกครั้ง

หรือไม่ ต่างฝ่ายต่างแก้เกม โดยอ้างความสามัคคี หรืออะไรก็แล้วแต่ ในการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

เพราะอย่างไร แผนการดำเนินการแบ่งแยกประเทศ เปลี่ยนไทย ให้กลายเป็นทาส ต้องดำเนินต่อไปให้จงได้

เหตุที่สถานการณ์ยังทำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากโอบาม่า ยังไม่ได้รับอำนาจสิทธิ์อย่างเป็นทางการ

จึงยังไม่สามารถบงการให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด แต่ก็ได้ส่งสัญญาณมาเป็นระยะๆ

คงไม่นานเกินรอ...

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  000 on Sun Dec 07, 2008 10:39 am

ถ้าพันธมิตรต้องการกู้ชาติจริงๆ ต้องเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายทาส 11 ฉบับนี้

000
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sun Dec 07, 2008 10:50 pm

อ่านข่าวจากสื่อต่างๆ เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ กำลังจะได้ขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาล

ประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นผู้นำ ---> นปช.ก็จะออกมาอีก

เพื่อไทย(พลังประชาชนเก่า) ขึ้นเป็นผู้นำ ---> พันธมิตร ก็จะออกมาอีก

หากไม่เลือกใคร ---> รัฐบาลแห่งชาติ

ไม่ว่าจะเลือกหนทางไหน มันก็เป็นหนทางหายนะของประเทศชาติทั้งสิ้น แต่ต่างกันตรงที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น

ไอ้ครั้นจะไม่เลือกทางใด มันก็เป็นไปไม่ได้ แล้วเราในฐานะประชาชนของประเทศ จะทำอย่างไร

อภิสิทธิ์ เป็นคนที่ขึ้นตรงกับวาติกัน อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อคนของวาติกัน ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sun Dec 07, 2008 10:54 pm

เป็นเรื่องที่น่าแปลกเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ เป็นการเกี่ยวโยงในการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์

แต่ทำไม ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ ถึงมองไม่เห็นการเกี่ยวโยงนี้

อีกทั้งยังตกเป็นเครื่องมือ เพื่อทำลายประเทศชาติ เสียเอง ช่างน่าเศร้า!!!

ได้ยินหลายๆสังคมได้เกริ่นขึ้นมาว่า ทำไมไม่ปล่อยให้พันธมิตรได้มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศบ้าง

เหอๆๆๆๆ คิดกันได้ไงก็ไม่รู้เนอะ

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  abc on Wed Dec 10, 2008 9:07 pm

เท่าที่รู้มา นายชวน หลีกภัย ไม่ใช่คนไทยแท้ เพราะมีพ่อเป็นคนเวียดนาม ถ้าหากนางถ้วน ไม่ใช่แม่จริงๆ
งั้น นายชวน หลีกภัยเป็นใครกันแน่
ทำไมมีความรู้สึกว่า พวกที่ขายชาติ มักจะไม่ใช่คนไทยเลย

abc
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Feb 24, 2009 8:54 pm

ศาสนาพุทธ กำลังถูกสั่นคลอน โดยเฉพาะด้านความเชื่อ ความศรัทธา ที่ถูกปลูกฝังหยั่งรากลึกอยู่ในจิตสำนึกของประชาชนชาวไทย

บวกกับปัญหาในการดำรงชีวิตประจำวัน

ในไม่ช้า คำว่า "ทาส" คงมาเยือน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Feb 24, 2009 8:58 pm

เป็นที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่ง มีใครสังเกตกันบ้างหรือไม่ว่า

ปัจจุบันนี้ ประเทศไทย มีจำนวนคริสตจักร มากกว่า จำนวนวัด/ พุทธศาสนสถาน

อีกทั้ง การเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวคริสต์ ก็เริ่มมีการขยายตัวมากขึ้น

โดยหลีกเลี่ยงการเป็นเป้าสายตา

ที่สำคัญ ยังไม่เป็นเป้าโจมตีของสื่อต่างๆ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สรุปว่าใครเลวกว่ากัน มาให้คะแนนกันเถอะ

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Mon May 18, 2009 4:50 pm

คนที่รักทักษิณ บอกว่า ไม่ตำหนิ เรื่องการทำงานแบบมีนอกใน ขอให้ประเทศเจริญ เขารับได้
จากนั้นก็ตำหนิ ปชป ที่ผ่าน กม. ๑๑ ฉบับ ในปี ๔๒ กม.ที่มีฉายานามอันเจ็บกระดองใจ ว่า กม.ขายชาติ

คงตัดสินเป็นตัวเลขลำบาก

แต่หากใช้วิธีการมองภาพ ในลักษณะการนึกภาพ จะเห็นเป็นแบบนี้

คนหนึ่งเป็นคนไขกุญแจประตู ไปสู่ความล่มจมของชาติ แต่คนที่รู้จักหาช่องทางมีสิทธิรวย

ในขณะที่อีกคนหนึ่ง เป็นเปิดประตูเข้าไปโกย

ต้องตัดสินกันเอง

แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองว่า ทั้งสองคนมีทางเลือกอย่างอื่นที่ดีกว่านั้นหรือไม่
กับ อีกอย่างคือ สองคนนั้นเป็นคู่หูกัน ต่างร่วมกันทำงาน กันตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา จากอะไรที่อยู่ใต้พรม มิใช่สิ่งที่เป็นหน้าฉากให้เราท่าน เห็น

ต้องพูดแบบหนังจีนว่า บัดซบบบบบบบบ
avatar
MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: การร่วมมือกันในการเปลี่ยน ไทย ให้กลายเป็น ทาส

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Mon Dec 14, 2009 8:35 am

พรรคประชาธิปัตย์กับการเสียดินแดน ความจริงที่เกิดขึ้นจากอดีตสู่ปัจจุบัน โดย จารุพงศ์

ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมท่านนายกฯทักษิณที่เสียมราช กัมพูชา เมื่อวันที่ 13 –
14 พ.ย. 52 พร้อมกับคณะส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ฟังท่านนายกฯทักษิณพูดว่า
การตัดสินใจรับเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลสมเด็จฮุนเซนครั้งนี้
เพราะพิจารณาเห็นว่าประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านรั้วติดกัน
ประเทศไทยมีประชาชน 64 ล้านคน มีรายได้ประชาชาติสูงกว่ากัมพูชามาก
กัมพูชามีประชากร 14 ล้านคน
ถ้าจะเปรียบประเทศไทยเป็นบ้านก็เหมือนเป็นบ้านตึกหลังใหญ่
แต่เพื่อนบ้านรั้วติดกันยังเป็นบ้านหลังเล็กๆ
ถ้าสามารถให้คำปรึกษาแนะนำกับประเทศกัมพูชาให้สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้
โดยเฉพาะจะได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มาขยายผลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับกัมพูชา
ก็จะเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน
ให้ทั่วโลกประจักษ์ชัดถึงความสามารถของพระองค์ท่านด้วย
จะทำให้ประเทศกัมพูชาซื้อสินค้าจากไทยได้เพิ่มขึ้น
ความสัมพันธ์ที่ดีทั้งด้านการค้าขายและการท่องเที่ยวจะตามมา
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาท่องเที่ยวนครวัตนครธม
ก็จะเดินทางเข้ามาประเทศไทยก่อน
โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่จะไปเที่ยวชมปราสาทนครวัตนครธม
แล้วกลับมาไปเที่ยวพม่า พุกาม ลาว เวียงจันทร์ หลวงพระบาง ตลอดจนจีนตอนใต้
เสร็จแล้วก็ลงทะเลไปเที่ยวภูเก็ต มาเลเซีย สิงคโปร์ต่อ
ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้
เพราะสภาพภูมิประเทศของไทยเป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว
ฉะนั้นไทยจะต้องมีสัมพันธ์ไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านฉันท์มิตรประเทศ
มิใช่กระทำการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ชวนทะเลาะกับกัมพูชา พม่า ลาว มาเลเซีย
อย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ การค้าขายเศรษฐกิจก็จะฝืดเคือง
การท่องเที่ยวจะซบเซาโดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำเช่นนี้ด้วย

เรื่องกรณีประสาทพระวิหาร ท่านนายกฯทักษิณได้แจ้งข่าวดีให้ทราบว่า
สมเด็จฮุนเซนได้สั่งถอนทหารกัมพูชาออกจากบริเวณปราสาทพระวิหารแล้ว
ลดการประจันหน้ากับฝ่ายไทยแสดงเจตนารมณ์ว่ากัมพูชาไม่คิดจะรบกับไทย
ถ้าจะมีปัญหาก็เป็นปัญหาระหว่างสมเด็จฮุนเซนกับนายกอภิสิทธิ์เท่านั้น
คนไทย คนกัมพูชา ยังรักกันเหมือนเดิม
โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศต้องการที่จะมีการค้าขายสินค้า
เพราะเขามีความสัมพันธ์ฉันท์ญาติสนิท
มีการแต่งงานข้ามกันไปข้ามกันมาเป็นร้อยปีแล้ว
และเรื่องเส้นแบ่งเขตชายแดนเป็นแค่เส้นสมมุติเท่านั้น
ในโลกแห่งความเป็นจริงแผ่นดินบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศก็คือแผ่นดิน
เดียวกัน ไม่มีหุบเหวหรือผาสูงมาขวางกั้นแต่อย่างใด

ความจริงแล้วปราสาทเขาพระวิหาร
ศาลโลกได้ตัดสินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชาแล้วตั้งแต่ปีพ.ศ. 2505
ไทยแพ้คดีนี้โดยมี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นทนายฝ่ายไทย
คุณพ่อของผมนายจารุบุตร
เรืองสุวรรณ
อดีตประธานรัฐสภาเคยวิจารณ์ไว้ว่าการที่ไทยต้องแพ้คดีปราสาทเขาพระวิหารนี้
เพราะ อาจารย์เสนีย์ ปราโมช
ได้ไปตั้งทีมทนายความจากประเทศอังกฤษซึ่งมีอดีตรมว.ต่างประเทศของอังกฤษเป็น
ที่ปรึกษาใหญ่ เพราะอาจารย์เสนีย์จบเนติบัณฑิตจากอังกฤษ
ก็เชื่อมั่นในสถาบันของประเทศนี้
แต่หารู้ไม่ว่าหลักฐานสำคัญในการต่อสู้คดี มันอยู่ในประเทศฝรั่งเศส
เพราะประเทศกัมพูชาเป็นประเทศเมืองขึ้นของฝรั่งเศสไม่ใช่ของอังกฤษ
ผิดกับกษัตริย์สีหนุได้ตั้งทนายความจากอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส
และคณะทนายจากฝรั่งเศสทั้งหมด ฉะนั้นหลักฐานเอกสาร , ภาพถ่าย ,
เหตุการณ์สำคัญต่างๆ สนธิสัญญาที่ไทยเคยทำกับฝรั่งเศสทั้งหมด
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชาก็ถูกงัดออกมาแสดงต่อศาลโลกทั้งหมดด้วย
อาทิเช่น เมื่อครั้งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยจะเดินทางไปชมปราสาทพระวิหาร
มีเอกสารหลักฐานที่ฝรั่งเศสเอามาอ้าง คือ
เอกสารจดหมายของฝ่ายไทยที่แจ้งขออนุญาตขึ้นเขาพระวิหารไปยังผู้สำเร็จราชการ
ฝรั่งเศสในกัมพูชา
และวันที่สมเด็จกรมพระยาดำรงกับคณะเดินทางไปขึ้นชมปราสาทพระวิหาร
ทางฝรั่งเศสจัดกองทหารเกียรติยศมาตั้งแถวรอรับที่เชิงเขาพระวิหารบริเวณทาง
ขึ้น มีภาพวาดเหมือนตีพิมพ์ลงในหนังสือนิตยสารของฝรั่งเศสด้วย
ในภาพก็ปรากฏธงสยามอยู่ฝั่งหนึ่ง ธงฝรั่งเศสอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
ทนายความของกษัตริย์สีหนุซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสได้นำหลักฐานนี้ไปยืนยันว่า
สมัยเกือบร้อยปีที่ผ่านมาเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
กรมพระยาดำรงราชานุภาพก็ยอมรับในหลักเขตแดนว่า
ปราสาทพระวิหารเป็นของฝรั่งเศส – กัมพูชาชัดเจนแล้ว
นี่เป็นแค่ตัวอย่างชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายไทยโดยอาจารย์เสนีย์
ปราโมช ทนายใหญ่ใช้คนผิด
เลือกคณะที่ปรึกษาชาวอังกฤษแทนที่จะเลือกที่ปรึกษาชาวฝรั่งเศส
เพราะหลักฐานเอกสารสำคัญมันอยู่กับฝ่ายฝรั่งเศสทั้งหมดนี่คือการที่ไม่
“Put the right man on the right job ” เลือกคนไม่ถูกกับงาน
ถ้าเราจะเรียกร้องเกาะหมาก (ปีนัง)จากมาเลเซีย
จึงค่อยไปเชิญคณะที่ปรึกษาจากอังกฤษมาสู้คดีกับมาเลเซีย
ก็จะมีโอกาสชนะได้ฉันนั้น
กรณีปราสาทพระวิหารจึงแพ้คดีเสียตั้งแต่ยังไม่ทันได้ว่าความเลย คือ
“แพ้ตั้งแต่ในมุ้งแล้ว”
นี่คือความจริงที่อยากจะบอกให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับทราบว่า
การเสียปราสาทพระวิหารก็เป็นฝีมือของคนพรรคประชาธิปัตย์ระดับหัวหน้าพรรคโดย
แท้
แล้วนายอภิสิทธิ์จะมาทำแก้เกี้ยวทวงคืนปราสาทพระวิหารคิดว่าคนไทยโง่ไปทั้ง
หมดหรือ ?

http://www.norporchorusa.com/index.php?option=com_fireboard&Itemid=67&func=view&catid=2&id=558

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ