Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

หน้า 1 จาก 8 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Dec 26, 2008 10:03 pm



Exclamation Exclamation ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ข่าวการระบาดเงินธนบัตรปลอม โดยเฉพาะธนบัตรที่มีมูลค่าใบละ ๑,๐๐๐ บาท ได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศไทย

ทำให้ประชาชนโดยทั่วไป ขยาดในการที่ต้องได้รับเงินธนบัตรที่มีมูลค่าดังที่กล่าว เป็นเหตุให้อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตรวจธนบัตรขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

จากข่าวล่าสุด ที่มีประชาชนได้ถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย แต่ปรากฎธนบัตรปลอมจากตู้
กลายเป็นที่ฮือฮา และกล่าวขานกันว่า

เหตุใด เงินธนบัตรปลอมจึงได้ไปปรากฎอยู่ในตู้เอทีเอ็มของธนาคาร

และที่สำคัญคือ ใครเป็นผู้กระจาย หรือนำธนบัตรปลอม มาแพร่กระจายได้มากมายทั่วประเทศเช่นนี้

และ ทำไม ธนบัตรปลอมจึงมีการกระจายตัวตามทั่วภูมิภาค ได้มากมาย และรวดเร็วขนาดนี้

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Dec 26, 2008 10:06 pm

บอกกล่าวกันสักนิดให้ทราบว่า

ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยเท่านั้น ที่เกิดปัญหาธนบัตรปลอมได้ระบาดกระจายเช่นนี้

แต่ประเทศที่โดนกระทำลักษณะเดียวกันนี้ กลับเป็นประเทศที่มีการใช้เงินสกุลของตัวเอง

เหตุผลที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้ สืบเนื่องจาก One World Order --> One World Emperor

จึงต้องสร้างสถานการณ์อันนำไปสู่การทำลายค่าเงินสกุลของประเทศต่างๆ เพื่อให้หันไปใช้ค่าเงินสกุลดอลล่าร์

และผู้ที่เข้ามาเพื่อทำลายค่าเงินสกุลไทย ก็ไม่ได้อื่นไกลไปจากกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นั่นเอง

เนื่องจากในการชุมนุมที่ผ่านมาอันยาวนานของกลุ่มพันธมิตร ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มที่รับจ้างเข้ามาร่วมชุมนุม
และกลุ่มนี้เอง เป็นกลุ่มที่นำธนบัตรปลอมเหล่านั้นไปกระจายตามทั่วภูมิภาค (โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าธนบัตรที่ได้รับนั้นปลอม)

เป็นที่น่าสังเกตว่า แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เก็บตัวเงียบ ไม่ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ตั้งแต่เงินธนบัตรปลอมได้ระบาดไปทั่วประเทศ

นอกจากทำให้ประชาชนในชาติเกิดความแตกแยกสำเร็จแล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ ยังได้ประสบความสำเร็จในการกระจายธนบัตรปลอม เพื่อทำลายค่าเงินบาทของประเทศไทย

ต้องขอยกย่องในความเลวบริสุทธิ์ในครั้งนี้ของกลุ่มพันธมิตรฯ (เลวบริสุทธิ์ แบบชนิดที่ว่า ไม่มีความดีเจือปน)

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Dec 26, 2008 10:17 pm

น่าสงสารประเทศไทย กับสถานการณ์ เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น

ทั้งๆที่ ประเทศไทย กุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญระดับโลกเอาไว้ แม้กระทั่งประเทศมหาอำนาจยังไม่กล้าแข็งข้อ

ด้วยเหตุนี้ ประเทศมหาอำนาจจึงต้องหาทางในการเข้ามาแทรกซึม อยู่ในกระบวนการต่างๆ เพื่อทำลายรากฐานความมั่นคงของประเทศ

นั่นคือ สถาบันหลักของประเทศ

เพราะหากวันใดวันหนึ่ง สถาบันหลักได้ถูกทำลายลง ย่อมเป็นการง่ายต่อการเข้ามายึดพื้นที่ต่างๆของประเทศไทย

การสร้างความแตกแยก กระบวนการบ่อนทำลายความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเกิดขึ้น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  124...10 on Sat Dec 27, 2008 11:35 am

สงสัยจขกท.เป็นคนคิดลึกไปได้ทุกเรื่อง อ่านแล้วมีเบื้องหลังทุกเรื่อง คิดแบบนี้
สงสัยใครอยุ่ข้างระแวงไปหมด จะบ้าเอาน่า ..................................
สงสัยพระจันทร์ยิ้มก็คงมีเบื้องหลังอีก อาจเป็นภาพลวงตาที่อเมริกาทำหลองลวงชาวโลกมั้ง
5555555555555555555555555555555555555555555555555555555

124...10
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  124...13 on Sat Dec 27, 2008 2:35 pm

เขมร ภาคใต้ และความขัดแย้งทางการเมือง แบงค์ปลอม โจรสลัด เป็นเรื่องเดียวกัน
มีรากเหง้ามาจากการแย่งชิงจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
แหล่งอาหาร แหล่งน้ำมัน และภูมิยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดต้นทุนจากระบบโลจิสติก
ของมหาอำนาจตะวันตก ด้วยการอาศัยการสร้างความแตกแยกระหว่างสถาบันหลักซึ่งมีทหารดูแลกับนักการเมือง
เพื่อทำการล้มล้างระบบอำนาจเดิมแล้วสร้างระบบอำนาจใหม่ใหม่ ที่ทำให้ง่ายต่อตะวันตกในการแทรกตัวเข้ามาครอบครองจุดยุทธศาสตร์สำคัญคือประเทศไทย sunny แห่งนี้
เพื่อแยกย่อยไม่ให้มหาอำนาจอีกลุ่มที่ต้องการอยู่อย่างสันติห้าประการ
ในการรวมตัวสร้างความเข้มแข็งมีการใช้เงินสกุลเดียวกันเหมือนก๊กอียู

เพราะหากแยกย่อยเราได้โดยสนับสนุนนักการเมืองในอนาคตตามข้อตกลง ดับบิวที่โอ อัตราภาษีจะเป็นศูนย์
การแยกย่อยเราจะทำให้มหาอำนาจอีกขั้วไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ เพราะสามารถกีดกันทางด้านการค้าที่ไม่ใช่รูปแบบภาษีได้

นั่นก็คือเขาสามารถปิดกั้นโอกาสความเจริญของไทย และกลุ่มเอเชียนั่นเอง

124...13
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  124...13 on Sat Dec 27, 2008 3:01 pm

ปัญหากรณีเขมร ภาคใต้ ความขัดแย้งทางการเมือง แบงค์ปลอม โจรสลัด เป็นเรื่องเดียวกัน
มีรากเหง้ามาจากการแย่งชิงจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก แหล่งอาหาร แหล่งน้ำมัน และภูมิยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดต้นทุนจากระบบโลจิสติก
ของมหาอำนาจตะวันตก ด้วยการอาศัยการสร้างความแตกแยกระหว่างสถาบันหลักซึ่งมีทหารปกป้องดูแลกับกลุ่มนักการเมือง เพื่อทำการล้มล้างระบบอำนาจแบบเดิมแล้วสร้างระบบอำนาจขึ้นใหม่ ที่ทำให้ง่ายต่อตะวันตกในการแทรกตัวเข้ามาครอบครองจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือประเทศไทย แห่งนี้
เพื่อดำเนินการแยกย่อยไม่ให้มหาอำนาจอีกกลุ่มที่ต้องการอยู่อย่างสันติห้าประการ
ในการรวมตัวสร้างความอำนาต่อรองที่เข้มแข็งโดยใช้เงินสกุลเดียวกันเหมือนก๊กอียู
เพราะหากสามารถแยกย่อยเราได้ โดยสนับสนุนนักการเมืองขายชาติเป็นเป้าล่อให้สถาบันหวังชนะสงครามในระดับยุทธการ แต่สงครามในระดับยุทธศาสตร์ เขาสามารถทำให้สังคมโลกสนับสนุนเขาเพราะการเข้าไปยุ่งเกี่ยวนั้นกระทบระบอบประชาธิปไตย เหตุการณ์ในอนาคตจะบานปลายคล้ายๆ กรณีเนปาล ที่ดึงสถาบันมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ในกรณีเขมรหากสร้างความขัดแย้งจนเกิดสงครามยกระดับปัญหาสู่สากล เมื่อเกิดการตัดสินหลักฐานเราเสียเปรียบเพราะปี ๔๓ เราไปเซ็นยอมรับใช้แผนที่มาตราสองแสนเป็นกรอบในการแบ่งปัน เมื่อตัดสินมีการปักปันในหลักเจ็ดสิบสามเราจะสูญเสียดินแดนในทะเลที่อุดมสมบูรณ์ด้วน้ำมัน รัฐบาลที่มีทหารหนุนหลังก็จะเสียรังวัด เพราะทำให้ไทยเสียดินแดนและผลประโยชน์ของชาติ กรณีภาคใต้หากมีเหตุการณ์ในช่องแคบเฮอร์มุช กระแสมุสลิมจะรุนแรง อันวาผู้นำฝ่ายค้าน จะใช้กระแสดังกล่าวและขุดคดีที่ผู้นำในอนาคตคือนาจิ๊บ มีส่วนผัวพันธ์คดีฆาตกรรมนางแบบสาวชาวมองโกเลีย จนเป็นรัฐบาลมาเลเซีย ไทยมาเก็จะคุยปัญหาภาคใต้ไม่รู้เรื่อง อันวาจะสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนไทยอย่างเปิดเผยโดยอ้างว่าดูแลพี่น้องมุสลิม ตามข้อบังคับ โอไอซี ในขณะที่ไทยบอกว่ามาเลรุกล้ำอธิปไตยไทย เกิดสงครามระหว่างกัน กลุ่มก่อการร้ายสามารถยกระดับปัญหาภายในประเทศไทยเป็นปัญหาระดับสากล การฆาตกรรมรายวัน เมื่อนานเข้าจำนวนจะมาก จึงเป็นปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน ยูเอ็นเข้าแทรกแซง ให้ไทย มาเลสงบศึก แล้วให้คนในพื้นที่เลือกที่จะอยู่กับไทย มาเล ท้ายสุดก็จะแยกตัวเป็นอิสระเหมือนติมอร์ การเมืองก็ทำให้สังคมแตกแยก เป็นเหนือ อิสาน ภาคกลางรวมภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอนล่าง เหลือแค่ตัวคะตะไล้และเงื่อนเวลาเท่านั้น ไทยจะแตกเป็นสี่ประเทศเป็นอย่างน้อย ถ้าคนไทยไม่รีบแก้ไขถอดชนวนไม่ให้โรดทูไคซิสนี้เกิดขึ้น
ในอนาคตตามข้อตกลง ดับบิวที่โอ อัตราภาษีจะเป็นศูนย์
การแยกย่อยเราจะทำให้มหาอำนาจอีกขั้วไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ เพราะสามารถกีดกันทางด้านการค้าที่ไม่ใช่รูปแบบภาษีได้
นั่นก็คือเขาสามารถปิดกั้นโอกาสความเจริญของไทย และกลุ่มเอเชียนั่นเอง

124...13
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

**

ตั้งหัวข้อ  ** on Sun Dec 28, 2008 6:44 pm

ขำภาพลวงตา Smile

**
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  58...80 on Thu Jan 01, 2009 7:42 pm

Sunny เลียไข่ไอสนธิ มึงบ้าไปแล้ว

58...80
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

999

ตั้งหัวข้อ  999 on Sat Jan 03, 2009 7:12 pm

นิทานหลอกเด็ก

999
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  124...24 on Sat Jan 03, 2009 9:28 pm

การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นดำเนินการผ่านการเมืองระหว่างประเทศ การทหารและเศรษฐกิจ ทั้งแนวทางที่ถูกต้องและแนวทางที่ผิด เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนของรัฐตน
ดังนั้นเหตุการณ์ในสังคมโลกจึงมีการบริหารจัดการ สิ่งที่นำเสนกเป็นการมองในแนวทาง win lose ถ้าเป็นแนวทาง win win ก็จะไม่กล่าวถึง อยากถามว่า การเสนอนี้มีตรงไหนที่เกิดขึ้นไม่ได้ และการแจ้งเตือนให้เรามี SA ย่อมดีกว่าไม่แจ้งเตือน เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อเหตุการณ์เป็นไปตามโรดทูไคซิส แล้วเราจะไม่มีหนทางแก้ไข ....อิอิ

124...24
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jan 04, 2009 9:51 am

อิ� พิมพ์ว่า:Sunny เลียไข่ไอสนธิ มึงบ้าไปแล้ว

คนที่"โง่" แล้วอวดฉลาดเฉยๆ มันก็ยังพออนุโลมได้

คนที่"โง่" แล้วพาตัวเองไปตาย มันก็ยังพอที่จะปล่อยผ่านไปได้

แต่คนที่"โง่" แล้วพาคนอื่นๆ ไปตาย ไอ้พวกนี้แหละ ที่ "ฮิตเลอร์" ฆ่าทิ้งตายกันเกลื่อน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

โง่จนกระทั่งจะฆ่าให้ตายก็เสียดายกระสุน

ตั้งหัวข้อ  MI-6 on Sun Jan 04, 2009 9:55 am

เป็นการเขียนเสริม เท่านั้น มิได้จะมาก้าวล่วงวงสนทนา เคยดูหนังเรื่อง ชิลเลอร์' ส ลิสต์ ในนั้นเล่าว่า
การฆ่าคนที่ฮิตเลอร์มองว่า ไร้อารยะ ฮิตเลอร์ใช้แก๊สรม เพราะว่า หากใช้กระสุนยิง จะเสียดายเงินค่ากระสุน

MI-6

จำนวนข้อความ : 956
Registration date : 14/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

z

ตั้งหัวข้อ  z on Sun Jan 04, 2009 11:22 am

สงสัยไส้เดือนเลียจนดิ้นพล่าน

z
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

ตามนั้น

ตั้งหัวข้อ  +++ on Sun Jan 04, 2009 8:33 pm

55555555555555555555555555555555555555555555555555555
ซานติก้า ผับ” ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
สงสัยมันก็มีเบื้องหลังอีก จากต่างชาติมั้ง โยงไปเรื่อยเปื่ยย มั่วไปเรื่อยแต่อ่านแล้วมันส์ดี...
55555555555555555555555555555555555555555555555555555

+++
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Aug 26, 2009 12:47 pm

+++ พิมพ์ว่า:55555555555555555555555555555555555555555555555555555
ซานติก้า ผับ” ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
สงสัยมันก็มีเบื้องหลังอีก จากต่างชาติมั้ง โยงไปเรื่อยเปื่ยย มั่วไปเรื่อยแต่อ่านแล้วมันส์ดี...
55555555555555555555555555555555555555555555555555555






http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1230780523&grpid=01&catid=17

วันที่ 01 มกราคม พ.ศ. 2552 เวลา 10:27:17 น.
มติชนออนไลน์


กลายเป็น"สุสาน" มูลค่า 40 ล้านบาทจริง
เมื่อ"ซานติก้าผับ"แหล่งบันเทิงรับไฮโซหรู บนถนนเอกมัย ยก"โลง"มาตกแต่งภายใน

เมื่อเกิดเหตุสยอง ที่ไม่มีคาดคิดว่า "ซานติก้าผับ" เหตุมีคนประมาท
แต่ส่งผลอย่างมากถึงกับผลาญชีวิตผู้คนถึง 59 ศพรับปีฉลู ให้เดือดเป็นไฟ
แค่เลยเที่ยงคืน เข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2552



คลิกอ่าน สยองรับปีใหม่ ผับนรก!"ซานติก้า" ไฟไหม้






11 = DEATH CODE

หากประชุมสุดยอดอาเซียนในไทย เจ๊งรอบ 2 ใครได้ประโยชน์

วันที่ 26 สิงหาคม 2552 01:00

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

หากรัฐบาลต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติ "ความมั่นคง" ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่หัวหิน ระหว่าง 23-25 ตุลาคม นี้

ประชาคมโลกข้างนอกจะมองประเทศไทยอย่างไร ไม่อยากคิดเลย ให้ตายซิ

ยิ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกทำนองว่า
ได้กลิ่นว่าจะมีความวุ่นวายปั่นป่วนเหมือน "สงกรานต์เลือด"
ที่คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง
บุกเข้าที่โรงแรมประชุมผู้นำสิบกว่าประเทศที่พัทยา
จนเป็นข่าวน่าเกลียดน่ากลัวไปทั่วโลก ก็ยิ่งทำให้คนไทยไม่น้อยต้องร้อนๆ
หนาวๆ ไปกับโอกาสที่จะเกิดเรื่องน่าอับอายระดับโลก


คราวที่แล้ว ข่าวเลวร้ายที่นักข่าวต่างประเทศส่งออกไปเริ่มด้วยที่เกิดเหตุ Pattaya

หากครั้งนี้เกิดเรื่องมิดีมิร้ายทำนองนั้นอีก ข่าวของสำนักข่าวนานาชาติจะเริ่มด้วย Hua Hin

ซึ่งเป็นชื่อของเมืองชายทะเลอันสวยงาม น่าเที่ยว เป็นอันดับต้นๆ ของโลก

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&forum=4&No=791&PHPSESSID=941a2ff9d4de9f57bffca51b3da90c62&page=33#491

จุดเริ่มต้น

http://www.komchadluek.net/detail/20090611/16589/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B221%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2.html

วันที่ 11 มิถุนายน 2552
วิทยาแถลงพบผู้ป่วยหวัดที่พัทยา21ราย



จุดสิ้นสุด

http://map.longdo.com/?lat=12.587729034423829&long=99.95350712890624&res=2048&mode=icons&map=ms22&locale=th

http://maps.google.co.th/maps/mpl?ie=UTF8&moduleurl=http:%2F%2Fmaps.google.co.th%2Fhelp%2Fmaps%2Flocal_search%2Fmapplet.html&ll=12.586439,99.946103&spn=0.020439,0.038581&t=h&z=15

ทำไมต้องดึงเสื้อแดงไปแถวนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นพวกเดียวกัน Exclamation


Arrow ผลงานชิ้นแรกของนายกฯอภิสิทธิ์ ในการโค่นล้มสถาบัน

Arrow ความลับ...ทำไมอภิสิทธิ์ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น!!!

Arrow "ป๋าเปรม"อวยพร"มาร์ค"ทำงานแก้ปัญหาประเทศสำเร็จ ขอพระสยามเทวาธิราชคุ้มครอง ชมเปราะ"เก่ง-หนุ่ม"

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Aug 26, 2009 12:55 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251204602&grpid=00&catid=42

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 23:45:56 น.
มติชนออนไลน์


ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ร่ำไห้ เผย"ในหลวง -ราชินี"อยากให้ไทยอยู่รอด-สามัคคี เรียกร้องเลิกทะเลาเบาะแว้ง

"ตั้งแต่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นครองราชย์ฯ จนบัดนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ
ทรงไม่เคยห่างจากพระองค์เลย
อะไรที่ป็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ
ทรงมีส่วนร่วมรู้เห็นตลอดเวลา
ในสมัยที่ผมรับราชการเบื้องพระยุคลบาทเป็นสมัยที่บ้านเมืองไม่สงบจากพวก
คอมมิวนิสต์ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
ไม่เคยหยุดทรงงาน ไม่ทรงท้อถอยหวั่นเกรง ยังคงเสด็จฯ
เยี่ยมประชาชนในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่สีแดงด้วยความห่วงใย
พสกนิกรของพระองค์" พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าว

อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ กล่าวอีกว่า ขณะนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
กำลังตกเป็นเป้าของการลบหลู่ การให้ร้าย
การโจมตีอย่างโจ่งครึ่มโดยคนบางพวก บางประเภท ตนกล้าเรียนให้ทราบ
แม้ไม่มีการยืนยันจากรัฐบาลแต่ตนยืนยันจากความรู้ การสังเกตของตนเอง พบว่า
สิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้น ตอนนี้มีเว็บไซต์
เถื่อนที่กำลังทำอย่างนี้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ อยู่อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง
และขอเตือนให้ทราบว่าผู้ที่เราเคารพสักการะ
ผู้ที่เป็นผู้สืบทอดการปกครองแบบราชาธิปไตยมากว่า 700 ปี กำลังถูกทำลาย
โดยคนพวกหนึ่ง สิ่งที่คนไทยต้องตระหนักและช่วยกันคือปกป้อง
สถาบันที่อยู่คู่เมืองไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์


"มาวันนี้ขอวิงวอนท่านทั้งหลายว่า แม้ศัตรูจะยังไม่ถืออาวุธ
แต่กำลังใช้วิธีย้อมหัวของเรา ย้อมหัวใจของเราให้หลงผิด
สิ่งที่ทำได้คืออย่ายอมให้พี่น้อง ลูกหลานเข้าใจผิด แต่ต้องทำความเข้าใจ
และเผยแพร่ สอนผู้อื่นให้รู้ว่า เมืองไทยอยู่ได้เพราะ 3 สิ่งนี้ คือชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราต้องทำ ถ้าเราไม่ทำ เราจะเกิดสงครามที่สาหัสมาก
อย่าทำให้เกิด แต่ทำได้ด้วยการถ่ายทอดให้ทุกคนรู้ว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงทำอะไรมาแล้วกว่า 60
ปี ให้เราทุกคนช่วยกัน" พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าว

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 12:20 pm

http://www.thaipost.net/news/280809/9894

ระวังน้ำจะท่วมฟ้า-ปลาจะกินดาว

28 สิงหาคม 2552 - 00:00
เปลว สีเงิน
ท่านว่าในระยะสัปดาห์มานี้ร้อนผิดปกติมั้ย เหตุที่ถามเพราะผมไม่แน่ใจว่า
"ร้อนอยู่คนเดียว" หรือคนอื่นก็รู้สึกว่าอากาศประเทศไทย "ร้อนผิดปกติ"
เหมือนผม เดี๋ยวนี้มาทำงานตอนบ่ายๆ ผมคว้าเสื้อได้ก็พาดบ่าเดินโทงๆ
ขึ้นรถออกจากบ้านเลย นั่งจนตัวเย็นเป็นไอติมแล้วนั่นแหละค่อยสวม
บางคนเขาก็ทักว่า "สงสัยไฟธาตุจะแตก" แต่ผมลองเลียบเคียงถามหลายๆ
คนแล้ว เขาก็ร้อง "เออเนอะ...มันร้อนจริงๆ"!

ความจริง เมืองไทยมันก็ร้อนของมันเป็นปกติอยู่แล้ว
แต่ผมไม่เคยไปสัมผัสความร้อนประเทศอื่น ก็เลยแยกไม่ออก-บอกไม่ถูกว่า
ร้อนของเมืองไทย กับร้อนของเมืองอื่น มันเป็น "ความร้อน"
ที่เหมือนกัน หรือร้อนเหมือนกัน แต่แตกต่างกัน?

จนกระทั่งผมไปดูไบ ซึ่งไม่เห็นใบอะไรเลย นอกจากทราย
และนายใหญ่ก็ไม่เห็น คือมันนานมาแล้ว นั่นแหละครับถึงได้รู้ถึง
"ร้อนที่แตกต่าง" ระหว่างร้อนชื้นแฉะของเมืองไทย
กับร้อนแห้งแล้งของประเทศในทะเลทรายอย่างดูไบ
มันร้อนเหมือนเข้าเตาไมโครเวฟ น้ำในเนื้อ-ในตัวจะถูกบิดจนแห้ง

เวลาหายใจเหมือนสูดเอาใบมีดโกนยิลเลตต์เข้าไปกรีดกลางกระหม่อม!

ผมก็เลยบอกท่านได้ว่า อากาศในระยะนี้ของบ้านเราคล้ายๆ
อากาศในทะเลทราย มันร้อนเผาไอน้ำในอากาศจนแห้ง
และอากาศที่แล้งน้ำนั่นแหละเกิดสภาพเบาบางยกกำลังสิบ ที่เราได้ยิน
ฟ้าร้อง-ฟ้าแลบ-ฟ้าผ่า ด้วยลีลาและสำนวนชวนหวาดหวั่นพรั่นพรึง
แต่ละครั้งครืนครั่นยาวนานต่อเนื่องหลายระยะนั้น

ไม่ใช่สัญญาณอาเพศ-อาถรรพณ์อะไรหรอกครับ
สภาพเบาบางยกกำลังสิบนั่นแหละ
เมื่อเจอกับอากาศคนละชั้นบรรยากาศสภาพฝนซู่ซ่า ประกอบฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ
ผิดปกติอย่างตอนเย็นวานนี้ (๒๗ ส.ค.๕๒) จึงเกิดขึ้นบ่อยเป็นธรรมดา

แต่เดี๋ยวนี้ คนไทยด้วยกัน อยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน
พูดเรื่องเดียวกันไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกครับ เพราะฝนฟ้าทุกวันนี้ท่านก็
Change เหมือนกัน สมมุติฝนตกหนัก ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ แถวคลองเตย
แต่คนอยู่แถวราชประสงค์ หรือสนามหลวง แดดแจ๋ ร้อนหัวจะแตก!

นั่นก็ยังพูดได้ว่าสถานที่ห่างกัน เอาที่เห็นจะจะลูกตา
ขึ้นรถบนทางด่วนไปดินแดง ฝนตกซู่ๆ จนที่ปัดน้ำฝนปัดแทบไม่ทัน
แต่แหงะไปดูทางด่วนคู่ขนานที่จะไปทางบางนา....ไม่มีฝนซักเม็ด

ดูซี...ฝนก็ยังเลือกข้าง นับประสาอะไรกะคน!?

http://board.dserver.org/u/uthaisak/00006460.html

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 12:22 pm

http://pantamitenemieslist.wordpress.com/2009/05/22/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%A7-%E0%B8%AA/

คอลัมนิสต์หลงยุค ‘เปลว สีเงิน’ เพ้อ-ชูศาสดาโกเต๊กซ์นั่งหัวหน้าพรรคพันธมิตร




นายโรจน์ งามแม้น หรือ เปลว สีเงิน (คนขวา)




ไทยโพสต์
: ถ้า “คุณสนธิ ลิ้มทองกุล” ไม่รับเป็นหัวหน้าพรรค
ผมว่าในการชุมนุมของมวลชนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะจัดขึ้นวัน
ที่ ๒๔-๒๕ พ.ค.๕๒ นี้ ที่ย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต
ก็ไม่จำเป็นต้องมีพิธีกรรมให้แฟนๆ ออกเสียงว่า “จะตั้งพรรค
หรือไม่ตั้งพรรค?” เพราะทุกคนเข้าใจดีว่า จากทรายแต่ละเม็ด ๗
คาบสมุทรมาผนึกเป็นเทือกเขาสีเหลืองสูงสลับซับซ้อน ปานเทือกเขาตะนาวศรีจาก
๒๕๔๘ จนถึงวันนี้-พรุ่งนี้ นั้น นั่นมาจากนวัตกรรมที่ “คุณสนธิ”
นั่นแหละฝนทั่งให้เป็นเข็ม จากสวนลุมพินี-มัฆวานฯ-ทำเนียบรัฐบาล
จนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

ในเมื่อ “เบิก” ไว้ถึงขนาดนี้แล้วตัวเองไม่นำ “บุก” ต่อ
มันจะได้เรื่องอะไร ซ้ำที่เหนื่อยยากมาทั้งหมดจนหวิดตายเหมือนหมาข้างถนน
นั่นก็จะสูญเปล่า ไร้ค่า-ไร้ค่า ถ้าไม่ยอมเป็นตัวนำ พาพันธมิตรฯ
ลุยข้ามมหานทีสู่โคนพระศรีมหาโพธิ์ สุดท้าย
เทือกเขาใหญ่ก็จะละลายคืนสู่ความเป็นทรายแต่ละเม็ด!

ที่ผมมีความเห็นเช่นนี้ ไม่ใช่ยุให้ตั้งพรรค
หรือยุให้คุณสนธิไปเป็นนักการเมืองเต็มตัว แต่ก็นั่นแหละ
ในเมื่อคุณสนธิก้าวข้ามเส้นแบ่งสื่อ-หนังสือพิมพ์ ไปทะลุพรมแดนการเมือง
และด้วยความเร็วเหนือแสงการเมืองซ้ำซาก
คุณสนธิก็นำสังคมชาติพุ่งไปสู่อีกมิติหนึ่งแล้ว มิตินั้นก็คือ

มิติ “การเมืองใหม่”!

นั่นคือ คุณสนธิมาไกลชนิดก้าวข้ามมิติสู่มิติไปอีก “กึ่งทาง” แล้ว
จากการก้าวข้ามนั้น ผมเอง ซึ่งเคยท้วงติง หรือจะเรียกว่าดึงขา-ดึงแข้ง
มาตลอดว่า “คุณสนธิกำลังเล่นบทล้ำหน้าที่สื่อ” ระวังจะก้าวกลับไม่ได้
และในเมื่อ “ล้ำจนข้ามมิติ” ไปแล้วเช่นนี้ นั่นก็เท่ากับว่า
นับแต่นี้เป็นต้นไป คุณสนธิ “พ้นเงื่อนไข” ใดๆ ทั้งสิ้นในมิติเดิมแล้ว

และบรรลุสู่มิติ “จักรวาลการเมืองใหม่” ชนิดที่ใครจะเอาเงื่อนไขเดิมใดๆ มาอ้างก็ไมได้อีกเช่นกัน!

เมื่อเป็นเช่นนี้ มันจะหลงกาล-หลงเวลา-หลงเงื่อนไขอย่างมาก
ถ้าผมจะฉุดให้คุณสนธิจมอยู่ในจักรวาลสื่อเหมือนเดิม ฉะนั้น
ด้วยจักรวาลเวิ้งว้างใหม่ ผมต้องยุยงส่งเสริมให้คุณสนธิ-คนใหม่ ค้นหาทาง
“การเมืองใหม่” ที่ร่วมกันใฝ่ฝันนั้น และพากันบากบั่นไปให้ถึงให้จงได้

ชีวิตที่อยู่ตอนนี้คือ “ปันผล” จากเงินต้นที่รอดตาย
แล้วจะเอาเงินนี้มาละเลียดไส้ไปวันๆ เพื่อรอวันตายในกาลสิ้นอายุขัย
มันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ ใส่มันลงไปทั้งก้อนชีวิตนี่แหละ
เพราะจักรวาลใหม่-การเมืองใหม่ พลังขับเคลื่อนที่จะส่งกระสวยขึ้นไปสู่
มันจะต้องเผาไหม้ให้ความร้อนระดับหมื่นองศาฟาเรนไฮต์ขึ้นไปนั่นเชียว!

เรื่องอย่างนี้ มัวพูดอ้อมค้อมอยู่ก็ป่วยการ ผมจึงต้อง “ถามตรง-ตอบตรง” ตามสิทธิ์ที่จะออกเสียงได้ ๑ เสียงมิใช่หรือ เพราะผมเข้าใจว่า

การตั้งพรรคนั้น-ไม่ยาก

การทำให้พรรคอยู่-ก็ไม่ยาก

แต่พรรคที่อยู่ สามารถทำให้บ้านเมืองอยู่นี่ซิ…มันยาก

และเมื่อบ้านเมืองอยู่ จะรักษาอุดมการณ์พรรคให้อยู่ด้วย..นี่ยิ่งยาก!!!

การทำให้บ้านเมืองอยู่ พรรคอยู่ เรียกว่า “อยู่” คู่กันได้
นั่นก็หมายความว่า จากวันนี้
ถึงวันหน้าอันมีความสำเร็จสู่ปณิธานการเมืองใหม่ “คนก็จะไม่เปลี่ยนไป”
กลายเป็นเสือหิว-เสือโหยฉีกบ้านเมืองเป็นอาหาร

ก็ตรงนี้แหละ..แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ถ้าตั้งพรรคพันธมิตรฯ
ขึ้นมาแล้ว จากคนที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง
โดยยังไม่มีอำนาจกินบ้าน-กินเมืองในวันนี้
จะไม่กลายเป็นเสือหิว-เสือโหยในวันที่มีอำนาจกินบ้าน-กินเมืองอยู่ในมือใน
วันนั้น?

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 12:23 pm

ฉะนั้น
ต้องเริ่มบททดสอบและเคี่ยวกรำสันดานมนุษย์อันล้วนเกิดมาแต่สิ่งบาปหยาบช้า
ด้วยกิเลส-ตัณหาเสียแต่เดี๋ยวนี้ว่า
สามารถมีธรรมเป็นเครื่องยับยั้ง-ชั่งใจ จะไม่ยอมให้ “จิตใฝ่ต่ำ”
ครอบงำยามมีอำนาจวาสนาได้ขนาดไหน?

นั่นก็หมายความว่า บรรดาพันธมิตรฯ ที่คิดการณ์ตั้งพรรคในวันนี้
อย่าคิดด้าน+ด้านเดียว คิดเผื่อด้าน-ไว้ด้วยว่า ถึงที่สุดแล้ว จะอดทน
เสียสละ และพร้อมบากบั่น เคี่ยวกรำสู่เป้าหมาย “การเมืองใหม่”
หนักแน่น-จริงจังชนิดตายเป็นตายเพื่ออุดมการณ์นั้นกันแน่หรือ?

ถ้าแน่…ขั้นแรก แกนนำ รุ่น ๑ ทั้ง ๕ คน คุณสนธิ คุณจำลอง คุณพิภพ
คุณสมเกียรติ และคุณสมศักดิ์ พร้อมกับอีก ๑-สุริยะใส
ต้องสำรวจแล้วตอบกับตัวเองว่า พร้อมสละงาน สละอาชีพ
สละรายได้อื่นใดในขณะนี้ เพื่อทุ่มเทชีวิตสู่ “การเมืองใหม่”
ผ่านเส้นทางการเมืองระบบพรรคหักด่านสู่ระบบรัฐสภาเต็มตัวได้หรือไม่?

พิษเท่านั้นใช้ล้างพิษ

ก็เช่นกัน….

รัฐสภาเท่านั้นใช้ล้างรัฐสภา!

ใน ๕+๑ คนนั้น มีคุณสมบัติ มีศักยภาพ
มีพลังสู่การเมืองใหม่แตกต่างกันไป
ทั้งหมดมีความสำคัญที่จะขาดคนใด-คนหนึ่งไปไม่ได้ในภาวะนี้ และทั้งหมดนี้

สนธิ ลิ้มทองกุล ต้องนำในฐานะ “หัวหน้าพรรค”!

ยอมมั้ย…ถ้าไม่ยอม อย่าตั้งเพื่อทะเลาะในวันหน้า
แล้วก็ล้มชนิดใครก็ไม่มองหน้าใคร ซึ่งมันเป็นเรื่องน่าเสียดายนัก
และถ้าทั้ง ๕+๑ แสดงให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณะชัดเจนว่า “แตกคอกัน”
นั่นก็หมายความว่า ทั้งมวลชนพันธมิตรฯ
ที่แพร่หลายขยายพันธุ์ไปทั้งประเทศแล้วนั้น

ก็ถึงวันแปรสภาพสู่ตำนานให้เล่าขาน…กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว…..!

ผมจะไม่พูดในประเด็นเป็น “ข้ออ้าง-เงื่อนไข”
ว่าคุณสนธิไม่สามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้
เช่นเงื่อนไขคดีความทั้งในอดีตและปัจจุบัน เป็นต้น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น
ก็เป็นเหตุสุดวิสัย จะว่าใครไม่ได้ แต่ผมจะพูดในเชิง “บททดสอบ”
แห่งการเสียสละที่ต้อง “เสียสละ” ตั้งแต่วันนี้จริงๆ
ถ้าคุณสนธิต้องเข้าสู่การเมืองระบบรัฐสภา แทนการเมืองดาวกระจายตามท้องถนน

นั่นคือหน้าที่ การงาน และการลงทุนในความเป็น “ธุรกิจสื่อ” ทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ โทรทัศน์ดาวเทียม ASTV
และนิตยสารทุกชนิด คุณสนธิต้อง “ถอนตัว” ทั้งหมด

ตัวคุณสนธิเป็นสื่อได้ แต่ต้องไม่เป็นเจ้าของ “ธุรกิจสื่อ”
นี่คือเงื่อนไขกฎหมายที่ระบุบ่งไว้สำหรับคนที่จะเป็นนักการเมืองตามรัฐ
ธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่ผมเข้าใจว่า ทุกวันนี้ ทางนิตินัย
คุณสนธิอาจไม่ได้มีชื่อเป็นเจ้าของธุรกิจสื่ออยู่แล้ว
แต่ด้วยภาพทางปฏิบัติตนสังคมล้วนเข้าใจว่าคุณสนธิเป็นเจ้าของธุรกิจสื่อมา
ตลอด

ทั้งโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV ทั้ง ASTV ผู้จัดการ และนิตยสารรายต่างๆ
นั้น ผู้คนปักใจว่าเจ้าของคือคุณสนธิทั้งนั้น แต่ผมว่าในความล้ม (ละลาย)
แล้ว-ล้มอีกของคุณสนธิ คงไม่เหลือหลอให้มีชื่อเป็นเจ้าของหรอก!

แต่ก็นั่นแหละ จะอาศัยแค่ความจริงอันเป็นเบื้องหลังเป็นที่ตั้ง
โดยไม่เคลียร์กับสังคมให้ชัดเจนว่า “ไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจสื่อ”
แล้วมาตั้งพรรคการเมือง
มันก็จะเป็นข้อครหาให้พูดจาใส่ไคล้ให้รำคาญกันไปเปล่าๆ
และเพียงแต่พูดเคลียร์ โดยไม่ทำให้เคลียร์ด้วยการแยกตนให้พ้นเครือข่ายสื่อ

มันก็จะยื้อกันไปไม่จบ!

นี่แหละ ประเด็นการตั้งพรรค
มันจะตัดภาพให้ขาดจากโยงใยธุรกิจสื่อที่ผูกภาพติดกันมานานได้ขนาดไหน
อย่างไร มันเป็นเรื่องเล็กๆ ก็จริง แต่ถ้าไม่แยกให้ขาดเบ็ดเสร็จกันออกไป
วันหน้าอาจมีอันธพาลหยิบเรื่องเล็กมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นตำหนิ
“การเมืองใหม่” ไปเปล่าๆ

อีกด้านหนึ่ง กำลังรบภาคสนามในนามพันธมิตรฯ ปรากฏว่า
คนและอุปกรณ์สื่อในเครือข่ายผู้จัดการระดมออกมารบเกือบเต็มพื้นที่
ถ้าลงมติให้ตั้งพรรคกันขึ้นมาจริงๆ ยิ่งเลือกคุณสนธิเป็นหัวหน้าพรรค
นั่นแสดงว่าต้อง “แยกขาด” จากธุรกิจสื่อ คำถามก็คือ

สื่อ-ผู้จัดการ ขาดคุณสนธิเสียคน ธุรกิจไม่ป่นเป็นแป้งหรือ?

และนักรบสื่อหลายคน ก็อาจต้องตัดสินใจเลือกว่า
“จะเอาดีข้างไหนเต็มตัว?” ทำไป-ทำมา พรรคก็ยังไม่ถึงไหน
ธุรกิจสื่อหนังสือพิมพ์-โทรทัศน์ก็จะพังพาบตามกันไป ฉะนั้น
ต้องคิดให้รอบคอบหลายด้าน และนั่นคือที่ผมบอกว่า..

เพื่อการเมืองใหม่ตามปณิธาน ด่านแรก ต้องตัดใจ แล้วเสียสละให้ได้ก่อน!

ทำงานใหญ่ ถ้าหวังจะสำเร็จ ต้องหวังจากตัวเองก่อน ถ้าไปหวังเอาจากคนอื่น อย่าดีกว่า ชุมนุมเล่นดนตรีเฮฮา แล้วพากันกลับไปนอนเถอะ!

ครับ..พันธมิตรฯ คนไหนก็อย่ามาว่าผมนะ
เพราะนี่คือการใช้สิทธิ์ออกเสียงของผมในฐานะที่ถูกตราหน้ามาตลอดว่า
“เป็นพวกเสื้อเหลือง” ส่วนคนอื่นๆ จะออกเสียงเอาอย่างไร
ก็เอาไปรวมนับกันในวันนั้น มากข้างไหน ต้องเป็นไปอย่างนั้นนะ-อย่าเบี้ยว

ขอแถมหน่อย เป็นการ “ตอบรับ”
ท่านที่โอนเงินซ่อม-สร้างโบสถ์หลวงพ่อตามใจ วัดพญาไม้ และถวายท่าน
ว.วชิรเมธี เพื่อกิจการโรงเรียนเตรียมสามเณร ที่เชียงของ เชียงราย
ดังนี้ครับ

๘๖๔.คุณธรรมชาติ ศิริวัฒนกุล ๕๐๐ คุณทัดจันทร์ ศิริวัฒนกุล ๒,๐๐๐ คุณสระศิลป์ ศิริวัฒนกุล ๕๐๐ รวม ๓,๐๐๐ บาท

๘๖๕.คุณศุภชัย-จิดาภา ตระกูลรังสี/คุณพรพิมล สุภัทรเสถียรกุล โบสถ์+ว.วชิรเมธี รวม ๑,๐๐๐ บาท

๘๖๖.คุณสราวุธ กิจศิริ ๕๐๐ คุณศิริทิพย์ วิริยะจิตรา ๕๐๐ รวม ๑,๐๐๐ บาท

๘๖๗.คุณสาธิต นิลนัครา ๑,๐๐๐ บาท

๘๖๘.คุณโหง่วฮุย แซ่โง้ย คุณอารยา พงษ์สุทธิพาณิชย์
คุณพิเชษฐ์-เบญจวรรณ-ศศิเดช-ขจรพรรณ เสริมวิทยวงศ์ โบสถ์+ว.วชิรเมธี รวม
๒,๐๐๐ บาท

๘๖๙.คุณวิทยา-วิภาดา-ปวุฒิ วงศ์เจริญวิทยา ๑,๐๐๐ บาท

๘๗๐.คุณชลอศักดิ์-สุเมธา-อภิชญา-นรวิทย์ เอนกสัมพันธ์ ๑,๐๐๐ บาท

๘๗๑.คุณดวงสมร จันทราวิภาต โบสถ์ ๒,๐๐๐+ว.วชิรเมธี ๑,๐๐๐ รวม ๓,๐๐๐ บาท

๘๗๒.คุณเกวลิน เอื้ออารีมิตร ทำบุญวันเกิด ด.ญ.ไอริณ-ด.ช.ไอรัณ เอื้ออารีมิตร โบสถ์+ว.วชิรเมธี รวม ๑,๐๐๐ บาท

๘๗๓.คุณวินัย ศรีสุข และครอบครัว โบสถ์+ว.วชิรเมธี รวม ๑,๐๐๐ บาท

เอาเท่านี้ก่อน ท่านใดต้องการใบอนุโมทนาบัตร หรือจะสอบถามอันใด
ติดต่อคุณภัทรพร เบอร์ ๐-๒๒๔๙-๔๕๔๙ หรือพบว่าเขียนชื่อ-สกุลผิดพลาด
ช่วยแจ้งด้วยก็จะเป็นพระคุณ เพราะรายชื่อทั้งหมด “คุณสะอาด
เปี่ยมพงษ์ศานต์” กำลังให้จารลงสมุดเพื่อนำขึ้นไปเก็บไว้บนเพดานโบสถ์
เผื่ออนาคตผู้จะมาซ่อม-สร้างในอีกร้อยปีข้างหน้า
จะได้ทราบประวัติความเป็นมาสืบต่อกันไปไม่ขาดสาย-ไม่ขาดตอนอย่างไรเล่าครับ.

เปลว สีเงิน / 22 พฤษภาคม 2552

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 12:27 pm

http://www.thaipost.net/category/1/2

http://www.thaipost.net/news/250809/9757

ทำอย่างไร"แบกบ้าน-แบกเมือง"จึงไม่หนัก?

25 สิงหาคม 2552 - 00:00

เปลว สีเงิน

อื่มมม...นี่ถ้าข่าวเขาไม่บอกว่าปีนี้ท่านประธานองคมนตรี "พลเอกเปรม
ติณสูลานนท์" อายุ ๘๙ ผมก็จะยังเข้าใจผิดไปเรื่อยๆ ว่าท่าน ๗๐ ปลายๆ
๘๐ ต้นๆ เพราะเห็นมากี่ปี..กี่ปี..ก็หุ่นนี้ มาตรฐานนี้
แต่เมื่อพรุ่งนี้ (๒๖ สิงหา.๕๒) ท่านเต็ม ๘๘ ย่างขึ้น ๘๙
ก็มั่นใจได้เลยว่า แบบนี้ ๑๐๐ ปีคงไม่หนีแน่ๆ

เห็นท่านจากจอโทรทัศน์แล้วก็นึกถึงแฟนๆ ไทยโพสต์
ถ้าไม่นับสมาชิกประเภทบริษัท ห้างร้าน องค์กร สถาบันแล้ว
เพ่งเล็งไปถึงรายบุคคล ผมดูแต่ละรายชื่อ เท่าที่รู้จักผ่านนาม
ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในวัย "หลังเกษียณ" เกือบทั้งนั้น

ฉะนั้น ถ้า ๖๐-๗๐ ขึ้นไปแล้ว สุขภาพกายยังฟิต
สุขภาพจิตยังแกร่ง หุ่นเปรี๊ยะ สติปัญญาแจ่มใส เคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง
นึกอยากกิน-ก็กินได้ นึกอยากนอน-ก็นอนหลับเป็นเวล่ำเวลา

อย่างนี้ละก็ อยู่กันไปจนเบื่อตัวเองนั่นแหละครับ!


เท่าที่ผมสังเกตการรักษาชีวิตให้มีคุณภาพเหนืออายุของท่านประธานองคมนตรี
เคล็ดลับที่ไม่ลับก็คือ กินพอดี นอนพอดี ออกกำลังกายทุกวัน
และข้อสำคัญ ต้องรักษาอุณหภูมิจิตให้อยู่เหนือภาวะกดดันทุกรูปแบบ

ผมเคยอ่านหนังสือคำสอนของ "หลวงพ่อชา สุภัทโท"
แห่งวัดหนองป่าพง ท่านเห็นคนแบกขอนไม้มาก็ถามว่า "หนักไหม" เขาก็ตอบ
"หนักครับ" ท่านก็บอกว่า

"อ้าว...หนักก็วางลงซี"!

ผมอ่านแล้วก็ต้องวางหนังสือ กราบท่านในใจ
แล้วค่อยหยิบอ่านต่อ เนี่ยะ..ไม่มีใครทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย-ยุ่งยากหรอก
ความคิดของแต่ละคนที่ไม่ยอมปล่อยวางตะหาก ทำให้ทุกอย่างดูมันหนัก
และวุ่นวาย-ยุ่งยากไปหมด

กายปล่อยวางในที่นี้ ไม่ใช่ปล่อยวางแบบ "นกกระจอกเทศ"
นะครับ ที่ตกใจแล้ววิ่งหนี เอาหัวซุกทราย ปล่อยตูดโด่ง
คือมันเข้าใจว่า เมื่อตาไม่เห็นซะอย่าง ทุกอย่างก็หมดปัญหา..ซึ่งมันก็ใช่

ใช่แบบสัตว์ไงล่ะ แต่คนไม่ใช่แบบนั้น!

การปล่อยวางแบบคน มันต้องเริ่มต้นด้วยความเข้าใจ ถ้าถามว่า
"แล้วจะเอาความเข้าใจมาจากไหน" คำตอบก็คือ...สติไงล่ะ
เพราะสติ-สัมปชัญญะ เป็นคุณสมบัติเฉพาะของสัตว์มนุษย์เท่านั้น
สัตว์เดรัจฉานไม่มี พวกเดรัจฉานมีแต่สัญชาตญาณอย่างเดียว

หัดทำชีวิตให้ง่ายเข้า แล้วทุกอย่างก็จะง่ายตาม
มองทุกอย่างด้วยความเข้าใจคนอื่นก่อน ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเข้าใจเราก่อน
แล้วเราก็จะเห็นว่า สังคมนี้ บ้านนี้-เมืองนี้ คนสีนั้น-สีนี้
ไม่มีใคร และอะไร ที่เป็นปัญหาเลย

แต่ที่เห็นว่ามันเป็นปัญหา เพราะว่าเราเอามันมาแบกไว้บนบ่า
เอามันมาใส่ไว้ในใจ แล้วพยายามเรียกร้องให้คนนั้น-คนนี้, สีนั้น-สีนี้
ปรับเปลี่ยนมาเป็นอย่างใจเรา เมื่อไม่เป็น มันก็หนักบ่า-หนักใจ
ยิ่งใครมี "จิตปรุงแต่ง" ความคิดกระเจิดกระเจิงมากเข้า
ก็จะเกิดวิตกจริตไปล่วงหน้าต่างๆ นานา

ถึงขั้นโลกแตก แยกประเทศไปโน่น!?

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 12:31 pm

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mscc2&topic=412&page=1

ข้อความ 1

อยากรู้ว่าที่ทรงตรัสว่า ไททานิก จมแล้วทรงหมายความว่าอะไร


ได้ฟังพระราชดำรัสที่ทรงตรัสกับคณะฑูตไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
และตอนจบทรงตรัสว่าลูกสาวไปมาแล้วทั่วโลก กับ ไททานิกจมแล้ว
อยากรู้ว่าท่านสุภาพสตรีเจ้าของบอร์ดเข้าใจความหมายว่าอย่างไรเกี่ยวข้องกับ
สถานการณ์ในบ้านเมืองไทยของเราหรือไม่ครับ ?

โดย เทวารัญ [13 ก.ย. 2550 , 22:14:29 น.] ( IP = 117.47.1.219 : : )
ข้อความ 2



เห็น กระทู้ของคุณเทวารัญ แล้วอดไม่ได้จริง ๆ
เพราะคุณจี้ถูกจุดคี้มึ้ง(ภาษากำลังภายในเรียกว่า "จุดตาย") เป็นคำถามสั่น ๆ
แต่ลึกมาก ๆ จึงขอฉวยโอกาสอันน้อยนิด แย่งเจ้าของเวปตอบซะก่อน


......ในส่วนของกระแสพระราชดำรัสส่วนนี้
เป็นส่วนที่ประชาชนไทยจะต้องตระหนักในมหาภัยที่พระองค์ท่านได้เปรียบไว้กรณี
"ไตตานิกจมแล้ว" ทรงตั้งพระทัยในการสื่อความหมายนี้ต่อพสกนิกรทั้งประเทศ อย่างไร ?


.... เราคงไม่ลืมกันไปว่า เมื่อสองปีที่ผ่านมา
พระองค์ท่านได้ทรงพระกระแสว่า ประเทศไทยเหมือน "...เรือไตนานิกที่กำลังล่ม.."
นั่นหมายถึงว่า คนในเรือยังมีโอกาสรอดเพราะเรือกำลังล่ม เรือไตตานิก
ในที่นี้คือประเทศไทย ที่กำลังล่มจมเพราะขาดกัปตันที่มีความสุขุมรอบคอบ
ในการพารัฐนาวา(ประเทศไทย) ไปในทิศทางที่ถูกต้อง จึงพาเรือชนภูเขาน้ำแข็ง
ซึ่งก็หมายถึงปัญหาที่ยิ่งใหญ่ อันทำให้ประชาชนไทย
คือผสกนิกรของพระองค์ต้องเสียงภัยกับความอยู่รอด บางคนก็ตายไป(เพราะหมดตัว
เหมือนคนเรือล่มไร้สมบัติ=แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพอันลึกซึ้งที่ทรง
เปรียบเทียบอย่างเห็นภาพได้ชัดต่อชนทุกชั้น) ว่า คน ๆ เดียว(กัปตันรัฐนาวา)
ก็ความล่มจมมาสู่ประเทศได้

ซึ่งแน่ละ ขณะที่ล่มนั้นเรือยังไม่จมทีเดียว
ยังพอมีเวลา มีความหวังที่จะอยู่รอดได้บ้าง และสิ่งนั้นคือ เวลา และ ความหวัง ....
ผู้โดยสาร(ประชาชนไทย) โดยหวังจะมีผู้ช่วยเหลือมาปลดเปลี้องทุกข์อันแสนสาหัส
เหมือนกับลอยคอท่ามกลางความมืดมิดจากแสงแห่งความหวัง
ความหนาวเหน็บและความทุกข์ทรมานที่ต้องหาทางสร้างฐานะใหม่จากการหมดตัว
(จากIMF ยึดทรัพย์ เหมือนเสียทรัพย์ไปกับภัยที่เรือล่ม
เอาคืนไม่ได้
) ทุกคนแหงนคอมองฟ้า หาเทวดาขี่ม้าขาวมาช่วย
สายตาสอดส่องไปสุดขอบฟ้า เพื่อมองหาแสงไฟจากที่ไหนสักแห่ง เผื่อว่า ...เผื่อว่า
จะมีผู้มีบุญมีจิตเป็นกุศลสักคนมาช่วยเหลือ รัฐนาวา(ประเทศไทย)ให้อยู่รอด

.................

...... แต่ในพระราชกระแสครั้งนี้ พระองค์ทรงตรัสว่า "เรือไตตานิก ...จมแล้ว " นั่นหมายถึงว่า ณ ถึงเวลานี้
หมดหวังแล้วที่จะกู้ไตตานิกได้ เพราะได้จมลงสู่ความลึกล้ำแห่งห้วงมหาสมุทรแล้ว
ก็คือ บัดนี้ รัฐนาวา(ประเทศไทย) หมดหวังที่จะกู้กลับคืน
แม้เพียงพลิกคืนสู่สภาพเดิมก็ไม่มีทางเป็นไปได้ นอกจากจะจมดิ่ง
ลึกลงไป....ลึกลงไป..ลึกลงไป สู่ก้นสมุทรแห่งความหายนะ พร้อม ๆ
กับชีวิตของลูกเรือที่รักไตตานิก(บุคคลที่รักชาติ รักแผ่นดิน
ถูกฝังไม่ให้รับหน้าที่ป้องกันประเทศ หรือสนองคุณแผ่นดินได้ดั่งเฉกเช่นที่ควรเป็น)
มันเป็นความสิ้นหวังของคนทั้งชาติ

...... ผู้ที่รอดชีวิตจากเรือไตตานิก
มันจะมีประโยชน์อันใด เขามองไตตานิก(ประเทศไทยที่ค่อย ๆ ล่มจมลงสู่ความหายนะ)
ที่จมลงไปอย่างหมดทางช่วยให้พลิกฟื้นคืนสภาพเดิม....
สิ้นแล้ว...สำหรับความสุขสำราณบนนาวาอันแสนหรรษา เสียงหัวเราะที่มีความสุข
เสื้อผ้าอาภรณ์อันแสนวิจิตร ศิลป วัฒนธรรม
ลวดลายที่ดวงใจหลายดวงได้ร่วมกันสร้างสลักฝากไว้บนไตตานิก(แผ่นดินไทย)
ได้ค่อยๆ...จมหายลงไปในความบ้าคลั่งของคลื่นและพายุแห่งความละโมภ และความโง่เขลา...
แต่นี้ไป..
นับแต่นี้ไป...ก็จะเหลือเพียงชื่อ...ชื่อความยิ่งใหญ่ของไตตานิก(ประเทศไทย)
ว่าครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ มีเรือที่พร้อมสมบูรณ์ด้วยความสุขสำราญนามว่า ไตตานิก
ได้ปรากฏขึ้นบนพื้นพิภพ (...เปรียบดั่งความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยอันสมบูรณ์ไปด้วย
ภาษา ศิลป พุทธศาสนา วัฒนธรรม และความสุข) จะมีเหลือเพียงนาม และ
รูปที่ปรากฏบนแผ่นกระดาษ อันเรียกว่า
ประวัติศาสตร์เท่านั้นที่ชนยุคต่อไปจะสัมผัสได้เพียงจินตนาการ...ใช่...
เพียงจินตนาการเท่านั้น..เท่านั้นเอง...

...... กระแสพระราชดำรัสนี้
ขอให้ทุกท่านที่ยังไม่ได้รับฟังในส่วนนี้ โปรดได้ขอบคุณ " คุณเทวารัญ "
ที่ได้กระซิบเตือนมา และไปหาฟังซะให้ได้

::: ข้อสังเกตุ :::


ทรงมีพระราชดำรัส ภายหลังทรงสดับการแต่งตั้ง
ผบ.ทบ. ก็ทรงทราบแล้วว่า เหตุการณ์ประเทศต่อไปนี้จะเป็นไปในลักษณะใด ?
ขอท่านทั้งหลาย โปรดเตรียมตัวเตรียมใจ ที่จะเผชิญกับสถานการณ์เมื่อ "...
เรือไตตานิก จมลงสู่ก้นสมุทร..." ไม่นานเกินรอ..!!!

โดย Ghost Bat [13 ก.ย. 2550 , 22:16:35 น.] ( IP = 117.47.1.219 : : )

ข้อความ 6

..........
หลาย ๆ คนในเมืองไทย
คงไม่เคยทันเห็นอนุสาวรีย์ของประธานาธิบดีคนแรกของประเทศไทย ซึ่งสร้างที่
จว.ขอนแก่น (ตอนนี้ทุบทิ้งไปแล้ว) และนี่แหละคืออุดมการณ์ที่แท้จริง
ของกลุ่มบุคคลหนึ่ง ที่เสริมสร้างและ "...ถ่ายทอดพันธุกรรมด้านทราม..."
ให้กระจายไปทั่ว ไม่เว้นในทุกระดับ (แถมอายุยืนอีกต่างหาก)
และนี่แหละคือคำตอบว่าทำไม " เจ้าปากจู๋ หนูจ๋า" จึงต้องไปสมัครเป็นผู้แทนภาคอิสาน
แถมยังอาจหาญตั้งสภาเปรซิเดี่ยมเตรียมตั้งระบบประธานาธิบดี

อยู่ยงคงกะพันในแวดวงการเมือง และทำไมต้องมีตำแหน่งคุมทหารได้ทุกที
ที่ร้ายอัปรีย์ไปกว่านั้น ก็คือ "ข้อตกลงระหว่างกลาโหม กับ มหาดไทย "
อันเป็นเรื่องอัปยศของทหารอยู่ทุกวันนี้ ที่ให้อำนาจตำรวจ(ข้าราชการพลเรือน)
เข้าไปจับกุมนายทหารยันชั้นนายพลได้ มีประเทศเดียวในโลก
เพราะทั่วโลกเขาใช้สารวัตรทหาร (เรื่องนี้ได้บอกไปกับ หนูจ๋า...
แต่มันไม่ฟังดันทุรัง..ถามว่ามันทำไปทำไม)


ที่ยิ่งร้ายคือ
ไม่ว่า รมต.กห.กี่คน ผบ.ทบ.กี่คนไม่เห็นมีใครสนใจเรื่องศักดิ์ศรี
อย่างน้อยก็ข้อกฏหมาย เพราะ "ข้อตกลง" มันไม่ใช่
พรบ.ที่ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธย จึงยกเลิกได้ทุกเวลา แม้กระทั่ง
บังเองก็ไม่กล้ายกเลิก เพราะอะไร ? ใครตอบหน่อย ซิ !


..... บุคคล คนนี้ เป็นตัวตั้งตัวตี ในการชักป่าเข้าเมือง
ก็เพื่อล้มล้างสถาบันโดยเฉพาะ จนขณะนี้ " เหล่าสหาย " ที่อยู่ป่ากลับมาเป็นเจ้านาย
Check Bill กับบุคคลากรในกองทัพถ้วนหน้า จึงเป็นคำถามว่า "....นับหมื่นศพ
ที่ได้พระราชทานเพลิง ณ วัดโสมนัส เป็นวีรบุรุษของชาติ ที่ปกป้องทั้ง 3 สถาบัน...."
วิญญาณจะร่ำไห้ขนาดไหน ถ้ารู้ว่า
เขาเสียสละชีพไปอย่างไร้ค่า

โดย Ghost Bat [13 ก.ย. 2550 , 22:24:24 น.] ( IP = 117.47.1.219 : : )


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sun Sep 13, 2009 11:18 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 12:32 pm

ข้อความ 7

.....
บุคคล คนนี้แหละ คือต้นเหตุของการนำแต่งตั้งลูก ผกค.
ให้ข้ามรุ่นถึง 6 รุ่น กระโดดข้ามห้วยมาเป็น ผบ....
ถามว่าจุดประสงค์เพื่ออะไร

หากใครไม่ลืมกระแสพระราชดำรัสเรื่องการแต่งตั้งองคมนตรี ในวันเฉลิมฯ พ.ศ.2546
จะเข้าใจกระจ่าง (ไม่มีไปหามาฟังซะ แล้วจะเข้าใจพระองค์ท่าน) !

..... บุคคล
คนนี้แหละที่จะเป็นคนตอบให้ประชาชนไทยทั้งประเทศได้ถึงสาเหตุว่า " ทำไม
อดีตประธานองคมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์" นายกที่ทรงพระราชทานแต่งตั้ง
และโปรดเกล้าเป็นประธานองคมนตรีเมื่อสิ้นสมัยนั้น
เหตุใดจึงต้องลาออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และเหตุใดจึงถึงแก่อสัญกรรมโดยไร้ร่องรอย
?


.... และ บุคคลผู้นี้อีกเช่นกัน
ที่จะเป็นคำตอบที่เป็นปริศนา การถึงแก่อสัญกรรม
อันไม่ธรรมดาของผู้บัญชาการลูกเสือชาวบ้าน
ฐานมวลชนหนึ่งเดียวของสถาบันพระมหากษัตริย์
ในขณะที่ทำการตรวจหลักฐานจากหน่วยงานลับพิเศษ ที่สืบสวนกรณีขบวนการล้มล้างสถาบัน
อันมีเครือข่ายโยงใยตั้งแต่ นกมีหู หนูมีปีก
ไปจนถึงบุคคลคนนี้ที่สนับสนุนเบื้องหลัง (5 ชั่วโมงก่อนถึงอนิจกรรม
ได้โทรมาคุยกับผู้เขียน ซึ่งได้แนะนำให้ออกโรงพยาบาลทันที
ท่านบอกว่าพรุ่งนี้เช้าก็ออกได้แล้ว หมอบอกสุขภาพดี
จะนำเอกสารลับขึ้นทูลเกล้าเป็นการส่วนพระองค์แต่สายเกินไป
เพราะมีผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้าย ได้โทรไปที่บ้านท่านและได้รับคำตอบว่าไปตรวจสุขภาพ
= ผล เช้าขึ้นมา เดี้ยง... แต่เอกสารลับที่จะทูลเกล้าฯ หายไปทั้งหมด ??!!)


""""" สิ่งที่ประชาชนไทย ถูกหลอก
เหมือนดูหนังผิดม้วน เพราะคนฉายตั้งใจเนื่องจากวิ่งหนังไม่ทัน ในกรณีปฏิวัติ 19 กันยา 2549 จริงแล้ว บิ๊กบัง
ไม่รู้เรื่อง(อันนี้เรื่องจริง) เป็นแผนปิดฟ้าข้ามทะเล ระหว่าง นกมีหู หนูมีปีก กับ
บุคคลคนนี้ ที่ทำเป็นทะเลาะกัน เดินสายด่ากันจะเอาเป็นเอาตาย

แต่โดยเนื้อแท้แล้ว มีเหตุดังนี้

............. เนื่องจากขณะนั้น นกมีหู หนูมีปีก น๊อตหลุดกระทำการละเมิดสถาบันด้วยประการต่าง ๆ
เช่นการจัดงานในวัดพระแก้ว การกล่าวผรุสวาท ฯลฯ
อย่างไม่เกรงพระบรมเดชานุภาพ(ก็เนื่องจากมีBack นี่แหละ) ประกอบกับการโกงเลือกตั้ง
2 เมย.ครั้งมโหฬาร เข้าไปอีก หน่วยวิเคราะห์ หรือเรียกว่า
"...คณะผู้เชี่-ย-วชาญในการทำลายชาติ..." ได้พิจารณาแล้วให้เว้นวรรคทางการเมือง
แต่ต้องหาทางออกให้สวย บิ๊กบังก็เลยเป็นตัวเลือก เนื่องจากเป็นคนที่ไม่มีบารมีใด ๆ
ถือว่าเป็นเด็กสร้าง เด็กฝาก ของบริวารนกมีหู หนูมีปีกอีกที ไม่มีพิษมีภัย ควบคุม
และกำจัดได้ ดังนั้นจะเห็นว่า ตอนปฏิวัติใหม่ ๆ มั่วไปหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
ผูกผ้ากันเปรอะจะฆ่ากันตาย ก็เพราะ บิ๊กบังไม่มีฐานกำลัง และไม่มีผลงานใด ๆ
(ด้วยเหตุนี้นกมีหู หนูมีปีก จึงตั้งขึ้นมาแล้วไม่กลัวบิ๊กบังจะปฏิวัติ)

ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเว้นวรรค หรือการปฏิวัติตัวเอง เพราะหากไม่หาทางออกยังงี้
เมื่อถึงจุดเดือดเต็มที่ประชาชนรับไม่ได้เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตัวนกมีหู หนูมีปีก จะไม่มีแผ่นดินซุกหัวจริง ๆ
ไม่ว่าที่ใดในโลก เพราะ เจ๊กลิ้ม กับ กลุ่มพันธมิตร เขย่าหนักเกินพิกัด
นี่คือเหตุผล


........... เมื่อหาทางออกได้
ตัวเองก็แจ้นไปเมืองนอก ตะแล๊บแก๊บบอก "บุคคลคนนี้" ว่าให้บิ๊กบังปฏิวัติได้เลย
แต่ทุกอย่างต้อง OK เล่นได้เต็มที่ แต่ต้องไม่มีการสูญเสีย(ทรัพย์สิน และ
เส้นสายที่นกมีหู หนูมีปีกเลี้ยงไว้) จึงจะเห็นได้ว่าไม่มีทรัพย์สินใดที่ยึดเข้ารัฐ
นอกจากอายัด ในด้านกฏหมายใครก็รู้ว่า "..อายัด.." กับ "..ยึดทรัพย์ ..."
มันต่างกันยังไง ? เล่นละครตบตาประชาชน เพราะ "บุคคลคนนี้"
ก็มีเอี่ยวอยู่ใน "King Power" แล้วจะปล่อยให้ คตส.ดำเนินการได้ไง ?
ทีมคุณหญิงจารุวรรณฯ จึงร้องจ๊ากกกกกก ไปนอนก่ายหน้าผากต่างประเทศเสียหลายวัน
แล้วตอนนี้ "กุหลาบแก้ว" ไปถึงไหน ? จันทร์ส่องหล้า ได้มายังไง ? ทำไมจึงรอด ?
และเหตุผลที่ตอบโลกทั้งโลกนี้ไม่ได้ก็คือ กรณีหญิงอ้อหอบหิ้วสัมภาระเข้าไปพบ
ยังมีหน้ามาพูดว่า เพราะอู๊ด...
ถามว่าถ้าลำพังอู๊ดเองจะกล้าเอาหญิงอ้อเข้าบ้านไปไม๊ ....
งานนี้ต้มคนทั้งประเทศ...!!!


..... บทสรุปของเรื่องนี้
ให้ไปอ่านเรื่องขันที ชื่อว่า ยวนสีไข (หยวนซื่อไข่) เหมือนกันทุกบรรทัด แต่ภาวนาว่าตอนจบที่สิ้นราชวงศ์เช็ง
แล้วคนทั้งประเทศแบ่งเป็นฝักฝ่าย ฆ่ากันตายนับร้อยล้านนั้น
ขออย่าให้เกิดขึ้นกับแผ่นดินไทยเลย.....สาธุ


Ps.
ไปหาคำเฉลยเอาเองว่า "บุคคลคนนี้" เป็นใคร ? ขืนบอกไป Web นี้ถูกปิดแน่นอน

****************************

อะจึ๋ยส์...ส์...ส์...

โดย Ghost Bat [13 ก.ย. 2550 , 22:29:58 น.] ( IP = 117.47.1.219 : : )

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81

ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (คริสต์ศักราช 25 – 220)

เมื่อราชวงศ์ซินสิ้นสุดอำนาจ หลิวซิ่ว
ซึ่งเป็นราชนิกุลในราชวงศ์ฮั่นตะวันตกและเป็นผู้นำกองทัพชงหลิงโค่นล้มราชวงศ์ซินเริ่มฟื้นฟูราชวงศ์ใหม่
โดยตั้งเมืองหลวงที่ เมืองลั่วหยัง แล้วสถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าฮั่นกวงอู่
นักประวัติศาสตร์เรียกช่วงเวลาปกครองนี้ว่า อาณาจักรฮั่นตะวันออก
ช่วงต้นราชวงศ์มีการฟื้นฟูบูรณะเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของราษฎรผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง
เชิดชูหลักคำสอนของลัทธิขงจื๊อซึ่งเน้นคุณธรรมอันส่งผลให้เกิดกระแสที่ปัญญาชนกล้าวิจารณ์ราชสำนักเพิ่มขึ้น
ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกสามารถครองแผ่นดินจีนต่อเนื่องกันนาน 200 ปี ท่ามกลางความวุ่นวายของสังคมและ
การแย่งชิงอำนาจระหว่างพระญาติวงศ์และขันทีอย่างดุเดือด

ศึกชิงอำนาจระหว่างพระญาติวงศ์กับขันที


หลายครั้งที่จักรพรรดิสิ้นพระชนม์กะทันหันรัชทายาทผู้เยาว์วัยต้องขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนมายุน้อย
จึงต้องมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งอาจเป็นพระราชชนนีหรือพระญาติวงศ์
การบริหารงานแทนจักรพรรดิทำให้บุคคลเหล่านี้ถือโอกาสกำจัดผู้ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายตน
เพื่อเสริมสร่างอำนาจให้เข้มแข็งขึ้น ครั้นจักรพรรดิน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่กลับไม่ยินดีจะคืนพระราชอำนาจ
พระองค์จึงต้องวางแผนชิงอำนาจคืนมาโดยอาศัยพวกขันทีสังหารพระญาติผู้เป็นต้นเหตุ
ความช่วยเหลือของฝ่ายขันทีสร้างอำนาจครอบงำจักรพรรดิและราชสำนักแทนกลุ่มเดิมในท้ายที่สุด
การแย่งชิงอำนาจและชัยชนะของฝ่ายใดก็ตามส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ตามปกติของข้าราชการ
บ้านเมืองตกอยู่ในบรรยากาศของความหวาดระแวงกันและระส่ำระสายหนักขึ้นอันกลายเป็นสาเหตุหนึ่ง
ในการล่มสลายของราชวงศ์นี้


Arrow ได้เวลา นับถอยหลัง...


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Sun Sep 13, 2009 11:22 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 12:34 pm

http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Datebook/Datebook2546/King%20Birrhday%202003.htm

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 2546
เรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องข้าว เรื่องปกครองทั้งหลาย ด้านวิชาการมันก็มีพอเพียงเหมือนกัน
พูดถึงรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ก็มีรัฐศาสตร์พอเพียงเหมือนกัน ไม่งั้นจะทำให้เละเทะไปหมด
ที่พูดนี่ตะล่อมให้เข้าใจว่า ให้พอเพียงไม่ใช่เศรษฐกิจ เป็นความคิด ให้สามารถทำอะไรอยู่ได้
แม้แต่กองทัพ ซึ่งกองทัพทำอะไรพอเพียงเยอะแยะ ช่วยหลายอย่าง ทำได้ อย่างทหารเรือ
เรือ ต.91เศรษฐกิจพอเพียง เดี๋ยวนี้ ต.91 พังแล้วรับราชการมาพอสมควร

ต้องพูดเพราะว่า นายกฯ มาพูดเมื่อวานนี้ ที่สนามหลวงแล้วถือธง ชนะๆ ไชโย นี่แหละ
ทราบดีว่านายกฯไม่ค่อยชอบให้เตือน ใครเตือนเรามันเคือง แต่จะเล่าให้ฟัง
เตือนนี่ สมเด็จพระบรมราชชนนี แม่เราอายุ 40-50 แล้ว ท่านชมเก่ง ทำนี่แม่ชอบ
แต่ท่านต้องต่อว่า อย่าลืมตัว ท่านว่าอย่างนั้นทุกครั้ง ท่านพูดว่าอย่าลอย ท่านใช้คำว่าปอดลอย
ขาต้องอยู่ติดดิน กับดิน ชื่อลูกภูมิพล ต้องเหยียบดิน ไอ้การลอยไม่เหยียบดินใช้ไม่ได้ ภูมิพลเหยียบดิน
ถึงเดินไปบนภูเขาก็เดินบนดิน เหาะเฮลิคอปเตอร์ลงมาก็มาเดินบนดิน ท่านเตือนเสมอว่าห้ามไม่ให้ลอย
จนอายุเกือบ 60 ถึงหยุด ท่านไม่เตือนแล้ว ท่านว่าแม่ชอบ ถ้าทำอะไรดีให้รู้ว่าดี อย่าไปเหิม ต้องระวัง

ชัยชนะของการปราบยาเสพติดดี ที่ปราบ แล้วที่เขาตำหนิคนตายตั้ง 2,500 คน เรื่องเล็ก 2,500 คน
ถ้านายกฯไม่ได้ทำทุกปีๆ จดไว้ มีมากกว่า 2,500 คนที่ตาย ทั้งคนที่เสพติด แล้วคนที่ฆ่าคน เผาอะไรต่างๆ
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ไปปราบก็ตายมาก แต่ไม่พูดถึง ไม่ไปนับ ไม่ไปชี้ พวกที่ค้า พวกที่ทำก็ตายเยอะเหมือนกัน
แต่ไม่พูดถึง เชื่อว่าพอๆ กับที่จดว่ามีผู้ตายในสงครามต่อสู้ยาเสพติด ที่ทราบว่าคนตายเพราะยาเสพติดมากมาย
เพราะสังเกตดูปีที่แล้วบอกว่า 40 กว่าปีแน่ เพราะตอนนั้นอยู่ที่พระที่นั่งอัมพรสถานฯ ก่อนลูกคนเล็กยังไม่เกิด
ลูกคนเล็กเกิดพระที่นั่งอัมพรฯ แล้วย้ายมาสวนจิตรลดาฯ มียาเสพติดก่อน มีวิธีที่จะทำ ปีที่แล้วเล่าให้ฟัง
แต่ไม่ละเอียดพอ ไม่เข้าใจ

ปีที่แล้วอธิบายทำไมถึงนึกถึงเป็นสงคราม เพราะสงครามสองอย่าง สงครามการเมืองกับสงครามเศรษฐกิจ
สงครามการเมืองใช้ยาเสพติดเป็นบ่อนทำลายประชากรของประเทศ เป็นผลพลอยได้ที่เขาได้เงิน
แต่ที่เขาได้คือทำลายประชากร ให้เป็นคนติดยา เป็นขี้ยา ที่คิดอะไรไม่ออก บางคนคิดว่าใช้ยาทำให้แข็งแรง
มีความคิดดี คนที่เสพยา ตอนนี้เป็นเฮโรอีน เขาใส่น้ำหวาน ในกาแฟ แล้วหลอกทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ตอนนั้นไม่เชื่อ นึกว่ายาเสพติดทำจากเมืองจีน แล้วไม่ใช่คนจีนทำ เป็นฝรั่งทำ ที่นี่มีฝรั่งหรือเปล่าเดี๋ยวเขาโกรธ
เป็นความจริงฝรั่งใช้ยาเสพติดทำลายเมืองจีน แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมีสงครามเหมือนกัน แต่ตายมากกว่า 2,500 คน
เชื่อว่ามีมากกว่า เราไม่เชื่อ แต่ไม่รู้ ทางเจ้าหน้าที่ได้สังหาร ไม่ใช่ 2,500 ที่เขาสังหารกันเอง เราจะรับผิดชอบได้อย่างไร
เขาด่าว่านายกฯทำสงคราม ทำให้คนตาย 2,500 คน ไม่ใช่ทั้งหมด ที่เขานับ แต่พวกที่ตายเป็นส่วนใหญ่เป็นพวกที่เขาฆ่ากันเอง
พวกค้าพวกผลิตจำนวนมาก ที่ทางราชการจะรับผิดชอบอาจจะมีจำนวนหนึ่ง ลองถามทางผู้บัญชาการตำรวจไปแยก
จำแนกดูว่าเท่า เชื่อว่าใน 2,500 คน มีมากที่ฆ่ากันเอง เป็นความผิดของเขา มาโยนความผิดให้ท่านซูเปอร์นายกฯ

นายกฯสั่งให้รองนายกฯ รองนายกฯก็เป็นซีอีโอ นายกฯก็เป็นซีอีโอ ก็เป็นซูเปอร์นายกฯ บอกว่าเป็นผู้ชนะ
กลายเป็นฆ่าหมดเลย แต่แท้จริง ลูกน้องก็ต้องรับผิดชอบ ซีอีโอไม่รับผิดชอบอะไรเลย ต้องให้รองนายกฯรับผิดชอบ
มี 7 คนใช่ไหม รองนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ 7 คน เขารับผิดชอบเขาก็ผลักให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ
รัฐมนตรีก็บอกไม่รับผิดชอบ ต้องเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีช่วยโยนให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีรับผิดชอบ
นายกฯบอกว่าปลัดกระทรวง ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็ให้รองปลัด รองปลัดก็ให้อธิบดี แบบนี้เป็นการบอกว่า
ไม่มีใครรับผิดชอบ ลงท้ายให้ประชาชนซีอีโอทุกคนรับผิดชอบหมด ไม่รู้จะทำอย่างไง


การปกครองสมัยนี้แปลกดี ให้ประชาชนรับผิดชอบ คนที่เดือดร้อนคือข้าพเจ้าเองเดือดร้อน
ท่านรองนายกฯบอกว่า ทรงเป็นซูเปอร์ซีอีโอ ใช้คำอะไรจำไม่ได้แล้ว ลงท้ายเราก็รับผิดชอบทั้งหมด
ประชาชนทั้งประเทศโยนให้พระเจ้าอยู่หัวรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญบอกว่า
พระเจ้าอยู่หัวไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย



แถวหน้ามีนักกฎหมายที่บอกว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ใครจะรับผิดชอบ นี่ลำบากอย่างนี้
เชื่อว่า ท่านพูดเล่น ท่านรับผิดชอบ ในที่สุดท่านรับผิดชอบ 2,500 คน ท่านจะไปถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า
จำแนกออกเป็นอย่างไร ประกาศให้ประชาชนทราบ ให้ชาวต่างประเทศทราบ ไม่ได้กี่คนที่ท่านรับผิดชอบ
ที่ตำรวจ ทหารที่ยิงได้ฆ่าเอง ไม่เท่าไร ไม่ถึงร้อย

ที่เตือนอย่างนี้จะได้หายเครียด คนที่เครียดที่สุดในที่นี้คือ รองนายกฯ เราไม่บอกว่ารองนายกฯไหน
เหมือนข่าวที่บอกว่ารองนายกฯไหน ตอนที่เป็นข่าวรองนายกฯ ชวลิต ยงใจยุทธ เมืองไทยเดี๋ยวนี้
พูดอะไรเป็นปริศนา แต่รองนายกฯชวลิตหายเครียด ดูในทีวีทำหน้าอย่างนี้ตลอด เลยทำให้เราเดือดร้อน
เพราะบอกว่าเป็นรัฐบาลของพระเจ้าอยู่หัว เขาพูดอย่างนั้นตอนเช้าพูดแบบนี้ เรารับผิดชอบหมด



เราน่าจะมีหน้าบึ้งเหมือนรองนายกฯ เรารู้อะไรเป็นอะไร ท่านยิ้มดีแล้ว ยิ้มแล้วจะได้ปรึกษาหารือกันทุกฝ่าย
ตรงนี้มีองคมนตรีต่างๆ ท่านก็ขัดคอรัฐบาล ท่านขัดคอรัฐบาลผ่านพระเจ้าอยู่หัว ท่านไม่รับผิดชอบอะไร
ดูรัฐธรรมนูญ ผู้ที่รับผิดชอบคนเดียวคือ ท่านรัฐบุรุษรับผิดชอบ
เพราะเวลามีองคมนตรีใหม่มา
ท่านเป็นผู้รับสนอง ไม่ใช่นายกฯ คนส่วนมากเข้าใจว่าตั้งองคมนตรีต้องเป็นนายกฯ รับสนอง ไม่ใช่
ท่านประธานองคมนตรีรับสนอง เพราะว่าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเขาว่าอย่างนั้น
เป็นเรื่องแปลก
เมืองไทยประหลาด วิธีปกครอง อย่างไรก็ตาม นายกฯ รับผิดชอบทุกอย่าง ถ้ารับผิดชอบทุกอย่าง
ต้องยอมรับการตำหนิ ถ้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง บอกว่าผมสั่งคนเดียว ถ้างั้นก็ชี้คนเดียว
ก็รับผิดชอบชี้คนเดียว เป็นของธรรมดา แต่ถ้าทำดี เรียบร้อยทุกคนได้รับประโยชน์หมดทุกคน
ตัวเองก็ได้รับประโยชน์ ทำอะไรรับผิดชอบสิ่งที่ทำดี ก็โก้


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Sep 14, 2009 10:50 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 2:06 pm

http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098304

เปลี่ยนตัวเอง...มาทำงานให้เหมือนสัตว์กันเถอะ

28 สิงหาคม 2552 13:01 น.

แน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้ดีถึงความแตกต่างของคน
และสัตว์
โดยเฉพาะสัตว์สี่เท้าที่หลายๆประเภทมักจะถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบเชิงต่อว่า
ต่อขานกับคนอยู่บ่อยครั้ง แตทว่าในวันนี้ทางทีมงานของนำข้อดีของสัตว์ 4
ประเภทมาเป็นตัวอย่างในการทำงาน
เพื่อให้เป็นกำลังใจและแนวทางในการทำงานต่อไป


ทั้งนี้สัตว์ทั้ง 4
ประเภทที่คุณๆทั้งหลายควรนำไปเป็นแนวทางเพื่อนการทำงานให้มีประสทธิภาพนั้น
คือ อูฐ ปลา สุนัขและควาย โดยแยกลักษณะเด่นของทั้ง 4 ได้ดังนี้


ขอบคุณภาพจาก thaisexyclub

1. จงเป็นเหมือนอูฐ

อูฐ
สัตว์สี่เท้า ที่มีความอดทนเป็นเลิศ สามารถอยู่ในอากาศร้อนในทะเลทราย
และอากาศหนาวในยามค่ำคืน ซึ่งหากเปรียบกับการทำงานแล้วก็หมายถึง


รู้จักใช้ความอดทน อดกลั้นต่อการทำงานในภาวะความกดดันต่าง ๆ วิธีนี้จะทำให้ความสัมพันธ์กับเจ้านายและผู้ร่วมงานเป็นไปอย่างราบรื่น

ขอบคุณภาพจาก www.whalesharkthai.com

2. จงเป็นเหมือนปลา

ปลา
สัตว์น้ำที่มีความว่องไวสูง มีความนิ่งเมื่ออยู่ในน้ำ
ไม่ว่าน้ำจะไหลแรงปลาก็สามารถ อยู่นิ่งได้ตลอดเวลา
และหากจะเปรียบกับการทำงานก็หมายถึง

รู้จักการนิ่ง ๆ ไม่พูดเสียบ้าง เลือกที่จะเจรจาหาความในเรื่องที่สร้างสรรค์ อย่าคิดอะไรก็พูดหมด..เสมือนคิดในใจไม่เป็น


ขอบคุณภาพจาก www.showded.com

3. จงเป็นเหมือนสุนัข

สุนัข
สัตว์สี่เท้า ที่อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์เรามากที่สุด
และที่สำคัญสุนัขจะรักเจ้าของของมันตลอด
มีความซื่อสัตย์ต่อเจ้านายเสมอไม่เคยเปลี่ยน....หลักของการทำงานให้เหมือน
สุนัขก็คือ


จง
รู้จักซื่อสัตย์สุจริตต่อกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน
ซึ่งจะเป็นผลดีทำให้การทำงานของคุณก้าวหน้าสู่ความสำเร็จได้...ตลอดจนปกป้อง
ภัยให้แก่กันและกัน
และจะทำให้ความสัมพันธ์ยาวนานและปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลาย

ขอบคุณภาพจาก gotoknow

4. จงเป็นเหมือนควาย

ควาย
สัตว์ที่ซื่อ สัตว์ที่ใช้แรงงาน
และมักจะถูกเรียกเป็นตัวแทนความโง่เขลา....หากจะเปรียบเพื่อนำมาใช้ในการทำ
งานให้ประสบความสำเร็จแล้วก็หมายถึง

การทำงาน บางครั้งก็ต้องทำโง่บ้าง ต้องหัดต้องฝึกฟังอีกฝ่ายหนึ่ง
ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นเรารู้แล้วก็ตาม....อย่าทำเป็นคนฉลาดมากนัก....ต้องเก็บ
เกี่ยวความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง


ใน
การทำงานนั้นเราต้องเลือกใช้เทคนิคต่าง ๆ ให้เหมาะสม
ไม่ได้หมายความว่าให้เราทำตัวเป็นคนอื่น
แต่ในบางสถานการณ์เราก็ต้องปฏิบัติตัวในแนวทางที่ต่างออกไปเพื่อความสำเร็จ
และความเจริญก้าวหน้าในการทำงาน
เพราะหากเราไม่ปรับตัวแล้วย่อมไม่สามารถที่จะทำงานร่วมกันกับผู้อื่นได้

ขอขอบคุณข้อมูลและเรียบเรียงจาก
CareerTips โดย มุขรินทร์ และ variety.teenee.com


จบข่าวถาวร ขอให้มีชีวิตรอดกันทุกท่าน
เพิ่งรู้ว่าผู้จัดการใช้นโยบายข่าวแบบนี้ปั่นหัวคนไทยนี่่เอง
ถึงได้โง่ออกไปฆ่ากันเอง


att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Fri Aug 28, 2009 5:55 pm

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098468

พธม.ยกทัพบุก“เขาวิหาร”ปักธงเขตแดนไทย - หันครุฑไปฝั่งเขมรแก้เคล็ดมนต์ดำ

28 สิงหาคม 2552 16:41 น.



พันธมิตรฯ ยกทัพนักรบมือตบนับพันคน บุกเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ปักธงแสดงเขตแดนไทย วันนี้ (28 ส.ค.)

ศรีสะเกษ – พันธมิตรฯ
ยกทัพนักรบมือตบนับพันบุกพิสูจน์“เขาพระวิหาร” จ.ศรีสะเกษ ปักธงเขตแดนไทย
พร้อมปัก“ครุฑทองคำ” หันหน้าไปฝั่งกัมพูชาแก้เคล็ดมนต์ดำและให้ประเทศไทยแคล้วคลาด
จากอันตรายทั้งปวง เผยทหารไทยไฟเขียวให้ “วีระ” พร้อมตัวแทน 8 คน ขึ้นไปสำรวจวัดแก้วฯ
เจ้าปัญหาและภูมะเขือได้ ขณะทหารเขมรทำพิรุธย่องเงียบถอนกำลัง400 นาย
ออกจากบริเวณเขาพระวิหารกลางดึก

วันนี้ ( 28 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.20 น.
ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียม อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย
อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(พธม.) จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ประมาณ 1,000 คน นำโดย นายวีระ สมความคิด
ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และ แกนนำพันธมิตรฯ ได้
พากันเดินทางโดยรถยนต์กว่า 35 คัน มารวมตัวกันเพื่อเดินทางขึ้นไปยังบริเวณผามออีแดง
อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร และ วัดแก้วสิขาคีรีสวาระ บนเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทำไมถึงแอบอ้างสถาบันเอาตราครุฑไปทำแบบนี้
เท่ากับดึงสถาบันลงมาประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน
ใครรับผิดชอบ


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%91
ด้วยฤทธานุภาพของพญาครุฑ จึงได้มีการสร้างรูป ครุฑพ่าห์ (หรือ พระครุฑพ่าห์) หมายถึง ครุฑซึ่งเป็นพาหนะ เป็นรูปครุฑกางปีก และใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ของไทยก็มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยว่าไทยเราได้รับลัทธิเทวราชของอินเดียที่ ถือว่าพระมหากษัตริย์คืออวตารของพระนารายณ์ ดังนั้นครุฑซึ่งเป็นผู้มีฤทธิ์มากและเป็นพาหนะของพระนารายณ์
จึงเป็นสัญลักษณ์แทนพระมหากษัตริย์ ดังที่ปรากฏอยู่ในดวงตราหรือพระราชลัญจกร ประจำพระองค์ ประจำแผ่นดิน ประจำราชวงศ์ และประจำรัชกาล เป็นต้น
...
ปัจจุบันการขอพระราชทานตราตั้งนี้ต้องยื่นคำขอต่อสำนักพระราชวัง
เพื่อพิจารณานำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

ซึ่งตราตั้งนี้ถือเป็นของพระราชทานเฉพาะบุคคลสิทธิรับพระราชทานและการใช้เครื่องหมายนี้จะสิ้นสุดเมื่อสำนักพระราชวัง
เรียกคืนเนื่องจากบุคคล ห้างร้าน บริษัทที่ได้รับพระราชทานฯตายหรือเลิกประกอบกิจการหรือโอนกิจการให้ผู้อื่น
หรือสำนักพระราชวังเห็นสมควรเพิกถอนสิทธิ

http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Datebook/Datebook2546/King%20Birrhday%202003.htm

การที่บอกอย่างนี้เพราะประสบการณ์ของตัวเอง
เมื่อเด็กๆ ไปร้องเอ๊ะ...ทำไมเป็นอย่างนั้น ครูก็ดี
ครูฝรั่งเขาบอกว่า เขาอธิบายว่าเอ๊ะนี่คืออะไร
เราพอใจก็สนใจต่อไป ที่ร้องเอ๊ะ เขาไม่ได้สอนในโรงเรียน
อย่างประวัติศาสตร์เขาสอนเรื่องที่เดี๋ยวนี้เป็นปัญหา เมโสโปตาเมีย เขาสอนเพียงเล็กน้อย เราไปสนใจเมโสโปตาเมีย
ก็คืออิรัก ที่เป็น เมโส แปลว่าระหว่าง โปตาเมียคือ แม่น้ำ
คือแม่น้ำสองแม่น้ำ ไทกริส กับ ยูเฟรติส เจริญมากสมัยนั้น เขาก็สอน
แต่ว่ามีบางเมืองสำคัญพอๆ กัน เวลานั้นเป็นเวลา 70 ปีแล้ว เมื่อ
40 ปีก่อน ที่ฝรั่งยังไม่ได้ศึกษาดี ยังไม่ได้สอน


มาสมัยนี้เมืองที่เราสนใจ
เดี๋ยวนี้เขาถือเป็นเมืองสำคัญกว่าแบกแดด เมืองบาบิโลน
ก็ดีได้ไปซื้อหนังสือมา ไปเจอเมืองที่เรียกว่า อู
ตอนนั้นไม่มีใครรู้จัก ครูก็ไม่รู้จัก
เราก็ร้องเอ๊ะ...มันน่าสนใจนะ ซื้อหนังสือมาอ่าน
คล้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์โบราณ
มาเดี๋ยวนี้เกิดสงครามอ่าว สงครามที่ในเมโสโปตาเมีย
อเมริกันไปอยู่ที่นั่นก็ลำบากใจ
เราก็รู้ว่าประชาชนแถวนั้นมีประวัติศาสตร์อย่างไร หลายพันปี


ประวัติศาสตร์แถวนั้นมีความสำคัญของโลก
ฝรั่งถือว่าประวัติศาสตร์ที่สำคัญ มีอียิปต์ เมโสโปตาเมีย กรีก
ตอนนั้นเขาไม่รู้จักประวัติศาสตร์จริง
แต่มาเดี๋ยวนี้เขารู้จักประวัติศาสตร์อินเดีย ประวัติศาสตร์จีน
อเมริกาไม่พูดถึงเพราะเป็นประวัติศาสตร์ใหม่
ที่เขาก็ศึกษาพวกอินเดียนอเมริกา
เพราะเขานึกว่าเดินทางไปเจอเมือง ดินแดน เขานึกว่าไปถึงอินเดีย
ภารตะ เขาเลยเรียกพวกนั้นว่าอินเดียน ความจริงไม่ใช่เป็นคนละพวก


ตอนศึกษา ข้าพเจ้าเองเกิดสนใจประวัติศาสตร์ของพวกมายา
เพื่อนๆ เด็กๆ ก็ไม่รู้จักเพราะไม่เคยเรียน เขาไม่สอน
ในโรงเรียนครูไม่สอน เราก็ต้องสอนครู มันก็แปลก
เราทำตามนโยบายของนายกฯ ตั้งแต่นายกฯยังไม่เกิด เราสอนครู
ลงท้ายครูก็ยอมรับ ดีอยู่ที่ครูยอมรับ เราไม่ถูกดุแบนไปเลย
แต่ท่านนายกฯ เห็นควรให้เด็กๆ สอนครูได้ ถูกต้อง
แต่ว่าให้เด็กสอนครูจนกระทั่งครูไม่ได้สอนเด็ก
อันนี้เป็นไปไม่ได้


http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t145.htm


เอกสารลับสุดยอด ที่ถูกบันทึกเข้ารหัส เป็นภาษาฮิบรู(อิสราเอล)






Year 766 13 = เริ่มปฏิบัติการเปลี่ยนระบอบ วันที่ 13 สิงหาคม 2006=766
Tai Elul 772 Thailand 28 Aug 2012 = สิ้นสุดปฏิบัติการ วันที่ 28 สิงหาคม 2012=772

คมช. ทำรัฐประหารล้มรัฐบาล วันที่ 19 กันยายน 2006=766 (หลังคำสั่งปฏิบัติการ 1 เดือน 1 สัปดาห์)

http://profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=626&forum=6&page=23&PHPSESSID=77136678b21a8b041836b2a8f58f5970

http://www.phils.com.au/mayan.htmThe Mayans of Mexico Were master mathematicians and time worshippers. They understood time and space more accurately than us.They knew that Planet Earth would come into synchronisation with the Universe by 2012 AD.They knew about the Sun and it's connection to Earth.They were a very advanced and amazing people - little understood in today's world.The Mayan calendar covers the period 3113 BC to 2012 AD, a period of 5125 years.Unlike other ancient calendars it has never been in error. All its predictions have been accurate.The calendar stops at 2012 AD.


แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Sep 14, 2009 11:08 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 8 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ