ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:32 pm

ในขณะนี้ หากเราท่องไปตามเว็บบอร์ดต่างๆ เราจะพบว่า มีการกล่าวถึง The Economist

คนทั่วไปต่างคิดว่าบทความที่ได้รับการกล่าวถึงใน The Economist นี้ ได้ถูกเขียนโดยชาวต่างชาติ แล้วมีการแปลเป็นภาษาไทย

แท้จริงแล้ว บทความนี้ ผู้เขียนแต่งเป็นคนไทย ที่มีความแค้นใจอันเนื่องมาจากการยุบพรรค

ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีผู้หนึ่ง ---> ข้อมูลนี้ เราได้รับการเปิดเผยจากบรรณาธิการของ The Economist เอง

การที่ทักษิณได้พูดไว้ เมื่อครั้งโฟนอินในวันที่ ๑ พ.ย.๒๕๕๑ ว่า "ไม่มีใครเอากลับประเทศได้ นอกจากพระบารมีและพลังของประชาชน"

นัยหนึ่งคือ การส่งสัญญาณ เปิดช่องทางให้อดีตรมต.ผู้ที่เขียนแต่งนี้ ได้เริ่มปฏิบัติการ

การดำเนินแผนการนี้ แสดงให้เห็นถึงการตอบรับนโยบายของ โอบาม่า ในการดำเนินการเพื่อให้สอดรับกับแผน New World Order

New World Order ---> One World Emperor ---> สันตะปาปา

และแล้ว แผนปฏิบัติการในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ได้บังเกิดขึ้น โดยใช้กลยุทธ์และวิธีการของแม้ว ที่คุ้นเคย

ในขณะที่อภิสิทธิ์ ผู้ที่กำลังถูกหมายมั่นปั้นมือ ในการก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีระยะสั้น ได้ออกมาแย้บๆว่า เห็นด้วยกับการที่จะแก้ไข
รัฐธรรมนูญบางมาตรา

ไม่ช้า เราก็จะได้เห็นขบวนการสร้างความแตกแยกให้กับคนในประเทศชาติอีกครั้ง!!!!

แต่ก่อนอื่น ขอนำบทความใน The Economist มาให้ได้อ่านผ่านตา

ให้ผู้อ่านทั้งหลายได้เห็นถึงความเลวที่เจือสมอยู่ในสันดานของคน ที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาที่สละสลวย

ผู้อ่านจะได้พิจารณาว่า ผู้ที่เขียนแต่งบทความนี้ สมควรที่จะได้รับคำกร่นด่า สาปแช่ง จากประชาชนผู้จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ เพียงใด

และนี่คือ ปฏิญญาฟินแลนด์ ---> นโยบายล้มราชวงศ์

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:39 pm

(ภาษาไทย)

The Economist: กษัตริย์กับประชาชนไทย


Thailand's monarchy: The king and them
4 ธันวาคม 2551
ที่มา The Economist

เรื่องเร้นลับเกี่ยวกับบทบาทของพระราชวังต่อความความล้มเหลวของประชาธิปไตยไทย


ธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย อุตสาหกรรมการส่งออก และภาพลักษณ์ของประเทศได้ถูกทำลายลงราบคาบจากเหตุการณ์ทั้งหลายที่เพิ่งเกิดขึ้น บรรดาผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์ได้เข้ายึดพื้นที่ในหน่วยราชการหลายแห่งเป็นเวลาหลายเดือนและได้เข้ายึดสนามบินกรุงเทพฯทั้งสองแห่ง ตำรวจไทยปฏิเสธที่จะทำการขับไล่กลุ่มผู้ชุมนุม กองทัพก็ปฏิเสธที่จะเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือ สัปดาห์นี้เองการยึดสนามบินจบลงหลังจากที่ศาลได้ตัดสินยุบพรรคการเมืองสามพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ทั้งสามพรรคมีแผนที่จะตั้งพรรคขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อใหม่และร่วมกันบริหารประเทศต่อไปท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังครุกรุ่น เปรียบดั่งเปลือกหุ้มแห่งความทันสมัยอันเกิดจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 ได้ลอกคราบบางๆของมันออก ทั้งที่ไม่นานมานี้ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นหัวขบวนของสังคมอันเปิดกว้างที่ยอมรับในความแตกต่างของเอเชีย ตอนนี้ดูเหมือนจะค่อยๆคืบคลานเข้าสู่ความเป็นอนาธิปไตย

ความขัดแย้งเริ่มปรากฎเมื่อสามปีที่แล้วจากการชุมนุมประท้วงที่สงบและเป็นระเบียบเพื่อต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการใช้อำนาจในทางที่ผิดของรัฐบาลของ ทักษิณ ชินวัตร บรรดาผู้ประท้วงซึ่งแต่งกายในชุดสีเหลืองอันเป็นตัวแทนของกษัตริย์ผู้ซึ่งกล่าวหาว่าทักษิณเป็นผู้ที่มีแนวความคิดแบบสาธารณรัฐนิยมประสบความสำเร็จเมื่อบรรดานายทหารผู้จงรักภักดีได้ทำการยึดอำนาจจากทักษิณเมื่อปี 2549 แต่เมื่อประชาธิปไตยได้กลับมาเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว คนไทยส่วนใหญ่ได้ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคการเมืองซึ่งเป็นมิตรกับทักษิณเข้ามาบริหารประเทศ บรรดาผู้ประท้วงสวมเสื้อเหลืองซึ่งเรียกตนเองอย่างไม่ค่อยจะตรงกับความจริงนักว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กลับมาก่อการประท้วงอีกครั้งรวมทั้งได้นำเอาวิธีการอันเป็นอันธพาลมากยิ่งๆขึ้นมาใช้ ซึ่งกระตุ้นให้บรรดาผู้ที่สนับสนุน ทักษิณรวมตัวกันสู้โดยมีสัญลักษณ์เป็นเสื้อสีแดง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:46 pm

พูดไม่ได้
ตลอดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น สิ่งที่มิอาจพูดถึงได้ ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะสื่อสารมวลชนไทย แต่รวมถึงผู้สื่อข่าวต่างชาติส่วนใหญ่ด้วยนั้น ก็คือบทบาทของกษัตริย์ภูมิพล ราชวงศ์ และผู้รับใช้ใกล้ชิดทั้งหลาย กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งถูกบังคับใช้อย่างรุนแรงที่สุดในบรรดาทุกประเทศทั่วโลก เป็นเกราะกำบังสำคัญที่ทำให้แม้แต่การเอ่ยถึงบทบาทของราชวงศ์แม้แต่อย่างที่สุภาพที่สุดก็ยังถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามในที่สาธารณะ กฎหมายดังกล่าวซึ่งถือว่าตกสมัยไปแล้วในประเทศอื่นๆทั่วโลกแต่ในประเทศไทยกลับได้ถูกนำมาปรับใช้อย่างแข็งขันในช่วงทศวรรษ 1970 เป็นความพิลึกยิ่งที่ใครก็ได้สามารถที่จะฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งตำรวจจะต้องดำเนินคดีอย่างจริงจังแม้กับข้อหาขี้ประติ๋ว ทั้งหมดนี้ทำให้กฎหมายดังกล่าวเป็นเครื่องมืออย่างดีสำหรับนักการเมืองหรือใครก็ตามที่ต้องการจะทำลายศัตรูของตน และบ่อยครั้งสื่อสารมวลชนก็ไม่ได้รับอนุญาตให้อธิบายถึงรายละเอียดของข้อกล่าวหาที่มีต่อราชวงศ์ ทำให้คนไทยไม่มีทางเลยที่จะได้รับทราบว่าข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นการไม่เคารพต่อราชวงศ์จริงๆหรือไม่
กฎหมายหมิ่นพระบรมราชานุภาพนับเป็นความโหดเหี้ยมในตัวเองอยู่แล้ว และไม่ควรถูกนำมาบังคับใช้ในประเทศใดก็ตามที่ประกาศตนว่าเป็นประชาธิปไตย แย่ยิ่งกว่านั้นอีกก็คือการที่กฎหมายดังกล่าวปิดบังให้คนไทยถึงเหตุผลบางประการที่เป็นต้นเหตุของปัญหาของการเมืองของประเทศตน แม้แต่สิ่งที่กษัตริย์เองตรัสเรียกว่าเป็นความ “มั่ว” ของประเทศไทยนั้น ก็มีสาเหตุในหลายๆทางมาจากการเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมืองของตัวพระองค์เองตลอด 62 ปีที่ทรงครองราชสมบัติ (โปรดดูบทความประกอบ) ส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนี้เป็นผลอันเกิดจากแก่งแย่งซึ่งอำนาจก่อนการเปลี่ยนรัชสมัย ยิ่งเหตุการณ์ที่พระมหากษัตริย์เองจะทรงมีพระชนมพรรษาครบ 81 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ยิ่งทำให้เหตุการณ์ที่นับวันยิ่งทวีความสำคัญยิ่งๆขึ้นเรื่อยๆ

รายละเอียดส่วนใหญ่ของเรื่องราวที่ว่าการกระทำของกษัตริย์ได้ทำลายระบบการเมืองของประเทศตนอย่างไรนั้นเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นหู เพราะคนไทยไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รับทราบ หลายคนจะพบว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์ของเราทำให้พวกเขาไม่สบอารมณ์และโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ แต่เราคิดว่าเราคงไม่ทำการการวิพากษ์วิจารณ์ครั้งนี้ หากเราไม่เห็นว่ามันไม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวิจารณ์ ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องเปิดกว้างต่อการอภิปรายในเรื่องนี้เพื่อที่จะเตรียมตนเองสำหรับการที่จะมีผู้ที่ได้รับการยอมรับนับถือน้อยกว่าขึ้นเป็นกษัตริย์ ไม่ดีแน่ๆที่ประเทศใดจะหลอกตนเองกับประวัติศาสตร์ในแบบเทพนิยายปรัมปราซึ่งเชื่อว่ากษัตริย์ของตนนั้นไม่เคยทำสิ่งใดผิดเลย ทรงอยู่เหนือการเมืองและทรงเข้ามาแทรกแซงเพื่อรักษาประชาธิปไตยเท่านั้น ทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริงเลย

ประวัติศาสตร์ไทยฉบับเป็นทางการ ย้ำแล้วย้ำอีกกับเหตุการณ์เช่นในปี พ.ศ. 2535 ซึ่งกษัตริย์ภูมิพลได้แทรกแซงให้ทรราชมือเปื้อนเลือดลาออกและเป็นอิทธิพลสำคัญให้ประเทศกลับสู่ภาวะประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง แต่เหตุการณ์อื่นๆซึ่งมีการแทรกแซงจากกษัตริย์และราชวงศ์ในทางที่ส่งผลเสียกลับไม่ได้รับการกล่าวถึงหรือนำมาอภิปรายเลย ในปี พ.ศ. 2519 ในขณะที่กษัตริย์ภูมิพลมีความกลัวจนเกินกว่าเหตุกับภัยร้ายจากลัทธิคอมมิวนิสต์ กษัตริย์ได้ทรงละเลยถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนของขบวนการขวาจัดซึ่งสมาชิกได้รุมเข่นฆ่ากลุ่มผู้ประท้วงนักศึกษาที่ไร้อาวุธ ในช่วงสงครามเย็น อเมริกาเห็นว่ากษัตริย์ภูมิพลเป็นพันธมิตรที่สำคัญยิ่งและได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินต่อกระบวนการสร้างภาพลักษณ์ของกษัตริย์ภูมิพล ความร่วมมืออันยาวนานนี้ผนวกกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ถูกบังคับใช้อย่างรุนแรงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้บรรดานักการทูต นักวิชาการ และ ผู้สื่อข่าวจากโลกตะวันตก ยอมกลืนเลือดตัวเองในการหุบปากเงียบจากการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ

หลังจากเหตุการณ์การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นครั้งที่ 15 ในรัชสมัยของกษัตริย์ภูมิพล เจ้าหน้าที่ทางการของไทยพยายามที่จะบอกชาวต่างชาติว่า รัฐพิธีบีบบังคับให้กษัตริย์ต้องยอมรับการยึดอำนาจของนายทหารในกองทัพ ในขณะที่คนไทยถูกบอกอีกอย่างหนึ่งว่า กษัตริย์ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณะผู้ก่อการรัฐประหารเข้าเฝ้าฯ และหนังสือพิมพ์ต่างๆได้ตีพิมพ์ภาพดังกล่าวในหน้าหนึ่งเสมือนเป็นการบอกว่ากษัตริย์ได้ให้การยอมรับกับการยึดอำนาจดังกล่าว ในความเป็นจริงแล้วกษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจที่จะแสดงออกว่าทรงไม่เป็นที่พอพระราชหฤทัยต่อการยึดอำนาจหากทรงเห็นเช่นนั้นโดยการสั่งการให้กำลังทหารภายใต้พระองค์ออกมาต่อสู้หรือแม้แต่การที่จะเลือกทรงนิ่งเฉยไม่ยอมรับผลดังกล่าวก็ได้ แต่ทรงกลับเลือกที่จะใช้พระราชอำนาจในอีกทางหนึ่งแทน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ซึ่งได้ทรงมีพระราชดำรัสต่อบรรดาผู้พิพากษาให้ดำเนินการจัดการกับวิกฤตการเมืองนั้น บรรดาศาลดูเหมือนจะได้แปลพระราชประสงค์ออกมาโดยการเร่งดำเนินการกับคดีต่างๆต่อตัวอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายของเขา โดยล่าสุดโดยการตัดสินยุบพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลทั้งสามพรรคลง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:47 pm

อนาคตอันไร้ซึ่งเทพนิยาย

ในจินตนาการของคนไทยผู้นิยมเจ้า ประเทศของพวกเค้านั้นเหมือนกับภูฏาณ ประเทศซึ่งมีกษัตริย์หนุ่มที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รักของประชากรทั้งหลายซึ่งมีเพียงไม่กี่แสนคนซึ่งยินดีกับการอยู่ภายใต้การปกครองแบบกษัตริย์มากกว่าระบอบประชาธิปไตย แต่ในความเป็นจริง ท่ามกลางความโกรธแค้นของสาธารณะชนต่อการสนับสนุนของพระราชินีต่อวิธีการอันเป็นอันธพาลของพันธมิตรฯ รวมถึงการมองเห็นถึงความไม่เหมาะสมในตัวรัชทายาทที่นับวันยิ่งกระชั้นชิดต่อการขึ้นครองราชย์ ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่เผชิญกับเหตุการณ์เฉกเช่นที่เกิดกับประเทศเนปาล คือสงครามกลางเมืองและการที่กษัตริย์ที่ได้มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองปัจจุบันได้กลายเป็นประชาชนธรรมดาในประเทศสาธารณรัฐไปเสียแล้ว พันธมิตรฯซึ่งได้รับการอุ้มชูและให้ท้ายโดยพระราชวังแต่กลับกลายมาเป็นสิ่งที่บ่อนเซาะทำลายพระราชวังเสียแล้ว ภาพที่ปรากฎซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อสาธารณชนในหลายวันที่ผ่านมาก็คือบรรดาอันธพาลในกลุ่มผู้สนับสนุนพันธมิตรฯได้ยิงทำร้ายผู้สนับสนุนรัฐบาลในขณะที่ชูพระบรมฉายาลักษณ์ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่ากษัตริย์และราชวงศ์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาใหญ่นี้ และประทับอยู่เหนือสุดในลำดับชั้นอันไม่สิ้นสุดในสังคมที่ไม่เท่าเทียมกันนี้ คุณไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อในการปกครองแบบสาธารณรัฐที่จะเห็นด้วยว่าเป็นความจำเป็นที่จะต้องอภิปรายได้อย่างเปิดเผยต่อเรื่องนี้แล้ว

ก่อนที่ ดิ อีโคโนมิสต์ จะตีพิมพ์บทความชิ้นนี้ ในคืนวันก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษา มีรายงานว่ากษัตริย์ภูมิพลทรงมีพระอาการป่วยและไม่ทรงสามารถที่จะพระราชทานพระราชดำรัสได้อย่างที่ทำเป็นประจำทุกๆปี ดังนั้นกษัตริย์ภูมิพลจึงยังไม่ได้ออกมาแสดงความไม่เกี่ยวข้องของพระองค์เองกับ บรรดาบุคคลในเสื้อเหลืองที่อ้างว่าพวกเค้านั้นดำเนินการต่างๆเพื่อพระองค์ การนิ่งเฉยของกษัตริย์ได้ส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อระบบนิติรัฐของประเทศไทย กระนั้นก็ดีพระองค์ก็ยังทรงเป็นบุคคลเดียวที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ โดยการออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอันคร่ำครึรวมทั้งการตัดรัฐธรรมนูญส่วนที่สนับสนุนกฎหมายดังกล่าวทิ้งเสียทั้งหมด สิ่งนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนไทยสามารถร่วมกันอภิปรายเพื่อหาทางออกสำหรับอนาคตของตนได้ กษัตริย์ภูมิพลได้เคยกล่าวถึงกฎหมายดังกล่าวอย่างครึ่งๆกลางๆเมื่อปีพ.ศ. 2548 ว่าตัวพระองค์เองไม่ได้ทรงอยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์ แต่สิ่งใดก็ตามที่น้อยกว่าการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทิ้งทั้งหมดไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาใหญ่นี้ได้ ใครก็ตามที่เป็นมิตรแท้กับประเทศและประชาชนไทยต้องช่วยกันบอกประเทศไทย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:50 pm

The Economist: ความวุ่นวายที่เกิดจากการพระเจ้าแผ่นดินอย่างแท้จริง

Thailand's king and its crisis: A right royal mess
4 ธันวาคม 2551
ที่มา The Economist

ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่มีทางออกของไทยเป็นผลมาจากคำสั่งต้องห้ามบางประการของราชวงศ์ และนี่คือเหตุผลที่ว่าข้อห้ามเหล่านั้นจะต้องถูกยกเลิก



แม้แต่พระเจ้าแผ่นดินที่ได้รับการยกย่องมากที่สุด ได้รับการบูชาจากประชาชนเสมือนว่าเป็นสมมติเทพ ก็ยังไม่มีชีวิตที่เป็นอมตะ คนไทยถูกเตือนถึงความจริงข้อนี้จากงานพระราชพิธีศพเมื่อเดือนที่แล้วที่กินเวลานานถึงหกวัน ที่ประกอบด้วยริ้วขบวนอันวิจิตรตระการตาและทหารในเครื่องแต่งกายตามโบราณราชประเพณี ที่จัดขึ้นสำหรับงานศพของเจ้าฟ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา พี่สาวของพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล มีการพูดกันในกรุงเทพฯว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นเสมือน “การซ้อมใหญ่” สำหรับวันสุดท้ายของยุคสมัยของพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลที่ครองราชย์ยาวนานถึง 62 ปี ก่อนหน้าวันเกิดครบรอบ 81 ปีของพระองค์ ในปีนี้ พระองค์ได้ปรากฏกายในที่สาธารณะน้อยมาก และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ ก็ทรงดูชราภาพสมตามอายุจริง

งานพระราชพิธีดังกล่าวช่วยชะลอความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นและมีอยู่อย่างรุนแรงตลอดเวลาสามปีได้เพียงเล็กน้อย ความขัดแย้งทางการเมืองดังกล่าวเป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ที่สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกขับให้พ้นจากตำแหน่งโดยนายพลทหารที่จงรักภักดีต่อราชวงศ์เมื่อปี 2549 และกลุ่มที่คัดค้านทักษิณวึ่งประกอบด้วยชนชั้นนำในกรุงเทพและปรากฏชัดเจนว่าหนึ่งในผู้สนับสนุนพันธมิตรนั้นก็คือ พระราชินีสิริกิติ์ แต่เพียงหนึ่งวันหลังจากพระราชพิธีศพ ก็มีการขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ที่ประท้วงทักษิณจนมีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย หลังจากนั้น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งได้ยึดครองทำเนียบรัฐบาลมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมก็ได้บุกเข้ายึดสนามบินหลักของกรุงเทพฯ สร้างความโกลาหลวุ่นวาย การยึดสนามบินสิ้นสุดในอีกแปดวันต่อมาเมื่อศาลได้มีคำสั่งยุบพรรคการเมืองหลักที่เป็นแกนนำของรัฐบาลและเป็นฝ่ายที่สนับสนุนทักษิณ

ขณะนี้ ทักษิณอยู่ระหว่างการลี้ภัย เขาถูกศาลพิพากษาคดีลับหลังและศาลตัดสินว่าเขามีความผิดฐานคอร์รัปชัน แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเป็นกลุ่มพรรคการเมืองที่สนับสนุนเขา และกลุ่มผู้สนับสนุนเขาก็มุ่งมั่นที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่แม้พรรคเดิมจะถูกยุบตามคำสั่งศาล เมื่อเดือนที่แล้ว ได้มีการจัดการรวมตัวของกลุ่ม “เสื้อสีแดง” ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเขาจำนวนมาก เพื่อเป็นการเตือนกลุ่มศัตรูสวมเสื้อเหลืองในฝั่งพันธมิตร ซึ่งชอบอ้างว่าพันธมิตรทำเพื่อในหลวงในขณะที่กล่าวหาว่าทักษิณต้องการสถาปนาสาธารณรัฐว่า ทักษิณยังคงเป็นนักการเมืองที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในประเทศไทย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:52 pm

นอกเหนือจากข้ออ้างในการจำกัดทักษิณที่พอจะมีมูลว่า ทักษิณใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง สิ่งหนึ่งที่พวกขวาจัดและสนับสนุนราชวงศ์วิตกก็คือ การที่ทักษิณได้สร้างความยอมรับ ความชื่นชมในหมู่ประชาชนผ่านทางนโยบายประชานิยมอย่าง สามสิบบาทรักษาทุกโรค หรือกองทุนหมู่บ้าน จะเป็นการสร้างสถานะและเครือข่ายของทักษิณที่เป็นการท้าทายอำนาจของพระเจ้าแผ่นดินไปในตัว สิ่งที่วิตกกันอีกประการหนึ่งก็คือ ตามที่มีการกล่าวหาว่าทักษิณได้แสดงถึงความใจกว้างต่อเจ้าฟ้าชายเป็นการกระทำเพื่อสร้างบารมีและอิทธิพลเหนือเจ้าฟ้าชายเมื่อต่อไปได้ขึ้นครองราชย์ ด้วยเหตุนี้และเหตุผลอื่นๆ การเข้าใจถึงเรื่องราวในเบื้องหลังที่ไม่มีการเปิดเผยของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการที่จะเข้าใจปัญหาที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออกของประเทศที่มีประชากรหกสิบสามล้านคนนี้

สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้จะทำให้คนไทยจำนวนมากทุรนทุราย และต้องการได้ยินเรื่องราวที่เป็นดังเทพนิยายเกี่ยวกับพระเจ้าแผ่นดินของพวกเขามากกว่า แต่การกระทำที่ผ่านมาในอดีตของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้เป็นตัวปัญหาหลักของความขัดแย้งที่กำลังแบ่งแยกประเทศนี้ให้ร้าวฉาน ด้วยเหตุผลนี้เองที่เราจะตรวจสอบเรื่องราวต่างๆเหล่านั้น

เรื่องราวของพระเจ้าแผ่นดินภูมิพล แม้จะตัดเรื่องต่างๆที่สร้างเสริมในประเทศไทยให้เป็นดังตำนานเทพนิยาย ก็ยังเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากอยู่ดี เขาเกิดในสหรัฐอเมริกา มีมารดาเป็นสามัญชนที่เป็นลูกครึ่งจีน และโดยอุบัติเหตุ ก็ได้รับการแต่งตั้งให้สืบทอดราชบัลลังก์ที่เวลานั้นใกล้จะสูญสิ้น และพระองค์เป็นผู้พลิกฟื้นชะตากรรมของราชวงศ์ให้กลายเป็นราชวงศ์ที่ร่ำรวยและมีอำนาจมากที่สุดในโลก และแน่นอนที่สุด เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวในโลกสมัยใหม่ที่มีอำนาจทางการเมืองสูงที่สุด บุคลิกภาพ สติปัญญาและความสามารถของพระองค์ (จากการเล่นแซกโซโฟนไปจนถึงการทำฝนเทียมที่พระองค์จดสิทธิบัตรไว้ในยุโรป) และความห่วงใยที่มีต่อประชาชนทำให้พระองค์เป็นที่เคารพรักในประเทศ และชื่นชมไปทั่วโลก ภาพลักษณ์ของพระองค์อาจจะขึ้นถึงจุดสุดยอดเมื่อปี 2535 หลังจากที่กองทัพใช้อาวุธฆ่าประชาชนที่ประท้วงต้องการประชาธิปไตยหลายสิบคน และโทรทัศน์ได้ถ่ายทอดภาพที่ผู้นำกองทัพ (และนายกรัฐมนตรีในเวลานั้น) สุจินดา คราประยูร และผู้นำการประท้วงอย่างจำลอง ศรีเมือง (แกนนำพันธมิตรฯตอนนี้) ได้คุกเข่าแทบเท้าพระองค์ หลังจากนั้นไม่นาน สุจินดาก็ลาออก และพระองค์ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศ

อย่างไรก็ดี ยังมีเรื่องราวที่ไม่เปิดเผยว่าพระองค์ได้สูญสิ้นความเชื่อถือในระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว (ถ้าพระองค์จะเคยเชื่อมั่นในการปกครองภายใต้ระบอบนี้จริง) พระองค์ได้คอยเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองในเบื้องหลังอยู่ตลอดเวลา และด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงท้ายที่ไม่มีความชัดเจนของยุคสมัยของพระองค์ จึงมีความเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศอยู่ในภาวะที่ไม่พร้อมจะมีชีวิตโดยปราศจาก “พ่อหลวง” ดังที่คนไทยของเรียกพระองค์เช่นนั้น การที่จะเข้าใจปัญหาของประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวขบวนของสังคมอันเปิดกว้างที่ยอมรับในความแตกต่างของเอเชีย แต่กลับกลายเป็น ประเทศที่ยุ่งเหยิงจนน่าสิ้นหวังไปได้นั้น จะไม่สามารถทำได้ ถ้าเราไม่เข้าไปตรวจสอบเบื้องหลังฉากหนาๆที่สร้างไว้รอบๆพระองค์

การกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสิ่งที่ดูจะขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง ระหว่างพระเจ้าแผ่นดินที่อ้างกันว่าได้รับความรัก ความเคารพบูชาจากประชาชนอย่างสูงที่สุดนั้น กลับมีการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่รุนแรงมาก ในขณะที่ราชวงศ์ต่างๆทั่วโลกได้พากันยกเลิกกฎหมายนี้ หรือมิฉะนั้นก็ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายนี้แล้ว แต่ในประเทศไทยกลับมีการเพิ่มโทษสำหรับการกระทำความให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปจนถึงขั้นจำคุกสิบห้าปี แม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างเบาบางก็ทำไม่ได้ และผลของกฎหมายตัวนี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะคนไทยเท่านั้น บรรดานักการทูต นักวิชาการ สื่อมวลชนจากตะวันตกก็พากันยอมรับผลของกฎหมายฉบับนี้ด้วยความขลาดกลัว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:53 pm

ทุกคนเป็นคนของพระราชา

ต้นตอส่วนหนึ่งของปัญหานี้เริ่มสมัยสงครามเวียดนาม เมื่อสหรัฐฯค้นพบว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้เป็นพันธมิตรในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ และเมื่อตระหนักถึงคุณค่าของพระองค์ที่จะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ในการต่อต้านกองทัพแดง อเมริกาก็ให้เงินสนับสนุนกองทุนในการโฆษณาชวนเชื่อให้ทุกครัวเรือนของไทยมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ และแม้แต่ทุกวันนี้ ในขณะที่สหรัฐไม่รอช้าที่จะโวยวายกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในประเทศต่างๆในเอเชีย แต่น้อยครั้งนักที่อเมริกาจะประท้วงไทยเวลาที่มีการจับกุมทั้งคนไทยและต่างชาติเพราะการวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ ทั้งสื่อมวลชนและนักวิชาการจากโลกตะวันตกต้องการวีซ่าในการเดินทางเข้าไทยเพื่อมาทำงาน ดังนั้นจึงทำให้กระแสการวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ไทยลดลงไปโดยปริยาย

และด้วยการสมรู้ร่วมคิดในการปิดบังข้อมูลนี้เอง ทำให้เราได้เห็นหนังสืออัตชีวประวัติที่เขียนอย่างจริงจังเกี่ยวกับผู้นำคนสำคัญของเอเชียเพียงเล่มเดียว นั้นก็คือหนังสือ “เดอะคิงเนเวอร์สไมล์” โดยพอล แฮนด์ลีย์ สื่อมวลชนชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งได้เขียนบันทึกไว้ว่าเรื่องราวการฟื้นฟูราชวงศ์ไทยเป็น “หนึ่งในเรื่องราวที่ไม่มีการเปิดเผยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20”

แฮนด์ลีย์บอกว่าเป็นเวลาถึงสองปีที่ไม่มีใครจะโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ระบุในหนังสือของเขา แม้แต่ส่วนที่ถือได้ว่ารุนแรงที่สุด นั่นก็คือการเปิดเผยว่า ความเชื่อที่ว่าพระเจ้าแผ่นดินไม่แทรกแซงการเมืองและจะทรงเข้าข้างแต่ฝ่ายที่ถูกต้องหรือดีงามนั้นไม่เป็นความจริง ข้อกล่าวหาของพอลในหนังสือเล่มนี้ที่ดูจะรุนแรงมาก (แต่ไม่มีคนโต้แย้งในเรื่องข้อเท็จจริง) ก็คือว่า สำหรับเหตุนองเลือดในปี 2519 นั้น ดูเหมือนพระองค์จะเป็นผู้ไม่เอาผิดกับกองกำลังฝ่ายขวาที่ร่วมมือกับกองทัพในการสังหารหมู่และทำร้ายนักศึกษาที่ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสงบ และก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอๆในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ (และก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง)ที่การก่อความไม่สงบในปี 2519 จะกลายเป็นข้ออ้างที่จะล้มล้างรัฐบาลและตั้งรัฐบาลใหม่ที่พระเจ้าแผ่นดินเห็นชอบให้มาทำหน้าที่แทน

พระเจ้าแผ่นดินภูมิพลขึ้นครองราชย์เมื่อมีอายุ 18 ปี หลังจากที่พี่ชายของพระองค์ ในหลวงอานันมหิดลตายอย่างปริศนาในปี 2489 พระองค์อยู่ใต้การดูแลของลุงของพระองค์ซึ่งเป็นเจ้าชายที่มีความเคียดแค้นและมุ่งมั่นที่จะฟื้นคืนอำนาจของราชวงศ์ รวมทั้งทรัพย์สินและความมั่งคั่งของราชวงศ์ ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปในปี พ.ศ. 2475 เมื่อพระองค์เจริญพระชนมายุขึ้น ก็พัฒนาเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ มีการพระราชทานเกียรติยศต่างๆเพื่อแลกกับการบริจาคเงินเพื่อการดำเนินการต่างๆของราชวงศ์ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ราชวงศ์กลายเป็นศูนย์กลางของการทำการกุศล และอย่างที่ศาสตราจารย์ ดันแคน แมคคาร์โก เรียกว่าเป็น “เครือข่ายกษัตริย์” ทำให้พระเจ้าแผ่นดินกลายมาเป็นศูนย์กลางของสังคมไทยอีกครั้ง และสามารถฟื้นคืนพระราชอำนาจมาได้อย่างมากมาย

และสิ่งนี้ได้กลายมาเป็นแนวคิดหลักของพันธมิตร สืบเนื่องมาจากพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่สกปรกชั่วร้าย และประเทศชาติจะเจริญกว่าถ้ามีการบริหารโดยคนที่พระเจ้าแผ่นดินโปรดแล้วว่าเป็นคนดี ตัวอย่างที่สำคัญก็คือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งในช่วงทศวรรษที่ 80 เปรมมีบทบาทสำคัญมากในการสร้างเสริมความคิดที่ว่าพระเจ้าแผ่นดินเป็นเสมือนสมมติเทพ ปัจจุบันนี้ เปรมเป็นประธานองคมนตรี และโดยหลักการ เขาต้องอยู่เหนือการเมือง แต่สิ่งนี้ก็เป็นแค่เทพนิยายเช่นกัน คนส่วนใหญ่ในสังคมรับรู้ว่าเปรมเป็นผู้วางแผนการรัฐประหารในปี 2549 และก่อนหน้าการทำรัฐประหารไม่นาน เปรมออกมาพูดกับทหารในที่สาธารณะว่า พระราชาเป็นเจ้าของ”ม้าแข่ง” หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ กองทัพ ในขณะที่ทักษิณเป็นเพียง “จ็อคกี้” ที่สามารถเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้เท่านั้น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:54 pm


ผู้จงรักภักดีใส่เสื้อเหลือง

กลุ่มพันธมิตรเป็นการรวมตัวของแกนนำที่แตกต่างกันอย่างมาก อยู่รวมกันเพียงเพราะเกลียดทักษิณเหมือนกัน มีทั้ง นักธุรกิจที่ไม่พอใจทักษิณ สตรีราชนิกุล กลุ่มคลั่งศาสนาหัวรุนแรง ปัญญาชนที่เคยต่อต้านราชวงศ์ และกองกำลังทหาร และ “การเมืองใหม่” ของกลุ่มพันธมิตร ก็คือต้องการให้รัฐสภามาจากการเลือกตั้งบางส่วน และแทนที่ด้วยการแทรกแซงจากกองทัพ และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากราชวงศ์ ที่เรียกว่าเป็นการเลียนแบบพลเอกเปรม

ปัญหาของประเทศเกิดมาจากกองทัพเป็นส่วนใหญ่ บรรดานายพลเหล่านี้เชื่อว่าพวกเขามีสิทธิที่จะเปลี่ยนรัฐบาลที่ทำให้พวกเขาหรือราชวงศ์ไม่พอใจ และพวกเขาจะรับคำสั่งจากราชวงศ์ ซึ่งให้การเห็นชอบในการทำรัฐประหารมานับครั้งไม่ถ้วน สองอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวโยงกันชนิดแยกไม่ออก

แฮนด์ลีย์ยังวิจารณ์ถึงการที่พระเจ้าแผ่นดินเข้าไปแทรกแซงกระบวนการนิติรัฐ เมื่อพระองค์แทรกแซงด้วยการแจ้งความปรารถนาของพระองค์ให้เหล่าผู้พิพากษาทราบ อิทธิพลของพระองค์ทำให้ผู้พิพากษารับฟังประดุจเป็นคำสั่ง ในตัวอย่างที่เขาบอก แต่เหตุเกิดขึ้นช้าเกินกว่าที่เขาจะนำมาอ้างอิงในหนังสือเล่มดังกล่าวได้ ไม่กี่เดือนก่อนการรัฐประหาร พระองค์ได้มีรับสั่งกับผู้พิพากษาให้แก้ไขปัญหาทางการเมือง หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีการอัดเสียงบทสนทนาของผู้พิพากษาศาลฎีกาสองคน ที่ได้มีการนำมาเปิดเผยในอินเทอร์เน็ต โดยผู้พิพากษาคนหนึ่งบอกว่า ต้องหลีกเลี่ยงการทำให้คนเข้าใจว่ารับคำสั่งของในวังเพราะ “พวกคนต่างชาติไม่มีวันยอมรับ”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การตีความพระประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดินก็ชัดเจนขึ้นทุกที เพราะศาลได้เร่งรีบพิจารณาพิพากษาคดีความที่มีการกล่าวหาทักษิณและพวกพ้อง ในขณะที่ลดหย่อนและให้ประโยชน์แก่ฝ่ายตรงข้ามของทักษิณ ในบางกรณี เช่นการดำเนินคดีในข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชั่นที่มีต่อทักษิณก็อาจจะควรได้รับความสนใจจากศาล แต่ในบางเรื่องราวที่เหตุเล็กๆ น้อยๆ เช่นการที่ศาลสั่งปลดอดีตนายกรัฐมนตรีที่สนับสนุนทักษิณอย่าง นายสมัคร สุนทรเวชเพราะการทำอาหารออกรายการโทรทัศน์ แต่ในทางกลับกัน ข้อหากบฏที่มีต่อกลุ่มพันธมิตรเพราะบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล กลับได้รับการลดหย่อน และศาลยังปล่อยตัวพวกเขาให้เป็นอิสระ เพื่อให้กลับมายึดครองทำเนียบรัฐบาลต่อไปได้อีก

ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้ต้องการจะปฏิเสธความผิดของทักษิณและพวกพ้อง แต่แม้แต่ข้อกล่าวหาต่อทักษิณที่รุนแรงที่สุดอย่างเรื่อง “สงครามยาเสพติด” ที่มีการกล่าวหาว่าตำรวจได้ทำวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยหลายร้อยคนนั้น จริงๆแล้ว ก็ไม่ใช่ความผิดของทักษิณทั้งหมด สงครามสกปรกที่ทำต่อพ่อค้ายาเสพติดได้รับการสนับสนุนจากคนไทยทุกระดับในสังคม แม้แต่พระเจ้าอยู่หัวเอง ก็เคยมีพระดำรัสในปี 2546 ที่ฟังดูเหมือนกับว่าพระองค์ให้การสนับสนุนการกระทำดังกล่าว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:55 pm

พ่อรู้ดีที่สุด

ในประเทศอื่นๆเช่น สเปนมาจนถึง บราซิล ได้มีการก้าวพ้นจากระบอบเผด็จการมาสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งที่การต่อสู้ทางการเมืองจะทำในรัฐสภา ไม่ใช่ตามท้องถนน การที่ประเทศไทยล้มเหลวในด้านนี้ บางทีอาจเป็นเพราะการที่มี “พ่อ” ที่พร้อมจะเข้ามาแก้ปัญหาแทน ดังนั้น บรรดาลูกๆของพ่อ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเติบโตมารับกับปัญหานั้นๆเอง พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐสภาก็เป็นนักฉวยโอกาส คอยสนับสนุนกลุ่มพันธมิตร โดยมีความหวังว่า การทำรัฐประหารที่ได้รับความเห็นชอบจากในวังอีกครั้งหนึ่งจะช่วยให้พรรคของตนได้เป็นรัฐบาล


พระเทพฯเป็นที่นิยม...

ความโกรธแค้นของชนชั้นนำในกรุงเทพฯที่มีต่อทักษิณอาจมาจากความเจ็บใจที่เคยให้การสนับสนุนทักษิณ เมื่อทักษิณเข้าสู่ตำแหน่งในปี 2544 ความรู้สึกในประเทศไทยเวลานั้นก็คือ ประเทศต้องการนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นำแบบซีอีโอ แบบที่อดีตนักธุรกิจผู้นี้เคยนำเสนอตนเองไว้ พรรคการเมืองของเขา พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง ได้เสียงข้างมากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย และก็เป็นรัฐบาลที่อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระเป็นครั้งแรกอีกเช่นกัน และเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ พรรคการเมืองของเขาก็ชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากอีก นโยบายของทักษิณที่ต้องการปรับปรุงบริการสาธารณะ และให้เงินทุนแก่คนยากจน แม้จะทำให้เขาได้ผลประโยชน์ส่วนตัว แต่คำสัญญาที่เขาจะยกระดับความเป็นอยู่ของคนจน และสร้างความเสมอภาคในสังคม เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้กลุ่มชนชั้นนำที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ต้องการกำจัดเขาออกไป

รัฐบาลที่ประกอบด้วยนายพลและอดีตข้าราชการที่ตั้งโดยคณะรัฐประหารในปี 2549 นั้นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความล้มเหลว แม้ว่าพรรคไทยรักไทยจะถูกยุบ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม พรรคการเมืองใหม่ของทักษิณ คือพรรคพลังประชาชนก็ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนสูงสุด ซึ่งทำให้กลุ่มพันธมิตรกลับเข้ามาประท้วงใหม่ เมื่อมีการปะทะกันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พันธมิตรต่อสู้กับตำรวจด้วยปืน ระเบิดและเหล็กปลายแหลม โดยหวังว่าความไม่สงบจะทำให้ทหารฉวยเป็นสาเหตุในการปฏิวัติ ถึงกระนั้น กลุ่มพันธมิตรก็กล่าวหาว่าความรุนแรงทั้งหมดเกิดมาจากตำรวจ และสื่อมวลชนในกรุงเทพซึ่งเป็นพวกต่อต้านทักษิณก็ให้การสนับสนุนโดยปล่อยให้พันธมิตรรอดตัวไปได้ ทั้งๆที่สมาชิกคนหนึ่งของพันธมิตรตายด้วยระเบิดในรถของตัวเองในระหว่างที่ผู้ตายกำลังขนระเบิด สื่อมวลชนไทยกลับกลบเกลื่อนข่าวนี้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่การตายของผู้หญิงคนหนึ่งที่รายงานว่าตายเพราะกระสุนแก๊สน้ำตาของตำรวจระเบิดใส่ กลับได้รับการเชิดชูยกย่องจากสื่อมวลชนเหล่านี้

มาจนถึงจุดนี้ ก็มีแต่เพียงการกระซิบถามกันเท่านั้น ว่าอะไรทำให้กลุ่มพันธมิตรได้รับการปฏิบัติที่ยืดหยุ่นขนาดนี้ แม้แต่กองทัพเอง ก็ปฏิเสธที่จะช่วยตำรวจในการจัดการเคลื่อนย้ายผู้ที่ชุมนุมประท้วง อย่างไรก็ดี ข่าวลือต่างๆก็ได้รับการยืนยันเมื่อพระราชินีได้เสด็จไปงานศพของหญิงสาวในกลุ่มพันธมิตร ในขณะที่พระเจ้าอยู่หัวยังคงเงียบเฉย

แน่นอนที่สุด ไม่มีใครสามารถแสดงความคิดเห็นว่าการที่พระราชินีสนับสนุนพันธมิตรจะมีผลอย่างไรต่อคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศที่ปรากฏชัดว่ายังคงสนับสนุนทักษิณอยู่ ท่ามกลางการกล่าวหาว่ามีการทำผิดกฎหมายเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งต่อฝ่ายที่วนับสนุนและต่อต้านทักษิณ แต่การกระทำของกลุ่มพันธมิตรดูจะยิ่งเลวร้ายกว่า การที่ราชวงศ์ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกพันธมิตร และการที่กลุ่มพันธมิตรย้ำและยืนหยัดให้คนไทยต้องตัดสินใจเลือกว่า จะจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว หรือจะเลือกทักษิณต่อไป การกระทำดังกล่าวอาจจะส่งผลร้ายที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ผู้ที่สนับสนุนทักษิณจำนวนมากอาจจะพิจารณาถึงข้อโต้เถียงของพันธมิตร ถ้าราชวงศ์ต่อต้านผู้นำที่พวกเขาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเข้ามา บางที อาจเป็นการกระทำที่ต่อต้านประชาชนอย่างพวกเขาด้วยก็ได้ และความรู้สึกของคนยากจนในชนบทยิ่งถูกซ้ำเติมจากการกล่าวอ้างของกลุ่มพันธมิตรว่าคนจนในชนบทซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของทักษิณนั้น “ด้อยการศึกษาเกินว่าจะใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง” ดังนั้น จึงไม่ควรให้คนจนมีสิทธิลงคะแนน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:56 pm


...กว่าเจ้าฟ้าชายผู้เข้มงวด

ในการรณรงค์สนับสนุนทักษิณ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีนักปราศัยคนหนึ่งกล่าวโจมตีสถาบันโดยระบุว่า พระเจ้าอยู่หัวเป็น “เสี้ยนหนามในระบอบประชาธิปไตย” เพราะการที่ทรงสนับสนุนรัฐประหารหลายครั้ง และเตือนราชวงศ์ว่ามีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับเครื่องตัดศีรษะแบบกิโยติน ไม่นานนัก เธอก็ถูกจับกุม สิ่งที่ทำให้พวกที่สนับสนุนราชวงศ์ตกใจไม่ใช่แค่การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันอย่างรุนแรง แต่เพราะการที่ฝูงชนพากันตะโกนโห่ร้องสนับสนุนเมื่อเธอพูดต่างหาก “เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับพวกเขาที่จะยังพยายามรักษาภาพลวงตาว่าพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่ชื่นชมไปทั่วโลก” นักวิชาการชาวไทยคนหนึ่งบอก

ภาพลวงตากำลังถดถอยท่ามกลางความวิตกกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ ความกลัวว่าทักษิณจะมีอิทธิพลเหนือเจ้าฟ้าชายดูจะถูกลบไปด้วยความวิตกถึงความเหมาะสมของรัชทายาทของราชบัลลังค์ เจ้าฟ้าชายแสดงออกถึงบุคลิกภาพของพระบิดา หรือความทุ่มเทต่อประชาชนน้อยมาก และยังมีชื่อเสียงที่ไม่ดีในเรื่องตั้งแต่สมัยยังเยาว์วัย ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ เจ้าฟ้าชายปฏิเสธว่าไม่เคยทำตัวเป็นหัวหน้ามาเฟัย แต่แม้แต่พระราชินีเอง ก็เคยให้สัมภาษณ์ ในเรื่องนี้ในสหรัฐตั้งแต่ปี 2524 ว่าเจ้าฟ้าชาย “ค่อนข้างจะเป็นดอน ฮวน” “ถ้าประชาชนคนไทยไม่ยอมรับพฤติกรรมของลูกชายของเรา เขาก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ก็ลาออกจากราชวงศ์ไป”

สื่อมวลชนของไทยทำการเซนเซอร์ข่าวๆต่างด้วยตนเองอย่างเคร่งครัด และก็จะไม่ยอมเสนอข่าวการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆที่มี แต่ถึงกระนั้น คนส่วนใหญ่ของประเทศก็พากันเกลียดชังเจ้าฟ้าชายอย่างลึกซึ้ง มีข่าวลือตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า พระเจ้าอยู่หัวจะยกราชบัลลังก์ให้พระเทพฯ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมากกว่า และทำหน้าที่ต่างๆแทนพระเจ้าอยู่หัวในเวลานี้ ในข่าวภาคค่ำตอนสองทุ่ม จะเห็นพระเทพฯ พร้อมรอยยิ้มที่แจ่มใส เดินทางไปประกอบพระกรณียกิจทั่วประเทศ ไปทำบุญที่วัดต่างๆ ในขณะที่น้อยครั้งมากที่เจ้าฟ้าชายจะออกงาน และยิ่งน้อยมากที่จะพบปะกับสามัญชน

แต่ธรรมเนียมการสืบเชื้อสายทางลูกชายของราชวงศ์จักรีจะไม่มีการยกเลิก บทบาทที่สำคัญของเจ้าฟ้าชายในงานพระศพสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาได้แก้ข้อสงสัยว่าใครคือองค์รัชทายาทที่ได้รับการเลือกแล้ว แต่กระนั้นก็ตาม คนไทยจำนวนมากต่างพากันนึกถึงคำทำนายโบราณที่ว่า ราชวงศ์นี้จะมีเพียงเก้ารัชกาล และพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันก็เป็นองค์ที่เก้า และองค์ที่สิบจะเป็นภัยพิบัติ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 4:58 pm

สักวัน เจ้าชายของเรา...

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ อดีตข้าราชการชั้นสูงที่มีความใกล้ชิดกับราชวงศ์บอกเราว่า มีความหวาดวิตกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังรัชกาลปัจจุบัน “เมื่อเราพูดว่า ‘ทรงพระเจริญ’ เราหมายความอย่างนั้นจริงๆ เพราะเราไม่กล้าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น” คนไทยส่วนใหญ่จะเด็กเกินกว่าที่จะจำได้ว่าประเทศไทยก่อนที่จะมีพระเจ้าอยู่หัวปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร การสวรรคตของพระองค์จะเป็นการก้าวกระโดดเข้าไปสู่ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก จึงดูจะเป็นสิ่งที่ชาญฉลาดที่สำนักพระราชวังจะวางแผนการสืบทอดราชวงศ์ไว้ แต่ดูเหมือนจะไม่มีการดำเนินการไปในทิศทางนั้น และคำแนะนำใดๆก็ไม่น่าจะได้รับการตอบสนอง “พระองค์ทรงเชื่อมั่นในตนเองมาก ไม่มีใครจะแนะนำอะไรพระองค์ได้” ข้าราชการผู้นั้นบอกเรา

ในระยะอันใกล้ อาจมีการเผชิญหน้ากันอีก ถ้ารัฐบาลที่สนับสนุนทักษิณเอาตัวรอดได้ พวกเขาพยายามแก้รัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นสมัยรัฐประหาร การแก้ไขบางหลักการเช่นให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ดูเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล แต่พวกพันธมิตรสันนิษฐานว่าเป็นการแก้ไขเพื่อช่วยทักษิณและพวกพ้องจากคดีความต่างๆ ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนไม่มีใครยอมที่จะประนีประนอม และต่างฝ่ายต่างพร้อมที่จะนำฝูงชนที่สนับสนุนตนมาเดินขบวนประท้วงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ยังมีความหวังว่า “การประนีประนอมแบบไทยๆ” ที่เลอะเทอะ แต่อาจจะได้ผลจะช่วยดึงประเทศให้พ้นจากวิกฤต ยังมีความฝันว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดงได้แปลงสภาพให้กลายเป็นพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง และมีมารยาท โดยเรียกร้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ ก็อาจจะช่วยให้ประเทศรอดพ้นจากพวกสนับสนุนราชาธิปไตยและนายพลที่พยายามจะลากประเทศไทยให้ถอยหลังกลับเข้าสู่อดีต แต่ดูเหมือนโอกาสที่เป็นไปได้จะไม่มี

ถ้ารัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลสิ้นสุดลงด้วยสงครามหรือทำให้ประเทศไทยกลายเป็นอัมพาตเพราะความวุ่นวายที่ไม่รู้จบ โดยที่ไม่มีใครที่มีสถานะเท่าพระองค์ที่จะมายุติข้อขัดแย้งครั้งนี้ จะเป็นภัยพิบัติที่น่าเศร้า แต่พระองค์ได้มีบทบาทสำคัญในอดีตที่หาข้อยุติของปัญหา แต่ก็มีเสียงโต้แย้งว่า พระองค์จะสร้างเสถียรภาพในยามที่วุ่นวาย และการที่ทรงทุ่มเทต่อภารกิจต่างๆเป็นสิ่งที่น่ายึดถือเป็นตัวอย่าง และจะทรงแต่สิ่งที่พระองค์เห็นว่าดีที่สุดสำหรับประเทศ และสิ่งต่างๆเหล่านี้ ก็ได้มีการบอกเล่าให้คนไทยฟังทุกเช้าทุกเย็น ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา คนไทยไม่ได้รับอนุญาตให้วิพากษ์วิจารณ์ถึงอีกด้านหนึ่งของเหรียญในที่สาธารณะ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 5:47 pm

นี่แหละ!!! คือการประสานงานแบบเป็นหนึ่งเดียว ชนิดที่ว่าไร้ที่ติ(หาสิ่งที่ผิดปกติไม่ได้)

ของกลุ่มพันธมิตร กับ ทักษิณ ทำยังไงได้ ก็ในเมื่อรับเงินจากที่เดียวกัน

หากเถียงว่าไม่จริง งั้นจะบอกว่า พวกนักรบศรีวิชัยที่มาร่วมกับพันธมิตร ล้วนมาด้วยใจ งั้นสิ

หรือจะบอกว่า โจรใต้ละทิ้งอุดมการณ์ในการบ่อนทำลายชายแดนภาคใต้ เพื่อมาปกป้องประเทศชาติ


---> เหอๆๆๆ ฟังไม่ขึ้น

น่าแปลก!!! มีใครสังเกตโจรใต้บ้าง ทำไมวันนี้ ไม่มีข่าววางระเบิดตามสื่อต่างๆ

หลังจากที่ถูกโจมตีว่า เสร็จงานพันธมิตร ก็ไปปฏิบัติภารกิจวางระเบิดที่ภาคใต้ต่อ

อืม!!! อุดมการณ์ ไหนจะสู้ อุดมกิน

ขนาดโจรใต้ ยังยอมละทิ้งการวางระเบิดซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันได้เลย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 5:50 pm

(ภาคภาษาอังกฤษ)



ref: http://www.economist.com/opinion/displaystory.cfm?story_id=12724832

Thailand's monarchy

The king and them
Dec 4th 2008
From The Economist print edition

The untold story of the palace’s role behind the collapse of Thai democracy


THAILAND’S tourism business, its export industries and its reputation have been wrecked by recent events. Crowds of royalists have occupied the government’s offices for months and then seized Bangkok’s airports. The police refused to evict them. The army refused to help. This week the siege was ended after the courts disbanded three parties in the ruling coalition. But the parties plan to re-form under new names and continue governing, so fresh strife threatens. It is as if a thin veneer of modernity, applied during the boom of the 1980s and early 1990s, has peeled away. Until recently a beacon of Asian pluralism, Thailand is sliding into anarchy.
The conflict began three years ago as peaceful rallies against corruption and abuse of power in the government of Thaksin Shinawatra. The protesters, wearing royal-yellow shirts and accusing Mr Thaksin of being a closet republican, got their way when royalist generals removed him in the coup of 2006. But on democracy’s restoration last year, Thais elected a coalition led by Mr Thaksin’s allies. The yellow-shirts of the inaptly named People’s Alliance for Democracy (PAD) revived their protests and adopted increasingly thuggish tactics, prompting Mr Thaksin’s supporters to don red shirts and fight back.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 5:55 pm

Speak it not

Throughout this conflict, the great unmentionable, not just for the Thai press but also for most foreign reporters, has been the role of King Bhumibol, his family and their closest courtiers. The world’s most ferociously enforced law against lèse-majesté (offending the crown) prevents even the mildest discussion of the palace’s role in Thai public life. Such laws are mostly in disuse elsewhere, but Thailand’s was harshened in the 1970s. Absurdly, anyone can bring a lèse-majesté suit. The police have to take seriously the most trivial complaints. All this makes the law a useful tool for politicians and others seeking a way to damage their foes. Often, the press is not allowed to explain the nature of any supposed offence against the crown, so Thais have no way to tell whether it really was so disrespectful.
The lèse-majesté law is an outrage in itself. It should not be enforced in any country with democratic pretensions. Worse is that the law hides from Thais some of the reasons for their chronic political woes. For what the king himself calls the “mess” Thailand is in stems in many ways from his own meddling in politics during his 62-year reign (see article). In part, the strife also reflects jockeying for power ahead of the succession. With the king celebrating his 81st birthday on December 5th, that event looms ever larger.
Much of the story of how the king’s actions have hurt his country’s politics is unfamiliar because Thais have not been allowed to hear it. Some may find our criticisms upsetting, but we do not make them gratuitously. Thailand needs open debate if it is to prepare for the time when a less revered monarch ascends the throne. It cannot be good for a country to subscribe to a fairy-tale version of its own history in which the king never does wrong, stays above politics and only ever intervenes on the side of democracy. None of that is true.
The official version of Thai history dwells on episodes such as the events of 1992, when Bhumibol forced the resignation of a bloodstained dictator and set his country on course for democracy. But many less creditable royal interventions have gone underreported and are seldom discussed. In 1976, paranoid about the communist threat, the king appeared to condone the growth of the right-wing vigilante movement whose members later took part in the slaughter of unarmed student protesters. In the cold war America saw Bhumibol as a staunch ally and helped finance his image-making machine. This long-standing alliance and the fierce lèse-majesté law have led Western diplomats, academics and journalists to bite their tongues and refrain from criticism.
After the 2006 coup, the 15th in Bhumibol’s reign, officials tried to tell foreigners that protocol obliged the king to accept the generals’ seizure of power. Thais got the opposite message. The king quickly granted the coupmakers an audience, and newspapers splashed pictures of it, sending Thais the message that he approved of them. In truth the king has always been capable of showing his displeasure at coups when it suited him, by rallying troops or by dragging his feet in accepting their outcome. And he exerts power in other ways. Since 2006, when he told judges to take action on the political crisis, the courts seem to have interpreted his wishes by pushing through cases against Mr Thaksin and his allies—most recently with this week’s banning of the parties in the government.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 5:55 pm

No fairy-tale future

In the imagination of Thai royalists their country is like Bhutan, whose charismatic new king is adored by a tiny population that prefers royal rule to democracy. In reality, with public anger at the queen’s support for the thuggish PAD and the unsuitability of Bhumibol’s heir simmering, Thailand risks the recent fate of Nepal, which has suffered a bitter civil war and whose meddling king is now a commoner in a republic. The PAD was nurtured by the palace and now threatens to engulf it. An enduring image of the past few days is that of PAD toughs shooting at government supporters while holding up the king’s portrait. The monarchy is now, more clearly than ever, part of the problem. It sits at the apex of a horrendously hierarchical and unequal society. You do not have to be a republican to agree that this needs to be discussed.
As The Economist went to press, on the eve of the king's birthday, he was reported to be unwell, and unable to deliver his usual annual speech to the nation. So he had still not repudiated the yellow-shirts' claims to be acting in his name. His long silence has done great damage to the rule of law in Thailand. He could still help, by demanding, as no one else can, the abolition of the archaic lèse-majesté law and the language in the current charter that supports it, and so enable Thais to have a proper debate about their future. He made a half-hearted stab at this in 2005, saying he should not be above criticism. But nothing short of the law’s complete repeal will do. Thailand’s friends should tell it so.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 5:57 pm



ref: http://www.economist.com/opinion/displaystory.cfm?story_id=12724800


Thailand's king and its crisis
A right royal mess

Dec 4th 2008 | BANGKOK
From The Economist print edition
Thailand’s interminable political conflict has much to do with the taboo subject of its monarchy. That is why the taboo must be broken


EVEN the most revered of kings, worshipped by his people as a demigod, is not immortal. Thais were reminded of this last month when six days of ornate cremation ceremonies, with gilded carriages and armies of extras in traditional costumes, were held for Princess Galyani, the elder sister of their beloved King Bhumibol Adulyadej (pictured above). There was talk in Bangkok of the princess’s funeral being a “dress rehearsal” for the end of Bhumibol’s reign, 62 years long so far. Making one of few public appearances this year, shortly before his 81st birthday on December 5th, the king did indeed look his age.
The funeral only briefly calmed a political conflict that has raged for three years between supporters of Thaksin Shinawatra, the prime minister ousted by royalist generals in the 2006 coup, and an opposition movement backed by much of Bangkok’s traditional elite, apparently including Queen Sirikit. But the day after the ceremonies ended a grenade exploded among anti-Thaksin protesters, killing one. The anti-government protesters, the People’s Alliance for Democracy (PAD), who had been occupying Government House since August, then seized Bangkok’s main airports, causing chaos. The siege was lifted only eight days later, after a court dissolved the main parties in the pro-Thaksin coalition government.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 5:59 pm

Mr Thaksin is in exile, convicted in absentia of corruption. But a government dominated by his allies has governed since democracy returned in last December’s elections. It looks poised to carry on under new party names despite the court ruling. Last month Mr Thaksin staged a huge rally of his “red shirt” supporters to remind his “yellow shirt” royalist foes in the PAD, who claim to be protecting the king against Mr Thaksin’s supposed republicanism, that he remains Thailand’s most popular politician.
Besides justified concerns about Mr Thaksin’s abuses of power, one of the royalists’ worries is that he was building, through populist policies such as cheap health care and microcredit, a patronage network and popular image that challenged the king’s. Another fear is that Mr Thaksin’s alleged generosity to Crown Prince Vajiralongkorn in the past was intended to build up influence with him once he succeeds to the throne. For these and other reasons, the little-told back-story of King Bhumibol is vital to understanding the predicament of this country of 64m people.
Many Thais will squirm at what follows, and will prefer the fairy-tale version of the king’s story. But the king’s past actions are root causes of a conflict dividing the country, and need to be examined.
Bhumibol’s tale, even if stripped of the mythology his courtiers have spent decades constructing around him, is exceptional. The American-born son of a half-Chinese commoner accidentally inherits a throne close to extinction and revives it, creating one of the world’s most powerful and wealthy monarchies, and surely the only one of any significance to have gained in political power in modern times. The king’s charisma, intelligence, talents (from playing the saxophone to rain-making, a science in which he holds a European patent) and deep concern for his people’s welfare make him adored at home and admired around the world. His image perhaps reaches its zenith in 1992, after the army shoots dozens of pro-democracy protesters in Bangkok, when television shows both the army leader (and prime minister) Suchinda Kraprayoon and the protest leader, Chamlong Srimuang (now a PAD stalwart), kneeling in an audience with him. Shortly afterwards General Suchinda resigns, and the king is given credit for the restoration of democracy.
However, Bhumibol’s story is also that of a king who lost faith in democracy (if he ever really had it), who constantly meddled behind the scenes in politics and thus, in the twilight of his reign, risks leaving behind a country unprepared for life without “Father”, as Thais affectionately call him. Understanding why a country that was until recently a beacon of pluralism in Asia has become such a “mess”, as the king put it in 2006, is impossible without lifting the thick veil of reverence surrounding him.
This is not easy because, paradoxically, a king whose adulation by his subjects is supposedly near-universal is nevertheless deemed to need protection, in the form of the world’s most ferociously enforced lèse-majesté law. Whereas other monarchies have mostly abolished or stopped enforcing such laws, Thailand’s was made harsher in the 1970s. Even the most mild, reasoned criticism of the monarchy is forbidden, punishable by up to 15 years in jail. This has had a remarkable effect not just on Thais but on successive generations of Western diplomats, academics and journalists who, with few exceptions, have meekly censored themselves.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 5:59 pm

All the king’s men

The origins of this, in part, were in the Vietnam war, in which America found King Bhumibol a staunch anti-communist ally. Recognising his value as an anti-red icon, America pumped propaganda funds into a campaign to put the king’s portrait in every Thai home. Even today, although quick to decry undemocratic moves in other Asian countries, America rarely protests at the arrests of Thais and foreigners for criticising the monarchy. Foreign journalists and academics need visas and access to officialdom to do their jobs, and thus have played down the royal angle to any story.
As a result of this conspiracy of silence, only one serious biography exists of one of Asia’s most important leaders. “The King Never Smiles”, by Paul Handley, an American journalist (2006), notes that the king’s restoration of the power and prestige of the Thai monarchy “is one of the great untold stories of the 20th century.”
Mr Handley says that in the two intervening years nobody has disputed the main facts in his book; not even the most damning stuff, which explodes the myth that the king rarely intervenes in politics and then only on the side of good. Perhaps his gravest charge is that in 1976 the king seemed to condone the growth of right-wing vigilante groups that, along with the army, were later responsible for the slaughter of peaceful student protesters. As has happened often in modern Thai history (and could easily happen again now), the 1976 unrest was used as a pretext to topple the government and replace it with a royally approved one.
Bhumibol was 18 when he took the throne after the mysterious death of his ineffectual brother, King Ananda, in 1946. He promptly came under the sway of his uncles, princes itching to restore the power and wealth the crown had lost when the absolute monarchy was abolished in 1932. As he grew into his robes in the 1950s he created a comprehensive patronage system. The award of honours in exchange for donations to royal causes made the monarchy the predominant fount of charity. This “network monarchy”, as it was dubbed by Duncan McCargo, a British academic, put the king back at the centre of Thai society and recovered much of his lost power.
A theme now embraced with gusto by the PAD, inspired by the king’s speeches over the years, is that electoral politics is irretrievably filthy and that Thailand would do better with ad hoc rule by royally favoured “good men”. The epitome of these is General Prem Tinsulanonda who, as unelected prime minister in the semi-democracy of the 1980s, did more than anyone else to foster the idea of the king’s near-divinity. Now president of the privy council, General Prem is also supposedly above politics. But this too is a myth: he is widely seen as the mastermind of the 2006 coup. Shortly beforehand he told the army that the king was its “owner” and Mr Thaksin merely a replaceable “jockey”.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 6:01 pm



Royalists wear yellow

The PAD is a motley bunch, united only by fanatical hatred of Mr Thaksin. It includes disgruntled businessmen, aristocratic ladies, members of a militaristic Buddhist outfit, formerly anti-monarchist intellectuals and reactionary army types. Its “new politics”, consisting of a partly appointed parliament, sweeping powers for military intervention and, of course, a strong crown, is “Premocracy” redux.
The army is a big part of the country’s predicament. Its generals believe they have a right to remove any government that incurs its, or the palace’s, displeasure—taking its cue from the monarchy that has approved so many of its coups. These two obstacles to Thailand’s democratic development are inextricably interlinked.
Mr Handley criticises the way the king has undermined the rule of law. When he has intervened to make known his wishes, his influence is such that it is taken as an order. In an example too late for the book, months before the 2006 coup the king ordered the country’s judges to do something about the political crisis. In a recording of a phone call between two Supreme Court judges shortly afterwards, later posted on the internet, one says they need to avoid the perception that they are following palace orders because “foreigners wouldn’t accept it”.
Since then, their interpretation of the king’s wishes has become increasingly clear, as the courts have rushed through cases against the former prime minister and his allies, while going easy on their critics. Some cases, such as the corruption allegations against Mr Thaksin, clearly deserved the courts’ attention. Others were trivial, such as the court-ordered sacking in September of Samak Sundaravej, the pro-Thaksin prime minister, for doing a television cookery show. In contrast, rebellion charges against the PAD’s leaders over their seizing of Government House were watered down and the courts freed them to continue the occupation.
None of this is to absolve Mr Thaksin and his cronies of their sins. But even his gravest abuse—a “war on drugs” in 2003, in which police were suspected of hundreds of extra-judicial killings—was not entirely his fault. The dirty war against supposed drug-dealers was misguidedly supported by Thais of all social classes. Even the king, in an equivocal speech that year, sounded at times as if he approved of it.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 6:02 pm

Father knows best

Other countries, from Spain to Brazil, have overcome dictatorial pasts to grow into strong democracies whose politics is mostly conducted in parliament, not on the streets. Thailand’s failure to follow suit is partly because “Father” has always been willing to step in and sort things out: his children have never quite had to grow up. The Democrats, the parliamentary opposition, are opportunists, cheering on the PAD while seemingly hoping for another royally approved coup to land the government in their lap.


Princess Sirindhorn is preferred...

The rage of Bangkok’s traditional elite against Mr Thaksin stems partly from embarrassment at having originally supported him. When he came to power in 2001 there was a feeling that Thailand needed a strong “CEO” leader, as the former businessman presented himself. His then party, Thai Rak Thai (TRT), was the first in Thai history to win a parliamentary majority on its own, and formed the first elected government to serve a full term, after which it was re-elected. Mr Thaksin’s policies of improved public services and credit for the poor, though self-serving, promised to improve an unequal, hierarchical society: another reason why the old palace-linked elite wants him eliminated.

The government of generals and bureaucrats installed by the 2006 coup-makers performed miserably. In last December’s elections, though TRT had been disbanded, Mr Thaksin’s new People’s Power Party won most seats. This spurred the PAD to resume its protests. In clashes in October PAD members fought the police with guns, bombs and sharp staves, hoping the army would again use disorder as the pretext for a coup. The PAD nevertheless blamed the clashes entirely on police brutality, and the anti-Thaksin Bangkok press let it get away with this. The death of one PAD member, apparently blown up in his car by the bomb he was carrying, was quickly buried. But the death of a young woman, reportedly when a police tear-gas canister exploded, became a cause célèbre.
Up to this point there were only whispers as to why the PAD enjoyed such lenient treatment—even from the army, which refused to help the police remove protesters from government offices. However, rumours of an extremely influential backer were confirmed when Queen Sirikit, attended by a clutch of cameramen, presided over the dead woman’s cremation. The king remained silent.
Nobody can discuss, of course, what effect the queen’s support has had on the majority of Thais who still, apparently, back Mr Thaksin. A whirl of lèse-majesté accusations have been made against pro- and anti-Thaksin figures. But the PAD’s ever more menacing behaviour, the palace’s failure to disown it, and the group’s insistence that Thais must choose between loyalty to Mr Thaksin and to the king, may be doing untold damage to the crown itself. Some of Mr Thaksin’s voters must be contemplating the flip-side of the PAD’s argument: if the monarchy is against the leader they keep voting for, maybe it is against them. Such feelings may only be encouraged by the PAD’s condescending arguments that the rural poor, Mr Thaksin’s main support base, are too “uneducated” to have political opinions, so their voting power must be reduced.


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Wed Dec 10, 2008 6:04 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 6:03 pm


…to the stiff crown prince


At a pro-Thaksin rally in July a young activist ranted against the monarchy, calling the king “a thorn in the side of democracy” for having backed so many coups, and warning the royal family they risked the guillotine. She was quickly arrested. What shocked the royalist establishment was not just the startling criticism of the king—but that the activist was cheered. “It is more and more difficult for them to hold the illusion that the monarchy is universally adored,” says a Thai academic.
This illusion is crumbling amid growing worry about what happens when the king’s reign ends. The fears over Mr Thaksin’s past influence on the crown prince are overshadowed by far deeper ones about the suitability of the heir to the throne. Vajiralongkorn has shown little of his father’s charisma or devotion to duty, and in his youth suffered from a bad reputation. In a newspaper interview he defended himself against accusations that he was a gangster. But even his mother, in an extraordinary set of interviews on a visit to America in 1981, conceded he was a “bit of a Don Juan”. “If the people of Thailand do not approve of the behaviour of my son, then he would either have to change his behaviour or resign from the royal family,” she said.
The Thai press dutifully self-censored and certainly would not repeat these criticisms now. Nevertheless, the crown prince will probably remain deeply disliked. There has been speculation over the years that the king might pass the crown to the much more popular Princess Sirindhorn, who now does most of his job of touring the country to meet the masses. The 8pm nightly royal news on television constantly shows her, smiling through endless visits and ceremonies, making merit at Buddhist temples and doing other good works. In the crown prince’s rare appearances he looks reluctant and stiff, and is rarely seen meeting ordinary people.
The patrilineal tradition of the Chakri dynasty is unlikely to be broken. And the prominent role played by the crown prince in Princess Galyani’s cremation removed any doubts about whether he was the chosen heir, says a Thai academic. Even so, many Thais, a superstitious people, will remember an old prophecy that the dynasty would last for only nine generations—Bhumibol is the ninth Chakri king—and that a tenth would be a disaster.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Dec 10, 2008 6:04 pm

Some day my prince…

For all these reasons, a former senior official with strong palace ties says there is a terror of what will come after Bhumibol. “When we say ‘Long live the king’ we really mean it, because we can’t bear to think of what the next step will be,” he says. Most Thais are too young to remember a time before Bhumibol took the throne. His death will be a leap into the unknown. It would seem wise for royal advisers to be doing some succession planning. But, says the former official, none seems to be going on. And any advice offered would probably not be heeded: “The king is his own man. Nobody advises the king,” he says.
In the shorter term, a trigger for renewed confrontation may be, if a pro-Thaksin government survives, its plan to amend the constitution passed during the military regime that followed the 2006 coup. Some mooted changes, such as restoring a fully elected Senate, seem reasonable. But the PAD assumes the main motive is to relieve Mr Thaksin and his allies of the various legal charges against them. Neither side yet seems willing to compromise. Both have made clear their readiness to use street mobs to achieve their ends.
A messy but effective “Thai-style compromise” is still hoped for, to pull the country back from the brink. It is even possible to dream of the red- and yellow-shirt movements transforming themselves into a well-behaved, mainstream two-party system with broad public participation. This, in turn, might help the country escape the dead hand of the courtiers and generals who are trying to drag the country into the past. But none of this is likely.
If Bhumibol’s glittering reign either ends in conflagration or leads to a Thailand paralysed by endless strife, with nobody of his stature to break the deadlock, it will be a tragedy. But he will have played a leading role in bringing about such an outcome. There is of course an opposing case to be made—that the king has been a stabilising influence in a volatile age, that his devotion to duty has been an inspiring example and that he has only ever done what he thought best for the country. But that case has been made publicly, day in, day out, for decades. Thais are not allowed to discuss in public the other side of the coin.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Dec 14, 2008 1:24 pm

sunny พิมพ์ว่า:ในขณะนี้ หากเราท่องไปตามเว็บบอร์ดต่างๆ เราจะพบว่า มีการกล่าวถึง The Economist

คนทั่วไปต่างคิดว่าบทความที่ได้รับการกล่าวถึงใน The Economist นี้ ได้ถูกเขียนโดยชาวต่างชาติ แล้วมีการแปลเป็นภาษาไทย

แท้จริงแล้ว บทความนี้ ผู้เขียนแต่งเป็นคนไทย ที่มีความแค้นใจอันเนื่องมาจากการยุบพรรค

ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีผู้หนึ่ง ---> ข้อมูลนี้ เราได้รับการเปิดเผยจากบรรณาธิการของ The Economist เอง

http://www.cfr.org/bios/11490/michael_moran.html



Michael Moran

Executive Editor, CFR.org

Contact Info:
E-mail: mmoran@cfr.org

Media downloads:

High-resolution photo (JPG, 388K)

A writer, broadcaster, and digital media pioneer on foreign and national
security affairs, Moran is a former correspondent for the BBC,
MSNBC.com, and Radio Free Europe, and a former staff writer for the
Associated Press and several newspapers. He now provides the editorial
direction and analysis for CFR.org
, and teaches at Bard College.Expertise:
International news coverage, free expression, Internet policy abroad,
U.S. media strategy, and public diplomacy.Experience:
Senior correspondent, MSNBC.com (2003-05); senior producer, International News
and Special Reports, MSNBC.com (1996-2003); U.S. affairs analyst, BBC
World Service (1993-96); senior editor, Radio Free Europe (1990-93),
former reporter for Associated Press, St. Petersburg Times,
Sarasota Herald-Tribune (1985-88).Languages:
Working knowledge of German.Honors:
Michael Moran is a past Hearst New Media Fellow at Columbia University Graduate
School of Journalism and served for a decade on the board of the
Overseas Press Club. He has received and shared numerous awards, and
CFR.org, since his arrival, has won several national awards, including
a News and Documentary Emmy in 2008
for its Crisis Guide: Darfur; "Best Specialty Site" in the 2007 Online
Journalism Awards, and First Prize in the Knight-Batten Awards for
Innovation in Journalism. Previously, he is the recipient of several
Edward R. Murrow awards (1999, 2002), two awards for public service
from the Society of Professional Journalists (1987, 2000),
a New York Times Publisher's Award (1986).Selected Publications:
Moran’s work has appeared in the New York Times, the Washington Post, Newsweek,
the Economist, the Spectator (UK), the Guardian, the New Leader
,
on National Public Radio and in many other outlets. He has lectured at
dozens of universities and think tanks around the world.


Members are united
in their interventionist
intentions with the goal of a consolidated
global governance. The CFR's
mission is to influence policy through
the reach of its members and
publications. Those who study the CFR
ideology are recruited and cultured for
membership. The best and
brightest university students are taught to
propagate the CFR model.
Individuals who both subscribe to the CFR ideology
and can bring an
element of capital (political status, business influence,
money) to
the group will be given membership. Members meet at the
CFR
headquarters in Manhattan and Washington DC, and round-table
style
discussions are held for its membership to discuss foreign
affairs
and make recommendations on policy. The CFR often creates
“task forces” to report “findings and policy prescriptions” (cfr.org)
for specific current world events, and also publishes the periodical
Foreign Affairs magazine.
CFR authors are often found in mainstream
media publications. In a recent issue of TIME magazine
, one CFR member writes:
“The US should make (Pakistani President & US intelligence asset)
Musharraf the best dictator he can be”.
Another author, this time in Newsweek magazine objectively argues
to the readers that the world really isn't all that bad in an article
titled “Don't Worry, Be Happy”. Currently, the front page of CFR.org
features essays on European anti-terrorism measures, radical Iranians,
and the reemergence of the nuclear threat (CFR members in government
control the nuclear football). Many prominent publications are influenced
and controlled by the CFR:


Time
Newsweek
US News & World Report
Atlantic Monthly
Forbes
& several major publishing houses


Members of the CFR
in the media intend to inject it's pro-globalist arguments into the
mainstream consciousness. Although the CFR is self-described as a non-partisan association,
it unabashedly promotes a one-world-government agenda
without regard for US sovereignty or the desires of the American people.

http://www.nowpublic.com/obama-cfr


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sun Dec 14, 2008 10:00 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Dec 14, 2008 1:32 pm


]http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000099614

กต.โต้"ฟอร์บส์"จัดลำดับพระมหากษัตริย์ร่ำรวยคลาดเคลื่อน

http://www.forbesconferences.com/?page=event&eventID=126

Overview

CAPITALISM WITHOUT BORDERS: Success Strategies for the Post-Globalization Era

An Executive Forum and Dinner Cruise
This next chapter of globalization came without a rule book. Converging forces, including energy (the price of oil, rising demand for energy and climate change's rise as a main-stage issue); capital flows (the rise of sovereign wealth funds into the world's largest financial institutions); the economic slowdown in the United States(the weakening dollar, sub-prime mortgage fallout and recession woes); and the increasing clout of emerging economies like China, Russia, India and the Middle East have created a vastly different playing field from what we’ve known.
Today's business leaders are operating in a new disruptive world with no set rules. Progressive boards must have a strategy for balancing U.S. standards and regulations for transparency and accountability with the less regulated emerging world players—players who are increasingly gaining power and influence. As the power dynamics shift, how can directors get a firm grasp of the geopolitical forces changing the landscape—and then apply this knowledge to best govern their companies? What tangible steps can directors and CEOs take to anticipate challenges before they become full-blown problems? How can leading companies find opportunities in this current wave of disruptive globalization?
Join us for this exclusive, off-the-record Forum, where we will bring world-renowned leaders together with a select group of your peers. Absent a rule book, together, we plan to identify key challenges that must be addressed to protect the value of your enterprise and thrive in the new world economy.

Register Now >>

Confirmed Speakers
The Honorable
Madeleine Albright
, Former U.S. Secretary of State, Principal, The Albright Group LLC
Steve Forbes, Chairman and CEO, Forbes, Editor-in-Chief, Forbes magazine, U.S.
Richard J. Gilbert, Professor of Economics at the
University of California Berkeley and adjunct Professor of Business
Administration , Senior Consultant, Compass Lexecon

Richard Haass, President, Council on Foreign Relations
Quentin Hardy, Silicon Valley Bureau Chief, Forbes magazine, U.S.
Alan Rosling, Executive Director, Tata Sons





2006



September 18, 2006
A Conversation with Thaksin Shinawatra, Prime Minister of Thailand
[Rush Transcript; Federal News Service, Inc.]



Speaker:

Presider:

Thaksin Shinawatra, Prime Minister, Thailand
Maurice R. Greenberg, Chairman and CEO, C.V. Starr & Co., Inc.
Transcript
Prime Minister Thaksin Shinawatra speaks to members of the Council on democracy in Asia.

See more in Thailand, Democracy Promotion



September 18, 2006
A Conversation with Thaksin Shinawatra (Audio)


Speaker:

Presider:

Thaksin Shinawatra, Prime Minister,
Thailand

Maurice R. Greenberg, Chairman and CEO, C.V. Starr & Co., Inc.


Audio
Listen to Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra discuss
democracy in Asia.


See more in Thailand, Democracy Promotion


September 18, 2006
A Conversation with Thaksin Shinawatra (Video)


Speaker:

Presider:


Thaksin Shinawatra, Prime Minister,
Thailand

Maurice R. Greenberg, Chairman and
CEO, C.V. Starr & Co., Inc.

Video Watch Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra discuss
democracy in Asia.


See more in Thailand, Democracy Promotion

http://www.onlinejournal.com/artman/publish/article_1261.shtml

9/11 and the Greenberg Familia

http://www.cfr.org/bios/9884/surin_pitsuwan.html

Surin Pitsuwan

(Thailand), Secretary-General, Association of Southeast Asian
Nations; former Foreign Minister of Thailand


Dr. Pitsuwan is secretary-general of the Association of Southeast Asian
Nations (ASEAN). Previously, he had been a member of the parliament of Thailand
since 1986. He served as Thailand’s minister of foreign affairs from 1992 to
2001, and has also served as deputy foreign affairs minister and assistant
secretary to the minister of the interior. He also has taught at Thammasart
University and worked as a columnist for the Nation Review and
Bangkok Post. He is a co-chair of the Commission on Human
Security.

Publications

By
Region
| By
Publication Type
| By Date


2008

May 14, 2008
A Conversation with Surin Pitsuwan [Rush Transcript; Federal News
Service]



Speaker:

Presider:


Surin Pitsuwan,
Secretary-General, Association of Southeast Asian Nations
Stanley O. Roth, Vice President, International Government
Relations, The Boeing Company

Transcript
Council on Foreign Relations Address by Surin Pitsuwan, Secretary-General of
the Association of Southeast Asian Nations, on the future of U.S.-ASEAN
relations.

See more in United States, Southeast Asia

http://video.google.com/videoplay?docid=-1817848131611744924


http://oneheartbooks.com/resources/articles/world_gov_chart.pdf





http://aftermathnews.wordpress.com/2008/01/27/the-elite-plan-for-our-future-tracker-chips-everywhere-and-in-everything-for-total-control/

The elite plan for our future: Tracker chips everywhere
and in everything for total control



January 27, 2008 · 13 Comments






avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ด่วน!!! เผยแผนปฏิบัติการล้มราชบัลลังก์ ของแม้ว

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 16, 2008 9:34 pm

http://www.hirhome.com/cfr.htm


What is the Council on Foreign Relations (CFR)?
Historical and Investigative Research, 4
March 2008

by Francisco Gil-White

History shows that the policies
debated and proposed by the CFR almost always become US foreign policy.
And yet, the CFR is supposed to be a private organization. Very
little is known about it. And political scientists almost never
investigate it. It pays to study the CFR, however, if we wish to
understand how power works in the United States, and what ideology the
US ruling elite answers to.


Who is behind the CFR?
In their book on the Rockefeller family, Peter Collier and David
Horowitz write:



“In 1921, the Council on Foreign Relations was
formed by leaders of finance and industry, men like Thomas W.
Lamont, [Woodrow] Wilson’s financial advisor and senior partner
in the House of Morgan, and John W. Davis, a Morgan lawyer,
standard-bearer for the Democratic party in [the presidential
election of] 1924, and a trustee of the Rockefeller foundation.
[John D. Rockefeller] Junior and the Rockefeller philanthropies
were also drawn into the early funding of the council, whose
charter members included not only Rockefeller’s business and
social friends but Fosdick and Jerome Greene from his inner
circle of advisors.”
[10]

It is a mistake for Collier & Horowitz to write that “the
Rockefeller philanthropies were also drawn into the early
funding of the council.” The Rockefeller Foundation has in fact
continued to be involved with the funding. This foundation is
not alone. In 1970 William Domhoff wrote that “As to the
foundations, the major contributors over the years have been the
Rockefeller Foundation and the Carnegie Corporation, with the
Ford Foundation joining in with a large grant in the 1950s.
According to [Joseph] Kraft, a $2.5 million grant in the early
1950s from the Ford, Rockefeller, and Carnegie foundations made
the Council ‘the most important single private agency conducting
research in foreign affairs.’ In 1960-61, foundation money
accounted for 25% of CFR income.”
[11]
(The rest comes from corporations and from sales of Foreign
Affairs
.) We have seen above Thomas Dye explaining that the
Rockefeller Foundation backed financially the creation of the
CFR’s Trilateral Commission in 1972
, and David Rockefeller
himself spearheaded the effort. David Rockefeller had become
chairman of the Council in 1970 and he retained the post until
1985. The Rockefellers and their foundations have remained very
much involved in the CFR.

We see, then, that the Council on Foreign Relations was formed by
people from the circles of Woodrow Wilson, J.P. Morgan, and the
Rockefellers. The Council has been funded by money from the
Rockefeller and Carnegie foundations, and then also by the Ford
Foundations.
The question we may pose, then, is: Do these
various interests have anything dramatic and telling in common?
The answer is yes: they were all backers of the eugenics
movement.
avatar
att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ