ทีมทหาร ไทย-เขมร

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jul 16, 2008 5:48 pm






ทีมทหาร ไทย-เขมร

พล * นิกร * กิมหงวน


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecrets เมื่อ Wed Jul 16, 2008 5:49 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jul 16, 2008 5:49 pm

สัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับเขมรได้ขาดสะบั้นจากกันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลเขมรได้ประกาศตัดสัมพันธ์ทางทูต และเรียกคณะทูตเขมรทั้งหมดที่ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ กลับเขมร ซึ่งรัฐบาลไทยก็จำเป็นต้องเรียกทูตของเรากลับเช่นเดียวกัน พรมแดนไทยเขมรถูกปิดตาย เรากับเขมรต่างหันหลังให้กัน เลิกมองหน้ากัน อย่างไรก็ตามประชาชาติทั้งสองก็หาได้เกลียดชังกันไม่ แต่เมื่อนโรดมสีหนุไม่ปรารถนาที่จะคบหาสมาคมกับไทยแล้ว ชาวเขมรและคนไทยก็ไม่สามารถจะติดต่อพบปะกันได้
เขมรชนะคดีที่ศาลโลกเอาดินแดนเขาพระวิหารคืนไป
เขมรส่งกำลังทหารบุกเข้ามาทางคลองใหญ่ในเขตจังหวัดตราด และส่งเรือรบล่วงล้ำเข้ามาในน่านน้ำของเรา จับกุมเรือประมงไทยไปหลายลำ คนไทยหลายคนที่อยู่ในเรือประมงเหล่านั้น ถูกจับไปขังคุกได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสโดยที่เขาไม่ได้ทำผิดคิดร้ายอะไรเลย บางคนก็ถูกทหารหรือตำรวจเขมรยิงทิ้ง ที่เจ็บป่วยก็ตายไปเพราะไม่ได้รับการรักษาพยาบาล
หลายต่อหลายครั้งที่เขมรยั่วยุโทสะเรา เพื่อต้องการให้กองทัพไทยบุกทะลวงเข้าไป นโรดมสีหนุจะได้แหกปากร้องบอกให้ชาวโลกรู้ว่าไทยข่มเหงรุกรานเขมร นโรดมสีหนุกำลังจะพาประเทศชาติไปสู่ภัยพิบัติ ด้วยการคบหาสมาคมกับคอมมิวนิสต์ ทำท่าเหมือนกับจะยอมเป็นทาสคอมมิวนิสต์
ในที่สุด รัฐบาลญี่ปุ่นก็ยื่นมือเข้าไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทระหว่างไทยกับเขมร ทั้งนี้เพราะญี่ปุ่นเห็นว่าไทยกับเขมรต่างเป็นเพื่อนบ้านที่เคยรักใคร่กันมาชานานแล้ว มีอาณาเขตติดต่อกัน เป็นชาวเอเซียด้วยกันควรที่จะเป็นมิตรต่อกันเหมือนเช่นเดิม การผิดพ้องหมองใจกันนั้นก็เป็นธรรมดาของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน ก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งไม่กินเส้นกัน หรืออยากเตะปากกันบ้าง
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งคณะกรรมการคณะหนึ่ง เดินทางไปกัมพูชาหรือเขมร ซึ่งไทยเรานั้นถนัดเรียกว่าเขมรมากกว่า มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลกเมื่อญี่ปุ่นเริ่มทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท ไทย-เขมร ชาวโลกต่างสดุดียกย่องญี่ปุ่นที่ได้ปฏิบัติภารกิจอันควรทำยิ่ง คือสร้างมิตรภาพและสันติสุข
ในที่สุดคณะกรรมการของญี่ปุ่นซึ่งมี ฯพณฯ โยกูซีวะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน ก็เดินทางจากพนมเป็ญมากรุงเทพฯ และรุดเข้าพบคณะรัฐบาลของเรา
ฝ่ายไทยชี้แจงให้ฟังว่า การตัดสัมพันธ์ทางการทูตนั้นเขมรเป็นฝ่ายทำก่อน โดยไม่มีเหตุผลอะไรเลย เมื่อเขมรไม่ต้องการเป็นมิตรกับไทย เราก็ต้องเลิกคบกับเขมรเป็นธรรมดาอยู่เอง ถ้าเขมรอยากจะคบกับไทยอีกเราก็ยินดีเป็นมิตรด้วย ทางเราไม่เคยถือเป็นข้ออาฆาตพยาบาท ใครเป็นมิตรกับเราเราก็เป็นมิตรกับเขา
คณะกรรมการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทระหว่าง ไทย-เขมร ได้บินกลับโตเกียวเพื่อรายงานให้รัฐบาลของเขาทราบ แล้วก็เบิกเงินค่าเบี้ยเลียงเดินทาง ค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่ารับรอง ค่าพาหนะหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จิปาถะเหมือนพวกเราไปต่างประเทศแล้วก็มาเบิกเงินจากรัฐบาล
ฯพณฯ โยกูซีวะ ได้ติดต่อกับรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเขมร เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพบปะกันนัดประชุมกัน ประสานรอยร้าวให้กลับคืนดีเหมือนเช่นเดิม นโรดมสีหนุได้โทรเลขแจ้งไปว่าทางกัมพูชาพร้อมเสมอที่จะพบกับผู้แทนไทย แต่ขอให้ประชุมกันที่กรุงเทพ ฯ เพราะที่พนมเป็ญไม่มีห้องประชุมที่เหมาะสมและไม่มีเงินงบประมาณเลี้ยงดูคณะกรรมการไกล่เกลี่ย ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการประชุม
ทางญี่ปุ่นติดต่อกับรัฐบาลไทยขอให้ไทยรับเป็นเจ้าภาพ รัฐบาลจึงตอบตกลงและได้นัดวันเวลาไปเรียบร้อย
นโรดมสีหนุ ส่งออกญาเดโชสุริยัน อธิบดีกรมการโสเภณีและกะเทยแห่งกัมพูชา เป็นผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มในการเจรจาครั้งนี้ มีนายตำรวจใหญ่และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ติดตามมาด้วยหลายคน ซึ่งรัฐบาลไทยก็ได้ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ จัดห้องพิเศษให้พักที่โรงแรม
เอราวัณ” ทำให้ออกญาเดโชและคณะแปลกใจอย่างที่สุด เท่าที่รัฐบาลไทยได้แสดงไมตรีจิตอย่างสูงต่อพวกเขา ถึงเช่นนั้น ส่วน ฯพณฯ โยกูซีวะกับคณะกรรมการก็พักอยู่โรงแรม เอราวัณ” เช่นเดียวกัน ธงญี่ปุ่นและธงเขมรถูกชักขึ้นที่หน้าโรงแรมนั้น เป็นการยกย่องให้เกียรติแก่ผู้มาพัก ตำรวจได้ให้ความอารักขาออกญาเดโชกับคณะอย่างแข็งแรง เพราะแว่วข่าวว่าพวกจิ๊กโก๋จะตอนรับท่านออกญาเดโชด้วยระเบิดขวด แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลได้ประกาศทางวิทยุกระจายเสียง และทางโทรทัศน์ ขอร้องให้พี่น้องชาวไทยงดเว้นกระทำการใด ๆ ที่จะเสื่อมเสียเกียรติของชาติไทยและคนไทยทั้งชาติ
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jul 16, 2008 5:50 pm

การประชุมที่ “ศาลาสันติธรรม” ได้เริ่มต้นในตอน ๑๐.๐๐ น. ของวันศุกร์ ที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๘
ฝ่ายเขมร ๙ คนรวมทั้งท่านออกญาเดโชนั่งรวมกลุ่มกันอยู่บนเก้าอี้ทางด้านซ้ายของห้องประชุม ตอนกลางคือคณะกรรมการชาวญี่ปุ่น ๖ คน ทางขวาเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยมี พล อ. วิชิต ชัยสมรภูมิ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนหนึ่ง และ พล ร.ต. ชอุ่ม เชวงศักดิ์ ผู้แทนของกองทัพเรือคนหนึ่ง นอกจากนี้ก็มีนายพลดิเรกกับคณะพรรคของเขา พร้อมด้วยเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญสรรพาวุธแห่งกองทัพไทย ซึ่งจะต้องถกเถียงกับผู้แทนเขมร ตามที่เขมรกล่าวหาว่ากองทัพไทยใช้จรวดที่คล้ายคลึงกับแบบ เรดสโตน” ติดระเบิดแรงสูงยิงค่ายทหารเขมรในป่าสองครั้งแล้ว จากฐานยิงจรวดในจังหวัดจันทบุรี นอกจากนี้เขมรยังหาว่ากองเรือตรวจอ่าวของไทยเรา ได้ใช้ปืนยิงชายฝั่งเขมรหลายต่อหลายครั้ง เพราะข้อหาเหล่านี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดจึงบัญชาให้นายพลดิเรกกับคณะ และ พล ร.ต. ชอุ่มมาร่วมประชุมด้วย ซึ่งเป็นการบังเอิญอย่างที่สุด ท่านนายพลเรือผู้นี้เป็นเพื่อนรักเกลอเก่ากับพลและนิกรเสียด้วย รู้จักคุ้นเคยกับเสียหงวนและนายพลดิเรก มีความเคารพรักเจ้าคุณปัจจนึก ฯ มานานแล้ว
นอกจากผู้แทนทั้งสองชาติ และคณะกรรมการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทแล้ว ก็มีผู้สังเกตการซึ่งเป็นชาวต่างชาติอีกหลายคน มีทั้งอเมริกัน อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ฯพณฯ โยกูซีวะ อดีตพลตรีแห่งกองทัพบกญี่ปุ่นที่เคยนำทหารเข้ายึดครองประเทศไทย ได้นั่งอยู่หน้าโต๊ะในที่สูงตำแหน่งประธานในที่ประชุมนี้ ท่านได้กล่าวเปิดประชุมเป็นภาษาไทย อย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่มีเสียงซี๊ด ๆ ปนอยู่บ้าง ถึงกระนั้นก็นับว่าท่านนายพลแห่งกองทัพญี่ปุ่นพูดภาษาไทยได้ดี เพราะก่อนสงครามอาเซียบูรพาท่านเคยเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ฯ หลายปี ตั้งร้านขายถ้วยชามและสินค้าญี่ปุ่น แม้กระทั่งยายินตันและยากันยุง แล้วก็ใช้เวลาว่างทำแผนที่ถนนหนทางต่าง ๆ ในกรุงเทพ ฯ ตลอดจนจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่าง ๆ
“ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีอย่างยิ่งเท่าที่ข้าพเจ้าได้รับเกียรติให้มาเปิดโรงงานทอผ้าของญี่ปุ่นที่ถนนเพชรเกษมนี้” พูดจบท่านโยกูซีวะก็สะดุ้งเฮือก “โอ๊ะ – ขอโทษทีครับผมหยิบโน้ตผิดไป”
ผู้แทนไทยและผู้แทนเขมรต่างหัวเราะคิกคักไปตามกัน ท่านประทานรีบเปิดแฟ้มเอกสารของท่าน เลือกหาโน้ตที่เขียนไว้สำหรับเปิดการประชุมกรณีพิพาทระหว่างไทยกับเขมร เสี่ยหงวนสบตากับออกญาเดโช ซึ่งเป็นชายร่างใหญ่ผิวคล้ำอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา อาเสี่ยก็ชักยัวะขึ้นมาทันที
“มองอะไรวะ” อาเสียถามเสียงค่อนข้างดัง
ออกญาเดโช ฯ แสยะยิ้ม
“มองไม่ได้หรือ”
อาเสี่ยเค้นหัวเราะ
“ออกไปข้างนอกซี”
กรรมการคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ระหว่างกลาง ได้กล่าวกับเสี่ยหงวนทันที
“กัมพูชากับไทยกำลังจะเป็นมิตรกันนะครับ หนักนิดเบาหน่อยอย่าให้มีเรื่องอะไรกันเลยครับ”
อาเสี่ยยิ้มให้กรรมการชาวญี่ปุ่นเจ้าของร่างที่ค่อนข้างสั้นและเตี้ย สวมแว่นตาสายตาสั้นตัดผมเกรียน เขาชื่นชมมากที่กรรมการคนนี้พูดไทยได้ดี
“คุณช่วยบอกให้ออกญาเดโช โกนหนวดทิ้งเสียทีได้ไหมครับ ไว้หนวดแหยมยังงี้กวนโทโสผมยังไงชอบกล”
พล อ. วิชิตหันมามองดูเสี่ยหงวน
“นั่งเฉย ๆ คุณกิมหงวน อย่าทำอะไรให้เสียเกียรติผู้แทนชาติไทย”
ภายในห้องประชุมเงียบกริบ ท่านประทานคือท่านโยกูซีวะก้มลงมองดูโน้ตที่ท่านเขียนไว้ แล้วพูดไมโครโฟนเบา ๆ เสียงของท่านกระจายไปทั่วห้อง
“ท่านผู้แทนชาติไทยและกัมพูชาที่เคารพ คณะรัฐบาลญี่ปุ่นรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งที่ไทยกับกัมพูชายอมให้เราเป็นผู้ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทระหว่างชาติทั้งสอง ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุม ณ บัดนี้ และให้ท่านผู้แทนกัมพูชาแถลงก่อน”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jul 16, 2008 5:50 pm

ออกญาเดโชผุดลุกขึ้นยืนทันที เขาแต่งกายแบบขุนนางเขมร นุ่งผ้าม่วงสีน้ำเงินโจงกระเบน สวมเสื้อราชปะแตนคอตั้งกระดุม ๕ เม็ด ประดับเหรียญตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงของเขมร และมีสายสะพายสีแดง ส่วนลูกน้องของเขาแต่งเครื่องแบบทหารและตำรวจ
“ข้าพเจ้าออกญาเดโชผู้แทนของรัฐบาลเขมร ตั้งใจจะกล่าวในที่ประชุมเป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาษาของนายเก่าของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าเห็นว่ารัฐบาลไทยให้การตอนรับพวกเราอย่างอบอุ่นใจ และท่านประธานก็ยังให้เกียรติแก่ประเทศไทย กล่าวเปิดประชุมเป็นภาษาไทย ข้าพเจ้าและคณะของข้าพเจ้าก็จะพูดภาษาไทยเช่นเดียวกัน”
คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ตลอดจนคณะกรรมการ พล อ. วิชิต และ พล ร.ต. ชอุ่ม ต่างตบมือให้เกียรติออกญาเดโชเสียงกราวดังไปทั่วห้อง แต่แล้ว พ.อ.นิกรก็พูดไมโครโฟนขึ้นทันที
“ท่านประธานที่เคารพ ข้าพเจ้าขออนุญาตพูดกับหัวหน้าผู้แทนกัมพูชาสักนิดเถอะครับ”
“ได้ครับ” ท่านยูโกซีวะพูดยิ้ม ๆ
นิกรมองหน้าออกญาเดโชแล้วยิ้มให้
“เจ้าคุณครับ เจ้าคุณน่ะเคยถูกพระร่วงขุนรามคำแหงสาปให้เป็นหินอยู่ที่เมืองสุโขทัยเมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๕๐ ใช่ไหมครับ”
“คนละคนครับ นั่นทวดของปู่ทวดของทวดของทวดของปู่ทวดผมอีกที ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่กัมพูชานิยมใช้ราชทินนามว่าออกญาเดโชครับ”
“ขอบคุณครับที่กรุณาให้ความกระจ่างแก่ผมในเรื่องนี้ แล้วออกญาอื่น ๆ มีไหมครับ เช่น ออกญากาแร็ต ออกญามหานิล หรือออกญาถ่ายอะไรเหล่านี้”
“มีครับ แต่ว่าชื่อเพราะกว่าที่คุณว่า”
พ.อ.นิกรหัวเราะหึ ๆ ออกญาเดโชกล่าวกับที่ประชุมด้วยเสียงกังวาน เขาพูดได้ดีราวกับว่าเขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง
“การที่กัมพูชาถอนทูตตัดสัมพันธไมตรีกับไทยนั้น ก็เนื่องจากเราได้ทราบว่าไทยมีนโยบายเป็นศัตรูกับเรา”
เสี่ยหงวนยกกำปั้นทุบโต๊ะปัง
“ไม่จริงโว้ย โกหก ไทยไม่เคยคิดร้ายต่อประเทศเพื่อนบ้าน ไทยดีที่สุดต่อมิตร และร้ายที่สุดต่อศัตรู”
ออกญาเดโชฟ้องประธานทันที
“ท่านประธานได้ยินไหมครับ ผู้แทนไทยพูดวาจาหยาบคายกับผม”
ประธานยิ้มให้เสี่ยหงวน
“กรุณาพูดให้สุภาพหน่อย”
เสี่ยหงวนก้มศีรษะคำนับท่านประธาน
“อาริกาโต้”
ท่านโยกูซีวะทำหน้าชอบกล
“ลำบากนักก็อย่าพยายามพูดญี่ปุ่นเลยครับ พูดไทยกับผมดีกว่า”
ออกญาเดโชแถลงต่อที่ประชุมต่อไป
“ข้าพเจ้าไม่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องการถอนทูต เพราะเราต่างฝ่ายต่างก็ถอนทูตจากกันแล้ว เมื่อไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูต ก็เหมือนกับว่าเราเลิกคบกันต่างคนต่างอยู่ แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น ทหารไทยบุกเข้าไปในดินแดนกัมพูชาบ่อย ๆ บางทีเรือรบไทยก็แล่นเข้าไปในน่านน้ำของเรา”
ท่านรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวขึ้นทันที
“ความจริงนั้นตรงกันข้ามกับที่ท่านพูด เรามีเหตุผลและหลักฐานเพียงพอ ที่จะยืนยันว่าทหารกัมพูชานั่นแหละ ได้ล่วงล้ำเข้ามาในดินแดนของเราก่อน จึงเกิดการปะทะกันขึ้น ซึ่งฝ่ายเราก็เพียงแต่ขับไล่ออกไป”
นายตำรวจเขมรคนหนึ่งกล่าวขึ้นดัง ๆ
“นั่นเป็นโจรเขมรที่แต่งเครื่องแบบคล้ายทหารรัฐบาล กัมพูชาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ สำหรับทหารกัมพูชาแล้วไม่เคยบุกรุกเข้ามาในดินแดนไทยเลย พวกท่านนั่นแหละพยายามรุกรานเราเสมอ เมื่อเร็ว ๆ นี้เรือรบไทยประจำกองเรือตรวจอ่าวลำหนึ่ง ได้ระดมยิงหมู่บ้านชายทะเลของเราเสียหายมาก ถูกราษฎรบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน”
พล ร.ต. ชอุ่มแถลงโต้ตอบทันที
“กองทัพเรือของเราขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เรือรบของเราจะระดมยิงชายฝั่งกัมพูชา ดังที่ท่านว่า”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jul 16, 2008 5:51 pm

ออกญาเดโชพูดโพล่งขึ้น
“แต่เรือรบไทยยิงเราแน่ มิหนำซ้ำนังมีเครื่องบินประจัญบานของกองทัพอากาศไทยร่วมโจมตีอีก”
เสี่ยหงวนจ้องมองดูหัวหน้าผู้แทนเขมรราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ใส่ความกันอย่างนี้ต่อยกันดีกว่า”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ จุปากดุกิมหงวน
“อย่าบ้าน่าอ้ายหงวน ที่นี่ห้องประชุมโว้ยไม่ใช่บาร์หรือไนท์คลับจะได้มีการชกต่อยกัน”
ฝ่ายเขมรปรักปรำกล่าวหาไทยอีกมากมาย แต่ทางฝ่ายไทยก็ปฏิเสธในเรื่องใช้กำลังรุกรานไม่ว่าทางบก ทางเรือ หรือทางอากาศ เรายอมรับว่าตำรวจและทหารไทยได้ยิงต่อสู้ขับไล่ทหารเขมรที่บุกเข้ามาตามเส้นพรมแดนเท่านั้น
เกือบหนึ่งชั่วโมงที่ไทยกับเขมรโต้เถียงกันอย่างหน้าดำหน้าแดง เมื่อเขมรกล่าวหาว่าไทยใช้อาวุธจรวดแบบที่คล้ายคลึงกับจรวด
เรดสโตน” ของสหรัฐอเมริกา ระดมยิงค่ายทหารเขมรในป่าจากฐานจรวดในจังหวัดจันทบุรี พล ท. ศาสตราจารย์ดิเรกหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญสรรพาวุธ และนักวิทยาศาสตร์ของกองทัพไทย ก็ชี้แจงให้ผู้แทนเขมรทราบว่า กองทัพไทยไม่เคยมีจรวดแบบนี้ใช้ ฐานที่ตั้งยิงจรวดของเราก็ไม่ได้สร้างที่จันทบุรีหรือที่หนึ่งที่ใด เรามีแต่อาวุธปล่อยหรือจรวดนำวิถีที่ประจำเรือรบ ประจำเครื่องบิน หรือใช้ยิงจากรถบรรทุกจรวดเท่านั้น และเป็นจรวดขนาดเล็กไม่ใช่จรวดขนาดยักษ์แบบ ยี.เอ.เอ็ม ๘๗ เอ. สกายโบลท์ ที่มีความยาวถึง ๓๘ ฟุตและยิงจากรถได้ไกลถึง ๑,๐๐๐ ไมล์ทะเล อาวุธต่าง ๆ ที่เราได้รับความช่วยเหลือจากอเมริกานั้นเป็นอาวุธป้องกันตัว ไม่ใช่อาวุธรุกราน
บรรยากาศในที่ประชุมค่อยแจ่มใสขึ้นเมื่อนายพลดิเรกแถลงว่า
“พวกท่านคิดบ้างไหมว่า ที่ค่ายทหารกัมพูชาถูกยิงด้วยจรวดขีปนาวุธติดจรวดแรงสูง แล้วก็ที่ชายฝั่งทะเลของท่านถูกปืนเรือระดมยิงนั้น จะเป็นการกระทำของคอมมิวนิสต์ แล้วแกล้งใส่ร้ายว่าเป็นการกระทำของไทย เพื่อให้พวกท่านเคียดแค้นเกลียดชังเรา ไทยจะลอบยิงเขมรด้วยจรวด หรือใช้ปืนเรือระดมยิงชายฝั่งเขมรเพื่ออะไรกัน”
พ.อ. นิกร พูดเสริมขึ้น
“พวกท่านเป็นชาวพุทธ พวกเราก็พุทธศาสนาเช่นเดียวกัน ท่านย่อมทราบดีว่าชาวพุทธย่อมไม่นิยมการเบียดเบียนข่มเหงรังแกกัน เมื่อไม่คบกันก็ต่างคนต่างอยู่ ไทยไม่ปรารถนาที่จะรุกรานใคร แต่ถ้าใครบุกเรา เราสู้ตาย”
ท่านประธานกรรมการคือ ฯพณฯ โยกูซีวะเริ่มต้นไกล่เกลี่ยให้ไทยและเขมรปรองดองกัน มีความรักสามัคคีกันเหมือนแต่ก่อน โดยอ้างถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนสองชาติซึ่งมีมาหลายศตวรรษแล้ว จนแทบจะกล่าวได้ว่าเขมรกับไทยนั้นเปรียบเหมือนกับพี่น้องกัน เมื่อประธานกล่าวจบ ผู้แทนไทยและเขมรก็ตบมือขึ้นพร้อมกันเสียงลั่นห้อง
ออกญาเดโชกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มผิดปกติ
“พวกเราชาวเขมรขอปรองดองเป็นน้องพี่กับไทยต่อไปครับ”
พล อ. วิชิต กล่าวขึ้นทันที
“ขอบคุณครับท่านออกญา พวกเราคนไทยก็จะเป็นมิตรที่ดีของชาวเขมรต่อไป เมื่อเราปรองดองกันได้เช่นนี้ เราก็ต้องหาทางให้ประชาชนทั้งสองชาติลืมเรื่องระหองระแหงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเสียด้วย สำหรับคนไทยเราพูดกันได้เพราะคนไทยเชื่อถือรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสมอ ว่าแต่ประชาชนชาวเขมรเถอะ”
“ครับ เป็นเรื่องที่ผมหนักใจเหมือนกัน” ท่านออกญาพูดยิ้ม ๆ “เจ้าฟ้าสีหนุท่านพยายามสั่งสอนให้ชาวเขมรเกลียดชังคนไทยจนเข้าไส้ การที่จะให้มีความรักใคร่กันเหมือนแต่ก่อน มันก็เป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย แต่รัฐบาลกัมพูชาก็คงจะแก้ไขได้ อย่างน้อยที่สุดส่งนักกีฬามาแข่งขันในเร็ววันนี้ เพื่อเชื่อมความสามัคคีระหว่างไทยกับเขมร”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เห็นพ้องด้วย
“เป็นความคิดที่ดีมากครับเจ้าคุณเดโช กีฬาช่วยสร้างความสามัคคีได้ดีกว่าอย่างอื่น”
ท่านประธานกับคณะกรรมการมีท่าทางสบายใจไปตามกัน เท่าที่การไกล่เกลี่ยสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยใช้เวลาประชุมกันเพียงครั้งแรก หรือวันแรกเท่านั้น ฯพณฯ โยกูซีวะกล่าวกับที่ประชุมว่า
“ถ้าเช่นนั้นคณะกรรมการ จะได้ติดต่อกับรัฐบาลทั้งสองชาติ เพื่อให้จัดการแข่งขันกีฬาขึ้นที่กรุงเทพ ฯ นี้ แต่ว่าเราควรจะแข่งอะไรกันดีล่ะครับ”
เสี่ยหงวนรีบพูดกรอกไมโครโฟนเบื้องหน้าเขา ก่อนที่คนอื่นจะออกความเห็น
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jul 16, 2008 5:51 pm

“ขอให้เป็นกีฬาที่ตื่นเต้นเร้าใจหน่อยนะครับ ผมว่ายกพวกตีกันข้างละ ๕๐ คนหรือ ๑๐๐ คนเป็นดีที่สุด ตีกันกลางสนามฟุตบอลถือดิ้วคนละอัน พอผู้ตัดสินเป่านกหวีดปรี๊ดนักกีฬาไทยและเขมรก็วิ่งเข้าปะทะกัน ตีกบาลกันอุตลุด ใครตายหรือบาดเจ็บสาหัสก็หามออกไป อย่างนี้ถึงใจพระเดชพระคุณคนดูแน่ เก็บค่าดูอย่างต่ำสัก ๕๐ บาทก็ไม่มีใครรังเกียจ”
ท่านประธานคัดค้านทันที
“ไม่ได้ครับ อย่างนี้เป็นกีฬาโรมันสมัยก่อน เรากำลังประสานความสามัคคีต่อกัน ต้องเล่นกีฬาแบบศิวิลัยเช่นกีฬาประเภทลู่หรือลาน หรือรักบี้และฟุตบอล”
ออกญาเดโชกล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“สำหรับกีฬาประเภทลู่และลาน ต้องใช้เวลาฝึกซ้อมนานหน่อยครับ เพื่อดูสถิติของนักกีฬาให้ดีพอที่จะเอาชนะได้ ผมคิดว่าหากเราจัดการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีระหว่างไทยกับเขมรแล้วเป็นดีแน่ครับ”
ศาสตราจารย์ดิเรกดีดมือแป๊ะ
“ออไร๋ ผมขอสนับสนุนแนวความคิดของท่านออกญากาแร็ตครับ”
หัวหน้าผู้แทนเขมรสะดุ้งเฮือก
“ผมชื่อออกญาเดโชครับท่านศาสตราจารย์ กรุณาเรียกชื่อผมให้ถูกหน่อย
นิกรกระซิบกระซาบกับศาสตราจารย์ดิเรกเบา ๆ
“ออกญาเดโชลูกชายออกยาแดงไงล่ะ พ่อมันเคยเป็นพ่อค้าปลากรอบอยู่ที่เมืองพะตะบอง”
พล อ. วิชิต ท่านนายพลอาวุโสยิ้มให้ออกญาเดโช และกล่าวกับหัวหน้าผู้แทนเขมรอย่างสุภาพ
“ผมยินดีมากครับ ที่ไทยกับเขมรจะได้เป็นมิตรที่ดีต่อกันสืบไป เท่าที่เจ้าคุณเสนอต่อที่ประชุมให้มีการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคี ระหว่างทีมไทยกับทีมเขมรนั้นเราจะให้ทีมชาติของเราแข่งขันกันใช่ไหม”
“มิได้ครับท่านนายพล ผมคิดว่าทีมทหารไทย และทีมทหารเขมรแข่งขันกันดีกว่า เพราะทีมทหารเขมรได้ฝึกซ้อมกันอยู่เสมอ และเล่นได้ดีกว่าทีมชาติของเรา ซึ่งขณะนี้ทีมชาติของเราก็กำลังเดินทางไปแข่งขันที่กรุงจากาต้า”
“ทีมทหาร” นายพลวิชิตทวนคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “เจ้าคุณหมายถึงทีมรวมบกเรืออากาศใช่ไหมครับ”
“ครับ หมายถึงนักฟุตบอลชั้นดีของสมาทัพรวมกันเป็นทีม เรียกว่าทีมทหาร หรือจะเรียกว่าทีมรวมทหารก็สุดแล้วแต่ ท่านจะพอจัดทีมรวมทหารไทยสู้กับทีมทหารเขมรได้ไหมครับ”
พล อ. วิชิตรับคำทันที
“ตกลงครับ ไม่มีปัญหาอะไร ทีมทหารไทยกับทีมทหารกัมพูชา จะต้องได้ลงสนามแข่งขันฟุตบอลกัน เพื่อเชื่อมความสามัคคีในครั้งนี้แน่นอน เราจะกำหนดให้แข่งขันเมื่อไหร่ล่ะครับเจ้าคุณชะโด”
“ว้า” หัวหน้าผู้แทนเขมรร้องลั่น “นั่นมันปลานี่ครับท่านนายพล พวกท่านไหงชอบเปลี่ยนชื่อผมเสียจริง ๆ ผมชื่อออกญาหรือพระยาเดโชสุริยัน”
ท่านรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกลั้นหัวเราะแทบแย่
“ขอโทษครับเจ้าคุณ”
ออกญาเดโชยิ้มเจื่อน ๆ
“แล้วผมจะโทรเลขมาติดต่อกับท่านนะครับ เพื่อเรียนให้ทราบถึงกำหนดวันแข่งขันที่แน่นอน ซึ่งอย่างไรก็คงไม่เกินสองสัปดาห์ข้างหน้า”
“ครับ รัฐบาลไทยจะให้การรับรองนักฟุตบอลเขมรอย่างดีที่สุด”
“ขอบคุณมากครับท่านนายพล นักฟุตบอลของเราได้ไปแข่งขันในยุโรปมาหลายประเทศแล้ว ตลอดจนประเทศในเครือคอมมิวนิสต์ คราวนี้แหละครับคนไทยจะได้เห็นความสามารถในการเล่นฟุตบอลของทีมทหารเขมร”
เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น
“แต่ว่า ท่านออกญาโปรดให้นักฟุตบอลของท่านทำกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อนนะครับ”
ออกญาเดโชนัยน์ตาเหลือก
“คุณมั่นใจว่าการแข่งขันฟุตบอลคราวนี้ ผู้เล่นจะต้องมีการเสียชีวิตในสนามหรือครับท่านพันเอก”
อาเสี่ยยิ้มด้วยมุมปากข้างขวา
“ก็คงจะมีบ้างครับ ผมกะว่าทีมทหารเขมรอาจจะถูกเตะม้ามแตก หัวใจแตก หรือคอขาด ราวห้าหกคนเป็นอย่างน้อย การเล่นฟุตบอลมันก็ต้องมีพลาดพลั้งบ้าง”
“ถ้าอย่างงั้นผมก็อยากจะอวดสักหน่อยว่านักฟุตบอลทีมรวมทหารเขมร เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด เคยเตะนักฟุตบอลต่างชาติตายคาสนามมาหลายคนแล้ว ซึ่งเป็นการพลาดพลั้งไม่มีเจตนา”
พ.อ. นิกรพูดเสริมขึ้น
“แต่นักฟุตบอลของเราเตะกันตายทุกวันแหละครับ แม้แต่ซ้อมกันก็มีตายบ่อย ๆ คนไทยที่ชอบดูกีฬาฟุตบอลเห็นเป็นของธรรมดาครับถ้านักฟุตบอลตายในการแข่งขัน ตรงกันข้ามการแข่งขันจะหมดรสถ้าหากว่าทั้งสองทีมไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jul 16, 2008 5:52 pm

ออกญาเดโชฝืนหัวเราะ
“เอาละครับ ตายเป็นตาย กีฬาแบบนี้พลาดพลั้งมันก็ตายเหมือนกัน แต่ว่าเราจะเล่นแรงในเกมเท่านั้น”
เสี่ยหงวนพูดโพล่งขึ้น
“ในเกมหรือนอกเกมได้ทั้งนั้น หรือเจ้าคุณกับผมจะขึ้นชกกันในรายการพิเศษที่สนามราชดำเนินหรือลุมพินีก็ได้”
“อ้าว” ออกญาเดโชอุทาน “ก็ไหนว่าเราคืนดีกันแล้ว”
“ใช่ครับ เราชกปากกันบนเวทีไม่ได้หมายความว่าเราโกรธกัน การชกมวยเป็นกีฬานี่ครับเจ้าคุณเอาไหมล่ะ เจ้าคุณกับผมวัยเดียวกัน ถึงเจ้าคุณใหญ่กว่าผมนิดหน่อย ผมก็ไม่รังเกียจเรื่องน้ำหนัก ฟาดปากกันแบบมวยไทย”
“ไม่ไหวครับ เรื่องมวยผมไม่มีความรู้ ผมเป็นนักเท็นนิส”
ฯพณฯ โยกูซีวะถือโอกาสกล่าวกับที่ประชุมว่า
“บัดนี้สัมพันธไมตรีระหว่างไทย-เขมร ที่ขาดจากกันไปหลายปี ก็กลับมาคืนดีกันแล้ว คณะกรรมการขอแสดงความยินดีด้วยครับ แต่รู้สึกเสียใจที่เราประชุมกันเป็นภาษาไทย ชาวต่างประเทศที่มาฟังการประชุม ในฐานะนักสังเกตการณ์ก็เลยไม่รู้เรื่องนั่งสัปหงกไปตามกัน ผมขอปิดการประชุมเพียงเท่านี้ครับ และขอขอบคุณทั้งฝ่ายกัมพูชา และฝ่ายไทยที่ไม่ได้มีการปะทะกันในห้องประชุมนี้ สวัสดีครับ”
ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนให้เกียรติท่านประทาน ต่อจากนั้น ฯพณฯ โยกูซีวะก็ลงมาจากแท่น ตรงเข้ามาสัมผัสมือกับผู้แทนไทยและกัมพูชาโดยทั่วหน้ากัน ตอนนี้เองผู้แทนไทยและเขมรได้ลุกขึ้นเดินเข้ามาหากันและสัมผัสมือกัน
“ท่านพันเอกคงไม่ใคร่ชอบหน้าผมเท่าใดนัก” ออกญาเดโชกล่าวกับกิมหงวนอย่างยิ้มแย้ม
ครับ ตอนแรกผมเกลียดเจ้าคุณอย่างเข้าไส้ แต่เดี๋ยวนี้หายเกลียดแล้ว”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ถือโอกาสพูดกลบเกลื่อน
“ผมคิดว่าเขมรกับไทย ควรจะลืมความระหองระแหงที่เกิดขึ้นเสียให้หมด และเราเริ่มต้นมาเป็นมิตรกันใหม่ ผมหวังว่าการแข็งขันฟุตบอลทีมทหารไทย-เขมร ครั้งนี้จะช่วยให้มิตรภาพของชาติทั้งสองเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว”
พ.อ. นิกรพูดเสริมขึ้น
“ม่ายก็รบกันเลย”
ออกญาเดโชกับคณะของเขา และคณะกรรมการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทต่างย่อย ๆ กันออกไปจากห้องประชุมทีละคนสองคน ในที่สุดก็เหลือแต่ผู้แทนฝ่ายไทยเท่านั้น ยืนรวมกลุ่มสนทนากัน ส่วนพวกฝรั่งตาน้ำข้าวที่มาสังเกตการณ์หายหัวไปหมดแล้ว
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jul 16, 2008 5:52 pm

พล อ. วิชิต กล่าวถาม พล. ร.ต. ชอุ่มว่า
“ทาง ทร. มีนักฟุตบอลชั้นเยี่ยมอยู่กี่คนครับ”
“เห็นจะหายากหน่อยครับท่านรอง” นายพลเรือตอบนอบน้อม “ทาง ทร.มีแต่นักรักบี้ครับ”
ท่านนายพลอาวุโสเปลี่ยนสายตามาที่ พ.อ. พล พัชราภรณ์
“ได้ข่าวว่าพวกลูกชายของคุณเป็นนักฟุตบอลชั้นดีไม่ใช่หรือ ทูตทหารไทยที่วอชิงตันเขามาราชการแวะไปเยี่ยมผมที่บ้าน เล่าให้ฟังว่า พนัส นพ สมนึก และดำรงเป็นนักฟุตบอลชั้นดาราของมหาวิทยาลัย

พลหัวเราะเบา ๆ
“ก็คงไม่เก่งจนเกินไปนักหรอกครับ อเมริกันเขาไม่ใคร่นิยมเล่นฟุตบอลและไม่สนับสนุนนักฟุตบอล เขาชอบเบสบอลและอเมริกันฟุตบอลครับ ลูกหลานผมมันเล่นขนาดพอใช้ได้ก็เลยเป็นดาราไป”
“งั้นเรอะ เขายังฝึกซ้อมออกกำลังกันอยู่เสมอหรือ”
“ครับ เด็กหนุ่มนี่ครับท่านรอง เปิดโรงยิมที่บ้านซ้อมมวยและออกกำลังกันทุกวันแหละครับ เช้า ๆ ก็ออกวิ่ง แต่ฟุตบอลดูเหมือนไม่ได้ซ้อมครับ”
ท่านนายพลอาวุโสเปลี่ยนสายตามาที่ พล ร.ต. ชอุ่ม
“ผมจะให้พันเอกกิมหงวนเป็นคนวิ่งเต้นจัดทีมทหารไทยไว้รับมือกับทีมทหารเขมร ดีไหมครับคุณชอุ่ม”
“ดีครับท่านรอง คุณกิมหงวนเงินหนาหน่อยถึงแม้จะต้องลงทุนไปบ้าง ก็คงจะไม่ขัดข้องอะไร”
เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น
“ผมให้งบประมาณล้านบาท ล้านจริง ๆ ไม่ใช่เอาธนบัตรพันรอบหัวล้านแล้วบอกว่าล้าน”
“ปู้โธ่” เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เอ็ดตะโร “เดี๋ยวฉันก็เตะแกต่อหน้าท่านรองเท่านั้นเอง อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ยังทะลึ่งอีก”
อาเสียอดหัวเราะไม่ได้ แล้วพูดกับท่านนายพลอาวุโสต่อไป
“ผมจะออกค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมเองครับ ซื้อกางเกงเสื้อทีมจ่ายให้นักฟุตบอลด้วย พร้อมทั้งรองเท้าถุงเท้าแองเกิล มีดพก สนับมือ เหล็กขูดช้าฟซื้อให้พร้อม”
“เดี๋ยว ๆ ๆ มีดพกสนับมือหรืออาวุธต่าง ๆ น่ะไม่ต้องซื้อ เราเล่นฟุตบอลกันไม่ใช่ฆ่ากัน”
“ยังงั้นอาวุธไม่ต้องซื้อนะครับ ถ้าท่านรองมอบอำนาจให้ผมกับเพื่อน ๆ คัดเลือกตัวนักฟุตบอลและทำหน้าที่ควบคุมทำการฝึกซ้อม เราจะจัดการให้เรียบร้อยทุกอย่างครับ ทีมทหารไทยต้องชนะแหง ๆ แต่เห็นจะต้องเอาตัวจากทีม ทอ. เกือบทั้งหมด เอาทหารบกบ้าง”
นิกรยิ้มให้ พล ร.ต. ชอุ่ม
“ทร. ไม่มีนักฟุตบอลชั้นดาราบ้างเลยหรืออุ่ม”
“อือ ไม่มีจริง ๆ ถ้ามีก็ล้วนแต่รุ่นเก่าอายุมากแล้ว เลือกเอาจากทหารบกและทหารอากาศเถอะเพื่อน แล้วก็เลือกดูความสามารถอย่าเห็นแก่หน้า”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พูดโพล่งขึ้น
“แต่ต้องเอาเจ้าสี่คนลงเล่นด้วยนะโว้ย”
นายพลดิเรกหัวเราะหึ ๆ
“คุณพ่ออยากจะให้หลาน ๆ มีชื่อเสียงหรือครับ ผมก็เห็นด้วยเหมือนกัน แต่เราจะต้องให้พนัส นพ สมนึกและดำรงซ้อมดูก่อน ถ้าเล่นไม่ดีถึงขั้นดารา เราก็ไม่เอาลงเล่น การแข่งขันครั้งนี้เกี่ยวกับชื่อเสียงของประเทศชาติด้วย เราจะเห็นแก่ลูกหลานไม่ได้ และทีมทหารไทยยอมตายเสียดีกว่าที่จะแพ้เขมร”
ท่านรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดยิ้มให้คณะพรรคสี่สหายโดยทั่วหน้ากัน
“เอาละครับ เป็นอันว่าเรื่องการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีระหว่างทีมทหารไทย และทหารเขมรผมมอบให้คุณกิมหงวนเป็นหัวหน้าจัดทีมและฝึกซ้อม เจ้าคุณกับอาจารย์ดิเรกและคุณพลคุณนิกรเป็นผู้ช่วย การคัดเลือกตัวนักฟุตบอลจะเป็นทหารบกหรือทหารอากาศคนใดจะได้รับความสะดวกทุกอย่าง ซึ่งทีมของเราจะต้องฟิตกันเต็มที่ ขนาดกักตัวกันเลย”
กิมหงวนยิ้มแป้น
“ตกลงครับ ผมจะพยายามคัดเลือกตัวนักฟุตบอลชั้นดาราสัก ๓๐ คนจัดเป็นทีม เอ. และ ทีมบี. ไว้ฝึกซ้อมกันและผมจะเอาไปกักตัวไว้ที่โรงแรม สี่สหาย” ส่วนสนามฝึกซ้อมก็จะใช้สนามโรงเรียนนายร้อย จปร. เชิญทีมชั้นดีมาช่วยซ้อมให้ทีมทหารของเราด้วยเช่นทีมสโมสรตำรวจ ทีมธนาคารรวม”
พล อ. วิชิตเห็นพ้องด้วย
“ดีแล้วครับ สุดแล้วแต่คุณกับพรรคพวกของคุณเถอะ ขอให้คุณช่วยดูแลในเรื่องอาหาร และสุขภาพของนักฟุตบอลให้มาก”
พ.อ. นิกรพูดเสริมขึ้น
“ผมรับหน้าที่นี้เองครับท่านรอง เรื่องอาหารต้องกินกันเต็มที่ละครับคือถึงเนื้อนมไข่ อย่างน้อยไข่ลวกคนละ ๕๐ ฟองต่อวัน”
ท่านรองสะดุ้งโหยง
“ไหงกินมากนักล่ะ กินวันละ ๕๐ ฟองนักฟุตบอลคงจะวุ่นวายไปตามกัน”
“ถ้ายังงั้นลดลงเหลือ ๕ ฟองนะครับ” นิกรพูดยิ้ม ๆ “อ้า - บางทีผมจะลงเล่นทีมทหารไทยด้วยครับ”
พล ร.ต. ชอุ่มพูดเสริมขึ้นด้วยเสียงหัวเราะ
“อย่าเลยโว้ยอ้ายกร แก่น่ะมันเข้าสู่วัยชราแล้ว นักฟุตบอลอายุขนาดแกวิ่งได้เดี๋ยวเดียวก็ยืนเท้าเอวหอบแฮ่ก ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้กันลงซ้อมกับพวกเด็ก ๆ ยังเล่นได้ครึ่งเวลาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่กันเล่นเท็นนิสอยู่แทบทุกวัน ให้เด็ก ๆ เขาเล่นเถอะ”
นิกรอมยิ้ม
“นั่นน่ะซี ปีนี้กันรู้สึกตัวว่ากันแก่ไปมาก เมื่อสองสามวันลองเตะปี๊บเปล่าดู เตะได้ไกลราว ๑๒ เมตรเท่านั้น”
เสียงหัวเราดังขึ้นลั่นห้องประชุม ท่านายพลอาวุโสเดินนำหน้าพาท่านนายพลเรือกับคณะพรรคสี่สหาย และเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ออกไปจากห้องโถงใหญ่และยังคงพูดคุยกันถึงเรื่องการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคี ระหว่างทีมทหารไทยกับทหารเขมร ซึ่งคงจะแข่งขันกันในไม่ช้านี้
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 1:59 am

ออกจากศาลาสันติธรรม สี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็กลับมาบ้าน “พัชราภรณ์” ในชั่วโมงเดียวกันนั้นเอง
คาดิลแล็คเก๋งแล่นผ่านประตูรั้วบ้าน ตรงมาตามถนนคอนกรีตผ่านหน้าโรงเก็บรถ และเลี้ยวขวามือคลานเอื่อย ๆ ไปจอดเทียบหน้าบันไดตึกใหญ่ อาเสียกิมหงวนทำหน้าที่ขับรถของเขาด้วยตนเอง นั่งคู่กับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ส่วนสี่สหายนั่งรวมกันอยู่ทางหลังรถ ทุกคนอยู่ในเครื่องแบบปรกติกากีแกมเขียวเสื้อคอแบะผูกเน็คไท สวมหมวกแก็ปทรงหม้อตาล ต่างพากันลงจากรถในท่าทางสง่าผ่าเผย
เจ้าแห้วปราดออกมาจากห้องโถง และลงบันไดมาต้อนรับเจ้านายของเขา
“เจ้าสี่คนนั่นอยู่หรือเปล่า” พลถามเจ้าแห้วอย่างเป็นงานเป็นการ
“รับประทานอยู่ครับ พึ่งมาจากตึกใหม่เมื่อครู่นี้เอง รับประทานกำลังคุยกับคุณหญิง และคุณผู้หญิงอยู่ในห้องโถงครับ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ เดินนำหน้าพาสี่สหายขึ้นไปบนตึก เสี่ยงหงานสั่งให้เจ้าแห้วนำรถไปเก็บ และทำความสะอาดให้เรียบร้อย เมื่อคณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ทุกคนก็แลเห็นเจ้าหนุ่มเนื้อหอมทั้งสี่คน พร้อมด้วยสี่นางและคุณหญิงวาดนั่งเรียงรายอยู่รอบห้องโถง ร.ต. พนัส ร.ต.นพ ร.ต.สมนึก และ ร.ต.ดำรงแต่งเครื่องแบบปรกติเสื้อเชิตแขนยาวสีกากีแกมเขียวแต่ไม่ได้ผูกเน็คไท
ร.ต. สมนึกแลเห็นเตี่ยของเขา ก็หันมายิ้มให้เพื่อน ๆ ซึ่งนั่งรวมกันอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน
“ธนาคารของพวกเรามาแล้วโว้ย ฮ่ะ ฮ่ะ เสียเวลานั่งอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง” แล้วเขาก็เปลี่ยนสาตามาที่เสี่ยหงวนคุณเตี่ยของเขา “จ่ายเงินให้ผมเร็ว ๆ เถอะครับเตี่ย ผมต้องการใช้เงินสักหมื่นบาท”
อาเสียกลืนน้ำลายเอื้อก
“ฉันเป็นหนี้แกตั้งแต่เมื่อไรวะอ้ายตี๋”
“แน่ะ เรียกร้อยตรีว่าอ้าย ฮะ เดี๋ยวก็เจอข้อหาหมิ่นประมาทเท่านั้นเอง”
กิมหงวนทำท่าจะเดินเข้าไปเล่นงานสมนึก แต่นิกรคว้าแขนไว้
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 1:59 am

“ลูกมันล้อเล่นนิดเดียวเท่านี้ก็ยัวะ เมื่อตอนแกเป็นหนุ่มแกล้อเตี่ยแกยิ่งกว่าอ้ายนึกกระเซ้าแกเสียอีก เตี่ยแกไม่เห็นว่าอะไร อย่างมากก็…หน้าส้งตีง…จองหองเสียใหญ่หลวง ม่ายรู้จักเหล็กผู้ใหญ่ ชั่กหมานี่เก๋าเจ๊ง ล้อพ่อแม่เหมืองเพื่อง ๆ มีที่ไหน”
เสียงหัวเราะดังขึ้นลั่นห้องโถง สี่สหายเดินไปนั่งรวมกันบนโซฟาใหญ่ตัวหนึ่ง เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้นวมข้างคุณหญิงวาด นายพลดิเรกยิ้มให้ลูกชายของเขาแล้วถามว่า
“พวกแกแต่งเครื่องแบบจะไปไหนกัน”
“ไปกองพันพลร่มที่ป่าหวายครับคุณพ่อ พวกเราจะไปรายงานตัวเป็นทางการว่าเราเรียนการกระโดดร่มและการรบในป่า ซึ่งเป็นหลักสูตรเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว”
“ออไร๋ พ่อขอชมเชยพวกแกทั้งสี่คนที่สามารถขับเครื่องบินได้ทั้งเครื่องบินใบพัดและเครื่องเจ๊ต นอกจากนี้ยังกระโดดร่มได้ดี สมความมุ่งหมายของทางการ นับว่าแกและเพื่อน ๆ เป็นนายทหารที่มีความรู้พอตัว เหมาะแก่งานในหน้าที่ของผู้เชียวชาญพลังงานปรมาณูและอาวุธปล่อย”
ร.ต. ศาสตราจารย์ดำรงยิ้มแป้น
“คุณพ่อกับลุงพลลุงกิมหงวนน้ากรและคุณตา ไปประชุมที่ศาลาสันติธรรมได้ความว่ายังไงบ้างครับ”
นายพลดิเรกหัวเราะเบา ๆ
“ก็ไม่มีอะไร เรากับเขมรปรองดองกันแล้ว เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นช่วยไกล่เกลี่ยให้ เขมรกับเราจะจัดการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีกัน ในระหว่างทีมทหารไทยและทหารเขมรในเร็ว ๆ นี้ ที่สนามศุภชลาศัย”
ร.ต. สมนึกพูดเสริมขึ้นทันที
“ฟุตบอลหรือครับอาหมอ ก๊อวิเศษซีครับ ผมคิดว่าอย่างไรเสียนักฟุตบอลทั้งสองฝ่าย จะต้องตายคาสนามไม่น้อยกว่าฝ่ายละสองคน หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ขอให้ผมเล่นสักคนเถอะครับ ผมกับเพื่อน ๆ เป็นดาราฟุตบอลของมหาวิทยาลัยมาแล้วเมื่ออยู่อเมริกา”
เสี่ยหงวนมองดูหน้าลูกชายของเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อว่า ร.ต. สมนึกเล่นฟุตบอลเก่ง
“ถามจริง ๆ เถอะวะอ้ายตี๋ แกน่ะเตะฟุตบอลเป็นหรือ”
ทายาทของอาเสี่ยยิ้มด้วยริมฝีปากข้างขวาเพียงข้างเดียว
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 1:59 am

“กรุณาเปลี่ยนคำถามเสียใหม่ครับเตี่ย ที่ถูกเตี่ยควรจะถามผมว่า นักฟุตบอลในเมืองไทยมีใครบ้างไหมที่เล่นฟุตบอลได้ดีอย่างผม”
“โม้แล้วอ้ายตี๋”
“ก็เป็นบ้าง” สมนึกพูดยิ้ม ๆ “พูดแล้วเตี่ยจะหาว่าผมคุยโวโอ้อวด ผมนี่แหละครับศูนย์หน้าชั้นยอดที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงหรือลวดลาย หัวหน้าทีมชาติอิตาลีเคยไปดูพวกเราแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเท็กซัสครั้งหนึ่ง พอฟุตบอลเลิกเขามาหาผม และทาบทามขอซื้อตัวผมห้าหมื่นเหรียญอเมริกัน จ้างไปเล่นทีมชาติของเขาสามปีให้เงินเดือน เดือนละพันเหรียญกินอยู่ฟรี ผมปฏิเสธเขาไปว่าเตี่ยของผมมีเงินให้ผมถลุงตั้งร้อยล้านเหรียญอเมริกันเป็นอย่างน้อย แล้วเรื่องอะไรผมจะยอมขายตัวให้เขา ไปเล่นฟุตบอลให้เขาเจ็บตัวเปล่า ๆ”
เสี่ยหงวนพยักหน้ารับทราบ
“เจริญ ๆ เถอะลูก”
ร.ต. สมนึกยกมือไหว้
“สมพรปากครับ”
พลกล่าวกับสมนึกด้วยเสียงดุ ๆ
“อย่าพูดเล่นอ้ายนึก แกเล่นฟุตบอลได้ดีจริง ๆ หรือ”
เสี่ยตี๋ยิ้มแห้ง ๆ เขาไม่กล้าพูดล้อเลียนพลเลย เพราะพลจริงจังกับเขาและเพื่อน ๆ เสมอ
“จริงครับลุง”
พลเปลี่ยนสายตามาที่ลูกชายของเขา
“แกล่ะพนัส แกเคยเล่นในตำแหน่งอะไร”
“เซ็นเต้อรฮาฟครับคุณพ่อ”
“เล่นได้ดีมากยังงั้นหรือ”
“ไม่ครับคุณพ่อ ผมพอเล่นให้ทีมมหาวิทยาลัยได้เท่านั้น ถ้าจะเปรียบผมกับเซ็นเต้อรฮ้าฟของทีมชาติไทยแล้ว ผมคงสู้เขาไม่ได้ ตั้งแต่กลับมาจากอเมริกาหมายความว่าหลังจากที่เราสึกจากพระ พวกเราได้ดูฟุตบอลครั้งเดียว เมื่อตอนเย็นวันที่ ๒๓ พฤศจิกา เท่านั้นครับ กรุงเทพ ฯ ผสม ชนะเวียตนาม ๒ - ๑ สนุกดีเหมือนกัน”
นิกรยิ้มให้ลูกชายสุดสวาทของเขา
“แล้วแกล่ะ ฝีมือของแกในการเล่นฟุตบอลเป็นยังไง”
“ฝีเท้าครับไม่ใช่ฝีมือ” ร.ต. นพพูดยิ้ม ๆ
นิกรค้อนขวับ
“เออ นั่นแหละ แกเคยเล่นในตำแหน่งอะไร”
“ไลน์แมนครับ” นพตอบหน้าตาย
“เดี๋ยวก็โดนเตะเท่านั้น” นิกรเอ็ดตะโรท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครงของคุณหญิงวาดและสี่นาง “ไลน์แมน เป็นผู้กำกับเส้นโว้ยไม่ใช่คนเล่น”
“อ๋อ ผมลงเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูครับคุณพ่อ”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:00 am

“เล่นได้ดีไหม”
“ปู้โธ่ เล่นเป็นโกล์มันจะยากเย็นอะไรครับ คอยรับอย่าให้ลูกมันเข้าประตูก็ใช้ได้ พวกเพื่อนนักเรียนที่มหาวิทยาลัยเยล มันเรียกผมว่าอ้ายมือกาวครับคุณพ่อ จะชู้ตมาแบบไหนผมรับได้ทั้งนั้น ชู้ตในจุดโทษตัวต่อตัวผมยังรับได้ ชู้ตเปรี้ยงรับปั๊บ พุ่งตัวรับ ล้มตัวลงรับหรือกระโดดรับ ใช้หมัดชกออกไป ถามอ้ายพวกนี้ดูซีครับ ตั้งแต่ผมเป็นประตูมาทีมของเราไม่เคยเสียประตูให้ใครเลย แมวมองของทีมเปรูถึงกับติดต่อจ้างผมไปเป็นโกล์ทีมชาติให้เขา”
“พอแล้ว” นิกรพูดขัดขึ้น “สงสัยที่แกพูดน่ะมีความจริงเพียง ๕ เปอรเซ็นต์ พ่อจะให้พวกแกลงสนามฝึกซ้อม ถ้าเล่นได้ดีจริง ๆ ก็จะให้เล่นกับทีมทหารเขมร”
คุณหญิงวาดกับสี่นางเกลียดชังเขมรเป็นทุนอยู่แล้ว ดังนั้นแทนที่จะคัดค้านเพราะกลัวว่าลูกหลานแข้งขาจะหักหรือได้รับอุบัติเหตุถึงตายในสนาม กลับสนับสนุนเต็มที่
“สู้มันหลานย่า” คุณหญิงวาดพูดยิ้ม ๆ “เขมรน่ะมันคบไม่ได้ จะมาญาติดีกับเราทำไม แข่งขันฟุตบอลกันคราวนี้นึกหรือว่าจะเป็นการเชื่อมสามัคคี ย่ารับรองว่าต้องเตะกันคอขาด และคนดูจะต้องแน่นสนามเป็นประวัติการณ์ทีเดียว”
นันทาพูดเสริมขึ้น
“จริงค่ะคุณอา ฟุตบอลนัดนี้สนามไม่พอบรรจุคนดูแน่ ๆ”
นวลลออยิ้มให้เสี่ยหงวน
“เก็บเงินบำรุงการกุศลหรือไงคะเฮีย”
“จ้ะ เก็บเงินบำรุงการกุศล เห็นจะให้สภากาชาดไทยมากกว่าที่อื่น เพราะเราจะได้เจ้าหน้าที่เขามาช่วยเหลือในวันแข่งขันด้วย”
นายพลดิเรกมองดูหน้าลูกชายของเข าด้วยความสนใจ
“แกเคยเล่นฟุตบอลในตำแหน่งอะไร เจ้านึกเล่นเป็นศูนย์หน้า เจ้านพเล่นเป็นประตู เจ้านัสเป็นเซ็นเต้อรฮ้าฟ แล้วแกล่ะ”
ร.ต. ดำรงยิ้มอย่างภาคภูมิ
“ผม….ในซ้ายครับคู่ขากับอ้ายตี๋”
“แกเล่นคล่องดีหรือ”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:00 am

ร.ต. ศาสตราจารย์ดำรงนิ่งคิด
“ถ้าทีมคู่ต่อสู้ของเราอ่อนกว่า ผมก็เล่นคล่องครับ แต่ถ้าเขาแข็งกว่าเราผมก็เล่นไม่คล่อง”
ประภาหัวเราะคิ้ก
“ลูกแม่ตอบได้ดีทีเดียว ความจริงก็เป็นอย่างนั้น การแข่งขันทุกอย่างถ้าคู่ต่อสู้เหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็ดูอ่อนไป ไม่ว่าจะเป็นมวย บาสเก็ต รักบี้ หรือฟุตบอล”
ประไพพูดเสริมขึ้น
“อย่างไรก็ตาม ทีมทหารไทยแพ้ไม่ได้ค่ะ ถ้านักฟุตบอลต้องเดินเอาปี๊บคลุมหัว หรือม่ายก็บังคับให้เอาผ้าซิ่นมานุ่งเพราะแพ้เขมร แพ้ชาติอื่นน่ะไม่แปลก แต่สำหรับเขมรเราต้องชนะ นโรดมสีหนุจะมาดูไหมคะ”
พลยิ้มให้เมียรักของนิกร
“ไม่มาหรอกครับ ขืนมาก็คงไม่ได้กลับเขมร” แล้วเขาก็หันมาทางนายทหารหนุ่มทั้งสี่คน “เป็นอันว่าแกสี่คนมีหวังจะได้ลงเล่นทีมทหารไทย ถ้าหากว่าพวกแกฝึกซ้อมได้ดีขนาดผู้เล่นทีมชาติของเรา”
นพว่า “สำหรับผมไม่ต้องซ้อมก็ได้ครับ มือผมเหนียวเหมือนกับตุ๊กแก บางทีตะครุบลูกไว้ได้ผู้ตัดสินต้องช่วยแกะลูกออกจากมือผม”
พลอดหัวเราะไม่ได้
“เดี๋ยวก็โดนเขกกบาลเท่านั้น แกได้ครึ่งหนึ่งของอัศวินก็ดีถมไป”
เสี่ยหงวนกล่าวขึ้นทันที
“พูดถึงอัศวินเศร้าใจไม่หาย เขาเป็นผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดของไทยเรา ไม่น่าจะตายยังหนุ่มแน่นแท้ ๆ”
นิกรว่า “มันถึงคราวของเขา โบราณว่าหมองูก็ตายเพราะงู หมอตะเข้ตายเพราะตะเข้ หมอฟุตบอลก็ตายเพราะฟุตบอล หมอรักบี้ก็ตายเพราะรักบี้ น่าสงสารและน่าเสียดายมาก กันยอมรับว่ากันชอบกีฬาฟุตบอลที่สุด กันยกย่องบูชานักฟุตบอลชั้นดาราทุกคน และก็น่าแปลกที่พวกเราดูฟุตบอลเป็นประจำจนกระทั่งนักฟุตบอลแทบทุกคนเห็นหน้าเราก็ยิ้มแย้มให้เรา และทักทายเราเป็นอย่างดี”
เจ้าหนุ่มเนื้อหอมทั้งสี่คนต่างมองดูหน้ากันพยักพเยิดกัน แล้วหยิบหมวกแก๊ปทรงหม้อตาลลุกขึ้น ร.ต. สมนึกเดินเข้าไปหาเสี่ยหงวน
“จ่ายทรัพย์ให้ผมสักหมื่นเถอะครับ”
“ไม่มีโว้ย” เสี่ยหงวนตวาดแว็ด
สมนึกยิ้มเศร้า ๆ หันมาพูดกับเพื่อนรักของเขา
“ไปเถอะโว้ยเตี่ยไม่ให้เงิน กันยอมอดทุกอย่างแม้กระทั้งบุหรี่ ต่อไปกันจะต้องหาเงินใช้เองบ้าง เป็นต้นว่ารับจ้างตรวจบัญชี หรือทำบัญชีตามห้างร้าน”
“เดี๋ยวก่อน ๆ” อาเสี่ยเอ็ดตะโรแล้วล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบธนบัตรใบละร้อยบาทปึกเบ้อเริ่มออกมาส่งให้ลูกชายของเขา “เอ้า – เอาไป พอสึกจากพระ มือซ้ายถือคันไถ มือขวาถือเตารีด ทั้งรีดทั้งไถแทบไม่เว้นวัน”
ร.ต.สมนึกหัวเราะหึ ๆ จัดแจงสวมหมวกแล้วยกมือวันทยาหัตถ์เสี่ยหงวนอย่างแข็งแรง ต่อจากนั้นเจ้าหนุ่มรูปหล่อทั้งสี่คน ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบร้อยตรีก็พากันเดินออกไปจากห้องโถง คุณแม่ทั้งหลายและคุณย่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปตามกัน
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:00 am

หนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ ได้เสนอข่าวอย่างครึกโครมเกี่ยวกับความสัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับเขมรที่ขาดสะบันจากกันเมื่อหลายปี กลับปรองดองกันได้ด้วยการไกล่เกลี่ยของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งมี ฯพณฯ โยกูซีวะ เป็นประธานการไกล่เกลี่ย คือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ไทยกับเขมรคืนดีกันนั่นเอง
และข่าวของหนังสือพิมพ์ ที่แฟนฟุตบอลตื่นเต้นสนใจที่สุด ก็คือ การแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคี ระหว่างทีมทหารไทยกับทหารเขมร ซึ่งจะแข่งขันกันที่สนามศุภชลาศัย ราวกลางเดือนธันวาคมนี้ ชิงถ้วยทองคำของ ฯพณฯ โยกูซีวะนั่นเอง
แน่นอนละ ต่อให้เก็บค่าผ่านประตูอย่างต่ำ ๑๐๐ บาท แฟนฟุตบอลก็จะต้องหลั่งไหลไปชมการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญนี้อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ในวงการฟุตบอลย่อมทราบดีว่านักฟุตบอลทั้งสองฝ่ายจะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด ถึงกับแข้งขาหักทุพพลภาพหรือตายคาสนาม การเล่นจะต้องเป็นไปอย่างรุนแรงที่สุด มีการเตะคาบลูกคาบดอก คือเตะทั้งลูกทั้งคนหรือเตะคนไม่เตะลูก บางทีก็อาจวางมวยกันกลางสนามระหว่างผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครเชื่อว่าการแข่งขันจะเป็นไปฉันท์มิตร เพราะเขมรกับไทยนั้น ไม่มีวันที่จะเป็นมิตรกันได้อีกแล้ว นอกจากนโรดมสีหนุถูกฆ่าตาย หรือมีอันเป็นอหิวาต์ตายหรือเจ็บไข้ตาย
ในที่สุดหนังสือพิมพ์ก็ลงกำหนดวันแข่งขันที่แน่นอน แจ้งให้แฟนฟุตบอลทราบ คือวันเสาร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๐๘ เวลา ๑๕.๓๐ น. ณ สนามศุภชลาศัย ที่ต้องแข่งขันในเวลากลางวันก็เพราะเสาไฟประจำสนามถูกรื้อออกหมด เกี่ยวกับการสร้างอัฒจันทร์เพิ่มเติมให้รอบสนาม เตรียมไว้รับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ในปี ๒๕๐๙
อย่างไรก็ตามทีมทหารไทยยังไม่ยอมระบุตัวผู้เล่น เพียงแต่ พ.อ. กิมหงวน ไทยแท้ ผู้ควบคุมทีมทหารไทยเปิดเผยว่า ผู้เล่นทีมทหารไทยทั้ง ๑๑ คนนั้นล้วนแต่เป็นนักฟุตบอลชั้นยอด ส่วนมากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ หรือเคยเล่นให้ทีมชาติมาแล้ว อาเสี่ยกิมหงวนให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า รับรองว่าแฟนฟุตบอลจะไม่ผิดหวัง ทีมทหารไทยทุกคนให้สัตย์ปฏิญาณว่า จะสู้ตายเพื่อให้สมศักดิ์ศรีของทหารไทยและกีฬาไทย
นักฟุตบอลทีมทหารไทยรวม ๓๒ คน ทั้งทีมเอ. ทีมบี. และตัวสำรองได้พักอยู่ที่โรงแรม
สี่สหาย” ซึ่ง พล ท. ศาสตราจารย์ ดร. ดิเรกนายแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ได้เอาใจใส่ดูแลในเรื่องสุขภาพของนักกีฬาเป็นอย่างดี มีอาหารการกินอย่างดีเยี่ยม ผู้ควบคุมทีมจัดให้พักห้องละ ๔ คน ทีมทหารไทยไม่จำเป็นต้องมีโค้ชเพราะผู้เล่นแต่ละคนเล่นฟุตบอลได้ดีกว่าโค้ชที่จะมาอบรมฝึกสอน ผู้ควบคุมทีมคือ พ.อ. กิมหงวนกับเพื่อน ๆ ของเขา ต่างช่วยกันดูแลให้ความสะดวกสบายแก่นักฟุตบอลอย่างดีที่สุด มีการบริหารร่างกายในตอนเช้าและตอนบ่าย ในราว ๑๖.๐๐ น. เสี่ยหงวนได้พานักฟุตบอลไปฝึกซ้อมที่โรงเรียนนายร้อย จปร. แต่ไม่ได้ซ้อมทีม เพียงแต่ซ้อมวิ่งทนซ้อมยิงประตูเฉพาะกองหน้า ปรึกษาหารือกันในการที่จะแข่งขันกับทีมทหารเขมร ฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน แล้วก็ตกลงกันว่าทีมทหารไทยจะใช้วิธีเล่นแบบลูกยาวแบบเดียวกับทีมทหารอากาศ ทั้งนี้เพราะฝ่ายเรารู้ดีว่าทีมทหารเขมรนั้น เล่นลูกสั้น เช่นเดียวกับเวียตนาม ตามแบบฉบับของฟุตบอลฝรั่งเศส หรือฟุตบอลยุโรปโดยมาก ถ้าหากว่าทีมทหารไทยเล่นลูกยาวดึงเกมให้ทีมทหารเขมรเล่นลูกยาวตามเรา เขมรต้องปราชัยเราอย่างไม่มีปัญหา
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:01 am

การคัดเลือกตัวนักฟุตบอลทีมทหารไทยยังไม่ได้กำหนดแน่นอนลงไปว่าผู้ใด จะได้มีโอกาสลงสนามแข่งขัน จนกระทั่งการซ้อมทีมครั้งแรกผ่านไปคณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็ช่วยกันคัดเลือกนักฟุตบอลฝีเท้าเยี่ยมไว้จากทีม เอ. และทีม บี. และปรับปรุงเปลี่ยนตัวใหม่ทุกครั้งที่ซ้อม
ปรากฏว่า ร.ต. พนัส ร.ต. นพ ร.ต. สมนึก และ ร.ต. ดำรง ซึ่งเล่นอยู่ในทีม บี. สามารถเล่นฟุตบอลได้ดีเยี่ยมจนกระทั่งพวกนักฟุตบอลทุกคนออกปากชมเปาะไปตามกัน พนัสทำหน้าที่เซ็นเต้อรฮ้าฟได้ดีที่สุด ดักลูกได้ทั้งเท้าซ้ายและขวา โหม่งลูกได้แม่นยำ สามารถป้องกันประตูไว้ได้ตลอดเวลาซึ่งกองหน้าของทีม เอ. ไม่อาจจะทำประตูได้ง่าย ๆ ส่วน ร.ต. นพลูกชายของนิกรมีวิธีเล่นแบบผู้รักษาประตูเมืองนอก รับลูกอันตรายได้เสมอ ว่องไวปราดเปรียวอย่างไม่น่าเชื่อ บางทีก็แสดงลวดลายแทนที่จะเอามือรับลูก กลับใช้ดีดลูกไขว้ หรือลูกหลังเรียกเสียงเฮฮาตลอดเวลา จากผู้ที่มาชมการฝึกซ้อม และชาวคณะหนังสือพิมพ์ สำหรับ ร.ต. สมนึก และ ร.ต. ดำรง ศูนย์หน้าและในซ้ายของทีม บี. ก็เล่นถูกขากัน เต็มไปด้วยชั้นเชิงแปลก ๆ เสี่ยตี๋แก่เลี้ยงลูกมากไปหน่อย และชอบชู้ตในระยะใกล้ด้วยวิธีเขี่ยเข้าประตูไป ส่วนศาสตราจารย์ดำรงชู้ตในระยะใกล้รุนแรงมาก นอกจากนี้ยังแม่นยำ
ถึงแม้ว่าคณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ได้เห็นความสามารถอันยอดเยี่ยมของเจ้าหนุ่มเนื้อหอมทั้งสี่คน แต่ก็ไม่กล้าบรรจุพนัส นพ สมนึก และดำรง ลงเล่นทีมทหารไทยในวันที่ ๑๘ นี้ เพราะเกรงถูกครหานินทาจึงเลือกไว้เป็นตัวสำรอง แต่แล้วนักฟุตบอลทั้งสองทีมก็ขอร้องให้ พ.อ. กิมหงวนผู้ควบคุมทีม บรรจุนายทหารหนุ่มทั้งสี่คนลงเล่นในทีมทหารไทยในตำแหน่ง ศูนย์หน้า ในซ้าย เซ็นเต้อรฮ้าฟ และผู้รักษาประตู ซึ่งนักฟุตบอลเหล่านี้ได้ให้เหตุผมเหมือน ๆ กันว่า พนัส นพ สมนึก และดำรงเล่นได้ดีมาก ขอให้เอาลงเล่นเพื่อทีมทหารไทยจะได้ชัยชนะ
เมื่อเสียงข้างมากมีความเห็นเช่นนี้ คณะพรรคสี่สหายและเจ้าคุณปัจจนึก ฯ จึงบรรจุเจ้าหนุ่มเนื้อหอมทั้งสี่คนลงเล่นทีมทหารไทย ตามความเห็นชอบของนักฟุตบอลร่วมทีมและคู่ซ้อม
หนังสือพิมพ์รายวันได้เสนอรายนามนักฟุตบอลทีมทหารไทยแล้ว ซึ่งส่วนมากเป็นนักฟุตบอลของทีมทหารอากาศ บรรดาแฟนฟุตบอลไม่เคยมีใครเห็นฝีไม้ลายมือของเจ้าหนุ่มรูปหล่อทั้งสี่คนมาก่อนเลย แต่ก็รู้ว่าเป็นลูกชายของคณะพรรคสี่สหายเพิ่งเรียนสำเร็จมาจากสหรัฐอเมริกา และเพิ่งได้รับยศเป็นร้อยตรีเมื่อเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตามข่าวในหนังสือพิมพ์ปรากฏว่า พนัส นพ สมนึก และดำรงเล่นฟุตบอลได้ดีขนาดนักฟุตบอลทีมชาติของเราทีเดียว
ทีมทหารไทยลงฝึกซ้อมเป็นครั้งสุดท้ายที่สนามราชกรีฑาสโมสร เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ธันวาคม กับทีมชาวฝรั่งเศสในประเทศไทยเป็นการฝึกซ้อมกันไม่ใช่แข่งขัน แต่ทีมทหารไทยได้ข่าวมาแน่นอนว่าทีมฝรั่งเศสต้องการเก็บนักฟุตบอลคนสำคัญของไทยสักสองสามคน เพื่อตัดกำลังศึกเป็นการช่วยเหลือเขมรซึ่งเป็นทาสผู้ภักดีของเขา ดังนั้นการฝึกซ้อมจึงเป็นไปอย่างรุนแรงและดุเดือดที่สุด ต่อหน้าคนดูราว ๑,๕๐๐ คนทั้งคนไทยและชาวยุโรปอเมริกัน
แบ็คขวาของเราถูกเตะขาหักต้องใส่เปลหามออกไปจากสนามในนาทีที่ ๕ ที่เริ่มการแข่งขัน แต่แล้วในเวลาไล่ ๆ กัน ร.ต. สมนึกก็เตะนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศสที่เตะแบ็คขวาของเราทำให้ในซ้ายฝรั่งเศสซี่โครงหัก ๔ ซี่ไปตายโรงพยาบาล ต่อมา ร.ต. พนัส เซ็นเต้อรฮ้าฟทีมทหารไทยเตะศูนย์หน้าฝรั่งเศสม้ามแตกคลานออกไปตามริมสนาม การแข่งขันดุเดือดขึ้นตามลำดับ ถึงกับเกิดปะทะกันแบบมวยไทยและมวยฝรั่ง ปรากฏว่ามวยฝรั่งถูกเตะถูกเข่าและศอกล้มลุกคลุกคลานไปตามกัน พวกคนดูที่เป็นคนไทยนึกคันไม้คันมือขึ้นมา ก็เฮโลเข้าไปในสนามช่วยนักฟุตบอลของเราไล่เตะนักฟุตบอลฝรั่งเศส วิ่งกระจัดกระจายไป หลายคนร้องตะโกนว่า ร.ศ. ๑๑๒ กับ พ.ศ. ๒๕๐๘ ไม่เหมือนกัน คนไทยทุกคนยังจำได้อย่างไม่มีลืมว่ามิตรที่ดีที่สุดของไทยเรานั้นคือฝรั่งเศส
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:01 am

การฝึกซ้อมฉันท์มิตรสิ้นสุดลงในนาทีที่ ๒๕ ของครึ่งแรก ทีมทหารไทยได้ขอโทษขอโพยนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศสตามธรรมเนียม แล้วขึ้นรถกลับที่พักคือโรงแรม สี่สหาย”

และแล้ววันแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญที่สุดในประวัติการณ์ฟุตบอลของประเทศไทยก็ผ่านมาถึง
หนังสือพิมพ์รายวันฉบับเช้าทุกฉบับ ลงพาดหัวตัวใหญ่เชิญชวนให้ประชาชนไปดูการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีระหว่างทีมทหารไทยกับทหารเขมรที่สนามศุภชลาศัย ตอนบ่ายวันนั้นเก็บเงินบำรุงสภากาชาดไทย
บัตรที่นั่ง ๑๐๐ บาทและ ๕๐ บาทจำหน่ายล่วงหน้าหมดไปแล้ว คงเหลือแต่บัตร ๓๐ บาท คือด้านริมซ้ายและขวาของอัฒจันทร์ใหญ่ บัตร ๒๐ บาทอัฒจันทร์เปิดด้านตะวันออก และบัตร ๑๐ บาทอัฒจันทร์เปิดด้านเหนือและด้านใต้
ไม่เคยปรากฏว่าประชาชนคนดูฟุตบอลจะตื่นเต้นสนใจเหมือนกับการแข่งขันฟุตบอลในบัดนี้ ผู้คนนับหมื่นหลั่งไหลมาที่สนามกีฬานับตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. ซึ่งเป็นเวลาที่เริ่มต้นจำหน่ายบัตรผ่านประตู เจ้าหน้าที่ของกรมพลศึกษาและสภากาชาดไทย ต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยที่สุด คนดูแห่กันเข้าไปในสนามศุภชลาศัยเพื่อหาที่นั่งดู โดยไม่มีใครสนใจกับแสงอาทิตย์อันร้อนแรง นักฟุตบอลทุกทีมทุกรุ่นทุกวัยแห่กันมาดูล้นหลาม แม้กระทั่งพวกหมอนวด นางบังเงา นางทางโทรศัพท์ พ้าทเน่อร์ตามไน้ท์คลับที่ไม่เคยดูฟุตบอลเลย ก็พากันมาดู มากหน้าหลายตา รวมทั้งจิ๊กโก๋จิ๊กกี๋อันธพาลแมงดา ทั้งหญิงชายกะเทยเด็กผู้ใหญ่คนไทยคนจีนฝรั่งแขกเขมรญวนลาวมอญพม่า แม้กระทั่งชาวแม้วกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่บนยอดดอยทางเชียงราย ก็ยังมีโอกาสมาดูด้วย ซึ่งตำรวจภูธรตระเวนชายแดนได้พามาดู เหมือนวันทีมกรุงเทพฯ ผสม แข่งขันกับทีมเวียตนามใต้
บรรดาชาวเขมรทั้งหลายที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในกรุงเทพ ฯ ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ คนได้นั่งอยู่ตามอัฒจันทร์เป็นกลุ่ม แต่หน้าตาเหมือนคนไทยแต่งกายก็เหมือนกัน จึงดูไม่ออกว่าเป็นเขมร นอกจากเวลาพูดคุยกันเสี่ยงแปร่ง ๆ ตามแบบเขมรพูด อย่างไรก็ตามคนไทยไม่ถือว่าชาวเขมรเหล่านี้เป็นศัตรูของเราเลย แสดงให้เห็นว่า คนไทยเกลียดชังผู้นำเขมร รัฐบาลเขมร ตำรวจและทหารเขมรที่ก่อกรรมทำเข็ญให้พี่น้องชาวไทยตามชายแดนเท่านั้น
ยังไม่ทันจะถึงเที่ยงบัตรผ่านประตูก็จำหน่ายหมด พอช่องขายตั๋วปิดพวกพระเดชพระคุณนักฉวยโอกาส ก็เริ่มเร่ขายบัตรในราคาเอาเปรียบผู้ซื้อบริการ แบบสูบเลือดไม่ใช่กันเอง บัตร ๑๐ บาทขาย ๑๕ บาท ๑๕ บาทขาย ๒๐ บาท และ ๒๐ บาทขาย ๓๐ บาท สบายแฮไปตามกัน
ในสนามศุภชลาศัย ประชาชนยัดเยียดเบียดเสียดกันจนหาที่ว่างไม่ได้ กลุ่มเมฆที่บดบังดวงอาทิตย์ช่วยให้ความร้อนบรรเทาลง แฟนฟุตบอลหลายหมื่นคนต่างรอคอยเวลาแข่งขันคือ ๑๕.๓๐ น. ทุกคนรู้สึกว่าเวลาล่าช้าน่าเบื่อหน่าย พวกเด็ก ๆ ลูกหลานเจ้าหน้าที่กรมพลศึกษาใช้ความสามารถของตนเองลำเลียงน้ำอัดลมแช่เย็นขึ้นมาขายตามอัฒจันทร์รอบสนามในราคาขวดละ ๒ บาทถึงแม้จะแพงขึ้น ๑๐๐ เปอรเซ็นต์ ก็ยังถูกกว่างานวชิราวุธานุสรณ์ที่ผ่านมา
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:01 am

นักฟุตบอลทีมทหารเขมรมาถึงสนามศุภชลาศัย ในเวลา ๑๕.๐๐ น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันให้ความอารักขาอย่างแข็งแรง ตำรวจและสารวัตรทหารบกกระจายกำลังกันกางกั้นไม่ยอมให้ประชาชนเข้าใกล้นักฟุตบอล เพราะเกรงว่าจะมีใครมือบอนเอาระเบิดขวดหรือปืนพกยิงเข้าไปในกลุ่มนักฟุตบอลทีมทหารเขมร คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ แต่งเครื่องแบบนายทหารกากีแกมเขียว เสื้อคอแบะผูกเน็คไทคอยต้อนรับทีมทหารเขมร ทางประตูใต้อัฒจันทร์ใหญ่ ซึ่งทีมทหารเขมรนี้มี ๑๖ คนทั้งตัวสำรอง ผู้ควบคุมทีมเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่คือ พ.อ. กระอัก ผู้บังคับการกรมผสมที่ ๑ แห่งพนมเป็ญ อดีตของเขาเคยเป็นนักฟุตบอลชั้นแนวหน้าของกัมพูชามาแล้ว
ทีมทหารไทย ๑๕ คนทั้งตัวสำรอง ได้เดินทางโดยรถโดยสารของโรงแรม
สี่สหาย” มาถึงสนามศุภชลาศัยในเวลาไล่ ๆ กับทีมทหารเขมรซึ่ง ส.อ. แห้ว โหระพากุล ได้ร่วมทางมากับทีมทหารไทยด้วย ในฐานะเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดของนายทหารหนุ่มทั้งสี่คนคือลูก ๆ ของคณะพรรคสี่สหาย ไม่มีตำรวจหรือสารวัตรทหารคอยคุ้มครอง มีแต่แฟนฟุตบอลนับร้อยคอยต้อนรับไชโยโห่ร้องเสียงลั่นไปหมด นักฟุตบอลของทีมทหารไทยทุกคนเต็มไปด้วยความมั่นใจในชัยชนะ และก่อนจะออกเดินทางจากโรงแรม
สี่สหาย” ทุกคนได้กล่าวคำสัตย์ปฏิญาณว่าการแข่งขันฟุตบอลวันนี้ ทีมทหารไทยจะไม่มีวันแพ้ทีมทหารเขมรอย่างเด็ดขาด ผู้เล่นทุกคนจะเล่นแบบยอมตายถวายชีวิต เพื่อเกียรติของแระเทศชาติและเพื่อศักดิ์ศรีของกองทัพไทย
ภายในห้องพักนักฟุตบอลทีมทหารไทย
ขณะที่นักฟุตบอลกำลังหยอกเย้าสรวลเสเฮฮากันอย่างคึกคะนอง คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ก็พากันเดินผ่านสารวัตรทหารบกสองคนบุกเข้ามาในห้อง
พ.อ. กิมหงวนยิ้มละไม โบกมือห้ามนักฟุตบอลไม่ให้ทำความเคารพ สี่สหายกับท่านเจ้าคุณต่างมองดูนักฟุตบอลของทีมทหารไทยอย่างชื่นชม ทุกคนแต่งกายพร้อมที่จะออกไปสู่สนามได้ ทีมทหารไทยสวมกางเกงขาสั้นสีกรมท่า เสื้อยืดแขนสั้นคอปกสีแดง คาดหน้าอกสีเหลือง
อาเสี่ยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วกล่าวกับทุกคน
“ท่านรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายโยกูซีวะมาถึงสนามแล้ว อีก ๕ นาทีพวกเราออกไปเข้าแถวได้ อย่าออกไปก่อนนะ ต้องให้คนดูเขากระหายมาก ๆ หน่อย”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ พาสี่สหายไปหาเจ้าหนุ่มเนื้อหอมทั้งสี่คน ซึ่งยืนรวมกลุ่มสนทนากันอยู่ริมห้อง คณะพรรคสี่สหายกับท่านเจ้าคุณรู้สึกปลื้มใจอย่างยิ่งที่ พนัส นพ สมนึก และดำรงได้ลงสนามแข่งขันในวันนี้
“ไงโว้ย รู้สึกหนักใจกันบ้างไหม” ท่านเจ้าคุณถามยิ้ม ๆ
ร.ต. สมนึกหัวเราะเบา ๆ
“หนักหัวครับ ไม่หนักใจ”
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ จุปาก
“พูดเสียอย่างนี้ เดี๋ยวฉันก็เตะแกต่างลูกฟุตบอลเท่านั้นเอง”
“อ้าว ผมพูดจริง ๆ นะครับคุณปู่ ที่ว่าหนักหัวน่ะหมายความว่าพวกเราจะต้องใช้สมอง มากในการเล่นกับคู่แข่งขัน ที่เคยเสมอทีมแช็มเปี้ยนโลกมาแล้ว ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณปู๋นะครับ”
ท่านเจ้าคุณนัยน์ตาเหลือก
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:01 am

“ปู่โว้ยไม่ใช่ปู๋ เรียกเสียให้ถูก” แล้วท่านก็ยกมือขวาตบศีรษะดำรง หลานตาของท่าน “ตั้งใจให้ดีดำรง คุณย่าแกพร้อมด้วยคุณป้า คุณน้า นั่งดูอยู่ในที่บัตรเชิญ คุณย่าสั่งให้มาบอกแกว่า วันอื่นแพ้ไม่เป็นไรแต่วันนี้แพ้ไม่ได้ แล้วก็ขอให้พวหแกรู้ไว้ด้วยว่า ทีมทหารเขมรแข็งแกร่งที่สุด นโรดมสีหนุสั่งมาว่า ถ้าชนะเรากลับไปจะเลื่อนยศให้เป็นนายพลทุกคน แต่ถ้าแพ้จะถูกยิงเป้า”
พ.อ. พลถือโอกาสกล่าวกับลูกหลานของเขา
“เจ้านึกอย่าเลี้ยงลูกมากนัก พยายามส่งลูกออกปีกซ้ายขวาให้มาก เพราะวิธีเล่นลูกยาวลูกจะขึ้นทางปีกได้รวดเร็วมาก สำหรับดำรงลุงเชื่อมือแก การชู้ตประตูในระยะไกลใช้ได้ แต่อย่าลืมว่าลูกชุลมุนหน้าประตูนั้น ควรจะให้คุณยงทำประตู เพราะเขาว่องไวปราดเปรียวและชำนาญในการเล่นลูกชุลมุนหน้าประตู หรือลูกเตะมุม”
ร.ต. นพลูกชายของนิกรพูดเสริมขึ้น
“ผมละครับลุง”
พลหันขวับมาทางนพซึ่งสวมเสื้อสีเหลืองและกางเกงสีขาวผิดกว่าคนอื่น เนื่องจากเป็นผู้รักษาประตู
“แกอาจจะเป็นอัศวินคนใหม่ก็ได้ ถ้าหากว่าแกรับลูกเรียดได้ดีเหมือนอัศวิน เวลาก้มตัวลงรับลูกระวังหน่อยนะอย่าเอาหน้าไปรับรองเท้า หรือเข่าของนักฟุตบอลเขมร เขาจะต้องพยายามช้าตลูกในมือแกแน่นอนถึงแม้จะฟาวล์ก็ตาม เพื่อต้องการให้แกบาดเจ็บจะได้รับลูกไม่ถนัด”
ร.ต. นพหัวเราก้าก
“ก็เจอเหล็กขูดช้าฟเท่านั้นแหละครับ ผมกับพวกเราทุกคนตกลงกันแล้ว ถ้าเล่นแรงก็แรงตอบ แรงในเกมเราก็แรงในเกม ถ้านอกเกมก็ฟาดปากกัน หรือเอาไส้นักฟุตบอลเขมรออกมาดูเล่น ในชั่วโมงนี้แหละครับต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดล้มตายบ้าง”
นิกรพูดเสริมขึ้น
“ไม่เป็นไรลูก พ่อติดต่อกับสัปเหร่อวัดหัวลำโพงเขาไว้เรียบร้อยแล้ว รถบรรทุกศพจอดอยู่นอกประตูสนามกีฬาด้านถนนบรรทัดทองถึง ๓ คันพร้อมด้วยสัปเหร่อ เพื่อนำศพนักฟุตบอลไปวัด”
ศาสตราจารย์ดิเรกยกมือตบหลัง ร.ต. พนัสค่อนข้างแรง
“ตั้งใจให้ดีนัส แกเป็นเซ็นเต้อรฮ้าฟมีตำแหน่งสำคัญมาก เท่ากับว่าแกเป็นหัวใจของทีม พยายามจ่ายลูกให้ดี และอย่าเลือดร้อนเมื่ออยู่ในเขตโทษ เพราะจะทำให้ฝ่ายเราถูกทำโทษที่จุดโทษ ผู้ตัดสินญี่ปุ่นคนนี้เขาคงจะตัดสินอย่างยุติธรรมที่สุด นายนาวามีรูเคยตัดสินฟุตบอลโอลิมปิคที่โตเกียวมาแล้ว เขาคุยกับอาที่โรงแรมเมื่อตอนสายวันนี้ว่า เขาจะตัดสินอย่างเที่ยงธรรมเพื่อศักดิ์ศรีของผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่น และเพื่อเกมกีฬาฟุตบอล”
ร.ต. ดำรงยิ้มให้คุณพ่อของเขาและพูดเสริมขึ้น
“คนแน่นเอี้ยดใช่ไหมครับคุณพ่อ”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:01 am

“ออไร๋ อัฒจันทร์ทุกด้านเบียดเสียดเยียดยัดกัน รอบสนามมีตำรวจและสารวัตรทหารไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ คน คอยป้องกันไม่ให้คนดูลงไปสกรัมนักฟุตบอลทีมทหารเขมร วันนี้มีพวกทูตต่างประเทศมาดูกันมากตามที่เราเชิญเขาไป รัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แน่นไปหมด”
สี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึก ฯ ต่างทักทายนักฟุตบอลทีมทหารไทย และตัวสำรองโดยทั่วหน้ากัน ทุกคนให้คำมั่นสัญญาว่าวันนี้จะสู้จนขาดใจตายคาสนาม
ประชาชนคนดูประมาณ ๔๕,๐๐๐ คน ต่างตบมือเกรียวกราวเมื่อนักฟุตบอลทีมทหารเขมรลงสู่สนามศุภชลาศัย นักฟุตบอลรวมทั้งตัวสำรอง ๑๖ คน วิ่งตามกันตรงไปยังเซ็นเต้อรกลางสนาม และกระจายกำลังกันยืนรอบเส้นวงกลมสีขาวอันเป็นจุดศูนย์กลางสนาม ทีมทหารเขมรประนมมือไหว้คนดูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แล้ววิ่งกลับมาเข้าแถวริมสนามทางด้านขวาของวงดุริยางค์ทหารอากาศ คนดูต่างตบมือให้และมิได้แสดงความชิงชังนักฟุตบอลเหล่านี้ ทีมทหารเขมรสวมกางเกงดำเสื้อยืดคอปกแขนสั้นสีฟ้าสลับขาวไปทางตามตัว แต่ละคนล่ำสันแข็งแรงน่องและขาใหญ่ บอกให้รู้ถึงความแข็งแกร่ง
และแล้วทีมทหารไทยซึ่งมีเรืออากาศเอกอัษฎงเป็นหัวหน้าทีมก็ลงสู่สนามบ้าง คราวนี้เสียงตบมือโห่ร้องก็ดังขึ้นกึกก้อง ทีมทหารไทยวิ่งตามกันไปกลางสนามเลี้ยวซ้ายตามเส้นวงกลม ยืนนิ่งเฉยประนมมือไหว้คนดู เช่นเดียวกัน แล้ววิ่งกลับมาเข้าแถวหน้ากระดานเรียงเดี่ยวทางขวามือของทีมทหารเขมร ตอนนี้เองช่างภาพพวกตากล้องจมูกกล้อง ต่างเข้ามาถ่ายภาพวุ่นวายไปหมดทั้งที่มีฟิล์มและไม่มีฟิล์ม บางทีก็ถ่ายไปอัดขายไม่ใช่นำไปลงหนังสือพิมพ์
พล อ. วิชิต ชัยสมรภูมิ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ฝ่ายยุทธการเดินนำหน้าพาออกญาเดโช ลงตามบันไดหน้าอัฒจันทร์ใหญ่ ผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่นยืนอยู่กับไลน์แมน ๒ คนซึ่งคนหนึ่งเป็นเขมรและคนหนึ่งเป็นคนไทย ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ผู้กำกับเส้นหรือไลน์แมนที่เป็นคนไทย ก็คือผู้ตัดสินฟุตบอลคนหนึ่ง
นายนาวามีรู สุภาพบุรุษวัยกลางคนร่างเตี้ยตามแบบฉบับของชาวอาทิตย์อุทัย ร้องบอกแถวนักกีฬาฟุตบอลทำความเคารพด้วยภาษาญี่ปุ่น เขาร้องตะโกนลั่นสนาม
เซซูเอ้ อายิโนะโมะโต๊ะ ตาเบ้”
นักฟุตบอลทั้งสองทีมต่างก้มศีรษะโค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียงกัน ท่านรองวิชิตกับออกญาเดโช ได้สัมผัสมือกับนักฟุตบอลและผู้ตัดสินกับผู้กำกับเส้นโดยทั่วหน้ากัน ต่อจากนั้นทีมทหารไทย กับ ทีมทหารเขมรก็แยกย้ายกันไปซ้อมชู้ตประตูยืดเส้นยืดสายกันตามสมควร เพราะมีเวลาเหลือสัก ๒ นาที จึงจะถึงเวลาเริ่มแข่งขัน ทีมทหารไทยซ้อมเตะบอลอยู่ทางด้านเหนือ ทีมทหารเขมรอยู่ทางด้านใต้ คนดูส่งเสียงพึมพำวิพากย์วิจารณ์กันลั่น แต่แล้วเสียงจ้อกแจ้กจอแจก็สงบเงียบลง เมื่อโฆษกได้พูดกระจายเสียงดังกังวานไปทั่วสนามศุภชลาศัย
“ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลเก็บเงินบำรุงสภากาชาดไทยโดยไม่หักใช้จ่าย ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้กรุณามาชมการแข่งขันฟุตบอล ระหว่างทีมทหารไทย และ ทีมทหารเขมรชิงถ้วยทองคำของ ฯพณฯ ท่านโยกูซีวะ อย่างอุ่นหนาฝาคั่งเช่นนี้
รายนามนักฟุตทีมทหารเขมรปรากฏดังนี้คือ
หมายเลข ๑ ผู้รักษาประตู เรือเอกชุ่ย หมายเลข ๒ แบ็คขวา พันตรีเสวย หมายเลข ๓ แบ็คซ้าย ร้อยตรีสวา หมายเลข ๔ ฮ้าฟขวา เรืออากาศโทสบาย หมายเลข ๕ เซ็นเต้อรฮ้าฟ ร้อยเอกขย่ม หมายเลข ๖ ฮ้าฟซ้าย เรือโทอมตึก หมายเลข ๗ ปีกขวา เรืออากาศตรีกระเดือก หมายเลข ๘ ในขวา ร้อยโทตะแบก หมายเลข ๙ ศูนย์หน้า พันตรีสำแดง หมายเลข ๑๐ ในซ้าย ร้อยโทเด๋อ หมายเลข ๑๑ ปีกซ้าย ร้อยตรีถ่าง
รายนามนักฟุตบอลทีมทหารไทย คือ
หมายเลข ๑ ผู้รักษาประตู ร้อยตรีนพ การุณวงศ์ หมายเลข ๒ แบ็คขวา เรืออากาศโทโกวิท สุทธิศิลป์ หมายเลข ๓ แบ็คซ้าย เรืออากาศตรีอนันต์ พู่ประดับ หมายเลข ๔ ฮ้าฟขวา เรืออากาศเอกอัษฏง อัคนิรุธ หมายเลข ๕ เซ็นเต้อรฮ้าฟ ร้อยตรีพนัส พัชราภรณ์ หมายเลข ๖ ฮ้าฟซ้าย เรืออากาศเอกพจน์ พัฒนา หมายเลข ๗ ปีกขวา เรืออากาศตรีสมพงษ์ ช่อไสว หมายเลข ๘ ในขวา นาวาอากาศตรียง นิรมล หมายเลข ๙ ศูนย์หน้า ร้อยตรีสมนึก ไทยแท้ หมายเลข ๑๐ ในซ้าย ร้อยตรีศาสตราจารย์ดำรง ณรงค์ฤทธิ์ หมายเลข ๑๑ ปีกซ้าย ร้อยเอกชลอ ศาสตรารักษ์
การแข่งขันครึ่งละ ๔๐ นาทีพัก ๕ นาทีใช้กติกาสากล ผู้ตัดสินคือนายนาวามีรูชาวญี่ปุ่น ผู้กำกับเส้นฝ่ายไทยคือร้อยเอกผดุง ลอยนภา ผู้กำกับเส้นฝ่ายเขมรคือร้อยตรีดวด การแข่งขันในครึ่งแรกให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ฝ่ายละไม่เกิน ๓ คน ส่วนครึ่งหลังจะเปลี่ยนตัวได้เฉพาะผู้รักษาประตูเท่านั้น ท่านทั้งหลายโปรดชมการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามาคคีระหว่างทีมทหารไทยและทีมทหารเขมร ด้วยน้ำใจของนักกีฬานะครับ กรุณาอย่าตะโกนด่าถ้าไม่จำเป็น และถ้างดการขว้างปาระเบิดขวดหรือยิงปืนลงมาในสนามได้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง สวัสดีครับ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเรียกนักฟุตบอลเข้ามาเลือกข้างแล้ว”
ประชาชนตบมือโห่ร้องลั่น นักฟุตบอลทั้งสองฝ่ายต่างวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหาผู้ตัดสิน ซึ่งออกจะเป็นชาตินิยมไปสักหน่อย คือไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ ร.อ. อัษฏงหัวหน้าทีมทหารไทยฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็เจรจาโต้ตอบกับผู้ตัดสินด้วยภาษาไทย หัวหน้าทีมทหารเขมรก็ใช้ภาษาเขมร การเลือกข้างเสียเวลาเกือบ ๕ นาที ผู้ตัดสินจึงตกลงใช้ภาษากลางคือภาษาใบ้ซึ่งเป็นภาษาสากลอันแท้จริง และไม่จำเป็นต้องเสียเวลาฝึกหัดเล่าเรียน
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:02 am

ปรากฏว่าทีมทหารไทยเป็นฝ่ายเลือกข้างได้ อัษฏงเลือกด้านเหนือเพราะเห็นว่าลมหนาวพัดจากทิศเหนือไปทางทิศใต้ ค่อนข้างแรงตลอดเวลา ถึงแม้แสงอาทิตย์จะส่องหน้าผู้รักษาประตูบ้างในครึ่งแรก เราก็ได้เปรียบเพราะอยู่เหนือลม
เมื่อนักฟุตบอลเข้ายืนประจำที่ คนดูรอบสนามก็ใจเต้นระทึกไปตามกัน พวกสาววัยรุ่นนับจำนวนร้อยอุตส่าห์มาเชียร์นายทหารหนุ่มลูก ๆ ของคณะพรรคสี่สหาย ต่างร้องตะโกนเรียก พนัส นพ สมนึก และดำรงลั่นไปหมด โดยเฉพาะสมนึกหรือเสียตี๋มีแฟนสาว ๆ มากกว่าเพื่อน
เสียงแจ๋ว ๆ ของสาวทีนเอดกลุ่มหนึ่งดังขึ้นพร้อม ๆ กัน
เสี่ยตี๋สู้ตาย เสี่ยตี๋ไว้ลาย ฮึ่ม…สู้…ฮึ้ม…สู้ตาย”
พวกกรรมกรโรงเลื่อยและโรงสีของเสี่ยหงวนตีล่อโก๊สนั่นหวั่นไหว พวกกรรมกรรถเมล์ของนิกรกระหน่ำกลองสิงโตเสียงลั่น จิ๊กโก๋หลายคนปีนจากขอบอัฒจันทร์กระโดดลงไปยืนที่ขอบสนาม เตรียมฆ่านักฟุตบอลทีมทหารเขมร แต่ตำรวจและสารวัตรทหารรู้ทันจึงลากตัวออกไปนอกสนามเสียก่อน
การแข่งขันเกินเวลาไป ๓ นาที พอผู้ตัดสินเป่านกหวีดปรี๊ดศูนย์หน้าเขมรก็เขี่ยลูกไปให้ ร.ท. ตะแบกในขวาทันที ในขวาส่งลูกต่อไปให้ปีกขวา เป็นการเล่นลูกสั้นอย่างสวยงามมาก
คนดูคนหนึ่งร้องตะโกนขึ้นราวกับใช้เครื่องขยายเสียง
เอาเลยพจน์ เตะให้คอขาด”
เรืออากาศตรีกระเดือกปีกขวาของเขมร หลบฮ้าฟซ้าย คือเรืออากาศเอกพจน์ของเราไปได้อย่างหวุดหวิด แต่แล้ว ร.ต. พนัสก็ปราดเข้าตัดลูกไว้ได้ ใช้ซ่นรองเท้าเขี่ยกลับหลังไปให้เรืออากาศตรีอนันต์แบ็คซ้าย ลูกบอลถูกซัดตูมลอยละลิ่วไปกลางสนาม ศูนย์หน้าเขมรขยับจะวิ่งเข้าไปแย่งลูก แต่ศูนย์หน้าของทหารไทยยกแขนขวาล็อคคอไว้แล้วร้องบอกเพื่อน
“เร็ว – คุณยง ทรูลูกไปให้ปีกขวา ผมล็อคอ้ายนี่ไว้แล้ว”
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดลั่น วิ่งเข้ามาหา ร.ต. สมนึกศูนย์หน้าของทีมทหารไทย ร้องเอะอะบอกว่าสมนึกเล่นผิดกติกาล็อคคอนักฟุตบอลเขมร แล้วเขาก็วางลูกลงบนพื้นสนามให้ฝ่ายเขมรเตะกินเปล่า
พนัสวิ่งเข้ามาจะโหม่งลูกนอกเขตโทษเล็กน้อย ในซ้ายทีมทหารเขมรกระโดดสูงใช้เข่ากระแทกหน้าอกเซ็นเต้อรฮ้าฟไทยล้มกลิ้งด้วยเจตนาเล่นนอกเกม ผู้ตัดสินเป่านกหวีดและเรียก ร.ท. เด๋อในซ้ายทีมทหารเขมรมาพบกับเขา
“เล่นยังงี้ไม่ได้” นายนาวามีรูพูดไทยชัดเจน
“ผมไม่ได้แกล้งนี่ครับ” ร.ท. เด๋อเถียง
“แกล้งหรือไม่แกล้งก็ผิดกติกา ถ้าเล่นแบบนี้อีกผมอาจจะเชิญคุณออกไปจากสนาม”
ในซ้ายของเขมรก้มศีรษะคำนับผู้ตัดสิน เป็นอันว่าฝ่ายไทยได้เตะฟรีคิกไปทางแดนเขมร คนดูรอบสนามเริ่มมีปฏิกิริยาแล้ว ขวดใบหนึ่งลอยละลิ่วจากอัฒจันทร์ด้านตะวันออกหล่นลงมายังเบื้องหน้าของในซ้ายเขมร ที่เตะลูกชายของพล เซ็นเต้อร์ฮ้าฟทีมทหารไทยลงไปนอนกลิ้งเมื่อกี้นี้ ร.ท. เด๋อยืนตะลึงเส้นผมบนศีรษะตั้งชันใบหน้าซีดเผือดนัยน์ตาเหลือกลาน แล้วเขาก็ร้องสุดเสียง
โอ๊ย ระเบิดขวด”
ตำรวจไทยใจกล้าคนหนึ่งวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาในสนามก้มลงหยิบขวดใบนั้นขึ้นมา แล้วยิ้มให้ในซ้ายทีมทหารเขมร
“ขวดน้ำอัดลมน่ะคุณ ขวดเปล่าไม่มีดินระเบิดหรอก”
การแข่งขันดำเนินต่อไป โดยพนัสเป็นฝ่ายเตะลูกบอลไปทางแดนเขมร คราวนี้ทีมทหารไทยซึ่งใช้วิธีเล่นแบบลูกยาวรุกเข้าไปในดินแดนของเขมรอย่างรวดเร็วฉับพลัน สมนึกศูนย์หน้าของเราได้ลูกแล้ว เลี้ยงลูกตัวอ่อนหลบเซ็นเต้อรฮ้าฟเขมรไปได้ พอฮ้าฟขวาวิ่งเข้ามา ลูกชายของเสี่ยหงวนก็เขี่ยลูกให้ ร.ต. ดำรง
โดยไม่รอช้าศาสตราจารย์ดำรง ยิงในระยะห่าง ๒๕ หลาเต็มแรง ลูกบอลลอยละลิ่วกระทบเสาประตูข้างซ้ายกระเด็นออกมา สมนึกใช้มือทั้งสองข้างดึงแบ็คซ้ายและแบ็คขวาของทหารเขมร ไว้คนละมือเปิดโอกาสให้ในขวาคือนาวาอากาศตรียง เลี้ยงเดี่ยวเข้าไปและเขี่ยลูกเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย แต่ผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่นเป่านกหวีดเสียก่อน คนดูทั้งสนามหัวเราะกันอย่างครื้นเครง เท่าที่สมนึกใช้วิธีเล่นแบบจับคู่แข่งขันไว้
พ.ต. เสวย แบ็คซ้ายทีมทหารเขมรปราดเข้ามายกมือขวาค้ำคอสมนึกทันที
“คุณเล่นยังงี้ได้เรอะ”
เสียตี๋ตั้งมวยแบบมวยไทย
“มา – เข้ามาพี่ชาย”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:02 am

นักฟุตบอลทีมทหารไทยต่างเข้าห้ามสมนึกไว้ และนักฟุตบอลทีมทหารเขมร ก็ช่วยกันดึงตัวแบ็คซ้ายกลับไป ฝ่ายเขมรได้เตะโทษ คือเตะกินเปล่าเพราะสมนึกเล่นผิดกติกา คราวนี้ทีมทหารเขมรเป็นฝ่ายรุกบ้าง ส่งลูกออกปีกซ้ายแบบลูกสั้น อัษฏงฮ้าฟขวาของเราเตะแบบคาบลูกคาบดอก ลูกบอลกระเด็นออกไปนอกสนาม
ทหารเขมรเป็นฝ่ายทุ่มลูก แต่ผู้กำกับเส้นคือ ร.อ. ผดุงโบกธงฟ้องผู้ตัดสินว่าฮ้าฟซ้ายเขมรทุ่มลูกผิดกติกา คือยกเท้าซ้ายขึ้นจากพื้นดินขณะทุ่มลูก นายเรือรั่วหรือนาวามีรูให้ฝ่ายไทยทุ่มลูก อัษฏงทุ่มไปให้สมนึก เสี่ยตี๋เตะด้วยเท้าขวาส่งลูกกลับไปให้พนัสเซ็นเตอร์ฮ้าฟ พนัสส่งลูกไปให้ปีกซ้าย ชลอไล่ไม่ทันลูกบอลจึงออกไปนอกสนามเสียก่อน ไลน์แมนเขมรรีบยกธงทันที และส่งภาษาเขมรเรียกฮ้าฟขวาให้มาทุ่มลูก
การแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเผ็ดร้อนถึงใจพระเดชพระคุณคนดู ทั้งสองฝ่ายเล่นกันแรงมากถึงลูกถึงคน บางทีก็ถึงเข่าถึงศอกประปราย เซ็นเต้อรฮ้าฟของเราถูกกองหน้าทีมทหารเขมรเตะเอาจัง ๆ หลายทีก็เกิดยัวะขึ้นมา จึงใช้วิธีเล่นแบบเตะขาดสองท่อน ทำให้กองหน้าของเขมรชักขยาดไปตามกัน พนัสบุกขึ้นไปช่วยกองหน้าเขาจ่ายลูกได้สวยงามมาก คนดูพากันชมเปาะในชั้นเชิงและกำลังกายของพนัส ซึ่งมีวิธีการเล่นคล่องแคล่ว
วิธีเล่นลูกยาวช่วยให้ทีมทหารไทยรุกอยู่เกือบตลอดเวลา แต่กองหลังของเขมรเหนียวแน่นทรหดอดทน ประกอบทั้งผู้รักษาประตูรับลูกอันตรายไว้ได้หลายลูก เรียกเสียงตบมือได้รอบสนาม
อย่างไรก็ตามกองกลางและกองหลังของเราขึ้นมากเกินไป เมื่อฝ่ายเขมรเป็นฝ่ายบุกบ้างเราก็ลงมาช่วยแทบไม่ทัน ปีกขวาของเขมรเลี้ยงเดี่ยวไปอย่างรวดเร็ว พจน์กับอนันต์ช่วยกันสกัดกั้น เรืออากาศตรีกระเดือกรถด่วนพนมเป็ญส่งลูกไปกลางสนาม ข้ามหัวพจน์ลอยละลิ่วไปตกที่ พ.ต. สำแดงศูนย์หน้าอันลือชื่อของทีมชาติและทีมทหารเขมร พ.ต. สำแดงยิงลูกด้วยเท้าขวาเต็มเหนี่ยวในเขตโทษ ลูกบอลพุ่งไปทางด้านซ้ายของประตู ร.ต. นพตะครุบลูกไว้ได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงตบมือโห่ร้องของคนดู ร.ท. เด๋อในซ้ายวิ่งเข้ามาจะช้าตประตู ลูกชายของนิกรเตะลูกบอลเต็มเหนี่ยว ลูกบอลถูกหน้า ร.ท. เด๋ออย่างจัง แล้วกระดอนข้ามบาร์ประตูไปทางข้างหลัง
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้ฝ่ายไทยเสียลูกคอนเน่อร แต่ ร.ท.เด๋อในซ้ายของทีมเขมรลงนั่งเหยียดเท้าสะบัดหน้าเร่า ๆ จนกระทั่งศูนย์หน้าของเขา เข้ามาประคองลุกขึ้น
“เป็นยังไงบ้างเด๋อ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับผู้กองพัน แต่เห็นดาวขึ้นกลางวัน โกล์คนนี้มันเตะยัดหน้าผมแม่นเหลือเกิน ประเดี๋ยวผมจะเก็บมันให้ได้”
กองหลังและกองกลางของไทย ยืนเรียงรายอยู่หน้าประตูคอยป้องกันกองหน้าเขมร เมื่อผู้ตัดสินโบกมือให้เตะมุม ปีกขวาของทหารเขมรคือเรืออากาศตรีกระเดือกก็เตะลูกย้อยมาตกหน้าประตูพแดี
ร.ต. นพกระโดดเข้าชกลูกบอลด้วยหมัดสวิงขวา ในเวลาเดียวกับที่ปล่อยหมัดฮุคซ้ายถูกท้อง พ.ต.สำแดงศูนย์หน้าของทีมเขมร ที่วิ่งเข้ามาจะโหม่งลูกได้อย่างจัง ลูกบอลลอยไปกลางสนาม แต่ศูนย์หน้าของทีมเขมรลงไปนั่งยอง ๆ จุกแอ้ด ๆ
ทีมทหารไทยเป็นฝ่ายรุกอีก สมนึกเลี้ยงลูกบุกเข้าไป และพอจะส่งลูกออกปีกขวา เซ็นเต้อรฮ้าฟของเขมรซึ่งวิ่งไล่กวดมา ก็เตะรวบขาหลังทำให้ศูนย์หน้าของทีมทหารไทยเสียหลักล้มลงตะครุบกบอย่างไม่เป็นท่า
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดปรื๊ด ให้ฝ่ายไทยเตะโทษในระยะ ๓๐ หลา ร.ต.พนัสขึ้นไปเตะลูกเอง แต่แทนที่จะเตะแรง ๆ กลับเขี่ยไปให้สมนึก เสี่ยตี๋ส่งลูกไปให้ยงในขวาของเรากระเดาะลูกเตะลอยไปตกหน้าประตู ซึ่งคราวนี้เองก็เกิดการชุลมุนกันขึ้น กองหลังและกองกลางของทหารเขมรพยายามเตะลูกไปทางแดนไทย แต่กองหน้าของทีมทหารไทยพยายามจะชู้ตประตู ชลอปีกซ้ายของเรายิงลูกเต็มเหนี่ยวถูกคานประตูกระเด็นกลับมา ทันใดนั้นเอง ร.ต. ดำรงก็ยิงลูกเรียดเต็มแรงเฉียดเสาประตูข้างขวา ลูกบอลเข้าไปตุงอยู่ในก้นตาข่าย สุดความสามารถที่ผู้รักษาประตูเขมรคือ เรือเอกชุ่ยจะป้องกันไว้ได้ เพราะเป็นระยะเผาขน และชู้ตแรงมาก
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:02 am

แฟนฟุตบอลนับจำนวนหมื่นต่างลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นตบมือโห่ร้อง ราวกับสนามศุภชลาศัยจะถล่มทลาย เจ้าหน้าที่ประจำป้ายบนอัฒจันทร์ด้านเหนือใส่เลข ๑ ลงไปทางชื่อทีมทหารไทยแล้ว แสดงว่าทีมทหารไทยได้หนึ่งประตู เสียงโห่ร้องของคนดูดังก้องอยู่เกือบนาที ผู้รักษาประตูทีมทหารเขมรยืนร้องไห้สะอึสะอื้น แบ็คซ้ายและแบ็คขวาทั้งสองคนต่อว่าผู้รักษาประตู คือเรือเอกชุ่ยอย่างรุนแรง
“คุณนี่ชุ่ยสมชื่อ” พ.ต. เสวยแบ็คขวาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูด “มีอย่างที่ไหนปล่อยให้เข้าไปได้”
เรือเอกชุ่ยสะอื้นดัง ๆ
“ลูกเผาขนและแรงอย่างนี้ผมจะรับได้อย่างไรล่ะครับผู้กองพัน”
ร.ต. สวาแบ็คขวาพูดเสริมขึ้นอย่างเดือด
“คุณจะทำให้ลูกเมียของพวกเราเป็นหม้ายไปตามกัน ถ้าแพ้เขากลับไป เจ้าฟ้าสีหนุก็รับสั่งให้ยิงเป้าพวกเราทั้งทีม”
ผู้รักษาประตูน้ำตาไหลพราก
“ก็พยายามเอาประตูคืนซีครับยังมีเวลาอีกถมไป ทีมทหารไทยก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรนัก ว่องไวกว่าเราก็เพราะเขาเล่นลูกยาว บอกพวกเราเปลี่ยนวิธีเล่นเป็นลูกยาวบ้างซีครับ”
พ.ต. เสวยจุปาก
“เล่นยังไงเราไม่ถนัด เคยเล่นแต่ลูกสั้น”
“ถ้ายังงั้นเล่นแค่ลูกยืดอย่าให้ถึงลูกยาวก็ได้ครับ ขืนเล่นลูกสั้นจุนจู๋ขนาดนี้ก็อาจแพ้เขา”
แบ็คทั้งสองคนต่างถอยไปยืนประจำที่ ซึ่งขณะนี้นักฟุตบอลทั้งสองทีมได้เข้ายืนประจำที่และกำลังจะเริ่มเขี่ยกลาง แต่ผู้ตัดสินรอดูให้พร้อมเสียก่อน พ.ต. เสวยร้องตะโกนบอกพรรคพวกเขา
“เล่นลูกยืดโว้ยพวกเรา ยาวกว่าลูกสั้นนิดหน่อย เปลี่ยนวิธีเล่นใหม่โว้ย”
เซ็นเต้อรฮ้าฟ คือ ร.อ. ขย่มหันมามองดูแบ็คขวาแล้วตะโกนตอบ
“ลูกยืดไม่เคยเล่นครับผู้กองพัน เคยเล่นแต่ลูกสั้นและลูกยาน”
แบ็คขวาชักยัวะเพื่อนร่วมทีมของเขา
“เล่นยังไงก็ตามใจเถอะวะ อยากถูกยิงเป้าก็ตามใจ”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:03 am

เริ่มต้นใหม่โดยฝ่ายเขมรเป็นฝ่ายเขี่ยลูกก่อน ศูนย์หน้าส่งลูกไปให้ในซ้ายซึ่งมีวิธีเล่นรุนแรง ติดจะเฮี้ยวตลอดเวลา ร.ท. เด๋อเลี้ยงลูกหลบยงไปได้แล้วเตะลูกด้วยเท้าซ้ายข้ามสนามไปให้ปีกซ้าย แสดงว่าทีมทหารเขมรทำท่าจะเล่นลูกยาวบ้างแล้ว เพราะเราดึงเกมให้เขาเล่นตามเรา แต่การเล่นลูกยาวของทีมทหารไทยเหนือกว่า…ว่องไวกว่า และทุกคนเหมือนกับมีเสืออยู่ในกระเป๋ากางเกง พลัง…พลัง…กองกลางและกองหลังของทหารไทยดักลูกไว้ได้โดยเฉพาะ ร.ต. พนัสเซ็นเต้อรฮ้าฟสกัดลูกได้สวยงามมาก ถึงร่างกายเขามีส่วนสูงไล่เรี่ยกับนักฟุตบอลทีมทหารเขมร พนัสก็สามารถโหม่งลูกได้ก่อนเสมอ ซึ่งลูกโหม่งของพนัสนี้เอง ทำให้กองหน้าทีมทหารเขมรหาโอกาสยิงประตูได้ยาก
อย่างไรก็ตามศูนย์หน้าอันลือชื่อของทหารเขมร ก็มีโอกาสเลี้ยงเดี่ยวหลบแบ็ค พาลูกเข้าไปยิงประตูได้ครั้งหนึ่งทำให้คนดูรอบสนามแทบจะหยุดหายใจไปตามกัน เมื่อ พ.ต. สำแดงหลบอนันต์เลี้ยงเดี่ยวตรงเข้าไปหาประตูทีมทหารไทยอย่างรวดเร็ว
ร.ต. นพยืนเต้นร็อคเตรียมรับลูกอย่างใจเย็น แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจวิ่งเข้ไปหาศูนย์หน้าของทีมทหารเขมร ลูกชายของนิกรแยกเขี้ยวยิงฟันเตะลูกบอลด้วยเท้าขวาเต็มเหนี่วและร้องตะโกนลั่นสนาม
ตาย”
ลูกบอลถูกเตะลอยละลิ่วกลับไปในแดนเขมร ร.ต. นพพยักหน้าให้ศูนย์หน้าของทีมทหารเขมรแล้วพูดเสียงหนัก ๆ
“ประตูอย่างอั๊วชู้ตยากว่ะ แน่นยิ่งกว่าใส่กลอนเสียอีก”
ทีมทหารไทยนำลูกไปป้วยเปี้ยนในแดนเขมรทำให้กองกลางและกองหลังทหารเขมรต้องทำงานอย่างหนักที่สุด แต่แล้วเซ็นเต้อรฮ้าฟเขมรก็สามารถป้อนลูกให้ปีกซ้ายของเขาได้ ซึ่งยืนรอคอยลูกอยู่ในตำแหน่งที่เกือบจะอ๊อบไซด์ ร.ต. ถ่างปีซ้ายเขมรวิ่งเร็วราวกับลมพัด กองหน้ารีบติดตามขึ้นมา เขาเตะลูกย้อนลงไปให้ศูนย์หน้า พ.ต. สำแดงเลี้ยงขึ้นไปและส่งลูกออกปีกขวาอีก คราวนี้ทีมทหารไทยลงมาช่วยแทบไม่ทันเพราะรุกมากเกินไป แต่ ร.ต. พนัสวิ่งมายืนป้องกันหน้าประตูได้ทันท่วงที เมื่อปีกขวาเตะลูกย้อยมากลางประตู ร.ท. ตะแบกในขวาก็ยิงลูกวอลเลย์เต็มเหนี่ยว นอกจุดโทษเล็กน้อย
ตูม”
ร.ต. นพตะครุบลูกไว้ได้ราวกับว่ามือของเขาทากาว เสียงตบมือดังสนั่นหวันไหว คราวนี้ลูกชายของนิกรก็นึกสนุกขึ้นมาทุ่มลูกลงบนพื้นดินให้มันกระเด้งขึ้นมาและรับเอาไว้ เขาวิ่งตามลูกไปเรื่อย ๆ ในชั้นเชิงของประตูมือดี ทันใดนั้นเอง พ.ต. สำแดงซึ่งว่องไวราวกับจิ้งเหลน ก็วิ่งเข้ามาเตะลูกบอลด้วยลูกแปเท้าขวา ขณะที่ลูกบอลถูกมือนพตบลงดิน ลูกบอลลอยละลิ่วเข้าประตูไปอย่างแช่มช้าและง่ายดาย ท่ามกลางความตกใจของผู้เล่นฝ่ายทีมไทย ซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาว่าฝ่ายเราจะต้องเสียประตู ในชั้นเชิงของศูนย์หน้าเขมรเช่นนี้
คนดูที่เป็นชาวเขมรและชาวฝรั่งเศสต่างตบมือโห่ร้องลั่น แต่คนไทยเงียบกริบ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาวชี้มือไปกลางสนามเป็นสัญญาณได้ประตูและเริ่มแข่งขันใหม่ แผ่นป้ายบนอัฒจันทร์ด้านเหนือหลังชื่อทหารเขมร ปรากฏเลข ๑ เช่นเดียวกับทีมทหารไทย
สมนึกศูนย์หน้าของทีมทหารไทยวิ่งเข้ามาหา ร.ต. นพ ด้วยความโกรธแค้น พอมาถึงตัวเพื่อนเกลอของเขา ลูกชายของเสี่ยหงวนก็ปราดเข้าต่อย ร.ต. นพอย่างอุตลุด ร.ต. พนัสรีบเข้ามากั้นกลางและกล่าวห้าม
“อย่า อย่าโว้ย พวกเดียวกันชกกันมีอย่างที่ไหนวะ”
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:03 am

เสี่ยตี๋ขบกรามกรอด
“ก็อ้ายนพมันอวดแสดงลวดลาย เจอทีเด็ดเข้าเลยเสียประตูให้เขา เป็นประตูเล่นภาษาอหิวาต์อย่างนี้ใช้ได้เรอะ”
ร.ต. นพ ยิ้มแห้ง ๆ ยกมือไหว้ปะหลก ๆ
“ขอโทษทีโว้ยอ้ายตี๋ สี่ตีนยังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง กันนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าอ้ายเปรตนั่นมันจะไวอย่างนี้ แก้ตัวใหม่น่า ศูนย์หน้าชั้นดีอย่างแกเดี๋ยวก็ทำประตูได้”
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดติด ๆ กันหลายทีเรียกนักฟุตบอลไปประจำที่ ทีมทหารเขมรคึกคักแข้มแข็งขึ้นเมื่อตีเสมอได้ คนหลายคนตะโกนด่านพที่แสดงลวดลายมากไป จึงเสียประตูอย่างน่าเสียดาย ในเวลาเดียวกันนี้เอง พ.อ. นิกรได้ปรากฏขึ้นทางด้านหลังโกล์ทีมทหารไทย ท่าทางของนิกรเดือดดาลมาก
“อ้ายนพ ถ้าเล่นยังงี้อีกโดนเตะนะโว้ย”
ร.ต. นพหันมาทำตาเขียวกับบิดาของเขา
“เอา เอา เอาเข้า ถูกเพื่อนชกถูกคนดูด่าแล้วคุณพ่อยังจะด่าซ้ำเติมอีก ผมก็มีหัวใจเหมือนกันนะครับ คนเราก็ต้องผิดพลาดบ้าง”
“อ้าว แกเป็นลูกฉัน ฉันด่าแกไม่ได้หรือ”
การแข่งขันเริ่มต้นใหม่แล้ว ร.ต. นพยืนกระสับกระส่ายอย่างหัวเสีย เมื่อกองหน้าเขมรบุกขึ้นมาด้วยวิธีเล่นลูกสั้น ร.ต.นพก็ทิ้งประตูวิ่งออกไปกลางสนาม โกวิทแบ็คขวาร้องตะโกนลั่น
“กลับมาคุณนพ วิ่งไปทำไม”
นพหันมาร้องบอก
“ไม่กลับ ผมจะไปชู้ตประตูคืน”
ลูกชายของนิกรวิ่งไปรวมกับพวกกองหน้าของทีมทหารไทย ท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮาของพวกคนดู เพราะเป็นครั้งแรกที่ผู้รักษาประตูละทิ้งหน้าที่ขึ้นมาเล่นกองหน้า แต่ก็ไม่ผิดระเบียบกติกา เว้นแต่ถ้าเขาเอามือจับลูกก็ต้องเสียลูกโทษฐานแฮนด์บอล แบ็คขวารีบเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูแทนนพ ซึ่งไม่อาจจะใช้มือรับลูกได้เพราะไม่ได้เป็นผู้รักษาประตู
กองหน้าทีมทหราไทยเพิ่มนพอีกคนหนึ่ง รวมเป็น ๖ คน ยงส่งลูกให้นพ นพเลี้ยงลูกหลบเซ็นเต้อรฮ้าฟและแบ็คซ้าย เมื่อแบ็คขวาวิ่งรี่เข้ามา นพก็พาลูกหลบไปได้อย่างหวุดหวิด คราวนี้เขาเลี้ยงลูกตรงไปยังประตูทีมทหารเขมรอย่างรวดเร็ว แบ็คและเซ็นเต้อรฮ้าฟไล่กวดติด ๆ มาแต่นพวิ่งเร็วกว่า เขามานะกัดฟันพาลูกเข้าไปในเขตโทษและยิงด้วยเท้าขวาเต็มเหนี่ยว ลูกบอลพุ่งเข้าประตูทางมุมบนขวา เหลือความสามารถที่เรือเอกชุ่ยผู้รักษาประตูจะรับได้ทัน
เสียงนกหวีดเป่ายาวพร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องเสียงตบมือกรกะทืบเท้าของคนดูหลายหมื่นคน ร.ต. นพดีใจจนหมดแรง ล้มลงนอนแผ่ข้างจุดโทษนั่นเอง ร.ต.สมนึกดีใจเหลือที่จะกล่าว วิ่งเข้ามาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าแล้วกราบลงที่เท้าของ ร.ต. นพเพื่อนเกลอของเขา
“กันยอมกราบตีนแกโว้ยอ้ายนพ แกนี่ยอดนักฟุตบอลจริง ๆ เป็นโกล์แต่ทิ้งหน้าที่วิ่งมาเล่นกองหน้า เลี้ยงเดี่ยวบุกเข้ามายิงประตูจนได้ ฮ่ะ ฮ่ะ ยังงี้โกล์ทีมแช็มเปี้ยนโลกก็สู้แกไม่ได้” พูดจบเขาก็ประคองนพลุกขึ้น
“เป็นอย่างไนบ้างนพ” ร.ต. ดำรงถามด้วยความเป็นห่วง
ลูกชายนิกรสั่นศีรษะ
“หมดแรงว่ะ วิ่งเสียเต็มแรงเกิดกลัวมันไล่ทัน เมื่อกี้กันชู้ตเข้าหรือเปล่า”
“ออไร๋ แกชู้ตได้สวยงามทีเดียว”
คนดูโห่ร้องอยู่เป็นเวลาเกือบ ๕ นาที จนกระทั่งการแข่งขันดำเนินต่อไป ซึ่ง ร.ต. นพกลับไปทำหน้าที่รักษาประตูตามเดิม เมื่อเขาหันไปมองดูทางหลังโกล์ เขาก็แลเห็น พ.อ. นิกรยืนอยู่ในกลุ่มของช่างภาพหลายคน นิกรยิ้มแป้นโบกมือให้ลูกชายของเขา
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ทีมทหาร ไทย-เขมร

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Sat Jul 19, 2008 2:03 am

“เก่งมากลูกรักของพ่อ แต่พอแล้วอย่าอุตริเล่นอย่างนี้อีก ไม่มีใครรักษาประตูบ้านของเรา”
นพหัวเราะเบา ๆ
“เล่นอีกก็ไม่ไหวครับผมหมดแรงแล้ว”
กองหน้าทหารเขมรบุกเข้ามาแล้ว อย่างไรก็ตามเซ็นเต้อรฮ้าฟรูปหล่อของเราได้สกัดกั้นไว้ได้ นอกจากนี้อัษฏงและพจน์ก็ช่วยกันต้านทานอย่างเหนียวแน่น ทั้งสองทีมผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างรวดเร็วและแคล่วคล่องว่องไวด้วยกันทั้งสองฝ่าย จนกระทั่งหมดเวลาครึ่งแรก เป็นอันว่าทีมทหารไทยนำไปแล้ว ๒ - ๑
ขณะนี้เป็นเวลา ๑๖.๑๕ น. แสงแดดในตอนบ่ายยังร้อนระอุทั้ง ๆ ที่อยู่ในท่ามกลางฤดูหนาว แต่เมื่อกลุ่มเมฆเคลื่อนเข้าไปกำบังดวงอาทิตย์แฟนฟุตบอลก็โห่ร้องเกรียวกราว คนดูต่างพูดกันจ้อกแจ้กจอแจที่ฟุตบอลคู่นี้ตื่นเต้นสนุกสนานยิ่ง ทีมทหารเขมรเล่นได้รวดเร็วและรุนแรงในเกม ส่วนทีมทหารไทยแต่ละคนก็ล้วนคล่องแคล่ว บัดนี้ ร.ต. นพ และ ร.ต. ดำรงกลายเป็นตัวเด่นของทีมทหารไทยไปแล้ว
การแข่งขันครึ่งแรกทั้งสองทีมไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่ต่างฝ่ายก็ฟกช้ำดำเขียวหน้าแข้งปูดโปไปตามกัน การแข่งขันครึ่งหลังเริ่มต้นในเวลา ๑๖.๒๐ น. ซึ่งเป็นเวลาที่พระอาทิตย์ถูกเมฆบัง คนดูทางด้านอัฒจันทร์เปิดจึงร่มเย็นสบายใจขึ้น
ทีมทหารไทยไปอยู่ทางด้านใต้บ้าง และทีมทหารเขมรอยู่ทางเหนือ ฝ่ายทหารไทยเป็นฝ่ายเขี่ยลูกก่อน เมื่อนานาวามีรูเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน ร.ต. สมนึกก็เขี่ยลูกไปให้ในขวา คือนาวาอากาศตรียง ในซ้ายทีมทหารเขมรวิ่งเข้ามาถีบยงเอาดื้อ ๆ แต่ในขวาของเราซึ่งได้รับสมญาว่าจอมลวดลาย หลบฉากเพียงนิดเดียว แล้วอั๊ปเป้อรคัตซ้ายกระแทกคาง ร.ท. เด๋ออย่างถนัดถนี่ โดยที่ผู้ตัดสินยังไม่ทันเห็น แต่ในซ้ายทีมทหารเขมรผงะหงายล้มลงก้นกระแทกพื้น พ.ต. สำแดงศูนย์หน้าปราดเข้าไปจะต่อยยง แต่ ร.ต. สมนึกตวัดรัดคอไว้ ผู้ตัดสินรีบเป่านกหวีด วิ่งเข้ามาพูดไกล่เกลี่ยเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วทุ่มกลาง
การแข่งขันเริ่มดุเดือดขึ้นอีก ร.ต. สมนึกเลี้ยงลูกบุกเดี่ยวเข้าไปคนเดียว เมื่อเซ็นเต้อรฮ้าฟทหารเขมรวิ่งเข้ามาเตะตัดลูกแบบเตะทั้งลูกทั้งคน ฮุคขวาของ ร.ต. สมนึกก็ส่ง ร.อ. ขย่มลงไปนอนเหยียดยาวอยู่กลางสนาม
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดยุติการแข่งขัน และวิ่งเข้ามาอีก คราวนี้เขาพูดภาษาไทยอย่างชัดเจน
“ทำไมคุณต่อยเขา” นายนาวามีรูถามสมนึกเสียงกร้าว
“ก็เขาเตะผมก่อนคุณไม่เห็นหรือ”
ผู้ตัดสินยกมือชี้หน้าลูกชายเสี่ยหงวน
“ถ้าคุณเล่นรุนแรงอีกทีเดียว ผมจะไล่คุณออกจากสนาม”
ร.ต. สมนึกหัวเราะเบา ๆ
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ