Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

หน้า 8 จาก 8 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Dec 27, 2009 11:42 am

http://www.komchadluek.net/detail/20091226/42803/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA.html

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552

'อัล-ไกดา'พยายามบึ้มบินมะกันรับคริสต์มาส

คมชัดลึก :ชายไนจีเรียอ้างตัวเป็นสมุนอัล-ไกดาพยายามบึ้มเครื่องบินนอร์ท เวสต์ในวันคริสต์มาสพอดี
โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ผู้โดยสารฮือเข้าขัดขวาง เกิดเหตุระทึกขวัญบนเครื่องบินของสายการบินนอร์ทเวสต์
เที่ยวบินที่ 253 ซึ่งกำลังจะลงจอดที่สนามบินดีทรอยต์ในสหรัฐ พร้อมผู้โดยสาร 278 คน และลูกเรือ 11 คน
เมื่อเที่ยงวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อชายชาวไนจีเรียชื่อ นายอูมาร์ ฟารูก อับดุล มูทัลลับ ซึ่งประกาศตัวว่า
เป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายอัล-ไกดาพยายามจะระเบิดเครื่องบินในวันคริสต์มาส แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน
เพราะถูกผู้โดยสารเข้าขัดขวาง ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นายมูทัลลับจุดระเบิดเสียงดังปังในเวลาประมาณ 20 นาที
ก่อนที่เครื่องบินจะลงจอด ทำให้เกิดประกายไฟ และควัน จนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้โดยสารที่
พากันกรีดร้องระงมระหว่างนั้นผู้โดยสารชายคนหนึ่งได้ปีนข้ามเก้าอี้ตัวเองกระโจนเข้าไปขัดขวางมือระเบิด
ขณะที่อีกหลายคนพยายามวิ่งวุ่นหาน้ำ ผ้าห่ม และเครื่องดับเพลิงมาดับไฟ หลังจากต่อสู้กันไม่นานมือระเบิด
ก็ถูกพาตัวไปด้านหน้าของเครื่องบินในสภาพ กางเกงขาด ขาทั้งสองข้างมีรอยไหม้
ซึ่งตำรวจคาดว่าเกิดจากระเบิดที่ผูกติดไว้กับขาเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐกล่าวว่า
ระเบิดที่หนุ่มไนจีเรียวัย 23 ปี คนนี้ใช้ เป็นส่วนผสมของผงแป้ง และของเหลว
ขณะที่นายปีเตอร์ สมิท นักท่องเที่ยวจากเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า เสียงระเบิดดังคล้ายเสียงประทัด
ส่วนผู้โดยสารที่โดดเข้าไปขวางมือระเบิดนั้นยังหนุ่มอยู่ และน่าจะมีบาดแผลไฟไหม้ด้วยเช่นกัน
ด้านเมลินดา เดนนิส ผู้โดยสารที่นั่งอยู่แถวหน้า เล่าว่า มือระเบิดถูกพาตัวมานั่งใกล้ๆ เธอ
ทำให้เห็นว่าขาทั้งสองข้างของเขามีแผลไหม้รุนแรง กางเกงขาด และมือระเบิดถูกพาตัวลงจากเครื่องบิน
ในสภาพถูกใส่กุญแจมือติดกับเปลหามเที่ยวบินระทึกลำนี้ เป็นเครื่องบินแอร์บัส 330 บินออกจากไนจีเรีย
ผ่านกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะมาลงจอดที่เมืองดีทรอยต์ ขณะนี้ทางสนามบินสกิโฟลในอัมสเตอร์ดัม
ซึ่งเป็นอีกจุดที่มีผู้โดยสารขึ้นเครื่องยังไม่ยอมให้ความเห็นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยของทางสนามบิน
และก็ยังไม่มีรายงานว่ามือระเบิดขึ้นมาจากไนจีเรีย หรือจากเนเธอร์แลนด์ ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา
ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปพักผ่อนช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสกับครอบครัวที่ เกาะฮาวาย ได้ประชุมทางโทรศัพท์
กับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง พร้อมสั่งให้ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทางอากาศ
โดยโอบามาสั่งให้เจ้าหน้าที่คอยรายงานความคืบหน้าตลอดเวลา แต่จะยังไม่เปลี่ยนกำหนดการพักผ่อน
ขณะที่ทางทำเนียบขาวเชื่อว่าเป็นความพยายามก่อการร้าย พร้อมประกาศว่าจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
ของการโดยสารเครื่องบินให้เข้มงวดขึ้นโดยเร็ว แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างไร เหตุการณ์ทำนองนี้
เคยเกิดขึ้นในปี 2544 เมื่อนายริชาร์ด รีด สมาชิกอัล-ไกดาที่ได้ฉายาว่า "มือระเบิดรองเท้า" พยายามจุดระเบิด
ที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบนเครื่องวบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส ระหว่างบินข้ามแอตแลนติก
แต่ถูกลูกเรือขัดขวางไว้ได้ เหตุการณ์นี้เป็นที่มาของการต้องถอดรองเท้าออกก่อนขึ้นเครื่อง
ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) กำลังสอบปากคำนายมูทัลลับ
ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองแอน อาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน ด้านสื่อสหรัฐรายงานว่า
หลังจากถูกพาตัวไปสอบสวน นายมูทัลลับเปิดเผยว่าใช้เข็มฉีดยาที่บรรจุสารเคมีเอาไว้ไปผสมกับผงแป้ง
ที่ใช้เทปพันติดไว้กับขา ทั้งยังบอกด้วยว่า ได้อุปกรณ์ในการทำระเบิดและคู่มือการใช้มาจากเยเมน

ด้านนายปีเตอร์ โฮกสตรา นักการเมืองระดับสูงจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการข่าวกรองของ
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐด้วย กล่าวว่า นายมูทัลลับคนนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับอิหม่านอันวาร์ อัลอูลาคี ชาวเยเมน
เกิดในสหรัฐ ที่เชื่อกันว่าทำหน้าที่เกณฑ์คนมาเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของอัล-ไกดา อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ
พยายามลอบวางระเบิดดังกล่าว ประเด็นเรื่องศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยทั้งที่สนามบิน และบนเครื่องบิน
ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นที่ถกเถียงกันอีกครั้ง โดยนายดักกลาส แลร์ต อดีตผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยของ
สายการบินนอร์ทเวสต์ ซึ่งเป็นสายการบินที่เกือบจะตกเป็นเหยื่อการก่อการร้ายครั้งล่าสุดบอกว่า
เขาไม่ประหลาดใจที่คนร้ายสามารถลักลอบนำสิ่งที่เรียกว่า "วัตถุระเบิดชั้นดี" ขึ้นมาบนเครื่องได้
เพราะเมื่อคนร้ายลงทุนกับระเบิดไปมาก ก็ย่อมจะต้องได้รับสิ่งตอบแทนบ้าง นายแลร์ต บอกด้วยว่า
ที่เขาประหลาดใจก็คือคนร้ายเลือกที่จะขึ้นเครื่องบินที่กรุงอัมสเตอร์ดัม แม้ว่าระบบการรักษาความปลอดภัยของ
สนามบินที่นี่ได้มาตรฐานสากล แต่สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ
เรื่องที่สนามบินทั่วโลกควรเปลี่ยนจากระบบตรวจสอบโลหะ ในตัวผู้โดยสาร มาเป็น
ระบบสแกนทั่วร่างกายแทน แต่การเปลี่ยนมาใช้ระบบดังกล่าว
ก็จะนำมาสู่ปัญหาทางด้านการเงิน เพราะขณะที่เครื่องตรวจโลหะ
มีราคาไม่ถึง 5 หมื่นดอลล่าร์ ระบบสแกนทั่วร่างกาย
มีราคากว่า 1 ล้านดอลล่าร์ หรือ 35 ล้านบาท

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ บอกว่า สนามบินที่สามารถต่อต้านการก่อการร้ายแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มนั้น
ไม่มีอยู่ในโลก โดยจากการทดสอบหลายๆ ครั้งพบว่า เราสามารถลักลอบนำระเบิด
หรืออาวุธเข้ามาได้แม้ในสนามบินชั้นดี แต่การพยายามหาวิธีป้องกัน ก็ยังคงดำเนินต่อไป อย่างเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
นักวิทยาศาสตร์เยอรมันก็ได้พัฒนาวิธีตรวจระเบิดของเหลวในเวลารวดเร็ว รวมถึงการส่งเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ
ให้เดินทางไปกับเครื่องบินโดยสาร และการออกมาตรการที่เข้มงวดเรื่องการนำของเหลวขึ้นเครื่อง
การเสริมความแข็งแกร่งของประตูห้องนักบิน การตรวจรองเท้าผู้โดยสารเพราะเกรงว่าจะซุกซ่อนระเบิดในรองเท้า
สนามบินนานาชาติลองแองเจลิส หนึ่งในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ยังคงปฏิบัติงานเป็นปกติเมื่อวานนี้
โดยไม่มีวี่แววอย่างชัดเจนของการเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยใดๆ หลังจากที่มีความพยายาม
ที่จะระเบิดเครื่องบินที่เมืองดีทรอยต์ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยที่สนามบิน
บอกว่าทุกอย่างที่สนามบินดำเนินการไปโดยไม่มีการเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษแต่อย่างใด
ไม่มีทั้งการส่งทีมต่อต้านระเบิดเข้ามาที่สนามบิน หลังจากที่ชายชาวไนจีเรียพยายามระเบิดเครื่องบินโดยสาร
สายการบินนอร์ทเวสต์ ที่บินมาจากกรุงอัมสเตอร์ดัม พร้อมด้วย 278 ชีวิตบนเครื่อง ขณะที่เครื่องบินที่บินขึ้นลง
ที่สนามบิน ก็ยังคงเป็นไปตามกำหนดการณ์เดิม ด้านผู้โดยสารเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสนใจกับเหตุการณ์
ที่ดีทรอยต์มากนัก โดยบางคนบอกว่าไม่รู้เรื่อง และก็จะเป็นการดีกว่าที่ไม่รู้เรื่อง แต่ก็รู้สึกว่า
กระบวนการต่างๆ ในการขึ้นเครื่อง ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีคนมาใช้บริการน้อย

http://www.komchadluek.net/detail/20091226/42797/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90.html

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552

โยงอิหม่ามพันพยายามบึ้มเครื่องบินสหรัฐ

คมชัดลึก :อิหม่ามชาวอเมริกันอาจอยู่เบื้อหงลังการพยายามระเบิดเครื่องบินในสหรัฐ (26ธ.ค.)
นายปีเตอร์ โฮ๊คสตร้า ส.ส.สหรัฐจากรัฐมิชิแกน และนักการเมืองระดับอาวุโสสูงสุดของพรรครีพับลิกัน
ในคณะกรรมาธิการฝ่ายข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เปิดเผยว่านายอับดุล ฟารุ๊ค อับดุลมูตัลลับ ชายชาวไนจีเรีย
ที่พยายามจะระเบิดเครื่องบินโดยสารระหว่างที่กำลังเดินทางมายังเมืองดีทรอยต์ ในรัฐมิชิแกน
อาจจะมีการติดต่อกับ อิหม่าน อันวาร์ อัล โอลากี ผู้นำศาสนาหัวรุนแรงในเยเมนที่เกิดในสหรัฐ

โอ ลากี ที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสฝ่ายหาสมาชิกของเครือข่ายก่อการร้ายอัลไกด้า เป็นที่รู้กันดีว่า
ได้ติดต่อทางอีเมล กับไนดาล ฮาซัน จิตแพทย์ทหารอเมริกัน ที่เมื่อเดือนที่แล้ว ก่อเหตุกราดยิงเพื่อนทหาร
ในค่ายทหารที่เท็กซัส จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ด้วย ส.ส.สหรัฐบอกว่า มือระเบิดที่มีรายงานว่า ถูกไฟลวกอย่างรุนแรง
หลังไม่ประสบความสำเร็จในการระเบิดเครื่องบินที่เดินทางออกมาจากกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์
พร้อมด้วย 278 ชีวิตบนเครื่องเมื่อวาน อาจจะติดต่อกับอิหม่ามชาวอเมริกันรายนี้
เพราะมีรายงานว่าทั้งสองได้ติดต่อกัน และเมื่อเร็วๆนี้ มือระเบิดก็ไปที่เยเมน แต่ประเด็นปัญหาตอนนี้ก็คือ
อิหม่ามคนนี้มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ใครบางคนลงมือโจมตีสหรัฐได้หรือไม่ ขณะที่บรรดาสื่อมวลชนในสหรัฐ
ที่อ้างถึงจดหมายข่าวจากฝ่ายความมั่นคงสหรัฐ บอกว่ามือระเบิดเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า
เขาได้รับระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุ รวมทั้งคำสั่งเรื่องการลงมือก่อการร้ายจากที่เยเมน ขณะที่ทำเนียบขาว
ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นกรณีที่มีการรายงานข่าวว่า โอลากี อาจจะเสียชีวิตแล้ว จากการโจมตีทางอากาศ
ของฝ่ายเยเมนเมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในเขตเทือกเขาทุรกันดารของประเทศ
ที่มีการอ้างว่าทางการสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอัลไกด้าได้หลายคน


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world/20091227/92890/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99.html

วันที่ 27 ธันวาคม 2552 11:46

สหรัฐตั้งข้อหาชายไนจีเรียพยายามบึ้มเครื่องบิน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


สหรัฐตั้งข้อหาชายไนจีเรียฐานพยายามระเบิดเครื่องบินในวันคริสต์มาส
เที่ยวบินจากกรุงอัมสเตอร์ดัมมายังสหรัฐ

เจ้าหน้าที่สหรัฐ กล่าวว่า ทางการสหรัฐตั้งข้อหานายอับดุล ฟารุก อับดุลมูตัลลับ ชาวไนจีเรีย
ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ ฐานพยายามวางระเบิดเครื่องบินโดยสารสหรัฐ
ด้วยการซุกซ่อนระเบิดติดตัวมาระหว่างขึ้นเครื่องบินไปเมืองดีทรอยต์ ผู้ต้องสงสัยรายนี้
พยายามจุดระเบิดแต่พลาดและต้องรักษาตัวจากบาดแผลไฟไหม้รุนแรงที่โรงพยาบาลมิชิแกน
หลังถูกผู้โดยสารและพนักงานบนเครื่องช่วยกันจับตัวไว้ระหว่างที่เขาพยายาม ระเบิดเครื่องบินในวันคริสต์มาส
ซึ่งเป็นเที่ยวบินจากกรุงอัมสเตอร์ดัมมายังสหรัฐ ยังผลให้ผู้โดยสาร 2 คนบาดเจ็บเล็กน้อย
แต่โชคดีที่เครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า
คนร้ายได้รับการฝึกฝนจากพวกก่อการร้ายให้ซุกซ่อนอุปกรณ์ระเบิดขนาดเล็กไว้ในกางเกงชั้นใน
บริเวณใกล้กับอวัยวะเพศ ซึ่งทำให้การตรวจจับเป็นไปได้ยาก เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐกล่าวคาดว่า
เป็นความพยายามก่อการร้าย เนื่องจากชายไนจีเรียคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ที่เคยก่อ
วินาศกรรมในสหรัฐเมื่อปี 2544

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000158873

บึ้ม!!ภาคใต้กรุงเบรุต ตาย 2 เจ็บ 1

27 ธันวาคม 2552 11:47 น.

เกิดเหตุระเบิดทางภาคใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงเลบานอน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
เมื่อวานนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน และบาดเจ็บ 1 คน ส่วนสาเหตุของการระเบิดยังไม่ทราบแน่ชัด
แต่รายงานระบุว่า เหตุระเบิดดังกล่าว มีเป้าหมายโจมตีสมาชิกกลุ่มฮามาส ชาวปาเลสไตน์ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในเลบานอน


Yemen Says Fort Hood-Linked Imam May Be Dead

Imam Tied to Fort Hood Shooter "Killed" in Yemen Raid


By Mohamed Sudam

December 24, 2009


This SITE Intelligence Group handout photo obtained November 10, 2009 shows Anwar al-Awlaki,
a former US resident living in Yemen and accused al-Qaeda supporter,


who commented on his website on November 9, 2009, that the attack at Fort Hood perpetrated by
the alleged gunman, Major Nidal Hasan, is a ?heroic act.? As officials advance the investigation
into the Army Major who allegedly perpetrated last week?s massacre at Fort Hood,
attention is turning to Anwar Awlaki, a top al Qaeda recruiter who was in contact with
Major Nidal Hasan before last week?s shootings.

SANAA (Reuters) - A Yemeni air raid may have killed the top two leaders of al Qaeda's regional branch
on Thursday, and an American Muslim preacher linked to the man who shot dead 13 people
at a U.S. army base may also have died, a Yemeni security official said. Nasser al-Wahayshi,
the Yemeni leader of Al Qaeda in the Arabian Peninsula (AQAP), and his Saudi deputy,
Saeed al-Shehri, were believed to be among more than 30 militants killed in the dawn operation
in the eastern province of Shabwa, said the official, who asked not to be identified.
U.S.-born cleric Anwar al-Awlaki may also have died in the air strike which targeted a meeting of militants
planning attacks on Yemeni and foreign oil and economic targets, he said. If all the deaths are confirmed,
the air strike would appear to have struck a severe blow against AQAP, seen as the most dangerous regional
offshoot of Osama bin Laden's network.

"Anwar al-Awlaki is suspected to be dead," the official said of the cleric who was on the run in Yemen,
where he was on the government's most-wanted list of terrorist suspects. According to U.S. officials,
the U.S. army psychiatrist who ran amok at the Fort Hood army base in Texas on November 5 had contacts with Awlaki.

The Yemeni official said one leading figure in AQAP, Mohammed Saleh Omair, was confirmed dead
in Thursday's raid. The United States cooperates closely with Yemen in combating al Qaeda militancy.
Pentagon officials were not immediately available to comment on any U.S. involvement in the raid.
The Yemeni official mentioned only one air strike, which a government website said had taken place at 5 a.m.,
ut Al Arabiya television reported four raids.

EARLIER AIR STRIKES
Yemen said it had killed about 30 al Qaeda militants and arrested 17 in air strikes and security sweeps
a week ago in the eastern province of Abyan and in Arhab, northeast of Sanaa. It said the operations
had foiled several planned suicide bombings. Among them were plans to launch attacks against
the British embassy in Sanaa, other foreign interests and government buildings, a Yemeni government website said.
"The operation was in the final stage," the website said, adding the plans to attack the British embassy
were modeled on a failed attack on the U.S. embassy last year. A Yemeni opposition website quoted sources
in Abyan as saying that last week's raid there had killed dozens of civilians, including 18 children and 41 women and men.
Resurgent al Qaeda attacks have stirred fears that worsening instability in Yemen might enable militants
to launch renewed attacks in neighboring oil superpower Saudi Arabia. As well as fighting al Qaeda militants,
Yemen, the Arab world's poorest country, is battling a separate Shi'ite rebellion in the north and separatist unrest
in the south. The conflict in northern Yemen drew in Saudi Arabia last month when the rebels briefly occupied
some Saudi territory, prompting Riyadh to launch an offensive against them. The rebels accuse Riyadh of backing
Sanaa militarily since the war started. Al Qaeda's wing in Yemen, where Osama bin Laden's father was born,
announced in January it had changed its name to al Qaeda in the Arabian Peninsula -- in an apparent attempt to
revive the group in Saudi Arabia, where a tough counter-terrorism drive had halted the group's three-year armed
campaign in 2006. Wahayshi, the new group's Yemeni leader, threatened attacks against Westerners
in the oil-exporting region. AQAP has also called for the overthrow of the U.S.-allied Saudi royal family.
"(The) Interior Ministry has ordered its bodies and offices in all governorates to raise security alert
and tighten defense procedures at the important facilities and vital interests all over the country in
anticipation of any retaliatory operations," the government website said.

Yemen's Supreme Security Committee issued a warning to citizens in Shabwa province not to aid the militants.

(Writing by Amran Abocar; Editing by Alistair Lyon/Matthew Jones)


http://en.rian.ru/world/20091221/157311767.html

Arms-laden plane seized in Thailand 'was heading for Iran'


11:5021/12/2009

©
REUTERS/ STRINGER/THAILAND

A cargo plane carrying weapons from North Korea that was seized in
Thailand earlier this month was heading for Iran, the Wall Street Journal said on Monday.

The Il-76 plane carrying 35 tons of weaponry was seized during refueling at Bangkok's Don Muang airport
on December 12. Officials said the weapons included missiles and rocket-propelled grenades.
Arms trafficking experts researching the incident were quoted by the paper as saying the flight plan
for the plane showed that after Bangkok it was due to make refueling stops in Sri Lanka, the United Arab
Emirates and Ukraine before unloading its cargo in Tehran. Iranian officials have not yet commented
on the allegation, the Wall Street Journal said. The paper said the plane stopped at an air force base in Azerbaijan
en route to Pyongyang, but that the nature of that stop was unclear. The newspaper said its information
came from a joint draft report by analysts at TransArms in Chicago and the International Peace Information Service (IPIS)
in Antwerp. The Kazakh and Belarusian crew of the plane who are being held in custody have said
they were unaware of the military nature of the cargo. The paper quoted them as saying they were told
the cargo was oil drilling equipment. The paper said it remains unclear who organized the weapons shipment.
UN resolutions prohibit the export of large-scale weapons from North Korea,
which is under international sanctions.
NEW YORK, December 21 (RIA Novosti)

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=423889

USเผยเหตุป่วนบนเครื่องบินแค่ผู้โดยสารป่วยตรวจไม่พบบึ้ม

28 ธค. 2552 07:46 น.

เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ 253 จากนครอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ไปยังนครดีทรอยซ์ของสหรัฐฯ ร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินขณะลงจอดเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากผู้โดยสารชาวไนจีเรียคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในห้องน้ำนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งมีขึ้นเพียง 2 วันหลังจากผู้โดยสารไนจีเรียคนหนึ่งในเที่ยวบินเดียวกัน พยายามระเบิดเครื่องบินขณะลงจอดเมื่อวันศุกร์
หลังจากเขาเข้าไปประกอบรวมระเบิดในห้องน้ำ แต่เกิดความผิดพลาดทำให้ระเบิดไม่ทำงาน
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ผลการสอบสวนในคดีหลังพบว่า ผู้โดยสารซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวไนจีเรียไม่สบาย และใช้คำพูดก้าวร้าวเมื่อพนักงานบริการบนเครื่องบินเข้าสอบถาม
ทำให้เขาถูกสอบปากคำหลังจากเครื่องบินลงจอด แต่ผลการตรวจค้นไม่พบระเบิดและไม่ถือว่าเขาเป็นภัยคุกคามแต่ก็มีขึ้นท่ามกลางการเพิ่มความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน และสายการบินต่างๆ ทั่วโลก ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า
ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ผู้กำลังพักร้อนอยู่ที่เกาะฮาวายได้ทราบเรื่องนี้แล้ว
ซึ่งเขายืนยันความสำคัญของการเพิ่มความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัยในการ
เดินทางๆอากาศทั้งหมด

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000159948

เนเธอร์แลนด์ลุ้น!! อียูอนุมัติติดเครื่องสแกนไมโครเวฟที่สนามบิน


29 ธันวาคม 2552 13:18 น.

สกีโพลกรุ๊ป บริษัทผู้บริหารท่าอากาศยานเนเธอร์แลนด์ แถลงข่าวว่า
จะบังคับใช้การตรวจด้วยเครื่องสแกนไมโครเวฟ ในระหว่างรอการอนุมัติจาก
ทางการสหภาพยุโรป หรืออียู เครื่องสแกนไมโครเวฟ จะสามารถตรวจวัตถุผิดปกติ
ที่อยู่บนร่างกายและซ่อนในเสื้อผ้า ละเอียดกว่าเครื่องสแกนทั่วไปที่ตรวจได้เพียงโลหะอย่างเดียว
แต่ไม่ถึงขั้นเห็นร่างกายผู้โดยสารทะลุปรุโปร่งราวเปลือยกายและไม่เห็นวัตถุที่กลืน
หรือซุกซ่อนไว้ภายในร่างกาย เพราะเกรงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สกีโพลกรุ๊ป ระบุว่า
เครื่องสแกนไมโครเวฟ ถูกทดสอบการใช้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ถูกจำกัดการใช้
หลังมีเสียงกังวลเรื่องละเมิดความเป็นส่วนตัว เนื่องจากเครื่องสามารถให้รายละเอียด
รูปร่างและบ่งบอกเพศของผู้ถูกตรวจได้ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ได้ปรับแก้ไขแล้ว
และคิดว่าจะได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป คาดว่าจะสามารถนำมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ภายใน 1 ปี

http://www.uruknet.info/index.php?p=m58907&hd=&size=1&l=e

New scanner reveals body piercings & genital outlines
UK airport tells people to get 'naked' for security


Al Arabiya



The scanner is so accurate it can detect everything from body piercings and breast enlargements to gential outlines (File)

October 14, 2009

DUBAI (Al Arabiya)

Officials at Britain's Manchester Airport defended a controversial decision to introduce
a 'naked scanner' that sees through clothing, arguing it will speed up security, press reports said
Wednesday, a move which was likely to cause a stir amongst some who may not like the
exposure.

The device, which is currently being tested at the U.K.'s fourth largest airport for the next 12 months,
captures a "quite revealing" image of passengers and is aimed at spotting if someone is
hiding explosives or weapons, Sky News reported.

The scanner is so accurate it can detect everything from body piercings and breast
enlargements to genital outlines, but passengers need not be embarrassed,
an airport official said, as the person who views the scanner is
"not sitting in the search area and they can't link the image to the individual."

"The image is viewed by a highly trained security officer who is sitting in a remote location
in the airport," Manchester Airport's customer relations official, Sarah Barrett, told the British press.

The up side of the invasive scanner is passengers will no longer be frisked in public
nor will they have to remove shoes, belts and other clothing that most international airports currently enforce.

"Most passengers do not like the 'pat down’ service," Barrett said,
adding "the scanner completely takes away the need to undress."

The scanner, which has been dubbed the 'naked scanner' by press, was tested five years ago
at London's Heathrow Airport but at the time passengers were shocked by
the clarity of the pictures and officials removed the scanner.

If this trial runs smoothly and is accepted the 'naked scanner' may be implemented across
all British airports in the future and according to Sky News airports in the U.S. have
already purchased a thousand new scanners, which will be compulsory.

"This technology offers a potential alternative but we know that some people see it
as controversial. That's why we are running a trial," Barrett said.

NWO tools: new security scan at Schiphol Airport





แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Dec 29, 2009 1:58 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Dec 28, 2009 1:01 pm

http://www.telegraph.co.uk/finance/2805636/Halliburton-chooses-Dubai-for-corporate-headquarters.html


Halliburton chooses Dubai for corporate headquarters

By Russell Hotten
Last Updated: 1:44AM GMT 12 Mar 2007


The company has faced several investigations into alleged overbilling there, and for its links to Iran,
where US companies are forbidden from operating. US vice-president Dick Cheney
was head of the company from 1995-2000.
The move would be a huge coup for Dubai,
which is trying to be the financial and business capital of the Middle East.

http://911review.org/Media/blackwater-contractor.html

Blackwater: Shadow Army

The Nation's Jeremy Scahill describes the rise of Blackwater USA, the world's most powerful mercenary army

=========

i saw Blackwater here in New Orleans after the hurricane.


There were 6 of them to "secure" a Small Business Administration building.

There were about 5 people getting loans.

It took 6 Blackwater guys to sit around doing nothing "armed to the teeth" getting paid $900 a day.

what a crock, if i had 2 weeks of those guys salaries, i wouldnt have even needed a loan from the SBA to begin with !



Also see...

Aegis
Video - shooting Iraqi's for fun

KEYWORDS...

occupation of Iraq US troops shado army contractors Black-water USA right wing christian conservative
war on terror Bush administration shoot kill operation war machine
governemtn fallujah private military
contractor law warfare history politics political death count injured crimes New Orleans security
afghanistan deploy threat

hurricane katrina

http://www.blackwaterbook.com/





  • Amazon.com
  • Barnes & Noble.com
  • Borders.com
  • Indie Bound
  • Powells.com
  • Haymarket Books

  • Amazon.ca (Canada)

  • Amazon.uk (United Kingdom)

  • Chapters/Indigo (Canada)
  • More
Paperback
US $16.95
ISBN: 978-1568583945


On September 16, 2007, machine gun fire erupted in Baghdad's Nisour Square leaving seventeen
Iraqi civilians dead, among them women and children. The shooting spree, labeled "Baghdad's
Bloody Sunday," was neither the work of Iraqi insurgents nor U.S. soldiers. The shooters were
private forces working for the secretive mercenary company, Blackwater Worldwide.

This is the explosive story of a company that rose a decade ago from Moyock, North Carolina,
to become one of the most powerful players in the "War on Terror." In his gripping bestseller,
awardwinning journalist Jeremy Scahill takes us from the bloodied streets of Iraq to hurricane-ravaged
New Orleans to the chambers of power in Washington, to expose Blackwater as the frightening
new face of the U.S. war machine.

Bushand Hitler - Their Scams Compared

===============

searchblackwater

AegisVideo - shooting Iraqi's for fun

Blackwatermercenaries + New Orleans

BlackwaterUSA New Orleans hurricane katrina

GaryBauer data- Arlington group, FRC, Blackwater + Moonie
contributor

HURRICANEKATRINA Kathryn Cramer New Orleans Levee's and FEMA

TopTen Most Censored News Stories of 2006-2007

100,000Contractors in Iraq not included in Military counts

Pmcs -9/11 Encyclopedia

Right-WingChristian Connections to Heaven's Gate

Ties between southern Christian fundamentalists

kidnappingofAmerican journalist Jill Carroll - Black Ops??

Intelligent Design trial VIDEO

Flight 175

http://humor.worldispnetwork.com/video/Aegis_Video.html

Shooting at Iraqi's for fun ?

This video is appalling. These people are evidently shooting at Iraqis for fun.
What also bothers me is adding "fun" music in the background.
This tells me that there was never even remorse for acting this way even after
they had a chance to think about it.

about Aegis...

Aegis was started by 2 mercenaries from Brittan.

They have had many very large contracts from the U.S. Department of Defense.

http://www.aboutus.org/AegisWorld.com

http://www.sourcewatch.org/index.php?title=Aegis_Defence_Services


http://911review.org/brad.com/911contractors/CIA_contractors_isreali.html

Ties between southern Christian fundamentalists,...

By Wayne Madsen 12/12/2005 At 22:04

Additional ties between southern Christian fundamentalists, Texas oil interests,
and Russian-Israeli mobsters and weapons smugglers uncovered. According to informed
Washington insiders, there is increasing evidence of financial links between key
"Christian Right" GOP notables and an international ring of Russian

- Ukrainian - Israeli mobsters.

http://milfuegos.blogspot.com/2005/12/additional-ties-between-southern.html

December 11, 2005 -- SPECIAL REPORT. Additional ties between southern Christian fundamentalists,
Texas oil interests, and Russian-Israeli mobsters and weapons smugglers uncovered.
According to informed Washington insiders, there is increasing evidence of financial links
between key "Christian Right" GOP notables and an international ring of
Russian-Ukrainian-Israeli mobsters tied to notorious Russian weapons smuggler
Viktor Vasilevich (aka Anatoliyevich) Bout.


Bout, whose U.S. assets were frozen by the Treasury Department,
continues to provide various contractor services in Iraq
and is considered by Condoleezza Rice to be out-of-bounds for U.S. law enforcement authorities.
When she was National Security Adviser, Rice pre-empted an attempt by Sharjah,
United Arab Emirates authorities to arrest Bout.
To U.S. law enforcement and intelligence agencies,
Rice was very clear when it comes to Bout:
"Look, but don't touch" was her direct order to the CIA and FBI.

It appears that Bout has gone from arms smuggler for Al Qaeda and the Taliban to arms runner
for the Bush administration.
Bout's British Gulf International Airline, registered in Sao Tome and Principe
and Kyrgyzstan and based in Sharjah, is a regular visitor to Baghdad International and airports in the north
of Iraq. Bout also made a financial windfall from contracts let to his airline companies by the former Iraqi
Coalition Provisional Authority led by L.Paul "Jerry" Bremer. Bout also benefited from contracts
let to his Dubai-based Falcon Express Cargo by Kellogg, Brown & Root,
a subsidiary of Halliburton
.



แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Mon Dec 28, 2009 11:27 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Mon Dec 28, 2009 3:15 pm

http://www.gunsandgames.net/smf/index.php?topic=6205.0

จากข่าวไทยรัฐ ประจำวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2548

ในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรียก คณะเดินสายตรวจเยี่ยม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่นั้น ปรากฏว่า ที่ จ.ยะลา เกิดเหตุลอบวางระเบิดโรงเรียนขึ้น
โดยเมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.อ.ชัยทัต อินทนูจิตร ผกก.สภ.อ.เมืองยะลา พ.ต.ท.สมศักดิ์ ตั้งนภาดล รอง ผกก.สส.
พ.ต.ท.ศักรินทร์ บำเพ็ญสมัย รอง ผกก.ป. นำกำลังรุดไปตรวจสอบบริเวณ โรงเรียนมานะศึกษา ถนนเทศบาล 4
เขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสตศาสนานิกายคาทอลิก หลังรับแจ้งมีวัตถุต้องสงสัย พบกล่องพลาสติก
กับกระเป๋าใส่เอกสารสีดำวางติดกำแพงด้านในโรงเรียน เจ้าหน้าที่จึงปิดการจราจรบนทุกสายในย่านใกล้เคียง
เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นได้ประสานกับชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.ภ.จ.ยะลามาเก็บกู้
พร้อมตัดสัญญาณคลื่นโทรศัพท์ทุกระบบ จากการตรวจสอบพบเป็นกล่องระเบิดแสวงเครื่องจุดชนวน
ด้วยระบบโทรศัพท์มือถือน้ำหนักประมาณ 10 ปอนด์ เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงยิงทำลายทิ้ง ปรากฏว่า
ภายในมีปุ๋ยแอมโมเนียไนเตรท เศษเหล็กและเศษโทรศัพท์มือถือสำหรับการจุดระเบิด ส่วนกระเป๋าเอกสาร
มีดินระเบิดอีกประมาณ 5 กก. คาดว่าคนร้ายแอบนำระเบิดมาวางไว้เพื่อสังหารตำรวจ ทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่
เป็นประจำจุดใกล้บริเวณดังกล่าว

___________________________________________________________ ______________________________

ขอบคุณพระที่ไม่มีใครต้องรับบาดเจ็บหรือล้มตาย อ่านข่าวนี้แล้วเศร้ามาก
ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับชุมชนชาวคริสต์ในติมอร์ตะวันออก
ได้มาเกิดขึ้นอีกครั้งในแผ่นดินไทยปี2005
ขอพระเจ้าและแม่พระมารีอา
คุ้มครองชาวคริสตชนโรมันคาทอลิกไทยทางภาคใต้ด้วยเถิด......อาเมน

ขอพระอวยพรทุกท่านครับผม

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t111.htm


http://blog.beliefnet.com/cityofbrass/2009/01/obamas-intelligence-director-d.html

Obama's Intelligence Director Dennis Blair and East Timor genocide

Thursday January 29, 2009

Gary Farber sounded the alarm last month about President Obama's nominee for
National Intelligence Director, Denis Blair, who was complicit in genocide in East Timor
during the Clinton Administration.

Unfortunately, no questions were asked about East Timor during Blair's confirmation hearing.
Blair also refused to categorically state what the attorney general already said explicitly,
that waterboarding constituted torture.

This is not good. Blair's nomination needs to be opposed on basic moral principle.
Recall President Obama's own words during the Inauguration speech:

And so, to all other peoples and governments who are watching today,
from the grandest capitals to the small village where my father was born:
know that America is a friend of each nation and every man, woman and child
who seeks a future of peace
and dignity, and we are ready to lead once more.

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t671-40.htm

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t620.htm

http://query.nytimes.com/gst/fullpage.html?res=990CEED6143AF930A15750C0A963958260&sec=&spon

=
C.I.A. Nominee Backed U.S. Arms in East Timor

Published: March 23, 1995To the Editor:

The nomination of Deputy Defense Secretary John M. Deutch as Director of Central Intelligence
is not consistent with promoting human rights and democracy in the world.

In June 1994 the Senate debated a provision of the foreign aid appropriations bill
that barred Indonesia from using military equipment purchased from the United States in East Timor.
Mr. Deutch sent a letter to Senator J. Bennett Johnston stating that the Defense Department opposed the ban.


After receiving the letter, Senator Johnston offered an amendment to strike the ban from the bill,
and the amendment passed 59 to 35.
Since Indonesia invaded East Timor in 1975,
an invasion condemned by the United Nations Security Council, 100,000 to 200,000 people
out of a population of about 700,000 have died from execution, starvation or disease as a result.
Weapons from the United States were used in many of the killings.


Continuing to allow Indonesia to use military equipment from the United States in East Timor
does not promote international security, and appointing Mr. Deutch as C.I.A. Director sends the wrong message
about the role of the United States in the world. RICHARD R. KOCH Tinton Falls, N.J., March 16, 1995
The writer is a member of the East Timor Action Network.


http://www.angelfire.com/ca3/jphuck/Book16Ch.2.html

A SUMMARY OF CIA INCURSIONSEAST TIMOR

- 1974 - After the Dutch departed East Timor, Sukarno invaded the island country.
The CIA supported Indonesia's invasion, supplying weapons. Approximately 200,000 were killed.


http://www.youtube.com/watch?v=AIMJG--YolQ

Obama nominee helped killings in East Timor

New Trouble For An Obama Nominee: Admiral Dennis Blair Aided Perpetrators of 1999
Church Killings In East Timor

Investigative journalist Allan Nairn reveals Admiral Dennis Blair played a critical role in backing
the Indonesian occupation of East Timor during the 1990s.
At the height of a wave of ruthless
attacks on Timorese that killed hundreds and displaced tens of thousands,
Blair personally informed top Indonesian general Wiranto of unwavering U.S. support.
He continued to support the Indonesian military until international outcry forced the Clinton administration
to withdraw its military and diplomatic backing.



แก้ไขล่าสุดโดย att เมื่อ Tue Dec 29, 2009 1:06 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 12:04 am

http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=628&forum=6&picfolder=mXT0HkNN&PHPSESSID=008b6cd610b0964d6e4c04ef4839214e.htm

ซุน วู กับ ๙๑๑ ๓ สถานการณ์ปิดล้อมจีนที่ประเทศไทยต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง

แผนการปิดล้อมแล้วย่อยสลายจีน รัฐบาลของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ปฏิบัติการต่อเนื่อง
เป็นรูปธรรมยิ่งกว่ารัฐบาลใด ๆ ที่มีมาในอดีตของสหรัฐอเมริกา และใช้เวลาสั้นที่สุด จากการวางแผนอย่างคล่องตัว
และต่อเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมา พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษาทางทหารที่มีประสบการณ์ จึงสามารถทำให้สหรัฐฯ
บรรลุเป้าประสงค์และทำลายกำแพงอุปสรรคของภารกิจได้ทั้งหมด โดยปรากฏผลเป็นระดับดังนี้

http://khunnamob.hostignition.com/backup/nonlaw/nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-30.htm



แผนระดับที่ ๑ ปิดล้อมจีนจากโลกภายนอก

• ทางบก ทางทะเล และ ทางอากาศ

..สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ล้มกษัตริย์ หันไปเป็นสาธารณรัฐ

ราชวงศ์พิเรนทรา ซึ่งถูกปลงพระชนม์ทั้งหมด

ปิดล้อมทางด้านประเทศเนปาล ( ทางขึ้นสู่ที่ตั้งฐานการสื่อสาร และขีปนาวุธพิสัยกลาง )


ผลจากการปฏิบัติการ สามารถโค่นล้มราชวงศ์กษัตริย์ “ พิเรนทรา “ ได้ทั้งหมด การเตรียมการทั้งหมดดังกล่าว
เป็นปฏิบัติการของหน่วย CIA ที่ได้เข้าไปจัดตั้งเตรียมพร้อมในรูปของ “ กองกำลังเหมา
เพื่อให้ดูคล้ายกับเป็น การสนับสนุนด้านการเงินและอาวุธจากจีน โดยได้เข้าไปตั้งฐานไว้
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๙
โดยมีนายมุสปา คามาล ดาฮาล เป็นหัวหน้าภายใต้รหัส “ ประจัญ” อายุ ๔๕ ปี
พร้อมกับสหายชื่อ บาบู ราม พัตตาราย อายุ ๕๐ ปี ทั้งคู่จบปริญญาตรีสาขาปฐพีวิทยาจาการไปศึกษาต่อ
ระดับปริญญาโท เอก ในสาขาวิศกรรมศาสตร์ จึงได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมกับ CIA และกลับมาก่อตั้ง
“ กองกำลังเหมา “ ซึ่งใช้นโยบายคล้ายว่ามีอุดมการณ์เอียงซ้ายต้องการโค่นล้มสถาบันกษัตริย์

ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ หลังจากได้รับเงินทุนและอาวุธช่วยเหลือจาก CIA จึงรวมกำลังว่าจ้างนักรบจากแหล่งต่าง ๆ
เป็นกำลังรบ แล้วประกาศไม่ยอมรับการเลือกตั้งทั่วไป จากนั้นในปี พ.ศ.๒๕๔๓ ได้ปะทะกับกองทัพของรัฐบาล
ในต้นปี พ.ศ.๒๕๔๔ กองกำลังเหมามีกำลังรบถึง ๒๕,๐๐๐ คน พร้อมอาวุธจรวดที่ทันสมัยยิ่งกว่ารัฐบาล
ในเดือนเมษายนรัฐบาลได้ประกาศตั้งหน่วยตำรวจพิเศษชุดใหม่ ๑๕,๐๐๐ คน ขึ้นปราบปรามกองกำลังเหมา
แต่ยังไม่ทันปฏิบัติการ ในเดือนพฤษภาคมราชวงศ์ของเนปาลก็ถูกสังหารสิ้นพระชนทั้งหมด
แม้ว่าจะมีราชวงศ์ที่เหลืออยู่ขึ้นครองราชย์ต่อ แต่ก็ไม่มีอิทธิพลเช่นราชวงศ์ก่อน
จึงทำให้ในกองกำลังเหมาภายใต้การบัญชาการของ CIA มีอำนาจเหนือกองกำลังรัฐบาลเนปาล
จึงเกิดการสังหารราชวงศ์ “ พิเรนทรา “ ทั้งหมด สาเหตุดังกล่าวเพราะราชวงศ์ “ พิเรนทรา “
ไม่ทรงสนับสนุนในข้อเสนอของ CIA ในการจัดตั้งกองกำลังปลดปล่อยธิเบตขึ้นภายในประเทศ
ทั้งนี้เพราะทางขึ้นสู่ธิเบตนั้นสามารถไปมาได้สะดวกโดยผ่านประเทศเนปาลเท่านั้น พื้นที่และ
ภูมิประเทศของธิเบตเหมาะสมในการตั้งฐานสื่อสาร และขีปนาวุธพิสัยกลางที่สามารถตั้งเป้าเข้าสู่ปักกิ่ง
และควบคุมตรวจสอบจารกรรมการสื่อสารของจีนได้โดยสะดวก




ปิดล้อมด้านฟิลิปปินส์ ( ทางออกสู่ยุโรป )

โดยความร่วมมือของ “ วาติกัน “ สามารถทำให้จัดตั้งรัฐบาล ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ ได้อย่างถาวร
เนื่องจากสหรัฐฯ มีฐานทัพเรืออยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์พร้อมรบอยู่แล้วทั้งนี้โดยข้อตกลงจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือ
ด้านการทหาร และด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งนางกลอเรีย อาร์โรโย ประธานาธิบดีหญิงของฟิลิปปินส์
เป็นคริสศาสนิก โรมันคาทอลิก ภายใต้บังคับบัญชาของ “ วาติกัน “




ปิดล้อมด้านอินโดนีเซีย ( ทางออกสู่ยุโรป )

สามารถตั้งรัฐบาลที่สนับสนุนนโยบายของสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีนางเมกกาวตี ซูกาโนบุตรี เป็นประธานาธิบดี
และนายอัคบาร์ อันจุง เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๔ อินโดนีเซียมีสภาพทางภูมิศาสตร์
เป็นเกาะ หลายเกาะ กระจายเป็นวงโค้งคล้ายกับกำแพงธรรมชาติ ที่ปิดล้อมจีนที่จะออกสู่มหาสมุทรอินเดียมุ่งสู่ยุโรป
ทรัพยากรธรรมชาติคือ น้ำมัน ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองของกองทัพสหรัฐฯ ได้ในภูมิภาคเอเซียเป็นอย่างดี
ส่วนที่สำคัญที่สุดของอินโดนีเซีย คือ เป็นศูนย์รวมอำนาจของชนมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ( ๓๐๐ ล้านคน )
เมื่อสามารถควบคุมรัฐบาลอินโดนีเซียได้หมายถึงการควบคุมความเคลื่อนไหวของมุสลิมได้เกือบทั้งหมดของโลก



ปิดล้อมด้านประเทศไทย ( ทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย และแปซิฟิก )

โดยความร่วมมือของเครือข่าย “ วาติกัน “ ภายใต้ภาพของ NGOs ทำให้บุคลากรของ จอร์จ โซรอส
ที่ลงทุนทางธุรกิจไว้นั้นสามารถก้าวขึ้นมีอำนาจในการบริหารประเทศ และทั้งนี้ยังถือเป็นคนของพรรครีพับรีกัน
ที่ปั้นขึ้นมาโดยตรงอีกด้วย



สภาพทางภูมิศาสตร์ เป็นประเทศที่มีทางออกสู่มหาสมุทรสองทางคือ
มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิค ทั้งยังติดกับจีนภาคใต้ ปิดทางออกจีนทั้งสองมหาสมุทร
และสามารถผลิตอาหารเป็นเสบียง เลี้ยงกองทัพสหรัฐฯ โดยสะดวกไม่ต้องแสวงหาจากแหล่งอื่น




ปิดล้อมด้านติมอร์ ( ทางออกทวีปสู่ออสเตรเลีย )

เดิมเกาะติมอร์ได้ถูกอาณาจักร “ วาติกัน “ โรมันคาทอลิกยึดครอง โดยทหารโปรตุเกส แต่ต่อมาอินโดยนีเซีย
ได้รวมเกาะนี้เข้าเป็นส่วนหน่งของประเทศ ทำให้ “วาติกัน “ เสียประโยชน์จึงส่งบาดหลวงเข้าปลุกระดมชาวเกาะ
ให้ต่อต้านรัฐบาล ซึ่งต่อมาได้บาดหลวงทั้งหมดได้ร่วมจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธโดยการสนับสนุนของ CIA
บาดหลวงที่มีบทบาทมากที่สุดคือบาดหลวง โจเซ่ กุสเมา และบิชชอป เบโล ได้เรียกร้องให้ติมอร์เป็นประเทศเอกราช
จากการสนับสนุนของสหรัฐอเมริกา แต่ประธานาธิบดี ซูฮาโต้ ไม่ยินยอม จึงถูกถอดออกไป สหรัฐฯ ได้หนุน
นายบัคคารุดดิน ยูซุฟ ฮาบีบี ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เพราะเห็นว่าเป็นผู้คล้อยตามสหรัฐฯ ทุกประการ
แต่หลักจากนายฮาบีบี ได้เป็นประธานาธิบดีก็ไม่ยอมให้ติมอร์แยกตัวตามที่สหรัฐฯ ต้องการ
เมื่อมีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ นายฮาบีบี จึงไม่ได้รับการเลือกตั้ง นายอับดุลเราะห์มาน วาฮิด ได้รับเลือกตั้ง
และดำเนินนโยบายตามคำแนะนำของสหรัฐฯ โดยดี แต่ก็เช่นเดียวกับนายฮาบีบี อดีตประธานาธิบดีคนก่อน
คือไม่ยอมให้ติมอร์ตะวันออกเป็นอิสระจากอินโดนีเซีย เนื่องจากนาย วาฮิด เพิ่งได้รับการเลือกตั้ง
จะต้องดำรงตำแหน่งไปอีกหลายปี ย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญต่อแผนงานของสหรัฐฯ ดังนั้น CIA จึงต้องใช้กลวิธี
สร้างหลักฐานให้นายวาฮิด ถูกดำเนินคดีฐานคอรัปชั่น ถูกถอดออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีก่อนกำหนด
และแต่งตั้งนางเมกาวตี ซูการ์โน่ บุตรี เป็นประธานาธิบดีแทน


การร่วมสร้างสถานการณ์แยกเกาะติมอร์ตะวันออกโดยบาดหลวงวาติกัน และ CIA นี้
ได้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมต่อชาวอินโดนีเซียอย่างมากมายมหาศาล ประชาชนบนเกาะฆ่ากันเอง
ล้มตายมากกว่าแสนคน โดยไม่มีบาดหลวงหรือชาวอเมริกันแม้แต่คนเดียวเสียชีวิต
ในการก่อความไม่สงบนี้ รัฐบาลของนางเมกาวตี ได้ตกลงกับสหรัฐฯ และ วาติกัน ว่าอินโดนีเซีย
ต้องแยกประเทศออกไปเป็นอีกประเทศหนึ่งคือ ติมอร์ตะวันออก สมความตั้งใจของสหรัฐฯ และ วาติกัน
ที่สามารถมีชันชนะเหนือชาวมุสลิมเจ้าของประเทศได้ สภาพทางภูมิศาสตร์ เกาะติมอร์ เป็นเส้นทางเดินเรือของจีน
ที่จะเข้าสู่ทวีปออสเตรเลีย ดังนั้นเมื่อเกาะติมอร์ตะวันออกไม่ขึ้นตรงกับอินโดนีเซียแล้ว จึงเชื่อมั่นได้ว่า
นโยบายของวาติกัน ย่อมจะไม่ขัดกับสหรัฐ






ปิดล้อมด้านอินเดีย ( ทางออกสู่ตะวันออกกลาง )

สภาพทางการเมือง จีนและอินเดียมีข้อขัดแย้งทางทหาร และเกิดสงครามหลายครั้ง ดังนั้นจึงเป็นด่านป้องกัน
ทางออกทางทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียของจีนได้โดยภาวะการเมือง ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๔
ภายหลังที่เกิดปัญหาขัดแย้งครั้งสุดท้ายระหว่างปากีสถานกับอินเดีย และประธานาธิบดีปากีสถาน
ได้เดินทางมายังอินเดียเพื่อเจรจาสันติภาพ แต่ไม่สำเร็จทั้งนี้เกิดจากการจัดตั้งของ CIA ในอินเดีย
ได้ว่าจ้างประชาชนอินเดียมาเดินขบวนประท้วงตามท้องถนน เพื่อให้การเจรจาของอินเดียและปากีสถานล้มเหลว
ซึ่งส่งผลให้ประธานาธิบดีปากีสถานเดินทางกลับในเวลากลางคืนนั้นเอง ทั้งนี้เพราะในวันเดียวกันกับที่ประธานาธิบดี
ปากีสถานเดินทางมานั้น เจ้าหน้าที่การทหารสหรัฐฯ ได้มาพักในโรงแรมเพื่อเตรียมตัวพร้อม หนังสือความร่วมมือ
รองการเจรจาไว้เรียบร้อยพร้อมลงนามแล้ว ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นหลักจากที่ประธานาธิบดีปากีสถานเดินทางกลับ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพสหรัฐฯ ได้เดินทางเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีของอินเดีย และทำความตกลงร่วม
ลงนามในสัญญาความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดียได้สำเร็จ



ปิดล้อมด้านไต้หวัน ( ทางออกด่านแรกสู่เวียดนาม , ลาว,กัมพูชา,ฟิลิปปินส์ )

สหรัฐฯ ได้ให้การสนับสนุนอาวุธแก่ไต้หวัน สนับสนุนให้แยกตัวออกเป็นประเทศ หมายเหตุ
ไต้หวันได้เข้าเป็นสมาชิก WTO เมื่อวันที่ ๑๙ ก.ย. พ.ศ.๒๕๔๔ ( ก่อนจีน ) ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริกา
ไต้หวันได้เป็นสมาชิกขององค์การค้าโลก หรือ WTO ซึ่งสมาชิกที่จะเข้าร่วมได้ต้องมีฐานะเป็นประเทศ
ลักษณะการดังกล่าวนั้นเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกายอมรับ หรือ รับรองอย่างเป็นทางการว่า
“ไต้หวันมีฐานะเป็นประเทศเทียบเท่ากับสาธารณรัฐประชาชนจีน “
ซึ่งจีนได้ใช้ความพยายามและแสดงต่อประชาคมโลกตลอดมาว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
ดังนั้นการรับไต้หวันเข้าเป็นสมาชิก WTO ในช่วงเกิดสถานการณ์วินาศกรรมเวิร์ลด์เทรด
นอกจากจะเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ โดยอาศัยสถานการณ์แล้ว ยังเป็นความฉลาดของสหรัฐอเมริกา
ที่ยั้งจีนไม่ให้ออกมาต่อต้านสหรัฐฯ เพราะอาจถูกสหรัฐฯ หรือไต้หวันเบี่ยงเบนประเด็นอ้างได้ว่าจีน
ไม่สนับสนุนสหรัฐฯ เรื่องการปราบปรามกลุ่มก่อวินาศกรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ภาพพจน์ดังกล่าวนั้น
ต่อประชาคมโดลกของจีน หากคัดค้านเป็นชั้นเชิงการทูตของไต้หวันและเป็นการปิดล้อมทางทหาร
ในกรณีให้ความปกป้องแก่องค์กรหรือกลุ่มขบวนการก่อการร้ายมุสลิม



• เตรียมความพร้อมสำหรับกำลังพลของกองทัพสหรัฐฯ เพื่อเข้าสู่แผนระดับที่ ๓

๑. แหล่งอาหารสำรองกองทัพสหรัฐฯ
• ประเทศไทย
• ลาว
• กัมพูชา

๒. แหล่งพลังงาน ( น้ำมัน ) สำรองสำหรับกองทัพสหรัฐฯ
• อินโดนีเซีย

๓. ฐานทัพอากาศสหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการได้ทันที
• ประเทศไทย
• ลาว
• กัมพูชา



ภาพประกอบการปิดล้อมโดยสหรัฐฯ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Tue Dec 29, 2009 10:30 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262005431&grpid=01&catid=



สุเทพ เทือกสุบรรณ - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 20:02:19 น.
มติชนออนไลน์

ผบ.ทบ.ยันงบฯแก้ไฟใต้ 6.3หมื่นล.ไม่ใช้เลี้ยงไข้ แจงกองทัพไม่ได้คุมเงิน
ใครทำรั่วไหล-โกงต่ำทรามมาก


"สุเทพ"ยันนโยบายแก้ใต้เดินมาถูกทางแล้ว รบ.มุ่งทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีทัศนคติดีขึ้น ผบ.ทบ.ชี้วิธีที่ดีที่สุดคือ
ต้องชนะจิตใจประชาชนทั้ง 2 ล้านคนแม้ต้องอาศัยเวลา โต้ใช้งบเลี้ยงไข้ทหาร 6.3 หมื่นล้าน ไม่ได้หว่านลงกองทัพ
ประณามหากมีคนทุจริต ทำรั่วไหล ถือว่าต่ำทรามมาก



นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวระหว่างร่วมเสวนา "6 ปี วิกฤตชายแดนใต้
แก้ปัญหาถูกจริงหรือ?” จัดโดยสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับ โต๊ะข่าวภาคใต้สถาบันอิศรา
ที่สมาคมนักข่าวฯ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมว่า ช่วงวิกฤตต่างๆ กองทัพและฝ่ายการเมืองร่วมกันทำงานอย่างมีเอกภาพ
รวมถึงสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ในส่วนรัฐบาลมีเป้าหมายพัฒนา 2 ประการคือ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
เพื่อให้ได้รับบริการจากรัฐอย่างมีมาตรฐานและให้คนในพื้นที่มีรายได้ดี คือสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
มีรายได้ 120,000 บาท ต่อปี ทั้งหมดจะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนคิดและร่วมปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการประชาคม
ซึ่งเริ่มแรกที่ 696 หมู่บ้าน และใช้ 4 เสาหลัก คือ ผู้นำตามศาสนา บุคคลที่ประชาชนเคารพนับถือ กำนันผู้ใหญ่บ้าน
ผู้แทนประชาชน มาร่วมพัฒนา ดังนั้นรัฐบาลจึงมั่นใจว่าเมื่อมี 4 แกนนำหลักมาช่วยคิดจะต้องได้รับการยอมรับ
จากประชาชนอย่างแน่นอน

“ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วใช้นโยบายที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อประเทศไทย
ต่อรัฐบาลไทย พร้อมกันนี้ยังช่วยไม่ให้พี่น้องประชาชนเห็นดีเห็นชอบกับผู้ก่อการ ส่วนกำลังทหารในพื้นที่นั้น
ลงไปเพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชน ไม่ได้ไปอยู่เพื่อเข่นฆ่าประชาชน เพราะรัฐบาลจะกระทำการใดๆ
โดยยึดหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง นอกจากนี้การแก้ไขยังใช้ปัญหาภาคยังใช้แนวทางการทูต เพื่อให้ประเทศที่เป็นมุสลิม
หรือประเทศที่เน้นเรื่องสิทธิมนุษยชนเข้าใจปัญหา โดยให้ทูตประเทศต่างๆ เข้ามาร่วมและลงพื้นที่ด้วย
ดังนั้นจึงทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้น ต่างชาติมีความเข้าใจเหตุการณ์มากยิ่งขึ้น
และยอมรับการแก้ปัญหาของประเทศไทย และพร้อมให้การสนับสนุน รัฐบาลไม่กังกลกับการชี้แจงต่อโอไอซี
และคงไม่กลายเป็นปัญหาสากล เพราะที่ผ่านกระทรวงต่างประเทศทำงานดีมาก และประเทศมุสลิมเพื่อนบ้าน
คือทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย รู้และเข้าใจปัญหาของประเทศไทย และยืนยันที่จะเป็นตัวแทนในการร่วมเจรจา
กับโอไอซีด้วย"นายสุเทพกล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)
กล่าวว่า การแก้ปัญหาวิกฤตภาคใต้ นโยบายความมั่นคงและนโยบายรัฐบาลจะต้องสอดคล้องกัน ใช้การเมืองนำการทหาร
โดยวิธีที่ดีที่สุดคือต้องชนะจิตใจประชาชนทั้ง 2 ล้านคนถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ ทำให้ประชาชนไว้ใจ ขณะเดียวกัน
ต้องแก้ไขในทุกมิติ ทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม สิทธิมนุษยชน หากจะวัดความสำเร็จในแก้ไขปัญหา
ต้องถามว่าอยากรู้ความสำเร็จของมิติด้านใด ถ้าอยากรู้มิติทางการเมืองต้องถามฝ่ายการเมือง ไม่ใช่โยนมาถามทหารว่า
แก้เรื่องการเมืองสำเร็จแค่ไหน ยอมรับว่าการชนะจิตใจไม่สามารถทำได้โดยเร็ว ต้องอาศัยเวลา คงไม่จบง่ายๆ
เหมือนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแม่อบรมลูกก็ต้องใช้เวลาทั้งชีวิต

ผบ.ทบ.กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่เคยใช้ความรุนแรงกวาดล้างผู้ก่อการ ภารกิจทหารจะตามการเมืองตลอด
และอยู่บนแนวทางสมานฉันท์ พยายามสร้างความเข้าใจ "แต่คำถามคือเมื่อทหารลงไปแล้วทำไมจึงยังเกิดเหตุการณ์
ความไม่สงบ คงตอบได้ว่าเป็นเพราะแม้จะดูแลละเอียดอย่างไร ก็อาจมีช่องโหว่บ้าง แต่ถ้าเราป้องกันได้มากที่สุด
และอีกฝ่ายมีโอกาสน้อย เหตุการณ์ความรุนแรงก็จะลดน้อยลงไปด้วย” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทุกรัฐบาลที่ได้สัมผัสมา ตั้งแต่รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไม่มีใครนอกกรอบนโยบาย
และใช้การเมืองนำการทหารมาตลอด แต่ขณะมีคนเสนอแนวทางใหม่ คือเสนอให้มีการปกครองตัวเอง
อย่างไรก็ตามยังไม่เห็นแนวทางเรื่องนี้ ดังนั้นตอนนี้คือต้องพยายามให้คนในพื้นที่มีชีวิตที่ดีที่สุด

"กรณีที่หลายฝ่ายระบุว่างบประมาณในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 6.3 หมื่นล้านบาท
แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เป็นเหมือนการเก็บงบประมาณเพื่อเลี้ยงไข้ทหารนั้น ผมขอชี้แจงว่างบประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาท
เป็นงบที่ใช้ถึงปี 2555 โดยการใช้จ่ายงบประมาณต้องใช้เป็นงวดเป็นขั้นตอน ข้อกังวลเรื่องการรั่วไหล เรื่องการทุจริต
และการเลี้ยงไข้ทหาร ขอเรียนว่างบทั้งหมดไม่ได้ลงมาที่ทหาร ทหารไม่ได้ถืองบประมาณ แต่ถ้ามีคนทำจริงก็ถือว่าต่ำทรามมาก
ซึ่งแนวทางที่จะเดินต่อไปข้างหน้าคือ กองทัพต้องปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเดินตามแนวทางเดิม"
พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

สำหรับกรณีมีการจับกุม 6 วัยรุ่นต้องสงสัย มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งหนึ่งในนั้นมี
นายอำรู พระอิเกะ เคยเดินทางไปประเทศลิเบียมาแล้วรวมอยู่ด้วยนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งหมดถูกจับกุม
ขณะตระเวนถ่ายรูปบริเวณบึงศรีภูวนารถ สถานที่จัดงานไนท์พาราไดซ์หาดใหญ่เคานท์ดาวน์ ของอ.หาดใหญ่
จ.สงขลาขณะนี้ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปสอบอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธบริหารจ.ปัตตานี

พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 กล่าวว่า ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง
ร่วมกันกำหนดมาตรการเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณบึงศรีภูวนารถอย่างเต็มที่ ตลอดช่วงการจัดงานระหว่าง
วันที่ 30 ธันวาคม 2552 - 3 มกราคม 2553 จะมีการสนธิกำลัง 3 ฝ่ายกว่า 200 นาย ดูแลความปลอดภัยรอบๆ บริเวณงาน
และกระจายกำลังดูแลในย่านธุรกิจใจกลางเมืองและย่านการค้าทุกแห่ง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
รวมถึงบริเวณสถานีขนส่งและสถานีรถไฟจะมีหน่วยอีโอดี หรือชุดตรวจสอบระเบิด ใช้เครื่องจีที200
ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด

"ผมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าจะมีการเข้ามาก่อเหตุในช่วงจัดงาน เพียงแต่มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเท่านั้น
และการจับกุมวัยรุ่นทั้ง6 คน ก็เป็นผลมาจากการที่เจ้าหน้าที่ได้เริ่มแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังเมืองหาดใหญ่"
พล.ต.ท.วีระยุทธกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากทางการประเทศมาเลเซีย จับกุม 3 ผู้ต้องหาชาวไทยพร้อมวัตถุระเบิด
ขณะกบดานอยู่ในหมู่บ้านชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้าน อ.ปาเสมัส รัฐกลันตัน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา
แล้วขยายผลจนจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้เพิ่มอีก 8 คน เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว
ทางทหารของประเทศมาเลเซีย แจ้งเป็นรายงานลับมายัง พ.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 ชุดช่วยราชการ
อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ให้เฝ้าระวังคนร้ายกลุ่มอาร์เคเค ที่ผ่านการฝึกอบรมการสู้รบแบบสงครามกองโจรจำนวน 70 คน
จะแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว แอบเล็ดลอดเข้ามาก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงเทศกาลปีใหม่

พ.ท.สราวุธ ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 จึงจัดทหารชุดป้องกันชายแดนรวม 5 ชุดปฏิบัติการ ไปประจำที่ท่าเทียบเรือข้ามฟาก
ระหว่างพรมแดนไทย-มาเลเซีย ด้าน อ.ตากใบ กับ อ.ตุมปัส รัฐกลันตัน 5 จุด โดยเฉพาะที่ท่าเทียบเรือรัชฏาภิเษก
มีการนำเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาที่มีหมายจับในคดีก่อเหตุความไม่สงบ
และข้อมูลของกลุ่มบุคคลเป้าหมาย มาติดตั้งเพื่อคอยตรวจสอบประวัติบุคคล และตรวจค้นผู้เดินทางด้วยเรือข้ามฟาก
จาก อ.ตุมปัส รัฐกลันตัน ข้ามพรมแดนมายัง อ.ตากใบ อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ จ.ส.อ.ไพรัช พันธุระ
หัวหน้าชุดป้องกันชายแดนตาบา ฉก.นราธิวาส 36 ซึ่งประจำอยู่ที่ท่าเทียบเรือรัชฏาภิเษก จับกุมตัวผู้ต้องหา
ตามหมายจับคดีลอบวางระเบิดทหารใน อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ไว้ได้แล้ว 1 รายเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Dec 30, 2009 3:18 pm

http://www.komchadluek.net/detail/20091230/43175/%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%B6%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%813%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%B5.html

วันพุธที่ 30 ธันวาคม 2552

สลัดโซมาเลียยึดเรืออีก3ลำที่มุ่งหน้ามาไทยส่งท้ายปี

คมชัดลึก :สลัดโซมาเลียยึดเรืออีก 3 ลำส่งท้ายปี รวมทั้งเรือบรรทุกสารเคมีที่กำลังมุ่งมาไทย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน ถ้อยแถลงของนายแอนดรู เอ็มวันกูร่า แห่งโครงการความช่วยเหลือนักเดินเรือ
ในแอฟริกาตะวันออกที่มีขึ้นเมื่อวันอังคารว่า ในช่วงสองสามวันนี้ โจรสลัดโซมาเลียได้ ยึดเรือเพิ่มอีก 3 ลำ
ในจำนวนนี้ 2 ลำถูกยึดในอ่าวเอเดน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการยึดเรือในแถบนั้นนับจากเดือนสิงหาคม
ที่มีการเพิ่มการลาดตระเวนของเรือรบของนานาชาติในอ่าวเอเดน และโจรสลัดยังส่งท้ายปีด้วยการ
ได้เงินค่าไถ่จำนวนมากจากการปล่อยเรือ 2 ลำ โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โจรสลัดได้เงิน 3.5 ล้านดอลลาร์
( 115 ล้านบาท) จากการปล่อยเรือขนส่งสินค้า"เต้อซินไฮ่"ของจีน ส่วนเรืออีกลำคือ"เอ็มวี โคตา วาจาร์"ของสิงคโปร์
ที่ได้อิสรภาพในวันเดียวกันนั้น ไม่เปิดเผยว่าโจรสลัดได้ค่าไถ่ไปเท่าไร เรือลำล่าสุดที่ถูกโจรสลัดบุกยึด
บริเวณใกล้ชายฝั่งทางเหนือของโซมาเลีย เมื่อวันจันทร์เป็นเรือบรรทุกสารเคมีชื่อ"เซ็นต์ เจมส์ ปาร์ค"
ซึ่งชักธงชาติอังกฤษ
มีลูกเรือ 26 คนจาก 9 ประเทศ และกำลังเดินทางจากสเปนมายังไทย
และในวันเดียวกันโจรสลัดยังได้ยึดเรือขนสินค้าของกรีซแต่ชักธงชาติปานามา ชื่อ "นาวิออส อพิลลอน"
ขนาดระวางขับน้ำ 52000 ตัน ขณะกำลังขนปุ๋ยจากรัฐฟลอริด้าของสหรัฐฯ ไปที่เมืองโรซี่ของอินเดีย
เรือลำนี้มีกัปตันชาวกรีก 1 คนกับลูกเรือฟิลิปปินส์ 18 คน ส่วนลำที่สามชื่อ"อัล-มาห์มูเดีย 2 เป็นของเยเมน
พร้อมลูกเรือ 15 คน แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

"อีโคเตอร์ร่า อินเตอร์เนชั่นแนล" องค์กรเอกชนหรือ NGO ที่ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางทะเลในภูมิภาคนี้ระบุว่า
การจับและปล่อยเรือล่าสุด ทำให้ยอดล่าสุดของเรือที่ถูกโจรสลัดยึดได้มีรวม 11 ลำกับลูกเรือ 250 คน
ในจำนวนนี้รวมทั้งงพอลกับราเชล แชนเลอร์ คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษที่ถูกจับบนเรือยอช์ท เมื่อ 22 ตุลาคม
ในน่านน้ำแทนซาเนียและในวิดีโอที่มีการเผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ทั้งคู่กล่าวว่าโจรสลัดกำลังหมดความอดทน
และอาจสังหารพวกตนทิ้งภายใน 1 สัปดาห์หากไม่ได้เงินค่าไถ่

เทคโนโลยีทันสมัย การทุ่มงบประมาณมหาศาลและการเพิ่มการประสานงานระหว่างชาติต่างๆ ช่วยขัดขวาง
การโจมตีเรือจำนวนมาก และช่วยให้จับโจรสลัดได้หลายสิบคน แต่พบว่า 1 ใน 4 ของเรือที่แล่นผ่านเขตอันตราย
ยังไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำระหว่างประเทศเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง และผู้สังเกตการณ์ระบุว่า
ปัญหาโจรสลัดโซมาเลียจะหมดไป ก็ด้วยความพยายามบนบกเพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นแทบรายวัน
และสภาพไร้ขื่อแปในโซมาเลียที่ดำเนินมากว่า 18 ปีแล้ว ที่ทำให้อาชีพโจรสลัดเป็นเพียงหนึ่งในธุรกิจ
เพียงไม่กี่อย่างที่ชาวโซมาเลียทำได้

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Dec 30, 2009 8:16 pm

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000160446

ลาวห่วงระเบิดแต่ครั้งสงครามคร่าชีวิต-ถ่วงเศรษฐกิจ

30 ธันวาคม 2552 13:56 น.



เก็บกู้ติดต่อกันมา 12 ปีแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดง่ายๆ ยากที่สุดคือการค้นหาและเก็บกู้ "ลูกบอมบี้"
ระเบิดตั้งแต่ครั้งสงครามคร่าชีวิตชาวลาวแล้วกว่า 300 คน ยังเป็นตัวถ่วงการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุนโครงการต่างๆ
มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเพราะจะต้องเก็บกู้วัตถุระเบิดในไซต์งานให้ปลอดภัยก่อน

ASTVผู้จัดการรายวัน--ถึงแม้ว่าสงครามอินโดจีนจะยุติลงไปตั้งแต่เมื่อกว่า 30 ปีก่อนก็ตาม แต่ระเบิดที่ตกค้าง
ตั้งแต่ครั้งสงครามยังคงคร่าชีวิตของผู้คนเป็นประจำทุกปี ขณะที่การเก็บกู้ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความร่วมมือ
ช่วยเหลือของรัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศ


สถานการณ์เลวร้ายอย่างยิ่งเมื่อ "เขตที่ได้รับผลกระทบสูงอย่างสูงจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดเป็น 26 เขตเมือง
จาก 47 เขตเมืองที่ราษฎรยังยากจนที่สุดในประเทศ" สำนักข่าวสารปะเทดลาว รายงานขณะมีการจัดประชุมสรุปผลงาน
ในรอบปีของคณะกรรมการเก็บกู้วัตถุระเบิดแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นในนครเวียงจันทน์วันจันทร์ (28 ธ.ค.) ที่ผ่านมา

พล.ท.ดวงใจ พิจิต รองนายกฯ และ รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันชาติเป็นประธานในการประชุมดังกล่าว

ขปล.กล่าวว่า ตลอด 30 ปีมานี้ ระเบิดที่ยังไม่ระเบิดหรือ UXO (Unexploded Ordnance) ได้คร่าชีวิตราษฎรชาวลาว
ไปแล้วกว่า 300 คน และ ได้เป็นปัญหาสำคัญที่ถ่วงการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ

อย่างไรก็ตามปีนี้มีได้ความก้าวหน้าสำคัญในแขนงงานนี้ รัฐบาลลาวได้ลงนามร่วมเป็นภาคีในสนธิสัญญาการห้ามผลิต
และใช้ระเบิดพวง หรือ "บอมบี้" (Bombie) ในการประชุมที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เว ต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา

ในช่วงสงครามเวียดนาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งกองทัพอากาศทิ้งระเบิดดินแดนลาวอย่างหนักสาหัสใน
"สงครามที่ไม่ได้ประกาศ" โดยอ้างว่าเพื่อสกัดกั้นกองกำลังเวียดนามเหนือ และ ขบวนการปะเทดลาว
ที่สงครามต่อต้านสหรัฐฯ


รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เคยได้รับอนุญาตจากรัฐสภาให้โจมตีดินแดนลาว แต่ลาวเป็นดินแดนที่ถูกท้องระเบิดหนักหน่วงที่สุด
และในขอบเขตทั่วประเทศ

ปัจจุบันปัญหาวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดได้ทำให้เกิดต้นทุนสำคัญ สำหรับนักลงทุนจากต่างประเทศที่เข้าไปลงทุนในลาว
ซึ่งไม่ว่าจะลงทุนในโครงก่อสร้าง โครงการเขื่อนและเหมืองแร่ หรือโครงการใดๆ ก็ตามจะต้องตรวจเก็บวัตถุระเบิด
ในบริเวณที่ตั้งโครงการหรือไซต์งานเป็นกรณีไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะจะไม่สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินในภายหลัง

รัฐบาลลาวด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลของหลายประเทศและองค์การระหว่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง ได้ทำการเก็บกู้
วัตถุระเบิดดังกล่าวมา จนกระทั่งครบรอบปีที่ 12 ในปีนี้ ซึ่งได้มีการปรับปรุงยุทธศาสตร์แห่งชาติปี 2546-2556 ปรับปรุงด้านบุคลากร
และการกวาดเก็บและกู้พื้น ทำลายวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด โดยสัมพันธ์กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลอีกด้วย.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.thaipost.net/news/281209/15608

จีนกับเวียดนาม-ไทยกับเขมร(1)

ท่านขุนน้อย

28 ธันวาคม 2552 - 00:00

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา...ได้มีการจัดประชุมระดับนานาชาติเรื่องหนึ่งขึ้นที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
ซึ่งต้องถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญไม่น้อย แม้นจะเป็นการประชุมในแบบที่เรียกว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการ
(workshop) อันไม่ได้นำไปสู่การสร้างข้อผูกพัน หรือข้อตกลงใดๆ ระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม อีกทั้งยังเป็นการประชุม
ที่รัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง แต่เป็นการประชุมที่องค์กรเอกชนคือ สถาบันทางการทูตเวียดนาม และ
สมาคมนักกฎหมายเวียดนาม เป็นผู้ให้การอุปถัมภ์...

-----------------------------------------------------

แต่โดยหัวข้อการประชุมนั้น...ต้องเรียกว่าเป็นที่จับตาของหลายต่อหลายประเทศ ไม่ว่าในระดับภูมิภาคเอเชีย
หรือกระทั่งระดับโลกก็ว่าได้ นั่นก็คือเป็นการประชุมว่าด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ และสิทธิประโยชน์ของประเทศต่างๆ
ที่มีต่อพื้นที่เกาะปะการังและสันทรายนับจำนวนร้อยๆ ซึ่งงอกขึ้นมากระจัดกระจายอยู่เป็นกลุ่มๆ ในอาณาบริเวณทะเลจีนใต้
อันมีชื่อเรียกขานกันในหลายๆ ชื่อ คือถ้าหากเรียกตามสำเนียงจีน พื้นที่บริเวณนี้มักถูกเรียกรวมๆ กันว่า หมู่เกาะ หนานชา
และ ซิซา หรือถ้าหากเรียกตามภาษาเวียดนามต้องเรียกว่า หมู่เกาะ เตรืองชา และ ฮวงซา แต่ถ้าเรียกกันตามภาษาปะกิตแล้ว
ก็เป็นที่รู้จักกันในนาม หมู่เกาะ สแปรตลีย์ และ พาราเซล นั่นเอง...

-------------------------------------------------

อย่างไรก็ตาม...ไม่ว่าจะเรียกกันในชื่อไหน? ภาษาไหน? แต่พอจะเป็นที่ทราบๆ กันมา นับตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหา
ยังใส่กางเกงหูรูดแล้วว่า อาณาบริเวณพื้นที่เหล่านี้นี่แหละ...ที่มันทำให้เกิดความขัดแย้ง ข้อพิพาทระหว่างประเทศ
ที่มีน่านน้ำติดต่อกับทะเลจีนใต้ อย่างเช่น จีน เวียดนาม ใต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ตลอดไปจนถึงบรูไน
ซึ่งต่างก็พยายามอ้างสิทธิ์ในการครอบครองเกาะแก่งต่างๆ ไปจนถึงตลอดทั่วอาณาบริเวณของหมู่เกาะทั้งหมด
อันเป็นเหตุให้เกิดการตีกัน ยิงใส่กันมาแล้ว เช่น ระหว่างจีนกับเวียดนาม เมื่อเดือนมีนาคม ปี ค.ศ.1988
ชนิดเรือลาดตระเวณเวียดนามต้องจมดิ่งลงไปนอนเค้เก้อยู่ใต้ก้นทะเล 1 ลำ ไฟไหม้ไป 2 ลำ จำนวนทหารซึ่งล้มตาย บาดเจ็บ
และสูญหาย มีจำนวนเป็นร้อยๆ ส่วนฟิลิปปินส์ก็หวิดๆ ไปเหมือนกัน...ฯลฯ

---------------------------------------------------

เรื่องราวของหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซล จึงเป็นเรื่องที่มักถูกนำมาโจษขาน ในหมู่นักยุทธศาสตร์ทางการเมือง การทหาร
หรือแม้แต่นักเศรษฐกิจ ธุรกิจ มาโดยตลอด เนื่องจากว่ากันว่า...พื้นที่ในอาณาบริเวณรอบเกาะแก่งต่างๆ เหล่านี้ อุดมไปด้วย
ทรัพยากรธรรมชาตินานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันและก๊าซ ตลอดไปจนถึงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอย่าง กุ้ง หอย ปู ปลา อันเป็นที่
ปรารถนาของเรือประมงแต่ละชาติด้วยกันทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากชาติยักษ์ๆ ระดับมหาอำนาจ อย่างประเทศจีน เป็นต้น
ได้เข้าไปควบคุมพื้นที่ในเกาะแต่ละเกาะแบบเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ แถมดัดแปลงให้กลายเป็นสนามบินรองรับเครื่องบินลาดตระเวณ
จู่โจม ก่อสร้างอาคาร สถานี เอาไว้อำนวยความสะดวกให้กับเรือรบ เรือดำน้ำ แต่ละลำ พื้นที่ดังกล่าว...
ก็จะถูกแปรสภาพให้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการทหารไปโดยทันที...

-------------------------------------------------------

ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างแรงกดดันให้กับประเทศเล็กๆ ที่มีอาณาเขตซ้อนทับอยู่ในทะเลจีนใต้เท่านั้น
แต่ยังสามารถสร้างความสั่นสะเทือนต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งเคยประกาศตัวว่าเป็น ชาติแปซิฟิกแต่ไหนแต่ไรมา นั่นเอง
ปัญหาความขัดแย้ง ข้อพิพาทในการอ้างสิทธิ์เหนือแต่ละพื้นที่ ในหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซล จึงเป็นอะไรที่ยืดเยื้อ
คาราคาซัง หาข้อสรุปหาจุดจบกันไม่เจอมาโดยตลอด ต่างฝ่ายต่างก็นำเอาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา
ยังคงใส่กางเกงหูรูด มาอ้างกันไปอ้างกันมา ไม่ต่างไปจากประเทศไทยแลนด์แดนสยามของเรา ที่ยังหาจุดจบยังไม่เจอ
กับประเทศเขมร ไม่ว่าในเรื่องปราสาทพระวิหาร หรือเรื่องพื้นที่ซ้อนทับทางทะเลอยู่จนทุกวันนี้...

------------------------------------------------------

แต่การแย่งชิงอิฐ หิน ดิน ทราย หรือแย่งบ่อน้ำมัน บ่อก๊าซ ระหว่างประเทศเล็กๆ อย่างไทยกับเขมร เมื่อเทียบกับ
การแย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซลแล้ว...อาจดูจิ๊บๆ จ้อยๆ ไปโดยทันที
เพราะไม่เพียงแต่จำนวนประเทศที่เข้ามาพัวพันกับก้อนเค้กก้อนนี้ จะมีมากมายเยอะแยะ อีนุงตุงนังยิ่งกว่ากันหลายเท่า
การที่รัฐบาลจีนได้ตัดสินใจส่งกำลังทหาร บุกเข้าครอบครองพื้นที่เหล่านี้ (เกาะอิตู อะบา เกาะวู้ดดี้ แนวปะการังเฟอร์รี รีฟ
ชิกัวรีฟ มิสชิฟ รีฟ ฯลฯ) นับตั้งแต่ ปี ค.ศ.1947 เป็นต้นมา จนตราบเท่าทุกวันนี้ อีกทั้งยังได้ดัดแปลงพื้นที่ดังกล่าวให้กลายเป็น
แหล่งอำนวยความสะดวกทางทหาร อย่างไม่อินังขังขอบต่อเสียงคัดค้านของบรรดาประเทศต่างๆ ที่อ้างกรรมสิทธิ์
ในแต่ละพื้นที่ ย่อมมีส่วนทำให้การหาข้อยุติในเรื่องราวเหล่านี้ ยุ่งยากและซับซ้อนหนักขึ้นเรื่อยๆ...

-----------------------------------------------------

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เมื่อจีนได้ประกาศจุดยืนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศอย่างชัดเจนว่า นอกจากจีนจะถือว่าพื้นที่
ในอาณาบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซลเป็นของจีนทั้งหมด จีนจะยอมเปิดช่องทางในการเจรจาเพื่อให้เกิดข้อยุติ
หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือกับประเทศต่างๆ แบบเป็นรายตัว หรือในระดับ ทวิภาคี เท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ...
เพื่อไม่ให้ประเทศต่างๆ เกิดการรวมหัว สร้างแรงกดดันกับจีนอย่างเป็นระบบนั่นเอง ด้วยเหตุนี้บรรดาประเทศเล็กๆ
ไม่ว่าจะเป็น บรูไน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรือกระทั่งเวียดนาม จะไปกล้าหือกับจีนที่กำลังพุ่งแรงแซงโค้ง วิ่งไล่เบียด
มหาอำนาจอันดับหนึ่งอย่างอเมริกา...ย่อมแทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้ ต่างคนต่างก็จำต้องคว้าสากกะเบือขึ้นมาอมกัน
คนละด้ามสองด้าม และพยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองว่า จีนนั้นไม่ใช่เป็นประเทศที่จัดอยู่ในพวก ลัทธิขยายดินแดน
อันจะสร้างภัยคุกคามให้กับประเทศตัวเองไม่ว่าในปัจจุบันหรือในอนาคต...

----------------------------------------------------

แต่กระนั้นก็ตาม...สำหรับเวียดนามที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศซึ่งมีกองทัพใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชีย และเคยยิงกับจีนมาแล้ว
ไม่ว่าทั้งบนบกและในน้ำ อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งจะบินไปช็อปปิ้งเรือดำน้ำ และเครื่องบินรบรุ่นล่าสุดมาจากรัสเซียหมาดๆ
แม้นโดยตัวรัฐบาลจะยอมอมสากกะเบือแบบปริ่มๆ แต่ในนามของเอกชน อันได้แก่ สถาบันทางการทูตและ
สมาคมนักกฎหมายเวียดนาม ได้ตัดสินใจที่จะจัดการประชุมหารือกับตัวแทนเอกชนของประเทศต่างๆ (รวมทั้งของจีนด้วย)
ในระดับ พหุภาคี และแม้นว่าการประชุมครั้งนี้จะไม่ใช่เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวใหม่ๆ
มิติใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ จนว่ากันว่า...อาจเป็นเหตุที่ทำให้รัฐบาลจีนจำต้องส่งเรือตรวจการณ์ลำใหญ่ที่สุดของ
สำนักงานบริหารการประมง ออกเดินทางจากฐานทัพเรือบนเกาะไหหลำมาจอดทอดสมออยู่ที่เกาะพาราเซลในช่วงจังหวะ
ที่กำลังมีการประชุม...คำถามมีอยู่ว่า แล้วบรรดาความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะมีอะไรที่น่าสนใจ มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยแลนด์
แดนสยามของเรา...ซึ่งกำลังต้องปวดเศียร เวียนเกล้าอยู่กับผู้นำเขมรอย่าง ฮวยเซ็ง หรือไม่? ประการใด?
อันนี้...คงต้องขออนุญาติลากต่อในวันพรุ่งนี้...

-------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก เซอร์ วอลเตอร์ ราเลห์ นักสำรวจชาวอังกฤษ..."ใครก็ตามที่ครองทะเล จะครองการค้าขาย
ใครก็ตามที่ครองการค้าขาย จะครองความมั่งคั่งของโลก และจะครองโลกในที่สุด...".

--------------------------------------------------

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Wed Dec 30, 2009 8:39 pm

http://www.thaipost.net/news/291209/15660

จีนกับเวียดนาม-ไทยกับเขมร(2)

ท่านขุนน้อย

29 ธันวาคม 2552 - 00:00

ปีเตอร์ เจ. บราวน์ นักเขียนอิสระแห่งสำนักข่าว เอเชียไทมส์ ออนไลน์ นับเป็นผู้สื่อข่าวตะวันตกรายหนึ่ง
ที่ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นข้อพิพาทเหนือพื้นที่หมู่เกาะในทะเลจีนใต้พอสมควร และได้เกาะติดรายงาน
ความเคลื่อนไหวในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามคราวนี้ อย่างละเอียด ลุ่มลึกพอสมควร
ซึ่งเว็บไซต์ ผู้จัดการ ได้นำมาถ่ายทอดให้เป็นที่รับทราบไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา...

----------------------------------------------

โดยสรุปรวมความก็คงประมาณว่า...แม้นการประชุมดังกล่าวจะเป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ และไม่ได้เป็นการประชุม
ที่จัดขึ้นมาในนามรัฐบาล แต่การที่เวียดนามสามารถลากเอาชาติต่างๆ รวมทั้งจีนมาพูดคุยหารือในเรื่องราวเหล่านี้
ได้อย่างเป็นระบบ ในทัศนะของผู้เชี่ยวชาญบางราย อย่างเช่น ปีเตอร์ ดัตตัน รองศาสตราจารย์แห่งสถาบันนาวีจีนศึกษา...
ถือว่าเป็นความคืบหน้าพอสมควร ดังคำพูดที่ว่า "แม้นในอดีตที่ผ่านมา จีนยืนกรานว่าจะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีการ
แบบทวิภาคี ทว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความคืบหน้าอะไรให้เห็น เนื่องจากข้อพิพาทส่วนใหญ่นั้นจำเป็น
ต้องมีการผ่อนสั้น ผ่อนยาว จากบรรดาผู้อ้างกรรมสิทธิ์ซึ่งมีอยู่หลายฝ่าย ไม่ใช่เพียงสองฝ่าย" และ "แม้นว่าการประชุมคราวนี้
จะเป็นเพียงการหารือเบื้องต้น และไม่มีข้อผูกพันอะไร แต่นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีทีเดียว โดยเฉพาะจากการที่
พวกนักวิชาการของจีนก็เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย เพราะมันน่าที่จะสะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายจีนมีการยอมรับในบางระดับว่า
คงต้องใช้วิธีการแบบพหุภาคีในการแก้ไขข้อพิพาทเหล่านี้..."

---------------------------------------------------

แต่นั่นก็เป็นข้อสรุปของรองศาสตราจารย์ผู้นี้เพียงรายเดียวเท่านั้น...เพราะถ้าหากไปมองถึงทัศนะของผู้เชี่ยวชาญรายอื่นๆ
ปัญหาข้อพิพาทเหล่านี้นอกจากจะเป็นอะไรที่...ไม่น่าจะจบ หรือไม่น่าจะหาจุดลงตัวกันได้ง่ายๆ ยังเป็นปัญหาที่มีโอกาส
บานปลาย ไปถึงประเทศอื่นๆ หรือเป็นปัญหาที่ไม่ได้จำกัดวงอยู่แต่เฉพาะบรรดาประเทศที่มีข้อพิพาทอยู่กับจีน
ในพื้นที่บริเวณนี้ หรือในภูมิภาคนี้เท่านั้น โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญสัญชาติอเมริกันทั้งหลาย เช่น ริชาร์ด ฟิชเชอร์ นักวิจัยอาวุโส
จากศูนย์ประเมินผลยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ แห่งกรุงวอชิงตัน ที่ไม่ได้มองความพยายามของจีนในการครอบครองพื้นที่
เกาะปะการังและสันทราย กระจอกงอกง่อยเหล่านี้ ในแง่จุดมุ่งหมายทางเศรษฐกิจเพื่อหาทางขุดแก๊ส ขุดน้ำมัน
มาใช้ประโยชน์เท่านั้น แต่กลับหันไปเน้นหนักต่อ จุดมุ่งหมายทางการทหาร ของจีนซะเป็นหลัก...
โดยมองความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็น ลัทธิขยายดินแดน ในอีกรูปแบบหนึ่งไปเลยถึงขั้นนั้น...

-----------------------------------------------------

ดังคำพูดที่ว่า... "จีนต้องการทำให้มัน (อาณาเขตทางทะเลเหล่านี้) กลายเป็นเขตพื้นที่ซึ่งได้รับการคุ้มครองป้องกันอย่างเต็มที่
เพื่อใช้ในการปฏิบัติการของกองเรือ SSBNs (กองเรือดำน้ำติดขีปนาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีป) ไปจนกว่าจะได้ใต้หวันมาเป็น
ส่วนหนึ่งของจีน" และเมื่อไหร่ก็ตามที่..."จีนนำเอาขีปนาวุธนิวเคลียร์ราวครึ่งหนึ่งมาติดตั้งบน SSBNs นั่นย่อมหมายความว่า
จีนสามารถควบคุมบงการระบบต่างๆ ของทะเลจีนใต้ทั้งหมดเอาไว้ได้ในอนาคต" พูดง่ายๆ ก็คือว่าบรรดาเกาะแก่งปะการังต่างๆ
เหล่านี้ ไม่ได้มีความสำคัญกับจีน แต่เฉพาะในทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการทหารที่สำคัญเอามากๆ
เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้จีนเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก คล่องแคล่ว เป็นอิสระ ภายในอาณาบริเวณทะเลจีนใต้แล้ว ยังสามารถ
เชื่อมโยงไปถึงบทบาทของกองทัพเรือจีนในมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดียได้อีกด้วย...

---------------------------------------------------

เพราะอันที่จริงก็เป็นที่ทราบๆ กันมานานแล้วว่า...จีนนั้นคงไม่ได้คิดที่จะป้วนเปี้ยนอยู่แค่ในแถบทะเลจีนใต้เท่านั้น
นับตั้งแต่อดีตรัฐมนตรีคมนาคมของจีน นาย ปัน ฉี ได้ประกาศแนวคิดเรื่อง ทางเปิดสู่ตะวันตกเฉียงใต้ เอาไว้ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1985
ช่วงเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา จีนได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในการสร้างทางออกทางทะเลเอาไว้อีกทางหนึ่ง
ในแถบมหาสมุทรอินเดีย หรือนับตั้งแต่รัฐบาลเผด็จการพม่าต้องผวาเข้าซบจีนมาตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุจลาจล ปี ค.ศ.1988
เป็นต้นมานั่นเอง ข่าวคราวเรื่องฐานทัพเรือจีน ตลอดไปจนถึงสถานีเรดาร์ในอ่าวเบงกอล ที่สามารถตรวจการณ์ลึกไปถึงอินเดีย
และปากีสถาน ได้ทำให้ ชาติแปซิฟิกแต่ไหนแต่ไรมา อย่างสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงอินตระเดีย ต่างต้องเกิดอาการ
อกสั่นขวัญแขวนไปด้วยกันทั้งคู่...

--------------------------------------------------------

ความพยายามที่จะ ปิดล้อมจีน ด้วยกรรมวิธีต่างๆ มาโดยตลอด รวมไปถึงคำประกาศยืนยันว่า อเมริกา...กลับมาแล้ว
ของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนปัจจุบัน นาง ฮิลลารี คลินตัน ต่อบรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในช่วงการประชุมอาเซียนครั้งที่ผ่านมา...แน่นอนว่า ย่อมทำให้โอกาสที่ประเทศแต่ละประเทศซึ่งยังคงมีปัญหาความขัดแย้ง
ข้อพิพาทกับจีนในแต่ละเรื่องแต่ละกรณี โดยเฉพาะกรณี พื้นที่ทางยุทธศาสตร์ อย่างหมู่เกาะสแปรตลีย์ พาราเซล
จะสามารถบรรลุข้อตกลงกับจีน...ไม่ว่าจะในแง่ ทวิภาคี หรือ พหุภาคี ย่อมเป็นไปได้...ยากซ์ซ์...ยิ่งขึ้นเท่านั้น
และจากทัศนะของผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์สัญชาติอเมริกัน อย่างนาย ฟิชเชอร์ สามารถสะท้อนถึงความยุ่งยากเหล่านี้
ได้เป็นอย่างดี ดังที่สรุปเอาไว้ว่า "การที่สหรัฐยังคงวางตัวเป็นกลาง (ในกรณีข้อพิพาทเหล่านี้) ต่อไป
มีแต่จะเร่งวันเวลาที่จะทำให้จีนกลายเป็นผู้ต่อต้านประชาธิปไตยในภูมิภาคแถบนี้ โดยอาศัยขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ
และการทหารอันมหาศาล เพื่อบังคับให้ทั่วทั้งภูมิภาคเป็นไปตามความปรารถนาของตน..."

------------------------------------------------

ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าภาคเอกชนเวียดนามจะหยิบเอาปัญหาข้อพิพาทในเรื่องหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซลมาเจรจาหารือกับจีน
ด้วยความบริสุทธิ์ใจเพียงใดก็ตาม แต่ภายใต้ความพยายามที่จะหาทางบรรลุข้อตกลงเหล่านี้อย่างจริงๆ จังๆ หรืออย่างเป็นระบบ
รวมทั้งเป็นความพยายามภายใต้กรรมวิธีแบบ พหุภาคี อีกด้วย ย่อมมีโอกาสทำให้ประเทศเวียดนามและรัฐบาลเวียดนาม
อาจต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ การแข่งขันทางยุทธศาสตร์ ระหว่างมหาอำนาจในทะเลจีนใต้อย่างจีน กับมหาอำนาจ
แห่งแปซิฟิกอย่างสหรัฐอเมริกา อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และนั่นย่อมหมายถึง...ประเทศที่เวียดนามอุตส่าห์ทุ่มเท แลกเลือด
แลกเนื้อ สร้างผู้นำขึ้นมากับมือตั้งแต่แรก...อย่างเช่นประเทศเขมร ของ สมเด็จฮวยเซ็ง ผู้ซึ่งกำลังหันมาฟาดงวง ฟาดงา
อยู่กับประเทศไทยในขณะนี้ จำต้องหาทางปรับเนื้อ ปรับตัว หรือเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องไต่เส้นลวดไปตามเส้นทางระหว่างหุบเหว
ที่มีกระแสลมของจีนและเวียดนามโบกสะบัดอยู่รอบข้างอย่างช่วยไม่ได้...

---------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จอห์น เอฟ.เคนเนดี...
"การควบคุมทะเลหมายถึงความมั่นคง การควบคุมทะเลหมายถึงสันติภาพ
และการควบคุมทะเลยังหมายถึงชัยชนะ...ด้วยเหตุนี้สหรัฐจะต้องควบคุมทะเล เพื่อความมั่นคงของเรา...".

-------------------------------------------------
http://www.thaipost.net/news/301209/15708

จีนกับเวียดนาม-ไทยกับเขมร(จบ)

ท่านขุนน้อย

30 ธันวาคม 2552 - 00:00

ในขณะที่เวียดนามนั้น...ได้ชื่อว่าเป็นผู้ลงทุน ลงแรง สร้างผู้นำเขมรอย่างฮวยเซ็ง มากับมือ ตลอดไปจนถึง เฮง สัม ริน
และ เจีย ซิม ที่ ฮวยเซ็ง พยายามเอาอกเอาใจด้วยการสถาปนาให้เป็น นายพล 5 ดาว ร่วมกับตัวเองไปเมื่อเร็วๆ นี้
แต่จีนที่เคยทำ สงครามสั่งสอนเวียดนาม มาเมื่อไม่กี่ปี และเคยหนุนหลัง เขมรแดง ไปจนถึง เขมรเสรี อันเป็นคู่ขัดแย้ง
รายสำคัญของผู้นำเขมรรายนี้มาโดยตลอด...ก็กำลังกลายเป็นประเทศ ผู้ลงทุนอันดับหนึ่ง ของประเทศกัมพูชาในยุคปัจจุบัน...

--------------------------------------------

ท่ามกลางปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศกัมพูชาทั้งประเทศอย่างหนักหนาสาหัสอยู่ในขณะนี้...นอกจากเงินลงทุน
โดยตรงจากนักลงทุนจีนจะหลั่งไหลเข้าสู่ กัมพูชาไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วง ค.ศ.2007 เป็นต้นมา
จำนวนเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าของจีนต่อกัมพูชา มีแต่จะเพิ่มพูนยิ่งขึ้นทุกที จาก 600 ล้านดอลลาร์ในปี 2007 เพิ่มขึ้นอีก
260 ล้านดอลลาร์ ในปี 2008 และในช่วงปลายปี 2009 เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จะด้วยกรณีที่ ฮวยเซ็ง ตัดสินใจส่งผู้ลี้ภัย
ชาวอุยกูร์ ซึ่งได้รับการยอมรับสถานะโดยสหประชาชาติ กลับไปให้จีนตัดหัวหรือไม่? เพียงใด? ก็แล้วแต่รัฐบาลจีน
ก็ได้ตัดสินใจโปะเงินช่วยเหลือให้กับกัมพูชาอีกถึง 1,200 ล้านดอลลาร์ จนทำให้รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าวกัมพูชา
นาย เขียว กัญญฤทธิ์ (ซี้แหงของท่านขุนน้อย) ถึงกับอดครวญครางด้วยความซาบซึ้งออกมาไม่ได้ว่า
"ความช่วยเหลือจากจีนทำให้กัมพูชา...สามารถยืนอยู่บนเสรีภาพของตัวเอง...ได้ เช่นเดียวกับรัฐอธิปไตยอื่นๆ..."

------------------------------------------

ซึ่งอันที่จริงก็น่าเห็นใจประเทศกัมพูชาอยู่ไม่น้อย เพราะการหาทางดำรงรักษา เสรีภาพของตัวเองเช่นเดียวกับรัฐอธิปไตยอื่นๆ
ในขณะที่ผู้นำประเทศตัวเองเป็น นอมินี เวียดนามมาตั้งแต่แรก เพียงแค่ราษฎรชาวกัมพูชาและนักการเมืองฝ่ายค้าน
แห่ไปถอนหลักปักเขตเวียดนาม-กัมพูชาแค่ไม่กี่หลัก รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็ถูกรัฐบาลเวียดนามเปล่งสีหนาทเดโช
ตวาดห้ามไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีกโดยเด็ดขาด!!! และถึงแม้นว่าผู้นำกัมพูชาอย่าง สมเด็จ ฮวยเซ็ง จะเพียรพยายาม
ขจัดคู่แข่งของเวียดนาม นั่นก็คือประเทศไทย ออกไปจากการแข่งขันทางการค้าในระบบเศรษฐกิจกัมพูชา ด้วยการฟาดงวง
ฟาดงา ออกอาวุธกับผู้นำไทย ตลอดไปจนการปลุกระดมความเกลียดชังประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่โอกาสที่จะนำเอาพลังทางเศรษฐกิจของเวียดนาม มาทดแทนพลังเศรษฐกิจของไทย ที่ประเทศกัมพูชาและชาวกัมพูชา
ต้องสูญเสียไป...ดูๆ มันไม่อาจทดแทนกันได้ถนัดๆ ซักเท่าไหร่นัก...

---------------------------------------------

เอาง่ายๆ ว่า...แค่ดูจากรายได้บ่อนการพนันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น แม้นผู้นำกัมพูชาอย่าง ฮวยเซ็ง
จะออกมาสำรากคราวแล้วคราวเล่า ปานประดุจว่าคิดจะประกาศสงครามกับประเทศไทยในวันนี้ วันพรุ่งนี้ ไม่รู้ต่อกี่ครั้งกี่หน...
แต่บรรดานักการพนันชาวไทยก็ยังคงหลั่งไหลเข้าไปใช้บริการแทงสูง-แทงต่ำ ตาดีได้-ตาร้ายเสียอยู่ในบ่อนแต่ละบ่อน
อย่างกระเหี้ยนกระหือรือมากไปด้วยน้ำจิตน้ำใจตามประสาคนไทยแท้ ที่ต้องมีติดปลายนวมโดยไม่สนใจเรื่องใดๆ อยู่แล้ว
ต่างไปจากบ่อนการพนันบริเวณชายแดนเวียดนาม-กัมพูชา แบบคนละเรื่องคนละม้วน ทั้งๆ ที่ ฮวยเซ็ง อุตส่าห์เปิดช่อง
เปิดโอกาส เตะตัดขาประเทศไทยเพื่อให้เวียดนามได้มีโอกาสเข้ามาเบียดเข้ามาแทรกกันแทนที่...แต่จากข่าวคราวล่าสุด
ซึ่งผู้สื่อข่าว ผู้จัดการ ได้ไปประสบพบเห็นถึงในพื้นที่ พบว่าบ่อนคาสิโนเกือบ 30 แห่ง ที่ตั้งเรียงรายอยู่บริเวณชายแดน
เวียดนาม-กัมพูชา กลับมีสภาพไม่ต่างไปจากโรงแรมผีสิง สถานคาสิโนหรูหราที่สุด 4-5 แห่ง ภายใต้เครือข่าย
โรงแรมควีนคราวน์ จำต้องประกาศปิดกิจการลงไปตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากแทบไม่มีนักเสี่ยงโชค
ที่ข้ามเข้าไปใช้บริการเหมือนเคย...

-----------------------------------------------------

แม้นจะมีการประกาศความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุนระหว่างเวียดนามและกัมพูชา ทยอยออกมาเป็นระยะๆ
และถูกป่าวประกาศให้เป็นข่าวใหญ่ ข่าวโต ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ภายใต้สภาพที่ วิกฤติแหนมเนือง หรือ วิกฤติเฝอ ในเวียดนาม
ยังคงไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ตลอดไปจนภาวะเงินเฟ้อ ปัญหาค่าเงินดองที่ร่วงโรยแบบทะรูดทะราด อีกทั้งยังต้องเจอกับ
ผลกระทบเชื่อมโยงยาวไกลไปถึงประเทศในตะวันออกกลาง อย่างเช่นอาณาจักรดูไบ ซึ่งกำลังผงาบๆ เพราะ
วิกฤติอูฐแดดเดียว ไปหมาดๆ สิ่งเหล่านี้...ย่อมทำให้ประเทศที่มีรายได้ประชาชาติจัดอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานความยากจน
ตามเส้นแบ่งของสหประชาชาติอย่างกัมพูชา หนีไม่พ้นที่จะต้องหายใจ หายคอไม่ค่อยออก หรือต้องหันไปหายใจทางปาก
ตามเวียดนามไปด้วย...

-------------------------------------------------------

ภายใต้สภาพที่กัมพูชายังต้องผลุบๆ โผล่ๆ ลอยคออยู่ท่ามกลางทะเลเศรษฐกิจอันเชี่ยวกรากเช่นนี้...ย่อมเป็นเรื่องไม่แปลก
ที่ประเทศมหาอำนาจ ซึ่งได้ชื่อว่ารวยที่สุดในโลกอยู่ในทุกวันนี้ อย่างประเทศจีน จึงมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากขอนไม้อันมั่นคง
แข็งแรง ที่กัมพูชาต้องการที่จะโผเข้าหา หรือถึงกับทำให้รัฐมนตรีบางรายในรัฐบาลกัมพูชา ตั้งความหวังเอาไว้ว่า
"ความช่วยเหลือจากจีน จะทำให้กัมพูชาสามารถยืนอยู่บนเสรีภาพของตัวเองได้เช่นเดียวกับรัฐอธิปไตยอื่นๆ" คำถามก็มีอยู่ว่า...
ความพยายามโผเข้าหาจีนในลักษณะเช่นนี้ เป็นความต้องการของรัฐบาล หรือของผู้นำรัฐบาลอย่าง ฮวยเซ็ง ด้วยหรือไม่???
และที่สำคัญที่สุดก็คือประเทศเวียดนาม หรือรัฐบาลเวียดนาม ซึ่งเคยสามารถสั่งให้ ฮวยเซ็ง หันขวา-หันซ้ายมาได้โดยตลอด...
จะคิดเห็นเป็นประการใดกันต่อไป???

-----------------------------------------------------------

อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ในช่วงที่ผ่านมานั่นแหละว่า...โดยสถานะของเวียดนาม อันได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีกำลังพลในกองทัพ
มากมายใหญ่โตระดับเป็นอันดับ 2 ของเอเชียก็ว่าได้ แถมเคยดวลปืนแบบนัดต่อนัดกับจีนมาแล้ว ไม่ว่าทั้งบนบกและในน้ำ
อีกทั้งการที่รัฐบาลเวียดนามอุตส่าห์เดินทางไปช็อปปิ้งเรือดำน้ำ และเครื่องบินรบใหม่ล่าสุดมาจากรัสเซีย ก็คงไม่ได้คิด
จะเอามามุด มาดำผลุบๆ โผล่ๆ เพื่อดูเรือประมงของประเทศอาเซียนด้วยกันเองแน่ๆ เพราะการพัฒนาศักยภาพกองเรือรบ
ของเวียดนามไปในแนวนี้...หนีไม่พ้นจะต้อง เกี่ยวพันกับกรรมสิทธิ์ และสิทธิประโยชน์อันมากมายมหาศาลของอาณาบริเวณ
พื้นที่ทางทะเล อย่างหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซล ซึ่งภาคเอกชนเวียดนามเพิ่งริเริ่มหาลู่ทางที่จะทำให้ปัญหาเหล่านี้
เกิดข้อยุติ ด้วยกรรมวิธีแบบ พหุภาคี นั่นเอง...

--------------------------------------------------------------

ปัญหาความไม่ลงตัวระหว่างจีนกับเวียดนาม ตลอดไปจนถึงบรรดาประเทศอาเซียนอีกหลายๆ ประเทศ ในเรื่องกรรมสิทธิ์
พื้นที่ในหมู่เกาะทะเลจีนใต้ จะเกี่ยวพันไปถึงบทบาทของจีนที่กำลังเพิ่มขึ้นๆ ในกัมพูชา มากน้อยขนาดไหน???
เสรีภาพของกัมพูชาที่กำลังปรากฏขึ้นมาเช่นเดียวกับรัฐอธิปไตยอื่นๆ จะทำให้เวียดนามคิดอย่างไรกับ นอมินี ของตัวเอง
ทั้งในขณะนี้ และในอนาคตข้างหน้า??? และการออกอาวุธใส่ประเทศไทยอย่างไร้เหตุไร้ผลครั้งแล้วครั้งเล่าของผู้นำกัมพูชา...
นอกจากจะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ได้ทำให้ประเทศกัมพูชาและชาวกัมพูชามีอะไรดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ดีไม่ดี...
อาจทำให้กัมพูชาทั้งประเทศต้องร่วงลงไปในหุบเหวความขัดแย้ง ที่หนักหน่วงไปซะยิ่งกว่าความพยายามสร้างความขัดแย้ง
กับประเทศไทยไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า...

-------------------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จากจอมพลอากาศ เซอร์ จอห์น สเลเซอร์ แห่งกองทัพอากาศอังกฤษ...
"สงครามที่ไร้พันธมิตรนับว่าเลวพออยู่แล้ว...แต่กับการมีพันธมิตรที่เลวมันก็คือ...นรก...นั่นเอง...".

----------------------------------------------------------

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Dec 31, 2009 4:18 pm

http://www.komchadluek.net/detail/20091231/43289/%E0%B8%9C%E0%B8%9A.%E0%B8%97%E0%B8%A3.%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5.html


วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2552

ผบ.ทร.หวั่นน้อยหน้าเขมรครวญเรือดำน้ำไทยต้องมี


คมชัดลึก : ผบ.ทร.ครวญเรือดำน้ำจำเป็นต้องมีหวั่นชาติอ่อนแออำนาจเจรจาเพื่อนบ้าน"เผย“เวียดนามจ่อซื้อ 6 ลำจากรัสเซีย
ขณะที่รอบบ้านไทยมีเกือบทุกชาติ"ระบุ"ทร.ตั้งคกก.ศึกษาเรือดำน้ำมือสองเล็ง ซื้อหากรัฐบาลไม่หนุนงบ "เผย"เขมรเพิ่มงบ
ป้องกันประเทศ 20 เปอร์เซ็นต์ พ้ออาจได้เรือดำน้ำก่อนไทยขณะที่ทบ.เตรียมลงนามซื้อฮ.เอ็มไอ 17 รัสเซีย 3 ลำ
งบกว่า 2 พันล้าน ซื้อฮ.แบล็กฮอร์คสหรัฐ 3 ลำงบพันล้านพร้อมทยอยหุ้มเกราะยูเครนประจำการปี 53 (31ธ.ค.)
พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบการพัฒนากองทัพเรือในปี 2553 ว่า นโยบายกองทัพเรือปี 2553
มีการพัฒนากำลังพล โดยจะส่งข้าราชการไปเรียนตามสาขาวิชาการต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้และศึกษาเทคโนโลยีเพิ่มเติม
ทั้งด้านสนับสนุนการรบและพื้นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้จะมีการพัฒนากำลังรบ เช่น การต่อเรือ ขณะนี้มีการต่อเรือ 994 จำนวน 3 ลำ
ซึ่งจะต่อในปี 2553 ซึ่งจะต่อที่กรมอู่ทหารเรือ 1 ลำ และประมูลให้เอกชนมาต่ออีก 2 ลำ ต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ที่อู่เรือราชนาวี
เพื่อใช้ปฏิบัติการทะเลลึก ซึ่งซื้อแบบมาจากประเทศอังกฤษ และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย เมื่อถูกตัดงบประมาณเราก็ต้องนำ
ของเก่าที่มีอยู่ให้ใช้งานนานที่สุด ส่วนมากเป็นการซ่อมและปรับปรุงของเก่าให้ใช้งานได้ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า
ส่วนด้านยุทธวิธีจะมีการฝึกทั้งในประเทศและเหล่าทัพอื่น รวมถึงกับต่างประเทศด้วย เช่น การฝึกคอบร้าโกล์
การฝึกกองทัพเรือขนาดเล็กระหว่างไทยและจีน ซึ่งตนเสนอแนะการฝึกเน้นการช่วยเหลือมนุษยธรรม เพราะต้องปฏิบัติงานร่วมกัน
เมื่อเกิดภัยพิบัติกับประชาชน โดยภาพรวมกองทัพเรือจะพัฒนาทั้งบุคคล วัตถุและยุทธวิธี แม้ว่างบประมาณจะน้อยลง
แต่จะพยายามผันกำลังรบที่มีอยู่ เพื่อให้ใช้งานได้ในยามปกติและเตรียมพร้อมเมื่อเกิดวิกฤติ ต่อข้อถามถึงแนวความคิดการจัดซื้อ
เรือดำน้ำเสริมศักยภาพกำลังรบพล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เรือดำน้ำเราเคยมีมานานแล้ว สมัยก่อนมี 4 ลำ ต่อจากญี่ปุ่น
แต่เมื่อจบประจำการไปแล้ว เราไม่มีความสามารถซื้อเรือดำน้ำมาประจำการได้อีก สาเหตุที่ต้องมีเรือดำน้ำ
เพราะทางยุทธศาสตร์ที่ศึกษาอย่างเป็นระบบ เป็นกำลังรบที่มีความจำเป็นไม่ใช่มี เพราะอยากได้หรือน่าจะมี ควรจะมี
แต่ทางยุทธศาสตร์กองทัพเรือต้องมี เห็นได้จากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย
รวมถึงเวียดนามที่กำลังสั่งซื้อจากรัสเซีย จำนวน 6 ลำ “การใช้เรือดำน้ำใช้ได้หลายรูปแบบ กองทัพเรือยืนยันว่า
มีความจำเป็นที่ต้องใช้ แต่ขณะนี้งบประมาณยังไม่อำนวย แต่เราตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา และติดตามเทคโนโลยีว่า
ไปถึงระดับใดแล้ว หากเราจะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนให้มีบ้าง เราจะได้มีความพร้อมในความรู้พื้นฐาน
ไม่ได้เป็นการสะสมกำลังรบ แต่เป็นความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดสมดุลในภูมิภาค การมีกำลังทหาร
ที่สมดุลกับประเทศต่าง ๆ เป็นหลักสากล ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำให้การเจรจาต่างๆ มีผลดีขึ้น มีความแข็งแรง
ในการเจรจามากขึ้นกว่าประเทศที่อ่อนแอ หากเรามีความเข้มแข็ง ” ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กองทัพเรือจะเสนอเรื่องขอซื้อเรือดำน้ำอย่างจริงจังได้ภายในปีใด

พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า
ขึ้นอยู่กับงบประมาณของประเทศ เราต้องเข้าใจว่าเรือดำน้ำไม่ใช่ราคาถูก ซึ่งลำหนึ่งราคาประมาณ 20,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ กองทัพเรือเคยมีแนวความคิดหลายอย่าง เช่น เราจะซื้อเรือดำน้ำที่ใช้แล้วมาปรับปรุงใหม่ เพื่อเป็นการฝึกกำลังพลก่อน
เมื่อมีความพร้อมงบประมาณ จึงซื้อเรือใหม่ที่มีคุณภาพ แต่เราต้องมั่นใจว่าเรือที่ซื้อมามีความปลอดภัยกับกำลังพล
ซึ่งเรือดำน้ำมือสองราคาไม่น่าจะเกิน 10,000 ล้านบาท แต่อย่างดีก็กว่า 20,000 ล้านบาท

ถามว่า กองทัพเรือเล็งซื้อ เรือดำน้ำประเทศจีน รัสเซีย หรือประเทศใด

พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เรามองไว้หลายประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลไว้ หากได้งบประมาณเมื่อไหร่จะได้มีความพร้อม
ซึ่งจีน รัสเซีย เยอรมัน ก็มีเรือดำน้ำ แต่เราไม่เคยไปเจรจา เพราะต้องมั่นใจว่า เรามีเงินในกระเป๋า
เพราะหากไม่มีไปเจรจาเขาคงไม่อยากพูดด้วย ทั้งนี้ การสั่งซื้อเรือดำน้ำไม่ใช่สั่งวันนี้พรุ่งนี้ได้
แต่สั่งวันนี้อีก 3 ปีได้ และไม่ได้ซื้อแล้วขับได้เลย ต้องมีการฝึกกำลังพล และเรือดำน้ำไม่ใช่ว่าต้องมีลำเดียว
อย่างน้อยต้องมี 3-4 ลำ คือ ใช้งาน 1 ลำ อีกลำต้องประจำการเตรียมพร้อมตลอดเวลา และอีกลำเข้าอู่ไว้ซ่อมบำรุง
“ความจริงการมีกำลังรบเข้มแข็งทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งด้วย อย่างทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ถือว่าพื้นที่ประมาณ
3 ใน 5 ของพื้นที่ทางบก ซึ่งกองทัพเรือดูแลอยู่ ทรัพยากรที่เข้าออกประเทศไทยที่อยู่ในทะเลมีมูลค่าเป็นล้านๆ บาท
ไม่ว่าสินค้าเข้าออก 90 เปอร์เซ็นต์ ก็ขนส่งทางเรือ หรือการท่องเที่ยวต้องมีความปลอดภัยทางทะเล แม้แต่น้ำมัน
แก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย และการประมง มีมูลค่าหลายล้านล้านบาท หากดูรายได้มูลค่าล้านล้านบาทต่อปี คิดว่าเรือดำน้ำ
ในราคา 20,000 ล้านบาท ที่เราจะใช้ดูแลสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ถือว่าแพง หากเราเข้มแข็งทั้งด้านการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ
คิดว่าจะไปพูดกับใคร เขาก็เกรงใจ ” พล.ร.อ.กำธร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรือดำน้ำประจำการในกองทัพเรือจะเกิดขึ้นในยุคที่ท่านเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ หรือไม่

พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ไม่กล้ารับปากว่าจะเกิดในสมัยนี้แต่หากเป็นผู้บัญชาการทหารเรือทุกคนก็คงคิดเหมือนตน
เพราะจำเป็นต้องมี แต่จะมีมากน้อยเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับกำลังงบประมาณประเทศ หากรัฐบาลมีงบประมาณให้กองทัพเรือก็พร้อมจะมี
ต่อข้อถามถึงความร่วมมือกับเหล่าทัพในประเทศเพื่อนบ้าน พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่าเรามีการฝึกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านตลอดเวลา
ส่วนความร่วมมือทางทหารก็มีการเยี่ยมเยือนผู้นำเหล่าทัพในประเทศอาเซียนกัน ตลอด รวมถึงมีการลาดตระเวนร่วมกัน
ซึ่งเรารักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเราใช้มาตรการ คือ มีความเข้าใจ และเชื่อใจกัน ทำให้ลดระดับความขัดแย้ง
มีอะไรพูดจากันได้ง่าย บางครั้งทางทหารถ้าเราชนะใจเพื่อนบ้าน โดยไม่ต้องรบถือว่าเราทำสำเร็จมากที่สุด
แต่เราต้องฝึกและเราซื้ออาวุธ ไม่ใช่ว่าจะเอามาใช้ได้เลย เพราะหากเราไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์และไม่มีการฝึกล่วงหน้า
แม้จะได้รับอาวุธทันทีก็ทำการรบไม่ได้ เพราะต้องทำการฝึกก่อน อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า ไม่ใช่ว่าเราอยากมี
แต่เรามีเพราะต้องเอามาใช้ป้องกันประเทศ

เมื่อถามว่า สถานการณ์ความรุนแรงจากประเทศรอบบ้านจะกระทบต่อสถานการณ์ในไทยหรือไม่

พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา แต่คิดว่า สถานการณ์ระหว่างประเทศ ทางกระทรวงการต่างประเทศ
รับทราบมาตลอดและเป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงการต่างประเทศ หากมีอะไรให้ทหารช่วยเสริม เพื่อให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น
เราพร้อมทำตามนโยบายของรัฐบาล เพราะการไม่รบกันจะดีที่สุด ประชาชนจะได้ไม่เดือดร้อนและอยู่เป็นสุข

เมื่อถามว่า เกรงว่ากัมพูชาจะมีการสั่งซื้อเรือดำน้ำก่อนไทยหรือไม่

พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ก็ไม่แน่เขาอาจมีก่อนไทยก็ได้ เพราะกัมพูชาเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศ
กว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวคิดที่จะจัดซื้อเรือดำน้ำมา เสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพเรือครั้งนี้
ได้มีการจัดทำแผนมาตั้งแต่ยุคของ พล.ร.อ.ประเสริฐ บุญทรง อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ จนมากระทั่งยุคของ
พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งให้ฝ่ายเสธฯ ติดตามเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาไม่หยุดยั้ง
ของเรือดำน้ำ โดยเฉพาะเรือดำน้ำของประเทศรัสเซีย ทั้งนี้ที่ผ่านมาแม้ว่ากองทัพเรือจะมีการปลดประจำการเรือดำน้ำ
ไปแล้วก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยขาดงบประมาณ ในการจัดซื้อซึ่งขณะนี้ทำได้เพียงส่งกำลังพลไปฝึกฝนเรียน
ที่ประเทศสวีเดน ในหลักสูตรปฏิบัติการเรือดำน้ำ ผ่านทาง บริษัท ฮอกคู้ม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนความต้องการ
เรือดำน้ำของกองทัพเรือ ยังคงมีการดำเนินการวิเคราะห์ และติดตามเทคโนโลยีตลอด
โดยเฉพาะในยุคของ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ก็ยังคงมีความต้องการ แม้ว่าจะไม่ได้เรือดำน้ำรุ่นใหม่
ที่มีไฮเทคโนโลยีครบก็ตาม แต่ขอเป็นมือสองเพื่อมาแสดงศักยภาพของกองทัพเรือก็ยังดี โดยทางกองทัพเรือ
ได้มองเรือดำน้ำของประเทศรัสเซียไว้ โดยเฉพาะรุ่น “กิโลคาส” ที่มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศ ของประเทศไทย
มากที่สุดในยามนี้ พล.อ. ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีการจัดหายุทโธปกรณ์
ของกองทัพบกว่า ในปี 2553 คงไม่มีการจัดซื้ออะไรทั้งสิ้น มีเพียงแต่การซ่อมบำรุงของอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อให้
พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 เท่านั้น ส่วนรถหุ้มเกราะล้อยางที่มีการจัดซื้อ
จากประเทศยูเครน อยู่ระหว่างการรอลงนามกับประเทศยูเครน ส่วนงบประมาณได้รับการจัดสรรแล้ว
รวมถึงขณะนี้อยู่ระหว่างการประกอบอะไหล่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ว่าจะใช้ของประเทศใด
ซึ่งตามข้อตกลงเดิมเป็นของเยอรมัน และเกียร์จะใช้ของประเทศสหรัฐอเมริกา

ขณะนี้ทุกอย่างลงตัวหมดแล้วเหลือเพียงเครื่องยนต์เท่านั้นที่ยังไม่ได้ ตัดสินใจ ซึ่งคาดว่าในปี 2553 คงจะทยอยเข้ามา
ประจำการในกองทัพบก นอกจากนี้ กองทัพบกเตรียมรับมอบเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ แบบเอ็มไอ 17 ของประเทศรัสเซีย
จำนวน 3 ลำ และเครื่องบินแบล็กฮอว์คของสหรัฐอเมริกา จำนวน 3 ลำ ซึ่งกองทัพบก ใช้งบประมาณปี 2552 ในการจัดซื้อ
แต่จะดำเนินการลงนามสัญญาในปี 2553 นี้ และจะได้เข้าประจำการในปี 2553 เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดซื้อเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์เอ็มไอ จำนวน 3 ลำ วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท
และเครื่องบินแบล็กฮอว์ค จำนวน 3 ลำ วงเงินประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณของปี 2552
ก่อนหน้านี้กองทัพบกได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์หลายรายงาน ทั้งการจัดหาปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มม.
แบบ 50 ( TAVOR TAR-21) จากประเทศอิสราเอล ซึ่งการจัดซื้อเพื่อทดแทนอาวุธประจำกายแบบเดิมที่เริ่มชำรุด
โดยนำเข้าประจำการในหน่วยพร้อมรบของกองทัพบกในทุกกองทัพภาค นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดหา
ปืนใหญ่กระสุนใหญ่วิถีโค้ง (ปกค.ขนาด 155 มม. ) แบบ M 198 เพื่อซื้อมาทดแทนปืนใหญ่ที่จะเริ่มปลดประจำการ

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Dec 31, 2009 8:19 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262256768&grpid=00&catid=

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 17:53:07 น.
มติชนออนไลน์


"นอสตราดามุสเมืองไทย" พยากรณ์ดวงปี 53 ชี้การเมืองวุ่นวาย
ใต้ยุ่งเหยิง มีภัยสึนามิ เขื่อนแตก หิมะตก


"โสรัจจะ นวลอยู่" ทำนายดวงเมือง ชี้ปีหน้าการเมืองวุ่นวาย มีรัฐประหารอาจเกิดชุมนุมใหญ่กว่า 14 ตุลา
ระบุปัญหาชายแดนใต้หนักขึ้นเรื่อย ๆ หาทางออกไม่ได้ เตือนระวังพายุใหญ่ สึนามิ เขื่อนแตก
และหิมะตกครั้งประวัติศาสตร์


นายโสรัจจะ นวลอยู่ นักพยากรณ์ชื่อดังเจ้าของฉายา "นอสตราดามุสเมืองไทย"
ซึ่งเคยทำนายดวงเมือง ทั้งของประเทศไทยและโลกได้อย่างแม่นยำมาหลายต่อหลายครั้ง
อาทิเช่น เหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กันยายน 2544
,
การแพร่ระบาดของไข้หวัดนก, เหตุการณ์สึนามิ 26 ธันวาคม 2547, การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้น
ได้เขียนคำพยากรณ์ดวงเมืองประจำปี 2553 เผยแพร่ในหนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร 2553"
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชนซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจเป็นรายเดือน ดังต่อไปนี้

มกราคม

คนจำนวนมากต้องตายลงอย่างกะทันหันจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่จะแพร่ขยายพันธุ์ทางอากาศ

บ้านเมืองจะมีการปฏิรูปใหญ่ นักวิชาการจะมีบทบาทเข้ามาบริหารบ้านเมือง ปัญหาอันยุ่งยากซับซ้อนของบ้านเมือง
ต่อให้เทวดาหน้าไหนมาแก้ไขก็เห็นจะแก้ให้คืนดีได้ยาก เว้นแต่จะช่วยบรรเทาสถานการณ์ต่าง ๆ
ไปตามกาลเทศะเท่านั้น

การเมืองของไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจมีผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง จะเกิดการผ่าตัดปฏิรูป
หรือปฏิวัติตัวเองเป็นการใหญ่แบบพลิกแผ่นดินขึ้นในเมืองไทย เป็นระยะที่นายกรัฐมนตรีจักเป็นอันตราย
คนสำคัญจะล่วงลับไป


กรุงเทพฯจะถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ผู้คนล้มตาย สถานทูตและตึกรามบ้านช่องถูกทำลาย มีการตายหมู่
จากเครื่องบิน รถยนตร์ จะมีเครื่องบินภายในประเทศตก

จะสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศไปในระยะนี้ เป็นนิมิตร้าย ย่อมจะวุ่นวายไปทั่ว

สถานการณ์ทางใต้ของประเทศไทยเพิ่มความร้อนแรงและน่ากลัวขึ้น เกิดระเบิดพลีชีพหลายจุด มีคนตายนับร้อย

ศัตรูภายนอกจะแสดงบทบาทระราน ยั่วยวนโทสะมากขึ้นโดยอาศัยสถานการณ์อันยุ่งเหยิงภายในเป็นเหตุ

บุคคลในเครื่องแบบจะมีบทบาทคึกคักขึ้น

เพราะความเห็นแก่ตนของเหล่าอภิสิทธิ์ชนทั้งหลาย เป็นเหตุให้เหล่าปัญญาชนตระหนักถึงภัยอันใหญ่หลวง
ของประเทศชาติ ซึ่งถ้ายังขืนปล่อยให้สังคมดำเนินไปเช่นนี้ เหล่าคนยากจนหรือผู้ใช้แรงงานหาเช้ากินค่ำ
ซึ่งล้วนมีรายได้น้อยไม่สมดุลกับรายจ่ายก็จะลุกฮือขึ้นมาจับอาวุธต่อต้าน อาจละเมิดกฎหมาย เกิดจลาจล
ประทุษร้าย ก่อความไม่สงบ เกิดการปล้นฆ่าล้างผลาญ คนรวยมาเดินตามท้องถนนไม่ได้อาจถูกทำร้ายจนเสียชีวิต
ต้องหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้าน ประกาศกฎอัยการศึก มีผู้คนต้องล้มตาย เกิดเป็นสงครามกลางเมือง
แบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย แผ่นดินเดือด เลือดไหลริน ผู้นำต้องหนีลี้ภัยออกนอกประเทศเหตุการณ์ถึงจะสงบลงได้


เศรษฐกิจของประเทศเริ่มตกต่ำอีก คนงานถูกปลดออกจากงานเป็นจำนวนมาก ข้าวยากหมากแพง
หุ้นตกอย่างวินาศสันตะโร สถาบันทางการเงินและธนาคารล้ม

เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในประเทศไทยเกิดขึ้นทางภาคเหนือ มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมหาศาล
และจะมีอุบัติเหตุทางทะเลและทางเครื่องบินมากกว่าในระยะใด มีการตายหมู่เป็นร้อย


กุมภาพันธ์

ทางภาคใต้ถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ชาวต่างชาติเสียชีวิตมากมายจากผู้ก่อการร้าย

เกิดโรคระบาดร้ายแรงทั่วประเทศ คนนับพันล้มป่วยและล้มตาย

มีเรื่องกระทบกระทั่งกับเขมร ที่เป็นหอกข้างแคร่ที่แสนขมขื่น

มีนาคม

ทางใต้ถูกก่อวินาศกรรมสุดโหดเหี้ยม

ต้นเดือนมีอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาคของประเทศ เกิดรถไฟชนกันและตกราง คนตายนับร้อยและบาดเจ็บจำนวนมาก

อุบัติเหตุใหญ่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเดือน มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ และทางเรือ เกิดแผ่นดินไหวสุดหฤโหด
เท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ตึกระฟ้าในกรุงเทพฯพังทลายเป็นทิวแถว ฝังคนทั้งเป็นนับร้อยนับพันเหมือนมดปลวก


จะเกิดการผ่าตัดปฏิรูปหรือปฏิวัติตัวเองเป็นการใหญ่แบบพลิกแผ่นดินขึ้นในเมืองไทย
เป็นระยะที่นายกรัฐมนตรีจักเป็นอันตราย คนสำคัญจะล่วงลับไป


หุ้นจะตกรุนแรง ธนาคารอาจปิดตัวลง ประสบภาวะเงินฝืด กำลังซื้อลดลง บรรดาบริษัทห้างร้านเอกชนหรือ
โรงงานผลิตสินค้าจำหน่ายภายในประเทศจะประสบปัญหาทางการตลาด จำเป็นต้องลดจำนวนคนงานลง
อันเนื่องมาจากการลดผลผลิตโรงงานส่วนใหญ่จะต้องปิดตัวลง

ราวกลางเดือนมีไฟไหม้ใหญ่หลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่และชลบุรี

เกิดภัยพิบัติทางทะเลครั้งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ มีคลื่นยักษ์เป็นกำแพงสูงเสียดฟ้า
อันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวในหมู่เกาะสุมาตรา พัดเข้าถล่มหมู่เกาะและชายฝั่งด้านอันดามัน
กวาดผู้คนและทรัพย์สินบ้านเรือนที่ติดทะเลลงสู่ทะเลไปเกือบหมดสิ้น
ทำให้เกาะบางเกาะจมหายไปในทะเล


จะมีสัญญาณบางอย่างบ่งบอกว่าผู้ใหญ่ในแผ่นดินของเราจักเป็นอันตราย เกิดจลาจลเผาผลาญอาคาร
สถานที่ราชการและบ้านเรือนวอดวายไป ปลายเดือนบุคคลที่กุมอำนาจน่าจะตระหนักถึงอันตราย
ภายในและภายนอกที่ค่อนข้างรุนแรงมาก เราจะเริ่มขัดแย้งกับประเทศมหาอำนาจแดนไกล (สหรัฐฯ)

เพราะสืบเนื่องมาจากข้อตกลงทางเศรษฐกิจที่ตกลงกันไม่ประสบผลสำเร็จ

เมษายน

ปัญหาพม่าและเขมรจะนำความเดือดร้อนอย่างมาก เหตุการณ์น่าเป็นห่วง

เศรษฐกิจของประเทศเริ่มตกต่ำอีกถึงขั้นล้มละลายทางเศรษฐกิจ คนงานถูกปลดออกจากงานเป็นจำนวนมาก
ข้าวยากหมากแพง หุ้นตกอย่างวินาศสันตะโร

เกิดการปฏิวัติรัฐประหารครั้งใหญ่ เลือดนองไปทั่วแผ่นดิน

ในกรุงเทพฯจะถูกก่อวินาศกรรมเสียหาย มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ จะมีเครื่องบินภายในประเทศตก

ทางใต้ร้อนเป็นไฟ ถูกก่อวินาศกรรมอย่างรุนแรง

กลางเดือน บุคคลสำคัญระดับสูงจะเจ็บป่วยหนักและเสียชีวิต รัฐบาลจะเผชิญกับวิกฤตการณ์อย่างหนัก
เศรษฐกิจของบ้านเมืองตกต่ำอย่างสุดปัญญา


เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกาะสุมาตรา และมีผลกระทบถึงไทยอย่างรุนแรง

พฤษภาคม

บุคคลสำคัญของแผ่นดินจักเจ็บไข้ได้ป่วย และอาการจะรุนแรงอย่างคาดไม่ถึงด้วย อาจสูญเสียชีวิต

ทางภาคใต้เกิดจลาจลใหญ่มีการสูญเสียชีวิตผู้คนมากมาย องค์กรระหว่างประเทศต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง
และอาจต้องประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน


ไข้หวัดนกระบาดหนักขึ้นมาอีก ทำให้ผู้คนล้มตาย จะติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้

เศรษฐกิจของบ้านเมืองตกต่ำอย่างสุด ๆ ค่าเงินบาทถดถอย หุ้นจะตกอย่างรุนแรง ธนาคารใหญ่ประสบ
ภาวะเงินฝืดเคือง กำลังซื้อลดลง บริษัทห้างร้านหรือโรงงานผลิตสินค้าประสบปัญหาทางการตลาด เกิดปัญหาการส่งออก
จำเป็นต้องลดจำนวนคนงาน โรงงานทั้งเล็กและใหญ่ปิดตัวลงมากมาย ปัญหาคนว่างงานมีไปทั่ว

ปลายเดือนประเทศไทยถูกเหล่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ภาคใต้ทำการเผาโรงเรียนหลายแห่ง
ผู้นำประเทศถูกลอบทำร้าย


ส่วนด้านชายแดนจะมีการขัดแย้งกับเพื่อนบ้านเขมรและพม่ารุนแรง

มิถุนายน

ดารานักแสดงอาจประสบอุบัติเหตุหรือล่วงลับไปหลายคน

เลยกลางเดือนไปแล้วบุคคลสำคัญจะเดินทางออกนอกประเทศ หรือมิฉะนั้นก็อาจจะเจ็บป่วย

การเมืองไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจมีผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

มีการลอบวางระเบิดชนิดร้ายแรงกว่าที่เคยมีมาใน 3 จังหวัดภาคใต้

เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ คนล้มตายเป็นพัน

กรกฎาคม

เกิดวินาศกรรมทั่วทุกภาคของประเทศ จะเกิดอุบัติเหตุหมู่ ไฟป่าเผาผลาญเป็นจำนวนมาก
ไฟลุกโชติช่วงไปทุกหนแห่ง

ในวงการการเมือง บุคคลในเครื่องแบบจะมีปัญหาขัดแย้งกันรุนแรง
ผู้มัวเมาอำนาจจะแสดงอำนาจโดยไม่เป็นธรรม


ผู้ก่อการร้ายทางภาคใต้จะกำเริบเสิบสานเป็นการใหญ่ ปัญหาชายแดนทางใต้จะก่อให้เกิดการ
กระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรง ประเทศใกล้เคียงจะสนับสนุนให้มีการก่อการกำเริบมากขึ้น


กลางเดือนกรุงเทพฯ ตึกรามบ้านช่องที่อยู่อาศัยอาจถล่มทลายจากแผ่นดินทรุดตัวหลายแห่ง

ปลายเดือนพายุโซนร้อนผ่านตอนใต้ของประเทศอย่างรุนแรง ชาวใต้ต้องอพยพด่วน
ชายทะเลฝั่งตะวันออกถูกพายุกวาดลงทะเลไปเป็นจำนวนมาก หลายจังหวัดทางภาคใต้
โดนวาตภัยร้ายแรง ทางรถไฟสายใต้ขาด รถเดินไม่ได้ โทรศัพท์เสีย พายุไซโคลนลูกใหญ่
จะพุ่งเข้าไทยอย่างร้ายแรงกว่าครั้งใด ๆ ที่ผ่านมา โหมเข้าภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯด้วย


สิงหาคม

เขมรบุกสยามประเทศ ส่งกำลังทหารเข้าโจมตี ทหารไทยเสียชีวิตจำนวนมาก ถึงคราวแล้วที่ประเทศไทย
จะเข้าสู่สงครามที่เราไม่เคยมีมาเลยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นเวลาช้านานแล้ว เป็นการรบอย่างแท้จริง
ถ้าประเทศไทยยังเฉยเมยไม่ตระหนักต่อปัญหาที่รุมเร้าหนักข้อขึ้นทุกที เสมือนดูหมิ่นสยามประเทศ
มาโดยตลอด ดังนั้นปี 2553 จะเกิดการรบนองเลือดถึงขั้นเสียชีวิตผู้คนมากมาย ถึงจะได้คืนมาซึ่งแผ่นดิน
แต่ก็อาจจะต้องประกาศสงครามกับเพื่อนบ้าน


กลางเดือน ถูกเหล่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ภาคใต้ทำการเผาโรงเรียนหลายแห่ง ผู้นำประเทศถูกลอบทำร้าย

รัฐบาลประกาศขึ้นภาษีทุกประเภท เงินบาทลอยตัวสูงสุดในประวัติการณ์ ผู้คนเดือดร้อน ฆ่าตัวตายกันเป็นแถว

พายุโซนร้อนผ่านตอนใต้ของประเทศอย่างรุนแรง มีผู้คนเสียชีวิตมากมาย จนต้องมีการอพยพผู้คน
ไปอยู่ยังดินแดนแห่งใหม่ที่ปลอดภัย


เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในประเทศไทย เกิดขึ้นทางภาคเหนือ มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมหาศาล
และจะมีอุบัติภัยทางทะเลและทางเครื่องบินมากกว่าในระยะใด มีการตายหมู่เป็นร้อย


กันยายน

ทางใต้ขอแบ่งแยกเพื่อปกครองตนเอง

ดีเปรสชั่นผ่านตอนเหนือของประเทศอย่างรุนแรง น้ำป่าเริ่มไหลบ่าจากทางภาคเหนือและอีสาน
ลงมาทางใต้ต่อเลยมาถึงกรุงเทพฯ เขื่อนทั้งเล็กและใหญ่พังทลาย เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด
พืชพันธุ์ธัญญาหารเสียหายหนักยิ่งกว่าครั้งใด มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน กรุงเทพฯต้องจมอยู่ใต้บาดาลเป็นเวลายาวนาน


ภัยธรรมชาติยังคุกคามต่อไปอีกทั้งภาคเหนือ อีสาน และทางภาคใต้ โดยเฉพาะทางภาคใต้จะโดนอย่างหนัก
ถือได้ว่าเป็นวาตภัยครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง และผู้คนที่อาศัยอยู่ติดทะเล
จะถูกพายุร้ายหอบตกทะเลแทบไม่เหลือหลอแม้แต่รายเดียว เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่


ปัญหาของประเทศมีมาก ผู้เป็นใหญ่ บุคคลสำคัญจักล้มเจ็บอย่างกระทันหัน

ตุลาคม

เกิดปัญหาทางภาคใต้ ทำให้ทั่วโลกตกตะลึง เกิดการจลาจลนองเลือด

บุคคลในเครื่องแบบจะมีบาทบาททันที เกิดการจลาจล รัฐประหารครั้งใหญ่
เกิดการนองเลือด ผู้คนล้มตายเป็นเบือ


พฤศจิกายน

เป็นเดือนสุดโหดสุดวิปริตที่แท้จริงสำหรับคนไทยเพราะจะเกิดภัยธรรมชาติครั้งรุนแรง
แหล่งน้ำทั้งเล็กและใหญ่พังทลาย น้ำจะไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ

เกิดไต้ฝุ่นเข้าถล่มภาคใต้ ที่ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี (หนักกว่าพายุเกย์) คนตายนับพัน

หุ้นตกอย่างรุนแรง การเมืองของไทยเต็มไปด้วยความผันผวน เผชิญกับวิกฤตการณ์อย่างหนัก ข้าวยากหมากแพง

มีการประท้วงลุกลามกลายเป็นการชุมนุมใหญ่จาก บุคคลทุกสาขา เกิดการจลาจล มีการเผาผลาญทำลายสถานที่สำคัญ
รัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ต้องเสียเลือดเสียเนื้ออีกครั้ง
เหตุการณ์ครั้งนี้ดูจะรุนแรงกว่าเมื่อครั้ง 14 ตุลาคม 2516


วิกฤตทางภาคใต้ได้ลุกลามเข้ามาถึงกรุงเทพฯ มีผู้คนเสียชีวิต

ธันวาคม

"เขื่อนยักษ์แตก" น้ำทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน อำเภอ หลายจังหวัด พื้นที่ไร่นา สัตว์เลี้ยง สิ่งก่อสร้าง
ผู้คนที่อพยพหนีไม่ทัน ล้มตายมหาศาลอย่างอเนจอนาถ สร้างความเสียหายไปทั่วประเทศ น้ำอาจลงมาถึงกรุงเทพฯ
เราต้องขอความช่วยเหลือจากองค์การต่าง ๆ จากต่างประเทศโดยด่วน


เกิด "หิมะตกในกรุงเทพฯ" และปริมณฑล เป็นอาเพศที่ทำให้คนตกตะลึงไปทั่วโลก

มีการลอบวางเพลิง วางระเบิด การเมืองระส่ำระสายและภัยรอบข้างทำให้ดูเหมือนเกิดความคับขัน

ทางใต้วิกฤตสุด หาทางแก้ไขไม่ได้

เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างหนัก สงครามอาจยืดเยื้อต่อไปจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา

ปลายเดือนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิเข้าถล่มชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย กวาดผู้คนและทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้างลงสู่ทะเล
จนเกือบหมดสิ้นโดยที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น


อย่างไรก็ตาม นายโสรัจจะสรุปปิดท้ายว่า แม้คำทำนายดวงเมืองประจำปีนี้ของตนจะค่อนข้างร้ายแรง
แต่ขอเตือนทุกคนว่าอย่าหลงเชื่อจนงมงาย เพราะวิชาโหราศาสตร์เป็นเพียงทฤษฎีที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็น
หลักในการให้คำพยากรณ์ และการพยากรณ์ก็เป็นเพียงความคาดคะเน ซึ่งอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ ดังนั้น
ทุกคนจึงควรยึดมั่นในการทำความดีและละเว้นการทำชั่ว ซึ่งย่อมอำนวยผลดีให้เกิดขึ้นตามมาภายหลัง

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Thu Dec 31, 2009 9:05 pm

http://www.thairath.co.th/content/region/56127

เปิดบันทึกโศกนาฏกรรม เครื่องบินไทยตก



เปิดบันทึกโศกนาฎกรรม เครื่องบินไทยตก หลังจากอุบัติเหตุ เครื่องบินโดยสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส
เที่ยว บิน PG 266 ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ขณะกำลังร่อนลงสนามบินเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จนกัปตันเสียชีวิตคาที่ นักบินที่ 2 รวมท้ังลูกเรือ และผู้โดยสารบาดเจ็บหลายคน เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 4 สิงหาคม
2552 สำหรับเมืองไทยแล้ว ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย โดยนับตั้งแต่ประเทศไทยมีกิจการสายการบินพาณิชย์
อุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2494 เมื่อเครื่องบินดักลาส ดีซี 3 ของบริษัทแอร์สยาม ตกที่ฮ่องกง
อันเป็นผลจากการที่มีหมอกลงจัด และทำให้ลูกเรือ นักบิน และผู้โดยสาร 16 คน เสียชีวิต จากนั้น 58 ปีผ่านมา
เกิดอุบัติเหตุทางการบินจนอีกหลายครั้ง เฉพาะที่เกิดในเมืองไทยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา จากการรวบรวมข้อมูลของ
สื่อมวลชนต่างๆเกิดอุบัติเหตุใหญ่ๆ ทั้งสิ้น 6 ครั้ง 4 ครั้งแรกเกิดขึ้นในเวลาเพียง 5 ปี สายการบิน วันทูโก
ที่ประสบเหตุที่สนามบินภูเก็ตคือเที่ยวบินล่าสุด คร่าชีวิตลูกเรือ นักบิน และผู้โดยสาร รวม 90 ศพ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ
ในจำนวนนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงปลายปี 5 ครั้ง เป็นเดือนกันยายนถึง 3 ครั้ง และพื้นที่เกิดเหตุมากที่สุด คือ ภาคใต้
ไล่เลียงอันดับโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นที่ภาคใต้เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2528 เครื่องบินโบอิ้ง 737 บริษัทการบินไทย
ตกที่จังหวัดภูเก็ต ในเวลากลางคืน ขณะสภาพอากาศไม่ดี นักบินวิทยุแจ้งหอบังคับการบินว่า
เครื่องยนต์เกิดขัดข้องทั้งสองเครื่อง เครื่องบินกระแทกพื้นและเกิดเพลิงไหม้ขณะเตรียมร่อนลงจอด เครื่องตกที่
หมู่ 5 นิคมสร้างตนเองลำพี อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ห่างจากสนามบินภูเก็ตเพียง 7 ไมล์ทะเล ผู้โดยสาร 4 คน
และลูกเรือ 7 คน เสียชีวิตทั้งหมด ถัดมาอีก 2 ปี วันที่ 31 สิงหาคม 2530 เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของบริษัทการบินไทย
เที่ยวบินที่ 365 นำผู้โดยสารบินจากหาดใหญ่ไปยังจังหวัดภูเก็ต เกิดหมุนกลางอากาศ และควงสว่านตกทะเล
ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต ห่างจากสนามบินประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีใครรอด มีผู้เสียชีวิต 83 คน
เป็นผู้โดยสาร 74 คน ลูกเรือ 9 คน ผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ สรุปว่าอุบัติเหตุเกิดจาก มีเครื่องบินบริษัทการบินไทย
และดรากอน แอร์ไลน์ เดินทางมาถึงสนามบินในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่หอบังคับการบินจัดให้เครื่องทั้งสองลำ
มีระยะห่างไม่เพียงพอ โดยให้ นักบินบริษัทการบินไทยนำเครื่องหลบออกนอกเส้นทาง ให้เครื่องดรากอน แอร์ไลน์
ลงก่อนอย่างกระชั้นชิดเกินไป ทำให้เครื่องบริษัทการบินไทยเกิดอาการหัวปัก เครื่องสะบัดทางขวาอย่างแรง
นักบินพยายามแก้ไขโดยดึงหัวขึ้น แต่เครื่องตกทะเลก่อน ภายหลังเหตุการณ์รัฐบาลสั่งการให้ท่าอากาศยาน
ขนาดใหญ่ทั่วประเทศไทย ดำเนินการติดตั้งระบบเรดาร์อย่างเร่งด่วน





ต่อ มาวันที่ 21 พฤศจิกายน 2533 เครื่องบินดีเอชซี 8-102 ของบริษัทบางกอกแอร์แวร์ส ตกที่เกาะสมุย นักบิน ลูกเรือ
และผู้โดยสารรวม 38 ชีวิต ตายหมดทั้งลำ จากนั้นอีก 8 ปีต่อมา วันที่ 11 ธันวาคม 2541 เครื่องบินแอร์บัส เอ 310-300
เที่ยวบิน 261มีผู้โดยสาร 146 คน ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เวลา 11:40 ตามเวลามาตรฐาน
ตรงสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง เมื่อเครื่องบินเริ่มลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี
สภาพอากาศมีฝนตกหนักและทัศนวิสัยไม่ดี เนื่องจากพายุดีเปรสชัน "จิล" นักบินพยายามนำเครื่องลงจอดถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ
ในครั้งที่ 3 เครื่องยนต์เกิดสะดุด ทำให้เครื่องบินตกกระแทกพื้น เครื่องเสียหลัก หางเครื่องฟาดหอบังคับการบินบางส่วน
เครื่องเสียการทรงตัวพุ่งตกลงไปในป่ายาง ห่างออกไป 2 ไมล์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของท่าอากาศยาน มีผู้เสียชีวิต 101 คน
และได้รับบาดเจ็บ 45 คน ในจำนวนนี้มีนายเรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ หรือเจมส์ นักร้องนักแสดงชื่อดังและรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์
สาเหตุของการตก ครั้งนี้คาดว่าน่าจะมาจากการหลงสภาพการบินในการลงจอดเวลากลาง คืนในสภาพอากาศที่มีลมแรง
ภายหลังการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ การบินไทยได้ออกระเบียบห้ามการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ตลอดเที่ยวบิน ครั้งร้ายแรงที่สุด
วันที่ 16 กันยายน 2550 สายการบินวัน-ทู-โก แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 269 นำผู้โดยสารบินจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
ไปยัง จ.ภูเก็ต เมื่อมีผู้โดยสาร 123 คน เป็นชาวไทย 67 คน และชาวต่างชาติ 56 คน ขณะร่อนลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
ได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 90 ราย เป็นชาวต่างชาติ 55 ราย คนไทย 35 ราย รวมทั้งกัปตัน
และนักบิน และมีผู้บาดเจ็บ 41 ราย ชาวต่างชาติ 24 ราย คนไทย 17 ราย ลูกเรือรอดชีวิต 2 ราย จาก 5 ราย ผ่านมา 2 ปี
ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก แต่ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียว ทุกคนหวังว่า คงจะไม่เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก.

att

จำนวนข้อความ : 1075
Registration date : 08/10/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  blacksatan on Mon Feb 08, 2010 2:26 pm

หมอดูคู่หมอเดา ว่าไปเรื่อยเปื่อย

blacksatan

จำนวนข้อความ : 4
Registration date : 31/01/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

~+๐oO[ ล็อตเตอรี่ ]Oo๐+~

ตั้งหัวข้อ  facebook0008 on Sun Jun 02, 2013 9:56 pm

~+๐oO[ ล็อตเตอรี่ ]Oo๐+~
------------------------------
หาไม่เจอ ให้เซิดกูเกิลว่า
"ลอตเตอรี่ออนไลน์"

facebook0008

จำนวนข้อความ : 4
Registration date : 02/06/2013

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

~+๐oO[ ลอตเตอรี่ออนไลน์ ]Oo๐+~

ตั้งหัวข้อ  facebook0008 on Mon Jun 03, 2013 12:41 pm

~+๐oO[ ลอตเตอรี่ออนไลน์ ]Oo๐+~
หาไม่เจอ ให้เซิดกูเกิลว่า
"ลอตเตอรี่ออนไลน์"

facebook0008

จำนวนข้อความ : 4
Registration date : 02/06/2013

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  facebook0008 on Tue Jun 04, 2013 8:53 pm

เรื่องข่าวดีข่าวร้าย
ชายคนหนึ่งมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเเห่งหนึ่ง
หมอ:ผมมีข่าวดีกับข่าวร้ายคุณจะฟังข่าวไหนก่อน
ผู้ชาย:งั้นผมขอเอาข่าวร้ายก่อน
หมอ:คือ...คุณเป็นเกย์
ผู้ชาย:หา! (ท่าทางตกใจสุดขีด) แล้วข่าวดีล่ะครับ
หมอ:คือ... "หมอชอบคุณฮ้า"
ผู้ชาย : !!!!!!!!!!!!!!!

facebook0008

จำนวนข้อความ : 4
Registration date : 02/06/2013

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  facebook0008 on Wed Jun 05, 2013 4:17 pm

Aครับ: สวัสดีครับผมน้อยครับ
Bค่ะ: ไปปลูกผมสิค่ะ จะมาบอกทำไม

Aครับ: ไม่ใช่ครับ ผมอ่ะชื่อน้อย
Bค่ะ: อ๋อ.. ค่ะโทษที สวัสดีเช่นกัน ฉันแพมค่ะ

Aครับ: ทำไมไม่เก็บให้เรียบร้อยล่ะครับ แต่ถ้าเยอะจริงๆก็แว็กซ์แมร่งเลย

Bค่ะ: ไอ้..!!!

facebook0008

จำนวนข้อความ : 4
Registration date : 02/06/2013

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 8 จาก 8 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ